ดู: 201|ตอบกลับ: 8

{ เมืองหลันเยี่ย } สุสานอี้ตู้เสวี่ย

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-7-11 23:56:25 |โหมดอ่าน
  




  สุสานอี้ตู้เสวี่ย  


{  เ มื อ ง ห ลั น เ ยี่ ย   }








【 สุสานอี้ตู้เสวี่ย 】


『 ความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว 』

สุสานประจำเมืองหลันเยี่ย เป็นที่ฝังศพของคนในเมืองโดยไม่เกี่ยงว่าเป็นคุณหนูหรือชาวบ้านธรรมดา ลักษณะของสุสานจะมีการแบ่งแยกระดับชนชั้นอย่างชัดเจนจากการปักป้ายชื่อ พื้นที่เป็นที่โล่งกว้าง ไม่ค่อยมีต้นไม้หรือพรรณพืชอื่นนอกจากหญ้าขึ้น ให้บรรยากาศถึงความสงบ แต่ไม่ค่อยมีใครอยากย่างกรายมาในยามกลางคืนมากนัก ยามเดือนมืดมักจะว่ากันว่ามีวิญญาณของขุนนางเมืองหลันหยี่ยปรากฏตัวให้เห็นอยู่บ่อยๆ






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-7-12 00:23:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด

            “เกิดอะไรขึ้น” คำถามที่ผุดขึ้นมาหลังจากที่วิ่งตามเหยาเหยาจนมาหยุดอยู่หน้าหลุมศพหลุมศพหนึ่งแล้วเหวิเหวินที่หอบหายใจหนักก็เอ่ยถามขึ้นมาขณะมองเหยาเหยาที่เอาแต่กระโดดไปมาคล้ายจะให้เขาได้เห็นอะไรบางอย่าง

            เสียงหอบวิ่งของคนถือสัมภาระตามมาดังไล่เลี่ยกันเมื่อมาถึงเหวินเหวินหันไปมองอาเค่อที่นั่งพักอยู่ไม่ไกลจากตนก็หันมองสุนัขที่อยู่ๆก็พามาถึงที่นี่อีกครั้ง

            “หลุมนี้มันมีอะไรหรือ”เอ่ยถามเจ้าเหยาเหยาไปแต่กลับไม่ได้อะไรที่เป็นสาระเลยนอกจากเสียงเห่าของมันเหวินเหวินเดินเข้าไปนั่งยองๆต่อหน้าหลุ่มศพที่เหยาเหยาต้องการจะบอกอะไรกับตนก่อนจะมองอย่างไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไหร่

            “ต้องการให้ทำอะไรเจ้าก็บอกมาสิ”เหวินเหวินที่นั่งเอียงคอมองสุนัขที่กำลังดึงชุดฮั่นฝูของเขาอยู่ชายหนุ่มก็ถอนหายใจเล็กน้อย ความจริงเขารู้อยู่แล้วล่ะว่าหลุมศพนี้มีอะไรแน่ๆแต่ว่าจะให้ไปยุ่งกับหลุมศพใครสุ่มสี่สุ่มห้าก็เหมือนเป็นการก้าวก่ายคนไร้ชีพไปด้วย

            แต่ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว

            โฮ่ง!

            เสียงเห่ารบเร้าดังขึ้นอีกทีทำให้เหวินเหวินตัดสินใจที่ใช้มือขุดดินออกมาแต่ทว่ามือเพียงสองข้างที่เปื้อนดินเขรอะก็ไม่สามารถขุดได้นานได้อย่างใจนึกความเจ็บปวดจากผิวหนังที่ครูดกับเศษดินเศษหินก็เริ่มแผลงฤทธิ์

            “ข้า.. ฝากให้เข้าขุดต่อได้ไหม”เหวินเหวินเอ่ยกับเหยาเหยาะขณะหันไปมองหมาป่าที่นอนอู่ข้างๆอาเค่อดูท่าแล้วหมาป่าสีขาวคงไม่ยอมมาทำงานนี้แน่ๆก็คงต้องพึ่งสุนัขสายสืบอ่างเหยาๆแล้วล่ะ

            เสียงเห่ารบเร้าให้เขาขุดต่อดังขึ้นเป็นคำตอบว่ามันจะไม่ยอมขุดให้แน่ๆชายหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปหยิบอาหารในสัมภาระมาเท่าที่จำได้ว่าเขาพกมาเดินทางด้วยนอกจากกลุ่มปลาที่ตกมาจากทะเล ยังมีอาหารสำเร็จอีกชนิดหนึ่งที่เขาชอบพกไปไหนมาไหนด้วย

            หูฉลาม

            “ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน”หูฉลามสองชุดถูกเสนอให้กับสุนัขสายสืบเพื่อแลกกับการขุดช่วยเขาทันทีเหวินเหวินที่ไม่รอคำตอบจากเหยาเหยา ก็ให้หูฉลามไปก่อนเสียแล้ว

            เขาที่มองสุนัขสายสืบกำลังกินอาหารที่ให้มันเพื่อเพิ่มพลังพลางบิดขี้เกียจเล็กน้อยมือสองข้างที่เปื้อนเศษดินดูกี่ทีก็ขัดกับมือเรียวสีขาวของเขาเสียจริงจะให้พูดว่าคล้ายคุณหนูแบบที่ใครเขาเข้าใจกันก็ไม่แปลก

            สองมือนี้ใครจะคิดล่ะว่าจับอาวุธเพื่อช่วยใครมาขนาดไหน

            เสียงเห่าดังขึ้นปลุกจากการเหม่อลอยขณะมองมือตัวเองของเหวินเหวินเขามองเหยาเหยาที่วิ่งไปขุดต่อจากหลุมเดิมที่เหวินเหวินเคยขุดเอาไว้ชายหนุ่มที่นั่งมองสัตว์ขนทองกำลังขุดอย่างเอาเป็นเอาตายก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

            ดูเป็นการเป็นงานยิ่งกว่าเขาอีก

            ชายหนุ่มคิดพลางเลื่อนสายตาลงเพื่อเพ่งมองของที่อาจจะโผล่มาให้เขาเจอจากที่เหยาเหยาขุดหลุมศพครั้งนี้ในหัวของเขาคิดแค่เรื่องจะกลบหลุมศพอ่างไรไม่ให้คนอื่นสังเกตได้ แต่คงจะเป็นเรื่องง่ายอยู่แล้วกระมั้งเพราะดินจากหลุมนี้มันก็ไม่ได้นานขนาดที่ว่าจะถูกฝังมานานจนแข็งไปเลย

            หากเป็นหลุมที่หญ้าขึ้นจนรกก็ว่าไปอย่าง อย่างนั้นมันน่าสงสัยว่ามีคนแอบมาขุดมากกว่า หลุมที่เขาและเหยาเหยาช่วยกันขุดซะอีก


จ้างเหยาเหยาขุดด้วย หูฉลาม 2 ชุด


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x50
x324
x107
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x9
x27
x50
x20
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x30
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x42
x42
โพสต์ 2018-7-12 02:27:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด

            เอาแต่นั่งมองเหยาเหยาขุดจนผ่านเวลาไปนานหลายเค่อ เพียงแค่ครู่เดียวที่ละสายตาจากจุดนั้นก็ดิ้นเสียงเห่าเรียกจนเขาสะดุ้งตัวโยนเหวินเหวินที่มองไปทางเหยาเหยาเห่าเสียงดังขณะที่สองขาหน้าทุบพื้นดินให้มองลงไปดูผลงานของมันด้านล่าง

            “สุดยอดไปเลย”เป็นครั้งที่สองที่เหยาเหยาพบเจอเบาะแสได้ถึงสองครั้งติดชายหนุ่มหยิบกำไลขึ้นมาสำรวจไปพลางเผื่อว่ามีเบาะแสอื่นๆที่สามารถทำให้เขามัดตัวคนร้ายได้มากขึ้น

            ‘ต้าฉี

            คำที่สลักบนกำไลเพียงแค่มองไกลๆก็ยังดูออกทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นเพียงครู่เดียวที่กำลังนึกอะไรอยู่อาเค่อก็วิ่งหอบมาทางเขาพร้อมมีดเปื้อนเลือดในมือคลายกับว่าไปเจอมันมาที่ไหนสักที่

            “เมื่อครู่หมาป่าของพี่เหวินไปเจอมันเข้าเลยเรียกข้าไปดูน่ะ”อาเค่อตอบก่อนจะยัดมีดเปื้อนเลือดที่ตนไปเก็บมาให้เหวินเหวินโดยทันที “พอจะเป็นเบาะแสได้ไหม

            “ช่วยได้เยอะเลยล่ะ”พูดไปอย่างนั้นถึงตนเองจะไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้แค่ไหนก็ตาม ต้าฉีกับมีดเล่มนี้ อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันก็ได้

            ให้ตายเถอะเวลาแบบนี้ทำไมเจ๋าอี้ไม่อยู่กันนะ ถ้าเป็นคนนั้นละก็จะเชื่อมโยงกันได้ดีกว่าเขาแท้ๆ

            สายตาสีน้ำตาลเข้มมองมีดเปื้อนเลือดสลับกับกำไลไปมาภายในหัวสันนิฐานได้ว่าเจ้าของกำไลเล่มนี้อาจจะเป็นฆาตกรที่ฆ่าก็ได้ แต่จะเป็นได้อ่างไรล่ะในเมื่อศพนี้ถูกฝังมาแล้ว ไหนจะมีดเปื้อนเลือดที่อาเค่อไปพบมาอีก

            ยิ่งโยงเข้าหากันยิ่งปวดหัวเข้าไปใหญ่

            หรือบางครั้ง…

            โฮ่ง!

            เสียงร้องของเหยาเหยาทำให้เหวินเหวินหยุดคิดไปพักหนึ่งแล้วหันมองตามเสียงของมันที่ไม่รู้ว่าเดินไปที่หน้าป้ายสุสานตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ท่าทีเดินวนที่ป้ายสุสานจนผิดสังเกตุ ทำเอาเหวินเหวินเริ่มขมวดคิ้วจนเป็นปมงานเก่ายังแก้ไม่เสร็จ จะหางานใหม่มาให้เขาปวดหัวไปกับมันอีกหรือ เหวินเหวินคิดในใจก่อนจะเก็บมีดแล้วกำไลเอาไว้แล้วเดินตามเหยาเหยาไป

            อาเค่อมองตามเหวินเหวินแล้วเดินตามเพื่อดูเหตุการณ์ด้วยเขามองไปที่ชายหนุ่มที่หน้านิ่วคิ้วขมวดจนผิดไปจากปกติที่เคยเห็นมาตลอดก็พอรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันตึงเครียดขนาดไหนหมาป่าสีขาวที่พึ่งวิ่งตามมาสมทบได้แต่นั่งมองเจ้านายของมันก้มสำรวจรอบๆป้ายสุสานอยู่นานสองนานก่อนจะเอื้อมมือไปดึงอะไรสักอย่างที่ไม่คิดว่าจะอยู่ตรงนั้น

            เสียงกลไกดังขึ้นพร้อมๆกับป้ายสุสานที่เปิดออกให้เห็นช่องทางลับลงไปข้างในแม้แต่คนเปิดกลไลเองก็ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เหวินเหวินที่พึ่งดึงแท่งกลไกที่ซ่อนอยู่จากการบอกของเหยาเหยาไม่คิดว่าจะมีทางลับมาปรากฏให้เขาจริงๆชายหนุ่มมองไปทางอาเค่อเพื่อปรึกษาว่าควรเข้าไปดีหรือไม่แต่ยังไม่ทันได้คุยอะไรกัน หมาป่าเจ้ากรรมก็ดันเดินนำพวกเขาลงไปก่อนเสียแล้ว

            “เดี๋ยวสิ!” เหวินเหวินร้องตามหมาป่าก่อนรีบเดินตามไปทันทีอาเค่อที่เห็นดังนั้นก็รีบเก็บสัมภาระตามอีกคนไปติดๆโดยมีเหยาเหยาที่เดินตามลงไปอีกทอดหนึ่ง

            ยิ่งลงไปลึกยิ่งมืด

            เหวินเหวินที่เดินตามหมาป่าหยุดอยู่สักพักเขามองเห็นคบเพลิงเล็กๆสำหรับจุดไฟให้ความสว่างทางเดินก็ถอนหายใจเล็กน้อยไม่พ้นต้องจุดไฟสินะ คิดได้ดังนั้นก็แอบยืมคบเพลิงเล็กๆมาหนึ่งท่อนเพื่อจุดไฟเพื่อเพิ่มแสงสว่างแก่ทางเดินลงไปในสุสานแห่งนี้

            “อาเค่อฝากหน่อยนะ” วิธีการจุดไฟที่ง่ายที่สุดสำหรับเขาคือการฝากอาเค่อชายหนุ่มที่ยืนรออีกคนจุดไฟให้แม้จะมีการบ่นอุบอิบเล็กน้อยมองไปรอบๆบริเวณที่เป็นโพรงลงไปนี้ ครั้นพอนึกถึงโพรงใต้สุสานอยู่ๆชายหนุ่มก็สะอึกเฮือกหนึ่งเมื่อความคิดดันไปหวนนึกถึงความทรงจำที่เคยอยู่ในโพรงสุสานแห่งหนึ่ง

            เรียกได้ว่าสถานที่ที่ไม่อยากจำน่าจะดีกว่า

            หวังว่าสุสานแห่งนี้คงไม่มีโจรป่ารอเขาอยู่หรอกนะ

            “เสร็จแล้วพี่เหวิน” คบเพลิงถูกส่งกลับมาให้เหวินเหวิน ชายหนุ่มยิ้มขอบคุณอาเค่อก่อนจะไล่จุดไฟตามทางเดินไปเรื่อยๆความสว่างจากคบเพลิงทำให้พวกเขาเห็นอะไรภายในโพรงได้มากยิ่งขึ้นทั้งสี่ชีวิตที่ลงมาเหยียบพื้นเรียบใต้ดินก็มองไปรอบๆเพื่อสำรวจโพรงใต้สุสานแห่งนี้

            บรรยากาศมันช่างให้ความรู้สึกเหมือนโพรงใต้สุสานฮองหงไม่มีผิด

            ชายหนุ่มผู้ถือครองคบเพลิงเพียงผู้เดียวเดินสำรวจไปรอบๆเขาที่เดินไปพบห้องๆหนึ่งโดยบังเอิญก็มองเข้าไปข้างในภาในห้องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มากเกินไปมีอาวุธมากมายคล้ายเป็นคลังแสงเพื่อเก็บซ่อนอาวุธเอาไว้คิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากันเมื่อพบเบาะแสใหม่ๆ แต่ก็ยังคลี่คลายเบาะแสเก่าไม่ได้ไม่สิไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเบาะแสพวกนี้เขาควรจะเชื่อมโยงเข้ากันเพื่อให้ได้ข้อสันนิฐานที่แน่ชัดอย่างไรดี

            ชาหนุ่มหันไปมองอาเค่อเหยาเหยาและหมาป่าที่สำรวจบริเวณอื่นอยู่ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องเก็บอาวุธนั้นคนเดียวอาวุธหลายจำพวกทั้งทวน ง้าว กระบี่ หรือแม้กระทั่งโล่เรียงรายกันจัดเรียงตามลักษณะของอาวุธนั้นๆหลากหลายตาไปหมด ชายหนุ่มจับกระบี่ชิ้นหนึ่งขึ้นมาสภาพเหมือนไม่เคยผ่านศึกมาก่อนอย่างที่เขาคิดเอาไว้คงไม่มีใครเก็บอาวุธที่เคยใช้มาแล้วมากมายเอาไว้ในที่ลับอย่างนี้หรอก

            เคร้ง!

            ขณะที่ยกกระบี่วางคืนไว้ที่เดิมเหมือนการกะระยะที่ผิดพลาดไปทำให้ตนเองเผลอปล่อยกระบี่ก่อนที่จะถึงที่ที่มันควรอยู่กระบี่ที่กระทบพื้นดินแข็งเกิดเสียงดังทั่วห้อง ด้วยความตกใจทำให้ชายหนุ่มถอยหลังหนีกระบี่ที่อาจจะตกมาโดนเท้าเขาได้จนหลังไปชนกับแท่นไม้สำหรับพักอาวุธที่อยู่ใกล้ๆกัน

            เคร้ง!!!!

            เสียงอาวุธหนึ่งแถวที่หล่นลงพร้อมกันจะเกิดเสีงดังลั่นยิ่งกว่าเดิมอาเค่อแหละสัตว์สี่เท้าอีกสองที่ได้ยินเสียงต่างก็มาดูว่าเกิดอะไรขึ้นเหวินเหวินที่มองไปยังอาเค่อก่อนจะยิ้มแห้งๆ เขาก้มเก็บอาวุธพวกนั้นเรียงกันกลับคืนเหมือนเดิมเท่าที่จะทำได้

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -39 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -39 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x50
x324
x107
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x9
x27
x50
x20
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x30
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x42
x42
โพสต์ 2018-7-12 19:26:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-7-12 19:49


            “ซุ่มซ่ามจริงๆ” อาเค่อส่ายหัวไปมาเบาๆก่อนจะเดินเข้ามามองคลังเก็บอาวุธแห่งนี้ด้วยเขาที่สำรวจไปทั่วขณะเดียวกันที่เหวินเหวินที่เห็นอีกฝ่ายเริ่มสำรวจก็มองไปรอบๆไปพลางเผื่อว่าจะมีอะไรที่เข้าท่าอยู่บ้าง

            ที่นี่คงไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับคดีอะไรหรอกกระมั้งก็แค่บังเอิญพบเส้นทางนี้เฉยๆ

            เหวินเหวินคิดพลางถอนหายใจเขาที่มองไปยังมุมห้องสะดุดกับกระสอบเล็กๆจึงเดินเข้าไปเพื่อสำรวจมันชัดๆพอลองทดสอบกลิ่นแล้วก็รู้ได้ชัดว่าเป็นสมุนไพรสำหรับตุ๋นตาไม่รู้ว่าคนก่อนหน้านี้เอามาเก็บเอาไว้พร้อมกับอาวุธพวกนี้หรือเปล่าแต่ดูเหมือนว่าทั้งหมดมันยังใช้การได้อยู่

            เหวินเหวินที่มองไปยังอาเค่อเขาเก็บสมุนไพรทั้งหมดเอาไว้กับตัวไปก่อนอย่าหาว่าเขาขี้ขโมยโดยไม่ขอเจ้าของที่แท้จริงเลย แต่ปล่อยเอาไว้อย่างนี้ก็ไม่ได้ใช้การอยู่ดีเหวินเหวินที่เก็บสมุนไพรกระสอบสุดท้ายก็เห็นบางอย่างที่ซ่อนอู่ใต้ก้นกระสอบทั้งสามสิบที่กดทับเอาไว้

            แสงระยิบระยับสีฟ้าที่เด่นออกมาจนทำให้เขาหยิบขึ้นมาดูอย่างเสียไม่ได้

            เป็นแร่ที่สวยที่สุดที่เคยพบมาเลย

            เหวินเหวินคลี่ยิ้มกว้างก่อนจะเพ่งมองมันอย่างพิจารณาฝั่งตรงข้ามสายตาที่เขาเห็นกลับเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอชายหนุ่มลดแร่สีฟ้าในมือลงก่อนจะเดินไปหาสิ่งนั้นสองขาที่นั่งพับลงเพื่อมองของตรงหน้าอย่างพิจารณา

            โครงกระดูก

            ไม่อยากจะคิดอะไรที่มันไม่ดีหรอกนะทำไมถึงมีคนมาเสียชีวิตที่นี่ได้กันล่ะ อาจจะเฝ้าคลังอาวุธนี้ หลงเข้ามาหรือเพียงแค่…

            ความคิดที่กำลังสันนิฐานหยุดชะงักลงเมื่อเหลือบไปเห็นสิ่งที่อยู่ในมือโครงกระดูกชิ้นนี้ม้วนกระดาษคล้ายแผนที่อะไรสักอย่างที่เหมือนว่าร่างนี้ยามก่อนตาได้ถือมันไว้แน่นจนไม่คลายออกถึงแม้จะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม

            ไม่รอช้าที่ชายหนุ่มจะเอื้อมไปแกะโครงกระดูกข้อมือนั้นให้หลุดออกจากม้วนกระดาษออกมาเพื่อคลี่ดูแผนที่บางอย่างที่มีรอยขาดทั้งสองแผ่นที่ถูกม้วนติดกันจนไม่สามารถเดาเส้นทางที่แน่ชัดออกได้ทำเอาชายหนุ่มเริ่มขมวดคิ้วงงกับมัน

            ครั้นหันมองไปยังเหล่าสัตว์ๆและอาเค่อทั้งหมดก็ดูเหมือนจะไม่เจอเบาะแสอะไรเพิ่มเติมต่างก็รอตนให้ออกไปจากตรงนี้พร้อมกันพอรู้ว่าเริ่มถูกกดดันมีหรือที่ทหารหนุ่มจะนิ่งเฉยเขาที่เก็บสัมภาระทั้งหมดเสร็จก็รีบลุกวิ่งออกไปหาทั้งสามและเดินนำออกจากบริเวณโพรงใต้สุสานแห่งนี้

            ไม่มีโจรป่าอย่างที่เขาหวาดกลัวก็ถือว่าดีเท่าไหร่แล้ว

            ทันทีที่อาเค่อที่เดินรั้งท้ายขึ้นมาจากหลุมสำเร็จเหวินเหวินตัดสินใจดึงแท่งกลไกที่ซ่อนอยู่หลังป้ายสุสานอีกครั้งให้ประตูปิดลงเขาที่เหลือบมองแผนที่ที่ไม่สามารถอ่านมันออกได้ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดเบาๆ

            ตอนนี้สิ่งที่ควรสนใจเป็นกำไลต้าฉีและมีดเปื้อนเลือดเล่มนี้ต่างหาก

            เหวินเหวินหยิบกำไลและมีดขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งเขาที่มองสลับกันไปมาก่อนจะหันไปหาอาเค่อเพื่อขอความช่วยเหลือเด็กหนุ่มชาวโหรวหรานที่ส่าหน้าใส่เขาเพื่อเป็นคำตอบว่าการไขคดีไม่ใช่สิ่งที่อาเค่อถนัดนัก

            ทหารอย่างเหวินเหวินก็เช่นกัน

            “ข้าจะลองสันนิฐานคร่าวๆนะ”เหวินเหวินเอ่ยขณะที่เริ่มเดินออกไปจากบริเวณสุสาน โดยที่ไร้จุดมุ่งหมายในตอนนี้เขาที่คิดว่าอู่แต่ในสุสานอาจจะทำให้คิดอะไรไม่ออกก็เป็นได้ครั้นว่าจะออกไปเขตชุมชนก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำในตอนสืบคดีทั้งๆที่มือยังถือมีดเปื้อนเลือดแบบนี้

            “ต้าฉีอาจจะมาจากแคว้นฉี ผู้เป็นเจ้าของกำไลเล่มนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ อืมม.. ไม่รู้สิ” เหวินเหวินนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะหันไปทางอาเค่อ“บางครั้งอาจจะเป็นแค่การล้างแค้นแทนกัน เพราะคนในราชวงศ์บาดหมางกันเองก็ได้นะ

            เพียงที่พูดออกไปอาเค่อก็ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเริ่มเอ่ยปากออกมา เสียงสุนัขที่วิ่งมาดังขึ้น เหวินเหวินที่หันมองสุนัขปริศนาคาบจดหมายมาให้เขา เหวินเหวินมองเล็กน้อยก่อนจะดึงจดหมายออกจากปากมันเพื่อคลี่ขึ้นมาอ่าน

            ถึงชายแปลกหน้าคนรู้จักเจ้านายข้า

            ตอนนี้ข้าอยู่ที่ป่านอกเมืองพร้อมกับผู้ต้องสงสัยนิ้วก้อยขาดตามคำขอของท่าน ขอให้ท่านรีบมาโดยสั่งการเจ้านี่ให้วิ่งมาหาข้า

เฉียน เฟยหมิง
            "ป่านอกเมืองอย่างนั้นหรือ" เหวินเหวินทวนขอ้ความในจดหมายเบาๆ ก่อนจะพับเก็บเอาไว้แบบเดิม เขาที่เริ่มออกเดินทางต่อโดยมุ่งหน้าไปยังป่านอกเมืองตามที่บุคคลปริศนาได้บอกเขาเอาไว้ เพียงครู่ที่เดินทางได้ไม่ถึงเค่อ อาเค่อก็เอ่ยปากบอกเขาถึงเรื่องที่อากจะบอกเมื่อครู่นี้

            "พี่เหวิน ไม่คิดว่าอาจจะเกี่ยวกับคุณชาย หานต้าฉี ที่เจ๋าอี้ บอกก่อนหน้านี้บางหรือ"





@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x50
x324
x107
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x9
x27
x50
x20
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x30
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x42
x42

59

กระทู้

1039

โพสต์

54หมื่น

เครดิต

ก็มาดิครับ

เงินชั่ง
101406
เงินตำลึง
567560
ชื่อเสียง
206533
ความหิว
883

ตราหนูตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
5358
ความชั่ว
5550
ความโหด
7992
หนูเทา
เลเวล 1

สรวงสุรางค์

ข้าอยากผจญภัย!
pet
โพสต์ 2018-11-4 14:33:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2018-11-5 08:47
ฝึกเคล็ดวิชาทานตะวัน
ขั้นที่ 1 : วันที่ 1

          ระหว่างทางจู่ๆ เส้าเทียนที่ควานหาตำราตัวเบาขั้นสูงที่รวบรวมมาได้ครบ อ่า..เจอแล้ว ในจังหวะที่ร่างสูงหยิบตำราขึ้นมากลับพบว่ามันไม่ใช่ตำราตัวเบาขั้นสูงที่เขาหาอยู่ แต่เป็นเคล็ดวิชาทานตะวัน?

          แล้วเคล็ดวิชาทานตะวันมันคืออะไร ทำไมมาอยู่ในกระเป๋าของเขาได้กัน ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนที่เจ๋อข่ายจะหันมาถาม “เส้าเทียนพวกเราจะเดินทางไปไหนต่อรึ” เสียงหวานเอ่ยถาม นัยน์ตาสีอำพันเหลือบเห็นตำราที่ชายหนุ่มถืออยู่แต่มองเห็นตัวอักษรไม่ชัด เจ๋อข่ายไม่ได้ถามสิ่งที่อยู่ในมือเส้าเทียนเพราะเขาคิดว่าคงเป็นเคล็ดวิชาไม่ก็คัมภีร์ต่างๆที่ร่างสูงชอบนั่งอ่าน

          ร่างสูงที่กำลังเปิดอ่านคร่าวๆได้ยินเสียงสหายจึงเงยหน้าขึ้นมอง “อืม เดี๋ยวไปแวะพักข้างหน้าก็ได้” เขาตอบ แล้วหันกลับมาสนใจกับสิ่งที่อยู่ในมือต่อ ชายหนุ่มไล่นัยน์ตาเพ่งอ่าน..
          อยากเทพ จงตัดทุกปัญหา

          สามารถโคจรขับเคลื่อนลมปราณได้อย่างรวดเร็ว รุนแรง มิอาจยับยั้ง ...การสำเร็จวิชานี้จะต้องตอน

          ตอน...นี่มันวิชาอะไรกัน!!! เขาไม่เห็นจะเคยได้ยินวิชานี้เลยสักนิด แถมยังเป็นเรื่องที่น่าขันสิ้นดี เขาเปิดอ่านตำราหน้าอื่นๆ เนื้อหาภายในล้วนเป็นขั้นตอนการฝึกวิชา แต่พอดูไปๆ..ก็ฝึก ลมปราณจะรวดเร็วขึ้น

          หากตอนก็เท่ากับว่าตัวเองละทิ้งความเป็นบุรุษ ประหนึ่งคนไร้เพศ สตรีก็ไม่ใช่บุรุษก็ไม่เชิง เหล่ากับพวกขันที แน่นอนเส้าเทียนมีความมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนวิชา… แต่ต้องตอน มันค่อนข้างที่จะเหนือความคาดหมายของเขาไปหน่อย หากตอน.. เขาก็มิสามารถมีลูกได้ ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้เส้าเทียนคิดหนัก ไม่มีบุตร..ไม่มีภาระ

          “.....”

          ราวกับมีบางอย่างดลใจให้เส้าเทียนเลือกที่จะฝึกวิชาทานตะวัน เขาลุกขึ้นก่อนที่จะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ “ข้าขอตัวไปทำธุระสักหน่อย..”

          ไป๋เหยียนเฟยเลิกคิ้ว “ทำธุระอันใด หรือเจ้าจะไปหว่านแหหาปลาอีก?”

          “เปล่า” ร่างสูงส่ายหัว

          “อ้าว แล้วเจ้าจะไปไหน” เจ๋อข่ายพูดแทรกขึ้นมาอย่างสงสัย ใบหน้างดงามกระพริบตาปริบๆ พลางคลี่พัด

          “ไปฝึกวิชาน่ะ” เส้าเทียนบอก “หรือพวกเจ้าจะตามมาก็ได้นะ เพราะกันคนไม่ให้เข้ามารบกวนข้าระหว่างที่กำลังฝึก”

          “อ่อฝึกวิชา.. เอาแบบนั้นดีกว่า เดี๋ยวพวกเราจะกันไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนเจ้าระหว่างที่ฝึก เป็นวิชาอะไรกัน~ แถมตอนนี้เจ้าก็มีตัวเบาขั้นกลางแล้ว ก้าวหน้าขึ้นเยอะเลยนะสหาย” เจ๋อข่ายหัวเราะอย่างมีจริตก่อนจะโบกพัด

          “.....” เด็กหนุ่มมอง เขาไม่ได้พูดอันใด

          “ตามนั้น”

……………………………………………………….


           หลังจากนั้นเส้าเทียนก็เขามาในสุสานประจำเมืองหลันเยี่ย เพราะในการฝึกเขียนไว้ว่าจำเป็นต้องฝึกที่สุสานไม่ก็ถ้ำที่มีพลังงานด้านลบ ดีนะตอนนี้ไม่มีผู้คน เฮ้อ เข้ามาฝึกในสุสานก็รู้แปลกๆ พวกเจ๋อข่ายเฝ้าอยู่ด้านนอกไม่ให้มีคนเข้ามารบกวนเขา ก่อนอื่นเส้าเทียนหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มเพราะดูท่าจะฝึกยาว ร่างกายต้องการน้ำให้เพียงพอ.. เปล่า เขาหิวน้ำเอง

          เขามองหาจุดที่ตัวเองจะลงไปนั่งสมาธิ จากนั้นร่างสูงจึงนั่งลงบนพื้นดินบริเวณสุสาน เขานั่งสมาธิรวมลมปราณไปที่จุดหยินเหมิน

          เส้าเทียนค่อยๆรวบรวมลมปราณไปบริเวณจุดหยินเหมิน เป็นครั้งแรกที่เขาควบคุมลมปราณไปที่จุดอื่น ต้องตั้งสมาธิให้มั่น ห้ามนึกถึงสิ่งอื่นใด มิเช่นนั้นธาตุไฟอาจเข้าแทรกได้

          โครจลมปราณ...

          สายลมปลิวพัดเศษซากใบไม้ที่ร่วงโรยมาแถวๆบริเวณที่เส้าเทียนนั่งสมาธิ ร่างสูงไม่กระดิกตัวหรือลืมตาใดๆทั้งสิ้นปล่อยให้เศษฝุ่นเกาะ หากเลือกที่จะกระทำสิ่งใดที่ตัวเองยึดมั่นแล้ว เส้าเทียนก็ไม่สนใจสิ่งอื่นรอบตัว ยกเว้นแต่การฝึก

          เขานั่งสมาธิอย่างตั้งมั่นและมุ่งมานะ ในการฝึกวิชาทานตะวันเป็นอย่างมาก

          ในเมื่อชายหนุ่มเลือกที่จะตัด... ก็ต้องฝึกขั้นนี้ให้ผ่านเสียก่อน ลมปราณที่เส้าเทียนควบคุมหลอมรวมกันอยู่ที่จุดหยินเหมิน แม้อาจจะมีติดขัดเล็กน้อยสำหรับจุดที่ตัวเองรวมลมปราณ

          "......"

           ทว่าเส้าเทียนก็ไม่ย่องท้อ เขาคิดเพียงสิ่งเดียวต้องรวมลมปราณ.. รวมลมปราณเท่านั้น

           จุดหยินเหมิน

           ใบหน้าคมคายมีเหงื่อออกเปรอะปลายทั่วใบหน้า จากการฝึกที่ตัวเองกระทำ ทำใจให้สงบ

แสดงความคิดเห็น

(( ทานตะวัน(ขั้น1) (5) 1/5 )) โ   โพสต์ 2018-11-5 13:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ความหิว -220 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -220 + 5

ดูบันทึกคะแนน

นี่ลูกหรือนักโทษ..ตามติดชีวิตเปลี่ยน
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปีกผีเสื้อมายา
ชุดมารจื่อเซ่อ
ดาบราชันย์ทุ่งหญ้า
ตำราข่านผู้ยิ่งใหญ่
หน้ากากพุทธะ
ปิ่นเหมยกุ้ย
ฝ่ามือพิษงูทวาร
ปราณทานตะวัน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x1
x50
x4
x2
x5
x2
x1
x4
x1
x6
x1000
x500
x496
x425
x1000
x111
x15
x30
x665
x6
x8
x13
x2
x1
x6899
x100
x390
x4
x2
x997
x30
x454
x12
x1500
x1
x420
x766
x1040
x556
x108
x489
x431
x1
x1
x116
x6
x100
x4995
x20
x15
x100
x20
x15
x5
x5
x9999
x539
x10
x18
x10
x30
x19
x434
x24
x500
x218
x7144
x9999
x205
x161
x1
x400
x2
x260
x32
x174
x2835
x1
x133
x7880
x1100
x28
x7
x1
x3
x1351
x105
x2
x1100
x10
x10
x15
x1
x9999
x468
x201
x110
x977
x13
x2
x17
x4
x11
x56
x159
x619
x97
x171
x324
x2
x1577
x9999
x1
x9999
x1
x53
x37
x1315
x6
x510
x15
x30
x166
x7
x19
x130
x11
x5
x3
x1
x315
x175
x2
x1730
x4
x3
x360
x190
x24
x88
x13
x8
x15
x6
x35
x118
x367
x13
x4
x127
x449
x4599
x10
x8233
x325
x14
x17
x240
x9999
x472
x9
x12
x25
x15
x2900
x6
x7
x84
x962
x9999
x139
x1085
x758
x195
x1896
x9999
x554
x332
x3485
x9999
x6552
x4800
x17
x5221
x101
x189
x23
x1
x100
x6
x231
x72
x70
x96
x150
x17
x8125
x9999
x7756
x5424
x928
x170
x75
x9999
x944
x269
x15
x9999
x5506
x9999
x930
x1398
x9958
x799
x255
x652
x312
x5800
x1105
x505
x67
x2028
x63
x1679
x507
x275
x721
x3347
x72
x690
x8210
x2220
x141
x3000
x8494
x306
x1005
x804
x8104
x1491
x475
x1

59

กระทู้

1039

โพสต์

54หมื่น

เครดิต

ก็มาดิครับ

เงินชั่ง
101406
เงินตำลึง
567560
ชื่อเสียง
206533
ความหิว
883

ตราหนูตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
5358
ความชั่ว
5550
ความโหด
7992
หนูเทา
เลเวล 1

สรวงสุรางค์

ข้าอยากผจญภัย!
pet
โพสต์ 2018-11-5 05:57:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2018-11-5 11:09
ฝึกเคล็ดวิชาทานตะวัน
ขั้นที่ 1 : วันที่ 2



          “.....”

          ฝึกวันแรกเล่นเอาเขาปวดไปทั้งตัว(?) เส้าเทียนกลับออกมาจากสุสาน เพื่อไปหาอาหารทานกับเหล่าสหายที่รออยู่ข้างนอก ร่างสูงลุกขึ้นจากพื้นดินแล้วมุ่งหน้าเดินไปตรงที่ ที่พวกเจ๋อข่ายเฝ้าอยู่ เขาคิดไว้ว่าหากทานอาหารเสร็จถึงจะค่อยกลับมาฝึกวิชาทานตะวันต่อ แต่ตอนนี้ต้องหาอาหารใส่เข้าทางซะก่อน ส่วนเรื่องสัญญาจ้างเขาแทบจะลืมสนิทว่าต้องออกไปตกปลา หว่านแหแถวๆทะเล ปลาทูน่าหายากสิ จนเส้าเทียนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยถึงปานกลาง ขายาวก้าวออกมานอกสุสานก็เห็นร่างระหงเองกายพิงต้นไม้อยู่ข้างๆจวินจื่อ

          ข้างๆมีม้าฮั่นเสียทองอยู่

          โจว เจ๋อข่ายได้ยินเสียงฝีเท้าจึงลืมตาขึ้น เขานั่งหลับเล่นๆฆ่าเวลารอเส้าเทียนฝึกวิชาอยู่ในสุสาน เขาค่อนข้างรู้สึกแปลกใจ เหตุใดต้องมาฝึกอยู่ในสุสานที่มีศพคนตายด้วยกัน เป็นวิชาแบบไหน ถึงพยายามคะยั้นคะยอซักถามอย่างไร อีกฝ่ายก็ไม่ยอมปริปากพูดสิ่งใดตอบกลับมานอกจากพูดประโยคเพียงสั้นๆว่า ‘ฝึกวิชา’ เขาก็รู้ว่าฝึกวิชา… แต่แค่สงสัยเฉยๆ วิชาไรฟร่ะ!!! ไม่บ่งไม่บอกเลยสักนิดเดียว

          “ฝึกเสร็จแล้วหรอ หน้าตาเจ้าดูอิดโรยนะ” เสียงหวานถามขึ้น ก่อนจะลุกจากบริเวณที่ตนเองนั่ง แล้วเดินไปหาเส้าเทียน มือเรียวบางค่อยๆหยิบใบไม้ร่วงแห้งๆออกจากผมสีดำขลับของร่างสูง “เจ้าไม่คิดจะปัดผมตัวเองหน่อยหรือไง หน้ามีแต่เศษฝุ่น” เจ๋อข่ายเริ่มบ่น เมื่อหยิบใบไม้แห้งออกจากหัวอีกฝ่ายจนหมด เขาก็นำผ้าเช็ดหน้าลายดอกท้อเช็ดเศษฝุ่นให้ร่างสูง ที่ยืนนิ่งๆให้เจ๋อข่ายเช็ดออก

          “....หิว” เส้าเทียนเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ร่างสูงยืนให้สหายร่างเล็กปัดเศษฝุ่นออกจนหมด

          “หิว? แถวนี้ไม่มีอะไรกินซะด้วยสิ โรงเตี๊ยมก็อยู่ตั้งไกล เอาเป็นว่าในกระเป๋าเจ้าตอนนี้มีพวกวัตถุดิบเหลืออยู่เยอะไหม เดี๋ยวข้านำอาหารให้เจ้าทาน น้องหวังด้วย บ่นๆว่าหิวเหมือนกับเจ้าเป๊ะ” เจ๋อข่ายเอ่ยถามอีกครั้ง ก่อนจะไม่รอช้ามือเรียวหยิบกระเป๋าของเส้าเทียนมาเปิดดูหาวัตถุดิบสำหรับทำอาหารให้บุรุษทั้งสอง

          “ก็พอมีเหลืออยู่” ร่างสูงตอบนิ่งๆ ปล่อยให้เจ๋อข่ายจัดการทำอาหารไป เส้าเทียนเดินไปเล่นกับหย่งฟาง ม้าฮั่นเสียทองที่เขาเอ็นดูในบรรดาสัตว์เลี้ยงทุกตัว แต่หากเป็นอันดับหนึ่ง.. เป็นสัตว์ตัวใดไปไม่ได้นอกจากพิราบขาวนวลสีขาวบริสุทธิ์ เยี่ยซิว

          หวังจวินจื่อเงยหน้าขึ้นมองเจ๋อข่าย เขาได้ยินเสียงของทั้งสองคนคุยกันเรื่องอาหาร วัตถุดิบทำนองนี้ “พี่โจวจะทำอาหารรึขอรับ” เสียงแตกหนุ่มถามร่างระหงที่เหมือนกำลังทำอะไรบางอย่าง

          “ใช่แล้ว!!” เจ๋อข่ายตอบอย่างเริงร่าที่ตนเองจะได้ทำอาหาร ปกติเส้าเทียนไม่ค่อยให้เขาทำอาหารสักเท่าใดนักหรอก ไม่ซื้อกินก็ไปหาทานในโรงเตี๊ยม

          ทั้งที่ความจริงเจ๋อข่ายก็ทำอาหารเป็นรสชาติไม่ได้แย่ รับประทานได้ แม้จะไม่อร่อยเท่ายอดฝีมือหรือคนที่เป็นพวกพ่อครัวก็เถอะ “น้องหวังอยากทานอาหาร.. แบบใดเป็นพิเศษหรือเปล่าจ้ะ~” แย้มยิ้มมอง ก่อนจะเหลือหาผักที่ยังพอใช้ได้อยู่ แม้ส่วนใหญ่จะเกือบเน่าก็ตามที ซื้อมาก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า เอาเมนูอะไรดีน้าาาา เจ๋อข่ายครุ่นคิด

          “ไม่มีเป็นพิเศษหรอกขอรับ ข้าทานได้หมด” จวินจื่อเอ่ยตอบเป็นเรื่องปกติที่เด็กหนุ่มจะไม่เลือกทานอยู่แล้ว ผลไม้ป่าก็ทานได้ แม่หมาป่าสอนไว้ อย่าเลือกกิน จึงยึดมั่นในคำสอนตลอดมา เป็นคนว่านอนสอนง่าย…

          “อ่าห๊า~” ร่างระหงพยักหน้ารับ แต่ไม่ได้เงยหน้ามองอีกคน เขายกคงคัดเลือกวัตถุดิบต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเจ๋อข่ายก็เตรียมวัตถุดิบที่จะทำอาหารพร้อมแล้ว มือเรียวลูบๆที่ผัก สงสัยต้องเอาน้ำมาล้างก่อน


          เส้าเทียนรอสหายของตนเองทำอาหารด้วยใบหน้าราบเรียบ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วพร้อมกับจานอาหารที่ยกมา ตะเกียบ..พร้อม มือหนาคีบเส้นหมี่ซัวใส่เข้าปาก รสชาติที่เจ๋อข่ายทำก็ไม่ได้แย่… ก่อนจะหันมองจวินจื่อที่พึ่งได้จานอาหาร

          ร่างสูงรีบทานจนหมดจานจากนั้นก็เดินเข้าไปในสุสานเดิม เดินผ่านหลุมมากมาย เขากลับไปหาที่นั่งตรงจุดเดิม

          ชายหนุ่มควบคุมแล้วโครจลมปราณไปที่จุดหยินเหมิน นั่งสมาธิรวมลมปราณไปที่จุด..จุดเดียว ต้องตั้งมั่นกว่านี้

          "......"

          เพ่งสติ.. เขาไม่ได้เกร็งตัวแต่ปล่อยไปเป็นธรรมชาติ

          ลมปราณหลอมรวม..อีกครั้ง จุดหยินเหมิน รวบลมปราณไปเรื่อยๆ แม้จะเป็นยามวิกาลแล้วก็ตาม ในสุสานที่เงียบสงัดไร้ซึ่งผู้คนมีเพียงแค่เส้าเทียนที่มานั่งอยู่คนเดียว

          ใบหน้าคมคายนัยน์ตาปิดสนิท เขาละทิ้งปล่อยวางความรู้สึกที่อื่น เพื่อที่จะได้มีสมาธิกับการฝึกวิชา

แสดงความคิดเห็น

(( ทานตะวัน(ขั้น1) (5) 2/5 )) โ   โพสต์ 2018-11-5 13:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -216 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -216 + 5

ดูบันทึกคะแนน

นี่ลูกหรือนักโทษ..ตามติดชีวิตเปลี่ยน
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปีกผีเสื้อมายา
ชุดมารจื่อเซ่อ
ดาบราชันย์ทุ่งหญ้า
ตำราข่านผู้ยิ่งใหญ่
หน้ากากพุทธะ
ปิ่นเหมยกุ้ย
ฝ่ามือพิษงูทวาร
ปราณทานตะวัน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x1
x50
x4
x2
x5
x2
x1
x4
x1
x6
x1000
x500
x496
x425
x1000
x111
x15
x30
x665
x6
x8
x13
x2
x1
x6899
x100
x390
x4
x2
x997
x30
x454
x12
x1500
x1
x420
x766
x1040
x556
x108
x489
x431
x1
x1
x116
x6
x100
x4995
x20
x15
x100
x20
x15
x5
x5
x9999
x539
x10
x18
x10
x30
x19
x434
x24
x500
x218
x7144
x9999
x205
x161
x1
x400
x2
x260
x32
x174
x2835
x1
x133
x7880
x1100
x28
x7
x1
x3
x1351
x105
x2
x1100
x10
x10
x15
x1
x9999
x468
x201
x110
x977
x13
x2
x17
x4
x11
x56
x159
x619
x97
x171
x324
x2
x1577
x9999
x1
x9999
x1
x53
x37
x1315
x6
x510
x15
x30
x166
x7
x19
x130
x11
x5
x3
x1
x315
x175
x2
x1730
x4
x3
x360
x190
x24
x88
x13
x8
x15
x6
x35
x118
x367
x13
x4
x127
x449
x4599
x10
x8233
x325
x14