ดู: 833|ตอบกลับ: 28

{ นอกเมืองว่านเฉิง - ผาหงส์ฟ้า } กระท่อมซัลวาทอร์

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-30 19:40:26 |โหมดอ่าน

กระท่อมซัลวาทอร์



ท่ามกลางแมกไม้ป่าพงไพร

หมอกลงเคลื่อนไหวทั้งกลางวันและราตรี

จุดที่เคยเป็นที่ตั้งค่ายพรรคภูติทมิฬลมดำ

บัดนี้ถูกสร้างเป็นกระท่อมไม้ขนาดกลาง

มีสวนสมุนไพรต่างถิ่นนานาชนิดถูกปลูกล้อมรอบ

*หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดิน นักเดินทางจะพบหมอกหนาปกคลุมจนไม่อาจเดินผ่าน*


ผู้ดูแลกระท่อม


จาง ต้าเฟย


อุปนิสัย: เป็นคนนิ่งๆ เงียบ ไม่ค่อยพูดมาก
เป็นคนที่โอฟิเลียช่วยเหลือเอาไว้ ด้วยนิสัยใช้ได้
นางได้มอบกระท่อมให้เขาพักพิงและดูแลร้าน ขายของให้
จางต้าเฟย ซื่อสัตย์ต่อโอฟิเลียอย่างถึงที่สุด




{ รายการสินค้า }

น้ำยาเฟร์โน่ (ฟื้นฟูพลัง +ความหิว 500)
มูลค่า: 50 คริสตัล

น้ำยาราเฟย่า (ฟื้นฟูร่างกายจากสภาพบาดเจ็บสาหัสต่างๆ
หายดีเป็นปลิดทิ้งราวกับเวทย์มนต์)
วิธีการใช้: เขียนโรลดื่มยาและส่งยามาที่ไอดี Admin

มูลค่า: 15000 ชั่ง

น้ำยาปรับสภาพ (มีฤทธิ์ปรับสภาพร่างกาย สำหรับผู้ที่อ้วนท้วน
เมื่อดื่มแล้วผ่านไปหนึ่งคืนในรุ่งเช้าร่างกายจะกลับมาผอมเพียว)

มูลค่า: 1500 ชั่ง

น้ำยาจูตัส (ลดค่าคุณธรรม -50)
มูลค่า: 18000 ชั่ง

น้ำยาจูกั่ง (ลดค่าความโหด -50)
มูลค่า: 18000 ชั่ง

น้ำยาจูโฟส (ลดค่าความชั่ว -50)
มูลค่า: 18000 ชั่ง

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-30 20:09:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-30 22:27

PART LXXIV


      เวลาผ่านล่วงเลยเกินสามวันเด็กหญิงตัวน้อยคอยเฝ้ามองนับตะวันและจันทราขึ้นลงวันแล้ววันเล่าเพื่อเฝ้ารอพี่ชายมาช่วยพาตัวเธอออกไป ไม่รู้ว่าความคิดที่เธอคิดเอาตัวเองเป็นตัวประกันจะเป็นความคิดที่ดีหรือไม่รู้แต่ว่าตอนนี้เธอเองยังอยู่รอดปลอดภัยดี ไม่รู้ว่าเพราะพวกชายชุดดำที่มีรอยสักกระต่ายภายหลังมารู้ว่าพวกเขามีชื่อพรรคว่า 'พรรคภูติทมิฬลมดำ' นั้นเมตตาเด็กหญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ หรือคิดว่าเด็กอย่างเธอคงไม่สามารถทำอะไรได้เลยปล่อยให้เธอมีอิสระอยู่ในค่ายแห่งนี้กันแน่
     ใจดวงน้อยๆ สั่นไหว ความหวังที่มีทำไมมันช่างริบหรี่เหลือเกิน คาบูโตะและพวกหลินจะเป็นพวกคนขี้ขลาดอย่างที่ซูปี้เคยบอกกับสมาชิกพรรคจริงๆ หรือว่าชายชุดดำพวกนั้นผิดคำพูดสังหารพี่ชายของเธอไปแล้วหลังจากที่พาเธอมายังพาหงส์ฟ้านี้กันแน่
    'ถ้าจะไม่มาก็หนีไปดีกว่าที่จะต้องตาย' เด็กหญิงอธิษฐานต่อเจ้าแม่ที่เธอนับถือ หยาดน้ำตารินไหลออกมาจากดวงตาคู่น้อย เธอเงยมองแสงดาวที่ระยิบระยับบนฟากฟ้า ดาวยังคงประกายแสงแล้วเธอจะยังคงไม่ความหวังได้อยู่หรือเปล่า ระหว่างนั้นเสียงโหวกเหวกโวยวายเสียงดังทำให้เธอสะดุ้งตัวและออกจากกระโจมค่ายไปมอง
     ผาหงส์ฟ้าสูงเสียดฟ้ามองเห็นเมืองว่านเฉิงจากระยะไกล จากแสงไฟน้อยนิดจากโคมไฟบัดนี้กายเป็นกองไฟจุดใหญ่สะท้อนอยู่ในดวงตาอย่างน่าใจหาย 'เกิดอะไรขึ้น!' ซูปี้ใจหายวาบไม่รู้ว่าคาบูโตะและคนอื่นๆ ยังคงอยู่ในเมืองหรือเปล่า แต่หากมองจากตรงนี้ว่านเฉิงกำลังถูกเพลิงใหม่ใหญ่ มือเล็กๆ บีบกันแน่นลุ้นขอให้ทุกคนปลอดภัย ตอนนี้เธอแทบจะไม่รู้เรื่องข้างล่างเลยหากว่าไปแอบฟังที่กระโจมของผู้นำพรรคอาจจะพอทราบเรื่องอะไรก็ได้
     ซูปี้วิ่งไปยังห้องประชุมของผู้อาวุโสและประมุขพรรคภูติทมิฬลมดำ ตอนนี้ไม่มีใครสนใจเด็กตัวเล็กๆ อย่างเธอเด็กหญิงจึงทำท่าทีไปหาของกินและแอบเข้าไปดักฟังการประชุมใกล้ๆ เสียงที่ประชุมดังออกมาแว่วๆ จับใจความได้เพียงแค่จางเหยียนลู่ได้ออกมาตราการเด็ดขาดใช้คำสั่งที่หกเก้า แต่ว่าคำสั่งที่หกเก้าคืออะไร มันเกี่ยวข้องกันกับเหตุไฟไหม้ที่ว่านเฉิงหรือไม่ เธอแอบฟังต่ออีกสักนิดจึงจับใจความได้ว่า แผนการนั้นคือการฆ่าล้างชาวว่านเฉิงให้หมดเหตุเพราะพวกเขาไม่ยอมลุยไฟไปหาพระเจ้า
     พอได้ยินเรื่องการแอบอ้างการฆ่าเพื่อพระเจ้ากี่ครั้งเด็กหญิงก็รู้สึกสะอิดสะเอียน พวกเขาเป็นใครจึงบังอาจมาชี้ชะตาชีวิตคนอื่น พระเจ้าก็ต้องเป็นเทพที่ดีสิจะสังหารผู้คนไปเพื่อเหตุใด ความคิดเด็กๆ ของเธอคิดเช่นนั้นว่าเทพเจ้าต้องอยู่ข้างฝ่ายดี และเป็นแสงสว่างนำทางให้มนุษย์ดำเนินชีวิตไปในหนทางที่ดีงาม หรือบางทีพระเจ้าที่พรรคภูติทมิฬลมดำจะไม่ใช่เทพแต่ว่าเป็น 'ปีศาจ'
     ซูปี้รีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นเมื่อรู้สึกว่าการประชุมจบลง เธอจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อจะแจ้งใครสักคนที่อยู่ด้านล่าง จะเป็นคาบูโตะหรือว่าใครก็ได้ ให้พวกเขาหนีทันเหตุร้ายและความตายที่พวกชั่วช้านี้หยิบยื่นให้ แต่เด็กหญิงก็ยังอยากที่จะรู้ว่าคำสั่งที่หกเก้าคืออะไรจะทำอย่างไรจึงจะล่วงรู้ข้อมูลนั้น...
     เมื่อคิดได้เด็กหญิงก็แสร้งทำทีหยิบของกินติดไม้ติดมือวิ่งกลับเข้ากระโจมที่พัก แต่ทันใดนั้นเด็กหญิงก็ได้ยินเสียงแว่วลอยมาตามสายลม เป็นเสียงของคาบูโตะที่เรียกชื่อของเธอ ซูปี้หันซ้ายมองขวาตามต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่รู้ว่าดังมาจากทางไหน หรือว่าบางทีเธออาจจะแค่หูฝาดไปเอง

     ซูปี้กลับเข้ามาในกระโจมพักของเธอ มันเป็นที่เก็บม้วนเอกสารมีตำรามากมายให้เลือกอ่านและไม่ค่อยเข้ามาวุ่นวายกับเธอในนี้ บางทีที่กลุ่มพรรคภูติทมิฬลมดำให้เธอมาอยู่ในนี้อาจเป็นเพราะอยากมอบการศึกษาให้เด็กก็ได้ เธอวางอาหารที่หยิบมาไว้บนโต๊ะก่อนที่จะค่อยๆ หาอะไรมาต่อขาปีนดูชั้นหนังสือข้างๆ บางทีอาจจะมีตำราสักเล่มที่บอกที่มาของรหัสหกเก้า
     ตำราที่อยู่บนชั้นมีมากมายแต่เล่มไหนกันจะไขความกระจ่างได้ เด็กหญิงหยิบตำเราม้วนแล้วม้วนเล่าออกมากางดูคร่าวๆ และเมื่อพบว่าไม่ใช่ก็ม้วนเก็บไว้อย่างเดิม เธอชอบหนังสือและการอ่านหนังสือหากว่าที่บ้านมีชั้นหนังสือที่มีตำราความรู้มากมายขนาดนี้ตั้งอยู่สักชั้นคงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย แต่ถึงว่าเด็กหญิงจะชอบเพียงใดแต่ถ้าถามว่าจะให้อยู่ที่นี่ตลอดไปเอาไหมก็ขอส่ายหัวดีกว่า
     ซูปี้หาอยู่นานในที่สุดก็ดูเหมือนว่าเธอจะพบกับสิ่งที่ตามหาแล้ว เบื้องหน้าม้วนไม้ไผ่เขียนไว้ว่า 'ตำรากามาสูตร' เด็กหญิงไม่เข้าใจความหมายของมันแต่คงจะเป็นสูตรอะไรสักอย่าง แต่ในนั้นมีตัวเลขหกเก้าเขียนอยู่บางทีอาจจะเป็นสูตรค่ายกลลับอะไรสักอย่างก็เป็นได้ เด็กหญิงรีบอ่านเนื้อความข้างในอย่างไม่รอช้า
     "ชายหญิงกลับหัวกลับหางจะเป็นนอนตะแคงหรือฝ่ายใดอยู่บนหรือล่างก็ได้... หมายความว่ายังไงกันนะ" ซูปี้อ่านเนื้อความในตำราพลางฉุกคิด ทำไมชายหญิงต้องกลับหัวหางกันและท่านั้นจะทำให้คนตายได้หรือ? แม้จะไม่เข้าใจแต่เธอคงไม่มีทางรู้ได้เลยนอกจากอ่านให้จบเพื่อที่จะได้รู้เท่าทันเล่ห์กลของพรรคภูติทมิฬลมดำ...
     เด็กหญิงอ่านข้อความซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายรอบแต่ไม่กล้าทำตามโดยกลัวว่าหากทำตามไปแล้วจะตายจริงเพราะในนั้นเขียนว่าขึ้นสวรรค์ด้วยด้วยการที่เธอจับต้นชนปลายเอาเองมันก็สอดคล้องกับแนวคิดของกลุ่มคนร้ายอยู่ด้วย "กลับหัวกลับหางหรอ..." เมื่อครุ่นคิดไปได้สักพักเด็กหญิงก็ทุบฝ่ามือของตนเองเมื่อได้คำตอบ 'พรรคลมดำต้องจับคนมาห้อยหัวจนเลือดตกหัวตายแน่ๆ!' แต่เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้วก็รู้สึกสะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก เพราะกว่าจะตายด้วยวิธีดังกล่าวก็น่าจะทรมาณหลายวันหลายคืนไม่น้อยเลยทีเดียว
     แล้วเธอจะเอาความคำสั่งที่หกเก้าไปบอกพรรคพวกของเธอได้อย่างไรคงต้องคิดค้นวิธีเอาอีกครั้งหนึ่ง...
     



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +400 ชื่อเสียง +40 ความหิว -7 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 400 + 40 -7 + 4

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83844
เงินตำลึง
105814
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
267

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
427
ความชั่ว
0
ความโหด
30
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-9-25 11:41:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-9-25 19:21

81

         หลิน ฮั่วชวี่ปิ้ง ซ่งหยางหมิง แอบซุ่มอยู่ที่บริเวณฝั่งตะวันตกของรังพรรคภูติทมิฬลมดำ ส่วนซ่งเหมยฮั่วการบุกครั้งนี้อาจทำให้นางได้รับอันตรายได้ทุกคนจึงวางแผนให้เด็กสาวไปซ่อนตัวในที่ปลอดภัยเสียก่อน ทางฝ่ายผู้คุมกฎพรรคกระยาจกโม่เฟิงซานนำคนประมาณสิบกว่าชีวิตเข้าโจมตีหน้าป้อมและแบ่งส่วนที่เหลือซุ่มโจมตีไปยังทิศต่างๆ บัดนี้คนกว่าสิบคนรวมโม่เฟิงซานพร้อมที่จะบุกเข้าไปทางด้านหน้าแล้วพวกเขาจู่โจมคนเฝ้าประตูคนหนึ่งด้วยลูกธนู
          "อ้ากก!" คนชุดดำหนึ่งคนล้มพับลงไปเพราะลูกธนูที่ถูกยิงเข้าที่ไหลของเขา และเพราะลูกธนูนั่นทำให้คนชุดดำที่เฝ้าอยู่หน้าป้อมด้วยกันอีกหลายคนแตกตื่นไม่น้อย
          "จงให้พวกเราเข้าไปแต่โดยดี" โม่เฟิงซานบอกกับกลุ่มคนชุดดำที่เฝ้าอยู่หน้าป้อมด้วยเสียงที่น่าเกรงขาม
          "ถ้าคิดว่าผ่านพวกข้าไปได้ก็เข้ามาเซ่!" ชายชุดดำคนหนึ่งกล่าวด้วยท่าทีมั่นใจเป็นอย่างมากพร้อมกับชักกระบี่ที่เหน็บเอวอยู่ออกมา
          "โอ้.. งั้นทางนี้ไม่เกรงใจล่ะนะ" โม่เฟิงซานเอ่ยเสียงเรียบ
          การต่อสู้เริ่มขึ้นโดยพรรคกระยาจกเป็นฝ่ายบุกเข้าไป แม้พวกเขาจะมีคนเพียงแค่สิบกว่าคนทว่าพวกเขาแต่ละคนต่างฝีมือกันอยู่ไม่น้อยซัดชายชุดดำหมอบไปหลายคนด้วยกันเลยทีเดียว ฝ่ายศัตรูเมื่อเห็นทีท่าไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนแผน
          "มีผู้บุกรุก!!" ชายชุดดำอีกคนตะโกนเรียกพร้อมส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือซึ่งไม่นานคนชุดดำอีกยี่สิบกว่าคนจึงตามมาสมทบ "อย่าหวังเลยว่าจะเข้าไปได้โดยง่าย ฮ่าๆๆ!!"
          แม้ฝ่ายศัตรูจะมีคนเข้ามาสมทบมากขึ้น หลายคนมีฝีมือที่เกินคาดเดาอยู่มากทว่าฝ่ายพรรคกระยาจกที่มีเพียงสิบกว่าคนกลับไม่มีทีท่าหวั่นไหวพวกเขายังคงต่อสู้กับชายชุดดำที่เข้ามาอย่างเอาเป็นเอาตาย
          เป็นไปตามแผนคนชุดดำส่วนมากไปรับมืออยู่หน้าป้อมเหลือเพียงส่วนน้อยที่เฝ้าอยู่ตามจุด ฝ่ายหลิน ฮั่วชวี่ปิ้ง ซ่งหยางหมิงที่ซุ่มรอจังหวะอยู่ด้านตะวันตก และฝ่ายพรรคกระยาจกส่วนที่เหลืออีกประมาณสิบคนพวกเขาแยกไปยังจุดต่างๆ แล้วเริ่มดำเนินการตามแผนซึ่งแผนครั้งนี้ต้องกระทำอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้ศัตรูไหวตัวทัน เมื่อได้โอกาสหลิน ฮั่วชวี่ปิ้ง ซ่งหยางหมิง และกลุ่มพรรคกระยาจกที่กระจายไปยังจุดต่างๆจึงบุกเข้าไปภายในป้อมตามแผนที่วางไว้...
          ฝ่ายหลิน ฮั่วชวี่ปิ้ง และซ่งหยางหมิง ลอบเข้ามาถึงภายในค่ายจากทิศตะวันตกพบว่ามีชายชุดดำเฝ้าอยู่จำนวนประปรายทั้งสามจึงลอบจู่โจมชายชุดดำเหล่านั้นโดยไม่ให้ทันได้ตั้งตัว โดยฮั่วชวี่ปิ้งใช้ด้ามทวนฟาดเข้าที่หลังคอชายชุดดำสองสามคนให้สลบไป เหลือชายชุดดำอีกไม่กี่คนที่ต้องต่อกรด้วย
          "นี่มันกับดักรึ!?" ชายชุดดำคนหนึ่งร้อง "หน่อย...!" เขากัดฟันกรอดๆแล้วจึงฟาดกระบี่ไปยังคนทั้งสาม ฮั่วชวี่ปิ้งตวัดทวนประเข้ากับกระบี่และกระแทกปลายด้านที่ไม่มีคมไปยังชายชุดดำเพื่อหยุดการโจมตีนั้นทำให้ชายชุดดำกระเด็นออกไปตามแรกกระทำ
          "วันนี้มันวันบ้าอะไรวะ วุ่นวายชะมัด!" ชายชุดดำอีกคนสบถขึ้นด้วยความหัวร้อนก่อนหยิบกระบี่ออกมาพร้อมตั้งท่าสู้แต่ไม่ทันไรก็ถูกหลินตวัดฝักกระบี่ฟาดเข้าที่ท้องจนต้องลงไปกองกับพื้น
          ทั้งสามต่อสู้กับคนชุดดำที่มีอยู่บางเบาเพราะคนส่วนมากไปหนักอยู่ที่ด้านหน้าป้อมเพื่อป้องกันการบุกรุกจากพรรคกระยาจกกันเกือบหมดทำให้การคุ้มกันส่วนที่เหลือไม่หนาแน่นเท่าที่ควร หลังจากที่จัดการกับชายชุดดำทั้งสามจึงออกตรวจค้นตามที่กระโจมและต่างๅภายในค่าย แต่ไม่ว่าจะเป็นที่ใดกลับไม่พบอะไรเลยแม้แต่ซูซูปี้ที่ถูกจับมาเป็นตัวประกันก็ไม่มีเบาะแสว่าจะอยู่ที่นี่ทั้งสามจึงตัดสินใจกลับมายังจุดนัดหมายที่นัดกันไว้กับคนของพรรคกระยาจกเพื่อไปช่วยฝ่ายพรรคกระยาจกที่ต่อสู้อยู่หน้าป้อม
           หลิน ฮั่วชวี่ปิ้ง ซ่งหยางหมิง และคนของพรรคกระยาจกอีกห้ารวมเป็นเจ็ดคนกลับมาถึงยังจุดนัดหมาย ทว่ายังเหลือคนของพรรคกระยาจกอีกห้าคนที่ยังไร้วี่แววว่าจะกลับมา...
          "เกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน.." เจียนหลิวบุรุษขอทานสมาชิกพรรคกระยาจกที่เคยได้รู้จักกับหลินก่อนหน้านี้เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นท่าทีไม่ค่อยจะสู้ดี
          ทันใดนั้นเองก็มีเสียงร้องโหยหวนดังมาจากกระโจมใหญ่สุดของค่าย
          "ได้ยินเสียงอะไรไหม?" หลินเอ่ยขึ้น "ไม่ใช่ว่าพวกของเจ้าถูกเล่นงานเข้าแล้วหรอกนะ..."
          หลังจากนั้นทุกคนจึงรีบตามไปซุ่มดูว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ห่างๆ เสียงโหยหวนเริ่มดังขึ้นทุกทีทำให้อดคิดไม่ได้ว่าคนที่อยู่ข้างในอาจเป็นคนของพรรคกระยาจกที่เหลือก็เป็นได้
          "ข้าชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ!" เจียนหลิวเริ่มร้อนรนเขารีบผลีผลามที่จะออกไปแต่ก็ถูกห้ามไว้ก่อน
          "ช้าก่อนครับ อย่าเพิ่งผลีผลามไป" ฮั่วชวี่ปิ้งบอกเมื่อเห็นอีกคนกำลังรุดออกไปอย่างไม่ยั้งคิด
          "หรือว่านั่นจะเป็นกระโจมประมุขพรรคภูติทมิฬลมดำขอรับ?" ซ่งหยางหมิงเอ่ยกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา
          "เป็นไปได้ครับ" ฮั่วชวี่ปิ้งกระซิบตอบด้วยเสียงเบาไม่แพ้กัน
          "ข้าว่ารีบไปช่วยคนข้างในก่อนเถอะ" หลินเสนอแนะก่อนที่คนที่ร้องโหยหวนออกมาจะตายเสียก่อน
          "ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วแบ่งเป็นสองกลุ่มน่าจะดีกว่านะครับ"ฮั่วชวี่ปิ้งเสนอแนะ ดูท่าว่าคราวนี้ต้องเปลี่ยนแผนเพื่อเข้าไปช่วยคนที่อยู่ด้านในด้วย "กลุ่มหนึ่งไปช่วยพรรคกระยาจกที่สู้อยู่ด้านหน้าป้อม ส่วนอีกกลุ่มไปใน---" ยังไม่ทันที่บุรุษจะกล่าวจบก็มีคนเข้าแทรกเสียก่อน
          "จะยังไงก็ช่าง ข้าต้องรีบไปดูให้แน่ใจตอนนี้!" เจียนหลิวบอกก่อนจะวิ่งไปตามเสียงร้องไปเพื่อมุ่งไปยังกระโจมใหญ่
          ดังนั้นคนของพรรคกระยาจกที่เหลืออีกสี่จึงขอตัวไปช่วยสหายหน้าป้อมทำให้เหลือ หลิน ฮั่วชวี่ปิ้ง และซ่งหยางหมิง ตามเจียนหลิวเข้าไปด้านในกระโจมใหญ่
          เมื่อเข้ามาถึงในกระโจมใหญ่ทั้งสามที่ตามมาหลังได้เข้ามาสมทบกับเจียนหลิวพบว่าเขายืนตัวแข็งมือกำแน่น และเมื่อมองไปด้านหน้าจึงเห็นภาพคนของพรรคกระยาจกรวมห้าคนนอนจมกองเลือดสภาพน่าเวทนายิ่ง เหนือร่างไร้วิญญาณของคนพรรคกระยาจกพบคนลักษณะผิดแปลกไปจากคนทั่วไปรวมทั้งหมดห้าคน ผิวซีดขาวไร้เลือดฝาดราวกับศพ นัยน์ตาสีแดงฉานดั่งโลหิตยืนนิ่งราวกับตุ๊กตา หนึ่งในนั้นมีเจ้าเมืองว่านเฉิงที่คาดว่าน่าจะตายไปแล้ว สภาพเจ้าเมืองเหมือนกับที่พบในจวนไม่มีผิดเพี้ยนต่างเพียงแต่รอยหน้าท้องที่ถูกกรีดถูกเย็บเข้าด้วยกัน
          "ศพ...?" หลินพึมพัมเสียงเบา
          และเมื่อมองดูหนึ่งในห้าคนนั้นแล้วซ่งหยางหมิงถึงกับตกตะลึงอึ้งจนพูดไม่ออก "ท-ท่านพ่อ..." ดวงตาบุรุษเบิกกว้างขึ้นเมื่อมองเห็นคนราวกับศพตรงหน้ามีรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายกับบิดาของตน แม้ว่าเขาจะไม่ได้พบเจอหน้าบิดามานานนับห้าปีแล้วก็ตามแต่เขาไม่เคยลืมหน้าบิดาของตนเองเลยแม้แต่วันเดียว
          "สวัสดีหนุ่มๆ สาวๆ เหยื่อชั้นดีในการสร้างผีดิบที่ประมุขพูดถึงสินะ หึหึๆ" เสียงทักทายจากใครบางคนดังขึ้นหลังคนที่ราวกับศพ จากนั้นจึงปรากฏให้เห็นสตรีร่างบางค่อนข้างสูงในชุดสีแดงมือขวากลับไม่พบรอยสักกระต่าย ทว่ามีชายชุดดำที่มีรอยสักกระต่ายอีกสองคนยืนขนาบข้างคาดเดาได้ว่าคงจะเป็นพวกเดียวกันแน่นอน "ข้ารอพวกเจ้าอยู่นานแล้ว ที่นี่ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกข้าหรอก"
          "หน่อยแก!!" เจียนหลิวสบถขึ้นด้วยความโมโหหลังจากที่เห็นร่างไร้วิญญาณของเหล่าสหายเขาจึงบันดาลโทสะชักกระบี่พุ่งเข้าหาสตรีชุดแดงเพื่อหมายจะปลิดชีพนาง แต่กลับต้องหยุดชะงักเมื่อคนขาวซีดราวกับศพจ่อคมดาบมาที่คอหอยของเขา
          "ยอมแพ้เถอะพวกเจ้าจะได้ไม่เจ็บตัว" สตรีชุดแดงเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกริ่ม
          "ใครจะยอมกัน..!" เจียนหลิวกัดฟันกรอดๆพร้อมหาโอกาสกระโดดถอยมาด้านหลังเพื่อตั้งหลัก
          "เด็กผู้หญิงที่เป็นตัวประกันอยู่ที่ไหน!?" หลินเอ่ยขึ้นเพราะเมื่อหันมองไปทางไหนในกระโจมใหญ่แห่งนี้กลับไม่มีวี่แววของซูซูปี้เลย
          "เด็กสาวคนนั้นเหรอ ท่านประมุขพาไปด้วยแล้ว หากอยากให้นางรอดก็ยอมแพ้ชะดีๆ" สตรีในชุดสีแดงตอบพลางหัวเราะในลำคอ
          "แล้วเด็กสาวอีกคนที่พวกเจ้าจับตัวมาล่ะ!!" ซ่งหยางหมิงตะโกนขึ้นอย่างร้อนรนเมื่อเรียบเรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้น 'นามสกุลของซ่งเหมยฮั่ว พี่สาวของนางถูกจับตัวไป และบิดาที่อยู่ตรงหน้า' นั่นทำให้เขามั่นใจว่าพี่สาวของซ่งเหมยฮั่วต้องเป็นน้องสาวของเขา 'ซ่งฮุ่ยเหอ' แน่นอน เรื่องจะเป็นมาอย่างไรก็ไม่ทราบเพราะเขายังไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องนั้นเวลานี้
          "ใครจะไปรู้ล่ะ" สตรีในชุดแดงกล่าวปัดไป "ข้าเริ่มจะอารมณ์ไม่ดีแล้วนะ"
          "แกเป็นใครกันแน่!?" ซ่งหยางหมิงร้องถาม เมื่อไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่ายเขาจึงเริ่มที่จะหัวเสีย
          "ชื่อข้าจะบอกพวกเจ้าเมื่อยอมแพ้!" สตรีในชุดสีแดงบอกพร้อมกับตวัดมือขึ้นและทำท่าเหมือนกับร่ายรำ
          เพียงแค่ยกมือเท่านั้นฉับพลันผู้คนผิวซีดที่ยืนเรียงรายห้าคนก็ขยับเคลื่อนไหวและเข้าจู่โจมคนทั้งสี่อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ฮั่วชวี่ปิ้งออกตัวเตรียมตั้งรับ เนื่องจากบุรุษหนุ่มผ่านการสู้รบมาหลายสนามจึงรู้สึกว่าคมดาบที่กระทบกับด้ามทวนนั้นมีฝีมือร้ายกาจไม่เบาเลยทีเดียวเขาจึงถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก
          "ข้าเกรงว่าคนพวกนี้คงไม่เหมือนกับพวกที่ผ่านมาแล้วครับ ฝีมือต่างกันลิบลับเลย" ฮั่วชวี่ปิ้งเอ่ยกับคนอีกสาม การต่อสู้ครั้งนี้คงไม่จบลงโดยง่ายเสียแล้ว...
          "ไม่ว่ายังไงข้าก็จะชนะมันให้ได้!" เจียนหลิวบอกพร้อมกับฟาดกระบี่ไปยังคนขาวซีดคนหนึ่งทว่ากลับถูกแรงดาบที่ประเข้ากับกระบี่ของเขาซัดกระเด็นไป เขาลุกขึ้นมาแล้วจึงเข้าใจว่าเป็นอย่างที่บุรุษที่เขาไม่ทราบนามบอกมาจริงๆ "โถ่ว้อยย!" เขาสบถขึ้นพร้อมกับเช็ดเลือดที่มุมปาก
          ฮั่วชวี่ปิ้งดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่สามารถต่อกรกับคนขาวซีดพวกนี้ได้เขาฟาดคมทวนไปยังคนผิวซีดแต่กลับพบว่าเมื่ออาวุธถูกเข้าที่ผิวหนังกลับฟันไม่เข้าเสียอย่างนั้น
          "นี่มันอะไรกัน?" ฮั่วชวี่ปิ้งเอ่ยพึมพัมทว่ามันไม่มีเวลาให้เขาได้ฉุกคิดเพราะคนผิวซีดจู่โจมเข้ามาแบบไม่ลดละเลยทีเดียว คนอื่นๆจึงได้เพียงแค่หลบหลีกการโจมตีเพียงเท่านั้น
          คนขาวซีดทั้งห้าโจมตีคนทั้งสี่อย่างพริ้วไหวราวกับคนมีชีวิต ฮั่วชวี่ปิ้งต่อสู้อย่างเต็มที่โดยใช้คมทวนโจมตีไปยังคนขาวซีดแต่กลับไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าวิธีใดก็ยากที่จะชนะได้จริงๆ ฉับพลันเขาสังเกตไปยังมือที่ร่ายรำอยู่ของสตรีชุดแดงจึงฉุกคิดได้ว่าบางทีนางอาจกำลังควบคุมคนผิวซีดอยู่ก็เป็นได้
          "นางกำลังเชิดคนตายพวกนี้อยู่ครับ!" ฮั่วชวี่ปิ้งตะโกนบอก
          "งั้นเองรึ..!!" เจียนหลิวเอ่ยพร้อมกับพุ่งกระบี่ไปยังสตรีชุดแดงทันทีทว่ากลับถูกคนชุดดำอีกสองคนขวางเอาไว้
          "อย่าหวังเลยว่าจะได้แตะนางแม้แต่ปลายเล็บ" ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยเสียงเรียบก่อนตวัดกระบี่ไปยังบุรุษขอทาน
          เจียนหลิวสามารถหลบกระบี่ของชายชุดดำได้ฉิวเฉียดเขายังคงคิดสู้ไม่ถอยเมื่อนึกถึงร่างไร้วิญญาณของสหายแล้วจึงทำให้ฮึดสู้ขึ้นไปอีก "เพื่อล้างแค้นให้สหายหากไม่ตายข้าก็ไม่ยอมแพ้!! ย๊ากกกก!!!" เขาบอกพร้อมกับใช้ลูกฮึดฟาดกระบี่ไปยังชายชุดดำอีกที
          ฝ่ายอีกสามคนยังคงรับมือกับคนผิวซีดอยู่ หลิน และซ่งหยางหมิงได้เพียงแค่หลบหลีกการโจมตีเท่านั้น ฮั่วชวี่ปิ้งสามารถต่อกรกับพวกคนผิวซีดได้บ้างแต่ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับมันได้เลยแม้แต่น้อย...













คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +400 ชื่อเสียง +20 ความหิว -14 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 400 + 20 -14 + 8

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83844
เงินตำลึง
105814
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
267

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
427
ความชั่ว
0
ความโหด
30
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-9-25 21:29:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-9-26 00:23

82
          การต่อสู้ดำเนินมาค่อนข้างยืดเยื้อพอสมควรบัดนี้คนทั้งสี่ที่ต่อกรอยู่กับเหล่าศัตรูเริ่มอ่อนล้าลงกันทีละน้อย หลินพยายามหาที่หลบหลีกเพื่อหยุดพักทว่าสองในห้าของคนผิวซีดกลับเดินมาทางสาวเจ้า ในเมื่อนางมีฝีมือในระดับที่ไม่สามารถที่จะสู้กับหุ่นเชิดเหล่านี้ได้จึงจำให้นางต้องวิ่งหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอดแทน
          หลินหลบการโจมตีจากคนผิวซีดสองคนได้อย่างคล่องทว่าเพราะความเหนือยล้าจากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อจึงทำให้คมดาบเฉียวมาโดนนางเล็กน้อย ซ่งหยางหมิงเองเพราะบาดแผลเก่าที่ยังไม่หายดีบวกกับความเหนือยล้าทำให้เขาเริ่มอ่อนแรงลงจนแทบจะหมดแรงในการหลีกหนีแล้ว และเมื่อได้เห็นใบหน้าของผีดิบหุ่นเชิดที่คาดว่าจะเป็นบิดาของตนจึงยิ่งทำให้เขาเริ่มท้อใจลงไปอีก ระหว่างที่เขากำลังคิดถึงเรื่องของบิดาและน้องสาวผีดิบหุ่นเชิดคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามา
          "ซ่งหมางหมิง!!" หลินตะโกนขึ้นพร้อมกับใช้กระบี่เข้ามารับดาบของคนผิวซีดได้ทันท่วงที "มีสติหน่อยสิ!"
          "โทษที..." ซ่งหยางหมิงกล่าวเสียงแผ่ว แววตาของเขาดูเศร้าสร้อยและสิ้นหวังในเมือสิ่งที่เขาตามหากลับหลุดลอยไปจนอาจไม่สามารถนำกลับมาได้อีก
          "เจ้ายอมแพ้แล้วรึ?" หลินเอ่ยถามเสียงเรียบขณะที่ยังปะทะกระบี่กับผีดิบหุ่นเชิดอยู่
          "..." ซ่งหยางหมิงเงียบเลือกไม่ตอบคำถามอีกฝ่าย
          "เจ้ายังเหลือน้องสาวให้ไปช่วยอยู่" หลินเอ่ยบอกสหายหวังให้เขาตั้งสติขึ้นมาได้บ้าง
          "นางอาจตายแล้ว" ซ่งหยางหมิงตอบเสียงเรียบแววตาไร้ความหวัง
          "ยังไม่เห็นศพของนางเสียหน่อยเจ้าคิดได้อย่างไรว่านางตายแล้ว?" หลินบอก "อย่างน้อยเจ้าก็มีชีวิตรอดไปพบน้องสาวซ่งคนนั้นหน่อยเถอะ นางคงไม่อยากทราบข่าวการตายของเจ้า..." นางเอ่ยทิ้งท้ายจากนั้นจึงสู้อย่างสุดกำลังเพื่อเอาชีวิตรอด ยังมีเรื่องที่ข้าต้องทำจะมาตายที่นี่ไม่ได้ นางคิด
          ฝ่ายเจียนหลิวยังคงต่อสู้กับชายชุดดำทั้งสองโดยมีไฟแค้นเป็นแรงผลักดัน เขาได้รับบาดแผลจากการต่อสู้มาไม่น้อยแต่เพื่อล้างแค้นให้กับพวกพ้องเขาจึงไม่ยอมที่จะถอย เขาเข้าปะทะกับชายชุดดำสองคนอย่างไม่หยุดยั้งแม้จะถูกซัดปลิวออกมาก็ตาม
          ฝ่ายฮั่วชวี่ปิ้งเองเพราะการฝึกฝนและผ่านการสู้รบมาแล้วหลายสนามจึงทำให้เขายังพอมีแรงสู้อยู่บ้าง เมื่อเห็นทุกคนเริ่มหมดแรงเขาจึงจำต้องรีบเข้าไปช่วยแต่กลับไม่มีช่องว่างเหลือให้เขาละจากการต่อสู้กับคนผิวซีดตรงหน้าเลยแม่แต่นิดเดียว ระหว่างที่ต่อสู้บุรุษหนุ่มเกิดเสียหลักถูกผลักกระแทกล้มไถลไปกับพื้น คนผิวซีดสามคนจึงเดินเข้าไปใกล้และฟาดคมดาบลงมายังบุรุษหนุ่ม โชคดีที่ฮั่วชวี่ปิ้งสามารถหยุดการโจมไว้ด้วยตีด้วยทวนคู่ใจได้ทัน เขาผลักทวนออกส่งผลให้ผีดิบหุ่นเชิดกระเด็นไปตามแรง แต่พวกมันกลับลุกขึ้นตั้งหลักอย่างรวดเร็วและพุ่งมายังบุรุษหนุ่มเขาจึงคว้าทวนตวัดไปโดยรอบก่อนลุกขึ้น ปลายคมทวนตวัดถูกเข้าที่ข้อเท้าตรงตาตุ่มผีดิบหุ่นเชิดพอดิบพอดีและเมื่อเท้าขาดร่างผีดิบนั้นจึงสลายเหลือแต่กระดูกหล่นลงพื้น
          "โจมตีที่ข้อเท้า!!" ฮั่วชวี่ปิ้งตะโกนบอกหลินถึงจุดอ่อนของผีดิบหุ่นเชิด
          เมื่อได้ยินดังนั้นหลินจึงตวัดคมกระบี่จู่โจมไปยังข้อเท้าผีดิบหุ่นเชิดทั้งสองเต็มแรงทำให้ร่างของมันสลายไปเหลือเพียงซากกระดูก
          "เก่งนี่ ~" สตรีในชุดสีแดงเอ่ยขึ้นเสียงหวาน "ดูท่าข้าคงต้องถอยก่อน ไว้เจอกันใหม่นะ"
          "จะไปไหน!! มาสู้กับข้าก่อนสิวะ!" เจียนหลิวร้องตะโกน หากไม่ได้ลงมือฆ่าคนที่สังหารสหายของเขากับมือคงไม่ทำให้เขาเย็นลงเป็นแน่
          "ข้าไม่ชอบผู้ชายหัวรุนแรงหรอกนะ" สตรีในชุดสีแดงเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มกริ่ม
          เมื่อความลับของคนผิวซีดถูกเปิดเผยทำให้สตรีชุดแดงกับชายชุดดำทั้งสองได้หลบหนีไปในทันที ทุกคนที่บาดเจ็บและเหนือยล้าเต็มทีจึงล้มพับด้วยความอ่อนแรงทิ้งร่างที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ลงกับพื้นในกระโจม หลังความวุ่นวายจบลงซ่งหยางหมิงจึงเดินไปยังซากกระดูกอันเป็นร่างผีดิบหุ่นเชิดของบิดาของตน เขามองซากกระดูกด้วยแววตาเศร้าสร้อยอย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนจะนำผ้ามาห่อไว้หวังนำไปประกอบพิธีกรรมให้ถูกต้อง

          หลิน ฮั่วชวี่ปิ้ง ซ่งหยางหมิง และเจียนหลิว พักเหนื่อยและรักษาบาดแผลจากการต่อสู้ชั่วครู่ หลังทำแผลเสร็จเมื่อเจียนหลิวอารมณ์เย็นลงแล้วเขาจึงได้เข้าไปดูร่างไร้วิญญาณของสหายพรรคกระยาจกห้าชีวิตที่นอนจมกองเลือดอยู่ในกระโจมกันเป็นสถานที่นองเลือดอย่างอาลัยอาวรณ์

          "ข้าขอโทษที่ทำอะไรไม่ได้เลย" เจียนหลิวเอ่ยขึ้นกับเหล่าร่างไร้วิญญาณของคนพรรคกระยาจก "พวกเจ้าหลับให้สบายนะ" เมื่อกล่าวจบเขาจึงเริ่มสำรวจรอบค่ายเพื่อหาของบางอย่าง
          "เจ้าหาอะไรอยู่รึ?" หลินกล่าวทักเมื่อเห็นบางคนกำลังมีท่าทีเหมือนกับกำลังมองหาอะไรอยู่
          "เปล่าๆ" เจียนหลิวตอบกลับมาโดยไม่ได้หันหน้ามองคนถาม "อ๊ะ! เจอแล้ว" ทันใดนั้นเขาจึงหยิบจอบที่วางอยู่แถวๆนั้นขึ้นมา
          "..." หลินได้แต่มองอยู่เงียบๆไม่ได้กล่าวอะไรออกมา จากนั้นจึงเห็นเจียนหลิวนำจอบที่ได้มาไปขุดดินบริเวณลานกว้างซึ่งสิ่งที่ทำให้นางคิดได้เพียงอย่างเดียวก็คือ "เจ้ากำลังจะหาสมบัติ?"
          "จะบ้าเรอะ!?" เจียนหลิวร้องด้วยความตกตะลึงกับคำพูดของอีกฝ่าย "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า อย่ายุ่งเสียให้มากความเลย" เขาตอบกลับมาพลางตั้งหน้าตั้งตาขุดอย่างตั้งใจ
          "ทำอะไรกันอยู่หรือครับ?" ฮั่วชวี่ปิ้งเอ่ยถามเพื่อคลายความสงสัยเมื่อเห็นบุรุษขอทานที่เขายังไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามนามลงมือทำอะไรบางอย่างอยู่
          "ฝังศพ... สินะขอรับ?" ซ่งหยางหมิงเอ่ยขึ้นเชิงถาม
          "อืม..." เจียนหลิวตอบเสียงเรียบโดยไม่มองหน้าใครทั้งสิ้นเขายังคงตั้งหน้าตั้งตาขุดหลุมต่อไป
          "ข้าช่วยเอง" เมื่อเห็นเช่นนั้นซ่งหยางหมิงจึงหยิบจอบอีกเล่มขึ้นมาพร้อมช่วยบุรุษขอทานที่เขายังไม่ทราบนามขุดหลุม การสูญเสียใครสักคนไปตลอดกาลช่างเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดและเศร้าใจยิ่งนัก เขาเข้าใจความรู้สึกนั้นดี
          "ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!" บุรุษหนุ่มขอทานนามเจียนหลิวเอ่ยขึ้นแต่ยังก้มหน้าก้มตาทำสิ่งที่เขาตั้งใจอยู่
          "ข้าช่วยด้วยนะครับ" ฮั่วชวี่ปิ้งเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงหยิบจอบแล้วเข้าไปช่วยทั้งสองบ้าง
          "งั้นหากข้าไม่ช่วยคงจะไม่ได้ล่ะนะ" หลินเอ่ยจากนั้นจึงหันมาช่วยด้วยอีกคน
          "ข้าซ่งหยางหมิง..." ซ่งหยางหมิงเอ่ยขึ้นหวังว่าอีกฝ่ายที่เขายังไม่ทราบชื่อจะเข้าใจว่าเขาต้องการสื่ออะไร
          "เจียนหลิว" เจียนหลิวตอบเสียงห้วน
          "ข้าฮั่วชวี่ปิ้งครับ" ฮั่วชวี่ปิ้งเอ่ยแนะนำชื่อตนบ้างเมื่อฝ่ายอีกฝ่ายบอกชื่อของตนมาแล้ว
          "ฮั่วชวี่ปิ้ง... ฮั่ว? นายพลฮั่วรึ!?" เจียนหลิวละจากสิ่งที่เขาจดจ่ออยู่ครู่หนึ่งพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองบุรุษเจ้าของชื่อ เมื่อได้ยินชื่อของบุรุษร่วมต่อสู้ก็ทำให้เขาตกตะลึงไม่น้อย "ไม่อยากเชื่อเลยว่าข้าจะได้ร่วมสู้กับนายพลฮั่วที่เขาลือกัน"
          "..." ฮั่วชวี่ปิ้งไม่ได้ตอบอะไรเขาเกาแก้มเล็กน้อยแก้เก้อ
          ทั้งสี่ช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังร่างไร้วิญญาณของคนพรรคกระยาจกที่ถูกคร่าชีวิตไปโดยศัตรูที่พวกเขาเพิ่งต่อกรด้วยเมื่อครู่ เมื่อขุดหลุมเสร็จทั้งสี่จึงช่วยทำศพมาทำการฝังเป็นให้เป็นที่เรียบร้อยหลังจากนั้นหลินจึงอาสานำจอบที่ใช้ขุดหลุมฝังศพเมื่อครู่ไปเก็บเข้าที่ ระหว่างที่นำจอบสี่เล่มไปเก็บเข้าที่ทำให้หลินเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง
          "นี่มันอะไร?" หลินพึมพัมพร้อมกับเปิดหีบที่แง้มอยู่ออกจึงพบกับสิ่งบางอย่างเข้านางหยิบขึ้นมาพร้อมกับกางมันออก "แผนที่?" นางเลิกคิ้วมองของที่อยู่ในหีบด้วยความฉงน ตัวอักษรอ่านค่อนข้างยากสำหรับนางแต่เมื่อมองดูภาพแล้วสิ่งนี่คือแผนที่ไม่ผิดแน่นอนสตรีสาวเริ่มลังเลใจว่าจะเก็บสิ่งนี้ไว้ดีหรือไม่ บางทีสิ่งนี้อาจช่วยอะไรนางได้บ้างก็เป็นได้เมื่อตัดสินใจได้แล้วหลินจึงเก็บแผนที่ปริศนาพกติดตัวเอาไว้...





         


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +70 เงินตำลึง +3000 ชื่อเสียง +333 ความหิว -94 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 70 + 3000 + 333 -94 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83844
เงินตำลึง
105814
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
267

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
427
ความชั่ว
0
ความโหด
30
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-1 21:26:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
83
          "ไม่รู้ว่าตอนนี้คนข้างนอกจะเป็นอย่างไรบ้าง ออกไปดูกันเถอะ" เจียนหลิวเอ่ยขึ้นหลังนึกได้ว่ามีคนของพรรคกระยาจกอีกกลุ่มยังคงต่อสู้อยู่ด้านหน้าป้อมเพื่อหลอกล่อให้ทางนี้เข้ามาจัดการจากภายใน
          "ข้าก็นึกเป็นห่วงอยู่เช่นกันครับ" ฮั่วชวี่ปิ้งพยักหน้าเห็นด้วยก่อนลุกขึ้นเตรียมพร้อมออกรบอีกครั้งหลังจากที่ได้พักกันมาสักครู่แล้ว
          "เช่นนั้นเรารีบไปกันเถอะขอรับ" ซ่งหยางหมิงเอ่ยแล้วจึงมองหาสหายอีกคนที่นำของไปเก็บทว่ายังไม่กลับมาเสียที "หลินเราจะไปกันแล้ว"
          "หือ? อืม.." อีกเสียงตอบกลับพร้อมรีบแจ้นออกมาหลังจากนำจอบไปเก็บเรียบร้อยแล้ว
          หลังจากนั้นทั้งสี่จึงรีบมุ่งไปยังด้านหน้าป้อมหวังเพื่อที่จะไปสมทบช่วยกลุ่มพรรคกระยาจกต่อสู้กับองค์กรกระต่ายที่อาจหลงเหลืออยู่ทว่าเมื่อไปถึงภาพที่เห็นตรงหน้านับว่าสร้างความตกตะลึงไม่น้อยทีเดียว
          "ช้าชะมัดเจียนหลิว" บุรุษในชุดขอทานคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้นพร้อมพาดดาบลงบนบ่าของตน
          "พวกเจ้าจัดการหมดแล้วหรือ?" เจียนหลิวเอ่ยขึ้นแล้วจึงโล่งใจเมื่อพบว่าฝ่ายที่พ่ายแพ้คือพรรคภูติทมิฬลมดำ
          "ตามที่เจ้าเห็นล่ะ ฝ่ายเราเองได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเช่นกัน" โม่เฟิงซานเอ่ยบอกคนที่เพิ่งมาถึง "พวกเจ้ากลับมาได้แสดงว่าภารกิจเสร็จสิ้นแล้วสินะ"
          เจียนหลิวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อ "แต่... คนที่เหลือถูกฆ่าตายจนหมด ข้าไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ทัน" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าพลางก้มหน้าก่อนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้กับพรรคกระยาจกที่เหลือได้ฟัง
          "เฮ้อ เอาน่าอย่างน้อยเจ้าก็รอดกลับมา" โม่เฟิงซานเอ่ยเป็นเชิงปลอบเจียนหลิว การสูญเสียมักเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาบุรุษวัยกลางคนที่ผ่านร้องผ่านหนาวมามากทราบดีทว่าเขายังคงรู้สึกเศร้าไม่น้อยเมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เขาเข้าใจความรู้สึกของบุรุษหนุ่มดีกว่าใครเพราะเป็นผู้เลี้ยงดูเจ้าตัวมากับมือตนเติบใหญ่
          "คงไม่มีเจ้าพวกนั้นคอยโหวกเหวกเสียงดังแล้วสินะ!" บุรุษในชุดขอทานอีกคนเอ่ยขึ้นทว่าน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความเศร้า
          "เอาล่ะๆ พวกเจ้าเลิกเศร้ากันได้แล้ว เศร้าไปก็ไม่ทำให้พวกเขาฟื้นขึ้นมาหรอก" โม่เฟิงซานกล่าวกับสมาชิกพรรคยาจกแต่ในใจของเขามีความเศร้าไม่ต่างจากทุกคน "แล้วทางด้านนั้นจะเอาอย่างไรต่อหรือ?" เขาเอ่ยถามคนทั้งสามที่เพิ่งได้พบกันไม่นานมานี้
          "ในเมื่อเมืองว่านเฉิงสงบลงแล้วเห็นทีข้าคงต้องกลับไปทำหน้าที่ของตนแล้วล่ะครับ" ฮั่วชวี่ปิ้งบอก มีงานที่บุรุษหนุ่มต้องสะสางหลังจากเรื่องนี้อีกมายมายไม่รู้กี่อย่าง
          "อย่างไรก็ตามพวกข้าคงต้องเดินทางต่อ" หลินเอ่ยตอบ แต่จะไปที่ไหนนั้นตัวนางเองก็ยังไม่ทราบเช่นเดียวกัน
          "เห็นทีพวกเราคงต้องแยกทางกันตรงนี้สินะ" โม่เฟิงซานเอ่ยซึ่งหลังเสร็จสิ้นภารกิจเขาและพรรคกระยาจกคงต้องกลับไปยังเมืองเยี่ยเฉิงเช่นเดียวกัน
          "ช้าก่อน!" อีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้นระหว่างการสนทนา "ข้าจะขอออกเดินทางไปกับพวกหลินเพื่อตามหาป้าชุดแดงนั่นได้หรือไม่" เจียนหลิวเอ่ย เกรงว่าหากเขาไม่ได้ชำระหนี้แค้นให้กับเพื่อนพ้องที่จากไปด้วยน้ำมือของศัตรูเขาคงนอนฝันร้ายทุกคืนเป็นแน่แท้
          เมื่อได้ยินที่เจียนหลิวกล่าวโม่เฟิงซานจึงชั่งใจเล็กน้อยก่อนให้คำตอบอีกฝ่ายไป "ข้าห่วงอย่างเดียวคืออาการป่วยของเจ้าอย่าทำอะไรที่มันเกินตัวนั--"
          "ท่านเอ่ยเช่นนั้นแสดงว่าท่านอนุญาตข้าใช่ไหม? เยี่ยม!!" ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะกล่าวจบเจียนหลิวกลับเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียอย่างนั้นทำเอาบุรุษวัยกลางคนถึงกับต้องส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยใจ
          "เช่นนั้นขอให้พวกเจ้าโชคดีหากโชคชะตานำพาเราคงได้พบกันอีก" โม่เฟิงซานเอ่ยลากับคนทั้งสี่แล้วจึงนำกลุ่มพรรคกระยาจกที่เหลืออีกประมาณสิบกว่าคนออกเดินทางไปยังเมืองเยี่ยเฉิง
          "ข้าเองคงต้องขอลาตรงนี้เช่นกันครับ ขอให้พวกท่านโชคดี" หลังพรรคกระยาจกออกเดินทางฮั่วชวี่ปิ้งจึงกล่าวลาทั้งสามเพื่อไปตามทางของตนด้วยเช่นเดียวกัน
          หลังจากนั้นหลิน ซ่งหยางหมิง และเจียนหลิวจึงเริ่มคิดแผนการต่อไปแต่ก่อนหน้านั้นทั้งสามคงต้องไปพาตัวซ่งเหมยฮัวที่หลบอยู่ในถ้ำไม่ไกลจากที่นี่ออกมาเสียก่อนเหตุเพราะเพื่อไม่ให้เด็กสาวได้รับอันตรายจากแผนการบุกตีค่ายพรรคภูติทมิฬลมดำ ซ่งหยางหมิงจึงเสนอแนวคิดให้นางไปซ่อนตัวจากอันตรายยังถ้ำที่อยู่ห่างไปไม่ไกลออกไปและเมื่อไปถึงซ่งหยางหมิงคงได้บอกเรื่องของเขาให้กับเด็กสาวได้รับรู้



           
         


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-5 18:26:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-17 23:55

PART CIV


     ใช้เวลาเดินลมปราณครึ่งค่อนวันกว่าที่พลังธาตุหยินในร่างกายจะเข้าที่เข้าทาง เป็นอย่างที่อาจารย์ที่ล่วงลับไปกล่าวไปว่าการฝึกวิชาในสถานที่ยิ่งหนาวเย็นมากเท่าไรยิ่งดี แม้ว่าบนยอดเขาอากาศจะเย็นสบายแต่ก็ถือว่าร้อนกว่าในถ้ำหรือภูเขาหิมาลัยเยอะ
     เลี่ยงเหลียงคอยสังเกตและเฝ้าอาการของคาบูโตะไปด้วยเมื่อพบว่าเขาถูกแสงแดดได้ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง แต่ถึงกระนั้นหากอาบแสงตะวันมากเกินไปก็น่าจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี
     เมื่อลมปราณเข้าที่เข้าทางแล้วชายทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังผาหงส์ฟ้าทันที แต่พอไปถึงเขาก็พบว่าผาแห่งนี้กลายเป็นค่ายรกร้างว่างเปล่าไร้เงาของพรรคภูติทมิฬลมดำสักคน จะมีก็แต่ซากศพจำนวนหนึ่งนอนขึ้นอืดหลังจากตายมาหลายวัน
     "ปัดโถ่เว้ย!!" คาบูโตะเตะหม้อไหที่ถูกวางทิ้งไว้จนแตกกระจายด้วยความโมโห เขามาช้าไปและไม่อาจช่วยซูปี้ไว้ได้ ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าน้องสาวของเขาจะมีชะตากรรมเป็นอย่างไร พวกคนร้ายจะพาซูปี้หนีไปด้วยหรือไม่หรือว่านางถูกฆ่าตายไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลยเพราะว่าเสียเวลาตกเขาไปนานเกือบเดือน ป่านนี้พรรคภูติทมิฬลมดำคงหนีไปไหนต่อไหนแล้ว
    "น้องสาวท่านอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้นะขอรับ" เลี่ยงเหลียงปลอบใจชายหนุ่มที่กำลังหัวเสียและหาที่ระบายอารมณ์กับสิ่งของ แม้ว่าเขาจะดูใจเย็นมากขึ้นแต่ก็ถือว่าเป็นคนที่ใจร้อนอยู่ดี การเรียนวิชาคงไม่อาจเปลี่ยนนิสัยของคนได้ทำให้เขาใจชื้นเล็กน้อยที่อย่างน้อยคาบูโตะคนเดิมก็ยังอยู่
    "มันแน่นอนอยู่แล้วล่ะน่า! ยัยนั่นต้องปลอดภัยสิ!!" คาบูโตะทุบหมัดเข้าที่เสากระโจมค่ายอย่างแรงทำให้มันล้มตัวครืนลงไป
     "เอาอย่างนี้ดีไหมขอรับ ลงจากเขานี้ดูก่อนแล้วไปสืบข่าวคราวที่เมือง เราน่าจะหาเบาะแสอะไรได้บ้าง" นักพรตหนุุ่มเสนอความคิดออกมา และนั่นคงเป็นทางเดียว จะให้สืบข่าวจากต้นไม้ใบหญ้าหรือเก้งกวางบ่างชะนีก็คงเป็นไปไม่ได้
     "ฮึ่ม!! งั้นเอาตามนั้น" คาบูโตะที่หัวเสียเดินกระฟัดกระเฟียดนำหน้าลงเขา เส้นทางที่ไม่ได้ใช้งานมาเริ่มมีหญ้าขึ้นปกคลุมทำให้หาทางลงได้ยาก แต่พวกเขาถือคติที่ว่าตรงไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึงจึงเดินทางเป็นเส้นตรงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะออกจากป่าได้ และมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองว่านเฉิง



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80

ใบรับรองภาษาฮั่น

เจียวจือ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-11-5 12:08:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ ช่วยเหลือซูปี้ }




เมื่อใกล้เมืองว่านเฉิง แม้ว่าจะใกล้เมืองแล้วแต่สภาพก็เหมือนถูกตัดอย่างไม่เป็นธรรมชาติหากเข้าไปดูดีๆเหมือนรอยฟังจะมากดาบหรือพร้าที่เหวี่ยงไปมาแต่ก็ไม่ได้ดูประสงค์ตะตัดต้นไม้แต่เหมือนจะตัดอย่างอื่นทีตอนนั้นมีอะไรอยู่มากกว่า จู่ๆซูปี้ก็ดึงชายเสื้อของเหวินซ่างที่กำลังจับให้หมั่นโถวนอนเกาะที่ไหล่ เขาหยุดเดินลงแล้วย่อตัวลงให้ให้หน้าซูปี้ ปกติเธอจะไม่เรียกเขาแบบนี้ "มีอะไรเหรอซูปี้?" เธอมีสีหร้าที่ดูกังวลแล้วพยายามมองรอบๆป่าเหมือนจะพยายามแน่ใจก่อนจะตอบออกไป  "รู้สึกเหมือนหนูจะเคยผ่านทางมาแถวนี้นะคะ"


"อืม..เหมือนว่าแถวนี้จะมีที่ของพรรคพรรคภูติทมิฬลมดำนิน่า" จะว่าไปเขาก็เคยได้ยินเรื่องพรรคในเมืองว่านเฉิงจากลูกค้าที่เข้ามาบ้าง รู้สึกว่าจะเป็นพรรคมารแค่ทั้งหมดที่รู้มันก็แค่นั้น ไม่แน่ว่าค่ายที่เธอถูกจับจะมาจากพรรคนั้นหรือเปล่า ถ้าแบบนั้นตอนนี้เราอาจต้องเลี่ยงเมืองว่าน--- "ถ้างั้น! พี่คาบูโตะอาจมาหาซูปี้ที่ค่ายนี้ก็ได้นะคะ!" "..." เหวินซ่างมองเข้าไปในดวงตาของเด็กน้อยตรงหน้า เธอไม่คิดจะกลัวหน่อยเหรอ หรือว่าเธอไม่รู้?ไม่หรอก ค่ายที่ถูกจับก็อยู่เมืองนี้แต่ก็จะเข้าไปนินะ


"มันจะไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ?" "ไม่หรอกค่ะ ก็หนูมีพี่ซ่างอยู่นิน่า" รอยยิ้มที่ไร้ความกังวลและเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นทำเอาชายหนุ่มเหงื่อ ตนยอมรับว่าช่วงนี้ก็พอมีเรี่ยวแรงต่อสู้ได้แต่ก็ไม่คิดว่าจะล้มคนที่เชี่ยวชาญวรยุทธ์ได้หรอก เป็นไปได้ถ้าเจอก็อยากจะวิ่งให้ไกลไปจะดีกว่า "ถ้างั้นก็ต้องตกลงกันก่อนนะซูปี้ ถ้าพี่บอกให้หนี..หนูต้องวิ่งไปให้ไกลแล้วอย่าหันกับมา ตกลงไหม" บางทีเขาอาจต้องหยุดคนที่ตามล่าเธอจริงแล้วอาจไม่อยู่เห็นตอนเธอเติบใหญ่ได้ เพราะงั้นเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้เห็นใครตายหรือมาผิดหวังกับคนหนุ่มแบบเขา ซูปี้พยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่มั่นใจว่าจะไม่เป็นไร "ค่ะ!"


จากที่คุยกันไประหว่างเดินทาง เหมือนว่าเส้นทางนี้คือทางไปค่ายที่ซูปี้ถูกจับจริงๆ และพวกเขายังใส่ชุดสีดำทั้งตัว ปิดหน้าปิดตาเหลือให้เห็นเพียงเห็นเพียงดวงตาเท่านั้น บริเวณต้นแขนขวาชุดจะเป็นช่องเว้นไว้เห็นรอยสักกระต่าย เมื่อเดินขึ้นไปถึงผงหงส์ฟ้าเหวินซ่าก็อุ้มซูปี้ขึ้นมานั่งที่แขนเผื่อเวลาหนีจะได้ตั้งตัวทัน แต่ก็พบกับสภาพของ...สิ่งก่อสร้างที่ถูกเผาและผุพังจากการทำลายด้วยฝีมือของมนุษย์ "เหมือนว่า จะร้างไปแล้วนะ" เขาพูดขึ้นมาเสียงเบาจนเหมือนคุยกับตัวเอง พรรรค..ไม่สิ ค่ายถูกทำลาย ซูปี้เองก็เคยบอกว่าจะย้ายไปอีกที่ "ถ้างั้น..ที่ให้ซูปี้ย้ายค่ายก็เพราะแบบนี้เองสินะ"


แต่ในระหว่างที่เขาจะเดินเข้าไปสำรวจค่ายข้างในก็ต้องหยุดชะงัก พร้อมกับหันตัวไปบังค่ายจากสายตาของซูปี้ไว้ "....พี่ว่าเราออกไปจากที่นี้กันเถอะนะ มันร้างไปแล้วนิ" เมื่อครู่นี้เค้าเป็นศพที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ..ไม่รู้ว่าเป็นคนของพรรคอะไร แต่ไม่ยุ่งเกี่ยวไปมากกว่านี้จะดีกว่า แล้วจะให้เด็กคนนี้มาเห็นอะไรแบบนี้ก็ไม่ได้ด้วย ซูปี้เงยหน้ามามองเขาด้วยสีหน้างงอยู่นิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก "นั้นสิคะ งั้นไปที่เมืองกันเถอะค่ะ"

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

33

กระทู้

499

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
107499
เงินตำลึง
9996815
ชื่อเสียง
104156
ความหิว
214

ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละติน

คุณธรรม
590
ความชั่ว
0
ความโหด
125
ภูตวารี
เลเวล 1

เฉียน เฟยหมิง

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-7-16 18:54:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย arttytack เมื่อ 2018-7-16 18:55

            นี่คือค่ายลับ? ลับมากจริงๆตั้งกลางภูเขาอันโคตรใหญ่ ถ้าไม่นับว่าอยู่กลางป่านี่เขาไม่เชื่อแล้วนะนี่
ด้วยการนำทางของเสี่ยวเอ้อห์สาวนามว่า หนิงเอ๋อเมิร์กกับเฉียนพร้อมเหล่าสัตว์ทั้งหลายก็เลยสามารถเดินทางมายังคฤหาสน์ปริศนาหลังใหญ่กลางหุบเขาได้
            มันดูเหมือนคฤหาสน์ก็จริงแต่ก็มีกำแพงประตู หอคอย จะเรียกว่าป้อมแบบหรูหราก็ยังได้
            “ที่นี่แหละ” หนิงเอ๋อชี้นิ้วเล็กๆนางไปยังป้อมปราการเบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นชา
            เมิร์กกับเฉียนส่งสัญญาณแก่กันโดยทั้งคู่เปลี่ยนมาใส่ชุดดำและเมิร์กก็นำทวนที่พึ่งได้มามากำเอาไว้พร้อมกับเปิดตาเหยี่ยวเพื่อสอดส่อง
            หนิงเอ๋อก้าวนำทั้งสองเข้าไปใกล้ๆค่ายโดยที่ประตูก็มีร่องรอยของคราบเลือดที่แห้งเกอะกรัง
            “ก่อนอื่นก็ต้องข้างหน้าสินะ” เมิร์กก้าวเดินไปที่กองศพสองกองซึ่งมีซากอารยธรรมเป็นชุดสีดำให้เห็นอยู่ ต้องขอบคุณเจ้าหมาน้อยตัวส้มที่วิ่งนำเขาทั้งสามเข้าหาพวกมัน ไม่งั้นคงมองข้าม เศษซากเล็กๆเหล่านี้ไปแล้ว
            ‘คงเป็นสมาชิกของพรรคภูติลมทมิฬดำสินะ’ เมิร์กนำบันทึกมาจดไว้ว่าสถานที่แห่งนี้ยืนยันว่าเป็นของพรรคภูติลมทมิฬดำ
            เจ้าเสือดาวหิมะและเจ้าหมาน้อยตัวส้มคอยวิ่งไปมารอบๆโดยพยายามหาเบาะแสตามที่เจ้าลิงอุรังอุตังบอกพวกมัน
            โฮกปิ้บ เจ้าเสือดาวหิมะเหมือนจะเจออะไรบางอย่างก็เลยส่งเสียงคำรามออกมา
            เจ้าลิงสีส้มจับชายเสื้อของเขาและลากเมิร์กเข้าไปตามทางที่เจ้าเสือเรียก
            จากจุดที่พบเศษซากอันน้อยนิดของอารยธรรมโบราณที่คาดว่าน่าจะเป็นสมาชิกพรรคภูติลมทมิฬดำเขาก็มาเจอกองกระดูกกองใหญ่
            “แปลก ว่าไหมเฉียนกองกระดูกพวกนี้มันแปลกๆนะ” เมิร์กก้มลงไปหยิบแท่งกระดูกขึ้นมาส่องด้วยความสงสัย
            “ใช่ครับท่านเมิร์ก กระดูกของศพไม่น่าจะสะอาดได้ถึงขนาดนี้” เฉียนเองก็ก้มตัวหยิบซากกระดูกขึ้นมาบ้าง มันแทบจะไม่มีเนื้อหรือหนังติดอยู่เลยเพราะสาเหตุนี้ด้วยกระมั้งที่มันไม่โดนพวกสัตว์กระชากไปกิน
          เจ้ากระดูกกองใหญ่นี้มีจุดเหมือนกันคือสะอาดหมดจดมีเพียงเศษดินเล็กๆ และบางส่วนแตกหักหรือหายไป
“ข้าควรจะเก็บมาเอาไว้” เมิร์กเลือกที่จะหยิบชิ้นส้วนที่ยังคงดูสมบูรณ์อยู่เก็บลงกระเป๋าและเดินทางลึกเข้าไปข้างในอีก

             หลังจากเดินเข้ามาต่ออีกสักพักชายหนุ่มทั้งสองและหนึ่งหญิงสาวก็พบกับเนินนูนๆสี่เนินวางเรียงติดต่อกัน
             “ท่านหนิงเอ๋อ การกวาดล้างระหว่างพรรคกระยาจกกับพรรคภูติลมทมิฬ ใครเป็นผู้รอดชีวิตนะ?” เมิร์กไม่หันไปมองเสี่ยวเอ้อห์สาว แค่ถามเพียงเท่านั้น เขารู้ว่าภูติลมทมิฬล่าถอยแต่การล่าถอยทำได้หลายรูปแบบ เช่นเสียหายเกินควร หรือว่าโดนทำลายจนสิ้น
            “พรรคกระยาจกมีบางคนกลับมานะ ทำไมรึ?” หนิงเอ๋อที่ยืนอยู่ข้างหลังพูดด้วยใบหน้าแฝงความสงสัย
            “ก็แค่อยากรู้ว่าควรทำยังไงต่อหน้าหลุมศพพวกนี้นะสิ” เมิร์กยืนตรงเคารพหลุมศพทั้งสี่สักครู่ก่อนจะก้าวเข้าไปในตัวอาคาร
            ภายในอาคารประกอบไปด้วยห้องหลายห้องแต่ก็มีสภาพผุผังไปตามกาลเวลาเมิร์กใช้ตาเหยี่ยวสอดส่องหาสิ่งของไปทั่วจนกระทั่งไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งตกเอาไว้
            “หนังสือเก่าๆ?” เมิร์กลูบไล้ไปตามชั้นม้วนคัมภีร์ที่เต็มไปด้วยเศษฝุ่นผง มีหลายเล่มที่หายไปแล้วบางเล่มที่อยู่เกือบทั้งหมดก็เรียกได้ผุผัง
            “ไม่น่าจะมีอะไรเพิ่มเติมแล้วกลับดีกว่า” หลังจากสำรวจโดยรอบคร่าวๆเมิร์กก็สรุปได้เพียงเท่านี้
            นอกจากเก็บกระดูกแล้วเมิร์กก็ไม่ได้อะไรติดมือกลับมาอีกเลย คงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญกว่าเขามาตรวจสอบเองละมั้ง?
            หลังจากส่งหนิงเอ๋อคืนชายที่เป็นเถ้าแก่ของโรงน้ำชาแล้วเมิร์กก็เดินทางต่อสู่หรูหนานโดยตั้งเป้าว่าจะเข้าพักที่นั่นก่อนฟ้ามืด


       (โครงกระดูกผมอ้างอิงจากโรลของ หลิน นะครับ ที่มีซอมบี้ 5 ตัว แต่มีเพียงซ่ง หยางเมิง? ที่นำกระดูกพ่อตัวเองกลับไปด้วย *ส่วนกระดูกที่เหลือรอดมาก็เพราะเห็นว่าสลายไปก็คงจะเป็นกระดูกสะอาด และสัตว์ไม่กินกระดูกที่ไม่มีเนื้อ?)


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกวียนขนส่ง
คัมภีร์พ่อค้า
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x98
x18
x5
x8
x10
x15
x10
x14
x1
x6
x32
x3
x15
x5030
x30
x6889
x2
x9999
x4963
x1998
x100
x10
x10
x10
x25
x4
x6
x1
x10
x1
x20
x1
x15
x140
x108
x30
x10
x10
x306
x3056
x2
x5
x5
x78
x8
x4
x555
x80
x387
x50
x256
x12
x16
x13
x2
x1
x592
x9
x21
x1
x3
x258
x32
x30
x4
x2
x120
x1
x20
x9
x30
x58
x26
x1
x1836
x1
x31
x6
x14
x1
x1168
x1090
x4199
x16
x21
x9999
x52
x34
x78
x50
x2697
x53
x120
x10
x77
x6
x1067
x898
x30
x80
x9450
x100
x200
x9999