ดู: 565|ตอบกลับ: 24

{ เมืองอู๋เว่ย } โรงเตี้ยมหยู่เย่วหลง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-6-19 23:02:30 |โหมดอ่าน

โรงเตี้ยมหยู่เย่วหลง



เป็นโรงเตี้ยมที่ตั้งอยู่ในเมืองอู๋เว่ย 
เป็นเมืองที่มีทั้งชาวฮั่นและคนนอกด่านจำนวณมาก
จึงไม่แปลกที่โรงเตี้ยมแห่งนี้จะมีบริการหลายๆ อย่างอย่างครบครัน
เพื่อไม่ให้ผู้ที่เดินทางมาพักรู้สึกผิดหวัง

ทางโรงเตี้ยมจึงใช้แต่วัถุดิบดีๆในการปรุงอาหาร ห้องพักใหญ่โตจัดตกแต่งอย่างสวยงาม
และเปิดให้บริการตลอดเวลาไม่มีปิด
เพื่อให้ผู้เดินทางทุกท่านได้มีที่สำหรับใช้พักผ่อนหยย่อนใจกันนั้นเอง


ชื่อกิจการ: โรงเตี้ยมหยู่เย่วหลง
เจ้าของกิจการ: หม่า ต่งกุ้ย
ประเภทร้าน: บริการอาหาร, สุรา-น้ำชา, ห้องพัก,
ตกกลางคืนมี การฟ้อนรำ และ เสียงดนตรี ทั่วไป
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 24 ชม.

ประทับตรา: ผู้ว่าเมืองอู๋เว่ย

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-6-19 23:12:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ดินแดนบ้านเกิด
[แวะทางข้าวที่เมืองเดิม]


     หลังจากที่แวะกลุ่มเดินทางของจางฝูได้แวะพักที่บริเวณบ่อจิ่งหลิวซึ่งเป็ยบ่อน้ำผุดที่ผุด-ขึ้นมาเองตามธรรมชาติและถือว่าบริเวณแห่งนี้เรียกได้ว่่าป็นจุดแวะพักสำคัญของเหล่านักเดินทางที่จะเดินทางเข้าหรือออกแผ่นดินฮั่น และนั้นก็นับเป็นหนึ่งเหตุผลที่เธอเลือกที่นี่จุดเเวะพักแรก


      เมื่อนอนหลับพักผ่อนกันจนเต็มที่ก็ได้เวลาที่พวกเธอนั้นจะต้องเดินทางต่อไปยังอยู่เว่ยและพวกเธอคงต้องหาโรงเตี้ยมในเมืองนั้นนอนพักเอาแรงกันก่อนที่จะเดินทางสู่เมืองถัดๆไป


      “มานั่งบังคับช้างท้าแดดท้าลมแบบนี้ขืนเป็นลมล้มพับไปจะทำอย่างไรหือ” เสียงกึ่งบ่นกึ่งดุของจุ๋เว่ยยังงคงดังต่อไปเกือบบตลอดทั้งเส้นทางและที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะความดื้อแพ่งของจางฝูที่อยากจะออกมานั่งด้านนอกมองบรรยากาศเื้องหน้ามั้ง


      “เจ้าบ่นมาเกือบจะชั่วยามแล้วจู๋เว่ย เจ้าไม่เหนื่อยบ้างรึไง”จางฝูเอ่ยพรางยกมือขึ้นมาจับผ้าบางที่ใช้คลุมหัวและปิดจมูกเพื่อกันลมที่พัดมาพร้อมกับทรายไม่ให้ติดเส้นผมหรือเข้าจมูก


       “ข้าจะบ่นจนกว่าเจ้าจะเลิกดื้อแล้วไปนั่งอยู่ที่รถเทียบด้านหลังดีๆ”จู๋เว่ยเอ่ยเสียงดุพรางถอดสายตามองร่างบางที่นั่งบังคับช้างอยู่เบื้องหน้าตน เขารู้ว่าเธอเก่งเพียงใดแต่หากร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอการฟื้นตัวก็จะช้าลงไปด้วยและนั้นคือสิ่งที่เขาห่วงแม้ที่นี่จะไม่ได้ป่าเถือนเช่นที่ปอมเปอีแต่ก็วางใจไม่ได้จากที่เขาไปลองอ่านบันทึกของจางฝู พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเถ้าแก่ที่โรงเตี้ยมมันทำให้เขาได้รู้ว่าช่วงนี้ที่แผ่นดินฮั่นเองก็วุ่นวายอยู่บ้างพวกโจรก็ชุมเยอะขึ้นกว่าสมัยก่อน ‘หวังว่าจะไปเจออะไรแปลกๆระหว่างทางนะ’


       “จู๋เว่ย เห็นเมืองแล้ว”เสียงเรียกของจางฝูนั้นเรียกสติของจู๋เว่ยขึ้นมาก่อนที่ชาหนุ่มจะหรี่ตามองไปยังเบื้องหน้าที่เห็นประตูเมืองอู๋เว่ยตั้งอยู่ไกลลิบๆ


      “ถึงเมืองพอหาโรงเตี้ยมพักได้แล้ว ก็ทานข้าวแล้วกินทานยาสะด้วยละเข้าใจไหม”


       “เจ้าคะๆ ท่านพี่จู๋เว่ย ข้าเข้าใจแล้ว”


       “เจ้านี่ทำเป็นเล่นอยู่เรื่อย”


       “แล้วเจ้าจะเครียดอะไรนักหนาละจู๋เว่ย ข้าบอกแล้วไงว่าจะไม่เป็นไร อีกอย่างข้าก็กินยา แล้วเจ้าก็คอยทายาให้ตลอด ไม่นานแผลมันก็หาย พอแผลหายข้าก็กลับมาแข็งแรง”ร่างบางเอ่ยพร้อมเอนหลังลงมาพิงอกจู๋เว่ยก่อนจะเงยหน้ามองยิ้มๆ “เอาน่าพี่ชายจู๋เว่ยข้าเถึกกว่าที่ท่านเห็นเยอะ”


      “เฮ้อ เพราะแบบนี้ไงถึงอดห่วงเจ้าไม่ได้” จู๋เว่ยเอ่ยออกมาอย่างจนใจ เพราะไม่ว่าเขาจะเอ่ยหว่านล้อมอย่างไร หลอกล่อด้วยวิธีไหนสาวเจ้าคนนี้ก็ไม่เคยที่จะสนใจหรือจริงจังกับมันเลยสักครั้ง คงต้องเลยตามเลยแล้วปล่อยให้เธอทำไปตามใจชอบนี่ละ


      “สมกับเป็นเจ้าจริง ช่างเหมือนเเมวดื้อที่ไม่ยอมฟังใครหรือสนใจอะไรเลยจริงๆนะ”


      ข้าจะคิดว่ามันเป็นคำชมแล้วกันนะ”จางฝูเอ่ยพร้อมกัับิ้มกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดีซึ่งมันก็ชวนให้จู๋เว่ยที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นของหญิงสาวรู้สึกสบายใจขึ้นมาได้บ้าง


      กลุ่มเดินทางของจางฝูนนั้นยังคงเดินทางต่อไปเรื่อยๆหลังจากผ่านด่านตรวจคนมาในที่สุดพวกเธอก็มาถึงโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งในเมืองอู๋เว่ยร่างบางที่นั่งอยู่บนหลังช้างค่ออยปีนลงมาอย่างระเเวดระวังไม่ให้บาดแผลของเธอเปิดก่อนที่เธอจะเดินนำเข้าไปด้านในโรงเตี้ยมก่อนส่วนจู๋เว่ยนั้นพาเฟยเทียนไปเข้าคอกพักที่ด้านหลังโรงเตี้ยมก่อนจะเดินหอบสัมภาระอ้อมกลับเข้ามาหาจางฝูที่นั่งโต๊ะรออยู่ก่อนแล้ว


       “สั่งอะไรมารึยัง”จู๋เว่ยเอ่ยถามก่อนจะขยับเก้าอี้แล้วนั่งลงข้างๆ


        “อ่า ก็สั่งบะหมี่ไปสองชามข้า เจ้าจะสั่งอะไรเพิ่มไหมละ”จางฝูเอ่ยตอบ ที่จริงที่เธอสั่งบะหมี่ด้วยเพราะที่มันค่อนข้างทานง่ายและลื่นคอกินสะดวกและถ้าให้เดาจู๋เว่ยก้น่าจะอยากกินเช่นกันเพราะเขาไปอยู่ปอมเปอีมาเกือบห้าปีคงคิดถึงรสชาติอาหารฮั่นมากแน่ๆีกอย่างที่นู่ก็ไม่มีบะหมี่ให้กินอีด้วย ดังนั้นบะหมี่นี่แหละถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว


    “อ่างั้นก็เอาแค่นั้นก่อนนั้นแหละ ทานเสร็จเจ้าก็อย่าลืมกินยาละ”


     “เจ้าค่ะท่านพี่จู๋เว่ย”เธอเ่ยก่อนจะหันไปมองชามบะหมี่ที่เสี่ยวเออร์ยกมาให้ก่อนที่ทั้งคู่จะลงมือทานอาหารมื้อที่สองของวันกันอย่างเอร็ดอร่อยหลังจากที่พวกเขานั้นเดินทางกันมาและเสียเหงื่อจะอากาศร้อนกลางทะเลทรายเกือบตลอดครึ่งวันที่ผ่านมา


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -300 -11 + 3 2ห้องพัก

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หนามคู่เป่าเหลียน
ชุดวังน้ำทิพย์
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x18
x1
x6
x1
x1
x50
x1
x8
x1
x1
x70
x1
x1
x1
x1
x4
x25
x1
x1
x1
x100
x100
x5
x1
x2
x15
x15
x2
x50
x5
x50
x5
x500
x8
x5
x120
x120
x120
x120
x10
x26
x105
x213
x14
x10
x134
x204
x1
x25
x178
x1
x84
x48
x66
x48
x120
x436
x113
x1
x30
x100
x152
x784
x2
x2
x168
x302
x130
x158
x3320
x1002
x150
x169
x29
x30
x17
x29
x16
x111
x685
x5
x4164
x10
x140
x1
x4
x22
x1
x2
x161
x204
x62
x2255
x6
x6
x93
x1
x26
x110
x400
x8
x150
x65
x500
x10
x3
x3
x110
x4
x40
x71
x2
x500
x146
x557
x310
x60
x95
x80
x7
x30
x80
x3
x30
x3
x1
x3
x117
x2
x10
x6
x4
x105
x65
x100
x1
x45
x1081
x3
x118
x14
x35
x4257
x102
x192
x5
x110
x4
x2
x626
x1338
x90
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x28
x13
x478
x3
x563
x5
x1468
x106
x499
x279
x450
x580
x591
x40
x34
x129
x352
x883
x209
x92
x81
x279
x310
x8
x60
x1
x3
x167
x141
x669
x503
x896
x660
x128
x2071
x2330
x521
x40
x3
x191
x24
x180
x1210
x20
x50
x444
x3595
x960
x1490
x35
x20
x41
x81
x377
x1
โพสต์ 2018-6-20 21:22:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ดินแดนบ้านเกิด
[อัปลักษณ์]

       คณะเดินทางของจางฝูที่เดินทางกลับจากนอกด่านนั้นได้มาและพักที่โรงเตี้ยมหยู่เย่วหลงซึ่งตั้งอยู่ในเมืองอู๋เว่ย จางฝูที่ได้นอนมาตลอดเส้นทางการเดินทางนั้นทำให้เธอนั้นตื่นขึ้นมาเรียกได้ว่าพร้อมกับตะวันที่ค่อยเคลื่อนขึ้นมาบนฟ้าเลยก็ว่าได้ร่างบางที่สะดุ้งตื่นขึ้นมานั้นหันไปมองรอบๆตัวเเละต้องพบว่า นอกจากตัวเธอแล้วนั้นยังไม่มีใครหรือตัวไหนตื่นเลยก็ว่าได้


      ‘ปล่อยให้นอนกันไปอีกสักพักแล้วกัน’จางฝูยิ้มมองร่างเล็กๆสองตัวบนเตียงก่อนจะหันมองร่างของจู๋เว่ยที่นอนคลุมโปงหันหลังให้เธออยู่ที่เตียงอีกหลังที่ตั้งอยู่งฝั่งตรงข้าม ก่อนที่เธอจะค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่อีกฟากของห้องพักเพื่อที่จะได้จัดการทำความสะอาดร่างการตัวเองเสียหน่อย


       ชุดฮั่นฝูสีนวลถูกถอดอย่างช้าๆและล่วงลงไปกองกับพื้นก่อนที่ร่างเปลื้อป่าวของจางฝูจะค่อยเดินไปหยุดยืนมองกระจกใบใหญ่ที่ตั้งเอาไว้สำหรับให้ผู้มาพักได้สำรวจว่าการเเต่งกายเรียบร้อยดีรึไม่ จางฝูมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกด้วยเเววตาเรียบเฉยมือค่อยเอื้อมไปเเกะผ้าพันแผลที่พันอยู่บริเวณท้องออกเผลให้เห็นรอยแผลที่เกิดจากการถูกฟันเป็นรอยยาวพาดผ่านหน้าท้องด้านขวาเฉียงลงไปถึงด้านซ้ายและบริเวณสีข้างที่มีแผลเก่าจากการถูกดาบแทงเฉือนและรอบถูกเย็บที่ดูแล้วช่างขัดกับรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวเหลือเกินหากผู้ใดไได้มาเห็นเข้าคงพากันพูดเป้นเสียงเดียวกันแน่ๆว่าช่างเป็นรอยแผลที่อัปลักษณ์เสียนี่กระไร


      จางฝูยังคงยืนมองรอยเเผลของตัวเองต่อไปอย่างเงียบพร้อมกับมือบางที่ค่อยๆเอื้อมลูบบริเวณรอยเเผลใหญ่ทั้งสองอย่างเบามือ ‘ตัวข้านี่ช่าง...อัปลักษณ์เสียจริง’ เปลือกตาบางค่อยเคลื่อนปิดลงมาอย่างช้าๆพร้อมกับร่างบางที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจากหน้ากระจกและตรงไปยังถังน้ำเพื่อจัดการเช็ดทำความสะอาดร่างกาย


       ผ่ายไปหนึ่งเคอร่างบางในชุดสีเขียวอ่อนก็เดินออกมาจากห้องน้ำก่อนที่สายตาของเธอจะกวาดมองไปรอบๆห้องแล้วหันไปมองอกหน้าต่างที่บัดนี้สว่างโร่แล้วแต่ก็ยังไม่มีใครตื่นขึ้นมาเลยสักคนทั้งที่ควรจะตื่นแล้วเตรียมตัวที่จะออกเดินทางต่อกันได้แล้วแท้ๆจางฝูถอดถอนหายใจออกมาเบาก่อนจะสูดลมเข้าปอดให้เต็มที่พร้อมกับเปล่งเสียงดังงออกมา


      “ตื่นกันได้แล้วววว”เสียงแว้ดของจางฝูดังลั่นไปทั่วทั้งห้องจนร่างของคนที่นอนอยู่บนเตียงอีกหลังถึงกับสะดุ้งลุกพรวดขึ้นมาอย่างตกใจก่อนจะหันไปมองตัวต้นเหตุของเสียงดังที่ยืนยิ้มอยู่ข้างเตียง


      “ตกใจหมด”จู๋เว่ยเอ่ยพรางลูบอกตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วมองจางฝูที่ยืนเอามือไขวหลังมองเขาอยู่”มีอะไรหรอ”


       “ไปอาบน้ำแต่งตัวเราจะเดินทางกันต่อแล้ว”จางฝูเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหันหลังเดินไปที่เตียงของตัวเองแล้วลงมือเก็บข้าวของใส่ห่อผ้าโดยมีจู๋เว่ยนั้นคอยมองสังเกตท่าทางแปลกของร่างบางตรงหน้าเงียบก่อนที่เขาจะะจำใจหันไปหยิบเอาเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ผ่านไปไม่นานนักร่างสูงของจู๋เว่ยก็เดินกลับออกมาในชุดสีน้ำเงินเข้มก่อนที่เขาจะเดินไปเก็บข้าวของของตัวเองโดยมีางฝูที่เก็บข้าวของเสร็จแล้วนั้นนั่งรออยู่


      “จุดหมายวันนี้ละ จะไปที่ไหน”จู๋เว่ยเอ่ถามขึ้นพร้อมกับขยับมือเก็บข้าวของไปด้วย


      “อืมม เมืองจินเฉิงละมั้ง”จางฝูตอบออกมาอย่างไม่ใส่ใจนักพรางหันไปอุ้มเจ้าลู่ฉีขึ้นมาอุ้มไว้ก่อนที่มันจะเลื้อยไปพันอยู่ที่แขนของเธอเเละลู๋จิวที่เลื้อยลงไปนอนต่อในห่อสัมภาระของหญิงสาว


      “จะเดินหนึ่งวันหนึ่งเมืองเลยสินะเจ้าเนี่ย”

       “ไม่ได้หรอ”


       “ก็ถ้าเจ้าจะไปใครจะห้ามเจ้าได้ ข้าห้ามเจ้าก็ไม่ฟังข้าจริงไหม”


       “ถูกต้องที่สุด”จางฝูเอ่ยก่อนมาก่อนจะยันตัวลุกแล้วหันไปหยิบเอาห่อผ้าสัมภาระของเธอเดินนำลงไปที่ด้านล่างโรงเตี้ยมเพื่อที่จะได้เริ่มเดินทางต่อเสียทีโดยมีจู๋เว่ยนั้นค่อยเดินติดตามร่างบางของหญิงสาวผู้แสนเอาแต่ใจคนนี้ไปติดๆ


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หนามคู่เป่าเหลียน
ชุดวังน้ำทิพย์
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x18
x1
x6
x1
x1
x50
x1
x8
x1
x1
x70
x1
x1
x1
x1
x4
x25
x1
x1
x1
x100
x100
x5
x1
x2
x15
x15
x2
x50
x5
x50
x5
x500
x8
x5
x120
x120
x120
x120
x10
x26
x105
x213
x14
x10
x134
x204
x1
x25
x178
x1
x84
x48
x66
x48
x120
x436
x113
x1
x30
x100
x152
x784
x2
x2
x168
x302
x130
x158
x3320
x1002
x150
x169
x29
x30
x17
x29
x16
x111
x685
x5
x4164
x10
x140
x1
x4
x22
x1
x2
x161
x204
x62
x2255
x6
x6
x93
x1
x26
x110
x400
x8
x150
x65
x500
x10
x3
x3
x110
x4
x40
x71
x2
x500
x146
x557
x310
x60
x95
x80
x7
x30
x80
x3
x30
x3
x1
x3
x117
x2
x10
x6
x4
x105
x65
x100
x1
x45
x1081
x3
x118
x14
x35
x4257
x102
x192
x5
x110
x4
x2
x626
x1338
x90
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x28
x13
x478
x3
x563
x5
x1468
x106
x499
x279
x450
x580
x591
x40
x34
x129
x352
x883
x209
x92
x81
x279
x310
x8
x60
x1
x3
x167
x141
x669
x503
x896
x660
x128
x2071
x2330
x521
x40
x3
x191
x24
x180
x1210
x20
x50
x444
x3595
x960
x1490
x35
x20
x41
x81
x377
x1

60

กระทู้

308

โพสต์

7หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
45606
เงินตำลึง
9157
ชื่อเสียง
32057
ความหิว
793

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
594
ความชั่ว
0
ความโหด
243
พิราบขาว
เลเวล 1

ปิงเยว่

"บทกวีของข้าจะนำทางท่าน"
pet
โพสต์ 2018-7-8 17:47:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HongYijiang เมื่อ 2018-7-8 17:50

หลังจากอี้เจียงและหลงจิ่วเอี้ยนได้เดินทางออกจากเมืองอันติงแล้ว พวกเธอก็เลือกเส้นทางที่คนทั่วไปไม่ค่อยเลือกกันนัก
เส้นทางช่องแคบระหว่างเทือกเขาใหญ่ที่เส้นทางทั้งยาวไกลและอันตรายที่สุดเส้นทางหนึ่งในต้าฮั่น

"การเดินทางไปที่อู๋เว่ยจากฉางอันมีอยู่สองเส้นทางหลัก เส้นทางแรกคือเส้นทางตะวันตก ตามแนวป่าออกไป
โดยทั่วไปแล้วคนทั่วไปที่ไปอู๋เว่ยจะเลือกเส้นทางตะวันตก เนื่องจากมีแนวป่า แม่น้ำ และไม่มีทะเลทรายจนกว่าจะเข้าใกล้เขตเมืองอู๋เว่ย
ส่วนอีกเส้นทางคือเส้นทางตะวันออก นั่นคือตรงไปทางเมืองอันติงแลัวอ้อมช่องแคบเทือกเขาทางตะวันออกที่ลาดยาวออกไป
หากพูดถึงเส้นทางนี้แล้ว แค่ทางรถม้ายังยากที่จะผ่านได้โดยยาก ยังไม่นับกับอาหารและที่พัก รวมถึงโจรและเหล่าสัตว์ร้าย
หากถูกโจมตีแทบจะไม่สามารถที่จะหลบหลีกหนีไปได้เลยเนื่องจากเป็นเส้นทางที่แคบ หากโชคดีผ่านไปได้
รู้ตัวอีกทีก็จะโผล่ที่ทะเลทรายกว้างที่ยากจะจับทิศทางที่ถูกต้องได้ ทั้งอากาศที่ร้อนมากในยามกลางวันและหนาวเหน็บในยามกลางคืน
ยังไม่รวมกับเจ้าถิ่น อาหารและน้ำที่หาไม่ได้ง่ายๆเลยในเส้นทางนี้ หากโชคร้ายอาจจะต้องหลงทางและไร้ซึ่งทางกลับ
มีผู้ที่ลองเสี่ยงตายแต่ไม่ได้กลับมาอีกเลยมากมายในเส้นทางนี้ แล้วเจ้าจะเลือกเส้นทางไหนล่ะ?"
หลง จิ่วเอี้ยน พูดขณะที่กำลังขับรถม้าออกจากเมืองอันติง


"ถ้าให้พูด เส้นทางปกติจะต้องผ่านเมืองอีกอย่างน้อยสองเมือง รวมๆแล้วต้องใช้เวลาอยากต่ำคือ4วัน...
ถ้าอย่างนั้นถ้าเราไปทางเทือกเขาเราอาจจะผ่านไปได้จนถึงแม่น้ำทางตอนเหนือได้โดยใช้เวลาแค่วันเดียว
และใช้เวลาผ่านจากทะเลทรายไปยังอู๋เว่ยโดยใช้เวลาอีกหนึ่งวันรวมแล้วได้ประมาณ2วัน..."
อี้เจียงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะลองคำนวณเสบียงที่ต้องใช้ในแต่ละเส้นทาง


"แต่ถ้าเกิดพวกเราเจออันตรายระหว่างทางเข้าล่ะ พวกเราอาจจะต้องเสียเวลามากกว่า2วันนะ
ถึงแม้ว่าข้าจะเคยไปที่อู๋เว่ย แต่ข้าไปเส้นทางปกติ และข้าไม่เคยได้ยินว่ามีใครที่ผ่านเส้นทางนั้นไปได้เลยด้วย"
จิ่วเอี้ยนพูดทักเพราะเหมือนอี้เจียงจะเอนเอียงไปทางเทือกเขามากกว่า

"จากที่ข้าคิด ยังไงซะพวกนักฆ่าที่ไม่ชำนาญเส้นทางยังไงก็ต้องเลือกเส้นทางตะวันตก
ถ้าด้วยความเร็วประมาณนี้พวกเราอาจะไปถึงก่อนได้เล็กน้อย แต่ถ้าพวกเราสามารถเดินทางให้เร็วมากขึ้นสักสองวัน
เราก็จะมีการดำเนินการมากขึ้นอีกสองวัน ข้าไม่คิดว่าพวกเราจะแข็งพอจะสู้กับพวกนักฆ่าตรงๆได้
เราควรจะขอความช่วยเหลือจากตระกูลหมิงให้เร็วที่สุดด้วย... เพราะงั้นข้าจะเลือกเส้นทางตะวันตก"
อี้เจียงวางปากกาขนนกลงแล้วปักใบรายการเสบียงไว้ที่หัวตะปูที่ยื่นออกมาจากรถม้าด้านในอย่างระมัดระวัง

"เจ้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ไม่กลัวทะเลทรายก็พอเข้าใจ แต่ว่าเจ้าแน่ใจได้แน่นะว่าจะไม่เกิดปัญหาน่ะ"
จิ่วเอี้ยนถามอีกครั้งด้วยสีหน้าเหยเก

"ในตอนที่จำความได้ ข้าอยู่ที่แคว้นโหรวหราน แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆก็ตามที
ข้าคิดว่าอย่างน้อยข้าก็พอรู้วิธีรับมืออยู่บ้าง และหากรถม้าไปต่อไม่ได้แต่ถ้าเป็นโต้วยู๋ว์
ที่สามารถวิ่งในทะเลทรายหลายวันติดกันได้ ขอแค่เก็บน้ำไว้ให้เขาได้ล่ะก็อย่างน้อยต้องไปถึงก่อนได้แน่นอน"
อี้เจียงลูบหัวของเจ้าพวกตัวเล็กเล็กน้อย จากนี้พวกมันจะต้องดื่มทานอย่างประหยัดที่สุดด้วยเช่นกัน

"อา... ฃ่วยไม่ได้ล่ะนะ เพราะข้าเองก็ลากเจ้ามาเองด้วย ยังไงคงต้องทำหน้าที่คนขับรถม้าที่เก่งที่สุดในต้าฮั่นจนถึงที่สุดสินะ!"
หลงจิ่วเอี้ยนยิ้มขึ้นมาเล็กๆก่อนที่จะบังคับม้าต่อไป
"ฝากด้วยนะเจ้าคะ"


........

เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็มาถึงยังเส้นทางระหว่างเทือกเขาที่สูงชัน ลมจากด้านบนที่พัดลงมาก็แสนจะเบาบาง
รถม้ายังคงเคลื่อนต่อไปเรื่อยๆก่อนที่อี้เจียงจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่เส้นทางด้านหน้า...

"ท่านพี่จิ่วเอี้ยนหยุดรถม้าก่อนเจ้าค่ะ ดูตรงนั้นสิเจ้าคะ"
พวกเธอพบกันทางแยกและสัญลักษณ์แปลกที่ถูกสลักไว้ที่ทางแยกขวา

"หมายความว่าไม่ซ้ายก็ขวาจะมีโจรอยู่สินะ ร้ายไม่เบาเลยแหะ..."
เด็กสาวค่อยๆแนบหูลงกับพื้นแล้วฟังเสียงของฝีเท้าและลม


"ได้ความว่าไงบ้างรึ---"
จิ่วเอี้ยนที่มองอยู่เอ่ยถามก่อนที่เด็กสาวจะยกนิ้วชี้ปิดที่ปากของตนส่งสัญลักษณ์ให้อีกคนเงียบ
"ชู่ว์---"
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็เงียบไปและรออีกฝ่ายตอบกลับมา

"ไปทางแยกขวาเจ้าค่ะ ข้าได้ยินเสียงสัตว์ป่า.."
อี้เจียงค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆก่อนที่จิ่วเอี้ยนจะบังคับรถม้าต่อไปด้วยสีหน้างุนงง
ก่อนที่เมื่อพวกเขาขับรถม้าผ่านมาได้ระยะใหญ่ๆก็ไม่สีสัญญาณอันตรายอะไรใกล้ๆแล้ว

"จ้ารู้ได้ยังไงว่าต้องมาทางนี้น่ะ.."
"สัตว์ป่าที่ข้าได้ยินมันดูรู้สึกปลอดภัยน่ะเจ้าค่ะ ถ้ามีคนอยู่มันไม่น่าจะรู้สึกแบบนั้น.."
"นั่นสินะ... อ้า! ข้าเห็นทางข้างหน้าแล้ว เป็นแม่น้ำใหญ่ละ ทีนี้ก็ตุนให้พร้อมเข้าทะเลทรายเลย"

"เจ้าค่ะ"


หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำการขับรถม้าข้ามแม่น้ำและพักผ่อนกันหนึ่งคืนก่อนที่จะเดินทางไปยังทะเลทราย
เมื่อเขาเขตทะเลทรายได้ไม่นาน อี้เจียงก็นำแท่งไม้ผูกไว้กับท้ายรถม้าเพื่อดูว่าเคลื่อนที่ไปทิศทางเดิมเสมอหรือไม่
หากเอียงไปมาก็จะบอกหลง จิ่วเอี้ยนให้ช่วยคุมทิศทางให้เหมือนเดิม แต่ในระหว่างช่วงเที่ยงวันนั้นก็เกิดพายุทรายขึ้น
แต่ด้วยความรู้ของอี้เจียงจึงให้ทุกคนหลบอีกด้านของรถม้าและเอาผ้าคลุมมาปิดส่วนที่พายุพัดมา
เมื่อพายุหยุดลงพวกเขาก็สามารถเดินทางได้อย่างเร็วลง
เหมือนว่าเป็นโชคดีของพวกเธอที่ไม่เจออันตรายอะไรมาก
มีเพียงพายุทรายเล็กน้อยเท่านั้นกลุ่มของอี้เจียงก็มาถึงเมืองอู๋เว่ยได้อย่างปลอดภัย...

"ว่าแต่จะเริ่มหาตระกูลหมิงจากไหนล่ะ?"
หลงจิ่วเอี้ยนถามหลังจากเข้าเขตเมืองอู๋เว่ยแล้ว
"ข้าว่าลองถามคนในโรงเตี้ยมก่อนดีไหมเจ้าคะ? จะได้พักรถม้าด้วยเลย"
อี้เจียงเสนอพลางชี้ไปที่โรงเตี้ยมใกล้ๆ
"อ่า.. งั้นก็ดีเลย"
หลังจากจอดพักและขนสัมภาระกันเสร็จอี้เจียงก็ทำการสอบถามพนักงานในร้านทันที


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -36 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -36 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
รถม้าหรูหรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เตาถานมู่
หายใจใต้น้ำ
ตาสมุทร
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x8
x6
x14
x100
x2
x10
x18
x40
x30
x35
x12
x10
x40
x40
x40
x40
x40
x5
x6742
x10
x30
x1
x30
x1
x1
x30
x26
x52
x30
x3
x1
x6
x60
x7
x18
x70
x1
x1
x1
x70
x684
x132
x1000
x200
x2280
x1000
x3332
x1379
x269
x300
x70
x394
x12
x102
x130
x298
x29
x57
x4
x20
x40
x90
x111
x1
x1
x30
x105
x3
x29
x1
x7
x7
x50
x1
x4

60

กระทู้

308

โพสต์

7หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
45606
เงินตำลึง
9157
ชื่อเสียง
32057
ความหิว
793

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
594
ความชั่ว
0
ความโหด
243
พิราบขาว
เลเวล 1

ปิงเยว่

"บทกวีของข้าจะนำทางท่าน"
pet
โพสต์ 2018-7-8 19:13:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หลังจากที่อี้เจียงตกลงกับจิ่วเอี้ยนได้นางก็เรียกเสี่ยวเอ้อห์มาสอบถามทันที

"ท่านเสี่ยวเอ้อห์ ข้าขอถามอะไรหน่อยได้รึเปล่าเจ้าคะ?"

เด็กสาวมองอีกฝ่ายด้วยสายตาน่าสงสารโดยไม่ได้ตั้งใจ(เนื่องจากเหนื่อยจากการเดินทาง)

"ได้สิขอรับคุณลูกค้า มีอะไรร้อนใจว่ามาเลยขอรับ"

เสี่ยวเอ้อห์ใจดียิ้มตอบอย่างเป็นมิตรทันที

"คือว่าข้าอยากรู้ที่อยู่ของบ้านตระกูลหมิงน่ะเจ้าค่ะ ท่านพอจะทราบบ้างรึเปล่าเจ้าคะ?

ข้ามีเรื่องด่วนที่อยากจะคุยกับพวกเขาจริงๆ"

อี้เจียงถามด้วยเสียงอ่อนๆ(จากอาการเหนื่อยเช่นกัน)

"เอ่อ... ข้าไม่รู้แหะ... งั้นเอางี้ เดี๋ยวข้าไปถามเถ้าแก่ให้ ท่านรอเดี๋ยวก่อนนะ"
หลังจากพูดเสร็จเสี่ยวเอ้อห์ก็ทำการเดินไปในส่วนของพนักงานในทันที
"ขอบคุณนะเจ้าคะ"



"อื้ม เจ้าดูเหนื่อยๆนะ พักผ่อนก่อนไม่ดีกว่าหรือ?"

จิ่วเอี้ยนถามด้วยความเป็นห่วงก่อนที่จะท่านอาหารที่สั่งมาเพื่อเติมพลัง

"ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ข้ายังไหว"

อี้เจียงคีบอาหารในจานมาทานตามเช่นกัน



ก่อนที่ไม่นานเถ้าแก่ของร้านก็จะโผล่ออกมา

"โอ้ ท่านคือคนที่เสี่ยวเอ้อห์บอกว่ามาตามตระกูลหมิงใช่ไหม?"

เจ้าของร้านทักทายอย่างเป็นมิตรก่อนที่จิ่วเอี้ยนจะโบกมือมานั่งร่วมโต๊ะเถ้าแก่ก็นั่งลงอย่างงงๆ

"ใช่ๆ ข้ามีเรื่องอยากถามพอดี  ก่อนอื่นสาเกสักจอกไหมลุง"

พูดจบจิ่วเอี้ยนก็รินสาเกให้เถ้าแก่ก่อนที่ทั้งสองคนจะเริ่มร่ำสุรากันไปสองสามจอก...

"พอจะรู้เรื่องของตระกูลหมิงไหมเจ้าคะ?"
อี้เจียงพูดถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเถ้าแก่นั้นมองมาทางเธอ

"อืม... ข้า... ไม่รู้สิ ข้าพึ่งย้ายมาได้ไม่นานน่ะ ใครใช้ให้แต่งกับหญิงที่นี่ล่ะ ฮ่ะๆๆๆ"
หลังจากเถ้าแก่ร้านพูดจบจิ่วเอี้ยนก็ดึงสาเกกลับมาดื่มคนเดียวทันที
"แล้วก็ไม่บอกแต่แรก ขอบตุณลงมากนะ แต่ขอคุยกับน้องสาวสองคนต่อละ ลุงไปเลยไป"
เถ้าแก่เห็นดังนั้นก็ยิ้วกัวเราะแบบเมาๆก่อนที่จะเดินออกไป

เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่ออกไปแล้วจิ่วเอี้ยนก็พูดขึ้น
"เอาล่ะ ข้าว่าเราคงต้องไปถามคนเฒ่าคนแก่แถวนี้แล้วล่ะ เฮ้อ"
เขาเสนอขึ้นพลางจิบสาเกช้าๆ
"นั่นสินะเจ้าคะ.. งั้นเราไปกันเถอะค่ะ!!"
อี้เจียงตัดสินใจได้ดังนั้นเธอก็รีบลุกออกจากที่นั่นทันที...

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
รถม้าหรูหรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เตาถานมู่
หายใจใต้น้ำ
ตาสมุทร
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x8
x6
x14
x100
x2
x10
x18
x40
x30
x35
x12