ดู: 1064|ตอบกลับ: 49

{ เมืองอู๋เว่ย } สำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำราม

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-7-8 20:47:46 |โหมดอ่าน







สำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำราม เป็นสำนักคุ้มภัยที่เปิดมาหลายชั่วอายุคน
มีชื่อเสียงที่สุดในแผ่นดิน เชื่อถือความปลอดภัยที่สูงในการคุ้มกัน
แต่ทว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นเมื่อยี่สิบหกปีก่อน เป็นเหตุทำให้เขาต้องปิดสำนักคุ้มภัย
ด้วยหมิงจงฉางปฏิญาณต่อตัวเองไว้แล้วว่า หากเขาหาลูกชายกลับมาเมื่อไหร่
เขาจะต้องอุทิศตัวให้มากขึ้นเพื่อเปิดสำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำรามอีกครั้ง


เจ้าบ้านคนปัจจุบัน
อุปนิสัย :: หนักแน่นจริงจังรักพวกพ้องและให้ความสำคัญกับครอบครัว  เด็ดขาดและรักษาสัจจะเสมอโดยเฉพาะกับเรื่องงาน แถมเป็นศิษย์สำนึกสำนักหัวซาน

มีบุตรชายกับหว่านจวงลี่ หนึ่งคนชื่อ หมิงจงลู่ ตอนนี้แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นหากแต่ไม่ได้ทำให้ความเก่งกาจของเขาน้อยลงแต่อย่างใด พร้อมกับมีบุตรสาวบุญธรรมหนึ่งคนนามว่า หลิงผิงผิง 


ฮูหยินเจ้าสำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำราม
หมิงฮูหยิน { หว่าน จวงลี่ }

อุปนิสัย :: เป็นสตรีที่อ่อนโยน เป็นแม่บ้านแม่ศรีเรือน มีน้ำใจเมตตาดุจเทพธิดา ชื่นชอบการช่วยเหลือคนยากไร้ต่างๆ และหลายครั้งในสมัยก่อน หญิงสาวเห็นบางคนเดือดร้อนในการคุ้มกัน แต่ฐานะยากจนนักจึงมักขอสามีนางให้ช่วยเหลือโดยไม่คิดเงินเสมอ

หมิงฮูหยินรักและห่วงใยบุตรชายมาก นางมักจะหัวเราะและยิ้มได้เสมอเมื่อบุญสาวบุตรธรรมกลับมาและมากลั้นแกล้งหมิงจงลู่ให้เขาคลายคิ้วที่ขมวดกันอยู่




หมิงจงลู่
บุตรชายหมิงจงฉางแห่งสำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำราม

อุปนิสัย :: สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนไม่ชอบโอ้อวดตนเอง พูดจาไพเราะ แต่บางทีก็พูดจาเย็นชาจนน่าใจหายเหมือนกัน... 

ปัจจุบันแม้จะมองไม่เห็นแล้ว หากแต่เขายังคงสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ




พ่อบ้านใหญ่

จู้ อิงเถา


อุปนิสัย :: สุภาพ ละเอียดรอบคอบ จงรักภักดีเป็นที่หนึ่ง สมาชิกในสำนักไม่เคยทอดทิ้งเจ้าสำนักไปไหน แม้จะปิดทำการมาแล้วกว่า 20 ปี ไม่มีใครทราบอายุที่แท้จริงของเขา






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10 ปักแอดมิน

ดูบันทึกคะแนน

ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-4-17 14:28:53


ป้ายประกาศสำนักคุ้มภัยสำหรับเหล่าสมาคมต่างๆ ที่จะมาอาสาคุ้มกันสินค้าเพื่อส่งไปยังที่ต่างๆ
แต่ระวังตัวด้วย การคุ้มกันสินค้าท่านควรตั้งปาร์ตี้ที่ไว้ใจได้ โดยมีหัวหน้าปาร์ตี้เป็นคนที่มีสังกัดสมาคม
ระหว่างทางท่านอาจถูกดักปล้นจากคนสมาคมอื่นที่หมายตาสินค้าชั้นดี หรือ กองโจรต่างๆ





: เงื่อนไขสเตตัส :
- สุ่ม ขึ้นอยู่กับการพบเจอว่าใครเป็นผู้ปล้นหรือมีสมาคม (กิลด์) อื่นติดต่อมาขอปล้นการคุ้มกันเที่ยวนี้ -
-- หากจะแบ่งสินค้าให้คนในปาร์ตี้ช่วยแบก ให้แจ้งใต้โรลเพลย์ของคนแรกด้วย พร้อมแนบไอดี --



(1) คุ้มกันสินค้า : จำนวนเพชร 30,000 เม็ด - โอปอล 10,000 เม็ด
จำนวนครั้งภารกิจ: 1/5 ( สามารถทำได้ 5 ครั้ง แต่หากคนเดิมเป็นหัวตี้ต้องรอดีเลย์ 1 อาทิตย์นั่นเอง )
รางวัล: ( 300 ชั่ง - 3000 ตำลึง - ชื่อเสียงคนร่วมปาร์ตี้ทุกคน 300 แต้ม - ชื่อเสียงชุมนุม 10,000 แต้ม )
สถานที่เป้าหมาย: แคว้นโหรวหร่าน | สมาคมทูเอ้อห์ซาน


(1) คุ้มกันสินค้า : กระสอบข้าวสาร 100,000 กระสอบ และ กระสอบใบชา 100,000 กระสอบ
จำนวนครั้งภารกิจ: 3/5
รางวัล: ( 300 ชั่ง - 3000 ตำลึง - ชื่อเสียงคนร่วมปาร์ตี้ทุกคน 300 แต้ม - ชื่อเสียงชุมนุม 5,000 แต้ม )
สถานที่เป้าหมาย: หอว่านหงเหริน | นครฉางอัน



(3) ช่วยก่อสร้าง : ทางเคหาสน์ตระกูลหู มีแผนจะบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อจัดตั้งศูนย์บำบัดคนติดฝิ่น
สมาคมที่สนใจสามารถมาแจ้งความสนใจเพื่อเดินทางไปรับงานจากเจ้าสัวหูได้ที่นี่
จำนวนครั้งภารกิจ: 0/1
รางวัล: ( 600 ชั่ง - 5000 ตำลึง - ชื่อเสียงคนร่วมปาร์ตี้ทุกคน 300 แต้ม - ชื่อเสียงชุมนุม 5,000 แต้ม )
สถานที่เป้าหมาย: เคหาสน์ธารฟ้า ตระกูลหู | เมืองซีฝู่


{ การใช้บอร์ดประกาศข่าว }
(1) เขียนโรลเพลย์อ่านป้ายประกาศหน้าสำนักคุ้มกัย
(2) เขียนโรลเพลย์แจ้งคนดูแลป้ายประกาศที่ยืนเฝ้า "เพิ่มโค้ต (ปุ่ม <>)" ครอปประโยคประกาศที่เราจะดึง
(3) 1 ป้ายประกาศต่อ 1 เพลย์เยอร์เท่านั้น (ปาร์ตี้ต่อไปก็ต้องเปลี่ยนหัวตี้) ทำได้คนละ 1 ใบคุ้มกันเท่านั้น
(4) หลังรับเควสคุ้มกันภัยแล้ว ให้ท่านรอเควสต่อด้านหน้าสำนักคุ้มภัย ไม่สามารถไปไหนได้




←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x9999
x30
x4
x25

60

กระทู้

308

โพสต์

7หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
45606
เงินตำลึง
9157
ชื่อเสียง
32057
ความหิว
793

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
594
ความชั่ว
0
ความโหด
243
พิราบขาว
เลเวล 1

ปิงเยว่

"บทกวีของข้าจะนำทางท่าน"
pet
โพสต์ 2018-7-9 15:18:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HongYijiang เมื่อ 2018-7-10 00:50

             หลังจากผ่านมาได้ระยะหนึ่งพวกของอี้เจียงก็มาถึงกับหน้าประตูของสำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำราม เห็นกับประตูขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า                               "มาถึงซะที อยู่ซะไกลเชียวนะ เล่นตัวขนาดนี้ขอให้อยู่ที่นี่ทีเถ๊อะ" หลง จิ่วเอี้ยนยกน้ำขึ้นมาดื่มเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อ

                          "ทิวทัศน์ที่นี่ก็สวยเหมือนกันนะเจ้าคะ..." อี้เจียงพูดพลางมองไปรอบๆช้าๆด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนพิจารณาอะไรบางอย่างอยู่

                          "เอาล่ะ เรามา..." ก่อนที่จิ่วเอี้ยนจะพูดอะไรออกมาเขาก็เงียบไปพลางชี้ไปที่หน้าประตู

              แต่ดูเหมือนที่ประตูจะมีป้ายติดว่า ‘ปิดทำการ ไม่มีกำหนด’

                          "เอาไงกันต่อดีล่ะ?" หลงจิ่วเอี้ยนมองด้วยความงุนงงเล็กน้อย แต่เด็กสาวที่อยู่ข้างๆกลับเดินไปด้านหน้าแล้วเคาะประตูในทันที

                           ก๊อกๆๆๆ           

                          "มีใครอยู่รึเปล่าคะ---?" เมื่ออี้เจียงพูดจบเธอเงียบไปสักระยะหนึ่ง...

                           ก๊อกๆๆๆ

                หลังจากนั้นไม่นานประมาณ 1 เค่อ ก็มีคนเปิดประตูออกมาดูเป็นชายหนุ่มที่ดูสงบตลอดเวลา

                         "สำนักคุ้มภัยปิดทำการขอรับ พวกท่านมีเรื่องอันใดหรือเปล่าขอรับ?" ชายคนนั้นพูดด้วยท่าทีที่ดูสุภาพและให้เกียรติพอสมควร

                         "ขอโทษที่รบกวนนะเจ้าคะ แต่ว่า ข้ามีเรื่องสำคัญจริงๆ เกี่ยวกับผู้ปองร้ายที่คิดจะทำลายตระกูลหมิงเจ้าค่ะ" อี้เจียงจ้องตาของอีกคนด้วยสายตาที่จริงใจและมุ่งมั่น ชายที่ดูสุภาพมองกลับนิ่งๆก่อนที่จะตอบกลับไป

                         "ถ้าอย่างนั้น... ขอเชิญท่านทั้งสองเข้ามาก่อนนะขอรับ..." เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆก่อนจะเดินนำเข้าไป

                อี้เจียงและจิ่วเอี้ยนพยักหน้าให้แล้วเดินตามไปเรื่อยๆจนถึงกับห้องโถงใหญ่ที่ดูกว้างและการตกแต่งที่สบายตา


                          "รออยู่ที่นี่สักครู่นะขอรับ"

                ชายคนนั้นกล่าวก่อนจะเดินออกไป ส่วนอี้เจียงและจิ่วเอี้ยนต่างนั่งรอกันอยู่นิ่งๆจนเวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป ชายตาเดียวคนนึงก็เดินเข้ามา


                           "เอาล่ะ.. มีอะไรก็ว่ามา..." ชายคนนั้นนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามจ้องไปที่อี้เจียงอย่างไม่ลดละด้วยความรู้สึกเคลือบแคลงสงสัย แต่เด็กสาวตรงหน้ากลับมองตอบด้วยดวงตาที่มุ่งมั่นและจริงใจไม่เกรงกลัวต่อคนตรงหน้า แต่ก็ไม่เหย่อหยิ่งไม่ดูแข็งกร้าวเกินไป


                           "ก่อนอื่น ข้าขอสาบานต่อฟ้าดินว่าเรื่องที่ข้าพูดทั้งหมดต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง... ในระหว่างที่ข้ากำลังไปตามหาเด็กที่หายตัวไปที่สุสานไท่ฮั่นเมืองเจียงเยี่ย ข้าก็ได้ยินกลับกลุ่มคนลึกลับที่พูดคุยกัน คนส่งข่าวได้บอกข่าวว่า'เจ้าสำนักคุ้มภัยแห่งอู๋เว่ยกำลังตามสืบเรื่องทายาทที่หายไปในทะเลทรายหลายสิบปีก่อน' แล้วหลังจากนั้นชายที่ถูกเรียกว่าประมุขหวังก็ตอบกลับไปอย่างกำชับว่า 'ให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามให้จงลู่รู้' เมื่อกำชับเสร็จก็ทำการไล่คนส่งสารกลับพรรค ส่วนประมุขพรรคก็สั่งมือสังหารให้มาชิงลงมือกับตระกูลหมิงก่อนพวกเขาจะรู้ว่าจงลู่คือลูกชายของเขา... ซึ่งเท่าที่ข้ารู้มีชายชุดดำมีวิชาตัวเบาอย่างน้อยสามคนที่กำลังเดินทางมาที่นี่ แต่ว่าข้ากับพี่ชายที่ได้ยินข่าวเดินทางมาทางม้าเร็วและรถม้าเร็วเลยทำให้มาถึงก่อน เลยคิดจะแจ้งข่าวก่อนเกิดเรื่องแย่ๆเกิดขึ้น ข้าอยากให้พวกท่านระวังตัวเตรียมรับมือให้ดี ข้ารู้ว่าท่านไม่ใช่คนชั่วร้าย ยังไงเสียท่านโปรดพิจารณาด้วยเถอะเจ้าค่ะ”
                          เด็กสาวก้มตัวลงคำนับอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่ดูอ่อนลงด้วยความกลัวใจจิตใจว่าจะเกิดเรื่องที่เธอไม่สามารถปกป้องใครได้เกิดขึ้นอีก....

                         อีกฝ่ายนิ่งอยู่สองเค่อก่อนจะพูดขึ้น

                        "ประมุขหวัง หรือว่าจะเป็นประมุขหวังแห่งพรรคเมฆาหรือเปล่า?" ชายคนนั้นถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

                        "ข้าไม่แน่ใจเจ้าค่ะ เท่าที่จำได้ดูเป็นชายที่ดูแข็งกร้าวและเหี้ยมโหด แต่ก็ดูมีการเจรจาที่ดี สวมชุดสีดำลายทองเจ้าค่ะ.." อี้เจียงตอบตามจริง

                       "ไม่แน่ใจสินะ เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณขอรับ นึกไม่ถึงเขารู้สินะว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่เด็กกำพร้ามีญาติหลงเหลือ ทุกอย่างล้วนเป็นการจัดฉาก หลอกข้าไปส่งสินค้าที่อื่นในระหว่างที่ฮูหยินต้องพาลูกไปเยี่ยมท่านตาท่านยายที่นอกด่าน---"
                        ท่านเจ้าบ้านค่อยๆตั้งสติแล้วเงียบไปก่อนจะกวัวมือเรียกพ่อบ้านแล้วกระซิบอะไรเล็กน้อย

                         "ขอเชิญท่านทั้งสองทางนี้นะขอรับ" ว่าแล้วชายพ่อบ้านก็เดินนำออกไป ก่อนที่อี้เจียงและจิ่วเอี้ยนจะเดินตามเด็กสาวหันกลับมาโค้งให้กับเจ้าบ้านอีกครั้งหนึ่ง

                         "ขอให้รอดปลอดภัยนะเจ้าคะ" หลังจากเธอพูดเสร็จก็เดินตามพ่อบ้านไป แล้วพบกับพ่อบ้านที่ถือกล่องยื่นให้พวกเธอ

                         "ได้โปรดทั้งสองรับของตอบแทนด้วยเถอะขอรับ เป็นค่าน้ำใจที่อุตส่าห์มาถึงที่นี่... รับไว้เถอะนะ"หลังจากที่จิ่วเอี้ยนรับกล่องไว้ชายพ่อบ้านก็โค้งให้กับทั้งสองคนอีกครั้ง

                          "ขอบคุณเจ้าค่ะ" เด็กสาวโค้งกลับเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกจากจวนไปพร้อมกับหลง จิ่วเอี้ยน...ทั้งสองคนนั้นยิ้มด้วยความโล่งอกโล่งใจเป็นที่สุด

                          "ว่าแต่ท่านพี่จิ่วเอี้ยนจะเอายังไงต่อหรือเจ้าคะ?" อี้เจียงถาม

                          "ข้ารึ? อืม.. ข้าก็ว่า ข้าควรที่จะติดตามเจ้าไปต่อสักระยะนั่นแหละ เพราะข้าคิดว่า สักวันเจ้าจะทำให้ความฝันของข้าเป็นจริงได้"ชายหนุ่มตอบ

                          "ความฝัน?" เด็กสาวหันไปมองอย่างสงสัย

                          "ข้าน่ะ อยากเจอคนที่เก่งที่สุดในยุทธจักร และคนที่ข้าเคยเจอ ถ้าเป็นเจ้า เจ้าต้องได้เจอกับเขาในสักวันแน่.." จิ่วเอี้ยนพูดด้วยท่าทีและรอยยิ้มที่ดูมีความหวังมากขึ้น

                          ".... นั่นสินะเจ้าคะ.. " อี้เจียงยิ้มบางๆก่อนจะมองไปยังรอบๆ

                          "ที่นี่สวยจังนะ.."

@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +70 เงินตำลึง +3000 ชื่อเสียง +333 ความหิว -11 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 70 + 3000 + 333 -11 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
รถม้าหรูหรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เตาถานมู่
หายใจใต้น้ำ
ตาสมุทร
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x8
x6
x14
x100
x2
x10
x18
x40
x30
x35
x12
x10
x40
x40
x40
x40
x40
x5
x6742
x10
x30
x1
x30
x1
x1
x30
x26
x52
x30
x3
x1
x6
x60
x7
x18
x70
x1
x1
x1
x70
x684
x132
x1000
x200
x2280
x1000
x3332
x1379
x269
x300
x70
x394
x12
x102
x130
x298
x29
x57
x4
x20
x40
x90
x111
x1
x1
x30
x105
x3
x29
x1
x7
x7
x50
x1
x4

75

กระทู้

844

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
11886
เงินตำลึง
4087
ชื่อเสียง
15782
ความหิว
74

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
518
ความชั่ว
0
ความโหด
0
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2018-9-12 17:59:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2018-9-12 22:47

{ เรื่องราวที่ 3 - บุญคุณความแค้น } บทเพลงสีเลือด
บุพเพยากหยั่งถึง 1.3




สตรีน่ะ! ดุร้ายบอกไว้ก่อน!



      เดินจากจุดเกิดเหตุเกือบครึ่งชั่วยามจึงถึงสำนักคุ้มภัย   เป็นเพราะหลายปีมานี่สำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำรามเก็บตัวเงียบราวพยัคฆ์หลับ  จึงทำให้อันธพาลและคนโฉดหลายคนลืมไปแล้วว่าสำนักนี้เต็มไปด้วยยอดฝีมือเพียงไร   แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าคนของพยัคฆ์คำรามจะโดนรังแกได้ง่ายๆ ในละแวกใกล้เคียงจึงยังนับเป็นเขตปลอดภัยไร้คนมาสร้างเรื่องอยู่

      ประตูไม้ขนาดใหญ่ ด้านบนมีป้ายชื่อที่เขียนด้วยตัวอักษรขึงขังน่าเกรงขาม   แม้ประตูจะปิดเงียบก็ยังเห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีต   สาวใช้เคาะประตูก่อนมีคนมาเปิดให้  เป็นเด็กชายที่ใส่ชุดคนรับใช้  เขาดูจะสงสัยไม่น้อยว่าเหตุให้สาวใช้คนสนิทของฮูหยินถึงกลับมาพร้อมคนนอก   

      “แม่นางน้อยผู้นี้บาดเจ็บเพราะช่วยข้าจากอันธพาลน่ะ” สาวใช้ A อธิบายสั้นๆ  บ่าวรับใช้คนนั้นพยักหน้า

      “ท่านไหวหรือไม่? เดี๋ยวข้าช่วยประคองนางไปหาหมอเอง”

      สาวใช้เลือกคิ้วมองเด็กชายตัวสูงเลยเข่ามาไม่กี่คืบ ก่อนหัวเราะ “อย่าเลย  เจ้าช่วยพาม้าของแม่นางไปหาหญ้าหาน้ำให้แล้วเอาห่อยาไปให้ต้มให้ฮูหยินดีกว่า”

      เมื่อสั่งงานเสร็จนางก็พาแม่นางน้อยตรงไปยังโรงหมอของสำนักคุ้มภัย  ผิงผิงเองก็เอนซบหน้าอกอีกฝ่าย เธอฟิน---

      “ท่านหมอออ” สาวใช้ส่งเสียงเรียก มองซ้ายขวาหาหมอที่ควรจะนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงาน  เผื่อคนในสำนักต้องการความช่วยเหลือ  แต่กลับไม่พบผู้ใด  นางจึงพาแม่นางน้อยไปนอนบนแคร่ก่อนจะเดินไปรอบๆตามหา  แล้วเปิดประตูไปห้องเก็บยา

      “ท่านแอบมาหลับตรงนี้อีกแล้วนะ!!” เสียงใสโวยวายดังแว่ว

      “โอ๊ยๆๆ เจ้าจะดุร้ายใส่หมออย่างข้าไม่ได้นะ...เมื่อคืนข้าโดนลากขึ้นมาทำแผลให้เจ้าพวกบ้าเลือดไม่พอ  ยังมีคนท้องเสียตอนกลางคืนวิ่งมาขอยาจากข้าอีก” เสียงทุ้มกว่าร้องพร้อมแก้ตัว   จากบทสนทนาก็รู้ว่าเวลานี้มีคนกำลังถูกทุบตีในห้องยา

      “ฮึ! ไม่ต้องมาอ้างเลย  ตอนนี้มีคนป่วยมารอให้ท่านรักษาแล้วคนขี้เซา”  สาวใช้ว่าก่อนจะเดินกระทืบเท้าออกมาจากห้องพบว่าแม่นางน้อยที่ทำท่าหมดเรี่ยวแรงมองนางตาแป๋วอยู่  สาวใช้ก็รีบเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นยิ้มแย้มอย่างอ่อนหวานราวดอกไม้ผลิบานทันที
      “แม่นางพักสักครู่ก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าไปแจ้งพ่อบ้านก่อน แล้วจะกลับมา”

      “ขอบคุณนะเจ้าค่ะ” ผิงผิงคานรับแผ่วเบาพลางมองโดยรอบ…

    “....นางไปแล้วหรอ?” เสียงทุ้มกล่าวพร้อมชายคนหนึ่งในชุดบัณฑิตค่อยโผล่หน้าออกจากกรอบประตู   มองไปรอบๆพบว่าคนไปแล้วก็ถอนหายใจแล้วเดินออกมา หูยังมีรอยแดงคล้ายโดนหยิก “อา...แม่นางไม่สบายเป็นอะไรล่ะ?”

    “ข้า.. ไหล่ข้า..” เธอเอ่ยบอกไปเพราะโดนกระแทกที่ไหล่และอาการอ่อนเพลียเนื่องจากเดินทางมาหลายวันและหิวมาก

    “ขออภัยนะแม่นาง” ท่านหมอเดินเข้ามาลองจับๆแขนนางยกขึ้น “แบบนี้เจ็บหรือไม่? หรือว่าเจ็บยามกดอย่างเดียว?”

      “โอ๊ย… เจ็บสิท่าน เบาๆ หน่อย” ผิงผิงร้องเสียงหลง

      “อืม… ถ้ายกแล้วเจ็บแสดงว่าเป็นที่เส้นด้วย…” ท่านหมอลูบคาง  ก่อนจะตรวจชีพจอีกฝ่ายเพื่อดูว่ามีอาการผิดปกติอื่นอีกไหม เสียงทุ้มสอบถามไปด้วย “ท่านเล่าสิว่าระหว่างต่อยตีกับคนอื่นเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

      “อืม… ข้าโดนจับเหวี่ยงกระแทรกกับกำแพงแต่ข้าฝืนร่างกายใช้ตัวเบาหนีไป”

      “....” ท่านหมอครุ่นคิดสักครู่  ก่อนทำตาตกใจมาก  อ้าปากร้องเสียงดัง แล้วชี้ไปทางประตู “นั่น!! ลูกสุนัขตัวนั้นทำไมมีสีขนประหลาดยิ่ง?!”

    “หือ?” ผิงผิงหันไปแต่ไม่เห็นมีอะไรเลย...

      กร๊อก…

      ท่านหมอจับแขนดัดกระดูกและเส้นที่เคลื่อนให้ลงลอกอย่างว่องไวและเชี่ยวชาญราวทำแบบนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

         ผิงผิงร้องเสียงหลงหากแต่ขาของเธอถีบเข้าไปที่ตูดของหมอ--- เพราะมันเผลอจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจ!!!

ท่านหมอพลิ้วหลบได้อย่างสวยงาม  คิดว่าประสบการณ์ทำงานในสำนักคุ้มภัยหลายปีของเขาเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นหรือ? ฮ่า! ถ้าเขาไม่หลับสนิทเขาไม่โดนทำร้ายง่ายๆหรอก  ร่างสูงเดินกลับเข้าห้องยาไปจัดเตรียมสมุนไพรมาช่วยประคบอาการอักเสบ

      “....” ผิงผิงล้มไปนอนบนแคร่ต่อ… เจ้าหมอบ้า! เจ็บจะตายชัก…

      ชายหนุ่มกลับมาโยนลูกประคบให้หญิงสาว แนะนำวิธีการใช้แล้วกลับไปเตรียมต้มยาแก้อักเสบให้อีกฝ่ายกินต่อ  มิใช่ว่าเขาเป็นพวกไม่รับแขกไร้ความเป็นมิตรนะ   แต่...แรงเตะเมื่อครู่ไม่ใช่ธรรมดา  เป็นไปได้เขาก็ห่างๆแม่นางน้อยนี่ไว้ก่อนดีกว่า

      สมัยนี้ผู้หญิงดุร้ายจริงๆ ท่านหมอหนุ่มถอนหายใจ  สตรีอ่อนหวานเรียบร้อยคงเหลือแต่ในตำนานเรื่องเล่าโบราณแล้วกระมัง หลังจากนั้นท่านหมอก็เดินไปอีกห้องส่วนผิงผิงนั้นเพราะเหนื่อยและพบเจออะไรมามากมายในวันนี้เจ้าตัวอ่อนเพลียจึงเผลอหลับไป ระหว่างที่หลับนั้นเธอเพ้อถึงท่านแม่เพราะยังคงคิดว่าฮูหยินคนนั้นคือมารดาของตนเอง...

      "ท่านแม่..." น้ำเสียงเอ่ยแผ่วเบาหางตาซึม... หลังจากผิงผิงพักฟื้นร่างกายกลับมาพอมีแรงแล้วเธอได้ทานอาหารและอิ่มพุงกลาง... สาวใช้คนนั้นมีนามว่า ชุน ที่เขียน 春 แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิต ชุนเอ๋อห์! หลังจากพักผ่อนแล้วเจ้าตัวก็เดินไปที่หลังจวนหรือก็คือ สำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำราม ที่ร่มเย็นและมีบ่อน้ำอยู่ เธอต้องไปฝึกที่นั้น... ผิงผิงหาที่ลับตาคนเพื่อฝึกก่อนจะไปนั่งทำสมาธิตรงขอนไม้ หลิงผิงผิงคอยๆ ผ่อนลมหายใจออกก่อนจะวางมือลงบนเข่าทั้งสองข้าง ก่อนจะกำหนดสมาธิและกำหนดลมปราณทั้งร่างกายก่อนจะคอยๆ หลอมรวมไปที่ท้องน้อยและขับเคลื่อนลมปราณไปสู่จุดๆ เดียว ก่อนจะโคจรลมปราณเวียนจากซ้ายหมุนวนไปบริเวณท้องน้อย

       เธอยังคงหลับตา... ก่อนจะโคจรลมปราณกระจายไปสู่เท้าและเคลื่อนกลับขึ้นสู่ทวารจากนั้นเคลื่อนสู่จุดตันเถียนเธอทำซ้ำอยู่อย่างงั้นครบหนึ่งร้อยครั้งก่อนที่จะผ่อนลมหายใจก่อนจะนั่งนิ่งๆ ให้ตายเถอะ... เมื่อไรอาการชาจะหายไปนะ... เจ้าตัวได้แต่บ่นในใจก่อนจะล้มไปนอนบนพื้นแล้วนอนหงายมองท้องฟ้าเพื่อให้อาการชาของตัวเองหายไปก่อน... เมื่อมันเริ่มหายก็เกิดปวดท้องอย่างรุนแรงทำให้เจ้าตัวต้องวิ่งเข้าห้องน้ำเป็นการด่วน!!!!

       กลายเป็นว่าผิงผิงพักรักษาตัวอยู่ที่สำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำรามจนกว่าอาการจะดีขึ้นและถือโอกาสฝึกวิชาตัวเบากลางจนกว่าจะสำเร็จ...



แสดงความคิดเห็น

ฝึกตัวเบากลาง 6/10  โพสต์ 2018-9-12 22:47

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -72 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -72 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x2
x2
x4
x38
x60
x110
x57
x1
x1
x1
x13
x4
x5
x28
x40
x4
x3
x2
x1
x12
x20
x1
x16
x68
x42
x54
x30
x14
x40
x10
x74
x58
x2
x20
x416
x16
x6
x90
x444
x40
x86
x1
x80
x169
x98
x42
x90
x30
x15
x65
x1
x15
x32
x1
x20
x492
x755
x301
x209
x152
x72
x2
x35
x123
x529
x78
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x64
x1
x100
x89
x50
x1612
x12
x6
x2
x69
x456
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x38
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x771
x4150
x867
x1301
x12
x17
x25
x171

75

กระทู้

844

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
11886
เงินตำลึง
4087
ชื่อเสียง
15782
ความหิว
74

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
518
ความชั่ว
0
ความโหด
0
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2018-9-13 10:14:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เรื่องราวที่ 3 - บุญคุณความแค้น } บทเพลงสีเลือด
บุพเพยากหยั่งถึง 1.4


พักสำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำราม


       ยามเช้าเป็นช่วงที่อากาศเย็นพอตัวแม้จะอยู่ในเขตทะเลทรายก็ตามนอกจากนี้กลางวันก็อากาศร้อนพอตัว เด็กสาวตื่นขึ้นมาด้วยรู้สึกปวดไหล่หน่อยๆ เพราะผลจากเมื่อวานแต่ดีขึ้นตามลำดับเมื่อเจ้าหมอบ้านั้นรักษาเธอ


       เด็กสาวจัดการตัวเองให้เรียบร้อยและทานข้าวพร้อมกับชุนเอ๋อห์ที่แวะเวียนมาส่งสำรับให้แก่เธอและท่านหมอ เธอเพิ่งมารู้ทีหลังว่าท่านหมอคนนี้แท้จริงแล้วอายุสามสิบกว่าหากแต่ดูไม่แก่เท่าไร ท่านหมอวูเป็นชาวฮั่นและเป็นหมอประจำสำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำราม รักษามาแล้วหลายคน... เมื่อจัดการอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว ผิงผิงเดินไปจุดเดิมจากเมื่อวานแต่ก่อนที่จะไปนั้นโดนทักขึ้นเสียก่อน


       "เจ้ากำลังฝึกตัวเบาหรือ?"


       "ใช่เจ้าค่ะ ข้ากำลังฝึกตัวเบากลางอาการหลังจากนี้ทำเอาข้าตัวชาไปหมด" ผิงผิงเอ่ยพลางถอนหายใจ...


       "หากเจ้าฝึกตัวเบาสูงเจ้าจะบ่นมากกว่านี้เสียอีก" หมอวูเอ่ยพลางเดินไปตากยาต่อ ส่วนผิงผิงเลิกคิ้ว... สงสัยต้องแย่กว่าตัวเบากลางแหงผลหลังจากนี้ ก่อนจะนั่งทำสมาธิตรงพื้นหญ้าข้างๆ บ่อน้ำ หลิงผิงผิงคอยๆ ผ่อนลมหายใจออกก่อนจะวางมือลงบนเข่าทั้งสองข้าง ก่อนจะกำหนดสมาธิและกำหนดลมปราณทั้งร่างกายก่อนจะคอยๆ หลอมรวมไปที่ท้องน้อยและขับเคลื่อนลมปราณไปสู่จุดๆ เดียว ก่อนจะโคจรลมปราณเวียนจากซ้ายหมุนวนไปบริเวณท้องน้อย


       เธอยังคงหลับตา... ก่อนจะโคจรลมปราณกระจายไปสู่เท้าและเคลื่อนกลับขึ้นสู่ทวารจากนั้นเคลื่อนสู่จุดตันเถียนเธอทำซ้ำอยู่อย่างงั้นครบหนึ่งร้อยครั้งก่อนที่จะผ่อนลมหายใจก่อนจะนั่งนิ่งๆ ให้ตายเถอะ... เมื่อไรอาการชาจะหายไปนะ... เจ้าตัวได้แต่บ่นในใจก่อนจะล้มไปนอนบนพื้นแล้วนอนหงายมองท้องฟ้าเพื่อให้อาการชาของตัวเองหายไปก่อน... เมื่อมันเริ่มหายก็เกิดปวดท้องอย่างรุนแรงทำให้เจ้าตัวต้องวิ่งเข้าห้องน้ำเป็นการด่วน!!!!


       ผิงผิงแน่ใจแล้วว่าช่วงนี้เธอจะไม่ออกจากจวนนี้เด็ดขาดเพราะไม่รู้จะเจอโจดเก่าไหม? แถมตอนนี้เธอยังต้องพักฟื้นร่างกายด้วย เด็กสาวเดินไปหาหนิงเอ๋อห์และเจียวเอ๋อห์ที่พักอยู่ที่โรงม้าระหว่างที่กำลังแปลงขนมันก็ต้องเงยหน้าขึ้น...


       จดหมาย?


       เด็กสาวยื่นมือไปกอดเจ้าหมั่นโถวที่เพิ่งไปส่งจดหมายมา เธอพลางแกะอ่าน...




       ถึงผิงผิง

       ออกทะเลทรายต้องเตรียมความพร้อมให้มาก… พี่เองก็พึ่งกลับจากทะเลทราย อีกไม่นานเราคงได้ยินข่าวคราวการเดินทางของพี่จากทางไกล ฮะๆ จีเหวิน ? คงเป็นจิตวิญญษณของทวนสินะ คำว่าอาวุธโบราณมักมีบางสิ่งไม่ธรรมดาในตัวผิงผิงต้องรักษาไว้ให้ดีล่ะ อาวุธมีไว้เพื่อปกป้องไม่ใช่ทำร้ายผู้คน จากที่เล่ามาเจ้าเองก็คงพบเจออะไรมาไม่น้อย คนเก่ง น้องกล้าหาญมากตอนนี้พี่ยังอยู่แถวเหลียงโจว จะเดินทางไปวัดไป๋หม่าในวันที่สิบหกนี้ หากมีโอกาสล่ะก็ น้องสามารถชักชวนสหายมาร่วมฟังธรรมได้นะ

หลิงเฮ่า


       "นี่ข้าคลาดกับพี่เฮ่าหรอกหรือ? ให้ตายสิ... ข้ามาทะเลทรายพี่เฮ่าก็เพิ่งกลับ" เด็กสาวบ่นพึมพำก่อนจะอุ้มหมั่นโถวกับเจียวเอ๋อห์กลับไปที่ห้องพักชั่วคราวของตัวเองและมองเจ้านกพิราบที่... ตอนนี้มีเยอะพอตัวเธอคงขอยืมนกพิราบของที่นี่เพราะหมั่นโถวเพิ่งกลับมาคงเหนื่อยแย่ เจ้าตัวเดินมาที่โต๊ะก่อนจะนำเครื่องเขียนของตัวเองมา


       ถึงพี่เฮ่า

       ข้าคงมิได้ไปพี่เฮ่า ต้องพักอยู่ที่สำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำรามเพราะตอนนี้ข้าบาดเจ็บเพราะช่วยเหลือสาวใช้ที่สำนักนี้ แต่ตอนนี้ข้าปลอดภัยแล้วเพราะท่านหมอวูช่วยรักษาข้า ตอนนี้ข้ากำลังพักฟื้นตัว ข้าคิดว่าฮูหยินสำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำรามคือท่านแม่เพราะที่ข้าได้ยินมาลูกของฮูหยินก็หายตัวไปอาจเป็นข้าก็ได้มั่ง? ข้ายังไม่แน่ใจนักแต่ข้าจะลองไถถาม
       ข้ากล้าหาญ! แต่ความกล้าหาญของข้าจะนำพาเรื่องซวยหรือไม่นะเพราะข้านั้นโง่จะตาย... พี่เฮ่า! รักษาตัวด้วยนะ หากมีโอกาสข้าอยากไปหาพี่

จาก หลิงผิงผิง



       เด็กสาวเขียนจดหมายเสร็จก็รอจนหมึกแห้งก่อนจะนำไปใส่กระบอกเล็กๆ แล้วผูกติดกับขานกพิราบก่อนจะปล่อยมันไป...


       เด็กสาวเดินไปหาจีเหวินแล้วเช็ดๆ ถูๆ


       "จีเหวิน! เจ้าหิวไหม? ว่าแต่เจ้ากินอะไรได้หรือเปล่า?" เธอถามอย่างสงสัยพลางนึกได้ว่าหากจะเอาอาหารให้(จิต)วิญญากินเราต้องจุดธูปนิ? แต่ก่อนที่จะทำแบบนั้นเหมือนจีเหวินรู้ทัน


       'ข้ามิใช่ผี...'


       "ทีงี้ละ! เอาละมากินกันเถอะ" ผิงผิงเอ่ยแล้ววางน่องไก่ตรงหน้าจีเหวินที่พิงนิ่งกับพนัง...  ก่อนที่จิตวิญญาสีขาวจะเผยออกมาและทานด้วยกับผิงผิง สงสัยว่าคงต้องอยู่กันสองคนแล้ว


@Admin  @LingHao



แสดงความคิดเห็น

ฝึกตัวเบากลาง 7/10  โพสต์ 2018-9-13 10:15

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -84 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -84 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x2
x2
x4
x38
x60
x110
x57
x1
x1
x1
x13
x4
x5
x28
x40
x4
x3
x2
x1
x12
x20
x1
x16
x68
x42
x54
x30
x14
x40
x10
x74
x58
x2
x20
x416
x16
x6
x90
x444
x40
x86
x1
x80
x169
x98
x42
x90
x30
x15
x65
x1
x15
x32
x1
x20
x492
x755
x301
x209
x152
x72
x2
x35
x123
x529
x78
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x64
x1
x100
x89
x50
x1612
x12
x6
x2
x69
x456
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x38
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x771
x4150
x867
x1301
x12
x17
x25
x171

75

กระทู้

844

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
11886
เงินตำลึง
4087
ชื่อเสียง
15782
ความหิว
74

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
518
ความชั่ว
0
ความโหด
0
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2018-9-14 11:52:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2018-9-14 16:40

ฝึกตัวเบากลาง 8/10


       วันนนี้เป็นวันที่ 3 แล้วที่ผิงผิงพักอยู่ที่นี่ เธอพักอยู่ห้องข้างๆ ที่เป็นห้องสำหรับคนป่วยและได้รับอาหารที่ชุนเอ๋อห์นำมาให้แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมีสีหน้ากังวลอยู่หน่อยๆ ผิงผิงก็อยากสอบถามเรื่องท่านแม่อยู่หรอก... แถมอยากลองสำรวจแต่คงยากหน่อยเพราะตอนนี้เธอมาพักแล้วจะสำรวจเหมือนหัวขโมยอีกคงไม่ดีแน่ เลยได้แต่พักฟื้นให้แข้งแรงและฝึกตัวเบาเสร็จก่อนค่อยไถถาม


       ก่อนจะนั่งทำสมาธิตรงพื้นหญ้าข้างๆ บ่อน้ำ หลิงผิงผิงคอยๆ ผ่อนลมหายใจออกก่อนจะวางมือลงบนเข่าทั้งสองข้าง ก่อนจะกำหนดสมาธิและกำหนดลมปราณทั้งร่างกายก่อนจะคอยๆ หลอมรวมไปที่ท้องน้อยและขับเคลื่อนลมปราณไปสู่จุดๆ เดียว ก่อนจะโคจรลมปราณเวียนจากซ้ายหมุนวนไปบริเวณท้องน้อย

       เธอยังคงหลับตา... ก่อนจะโคจรลมปราณกระจายไปสู่เท้าและเคลื่อนกลับขึ้นสู่ทวารจากนั้นเคลื่อนสู่จุดตันเถียนเธอทำซ้ำอยู่อย่างงั้นครบหนึ่งร้อยครั้งก่อนที่จะผ่อนลมหายใจก่อนจะนั่งนิ่งๆ ให้ตายเถอะ... เมื่อไรอาการชาจะหายไปนะ... เจ้าตัวได้แต่บ่นในใจก่อนจะล้มไปนอนบนพื้นแล้วนอนหงายมองท้องฟ้าเพื่อให้อาการชาของตัวเองหายไปก่อน... เมื่อมันเริ่มหายก็เกิดปวดท้องอย่างรุนแรงทำให้เจ้าตัวต้องวิ่งเข้าห้องน้ำเป็นการด่วน!!!!


       วันนี้ก็คงไม่มีอะไรมากมายเหมือนเคย... ก็มีหยอกเย้าแหย่จีเหวินบ้างอะไรบ้าง เธอต้องหาวิธีให้จีเหวินออกมาบ่อยๆ ให้ได้...

@Admin

แสดงความคิดเห็น

ตัวเบาขั้นกลาง (8/10)  โพสต์ 2018-9-14 12:02
ฝึกตัวเบากลาง 8/10  โพสต์ 2018-9-14 11:53

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -82 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -82 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x2
x2
x4
x38
x60
x110
x57
x1
x1
x1
x13
x4
x5
x28
x40
x4
x3
x2
x1
x12
x20
x1
x16
x68
x42
x54
x30
x14
x40
x10
x74
x58
x2
x20
x416
x16
x6
x90
x444
x40
x86
x1
x80
x169
x98
x42
x90
x30
x15
x65
x1
x15
x32
x1
x20
x492
x755
x301
x209
x152
x72
x2
x35
x123
x529
x78
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x64
x1
x100
x89
x50
x1612
x12
x6
x2
x69
x456
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x38
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x771
x4150
x867
x1301
x12
x17
x25
x171

75

กระทู้

844

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
11886
เงินตำลึง
4087
ชื่อเสียง
15782
ความหิว
74

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
518
ความชั่ว
0
ความโหด
0
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2018-9-15 08:28:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ฝึกตัวเบาวันที่ 9/10


       ช่วงเช้าผิงผิงตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตาพลางก่อนจะเดินออกมาที่ลานด้านหน้าโรงหมอเพื่อยืดเส้นยืดสายก่อนจะไปฝึกตัวเบากลางเหมือนเช่นเดิมพรุ่งนี้ก็จะฝึกเสร็จแล้ว เจ้าตัวเลยเดินไปฝึกเหมือนเดิมเช่นเคยแต่ก่อนจะฝึกนั้นผิงผิงทานอาหารร่วมกับท่านหมอวูและชุนเอ๋อห์เหมือนอย่างเคย เมื่อทานอะไรเรียบร้อยแล้วก็ไปสถานที่ฝึกเหมือนเดิม ข้างๆ บ่อน้ำหลังโรงหมอ


       ก่อนจะนั่งทำสมาธิตรงพื้นหญ้าข้างๆ บ่อน้ำ หลิงผิงผิงคอยๆ ผ่อนลมหายใจออกก่อนจะวางมือลงบนเข่าทั้งสองข้าง ก่อนจะกำหนดสมาธิและกำหนดลมปราณทั้งร่างกายก่อนจะคอยๆ หลอมรวมไปที่ท้องน้อยและขับเคลื่อนลมปราณไปสู่จุดๆ เดียว ก่อนจะโคจรลมปราณเวียนจากซ้ายหมุนวนไปบริเวณท้องน้อย


       เธอยังคงหลับตา... ก่อนจะโคจรลมปราณกระจายไปสู่เท้าและเคลื่อนกลับขึ้นสู่ทวารจากนั้นเคลื่อนสู่จุดตันเถียนเธอทำซ้ำอยู่อย่างงั้นครบหนึ่งร้อยครั้งก่อนที่จะผ่อนลมหายใจก่อนจะนั่งนิ่งๆ ให้ตายเถอะ... เมื่อไรอาการชาจะหายไปนะ... เจ้าตัวได้แต่บ่นในใจก่อนจะล้มไปนอนบนพื้นแล้วนอนหงายมองท้องฟ้าเพื่อให้อาการชาของตัวเองหายไปก่อน... เมื่อมันเริ่มหายก็เกิดปวดท้องอย่างรุนแรงทำให้เจ้าตัวต้องวิ่งเข้าห้องน้ำเป็นการด่วน!!!! หลังจากเสร็จแล้วเธอก็ได้แต่เดินกลับห้องลงไปล้มลงนอนบนแคร่




แสดงความคิดเห็น

ตัวเบาขั้นกลาง (9/10)  โพสต์ 2018-9-15 08:28

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -84 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -84 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x2
x2
x4
x38
x60
x110
x57
x1
x1
x1
x13
x4
x5
x28
x40
x4
x3
x2
x1
x12
x20
x1
x16
x68
x42
x54
x30
x14
x40
x10
x74
x58
x2
x20
x416
x16
x6
x90
x444
x40
x86
x1
x80
x169
x98
x42
x90
x30
x15
x65
x1
x15
x32
x1
x20
x492
x755
x301
x209
x152
x72
x2
x35
x123
x529
x78
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x64
x1
x100
x89
x50
x1612
x12
x6
x2
x69
x456
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x38
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x771
x4150
x867
x1301
x12
x17
x25
x171

75

กระทู้

844

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
11886
เงินตำลึง
4087
ชื่อเสียง
15782
ความหิว
74

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
518
ความชั่ว
0
ความโหด
0
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2018-9-16 00:01:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เรื่องราวที่ 3 - บุญคุณความแค้น } บทเพลงสีเลือด
บุพเพยากหยั่งถึง 1.5

อดีตที่คล้ายคลึงกันของหมิงฮูหยินและหลิงผิงผิง


       ช่วงเช้าผิงผิงออกไปฝึกวิชาตัวเบาตามปกติ วันนี้คือวันที่ฝึกตัวเบากลางวันสุดท้าย ก่อนจะนั่งทำสมาธิตรงพื้นหญ้าข้างๆ บ่อน้ำ หลิงผิงผิงคอยๆ ผ่อนลมหายใจออกก่อนจะวางมือลงบนเข่าทั้งสองข้าง ก่อนจะกำหนดสมาธิและกำหนดลมปราณทั้งร่างกายก่อนจะคอยๆ หลอมรวมไปที่ท้องน้อยและขับเคลื่อนลมปราณไปสู่จุดๆ เดียว ก่อนจะโคจรลมปราณเวียนจากซ้ายหมุนวนไปบริเวณท้องน้อย

       เธอยังคงหลับตา... ก่อนจะโคจรลมปราณกระจายไปสู่เท้าและเคลื่อนกลับขึ้นสู่ทวารจากนั้นเคลื่อนสู่จุดตันเถียนเธอทำซ้ำอยู่อย่างงั้นครบหนึ่งร้อยครั้งก่อนที่จะผ่อนลมหายใจก่อนจะนั่งนิ่งๆ ให้ตายเถอะ... เมื่อไรอาการชาจะหายไปนะ...

       สาวใช้ชุนเอ๋อห์หลังเห็นฮูหยินงีบพักสายตาข่วงบ่ายก็จะวิ่งมาหาแม่นางผิงผิงเพื่อดูว่านางมีอะไรให้ช่วยไหม   นางชะโงกหน้ามองหญิงสาวฝึกวิชาห่างๆอย่างห่วงๆจากทางมุมกำแพงที่มองไปเห็นด้านหลังของโรงหมอที่เด็กสาวร่างเล็กในชุดเขียวฝึกอยู่ แต่เพราะยังคงรู้สึกถึงอาการชาเธอเลยได้แต่นั่งนิ่งๆ แบบนั้น

       “ชุดเอ๋อห์เหรอ?” ผิงผิงเอ่ยถามเมื่อได้ยินเสียงสวบสาบ เธอหูไวพอตัว…

       สาวใช้สะดุ้งคล้ายแมวซุ่มที่โดนคนจับได้  ก่อนจะยิ่มแหะๆ “ข้าไม่ได้กวนแม่นางผิงผิงใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

       “มิได้รบกวนหรอก คราวนี้เอาอะไรมาให้ข้ากินหรือ?” เด็กสาวถามพลางยิ้มแป้นแต่ไม่ได้ลุกขึ้นแต่อย่างใด

       ชุนเอ๋อห์เดินเข้ามาใกล้แล้วยกตะกร้าที่มีมันเผาร้อนๆให้ดู “ช่วงนี้แม้จะยังเร็วไปนิดแต่ก็เริ่มมีมันหวานโตเต็มที่ให้พอเก็บเกี่ยวได้แล้ว  แม่นางลองชิมดูเจ้าค่ะ”

       “ว้าว ขอบคุณเจ้า! แต่ป้อนข้าหน่อย.. ผลหลังฝึกคือตัวข้าจะชาน่ะ จะจับอะไรไม่ค่อยได้แม้แต่ขยับตัว” ผิงผิงเอ่ยพลางยื่นปากเล็กน้อยขอให้ชุนเอ๋อห์ป้อนให้ตัวเอง

       “ได้สิเจ้าคะ” สาวใช้พยักหน้า นั่งลงข้างๆ แล้วปอกเปลือกมันหวาน  ควันสีขาวบางลอยขึ้นมาจากเนื้อด้านใน  ชุนเอ๋อห์ปอกไปเป่านิ้วไปเพื่อคลายร้อน  แล้วบิเป็นคำเล็กๆส่งเข้าปากผิงผิง “ระวังร้อนนะ…”

       “ข้ากินของอุ่นๆ ร้อนๆ ได้ดีน้า อ้ำ” เธองับไปทั้งนิ้วของชินเอ๋อห์เลยพลางแลบลิ้นใส่ ก่อนจะก้มหน้างับมันหวานบนมือของสาวใช้ เมื่อกินหมดแล้วพลางเงยหน้ามอง “ว่าแต่สีหน้าเจ้าดูกังวลนะ? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”

       “ก็เรื่องเดิมนั่นแหละเจ้าค่ะแม่นางหลิง....” ชุนเอ๋อห์ถอนหายใจ “ฮูหยินฝันถึงบุตรที่พลัดพรากไปอีกแล้ว…”

       “....” ผิงผิงนิ่งเงียบฟังพลางคิดว่า… เหตุการณ์เหล่านี้คล้ายกับของเธอ...

      “ข้าสงสารฮูหยินเหลือเกินแม่นาง  อยากจะช่วยเหลือแต่ข้าก็ไม่รู้จะทำอะไรได้   ได้แต่พยายามชักชวนนางพูดคุยนู่นนี่คลายเหงา  และพยายามหาของบำรุงให้นาง”

      “หาสัตว์ให้ฮูหยินเป็นเพื่อนคลายเหงาแทนไหม?” ผิงผิงเสนอออกไปพลางคิด…
    “ว่าแต่บุตรของฮูหยินทำไมถึงพลัดพรากกันเล่า?”

      “เดิมทีฮูหยินเกิดจากครอบครัวชาวฮั่นที่ลี้ภัยบุญคุณความแค้นในยุทธภพไปใช้ชีวิตอยู่ที่แคว้นโหรวหราน  ช่วงที่ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆบังเอิญได้ข่าวว่ามารดาป่วย  จึงเดินทางกลับบ้านเดิมที่โหรวหราน  แต่ระหว่างกลับฮั่นกลับได้เวลาคลอดพอดีโชคดีแถวนี้มีโอเอซิสฮูหยินจึงคลอดคุณชายน้อยได้อย่างปลอดภัย  ทว่ากลับโดนพวกทหารม่อเป่ยที่เล็ดรอดมาได้ปล้นขบวนคาราวาน  ทำให้ฮูหยินพลัดพรากกับคุณชายน้อยตอนนั้น” ชุนเอ๋อห์ทอดถอนใจ
    “ท่านประมุขตามไปช่วยฮูหยินได้ แต่กลับคุณชายน้อย....พยายามส่งคนตามหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ”

      “นายน้อย?” ผิงผิงเอ่ยทวนอีกครั้ง… ตอนแรกเธอเข้าใจว่าฮูหยินคนนี้จะเป็นมารดาของตน แต่ว่ามารดามีตนเป็นบุตรตรีเพียงคนเดียวเท่านั้นนิ?

      “ชุนเอ๋อห์ เจ้าคิดว่าการปล้นครั้งนี้เป็นความบังเอิญหรือมีใครจงใจหรือเปล่า? เพราะครอบครัวของฮูหยินเจ้าลี้ภัยบุญคุณความแค้น… ไม่แน่ว่าการปล้นครั้งนั้นอาจจะมาจากบุญคุณความแค้นก็ได้มั่ง?” ผิงผิงคิดเห็นแบบนั้นเพราะเธอเองก็ท่องยุทธภพเหมือนกัน

       “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน  แต่นั่นก็น่าจะเป็นไปได้อยู่  ฮูหยินกับท่านประมุขเองก็เคยสงสัยถึงจุดนี้มาบ้าง” ชุนเอ๋อห์พยักหน้า

       “แล้วนี่ผ่านมากี่ปีแล้วหรือ?” ผิงผิงถามด้วยความอยากรู้

       ชุนเอ๋อห์ยกมือนับครู่หนึ่ง “ราว 25 ปีได้แล้วเจ้าค่ะ”

       “ชุนเอ๋อห์… เรื่องของฮูหยินเจ้าทำให้ข้านึกถึงท่านแม่ของข้า” เด็กสาวกล่าวพลางเงยหน้ามองท้องฟ้ายามเช้า…
       “ตัวข้านั้นเกิดกลางทะเลทรายแถวเส้นทางสายไหมที่จะไปโหรวหร่านกับคาราวานของท่านตา พวกเราต่างนำสินค้าจากโปรวหร่านไปค้าขายที่ฮั่นแต่ครั้งที่ข้าอายุได้ 5 ขวบกว่า พวกชงหนูโจมตีปล้นขบวนของพวกเราจนกล้าพลัดพลากกับท่านแม่… นี่ก็หลายปีแล้วข้าน่ะแทบจะจำใบหน้าของท่านแม่แม้แต่ชื่อก็จำมิได้ ตอนนี้ข้าอายุ 19 ปีแล้ว” เด็กสาวหันกลับมามองชุนเอ๋อห์พลางยิ้มละไมนิดๆ
       “ข้ามิใช่ชาวฮั่นแต่เป็นชาวเปอร์เซีย...  ดูดวงตาข้าสิ!” เธอชี้ที่ดวงตาสีเขียวมรกตของตัวเอง
       “ข้าว่าเรื่องของฮูหยินเจ้าและข้าคล้ายคลึงกันเลยนะ”


       “คนเก่าแก่ของสำนักคุ้มภัยเองก็บอกว่าได้ยินข่าวนายน้อย แต่เมื่อเจอแต่ละคนจริงๆ ล้วนแอบอ้าง ฮือ… บางคนที่มาบอกว่าเป็นนายน้อยที่หายไปอายุก็ราวสี่สิบแล้ว” ชุนเอ๋อห์กล่าวเล่าข่าวเบาะแสที่ได้อย่างถอนหายใจ รู้สึกเสียดายแทนฮูหยินที่ต้องดีใจแล้วผิดหวังภายหลัง

       “ชุนเอ๋อห์” ผิงผิงยื่นมือเล็กที่ยังสั่นอยู่หน่อยๆ ไปแตะไหล่อีกฝ่าย
       “เจ้าคิดว่าข้าแข็งแกร่งไหม(?)” เธอลองถามชั่งใจ… หากอีกฝ่ายมองว่าเธอพอช่วยได้อาจจะขออาสาช่วยแม้ว่ามันจะยากก็เถอะ… ดีไม่ดีอาจขอให้อีกฝ่ายตามหาท่านแม่ของเธอด้วยเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

       “แม่นางผิงเป็นสตรีเหล็กคนนึงที่ข้ารู้จักเลยนะเจ้าคะ ข้าคิดว่าแม่นางผิงแม้วรยุทธ์ต่ำกว่าชาวยุทธ์ทั่วไป แต่พละกำลังแม่นางผิงก็มีความอึดไม่น้อยสามารถอดทนได้ขนาดนั้น” ชุนเอ๋อห์กล่าวตอบไปตามความจริงที่คิด

       “แต่ถึงข้าจะมีความอึดมากกว่าสตรีทั่วไปแต่เรื่องความคิดหรือมันสมองข้า… เรียกได้ว่าต่ำกว่าคนอื่นเลยนะ” ผิงผิงเอ่ยพลางหัวเราะคิกก่อนนะเงยหน้ามองท้องฟ้าสีคราม… ทะเลทรายนี่ดีจริงๆ มองเห็นท้องฟ้าได้ถนัดตา
    “เพื่อเป็นการตอบแทนที่เจ้าให้ที่พักข้า เจ้ามีอะไรให้ข้าช่วยอะไรเจ้าไหม?”

       “หากแม่นางผิงช่วยเหลือนายท่านทั้สองเจอนายน้อยจะเป็นการดีมากเลยค่ะ ขอเพียงเท่านี้ ชุนเอ๋อห์ก็พอใจแล้ว”

       “จะให้ข้าช่วยเหลือยังไงหรือ? สตรีเช่นข้าเนี่ยนะ?” ผิงผิงชี้มาที่ตนเอง… ปกติคนทั่วไปต้องพึงพาบุรุษมิใช่หรือ? ก็สมัยนี้บุรุษเป็นใหญ่สตรีแทบไม่มีสิทธิมีเสียงอะไรแต่ผิงผิงลืมไปว่าที่นี่คือนอกด่าน…
       “หากเจ้าเห็นว่าข้าช่วยได้… ข้าก็ขอรบกวนเจ้าแล้ว”

        “เดี๋ยวข้าจะเรียนฮูหยินให้นะเจ้าคะ แม่นางผิงพักผ่อนที่นี่สักระยะนะ” ชุนเอ๋อห์กล่าวเสียงอ้อนใสดวงตากลมเป็นประ