กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 364|ตอบกลับ: 20

{ เมืองอู๋เว่ย } โรงเตี้ยมหยู่เย่วหลง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-6-19 23:02:30 |โหมดอ่าน

โรงเตี้ยมหยู่เย่วหลง



เป็นโรงเตี้ยมที่ตั้งอยู่ในเมืองอู๋เว่ย 
เป็นเมืองที่มีทั้งชาวฮั่นและคนนอกด่านจำนวณมาก
จึงไม่แปลกที่โรงเตี้ยมแห่งนี้จะมีบริการหลายๆ อย่างอย่างครบครัน
เพื่อไม่ให้ผู้ที่เดินทางมาพักรู้สึกผิดหวัง

ทางโรงเตี้ยมจึงใช้แต่วัถุดิบดีๆในการปรุงอาหาร ห้องพักใหญ่โตจัดตกแต่งอย่างสวยงาม
และเปิดให้บริการตลอดเวลาไม่มีปิด
เพื่อให้ผู้เดินทางทุกท่านได้มีที่สำหรับใช้พักผ่อนหยย่อนใจกันนั้นเอง


ชื่อกิจการ: โรงเตี้ยมหยู่เย่วหลง
เจ้าของกิจการ: หม่า ต่งกุ้ย
ประเภทร้าน: บริการอาหาร, สุรา-น้ำชา, ห้องพัก,
ตกกลางคืนมี การฟ้อนรำ และ เสียงดนตรี ทั่วไป
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 24 ชม.

ประทับตรา: ผู้ว่าเมืองอู๋เว่ย

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

71

กระทู้

746

โพสต์

8หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
48691
เงินตำลึง
5601
ชื่อเสียง
37615
ความหิว
452
คุณธรรม
326
ความชั่ว
24
ความโหด
51
เสวี่ยนอู่
ระดับ 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-6-19 23:12:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ดินแดนบ้านเกิด
[แวะทางข้าวที่เมืองเดิม]


     หลังจากที่แวะกลุ่มเดินทางของจางฝูได้แวะพักที่บริเวณบ่อจิ่งหลิวซึ่งเป็ยบ่อน้ำผุดที่ผุด-ขึ้นมาเองตามธรรมชาติและถือว่าบริเวณแห่งนี้เรียกได้ว่่าป็นจุดแวะพักสำคัญของเหล่านักเดินทางที่จะเดินทางเข้าหรือออกแผ่นดินฮั่น และนั้นก็นับเป็นหนึ่งเหตุผลที่เธอเลือกที่นี่จุดเเวะพักแรก


      เมื่อนอนหลับพักผ่อนกันจนเต็มที่ก็ได้เวลาที่พวกเธอนั้นจะต้องเดินทางต่อไปยังอยู่เว่ยและพวกเธอคงต้องหาโรงเตี้ยมในเมืองนั้นนอนพักเอาแรงกันก่อนที่จะเดินทางสู่เมืองถัดๆไป


      “มานั่งบังคับช้างท้าแดดท้าลมแบบนี้ขืนเป็นลมล้มพับไปจะทำอย่างไรหือ” เสียงกึ่งบ่นกึ่งดุของจุ๋เว่ยยังงคงดังต่อไปเกือบบตลอดทั้งเส้นทางและที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะความดื้อแพ่งของจางฝูที่อยากจะออกมานั่งด้านนอกมองบรรยากาศเื้องหน้ามั้ง


      “เจ้าบ่นมาเกือบจะชั่วยามแล้วจู๋เว่ย เจ้าไม่เหนื่อยบ้างรึไง”จางฝูเอ่ยพรางยกมือขึ้นมาจับผ้าบางที่ใช้คลุมหัวและปิดจมูกเพื่อกันลมที่พัดมาพร้อมกับทรายไม่ให้ติดเส้นผมหรือเข้าจมูก


       “ข้าจะบ่นจนกว่าเจ้าจะเลิกดื้อแล้วไปนั่งอยู่ที่รถเทียบด้านหลังดีๆ”จู๋เว่ยเอ่ยเสียงดุพรางถอดสายตามองร่างบางที่นั่งบังคับช้างอยู่เบื้องหน้าตน เขารู้ว่าเธอเก่งเพียงใดแต่หากร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอการฟื้นตัวก็จะช้าลงไปด้วยและนั้นคือสิ่งที่เขาห่วงแม้ที่นี่จะไม่ได้ป่าเถือนเช่นที่ปอมเปอีแต่ก็วางใจไม่ได้จากที่เขาไปลองอ่านบันทึกของจางฝู พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเถ้าแก่ที่โรงเตี้ยมมันทำให้เขาได้รู้ว่าช่วงนี้ที่แผ่นดินฮั่นเองก็วุ่นวายอยู่บ้างพวกโจรก็ชุมเยอะขึ้นกว่าสมัยก่อน ‘หวังว่าจะไปเจออะไรแปลกๆระหว่างทางนะ’


       “จู๋เว่ย เห็นเมืองแล้ว”เสียงเรียกของจางฝูนั้นเรียกสติของจู๋เว่ยขึ้นมาก่อนที่ชาหนุ่มจะหรี่ตามองไปยังเบื้องหน้าที่เห็นประตูเมืองอู๋เว่ยตั้งอยู่ไกลลิบๆ


      “ถึงเมืองพอหาโรงเตี้ยมพักได้แล้ว ก็ทานข้าวแล้วกินทานยาสะด้วยละเข้าใจไหม”


       “เจ้าคะๆ ท่านพี่จู๋เว่ย ข้าเข้าใจแล้ว”


       “เจ้านี่ทำเป็นเล่นอยู่เรื่อย”


       “แล้วเจ้าจะเครียดอะไรนักหนาละจู๋เว่ย ข้าบอกแล้วไงว่าจะไม่เป็นไร อีกอย่างข้าก็กินยา แล้วเจ้าก็คอยทายาให้ตลอด ไม่นานแผลมันก็หาย พอแผลหายข้าก็กลับมาแข็งแรง”ร่างบางเอ่ยพร้อมเอนหลังลงมาพิงอกจู๋เว่ยก่อนจะเงยหน้ามองยิ้มๆ “เอาน่าพี่ชายจู๋เว่ยข้าเถึกกว่าที่ท่านเห็นเยอะ”


      “เฮ้อ เพราะแบบนี้ไงถึงอดห่วงเจ้าไม่ได้” จู๋เว่ยเอ่ยออกมาอย่างจนใจ เพราะไม่ว่าเขาจะเอ่ยหว่านล้อมอย่างไร หลอกล่อด้วยวิธีไหนสาวเจ้าคนนี้ก็ไม่เคยที่จะสนใจหรือจริงจังกับมันเลยสักครั้ง คงต้องเลยตามเลยแล้วปล่อยให้เธอทำไปตามใจชอบนี่ละ


      “สมกับเป็นเจ้าจริง ช่างเหมือนเเมวดื้อที่ไม่ยอมฟังใครหรือสนใจอะไรเลยจริงๆนะ”


      ข้าจะคิดว่ามันเป็นคำชมแล้วกันนะ”จางฝูเอ่ยพร้อมกัับิ้มกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดีซึ่งมันก็ชวนให้จู๋เว่ยที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นของหญิงสาวรู้สึกสบายใจขึ้นมาได้บ้าง


      กลุ่มเดินทางของจางฝูนนั้นยังคงเดินทางต่อไปเรื่อยๆหลังจากผ่านด่านตรวจคนมาในที่สุดพวกเธอก็มาถึงโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งในเมืองอู๋เว่ยร่างบางที่นั่งอยู่บนหลังช้างค่ออยปีนลงมาอย่างระเเวดระวังไม่ให้บาดแผลของเธอเปิดก่อนที่เธอจะเดินนำเข้าไปด้านในโรงเตี้ยมก่อนส่วนจู๋เว่ยนั้นพาเฟยเทียนไปเข้าคอกพักที่ด้านหลังโรงเตี้ยมก่อนจะเดินหอบสัมภาระอ้อมกลับเข้ามาหาจางฝูที่นั่งโต๊ะรออยู่ก่อนแล้ว


       “สั่งอะไรมารึยัง”จู๋เว่ยเอ่ยถามก่อนจะขยับเก้าอี้แล้วนั่งลงข้างๆ


        “อ่า ก็สั่งบะหมี่ไปสองชามข้า เจ้าจะสั่งอะไรเพิ่มไหมละ”จางฝูเอ่ยตอบ ที่จริงที่เธอสั่งบะหมี่ด้วยเพราะที่มันค่อนข้างทานง่ายและลื่นคอกินสะดวกและถ้าให้เดาจู๋เว่ยก้น่าจะอยากกินเช่นกันเพราะเขาไปอยู่ปอมเปอีมาเกือบห้าปีคงคิดถึงรสชาติอาหารฮั่นมากแน่ๆีกอย่างที่นู่ก็ไม่มีบะหมี่ให้กินอีด้วย ดังนั้นบะหมี่นี่แหละถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว


    “อ่างั้นก็เอาแค่นั้นก่อนนั้นแหละ ทานเสร็จเจ้าก็อย่าลืมกินยาละ”


     “เจ้าค่ะท่านพี่จู๋เว่ย”เธอเ่ยก่อนจะหันไปมองชามบะหมี่ที่เสี่ยวเออร์ยกมาให้ก่อนที่ทั้งคู่จะลงมือทานอาหารมื้อที่สองของวันกันอย่างเอร็ดอร่อยหลังจากที่พวกเขานั้นเดินทางกันมาและเสียเหงื่อจะอากาศร้อนกลางทะเลทรายเกือบตลอดครึ่งวันที่ผ่านมา


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -300 -11 + 3 2ห้องพัก

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กงจักรเฟิ่งหวง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x10
x10
x10
x5
x1
x2
x1
x1
x5
x1
x1
x12
x2
x62
x1
x60
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x4
x3
x40
x5
x42
x31
x2
x3000
x110
x63
x15
x60
x15
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x69
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x120
x50
x72
x1
x15
x45
x63
x3
x30
x14
x5
x68
x26
x6
x7
x102
x172
x4
x130
x4
x1
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x184
x8
x33
x6
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x5
x356
x76
x350
x236
x92
x82
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x38
x152
x675
x477
x947
x630
x108
x4271
x218
x78
x421
x50
x3
x925
x23
x80
x1210
x3
x20
x23
x4755
x61
x798
x15
x2028
x50
x60
x9
x55
x25
x41
x81
x42
x9
x1

71

กระทู้

746

โพสต์

8หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
48691
เงินตำลึง
5601
ชื่อเสียง
37615
ความหิว
452
คุณธรรม
326
ความชั่ว
24
ความโหด
51
เสวี่ยนอู่
ระดับ 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-6-20 21:22:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ดินแดนบ้านเกิด
[อัปลักษณ์]

       คณะเดินทางของจางฝูที่เดินทางกลับจากนอกด่านนั้นได้มาและพักที่โรงเตี้ยมหยู่เย่วหลงซึ่งตั้งอยู่ในเมืองอู๋เว่ย จางฝูที่ได้นอนมาตลอดเส้นทางการเดินทางนั้นทำให้เธอนั้นตื่นขึ้นมาเรียกได้ว่าพร้อมกับตะวันที่ค่อยเคลื่อนขึ้นมาบนฟ้าเลยก็ว่าได้ร่างบางที่สะดุ้งตื่นขึ้นมานั้นหันไปมองรอบๆตัวเเละต้องพบว่า นอกจากตัวเธอแล้วนั้นยังไม่มีใครหรือตัวไหนตื่นเลยก็ว่าได้


      ‘ปล่อยให้นอนกันไปอีกสักพักแล้วกัน’จางฝูยิ้มมองร่างเล็กๆสองตัวบนเตียงก่อนจะหันมองร่างของจู๋เว่ยที่นอนคลุมโปงหันหลังให้เธออยู่ที่เตียงอีกหลังที่ตั้งอยู่งฝั่งตรงข้าม ก่อนที่เธอจะค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่อีกฟากของห้องพักเพื่อที่จะได้จัดการทำความสะอาดร่างการตัวเองเสียหน่อย


       ชุดฮั่นฝูสีนวลถูกถอดอย่างช้าๆและล่วงลงไปกองกับพื้นก่อนที่ร่างเปลื้อป่าวของจางฝูจะค่อยเดินไปหยุดยืนมองกระจกใบใหญ่ที่ตั้งเอาไว้สำหรับให้ผู้มาพักได้สำรวจว่าการเเต่งกายเรียบร้อยดีรึไม่ จางฝูมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกด้วยเเววตาเรียบเฉยมือค่อยเอื้อมไปเเกะผ้าพันแผลที่พันอยู่บริเวณท้องออกเผลให้เห็นรอยแผลที่เกิดจากการถูกฟันเป็นรอยยาวพาดผ่านหน้าท้องด้านขวาเฉียงลงไปถึงด้านซ้ายและบริเวณสีข้างที่มีแผลเก่าจากการถูกดาบแทงเฉือนและรอบถูกเย็บที่ดูแล้วช่างขัดกับรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวเหลือเกินหากผู้ใดไได้มาเห็นเข้าคงพากันพูดเป้นเสียงเดียวกันแน่ๆว่าช่างเป็นรอยแผลที่อัปลักษณ์เสียนี่กระไร


      จางฝูยังคงยืนมองรอยเเผลของตัวเองต่อไปอย่างเงียบพร้อมกับมือบางที่ค่อยๆเอื้อมลูบบริเวณรอยเเผลใหญ่ทั้งสองอย่างเบามือ ‘ตัวข้านี่ช่าง...อัปลักษณ์เสียจริง’ เปลือกตาบางค่อยเคลื่อนปิดลงมาอย่างช้าๆพร้อมกับร่างบางที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจากหน้ากระจกและตรงไปยังถังน้ำเพื่อจัดการเช็ดทำความสะอาดร่างกาย


       ผ่ายไปหนึ่งเคอร่างบางในชุดสีเขียวอ่อนก็เดินออกมาจากห้องน้ำก่อนที่สายตาของเธอจะกวาดมองไปรอบๆห้องแล้วหันไปมองอกหน้าต่างที่บัดนี้สว่างโร่แล้วแต่ก็ยังไม่มีใครตื่นขึ้นมาเลยสักคนทั้งที่ควรจะตื่นแล้วเตรียมตัวที่จะออกเดินทางต่อกันได้แล้วแท้ๆจางฝูถอดถอนหายใจออกมาเบาก่อนจะสูดลมเข้าปอดให้เต็มที่พร้อมกับเปล่งเสียงดังงออกมา


      “ตื่นกันได้แล้วววว”เสียงแว้ดของจางฝูดังลั่นไปทั่วทั้งห้องจนร่างของคนที่นอนอยู่บนเตียงอีกหลังถึงกับสะดุ้งลุกพรวดขึ้นมาอย่างตกใจก่อนจะหันไปมองตัวต้นเหตุของเสียงดังที่ยืนยิ้มอยู่ข้างเตียง


      “ตกใจหมด”จู๋เว่ยเอ่ยพรางลูบอกตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วมองจางฝูที่ยืนเอามือไขวหลังมองเขาอยู่”มีอะไรหรอ”


       “ไปอาบน้ำแต่งตัวเราจะเดินทางกันต่อแล้ว”จางฝูเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหันหลังเดินไปที่เตียงของตัวเองแล้วลงมือเก็บข้าวของใส่ห่อผ้าโดยมีจู๋เว่ยนั้นคอยมองสังเกตท่าทางแปลกของร่างบางตรงหน้าเงียบก่อนที่เขาจะะจำใจหันไปหยิบเอาเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ผ่านไปไม่นานนักร่างสูงของจู๋เว่ยก็เดินกลับออกมาในชุดสีน้ำเงินเข้มก่อนที่เขาจะเดินไปเก็บข้าวของของตัวเองโดยมีางฝูที่เก็บข้าวของเสร็จแล้วนั้นนั่งรออยู่


      “จุดหมายวันนี้ละ จะไปที่ไหน”จู๋เว่ยเอ่ถามขึ้นพร้อมกับขยับมือเก็บข้าวของไปด้วย


      “อืมม เมืองจินเฉิงละมั้ง”จางฝูตอบออกมาอย่างไม่ใส่ใจนักพรางหันไปอุ้มเจ้าลู่ฉีขึ้นมาอุ้มไว้ก่อนที่มันจะเลื้อยไปพันอยู่ที่แขนของเธอเเละลู๋จิวที่เลื้อยลงไปนอนต่อในห่อสัมภาระของหญิงสาว


      “จะเดินหนึ่งวันหนึ่งเมืองเลยสินะเจ้าเนี่ย”

       “ไม่ได้หรอ”


       “ก็ถ้าเจ้าจะไปใครจะห้ามเจ้าได้ ข้าห้ามเจ้าก็ไม่ฟังข้าจริงไหม”


       “ถูกต้องที่สุด”จางฝูเอ่ยก่อนมาก่อนจะยันตัวลุกแล้วหันไปหยิบเอาห่อผ้าสัมภาระของเธอเดินนำลงไปที่ด้านล่างโรงเตี้ยมเพื่อที่จะได้เริ่มเดินทางต่อเสียทีโดยมีจู๋เว่ยนั้นค่อยเดินติดตามร่างบางของหญิงสาวผู้แสนเอาแต่ใจคนนี้ไปติดๆ


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กงจักรเฟิ่งหวง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x10
x10
x10
x5
x1
x2
x1
x1
x5
x1
x1
x12
x2
x62
x1
x60
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x4
x3
x40
x5
x42
x31
x2
x3000
x110
x63
x15
x60
x15
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x69
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x120
x50
x72
x1
x15
x45
x63
x3
x30
x14
x5
x68
x26
x6
x7
x102
x172
x4
x130
x4
x1
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x184
x8
x33
x6
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x5
x356
x76
x350
x236
x92
x82
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x38
x152
x675
x477
x947
x630
x108
x4271
x218
x78
x421
x50
x3
x925
x23
x80
x1210
x3
x20
x23
x4755
x61
x798
x15
x2028
x50
x60
x9
x55
x25
x41
x81
x42
x9
x1

25

กระทู้

115

โพสต์

1230

เครดิต

เงินชั่ง
1257
เงินตำลึง
3010
ชื่อเสียง
150
ความหิว
251
โพสต์ 2018-7-8 17:47:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HongYijiang เมื่อ 2018-7-8 17:50

หลังจากอี้เจียงและหลงจิ่วเอี้ยนได้เดินทางออกจากเมืองอันติงแล้ว พวกเธอก็เลือกเส้นทางที่คนทั่วไปไม่ค่อยเลือกกันนัก
เส้นทางช่องแคบระหว่างเทือกเขาใหญ่ที่เส้นทางทั้งยาวไกลและอันตรายที่สุดเส้นทางหนึ่งในต้าฮั่น

"การเดินทางไปที่อู๋เว่ยจากฉางอันมีอยู่สองเส้นทางหลัก เส้นทางแรกคือเส้นทางตะวันตก ตามแนวป่าออกไป
โดยทั่วไปแล้วคนทั่วไปที่ไปอู๋เว่ยจะเลือกเส้นทางตะวันตก เนื่องจากมีแนวป่า แม่น้ำ และไม่มีทะเลทรายจนกว่าจะเข้าใกล้เขตเมืองอู๋เว่ย
ส่วนอีกเส้นทางคือเส้นทางตะวันออก นั่นคือตรงไปทางเมืองอันติงแลัวอ้อมช่องแคบเทือกเขาทางตะวันออกที่ลาดยาวออกไป
หากพูดถึงเส้นทางนี้แล้ว แค่ทางรถม้ายังยากที่จะผ่านได้โดยยาก ยังไม่นับกับอาหารและที่พัก รวมถึงโจรและเหล่าสัตว์ร้าย
หากถูกโจมตีแทบจะไม่สามารถที่จะหลบหลีกหนีไปได้เลยเนื่องจากเป็นเส้นทางที่แคบ หากโชคดีผ่านไปได้
รู้ตัวอีกทีก็จะโผล่ที่ทะเลทรายกว้างที่ยากจะจับทิศทางที่ถูกต้องได้ ทั้งอากาศที่ร้อนมากในยามกลางวันและหนาวเหน็บในยามกลางคืน
ยังไม่รวมกับเจ้าถิ่น อาหารและน้ำที่หาไม่ได้ง่ายๆเลยในเส้นทางนี้ หากโชคร้ายอาจจะต้องหลงทางและไร้ซึ่งทางกลับ
มีผู้ที่ลองเสี่ยงตายแต่ไม่ได้กลับมาอีกเลยมากมายในเส้นทางนี้ แล้วเจ้าจะเลือกเส้นทางไหนล่ะ?"
หลง จิ่วเอี้ยน พูดขณะที่กำลังขับรถม้าออกจากเมืองอันติง


"ถ้าให้พูด เส้นทางปกติจะต้องผ่านเมืองอีกอย่างน้อยสองเมือง รวมๆแล้วต้องใช้เวลาอยากต่ำคือ4วัน...
ถ้าอย่างนั้นถ้าเราไปทางเทือกเขาเราอาจจะผ่านไปได้จนถึงแม่น้ำทางตอนเหนือได้โดยใช้เวลาแค่วันเดียว
และใช้เวลาผ่านจากทะเลทรายไปยังอู๋เว่ยโดยใช้เวลาอีกหนึ่งวันรวมแล้วได้ประมาณ2วัน..."
อี้เจียงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะลองคำนวณเสบียงที่ต้องใช้ในแต่ละเส้นทาง


"แต่ถ้าเกิดพวกเราเจออันตรายระหว่างทางเข้าล่ะ พวกเราอาจจะต้องเสียเวลามากกว่า2วันนะ
ถึงแม้ว่าข้าจะเคยไปที่อู๋เว่ย แต่ข้าไปเส้นทางปกติ และข้าไม่เคยได้ยินว่ามีใครที่ผ่านเส้นทางนั้นไปได้เลยด้วย"
จิ่วเอี้ยนพูดทักเพราะเหมือนอี้เจียงจะเอนเอียงไปทางเทือกเขามากกว่า

"จากที่ข้าคิด ยังไงซะพวกนักฆ่าที่ไม่ชำนาญเส้นทางยังไงก็ต้องเลือกเส้นทางตะวันตก
ถ้าด้วยความเร็วประมาณนี้พวกเราอาจะไปถึงก่อนได้เล็กน้อย แต่ถ้าพวกเราสามารถเดินทางให้เร็วมากขึ้นสักสองวัน
เราก็จะมีการดำเนินการมากขึ้นอีกสองวัน ข้าไม่คิดว่าพวกเราจะแข็งพอจะสู้กับพวกนักฆ่าตรงๆได้
เราควรจะขอความช่วยเหลือจากตระกูลหมิงให้เร็วที่สุดด้วย... เพราะงั้นข้าจะเลือกเส้นทางตะวันตก"
อี้เจียงวางปากกาขนนกลงแล้วปักใบรายการเสบียงไว้ที่หัวตะปูที่ยื่นออกมาจากรถม้าด้านในอย่างระมัดระวัง

"เจ้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ไม่กลัวทะเลทรายก็พอเข้าใจ แต่ว่าเจ้าแน่ใจได้แน่นะว่าจะไม่เกิดปัญหาน่ะ"
จิ่วเอี้ยนถามอีกครั้งด้วยสีหน้าเหยเก

"ในตอนที่จำความได้ ข้าอยู่ที่แคว้นโหรวหราน แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆก็ตามที
ข้าคิดว่าอย่างน้อยข้าก็พอรู้วิธีรับมืออยู่บ้าง และหากรถม้าไปต่อไม่ได้แต่ถ้าเป็นโต้วยู๋ว์
ที่สามารถวิ่งในทะเลทรายหลายวันติดกันได้ ขอแค่เก็บน้ำไว้ให้เขาได้ล่ะก็อย่างน้อยต้องไปถึงก่อนได้แน่นอน"
อี้เจียงลูบหัวของเจ้าพวกตัวเล็กเล็กน้อย จากนี้พวกมันจะต้องดื่มทานอย่างประหยัดที่สุดด้วยเช่นกัน

"อา... ฃ่วยไม่ได้ล่ะนะ เพราะข้าเองก็ลากเจ้ามาเองด้วย ยังไงคงต้องทำหน้าที่คนขับรถม้าที่เก่งที่สุดในต้าฮั่นจนถึงที่สุดสินะ!"
หลงจิ่วเอี้ยนยิ้มขึ้นมาเล็กๆก่อนที่จะบังคับม้าต่อไป
"ฝากด้วยนะเจ้าคะ"


........

เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็มาถึงยังเส้นทางระหว่างเทือกเขาที่สูงชัน ลมจากด้านบนที่พัดลงมาก็แสนจะเบาบาง
รถม้ายังคงเคลื่อนต่อไปเรื่อยๆก่อนที่อี้เจียงจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่เส้นทางด้านหน้า...

"ท่านพี่จิ่วเอี้ยนหยุดรถม้าก่อนเจ้าค่ะ ดูตรงนั้นสิเจ้าคะ"
พวกเธอพบกันทางแยกและสัญลักษณ์แปลกที่ถูกสลักไว้ที่ทางแยกขวา

"หมายความว่าไม่ซ้ายก็ขวาจะมีโจรอยู่สินะ ร้ายไม่เบาเลยแหะ..."
เด็กสาวค่อยๆแนบหูลงกับพื้นแล้วฟังเสียงของฝีเท้าและลม


"ได้ความว่าไงบ้างรึ---"
จิ่วเอี้ยนที่มองอยู่เอ่ยถามก่อนที่เด็กสาวจะยกนิ้วชี้ปิดที่ปากของตนส่งสัญลักษณ์ให้อีกคนเงียบ
"ชู่ว์---"
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็เงียบไปและรออีกฝ่ายตอบกลับมา

"ไปทางแยกขวาเจ้าค่ะ ข้าได้ยินเสียงสัตว์ป่า.."
อี้เจียงค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆก่อนที่จิ่วเอี้ยนจะบังคับรถม้าต่อไปด้วยสีหน้างุนงง
ก่อนที่เมื่อพวกเขาขับรถม้าผ่านมาได้ระยะใหญ่ๆก็ไม่สีสัญญาณอันตรายอะไรใกล้ๆแล้ว

"จ้ารู้ได้ยังไงว่าต้องมาทางนี้น่ะ.."
"สัตว์ป่าที่ข้าได้ยินมันดูรู้สึกปลอดภัยน่ะเจ้าค่ะ ถ้ามีคนอยู่มันไม่น่าจะรู้สึกแบบนั้น.."
"นั่นสินะ... อ้า! ข้าเห็นทางข้างหน้าแล้ว เป็นแม่น้ำใหญ่ละ ทีนี้ก็ตุนให้พร้อมเข้าทะเลทรายเลย"

"เจ้าค่ะ"


หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำการขับรถม้าข้ามแม่น้ำและพักผ่อนกันหนึ่งคืนก่อนที่จะเดินทางไปยังทะเลทราย
เมื่อเขาเขตทะเลทรายได้ไม่นาน อี้เจียงก็นำแท่งไม้ผูกไว้กับท้ายรถม้าเพื่อดูว่าเคลื่อนที่ไปทิศทางเดิมเสมอหรือไม่
หากเอียงไปมาก็จะบอกหลง จิ่วเอี้ยนให้ช่วยคุมทิศทางให้เหมือนเดิม แต่ในระหว่างช่วงเที่ยงวันนั้นก็เกิดพายุทรายขึ้น
แต่ด้วยความรู้ของอี้เจียงจึงให้ทุกคนหลบอีกด้านของรถม้าและเอาผ้าคลุมมาปิดส่วนที่พายุพัดมา
เมื่อพายุหยุดลงพวกเขาก็สามารถเดินทางได้อย่างเร็วลง
เหมือนว่าเป็นโชคดีของพวกเธอที่ไม่เจออันตรายอะไรมาก
มีเพียงพายุทรายเล็กน้อยเท่านั้นกลุ่มของอี้เจียงก็มาถึงเมืองอู๋เว่ยได้อย่างปลอดภัย...

"ว่าแต่จะเริ่มหาตระกูลหมิงจากไหนล่ะ?"
หลงจิ่วเอี้ยนถามหลังจากเข้าเขตเมืองอู๋เว่ยแล้ว
"ข้าว่าลองถามคนในโรงเตี้ยมก่อนดีไหมเจ้าคะ? จะได้พักรถม้าด้วยเลย"
อี้เจียงเสนอพลางชี้ไปที่โรงเตี้ยมใกล้ๆ
"อ่า.. งั้นก็ดีเลย"
หลังจากจอดพักและขนสัมภาระกันเสร็จอี้เจียงก็ทำการสอบถามพนักงานในร้านทันที


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -36 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -36 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
มีดสั้นฟูจิโอ
จอบขุดดิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x1
x13
x10
x2
x50
x100
x1
x50
x50
x50
x2
x50
x8
x2
x8
x32

25

กระทู้

115

โพสต์

1230

เครดิต

เงินชั่ง
1257
เงินตำลึง
3010
ชื่อเสียง
150
ความหิว
251
โพสต์ 2018-7-8 19:13:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หลังจากที่อี้เจียงตกลงกับจิ่วเอี้ยนได้นางก็เรียกเสี่ยวเอ้อห์มาสอบถามทันที

"ท่านเสี่ยวเอ้อห์ ข้าขอถามอะไรหน่อยได้รึเปล่าเจ้าคะ?"

เด็กสาวมองอีกฝ่ายด้วยสายตาน่าสงสารโดยไม่ได้ตั้งใจ(เนื่องจากเหนื่อยจากการเดินทาง)

"ได้สิขอรับคุณลูกค้า มีอะไรร้อนใจว่ามาเลยขอรับ"

เสี่ยวเอ้อห์ใจดียิ้มตอบอย่างเป็นมิตรทันที

"คือว่าข้าอยากรู้ที่อยู่ของบ้านตระกูลหมิงน่ะเจ้าค่ะ ท่านพอจะทราบบ้างรึเปล่าเจ้าคะ?

ข้ามีเรื่องด่วนที่อยากจะคุยกับพวกเขาจริงๆ"

อี้เจียงถามด้วยเสียงอ่อนๆ(จากอาการเหนื่อยเช่นกัน)

"เอ่อ... ข้าไม่รู้แหะ... งั้นเอางี้ เดี๋ยวข้าไปถามเถ้าแก่ให้ ท่านรอเดี๋ยวก่อนนะ"
หลังจากพูดเสร็จเสี่ยวเอ้อห์ก็ทำการเดินไปในส่วนของพนักงานในทันที
"ขอบคุณนะเจ้าคะ"



"อื้ม เจ้าดูเหนื่อยๆนะ พักผ่อนก่อนไม่ดีกว่าหรือ?"

จิ่วเอี้ยนถามด้วยความเป็นห่วงก่อนที่จะท่านอาหารที่สั่งมาเพื่อเติมพลัง

"ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ข้ายังไหว"

อี้เจียงคีบอาหารในจานมาทานตามเช่นกัน



ก่อนที่ไม่นานเถ้าแก่ของร้านก็จะโผล่ออกมา

"โอ้ ท่านคือคนที่เสี่ยวเอ้อห์บอกว่ามาตามตระกูลหมิงใช่ไหม?"

เจ้าของร้านทักทายอย่างเป็นมิตรก่อนที่จิ่วเอี้ยนจะโบกมือมานั่งร่วมโต๊ะเถ้าแก่ก็นั่งลงอย่างงงๆ

"ใช่ๆ ข้ามีเรื่องอยากถามพอดี  ก่อนอื่นสาเกสักจอกไหมลุง"

พูดจบจิ่วเอี้ยนก็รินสาเกให้เถ้าแก่ก่อนที่ทั้งสองคนจะเริ่มร่ำสุรากันไปสองสามจอก...

"พอจะรู้เรื่องของตระกูลหมิงไหมเจ้าคะ?"
อี้เจียงพูดถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเถ้าแก่นั้นมองมาทางเธอ

"อืม... ข้า... ไม่รู้สิ ข้าพึ่งย้ายมาได้ไม่นานน่ะ ใครใช้ให้แต่งกับหญิงที่นี่ล่ะ ฮ่ะๆๆๆ"
หลังจากเถ้าแก่ร้านพูดจบจิ่วเอี้ยนก็ดึงสาเกกลับมาดื่มคนเดียวทันที
"แล้วก็ไม่บอกแต่แรก ขอบตุณลงมากนะ แต่ขอคุยกับน้องสาวสองคนต่อละ ลุงไปเลยไป"
เถ้าแก่เห็นดังนั้นก็ยิ้วกัวเราะแบบเมาๆก่อนที่จะเดินออกไป

เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่ออกไปแล้วจิ่วเอี้ยนก็พูดขึ้น
"เอาล่ะ ข้าว่าเราคงต้องไปถามคนเฒ่าคนแก่แถวนี้แล้วล่ะ เฮ้อ"
เขาเสนอขึ้นพลางจิบสาเกช้าๆ
"นั่นสินะเจ้าคะ.. งั้นเราไปกันเถอะค่ะ!!"
อี้เจียงตัดสินใจได้ดังนั้นเธอก็รีบลุกออกจากที่นั่นทันที...

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
มีดสั้นฟูจิโอ
จอบขุดดิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x1
x13
x10
x2
x50
x100
x1
x50
x50
x50
x2
x50
x8
x2
x8
x32
โพสต์ 2018-8-15 14:40:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2018-8-29 00:00

เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย
พาร์ท 8 - เดินทางกลับฉางอัน

ทั้งชวี่ปิ้งและซูเม่ยได้เดินทางออกจากเมืองจางเย่ตั้งแต่ยามเหม่า (05.00 น. - 06.59 น.) โดยก่อนออกจากโรงเตี๊ยมนั้นซูเม่ยได้จับอีกฝ่ายปลอมตัว เพราะไม่อยากจะเจอเหตุการณ์เหมือนที่เมืองตุนหวงอีก เหตุกาารณ์ที่ต้องวิ่งหนีเหล่าสตรีที่จู่ๆ ก็มารวมตัวให้ชายหนุ่มเขียนชื่อลงบนม้วนไม้ไผ่ให้ ช่างแปลกพิลึก

“ เดี๋ยวพวกเราเดินทางยาวจนไปถึงที่อู๋เว่ยเลยนะเม่ยเอ๋อห์ เจ้าเห็นว่าอย่างไรบ้าง? ” ชวี่ปิ้งเอ่ยถามหลังจากที่ได้บอกแผนการเดินทางในวันนี้ให้นางได้ฟัง แจาถ้านางอยากเปลี่ยนแปลงอะไรก็ขอแค่บอก

“ ข้าว่าก็ดีนะเจ้าคะเราจะได้ถึงฉางอันเร็วขึ้น เดินทางยาวๆ และแวะพักกลางทางแล้วค่อยพักค้างแรมที่อู๋เว่ยใช่ไหมเจ้าคะ? ”

“ ใช่แล้ว ที่ข้าคิดเอาไว้ก็เป็นอย่างที่เจ้าว่าเลย เรานี่ช่างใจตรงกันเสียจริง หึหึ  ” ได้ทีชายหนุ่มก็อดที่จะเกี้ยวหญิงสาวไม่ได้

“ อะไรกันล่ะเจ้าคะ ข้าแค่พูดถึงความเป็นไปได้เอง ” ซูเม่ยเอ่ยตอบเสียติดๆ ขัดๆ อย่างเขินอายก่อนจะเบือนหน้าไปมองทางอื่น “ ข้าว่าเรารีบเดินทางกันดีกว่าเจ้าค่ะ อาหารก็ได้จากเสี่ยวเอ้อครบแล้วเจ้าค่ะ ” อาหารที่ว่านี้คืออาหารที่ใช้สำเดินทางไกลที่นางได้เตรียมเผื่อเอาไว้ และคิดถูกเสียด้วย

“ ก็ได้ เช่นนั้นเราไปกัน ” ชวี่ปิ้งจับมือหญิงสาวให้เดินตามไปขึ้นม้าโดยมีไคว่เล่อเดินตามไม่ห่าง ก่อนที่ทั้งหมดจะมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองอู๋เว่ย


ณ ย่านการค้า เมืองอู๋เว่ย

เส้นทางหลักที่ใช้สัญจรภายในย่านการค้าของเมืองอู๋เว่ย คลาคล่ำไปด้วยขบวนคาราวานจากเส้นทางสายไหม มีผู้คนหลายชาติสัญจรไปมาอย่างคึกคัก สินค้ามากมายหลากหลายถูกตั้งขายเรียงรายให้ลูกค้าได้เลือกชม เลือกซื้อ รวมถึงอาหารแปลกๆ ด้วย

“ ชวี่ปิ้ง ข้าอยากทานเจียวจือ ” นิ้วเรียวชี้ไปยังร้านที่ขายเจียวจือหรือก็คือเกี๊ยวซ่า ที่ส่งกลิ่นหอมชวนลิ้มลองยิ่งนัก

“ เอาสิ น่าทานดี ” ชายหนุ่มหน้าตอบรับ แล้วพากันเดินเข้าไปยังหน้าร้านขายเจียวจือ

“ ท่านป้า ถ้าเอาเจียวจือกระทงใหญ่หนึ่งกระทงเจ้าค่ะ ” เมื่อมาหยุดอยู่หน้าร้านแล้วซูเม่ยก็สั่งออกมาอย่างกระตือรือร้น

“ ได้จ๊ะแม่หนู อะนี่ ได้แล้ว ” ท่านป้าที่ขายเจียวจือยิ้มอย่างใจดีแล้วยื่นกระทงที่ใส่เจียวจือให้ พร้อมกับรับเงินค่าของ

“ ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้า ” มือเรียวยื่นออกไปรับเจียวจือพร้อมกับจ่ายเงิน ก่อนจะชวนชวี่ปิ้งเดินต่อ

“ อื่ออ อร่อยจังเลยเจ้าค่ะ ท่านลองชิมดูสิ ” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอย่างรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทานของอร่อยก่อนจะจิ้มเจียวจือขึ้นมาแล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย

ชวี่ปิ้งเมื่อเห็นว่าหญิงสาวลืมตัวป้อนของกินเขาโดยที่เขาไม่ได้เป็นคนร้องขอ ก็รู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่นางชินกับการกระทำของคู่รักกันแบบนี้

“ อร่อยจริงๆ ด้วย แต่เป็นเพราะเจ้าป้อนข้า เจียวจือนี้จึงมีรสชาติที่อร่อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยทานมา ” ชายหนุ่มอ้าปากรับและเคี้ยวจนหมดก่อนจะโน้วตัวลงมาพูดใกล้ใบหูของซูเม่ยอย่างต้องการให้นางได้ยินอย่างชัดเจน

“ ไม่ใช่เสียหน่อย อร่อยเพราะท่านป้าทำอร่อยต่างหาก มิได้เกี่ยวกับข้าเลย ” ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นมากับคำพูดหวานหูที่ชวนให้หัวใจพองโตอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำให้นางเขินอาย และต่อให้มีครั้งต่อๆ ไป นางเองก็ไม่คิดที่จะชินกับมันเบยสักนิด

“ ข้าว่าเราเดินดูกันต่อเถอะเจ้าค่ะ แล้วเดี๋ยวจะได้ไปหาโรงเตี๊ยมพักกัน ” รู้ตัวว่าไม่มีทางที่จะสู้อีกฝ่ายได้ ซูเม่ยจึงใช้วิธีที่ถนัด คือการพูดเปลี่ยนเรื่องอย่างมึนๆ

ชวี่ปิ้งที่เห็นแบบนั้นก็อดหัวเราะออกไม่ได้ เพราะนางนั้นใช้มุขนี้เพื่อหลีกเลี่ยง กลบเกลื่อนอาการเขินอายของตัวเองตลอด จนเขาเริ่มชินแล้ว แต่ก็อดยิ้มขำอย่างเอ็นดูไม่ได้

“ เอาสิ จะได้ไปทานมื้อเย็นแล้วเข้าพักที่โรงเตี๊ยมเลย ” เขาเองก็ไม่อยากขัดเลยตามใจพานางเดินดูของให้พอใจ แล้วจึงพาขึ้นม้าเพื่อไปยังโรงเตี๊ยม

ณ โรงเตี้ยมหยู่เย่วหลง

“ เสี่ยวเอ้อห์ ข้าขออาหารที่ขึ้นชื่อของที่ร้านสองอย่างก็ของหวานด้วย ” หลังจากที่ฝากม้าและไคว่เล่อกับคนงานของโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้วชวี่ปิ้งก็จูงมือซูเม่ยเข้ามายังโรงเตี๊ยมแล้วสั่งอาหาร

“ ได้ขอรับ นายท่านโปรดรอสักครู่ ” เสี่ยวเอ้อห์รับคำอย่างสุภาพก่อนจะรีบออกไปแจ้งแก่ห้องครัว

“ อยากอาบน้ำล้างตัวจังเลยเจ้าค่ะ ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นระหว่างที่รออาหาร

“ เดี๋ยวก็ได้อาบแล้ว ครั้งนี้เจ้าคงต้องโทษความซุกซนของตัวเองนะเม่ยเอ๋อห์ ที่เดินดูนั่นนี่ไม่หยุดเลย ” ชวี่ปิ้งยกยิ้มมุมปากขำร่างบางที่นั่งบ่นงึมงำ

“ ข้ารู้เจ้าค่ะ ก็แค่พูดออกมาเฉยๆ เอง ” นางเอ่ยตอบแล้วชวนคุยเรื่องอื่น ทั้งสองจึงทั้งคุยและเถียงกันไปมาจนอาหารที่สั่งมาได้แล้วและเริ่มทานจนหมด ก่อนจะปิดท้านด้วยของหวาน

โดยในคืนนี้ชวี่ปิ้งและซูเม่ยก็ยังคงต้องนอนห้องเดียวกัน เหตุเพราะชายหนุ่มได้ให้เหตุผลไว้ว่า

‘ นอนห้องเดียวกันจะได้ไม่เปลืองค่าห้อง แถมข้ายังเฝ้าอันตรายให้เจ้าได้อีกด้วย ’

ในเมื่อชายหนุ่มพูดออกมาแบบนี้นางจะทำอะไรได้เล่า! นอกจากต้องทำตามที่อีกฝ่ายพูด เพราะเหตุผลที่ถูกอ้างขึ้นมาก็พอสมเหตุสมผลอยู่บ้าง

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +2 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 300 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x4
x11
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x18
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x4
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1
โพสต์ 2018-9-9 16:02:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Yueqing เมื่อ 2018-9-9 16:05

{การเดินทางของชายตาบอดกับม้าสีหมอกใจดี?}



เยว่ชิงเดินออกจากลานชุมชนมาไม่ไกลนัก ก็พบกับโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ได้ยินชาวบ้านที่บอกทางว่ามันชื่อโรงเต๊ยมหยู่เยว่หลง เยว่ชิงถามคนแถวนั้นว่ามีที่ใดสามารถพักม้าได้บ้าง คนผู้หนึ่งบอกว่าสามารถผูกม้าไว้ได้ที่หลังโรงเตี๊ยมทั้งยังพาเยว่ชิงเดินไปยังหลังโรงเตี๊ยมเพื่อผูกม้า เยว่ชิงเดินกลับมายังหน้าดรงเตี๊ยมอย่างไม่ไว้วางใจชายคนนั้น ถึงกระนั้นเยว่ชิงก็เดินขึ้นไปด้านบนโรงเตี๊ยมพร้อมเก็บข้าวของทำกิจธุระส่วนตัวของตนให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินลงมาข้างล่างอีกครา เยว่ชิงนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งเพื่อทานอาหารแต่หากว่ามันกินไม่สงบ จะกินลงได้อย่างไรกันม้าก็ห่วงคนก็ตีกัน



"เจ้ากล้าดียังไงขโมยของของข้าตาหน้าต่อตา"เสียงชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น



"ข้าไม่ได้ขโมยของของเจ้าสักหน่อย"ชายอีกคนโต้แย้ง



"แล้วสิ่งที่อยู่ในมือเจ้านั้นมันอะไรล่ะ"ชายคนเสียงทุ้มเข้มตะโกนเสียงดังขึ้น



"มันคือถุงเงินของข้า"ชายคนที่ตกเป็นคู่กรณีโต้แย้งอีกครั้ง



"เสี่ยวเอ๋อร์อย่างเจ้าจะเอาถุงเงินออกมาทำไม"ชายคนเสียงทุ้มยังไม่ยอมแพ้



"ข้า...ข้ายกออกมาเก็บเงิน"เสี่ยวเอ๋อร์คนนั้นตอบอย่างตะกุกตะกัก



"ถ้าเช่นนั้นทำไมต้องคิดให้นาน"ชายคนเสียงทุ้มเข้มชนะในการท้าฝีปากครั้งนี้ไป



เสี่ยวเอ๋อร์คนนั้นมอบถุงเงินคืนให้กับเจ้าของอย่างไม่มีทางสู้ นี่ล่ะหนาคนทำผิดไม่อาจลอยนวลได้นานนักหรอก เยว่ชิงจึงกินอาหารเย็นได้อย่างสงบหลังจากเรื่องราวตรงหน้าจบลง แต่ความกังวลเรื่องม้ายังไม่คลาย เยว่ชิงเดินออกจากที่นั่ง ตรงดิ่งไปหาม้าสีหมอกของตน มันยังอยู่ดี เยว่ชิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มือเอือมไปลูบแผงคอมันอย่างแผ่วเบาแล้วเดินกลับขึ้นไปข้างบน เยว่ชิงเดินกลับขึ้นข้างบน แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน พอนอนไปได้สักพักบริเวณที่ตนผูกม้าไว้เกิดเสียงดังขึ้น



"นั่นใคร"เยว่ชิงตะโกนลงไป



"...."เยว่ชิงไม่พูดอะไรอีกได้แต่คว้าธนู เล็งแล้วยิงลงไปที่ที่เกิดเสียงเมื่อครู่



"จ๊ากก!!"เสียงนั้นร้องอย่างตกใจ



"นั่นใคร"เยว่ชิงถามอีกครั้ง



"...."เสียงนั่นเงียบหายไปแล้วเสียงที่วิ่งห่างออกไปเกิดขึ้นมาแทน



ในที่สุดเยว่ชิงก็ได้นอนเสียทีในคืนนี้


@Admin
@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ข้าเขินง่ายนะ^^
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ตัวเบาพื้นฐาน
ม้าสีหมอก
กำหนดลมหายใจ
กู่เจิง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x1
x1
x1000
x40
x20
x10
x100
x1
x10
x1
x8
x8
x2
x4
x4
x6
x100
x20
x78
x100
x1
x52
x50
x48
x5
x10
x8
x40
x10
x120
x50
x58
x1
x1
x8
โพสต์ 2018-9-11 09:38:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Yueqing เมื่อ 2018-9-15 12:12

{ชายเสียงไม่คุ้นกับงานนักดนตรี}



เสียงนกร้องและเสียงดังโวกเหวกแต่เช้าทำให้เยว่ชิงนั้นหลับไม่ค่อยเต็มที่เสียเท่าไหร่ แม้ว่าเมื่อวานจะกังวลเรื่องม้าจนแทบไม่ได้นอนก็ตาม เยว่ชิงลุกจากเตียงไม้อย่างช้าๆ แขนสองข้างเยียดออกไปเพื่อยืดเส้นยืดสาย เสียงดังกร๊อบแกร๊บของกระดูกบ่งบอกถึงความปวดเมื่อยที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่เว้นจังหวะ เยว่ชิงส่งเสียงร้องเจ็บเล็กๆออกมาอย่างผ่อนคลาย(?) เมื่อคืนเขาค่อนข้างฝันแปลกแต่หากมันดูเป็นฝันที่ดูตลกขบขัน เยว่ชิงอาบน้ำผลัดเปลี่ยนชุดใหม่ ชุดทุกชุดของเยว่ชิงที่เตรียมมาทั้งหมดเป็นสีขาว สีขาวราวกับชุดไว้ทุกข์ หากมีผ้าคาดหน้าผากเสียอีกอย่างเขาคงอยู่ในช่วงไว้ทุกข์จริงๆ เยว่ชิงสะบัดศีรษะเบาๆเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป หลังจากทำกิจวัตรประจำวันเสร็จเยว่ชิงก็เดินลงมาจากห้องพัก เสียงยังคงดังเช่นเมื่อวานหรืออาจจะดังกว่าก็เป็นได้ หลังจากเดินลงมาเยว่ชิงก็สั่งอาหารเล็กน้อยขึ้นไปให้ลูกแมวบ้านห้อง นำหญ้าและน้ำป้อนให้กับเสวี่ยไป๋ ม้าสีหมอกในที่สุดก็มีชื่อแล้ว เสวียไป๋ คือชื่อของมันมาจากหิมะสีขาว เสวีย คือหิมะ ไป๋ คือสีขาว มันมีสีหมอกใกล้เคียงกับสีขาวของหิมะนั้นคือที่มาของชื่อนั้น เยว่ชิงหลังจากให้อาหารม้าและลูกแมวก็ถึงคราวที่เยว่ชิงต้องกินบ้างแล้ว แต่เยว่ชิงยังไม่ทันได้จับอาหารก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อนเสียนี้้



"อรุณสวัสดิ์คุณชายน้อย"เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกับเยว่ชิง



"หึ่ม!?"เยว่ชิงพยายามหันตามเสียง



"ข้าอยู่ตรงหน้าเจ้าคุณชาย"เสียงนั้นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง



"ขออภัยข้ามองไม่เห็น"เยว่ชิงยิ้มแห้งๆ



"ไม่เป็นไร"เสียงนั้นกล่าว



"มีอะไรกับข้าอย่างงั้นรึ"เยว่ชิงถามพร้อมยิ้ม



"ข้าลืมแนะนำตัวไปเลย...ข้ามีนามว่า'มู่ เจี่ยหยาง'เป็นคนของสมาคมหอดนตรีใหญ่แห่งต้าฮั่นข้าได้รับแจ้งมาจึงมาพบ"เสียงนั้นเอ่ยอย่างยาวเหยียด

"ข้านามว่า ฝูเยว่ชิง"เยว่ชิงบอกด้วยรอยยิ้ม

"อะแฮ่ม!..ข้าต้องทดสอบเจ้าสักหน่อย"เขากล่าว

"ทดสอบ?ทดสอบอะไรรึ"เยว่ชิงถาม

"ทดสอบความสามารถด้านดนตรีของเจ้า"เสียงทุ้มนั้นบอกเพื่อให้เข้าใจ

"อย่างไร?"เยว่ชิงเอียงคอน้อยๆ

"ก่อนอื่นข้าต้องรู้ว่าเจ้าเล่นเครื่องดนตรีใดได้บ้าง"เขายังคงบอกต่อไป

"ข้าเล่นเป็นแค่กู่เจิงและกู่ฉินและกำลังพยายามฝึกขลุ่ยขอรับ"เยว่ยิ้มแห้งๆ

"เจ้านิยมเครื่องสายใช่รึไม่"เสียงนั้นถามอีกครั้ง

"ใช่ขอรับ"เยว่ชิงยิ้มรับ

"ข้าจะทดสอบเจ้าโดยการให้เจ้าฟังบทกลอนบทหนึ่งแล้วบรรเลงเป็นบทเพลงออกมา...ว่าอย่างไรเจ้าว่าเจ้าทำได้รึไม่?"เสียงนั้นถามทิ้งท้ายมาเพื่อความเเน่ใจ

ข้าคิดว่าข้าสามารถทำมันได้ขอรับ"เยว่ชิงตอบอย่างหนักเเน่นพร้อมรอยยิ้มบางๆ

"ดีมาก!"เสียงนั้นเอ่ยอย่างพอใจ

"บทกวีที่ว่าคือ...?"เยว่ชิงถามอีกครั้ง

"มันคือบทกวีของกวีราชสำนัก'เสิ่น หลิงเฮ่า'อย่างไรล่ะ"เขาตอบอย่างยกย่อง

"..'เสิ่น หลิงเฮ่า'เขาคือผู้ใด?"เยว่ชิงพึมพำเบาๆกับตนเอง

หลังจากที่เขากล่าวพร่ำบทลำนำจนจบเยว่ชิงก็ขอตัวขึ้นไปเอากู่เจิงทางด้านบนแล้วลงมาอีกครั้ง กู่เจิงตัวใหญ่นั้นหนักเอาการแต่เยว่ชิงนั้นมีแรงที่ค่อนข้างมากจึงยกได้อย่างไม่ลำบากนัก กู่เจิงถูกวางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล เยว่ชิงเริ่มหย่องสายลองเสียงสักพักก่อนที่จะหันไปเอ่ยกับชายตรงหน้าอีกครา

"บทลำนำนั้นกล่าวถึงความกล้าและเสียสละที่แสดงออก...ดังนั้นบทเพลงที่ข้าจะบรรเลงย่อมเป็นเพลงที่ต้องแสดงถึงสิ่งนั้น"เยว่ชิงยิ้ม

เสียงกู่เจิงดังขึ้นที่สายล่างที่ให้เสียงสูงเป็นกลุ่มแรกแล้วดีดผสานกับเสียงทุ้มกึ่งก้องของเส้นด้านบนมือซ้ายก็หย่องสายเป็นจังหวะเพื่อให้ได้เสียงสูงต่ำขึ้นลงที่แตกต่าง เพลงที่บรรเลงจบลง เสียงดังจากรอบข้างเริ่มดังกระหึ่มอีกครั้ง

"ทำได้ดีมากๆคนตาบอดอย่างเจ้าก็มีดี"เขากล่าว

"ขอบคุณขอรับ"เยว่ชิงยิ้มรับ

"แต่ว่ามันยังไม่พอ...เจ้าต้องแก้ไขอีก"เขาเอ่ยออกมาตามตรง

"เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไร"เยว่ชิงพยายามเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้น

"ข้าจะบอกเจ้าเอง"เขาตอบกลับมาอีกครั้ง

"ขอรับ!"เยว่ชิงเริ่มยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นฟันขาว

"อะแฮ่ม...อย่างแรกเจ้าต้องบรรเลงเพลงไม่ว่าจะด้วยเครื่องดนตรีชนิดใดเจ้าต้องเห็นมันเป็นเพื่อนร่วมรบทำราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของเจ้า หัวใจเชื่อมโยงถึงกัน เจ้าต้องเล่นตามหัวใจของเจ้าหาใช่แค่ความสามารถ"เขากล่าวอย่างยาวเหยียดเยว่ชิงตั้งใจฟังคำที่เขากล่าวพร้อมคิดตามไปพร้อมๆกัน

"ข้าเข้าใจแล้วขอรับข้าจะนำไปปฏิบัติ"เยว่ชิงตอบอย่างหนักแน่น

"ดีมาก!"เขากล่าวออกมา"อ้อ...ยังมีอีกหลายอย่างที่เจ้าจำเป็นต้องรู้..."เขากล่าวช้าๆ

"ข้าจะพยายามจดจำสิ่งที่ท่านต้องการบอก"เยว่ชิงตอบ

"เช่นนั้นก็ดี"เสียงทุ้มนุ่มยังคงกล่าวต่อไปไม่หยุด

"..."เยว่ชิงไม่พูดอะไรอีกได้แต่หันหน้าไปทางชายคนนั้นที่ไม่รู้ว่านั่งตรงนั้นจริงรึไม่

"เจ้าจำเป็นต้องรู้เรื่องที่ข้าจะบอกต่อไปนี้ให้ถ่องแท้เสียก่อน"เขากล่าวอีกครั้งและอีกครั้ง

"เรื่องใด?"เยว่ชิงถามกลับ

"ปรัชญาขงฟูจื่อ"เขายื่นแผ่นไม้ไผ่ม้วนหนึ่งให้กับเยว่ชิงพร้อมกับพูดไปพร้อมๆกัน

"แผ่นไม้ไผ่?"เยว่ชิงถามอย่างช้าๆ

"ใช่แผ่นไม้เจ้าเขียนหนังสือได้รึไม่?"เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อสดงออกถึงความกังวล

"ข้า...ข้าเขียนได้"เยว่ชิงตอบ

"ถ้างั้นข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังได้สะดวกขึ้น”เขาว่าแล้วก็วางบางสิ่งลงบนโต๊ะ

"..."เยว่ชิงไม่พูดอะไรอีกกได้แต่เก็บกู่เจิงตัวนั้นพิงไว้ข้างโต๊ะ

"ปรัชญาขงฟูจื่อ มีรากฐานสี่อย่าง"เขากล่าวอย่างช้าๆอย่างหนักแน่น"ศาสตร์สี่แขนงที่ขงจื๊อวางรากฐานไว้ คือ วัฒนธรรม ความประพฤติ ความจงรักภักดี และ ความซื่อสัตย์ เจ้าเข้าใจรึไม่?"เขาเอ่ยพร่ำพร้อมกับถามเพื่อความเเน่ใจ

"...."เยว่ชิงพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

"เรื่องต่อมาเป็นเรื่องแปดหลักการพื้นฐานในการเรียนรู้ สำรวจตรวจสอบ ขยายพรมแดนความรู้ จริงใจ แก้ไขดัดแปลงตน บ่มความรู้ ประพฤติตามกฎบ้านเมือง ประเทศต้องได้รับการดูแล นำความสงบสุขมาสู่โลก สิ่งนี้เจ้าจำเป็นต้องจำและปฎิบัติอยู่ตลอด การแก้ไขปรับปรุงตนเป็นเรื่องที่ดี"เสียงนุ่มบรรยายต่อไปแต่น้ำเสียงเช่นนั้นกลับไม่ทำให้เยว่ชิงรู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อย

"ลำดับการเรียนรู้ เจ้าต้องเริ่มจากพิธีกรรม ตามด้วดนตรี ยิงธนู ขี่ม้า ประวัติศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ตามลำดับ"สิ่งเหล่านั้นไล่เข้าสู่ห้วงความคิดของเยว่ชิงอย่างไม่หยุดยั้ง

"ข้าขอถามสักหน่อยขอรับ"เยว่ชิงเอ่ยอีกครั้งหลังจากที่เงียบอยู่พักหนึ่ง

"ว่ามาเถิดคุณชายน้อย"เขาอนุณาติให้ถามได้ด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

"คณิตศาสตร์คืออะไร?"เยว่ชิงถามพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ

"คณิตศาสตร์คือการคำนวนอย่างไรเล่า อย่างเช่นดีดลูกคิด คิดเลข"เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงขบขันเล็กน้อย

"ขอรับ"เยว่ชิงยิ้มแห้งๆแก้เก้อ

"เช่นนั้นข้าจะบอกต่อ"เขาขยับตัวจนเก้าอี้เกิดเสียงดังเพราะขยับ"คุณธรรมทั้งสามที่ได้จากการเรียนรู้  ภูมิปัญญา เมตตากรุณา และความกล้าหาญ ข้าว่าเจ้ามีมันพร้อมแล้ว"เขากล่าวต่อไป

"เรื่องนี้เป็นส่วนสำคัญสี่ขั้นตอนหลักการสอน ตั้งจิตใจไว้บนมรรควิธี ตั้งตนในคุณธรรม อาศัยหลักเมตตาเกื้อกูล สร้างสรรค์ศิลปะใหม่"เขาเริ่มเน้นน้ำเสียงมากขึ้น"ตามด้วยสี่ลำดับการสอนอย่างแรกคือคุณธรรมและความประพฤติ ภาษาและการพูดจา รัฐบาลและกิจการบ้านเมือง และสุดท้ายคือวรรณคดี"เขาหยุดกล่าวไปสักพัก

"ทั้งหมดนี้...."เยว่ชิงทำหน้าครุ่นคิดตามไปทีล่ะอย่างด้วยความเข้าใจพร้อมทั้งคิดประมวลสิ่งเหล่านั้นอย่างช้าๆ

"ไหนเจ้าลองบอกข้าเกี่ยวกับศาสตร์นี้ในเรื่องลำดับการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับดนตรี"เสียงนุ่มถามกลับมาอีกครั้ง

"ขอรับ"เยว่ชิงรับคำ

มือข้างหนึ่งถูกเขายัดผู่กันด้ามน้อยใส่มือเอาไว้อย่างฉับพลัน เยว่ชิงตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะกลับเป็นปกติ เขาลงมือเขียนตัวหนังสือลงบนแผ่นไม้ไผ่พร้อมมือข้างที่ว่างจับคลำตามคันลองที่ควรเขียน เยว่ชิงเริ่มวิเคราะห์เรื่องราวดังกล่าวอย่างสมเหตุสมผล ลายมือที่ค่อนข้างบรรจงเนื่องจากมองไม่เห็น ด้วยความพยายามเขาก็เขียนเสร็จไปแล้วเปราะหนึ่งอย่างน้อย


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ข้าเขินง่ายนะ^^
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ตัวเบาพื้นฐาน
ม้าสีหมอก
กำหนดลมหายใจ
กู่เจิง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x1
x1
x1000
x40
x20
x10
x100
x1
x10
x1