ดู: 720|ตอบกลับ: 33

{ นอกเมืองว่านเฉิง } ป่าทิศใต้นอกเมือง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-28 02:48:37 |โหมดอ่าน






ป่าเขี้ยวสมิง

{ นอกเมืองว่านเฉิงทิศใต้ }











【ป่าเขี้ยวสมิง】
สมิงร้ายในพณา คำรามป่าสั่นสะเทือน 
เส้นทางนายพรานแห่งนี้ถูกย่ำกรายหลายหน จนพอให้รถม้าผ่าน
ทว่าความรกชัฎและขึ้นครึ้มของพณาพรรณ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมนัก
อย่างไรก็ตามหากคิดจะผ่านจาก กวนจง ไปสู่ จิงโจวเหนือ
ตัดออกจากว่านเฉิงหนทางนี้นับว่า ลัดสุด สั้นที่สุด
แลกมากับความเสี่ยงภัยจากสัตว์ร้ายเจ้าถิ่น
ที่มาของชื่อป่า สมิง คือเสียงคำรามกึกก้องในทุกคืน
พรานผู้กล้าแห่งว่านเฉิงมีมากที่เคยพบมัน ทว่าไม่เคยพิชิตได้เลย



# โปรดระวังทางเสือผ่าน #







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-28 02:49:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-28 15:28

PART LXVIII


     หลิน คาบูโตะและเลี่ยงเหลียงวิ่งลัดเลาะออกจากประตูเมืองจนมาถึงป่าทางใต้พวกเขาตรงเข้าไปในนั้นหาที่กำบังกายแล้วปรึกษาหารือกันว่าจะเอาอย่างไรต่อ
     @LIN
     "ผาที่ว่านั่นอยู่ที่ไหน?" คาบูโตะเอ่ยถามออกมา เขาพยายามชะเง้อมองหาแต่ก็ถูกทัศนียภาพของทิวไม้บดบังจนหมด
     "ไม่รู้สิขอรับ อาจจะต้องสำรวจพื้นที่กันตอบ" นักพรตเลี่ยงเหลียงตอบออกมา เขาไม่เคยมาที่นี่ก็ไม่อาจทราบได้เหมือนกัน แต่ดูๆ แล้วป่านี้ช่างดูลึกลับสมกับเป็นแหล่งกบด่านของพรรคนอกรีด "แต่คงต้องระวังกันหน่อย"
     "อืม..." คาบูโตะพยักหน้าหลังจากที่ปรึกษากันกับคนในทีมเสร็จเรียบร้อย พวกเขาทั้งสามค่อยๆ เดินตรงลึกเข้าไปในป่ารกชัฏอย่างระมัดระวัง ทั้งอสรพิษและสมาชิกพรรคภูติทมิฬลมดำที่แท้จรองไม่รู้ว่าทางด้านหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง
     ชายสองหญิงหนึ่งเดินเข้ามาในป่าจนลึกสุด รอบด้านไม่มีอะไรนอกจากความมืดและเสียงของธรรมชาติล้อมรอบทั้งสามไม่รู้ว่าตนเองนั้นมาถูกทางหรือไม่แต่ก็ยังมุ่งหน้าเดินต่อไปและสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด ดูเหมือนว่าหลินจะพบเจอสถานที่ๆ คล้ายกับหน้าผาเข้าแล้ว
     @LIN
     "นั่นหรอผาหงส์ฟ้าที่ว่า?" คาบูโตะมองตามที่หลินชี้ให้ดู ต้องขมวดคิ้วเพ่งมองดีๆ ถึงจะเห็นด้วยความมืดและทิวไม้ไผ่บดบังทำให้มองเห็นยาก แต่สิ่งที่พบในความมืดก็น่าจะเป็นผาหงส์ฟ้าจริงๆ "งั้นลุย!"
     @LIN
     เมื่อเห็นหน้าผาที่ว่าแล้วทั้งสามก็เดินหน้าลุยทันทีอย่างไม่มีหยุดพักจนกระทั่งนักพรตเลี่ยงเหลียงที่อยู่หน้าสุดหยุดยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามแล้วยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากบอกว่าให้เงียบๆ ดูเหมือนด้านหน้าจะมีความผิดปกติอะไรบางอย่าง บางทีเขาอาจจะเห็นเงาของสมาชิกพรรคภูติทมิฬลมดำแล้วก็ได้
     @LIN
     "...." คาบูโตะชะงักนิ่งพลางย่อตัวลงหวังจะให้ต้นไม้ใบหญ้าบดบังร่างกายของตนเองพร้อมทั้งสังเกตการณ์ไปด้วย
     จากที่ทั้งสามสังเกตการณ์ก็พบว่าบริเวณทางเข้าป้อมด้านหน้ามีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาและมีชายชุดดำอยู่เป็นจำนวนมากยากที่จะเร้นกายเข้าไปได้
     "เอาไงต่อล่ะทีนี้..." คาบูโตะกระซิบถามเสียงเบา พวกเขาคงต้องคิดหาวิธีการบุกฝ่าเข้าไป ซึ่งหากใช้วิธีของตนเองคงเป็นการบุกเข้าไปซึ่งๆ หน้านี่แหล่ะ และนั่นคงเป็นการเอาชีวิตตนเองไปทิ้งแน่ๆ
     @LIN
     "รอดูสักพักก่อนดีกว่าขอรับ" นักพรตหนุ่มตอบคำถามออกมาไม่แน่อาจจะเห็นวิธีการที่จะเข้าไปโดยง่ายก็ได้
     "อืม.." คาบูโตะพยักหน้าเมื่อได้คำตอบ เขารอดูอีกสักพักอย่างรู้สึกร้อนใจ เวลาที่ผ่านไปแต่ละนาทีช่างคลืบคลานผ่านไปอย่างช้าๆ เสียเหลือเกิน...
     เวลาผ่านไปสักพักมีกลุ่มคนชุดดำท่าทางทางจะขอผ่านด่านไปทั้งสามสังเกตเห็นว่าชายคนนั้นพูดรหัสบางอย่างก่อนที่ผู้เฝ้าประตูจะปล่อยผ่านเข้าไป แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยิน
     "พวกมันพูดว่าอะไร?" คาบูโตะกระซิบถามพรรคพวกที่มาด้วยกัน
     @LIN
      "ถ้ารู้รหัสก็จะผ่านประตูเข้าไปได้สินะขอรับ..." นักพรตหนุ่มคิดไม่ตกทำอย่างไรจึงจะได้รหัสผ่านมา รู้อย่างนี้น่าจะถามสองคนที่พวกเขาทำการทรมาณเมื่อคืนให้คายทุกสิ่งออกมาให้หมด
     แต่ทันใดนั้นเสียงซวบซาบของหญ้าก็ดังขึ้นไม่ไกลจากที่พวกเขาทั้งสามซุ่มดูอยู่ มันเป็นฝีเท้าของคนไม่มีผิดมีใครสักคนที่เดินมาทางนี้ ให้เดาว่าต้องไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแต่ต้องเป็นพวกภูติทมิฬลมดำแน่ๆ พวกเขาต้องคิดหาวิธีอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ หากว่าวิ่งไปหลบที่อีกด้านไม่แน่ว่าพวกคนร้ายอาจจะรู้ตัวและแห่กันมาอีก อีกหนทางหนึ่งคือต่อสู้ ตอนนี้ทั้งสามรู้ตำแหน่งของผู้ที่ผ่านมาแน่ชัดแล้ว
     "เอาอย่างนี้ขอรับเราเราจับตัวคนๆ นั้นมารีดเค้นรหัสผ่านดีกว่า" เลี่ยงเหลียงเสนอความคิดออกมา
     "อืม..." คาบูโตะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไรคนที่เดินมาก็มีเพียงหนึ่งตอนนี้กำลังของเขาเหนือกว่าเยอะจะมีก็แค่สู้ให้ไวโดยไม่เกิดเสียง
     @LIN
     ทั้งสามทำตามแผนที่ตกลงไว้ ทำตัวให้เงียบที่สุดและเมื่อคนๆ นั้นเดินผ่านทางมาคาบูโตะก็โผล่ออกมาที่ซ่อนโดยไม่ให้คนๆ นั้นได้ทันรู้ตัวก่อนที่จะเตะผ่าหมากจนคนๆ นั่นทรุดลงกับพื้นไร้เรี่ยวแรงจะขยับเขยื้อนด้วยความจุดจนพูดไม่ออก และจับปิดปากลากตัวเข้ามาให้พงไผ่อย่างเงียบเสียงที่สุด เพื่อไม่ให้คนๆ นั้นหนีไปได้นักพรตเลี่ยงเหลียงก็สะกัดจุดเอาไว้ไม่ให้เขาได้ขยับตัว คมกระบี่จ่อที่คอหอยของผู้ที่จับมาเป็นสัญญาณว่าหากส่งเสียงหรือขัดขืน ตาย!



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -8 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -8 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83918
เงินตำลึง
106554
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
251

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
406
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-28 17:00:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
KABUTO ตอบกลับเมื่อ 2017-8-28 02:49
PART LXVIII

     หลิน คาบูโตะและเลี่ยงเห ...

64
                   หลิน คาบูโตะและเลี่ยงเหลียงวิ่งลัดเลาะออกจากประตูเมืองจนมาถึงป่าทางใต้พวกเขาตรงเข้าไปในนั้นหาที่กำบังกายแล้วปรึกษาหารือกันว่าจะเอาอย่างไรต่อ
                    "ท่าทางจะไม่มีใครตามมา" หลินบอกเมื่อเห็นว่าฝ่ายเราออกมาได้ไกลแล้ว
                    "ผาที่ว่านั่นอยู่ที่ไหน?" คาบูโตะเอ่ยถามออกมา เขาพยายามชะเง้อมองหาแต่ก็ถูกทัศนียภาพของทิวไม้บดบังจนหมด
                    "ไม่รู้สิขอรับ อาจจะต้องสำรวจพื้นที่กันตอบ" นักพรตเลี่ยงเหลียงตอบออกมา เขาไม่เคยมาที่นี่ก็ไม่อาจทราบได้เหมือนกัน แต่ดูๆ แล้วป่านี้ช่างดูลึกลับสมกับเป็นแหล่งกบด่านของพรรคนอกรีด "แต่คงต้องระวังกันหน่อย"
                    "อืม..." คาบูโตะพยักหน้าหลังจากที่ปรึกษากันกับคนในทีมเสร็จเรียบร้อย พวกเขาทั้งสามค่อยๆ เดินตรงลึกเข้าไปในป่ารกชัฏอย่างระมัดระวัง ทั้งอสรพิษและสมาชิกพรรคภูติทมิฬลมดำที่แท้จรองไม่รู้ว่าทางด้านหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง
                    ชายสองหญิงหนึ่งเดินเข้ามาในป่าจนลึกสุด รอบด้านไม่มีอะไรนอกจากความมืดและเสียงของธรรมชาติล้อมรอบทั้งสามไม่รู้ว่าตนเองนั้นมาถูกทางหรือไม่แต่ก็ยังมุ่งหน้าเดินต่อไปและสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด ดูเหมือนว่าหลินจะพบเจอสถานที่ๆ คล้ายกับหน้าผาเข้าแล้ว
                    "ข้างหน้ามีผาอยู่" หลินเอ่ยขึ้นก่อนจะชี้ไปยังสถานที่ที่ดูแล้วน่าจะเป็นผาหงส์ฟ้าที่ทั้งสามกำลังตามหาอยู่ "ข้าว่าน่าจะเป็นผาหงส์ฟ้าไม่ผิดแน่"
                    "นั่นหรอผาหงส์ฟ้าที่ว่า?" คาบูโตะมองตามที่หลินชี้ให้ดู ต้องขมวดคิ้วเพ่งมองดีๆ ถึงจะเห็นด้วยความมืดและทิวไม้ไผ่บดบังทำให้มองเห็นยาก แต่สิ่งที่พบในความมืดก็น่าจะเป็นผาหงส์ฟ้าจริงๆ "งั้นลุย!"
                    "..." หลินพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะเดินตามไป ภายในป่าค่อนข้างมืดจึงทำให้ต้องระวังไม่ให้ออกนอกเส้นทางไปด้วย
                   เมื่อเห็นหน้าผาที่ว่าแล้วทั้งสามก็เดินหน้าลุยทันทีอย่างไม่มีหยุดพักจนกระทั่งนักพรตเลี่ยงเหลียงที่อยู่หน้าสุดหยุดยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามแล้วยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากบอกว่าให้เงียบๆ ดูเหมือนด้านหน้าจะมีความผิดปกติอะไรบางอย่าง บางทีเขาอาจจะเห็นเงาของสมาชิกพรรคภูติทมิฬลมดำแล้วก็ได้
                    "!!?" หลินหยุดฝีเท้าของตนเองโดยทันทีก่อนจะนิ่งเงียบและเงี่ยหูฟังว่ามีอะไรเกิดขึ้นข้างหน้าหรือไม่
                    "...." คาบูโตะชะงักนิ่งพลางย่อตัวลงหวังจะให้ต้นไม้ใบหญ้าบดบังร่างกายของตนเองพร้อมทั้งสังเกตการณ์ไปด้วย
                    จากที่ทั้งสามสังเกตการณ์ก็พบว่าบริเวณทางเข้าป้อมด้านหน้ามีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาและมีชายชุดดำอยู่เป็นจำนวนมากยากที่จะเร้นกายเข้าไปได้
                    "เอาไงต่อล่ะทีนี้..." คาบูโตะกระซิบถามเสียงเบา พวกเขาคงต้องคิดหาวิธีการบุกฝ่าเข้าไป ซึ่งหากใช้วิธีของตนเองคงเป็นการบุกเข้าไปซึ่งๆ หน้านี่แหล่ะ และนั่นคงเป็นการเอาชีวิตตนเองไปทิ้งแน่ๆ
                    "นั่นสิ.." หลินพึมพัมเสียงเบาฝ่ายตนก็คิดอะไรไม่ออกเลยเช่นเดียวกันในเมื่อมีชายชุดดำอยู่เบื้องหน้ามากมายขนาดนี้
                    "รอดูสักพักก่อนดีกว่าขอรับ" นักพรตหนุ่มตอบคำถามออกมาไม่แน่อาจจะเห็นวิธีการที่จะเข้าไปโดยง่ายก็ได้
                    "อืม.." คาบูโตะพยักหน้าเมื่อได้คำตอบ เขารอดูอีกสักพักอย่างรู้สึกร้อนใจ เวลาที่ผ่านไปแต่ละนาทีช่างคลืบคลานผ่านไปอย่างช้าๆ เสียเหลือเกิน...
                    เวลาผ่านไปสักพักมีกลุ่มคนชุดดำท่าทางทางจะขอผ่านด่านไปทั้งสามสังเกตเห็นว่าชายคนนั้นพูดรหัสบางอย่างก่อนที่ผู้เฝ้าประตูจะปล่อยผ่านเข้าไป แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยิน
                   "พวกมันพูดว่าอะไร?" คาบูโตะกระซิบถามพรรคพวกที่มาด้วยกัน
                   "คงจะเป็นรหัสลับสิท่า" หลินเอ่ยพลางครุ่นคิดซึ่งมันยากที่จะได้ยินเหลือเกิน
                   "ถ้ารู้รหัสก็จะผ่านประตูเข้าไปได้สินะขอรับ..." นักพรตหนุ่มคิดไม่ตกทำอย่างไรจึงจะได้รหัสผ่านมา รู้อย่างนี้น่าจะถามสองคนที่พวกเขาทำการทรมาณเมื่อคืนให้คายทุกสิ่งออกมาให้หมด
                   แต่ทันใดนั้นเสียงซวบซาบของหญ้าก็ดังขึ้นไม่ไกลจากที่พวกเขาทั้งสามซุ่มดูอยู่ มันเป็นฝีเท้าของคนไม่มีผิดมีใครสักคนที่เดินมาทางนี้ ให้เดาว่าต้องไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแต่ต้องเป็นพวกภูติทมิฬลมดำแน่ๆ พวกเขาต้องคิดหาวิธีอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ หากว่าวิ่งไปหลบที่อีกด้านไม่แน่ว่าพวกคนร้ายอาจจะรู้ตัวและแห่กันมาอีก อีกหนทางหนึ่งคือต่อสู้ ตอนนี้ทั้งสามรู้ตำแหน่งของผู้ที่ผ่านมาแน่ชัดแล้ว
                   "เอาอย่างนี้ขอรับเราเราจับตัวคนๆ นั้นมารีดเค้นรหัสผ่านดีกว่า" เลี่ยงเหลียงเสนอความคิดออกมา
                   "อืม..." คาบูโตะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไรคนที่เดินมาก็มีเพียงหนึ่งตอนนี้กำลังของเขาเหนือกว่าเยอะจะมีก็แค่สู้ให้ไวโดยไม่เกิดเสียง
                   "ตกลงตามนั้น" หลินพยักหน้าเห็นด้วยอีกคนพลางตั้งหลักให้มั่นและเตรียมทำตามแผน
                   ทั้งสามทำตามแผนที่ตกลงไว้ ทำตัวให้เงียบที่สุดและเมื่อคนๆ นั้นเดินผ่านทางมาคาบูโตะก็โผล่ออกมาที่ซ่อนโดยไม่ให้คนๆ นั้นได้ทันรู้ตัวก่อนที่จะเตะผ่าหมากจนคนๆ นั่นทรุดลงกับพื้นไร้เรี่ยวแรงจะขยับเขยื้อนด้วยความจุดจนพูดไม่ออก และจับปิดปากลากตัวเข้ามาให้พงไผ่อย่างเงียบเสียงที่สุด เพื่อไม่ให้คนๆ นั้นหนีไปได้นักพรตเลี่ยงเหลียงก็สะกัดจุดเอาไว้ไม่ให้เขาได้ขยับตัว คมกระบี่จ่อที่คอหอยของผู้ที่จับมาเป็นสัญญาณว่าหากส่งเสียงหรือขัดขืน ตาย!

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -8 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -8 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-28 17:24:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-28 21:06

PART LXIX


     "มีผู้บุกรุก!!" ไม่ทันไรชายชุดดำคนนั้นก็ร้องลั่นออกมาแม้ว่ากระบี่จะจ่ออยู่ที่คอหอย ในเมื่อไม่รักชีวิตของตนเองก็ไม่จำเป็นต้องเก็บทิ้งไว้ ไหนๆ หากพวกนั้นอ้างประสงค์ของพระเจ้าแล้วเขาก็จะทำหน้าที่พระเจ้าพิพากษาชีวิตให้เดี๋ยวนั้น คาบูโตะจัดการเชือดคอหอยชายผู้นั้นทิ้งอย่างไม่ลังเล บาดแผลที่คอลึกเสียจนคอเกือบขาดออกจากกัน
    "หนี!" คาบูโตะส่งสัญญาณให้ทั้งสองที่ตามมาด้วยวิ่งหนีทันทีก่อนที่จะมีใครมาเจอตัวพวกเขาได้
     @LIN
     นักพรตเลี่ยงเหลียงใช้วิชาตัวเบาออกวิ่งนำหน้าไปก่อนเพื่อขจัดอุปสรรคที่ขวางหน้า กิ่งต้นไม้ที่เกะกะถูกตัดขวางด้วยกระบี่คมกริบเปิดทางให้ทั้งสองที่ตามมา
     คาบูโตะวิ่งปิดท้ายตามหลังหลินไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาทางนี้ "ฉิบ!" เขาสบถออกมาทันทีอย่างรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาหากว่าเสียงขับไล่ไม่ตามมาเป็นสิบก็ว่าจะยืนหยัดสู้อยู่หรอก ถ้าจำนวนมากไปก็คงจะสู้ไม่ไหว แล้วแบบนี้จะได้ไปหาซูปี้เมื่อไรกัน
     @LIN
     ทั้งสามวิ่งหนีมาเรื่อยๆ จนถึงเบื้องหน้าที่เป็นหน้าผาสูงชันข้างหลังมีชายชุดดำกว่าสิบคนไล่ตามมาคงต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะสู้หรือโดดหน้าผาหนีก็มีค่าความเป็นความตายพอๆ กัน...
     พวกเขาชะโงกหน้ามองลงไปยังหน้าผาด้านล่าง มันสูงเสียจนคิดว่าโอกาสรอดคงมียากที่แน่ๆ ก็คือไม่มากเท่าสู้ตายดีกว่า...
     คาบูโตะถอดผ้าพันศีรษะที่ปกปิดรอยแผลเป็นลึกที่ข้างขมับออกมาพันมือข้างที่จับกระบี่ไว้ให้แน่นจนมันไม่สามารถที่จะกระเด็นหลุดออกไปจากมือได้อย่างแน่นอน จากนี้ใครก็ขวางก็ช่างเขาจะสังหารให้สิ้นและช่วยน้องสาวออกมา
     @LIN
     นักพรตเลี่ยงเหลียงเองก็ชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อเตรียมสู้รบ เขามองหาทางหนีทีไล่เผื่อเอาไว้ด้วยหากพรรคพวกแพ้หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองจะได้หนีเอาตัวรอดได้เพราะการที่ต้องรับมือหนึ่งต่อห้าก็นับว่าลำบากเอาการ
     ศัตรูเบื้องหน้ามีเป็นสิบบ้างก็ชักกระบี่ออกมาบ้างก็ใช้อาวุธเป็นกระบองหนามแหลมคม พวกเขาเคยประมือกับคนของพรรคภูติทมิฬลมดำมาบ้างแล้วสองสามครั้งจึงพอจะรู้ฝีมือและวิทยายุทธ์ของอีกฝ่ายมาบ้างโดยคิดว่าคนกลุ่มนี้ก็คงจะมีฝีมือไม่ต่างกันนัก
     "พวกเจ้าเป็นใครริอาจมาแต่งตัวเลียนแบบพวกเรา" ชายชุดดำสมาชิกพรรคภูติทมิฬลมดำเอ่ยถามเสียงเหี้ยมเกรียม
     "พวกเราจะเป็นใครไม่สำคัญแต่ที่แน่ๆ คนชั่วจะต้องถูกกำจัด" นักพรตเลี่ยงเหลียงตอบออกไปอย่างดุดันไม่แพ้กัน
     "กล้าท้าทายทูตของสวรรค์เช่นนั้นเจ้าก็จงตายซะ ย้าก!" คนร้ายแทงกระบี่สวนเข้ามาทันทีที่พูดจบ
     "!!" นักพรตเลี่ยงเหลียงใช้วิชาตัวเบาถีบตัวจากพื้นกระโดดหลบคนร้ายที่พุ่งกระบี่เข้าหาพุ่งไปสู้กับเหล่าร้ายที่อยู่เบื้องหน้า
     "ฮึ่ม!" คาบูโตะกระโดดหลบไปด้านขวาแล้วยกกระบี่มือปราบฟันคนร้ายที่กระโจนเข้ามาหา เขาพยายามหลีกเลี่ยงตัวเองให้อยู่พ้นหน้าผามากที่สุดเพื่อไม่ให้พลาดท่าตกลงไปได้ ยังไม่ทันได้รับมือกับคนแรกดีคนที่สองก็เข้ามาโจมตีต่อ เขาเอนตัวไปด้านหลังหลบกระบี่ที่ฟันมาอย่างรวดเร็ว "หนอยแน่เจ้าพวกนี้!" ชายหนุ่มคำรามออกมาดังลั่นอย่างเหลืออดและไม่ยอมเป็นรองอีกต่อไปจึงดาหน้ากวัดแกว่งกระบี่ในมือไปด้านหน้าอย่างน่ากลัวแม้มันจะดูมั่วซั่วไปหน่อยก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจะได้ผลเพราะความมั่วนั้นทำให้คนร้ายเดาทางเขาไม่ออก และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมบุกเข้ามาใกล้ๆ เขาก็เป็นฝ่ายบุกกลับบ้าง แต่อย่างไรเสียด้วยความที่อีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่าหลายเท่าจึงทำให้การต่อสู้นี้เพียงแค่สูสีเท่านั้น...
     @LIN



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -9 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -9 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83918
เงินตำลึง
106554
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
251

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
406
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-28 21:36:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2018-9-8 15:59

65
                    "มีผู้บุกรุก!!" ไม่ทันไรชายชุดดำคนนั้นก็ร้องลั่นออกมาแม้ว่ากระบี่จะจ่ออยู่ที่คอหอย ในเมื่อไม่รักชีวิตของตนเองก็ไม่จำเป็นต้องเก็บทิ้งไว้ ไหนๆ หากพวกนั้นอ้างประสงค์ของพระเจ้าแล้วเขาก็จะทำหน้าที่พระเจ้าพิพากษาชีวิตให้เดี๋ยวนั้น คาบูโตะจัดการเชือดคอหอยชายผู้นั้นทิ้งอย่างไม่ลังเล บาดแผลที่คอลึกเสียจนคอเกือบขาดออกจากกัน
                    "หนี!" คาบูโตะส่งสัญญาณให้ทั้งสองที่ตามมาด้วยวิ่งหนีทันทีก่อนที่จะมีใครมาเจอตัวพวกเขาได้
                    "..." เมื่อเห็นเช่นนั้นหลินจึงหนีไปตามสัญญาณที่คาบูโตะได้บอกกล่าว
                    นักพรตเลี่ยงเหลียงใช้วิชาตัวเบาออกวิ่งนำหน้าไปก่อนเพื่อขจัดอุปสรรคที่ขวางหน้า กิ่งต้นไม้ที่เกะกะถูกตัดขวางด้วยกระบี่คมกริบเปิดทางให้ทั้งสองที่ตามมา
                    คาบูโตะวิ่งปิดท้ายตามหลังหลินไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาทางนี้ "ฉิบ!" เขาสบถออกมาทันทีอย่างรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาหากว่าเสียงขับไล่ไม่ตามมาเป็นสิบก็ว่าจะยืนหยัดสู้อยู่หรอก ถ้าจำนวนมากไปก็คงจะสู้ไม่ไหว แล้วแบบนี้จะได้ไปหาซูปี้เมื่อไรกัน
                    "พวกมันตามมารึ" หลินพึมพัมในลำคอเมื่อรับรู้ได้ถึงจำนวนคนไม่น้อยที่ไล่ตามมาเช่นเดียวกัน
                    ทั้งสามวิ่งหนีมาเรื่อยๆ จนถึงเบื้องหน้าที่เป็นหน้าผาสูงชันข้างหลังมีชายชุดดำกว่าสิบคนไล่ตามมาคงต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะสู้หรือโดดหน้าผาหนีก็มีค่าความเป็นความตายพอๆ กัน...
                    พวกเขาชะโงกหน้ามองลงไปยังหน้าผาด้านล่าง มันสูงเสียจนคิดว่าโอกาสรอดคงมียากที่แน่ๆ ก็คือไม่มากเท่าสู้ตายดีกว่า...
                    คาบูโตะถอดผ้าพันศีรษะที่ปกปิดรอยแผลเป็นลึกที่ข้างขมับออกมาพันมือข้างที่จับกระบี่ไว้ให้แน่นจนมันไม่สามารถที่จะกระเด็นหลุดออกไปจากมือได้อย่างแน่นอน จากนี้ใครก็ขวางก็ช่างเขาจะสังหารให้สิ้นและช่วยน้องสาวออกมา
                    หลินกระชับกระบี่มือปราบที่ได้มาก่อนหน้านี้แน่นพร้อมกับซ่อนมีดของปู่ไว้ที่แขนเสื้อหากว่าเผลอพลาดท่าเข้าจะได้หยิบมันมาใช้ได้ทันท่วงที
                    นักพรตเลี่ยงเหลียงเองก็ชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อเตรียมสู้รบ เขามองหาทางหนีทีไล่เผื่อเอาไว้ด้วยหากพรรคพวกแพ้หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองจะได้หนีเอาตัวรอดได้เพราะการที่ต้องรับมือหนึ่งต่อห้าก็นับว่าลำบากเอาการ
                    ศัตรูเบื้องหน้ามีเป็นสิบบ้างก็ชักกระบี่ออกมาบ้างก็ใช้อาวุธเป็นกระบองหนามแหลมคม พวกเขาเคยประมือกับคนของพรรคภูติทมิฬลมดำมาบ้างแล้วสองสามครั้งจึงพอจะรู้ฝีมือและวิทยายุทธ์ของอีกฝ่ายมาบ้างโดยคิดว่าคนกลุ่มนี้ก็คงจะมีฝีมือไม่ต่างกันนัก
                    "พวกเจ้าเป็นใครริอาจมาแต่งตัวเลียนแบบพวกเรา" ชายชุดดำสมาชิกพรรคภูติทมิฬลมดำเอ่ยถามเสียงเหี้ยมเกรียม
                    "พวกเราจะเป็นใครไม่สำคัญแต่ที่แน่ๆ คนชั่วจะต้องถูกกำจัด" นักพรตเลี่ยงเหลียงตอบออกไปอย่างดุดันไม่แพ้กัน
                    "กล้าท้าทายทูตของสวรรค์เช่นนั้นเจ้าก็จงตายซะ ย้าก!" คนร้ายแทงกระบี่สวนเข้ามาทันทีที่พูดจบ
                    "!!" นักพรตเลี่ยงเหลียงใช้วิชาตัวเบาถีบตัวจากพื้นกระโดดหลบคนร้ายที่พุ่งกระบี่เข้าหาพุ่งไปสู้กับเหล่าร้ายที่อยู่เบื้องหน้า
                    "ฮึ่ม!" คาบูโตะกระโดดหลบไปด้านขวาแล้วยกกระบี่มือปราบฟันคนร้ายที่กระโจนเข้ามาหา เขาพยายามหลีกเลี่ยงตัวเองให้อยู่พ้นหน้าผามากที่สุดเพื่อไม่ให้พลาดท่าตกลงไปได้ ยังไม่ทันได้รับมือกับคนแรกดีคนที่สองก็เข้ามาโจมตีต่อ เขาเอนตัวไปด้านหลังหลบกระบี่ที่ฟันมาอย่างรวดเร็ว "หนอยแน่เจ้าพวกนี้!" ชายหนุ่มคำรามออกมาดังลั่นอย่างเหลืออดและไม่ยอมเป็นรองอีกต่อไปจึงดาหน้ากวัดแกว่งกระบี่ในมือไปด้านหน้าอย่างน่ากลัวแม้มันจะดูมั่วซั่วไปหน่อยก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจะได้ผลเพราะความมั่วนั้นทำให้คนร้ายเดาทางเขาไม่ออก และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมบุกเข้ามาใกล้ๆ เขาก็เป็นฝ่ายบุกกลับบ้าง แต่อย่างไรเสียด้วยความที่อีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่าหลายเท่าจึงทำให้การต่อสู้นี้เพียงแค่สูสีเท่านั้น...
                     ด้วยจำนวนศัตรูที่ค่อนข้างมากกว่าคราก่อนหลินที่ไม่ค่อยชำนาญการต่อสู้เท่าไหร่นักเอาตัวรอดโดยการตวัดกระบี่ปกป้องตนเองจากศัตรูที่ดาหน้าเข้ามา และถอยหลังหลบหลีกจากหน้าผามาตั้งหลักข้างหลัง ดูเหมือนว่าจบศึกครั้งนี้ตนจะต้องไปหาที่ฝึกฝนฝีมืออย่างจริงจังบ้างเสียแล้ว

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -8 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -8 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-28 22:25:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-28 22:28

PART LXX


     หลิน คาบูโตะ และนักพรตเลี่ยงเหลี่ยงต่อสู้กับพรรคภูติทมิฬลมดำนับสิบอยู่ได้สักพักยังไม่มีใครที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่ในตอนนี้พวกเขาต่างเหนื่อยล้าไปไม่น้อยเลยทีเดียว
     "แฮ่ก... แฮ่ก.... ฮึ่ม!..." คาบูโตะหอบแฮ่กหลังจากที่ต่อสู้มาได้พักหนึ่งตอนนี้เหงื่อกาฬไหลท่วมกายชายหนุ่มเต็มไปหมด เสื้อสีดำเปียกชื้นลู่แนบเนื้อหากยังไม่สามารถฆ่าใครได้สักคนคงจะผ่านด่านนี้ไปได้ยาก
     @LIN
     นักพรตเลี่ยงเหลียงเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากของตนก่อนที่จะเห็นว่ากลุ่มภูติทมิฬลมดำมาสมทบเพิ่มอีกราวๆ สามสิบคน สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ไปอีกหากต้องสู้หนึ่งต่อสิบไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะสู้ไหว
     "ชิ!" แม้จะเห็นกำลังเสริมมาแต่คาบูโตะยังคงตั้งดาบสู้ไม่มีถอยต่อให้ดันทุรังต่อไปเขาก็ไม่ยอมแพ้ "จะสิบยี่สิบคนก็เข้ามา!" ชายหนุ่มประกาศลั่นด้วยน้ำเสียงแหบสั่นจากความเหนื่อย เขาจะต้องไปช่วยซูปี้ให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มเงื้อกระบี่ขึ้นสู้ยิบตาอย่างไม่ยอมแพ้ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย และด้วยความบ้าบิ่นของเขาก็สังหารกลุ่มพรรคภูติทมิฬลมดำไปได้ถึงสี่คน
     @LIN
     แม้ว่าทั้งสามจะสามารถสังหารคนร้ายได้ไปร่วมสิบคน แต่ก็ยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนที่มาสมทบตอนนี้พวกเขาเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว นักพรตหนุ่มหันไปทางหน้าผาแว้บหนึ่งบางทีเขาก็รู้สึกเปลี่ยนใจขึ้นมากระทันหันบางทีการกระโดดหน้าผาอาจจะพอมีทางรอดได้มากกว่า
     ทั้งสามที่ไร้แรงถูกไล่ต้อนไปที่หน้าผ้าจนต้องถอยหลังตามไล่เรื่อยๆ...
     "เห็นทีว่าคงต้องกระโดดหน้าผาแล้วขอรับ" เลี่ยงเหลียงเอ่ยบอกทั้งสองออกมาอย่างไม่มีทางเลี่ยง
     "ปัดโถ่เว้ย!" คาบูโตะสบถออกมาอย่างเจ็บใจตอนนี้แค่จะถือดาบยังแทบจะไม่มีแรง หากว่าไม่พันผ้าไว้กับกระบี่มันคงจะร่วงลงพื้นไปแล้ว
     @LIN
     "ถ้าข้าให้สัญญาณแล้วโดดพร้อมกันนะขอรับ" เลี่ยงเหลียงเอ่ยขึ้นแล้วจับมือของหลินและคาบูโตะเอาไว้ คนร้ายเงื้อดาบขึ้นจะฟันทั้งสามแต่กระนั้นนักพรตหนุ่มก็ตะโกนออกมาก่อน "โดด!!!"
    "ฮึ่ย!" คาบูโตะจับมือข้างหนึ่งของนักพรตเอาไว้แล้วตัดสินใจหลับตากระโดดลงหน้าผาไป "ซูปี้!!!!!!" ชายหนุ่มตะโกนชื่อน้องสาวของเขาออกมาอย่างสุดเสียงในขณะที่โดดหน้าผานั่นเอง
     @LIN  


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -9 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -9 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83918
เงินตำลึง
106554
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
251

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
406
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-29 00:51:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2018-9-8 16:00

66
                   หลิน คาบูโตะ และนักพรตเลี่ยงเหลี่ยงต่อสู้กับพรรคภูติทมิฬลมดำนับสิบอยู่ได้สักพักยังไม่มีใครที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่ในตอนนี้พวกเขาต่างเหนื่อยล้าไปไม่น้อยเลยทีเดียว
                    "แฮ่ก... แฮ่ก.... ฮึ่ม!..." คาบูโตะหอบแฮ่กหลังจากที่ต่อสู้มาได้พักหนึ่งตอนนี้เหงื่อกาฬไหลท่วมกายชายหนุ่มเต็มไปหมด เสื้อสีดำเปียกชื้นลู่แนบเนื้อหากยังไม่สามารถฆ่าใครได้สักคนคงจะผ่านด่านนี้ไปได้ยาก
                    หลินพยายามใช้กระบี่ต่อสู้อย่างสุดความสามารถแต่ก็ทำได้เพียงแค่แกว่งมันไปมา ใช้มันป้องกันการโจมตี และหลบหลีกการโจมตีเพียงเท่านั้น เป็นเรื่องยากนักที่จะทำให้พวกมันได้แผลกันสักสามสี่แผล
                    นักพรตเลี่ยงเหลียงเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากของตนก่อนที่จะเห็นว่ากลุ่มภูติทมิฬลมดำมาสมทบเพิ่มอีกราวๆ สามสิบคน สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ไปอีกหากต้องสู้หนึ่งต่อสิบไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะสู้ไหว
                    "ชิ!" แม้จะเห็นกำลังเสริมมาแต่คาบูโตะยังคงตั้งดาบสู้ไม่มีถอยต่อให้ดันทุรังต่อไปเขาก็ไม่ยอมแพ้ "จะสิบยี่สิบคนก็เข้ามา!" ชายหนุ่มประกาศลั่นด้วยน้ำเสียงแหบสั่นจากความเหนื่อย เขาจะต้องไปช่วยซูปี้ให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มเงื้อกระบี่ขึ้นสู้ยิบตาอย่างไม่ยอมแพ้ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย และด้วยความบ้าบิ่นของเขาก็สังหารกลุ่มพรรคภูติทมิฬลมดำไปได้ถึงสี่คน
                    "..." เมื่อเห็นศัตรูถูกกำจัดไปได้ถึงสี่คนมันก็น่าดีใจอยู่ไม่น้อยทว่าอีกสามสิบกว่าคนที่มาเพิ่มนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดายที่จะต่อกรด้วยเลยทีเดียว
                    แม้ว่าทั้งสามจะสามารถสังหารคนร้ายได้ไปร่วมสิบคน แต่ก็ยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนที่มาสมทบตอนนี้พวกเขาเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว นักพรตหนุ่มหันไปทางหน้าผาแว้บหนึ่งบางทีเขาก็รู้สึกเปลี่ยนใจขึ้นมากระทันหันบางทีการกระโดดหน้าผาอาจจะพอมีทางรอดได้มากกว่า
                    ทั้งสามที่ไร้แรงถูกไล่ต้อนไปที่หน้าผ้าจนต้องถอยหลังตามไล่เรื่อยๆ...
                    "เห็นทีว่าคงต้องกระโดดหน้าผาแล้วขอรับ" เลี่ยงเหลียงเอ่ยบอกทั้งสองออกมาอย่างไม่มีทางเลี่ยง
                    "ปัดโถ่เว้ย!" คาบูโตะสบถออกมาอย่างเจ็บใจตอนนี้แค่จะถือดาบยังแทบจะไม่มีแรง หากว่าไม่พันผ้าไว้กับกระบี่มันคงจะร่วงลงพื้นไปแล้ว
                    "ไม่มีทางเลือกจริงๆแล้วรึ..."  หลินเอ่ยขึ้นหากไม่โดดลงไปก็คงถูกพวกชุดดำที่ตามมาสมทบฆ่าอยู่ดีจึงจำเป็นต้องเลือกอีกทางเพื่อเอาชีวิตรอด
                   "ถ้าข้าให้สัญญาณแล้วโดดพร้อมกันนะขอรับ" เลี่ยงเหลียงเอ่ยขึ้นแล้วจับมือของหลินและคาบูโตะเอาไว้ คนร้ายเงื้อดาบขึ้นจะฟันทั้งสามแต่กระนั้นนักพรตหนุ่มก็ตะโกนออกมาก่อน "โดด!!!"
                   "ฮึ่ย!" คาบูโตะจับมือข้างหนึ่งของนักพรตเอาไว้แล้วตัดสินใจหลับตากระโดดลงหน้าผาไป "ซูปี้!!!!!!" ชายหนุ่มตะโกนชื่อน้องสาวของเขาออกมาอย่างสุดเสียงในขณะที่โดดหน้าผานั่นเอง
                   "อื้ม!"
เวลานี้จะมาลังเลอยู่ไม่ได้แล้วหลินจับมืออีกข้างหนึ่งของนักพรตไว้เช่นกันก่อนจะหลับตาแล้วทิ้งตัวดิ่งลงไปยังก้นผาพร้อมกับอีกสองคนทว่าจังหวะนั้นมืออีกข้างของหญิงสาวกลับถูกใครบางคนคว้าเอาไว้ก่อนจะตกลงไปพร้อมกับสหายทั้งสอง "!!!" นางพยายามดึงมือข้างที่จับไว้กับนักพรตหนุ่มเลี่ยงเหลียงเอาไว้แล้วแต่ไม่ไหวมือทั้งสองคนที่จับต่อกันหลุดจากมือของหลินไป "ไม่นะ!!"
                   เมื่อถูกดึงขึ้นไปหลินรู้สึกแปลกใจปนเสียใจที่ไม่สามารถดึงมือคนที่เหลือขึ้นมาได้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบกับผู้ที่มาช่วยเหลือจึงพบว่าเขาเป็นบุรุษวัยกลางคน
                   “ข้าโม่ เฟิงซาน ผู้คุมกฎพรรคกระยาจก พวกข้าได้ยินว่าว่านเฉิงเกิดเรื่อง ประมุขจึงส่งข้าและพรรคพวกมาดู เจ้าอย่าคิดสั้นแบบนี้สิ” เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะวางร่างหลินลงแล้วจึงไปร่วมสู้กับพรรคกระยาจกที่มาด้วยกันอีกยี่สิบคน

                   หลินรู้สึกว่าภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมดสายตาสะลืมสะลือมองภาพการต่อสู้ของบุรุษนาม
โม่เฟิงซาน กับพรรคกระยาจกต่อสู้กับชายชุดดำกว่าสามสิบคนอย่างสูสีและภาพตรงหน้าจึงวูบดับไปเสียงสุดท้ายที่หลินได้ยินคือ "ตั้งค่ายกลตีสุนัข!!"

.

.

.

                   "ข้าหิวเหลือเกิน..." เด็กสาวพึมพัมขึ้นเบาๆตอนนี้ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นเลยด้วยซ้ำ
                   "เอานี่ไปสิแม่หนูมันคงจะช่วยประทังชีวิตเจ้าได้ ใช้มันไปซื้ออะไรกินสิ" เจ้าของเสียงทุ้มบอกอย่างอ่อนโยนก่อนจะมอบถุงเงินจำนวนหนึ่งให้นั่นทำให้จิตใจของเด็กสาวรู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก
                   "ท่านช่างมีจิตใจงดงามยิ่งนัก แต่สำหรับข้าขอแค่ข้าวซักมื้อก็พอแล้วคนพวกนั้นไม่ขายของให้ข้าหรอกนายท่าน" เด็กสาวตัดพ้อเบาๆ
                   "งั้นตกลงข้าจะเลี้ยงเจ้าเอง" เจ้าของเสียงทุ้มบอก
                   "ท่านปู่... วันนี้มีคนใจดีเลี้ยงข้าวข้าด้วยล่ะ...."

                   'มีคนช่วยเหลือข้าไว้อีกแล้ว...'

                                    






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -9 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -9 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-29 15:13:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-4 21:59

PART LXXI


      "ซูปี้!!!" คาบูโตะตะโกนออกมาลั่นระหว่าที่ทำการดิ่งพสุธาหาโอกาสรอดชีวิตอันน้อยนิด ชายหนุ่มหลับตาปี๋อย่างไม่อยากจะมองภาพเบื้องล่างเท่าไร หน้าผาที่พวกเขากระโดดลงไปมันสูงชันเสียจนมองไม่เห็นพื้นด้านล่าง ไม่รู้ว่าเบื้องล่างมีอะไรรออยู่ พุ่มไม้ พื้นดินแข็งๆ หรือว่าแม่น้ำที่เชี่ยวกราด
     ฉับพลันเขาก็รู้สึกถึงแรงกระตุกรุนแรงจนทำให้ต้องลืมตาขึ้นมองหันมองไปทางเชิงผา เขาเห็นร่างของหลินที่กระโดดตามมาเป็นคนสุดท้ายถูกบางสิ่งดึงรั้งเอาไว้ทำให้ไม่ตกลงมาด้วยกันแต่นั่นก็ทำให้มือของหญิงสาวที่จับต่อกับนักพรตเลี่ยงเหลียงหลุดออกจากกัน ใครกันที่จับตัวของพรรคพวกของเขาไว้หากไม่ใช่พวกลมดำอะไรนั่นก็ดีหรอก "หลิน!!"
     "ฮึ่ย!" คาบูโตะและเลี่ยงเหลียงลอยดิ่งลงมาจากความสูงที่มากเสียจนรู้สึกเสียววาบที่ท้องน้อยไปหมด แสลมแรงตีผ่านจนใบหน้าชาและในที่สุดมือที่จับกันไว้กับนักพรตหนุ่มก็แยกออกจากกันด้วยกระแสลมแรง "เลี่ยงเหลียง!!" ชายหนุ่มตะโกนเรียกชื่อพรรคพวกอีกคนที่มือหลุดออกไป เขาจะไม่ยอมตกลงไปแบบนี้ ไม่มีทาง มือหนาพยายามไขว่คว้าจับเอามือของนักพรตหนุ่มเอาไว้แต่ก็เอื้อมไม่ถึงพยายามอยู่หลายครั้งจนในที่สุดก็จับมือกันไว้ได้
     ชายหนุ่มแทงกระบี่ที่พันผ้าเอาไว้อย่างแน่นหนาลงไปที่ซอกหินมันครูดลงมาเป็นแนวยาวก่อนที่จะหยุดลงเกือบสนิท จากแรงกระชากทำให้มือทั้งสองทำท่าจะหลุดจากกันอีกรอบแต่คาบูโตะก็คว้ามือของเลี่ยงเหลียงเอาไว้ สายตามองไปเห็นกิ่งไม้ใหญ่จากต้นไม้ที่ขึ้นอยู่หน้าผา ตัดสินใจออกแรงโยนร่างของนักพรตหนุ่มที่ตัวเบากว่าให้ขึ้นไปเกาะอยู่บนนั้น "ฮึบ.. ย้ากก!"
     ส่วนตัวเองก็ห้อยต่องแต่งอยู่กับกระบี่ที่หินผา สายตามองตามใบดาบที่ยืดหยุ่นงอลงตามน้ำหนักตัวอย่างน่าหวาดเสียว มือที่เหลืออยู่อีกข้างพยายามเกาะยึดรากไม้เถาวัลย์ที่ย้อยลงมาและวางเท้าลงกับซอกหินให้มั่น โดยไม่รู้ว่ากระบี่มือปราบจะรับน้ำหนักตัวที่ถือว่ามากของเขาได้อีกเท่าไร เมื่อมองลงไปด้านล่างก็ทำให้ยิ่งกัดฟันแน่นแม้ว่าพวกเขาจะหล่นลงมาไกลพอควรแต่ก็ยังไม่เห็นพื้นด้านล่างที่ถูกหมอกปกคลุมอยู่ดี "ฮึ่ย!"
    "ท่านคาบูโตะ!" นักพรตเลี่ยงเหลียงชะโงกหน้าออกมาจากกิ่งไม้ใหญ่ในตอนนี้เขาอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยในระดับหนึ่งก็พอสร้างความโล่งใจให้กับคาบูโตะได้เปราะหนึ่ง...เสียเมื่อไร ก็ในเมื่อตัวเขาเองไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่สู้ดีนักเลย...
     "บ้าเอ้ย!" คาบูโตะสบถออกมาแต่ก็ไม่กล้าที่จะขยับตัวมากเพราะเกรงว่ากระบี่ที่รั้งตัวของเขานั้นจะหักไปเสียก่อน ดวงตาสีครามฉายแววตึงเครียดมองสลับระหว่างกระบี่ที่รั้งชีวิตและสายหมอกเบื้องล่าง
    "ข้าจะส่งเถาวัลย์ไปให้นะขอรับ" เลี่ยงเหลียงพยายามทรงตัวยืนอยู่บนกิ่งไม้แล้วหยิบเถาวัลย์ที่น่าจะยาวพอให้คาบูโตะข้ามมาขึ้นบนกิ่งไม้ใหญ่
     "อื้ม!" ชายหนุ่มรับคำแล้วยอมปล่อยมือที่จับเถาวัลย์เล็กไว้ก่อนจะคว้าเอาเถาวัลย์ที่ดูใหญ่และแข็งแรงกว่าที่เลี่ยงเหลียงโยนมาให้ เมื่อรับมาได้แล้วเขาก็ทำท่าจะโหนเถาวัลย์ปีนข้ามไปแต่ลืมไปเสียสนิทว่ามือยังคงถูกพันติดกับกระบี่ไว้อยู่ ครั้นจะออกแรงดึงก็ดึงไม่ออก "เว้ย!" เขาสบถอย่างหัวเสียก่อนที่จะเอาเถาวัลย์ที่เลี่ยงเหลียงลงมาให้คาบใส่ปากจากนั้นค่อยๆ ลงมือแกะผ้าพันหัวที่พันมือกับดาบไว้ออกมา แต่ระหว่างนั้นเอง...

เปรี๊ยะ!

     เสียงโลหะร้าวและค่อยปริแตกช่วยเร่งให้คาบูโตะยิ่งรีบแกะมือตัวเองให้พ้นออกมาจากกระบี่มือปราบโดยเร็วที่สุด...


เคร้ง!

     แทบไม่มีเวลาให้หายใจในที่สุดกระบี่ของมือปราบที่คาบูโตะจิ๊กมาก็หักครึ่งจนได้ ใบดาบส่วนหนึ่งติดอยู่ที่ซอกหินส่วนอีกครึ่งหนึ่งร่วงหล่นลงไปด้านล่างในจังหวะที่ชายหนุ่มแกะเชือกออกเสร็จพอกีและจับเถาวัลย์ของเลี่ยงเหลียงไว้ได้ทัน แต่นั่นก็ทำให้เขาห้อยโตงเตงอย่างน่าหวาดเสียว "เหวอ!!"
     "จับไว้นะขอรับ!" นักพรตเลี่ยงเหลียงออกแรงยื้อเถาวัลย์อยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ เขาต้องลงมานั่งหนีบขากับกิ่งไม้เอาไว้ เพราะน้ำหนักของคาบูโตะมากกว่าเขาเป็นเท่าตัว
     "โอ้!" คาบูโตะค่อยๆ ปีนเชือกธรรมชาติขึ้นมาโดยเอาแขนกระหวัดกับเถาวัลย์ด้วยหลายรอบเพื่อเพิ่มการยึดเหนี่ยว ในที่สุดก็ปีนขึ้นมาบนกิ่งไม้ได้สำเร็จแต่ก็เล่นเอาทั้งสองหอบแฮกไม่น้อยจนต้องนั่งพัก "เกือบไปแล้วเชีย--"

เปรี๊ยะ! โครม!!!

     ยังไม่ทันที่จะได้นั่งพักเช็ดเหงื่อเสียงไม้ลั่นดังลั่นก็เกิดขึ้นเสียดหูสองหนุ่มหน้าซีดเผือดเพราะรู้ได้ทันทีว่าเสียงที่เกิดขึ้นมาจากอะไร กิ่งไม้ใหญ่หักครืนลงมาทันทีเพราะมันรับน้ำหนักของชายหนุ่มสองคนไม่ได้ ทำเอาทั้งคาบูโตะและเลี่ยงเหลียงตกลงมาพร้อมกิ่งไม้ในทันที
     "นี่มันอะไรกันวะเนี่ย!!" คาบูโตะร้องเสียงหลงกับความซวยซ้ำซวยซ้อนที่เกิดขึ้นด้วยเวลาที่ผ่านไปไม่ถึงชั่วยาม ตอนนี้เขาหลับตาปี๋แล้วกอดกิ่งไม้เอาไว้แน่นได้ยินเสียงเพื่อนนักพรตสวดอะไรบางอย่างฟังไม่ได้ศัพท์ราวกับเป็นบทสวดส่งวิญญาณชวนให้จิตใจตกไปไวกว่าร่างของพวกเขา สายลงแรงตีสวนขึ้นมาจนรู้สึกหนาวพวกเขาจะต้องยอมรับความตายเพียงเท่านี้จริงหรือ?!

พลั่ก!!!

    แรงกระแทกรุนแรงเสียทำให้คาบูโตะและเลี่ยงเหลียงกระเด็นกระดอนกลิ้งขลุกหลุดออกจากกิ่งไม้หัก เคราะยังดีที่กิ่งไม้และส่วนพุ่มรับแรงกระแทกเอาไว้ทำให้เขาไม่บาดเจ็บมากแต่ก็ทำให้จุกเสียจนลุกไม่ขึ้นและได้รับบาดแผลฟกช้ำไปตามๆ กัน...
     "อั่ก!" คาบูโตะกระอักออกมาด้วยความจุก เขานอนหงายลงกับพื้นแข็งๆ เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบเจอแต่สายหมอกสีขาวไม่เห็นเลี่ยงเหลียงอีก ร่างสูงพยายามยันกายลุกขึ้นมานั่งความรู้สึกปวดแปลบแล่นจี๊ดที่หัวไหล่ ตอนที่เขากระเด็นลงมาจากกิ่งไม้ไหล่คงกระแทกกับพื้นที่เป็นหินเข้า "นี่ข้า... ตายแล้ว?" ชายหนุ่มขยี้ตามองรอบๆ เพื่อปรับทัศนวิสัยสะบัดศีรษะแรงไล่ความมึน จากนั้นก็ค่อยๆ เห็นเงาของคนลุกขึ้นนั่งไม่ห่างไกลกันนัก
     "ท่านคาบูโตะ" เงานั้นค่อยๆ คลานต่ำมาหาจึงเห็นได้ว่าเป็นเลี่ยงเหลียงนั่นเอง
     "ยังไม่ตาย? หรือตายคู่?" คาบูโตะเอ่ยถามนักพรตที่มาด้วยแล้วตบหน้าตัวเองแรงๆ หนึ่งฉาด "โอย! ยังไม่ตายนี่หว่า!" เขาร้องออกมาดังลั่นพร้อมกับลูบแก้มที่แดงฉ่าจากแรงตบของตนเองไปด้วย "นี่พวกเราลงมาถึงพื้นแล้ว?"
     "ไม่รู้สิขอรับ" เลี่ยงเหลียงส่ายหน้าปฏิเสธหากว่าตกลงมาถึงพื้นแล้วก็แสดงว่าหน้าผาไม่ได้สูงอย่างที่คิดเอาไว้ ก่อนที่นักพรตหนุ่มจะค่อยๆ คลานต่ำเพื่อสำรวจโดยรอบแล้วใช้มือปัดให้สายหมอกในบริเวณนั้นจางหายไปด้วย เมื่อเขาชะโงกหน้าลงไปก็พบว่าที่ทั้งสองตกลงมาเป็นเพียงแค่หินชะง่อนหน้าผาเท่านั้นเองส่วนเบื้องล่างนั้นสุดจะจินตนาการเพราะเห็นเพียงแค่สายหมอกที่บังตา "ยังขอรับ นี่ไม่ใช่พื้น"
    "หะ... ยังไม่ถึงพื้นอีกเร้อ แล้วเอาไงล่ะเนี่ย" คาบูโตะมองเลี่ยงเหลียงคลานกลับมานั่งลงใกล้ๆ จะขึ้นก็คงยากจะลงก็ไม่รู้ว่าต้องลงไปอีกแค่ไหน และที่สำคัญคือหมอกหนาบดบังทัศนวิสัยเหลือเกิน
    "ข้าว่ามาลองสำรวจบริเวณนี้กันดีกว่า แต่คงต้องระวังหน่อยขอรับ" เลี่ยงเหลียงเอ่ยขึ้นมาเพราะอยู่เฉยๆ คงยากที่จะรอดกลับลงไปคงไม่พื้นที่จะแห้งตายอยู่บนนี้ด้วยขาดน้ำและอาหารยังดีแค่ว่ามีเพื่อนร่วมชะตากรรมแค่นั้น...
    "อืม... ก็ดีเหมือนกัน" คาบูโตะพยักหน้ารับแล้วค่อยๆ คลานต่ำเลียนแบบนักพรตหนุ่มเพื่อหาทางลงไปยังเบื้องล่าง แต่ว่าเขามาสะดุดตาเข้ากับซอกหลืบเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างหินผาเสียก่อนจึงตะโกนเรียกให้เลี่ยงเหลียงมาตรงนี้ "เฮ้ย! นักพรต"
    "ขอรับ?" ไม่นานนักเลี่ยงเหลียงก็ค่อยๆ คลานมาถึงที่ๆ คาบูโตะอยู่
     "เจ้าว่าข้างในนี้จะเป็นอะไร?" คาบูโตะเอ่ยถามพลางให้อีกฝ่ายดูโพรงที่คนน่าจะคลานเข้าไปได้อยู่
     "ไม่รู้สิขอรับ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้" เลี่ยงเหลียงเอ่ยขึ้นมาซึ่งเป็นความคิดเดียวกันกับคาบูโตะ ถ้าไม่ลองสำรวจก็จะไม่รู้ข้างในอาจจะเป็นถ้ำทะลุออกไปยังชายป่าได้ ที่แน่ๆ คือมันดีกว่าปีนลงไปข้างล่างที่เป็นอะไรก็ไม่รู้แน่นอน
     "งั้นก็ลุย!" คาบูโตะเอ่ยบอก เขามองเลี่ยงเหลียงที่คลานเข้าไปในซอกหลืบนั้นก่อนเพราะว่าอีกฝ่ายตัวเล็กกว่า หากว่าติดขัดคนด้านนอกจะได้ดึงช่วยออกมาได้ ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงเรียกของเลี่ยงเหลียงดังขึ้นข้างใน มันก้องกังวาลเหมือนกับว่าจะเป็นถ้ำจริงๆ ตามที่คาดเอาไว้ "เข้ามาได้เลยขขอรับ"
     เมื่อสิ้นเสียงเรียกคาบูโตะก็ค่อยๆ คลานเข้าไปในซอกหิน ด้วยความที่เขาเป็นคนตัวใหญ่จึงผ่านเข้าออกได้ลำบากและใช้เวลานานกว่าเลี่ยงเหลียงนัก แต่สุดท้ายก็เอาตัวเข้ามาอีกด้านจนได้ แต่เนื้อตัวครูดกับหินจนถลอกปอกเปือกไปหมด "เฮ้อ..."
     และเมื่อเข้ามายังด้านในทั้งสองก็พบว่าด้านในเป็นหญ้าและเต็มไปด้วยไอหมอกสีขาวบดบังทัศนวิสัยอีกแล้ว ทั้งคู่เดินสำรวจกันในนั้นพร้อมส่งเสียงให้รู้ตำแหน่งกันตลอดเวลาจนที่สุดก็รู้ว่าด้านในเป็นกำแพงหินสี่เหลี่ยมที่ไร้ทางออกนอกจากช่องหินเล็กๆ นั้น...



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +400 ชื่อเสียง +30 ความหิว -16 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 400 + 30 -16 + 4

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-29 22:19:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2018-1-18 12:51

PART LXXII


      คาบูโตะและเลี่ยงเหลียงนั่งพักเหนื่อยกันด้านในนี้ก่อนส่วนเรื่องหาทางออกไปค่อยว่ากันอีกทีเพราะด้านในก็ยังพอหลบลมหลบฝนได้แม้จะรู้สึกว่าอากาศด้านในค่อนข้างจะหนาวเย็นก็ตาม คาบูโตะเดินหากิ่งไม้ด้านในสถานที่ที่จะเรียกว่าห้องก็ไม่ใช่ถ้ำก็ไม่เชิงมาสุมรวมกัน ยังดีที่ว่ามันเป็นกิ่งไม้แห้งจึงพอจะจุดไฟได้ เขานำมันมาปั่นเข้าด้วยกันจนเกิดความร้อนและไปค่อยๆ ติดขึ้นมา ก้มลงเป่าไฟให้ลุกติดกิ่งไม้แห้งจนได้กองไฟกองเล็กๆ ตรงหน้า ขาดก็เพียงอาหารส่วนน้ำดื่มก็มีอยู่เพียงน้อยนิด
     ชายหนุ่มนำถุงน้ำหนังสัตว์ออกมาเปิดดื่มหนึ่งอึกแล้วส่งมันให้กับนักพรตเลี่ยงเหลียงเผื่อว่าเขาจะอยากดื่มแก้กระหายบ้าง ตอนนี้คงต้องหาวิธีการทำสะอาดดื่มก่อนแต่ว่าอุปกรณ์และพื้นที่ช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย คงต้องหาวิธีการบริหารน้ำสะอาดในภายหลังแต่จะให้ดีคงหาทางออกจากผาหงส์บ้าไปช่วยซูปี้ให้ได้ก่อน และหลินที่ไม่ได้ตกลงมาด้วยก็ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง รวมถึงพรรคพวกที่วิ่งล่ออยู่ในเมืองหากว่าไม่ถูกจับได้ก็คงดี แต่อยู่กับแม่ทัพมีฝีมืออย่างฮั่วชวี่ปิ้งก็น่าจะไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมาก
     ผ่านไปไม่นานเท่าไรพวกเขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในพงหญ้าหากไม่ใช่งูเงี้ยวเขี้ยวขอก็คงดีหรอก เลี่ยงเหลียงชักกระบี่ออกมาทันที หากว่าเป็นงูก็จะได้จัดการมันทันก่อนที่จะเข้ามาฉกได้ แต่สิ่งที่ออกมาจากพงไม้คือกระต่ายป่าสองสามตัววิ่งเล่นกันอยู่ ชายหนุ่มทั้งสองหันมามองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาที่โชคดีได้อาหารสำหรับมื้อดึกนี้แล้ว...

     กระต่ายสองตัวถูกปิ้งไฟในสภาพไร้ขนส่วนอีกตัวหนึ่งคงยังไม่ถึงคราวเคราะห์วิ่งหนีตายไปได้ไม่เช่นนั้นก็คงกลายเป็นมื้อดึกอันแสนโอชะทุกตัวเป็นแน่ พวกเขาไม่สนว่าพวกมันเข้ามาวิ่งเล่นในห้องปิดนี้ได้อย่างไรรู้แต่ว่าตอนนี้ทั้งคู่หิวมากๆ และคนที่หิวกว่าน่าจะเป็นนักพรตเลี่ยงเหลียงที่ถึงแม้ตัวจะเล็กแต่ก็กินจุกว่าคาบูโตะที่เป็นชายหนุ่มตัวใหญ่เสียอีก ด้วยร่างกายที่เล็กและค่อนข้างผอมจึงไม่รู้ว่าเอาอาหารที่กินไปไว้ที่ไหนหมด แน่นอนว่าเพียงกระต่ายแค่ตัวเดียวไม่อาจทำให้นักพรตหนุ่มอิ่มได้แต่เขาก็ต้องอดทนไปก่อน
     "เดี๋ยวข้ามาแป็บนึง" คาบูโตะเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทานกระต่ายเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาเดินตรงไปที่ผนังด้านหนึ่งหันหลังให้นักพรตหนุ่มจากนั้นก็มีเสียงของเหลวไหลตกลงจากที่สูงลงบนพื้นหญ้า คราแรกคิดว่าฝนตกหรือเปล่าแต่พอคิดๆ ดูแล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าคาบูโตะไปทำอะไรมา
     เลี่ยงเหลียงยิ้มน้อยๆ ก่อนจะไปนั่งใกล้โขดหินเอนตัวจะนอนในท่าที่สบายขึ้น แต่ทันทีที่เขาเท้ามือไปด้านหลังก็ทะลุลงไปในพงหญ้ามันผิดสังเกตเพราะดูเหมือนว่าบริเวณตรงนั้นที่เป็นหลุมบ่อราวกับว่ามีใครขุดอะไรไว้ชวนให้เขาหันไปมองจนพบกับบางอย่างเข้า
     "ท่านคาบูโตะขอรับ" นักพรตหนุ่มเรียกให้ชายหนุ่มชาวนอกด่านที่เพิ่งทำธุระส่วนตัวเสร็จมาดูอะไรตรงนี้
     "หืม... อะไรรึ?" คาบูโตะที่ทำธุระเสร็จและเดินกลับมาพอดีเอียงศีรษะเล็กน้อยมองเลี่ยงเหลียงและเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นว่ามีร่างโครงกระดูกสวมชุดเกราะของคนผู้หนึ่งนอนตายอยู่ตรงนั้นนั่นเอง เมื่อสังเกตดีๆ มีกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ในมือของโครงกระดูกนั้นด้วย "นั่นมัน!?! คนที่เข้ามาในนี้แล้วออกไปไม่ได้หรือเปล่าน่ะ..."
     "...." เลี่ยงเหลียงไม่ได้ตอบว่าเห็นด้วยกับความคิดนั้นหรือไม่ เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมามันเขียนด้วยน้ำหมึกที่ซีดจางไปตามกาลเวลานักพรตหนุ่มอ่านออกเสียงให้ฟัง

"เคล็ดวิชาใจน้ำแข็ง
ใจประหนึ่งวารี   ....  แม้ฟ้าถล่มไม่ไหวหวั่น
ผงธุลีไม่ต้องติด   ....  ไม่มีสิ่งใดรบกวน
จิตไร้ลักษณ์   ....  สำนึกมั่นคง
นิ่งสงบ   ....  ปราศจากสรรพสิ่ง
ใจปราศจากสิ่งรบกวน   ....  สำนึกไร้อุปสรรค
ประหนึ่งสายน้ำสยบสรรพสิ่ง
เขียนโดย เล่ออี้ ขุนพลแห่งรัฐเยี่ยน"
    "เล่ออี้? หมายถึงโครงกระดูกนี่รึ?" คาบูโตะแสดงสีหน้าฉงนสงสัยหากใช่จริงก็นับว่าร่างไร้วิญญาณนี้เป็นบุคคลสำคัญในอดีตไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ทำไมเขาถึงเข้ามาตายในนี้ได้คงเป็นปริศนาที่ไม่มีใครรู้นอกจากเจ้าตัวที่ไม่อาจลุกขึ้นมาเล่าให้ฟังได้แล้ว...
     "หากร่างนี้คือขุนพลแห่งรัฐเยี่ยนจริงก็น่าตกใจนะขอรับที่ขุนพลเลื่องชื่อมาเสียงชีวิตอยู่ในซอกเขานี้" นักพรตหนุ่มกล่าวออกมาซึ่งคิดเหมือนกันกับคาบูโตะไม่มีผิดเพี้ยน และทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้กลับมาดูหลุมที่ตนเองวางมือลงไปก่อนที่จะเจอโครงกระดูกขุนศึกดังกล่าวและเริ่มที่จะเรื้อหญ้าขุดมันลงไป
    "ทำอะไรน่ะ?" คาบูโตะนั่งยองๆ ลงข้างๆ เลี่ยงเหลียงมองนักพรตหนุ่มขุดดินอย่างไม่ทราบเหตุผล และเมื่อขุดลงไปไม่ลึกมากพวกเขาทั้งสองก็พบกับหีบไม้ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือถูกฝังอยู่ในนั้น "หีบอะไรน่ะ?"
     เลี่ยงเหลียงขุดหลุมจนดึงหีบออกมาได้และเมื่อเปิดดูก็พบว่าภายในหีบบรรจุม้วนคำภีร์ไม้ไผ่ม้วนหนึ่งอยู่...
     "อะไร? ตำราน้ำแข็ง?" คาบูโตะเลิกคิ้วมองม้วนตำราประหลาดที่อยู่ในหีบ สำหรับเขามันไม่ได้เป็นของที่มีค่าอะไรเลยเพราะตนเองนั้นอ่านหนังสือก็ไม่ออกและไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ในใจเขาคิดแค่ว่า ทำงาน หาเงิน ซื้อเรือ กลับบ้าน ไม่สนใจเรื่องกำลังภายในแม้แต่น้อย
     "ท่านเก็บไว้เถอะขอรับ" เลี่ยงเหลียงเก็บม้วนตำราใส่กล่องเหมือนเดิมแล้วส่งให้กับคาบูโตะ
    "เจ้าไม่เอาไว้รึ?" ชายหนุ่มเอ่ยถาม ไหนๆ เลี่ยงเหลียงก็เป็นนักพรตพเนจรที่มีวิทยายุทธ์หากว่าได้ศึกษาตำรานี้ก็น่าจะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิม
    "ข้าเป็นศิษย์ฉวนเจินไม่ควรเรียนวิชานอกขอรับ" นักพรตหนุ่มยังคงคะยั้นคะยอให้คาบูโตะเก็บไว้ชายหนุ่มจึงต้องรับมาเก็บไว้อย่างช่วยไม่ได้ "ท่านน่าจะเรียนวิชานี้นะขอรับเพราะเป็นถึงวิชาของขุนพลเล่ออี้"
     "ก็ได้ๆ แต่ข้าอ่านหนังสือไม่ออก ไม่รู้เรื่องยุทธจักรอะไรนั้นเลยด้วย" คาบูโตะพลิกกล่องใส่ตำราซ้ายขวาแค่อ่านหนังสือยังอ่านไม่ออกแล้วเขาจะฝึกวิชายุทธ์อย่างไร..
    "ท่านเป็นชาวนอกด่านสินะครับ ไม่รู้ตัวอักษรเลยหรือ?" นักพรตหนุ่มเอ่ยถาม ดูจากรูปร่างหน้าตาเขาก็ดูจะไม่เหมือนคนฮั่นเสียเท่าไรแต่ฟังจากสำเนียงพูดก็ถือว่าพูดค่อนข้างชัด แต่เขาเรียนแค่ภาษาพูดไม่ได้เรียนภาษาเขียนเลยหรือ?
    "อืม ใครๆ ก็ว่าอย่างนั้นล่ะนะ ข้าน่ะความจำเสื่อมเท่าที่จำได้ก็คือพ่อบุญธรรมข้าเก็บข้ามาจากทะเลตะวันออก แรกๆ ก็พูดภาษาฮั่นไม่ได้หรอกมีซูปี้นี่แหล่ะที่สอนภาษาพูดให้..." ชายหนุ่มนึกถึงตอนที่น้องสาวบุญธรรมคนโตสอนหนังสือให้ก็ขมวดคิ้วกัดฟันกรอดมือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นที่เขาได้แต่ปล่อยให้เธอถูกจับตัวไปโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้และได้แต่หนีออกมา มือที่บีบหีบไม้ปวดไปหมดดวงตาสีครามมองไปยังกล่องนั้น 'หากว่าข้าเป็นวิทยายุทธ์บ้าง... คงจะช่วยซูปี้ได้สินะ'
    "อย่างนั้นเองขอรับ นอกด่านจากทะเลตะวันออกข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย... เช่นนั้นคงต้องสอนกันยาวเลย" เลี่ยงเหลียงถอนหายใจออกมา นอกจากจะต้องสอนเรื่องพลังแฝงและยังต้องสอนภาษาเขียนด้วยซึ่งดูแล้วชายหนุ่มตรงหน้ายังไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ทั้งสองอย่างคงต้องเอาไว้หลังจากนี้..
    "ฮึ่ม... คอยดูเถอะนะ ไอ้พวกกระต่ายบ้าหากว่าข้าออกไปได้ล่ะก็น่าดู!" คาบูโตะทุบมือลงบนโขดหินข้างๆ กายระบายอารมณ์ นักพรตหนุ่มมองท่าทางนั้นแล้วจึงเอ่ยออกมา
    "ลองมาเริ่มจากการฝึกลมปราณดูดีไหมขอรับ?" เลี่ยงเหลียงเสนอออกมา
     "ลมปราณ?" คาบูโตะหันไปมองคู่สนทนาใบหน้ามีแต่เครื่องหมายคำถาม สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องวรยุทธ์แม้แต่น้อยจึงไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร
    "ลมปราณคือการกำหนดลมหายใจเข้าออกขอรับ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเรียนรู้กำลังภายใน" เลี่ยงเหลียงอธิบายออกมาแต่ให้เห็นภาพดีที่สุดคือทำให้ดู เขาหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนออกมาให้คาบูโตะดู
    "อย่างนั้นรึ?" ชายหนุ่มลองทำตาม เขาไม่รู้ว่ามันสำคัญอย่างไร แต่การฝึกกำหนดหายใจเข้าออกก็ทำให้เขารู้สึกว่าใจเย็นลงบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเพราะอากาศในนี้เย็นกว่าปกตินั่นเอง...
     กำหนดลมหายใจเข้าออกไปได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงกรนออกมาจากคาบูโตะทำให้เลี่ยงเหลียงส่ายหน้า วันนี้พวกเขาลุยป่าฝ่าดงมาทั้งวันจะเพลียก็ไม่แปลก นักพรตหนุ่มเองก็เริ่มง่วงแล้วเขาหาที่นอนข้างๆ เอาไว้ตื่นมาพรุ่งนี้เช้าค่อยคุยกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป...



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -4 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -4 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-30 18:24:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-4 22:02

PART LXXIII


      "เจ็บ!" ความรู้สึกแรกที่รู้สึกได้หลังจากรู้สึกตัวตื่น ใครบางคนมายุ่งกับหน้าผากของเขาสัมผัสนั้นมันอุ่นๆ ชื้นๆ แต่ว่าแสบไปหมด มือหนาคว้าเอามือเล็กๆ ที่สร้างความเจ็บปวดนั้นพร้อมๆ กับบีบแรงๆ จนเจ้าของมือส่งเสียงร้องออกมา
     "โอ๊ย!" เสียงนั้นเป็นเสียงของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ และเมื่อลืมตาขึ้นมาปรับสายตาที่พร่ามัวให้ชัดเจนขึ้นก็เห็นว่าผู้ที่ยุ่งกับหน้าผากของเขาคือเด็กหญิงตัวเล็กๆ จริงๆ เธอตัวเล็กมากประเมินจากสายตาเธอไม่น่าจะอายุเกินห้าขวบ เธอเบ้หน้าเหมือนจะร้องไห้และเมื่อเขาปล่อยมือเธอออกเด็กหญิงก็วิ่งหนีหายไปทันที
     "นี่มันอะไร..." เสียงทุ่มต่ำของชายหนุ่มแหบแห้งหลังจากฟื้นตัว เขาพยายามยันตัวลุกขึ้นมานั่งแต่ความปวดร้าวไปทั่วศีรษะก็ทำให้ต้องผละตัวลงมานอนมองเพดานอีกรอบ 'ที่นี่ที่ไหน?' คือคำถามที่สองที่ผุดขึ้นในใจ เขายกมือขึ้นแตะสัมผัสจุดที่ปวดแสบบนหน้าผากก็ถึงกับต้องสะดุ้งด้วยความเจ็บปวด
     "sgsnaw;s,fv?" เสียงเรียกเสียงหนึ่งของชายวัยกลางคนดังขึ้นเขาเดินออกมาจากประตูไม้ไผ่พร้อมด้วยเด็กผู้หญิงคนนั้นสามคน... สามคน!? ชายหนุ่มที่มองไปยังคนทั้งสี่ถึงกับสะดุ้งแม้จะยังคงนอนอยู่บนเตียง คนกลุ่มนั้นคุยอะไรบางอย่างกันเป็นภาษาที่เขาฟังไม่ออก "kvosnvimarewfx?"
     "อะไร?" ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นด้วยภาษาที่เขารู้จัก และมองคนกลุ่มนั้นอย่างไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้น? และที่นี่ที่ไหน? ดวงตาสีครามกวาดมองไปรอบๆ อย่างนึกสงสัยปนหวาดระแวง คนกลุ่มนั้นจะทำอะไรเขาหรือเปล่า ต้องทำแน่ๆ ล่ะไม่เช่นนั้นจะเจ็บที่หัวได้อย่างไร เขาพยายามขยับหนีจนตัวหล่นลงมาจากแคร่ไม้ไผ่ที่ปูฟูกนอนเอาไว้ "อูย..."
     ชายวัยกลางคนผมสีดอกเลารีบเข้ามาประคอง แต่ชายหนุ่มที่หวาดวิตกกลับหวดหมัดใส่ชายผู้นั้นไปเพื่อป้องกันตัว เสียงกรีดร้องของเล็กตัวเล็กๆ ดังขึ้นอย่างตกใจ และหลังจากนั้นเขาก็เห็นกำปั้นหลุนๆ ลอยเข้าที่เบ้าตาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนสติดับวูบไปอีกครั้งหนึ่ง...


     นักพรตหนุ่มฉายาธรรมเลี่ยงเหลียงตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย เขามองไปตรงหน้ากองไฟเล็กๆ ยังคงจุดอยู่เพื่อเพิ่มแสงสว่างและความอบอุ่นภายในถ้ำ แต่พอมองออกไปรอบๆ กลับไร้เงาของบุรุษที่จับพลัดจับผลูตกหน้าผามาด้วยกัน "ท่านคาบูโตะ?" เขาลุกขึ้นนั่งส่งเสียงเรียกคนๆ เมื่อมองไม่เห็นตัว
     "ข้าอยู่ข้างนอก" เสียงทุ้มต่ำตอบออกมาจากอีกฟากหนึ่งของกำแพงหิน นักพรตหนุ่มรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อชายผู้นั้นยังคงอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็มุดออกจากซอกหินไปอีกด้านที่เป็นชะง่อนผาบ้าง
     "ทำอะไรอยู่หรือขอรับ?" นักพรตเลี่ยงเหลียงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคาบูโตะกำลังทำอะไรสักอย่างกับกิ่งต้นไม้ที่ร่วงลงมาพร้อมกับพวกเขาเมื่อคืนนี้
     "น้ำดื่มน่ะ กับกับดักนกหนู สองสามอย่าง ไม่รู้ว่าจะลงไปได้เมื่อไร แต่ไม่ยอมอดตายอยู่บนนี้หรอกนะ" คาบูโตะตอบออกมาพลางบุ้ยหน้าไปทางเครื่องมือที่เขาสร้างขึ้นมาเสร็จแล้ว
     "น้ำดื่ม... สร้างได้ด้วยหรือ?" เลี่ยงเหลียงถามออกไปอย่างรู้สึกสงสัย ตอนนี้เขาชักเริ่มจะสนใจเครื่องมือที่ว่าขึ้นมาแล้วสิ
     "คิดว่านะ... มันน่าจะคล้ายๆ กับเวลาที่ข้าทำน้ำดื่มเวลาอยู่กลางทะเล" คาบูโตะตอบออกไป "แอบจิ๊กเครื่องมือของนักรบมาด้วยเขาคงไม่ว่าหรอกนะ" แม้สิ่งของที่คาบูโตะแอบหยิบออกมาจากโครงกระดูกขุนศึกเล่ออี้จะมีไม่มากแต่ก็พอจะใช้ได้ "เจ้ามีอะไรใส่น้ำพกมาไหมล่ะ?"
     "มีขอรับ" เลี่ยงเหลียงพยักหน้าแล้วปลดถุงน้ำเต้าข้างเอวออกมา "จะทำอย่างไรหรือ?"
     "ต้องใช้ใบบอนด้วย ข้างในนั้นน่ะ ไปเอาออกมาให้ที" คาบูโตะสั่งเลี่ยงเหลียงออกไปซึ่งนักพรตหนุ่มก็ทำตาม เขามุดเข้าไปในซอกหินและไปเก็บใบบอนที่อยู่ด้านในออกมาพอสมควร คาบูโตะนำถุงน้ำเต้าที่ไม่มีน้ำตั้งเอาไว้ใช้เศษกิ่งไม้ค้ำยันจากนั้นใช้ใบบอนคลุมด้านบนเหมือนกับหลังคาจากนั้นก็ใช้ก้อนหินเล็กๆ ถ่วงตรงกลางไว้ให้ย้อยลงมา
     "ทำแบบนี้แล้วจะได้น้ำดื่มจริงหรือขอรับยอดไปเลยนะ.." เลี่ยงเหลียงมองอย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่าคนไม่มีความรู้ด้านวรยุทธ์และตัวหนังสือกลับมีวิชาการเอาตัวรอดแบบนี้ได้
     "ที่นี่หมอกเยอะอยู่น่าจะได้น้ำค้างพอสมควรละนะ เอาไว้สายๆ พอมีแดดก็จะแจ่ม ถึงจะได้น้ำไม่มากเท่าไรแต่พอเอาไว้ดื่มดับกระหายได้ก็พอล่ะนะ"
     "ขอรับ แล้วนั่นกำลังทำอะไรอยู่หรือ?" เลี่ยงเหลียงมองไปทางกับดักสัตว์ขนาดเล็กที่ทำจากกิ่งไม้สานกับใบหญ้าเป็นเครื่องมือที่ทำอย่างเรียบง่ายที่สุด
     "กับดักน่ะ ตอนเช้าตื่นมาเห็นมีพวกมันวิ่งเล่นอยู่ด้วย ข้าจับไม่ทันแต่ทำกับดักวางทิ้งเอาไว้ก็น่าจะดีอย่างน้อยก็จับเจ้าพวกนั้นมากินพอประทังหิวได้" คาบูโตะอธิบายแล้วแสดงกลไกของกับดักง่ายๆ ให้ดู มันเป็นวิชาที่เขาได้จากการทำข้องจับสัตว์น้ำ เขาคิดว่ากลไกมันอาจจะคล้ายๆ กันเลยเอามาประยุกต์ใช้ได้บ้าง
    "ถ้าอย่างนั้นข้าช่วยแล้วกันขอรับ" เลี่ยงเหลียงนั่งลงขัดสมาธิและช่วยคาบูโตะทำกับดักสัตว์พร้อมทั้งให้เขาสอนวิธีทำไปด้วย และเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยพวกเขาก็เอามันวางดักสัตว์เอาไว้ด้านนอก พร้อมกับเก็บกิ่งไม้บางส่วนโยนเข้าไปเพื่อใช้เป็นฟืนและทำกับดักสัตว์ด้านในต่อ เพียงแค่นี้ก็รอแค่เวลาที่จะได้น้ำและสัตว์ตัวเล็กๆ เข้ามาติดกับนั่นเอง


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -5 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -5 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-11-15 10:51

ขึ้นไปด้านบน