ดู: 199|ตอบกลับ: 3

{ เมืองเยี่ยหลาง } โรงเตี๊ยมซีเหนี่ยว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-12 16:05:31 |โหมดอ่าน
โรงเตี๊ยมซีเหนี่ยว

3| | |โรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดแห่งเมืองเยี่ยหลาง| | |4







โรงเตี๊ยมซีเหนี่ยวนั้นเป็นโรงเตี๊ยมใหญ่ที่มันจะมีนักเดินทางมาพักบ่อยๆ

เพราะว่าการบริการดีอยู่ใกล้ย่านการค้าเมืองเยี่ยหลาง รวมถึงชั้นล่างจะเป็นร้านอาหาร

ที่มีอาหารเลิศรสไว้เชิญชิม ทำให้เหล่านักชมอาหารป่า นั้นต่างมาลิ้มลองกันมากมาย



และยังมีโรงน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีให้บริการอีกด้วย เป็นที่ชื่นชอบของชาวเมืองเยี่ยหลางอยู่เหมือนกัน

ห้องพักที่นี้ก็มีให้เลือกแบบมาเป็นคณะหรือว่าห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ถึงแม้จะต้องเสียเงินเยอะไปสักหน่อย แต่แลกกับการพักผ่อนระดับสูงแล้วก็น่าลิ้มลองไม่ได้ต่างกันเลย





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-4-12 16:20:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-4-12 22:00




ถามไถ่
        พระชายาหลินเฟยและท่านอ๋องหลิวฉุนนั้นเดินเคียงคู่กันเพื่อกลับมายังสถานที่เดิมที่พวกเขานั้นนัดกับท่านพี่จิ้นอันและหนูน้อยโต้วเซี่ยวเอาไว้ ท่ามกลางแสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังคล่อยต่ำลงเธอหันมองท้องฟ้าก่อนที่จะคลายยิ้มเล็กน้อย

        “...เจ้าชอบมองฟ้า...”

        “....ฮ่ะๆ..ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาข้ามองฟ้าจนชินแล้วล่ะเจ้าค่ะ อาจจะกลายเป็นนิสัยไปแล้วก็ได้.. เพราะว่า..อย่างน้อยข้าก็อยู่ใต้ผืนฟ้าเดียวกับท่าน เหมือนเป็นจุดเชื่อมเราสองคนเอาไว้ด้วยกัน” แม่นางเจียวหย่านั้นอธิบาย ส่วนท่านอ๋องก็ได้แต่ยิ้มบางๆแล้วโอบฮูหยินของตนเองน้อยๆ เหมือนกับว่าตอนนี้ไม่ต้องเป็นกังวนอีกแล้ว

        “...เนี้ย..แล้วข้าก็จะมาเจอแต่อะไรแบบนี้ =__= ” เสียงของจิ้นอันนั้นดังขั้น พร้อมกับสายตาของโต้วเซี่ยวที่จ้องมองทั้งสอง เหมือนกับว่าทำอะไรไม่อายฟ้าอายดินบ้างหรือไงกันนะ? ส่วนท่านอ๋องเมื่อเห็นทั้งสองก็ยิ้มแห้งๆแล้วผละออกจากฮูหยินตนเอง

        “เอาล่ะ..เราเข้าพักโรงเตี๊ยมดีกว่าเนอะ” ท่านอ๋องพูด ก่อนที่จะเดินนำเข้าไปในโรงเตี้ยมตรงหัวมุมของทางเลี้ยวตรงนั้น พระชายาหลินเฟยและท่านจิ้นอันที่อุ้มโต้วเซี่ยวอยู่ก็เดินตามไป

       “ท่านพี่ได้อะไรมาบ้างไหม?” นางถาม
        “ไม่เลย ชาวบ้านแทบไม่รู้จักเลย สกุลโต้วงั้นหรอ? ไม่มีเลย อะไรแบบนี้น่ะ คิดว่ามันแปลกบ้างไหม?” จิ้นอันพูด ส่วนโต้วเซี่ยวนั้นกอดตุ๊กตาของตนเองแน่น เหมือนกลับไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะเธอก็ยังคงเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆอยู่เลย

        ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันเลยจนเดินเข้ามาด้านในโรงเตี้ยมท่านอ๋องนั้นเดินนำไปนั่งตรงโต๊ะที่เป็นที่รับรองด้านในสุด จิ้นอันและพระชายาเองก็เดินเข้าไปด้านในนั้นเหมือนกัน ก่อนที่ท่านอ๋องจะสั่งอาหารและเครื่องดื่มกับเสี่ยวเอ๋อห์ที่มารับเมนูอาหาร

        ในที่สุดทั้งสี่คนก็ได้อยู่พื้นที่ ที่พอจะคุยกันได้แล้ว

        “ว่าไงท่านจิ้นอัน ท่านได้อะไรมาบ้างหรือปล่าว?” ท่านอ๋องนั้นสอบถาม จิ้นอันจึงส่ายหัว ก่อนที่จะทำท่าคิด

        “อยากที่รู้กัน ข้าไล่ถามดูชาวบ้านพ่อค้า หรือแม้กระทั้งนักเดินทางก็ไม่ได้ข่าวอะไรเลย แม้กระทั้งชื่อเหมือนยังไม่มีเลยขอรับ แบบนั้นข้าคิดว่ามันน่าแปลกเกินไปหน่อย ข้าคิดว่าตอนนี้ต่อให้หายังไงก็คงไม่ได้ เราลองวาดภาพเหมือนนางแล้วติดทั่วเมืองดีไหมขอรับ?” จิ้นอันนำเสนอความคิด ก่อนที่ท่านอ๋องและพระชายาจะคิดอีก

        “ข้าคิดว่านั้นไม่เหมาะนะเจ้าคะท่านพี่ ข้าว่าเรากำลังตามหาสิ่งที่ไม่อาจมีอยู่ก็ได้ การทำแบบนั้นจะยิ่งเป็นการล่อให้พวกนักฆ่ามืออาชีพนั้นมาหาเราเสียปล่าวๆ แล้วก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่ามันจะเป็นอย่างงั้น..ว่าก็ว่าเถอะนะเจ้าคะ...โต้วเซี่ยว..ข้ามีเรื่องที่อยากจะถามเจ้าหน่อย” พระชายาหลินเฟยนั้นหันไปถามเด็กสาวที่นั่งข้างจิ้นอันและตนเอง

        โต้วเซี่ยวนั้นหันขึ้นมามองเธอ แล้วพยักหน้าเหมือนกับว่าถามได้ค่ะ อะไรเถือกๆนั้น

        “...มันจะเป็นอะไรไหม หากเราจะกลับเฉิงตูเพราะเราไม่อาจหาพบได้ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ ข้าจะรับเจ้าเป็นบุตรบุญธรรมเอง” พระชายาหลินเฟยนั้นอธิบาย ก่อนที่จะทำให้เด็กหญิงโต้วเซี่ยวเลือก เธออยากช่วยนั้นคือความจริง

        แต่ในเมื่อข้อมูลพวกนี้นั้นมันเป็นข้อมูลที่ไม่อาจหาได้ ขืนอยู่ที่นี้นานไปรังแต่จะเป็นปัญหา

        “หืม..อย่าพึ่งรีบด่วนตัดสินใจสิเจียวหย่า พี่ว่าเจ้าตัดสินใจเร็วไปหรือปล่าว เราลองไปถามสถานที่ราชการของเยี่ยหลางดูก่อนน่าจะดีกว่านะ?” จิ้นอันนำเสนอวิธีอีก แต่พระชายาหลินเฟยนั้นก็ส่ายหัว แล้วทำหน้าตาเหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

       “ข้าไม่ได้รีบด่วนสรุปพี่ชาย แต่เราไม่รู้ว่าเมืองเยี่ยหลางเป็นมิตรกับต้าฮั่นขนาดไหน แค่การที่เราอยู่ที่นี้ก็ผิดแล้ว ยิ่งเยี่ยหลางเป็นพันธมิตรกับเมืองเตี๋ยน งานนี้ก็ยิ่งแต่ยากเข้าไปใหญ่อยู่ ข้าหรือท่านอ๋องมีสิทธิ์ที่จะเสียชีวิตได้ตลอดเวลาหากอยู่ที่นี้ต่อไป การเดินทางครั้งนี้นั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย..” พระชายาหลินเฟยอธิบาย ส่วนท่านอ๋องนั้นก็พยักหน้าให้กับความคิดของพระชายาหลินเฟยของตนเองด้วย

        ใบหน้าของเด็กสาวโต้วเซี่ยวนั้นกำลังคิดเหมือนกับว่าได้รับคำถามที่ยากจะตอบ

        เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสี่ยวเอ๋อห์นั้นเข้ามาเพื่อที่จะเสริฟอาหารที่ได้สั่งไปทั้งหมด เพื่อที่จะให้คนทั้งสี่คนนั้นได้ทานกัน และอาจจะคิดอะไรออกก็ได้ เมื่อได้ทานอาหารทั้งหมดนี้เสร็จ เมื่ออาหารมาครบพระชายาหลินเฟยก็หันไปทางโต้วเซี่ยวแล้วลูบหัวเด็กหญิงเบาๆ

        “ไม่เป็นไร..ค่อยๆคิด ตอนนี้กินข้าวก่อนเถอะ แล้วเจ้าค่อยตอบคำถามของข้าหลังมื้ออาหารนี้ก็ได้” พระชายาหลินเฟยพูด โต้วเซี่ยวนั้นพยักหน้า ก่อนที่จะลงมือทานอาหารตรงหน้าไป ส่วนท่านอ๋องและพระชายาหลินเฟยก็หันมามองหน้ากันแล้วพยักหน้า

        “จะว่าไปท่านพี่..ข้าก็ว่าเถอะนะ..ท่านควรหาภรรยาเพื่อมีลูกสืบสกุลได้แล้วนะเจ้าคะ?” เจียวหย่าพูด ก่อนที่จะจ้องมองเขาที่กำลังทานอาหารอยู่..เมื่อได้ยินคำนี้เขาถึงขั้นส่ายหัวอย่างแรงแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

        “หน้าที่นั้น เจี๋ยเฟย เจี๋ยหมิงทำได้ เชื่อพี่เถอะ พี่ว่าท่านพ่อก็รู้ว่าพี่ไม่อาจทำอะไรแบบนั้นได้” จิ้นอันพูดอย่างจริงจัง เมื่อพระชายาหลินเฟยได้ยินแบบนั้นก็หน่ายใจ สงสารท่านพ่อเหลือเกิน ที่ลูกชายแต่ละคนนั้นมีโอกาศแต่งงานน้อยเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะลูกชายคนโต ที่คาดว่าคงไม่อาจแต่งงานได้

        นั้นสินะ..หญิงไหนเล่าจะเหลียวแล? ความจริงก็มีเหลียวแล แต่ท่านพี่กลับไม่เหลียวแลหญิงใดเลยเสียสักคน

       “เจ้ากำลังคิดว่าพี่ไม่เหลียวแลหญิงอยู่หรือเจียวหย่า” จิ้นอันพูดขึ้น ส่วนคุณน้องสาวที่รู้ว่าพี่ชายรู้ทันก็ไม่ได้พูดอะไรแต่ทำเหมือนหูทวนลมแล้วกินอาหารตรงหน้าแบบไม่ใส่ใจ ส่วนท่านอ๋องนั้นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เขาไม่มีพี่น้อง เพราะฉะนั้นจึงไม่ค่อยเข้าใจพวกนี้ แต่ด้วยเขาเป็นคนอ่อนโยนจึงไม่แปลกที่จะเฉยๆกับมันไปได้

        “จะว่าไป..ทำไมท่านถึงไม่อยากจะมีฮูหยินภรรยาเล่าท่านจิ้นอัน?” ท่านอ๋องถามขึ้น

       “ข้าก็แค่อยากจะพอแล้ว..อุทิศตนช่วยเหลือมนุษย์เสียดีกว่า ข้าไม่มีอยากมีบ่วงใดที่มาคล่องคอ แม้อาจมีก็เป็นครอบครัวที่ข้าอยากปกป้อง..อีกอย่างข้าตายด้านเรื่องนี้ เจียวหย่ารู้ดี..ข้าไม่เคยมองหญิงผู้ใด แม้อาจงามหยาดฟ้า สิ่งที่ข้ามองนั้นจิตใจ ไม่ใช่ว่าหญิงทั่วต้าฮั่นมิดี ดี..แต่ดีเกินไป..ในบางครั้งนะ..ข้าเลยคิดว่าไม่มีเสียดีกว่า นั่งเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานไปนี้ล่ะ อนาคตของข้า” จิ้นอันพูด ระหว่างที่เขาพูดหนูน้อยโต้วเซี่ยวก็จ้องมองเขาไปด้วย พลางหยิบของกินเข้าปากยับๆ

        เมืื่อจิ้นอันรับรู้ว่ามีคนมองนอกจากท่านอ๋องก็หันไปมองเด็กสาว ทั้งสองจ้องหน้ากันแต่นางก็กลับหลบตาจิ้นอันไปก่อน เขาเองก็แปลกใจแล้วลูบหัวเด็กสาว

       “ข้าใจอ่อนง่ายนะ แต่เรื่องนี้คงไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะอ่อนข้อได้หรอก” เขากล่าว

        จนสุดท้ายแล้วทั้งสี่คนก็ฟาดอาหารที่ทานอย่างทันทีเลยล่ะ โชคดีนะที่เลือกที่นั่งด้านในสุด พระชายาหลินเฟยจึงนำผ้าออกมาอย่างง่ายๆ จะได้ไม่โดนคนสังเหตุอะไรมากมาย ทั้งยังสั่งอาหารได้เรื่อยๆเพราะความหิว แต่ก็มีบ้างที่เสี่ยวเอ๋อห์หนุ่มนั้นจะผงะในใบหน้าของหญิงงามที่พวกเขาเห็น แต่เมื่อเห็นอย่างงั้นก็เห็นมือของชายข้างกายที่กุมกัน

        ก็คงจะเป็นคนรักนั้นล่ะนะ

        เมื่อทานอาหารจนเสร็จเรียบร้อยแล้วพระชายาหลินเฟยก็หันไปทางท่านอ๋อง เหมือนว่าท่านอ๋องจะจ้องเธอแล้วเธอก็หันจ้องเขาแล้วหันไปทางเด็กน้อยโต้วเซี่ยว

        “เอาล่ะ...ตอนนี้เจ้าตัดสินใจได้หรือยัง? ข้อเสนอที่ข้าให้ไป แต่เชื่อได้เลย ว่าข้าจะดูแลเจ้าให้ดีที่สุด ในเมื่อเจ้าจะเป็นบุตรของข้าแล้ว...”เมื่อโต้วเซี่ยวได้ยินแบบนั้นเธอก็ก้มหน้าน้อยๆแล้วกอดตุ๊กตาของตนเองไว้.. เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนกับคนที่กำลังจะร้องไห้

        “แต่ว่า..ท่านแม่..ท่านแม่ของหนู” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งสะอื่นเมื่อพูดถึงแม่ของตนเอง เมื่อเห็นดังนั้นแล้วพระชายาหลินเฟยจึงอุ้มขึ้นมาอย่างทันที แล้วลูบหลังเด็กน้อยด้วยความสงสารเนื่องจากว่าเธอก็คิดว่าแม่ของเธออย่างน้อยถ้ามีโอกาศก็อยากจะหา

        ….แบบนี้คงยากหน่อยละนะ

        พระชายาหลินเฟยถอนหายใจก่อนที่จะยิ้มบางแล้วลูบหลังของเด็กน้อยที่กำลังอยากจะร้องไห้แล้วเธอก็พูดขึ้นมา

        “ได้จ๊ะ ไม่เป็นไรนะ ฉันไม่ได้จะปัดความรับผิดชอบของตนเองหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะไปหากันตกลงไหมจ๊ะโต้วเซี่ยว” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดขึ้น ส่วนโต้วเซี่ยวเมื่อได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า พระชายาหลินเฟยนั้นอุ้มโต้วเซี่ยวขึ้นมา แล้วหันไปทางหนุ่มๆ

        “งั้นข้าจะนอนกับโต้วเซี่ยวแล้วกันนะเจ้าคะ? ส่วนพวกท่านก็นอนอีกห้องแล้วกัน คงไม่ว่าอะไรนะเจ้าคะท่านหลิวฉุน” เธอพูด ก่อนที่จะยิ้มหวาน ให้กับท่านอ๋องผู้เป็นพระสวามี และจิ้นอันผู้เป็นพี่ชาย แต่ก่อนอื่นเธอนั้นเอาผ้าปิดใบหน้าของตนเองก่อนแล้วค่อยเดินขึ้นห้องพักด้านบนที่ท่านอ๋องติดต่อไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อมาถึงก็เห็นว่ามีเตียงและตู้ส่วนหนึ่งเหมือนกับโรงเตี้้ยมทั่วๆไป

        พระชายาหลินเฟยวางโต้วเซี่ยวลงก่อนที่จะถอดเสื้อผ้าร่างกายของตนเองเล็กน้อย เพราะการเดินทาง

        “เจ้าไม่เป็นอะไรนะ??..ไหวหรือปล่าว” พระชายาหลินเฟยถามเด็กน้อยด้วยความสงสัย ว่าเธอได้ทำร้ายจิตใจของเด็กหญิงหรือไม่ แต่ทว่าโต้วเซี่ยวก็ส่ายหัว ก่อนที่จะยิ้มบางๆให้กับเธอ ทั้งสองคนนั้นจัดการร่างกายอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมนอน

        และช่วงเวลาแห่งการนอน โต้วเซี่ยวนั้นพลิกตัวซ้ายขวา เนื่องจากว่าเธอนั้นนอนไม่หลับเท่าไร ทั้งยังมีเรื่องของท่านแม่ของตนอีกทำให้เป็นกังวน

        “.......เจ้าเป็นอะไรหรือ..โต้วเซี่ยว?” พระชายานั้นสังเกตุเห็น จึงถามเด็กหญิงไป
        “...ปกติท่านแม่..จะกอดหนูลูบหลัง..แล้วก็ร้องเพลงกล่อม...หนู..คิดถึงท่านแม่” โต้วเซี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงที่ทรมารใจ เธอเป็นแค่เด็กหญิงคนหนึ่งที่ต้องหนีตาย แต่ทว่ากลับต้องมารับรู้เรื่องราวพวกนี้ ทำให้พระชายาหลินเฟยนั้นต้องถอนหายใจ แล้วลูบหัวเด็กน้อยเพื่อเป็นการปลอบประโลม

        เธอค่อยๆใช้มือนั้นโอบกอดโต้วเซี่ยวและขยับให้เด็กหญิงนั้นเข้ามาใกล้ ก่อนค่อยๆลูบหลังเด็กน้อยเหมือนกับแม่ที่กำลังจะปลอบลูกน้อยให้นอน

เจ้านกขมิ้นเหลืองอ่อนเอ๋ย ค่ำแล้วจะนอนที่ตรงไหน จะนอนไหนก็นอนได้
สุมทุมพุ่มไม้ก็เคยนอน ลมพระพายชายพัดมาอ่อนๆ เจ้าเคยจรมานอนรังเอย
เจ้านกขมิ้นเหลืองอ่อนเอ๋ย ค่ำแล้วจะนอนที่ตรงไหน จะนอนไหนก็นอนได้
สุมทุมพุ่มไม้ก็เคยนอน ลมพระพายชายพัดมาอ่อนๆ เจ้าเคยจรมานอนรังเอย

        เสียงหวานใสของพระชายาดังขึ้นมาเป็นทำนองเพลงกล่อมเด็กที่เธอจำได้ว่าท่านแม่ของตนนั้นร้องให้ฟังบ่อยๆ จนเมื่อจบเพลงโต้วเซี่ยวก็นอนพอดี ทำให้เธอก็ค่อยๆเข้าสู่นิทราตามไปด้วย

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +70 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 70 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-4-13 00:54:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-4-13 23:21

ตลบหลัง
        “อือ...อืม….” พระชายาหลินเฟยนั้นลืมตาขึ้นมาในกลางดึก เนื่องจากว่าได้ยินเสียงของผู้คนที่ดังโวยวายอยู่ด้านล่าง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นยังคงมีร่อยรอยติดจะง่วงซึมเล็กน้อย หญิงสาวถอนหายใจขึ้นมาเล็กน้อย เนื่องจากว่าโดนปลุกให้ตื่น จากเสียง เวลาก็ยังคงกลางคืนอยู่เลย แต่ทว่าอยู่ๆ หญิงสาวก็ต้องหน้าซีดเผือก

        เนื่องจากว่าโต้วเซี่ยวที่ควรจะอยู่ในอ้อมกอดของเธอนั้นกลับหายไป ดวงตาสีม่วงนั้นเบิกกว้าง ก่อนที่จะหันซ้ายขวาแล้วตะโกนเรียกหา

        “โต้วเซี่ยว..โต้วเซี่ยวเจ้าอยู่ไหน” เธอทั้งเรียกหาและกวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆห้องแต่ที่พบนั้นก็มีแต่เพียงความว่างปล่าว !!! เมื่อรู้ตัวว่าอาจจะต้องเกิดเรื่องหญิงสาวก็เด้งร่างกายขึ้นมาเพื่อที่จะใส่เสื้อผ้า และผ้าปิดใบหน้าเพื่อที่จะเดินทางออกไปเพื่อตามหาเด็กน้อยที่หายตัวไป เธอคิดว่านี้มันคงจะเป็นเรื่องแล้วเสียละมั้ง

        แต่ระหว่างที่กำลังเก็บของอยู่นั้น…

        “ตึ่ง!!! ๆๆๆ เจียวหย่า!! เจ้าอยู่ด้านในนั้นไหม!!” เสียงของเซียวไต้อ๋องนั้นดังขึ้นมาจากหน้าห้องพร้อมกับเสียงทุบประตูด้วยความร้อนใจ

        “ข้าอยู่นี้ สักครู่ท่านหลิวฉุน!!” พระชายาหลินเฟยนั้นรีบเก็บของแล้ววิ่งไปเก็บของ เห็นชายทั้งสองในชุดเต็มยศปกติ ไม่ใช่ชุดนอน ดวงตาสีม่วงนั้นเบิกกว้าง แล้วเธอก็พูดขึ้น “โต้วเซี่ยวหายตัวไป ข้าคิดว่าน่าจะมีคนพานางไปตอนที่ข้านอน!! เราต้องเร่งแล้ว! นี้มันเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ” พระชายาหลินเฟยพูดด้วยความร้อนรน

        “ฮ่ะๆ..ว่าไงนะ...นี้มันเรื่องอะไรกันเนี้ย เรื่องมันเกิดอะไรขึ้นนะ..แฮ่กๆ..” ท่านอ๋องนั้นหอบหายใจเพื่อเอาอากาศเข้าปอดอย่างเหนื่อยอ่อน ส่วนจิ้นอันก็พูดขึ้น

        “ไฟไหม้ แฮ่กๆ”

        ร่างของคนทั้งสามนั้นวิ่งออกจากห้องเพื่อที่จะออกจากโรงเตี้ยมอันนี้ เนื่องจากว่าสถานะการณ์นั้นไม่สู้ดี มีไฟไหม้ทั้งเด็กน้อยโต้วเซี่ยวยังหายตัวไปอีก เพราะฉะนั้นตอนนี้ิสิ่งที่ควรทำคือออกไปตามหาให้เร็วที่สุด อาจจะยังไปไม่ได้ไกลนัก แต่ทว่าเมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็ต้องหยุดความคิดนั้นไปได้เลย เพราะว่าเมื่อวิ่งลงมาจากบรรไดไม้ ที่ส่งเสียงเอียดอาด

        ก็ต้องพบกับบรรดาเสี่ยวเอ๋อห์และกลุ่มคนที่เป็นคนของโรงเตี็ยม คนที่เธอถามข้อมูลช่วงกลางวันนั้นก็ด้วย ต่างมาอยู่ตรงกลางห้องของโรงเตี้ยม แล้วเมื่อเห็นว่าคนทั้งสามนั้นมา พวกเขาก็ลุกขึ้นจากการนั่ง หรือบางคนที่กำลังตีพ่อล้อแม่กับเพื่อนก็จ้องมองพวกเธออย่างที่ไม่เคยนึกมาก่อน มีชายคนหนึ่งนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้ม แหบขึ้นมา

        “ขอบใจมากนะที่พาคุณหนูกลับมาส่ง หึๆ” เขากล่าว

        “นั้นมันเถ้าแก่ร้านนี้...หมายความว่ายังไงกันน่ะ” ท่านอ๋องพูดขึ้น พระชายาหลินเฟยเมื่อได้ยินดังนั้นแล้วหัวของเธอก็ประติดประต่อเรื่องได้อย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าจะโดนตลบหลังเสียแล้วล่ะ เธอหันมองรอบๆ ก็ไม่ได้ให้ว่ามีไฟไหม้อะไร ..นี้มัน...แปลกว่า

        “แผนอย่างงั้นหรอ..เตรียมการได้ดีนี้” พระชายาหลินเฟยกล่าว
        “รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว แม่นาง เอาล่ะเป็นเด็กดีแล้วเจ้าจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว” เถ้าแก่ชายเสียงแหบนั้นพูดขึ้น เขากระตุกยิ้มเป็นนัยต์ ก่อนที่จะกวักมือเป็นเชิงประมาณว่า ไปจัดการมัน!! และแล้ว กลุ่มคนที่อยู่ก็วิ่งกรู่กันเข้ามา มีกลุ่มคนอยากมากมายเลย เกือบ 10 กว่าคนได้ที่วิ่งมาทางนี้

        พระชายาหลินเฟยรวมถึงไต้อ๋องนั้นวิ่งขึ้นกลับไปยังทางด้านบน เนื่องจากทางด้านล่างนั้นโดนปิดไว้หมดจากกำลังคน และตอนนี้ก็คงไม่อาจที่จะต่อสู้อะไรได้มาก เมื่อวิ่งมาได้ก็มีเสี่ยวเอ๋อห์ที่วิ่งมาดักอยู่สองคน พระชายาหลินเฟยที่วิ่งเร็วที่สุดก็หยิบขวานทองของตนเองออกมาเพื่อตีชายสองคนนั้นให้สลบ แล้วกระโดดโยนร่างของชายสองคนนั้นให้กับคนด้านล่าง

        ทั้งสามคนนั้นวิ่งไปยังทางยาวแล้วสุ่มเข้าห้องเพื่อที่จะไม่ให้พวกนั้นรู้ว่าพวกเขาอยู่ห้องไหน เสียงหอบหายในนั้นดังขึ้นมาเมื่อเข้าห้องและล๊อคกลอนไม้ หญิงสาวนั้นทรุดลงกับพื้นเนื่องจากวิ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว

        “...ดูเหมือนเข้าปากเสือไม่มีผิดเลย” ไต้อ๋องพูดขึ้น
        “..รู้งี้ข้ากลับเฉิงตูเสียแต่เย็นจะดีกว่านะเจ้าคะ..ถึงขั้นรวมคนขนาดนี้ คงไม่ใช่น้อยๆเลยที่เราจะต่อกร ต้องตามหาโต้วเซี่ยวแล้วรีบหนีเสียจะดีกว่า” เจียวหย่าพูดขึ้นอีกครั้ง

        “แต่ตอนนี้หาทางออกจากตรงนี้จะดีกว่านะ” จิ้นอันกล่าว ก่อนที่จะชี้ไปทางหน้าต่างบานเล็ก ที่เหมือนกับเป็นหน้าต่างที่มีไว้ประดับอย่างไรอย่างงั้น ใครมันเป็นสถาปนิกสร้างกันนะ น่าฆ่าทิ้งเสียจริงๆเลยๆ อ่ะๆ นี้ไม่ใช่ความคิดของพระชายาหลินเฟยนะ เธอจ้องมองทางที่น่าจะเป็นทางแมลงสาปลอดนั้นด้วยสายตาไม่อาจคาดเดา

        “แค่เด็กยังลอดไม่ได้เลยเจ้าค่ะ” พระชายาหลินเฟยพูด แล้วกุมขมับ

        “เอาอย่างงี้ไหม? เราคงต้องใช้ระเบียงด้านนอกแล้วหนี ให้สองคนหนีออกไปก่อน เดี๋ยวข้าจะต้านพวกกลุ่มคนพวกนั้นเอง แบบนั้นท่าจะเป็นทางรอดที่ดีที่สุด เพราะห้องนี้ก็ไม่มีทางออกอื่น” จิ้นอันเป็นคนเสนอ ก่อนที่พระชายาหลินเฟยนั้นจะจ้องดวงตาพี่ชายของตนเอง เขาเป็นคนที่เสียสละทุกอย่างเพื่อน้องเสมอ แม้น้องออกเรือนแล้วเขาก็ยังคงเป็นพี่ใหญ่ที่เธอเคารพเสมอ

        “เอาเช่นนั้นหรือท่านพี่” เจียวหย่าถาม

        “ไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นใคร ข้าฝากท่านดูแลน้องสาวของข้าด้วย” จิ้นอันพูดกับเซียวไต้อ๋อง เขาพยักหน้าให้จิ้นอันก่อนที่ทั้งสามนั้นจะทำตามแผนที่จิ้นอันนั้นได้บอกไว้ เมื่อเปิดประตู กลุ่มคนที่เห็นนั้นก็เริ่มที่จะกรูกันเข้ามา พระชายาหลินเฟยและไต้อ๋องนั้นวิ่งไปอีกทาง โดยที่มีจิ้นอันนั้นต้านกลุ่มคนให้ เสียงของเขานั้นดังเข้ามา ระหว่างที่วิ่งอยู่

        “ไม่ต้องห่วง ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าต้องหาทางช่วยข้าได้แน่ น้องสาวไป! รีบไป!” จิ้นอันพูดขึ้นระหว่างที่กำลังใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวที่หามาจากผนังแถวนั้นมาเป็นอาวุธ เขาเป็นนักปราญช์ไม่ใช่นักสู้เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่จะใช้อะไรแบบนี้มาสู้ ชายหลายคนนั้นต้องโดยอาวุธไม้กวาดทางมะพร้าวนั้นฟาดหน้าด้วยเสียง แซกๆ กันไปเป็นแถบๆ

        พระชายาหลิยเฟยและไต้อ๋องนั้นวิ่งไปอย่างรวจเร็ว ทั้งสองจับมือกันเหมือนกับกำลังหนีตายนรกเดินดินจนไปถึงระเบียงแล้วกระโดดลงไปทันที ไต้อ๋องนั้นกระโดดลงไปก่อน ตามด้วยพระชายาหลินเฟย เมื่อเธอกระโดดลงมาไต้อ๋องก็อุ้มรับไว้พอดี

        และคนทั้งสองก็วิ่งเข้าไปในความมืดของช่วงเวลานี้

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +300 ความหิว -38 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 300 -38 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2019-5-4 19:29:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย TangXinJian เมื่อ 2019-5-4 20:17

{ เมืองเยี่ยหลาง }
- โรงเตี๊ยมซีเหนี่ยว -

กลับมาอีกครั้งพร้อมเงินเต็มถุง


คนอย่างถังซึ่นเจี้ยนหากตัดสินใจจะทำอะไรแล้วต้องสำเร็จ
ระหว่างทางดั้นด้นจากกระท่อมที่ถูกไปปล่อยไว้
ในที่สุดเขาก็ได้กลับมาถึงเมืองเยี่ยหลางเสียที
หนำซํ้าระหว่างทางก็ปล้นฆ่าพ่อค้านักเดินทาง
ที่ดูแล้วน่าจะรํ่ารวยจนได้เงินมาจำนวนหลายชั่งอยู่

ชายหนุ่มตอนนี้สภาพมอมแมมจนดูแทบไม่ได้
ขาไม่ได้อาบนํ้ามาหลายวันจนร่างกายเริ่มมีกลิ่นออกมา

แต่ว่าในวันนี้แหละ! เขาจะเข้าพักที่โรงเตี้ยมซีเหนี่ยวแห่งนี้
อาบนํ้าอาบท่า กินอาหารให้อิ่มท้อง ก่อนที่จะออกไปลงมือปล้นคฤหาสน์บ้าๆนั่น!

คอยดูเถอะเจ้าโง่ที่ไหนก็ตามที่บังอาจฟาดเขาจนสลบ!
..เขาจะต้องแก้แค้นให้สาสม ฮึ!

ชายหนุ่มสภาพมอมแมมย่างก้าวเข้าไปภายในโรงเตี้ยม
แต่ยังไม่ทันสั่งอะไรก็ถูกเสี่ยวเอ้อร์เข้ามาพูดจาดูถูกใส่

“เดี๋ยว! ที่นี่ไม่ใช่โรงทาน ไสหัวไปเสีย!”

ซึ่นเจี้ยนเลือดขึ้นหน้า ...

เขาถูกคนเรียกว่าพวกเร่ร่อนหรือไม่ก็จรจัดมาสามคนติดต่อกันภายในไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์
ชายหนุ่มสะบัดฝักกระบี่ คมดาบนั้นจ่อที่คอหอยของเสี่ยวเอ้อร์ผู้โง่เขลา
นัยน์ตาของมันแสดงความหวาดกลัวและตกใจ

ซึ่นเจี้ยนจ้องมองมันอย่างเหยียดหยาม
เขาหรี่สายตามองค้อนมันราวกับคมมีดนั้นเฉือดเลือดเนื้อมันออกเป็นหมื่นชิ้น

“แกว่าใครเป็นคนจรจัด?...ห๊ะ!”

เขาถีบมันลงไปกลิ้งกับพื้น ก่อนจะโยนถุงเงินจำนวนนึงอัดใส่หน้าของมันผู้โง่เขลา
เงินในถุงเงินนั้นกระจายออกเต็มพื้น
เถ่าแก่เจ้าของโรงเตี้ยมที่มองเหตุการณ์อยู่รีบวิ่งเข้ามาขอโทษขอโพย

“ไอ้หยาาาา ขอโทษขอรับคุณชาย เชิญทางนี้ๆ”

เขารีบเชิญซึ่นเจี้ยนเข้ามาอย่างว่องไวหลังจากเห็นเงินที่กระจายอยู่บนพื้น

ไม่นานนักซึ่นเจี้ยนก็ได้เข้ามาอยู่ในห้องพักของตน อ่างนํ้าอุ่นที่ถูกจัดเอาเตรียมไว้ทำให้เขาไม่ต้องคิดมากมาย ซึ่นเจี้ยนปลดอาภรณ์ทั้งหลายออก ก่อนจะลงไปแช่ในอ่างนั้น ชัดสีฉวีวรรณจนร่างกายสะอาดสะอ้าน กลิ่นไม่พึ่งประสงค์จากหยาดเหงื่อถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมของกุหลาบที่โรยอยู่ในอ่าง

กล้ามแขน และกล้ามน่าท้องชวนจ้องมอง ...
ซึ่นเจี้ยนรู้สึกว่าร่างกายของเขากำยำขึ้นมามากกว่าก่อนหน้านี้
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงหลังๆเขาออกเดินทางไกลจนไม่หยุดพักหรือเพราะเหตุใด
สองมือกวักนํ้าในอ่างขึ้นมาปะใบหน้าคมเข้มอันหล่อเหลา เขาถอนหายใจ….

ครั้งสุดท้ายที่ได้อาบนํ้าในอ่างแบบนี้ก็กับเธอคนนั้น…

ซึ่นเจี้ยนพยายามสลัดความคิดแย่ๆทิ้งไป
ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนใครแอบจ้องมองอยู่ที่ไหนสักแห่ง ….

กลับมาอีกแล้วไอ้ความรู้สึกหวาดระแวงนี่…

สายตาของชายหนุ่มหันมองไปรอบๆห้อง ก่อนจะพึมพัมออกมาเบาๆ

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร...อย่าได้บังอาจมาวุ่นวายกับข้า ไม่งั้นข้าจะส่งเจ้าไปลงนรกเสีย..”

เขารออยู่ครู่นึง ก่อนจะลุกขึ้นจากอ่างอาบนํ้า ไปแต่งตัวและทานอาหาร ก่อนที่จะเข้านอน...



(2)

ขณะที่กำลังข่มตาหลับจู่ๆก็เกิดเสียงดังขึ้น ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างแรง
ปรากฏร่างของชายกลุ่มนึงสวมชุดเกราะติดอาวุธ ดูท่าจะเป็นทหารของเมืองเยี่ยหลาง
พวกมันล้อมซึ่นเจี้ยนเอาไว้ ใช้อาวุธที่ถือมาตั้งท่าพร้อมโจมตีเขาทุกเมื่อ

"มอบตัวซะดีๆเจ้าฆาตกร!!! เด็กๆจัดการ!"

หนึ่งในพวกมันท่าทางราวกับหัวหน้ากองออกคำสั่ง ทันใดนั้นพวกมันก็เริ่มพุ่งตรงมา
ซึ่นเจี้ยนคว้ากระบี่ที่นอนกอดเอาไว้ใช้วิชาตัวเบาดีดตัวขึ้น เตียงไม้ที่นอนอยู่แตกหักออกจากกัน

ก่อนที่จะเข้าประทะคมดาบกับพวกมัน
ประทะกันได้ไม่กี่กระบวนท่าซึ่นเจี้ยนก็สังหารนึงในพวกมันจนสิ้นลมหายใจ

"เฮอะ!"

แล้วจึงตัดสินใจล่าถอยก่อนเสียจะดีกว่า ดูเหมือนเจ้าพวกนี้จะเป็นทหารฝีมือดีของเยี่ยหลาง
เขาจึงจำใจมุ่งตรงไปทางหน้าต่าง ใช้เท้าทีบบานหน้าต่างนั้นจนเปิดออก แล้วจึงลอดตัวออกไปอย่างว่องไว

ค่อยๆไต่ลงไปตามหลังคา กระหมุนตัวลอยกลางอากาศกระโจนไปยังทิศทางของคอกม้า

เมื่อถึงแล้วก็จัดการตัดสายที่ถูกผูกเอาไว้กับตัวม้า ขึ้นควบขี่มันหนีจากไป ...



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ --10 คุณธรรม +15 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-5-4 20:02

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -63 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -63 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ต้องการอะไรจากข้า?
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
ขวานต้วนหยู้ว
เกราะทองคำ
ฮั่นเสียดำเทวะ
คัมภีร์ละติน
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x12
x120
x76
x106
x15
x1
x102
x135
x8000
x8000
x8
x1
x10
x10
x1
x7
x4
x23
x90
x40
x30
x28
x900
x21
x150
x75
x4
x125
x4
x140
x29
x3
x4
x9999
x3553
x25
x11
x7
x30
x5
x20
x2000
x45
x20
x1000
x32
x160
x4
x9
x20
x1
x7
x3
x120
x1
x90
x6
x12
x180
x5
x35
x105
x82
x80
x90
x17
x45
x35
x8
x5
x120
x1500
x120
x6
x4
x5
x5
x16
x135
x6
x137
x72
x9
x172
x4
x62
x200
x9999
x46
x18
x146
x57
x108
x4
x9040
x9199
x105
x7
x7
x4020
x91
x100
x65
x115
x415
x910
x450
x383
x1241
x30
x290
x116
x152
x10
x85
x112
x100
x145
x106
x11
x6235
x160
x144
x133
x125
x67
x65
x30
x77
x115
x328
x70
x256
x195
x95
x201
x25
x25
x15
x9999
x12
x178
x9
x1
x54
x350
x6
x134
x200
x41
x185
x289

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-5-22 10:51

ขึ้นไปด้านบน