กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 278|ตอบกลับ: 13

{ เมืองตุนหวง } ย่านการค้าเฟิ่นเฉ่า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-6-17 00:24:30 |โหมดอ่าน




ย่านการค้าเฟิ่นเฉ่า

{ เ มื อ ง ตุ น ห ว ง }













【ย่านการค้าเฟิ่นเฉ่า】 
ตั้งอยู่ในชุมชนที่คึกคักที่สุดของเมืองตุนหวง สถานภานิชย์ชั้นแนวหน้าของเมืองทะเลทราย
ไม่ว่าท่านกำลังมองหาวัตถุล้ำค่า หรืออาหารเสบียงยามเดินทางก็ล้วนมีอยุ่ครบครัน
ขอเชิญต่อรองราคาและตามหาสินค้าถูกใจ ที่นี่ท่านอาจได้ทั้งเพื่อนรวมทางและพาหนะสุดแกร่ง
อย่ามัวห่วงถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงเมื่อต้องออกเดินทางในทะเลทราย
เชิญสุขสำราญให้เต็มที่และดื่มด่ำไปกับวัฒธณะธรรมอันหลากหลายได้ที่นี่ 'ย่านการค้าเฟิ่นเฉ่า'




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

73

กระทู้

798

โพสต์

11หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
106897
เงินตำลึง
196901
ชื่อเสียง
47183
ความหิว
1033
คุณธรรม
469
ความชั่ว
157
ความโหด
134
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-6-17 00:30:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 6 - ถ้ำมหัศจรรย์
[เด็กและบทเพลงปริศนา]

     เท้าทั้งสองข้างยังคงย้ำเดินไปตามถนนที่แห้งและเต็มไปด้วยเศษฝุ่นทราย บริเวณรอบล้วนแล้วแต่เป็นกำแพงของอาคารบ้านเรือนสูงอีกทั้งด้านบนยังมีผ้าบางๆนำมาขึงไว้สำหรับให้ร่มเงา ร่างบางของจางฝุที่มีฮุ่ยจือเกาะไหล่ตามมาด้วยนั้นเดินตรงเข้าไปเรื่องก่อนที่สายตาของจางฝูจะเหลือบไปเห็นกลุ่มเด็กกลุ่มหนึ่งที่กำลังไล่เล่นจับกันอยู่อยู่ในตรอกๆเล็กทางซ้ายมือจึงตัดสินใจลองเดินเข้าไปถามดู


    “เออ หนูจ๊ะ พี่สาวรบกวนเวลาพวกเจ้าสักครูได้หรือไม่”จางฝูเอ่ยขึ้นพร้อมกับเหล่าเด็กๆที่พากันหยุดเล่นแล้วหันมามองเธอพร้อมกับเดินรวมกลุ่มเข้ามาหาจางฝู ดูท่าแล้วเด็กๆพวกนี้คงเป็ลูกชาวบ้านในระแวกใกล้ๆนี่มาวิ่งเล่นกันสินะ


     “พี่สาวมีอะไรหรอเจ้าคะ”เด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยยถามขึ้นมาพร้อมกับเอียงศีรษะเล็กน้อยอย่างน่าเอ็นดู


    “เอ่อ เมื่อกี่ได้วิ่งผ่านโรงเตี้ยมแล้วได้ร้องเพลงอะไรรึเปล่าจ๊ะ”จางฝูเหยียดยิ้มหวามมองพวกเด็กๆตรงหน้าที่หันไปมองหน้ากันอย่างถามไถ่ว่าตอนที่วิ่งไล่กันเมื่อครู่ได้ร้องเพลงอะไรบ้าง


      “เพลงอะไรรึขอรับพี่สาว”เด็กชายอีกคนที่อยู่ทางด้านขวามือของจางฝูเอ่ยขึ้นแล้วมองจ้องมายังเธอ


      “ก็เพลงที่ร้องว่า ตระกูลขุนศึกสามรุ่น ขับขานตำนานควบอาชาพิชิตทุ่งหญ้า หนึ่งดรุณีดินแดนไกลโพ้น หนึ่งบุรุษองอาจดั่งมังกรขาว  ยอดเขาสูงตะหง่านบนแดนจักรพรรดิ” จางฝูร้องเพลงในประโยคที่เธอได้ยินขึ้นให้เกับพวกเด็กๆนั้นฟังก่อนที่พวกเด็กๆนั้นจะหันมองหน้ากันไปมาภายในกลุ่มก่อนที่เด็กชายคนเดิมจะส่ายหน้าเบาๆให้กับเธอ


      “พวกข้าไม่ได้ร้องเพลงนี้แล้วก็ ไม่เคยได้ยินเพลงนี้ด้วยขอรับ ที่พวกข้าร้องเมื่อกี้เป็นอีกเพลงขอรับ” กล่าวจบเด็กชายนั้นก็ร้องเพลงที่พวกเขานั้นร้องกับเมื่อครู่ขึ้นมาให้จางฝูฟัง


       ดวงจันทร์ทอแสงเหนือนครฉางอัน
จัดสำรับรอพร้อมครัน
ลมวสันต์ผันไปไม่ขาดสาย
โอ้...เมื่อใดปราบไพรีได้ราบคาบ
อีกนานเท่าใดญาติมิตรจะพร้อมหน้า

ดวงจันทร์จรัสแสงเหนือฉีเหลียงซาน
ทหารกล้าฝากชีพไว้บนอาน
ลมพัดผ่านมายาวไกลนับหมื่นลี้
หอบความภักดีถึงมาตุภูมิ

ชนเมืองเถื่อนจับจ้องแดนชิงไห่
ขุนชนะชัยรุดถึงเขาไป๋เติง
ตีกระเจิงกลยุทธ์สุดแยบคาย
เสียงรถศึกเคลื่อนไปดังกึกก้อง
แม่ทัพหาญเป็นหนึ่งไม่มีสอง
สมรภูมิเลือดไหลนองดั่งธารา
เชิดชูแคว้น ปกป้องแดน เพื่อเราผอง

ขุนแกล้วกล้ากรำศึกแต่วัยเยาว์
พิชิตเผ่าลำน้ำเลือดกระดูกขาว
ปราบชงหนูพิทักษ์แคว้นแดนเกรียงไกร
แล้วเหตุใดท่านผู้กล้าไม่หวนคืน

   ในท่อนสุดท้ายพวกเด็กๆก็ร้องแล้วเน้นเสียงหนักออกมาพร้อมๆก่อนก่อนที่ต่างคนจะต่างหัวเราะแล้วก็พากันไปเล่นเป็นชวี่ปิ้งวิ่งไล่จับชงหนูกันต่อในทันที่ปล่อยให้จางฝูนั้นยืนค้างมองเหล่าเด็กๆพวกนั้นด้วยสายตางุนงง จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อตอนที่เธออยู่ในโรงเตี้ยมเธอได้ยินเสียงเพลงนั้นจริงๆ แต่ทำไมเด็กพวกนี้ถึงบอกว่าไม่ได้ร้องแล้วก็ไม่รู้จักได้ละ


     จางฝูยังคงยืนมองเด็กๆกลุ่มนั้นเล่นวิ่งไล่จับกันต่อไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่จางฝูยังคงยืนเหม่อมองเด็กกลุ่มมนั้นเล่นวิ่งไล่จับกันไปมาจนเมื่อเสียงของเด็กกลุ่มนั้นเงียบลงพร้อมกับทุกคนที่วิ่งตรงมาหาเธอ


      "พี่สาวพวกเราไปก่อนนะเจ้าคะ”เด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยก่อนที่กลุ่มเด็กนั้นจะพากันแยก้ายกันกลับบ้านซึ่งตัวของเธอเองก้ควรที่จะกลับไปที่โรงเตี้ยมได้แล้ว ส่วงเรื่องเพลงที่เธอได้ อาจเป็นเพราะเธอหลอนไปอีกก็เป็นไร


      “กลับโรงเตี้ยมกันเธอฮุ่นจือ ป่านนี้ซินอี๋กับเจี๋ยเฟยคงเป็นห่วงแย่แล้วละ”


     ในขณะที่จางฝูกำลังจะหมุนตัวกลับนั้นเอง พลันเสียงของเพลงที่เธอได้ยินตอนอยู่ในโรงเตี้ยมก็ดังขึ้นมาอีกครั้งแต่ในครั้งนี้มันกลับดังมาจากทางฝั่งทิศใต้จากตรงทีที่เธอกำลังยืนอยู่ในตอนนี้


    ‘ ตระกูลขุนศึกสามรุ่น
ขับขานตำนานควบอาชาพิชิตทุ่งหญ้า
หนึ่งดรุณีดินแดนไกลโพ้น
หนึ่งบุรุษองอาจดั่งมังกรขาว
  ยอดเขาสูงตะหง่านบนแดนจักรพรรดิ’

     “ได้ยินอีกแล้ว”จางฝูเอ่ยพึมพัมขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองฮุ่ยจื่อที่เกาะอยู่บนไหล่ตนพรางเอียงหัวมองมาทางเธอ “เจ้ากลับไปที่โรงเตี้ยมก่อนฮุ่ยจือ”


      ฮูกก(ก็ได้) ฮุ่ยจือร้องตอบรับคำสั่งของผู้เป็นนายก่อนจะกางปีกโผบินกลับไปยังโงเตี้ยม ส่วนจางฝูนั้นก็หันมองไปทางทิศที่เสียงเพลงนั้นยังคงดังวนซ้ำไปมา ก่อนที่เธอจะตัดสินใจออกเดิินไปตามทิศทางที่เสียงเพลงดังขึ้นมา ในครั้งนี้เะอแน่ใจว่ามันไม่ใช่ภาพหลอนแบบในคราวเมื่อตอนอยู่ที่โอเอซิสแน่แท้ คนที่ขับร้องบทเพลงนั้นคือใคร แล้วบทเพลงนั้นคืออะไรเธอต้องรู้ให้ได้


     ร่างบางออกวิ่งตามไปทางทิศที่เสียงดังลอยมาทัน ร่างในชุดสีเขียวอ่อนนั้นวิ่งวนลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยมากมายภายในด่านตุนหวงซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าในด่านนี้มันมีตรอกซอกซอยอะไรเยอะขนาดนี้เลยหรือ แต่เธอก็ทิ้งความสนใจเรื่อซอยต่างนั้นไปและมุ่งไปตามเส้นทางที่เสียงนั้นลอยมาหากเเต่เมื่อใดที่เธอรู้สึกว่าเข้าใกล้เสียงเพลงนั้นมันก็ยิ่งจะลอยห่างเธอไปเรื่อยๆ เมื่อกับเธอกำลังวิ่งไล่ตามจับบางอย่างอยู่อย่างนั้น บางอย่างที่เธอไม่รู้ว่าคืออะไร หรือไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน






โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x215
x28
x150
x10
x8
x25
x30
x10
x22
x2
x2
x100
x100
x6
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x5
x1
x9
x131
x1
x56
x62
x1
x170
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x31
x2
x2500
x110
x113
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x58
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x20
x50
x70
x1
x15
x2545
x3
x30
x17
x68
x87
x8
x162
x102
x172
x4
x121
x4
x2
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x234
x7
x30
x13
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x125
x356
x350
x236
x92
x79
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x777
x630
x129
x271
x218
x521
x33
x3
x725
x49
x80
x1210
x3
x7
x22
x4450
x159
x790
x7
x1990
x27
x18
x50
x25
x41
x81
x42
x1

73

กระทู้

798

โพสต์

11หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
106897
เงินตำลึง
196901
ชื่อเสียง
47183
ความหิว
1033
คุณธรรม
469
ความชั่ว
157
ความโหด
134
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-6-17 01:09:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 5 - ภาพหลอน
[ต่อราคา]



     จางฝูและเพื่อนร่วมทางอีกสองคนอันได้แก่ซินอี๋และเจี๋ยเฟย พากันเดินเที่ยวซื้อของกันไปตามท้องถนนในย่านการค้าของด่านตุนหวงโดยหลังจากที่พวกเธอนั้นผ่านด่านตรวจกันเข้ามาได้แล้วก็ตกลงกันว่าจะเดินหาซื้อของทานเล่นกันในบริเวณย่านการค้าเเละเพื่อเป็นการพาซินอี๋นนั้ไปเปิดหูเปิดตาก่อนที่จะพาเจ้าตัวนั้นไปยังดินอแดนฮั่นของจริงเพื่อไม่ให้นางเกิดไปตกใจอะไรแปลกในฮั่นอาทิเนื้อสุนัขย่างอะไรทำนองนี้ละนะ


     “แม่นางจางผลไม้นี่สดแล้วก็อร่อยมาก”ซินอี๋เอ่ยถามพร้อมกับชี้ไปผลแตงโมในแผงที่แม่ค้านั่นยื่นมาให้ซินอี๋ชิม ซึ่งท่าทางของซินอี๋ในย่ามนี้ชช่างเหมือนกับเด้กน้อยที่ถึงออกมาเจอโลกกว้างก็ไม่ปานซึ่งจางฝูกับเจี๋ยเฟยที่ได้เห็นท่าทางอีกด้านของคนที่ชอบปั้นหน้านิ่งอย่างซินอี๋ก็อดยิ้มตามไม่ได้


      “เจ้าชอบก็ซื้อไปก็ได้ค่อยเอาไปกินต่อที่โรงเตี้ยม”จางฝูเอยก่อนที่จะมองซินอี๋ที่หันไปเอ่ยปากขอซื้อผลแต่โมนั้นกับแม่ค้าทันทีก่อนที่ทั้งสามนั้นจะพากันออกเดินเลือกซื้อของใช้ที่จำเป็นกันต่ออย่างสนุกสนาน อีกทั้งวันนี้ยังเป็นวันที่อากาศค่อยข้างดีและมีเมฆมากทำให้การเดินเที่ยวของทั้งสองสตรีและหนึ่งหนุ่มนั้นไม่ได้สร้างความลำบากแก่ร่างการเท่าใดนักโดยที่เจี๋ยเฟยนั้นถือโอกาสอาสาเป็นคนคอยแบกข้ามของที่สตรีทั้งสองเป็นผู้ซื้อมาอย่างไม่เกี่ยงงาน


      “ข้าว่าเส้นนี้ดูเหมาะกับเจ้านะ”จางฝูเอ่พร้อมกับหยิบเอากำไลข้อมือสองอันมาเทียบที่แขนของซินอี๋ก่อนจะยกกำไลข้อมือหินยกสีเข้มขึ้นมาก่อจะวางอีกอันลงบนแผง


     “แม่นางชช่างตาดี นี่เป็นกำไรหยกเนื้อดีมาก อีกทั้งยังมีสีเขียวเข้มสวยราวมรกต และเมื่อแม่นางสักเกตุดีๆที่ข้างในกำไลหยกนี้จะมีลายสีขาวจางเหมือนรูปหมาป่ากำลังวิ่งอยู่ด้วยนะเเม่นาง”พ่อค้าเอ่ยชี้เเจงรายละเอียงของสินค้าตนวึ่งเมื่อจางฝูลองพลิกกำไลหยกมองเข้าไปด้านในก็พบกับลายหมาป่าสีขาวแบบนี้พ่อค้าได้เอ่ยไปอย่างเหมือนเปี๊ยบแล้วจึงค่อยยื่นให้ซินอี๋กับกับเจี๋ยเฟยดู


      “มีจริงด้วย”เจี๋ยเอ่ยรอยขึ้นมาแล้วมองดูลายหมาป่านั้นอย่างตื่นเต้น


      “หากแม่นางสนใจข้าคิดราคาเพียงแค่ห้าชั่งเท่านั้น”


      “ห้าชั่ง ไม่เเพงไปหรอสำหรับกำไลเนี้ย” จางฝูเอ่ยขึ้นมาก่อนจะชูกำไลราคาห้าชั่งในมือแล้วโบกไปมาต่อหน้าพ่อค้า


      “แม่นางนี้เป็นหยกเนื้อดี อีกทั้งยังมีลายงดงาม ราคาเท่านี้นับว่าถูกแล้ว”พ่อค้ายังคงเอ่ยยืนราคาต่อไปอย่างไม่หยุดหยัง ทางซินอี๋เองก็ดึงชายเสื้อจางฝูเอาไว้พรางส่ายหัวเล็กน้อยเป็นการปฏิเสธว่าไม่ต้องเอากำไลวงนี้ก็ได้ วงอื่นสวยๆก็มี


    “พวกเจ้าสองคนถอยแล้วอยู่เงียบๆเลย”จางฝูเอ่ยแล้วยืนกอดอกมองหน้าพ่อค้าก่อนจะชูกำไลหยกขึ้นมา “เจ้าบอกว่านี่ห้าชั่ง แต่ว่าข้าดูแล้วมันก้แค่หยกธรรมดาที่สีเข้มกว่า อีกอย่างนี้ของจริงรึป่าวก็ไม่รู้ เผลอๆอาจเอาสีวาดเอาก็ได้ ใส่ๆไปลายหายอย่างงี้จะให้ข้าแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นของจริง"


    “แม่นางไม่รู้อะไร นี่เป็นของจริงแท้แน่นอนข้า”


     “ของจริงแล้วอย่างไร หยกนี้ก็ไม่ได้เนื้อละเอียดอะไรมากมาย อยู่ในเกรดกลางๆเท่านั้น เจ้าบอกสองชั่งข้าเคยเห็นหยกราคาหนึ่งชั่งยังเนื้อดีกว่าหยกเจ้าอีก อีกอย่างกำไลนี้ก็ไม่ได้ทำหนาแต่เน้นบางใส่ไม่นานก็แตก จะบอกว่าแพ้เพราะเนื้อของหยกคงไม่ใช่กระมัง”จางฝูเอ่ยก่อนจะเหยียดยิ้มมองหน้าพ่อข้าที่หน้าซี้ดลงไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ


    “งั้นข้าขายให้แม่นางแค่วสี่ชั่งก็ได้”


     “สามชั่ง”


      “สี่ชั่งเถอะขอรับ”


      “สองชั่ง”


       “เห็นแก่ข้าเถอะขอรับ”


      หนึ่งชั่ง”


       “หนึ่ง หนึ่งก็ได้ขอรับแม่นาง”


    “หนึ่งชั่งก็ก็ว่ายังแพงอยู่ดีแต่เห็นกับที่เจ้าเป็นพ่อค้าเหมือนพี่ชายข้า ข้าซื้อมันในราคาหนึ่งชั่งก็เเล้วกัน”จางฝูเอ่ยก่อนจะวางเงินหนึ่งชั่งลงบนแผงของพ่อค้าที่บัดนนี้แทบจะล้มพับหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มค้างคืน ก่อนจะหันไปยิ้มให้สองคนด้านหลังแล้วออกเดินนำ หลังจากที่เดินออกมาพ้นระยะร้านขายเครื่องประดับจางฝูก็หันไปยิ้มให้กับทั้งสองงคนก่อนจะยืนกำไลให้ซินอี๋


     “กำไลนี่ไม่ดีแล้วเจ้าซื้อมาทำไมละแม่นางจาง”ซินอี๋เอ่ยถามอย่างสงสัยแล้วรับเอากำไลมาถือ


     “กำไลนี่ของจริง ของแท้ แล้วก็เนื้อดีมาก เห็นบางๆแต่ด้านในแข็งมากเลยละ” จางฝูหันหลังเดินหน้าต่อไปพร้อมกับเอ่ยออกมาแล้วหันไปซื้อถังหูลู่จากแม่ค้ามาเดินกินไปด้วย


     “เอ๋แล้วที่เจ้าบอกพ่อค้านั้นเล่า” คราวนี้เจี๋ยเฟยเป็นผู้เอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกับอีกสองคนที่เดินมาประกบข้างจางฝู


      “ข้าหลอกเข้าเองแหละ แม้ห้าชั่งยังไงมันก็แพงเกินไปอยู่ดี เดินทางต้องใช้เงินก้ต้องรู้จึกต่อราคาเสียบ้างจะได้มีเงินเหลือกินเหลือใช้นะ อิอิอิอิ”กล่าวจบจางฝูก็วิ่งเหยาะผ่านบรรดาแผงขายของตรงไปยังเฟยเทียนที่ยืนรอพวกเธออยู่ที่ด้านหน้าย่านการค้า


      “บางที่ข้าก็ว่านางน่ากลัว”เจี๋ยเฟยเอ่ยขณะที่เดินไปพร้อมกับซินอี๋


      “ข้าก็คิดเหมือนเจ้า”


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +25 ย่อ เหตุผล
LingHao + 25 เชือก

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x215
x28
x150
x10
x8
x25
x30
x10
x22
x2
x2
x100
x100
x6
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x5
x1
x9
x131
x1
x56
x62
x1
x170
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x31
x2
x2500
x110
x113
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x58
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x20
x50
x70
x1
x15
x2545
x3
x30
x17
x68
x87
x8
x162
x102
x172
x4
x121
x4
x2
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x234
x7
x30
x13
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x125
x356
x350
x236
x92
x79
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x777
x630
x129
x271
x218
x521
x33
x3
x725
x49
x80
x1210
x3
x7
x22
x4450
x159
x790
x7
x1990
x27
x18
x50
x25
x41
x81
x42
x1
โพสต์ 2018-8-4 20:03:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2018-8-4 20:04

        เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย
พาร์ท 8 - เดินทางกลับฉางอัน

“ ท่านชวี่ปิ้งลองชิมดูสิเจ้าคะซาลาเปาร้านนี้อร่อยมากเลย ” ซูเม่ย เชิญชวนหลังจากที่นางได้ลองชิมดูแล้ว

โดยตอนนี้ทั้งสองคนได้กำลังเดินอยู่ในย่านการค้าของเมืองตุนหวง หลังจากที่ได้เดินทางอย่างเร่งด่วนมาหลายวันทั้งคู่จึงแวะเดินในย่านการค้าเพื่อผ่อนคลายและหาของอร่อยๆทานซึ่งเลือกทานแอ๊ไม่ต้องห่วงเพราะซูเม่ยแทบจะแวะชิมอาหารในทุกร้าน

“ จริงหรือ เช่นนั้นจะป้อนให้ข้าได้หรือไม่ ” ชวี่ปิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทีเจือแววออดอ้อน

“ แล้วทำไมท่านไม่ทานเองเล่าเจ้าคะ? ”

“ เจ้าก็ดูสิมือข้าทั้งสองข้างไม่ว่างเลย เพราะถือของกินให้เจ้าอยู่นะเม่ยเอ๋อห์ ” ชายหนุ่มพูดจบก็ชูของในมือให้นางดู

“ คิก ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าลืมไปเลย เช่นนั้นเดี๋ยวข้าถือเองก็ได้ ” หญิงสาวเอ่ยอย่างขบขันปนเขินอายเล็กน้อย เพราะนางเองก็ลืมไปว่าเขาถือของให้นางอยู่

“ ไม่ ข้าจะถือเองเจ้าก็เพียงแค่บิซาลาเปาออกมาแล้วป้อนข้าเพียงเท่านั้น ไม่เห็นจะยากอันใด จะถือให้หนักทำไมเล่า ” ชวี่ปิ้งเอ่ยออกมาโดยพยายามดึงเหตุผลออกมาให้น่าเชื่อถือ

“ ก็.. ก็ได้เจ้าค่ะ ” คิ้วเรียวขมวด เข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด แต่เมื่อตัดสินใจได้ก็เลยตอบไปพร้อมกับบิซาลาเปาออกมาแล้วยื่นไปตรงริมฝีปากอีกฝ่าย

และเมื่อชวี่ปิ้งเห็นซาลาเปาที่ถูกจ่อไว้ให้ริมฝีปากก็ยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ แล้วอ้าปากรับพร้อมกับทำท่าทานอย่างมีความสุข

แต่แล้วความสงบสุขระหว่างที่พวกนางเดินทานของว่าง พร้อมกับเดินชม ร้านค้าต่างๆ ในย่านการค้า จู่ๆ ก็มีสตรีใจกล้าผู้หนึ่งเดินเข้ามาหาทั้งสองโดยในมือเรียวนั้นถือม้วนไม้ไผ่มาด้วย

“ เอ่อ ท่านคือท่านขุนชนะชัยใช่ไหมเจ้าคะ? ” สตรีใจกล้าเอ่ยถามขึ้นแล้วหยิบรูปเหมือนที่ถูกพวกจิตรกรวาดเอาไว้ เพราะคนมีชื่อเสียงมักจะถูกวาดรูปกันอย่างแพร่หลาย ดูสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าจนแน่ใจว่าใช่อย่างแน่นอน

“ แม่นางข้ามิใช่ขุนชนะชัยหรอก อาจจะแค่หน้าตาเหมือนกันเพียงเท่านั้น ” ชวี่ปิ้งพูดอย่างเป็นธรรมชาติไม่ให้ดูผิดปกติจนอาจจะถูกจับได้

“ ไม่หรอกเจ้าค่ะ! ด้วยสายตาอันคมกริบที่ใช้แยกแยะบุรุษของข้า ผู้ซึ่งเป็นลูกสาวของจิตกรอันดับหนึ่งในเมืองนี้ ข้าคิดว่าท่านคือ คือบุรุษในรูปแน่นอนเจ้าค่ะ! ” สตรีตรงหน้าพูดออกมารัวเร็ว และเสียงดังจนผู้คนรอบข้างหันมามอง โดยเฉพาะหญิงสาวที่อยู่รอบๆ ต่างซุบซิบกัน


“ เอ่อ มิใช่จริงๆ แม่นางโปรดเชื่อข้าเถิด ” ชวี่ปิ้งพยายามที่จะยืนยันกระต่ายขาเดียวเพื่อให้สตรีตรงหน้าเชื่อแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล

“ ข้าเชื่อว่าใช่เจ้าค่ะ! ถึงท่านจะบอกว่าไม่ใช่ แต่ยังไงข้าก็จะขอให้ท่านช่วยเขียนชื่อของท่านลงบนม้วนไม้ไผ่นี้และเขียนว่ามอบให้แก่ข้าได้ไหมเจ้าคะ? ”

ทันทีที่นางพูดจบ ก็มีเสียง กรี๊ดกร๊าดของสตรีรอบๆดังขึ้น พร้อมกับเสียงพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น

“ จริงหรือนั่นใช่ท่านขุนชนะชัยจริงๆ เหรอ ” สตรีนางหนึ่งเอ่ยซุบซิบกันสหายตน

“ ข้าว่าน่าจะใช่นะ เพราะหานเหมยจิง มีความสามารถในเรื่องนี้จริงๆ ”

“ ใช่ๆข้าก็คิดว่าใช่พวกเจ้าดูสิ ช่างหล่อเหลาเสียยิ่งกว่าในรูปภาพอีก ” สตรีคนที่สามเอ่ยสมทบก่อนที่สตรีโดยรอบจะเอ่ยคุยกันเป็นวงกว้าง

“ ในเมื่อนางทำแบบนั้นได้แล้วทำไมพวกเราจะเข้าไปไม่ได้แล้วพวกเราเอามันไม่ไผ่ไปให้ท่านขุนชนะชัยเขียนชื่อกันเถอะ ” สตรีนางนี้เอ่ยขึ้นราวกับเป็นการปลุกความกล้าของสตรีอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบ ทำให้เหล่าสตรีที่ สนใจ วิ่งกรูเข้าใส่ชวี่ปิ้งและซูเม่ยที่ยืนอยู่กับสตรีแปลกหน้าในตอนแรก

“ อะ นี่มันอะไรกันเนี่ย ” ซูเม่ยมองเหล่ากองทัพสตรี(?)ที่วิ่งกรูเข้ามาอย่างน่าหวาดกลัว รู้สึกทำตัวไม่ถูกว่าเอายังไงดี

“ เม่ยเอ๋อห์ วิ่งเร็ว ” ชวี่ปิ้งที่เห็นเหตุการณ์ที่เริ่มวุ่นวายขึ้นจึงรีบคว้าข้อมืออีกฝ่ายแล้วออกวิ่งหนีทันมี

“ เอ๊ะ ทำไมท่านไม่วิ่งคนเดียวล่ะเจ้าคะ สตรีพวกนั่นมิได้ตามข้าเสียหน่อย ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่นางก็ต้องวิ่งตามแรงลากของชวี่ปิ้งไป

“ ข้าไม่วางใจ ป้องกันไว้ก่อน ”

“ ข้าไม่ใช่คนดังแบบท่าน ไม่มีใครมาทำอะไรหรอกเจ้าค่ะ ” ซูเม่ยแอบพูดประชดอีกฝ่ายทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าทำไมนางเกิดรู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาที่มีสตรีมากมายต้องการที่จะเข้าหาบุรุษที่พานางวิ่งหนีอยู่

และเมื่อได้ยินที่นางพูดชวี่ปิ้งก็แอบหันมามองก่อนยิ้มขึ้นมาชั่วครู่ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหายไปเหมือนไม่เคยมี

' นางหึงข้าจริงด้วย ' ขุนชนะชัยคิดในใจอย่างกรุ่มกริ่ม

“ เสน่ห์แรงจริงนะเจ้าคะ ท่านขุนชนะชัย ” เสียงใสบ่นอุบอิบออกมาอย่างรู้สึกหมั่นไส้อีกฝ่าย

“ เจ้าว่าอะไรนะ ” ชวี่ปิ้งหันมามองขณะวิ่งหนีกองทัพสตรี

“ ป่าวเจ้าค่ะ ข้ามิได้พูดอะไร ” ทำหน้าอย่างไม่รู้ไม่ชี้แล้ววิ่งตาม แต่ด้วยความที่ไม่ระมัดระวังและเพราะความซุ่มซ่ามของนาง ทำให้ขาเรียวของนางเตะเข้าที่สุ่มไก่ของพ่อค้าที่เพิ่งขนย้ายไก่ลงมาจากเกวียน

กระต๊าก!! กระต๊าก!!

สุ่มไก่ที่ถูกเตะออกทำให้ไก่ทั้งตัวผู้ตัวเมียต่างวิ่งกันอย่างแตกตื่น ร้องเสียงกระโตกกระตากลั่นถนนจนผู้คนต่างวิ่งวุ่นไล่จับ รวมถึงกองทัพสตรีที่ร้องวี๊ดว๊ายกันเสียงแหลม เมื่อถูกกลุ่มไก่วิ่งจิกชายกระโปรงสีสันสดใสนั้น

“ ท่านลุงข้าขอโทษเจ้าค่ะ! ” เสียงใสรีบตะโกนบอกอย่างขอโทษขอโพยที่ซุ่มซ่ามทำไก่หนี แต่นางจะหยุดตอนนี้ก็ไม่ได้

“ เม่ยเอ๋อห์ เจ้าไหวหรือไม่? ” ชวี่ปิ้งเอ่ยถามขึ้นเมื่อวิ่งกันมาได้สักพัก กองทัพสตรีตอนนี้ก็เหลืออยู่ไม่กี่คนที่วิ่งตามมา นี่พวกนางแข็งแรงกันเกินไปแล้ว

“ ยังพอไหวอยู่เจ้าค่ะ ” เพราะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายทำให้ไม่ได้ดูทาง จึงสะดุดก้อนหินเข้าจนร่างเล็กแทบจะถลาลงไปกองกับพื้น เลยได้แต่หลับตารอรับความเจ็บ

ชวี่ปิ้งที่ถูกร่างเล็กของซูเม่ยชนก่อนจะล้มกลิ้ง ชายหนุ่มพลิกตัวให้คนตัวเล็กขึ้นมาทับด้านบนก่อนไถลไปกับพื้น

“ อ๊ะ ท่าน เจ็บตรงไหนหรือไม่? ทำไมถึงต้องเอาตัวมาเป็นเบาะให้ข้าด้วย? ” เมื่อไม่รู้สึกเจ็บ แต่รับรู้ถึงแรงกอดรัดแทน จึงเงยหน้าขึ้นมองคนที่เอาตัวมาเป็นเบาะรองรับ

“ เจ้าไหวไหมเม่ยเอ๋อห์ ” ขณะที่เอ่ยพูดสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นลานตากผ้าของร้านผ้าเข้า “ เราไปหลบตรงนั้นก่อนแล้วกันนะ ”

“ ข้าไม่เป็นอะไร ท่านนั่นแหละเอาตัวรับพื้นแทนข้า ไม่เจ็บแน่นะ? ” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพลางเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง “ อื่อ ไปหลบตรงนั้นก็ได้ ”

“ ไม่เจ็บหรอกแค่นี้ เจ้าไม่ต้องห่วงไป ข้าออกจะแข็งแรง ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบก่อนที่ร่างสูงจะยันตัวลุกขึ้าพร้อมกับร่างซูเม่ยบนตัว

“ เรารีบไปต่อเถอะ ” ชวี่ปิ้งเอ่ยบอกเพราะจากที่เห็นจากหางตาแล้วสตรีพวกนั้นเริ่มตามมาทันแล้ว

“ อื่อ ไปกันเจ้าค่ะ อ๊ะ! ” หญิงพยักหน้ารับคำอีกฝ่ายแล้วพยุกตัวขึ้น แต่เมื่อยืนทิ้งแรงลงสู่ขาทั้งสองข้างก็ต้องทรุดลงอย่างรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้าซ้าย เหมือนข้อเท้าจะแพลง

“ ข้าจะแบกเจ้าไปเอง ” ชวี่ปิ้งที่พุ้งเข้าไปรับร่างเล็กได้ทันก่อนที่จะลงไปกองกับพื้นพูดก่อนอุ้มอีกฝ่ายขึ้นวิ่งไปหลบตรงลานตากผ้า

“ ดะ..เดี๋ยวเจ้าค่ะ ” พยายามห้ามแต่ก็ไม่ทัน ก็ถูกร่างสูงอุ้มไปที่ลานตากผ้าเสียแล้ว ทั้งสองจึงหลบอยู่หลังผ้าผืนใหญ่ที่ตากเอาไว้

“ ฟู่วว ดูเหมือนรอดแล้ว ” ดวงตาคู่คมแอบมองตามช่องว่างของผ้าที่ถูกตากอยู่

“ เช่นนั้นก็ปล่อยข้าลงเถอะเจ้าค่ะ ข้ามิได้เจ็บมากนัก ” เสียงหวานเอ่ยบอกก่อนที่ชวี่ปิ้งจะยอมค่อยๆ ปล่อยซูเม่ยลงพื้น

“ สตรีพวกนั้นช่างน่ากลัวยิ่งนัก ” ซูเม่ยแอบชะโงกหน้าออกไปดูก่อนจะหันกลับมาพูดกับปิ้ง แต่เพราะผ้าผืนบางปลิวตามแรงลมบดบังเบื้องหน้าทำให้นางมองไม่เห็นอีกฝ่าย

“ อือ ดีนะที่ข้าเจอเจ้า ” ชวี่ปิ้งเนียนก่อนยกมืออีกฝ่ายขึ้นมาระดับหน้าอก

“ เจ้าคะ? อะ ” รู้สึกถึงมือที่ถูกจับ เป็นเวลาเดียวกับชายผ้าเมื่อครู่ปลิวไปทางอื่น ทำให้เห็นใบหน้าอีกฝ่ายที่อยู่อย่างใกล้ชิด

“ เม่ยเอ๋อห์ ” อีกฝ่ายพูดเสียงเบาก่อนจะค่อยๆ ก้มหน้าลงมา

“ จะ..เจ้าคะ ” ซูเม่ยเอ่ยเสียงติดๆ ขัดๆ ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นเพราะความใกล้ชิดที่เกินไปนี้

สายลมเอื่อยเย็นพัดพาหอบเอาผ้าที่ตากไว้โบกสะบัดพริ้วไหวไปมาราวกับช่วยปิดบังร่างของคนทั้งสองไว้ไม่ให้ใครเห็นว่ามีร่างของชายหญิงยืนจุมพิตกันกลางลานตากผ้า บรรยากาศที่เงียบสงบและเย็นสบายราวกับเป็นใจให้กับคนทั้งคู่



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -36 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -36 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1

616

กระทู้

2355

โพสต์

52หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2881313
เงินตำลึง
9424338
ชื่อเสียง
223933
ความหิว
1236

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1056
ความชั่ว
540
ความโหด
1202
♦ เหยากวง ♦
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-8-18 03:42:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด

{ ส่งม้าให้วูฮูหยิน }
{ แวะเปย์เด็ก 1.9 }
วันนี้มันวันจ่ายชัดๆ

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

        ราชฑูตหลิ่งจือยังคงเหนื่อยหน่ายกับทิวทัศน์ที่ว่ามองไปทิศใดก็มีแต่ทะเลทราย อาจเพราะหนึ่งปีมานี้เส้นทางที่เขาเลือกผ่าน มีแต่สิ่งเจริญตาเจริญใจ ไม่ห้วงน้ำฉ่ำรื่นก็ท้องทุ่งหญ้าเขียวขจี สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มิใช่ความแห้งผากห่อเหี่ยวเช่นนี้
        ด้วยเข้าใจว่ากองคาราวานบรรทุกของบรรณาการแด่แคว้นในซีอวี้จำเป็นต้องมีคนคอยคุ้มกันตลอด ช่วยไม่ได้เมื่อข้าวของเครื่องใช้และไหมแพรพรรณ สนนราคาอย่างต่ำก็พับละหลายสิบชั่ง มูลค่าห้าเกวียนสินค้าเกิดตกหล่นระหว่างทางตนและจวนซือหม่าคงชดเชยไม่ไหว

        ดังนั้นอยากเปลี่ยนบรรยากาศเข้าย่านการค้าในเมือง มีแต่ต้องขอปลีกตัวออกมากับผู้ติดตาม แล้วให้เหวินเหวินนำขบวนเดินทางไปก่อนตามแผนที่ตนได้กำหนดเส้นทางไว้แล้ว นักกวีหนุ่มเชื่อว่าด้วยความสามารถของตู๋กู่ซินอี้ จะต้องพาคณะเดินทางไปยังจุดพักม้าไตรอาชาได้อย่างแน่นอน

        ส่วนบุรุษอาภรณ์ขาวก็สวมหมวกม่านโปร่งควบซุ่นเจี๋ยนเซ็กเธาว์ฝีเท้าจัดเข้าสู่ตลาดประมูล หลังลิ้มรสงานประลองในเมืองอวี้ซางไปแล้วหนหนึ่ง คล้ายว่าเจ้าของใบหน้าหวานจะติดใจไม่น้อย ‘รสชาติของการประมูลมิได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ชนะ แต่เป็นการขันต่อราคาที่ดุเดือดต่างหาก’ ดงนั้นเสิ่นหลิงเฮ่าก็ดิ่งตรงไปยังลานประมูลสินค้าจับจองที่นั่งได้ก็ประมูลลิงค์ยูเรเซีย หน้าตาน่ารัก(?) ตามด้วยกลาดิอุสทมิฬและกลาดิอุสทองคำจำนวนหนึ่ง
         ยั่งช่วงชิงหินห้าสีที่คาดว่าสกัดมาจากสะเก็ดดาวแคระตัดหน้าพ่อค้าชาวหูได้อีกลัง จูหรงเยว่เห็นสีหน้าคุณชายแช่มชื่นเบิกบานจึงไม่ได้คิดห้าม แม้ทรัพย์จะไหลออกทะลักไปร่วมหมื่นชั่งแล้วก็ตาม
        “คันช่องสัมฤทธิ์ เห็ดเยื่อไผ่ เพชรหนึ่งหีบ เกราะทองคำ ดาบเหวินกู่ ขลุ่ยหยก… และ เอ่อ คุณชายนั่นมันฮั่นเสียรึเปล่าขอรับ?” จูหรงเยว่ร่ายรายการของที่ผู้มีพระคุณประมูลได้ จนไปหยุดอยู่ที่ชื่อฮั่นเสียหม่าขนทอง เจ้าตัวนี้เพียงตัวเดียวมีมูลค่ามากกว่าหีบเพชรหนักสิบชั่งเสียอีก
        หลิงเฮ่าประทับตราลงสัญญาซื้อขาย ก่อนยื่นเอกสารขึ้นบัญชีส่งไปให้พ่อค้าฝ่ายขนส่ง “นี่คือใบเก็บเงินส่วนที่เหลือ ส่งม้าไปถึงจวนแม่ทัพปาสู่แล้วค่อยนำไปเบิกยังโรงเงินตรา” ใช่แล้วม้าตัวนี้เขาเห็นแว่บแรก ก็รู้ได้ทันที่ว่ามันเหมาะกับยอดหญิงอย่างหยางอวี้ถิง

        ส่งม้าให้ถิงถิงเสร็จแล้วตัวเขาพร้อมทั้งผู้ติดตามก็นำสัมภาระประมูลขึ้นหลังม้า หลิงเฮ่าจูงลิงค์ยูเรเซียที่หน้าตาคล้ายเสือดาวตามมาด้วย คงเพราะของที่ได้มาค่อนข้างเยอะ สุดท้ายมัดขึ้นไม่หมดกลาดิอุสทมิฬเล่มหนึ่งก็กลิ้งตกลงไป

ชูเฟิง(ช่วยเก็บที)@ameteraom

        “ขอบใจมากน้องชาย… หืม? ดูจากชุดแล้วเจ้าคงเป็นชาวฮั่นสินะ เดินทางมาไกลถึงตุนหวงลำบากไม่น้อยเลย” บุรุษในชุดขาวยังคงยิ้มแย้ม แม้มีม่านผ้าโปร่งกั้นไว้น้ำเสียงของเขายังสามารถบ่งบอกความเป็นมิตรได้

ชูเฟิง(เล่าได้ว่ามาจากไหน/แนะนำตัว)@ameteraom

        “ยินดีที่ได้รู้จัก ข้า… นักกวีหลิ่งจือ ทางนี้ผู้ติดตามชื่ออาเยว่” เขาเลือกแนะนำตัวเพียงฉายา อย่างไรก็ตามหากคนผู้นี้กลับเข้าเมืองหลวงไม่นานคงทราบนามตนอยู่ดี “หุบเขาคนโฉด?? ไม่คุ้นหูเท่าใดนัก ยุทธภพกว้างขวางอย่างไรก็ชาวฮั่นด้วยกันน้องชายชูพึ่งออกเดินทางควรจะมีอาวุธสักชิ้นไว้ป้องกันตัว…”
        จูหรงเยว่เบนสายตาไปยังกลาดิอุสทมิฬที่ฝ่ายนั้นถืออยู่ก่อนคล้ายจะบอกใบ้ “เล่มนี้ก็เหมาะดีนะขอรับ”
        “อื้มนั้นสิ… เจ้าเก็บขึ้นมาก็แปลว่ามีวาสนา ถือว่าข้าให้เป็นของกำนัลพบหน้าแล้วกัน” แทนที่จะรับคืน ไม่สู้มอบให้ผู้ที่อาจได้ใช้เป็นประโยชน์ดีกว่า

ชูเฟิง(รับไป)@ameteraom

        นักกวีหนุ่มพยักหน้ารับเชิงว่าเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นอย่าได้ถือเป็นบุญคุณเลย พลางแนะนำเส้นทางการเดินทางนอกด่านเมื่อทราบว่าอีกฝ่ายคิดจะไปหมู่บ้านนอกอี้เหมินกวน จนกระทั่งผู้ติดตามเริ่มสะกิดว่า หากไม่ออกเดินทางตอนนี้พวกตนคงไปถึงจุดนัดหมายในเวลาค่ำเป็นแน่ สุดท้ายได้แต่อำลาคนร่วมแดนเกิดและแยกย้ายกันไปตามทาง

ส่งฮั่นเสียทอง(10) +1914 ให้วูฮูหยิน
มอบกลาดิอุสทมิฬ(10) +326 ให้ชูเฟิง
✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +888 ความหิว -34 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 888 -34 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
ปราณสำนึก
กระบี่ราชาสามภพ(เก๊)
หมัดพื้นฐาน
เอ้อหูจั่วลู่
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เซ็กเธาว์
ตัวเบาขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x16
x1
x4
x20
x30
x1
x5
x3
x130
x100
x15
x5
x5
x20
x50
x1
x5
x53
x64
x4
x9999
x160
x1
x1
x2
x12
x260
x280
x9999
x4500
x5
x20
x120
x2
x30
x287
x9999
x1000
x20
x264
x1
x10
x160
x210
x233
x34
x3
x3
x6
x96
x7
x14
x22
x8
x1450
x290
x175
x360
x200
x11
x9999
x9
x57
x3312
x3
x9
x84
x200
x5
x11
x147
x9999
x16
x7
x182
x715
x6
x15
x1
x48
x285
x60
x4
x80
x2
x15
x2
x2
x242
x1
x3
x2
x413
x460
x10
x619
x665
x340
x1575
x172
x2349
x1
x2
x5
x5
x283
x4312
x3350
x660
x705
x4
x306
x664
x110
x252
x52
x523
x500
x18