ดู: 456|ตอบกลับ: 26

{ เมืองตุนหวง } โรงเตี้ยมไป๋เพ่ยเพ่ย

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-6-16 23:15:52 |โหมดอ่าน









โรงเตี้ยมไป๋เพ่ยเพ่ย
♦เมืองตุนหวง♦




โรงเตี้ยมไป่เพ่ยเพ่ย 

 เป็นโรงเตี้ยมที่ตั้งอยู่ในตุนหวงคอยบริการนักเดินทางและพ่อค้าจากนอกด่าน ที่เดินทางมาแวะพักที่เมืองแห่งนี้ 

ที่นี่มีบริการ ห้องพัก อาหาร สุรา รวมถึงการระบำต่างจากนางรำของโรงเตี้ยมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของที่นี่ 

โดยที่ตั้งของโรงเตี๊ยมนั้น ณ ตอนนี้ไม่ได้ตั้งอยู่ในเมือง แต่ตั้งอยู่ที่แทบชายเมือง ตรงเนินหินที่มีลำธารไหลผ่าน




ชื่อกิจการ: โรงเตี้ยมไป๋เพ่ยเพ่ย 

เจ้าของกิจการ: หม่า หวงหลง 

ประเภทร้าน: บริการอาหาร, สุรา-น้ำชา, ห้องพัก, ตกกลางคืนมี การฟ้อนรำ และ เสียงดนตรี ทั่วไป เวลาเปิด-ปิดร้าน: 24 ชม. 

ประทับตรา: ผู้ว่าเมืองตุนหวง





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

75

กระทู้

844

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
59910
เงินตำลึง
16449
ชื่อเสียง
49797
ความหิว
511

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
749
ความชั่ว
372
ความโหด
319
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-6-16 23:37:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-6-19 13:18

พาร์ท 6 - ถ้ำมหัศจรรย์
[แวะทานข้าวและบทเพลงในนิมิต]




    “หิวแล้วว ไปหาโรงเตี้ยมพักสั่งอะไรกินกันเถอะ” เสียงของจางฝูที่ร้องขึ้นมาเรียกให้อีกสองคนที่กำลังเอาของที่ซื้อมาจากย่านการค้าใส่หลังรถนั้นเงยหน้าขึ้นไม่มองร่างบางของหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่บนหลังของช้างเผือกตัวใหญ่ แม้ว่าระกว่างทางที่เดินเล่นอยู่ในย่านการค้านั้นเธอจะวื้อของกินเล่นที่วางขายมากินเล่นไม่ได้หยุดปากแต่ดุเหมือนว่าของเหล่านั้นจะไม่เพียงพอให้สตรีคนนี้อิ่มขึ้นได้เลยแม้สักนิด


     “เข้ากินถังหูลู่ไปสองไม้ ซาลาเปาอีกหนึ่งลูกเจ้ายังหิวอยู่อีกหรอแม่นางจาง”เจี๋ยเฟยเอ่ยถามก่อนจะใช้ตัวเบากระโดดขึ้นไปยืนบนหลังเฟยเทียนแล้วทรุดตัวลงนั่งที่ด้านหลังจางฝู


    “ก็ข้าหิวอ่ะ อากาศร้อนหงื่อออกไอ้ที่กินไปก็ย่อยหายละลายเป็นเหงื่อไปหมดแล้ว”จางฝูบ่นร่ายยาวออกจะตบลงไปบนหัวของเฟยเทียนเบาๆเพื่อให้มันเริ่มออกเดินเมื่อเห็นว่าซินอี๋นั้นเก็บของและปีนเข้าไปนั่งในรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร่างสีขาวใหญ่ค่อยๆเริ่มออกเดินไปตามเส้นทางภายในด่านเพื่อตรงไปยังโรงเตี้ยมไป๋เพ่ยเพ่ยซึ่งเป็นโรงเตี้ยมเพียงแห่งเดียวในแคว้นเพื่อใช้พักผ่อนและเพื่อหาอาหารหนักใส่ท้องก่อนที่พวกเธอจะเริ่มเดินทางต่อไปยังด่านต่อไป


     “ตั้งแต่เห็นภาพหลอน เจ้ากินเยอะขึ้นรึเปล่าเนี่ย แม่นางจาง ระวังจะอ้วนนะ เอื้อ”


     โป้ก!!!


      สิ้นเสียเอ่ยของเจี๋ยเฟย พัดไม้ในมือของจางฝูนั้นก็ลอยเข้าไปกระแทกเต็มเบ้าหน้าของชาหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังเธอจนหงายหลังลงไปนอนหงาอยู่บนหลังช้าง พร้อมกับใบหน้าของจางฝูที่เหยียดยิ้มจนมุมปากประตุกหน่อยก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เเฝงไปด้วยโทสะอย่างมากทำเอาเจี๋ยเฟยนั้นแทบอยากจะก้มขอขมาร่างงบางตรงหน้าขึ้นมาตะหงิดๆ


     “อ้วนหรอ บ้านเจ้าไม่สอนเรื่องห้ามพูดเรื่องน้ำหนักต่อหน้าสตรีหรอเจี๋ยเฟย”


     “ข้าขออภัยแม่นางอย่างสูง ท่านนั้นผอมเพรียมหุ่นดีมิมีผู้ใดเกินเลยขอรับ”เจี๋ยเฟยยันตัวลุกขึ้นมาก่อนจะก้มเอาหน้าผากแนบหลังช้างกล่าวขอขมาอีกคนที่กำลังจะกลายร่างเป็นนางมารยกใหญ่ พร้อมกับร่างของช้างเผือกสีขาวสง่านั้นจะมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งซึ่งที่ป้ายหน้าโรงเตี้ยมนั้นเขียนด้วยตัวหนังสือตวัดสวยงามนามว่าโงเตี้ยมไป๋เพ่ยเพ่ย จากลักษณะโรงเตี้ยมแห่งนี้จัดว่าค่อนข้างที่จะใหญ่และมีการตกแต่งที่ดูหรูน่าเข้าไปใช้บริการและดูดเงินนักเดินทางอยู่มากโข


     “จะพักที่นี่หรอ แลดูแพงอยู่นะ”เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วมองทางเข้าโรงเตี้ยมเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองจางฝูที่จู่ๆก็กระโดดพรวดลงไปยืนที่พื้นเรียบร้อยแล้ว


     “ฝากเจ้าเอาเฟยเทียนไปเก็บคอกด้วยนะ ขอบใจมากเจี๋ยเฟย เจ้าสุภาพบุรุษมาก”จางฝูเอ่ยก่อนจะเดินอ้อมรถไปหาซินอี๋แล้วลากซินอี๋ที่กลายเป็นที่นอนพักชั่วคราวของฮุ่ยจือให้เดินตามตนเองเข้าไปในร้านทิ้งให้เจี๋ยเฟยยังคงนั่งเอ๋อกินอยู่บนหลังเฟยเทียนต่อไป


      แปร๊นนน(เอาไงเจียเจี๋ย)


      “อ่าไปพักเถอะไป”เจี่ยเฟยหันมองเฟยเทียนที่ร้องขึ้นมาแล้วพามันเดินไปยังคอกพักด้านหลังของโรงเตี้ยมแล้วจึงค่อยเดินอ้อมกลับเข้าไปในโรงเตี้ยมทีหลัง
      
      “เสี่ยวเออร์เอาข้าวสวยสามถ้วย หูฉลามน้ำแดง ปลาราดพริก กุ้งผัดพริก เต้าหู้ผัดกวางตุ้ง อืมแล้วก็ปลาย่างแบบไม่ตรงปรุงเครื่องเลยสองตัวไม่ต้องตัวใหญ่มาก แล้วก็เอาน้ำชากาหนึ่ง”จางฝูเอ่ยสั่งเบ็ดเสร็จเรียบร้อยก่อนจะดึงแขนซินอี๋ให้เดินตามไปนั่งยังโต๊ะติดริมหน้าต่างที่ว่างอยู่เพื่อรออาหารที่สั่งไปและรอเจี๋ยเฟยทันที


      “ปลาย่างแบบไม่ปรุง ทำไมถึงสั่งแบบนั้นละ มันจะอร่อยรึ”ซินอี๋เอ่ยถามขึ้นแล้วมองไปทางจางฝูอย่างสงสัยพร้อมกับอุ้มเอาฮุ่ยจือที่อยู่บนไหล่ตนลงมาวางที่หน้าตักแทน


     “ปลาย่างของเจ้าพวกนี้ต่างหาก”จางฝูเอ่ยต่อก่อนที่ลู่ฉีและลู่จิวจะเลื้อยออกมาจากชายแขนเสื้อขึ้นไปนอนขดชูคออยู่บนโต๊ะ แต่นับว่าดีที่โต๊ะที่พวกเธอนั่งอยู่ถัดไปทางด้านหลังและบริเวณนั้นก็ไม่ค่ออยมมีคนนั่งจึงไม่เกิดความแตกตื่นจากรอบข้างมากนัก


     “เป็นเช่นนั้นเอง แม่นางจากพอถึงอู๋เว่ยเราคงต้องแยกกันแล้ว เมื่อถึงที่นั้นรบกวนเจ้าพาข้าไปหาซื้อม้าสักตัวได้รึไม่”ซินอี๋เอ่ยถามขึ้นมา


      “ได้แน่นอน ว่าแต่เจ้าชอบสถานที่เที่ยวแบบไหนละข้าจะได้แนะนำได้ถูก”จางฝูเอ่ยถามขึ้นพรางลูบหัวเจ้าสองแสบที่เลื้อยเล่นกันไปมาอยู่บนโต๊ะอย่างสนุกสนาน ฮุ่ยจือที่ได้เห็นคงอิจฉาจึงกระพือปีกบินข้ามโต๊ะก่อนจะกระโดดไปนอนบนตักของจางฝูแทน


      “คงพวกสถานที่พวกผู้กล้าวีรชนละมั้ง”ซินอี๋เอ่ยตออบพรางยกมือเกาแก้มตนเองเล็กน้อยซึ่งคำตอบนั้นก็ไม่ได้ผิดคาดไปจากที่จางฝูคิดเท่าไหร่นัก


    “อืม ถ้าเป็นแนวๆนั้นใกล้ๆอู๋เว่ยมีสถานที่หนึ่งนะ เป็นศาลเจ้าเทพอาชา เจ้าไปดูนะ เจ้าน่าจะชอบที่นั้น”จางฝูเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้ซินอี๋ก่อนจะหันไปมองเจี๋ยเฟยที่เดินเข้าโรงเตี้ยมมาแล้วตรงมานั่งที่เก้าอี้ซึ่งเป็นเวลาพอดีกับที่อาหารถูกยกมาวางที่โต๊ะพอดิบพอดี


    “น่ากินเชียว สั่งเสียเยอะจะกินหมดไหมเนี่ย” เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วเลื่อนตะเกียบไปทางปลาย่างตัวหนึ่งที่วางอยู่ในจานก่อนจะโดนตะเกียบในมือของจางฝูนั้นตวัดปัดตะเกียบในมือเจี๋ยเฟยออก เรียกสายตายุ่งจากคนโดนขัดขวางให้เงยหน้าขึ้นมามองเล็กน้อย


     “ของเด็กๆข้า”จางฝูเอ่ยก่อนจะเลื่อนจานปลาย่างมาเเกะกางแล้ววางให้เจ้างูสองตัวของเธอกินแทน แล้วจึงค่อยหันกลับไปคีบเอาปลาราดพริกมากินชิ้นหนึ่ง


    “ที่หลังก้บอกกันก่อนสิ โธ่”เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วหันไปตักน้ำซุปหูฉลามน้ำแดงมาใส่ในชามแล้วคีบเนื้อปลาราดพริกมากิน


     “ก็เจ้าถามไหมละ”


    “เอาน่าทั้งสองคนกินเถอะ อาหารเย็นจะไม่อร่อนะ” ซินอี๋เอ่ยห้ามทัพก่อนจะเอื้อมมือไปคีบเอากุ้งผัดพริกขึ้นมากิน


     “ก็ได้เห็นแก่ท่านซินอี๋หรอกนะ”จางฝูเอ่ยแล้วคีบเต้าหู้ชิ้นหนึ่งขึ้นากินก่อนที่เธอจะได้พุยข้าวตามเข้าปากไปเสียงร้องเพลงของเด็กในด่านตุนหวงที่วิ่งเล่นผ่านไปก็ทำเอาจางฝูนั้นถึงกับชะงักตะเกียบไปเล็กน้อยแล้วจึงหันไปมองกลุ่มเด็กสามสี่คนที่วิ่งมาจะถึงข้างหน้าต่างที่เธอนั่งอยู่


    “ตระกูลขุนศึกสามรุ่น ขับขานตำนานควบอาชาพิชิตทุ่งหญ้า หนึ่งดรุณีดินแดนไกลโพ้น หนึ่งบุรุษองอาจดั่งมังกรขาว  ยอดเขาสูงตะหง่านบนแดนจักรพรรดิ” เสียงประสานของเด็กทั้งสี่ร้องขึ้นมาพร้อมกันก่อนที่จะพากันวิ่งเลี้ยวไปอีกซอยหนึ่งของถนน โดยทุกอย่าง ทุกถ้อยคำและทุกประโยคล้วนติดวนเวียนอยู่ในหัวของจางฝู


      ครืดด!!


      เสียงของเก้าอี้ที่เคลื่อนถอยหลังไปเพราะร่างที่ลุกขึ้นมายื่นอย่างกระทันหันเรียกให้สายตาของอีกสองคนที่กำลังนั่งทานข้าวกันอยู่นั้นหันไปมองจางฝูอย่างสงสัยแต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยถามอะไรจางฝูก็ชิงเอ่ยออกมาเสียก่อน


     “เดี๋ยวข้ามา” ว่าจบร่างบางของจางฝูก่อนออกวิ่งออกไปจากจากโรงเตี้ยมไล่ตามเด็กกลุ่มนั้นไปทันที ทิ้งให้อีกสองคนนั้นนั่งมองหน้ากันอยู่อย่างสงสัยกับท่าทีของอีกคนที่จู่ๆก็ลุกพรวดวิ่งออกไป


     “ไปไหนแล้วนะ” ขาทั้งสองข้างวิ่งไล่ตามเสียงร้องของกลุ่มเดินเข้ามาด้านในซอยๆหนึ่งและทั้งๆที่เธอไล่ตามเสียงพวกนั้นมาติดกลับพบว่ากลุ่มเด็กพวกนั้นได้หายไปเสียแล้วแม้แต่เสียงขับร้องประโยคของชายปริศนานั้นก็พลันเงียบหายไปเช่นกัน


     ร่างบางของจางฝูยังคงเดินตรงเข้าไปในซอยเพื่อไล่ตามหากลุ่มเด็กนั้นเพื่อที่จะเอ่ยถามถึงบทเพลงนั้นที่ร้องออะมาให้ได้ว่าพวกเขานั้นไปได้ยินมาจากที่ไหนแล้วมันเป็นบทเพลงเรื่องเล่าของผู้ใดกันและชายหนุ่มปริศนาที่เธอเจอนั้นเกี่ยวข้องยังไงกับบทเพลงบทนั้นกันแน่


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -39 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -39 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
หน้ากากยักษ์แดง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x43
x2
x8
x8
x6
x800
x1
x1
x16
x14
x20
x100
x817
x102
x150
x27
x20
x30
x10
x22
x3
x105
x128
x5
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x4
x1
x9
x131
x1
x55
x62
x1
x550
x6
x1
x13
x1
x1
x15
x2160
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x31
x2
x2500
x110
x129
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x39
x2
x55
x2
x3
x12
x3
x109
x60
x30
x4
x30
x50
x70
x1
x15
x2545
x3
x30
x33
x68
x47
x15
x432
x102
x172
x4
x118
x4
x2
x75
x66
x77
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x259
x6
x30
x13
x348
x3
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x67
x39
x125
x356
x421
x236
x92
x84
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x785
x630
x126
x271
x3202
x521
x31
x3
x1040
x45
x80
x1210
x12
x7
x22
x4450
x571
x790
x6
x1990
x25
x17
x49
x25
x41
x81
x342
x1

75

กระทู้

844

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
59910
เงินตำลึง
16449
ชื่อเสียง
49797
ความหิว
511

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
749
ความชั่ว
372
ความโหด
319
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-6-16 23:47:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-6-19 13:23

พาร์ท 10
[กลับมาหาสามแสบ]


        หลังจากเดินมาได้ไม่นานพวกเจี๋ยเฟยก็มาถึงด้านหน้าประตูทางเข้าด่านตุนหวงจนได้ พวกทหารยามที่เฝ้าประตูทางเข้าเมื่อเห็นว่าผู้ที่มาใหม่ได้รับบาดเจ็บหนักก็รีบเปิดทางให้พวกเจี๋ยเฟยเข้าไปที่ด้านในด่านอย่างเร็ว จู๋เว่ยและเจี๋ยเฟยรีบมุ่มหน้าตรงไปที่โรงเตี้ยมที่พวกเขาเคยมาพักก่อนหน้านั้นทันที่ซึ่งระหว่างทางที่พวกเขาวิ่งผ่านบรรดาชาวบ้านก็พากันหันมามองกันเป็นการใหญ่เนื่องจากการเเต่งกายที่แปลกประหลาดของพวกเขานั้นเองแต่ในตอนนี้ทั้งสองไม่มีเวลาที่จะมาสนใจสายตาเหล่านั้นที่จ้องมองมาแล้วร่างของชายหนุ่มทั้งสองวิ่งตรงเข้าไปด้านในโรงเตี๋ยวโดยที่เจี๋ยเฟยนั้นเมื่อเข้ามาด้านในโรงเตี้ยมก็รีบปรี่ตรงไปหาเถ้าแก่ของโรงเตี้ยมทันที


     “เถ้าแก่พวกข้าเคยมาพักที่นี่ ก่อนหน้านีมีสตรีคนหนึ่งพูดสำเนียงซู่เล่ออยู่ที่นี่นางไปไหน นางยังอยู่ที่นี่รึไม่”เจี๋ยเฟยเอ่ยถามถึงซินอี๋เพื่อว่านางยังอาจจะรอพวกเขาอยู่ที่นี่ก็เป็นได้


      “ถ้าแม่นางคนนั้นนางไปนานแล้ว แต่นางจ่ายเงินไว้ก้อนหนึ่งให้ดูแลสัมภาระไว้หนึ่งปี ห้องของพวกท่านก็เลยยังอยู่เหมือนเดิมขอรับ”


      เมื่อได้ยินดังนั้นเจี๋ยเฟยที่อุ้มร่างของจางฝูอยู่ก็รีบเดินตรงไปยังห้องพักของพวกเขาทันทีโดยที่มีจู๋เว่ยนั้นเดินตามขึ้นไปด้วยติดๆ


     ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกร่างของบางอย่างก็พุ่งเข้าใส่เจี๋ยเฟยอย่างแรงจนร่างของชายหนุ่มเซไปด้านหลังด้วยความตกใจและแรงที่กระแทกเข้ามาเต็มๆหน้าก่อนที่ร่างที่พุ่งเข้าใส่นั้นจะบินลงไปเกาะที่ไหล่ของชายหนุ่มพร้อมกับถูใบหน้ามนกับแก้มเขาอย่างแรง


      ฮูกกก (กลับมากันแล้วหรอ ฮุ่ยๆคิดถึงมาก)


      “นั้นเอ่อ.... “จู๋เว่ยที่มองบรรดาสัตว์ที่อยู่หายในห้องอย่างตกใจก่อนจะหันไปมองเจี๋ยเฟย


      “เด็กแสบของจางฝูน่ะ” เจี่ยเฟยเอ่ยก่อนที่จะเดินอุ้มร่างของจางฝูไปวางลงที่เตียงอย่างเบามือก่อนจะหันมองลู่จิ่วกับลู่ฉีที่ค่อยๆเลื้อยมาคลอเคลียที่ข้างแก้มของเจ้านายสาวด้วยความคิดถึงเช่นเดียวกับกัยฮุ่ยจื่อที่บินลงจากไหล่เจี๋ยเฟยไปนอนซุกใกล้ๆร่างของจางฝู


      “พวกนี้คงคิดถึงนางมาก”


      “ไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะ จะไปไปตามหมอมาให้นางด้วย”เจี๋ยเฟยเอ่ยก่อนจะเดินหยิบสัมภาระของตัวเองที่ถูกคนของโรงเตี้ยมนั้นย้ายมาไว้รวมที่ห้องจางฝูโดยไม่ลืมที่จะหยิบชุดของตัวเองอีกชุดส่งให้จู๋เว่ยได้เปลี่ยน


       “ไม่ได้ใส่ชุดฮั่นฝูมานานแล้วนะ รู้สึกแปลกๆแฮะ เขิลๆอย่างไรก็ไม่รู้”จู๋เว่ยเอ่ยขณะที่กำลังมองตัวเองที่อยู่ในชุดอั่นฝูในกระจกก่อนจะหันไปมองเจี๋ยเฟย “ข้าว่าเจ้าอยู่เฝ้าจางฝูเถอะเจ้าเองก็ได้รับบาดเจ็บมาไม่น้อยไปกว่านาง ข้าจะไปตามหมอให้เอง”


     “เอาแบบนั้นหรอ”เจี๋ยเฟยเอ่ยขณะที่กำลังผู้ผ้าคาดเอวแล้วเงยหน้ามองจู๋เว่ยแล้วหันไปมองจางฝูที่นอนไม่ได้สติอยู่ที่เตียง  "ถ้าเจ้าไปอาจจะเร็วกว่าข้าไป ฝากด้วยนะ”


     “อือ”จู๋เว่ยพยักหน้ารับก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไปเพื่อไปตามหมอให้กับทั้งสองคนเพราะตามที่จางฝูเคยเล่าให้ฟังเจี่ยเฟยชอบหลงทางดีไม่ดีกว่าเขาจะพาหมอมาจางฝูคงได้เสียเลือดตายก่อนเป็นเเน่เพราะงั้นให้เขาไปตามหมอเองน่าจะเป็นการดีกว่า


     เจี๋ยเฟยมองจู๋เว่ยที่เดินออกไปจากห้องก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วหยิบเอาถังใส่น้ำพร้อมผ้าสะอาดเดินกลับมานั่งที่ข้างเตียง มือหน้าค่อยๆเอื้อมไปเเกะผ้าที่มัดห้ามเลือดเอาไว้พร้อมกับใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดบริเวณรอบๆแผลอย่างเบามือที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ โดยมีพวกเเสบทั้งสามนอนมองอยู่ใกล้ๆ


    “ขอโทษที่ช่วยดูเเลเจ้านายพวกเจ้าได้ไม่ดีนะจนนางต้องมาบาดเจ็บขนาดนี้นะ”ชายหนุ่มเอ่ยแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าลู่จิวอย่างกล้ากลัวๆเพราะแม้ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงของร่างบางที่นอนสลบอยู่บนเตียง แต่ยังไงเสียก็ยังเป็นงูและหวังว่ามันคงไม่โกรธที่เขาทำให้เจ้านายมันบาดเจ็บถึงขนาดนี้นะ


      ฟ่ออ(ท่านดูเเลเจ้านายข้าดีอยู่แล้ว) ลู่จิ่วเอียงหัวมองก่อนจะเลื้อยไปนอนขดข้างๆหมอนปล่อยให้เจี๋ยเฟยนั้นลงมือเช็ดทำความสะอาดแผลของเจ้านายมันต่อไป


      “อ่ะ อื้อ”จางฝูที่นอนอยู่ค่อยๆรู้สึกตัวก่อนที่จะหันไปมองรอบตัวแล้วก่อนจะพบกับเจี๋ยเฟยที่กำลังนั่งเช็ดแผลให้เธออยู่อย่างตั้งใจ “เราอยู่ไหน”


      “อยู่โรงเตี้ยม ตอนนี้จู๋เว่ยกำลังไปตามหมอมาให้ ซินอี๋นางจ่ายเงินให้ทางโรงเตี้ยมดูแล้วข้าวของรวมทั้งเจ้าพวกตัวแสบของเจ้าไว้ให้เพราะงั้นวางใจเถอะ”เจี๋ยเฟยเอ่ยอธิบายแล้วมองไปทางสามแสบที่นอนอยู่ข้างๆหญิงสาว


       “ระบมไปหมดทั้งตัวเลย ขอน้ำให้ข้ากินหน่อยได้ไหม”จางฝูเอ่ยเสียงเบาแล้วมองไปทางเจี๋ยเฟยซึ่งเขาก็พยักหน้าก่อนจะเดินไปรินน้ำจากกามาให้ด้วยความเต็มใจ


      “ค่อยๆดื่มนะ”เจี๋ยเฟยเอ่ยก่อนจะนั่งลงบนเตียงแล้วพยุงร่างบางนั้นให้ค่อยลุกขึ้นมาดื่มน้ำ ก่อนจะค่อยพยุงร่างนั้นให้นอนกลับลงไปเช่นเดิม “เจ็บมากเลยใช่ไหม”


       “ลองให้ข้าฟันเจ้าสักแผลสองแผลดูไหมละ”


       “ไม่ดีกว่า”


       “ขอบใจนะเจี๋ยเฟยที่ช่วยข้า”จางฝูเอ่ยพร้อมกับยิ้มบางๆให้อย่างอ่อนแรง


       “ข้าไม่ได้ทำอะไรสักนิด”ชายหนุ่มเอ่ยพรางยกมือขึ้นมาเกาแก้มแก้เขิลแล้วหันมองออกไปนอกหน้าต่าง “อีกไม่นานจู๋เว่ยก็คงจะกลับมาแล้ว เจ้าทนอีกนิดนะ ถ้าอยากได้อะไรก้บอกข้า”


       “อืม จริงสิเจี๋ยเฟย”เธอเอ่ยเรียกเจี๋ยเฟยเสียงเบาก่อนที่จะล้วงไปหยิบเอาเพชรที่ได้มาเมื่อตอนที่โดนมาร์คัสหลอกยื่นให้เจี๋ยเฟยจำนวณห้าเม็ด


       “ให้ข้าทำไม” เจี๋ยเฟยที่รับเพชรมาขมวดคิ้วมองร่างบนเตียงงงๆ


       “ติดตัวไว้ เพื่อเจ้าไปเดินเล่นแล้วหลงทางอีกจะได้มีเอาไว้แลกข้าวกินไง”จางฝูเอ่ยขึ้น ระหว่างที่เธอนอนเดี้ยงอยู่แบบนี้เธอไม่สามารถที่จะค่อยดูคอยไปไหนมาไหนกับชายหนุ่มได้ตลอดหากเดินๆอยู่แล้วหลงทางไปอีกอย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องห่วงว่าชายหนุ่มนี่จะอดตายจนไปนอนเป็นลมอยู่ที่ไหนอีก


       “อีกอย่างเจี๋ยเฟย เพชรนี่ได้มาก็เพราะเจ้าช่วยข้าอย่างน้อยมันก็ควรเป็นของเจ้าครึ่งหนึ่งไม่ใช่หรอ”


       “ขอบใจนะ แต่จนกว่าเจ้าจะหายจะไม่ไปเดินเล่นจนหลงทางหายไปไหนแน่”


       “ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะไม่หายไปจริงรึป่าว”เธอเอ่ยสั้นๆก่อนที่จะหลับตาลงไปก่อนจะหลับไปอีกครั้งเพราะร่างกายที่อ่อนแอลงไปทุกทีๆ


       “จะไปไหนได้ไงก็ข้าต้องรอเจ้าไปส่งข้าที่เฉิงตูนี่”

    (ให้เพชรเจี๋ยไป 5 เม็ด)

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -26 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -26 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
หน้ากากยักษ์แดง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x43
x2
x8
x8
x6
x800
x1
x1
x16
x14
x20
x100
x817
x102
x150
x27
x20
x30
x10
x22
x3
x105
x128
x5
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x4
x1
x9
x131
x1
x55
x62
x1
x550
x6
x1
x13
x1
x1
x15
x2160
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x31
x2
x2500
x110
x129
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x39
x2
x55
x2
x3
x12
x3
x109
x60
x30
x4
x30
x50
x70
x1
x15
x2545
x3
x30
x33
x68
x47
x15
x432
x102
x172
x4
x118
x4
x2
x75
x66
x77
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x259
x6
x30
x13
x348
x3
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x67
x39
x125
x356
x421
x236
x92
x84
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x785
x630
x126
x271
x3202
x521
x31
x3
x1040
x45
x80
x1210
x12
x7
x22
x4450
x571
x790
x6
x1990
x25
x17
x49
x25
x41
x81
x342
x1

75

กระทู้

844

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
59910
เงินตำลึง
16449
ชื่อเสียง
49797
ความหิว
511

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
749
ความชั่ว
372
ความโหด
319
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-6-17 01:40:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-6-19 13:28

พาร์ท 10
[ปลอดภัย]

     ผ่านไปเกือบสี่ชั่วยามในที่สุดหมอก็มาถึงโรงเตี้ยมจนได้ ร่างของชายแก่ที่จู๋เว่ยพามาด้วยนั้นรีบตรงดิ่งเข้าไปดูอาการของจางฝูที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเร่งรีบและภาพที่ทำให้หมดคนนั้นแทบตะลึงจนหัวใจจะหยุดเต้นคือ บาดแผลของแม่นางผู้นี้ช่างน่ากลัวยิ่งนักราวกับพึ่งผ่านศึกสงครามมาก็มิปาน และพอได้ลองจับชีพจรของนางก็ต้องหนักใจยิ่งขึ้นเมื่อชีพจรของแม่นางผู้นี้นั้นเต้นอ่อนลงไปทุกทีๆ


   “พวกเจ้าไปเตรียมน้ำ และเครื่องมือข้า เจ้าไปบดยาให้ข้า” ท่านหมอกหันไปเอ่ยคนที่ติดตามมาด้วยก่อนจะหันไปดูบาดแผลบริเวณสีข้างที่น่าจะเป็นบาดเเผลที่น่าเป็นห่วงที่สุดก่อน เขานำยาที่ให้ผู้ช่วยบดให้มาทาบริเวณรอบแผลเพื่อห้ามเลือดก่อนจะเริ่มลงมือทำการรักษาแผลของร่างบางบนเตียงต่อไปจนเวลาล่วงเลยมาเกือบสองชั่วยามการรักษาจึงเสร็จสิ้นลง


      “ดีที่มาทันหากช้ากว่านี้อีกเดียวเพื่อนเจ้าคงได้ไปสวรรค์”ท่านหมอหันมาเอ่ยกับพวกเจี๋ยเฟยที่นั่งเฝ้าอยู่ที่เก้าอี้ผ่ายในห้องที่มีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำเอ่ยของท่านหมอ “แต่ตอนนี้ก็ถือว่าปลอดภัยแล้วละนะ จะมีก็เพียงอาการไข้ที่อาจจะมีโผล่มาแทรกบ้าง พวกเจ้าต้องคอยดูเเลนางดีๆ”ท่านหมอเอ่ยต่อแล้วลุกขึ้นมาดูรักษาบาดแผลให้กับเจี๋ยเฟยเป็นรายต่อไปก่อนที่จะมอบยาลดไข้และยาสำหรับทาแผลให้กับจู๋เว่ยก่อนที่ท่านหมอจากขอตัวกลับไปทำงานต่อที่โรงหมอ


      “อย่างน้อยนางก็ไม่เป็นอะไรมากแล้ว”จู๋เว่ยเอ่ยก่อนจะเดินเอายาที่รับมาจากท่านหมอนั้นไปเก็บใส่ห่อผ้า


     “แต่ก็เกือบที่จะเสียนางไป”เจี๋ยเฟยเฟยเอ่ยออกมาเสียงเบาก่อนสัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่ไหล่จึงเงยหน้าขึ้นไปดูก่อนจะพบกับฮุ่ยจื่อที่บินมาเกาะและหลับอยู่บนไหล่เขานั้นเองมือหนามเอื้อมไปลูบหัวเจ้าฮุ่ยจื่อเบาๆก่อนจะหันไปมองจู๋เว่ยที่เดินกลับมานั่งที่โต๊ะแล้วรินชาส่งให้เขา


      “เอาน่าเจ้าอย่าคิดมากเลย ตอนนี้นางก็ปลอดภัยแล้วรอแค่นางฟื้นแล้วก็ให้นอนพักรักษาตัวไม่นานก็คงหายเป็นปกติ จางฝูน่ะไม่เป็นอะไรหรอกเชื่อข้าเถอะ”


       “ขอบใจเจ้าน่ะจู๋เว่ย ข้าว่าข้าไปเดินเล่นสูดอากาศเสียหน่อยดีกว่า”เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วยกถ้วยชามาดื่มรวดเดียวจนหมดแล้วยันตัวลุกขึ้นมายืน


       “ให้ข้าไปด้วยไหม”จู๋เว่ยเงยหน้ามองเจี๋ยเฟยที่หมุนตัวเดินไปที่ประตูก่อนจะหันมาเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้กับเขา


      “แค่เดินเล่นแถวๆนี้เอง ฮุ่ยจื่อก็ไปด้วยไม่หลงหรอก ถ้าหลงก้ให้ฮุ่ยจื่อพากลับมาไง”เจี๋ยเฟยเอ่ยก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้จู๋เว่ยมองประตูที่ถูกปิดลงไปอยย่างเป็นห่วงนิด


      “ก็หวังว่าเจ้าจะไม่หลงไปไหนนานนะ”จู๋เว่ยถอยหายใจออกมาก่อนจะยกเก้าอี้เดินไปนั่งเฝ้าจางฝูที่ข้างเตียงโดยมีพวกลู่จิวและลู่ฉีที่นอนอยู่ข้างพากันชูคอขึ้นมามองก่อนจะค่อยเลื้อยข้ามตัวเจ้านายสาวมาสำรวจชายแปลกหน้าคนนี้ใกล้ๆ


       “ไงสวัสดีนะ ข้าจางจู๋เว่ยเป็นเอ่อ.. เป็นเพื่อนเเม่นางจางฝูของพวกเจ้า  อ่า.. ยินดีที่ได้รู้จักนะ”จู๋เว่ยยิ้มแห้งออกมาพรางมองเจ้างูเขียวที่เจี๋ยเฟยบอกว่าชื่อลู่จิวกำลังค่อยๆเลื้อยขึ้นแขนเขามาอย่างช้าๆโดยมีงูขาวที่ชื่อลู่ฉีทำเพียงขดตัวชูคอมองอยู่นิ่งๆ ‘รู้สึกเหมือนกำลังโดนจับผิดอยู่เลยแหะ’


     ฟ่ออ(เป็นเพื่อนเจ้านายแน่ๆใช่ไหม กลิ่นแย่มากเลย) ลู่จิวที่เลื้อยสำรวจไปรอบตัวจู๋เว่ยร้องออกมาเบาก่อนจะเลื้อยกลับลงไปที่เตียงแล้วโบกหางชี้ไปที่ประตูห้องน้ำ


      “เอ่อ อะไรหรอ เจ้าจะบอกอะไร”จู๋เว่ยมองท่าทางแปลกๆนั้นอย่างสงสัยกพรางหันไปมองทางที่หางของเจ้าลู่จิวชี้และพบว่าทางที่มันชี้เป็นทางไปยังห้องน้ำ เขาจึงได้บรรลุว่าสิ่งที่เจ้านี่ต้องการจะสื่อนั้นหมายถึงอะไร  “ห่ะ กลิ่นข้าแย่ขนาดนั้นเลยสินะ อืมงั้นฝากพวกเจ้าเฝ้าแม่นางจางฝูก่อนส่วนข้าคงต้องขอตัวไปอาบน้ำเสียหน่อย” ว่าจบร่างสูงก็รีบวิ่งปรี่เข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็วโดยมีสายยตาจากงทั้งสองคอยมองตามหลังไปติด


      ฟ่อออ(คนอะไรไม่สะอาดเลย)ลู่ฉีร้องออกมาก่อนจะเลื้อดไปนอนต่อที่ข้างหมอนส่วนลู่จิวนั้นเลื้อยปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่างแล้วมองลงไปก่อนจะพบร่างสูงของเจี๋ยเฟยที่เดินดุ่มๆไปทางตัวเมืองพร้อมด้วยฮุ่ยจือ


@Admin


แสดงความคิดเห็น

(จบเรื่องราว 3 - ได้รับความสัมพันธ์กับหลิน เจี๋ยเฟย หัวใจ 6 ดวง  โพสต์ 2018-6-17 10:14

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
หน้ากากยักษ์แดง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x43
x2
x8
x8
x6
x800
x1
x1
x16
x14
x20
x100
x817
x102
x150
x27
x20
x30
x10
x22
x3
x105
x128
x5
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x4
x1
x9
x131
x1
x55
x62
x1
x550
x6
x1
x13
x1
x1
x15
x2160
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x31
x2
x2500
x110
x129
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x39
x2
x55
x2
x3
x12
x3
x109
x60
x30
x4
x30
x50
x70
x1
x15
x2545
x3
x30
x33
x68
x47
x15
x432
x102
x172
x4
x118
x4
x2
x75
x66
x77
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x259
x6
x30
x13
x348
x3
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x67
x39
x125
x356
x421
x236
x92
x84
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x785
x630
x126
x271
x3202
x521
x31
x3
x1040
x45
x80
x1210
x12
x7
x22
x4450
x571
x790
x6
x1990
x25
x17
x49
x25
x41
x81
x342
x1

75

กระทู้

844

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
59910
เงินตำลึง
16449
ชื่อเสียง
49797
ความหิว
511

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
749
ความชั่ว
372
ความโหด
319
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-6-17 14:30:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-6-19 13:37

ดินแดนบ้านเกิด
[คนกับนกที่หายไป]
       แสงแดดที่ส่องสว่างลอดผ่านช่องหน้าต่างมากระทบกับใบหน้านวลของหญิงสาวที่กำลังนอนหลับอย่างเป็นสุข นับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากที่เธอไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มที่เเบบนี้สัมผัสลื่นๆเย็นที่ค่อยเคลื่อนไปบนผิวเนียนที่บัดนี่กลับเต็มไปด้วยบาดแผลหลายแห่ง อีกทั้งอะไรบ้างอย่างที่คลอเคลียไปมาอยู่ข้างๆแก้มและซอกคอค่อยปลุกร่างบางที่กำลังนอนอยู่อย่างเป็นสุขนั้นลืมตาตื่นขึ้นมาดู


     ภาพแรกที่ปรากฏตรงหน้าคือร่างเล็กสีเขียวและขาวที่กำลังชูคอมองมายังเธอด้วยดวงตากลมๆดูน่ารักแต่อาจจะน่ากลัวสำหรับใครหลายๆคน


     “สวัสดีตอนเช้าลู่จิว ลู่ฉี”เสียงหวามเอ่ยทักร่างเล็กทั้งสองด้วยน้ำเสียงงัวเงียพร้อมกับมือที่มีผ้าพันแผลพันเอาไว้จนเกือบถึงนิ้วยกขึ้นมาลูบหัวสัตว์แสนรักทั้งสองอย่างเบามือ ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลจะเหลือบไปมองที่ด้านข้างเตียงที่มีร่างของคนผู้หนึ่งนอนฝุบหัวหลับอยู่ข้างๆ


     ฟ่ออ(เขาเฝ้าเจ้านายทั้งคืนเลย) ลู่จิวร้องขึ้นมาก่อนจะเลื้อยลงจากร่างของเจ้านายสาวลงไปอยู่ที่เตียงดังเดิม


    ฟ่ออ  ฟ่ออ(เขาค่อยเช็ดตัวตอนเจ้านายตัวร้อนด้วย)ลู่ฉีร้อมต่อก่อนจะเลื้อยไปขดมองจู๋เว่ยที่นั่งฝุบหลับอยู่ข้างๆเตียง


    “คอยดูเเลข้าทั้งเลยเลยสินะเนี่ย ขอบใจนะ”จางฝูเอ่ยขึ้นเบาๆก่อนจะค่อยขยับยันตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างยากลำบากเพราะอาการตึงที่บริเวณแผลและอาการปวดร้าวไปทั้งตัวที่น่าจะเกิดจากแรงประแทกทั้งตอนที่เธอโดนถีบตกหลังคาและตอนที่โดนโต๊ะมากระแทกตอนอยู่ในพายุกระมั้ง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ลุกขึ้นมานั่งได้ในที่สุด ดวงตาสีน้ำตาลเหม่อมองออกไปที่ด้านนอกซึ่งพระอาทิตย์นั้นกำลังลอยขึ้นอย่างช้าๆ


    “พระอาทิตย์ที่นี่สวยจริงๆ”


   “ตื่นแล้วหรอ” เสียงงัวเงียของจู๋เว่ยที่ดังขึ้นเรียกให้จางฝูที่กำลังนั่งเหม่ออยู่หันกลับไปมอง ร่างของชายหนุ่มที่ยันตัวลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายเพื่อไล่อาการปวดเมื่อยจากการที่เขานั่งหลับทั้งคืนทิ้งก่อนที่เขาจะหันมายิ้มให้กับร่างบางบนเตียง


   “ข้าทำให้เจ้าตื่นรึป่าว”


   “ป่าวหรอก อืมก็นิดหน่อย หิวรึยังลงไปหาอะไรกินข้างล่างหรือจะให้ข้าให้คนยกอาหารขึ้นมาให้ดี”จู๋เว่ยเอ่ยก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวลู่ฉีที่เลื้อยขึ้นไปอยู่บนไหล่ และนั้นสร้างความประหลาดใจให้แก่จางฝูมาว่าพวกนี้ไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่


    “ลงไปกินข้างล่างนั้นละ รบกวนเจ้าหยิบชุดในห่อผ้าให้ข้าทีได้ไหม”จางฝูเอ่ยตอบถึงแม้ว่าร่างกายของเธอจะยังไม่กลับมาเป็นปกติแต่เธอก็อยากที่จะกลับลงไปดูบรรยากาสด้านล่างมากกว่า จู๋เว่ยเองก็ไม่ได้ห้ามอะไรเขาเพียงพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเดินไปหยิบเอาเสื้อผ้าของหญิงสาวจากห่อผ้ามาให้


     “เจ้าแต่งตัวไปข้าจะไปรอที่หน้าห้อง ถ้ามีอะไรก็เรียกนะ”จู๋เว่ยหยิบเอาชุดมาวางให้บนเตียงแล้วเดินออกไปรอที่ด้านนอกห้องปล่อยให้จางฝูได้จัดการเปลี่ยนชุดอะไรให้เรียบร้อยเสียก่อน


    หลังจากที่ประตูถูกปิดลงจางฝูก็ค่อยขยับตัวเลื่อนขาลงมาไว้ที่ข้างเตียงก่อนที่จะเริ่มแต่งตัวอย่างยากลำบากเพราะแผลที่หัวไล่ทำให้เธอนั้นขยับแขนข้างที่ถนัดไม่ได้มานักกว่าเธอจะแต่งตัวเสร็จก็ปาไปหลายเคออยู่ ก่อนที่เธอจะค่อยยันตัวลุกเดินไปที่ประตูห้องอย่างช้าๆโดยมีพวกลู่จิวและลูฉีนั้นคอยเลื้อยตามไปติด


     แอ๊ดด…


     ประตูที่ถูกเปิดออกเรียกให้จู๋เว่ยนั้นหันกลับไปมองพรางยื่นมือมาช่วงประคองร่างบางที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงดีก่อนจะหันไปมองพวกเด็กที่เลื้อยขึ้นมาอยู่บนตัวเขาแทนที่จะอยู่กับจางฝูเดาว่าพวกมันก็คงจะรู้ว่าตอนนี้เจ้านายของพวกมันร่างกายยังไม่แข็งแรงนักจึงไม่อย่างเพิ่มภาระให้ ‘เป็นงูที่ฉลาดจริงๆ’


   “งั้นเราลงไปหาอะไรกินด้านล่างกันเถอะเนอะ”จู๋เว่ยเอ่ยพร้อมกับช่วยพยุงจางฝูเดินลงบันไดเพื่อไปที่ด้านล่างโรงเตี้ยมที่เป็นร้านอาหารที่เปิดให้บริการกับลูกค้าที่มาพักหรือลูกค้าขาจรที่แวะทานข้าว ร่างทั้งสองเดินผ่านโต๊ะของลูกค้าหลายรายในร้านก่อนจะมานั่งที่บริเวณด้านในสุดของร้านซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่ค่อยมีคนวุ่นวายนักเพื่อที่จะได้ให้คนป่วยอย่างจางฝูนั้นได้กินข้าวพักผ่อนอย่างเต็มที่


    “จะรับอะไรดีขอรับ แม่นางท่านนี่ดูร่างกายอ่อนแอรับเป็นพวกอาหารอ่อนๆอย่างโจ๊กรึข้าวต้มดีไหมขอรับ”เสี่ยวเออร์ของร้านเอ่ยแนะนำอย่างคล่องแคล่ว จางฝูที่ได้ฟังก็พนักหน้าเบาก่อนจะยิ้มให้เสี่ยวเออร์คนนั้น


    “ข้าขอเป็นข้าวต้มปลาแล้วกัน แล้วก็ปลาย่างไม่ต้องปรุงให้เด็กๆของข้านะ”จางฝูเอ่ยพรางมองไปทางสองแสบที่เลื้อยลงมานอนขดที่โต๊ะ


     “ที่เเท้แม่นางก็เป็นเจ้าของงูสองตัวนี้นี่เอง ข้าจจะรีบจัดการให้แล้วท่านชายท่านนี้จับรับเป็นอะไรดีขอรับ”เสี่ยวเออร์เอ่ยขึ้นดูท่าว่าระหว่างที่เธอไม่อยู่เสี่ยวเออร์คนนี้คงเป็นคนดูเเลเรื่องอาหารการกินให้กับเจ้าพวกตัวแสบของเธอสินะถึงได้รู้งานขนาดนี้


     “ข้าขอเอ่อ.. ข้าวถ้วยหนึ่งกับเอ่อ.. ไม่ได้กลับมาฮั่นนานข้าเลือกของกินไม่ถูกเลย”จู๋เว่ยเอ่ยพรางยกมือขึ้นมาเกาแก้มอย่างอายๆก่อนจะหันไปมองจางฝูอย่างหาตัวช่วย


    “งั้นรับเป็นอาหารแนะนำของทางร้านไหมขอรับเป็นปลาทอดราดพริกกับหมูย่างราดหม่าล่า”


    “เอาอันนั้นแหละ”จางฝูเอ่ยตัดบทก่อนที่เสี่ยวเออร์คนนั้นจะยิ้มแล้วขอตัวกลับไปส่งรายการอาหารให้กับฝ่ายในครัว


     “จะว่าไปเจี๋ยเฟยไปไหน”จางฝูหันกลับมาถามจู๋เว่ยหลังจากที่มองตามหลังเสี่ยวเออร์คนนั้นไป เพราะตั้งแต่เธอตื่นมาก็ยังไม่เจอเจี๋ยเฟยเลยรวมถึงฮุ่ยจื่อเองก็ไม่อยู่


     “เห็นว่าจะไปเดินสูดอากาศและก็พาฮุ่ยจือไปด้วย แต่ดูแล้วยังไม่กลับเลย ข้าเองก็ป็นห่วง”จู๋เว่ยเอ่ยตอบตามความจริง ที่จริงแล้วเข้าเองนน่าจะไปกับเจี๋ยเฟยด้วยไม่รู้ว่าไปหลงอยู่ที่ไหนรึป่าวเนี่ยสิ แต่ถ้าเขาไปก็ไม่มีคนดูแลจางฝูอีก ช่างลำบากจริงๆ


     “คงไปเดินหลงอยู่ในเมืองฮุ่ยจือก็ไปด้วยนี่ใช่ไหม ไม่น่าจะหลงไปไกลเท่าไหร่ละมั้ง”จางฝูเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยเพราะเธอรู้ดีว่าคนๆนั้นบทจะหลงทางขึ้นมานี่หลงแบบกู่ไม่กลับเลยจริงแม้ว่าจะมีฮุ่ยจือตามไปด้วยเธอเองก็ไม่สามารถที่จะวางใจได้อยู่ดี


   “อยู่ไปอีกสักสองสามวันแล้วกันเผื่อว่าจะหลงทางจนวนกลับมาได้”


    “เอางั้นหรอ”


   “ก็ไม่มีวิธีอื่นนี่”


@Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
หน้ากากยักษ์แดง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x43
x2
x8