ดู: 397|ตอบกลับ: 14

{ เมืองเยี่ยหลาง} คฤหาสน์สกุลโต้ว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-16 17:59:45 |โหมดอ่าน




คฤหาสน์สกุลโต้ว

{ เ มื อ ง เ ยี่ ย ห ล า ง }














 
【คฤหาสน์สกุลโต้ว】
คฤหาสน์มหึมาตั้งอยุ่บนถนนสายหลักของเมืองเยี่ยหลาง ความเก่าแก่ไม่ต้องกล่าวถึง 
ทราบเพียงว่าหลังช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ผ่านไป ท่านเจ้าบ้านรุ่นปัจจุบันก็ถูกอนุคนโปรด 
สาวงามจากแคว้นต้าเยว่จื่อใช้มารยาล่อลวงเสียจนไม่เป็นผู้เป็นคน 
ฮูหยินใหญ่ถูกสังหาร เจ้าบ้านถูกกำจัดทิ้ง ขณะที่เหล่าทายาทแตกสานซ่านกระเซ็นไปคนละทิศ
อนุผู้นั้นได้ขึ้นเป็นเจ้าบ้าน กวาดทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดเอาไว้ในครอบครอง 
นางซื้อข้าทาสบริวารเป็นบุรุษรูปงาม ใช้ชีวิตเช่นนางพญา 
ทว่ามีน้อยคนนักที่จะทราบว่าแท้จริงแล้วสาวงามผู้นี้ก็คือสายลับจาก พรรคเบญจพิษ
ด้านในคฤหาสน์ถูกดัดแปลงต่อเติมเต็มไปด้วยทางเดินสลับซับซ้อนยากแก่การเข้าถึง
ชั้นในสุดของคฤหาสน์มีค่ายกลลับที่ผู้ย่างกรายเข้าไปไม่เคยได้ออกมา





 

ผู้ครองคฤหาสน์คนปัจจุบัน
หลินเฟย
อุปนิสัย :: ร้อยมารยาเจ้าเล่ห์กลับกลอก มากในราคะ เย่อหยิ่งดั่งนางพญา ชื่นชอบการสะสมทาสบุรุษรูปงาม
ร่วมมือกับพรรคเบญจพิษเพื่อผลประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้น


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-4-16 21:38:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-4-17 18:54




ผู้หญิงโรคจิต

        ร่างของเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่และพระชายาหลินเฟยนั้นถูกคุมตัวเพื่อเข้ามาในตัวคฤหาสน์สกุลโต้ว ขนาดมันมหึมาตั้งอยุ่บนถนนสายหลักของเมืองเยี่ยหลางทำไมพวกเธอถึงไม่สังเกตุกันก็ไม่รู้ และไม่ทราบได้ว่ามันมีบ้านแบบนี้อยู่ด้วยหรอ?

        “เดินเข้าไป” เสียงของมือสังหารชุดดำกล่าวเมื่อเจียวหย่านั้นสังเกตุรอบๆ ของคฤหาสน์นั้น เธอถอนหายใจ และคิดว่าเมื่อไรถึงจะโดนเอาผ้าปิดปากนี้ออกไปสักที ถึงแม้ว่าเชือกที่ขานั้นจะโดนตัดแล้ว เพื่อให้เธอเดินได้อย่างสะดวก แต่ทว่าเชือกที่มือและปากของเธอก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม หญิงสาวเดินตามเคียงคู่ไปกับท่านอ๋อง เธอนั่นนิ่งเงียบ แต่สังเกตุโดยรอบ นอกจากความใหญ่โต เหมือนปกติแล้ว ก็ยังคงเป็นค่ายกลที่เป็นที่มา..

        ยากแก่คนมาช่วยยิ่งนัก… นั้นคือความคิดของพระชายาหลินเฟย

        เมื่อเดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งแต่เห็นคฤหาสน์มากขึ้น ไม่ได้ต่างอะไรกับราชวังของเตี๋ยนเท่าไรนัก แต่มีความสยองเล็กน้อยแบบเสียวสันหลัง แต่ของเตี๋ยนนั้นสยองของจริง เพราะว่าเป็นชนเผ่าเถื่อนของจริงด้วยซ้ำไป ดวงตาของเธอนั้นจ้องมองไปรอบๆ พรมสีแดงเลือด นั้นให้ความรู้สึกชวนสยองหาได้เปรียบ เมื่อเดินไปจนถึงห้องโถงใหญ่..ก็ให้ปรากฏร่างของหญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งบนบัลลังไม้สลักทอง รำสุรายาดี

        เมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามานางก็หยุด พระชายาหลินเฟยนั้นจ้องมองใบหน้าของนาง และนางเองก็จ้องมองใบหน้าของเธอเช่นกัน … ผู้หญิงแบบนี้ล่ะ ที่ไม่อยากรับมือมากที่สุด ดวงตาของเจียวหย่านั้นจ้องมองนิ่งไปที่นาง นางคงเป็นนายใหญ่ของที่นี้อยู่แล้วล่ะ

        “คำสั่งของประมุขถง ประมุขจะขอกลับสำนักก่อน แล้วจะกลับมา ให้คุมขังสองคนนี้ดีๆ” มือสังหารชุดดำนั้นพูดขึ้น ส่วนนายหญิงใหญ่ของที่นี้ก็ก้มหัวเมื่อกับรับคำบัญชาของประมุกพรรค อย่างดีและยิ่งยวด หญิงงามนั้นกรีดกรายทำท่าคิด ก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา ด้วยความเปรมปรีย์

        “แฮะ...สองคนนี้ ที่ช่วยลูกเลี้ยงของข้าให้กลับบ้านด้วยสินะ..แหม่..ช่างเป็นคนดีเสียเหลือเกิน” หลินเฟยนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานกึ่งเย้ายวน ก่อนที่จะหันไปทางชายที่โดนคุมตัวมา ใบหน้านั้นดูขาวหยวก แต่ก็สมส่วนกล้ามเนื้อคงน่าเคี้ยว น่ากัดไม่น้อย ภายใต้ผ้าที่ปิดนั้นอยู่

        หญิงงามแห่งเยี่ยหลางนั้นขบริมฝีปากของตนเองเล็กน้อย แล้วหันไปทางหญิงที่อยู่ข้างกายกันแล้วพิจารณา..มันน่าฉีกกระชากหนังหน้านางออกมานัก ใบหน้างามตรงตามลักษณะความงาม..โฉมสคราญราวหลุดออกมาจากเทพนิยาย ดวงเนตรนั้นวับวาวดังสกาวแห่งแสงดาว ผิวพรรณผุดผ่องนั้นเฉิดฉายแม้ในคืนเดือนแรม และทุกกริยาเยื้องย่างนั้นช่างรัดรึงหัวใจชาย ผิดแค่ดวงเนตรนั้นเฉยๆ..ช่างน่าชังนัก..

        แล้วไง ใครต้องการหญิงงามกัน ในคฤหาสน์นี้มีเพียงข้าก็เพียงพอแล้ว..

        พระชายาหลิยเฟยนั้นจ้องมองหญิงงามบนบัลลัง เธอไม่รู้หรอกว่าหญิงตรงหน้านั้นจะมีความคิดอย่างไร แต่ที่แน่ๆ เธอเห็นดวงตาของเขาที่จ้องมองพระสวามีของเธอ.. นั้นล่ะที่ไม่ชอบใจที่สุด แต่ทำอย่างไรได้กันนะ? โดนมัดมือมัดปากเช่นนี้คงยากที่จะต่อกร เหมือนเอาชีวิตไปทิ้งเสียปล่าวๆ

       “เดี๋ยวหลังท่านประมุขใช้งานพวกแกแล้ว พวกแกเตรียมตัวตายถ้าไม่บอกว่าพี่ชายนังเด็กนั่นอยู่ไหน” หญิงงามนามหลินเฟยนั้นพูดขึ้น พระชายาหลินเฟยเมื่อได้ยินดังนั้นจึงถึงบางอ้อ พี่ชายที่ว่าคงเป็นคนที่พาโต้วเซี่ยวหนีออกมา..ทำไมเธอโง่ขนาดนี้กันนะ แทนที่จะตามหาพี่ชายของโต้วเซี่ยว..แต่คิดว่าน่าจะตายไปแล้วนี้..

        หรือยังไม่กัน?..ตอนนี้มาก็เหมือนกับมาเข้าถ้ำเสือ ยิ่งเป็นพรรคมารในยุทธภพด้วยแล้ว ยิ่งลำบากไปใหญ่ งานนี้ชีวิตที่อยากจะใช้ทั้งหมด อาจจะมีแต่ความวุ่นวายก็ได้.. ทำอย่างไรดีนะ? เมื่อคิดไม่ทันไร แม่นางพญาหลินเฟยก็เดินเหยียดกายขึ้นมาจากบัลลังไม้ทองนั้น ก่อนที่จะเดินไปทางเซียวไต้อ๋อง ค่อยๆจับเสื้อขึ้นมา เหมือนจะเปิดดูแผ่อกแกร่งของเขา

        ริมฝีปากของนางนั้นเหมือนกับได้เจอของอร่อย ก่อนที่จะขยับกายเข้าใกล้เซียวไต้อ๋อง ขึ้นไปอีก พยายามใช้เสียงนั้นกระซิบข้างหูของไต้อ๋องแต่ก็ดังพอที่พระชายาหลินเฟยหรือหลินเจียวหย่าจะได้ยิน ..

        “ส่วนพ่อหนุ่ม มาเป็นนางบำเรอชั้นดีกว่า รับรองจะให้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย” เสียงที่ดังขึ้นนั้นเป็นเสียงหวานกึ่งราคะ เหมือนจะดึงให้หลงใหล่เหมือนคำหวานที่อาบไปด้วยยาพิษ แต่ทว่าด้วยใจที่แข็งแกร่งต่อความรักของท่านอ๋อง คำต่อมานั้นทำให้เขาต้องเจ็บตัว

       “คงไม่มีวันนั้น ป้า”

        “เพียะ!!” อู๊ว  ว ว น่าจะเจ็บแทน หลังจากการตอบของเซียวไต้อ๋อง นั้นเขาก็โดนหลินเฟยตบอย่างแรงจนใบหน้าหัน ใบหน้าของนางนั้นขึ้นสี จนเห็นรอยแคร๊กเป็นริ๊วๆ ...เดี๋ยวนะ สงสัยคำว่าป้า นางออกจะสวยจะสาว… แต่ไหงท่านอ๋องถึงพูดแบบนั้นเล่า?

        “เอาพวกมันไปขังคุกใต้ดิน!! ฮึย!!” หลินเฟยนั้นพูดอย่างกระฟัดกระเฟียด ก่อนที่จะเดินหนีไปห้องอีกห้องหนึ่ง โดยที่มีข้าทาสชายตามไปด้วยอย่างเหลืออด ส่วนพระชายานั้นก็ได้แต่จ้องท่านอ๋องว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง แต่เมื่อได้รับรอยยิ้มของท่านอ๋องก็ทำให้เธอนั้นโล่งใจขึ้นมาหน่อย ค่อยยังชั่วหน่อยที่เขาไม่เป็นอะไรมาก แต่มีรอยแดงๆ อยู่บนนั้นหน่อย

        และเมื่อนายหญิงเดินไปแล้ว คนที่ถูกพาตัวคุมขังก็พาเธอและท่านอ๋องนั้นไปยังคุกใต้ดินอีกที หญิงสาวนั้นรู้สึกดีที่ได้เห็นพื้นที่และจดจำมัน เผื่อว่ามันจะเป็นหนทางที่ให้เธอหนีได้ มั้ง..มั้งนะเมื่อหญิงสาวเดินมาคนที่พาตัวโดนขังก่อนคนแรกก็คือท่านอ๋องที่โดนขังห้องตรงข้ามกับพี่ชายของเธอเมื่อเดินเข้ามา โชคยังดี ที่พวกมันนำมือที่มัดออกก่อน แล้วโยนไต้อ๋องใส่ห้องขัง

        ส่วนพี่ชายของเธอเมื่อเห็นพวกเธอทั้งสองคนนั้นก็ได้แต่ตกใจ เขาจ้องมองเหมือนกับว่าไม่จริงน่ะ อะไรแบบนี้ และเมื่อเธอโดนพาตัวไปยังห้องขังนั้นก็โดนนำเชือกที่มัดออกแล้วผลักเข้าไปในห้องขังเช่นเดียวกับคนอื่นๆ โดยตรงข้ามของเธอนั้นมีโต้วเซี่ยวที่กำลังนอนอยู่ด้วย

        เด็กสาวนั้นมีคราบรอยการร้อยไห้อยู่ตรงบริเวณดวงตาด้วย…

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -21 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 300 + 25 -21 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-4-17 21:43:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-4-17 21:45

วันแรกแห่งการโดนจองจำ

       “เฮ้ย..ได้พูดสักที” เจียวหย่าพูดหลังจากที่เข้ามาในคุกใต้ดินของบ้านสกุลโต้ว เธอหันไปทางโต้วเซี่ยวที่กำลังนอนอยู่ทั้งคราบน้ำตา ส่วนเธอก็ถอนหายใจ จ้องมองเด็กน้อยที่นอนกอดตุ๊กตาไม้ ก่อนที่จะได้ยินเสียงจากห้องข้างๆ

        “ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?น้องพี่” จิ้นอันนั้นพูดขึ้น เขาก็โดนจับมาขังเหมือนกัน อยู่ห้องข้างๆของเธอด้วย หญิงสาวเมื่อได้ยิินดังนั้นจึงตอบไป

        “เจ้าค่ะท่านพี่ น้องไม่เป็นอะไรมาก ท่านพี่เป็นอะไรไหม?” เจียวหย่าตอบและยิงคำถามใส่ชายที่ไม่ได้เจอกันมาหนึ่งวัน

        “ไม่ล่ะ..มั้งนะ..เอ่อ..ก็...ไม่แน่ใจเหมือนกัน หลังจากเจอกับผู้หญิงที่ดูเหมือนว่าเป็นน้าของโต้วเซี่ยว นางดู..แปลกๆ” จิ้นอันเล่าความให้เจียวหย่าฟัง ส่วนเธอนั้นก็กุมขมับ แล้วนั่งลงตรงผนังของห้องขัง เธออยู่จนชิน บอกเลยว่าตอนนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องบอกเรื่องราวอื่นๆ ให้มากความ

        “ไม่แปลกได้อย่างไร ...นางดูเป็นหญิงต้องการในกายบุรุษยิ่งนัก ไม่ซ้ำข้า ข้าคาดว่าท่านคงจะเจอชักชวนด้วยคำหวานไม่ต่างกับข้านะท่านจิ้นอัน” เสียงของท่านอ๋องนั้นดังขึ้นมาจากห้องตรงข้ามของจิ้นอันซึ่งเธอก็ไม่ได้เห็นร่างกายเขา แต่รู้ว่าเขาสบายดีนั้นก็ดีแล้ว

        “น่าเสียดายที่ข้าไม่ค่อยสนเรื่องพวกนี้” จิ้นอันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับเหนื่อยหน่ายใจ “แล้วเราจะทำยังไงกันต่อล่ะ..โดนจับกันทั้งคณะเลยคราวนี้” เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก

        เมื่อพระชายาหลินเฟยได้ยินดังนั้นจึงคิดในใจ ..นั้นสินะ เราจะทำอะไรได้บ้าง ครั้งที่เราอยู่เตี๋ยน ตอนนี้สิ่งที่เธอรู้คือ คนพวกนี้มีความต้องการที่ต่างกัน มองอย่างไร หลินเฟยอาจจะเป็นหนึ่งในพรรคเบญจพิษ หรืออาจจะเป็นคนที่ร่วมมือกับพรรคเบญจพิษเพื่อผลประโยชน์ และแยกเป็นสองฝ่าย คือฝ่าย หลินเฟย ร่วมมือกับ ถงเมิ่งหลาน … อืม..นั้นสินะ

        “ท่านอ๋องคิดว่าพวกนั้นต้องการสิ่งใดหรือเจ้าคะ” เสียงของเจียวหย่านั้นดังขึ้น ก่อนที่ท่านอ๋องจะถอนหายใจ แล้วพูด “กองกำลัง … การยึดอำนาจ ตอนที่ถงเมิ่งหลานบอกว่า ยืมปาสู่ใช้สร้างกองกำลังช่วยท่านจางเหยียนลู่ ….ไม่ได้ต่างกับการทำสงครามเลย”

        “จาง เหยียนลู่อย่างงั้นหรอ?..! นั้นมันประมุขพรรคภูติทมิฬลมดำ แปลว่าทั้งคู่นั้นมีความสัมพันธ์กัน..อาจจะเป็นพันธมิตรอย่างงั้นหรือ?” จิ้นนั้นพูดขึ้นด้วยความตกใจ เขากุมขมับ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องในยุทธภพเช่นนี้

        “มีแต่คนที่ต้องการคิดคดทรยศแผ่นดินสินะ..” พระชายาหลินเฟยพูด เธอนั้นถอนหายใจ ก่อนที่จะคิดถึงคำสุดท้ายของประมุขพรรคเบญจพิษ นางจะไปสำนักก่อนที่จะกลับมาที่นี้..นั้นคงเป็นวันที่จะต้องทุกข์ทรมารยิ่งนัก หากมีคนมาช่วยได้ก่อนเล่า..แต่ใครจะมาช่วยพวกนางได้ จำเป็นต้องเป็นยอดฝีมืออย่างยิ่ง..นั้นยากยิ่งกว่าอะไรดีเสียอีก

        หากจะให้ตายตอนนี้แล้วผู้คนอื่นๆ จะเป็นเช่นใดกันนะ? มนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ลำบากเหลือเกิน พระชายาหลินเฟยนั้นควรที่จะทำอะไรดี จะนั่งโง่ๆ นอนรอความตายหรือนั่งโง่ๆ รอคนที่จะสามารถฆ่าเธอด้วยครั้งเดียวงั้นหรอ ทำอย่างไรดี.. ทำอย่างไรดี..องค์เทพ ท่านจะทรงช่วยเราได้หรือไม่หน่า?

       ‘องค์เทพไป๋เหมียว องค์แม่หนี่วา เทพช้างหรือผู้ใด ที่เห็นลูกนั้นกำลังรับกรรม ส่งความทรมาร ตอนนี้ลูกกำลังจนปัญหา มีเพียงท่านที่ช่วยได้ ขอท่านโปรดเมตตาแก่มนุษย์ที่จะต้องเผชิญแก่ความทุกข์ทรมารเพราะกลุ่มที่สร้างความวุ่นวาย ขอให้สักครั้งที่ลูกจะช่วยด้วยเถอะ อย่างน้อย..บอกว่าลูกควรทำเช่นใด”



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ความหิว -22 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 -22 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-4-18 22:12:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-4-19 17:02


วันที่สองในคุกที่ใครโผล่มาก็ไม่รู้

        และแล้ววันที่สองของการขังคุกก็มา หญิงสาวนั้นตื่นขึ้นมาท่ามกลางเสียงร้องไห้ของโต้วเซี่ยว และเสียงเทศมหาชาติของพี่ชายเธอเอง ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นจ้องมองเด็กหญิงที่อยู่ตรงข้ามกับเธอ เมื่อเด็กหญิงโต้วเซี่ยวเห็นเธอพื้นขึ้นมาก็สะอึกสะอื้นเป็นการใหญ่

       “ขอโทษ..ฮึก...ฮือออ ขอโทษค่ะ..ถ้าหนูไม่..ฮือๆๆ..ถ้าหนูไม่เอาแต่ใจ..แง้” เสียงของโต้วเซี่ยวนั้นกล่าวสะอึกสะอื้น ทั้งๆที่พยายามเก็บกดสิ่งที่ตนนั้นไม่อยากทำไว้แล้ว แต่ก็อดโทษตัวเองไม่ได้ที่ทำให้เรื่องมันเกิดบานปลายเช่นนี้

        พระชายาหลินเฟยนั้นลุกขึ้นมาจากพื้นห้องขังแข็งๆ เธอชินเสียแล้วกับการต้องเจออะไรแบบนี้ บอกเลย แค่นี้จิ๊บๆ …

       “ไม่ต้องร้องไปหรอก โต้วเซี่ยว..ใครๆก็รักครอบครัว เจ้าไม่ผิดหรอกนะ” จิ้นอันกล่าวด้วยน้ำเสียงปลอบโยน แม้เขานั้นจะอยู่คนละกรงขังของโต้วเซี่ยว แต่เสียงของเขาก็ดังปลอบประโลมโต้วเซี่ยวได้ดี เด็กหญิงนั้นพยายามเช็ดน้ำตา เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกรงตรงข้ามนั้นตื่นขึ้นมาแล้วเธอก็เด้งร่างกายของตนเองมาตรงหน้ากรงทันทีเพื่อที่จะมาดูหญิงสาวที่ช่วยชีวิตเธอไว้

        “...พี่..พี่เจียว..หย่า” โต้วเซี่ยวพูดเสียงสั้นๆ พระชายาหลินเฟยเมื่อเห็นดังนั้นก็ยิ้มหวานๆให้กับเธอเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอส่งสายตาอ่อนโยนให้กับโต้วเซี่ยวที่พึ่งร้องไห้

       “หนู..หนูขอโทษนะคะ”
       “ขอโทษเรื่องอะไรหรือจ๊ะ?..หืม??เด็กน้อย” พระชายาหลินเฟยนั้นกล่าวถาม เธอนั้นค่อยๆ อุ้มเจ้ามิ้งค์ออกมาจากแขนเสื้อเพราะมันนอนดิ้นไปดิ้นมา

       “เรื่องที่ต้องพามาลำบากถึงที่นี้...หนู...” ท่าทีของเธอนั้นมีท่าทีอึกอักที่จะพูดต่อ พระชายาหลินเฟยนั้นพูดขึ้นมา เมื่อได้ยินเช่นนั้นเพื่อให้กำลังใจเด็กหญิง

        “ไม่เป็นอะไรหรอก ข้าบอกแล้วไง ว่าข้าจะช่วยเจ้า เจ้าไม่ต้องคอยโทษตัวเองนะ ขอบคุณองค์เทพที่เขาพาเรามาพบกันเสียจะดีกว่า เจ้าไม่ต้องลำบากอะไรนักหรอก...มันเป็นลิขิตฟ้าชะตาดินที่เราจำต้องเจอเรื่องราวพวกนี้ เจ้าไม่ต้องคิดอะไรมากมาย” พระชายาหลินเฟยยิ้มหวานให้กับเด็กหญิงโต้วเซี่ยวจนเธอนั้นยิ้มขึ้นมาได้หน่อย

        ถึงแม้ว่าจะพูดเช่นนั้นไปแต่เธอนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำอย่างไร ถึงจะเดินทางออกไปได้ คงต้องรอให้ประมุขพรรคเบญจพิษมาก่อนอย่างงั้นหรือ.. งานนี้ท่าจะลำบากแล้วสิ

        “ท่านหลิวฉุน ท่านยังอยู่หรือไม่?” เจียวหย่านั้นกล่าวเรียกท่านหลิวฉุน เมื่อชายนั้นได้ยินเสียงฮูหยินตนเองจึงตอบกลับไป

       “ข้าอยู่นี้ ฮูหยินของข้า ว่าอะไรหรือ?” เขาถาม
        “ท่านคิดว่าอย่างไร กับเรื่องนี้” พระชายาหลินเฟยถามความคิดเห็น
        “ตอนนี้พวกเราก็ยังคงทำอะไรไม่ได้ล่ะนะ...และหากเป็นอะไรกับพวกเรา..ข้าเชื่อว่าลูกเราจะต้องเป็นอ๋องที่ดีได้เป็นแน่...เพราะเขาเป็นลูกของเราสองคนนี้” ท่านอ๋องนั้นกล่าว เขาพูดยิ้มๆ ก่อนที่จะนึกถึงใบหน้าของลูกชายตน แม้จะไม่มีสายเลือดเชื้อไข แต่ก็แน่นแนบยิ่งกว่าสิ่งใด เมื่อพระชายาหลินเฟยได้ยินก็ต้องยิ้มบางๆ ..เด็กน้อยที่จะตายวันตายพรุ่งในวันนั้น..

        เป็นชายชาตรีอย่างสมฐานะแล้วสินะ… แม่จะมีโอกาศได้เจอเจ้าหรือไม่กันนะ? อี้โหวลูกแม่

        “ปัง!!” เสียงของประตูคุกนั้นเปิดขึ้น ก่อนที่จะมีนายผู้คุมนั้นลากหญิงสาวคนหนึ่งจากประตูห้องใหญ่จนผ่านหน้าของไต้อ๋องและจิ้นอัน และต่อมาก็คือเจียวหย่าและโต้วเซี่ยว นางเป็นหญิงสาวชุดร่างมอมแม่ม เหมือนพึ่งโดนตามล่ามา เมื่อจ้องดีๆ ใบหน้านั้นมาทางเธอ วัยคงไม่เกินสิบสี่สิบห้า

        เสียงของกรงขังนั้นดังครืนคราดๆๆ ก่อนที่เสียงตุ๊บจะดังขึ้น เมื่อหญิงคนนั้นโดนโยนไปไว้ห้องข้างๆของเธอ

       “เอ๊าา เพื่อนใหม่ อยู่กันดีๆล่ะ” มันพูดเสียงเข้มแหบเพียงแค่นั้น ก็เดินไปล๊อคประตูกรง และเดินออกไปจากห้องขัง ตอนแรกมันเต็มไปด้วยความเงียบ แต่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยคำถามและเครื่องหมาย ??? เต็มไปหมดคนสี่คน ว่า.. นั้นมันใคร

       “เอ่อ..เจ้าเห็นเด็กคนนั้นไหม?...ใครน่ะ?” จิ้นอันเป็นคนเปิดประเด็น

        “หนูไม่เห็นหน้าอ่ะ..อาจจะเป็นพี่ๆของหนูกะได้..แต่หนูไม่เห็นหน้าอ่ะ” โต้วเซี่ยวพูดเหมือนกับสับสน ก่อนที่จะทำหน้าเป็นงงๆ เหมือนกับว่าเธอนั้นไม่เห็นหน้าเพราะตอนที่โดนลากมาหญิงคนนั้นหันมาทางกรงของเธอแต่นางหลับตาอยู่..

        อ๊า..นั้นสินะ ถ้าอยากให้รู้ต้องอธิบายให้ฟัง...สุดท้ายพระชายาหลินเฟยก็ต้องนั่งอธิบายเดาให้โต้วเซี่ยวบอกว่านั้นใครแต่โต้วเซี่ยวก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเลย..

        “ง่ายๆรอนางตื่นแล้วค่อยถามดีกว่าไหม… =w=” ท่านอ๋องนำเสนอความคิด ก่อนที่จะได้ยินเสียงร้องเพลงเล่นของเจียวหย่าและโต้วเซี่ยว..นี้โดนขังจริงดิ!! ชิวเนอะ



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 300 + 25 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-4-19 23:30:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-4-20 21:12

ให้ตายก็ไม่ตื่น

       บางครั้งชีวิตของคนเราก็ต้องการอาหารมาเพื่อประทังชีวิต เด็กน้อยที่ชอบอาหารเป็นทุนเดิมนั้นทำให้ยากแก่การอิ่ม โชคดีทีั่อาหารที่เหล่าทหารยามนำมาให้นั้นไม่ได้เจือปนด้วยสารพิษ เพราะแค่ลองทดสอบก็รู้ได้ทันที วันนี้เป็นวันที่สามแล้วของการขังขืนภายในห้องขังที่แสนอึดอัน แม้ว่ามันเ้หมือนกับว่าไม่ได้ใช้มานาน

       ตรงหน้าของพระชายาหลินเฟยนั้นคือโต้วเซี่ยวที่กำลังซักข้าวของตนเองพลางเล่นกับเจ้ามิ้งน้อยของเธอที่วิ่งไปมาระหว่างกรง จนถึงตอนนี้หญิงสาวคนนั้นก็ยังไม่ตื่น ไม่รู้เหมือนกับว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจะนอนไปถึงไหนก็ไม่ทราบได้

       “หญิงคนนั้นยังไม่ตื่นอีกหรือเจียวหย่า” เสียงของจิ้นอันนั้นพูดขึ้นจากทางห้องทางซ้ายของเธอ พระชายาหลินเฟยก็กุมขมับ แล้วพูดตอบไป
        “เจ้าค่ะท่านพี่ นางเหมือนน่าจะโดนรมควันยาสลบ หรืออะไรสักอย่างทำให้หลับลึกยิ่งนัก คงยังไม่สิ้นลมหายใจหรอกเจ้าค่ะ” พระชายาหลินเฟยตอบ เมื่อท่านอ๋องได้ยินดังนั้นก็ผสมโรงไปด้วย เสียเลยด้วยการอธิบาย

        “ไม่แปลกที่จะเป็นเช่นนั้นหรอก พรรคมารเบญจพิษมีชื่อเสียงทางด้านพิษอันดับหนึ่งในแผ่นดิน ข้าได้ยินมาจากสหายว่าประมุขของพรรค ถง เมิ่งหลางนั้นล่ะ..เชี่ยวชาญพิษทุกชนิดในโลกแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเช่นนั้นหรือปล่าว แต่นางอันตรายมาก จากแรงกดดันที่เจอครั้งนั้น ข้าคิดว่านางคงไม่ใช่คนธรรมดาหรอก”

       “คนธรรมดาเป็นประมุขพรรคมารไม่ได้หรอกเจ้าค่ะท่านอ๋อง” เจียวหย่ากล่าว เธอนั้นหันไปทางโต้วเซี่ยวที่ตอนนี้กำลังนอนเล่นกับเจ้ามิ้งค์ตัวน้อยของเธออยู่ เป็นการดึงความสนใจที่ดีเลยล่ะ นอกจากจะทำให้โต้วเซี่ยวนั้นไม่ได้พูดอะไร หรือโวยวายอะไรขนาดนั้น ก็ยิ่งทำให้เด็กหญิงนั้นไม่เครียด

        ส่วนพระชายาหลินเฟยนั้นก็ได้แต่นั่งภาวนาในห้องขัง ว่าจะมีหนทางที่ทำให้ทุกคนที่โดนจับรวมถึงวิกฤตการณ์ครั้งนี้นั้นจะผ่านพ้นไปได้เพื่อให้มนุษย์โลกนั้นเป็นสุข มันยิ่งตอกย้ำแต่สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาและการกระทำก็เป็นสิ่งที่ต้องตั้งสติอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

        และแล้วเวลาที่ผ่านไป เธอไม่รู้แล้วว่ามันผ่านไปนานเท่าไรแล้ว แต่ทว่าโต้วเซี่ยวนั้นนอนหลับและตื่นขึ้นมาอีกที พร้อมกับจ้องมองคนที่อยู่ข้างซ้ายข้างขวาของห้องขังตรงข้ามของเธอด้วยใบหน้าบุญบอกไม่รับ

        “พี่สาวคนนั้นยังไม่ตื่นเลยอ่ะ” โต้วเซี่ยวพูด พระชายาหลินเฟยนั้นก็เหลือบไปเอาหูแนบไปที่กำแพงของอีกฝั่งเพื่อฟังเสียงของลมหายใจ เธอได้ยินแต่เสียงนอนและกรนเบาๆของหญิงสาวที่อยู่ตรงนั้น ทำให้ยังรู้ว่านางยังคงมีชีวิตอยู่

        “คงจะโดนยาสลบชนิดแรงนั้นล่ะจ๊ะโต้วเซี่ยว” เจียวหย่าตอบ ก่อนที่โต้วเซี่ยวจะหันไปทางอีกทางของห้องขังพระชายาหลินเฟย จนทำให้เธอนั้นจ้องมองไปแต่ก็ไม่อาจเห็นได้ เมื่อพระชายาหลินเฟยกันไปทางโต้วเซี่ยวเหมือนว่าเธอมองอะไร

       “...พี่ชายจิ้นอันทำอะไรอ่ะ?” โต้วเซี่ยวพูด จ้องมองจิ้นอันที่กำลังนั่งสมาธิอยู่อย่างเงียบๆ แต่ตอนนี้เขาคงไม่ตอบโต้วเซี่ยวหรอก พระชายาหลินเฟยก็ได้แต่ทำหน้าเหวอ นี้พี่ชายของเธอทำอะไรน่ะ ทำไมถึงเจอพูดแบบนั้นจากเด็กน้อย..

        “ท่านพี่...”
        “ท่านพี่...เจ้าคะ?”

        พระชายานั้นเรียกพี่ชายของตนเอง จนเมื่อไมไ่ด้ยินเสียงตอบรับก็คิดว่าคงจะนอนไปเสียละกระมัง ท่านอ๋องเองก็น่าจะนอนแล้ว เพราะเธอไม่ได้ยินเสียงท่านอ๋องแต่สิ่งที่ตอบกลับมาทำให้เธอนั้นอยากจะนอนลงไปในทันที

        “..หืม..พี่นั่งสมาธิตั้งธรรมอยู่น่ะ” เมื่อได้ยินดังนั้นเสียงระฆังดังเม้งก็ขึ้นมา ส่วนพระชายาก็บอกให้โต้วเซี่ยวนั้นนอนเถอะไม่ต้องไปสนใจหรอก...ปล่อยพี่เธอไปสู่นิพพานตามที่ชอบๆเถอะ

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 300 + 25 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-4-20 22:41:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-4-20 22:43

ไม่มีวี่แวว

        การหลับแล้วตื่นนั้นเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำได้หรืออย่างไรกันนะ เหมือนนอนหลับไปเท่าไรก็ไม่เคยพอ หญิงสาวผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระชายาหลินเฟยนั้นลุกขึ้นมายังพื้นที่แข็งขืนของห้องขังภายใน คฤหาสน์สกุลโต้ว ของเมืองเยี่ยหลาง เธอนั้นถอนหายใจเมื่อตื่นขึ้นมา จัดเผ้าผมนั้นให้เรียบ แล้วจ้องมองนิ่งๆไปที่กรงขังของตนเอง

        หญิงสาวจ้องมองภาพพื้นของตนเอง ด้วยความนิ่งเงียบ ส่วนคนข้างๆห้องขังของเธอนั้นเป็นหญิงสาว และเสียงที่ยากจะได้ยิน ใช่แล้ว เพราะว่าเธอเอาแต่นอน แต่นอน แล้วก็นอน ไม่มีวี่แววที่จะตื่นแล้ว ก็คงจะสลบจนยังไม่ตื่นดีนั้นล่ะ ข้าวปลาก็ไม่ตื่นมากิน ยากที่จะทำใจให้เป็นห่วงไม่ได้ เพราะพระชายาหลินเฟยนั้นก็เป็นห่วงนางอยู่พอสมควรเหมือนกัน

        เธอพยายามที่จะส่งเสียงเรียกคนข้างกรงให้ตื่นแต่ทว่าก็ไม่มีท่าที ต้องโดนยาแรงขนาดไหนนะ? ถึงได้เป็นอย่างงี้ได้

        “เป็นห่วงจริงๆเลย” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดกับตัวเอง เธอถอนหายใจแล้วหันไปทางตรงข้ามของตนเอง เธอไม่รู้ว่าตอนเองนั้นตื่นขึ้นมาตอนไหนเพราะว่าไม่เห็นเดือนไม่เห็นตะวัน จ้องมองตรงหน้าก็เห็นโต้วเซี่ยวที่กำลังนอนกอดเจ้ามิ้งค์ตัวน้อยของเธออยู่

        ใบหน้าของเด็กสาวไร้เดียงสา ยามต้องลำบากยากต่อชีวิต ไม่น่าเลย

       “ยังไม่หลับอีกหรือ..เจียวหย่า” เสียงดังมาจากข้างห้องของโต้วเซี่ยว เธอได้ยินเสียงของท่านอ๋องพระสวามีของเธอเอง หญิงสาวก็ยิ้มบางๆให้ตัวเองแล้วตอบไป

       “เจ้าค่ะ ท่านและท่านพี่เล่า?..” เธอตอบแล้วถามต่อ

       “ท่านจิ้นอันหลับไปแล้วล่ะ..ข้ากำลังคิดอะไรนิดหน่อยน่ะ” ท่านอ๋องตอบมาอีกครั้ง คิดอะไรนิดหน่อยอย่างงั้นหรือ คิดอะไรกันนะ? พระชายาหลินเฟยจึงกล่าวถามด้วยความไคร่รู้ แต่ก่อนที่จะถามก็ได้ยินเสียงของท่านอ๋องที่พูดขึ้นมาก่อน “...หากนางต้องการปาสู่ ข้าก็จะปกป้อง แต่ข้าจะปกป้องอย่างไรกันนะ กระทั้งเจ้า ข้ายังปกป้องไว้ไม่ได้เลย..ตั้งหลายครั้งหลายครา ..ข้าช่าง..เป็นนักปกครองที่แย่เหลือเกินยิ่งนัก” ท่านอ๋องพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด เขาควรที่จะทำได้ดีกว่านี้..

       เขาไม่น่าเกิดมาเป็นลูกของท่านพ่อเลย …

       “ไม่หรอกเจ้าค่ะ...โชคชะตาอาจจะลิขิตฟ้า ลิขิตเรา และเราก็ต้องลิขิตตัวเราเองด้วยเช่นกัน ข้าคิดว่ามันยังคงมีหนทางอยู่เสมอ แม้ไม่อาจมองได้ว่าหนทางนั้นเป็นเช่นใด เหล่าเทพนั้นไมไ่ด้ส่งคนให้มาเพื่อทำเรื่องบางเรื่องเพียงอย่างเดียว เราแต่ละคน ล้วนมีทางที่ไป เส้นที่เลือก อย่ากล่าวโทษโกรธตนเองเลยนะเจ้าคะ..ถือว่าข้าขอ..เพราะว่าท่าน ทำให้ชีวิตของข้ามีความหวังขึ้นมาอีกครั้งในการอยู่เตี๋ยน ได้โปรด เป็นความหวังของข้าด้วยเช่นกันนะเจ้าคะ ท่านอ๋อง” เจียวหย่าร่ายยาว บรรยากาศแห่งความหวานนั้นเป็นได้เพียงคำพูด

       ตอนนี้เธออยากจะทะลุกรงขัง แล้วไปนอนโอบซบเคียงกายบุรุษผู้ซึ่งเป็นยอดดวงใจของตนเองเสียเหลือเกิน

        "..ขอบคุณเจ้าเสมอที่อยู่เคียงดวงใจข้านะ เจียวหย่า”
       “ท่านเองก็เช่นกันเจ้าค่ะ ท่านหลิวฉุน”


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-4-23 22:48:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-4-23 22:51

นอนไม่หลับ

        พระชายาหลินเฟยที่กำลังอยู่ในห้องนั้นล้มตัวลงนอนภายในห้องขังของตนเองอย่างเงียบๆ เพื่อเอาแรง ความจริงแล้วเธอก็ไม่ได้ใช้แรงอะไรหรอกนะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงอะไรไป เธอล้มตัวลงนอนไปได้สักพัก ก็เข้าสู่นิทราของตนเองไปในคืนนี้

        “อือ..เสียง..อะไรกัน” เสียงอืออึงของพระชายาหลินเฟยนั้นกล่าวขึ้นมา เธอสะลึมสะลือลุกขึ่้นมาจากการนอนของตนเอง

        “เจียวหย่า เจ้าตื่นหรือยัง!!?” เสียงของไต้อ๋องนั้นดังขึ้นกับเสียงที่เหมือนกับอาวุธประกันเหมือนกำลังมีการต่อสู้ เมื่อได้ยินดังนั้นแล้วหญิงสาวก็เด้งตัวขึ้นจากกรงขัง ที่เหมือนว่าโต้วเซี่ยวจะยังไม่ตื่นแต่ทว่าไต้อ๋องเธอและพี่ชายของเธอจิ้นอัน นั้นจะตื่นขึ้นมาจากการได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เกิดอะไรขึ้นกัน!!

        “เกิดอะไรขึ้นกัน...มีคนกำลังมาช่วยอย่างงั้นหรอ?” จิ้นอันพูดขึ้น เขาพยายามที่จะจับกรงขัง ก่อนที่ทั้งสามคนนั้นจะปรึกษากันก็ได้ยินเสียงจากด้านนอก ขึ้นมาอย่างรวจเร็ว เป็นเสียงของคนที่หอบหายใจพวกทหารทั้งหลายที่วิ่งตะโกนแล้วหยิบข้าวของ เพื่อที่จะออกไปสู้รบ ปรบมือกับยอดฝีมืออย่างไรอย่างงั้นล่ะ

        “!!เฮ้ย..รีบขึ้นไปช่วยกัน คนร้ายบุก!!!”

        เสียงของทหารนั้นพูดขึ้น เธอนั้นเบิกตากว้าง ใครกันที่จะกล้าบุกมาที่นี้ ต้องเป็นคนนอก เพราะคนในไม่กล้าแหยมกับพวกนี้ได้แน่ๆ เอาไงดีนะ

        “เอายังไงดีเจียวหย่า” ท่านอ๋องนั้นพูดขึ้น เขามีน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกหน่อยส่วนเธอนั้นเมื่อนั่งคิดดูแล้วมันมีโอกาศค่อนข้างน้อย หากแต่มันเป็นเรื่องดีเธอก็จะขอให้พวกเขานั้นสามารถผ่านมาช่วยหรือก่อความวุ่นวายหน่อยก็ดี

        “ข้าขอแค่เพียงว่ามันจะสำเร็จนะ”

        เวลาผ่านไปจนถึงเวลาเท่าไรก็ไม่อาจทราบได้ เสียงของอาวุธนั้นดังไปทั่วบริเวณ หลังจากนั้นก็ถึงเวลา ที่มันจะเงียบลง เธอไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นอีกหรือไม่เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอควรที่จะสอดส่องประตูกรงใหญ่เพื่อที่จะดู หากมีคนโดนลากมาก็แปลว่ามันไม่สำเร็จ หากมีคนมาเปิดแล้วพาเราออกไปได้ แปลว่ามันสำเร็จ

        นั้นคือสิ่งที่คิดได้ แต่ทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับเวลา หญิงสาวนั้นจ้องมองมันตาไม่กระพริบ แต่แล้วเมื่อได้ยินเสียงที่ต่อมานั้นก็ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าครั้งนี้ ยังคงไม่ใช่โชคของเธอ

        “เดินลงไป!! ลงไปสิ!!” เสียงของนายทหารนั้นดังขึ้นเหมือนกำลังคุมคนลงไป มีทหารของคฤหาษ์นั้นเปิดประตู พร้อมกับเห็นคนเหมือนกับที่นั่งข้างๆ คนที่ชื่อหลินเฟยนั้นมาเปิดประตู เขาลากเหล่าคนขอทานเกือบ 80 คน เข้ามา เมื่อพระชายาเห็นพวกเขานั้นถึงกับพงะอย่างหนึ่ง ก่อนที่จะหลบทาง เพื่ออยู่สุดขอบห้อง พวกเขาแยกกันเข้ามาในห้อง ของเธอและโต้วเซี่ยว รวมถึงของไต้อ๋องและพี่ชายและชายปริศนา โชคดีที่เหลือห้องขัง อยู่ จึงไม่อึดอัดมาก เพราะมีเกือบ 10 ห้อง แต่ก็ต้องดูคนด้วย

        เหมือนว่าห้องจะไม่พอเลยต้องมาขังรวมสินะ?

        เมื่อประตูใหญ่นั้นปิดลง เหล่าขอทานก็ได้แต่มองตากันปริบๆ เห็นเซี่ยวไต้อ๋องก็ก้มลงคำนับ เหมือนกับว่ารู้จักกันมาก่อนอย่างงั้นล่ะ

        “คำนับ เซียวไต้อ๋อง ข้าหยูเทียนฉิง ผู้ดูแลสาขาพรรคกระยาจกในจื่อถง แต่ข้ากับเจ้าแคว้นเยี่ยหลางเป็นสหายที่รู้จักกันดี” เขากล่าว เสียงแนะนำตัวนั้นดังจนเธอนั้นได้ยินด้วยเช่นกัน

        “นึกไม่ถึงจะมีคนอื่นถูกจับมาด้วยหรือเนี่ย” พรรคกระยาจกหนึ่งในที่มาอยู่ห้องขังของเธอนั้นกล่าวขึ้นมา ส่วนพระชายาหลินเฟยก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เมื่อชายคนนั้นพูดขึ้นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจ

        “พรรคกระยาจกอย่างงั้นหรือ ….” เสียงหวานนั้นกล่าว เธอเห็นว่าบางคนนั้นบาดเจ็บจึงกล่าวกับพวกเขาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ด้วย พวกเขาก็ให้ความร่วมมืออย่างดี พร้อมกับฟังคำที่ท่านอ๋องนั้นพูดกับผู้ดูแลสาขาคนนั้นด้วย

        “อย่างงั้นหรอ...พวกเจ้ามาที่นี้กันได้อย่างไรกัน?? ตั้งหลายสิบคนกันเลยทีเดียว” ไต้อ๋องนั้นพูดก่อนที่จะทำท่าคิด แล้วหันมองชายกระยาจกคนอื่นๆ กระทั้งจอมยุทธ์ยังเพี้ยงพล่ำ ลำบากแล้วแฮะ อาจจะเกิดเป็นกลียุคสงครามก็ได้

        “ได้ยินว่าคนพรรคเบญจพิษจับนางเพื่อจะใช้องค์หญิงบังคับให้เจ้าแคว้นเยี่ยหลางร่วมมือกับเตี๋ยนบุกต้าฮั่น” เขากล่าวอีกครั้ง คราวนี้ไต้อ๋องนั้นพยักหน้า ก่อนที่จะออกความคิดเห็นชายที่ตนคุยนั้นก็พูดขึ้นอีก “นึกไม่ถึงที่นี่กับดักจะเยอะเช่นนี้ พวกเราเสียท่า” เขาทำท่าเจ็บใจ แต่ก็ได้แต่ยอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้

“ไม่เป็นไรหรอก เจ้าทำดีที่สุดแล้ว เรื่องนี้มันเกี่ยวกับพรรคมารด้วยสินะ ไหนจะเรื่องราชสำนักอีก เรื่องนี้ควรที่จะมีคนรับรู้กันไปด้วยทั้งหมดนะเนี้ย มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาแล้วชัดๆเลย” ไต้อ๋องกล่าวก่อนที่จะนั่งลงที่นั่ง เหมือนกับว่าการโดนขังจะไม่ส่งผลอะไรกับเขามากนัก

“ไม่ต้องห่วงนะ หากพวกข้าไม่กลับภายในสี่วัน คนจากสาขาเฉิงตูและจื่อถงจะตามมาสมทบขอรับ” หยูเทียนฉิงกล่าวอีกครั้ง คราวนี้เขานั้นหันไปทางลูกน้องของตนเองเพื่อที่จะแจกจ่ายข่าวและกระจายกำลัง
        “ตอนนี้พวกเราต้องพักผ่อนและหาวิธีประสานในนอกเมื่อพวกเขาบุกเข้ามา พวกเจ้าทำเต็มที่แล้ว พักเสียเถอะ ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?” เขาตะโกนข้ามห้องขัง จนดัง พระชายาหลินเฟยที่กำลังพันแผลให้คนอยู่ก็ตกใจเล็กน้อยแล้วยิ้มให้กับชาวกระยาจกที่ต้องยิ้มแห้งให้กับเธอ

        “ลูกพี่ แม่นางยังไม่ตายขอรับ แค่ถูกพิษนิทราเกรงต้องใช้ยาถอนพิษเฉพาะพรรค” ลูกน้องจากกรงข้างๆ นั้นกล่าว
        “ดีแล้ว ยาถอนพิษพวกเราค่อยสืบหาที่ตั้งพรรคเบญจพิษ ตอนนี้ต้องหาทางออกไปจากที่นี่” คนที่ได้เป็นลูกพี่นั้นพูดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะได้ยินเสียงดังตึงตังมาจากทางกรงของโต้วเซี่ยว มีชายคนหนึ่งที่กำลังต่อยลงไปที่กำแพง เขาซัดลมปรานใส่มันแล้วก็ต้องเจอกับผนังเหล็ก หลังกำแพงหิน อุแม่เจ้า นี้กันการหนีออกไปอย่างแรงเลยนะเนี้ย?

        “โห...” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดเสียงหลง เธอหันไปมองโต้วเซี่ยวที่อยู่ท่ามกลางคนที่ไม่คุ้นชิน เด็กสาวที่ได้ยินเสียงดังขนาดนั้นก็เกือบที่จะร้องไห้ นางพยายามกอดตุ๊กตาของตนเองแน่นอย่างมาก ส่วนหญิงสาวนั้นก็เกาะกรงเพื่อที่จะหันไปทางโต้วเซี่ยว..

        “เจ้าไม่เป็นอะไรนะ พวกเขาไม่ใช่คนที่ไม่ดี….พวกเขาจะช่วยเจ้าตกลงไหม ตอนนี้เจ้านอนได้แล้วนะจ๊ะ” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดกับโต้วเซี่ยวแล้วยิ้มหวานให้กับเธอ เมื่อเหล่าชายพรรคกระยาจกเห็นว่ามีเด็กหญิงอยู่ก็ได้แต่ตกใจ แล้วส่งตัวแทนที่ดูจะเป็นชายอ่อนโยนที่สุดในห้องนั้นไปหาเธอเพื่อทำให้เธอไม่กลัว

        ท่าทางตอนแรกของโต้วเซี่ยวนั้นเหมือนกับหวาดๆ แต่ไม่นาน เธอก็สามารถเขากับพวกเขาได้เป็นอย่างดีเพราะความเฮฮาของพวกเขา ส่วนพระชายาหลินเฟยนั้นเมื่อโล่งใจแล้วก็จ้องมองหามุมสำหรับตนเอง การที่ต้องมาโดนขังกับชายหนุ่มนั้นไม่เคยเจอมาก่อนเลยแฮะ

        “ท่านแม่ต้องเป็นห่วงไปแม่นาง..เอ่อ..พวกข้า” ชายพรรคกระยาจกในกรงของเธอนั้นมีใบหน้าที่ขึ้นสีเล็กน้อย ก่อนที่จะบูทางไว้อย่างดีให้เธอเข้ามุม ส่วนพวกเขาก็อยู่ทางมุมของตนเอง เหมือนกับว่ารู้ว่าเธอคือใคร.. แม้ว่าใบหน้าแดงๆนั้นจะเหลือบมองใบหน้างามของพระชายาหลินเฟยแห่งเซียวไต้อ๋องก็ตามที




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-4-24 22:57:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-7-21 23:16


แปดเดือนก่อน

          ร่างของหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่บนห้องขังที่โดนจำกัดอย่างดี ห้องขังนั้น เปลี่ยนคนที่ขังด้วยการนับ เธอได้อยู่กับเซียวไต้อ๋องและพี่ชายรวมถึงโต้วเซี่ยว ในห้องขังที่ขนาดกลางพอที่จะอยู่สี่คน เพราะว่าความเมตตาต่อชายหนุ่มของหญิงโรคจิตแห่งตระกูลโต้ว ทำให้พอมีเตียงเล็ก และข้าวของบางอย่าง ...เหมือนกับว่าเธอต้องอยู่กันอีกนานเลย

          เหล่าพรรคกระยาจกนั้นก็อยู่กันกระจายตามห้อง แต่เธอก็ได้ยินเสียงการฝึกวิชาหรือออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อนั้นได้ใช้งานกัน พวกเขาบอกว่าสักครั้งจะต้องมีคนมองออกแน่นอน เพราะว่าพวกคนที่โดนขังมีนับสิบๆ คงต้องเตรียมอาหารเยอะกว่าปกติ แม้จะเป็นอาหารเลวก็ตามที พวกเขาเชื่อว่าประมุขจะต้องรู้เป็นแน่ว่าจะเกิดเรื่องราวพวกนี้ขึ้นได้

          เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ว่างเพียงแค่นั้น ..ใช่แล้ว ไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขาหรอก

          พระชายาหลินเฟยเองก็คิดเช่นนั้น เธอนั้นเพียงแค่อยู่กับคนที่รักก็ดีถมแค่ไหนแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว เธออยากที่จะกอดคนที่เธอรักให้มั่นที่สุด ไหนจะลูกชายของเธออีกเล่า?? ก็ขอให้เป็นคนที่ดีและปกครองให้ได้..

         “เจ้ากำลังเป็นกังวนเกี่ยวกับอี้โหวหรือเจียวหย่า?” เสียงเข้มของเซียวไต้อ๋องพูดขึ้น ใบหน้าของหญิงสาวนั้นพรายยิ้ม ก่อนที่จะโดนโอบกอดโดยอ้อมแขนแกร่งนั้น

         “เจ้าค่ะ ท่านอ๋อง..ข้าคิดถึงลูกเหลือเกิน ข้าหวังว่าเรานั้นจะไม่โดนขังนาน ข้าอยากเจอหน้า..ตอนนี้ข้าเห็นท่านก็ดีใจไปเปราะหนึ่งแล้ว” เจียวหย่านั้นพูดขึ้นเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นสามี เนื่องจากว่าเธอก็รู้สึกผิดที่ทำให้คนทั้งหลายต้องมาติดกับที่น้ และอีกอย่างคือโต้วเสี่ยว หากไม่พากลับมาที่นี้น่าจะดีกว่า แต่ตอนนี้พี่ชายของเธอและเด็กสาว ดันกลายเป็นพี่น้อง(?) ที่ดีต่อกันเสียแล้ว..

          หวังว่าพี่ชายคนโตของเธอ คงจะไม่กินเด็กหรอกเนอะ?

         “ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น..ไม่เป็นไร หากข้าอยู่นี้ ข้าจะปกป้องเจ้าเองเจียวหย่า” ความรักอันหวานชื่นนั้นทำให้หลายคนได้รู้ว่า สองคู่รักนี้คงจะมีปัญหาทางสมองอยู่เป็นแน่ คนบ้าอะไรโดนขังแล้วยังมานั่งพลอดรักกันทุกวันได้อีก ไม่ดูสถานเวลาเลยจริงๆ แต่ก็เถอะนะ หากรักกันขนาดนี้ แม้ลำบากก็จะผ่านมันไปพร้อมกันได้เป็นแน่…

          มันคงจะเป็นอย่างงั้นสิ..

          ไม่กี่วันต่อมา เซียวไต้อ๋องและพระชายานั้นถูกเรียกตัวเพื่อขึ้นไปยังห้องโถงใหญ่ เพื่อความสำราญของนายหญิงตระกูลโต้ว ก่อนที่จะโดนพาตัวไป พระชายาและเซียวไต้อ๋องนั้นก็โดนชำระล้างร่างกายให้สะอาดพริ้งเพื่อเตรียมตัวขึ้นไปหานายเหนือหัวของสถานที่ … พระชายาหลินเฟยนั้นรู้สึกไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย

          นั้นเป็นเพราะตอนที่เธออยู่เตี๋ยนก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ ทั้งยังต้องโดนขอแต่งงาน ไปเป็นภรรยาของคนเถื่อนเช่นนั้นอีก.. รอบนี้คงจะ..ไม่หรอก แต่สำหรับเซียวไต้อ๋องนั้นไม่แน่ ไม่นานนัก คู่สามีภรรยาก็ได้พบเจอกันอีกครั้ง ตอนนี้พระชายาหลินเฟยนั้นกำลังอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อน ที่ดูเรียบง่ายแต่กลับดูขับผิวและสวยงาม ส่วนชุดของไต้อ๋องก็ดันเป็นชุดที่แหวกอกเพื่อที่จะให้เห็นกล้ามเนื้องาม ที่มีตรงนั้น

          ทำให้พระชายาหลินเฟยถึงขั้น ไอคอกๆ ออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว.. รอบข้างปกติก็มีแต่พวกไม่ได้เรื่อง..ไม่ใช่สิ ..ไม่เป็นแบบนี้ แต่พอสามีตัวเองเป็นแบบนี้..แล้วมันทำให้ใบหน้าหวานของนางนั้นขึ้นสี ส่วนไต้อ๋องก็ได้แต่เพียงยิ้มพราว เพราะว่าตนเองนั้น เป็นคนที่ทำให้พระชายาได้รับรู้ถึงเสน่ย์ของตนเอง

          “เจ้าคิดว่าข้าในชุดนี้เป็นเยี่ยงไร เจียวหย่า?” ไต้อ๋องถามในขณะที่เดินไปยังห้องโถงใหญ่เพื่อเข้าพบกับแม่นางหลินเฟย แต่พระชายาหลินเฟยนั้นกลับไม่ตอบ... ก่อนที่จะส่งใบหน้าที่แดงขึ้นเล็กน้อยใส่พระสวามีตนเองอย่างค้อนๆ เมื่อเดินเข้าไปด้านในแล้วก็ได้พบกับห้องที่ไม่ใช่ห้องเดิม … อ้าว..ตรงนี้ไม่ใช่ห้องโถงใหญ่หรอ? เพราะว่ามันเป็นห้องที่มีเตียงขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางแทนที่จะเป็นบัลลังไม้สลักทอง …. เธอเห็นหญิงงามนาม หลินเฟยนั้นกำลังนั่งรำสุราเมไร จิบกิน พร้อมกับเหล่าชายร่างกำยำที่มีใบหน้าหล่อเอาการ แต่ที่สำคัญคงเป็นหุ่นที่ดูจะ น่าจิ้มเล็บขบเข้าใส่อยู่กับนางด้วย

          โฮ่ว..ข้าว่าแล้ว ว่าท่านต้องเหมาะกับชุดนี้แน่..เซียวไต้อ๋อง” นั้นคือคำพูดแรก ที่มาพร้อมกับสายตาโลมเลียร้อนแรงดั่งไฟเผาของนางพญาหลินเฟย ผู้ที่กำลังจับจ้องไปที่แผ่อกของไต้อ๋อง แล้วขบเม่มริมฝีปากอย่างหมั่นเขี้ยว … เสียงของลมหายใจดูแรงขึ้น..

          …….เสียจนได้ยิน

          “......” เซียวไต้อ๋องนั้นไม่ได้พูดอะไร เฉกเช่นเดียวกับพระชายาเจียวหย่า ที่ตอนนี้กำลังจ้องมองแม่นางหลินเฟยด้วยสายตาประหนึ่งว่า ของของข้า ใครอย่ายุ่ง

         “แหม่ๆ..ทำใบหน้าเสียหน้ากลัวเชียว ข้าก็เสียดายใบหน้างามๆของเจ้าอยู่หรอกนะ...แต่เผอิญข้าบ้าชายหล่อมากกว่าหญิงงาม เพราะฉะนั้นข้าไม่จำเป็นต้องสนใจใบหน้างามๆของเจ้าพระชายา” แม่นางหลินเฟยพูดอย่างปัดๆ ก่อนที่นางนั้นจะไหวเส้นผมของตนเอง อย่างร้อนแรง หยิบแก้วเหล้าชั้นหนึ่งขึ้นมาจิบ

          “หยุดวาจาจาบจ้วงพระชายาของเราได้แล้วแม่นางหลินเฟย ข้าคิดว่าท่านไม่ควรพูดเช่นนี้กับชายที่มีภรรยาแล้ว ข้าว่ามันดูไม่งามเท่าไรนัก เมื่อหญิงจำต้องพูดเช่นนี้ออกมา” เซียวไต้อ๋องพูดขึ้น เขาถอนหายใจ เพื่อพยายามลดความโกรธของตนเองลง ส่วนแม่นางหลินเฟยเมื่อได้ยินก็หัวเราะในลำคอยกใหญ่อย่างชอบใจ

          “คนอย่างท่านคงต้องให้ร้องบ๊อกๆ ทำตัวเป็นสัตว์สี่ขาแล้วมาเลียเท้าอ้อนวอนข้า แล้วข้าจะสะใจเป็นพิเศษ แต่เนื่องจากว่า..ข้ายังสงสารเรื่องท่านกับคนรัก ถือว่าข้าทำบุญทำทานให้กับคนรักที่พลักพรากแล้วกัน” สิ้นเสียงของแม่นางหลินเฟย โซ่ตรวนที่ติดกับข้อมือของพระชายาและเซียวไต้อ๋องก็ถูกปลด พร้อมกับชายคนหนึ่งที่เดินมาและมีดาบยาวอยู่ในมือ เขายื่นมันให้กับเซียวไต้อ๋อง …

         “ข้าอยากเห็นลีลาอันเร้าร้อนของท่านกับพระชายา หากไม่ทำ ก็ฆ่านางแล้วมาทำกับข้าก็ได้...เลือกเอาสักอย่างไม่อย่างงั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนแล้วกันพ่อหนุ่มกล้ามแน่น ส่วนเจ้า ถ้าคิดว่าจะอายฟ้าอายดินก็ไม่ต้องนะ สายตาของเจ้าที่จ้องมองพระสวามี ก็ไม่ได้ต่างกับสายตาของข้านัก อย่ามายืนตอแหลแอ๊บใส ทำตัวเป็นนางเอกอยู่เลย” ประโยคแรกนั้นเธอพูดกับเซียวไต้อ๋อง ส่วนประโยคหลังก็ปรายตาไปมองพระชายาหลินเฟยที่กำลังจ้องเธอประหนึ่งจะเอาเลือดเอาเนื้อ

          โอโห้..แร๊ง งง !!!!

          “ปากท่านก็ไม่ได้ต่างอะไรกับกมลสันดานของตนเองเลยนะแม่นางหลินเฟย..” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดขึ้นหลังจากที่ไม่ได้พูดมานาน ส่วนแม่นางหลินเฟยเมื่อได้ยินก็ไม่สะทกสะท้าน เพียงแค่ยักไหล่แล้วทำเหมือนกับเธอไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกา

          นางรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางเลือกอื่น ชายคนนี้รักหญิงข้างกายมากกว่าจะเสียนางไป เขายอมที่จะอายฟ้าดินมากกว่าต้องฆ่าหญิงอันเป็นที่รัก นั้นล่ะ ที่ทำให้เธอได้รู้ว่า วันนี้จะต้องมีเรื่องสนุกให้ดูเป็นแน่แท้ และทางเลือกสุดท้ายของหนูที่ไม่มีทางเลือก มันก็ต้องเลือกสิ่งที่มัน...เป็นไปได้

          ร่างของเซียวไต้อ๋องนั้นเมื่อได้ยินข้อเสนอถึงกับต้องเบิกตากว้างพอๆกับพระชายาหลินเฟย ท่าทางเคอะเขินนั้นทำให้รู้ได้ทันทีว่าจะต้องเลือกทางไหน แต่ทว่ารสนิยมของหญิงตรงหน้าช่างแปลกประหลาก แม้ว่าอีกไม่กี่ชั่วยามต่อมา ร่างของพระชายาหลินเฟยจำต้องนอนคอพับคออ่อนเพราะว่าเรียวแรงที่หายไปจากการทำกิจกรรมต่อหน้าศัตรูแต่ทว่ากับเซียวไต้อ๋องที่อยู่ๆ เจอยาม้ากระทืบโรงอะไรไปก็ไม่รู้

          กลายเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมของพระชายาหลินเฟย ที่ส่วนล่างจะโดนพระสวามีตนเองล้วงล้ำ แม้เต็มใจ แต่ก็เอียงอายไปมิได้ ส่วนแม่นางหลินเฟยที่เห็นลีล่ารักของเซียวไต้อ๋องยามสติมิอยู่กับเนื้อกับตัวก็ได้แต่ใจเต้นสั่นเทิม จนนางนั้นมีส่วนร่วมในการลูบไล้ร่างกายของพระชายาหลินเฟย…

          เพียงแค่ได้กลิ่นกายของพระชายาก็รู้สึกว่าอารมณ์ที่ทำพานั้นเริ่มกระจดกระเจิง … หอมหวานเย้ายวญเหมือนดั่งน้ำผึ้งเดือนห้า น่าลิ้มลอง สุดท้ายแล้ว คืนนั้นก็เป็นคืนที่ทำให้พระชายาหลินเฟย หรือหลินเจียวหย่า ได้รู้ดีว่า.. นางไม่ได้เป็นที่ต้องเพียงชายหนุ่มเท่านั้น…. จนร่างกายของนางนั้นรับความเหนื่อยแทบจะไม่ไหว จนต้องขอตัวในการนอนหลับเพราะสลบคาอกของชายอันเป็นที่รักไปอย่างเสียไม่ได้

@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -5 เงินตำลึง +300 ความหิว -98 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -5 + 300 -98 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-7-22 16:43:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-7-22 16:56


หนึ่งปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก แต่เป็นเรื่องจริง นะจ๊ะๆ

           เปลือกตาที่บอบบางของพระชายาหลินเฟยนั้นค่อยๆลืมตาขึ้นมา เธอมองเห็นอะไรไม่ชัด เพียงแค่จ้องมองเห็นใบหน้าของใครบางคนที่จับมือเธอพร้อมทั้งจ้องมองด้วยสายตาอันซึ่งเป็นห่วง แม้ว่าเธอจะมองอะไรไม่ชัด แต่ทว่าเมื่อกระพริบตาถี่สองถึงสามทีก็เห็นท่านอ๋องที่กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง

           พระชายาหลินเฟยนั้นกำลังที่จะนำมือไปจับไว้กับใบหน้าของท่านอ๋องแต่ทว่าเธอกลับไม่อาจขยับมือของตนเองได้อย่างดีเท่าไรนัก เมื่อพยายามจะออกเสียงพูด ลิ้นของเธอกลับแข็งจนเสียงที่ออกมา อ่อแอ่เหมือนเด็กที่พึ่งหัดพูดอย่างไรอย่างงั้น

          “อะ..อือ...อะ..อะอ๋อง..”
           “เจ้าไม่ต้องพูดอะไรเจียวหย่า ใจเย็นๆ เจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว” เซียวไต้อ๋องพูด ก่อนที่จะนำน้ำให้พระชายาของตนดื่ม คนที่อยู่ภายในห้องนั้นก็จ้องมองอย่างตกตะลึง เขานึกว่าพระชายาหลินเฟยจะไม่ฟื้นคืนจากการนิทราไปเป็นเวลานาน เธอนั้นไม่ได้รู้อะไรเลย ตั้งแต่ครั้งล่าสุด ก็ไม่อาจจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอใช้เวลาฟื้นตัวไปเกือบครึ่งวัน

           ก่อนที่จะฟังคำบอกเล่าทั้งหมดจากปากของเซียวไต้อ๋องและพี่ชายของเธอที่มีโต้วเซี่ยวและหญิงคนหนึ่งที่เธอจะได้ว่า….เอ่อ..?? ใครกันนะ?

           เรื่องราวมันเกิดขึ้นมาได้หนึ่งปีก่อน ทีั่โดนจับ แล้วเธอก็เมื่อมาถึงห้องขังอีกครั้ง ก็นอนสลบไม่ได้สติ หมอของเยี่ยหลางนั้นเข้ามาตรวจดู ก็เห็นว่าเป็นอาการแพ้ท้องของพระชายาหลินเฟย มันช่างแปลกประหลาดที่ท้องของเธอไม่ค่อยโตขึ้นเลย แต่กลับรู้ได้ว่ามีเด็กที่กำลังอยู่ภายในครรภ์ของพระนาง ไม่มีใครรู้ว่านี้เป็นกฤษฎาภินิหารแบบไหน?

           ข้าวและน้ำนั้นล้วนต้องเป็นของบดแล้วผ่านการป้อนอย่างน้อยนิด แต่พระชายาหลินเฟย กลับไม่ได้ซูบผอม ยิ่งนอนก็เหมือนกับการจำศีลเพื่อที่จะเตรียมตัวคลอดเด็ก จนครบหนึ่งปีเธอถึงตื่น ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์ใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้

           “...ข้าไม่รู้ตัวเลย ว่าหลับไปนานขนาดนี้..นี่ข้า..ข้าตั้งครรภ์อย่างงั้นหรือ?” พระชายาหลินเฟยกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตาของตนเอง ว่ามันจะเป็นจริง ใช่แล้ว ตั้งครรภ์เนี้ยนะ? ...หรือว่า..!!

          “เจ้าอาจจะไม่เชื่อ แต่มันเป็นจริงเจียวหย่า นี้คือหลักฐาน ข้าขอโทษที่ไม่อาจดูแลเจ้าให้ดีกว่านี้ แต่ว่าไม่เป็นไรนะใครจะหาว่าเจ้าเป็นอะไร ข้าก็จะอยู่ข้างกายเจ้าเสมอ” เซียวไต้อ๋องพูดแล้วโอบกอดภรรยาของตนเองเอาไว้อีกครั้ง เพื่้อไถ่โทษสิ่งที่เขานั้นได้ทำลงไป เหมือนกับองค์เทพเจ้าลงโทษเขาในหนึ่งปีที่ผ่านมา

           “ข้าว่ามันก็แปลกและไม่น่าเป็นไปได้..ช่วงที่เจ้าหลับไป เจ้าจำอะไรได้บ้างไหมเจียวหย่า?” จิ้นอันกล่าวถามกับเธอก่อนที่โต้วเซี่ยวจะพยักหน้าเหมือนเห็นด้วยว่าควรถามพระชายาเจียวหย่าเพื่อที่จะได้รู้ความว่ามันเกิดอะไรขึ้น..

           “.....องค์แม่หนี่วา...ข้าจำได้เพียง องค์แม่เจ้าหนี่วาประทานไหทองลายฤดูทั้งสี่ รอบทิศ สลักลวดลายงดงามด้านในไหนั้น ยังเป็นดอกบัวเจ็ดชั้นที่ซ้อนกันงดงาม สีแดงชมพู่ ไล่ลงไปจนตรงกลางเป็นสีขาวที่กำลังตูมและค่อยๆผลิเมื่ออยู่ใกล้กายของข้าทุกๆที...เหมือนว่าจะรอวันที่เบ่งบาน และมันก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อข้าดูแลมัน ข้าจำได้เพียงเท่านี้” พระชายาหลินเฟยกล่าวพูด ก่อนที่จะไอออกมาเล็กน้อยเพราะไม่ได้พูดยาวมานาน

           เมื่อใครหลายคนได้ยิน ก็ถึงกับอุทานขึ้นมา

        “ช่างเป็นกฤษฎาภินิหาร...ข้ามั่นใจแน่แท้ว่าดอกบัวนั้น ต้องเป็นบุตรที่มาเกิดในครรภ์ของพระชายาเป็นแน่แท้ขอรับ” เสียงของชายคนหนึ่งในพรรคกระยาจกพูด พระชายาจึงนั่งคิด เหมือนกับไม่แน่ใจว่าที่อยู่ในครรภ์ของนางจะเป็นบุตรชายหรือบุตรสาวกันแน่…

           ขอแค่เป็นเด็กที่แข็งแรงก็เพียงพอแล้ว..

           ตอนนี้..ขอแค่ออกไปข้างนอก… นั้นคือสิ่งที่พระชายาคิด ใช่แล้วล่ะ..จะให้ลูกของเธอ เกิดในคุกนี้ไม่ได้เด็ดขาด!!

@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -26 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -26 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

53

กระทู้

410

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83583
เงินตำลึง
105143
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
280

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
454
ความชั่ว
0
ความโหด
57
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-7-22 20:20:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
172

          เมื่อเดินมาเข้าลึกขึ้นเหตุใดป่าที่ดูสงบร่มรื่นเมื่อครู่จึงเริ่มแผ่บรรยากาศวังเวงขึ้นทุกทีๆก็ไม่ทราบ...
          "ป่านี้มันเริ่มดูแปลกขึ้นไปทุกที เมื่อครู่ยังดูน่าชื่นชมอยู่แท้ๆ" ซ่งหยางหมิงเอ่ยท้วงเบาๆ เขาเริ่มมองไปโดยรอบที่เริ่มเปลี่ยนไปอย่างว่าจริงๆ
          หลินและโม่อวิ๋นซีไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทั้งสามยังคงเดินไปเรื่อยๆก่อนที่แม่นางโม่จะให้สัญญาณหยุด "ระวังด้วยดูเหมือนป่าแห่งนี้จะมีแต่สัตว์มีพิษ" โม่อวิ๋นซีกกล่าวเตือนพลางส่งสายตาไปยังทางหญ้ารกอันเป็นที่ชุกชุมของสัตว์มีพิษบริเวณนี้มีงูพิษเลื้อยอยู่มากมาย
          อีกสองคนพยักหน้าหงึกหงักเป็นการรับทราบ เส้นทางข้างหน้าเริ่มคดเคี้ยวและรกร้างขึ้นทุกทีๆ แม่นางโม่เป็นผู้นำทางอีกครั้งโดยมีหลินและซ่งหยางหมิงเดินตามด้วยความระมัดระวัง งูเงี้ยวเขี้ยวขอ ตะขาบ แมงป่อง สัตว์มีพิษต่างๆล้วนชุกชมในที่แห่งนี้หากเดินไม่ระวังก็อาจถึงชีวิตได้ เส้นทางอันตรายแบบนี้สิถึงจะสมกับเป็นที่ซ่อนของสมบัติ!
          ไม่รู้ตัวเลยทั้งสามเดินมาเรื่อยๆจนกระทั่งผ่านไปแล้วกว่าสองชั่วยาม ท้องฟ้ามืดสนิทไร้แสงตะวันแล้วยิ่งทำให้การเดินทางลำบากมากยิ่งขึ้น... หนึ่งคฤหาสน์หลังใหญ่ตระการตาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าแต่ทว่ากลับดูไม่น่าไว้ใจวางเอาเสียเลย
          "ที่นี่?" หลินเอ่ยขึ้นเป็นเชิงคำถาม
          กลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งมากับสายลม แม่นางโม่พยักหน้าก่อนเอ่ย "ดูเหมือนที่นี่จะเป็นแหล่งคนไม่ดี ข้าไม่อยากปะทะกันให้มากความไปหาทางปีนเข้าไปกันเถอะ"
          หลินและซ่งหยางหมิงเองก็เห็นด้วยเช่นนั้นทั้งสามจึงลัดเลาะไปยังด้านข้างของกำแพงคฤหาสน์สูงหลีกเลี่ยงประตูใหญ่ที่ดูเหมือนจะมีผู้คนคอยคุ้มกันประตูเอาไว้อยู่
          "พวกเจ้าพอจะปีนขึ้นไปได้หรือไม่" กำแพงค่อนข้างสูงอยู่ไม่น้อยแม่นางโม่อวิ๋นซีเอ่ยถามสหายเพราะลำพังตัวนางเองคงจะปีนขึ้นไปได้ไม่ยาก
          ซ่งหยางหมิงมองขึ้นไปแต่ก็ไม่แน่ใจเท่าไรนัก "คิดว่าได้อยู่ขอรับ"
          หลินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่แม่นางโม่อวิ๋นซีจะใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินเดินกำแพงขึ้นไปอย่างง่ายดาย ส่วนหลินและซ่งหยางหมิงก็กำลังพยายามปีนขึ้นไปอย่างเงียบเชียบ ยังดีที่หลินเคยศึกษาวิชาตัวเบามาแล้วจึงปีนกำแพงขึ้นไปได้ไม่ยากเย็นนักก่อนที่จะช่วยซ่งหยางหมิงขึ้นมาอีกคน
          ทั้งสามข้ามมายังอีกฟากของกำแพง แม่นางโม่อวิ๋นซีกวาดสายตามองรอบๆเมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงนำทางสหายค่อยๆเดินเข้าไปด้านใน ตรงนี้มีคนคุ้มกันบางเบาจึงง่ายต่อการลอบเข้าไป เมื่อครู่นี้จำได้ว่าพวกเขากำลังตามหาสมบัติแต่เหตุไฉนจึงกลายมาเป็นแอบย่องเบาเข้าบ้านคนราวกับเป็นหัวขโมยไปได้เล่า?
          หนทางเริ่มสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนอีกครั้งโดยรอบๆรายทางถูกล้อมไปด้วยกุหลาบเลื้อยงดงาม แม่นางโม่เป็นผู้นำทางอย่างที่เคยเป็นนางมองดูแว๊บเดียวจึงทราบในทันทีว่านี่ไม่ใช่กุหลาบธรรมดานางหันมาบอกสหายที่ตามมาว่า "ค่อยๆเดินอย่าโดนกุหลาบเชียว กุหลาบพวกนั้นเป็นค่ายกล เรียกค่ายกลกุหลาบ เมื่อแตะหนึ่งกลีบทางจะสลับซับซ้อนมากขึ้น"
          หลินและซ่งหยางหมิงเมื่อได้ฟังก็เข้าใจทั้งสองจึงระมัดระวังให้มากขึ้นก่อนจะเดินตามผู้นำทางไปไม่ห่าง
          ไม่รู้ว่าอีกไกลเท่าใดจึงจะถึงทางเข้าทั้งสามยังคงค่อยๆลัดเลาะเข้ามาเรื่อยๆอย่างเบาฝีเท้าแต่ด้วยความทางที่แคบลงทำให้ใครบางคนเผลอเดินเฉียดกุหลาบเข้าหนึ่งกลีบ พื้นเริ่มสั่นไหวเบาๆ เส้นทางเริ่มสลับสับเปลี่ยนเป็นให้ซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย และเพราะอย่างนั้นจึงทำให้ถูกรู้ตัวเข้าว่ามีคนแอบลอบเข้ามาภายในปราสาท
          "พวกแกเป็นใคร!" คนเฝ้ายามคนหนึ่งเอ่ยทักพร้อมกับลูกน้องอีกสองสามคน
          โม่อวิ๋นซีไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความพลันใช้ฝ่ามือปะทะกับอีกฝ่ายในทันที หลินและซ่งหยางหมิงเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปเสริมอีกแรง อีกฝ่ายถูกฝ่ามือของแม่นางโม่ซัดกระจัดกระจายแพ้พ่ายอย่างสู้ไม่ได้
          "ตอนนี้ล่ะวิ่งเร็ว!" แม่นางโม่เอ่ยก่อนวิ่งนำไปด้านหน้า
          "หนอยแก! ใครก็ได้รีบไปแจ้งข่าวเร็ว!" ผู้เฝ้ายามคนหนึ่งร้องตะโกนด้วยความเจ็บใจแต่ผู้บุกรุกทั้งสามได้วิ่งหายไปไม่ทิ้งฝุ่นเรียบร้อยเสียแล้ว
          ทั้งสามวิ่งหนีมาเรื่อยๆจนกระทั่งสุดทางซึ่งแยกเป็นสองทางทางหนึ่งเป็นทางโล่งส่วนอีกทางเป็นทางเข้าห้องแต่ทว่าไม่มีเวลาให้คิดมากแม่นางโม่วิ่งไปทางโล่งตามแผนที่ลายแทงในทันทีหลินรู้สึกตะหงิดใจดังนั้นจึงหยุดฝีเท้าลงชะงัก
          "ช้าก่อน" หลินเอ่ยขึ้นพลางพินิจมองห้องลับห้องนี้แว่วหูได้ยินเหมือนมีเสียงมาจากด้านใน "นี่อาจจะเป็นห้องขังข้าขอไปดูให้แน่ใจ"
          "เช่นนั้นเร็วเข้าล่ะ แล้วเรามาเจอกันตรงนี้" โม่อวิ๋นซีไม่มีเวลายื่นมือช่วยเหลือใครโดยไม่จำเป็นจึงขอไปเอาของด้านในก่อนวิ่งหายไปอีกทางในทันที

          เหลือเพียงหลินและซ่งหยางหมิงที่วิ่งไปอีกทาง เมื่อลอบมองเข้าไปด้านในจึงพบว่านี่คือห้องขังจริงๆ

          "นี่มัน!" ซ่งหยางหมิงเอ่ยขึ้นเมื่อมองเห็นคนมากมายถูกขังอยู่ แต่เพราะเหตุใดกัน? คงต้องหาทางรีบช่วยแต่โดยเร็ว
          กลุ่มคนที่ตุมถูกขังแต่งกายด้วยชุดเก่าค่อนข้างโทรมแต่มิใช่ขอทานเสียทีเดียว "คนของพรรคกระยาจกรึ?" หลินเพียงแค่มองก็รู้ทันที การแต่งกายของคนพวกนี้คล้ายกับสหายคนหนึ่งมากนัก 'เจียนหลิว'
          "ช่วยพวกเราที ได้โปรด" หนึ่งในผู้ถูกคุมขังกล่าวขึ้น
          "ต้องรีบช่วยออกมาแล้วล่ะ ก่อนที่พวกนั้นจะตามมาทัน" ซ่งหยางหมิงกล่าวเสริม
          หลินไม่รีรอหยิบดาบแกร่งขึ้นมาแล้วฟาดไปยังแม่กุญแจที่ล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนาทันที


          โพล๊ะ!!


          แม่กุญแจหลุดออกอย่างง่ายดายผู้คนภายในร้องเฮด้วยความดีใจเมื่อได้รับการปลดปล่อย(?)
          @LinJieoya
          "ว่าไงนะมีคนท้องด้วยหรือ!?" ซ่งหยางหมิงตกใจไม่น้อย นอกจากคนพรรคกระยาจกแล้วคนกำลังท้องกำลังไส้เหตุใดจึงนำมาขังไว้ในที่แบบนี้ช่างใจร้ายใจดำเหลือเกิน
          "พวกท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่" หลินเอ่ยถามอีกฝ่ายแต่ดูภายนอกแล้วคงไม่เป็นอะไรมากนัก
          @LinJieoya
          "พวกท่านถูกขังมานานเท่าไรแล้วขอรับ" ซ่งหยางหมิงเอ่ยถาม
          @LinJieoya
          "นะ-หนึ่งปีเชียวหรือ!?" คนถามเมื่อได้ยินคำตอบก็ต้องตกใจ
          "พวกท่านไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว รีบออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ" หลินเอ่ยบอกก่อนช่วยพาผู้คนที่รอดจากการถูกคุมขังออกมาจากห้องขัง
          @LinJieoya
          "ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็นใครมาจากไหนงั้นหรือ" ซ่งหยางหมิงเอ่ยถามคนสามคนที่ดูแตกต่างซึ่งจากที่ดูการแต่งกายแล้วคิดว่าไม่น่าจะใช่คนของพรรคกระยาจก
          @LinJieoya
          ไม่อยากเชื่อว่าผู้ที่ถูกคุมขังจะเป็นถึงผู้สูงศักดิ์อย่างเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่และพระชายากับพี่ชายของพระนาง "ขออภัยที่ข้าน้อยมิได้กล่าวทักทายอย่างเป็นทางการ ข้าน้อยมีนามว่าซ่งหยางหมิง กับสหายนามว่าหลินขอรับ"
          @LinJieoya
          "ข้าน้อยกับสหายจำเป็นต้องรอสหายอีกคนหนึ่งก่อนขอให้พวกท่านปลอดภัย"
          ด้วยเหตุการณ์คับขันเช่นนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก หลินและซ่งหยางหมิงกล่าวอำลาเซียวไต้อ๋อง พระชายาหลินเฟย คุณชายหลิน และคนจากพรรคกระยาจกโดยหวังให้พวกเขาออกไปได้อย่างปลอดภัยก่อนที่ทั้งสองจะกลับไปรอแม่นางโม่อวิ๋นซียังจุดนัดพบ



         


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +111 ความหิว -68 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 111 -68 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x23
x20
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-7-16 06:13

ขึ้นไปด้านบน