กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 261|ตอบกลับ: 9

{ เมืองหลันเยี่ย } โรงเตี๊ยมจี้ฉู่เฉียว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-7-5 16:06:35 |โหมดอ่าน




โรงเตี้ยมจี้ฉู่เฉียว

{ เมืองหลันเยี่ย }











โรงเตี้ยมจี้ฉู่เฉียว
『 พัฒนาใหม่ก้าวล้ำไกล 』
โรงเตี๊ยมจี้ฉู่เฉียว ของเรานั้นมีบริการอาหารและเครื่องดื่ม 
พร้อมสำหรับทุกท่าน โดยดเฉพาะห้องพักที่มีขนาดใหญ่พิเศษ 
ไม่ว่าท่านจะมีสองคนหรือยี่สิบสองคน ทางเราก็พร้อมรับมือเสมอ!!  
ปัจจุบันโรงเตี๊ยมเปลี่ยนเจ้าของคนใหม่ เนื่องจากเจ้าของคนเก่า
สมรู้ร่วมคิดฆ่าคนตาย ทำให้กิจการถูกขายต่อโดยท่านเจ้าเมือง 
และนำเงินส่วนนั้นไปช่วยบำรุงทุกข์สุขชาวบ้านอีกมากมาย 
แต่หากต้องการดื่มสุรา กรุณาดื่มในเขตที่จัดไว้

#ทางเราแบ่งเขตนอนกับเขตตื่นไว้ชัดเจนกรุณาอย่าส่งเสียงดังในที่พัก 
#ไม่อนุญาตให้นำอาหารหรือเครื่องดื่มจากภายนอกเข้ามารับประทานในห้องพักเด็ดขาด 



ชื่อกิจการ : โรงเตี้ยมจี้ฉู่เฉียว
เจ้าของกิจการ : ต้า ม่อลิ่ง
เวลาเปิดทำการ : 24 ชม.
ประเภทกิจการ : บริการที่พักอาหาร สุรา น้ำชาทั่วไป

#ประทับตราผู้ว่าการเมืองหลันเยี่ย







@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

28

กระทู้

413

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
7184
เงินตำลึง
447641
ชื่อเสียง
95883
ความหิว
188

ใบรับรองเหมือง(เหมืองแร่จินไช่เหริน)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
226
ความชั่ว
6
ความโหด
68
ภูตอัคคี
เลเวล 1

เฉียน เฟยหมิง

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-7-5 16:24:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย arttytack เมื่อ 2018-7-5 17:58

             มาถึงโรงเตี๊ยมก้าวแรกสู่ทวน ทวน ทวนอะไรนะ?
{ เรื่องราว 2.5 - ศาสตราวุธเลือกเจ้าของ }


          “อ่า อากาศแถวนี้มันดีจริงๆ”เสียงของชายหนุ่มผมทองลอยไปตามสายลมขณะขับเคลื่อนรถม้าคันงาม


          เมืองหลั่นเยี่ยแห่งนี้อยู่ใกล้ทะเลมากทำให้สายลมค่อนข้างรุนแรงซึ่งสำหรับเขาที่เป็นนักเดินทาง มันคือเรื่องดีเวลาลมแรงพอสมควร
เพราะมันเย็นสบาย


           หลังจากลงเรือแล้วเคลื่อนรถอย่างยาวนาน รถม้าของเมิร์กเคลื่อนที่ผ่านเมืองแล้วเมืองเล่าจนมาถึงเมืองหลั่นเยี่ยได้เป็นผลสำเร็จ


           สิ่งแรกที่เขาต้องทำตามจดหมายก็คือ เขาต้องตามหาโรงเตี๊ยมจี้ฉู่เฉียวที่ตั้งอยู่ในเมืองแห่งนี้เสียก่อน


           รถม้าคันงามแล่นไปรอบๆเพื่อหาสถานที่เป้าหมายโดยใช้เวลาไม่นานก็พบ


           โรงเตี๊ยมจี้ฉู่เฉียว นั้นตั้งอยู่ตรงนี้เบื้องหน้าของเขาในเวลานี้


           ‘ใหญ่ดีเว้ย’ เมิร์กยกมือป้องแสงแดดขณะจ้องมองโรงเตี๊ยมเบื้องหน้าของตน


           เขานำรถม้าไปจอดแล้วไม่รอช้า ก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยมจี้ฉู่เฉียวทันที


           ‘หาจำไม่ผิดข้าต้องหาคนที่มีนามว่า หวง เฟยจู สินะ’ ชายหนุ่มแปลกแดนกวาดสายตามองไปรอบๆก็เจอแต่เสี่ยวเอ้อห์มากหน้าหลายตาเดินกันให้ควักแล้วแบบนี้เขาจะหาคนเฉพาะเจาะจงที่มีนามว่า หวง เฟยจู ได้ยังไงกัน


           “รับอะไรดีคะ?” หนึ่งในเสี่ยวเอ้อห์ที่เป็นสตรีเดินเข้ามาถามตามมารยาทและหน้าที่


          “เจ้าพอจะตามคนที่ชื่อหวงเฟยจูมาได้ไหม? แล้วก็เอาเสี่ยวหลงเปากับชาสักชนิดมาละกัน”


          “ได้ค่ะ หวงเฟยจูสินะคะ แล้วก็เสี่ยวหลงเปากับชาอะไรก็ได้เช่นนั้นกรุณารอสักครู่” เสี่ยวเอ้อห์น้อยหลังได้ยินก็ทวนรายการอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป


          เมิร์กนั่งรอนิ่งๆอยู่บนโต๊ะขณะสอดส่องสายตาไปรอบเพื่อรอให้หวงเฟยจู ปรากฏ หรือไม่ก็ต้องใช้เงินทองเพื่อตามหาหวงเฟยจูกระมั้ง?


          รอได้สักครู่สาวใช้ก็เดินกลับมา
          "เฟยฉู่ไม่สบายค่ะ หากท่านต้องการพบจริงๆก็ลองไปเสาะหาแถวย่านการค้าอาจจะเจอ เพราะเฟยฉู่เป็นคนดีชอบช่วยเหลือคนแถวนั้น" เสี่ยวเอ้อห์หญิงตอบขณะวางเสี่ยวหลงเปากับชาสักชนิดลงบนโต๊ะ

          "ขอบคุณ" เมิร์กทำการพักดื่มชาและลิ้มรสอาหารอย่างช้าๆแล้วจึงค่อยออกเดินทางต่อ

   @Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -28 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
โล่ห์ปาร์ม่า(ซ้าย)
สามง่ามไท่ซาน
เกราะทองคำ
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x3
x25
x49
x35
x1
x1
x1
x5
x2
x10
x60
x2
x20
x9
x30
x50
x16
x2
x100
x1
x23
x5
x2
x1
x150
x635
x1700
x18
x20
x20
x50
x10
x20
x50
x10
x51
x120
x10
x27
x6
x60
x40
x20
x80
x400
x100
x200
x130
x200
x400
x100
x40
x1461
x200
x1000
x180
x10
x500
x50
x62
x450
x5
x333
x20
x48
x2900
x89
x8
x10
x5
x2
x25
x101
x10
x88
x200
x160
x81
x164
x36
x60
x100
x160
x113
x138
x4100
x1490
x30
x55
x242
x64
x682
x80
x2060
x1060
x731
x80
x79
x10
x70
x375
x4
x20
x6
x1
x55
x1

28

กระทู้

413

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
7184
เงินตำลึง
447641
ชื่อเสียง
95883
ความหิว
188

ใบรับรองเหมือง(เหมืองแร่จินไช่เหริน)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
226
ความชั่ว
6
ความโหด
68
ภูตอัคคี
เลเวล 1

เฉียน เฟยหมิง

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-7-12 08:42:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย arttytack เมื่อ 2018-7-12 13:40

                                                                                                                                                                                                  
          ข้ามาแล้วแถมต้องมาทำงานให้กับคนที่ใส่ร้ายนายตัวเองมันก็รู้สึกแปลกๆนะเนี่ย
                                                                                                                                                                                                  
หลังจากเดินทางมายาวนาน เฉียนเฟยหมิงก็สามารถเอาเท้าของตัวเองมาสัมผัสกับเมืองหลั่นเยี่ยได้เป็นผลสำเร็จ
          เจ้าหมาน้อยสีส้มวิ่งวนไปรอบๆด้วยความร่าเริงเพราะมันเป็นอิสระเสียที
          การเดินทางติดต่อกันทำให้เจ้าตัวเล็กวิ่งเล่นได้ไม่เยอะมากมายนัก
          แต่ถ้าไม่นับความเมื่อยตามตัวความเหนื่อยล้าก็แทบจะไม่มีเลยเพราะเอาแต่กินกันนอนหรือนั่งรอให้รถหรือเรือไปถึงจุดหมาย
          เฉียนยกจดหมายที่ถูกส่งมาจากชายแปลกหน้าขึ้นมาอ่าน
          “สัญญาจ้างที่สอง โรงเตี๊ยม..” เขาพับจดหมายเก็บลงกระเป๋าและมุ่งหน้าสู่โรงเตี๊ยมจี้ฉู่เฉียว                                                                                                                                                                                                                                                                                                                           
          ที่โรงเตี๊ยมเฉียนเฟยหมิงก้าวเข้าไปด้วยใบหน้าสะอาดสะอ้านกล่าวถามหาเถ้าแก่โรงเตี๊ยม
          “สวัสดีครับ พอจะมีใครรูจักเถ้าแก่ เซียว หานเฟย บ้างไหม” เสียงนุ่มๆใสๆไร้พิษภัยของเฉียนดังเข้าโสตประสาทของเสี่ยวเอ้อห์หญิงนางหนึ่ง
          “มีธุระอะไรรึเปล่าคะ?”นางหันมาถามขณะให้บริการลูกค้าอื่นอยู่
          “พอดีข้ามาทำสัญญาจ้างที่เขาเอาไปแปะไว้นะครับ” เฉียนตอบกลับ
          “อ้อ สัญญาจ้างนี่เอง งั้นกรุณารอสักครู่นะคะเดียวข้าจะไปตามท่านเถ้าแก่มาให้” พูดจบเสี่ยวเอ้อห์หญิงก็เดินหายเข้าไปในโรงเตี๊ยม
          เวลาผ่านไปหนึ่งเค่อหญิงสาวนางเดิมก็กลับมากับชายผู้หนึ่ง
          “นี่ค่ะนายท่าน ผู้ที่จะมาทำสัญญาจ้าง” เสี่ยวเอ้อห์หญิงผายมือไปทางเฉียน
          “งั้นรึ สวัสดี ข้าชื่อเซียว หานเฟย”
          “ข้าเฉียน เฟยหมิงครับ”
          “งั้นมาฟังรายละเอียดของงานกันเลยดีกว่า ข้าต้องการให้เจ้าพาเขาไปส่งที่ปาสู่หน่อย”เถ้าแก่ล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเฉียนและเริ่มอธิบายงานที่เขาต้องทำ
  “แค่ไปส่ง?” เฉียนถามย้ำ
          “ใช่ ไปส่งก็พอ พอดีเขาโดนนักล่าตามตัว หากมีคนรู้ทางหนีทีไล่ไปด้วยย่อมอุ่นใจ” เถ้าแก่พูดเสร็จก็กวักมือเรียกเสี่ยวเอ้อห์ชายนายหนึ่งเข้ามา
          เฉียนพยักหน้ารับคำทำให้เสี่ยวเอ้อห์จับมือทั้งสองของเขากุมไว้ด้วยใบหน้าตื่นตันเผยให้เห็นนิ้วก้อยที่ขาดหายน่าสงสาร
          “งั้นออกเดินทางกันเลยดีกว่า”เฟยหมิงดันตัวขึ้นพร้อมกับเดินนำออกไปไม่รออีกฝ่าย เขาหันไปสั่งการเจ้าตัวเล็กสีส้มว่าให้ตามห่างๆอย่างเข้ามาเขามั่นใจว่าเจ้าบีเกิ้ลแสนรู้นี่ต้องเข้าใจแน่ๆ
          พวกเขาทั้งสองเดินออกมานอกโรงเตี๊ยมโดยเสี่ยวเอ้อห์นั้นเหมือนจะไม่ได้กลัวอะไร
          เฉียนก็สงสัยลองมาซ้ายมองขวามองเจ้าตัวน้อยสีส้มมันก็ส่ายหน้าว่าไม่มีใครติดสอยห้อยตามพวกเขามากันเลย

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
โล่ห์ปาร์ม่า(ซ้าย)
สามง่ามไท่ซาน
เกราะทองคำ
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x3
x25
x49
x35
x1
x1
x1
x5
x2
x10
x60
x2
x20
x9
x30
x50
x16
x2
x100
x1
x23
x5
x2
x1
x150
x635
x1700
x18
x20
x20
x50
x10
x20
x50
x10
x51
x120
x10
x27
x6
x60
x40
x20
x80
x400
x100
x200
x130
x200
x400
x100
x40
x1461
x200
x1000
x180
x10
x500
x50
x62
x450
x5
x333
x20
x48
x2900
x89
x8
x10
x5
x2
x25
x101
x10
x88
x200
x160
x81
x164
x36
x60
x100
x160
x113
x138
x4100
x1490
x30
x55
x242
x64
x682
x80
x2060
x1060
x731
x80
x79
x10
x70
x375
x4
x20
x6
x1
x55
x1

28

กระทู้

413

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
7184
เงินตำลึง
447641
ชื่อเสียง
95883
ความหิว
188

ใบรับรองเหมือง(เหมืองแร่จินไช่เหริน)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
226
ความชั่ว
6
ความโหด
68
ภูตอัคคี
เลเวล 1

เฉียน เฟยหมิง

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-7-13 08:50:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
            @wenwen
          เถ้าแก่เซียวหายเฟยที่กำลังยืนอ่านจดหมายอยู่ด้วยใบหน้าโศกเศร้า แต่เมื่อเห็นทั้งคู่เดินกลับมาพร้อมกับร่างของเสี่ยวเอ้อห์บนบ่าก็รีบโยนจดหมายทิ้งเข้าไปในกองเพลิง
          “สวัสดีเถ้าแก่” เฉียนเฟยหมิงยิ้มอย่างเป็นกันเองให้กับเถ้าแก่เซียวหายเฟยที่กำลังยืนหน้าซีดเป็นไก่ต้มขาสั่นเป็นไม้ไผ่ยามลมแรง

          @wenwen

          “เจ้า เจ้า!!” หลังจากพิจารณาถึงเหตุการณ์คร่าวๆในหัวใบหน้าของเซียวหายเฟยก็ขึ้นแสงแดงเนื่องจากเลือดลมสูบชีดเพราะโทสะในจิตใจกำลังลุกโชน
          “ใช่ข้าเอง”เฉียนเห็นอีกฝ่ายย้ำคำว่า เจ้า เจ้า ก็เลยอยากจะยืนยันว่าชี้คนไม่ผิดหรอกนะ เขาเองเขาที่บอกว่าจะพาตัวเสี่ยวเอ้อห์ไปส่งให้นั่นนะ

          @wenwen

          “ข้าอุตส่าห์เชื่อใจเจ้า” น้ำเสียงของเซียวหานเฟยนั้นอัดอั้นโทสะเอาไว้อย่างปิดไม่มิดแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรเพราะเขาเห็นเหวินๆกับสหายของเหวินๆจ้องมองมายังตัวเขาอยู่แถมเหยาๆที่เดินตาต้อยๆนั่นอีก
          “ขอบคุณที่ชม” เฉียนหัวเราะหึหึความเชื่อใจจากรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งที่เขาได้รับมาโดยบังเอิญ ถ้าไม่ใช่ว่าพบกับเจ้านายสุดกวนเบื้องล่างอย่างเมิร์กเขาก็คงเป็นชายหนุ่มเรียบร้อยน่าเบื่อเหมือนในอดีต
          @wenwen

          “ใช่ ท่านควรทำตามที่เขาบอกนะ ก่อนจะมีการใช้กำลังเกิดขึ้น” เฉียนพยายามประณีประนอมกับอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าใช้แรงเร็วกว่าก็จะขอให้เหวินๆกระตื้บให้ที
          @wenwen
          “แน่นอน ถึงข้าจะพูด ข้าก็ให้ท่านทำอยู่ดี” เฉียนหันไปกระซิบกับเหวินข้างๆ ไหนๆก็เป็นเพื่อนเจ้านายแล้ว ช่วยทำให้มันเท่ๆหน่อยละกันนะ
          @wenwen
          “ก็ได้ ข้ายอมมอบตัว” เถ้าแก่พูดเสียงอ่อน ในเมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว คนร้ายก็อยู่ตรงหน้าแถมสารภาพเสร็จสรรพ ตัวเขาจะทำอะไรได้อีกนอกจากยกมือขึ้น คุกเข่า และยอมจำนนแต่โดยดี


          @wenwen

          หลังจากนั้นทั้งหมดก็เดินทางมุ่งหน้าสู่จวนเจ้าเมืองเพื่อปิดคดีนี้


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
โล่ห์ปาร์ม่า(ซ้าย)
สามง่ามไท่ซาน
เกราะทองคำ
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x3
x25
x49
x35
x1
x1
x1
x5
x2
x10
x60
x2
x20
x9
x30
x50
x16
x2
x100
x1
x23
x5
x2
x1
x150
x635
x1700
x18
x20
x20
x50
x10
x20
x50
x10
x51
x120
x10
x27
x6
x60
x40
x20
x80
x400
x100
x200
x130
x200
x400
x100
x40
x1461
x200
x1000
x180
x10
x500
x50
x62
x450
x5
x333
x20
x48
x2900
x89
x8
x10
x5
x2
x25
x101
x10
x88
x200
x160
x81
x164
x36
x60
x100
x160
x113
x138
x4100
x1490
x30
x55
x242
x64
x682
x80
x2060
x1060
x731
x80
x79
x10
x70
x375
x4
x20
x6
x1
x55
x1
โพสต์ 2018-7-13 18:02:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
        ให้เฉียนเดินทางนำมาจนถึงโรงเตี๊ยมเมืองหลันเยี่ย เหวินเหวินที่จับเสี่ยวเออห์แบกอยู่มองไปทางเถ้าแก่ร้ายที่กำลังทำท่าทางอ่านจดหมายด้วยสีหน้าเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มที่ยังมีข้อข้องใจอะไรหลายอย่างไม่พูดอะไรออกมาจนกระทั่งเจ้าตัวรู้สึกตัวเองว่ากำลังถูกมองอยู่จึงหันมาตกใจกับสิ่งที่เห็น มือที่ถือจดหมายอยู่รีบขว้างทิ้งลงกองเพลิงทันที
        “สวัสดีเถ้าแก่” เฉียนเอ่ยทักทายกับเถ้าแก่ที่กำลังืนหน้าซีดกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า


        “” เหวินเหวินที่มองไปทางเถ้าแก่ก่อนเสหน้าไปทางอื่นเล็กน้อย เขาเป็นคนขี้โลเลเรื่องนี้แม้แต่ตัวเองก็รู้ตัวตนของเขาดี เหวินเหวินที่ชอบเก็บรายละเอียดยิบ่อยมาคิด จนถึงตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้สงสัยในตัวเถ้าแก่ว่าเป็นคนร้ายไปเสียทั้งหมด


        การกระทำเมื่อครู่มันต้องมีอะไรแน่ๆ เขารู้แต่ก็ยิ่งเก็บมาคิดยิ่งทำให้ตัวเองปวดหัว


        แต่ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงอยู่ดี


        “เจ้า เจ้า!” เถ้าแก่ที่เหมือนพิจารณาอะไรสักอ่างก็โพล่งขึ้นมา ใบหน้าที่แดงเถือกเผยให้เห็นถึงความบันดาลโทสะขนาดไหน ตามความเข้าใจของเหวินเหวินที่เขาขอความช่วยเหลือเฉียนในการเป็นนกต่อสัญญาจ้างนี้ คงเป็นเรื่องการทรยศหักหลังกันเองกระมั้ง


        “ใช่! ข้าเอง


        “ข้าอุตส่าห์เชื่อใจเจ้า” เถ้าแก่ที่แสดงท่าทีสะกดกลั้นอาการโกรธเอาไว้ เหวินเหวินที่มองการกระทำของเฉียนและเถ้าแก่ไปพลางก่อนจะถอนหายใจบางๆ


        กลายเป็นว่าเขามาอยู่ผิดที่หรือเปล่านะ


        “ขอบคุณที่ชม” เฉียนหัวเราะในลำคออย่างชอบใจเมื่อสามารถกวนประสาทเถ้าแก่ได้ เหวินเหวินที่เริ่มเห็นว่าทุกอย่างเริ่มออกนอกเรื่องก็เอ่ยขึ้นมา ความมั่นใจในการเป็นทหารถูกลดทอนจากสิ่งที่เขาพบเห็นมามันยังค้างคาใจไม่สามารถคลี่คลาย ถึงแม้ว่าเสี่ยวเออห์คนนี้จะยอมสารภาพทั้งหมดแล้วก็ตาม


        “ช่วยอยู่ในความสงบด้วยนะขอรับ พวกข้ามาเพื่อเชิญท่านไปไต่สวนคดีบางอย่างเพียงเท่านั้น


        เหวินเหวินเอ่ยออกไปจนทำให้เถ้าแก่ชะงักนิ่งไม่ เขาที่มองมาทางทหารหนุ่มก่อนจะพิจารณารูปลักษณ์ภายนอกก่อนจะจิ๊ปากเบาๆ


        “ใช่ ท่านควรทำตามที่เขาบอกนะ ก่อนจะมีการใช้กำลังเกิดขึ้น


        “เดี๋ยวนะ!” เหวินเหวินที่ได้ยินคำว่าใช้กำลังก็หันไปหาเฉียนพลางขมวดคิ้ว พวกเขาที่มาเพื่อขอพบกับเถ้าแก่ ตามคำพูดของเสี่ยวเออห์ถึงตัวคนบงการ ไม่ได้ต้องการใช้กำลังเข้าแก้ปัญหาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


        “หรือว่าท่านจะ…


        “แน่นอน ถึงข้าจะพูด ข้าก็ให้ท่านทำอยู่ดี” เฉียนที่โน้มตัวมากระซิบทหารหนุ่มจนทำให้สายตาที่มองชายอีกคนเปลี่ยนไป เหวินเหวินถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น โดยที่ฝ่ายผู้ต้องสงสัยยังไม่กระทำอันใด ก็เริ่มการข่มขู่เสียแล้ว


        ทหารไม่จำเป็นต้องใช้กำลังในการแก้ปัญหาเสมอไปสักหน่อย


        “ขอรับ หากท่านไม่ยอมไปกับพวกเรา ข้าคงต้องขอ..


        “ก็ได้ ข้ายอมมอบตัว” ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดีเถ้าแก่ที่เอ่ยเสียงอ่อนออกมา ก้มลงนั่งคุกเข่าก่อนจะยื่นมือขึ้น เพื่อเป็นสัญาณว่ายอมจำนนแล้ว เหวินเหวินที่วางเสี่ยวเออห์ลงก่อนจะเดินไปหาเถ้าแก่ที่กำลังนั่งคุกเข่ามองพื้นด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก


        “ไปกันเถอะขอรับ” เขาเอ่ยก่อนจะให้เถ้าแก่และเสี่ยวเออห์เดินนำไปยังจวนผู้ว่าตามที่พวกเขาร้องขอให้ไปก่อนหน้านี้ เหวินเหวินที่เดินตามหลังเอาแต่จับตามองทั้งสองเผื่อว่ามีใครคนใดคนหนึ่งหนีจะได้ไล่ตามจับได้ทันท่วงที



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x324
x107
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x9
x27
x50
x20
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x30
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x35
x35
โพสต์ 2018-10-1 21:59:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-10-1 22:08



พบกันอีกครั้ง

        ดวงตาของหญิงสาวนั้นค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่าได้ช้าที เธอจ้องมองรอบๆของตนเอง ก่อนที่จะลุกขึ้นมาจากบนเตียงของตนเอง เธอมองไปรอบๆห้องก่อนที่จะลุกขึ้นมาเดินไปยังตู้เสื้อผ้าที่ทำจากไม้สลักของตนเอง หญิงสาวหรี่ดวงตาของตนเองมา แล้วค่อยๆหยิบเสื้อผ้าภายในตู้นั้นออกมา

       ‘เจ้าจะออกไปข้างนอกอย่างงั้นหรือ?’ เสียงของฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าวขึ้น เขานั้นบินเข้ามาหาหญิงสาว ก่อนที่จะจ้องมองชุดเสื้อผ้าที่นางนำออกมา “ใช่ เดี๋ยวข้าจะออกไปซื้อของ เดี๋ยวข้าจะใส่ชุดกับปลอมตัวไปด้วย ข้าให้สัญญาว่าจะไม่ให้ใครรู้ว่าข้าเป็นใคร” หญิงสาวกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่ตนเองจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าในชุดของชาวฮั่นของตนเองที่มี ก่อนที่จะเดินไปเปลี่ยนภายในห้องน้ำ จากนั้นไม่นานหญิงสาวก็เดินทางออกมาจากถ้ำเริงระบำ เพื่อที่จะออกไปซื้อผ้ามาตัดชุด เพื่อรอขั้นเวลาการฝึกวิชา

        หญิงสาวนั้นเลือกที่จะใช้ไอพลังมารในการปกปิดใบหน้าที่มีรอยเส้นเลือดบูดเพราะการฝึกวิชาโลหิตมารเอาไว้ เนื่องจากว่าหากเธอเดินออกไปแบบนี้พวกชาวบ้านคงจะวิ่งหนีกันเหมือนในฝันเป็นแน่แท้

        @TangXinJian

       ชายหนุ่มหลังจากจองห้องพักไว้แล้ว จัดการฝากอาหยู่เรียบร้อย ก็มุ่งไปนั่งที่โต๊ะอาหาร สั่งอาหารและสุรามาเพื่อดับความหิวนี้ “.....” ซึ่นเจี้ยนยกไหสุราขึ้นดื่มโดยไม่แม้แต่จะรินใส่จอก หลังจากนั้นไม่นาน ร่างของหญิงผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของชายหนุ่มที่กำลังยกไหสุรายัดปากของตนเอง

       .
       .

       ก่อนหน้าที่หญิงสาวจะเดินทางไปซื้อของที่ร้านขายผ้าภายในย่านการค้าเมือง อยู่ๆระหว่างทางเธอก็เห็นผีเสื้อตนหนึ่งบินผ่าน .. ดวงตาของเธอก็รับรู้ได้ทันทีเลยว่ากำลังมีอะไรบางอย่างเดินทางมายังที่นี้.. ร่างกายของชายคนหนึ่งที่เดินเซๆเข้าไปในโรงเตี้ยม...เป็นชายที่เธอให้ผีเสื้อตนนั้นตามเขาไว้..

       สิ้นความคิดหญิงสาวก็เดินตัวปลิวเพื่อที่จะตามเขาเข้าไปในโรงเตี๊ยมนั้นแล้ว เธอถอนหายใจเล็กน้อย เนื่องจากว่าถ้าจำได้ไม่ผิดเขานั้นกำลังบาดเจ็บอยู่..หรือว่า.. …ทนไม่ไหวแล้ว… ….. นั้นคือเมื่อไม่กี่นาทีก่อนที่เธอจะปรากฏต่อหน้าเขาอีกครั้งหนึ่ง

       ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามของนางค่อยๆจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังดื่มสุราขึ้นเหมือนกับอาบเฉกเช่นกับครั้งเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เธอไม่แน่ใจว่าเขานั้นมีสติพอที่จะรับรู้ว่านางอยู่ตรงนี้หรือปล่าว เธอเห็นผ่านผีเสื้อที่ติดตามเขาว่าเขานั้นเดินทางลงมาที่นี้… เหมือนกับกำลังเดินทางอย่างไร้จุดหมาย

       “.......” เธอจึงเดินทางออกมา เพื่อที่จะมาดูว่าเขาเป็นเช่นไร แต่ทว่าก็เห็นว่าเขาดันอาบสุราเมรัยเสียแล้ว.. เป่าหลิงจึงค่อยๆขยับเข้าไปใกล้แล้วดึงไหเหล้าออกมาจากมือของเขา ก่อนที่จะจับไปที่หน้าผากของอีกคน “เจ้าควรไปนอน ไม่ควรมาดื่มสุราเมรัยอยู่ตรงนี้” นางกล่าว ก่อนที่จะค่อยๆพยุงร่างของเขาขึ้นมาเพื่อพาไปยังห้องพัก…

        @TangXinJian

        เมื่อหญิงสาวได้ยินดังนั้น ก็ค่อยๆจ้องมองใบหน้าที่ขึ้นสีและน้ำเสียงที่เยือกเย็นและราบเรียบของเขา … “ข้าก็แค่เห็นคนที่ป่วยเพราะบาดแผล แต่ยังมานั่งกินเหล้าหน้าตาเฉยเลยมาช่วย เจ้าควรให้ข้าทำแผลให้เจ้าแล้วก็ให้ยาเจ้าเสีย” นางกล่าวขึ้นมา ก่อนที่จะเรียกเสี่ยวเอ๋อห์ให้เก็บไหสุรานั้นไปให้พ้นๆทาง ..

        คนป่วยไม่ควรที่จะกินมัน เพราะฉะนั้นมันถึงเป็นสิ่งที่เขาไม่ควรดื่มมันในตอนนี้ “มาเถอะ ข้าจะทำแผลให้ เห็นเจ้าเป็นแบบนี้แล้วข้าไม่ชอบใจนัก” นางพูดไปตรงๆ ก่อนที่จะขยับมือไปจับแขนของเขาอีกรอบ โดยที่นางนั้น ไม่ให้โดนแผลที่หลังของเขา เพื่อที่จะไม่ให้เขาได้รับบาดเจ็บ…

        แปลกเนอะ? ทำไมนางรู้ว่าเขาป่วย ทำไมนางรู้ว่าเขามีบาดแผลกัน?

       @TangXinJian

       “อะ...” หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังฉุดนางให้นั่งข้างกาย เมื่อเขานำใบหน้านั้นซุกลงที่อาภรย์ของนางแล้วค่อยๆดอมดมกลิ่นกายของนางอย่างใจเย็น.. ก่อนที่จะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอะไรบางอย่างกับชายตรงหน้า.. เขา..คิดถึงนางเช่นนั้นหรือ?

       “เจ้าหนีข้าไป...” ซึ่นเจี้ยนพึมพัมเบาๆ หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆรู้สึกว่าดวงตาของนางจะกระตุกไปเล็กน้อย.. เมื่อนึกถึงเรื่องราวในคืนนั้น

       @TangXinJian

       “ทำไมถึงทำสิ่งนั้นกับข้า..ทำไมคืนนั้นเจ้าถึง...”
       ความสงสัยตลอดมา..ทำไมนางถึงเลือกที่จะยอมมีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับเขา?
       เพราะมึนเมาขาดสติงั้นเหรอ? หรือเพราะสิ่งใดกัน….

        เป่าหลิงไม่ได้พูดสิ่งใด นางค่อยๆจับมือที่ร้อนระอุเพราะพิษไข้ของชายที่กำลังป่วยได้ที่ขึ้นมา ใบหน้าของนางดูมีสีหน้าแห่งความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรเสียเขาก็ยังคงเป็นมนุษย์ เจอเรื่องแบบนั้นไปก็คงจะป่วยไข้ไม่ต่างกับมนุษย์ทั่วไป “เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง แต่ตอนนี้ข้าขอทำแผลและเช็ดตัวให้เจ้าก่อน” นางถอนหายใจ จากนั้นก็ค่อยๆนำมือของถังซึ่นเจี้ยนออกไปจากร่างกายของเธอ ค่อยๆให้เขานั้นล้มตัวลงนอน…

        นางถอดเสื้อคลุมของตนเองไว้ข้างกายเขา แล้วเดินเข้าห้องน้ำ เพื่อไปเตรียมผ้าเช็ดตัวและน้ำอุ่นไว้ เมื่อเตรียมเสร็จแล้วก็เดินออกมา เป่าหลิงถอดเสื้อของชายหนุ่ม..เป็นผลให้เธอเห็นผ้าพันแผลที่ตอนนี้มีเลือดไหลซึมแถมบาดแผลยังอักแสบหนักประหนึ่งติดเชื้อก็ไม่ปาน ..เมื่อเห็นดังนั้นแล้วดวงตาของนางก็แสดงถึงความรู้สึกอะไรบางอย่าง …

        เป็นหนักขนาดนี้เลยหรือ..

        เธอไม่รอช้า ค่อยๆนำผ้าพันแผลออก เช็ดทำความสะอาดร่างกายและแผลของเขาเพื่อที่จะได้เตรียมทำแผลใหม่ให้กับชายดื้อดึงคนนี้.. ความรู้สึกผิดประดาเข้ามา แม้ว่าจะเป็นเพราะว่าเขาจะดื้อทำตัวเอง แต่นั้นก็เพราะว่าเขาช่วยนางคนนั้นไว้..

        “เจ้าควรรู้ว่าเจ้าควรทำอะไรไม่ทำอะไร การที่เจ้าจะช่วยใครนั้นเป็นเรื่องดี แต่หากสิ่งนั้นทำให้เจ้าลำบากขนาดนี้เจ้าก็ควรประมาณการตนเอง..ตอนนี้เจ้าเหมือนสภาพคนที่จะตายแหล่มิตายแหล่อย่างไรก็ไม่รู้..” นางพูดไปขณะที่กำลังเช็ดร่างกายที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขา … เธอยกมือขึ้นมาเหมือนกับเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง

        ‘.....เดี๋ยวข้าไปนำยามาให้แล้วกัน’ นั้นคือเสียงของฝ้าเฉี่ย ผีเสื้อหนุ่มเพื่อนของเธอพูดขึ้น หลังจากนั้นผีเสื้อหนุ่มจะบินหายออกไปจากห้อง ก่อนที่เป่าหลิงจะค่อยๆเช็ดปาดแผล รวมถึงจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยพิษไข้ของอีกคน

       @TangXinJian

       หลังจากที่ได้ยินดังนั้น หญิงสาวก็ค่อยๆเช็ดตรงบริเวณใกล้แผลแรงขึ้นกว่าเดิมเพื่อเป็นการเตือนสติชายหนุ่ม ที่พูดอะไรออกไปเช่นนั้น “อย่าพูดแบบนี้อีก” นางกล่าวน้ำเสียงดุๆ ก่อนที่จะค่อยๆ เดินไปเปิดประตูห้องพัก จะเห็นว่ามีเสี่ยวเอ๋อร์ที่เดินมาพร้อมกับกระเป๋าอะไรบางอย่าง นั้นคือกระเป๋าปฐมพยาบาล ด้านในเหมือนจะมียาและพวกผ้าพันแผลอื่นๆอยู่ด้วย..

       เธอเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับปิดประตู.. ทำให้นึกถึงเรื่องราวในคืนนั้นได้อยู่ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญก็คือการช่วยชีวิตของเขา เธอหยิบขวดอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋านั้น มันถือขวดของเหล้าที่ไว้สำหรับล้างแผลนั้นเอง เธอราดมันลงตรงแผลและค่อยๆซับอย่างใจเย็น “เจ็บหน่อยนะ..” นางพูดเพียงเท่านั้น จากนั้นก็ค่อยๆป้ายยาที่หลัง หลังจากล้างแผลเสร็จ แล้วก็จับผ้าพันแผลสีขาวนั้นพันรอบตัวชายหนุ่มเพื่อเป็นการปิดแผล..

       @TangXinJian

       “ข้าไม่ได้จะฆ่าเจ้าเสียหน่อย..เจ้าจะตายเพราะข้าหรือจะตายจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวกันเล่า?” นางกล่าว ก่อนที่จะหยิบยาออกมาจากกระเป๋า ดูเหมือนว่าจะเป็นยาแก้พิษไข้ “กินนี้เสีย มันเป็นยาแก้พิษไข้ในกายของเจ้า..แล้วไหน..เอาแผลใหม่มาดูซิ คราวหลังให้กัดผ้า ไม่ต้องกัดไปที่มือตัวเอง เข้าใจไหม?” เธอกล่าวสั่งสอนเด็ก แม้ว่าจะบอกเช่นนั้นแต่ร่างกายของนางก็เหมือนกับเด็กอายุ 15 ปีด้วยซ้ำไป

       ก่อนที่นางจะจับมือของเขาขึ้นมา.. นางนำน้ำสะอาดมาล้างแผลแล้วทายารวมถึงพันผ้าพันแผลให้กับเขาอีกรอบ.. “เอาล่ะ..เสร็จแล้ว..” นางกล่าว ก่อนที่จะเดินไปเก็บอุปกรณ์การทำแผลทั้งหลายนั้นออกไป “ถ้าข้ากลับมาแล้วเจ้าไม่กิน ..เจ้าเจอดีแน่” เป่าหลิงกล่าวก่อนที่จะเดินนำของไปเก็บ แต่ทว่าเมื่อกลับมา ก็ยังเห็นว่าชายหนุ่มยังคงทำตัวเป็นเด็กที่ไม่ยอมกินยาเอาเสียที..

        “ตกลงว่าเจ้าไม่กิน?” นางถาม?

       @TangXinJian

       เมื่อเป่าหลิงเห็นว่าชายตรงหน้าเหมือนจะอยากทำตัวเป็นเด็กเสียเต็มประดา นางก็ค่อยๆเดินไปหยิบยานั้นมา แล้วจับปากของเขาให้อ้าขึ้นด้วยการล๊อกคอมันเสียเลย.. “อ้าปากก...เจ้าอยากโดนทำรุนแรงกว่านี้ หรือจะยอมอ้าปากดีๆ” แม้ว่าจะพูดขู่แต่ทว่าความดื้อของชายคนนี้ก็ไม่มีที่สิ้นสุด หญิงสาวจึงได้แต่ต้องคิดหาวิธีการใหม่ ด้วยการยัดยานั้นใส่ริมฝีปากของตนเอง แล้วดันชายหนุ่มให้ลงไปนอนราบบนเตียง ก่อนที่จะกดริมฝีปากบางของนางเข้ากับริมฝีปากรอยหยักได้รูปของเขา

       นางค่อยๆดันเม็ดยานั้นป้อนเข้าไปในลำคอของเขา และกดจูบลากไล้เรียวลิ้นของตนเองผ่านลำคอของชายหนุ่ม.. และไม่ยอมผละออกมาจนกว่าเขาจะยอมกินยาที่นางส่งมอบให้ผ่านริมฝีปาก

       @TangXinJian

        รสจูบที่หญิงสาวนั้นมอบให้ เมื่อรับรู้แล้วว่าชายตรงหน้านั้นกลืนเม็ดยาที่นางให้ไปแล้ว แต่ทว่าก็ยังไม่ได้ผละริมฝีปากของตนเองออก การกดจูบริมฝีปากของกันและกันนั้นยังคงมีอยู่เรื่อยๆ นางไม่เคยจูบผู้ใดมาก่อน มันก็จริงนั้นล่ะ… มันมีความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบาย …

        เมื่อเวลาผ่านไปนางก็ค่อยๆผละริมฝีปากของตนเองออกมา.. ใบหน้าของนางยังคงเป็นใบหน้าของแม่นาง เป่าหลิง เฉกเช่นเดิม แม้ความจริงแล้วนางจะมีสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมากก็ตามที แต่ด้วยไอแห่งความมืดที่คอยแปรเปลี่ยนและบดบังมันไว้อยู่ ทำให้ชายตรงหน้าไม่อาจรู้ได้…

       “.....” เวลาผ่านไปนาน นางผละริมฝีปากออก ก่อนที่จะจ้องมองดวงตาของถังซึ่นเจี้ยน นางไม่ได้พูดอะไร ได้แต่เพียงจ้องดวงตาของเขาเพียงเท่านั้น … “ยอมกินสักที..ข้าจะทำตามสัญญา..อยากจะถามอะไรข้าก็ถามมา” นางพูด ก่อนที่จะขยับกายของตนเองออกให้นั่งข้างเตียงของคนที่กำลังป่วยอยู่...

       @TangXinJian

        คำถามแรกก็เล่นเอาเสียตอบยากเลย หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อยกับคำถามที่นางได้รับมา จะบอกยังไงดีให้มันเหมือนคนปกติมากที่สุดกันนะ? จะให้บอกโพลงไปว่า ‘อ้อ ข้าให้ผีเสื้อคอยตามดูเจ้า แล้วข้าก็มองผ่านตาผีเสื้อด้วยใช้พลังจิตหรืออย่างไร?..’ แบบนั้นมันก็แปลกเกินไป..

        นางกอดอกของตนเอง ก่อนที่จะพูดขึ้น “ข้ารู้ เพราะว่าข้าเป็นข้า..ถ้าบอกว่าข้าฟังมาจากสัตว์เจ้าจะเชื่อไหมเล่า? จะเรียกว่าสะกดรอยก็คงได้..” นางถอนหายใจ จากนั้นก็พูดต่อขึ้นมา “ข้ารู้หมดนั้นล่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เจ้าไปทำอะไรกับหญิงที่หอปี้ซูนั้น หรือจะเรื่องที่เจ้าพึ่งโดนสลัดรักมาอย่างกับ..อืม...ช่างเถอะ..” เป่าหลิงเลือกที่จะไม่พูด ความจริงฉากนั้นก็เป็นฉากที่นางยากจะอธิบายเหมือนกัน ว่ามันหมายความว่ายังไง

       มันทั้งดูเศร้า … โศก… ทรมาร ..ไร้หนทาง และสิ้นหวัง… เจ็บปวด ทั้งนางคนนั้นและชายตรงหน้าของเธอ..

       @TangXinJian

        “........” นางเงียบไปสักพัก และไม่ได้พูดอะไรออกไปในครั้งแรกที่เขาถามขึ้นมา ความคิดที่ตีกันบนหัวนั้นทำให้นางต้องหันไปทางร่างกายของเขาที่นอนอยู่ .. “ข้าก็แค่เห็นเจ้าเมา แล้วทรมาร..ข้าเลยทำ” เป่าหลิงพูดไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ… นายเลือกที่จะพูดแบบนี้.. นั้นอาจทำให้ชายตรงหน้าเหมือนโดนตบเข้าที่ใบหน้าก็ได้… แต่ว่า..

        จะให้พูดว่าสนใจหรอ?... จะให้พูดว่าสงสัยหรอ?..จะให้พูดว่า..ว่า…..ไม่มีทาง..นางกลับไปที่ใดไม่ได้อีกแล้ว.. ร่างกายนี้ไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว..

       @TangXinJian

       “ข้าก็ทำ...ข้ามันก็แค่….” นางหยุดคำพูดของตนเอง.. ก่อนที่จะนำมือยกขึ้นมาจับไว้ที่หัวของตนเองน้อยๆ.. นางไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร .. ความรู้สึกที่ชายตรงหน้านั้นได้รับคงจะเจ็บปวดทรมารมาก หากเป็นแต่ก่อนนางก็คงไม่มีทางคิดอะไรแบบนี้ได้.. ผีเสื้อสีส้มแดงเพลิงนั้นค่อยๆบินมาเกาะที่ไหล่ของหญิงสาว …

        ‘เจ้าตอบเขาไม่ได้ใช่ไหมล่ะ...เป่าหลิง’ นั้นคือเสียงของฝ้าเฉี่ย.. หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรตามที่ฝ้าเฉี่ยกล่าวจริงๆ คำพูดนั้นมันเหมือนกับจุกอกไปหมด นางไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร แต่ทว่าเมื่อนึกดีๆ.. นางใส่ใจเขาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ?...

        “.....ข้ามันก็แค่….คนเลวคนหนึ่งเท่านั้น”

        ซึ่นเจี้ยนคว้าข้อมือของนางไว้ แล้วจึงออกแรงบีบสุดแรงราวกับต้องการให้ข้อมืออันบอบบางนั้นแหลกสลายไปทั้งกระดูก..ดวงตาของหญิงสาวนั้นเริ่มเปลี่ยนสีเล็กน้อย..แต่ทว่าอยู่ๆก็กลับกลายเป็นสีม่วงดังเดิม เนื่องจากนางรับรู้ได้ถึงความเจ็บ..

       @TangXinJian

        “......ความฝัน..ไม่อาจเอาชนะความจริงได้หรอก” เป่าหลิงเอ่ย ใช่แล้ว ไม่อาจเอาชนะความจริงได้หรอก นางรู้ดี เพราะนางคือธิดาแห่งมารฝัน .. “เจ้าลืมมันไม่ได้อย่างงั้นหรือ? ตั้งแต่ข้าจ้องมองเจ้า ข้าไม่ยักจะเคยเห็นเจ้าเอ่ยนามถึงข้าเลยสักครั้ง...เหมือนเจ้าไม่เคยใส่ใจข้าเลยสักนิด...” เธอกล่าวออกมา เมื่อชายตรงหน้าบอกว่านางทิ้งเขาไว้.. ใช่นางทิ้งไว้ เพราะไม่อยากจะเจอฉากแบบนี้ไงเล่า.. ทั้งอึดอัด ทั้งทรมารที่ต้องมารับรู้อารมณ์ของมนุษย์.. แม้เธอจะ.. เคย เป็นมนุษย์ก็ตามที..

        “เจ้าอย่าพูด...สิ่งที่เจ้าคิดในใจออกมาเลย…..มันไม่มีทางเป็นไปได้.. มันไม่มีทางเกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น….ข้าไม่ใช่…. ไม่ใช่อะไรที่จะอยู่กับเจ้าได้ ไม่ใช่อะไรที่จะมาช่วยเจ้าได้แบบนี้บ่อยๆ …. เก็บคำนั้นของเจ้าไว้ ไว้ให้กับนางที่เจ้ารู้สึกเช่นนี้กับนางจริงๆเสีย” เป่าหลิงเอ่ยขึ้นมา นางสับสน … นาง คิดอะไรไม่ออก กระทั้งการเกลาคำพูดก็ไม่อาจเอื่อนเอ่ยออกไป….

       @TangXinJian

       หญิงสาวขมวดคิ้ว ความฝันเช่นนั้นหรือ?.. เห็นเช่นนี้นางให้ค่ากับความฝันเหมือนกัน.. จะบอกว่าฝันถึงบ้างไหม ถ้าจากจิตใต้สำนึก ก็คงไม่ แต่เรียกได้ว่าพูดถึงอยู่ตลอดความฝันเสียดีกว่า แต่การจะพูดออกไปนั้นคงยากที่จะพูด เพราะนาง..ก็เป็นธิดามารฝันนี้..

        “ข้า….ไม่ฝัน…..เรียกว่า..ไม่ฝัน..ได้ไหมนะ..” เป่าหลิงถอนหายใจ.. นางคิดว่าสิ่งนั้นเป็นเพียงจิตใต้สำนึกที่นางคิดมาเองเสียอีก.. เพราะว่านางก็อยู่ในมิติที่ท่านพ่อสร้างมาให้ ไม่คิดว่าเรื่องราวในคืนนั้น..จะเป็นเรื่องของความฝันจริงๆ.. “.....ใช่..ข้าฝัน..ทำไม?” นางพูดถามต่อ ก่อนที่จะถอนหายใจ … ใช่ ใจอ่อนอีกแล้ว.. ใจอ่อนเข้าไป เป็นใครก็ไม่รู้ แต่ทำให้นางใจอ่อนได้เสมอ.. ปั่นป่วนไปหมดเลย.. แต่แล้วเสียงของผีเสื้อฝ้าเฉี่ยก็ดังขึ้น

       ‘ที่เจ้าคิดถึงเขาตลอด ไม่พูดไปด้วยเลยล่ะ ข้าจะได้บอกเข้าให้ .. = = ’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ยพูด เมื่อหญิงสาวได้ยินก็หรี่ดวงตา.. นางอยากจะฆ่าผีเสื้อเพื่อนรักก็ตอนนี้ล่ะ ขืนพูดไป นางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

       @TangXinJian

       เป่าหลิงจ้องมองคนที่กำลังจะหลับอยู่ทุกครา เขาดูอ่อนล้าเกินทนเพราะการเดินทางและพิษไข้ อาจจะเป็นเพราะยาแก้ไข้ด้วย หญิงสาวไม่อาจบอกได้ว่าถ้าเขาตื่นขึ้นมาแล้วเธอจะอยู่หรือไม่อยู่ เขาดูกำลังฝืนตนเองอยู่.. “ข้าไม่อาจอยู่กับเจ้าได้ตลอดเวลาหรอกนะ” นางถอนหายใจ ก่อนที่จะกุมหัวของตนเองน้อยๆ… ความจริงก็รอได้อยู่หรอก..

        “วันพรุ่งนี้ข้าต้องออกจากที่นี้...ข้าจะรอจนกว่าเจ้าจะตื่นแล้วกัน” เป่าหลิงเอ่ย นางค่อยๆเอื้อมมือไปห่มผ้าให้กับชายหนุ่มหลังจากที่ตนเองพูดจบ.. พรุ่งนี้ต้องไปฝึกวิชา.. เพราะฉะนั้นคงอยู่นานไม่ได้..

       @TangXinJian

        เมื่อเธอโดนชายที่ความจริงแล้วน่าจะอายุมากกว่าเธอแต่อายุสมองไม่แน่ใจนั้นดึงลงมาให้นอนข้างกาย นางก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ค่อยๆขยับกายให้อยู่อย่างสบายแล้วค่อยๆหลับตาลงภายในอ้อมกอดของชายที่กำลังให้ความอบอุ่นแก่นางอยู่… เอาเถอะ.. วันเดียวเอง

        .
        .

        ช่วงเวลาเช้านั้นมาเยือน หญิงสาวหาวเล็กน้อยเมื่อยามดวงอาทิตย์ช่วงเช้ามาเยือน ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามที่ตอนนี้กลายเป็นสีดำแดง รวมถึงยังคงมีร่องรอยของเส้นเลือดที่บูดขึ้นตามใบหน้าและร่างกายของนางอยู่..



        ดวงตานั้นเบิกกว้าง คงเป็นเพราะนางหลับทำให้ไอมารนั้นไม่ได้ปกปิดใบหน้าของตนเอง.. ก่อนที่นางจะเดินไปจ้องมองกระจก นางกำลังเตรียมตัวที่จกใช้ไอมารในการปกปิด..แต่ทว่า

       ซึ่นเจี้ยนรู้สึกกายได้สติจากห้วงนิทราก่อนสตรีที่อยู่ในอ้อมกอดเขา..ชายหนุ่มมิได้ขยับกายเพราะกังวลว่านางจะตื่นหากเขาขยับ ชายหนุ่มจึงได้แต่นอนนิ่งๆ จ้องมองใบหน้าของนางซึ่งกระทบกับแสงตะวันที่พึ่งขึ้นจากขอบฟ้า ...ช่างน่าแปลกที่จู่ๆรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของซึ่นเจี้ยนโดยที่เขานั้นไม่รู้ตัวเลย ...ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงทำให้เขาครุ่นคิดถึงแค่นาง…

       “....!?” แต่ไม่นานนักซึ่นเจี้ยนก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เมื่อดวงตางามคู่นั้นของอีกฝ่ายเปิดขึ้นจ้องมองสบสายตากับเขา

       ...นัยน์ตาสีแดง...เส้นเลือดที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นราวกับซากศพ….อะไรกัน?

       ซึ่นเจี้ยนขยับกายถอยลุกนั่งห่างจากนางด้วยความตกใจ ..
       เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง นี่นาง….นาง…

       @TangXinJian

       เป่าหลิงถอนหายใจ ก่อนที่นางจะขยับร่างกายตนเองออกจากเตียง นางเดินไปหยิบผ้าคลุมของตนเอง ก่อนที่จะนำมือปิดใบหน้าของตนเอง ไอมารนั้นค่อยๆครอบคลุมใบหน้าของหญิงสาวแล้วใบหน้าของนางก็ค่อยๆกลับคงเดิม..เป็นเป่าหลิง หญิงงามโฉมสคราเช่นเดิม ไม่มีเค้าของความเป็นมารเหมือนคราก่อน

       “ไม่ต้องเป็นห่วง เราสองคนจะไม่ได้พบกันอีก...” นางพูดออกมาเสียงเรียบๆ ไม่ได้คิดจะบอกหรือแก้ตัว ว่านางเป็นตัวอะไรเธอจับกระเป๋าของตนเองแล้วค่อยๆควานหาอะไรบางอย่าง..

       ซึ่นเจี้ยนตกใจ...หากแต่ไม่ได้หวาดกลัว

       @TangXinJian

       เธอจ้องมองนัยต์ตาสีนิลของชายที่กำลังจับไหล่ของนางไว้.. ใบหน้างามนั้นแสดงถึงอารมณ์ที่ดูลำบากใจกับทำถามนั้น นางนึกว่าเขาจะเกลียดกลัวนางแล้วเสียอีก แต่ชายตรงหน้าก็ไม่อาจให้ได้รู้ความลับนี้เช่นกัน.. จนกว่าจะถึงเวลานั้น.. “..ใช่...ข้าป่วย” นางพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ… เธอเลือกที่จะโกหก ดีกว่าบอกความจริง เนื่องจากว่าความจริง คงเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจรับได้..

        “แต่ข้ากำลังจะหาย..เพียงต้องใช้เวลา เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมากหรอก...เจ้าเป็นห่วงตนเองเถอะ” เป่าหลิงเอ่ยนางจ้องมองไปทางแผลของเขา..ก่อนพูดขึ้น “ข้าจะเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เจ้า...หันหลังสิ” เธอกล่าว

       “...” ชายหนุ่มไม่อาจกล่าวเถียงนางได้เลย เขาจึงว่าง่ายยอมพยุงกายตนเองที่เซไปมาให้ไปนั่งที่เตียงเช่นเดิม หากแต่จังหวะที่ใกล้ถึงจุดหมายนั้น ซึ่นเจี้ยนก็พบว่าขาของเขาไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา ชายหนุ่มล้มตัวลงบนเตียงโดยที่หันมาคว้าทุกสิ่งที่พอจะจับได้

       ‘พรึบ!’

       อาภรณ์ของหญิงสาวที่สวมใส่อยู่ถูกฉีกขาด โดยที่ร่างของนางเองก็ถูกกระชากให้ล้มลงมาทับกายของเขาด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่นเจี้ยนเบิกตาโพล่ง “...ข้า..ข้าไม่ได้ตั้งใจ!” ดวงตาของหญิงสาวนั้นเบิกกว้างขึ้น อาภรณ์สีม่วงขาวของนางโดนฉีกขาด โชคดีที่ว่าชุดนี้ไม่ใช่ชุดที่ท่านพ่อให้เธอมา ….

        ไม่เช่นนั้นชายตรงหน้าคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้…

       “มะ...ไม่เป็นไร” นางมองอย่างอึ้งๆนิดหน่อย ก่อนที่จะค่อยๆจับเสื้อผ้าที่ขาดของตนเองเข้าทีนางจ้องมองคนที่กำลังล้มนอนกองอยู่บนเตียง ก่อนที่ใบหน้าจะขึ้นสีเล็กน้อย โชคดีไปที่ไม่ใช่ชุดของท่านพ่อ ไม่เช่นนั้นนางอาจจะเผลอฆ่าชายผู้นี้แล้วก็เป็นได้ เธอค่อยๆขยับออกแล้วจับเขาให้ลุกขึ้นมา จากนั้นช่วยปลดผ้าพันแผลเพื่อที่หญิงสาวจะได้ทำแผลในช่วงเช้าได้..

       “เจ้าพักผ่อนก่อนก็ได้ หากยังไม่ไหว...” นางพูดไปด้วยขณะที่กำลังทำแผล “....ข้าได้นี้มา...เอาไปสิ ข้าไม่รู้ว่าจะเอามันไปทำอะไร ข้าเห็นว่าเจ้ามีอาชาเหงื่อโลหิตสีทอง มันน่าจะใช้ได้..ข้าได้มันมาจากท่านพ่อของข้า” นางกล่าว ก่อนที่จะนำผ้าพันแผลอันใหม่มาพันให้กับเขา..

        แล้วเธอก็เดินหยิบอานเทวะออกมา...เป็นอานที่ถูกตีขึ้นอย่างดีด้วยหินห้าสีกว่าพันก้อนและตกทอดมาถึงฮั่นเกาจู่ 1 อัน… และตกทอดมาเรื่อยๆ จนถึงมือของเธอ ไม่อาจบอกได้ว่าพ่อของหญิงสาวคนนี้เป็นใคร หากแต่ถ้าเขามีของเช่นนี้ก็แปลว่าเขาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ.. อาจจะเป็นขุนนางเหมือนพ่อของแม่นางคนนั้นก็เป็นได้..

        “เอาไปใช้เสีย...ข้าว่าเจ้าควรใช้มันมากกว่าข้า?”

       @TangXinJian

        “...เจ้าทำหน้าเช่นนั้นไปได้..ข้าจำต้องเดินทางออกไปแล้ว….ระวังตนเอง อย่าให้ความฝันกลืนกินเจ้า อย่าให้ความชั่วร้ายครองงำเจ้า ข้าจะจดจ้องเจ้าทุกการกระทำของเจ้า” นางกล่าว ก่อนที่จะค่อยๆขยับใบหน้าของตนเองลงไปยังคนที่นั่งอยู่บนเตียง หญิงสาวค่อยๆจูบลงไปที่หน้าผากของเขาเบาๆ นั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผีเสื้อนามฝ้าเฉี่ยบินเข้ามาเกาะที่เส้นผมของนาง…

        หากเขาจำได้..คล้ายคลึงผีเสื้อกลิ่นดอกปทุม เฉกเช่นเมื่อวันวานเหลือเกิน

        “เจ้าต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่?..หากมันจะทำให้เจ้าเดินทางได้สบายกว่านี้?” นางพูดถาม “สถานที่...ที่ข้าจะสามารถพบเจอเจ้าได้อีกครั้งในภายภาคหน้า...” ซึ่นเจี้ยนกล่าว...ทำไมกันเขาถึงรู้สึกโหยหานางถึงขนาดนี้ อยากจะพบเจออีกครั้ง ไม่อยากจะปล่อยนางไป…

        “......เจ้าต้องเก่งขึ้นกว่านี้...เก่งกว่าข้า….จงหมั่นฝึกฝนตนเอง และวันนั้นจะมาถึง” นางค่อยๆคลียิ้มของตนเองออกมา หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อย รอยยิ้มที่เหมือนกับรอยยิ้มของหญิงสาวนั้นได้แปรเปลี่ยนไป.. มันช่างเป็นรอยยิ้มที่สดใสและงดงามเหลือเกิน .. นางยังคงเป็นหญิงเย็นชา.. แต่คงไม่อาจปฎิเสธได้ ว่านางเริ่มใจอ่อนให้กับเขาขนาดไหน..

        ใช่แล้ว…..ใจอ่อนอย่างมาก… แม้นางจะไม่ใช่มนุษย์ก็ตามที





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดวงตาสวรรค์
กระบี่มารพันปี
ตัวเบาร่มนภา
โลหิตมาร
หน้าไม้กล
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x34
x25
x9999
x3546
x4763
x19
x50
x55
x100
x9999
x4590
x1930
x5778
x4680
x3309
x54
x20
x500
x100
x100
x20
x9999
x2700
x5
x100
x20
x907
x1
x1
x14
x1
x5
x10
x1105
x10
x1
x9999
x200
x2
x68
x9079
x100
x41
x1
x1
x562
x1
x164
x3
x1
x2
x4
x1
x48
x989
x14
x5
x2
x2
x20
x3
x12
x7
x2
x142
x50
x2
x3
x5
x1
x3
x3
x4
x3
x30
x4
x32
x35
x212
x1708
x50
x8
x3
x129
x2494
x7200
x5072
x2656
x3908
x835
x15
x1457
x171
x2464
x52
x140
x444
x299
x7459
x5449
x6423
x739
x1
โพสต์ 2018-10-1 22:34:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สิ่งใดกันที่ใฝ่หา?

ดวงตาของหญิงสาวนั้นค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่าได้ช้าที เธอจ้องมองรอบๆของตนเอง ก่อนที่จะลุกขึ้นมาจากบนเตียงของตนเอง เธอมองไปรอบๆห้องก่อนที่จะลุกขึ้นมาเดินไปยังตู้เสื้อผ้าที่ทำจากไม้สลักของตนเอง หญิงสาวหรี่ดวงตาของตนเองมา แล้วค่อยๆหยิบเสื้อผ้าภายในตู้นั้นออกมา

        ‘เจ้าจะออกไปข้างนอกอย่างงั้นหรือ?’ เสียงของฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าวขึ้น เขานั้นบินเข้ามาหาหญิงสาว ก่อนที่จะจ้องมองชุดเสื้อผ้าที่นางนำออกมา “ใช่ เดี๋ยวข้าจะออกไปซื้อของ เดี๋ยวข้าจะใส่ชุดกับปลอมตัวไปด้วย ข้าให้สัญญาว่าจะไม่ให้ใครรู้ว่าข้าเป็นใคร” หญิงสาวกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่ตนเองจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าในชุดของชาวฮั่นของตนเองที่มี ก่อนที่จะเดินไปเปลี่ยนภายในห้องน้ำ จากนั้นไม่นานหญิงสาวก็เดินทางออกมาจากถ้ำเริงระบำ เพื่อที่จะออกไปซื้อผ้ามาตัดชุด เพื่อรอขั้นเวลาการฝึกวิชา

        หญิงสาวนั้นเลือกที่จะใช้ไอพลังมารในการปกปิดใบหน้าที่มีรอยเส้นเลือดบูดเพราะการฝึกวิชาโลหิตมารเอาไว้ เนื่องจากว่าหากเธอเดินออกไปแบบนี้พวกชาวบ้านคงจะวิ่งหนีกันเหมือนในฝันเป็นแน่แท้


หลังจากที่ถูกผลักไสไล่ไม่ให้พบนายอำเภอฝูเฝิง
ซึ่นเจี้ยนก็เก็บความเจ็บใจแล้วจึงควบขี่อาหยู่จากมา
เขามุ่งหน้าไปทางตะวันออกเดินทางไม่มีหยุดพักเข้าสู่เมืองหลันเยี่ย

ให้ตายสิ...เขาอยากจะฆ่าไอ้เจ้านั่นจริงๆ
บาดแผลโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นตั้งแต่อยู่ในคุกจนตอนนี้ยังไม่หายดี เขาสภาพร่อแร่เหลือเกิน
แต่ก็ยังฝืนร่างกายมาจนถึงโรงเตี้ยมเพื่อพักผ่อนจนได้…

[โรงเตี้ยมจี้ฉู่เฉียว]

ชายหนุ่มหลังจากจองห้องพักไว้แล้ว จัดการฝากอาหยู่เรียบร้อย ก็มุ่งไปนั่งที่โต๊ะอาหาร
สั่งอาหารและสุรามาเพื่อดับความหิวนี้ “.....” ซึ่นเจี้ยนยกไหสุราขึ้นดื่มโดยไม่แม้แต่จะรินใส่จอก
หลังจากนั้นไม่นาน ร่างของหญิงผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของชายหนุ่มที่กำลังยกไหสุรายัดปากของตนเอง
.

.
ก่อนหน้าที่หญิงสาวจะเดินทางไปซื้อของที่ร้านขายผ้าภายในย่านการค้าเมือง
อยู่ๆระหว่างทางเธอก็เห็นผีเสื้อตนหนึ่งบินผ่าน ..
ดวงตาของเธอก็รับรู้ได้ทันทีเลยว่ากำลังมีอะไรบางอย่างเดินทางมายังที่นี้..
ร่างกายของชายคนหนึ่งที่เดินเซๆเข้าไปในโรงเตี้ยม...เป็นชายที่เธอให้ผีเสื้อตนนั้นตามเขาไว้..

สิ้นความคิดหญิงสาวก็เดินตัวปลิวเพื่อที่จะตามเขาเข้าไปในโรงเตี๊ยมนั้นแล้ว
เธอถอนหายใจเล็กน้อย เนื่องจากว่าถ้าจำได้ไม่ผิดเขานั้นกำลังบาดเจ็บอยู่..หรือว่า..
…ทนไม่ไหวแล้ว… ….. นั้นคือเมื่อไม่กี่นาทีก่อนที่เธอจะปรากฏต่อหน้าเขาอีกครั้งหนึ่ง

ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามของนางค่อยๆจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังดื่มสุราขึ้นเหมือนกับอาบเฉกเช่นกับครั้งเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เธอไม่แน่ใจว่าเขานั้นมีสติพอที่จะรับรู้ว่านางอยู่ตรงนี้หรือปล่าว เธอเห็นผ่านผีเสื้อที่ติดตามเขาว่าเขานั้นเดินทางลงมาที่นี้… เหมือนกับกำลังเดินทางอย่างไร้จุดหมาย

“.......” เธอจึงเดินทางออกมา เพื่อที่จะมาดูว่าเขาเป็นเช่นไร แต่ทว่าก็เห็นว่าเขาดันอาบสุราเมรัยเสียแล้ว..
เป่าหลิงจึงค่อยๆขยับเข้าไปใกล้แล้วดึงไหเหล้าออกมาจากมือของเขา ก่อนที่จะจับไปที่หน้าผากของอีกคน
“เจ้าควรไปนอน ไม่ควรมาดื่มสุราเมรัยอยู่ตรงนี้” นางกล่าว ก่อนที่จะค่อยๆพยุงร่างของเขาขึ้นมาเพื่อพาไปยังห้องพัก…

“ข้าพึ่งดื่ม..ยังไม่เมา...” เขากล่าวเสียงเรียบ หางตาค้อนมองสตรีที่คุ้นเคย
หากแต่ภายในใจใคร่สงสัยว่านางรู้ได้เช่นไรกันว่าเขานั้นอยู่ที่นี่ …. บังเอิญรึ?

“เจ้าสะกดรอยข้าเหรอ?...” เขากล่าวเสียงเยือกก่อนจะสะบัดแขนแกร่งออกจากการถูกนางพยุงกายไม่ให้เซ
“......เป่าหลิง?” เขาขานชื่อนางในขณะที่รอยยิ้มเริ่มปรากฏจางๆบนใบหน้าคมสันที่ขึ้นสีระเรื่อเนื่องจากฤทธิ์สุรา

        เมื่อหญิงสาวได้ยินดังนั้น ก็ค่อยๆจ้องมองใบหน้าที่ขึ้นสีและน้ำเสียงที่เยือกเย็นและราบเรียบของเขา … “ข้าก็แค่เห็นคนที่ป่วยเพราะบาดแผล แต่ยังมานั่งกินเหล้าหน้าตาเฉยเลยมาช่วย เจ้าควรให้ข้าทำแผลให้เจ้าแล้วก็ให้ยาเจ้าเสีย” นางกล่าวขึ้นมา ก่อนที่จะเรียกเสี่ยวเอ๋อห์ให้เก็บไหสุรานั้นไปให้พ้นๆทาง ..

        คนป่วยไม่ควรที่จะกินมัน เพราะฉะนั้นมันถึงเป็นสิ่งที่เขาไม่ควรดื่มมันในตอนนี้ “มาเถอะ ข้าจะทำแผลให้ เห็นเจ้าเป็นแบบนี้แล้วข้าไม่ชอบใจนัก” นางพูดไปตรงๆ ก่อนที่จะขยับมือไปจับแขนของเขาอีกรอบ โดยที่นางนั้น ไม่ให้โดนแผลที่หลังของเขา เพื่อที่จะไม่ให้เขาได้รับบาดเจ็บ…

        แปลกเนอะ? ทำไมนางรู้ว่าเขาป่วย ทำไมนางรู้ว่าเขามีบาดแผลกัน?

ซึ่นเจี้ยนขมวดคิ้วหากแต่ก็ยอมเดินตามสตรีผู้นี้ขึ้นไปยังห้องพักอย่างว่าง่าย
โดยที่ในระหว่างทางเขาก็ได้เอ่ยถามนาง “...เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้ามีบาดเจ็บ?” ซึ่นเจี้ยนสงสัยนัก

..นางสะกดรอยเขาจริงๆใช่หรือไม่? เขารู้สึกแปลกๆขึ้นมา
...นี่นาง ทั้งๆที่นางหนีเขาไปในคืนนั้น หากแต่กลับสะกดรอยเขางั้นเหรอ?

เมื่อถึงห้องพักซึ่นเจี้ยนก็ถูกนำพาไปนอนที่เตียง เขาคว้าแขนเรียวของนางเอาไว้รั้งไม่ให้ไปหยิบสิ่งใด
ฉุดให้นางลงมานั่งข้างกายเขาที่ขณะนี้นอนราบอยู่บนเตียง
ใบหน้าคมสันซุกไปที่อาภรณ์ส่วนปลายของนาง ...กลิ่นดอกปทุม

เขาคิดถึงกลิ่นกายนี้ของนางเหลือเกิน…

“อะ...” หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังฉุดนางให้นั่งข้างกาย เมื่อเขานำใบหน้านั้นซุกลงที่อาภรย์ของนางแล้วค่อยๆดอมดมกลิ่นกายของนางอย่างใจเย็น.. ก่อนที่จะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอะไรบางอย่างกับชายตรงหน้า.. เขา..คิดถึงนางเช่นนั้นหรือ?

“เจ้าหนีข้าไป...” ซึ่นเจี้ยนพึมพัมเบาๆ หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆรู้สึกว่าดวงตาของนางจะกระตุกไปเล็กน้อย.. เมื่อนึกถึงเรื่องราวในคืนนั้น

กายเขาเริ่มราวกับไฟแผดเผาเนื่องจากไข้ที่กัดกิน
บวกกับสุราที่ยิ่งเป็นดั่งนํ้ามันเพิ่มเชื้อเพลิงเข้าไป…
เจ็บแสบบาดแผล..
มึนเมาสุรา…
กายร้อนดุจเพลิง…
ใจนั้นสับสน...ครุ่นคิดถึงคืนนั้นที่นางทิ้งเขาให้เดียวดาย..

“ทำไมถึงทำสิ่งนั้นกับข้า..ทำไมคืนนั้นเจ้าถึง...”
ความสงสัยตลอดมา..ทำไมนางถึงเลือกที่จะยอมมีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับเขา?
เพราะมึนเมาขาดสติงั้นเหรอ? หรือเพราะสิ่งใดกัน….

        เป่าหลิงไม่ได้พูดสิ่งใด นางค่อยๆจับมือที่ร้อนระอุเพราะพิษไข้ของชายที่กำลังป่วยได้ที่ขึ้นมา ใบหน้าของนางดูมีสีหน้าแห่งความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรเสียเขาก็ยังคงเป็นมนุษย์ เจอเรื่องแบบนั้นไปก็คงจะป่วยไข้ไม่ต่างกับมนุษย์ทั่วไป “เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง แต่ตอนนี้ข้าขอทำแผลและเช็ดตัวให้เจ้าก่อน” นางถอนหายใจ จากนั้นก็ค่อยๆนำมือของถังซึ่นเจี้ยนออกไปจากร่างกายของเธอ ค่อยๆให้เขานั้นล้มตัวลงนอน…

        นางถอดเสื้อคลุมของตนเองไว้ข้างกายเขา แล้วเดินเข้าห้องน้ำ เพื่อไปเตรียมผ้าเช็ดตัวและน้ำอุ่นไว้ เมื่อเตรียมเสร็จแล้วก็เดินออกมา เป่าหลิงถอดเสื้อของชายหนุ่ม..เป็นผลให้เธอเห็นผ้าพันแผลที่ตอนนี้มีเลือดไหลซึมแถมบาดแผลยังอักแสบหนักประหนึ่งติดเชื้อก็ไม่ปาน ..เมื่อเห็นดังนั้นแล้วดวงตาของนางก็แสดงถึงความรู้สึกอะไรบางอย่าง …

       เป็นหนักขนาดนี้เลยหรือ..?

        เธอไม่รอช้า ค่อยๆนำผ้าพันแผลออก
เช็ดทำความสะอาดร่างกายและแผลของเขาเพื่อที่จะได้เตรียมทำแผลใหม่ให้กับชายดื้อดึงคนนี้..
ความรู้สึกผิดประดาเข้ามา แม้ว่าจะเป็นเพราะว่าเขาจะดื้อทำตัวเอง แต่นั้นก็เพราะว่าเขาช่วยนางคนนั้นไว้..

“เจ้าควรรู้ว่าเจ้าควรทำอะไรไม่ทำอะไร การที่เจ้าจะช่วยใครนั้นเป็นเรื่องดี"
"แต่หากสิ่งนั้นทำให้เจ้าลำบากขนาดนี้เจ้าก็ควรประมาณการตนเอง.."
"ตอนนี้เจ้าเหมือนสภาพคนที่จะตายแหล่มิตายแหล่อย่างไรก็ไม่รู้..”

นางพูดไปขณะที่กำลังเช็ดร่างกายที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขา

… เธอยกมือขึ้นมาเหมือนกับเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง

       ‘.....เดี๋ยวข้าไปนำยามาให้แล้วกัน’ นั้นคือเสียงของฝ้าเฉี่ย ผีเสื้อหนุ่มเพื่อนของเธอพูดขึ้น

หลังจากนั้นผีเสื้อหนุ่มจะบินหายออกไปจากห้อง ก่อนที่เป่าหลิงจะค่อยๆเช็ดปาดแผล รวมถึงจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยพิษไข้ของอีกคน

“อัก..!” ซึ่นเจี้ยนสะดุ้งเฮือกเพราะสัมผัสผ้าที่เช็ดทำความสะอาดบาดแผลที่หลังของตน
สร้างความเจ็บแสบเป็นระยะๆ ...บ้าจริง นี่นางรู้ได้ไง? รู้ได้ไงว่าเขาช่วยใครหรือทำสิ่งใดมา..

“นี่เจ้า...รู้ได้อย่างไร?” ซึ่นเจี้ยนเสียงแหบพร่า พยายามหันใบหน้าไปมองร่างอรชรที่คอยดูแลเขา
“งั้นเหรอ...ตายไปก็ไม่เลวเหมือนกัน….ฮึ” เขาหันหน้ากลับไปไม่มองนางราวกับคนที่ยังคงหงุดหงิด
กับเรื่องที่นางปล่อยให้เขาตื่นขึ้นมาคนเดียวในคืนนั้น..

“เจ้าไม่ต้องมาคอยดูแลข้าหรอก...ปล่อยให้แผลเน่าไปซะ”
เขาทำตัวราวกับเด็กๆ พูดจาตัดพ้อใส่นาง…

ให้ตายสิ ทำไมจู่ๆเขาถึงเป็นแบบนี้นะ?
นางเป็นผู้หญิงคนแรกของเขา…
แต่เขานั้นแทบไม่รู้เรื่องเลยด้วยซํ้าว่าทำไมนางถึงยอมมีสัมพันธ์กับเขา!
หงุดหงิดเสียจริง!

หลังจากที่ได้ยินดังนั้น หญิงสาวก็ค่อยๆเช็ดตรงบริเวณใกล้แผลแรงขึ้นกว่าเดิมเพื่อเป็นการเตือนสติชายหนุ่ม ที่พูดอะไรออกไปเช่นนั้น “อย่าพูดแบบนี้อีก” นางกล่าวน้ำเสียงดุๆ ก่อนที่จะค่อยๆ เดินไปเปิดประตูห้องพัก จะเห็นว่ามีเสี่ยวเอ๋อร์ที่เดินมาพร้อมกับกระเป๋าอะไรบางอย่าง นั้นคือกระเป๋าปฐมพยาบาล ด้านในเหมือนจะมียาและพวกผ้าพันแผลอื่นๆอยู่ด้วย..

เธอเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับปิดประตู.. ทำให้นึกถึงเรื่องราวในคืนนั้นได้อยู่ แต่ตอนนี้