กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 256|ตอบกลับ: 15

{ เมืองว่านเฉิง } ศาลาพักใจ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-27 00:01:08 |โหมดอ่าน

{ ศาลาพักใจ - เมืองว่านเฉิง }

สถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนว่านเฉิน
เป็นศาลาที่ปลูกอยู่รายล้อมด้วยสวนบัวและต้นหลิว
มีบรรยากาศสงบเงียบเหมาะแก่การสงบจิตใจ
ยามกลางวันมักจะมีนักกวีมาร่ายกลอน ส่วนยามค่ำคื่นบางครั้งจะมีคู่หนุ่มสาวแอบมาพลอดรักกัน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-8-27 00:54:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART LXIII


     เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนวิ่งไล่กันมาจนถึงสวนสาธารณะที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวว่านเฉิง สถานที่ๆ สวยงามด้วยธรรมชาติควรเป็นสถานที่ดีๆ ที่หนุ่มสาวมาพลอดรักกันยามดึก แต่ในคราวที่บ้านเมืองคับขันคงไม่ใช่... สวนแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้างว่างเปล่าไร้สีสันของความรักดังเช่นทุกคืน
     คาบูโตะ หลิน ซ่งหยางหมิง ซ่งเหมยฮั่ว และฮั่วชวี่ปิ้งวิ่งหนีทหารยามสองคนที่ไม่แน่ใจว่าเป็นทหารจริงหรือเปล่ามาจากย่านการค้า ชาวบ้านผู้ถูกปลุกระดมไล่ตามเอาสิ่งของขว้างปามาได้เพียงไม่เท่าไรก็หยุดตามมา ตอนนี้มีเพียงแค่ทหารสองคนที่วิ่งตามทั้งห้าเข้ามาในสวนจนมาหยุดอยู่บริเวณศาลาพักใจ สถานที่นี้น่าจะเหมาะเจาะสำหรับจัดการเรื่องราวทั้งหมดด้วยกำลัง
    "แฮ่ก... แฮ่ก!..." คาบูโตะที่ถือว่าวิ่งเร็วยังรู้สึกเหนื่อยหอบอยู่นิดๆ เพราะกว่าจะวิ่งมาที่นี่ก็ไม่ใช่ใกล้ๆ เขาปาดเหงื่อที่ขมับเหมือนว่าจะมีรอยเลือดจางๆ ปนมาด้วย คงถูกหินที่ชาวบ้านขว้างปามาเฉียดศีรษะจนถลอก
     @LIN
     ฮั่วชวี่ปิ้งปลดผ้าห่อผ้าออกเผยให้เห็นคมทวนพู่แดงที่มีใบทวนยาวเป็นประกายยามต้องแสงจันทร์เขาตั้งท่าสู้อย่างสุขุมไม่สมกับวัย
     "ตอนนี้ไม่มีชาวบ้านแล้ว มาจัดการเรื่องของเรากันดีกว่า!" คาบูโตะประกาศลั่น เขาชี้คมกระบี่ที่จิ๊กมาจากศพของมือปราบเฝ้าจวนเมื่อวันก่อน แม้จะรู้ว่าการขโมยเป็นสิ่งไม่ดีแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรป้องกันตัว และผู้ตายก็น่าจะยินดีที่ให้เขายืมใช้ดาบเพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์
     @LIN
     "ปากดีนักก็ตายเสีย ย๊าก!" ทหารหนึ่งในนั้นร้องบอกก่อนจะพุ่งดาบเข้าใส่พวกเขา ฮั่วชวี่ปิ้งเดินหน้ามาขวางเขากวาดด้ามทวนซัดไปที่ทหารคนนั้นโดยไม่ใช้คมให้ต้องอันตราย เพราะเพียงแค่ต้องการจะจับเป็นเท่านั้น แต่ว่าทหารปลอมคนนี้มีวิทยายุทธ์ไม่เบา เขาหลบทวนที่ฟาดมาอย่างไม่ยากเย็นนัก ส่วนทหารอีกคนที่เป็นผู้ตามแทงกระบี่ซ้ำมาแต่ก็ถูกทวนของฮั่วชวี่ปิ้งปัดป้องออกไปได้อย่างง่ายดาย
    "พี่ชายซ่งดูแลยัยหนูนั่นด้วย!" คาบูโตะตะโกนบอกซ่งหยางหมิงให้ปกป้องซ่งเหมยฮั่วเอาไว้ พร้อมกระชับกระบี่ในมือแน่นพร้อมกับเงื้อกระบี่สุดแขนแล้วฟาดฟันใส่ทหารปลอมอย่างแรง เขารู้ตัวว่าตนเองอาจจะไม่มีวรยุทธ์เท่าเทียมทหารปลอมจึงไม่คิดจะออมมือ 'ฆ่าได้ฆ่าใครจะตายก็ช่างมัน' แต่กระบี่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสำหรับการฟันเพราะใบดาบมีความยืดหยุ่นสูงมันจึงแกว่งไปมาราวกับเหล็กอ่อนเมื่อทางฝ่ายทหารปลอมยกดาบรับกระบี่ไว้ "ชิ!" ชายหนุ่มถอยออกมาตั้งท่าใหม่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าแทง
     @LIN
     การต่อสู้ครั้งนี้เป็นต่ออยู่มากเพราะได้ฮั่วชวี่ปิ้งที่มีความสามารถในการต่อสู้สูงที่สุดในกลุ่มเป็นฝ่ายรุก และยังช่วยป้องกันช่องโหว่ให้คาบูโตะ และหลินที่เข้าร่วมสู้อีกด้วย
     @LIN
     "ข้าก็ว่าคุ้นๆ คงใช่พวกกระต่ายปลอมตัวมาจริงๆ สินะ" เมื่อได้ฟังที่หลินบอกคาบูโตะก็พยักหน้าเห็นด้วย
     "ย๊าก!" ฮั่วชวี่ปิ้งซัดทวนใส่ทหารทั้งสองอย่างรุนแรงจนทำให้ดาบของทั้งสองหลุดมือไปจึงได้โอกาสที่คาบูโตะและหลินเข้าไปกระทืบซ้ำและรวบตัวทั้งสองมาได้
     @LIN
     ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็วิ่งมาทางนี้พร้อมแสงโคมไฟจำนวนมากและเสียงตะโกนโหวกเหวกดังไปทั่วสวน "รีบหาเจ้าพวกนั้นให้พบโดยเร็ว!"
     ฮั่วชวี่ปิ้งเข้าไปสะกัดจุดทหารปลอมทั้งสองไม่ให้ขยับเขยื้อนตัวและอ้าปากพูดได้เพื่อที่จะพาทั้งสองกลับไปยังโรงเตี๊ยมได้ง่ายขึ้น "รีบหาที่หลบก่อนเร็ว!" พูดจบฮั่วชวี่ปิ้งก็แบกทหารปลอมคนหนึ่งขึ้นบ่าแล้วไปหลบที่หลังต้นหลิวต้นใหญ่ต้นหนึ่ง
     "อื้อ!" คาบูโตะรับคำแล้วแบกทหารอีกไปหลบที่ต้นหลิวเช่นเดียวกัน เพราะว่าสวนมีความเป็นธรรมชาติสูงจึงทำให้มีต้นไม้และพงหญ้าขึ้นสูงเหมาะแก่การพลางตัวเป็นอย่างยิ่ง นับว่าคิดถูกแล้วที่ล่อทหารปลอมมาสู้กันที่นี่...
     @LIN
     "ได้" คาบูโตะฟังแผนการที่ซ่งหยางหมิงบอกก่อนจะรับคำเสียงเบา
     ฮั่วชวี่ปิ้งใช้ประสบการณ์ของเขานำพาพรรคพวกทั้งสี่รวมถึงทหารกระต่ายสองคนหลบหลังกลุ่มทหารปลอมออกมาจากสวน เพราะต้องแบกคนมาด้วยจึงทำให้การหลบหนีลำบากเล็กน้อย
     คาบูโตะแบกทหารปลอมขึ้นบ่าอย่างและหลบหนีออกมาอย่างไม่ได้ระมัดระวังว่าคนที่อยู่บนบ่าจะชนอะไรหรือถูกกิ่งหลิวฟาดหน้าไปบ้างหรือเปล่า เพราะว่าเป็นคนร้ายที่เขาอยากจะอัดสักทีอยู่แล้วจึงไม่ต้องถนอมและแค่อุ้มออกมาก็ลำบากจะแย่ เขาตามหลังฮั่วชวี่ปิ้งออกมาติดๆ และคอยมองสัญญาณมือว่าหนทางสะดวกหรือไม่จึงตามต่อ
     @LIN
      เมื่อหลบออกมาจากสวนพ้นแล้วทั้งหมดก็แอบเข้ามาในตรอกของย่านการค้า ไม่รู้ว่าเวลาผ่านล่วงไปนานเท่าไรแต่ผู้คนที่เคยออกมาเมื่อตอนหัวค่ำต่างกลับบ้านของตนกันหมดแล้วและร้านรวงปิดสนิทจึงทำให้ไม่ต้องคอยระวังชาวบ้าน มีแต่เพียงระวังทหารปลอมลาดตระเวนเท่านั้น
     @LIN
     "ข้าก็ว่าดีครับ เปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยจะได้ไม่สะดุดตา" ฮั่วชวี่ปิ้งตอบรับแผนการถอดชุดทหารที่ซ่งหยางหมิงนำเสนอ และตามแผนเดิมก็ต้องใช้ชุดทหารอยู่แล้วจับถอดชุดเสียตอนนี้คงไม่เสียหาย
    "ได้" พูดจบคาบูโตะก็วางทหารบนบ่าลงแล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของทหารออกซะจนตัวล่อนจ้อน "เห็นแล้วอุจาดตาชะมัด" ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองร่างที่เปล่าเปลือย
     @LIN
     คาบูโตะมองทหารที่ถูกแต่งตัวให้ใหม่ก็คิดว่าแบบนี้ค่อยดีขึ้นหน่อย ก่อนที่จะแบบร่างที่ขยับเขยื้อนได้นั้นอีกครั้งขึ้นมาและตามฮั่วชวี่ปิ้งนำทางไปยังโรงเตี๊ยมอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อไม่ให้ทหารยามจับพิรุดได้
     @LIN   
     


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -11 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -11 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-8-27 13:56:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
KABUTO ตอบกลับเมื่อ 2017-8-27 00:54
PART LXIII

     เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนวิ ...

59
                    เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนวิ่งไล่กันมาจนถึงสวนสาธารณะที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวว่านเฉิง สถานที่ๆ สวยงามด้วยธรรมชาติควรเป็นสถานที่ดีๆ ที่หนุ่มสาวมาพลอดรักกันยามดึก แต่ในคราวที่บ้านเมืองคับขันคงไม่ใช่... สวนแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้างว่างเปล่าไร้สีสันของความรักดังเช่นทุกคืน
                    คาบูโตะ หลิน ซ่งหยางหมิง ซ่งเหมยฮั่ว และฮั่วชวี่ปิ้งวิ่งหนีทหารยามสองคนที่ไม่แน่ใจว่าเป็นทหารจริงหรือเปล่ามาจากย่านการค้า ชาวบ้านผู้ถูกปลุกระดมไล่ตามเอาสิ่งของขว้างปามาได้เพียงไม่เท่าไรก็หยุดตามมา ตอนนี้มีเพียงแค่ทหารสองคนที่วิ่งตามทั้งห้าเข้ามาในสวนจนมาหยุดอยู่บริเวณศาลาพักใจ สถานที่นี้น่าจะเหมาะเจาะสำหรับจัดการเรื่องราวทั้งหมดด้วยกำลัง
                    "แฮ่ก... แฮ่ก!..." คาบูโตะที่ถือว่าวิ่งเร็วยังรู้สึกเหนื่อยหอบอยู่นิดๆ เพราะกว่าจะวิ่งมาที่นี่ก็ไม่ใช่ใกล้ๆ เขาปาดเหงื่อที่ขมับเหมือนว่าจะมีรอยเลือดจางๆ ปนมาด้วย คงถูกหินที่ชาวบ้านขว้างปามาเฉียดศีรษะจนถลอก
                    "แม่นางน้อยเจ้าไหวรึเปล่า?" ซ่งหยางหมิงเอ่ยถามเด็กสาวที่ดูท่าจะเหนื่อยหอบไม่น้อยขณะที่ทั้งห้าวิ่งมาตลอดทางโดยไม่หยุดพักเลยสักครั้ง

                    "ข้า.. ยังไหวค่ะ!" ซ่งเหมยฮั่วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเข้มแข็งในเวลานี้ตนเองจะมาทำตัวอ่อนแอเป็นตัวถ่วงคนอื่นไม่ได้เด็ดขาดแม้ว่าจะรู้สึกหอบไม่น้อยราวกับหัวใจจะระเบิดแต่ก็ไม่สามารถที่จะหยุดฝีเท้าลงได้
                    ฮั่วชวี่ปิ้งปลดผ้าห่อผ้าออกเผยให้เห็นคมทวนพู่แดงที่มีใบทวนยาวเป็นประกายยามต้องแสงจันทร์เขาตั้งท่าสู้อย่างสุขุมไม่สมกับวัย
                    "ตอนนี้ไม่มีชาวบ้านแล้ว มาจัดการเรื่องของเรากันดีกว่า!" คาบูโตะประกาศลั่น เขาชี้คมกระบี่ที่จิ๊กมาจากศพของมือปราบเฝ้าจวนเมื่อวันก่อน แม้จะรู้ว่าการขโมยเป็นสิ่งไม่ดีแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรป้องกันตัว และผู้ตายก็น่าจะยินดีที่ให้เขายืมใช้ดาบเพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์
                    "หลินรับนี่ไป" ซ่งหยางหมิงตะโกนเรียกก่อนจะโยนกระบี่มือปราบที่คาบูโตะให้ตนไว้เล่มหนึ่งไปให้กับสหายเพราะคิดว่านางน่าจะทำอะไรได้บ้างมากกว่าตน
                    "ขอบใจ" หลินรับกระบี่มือปราบมาจากซ่งหยางหมิงก่อนจะเปลือยกระบี่ออกจากฝักอย่างว่องไว "วันนี้ข้าไม่ปล่อยให้แกรอดไปแน่"
                    "ปากดีนักก็ตายเสีย ย๊าก!" ทหารหนึ่งในนั้นร้องบอกก่อนจะพุ่งดาบเข้าใส่พวกเขา ฮั่วชวี่ปิ้งเดินหน้ามาขวางเขากวาดด้ามทวนซัดไปที่ทหารคนนั้นโดยไม่ใช้คมให้ต้องอันตราย เพราะเพียงแค่ต้องการจะจับเป็นเท่านั้น แต่ว่าทหารปลอมคนนี้มีวิทยายุทธ์ไม่เบา เขาหลบทวนที่ฟาดมาอย่างไม่ยากเย็นนัก ส่วนทหารอีกคนที่เป็นผู้ตามแทงกระบี่ซ้ำมาแต่ก็ถูกทวนของฮั่วชวี่ปิ้งปัดป้องออกไปได้อย่างง่ายดาย
                    "พี่ชายซ่งดูแลยัยหนูนั่นด้วย!" คาบูโตะตะโกนบอกซ่งหยางหมิงให้ปกป้องซ่งเหมยฮั่วเอาไว้ พร้อมกระชับกระบี่ในมือแน่นพร้อมกับเงื้อกระบี่สุดแขนแล้วฟาดฟันใส่ทหารปลอมอย่างแรง เขารู้ตัวว่าตนเองอาจจะไม่มีวรยุทธ์เท่าเทียมทหารปลอมจึงไม่คิดจะออมมือ 'ฆ่าได้ฆ่าใครจะตายก็ช่างมัน' แต่กระบี่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสำหรับการฟันเพราะใบดาบมีความยืดหยุ่นสูงมันจึงแกว่งไปมาราวกับเหล็กอ่อนเมื่อทางฝ่ายทหารปลอมยกดาบรับกระบี่ไว้ "ชิ!" ชายหนุ่มถอยออกมาตั้งท่าใหม่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าแทง
                    ซ่งหยางหมิงพยักหน้ารับคำจากอีกฝ่ายก่อนจะพาซ่งเหมยฮั่วหลบไปซ่อนยังที่ปลอดภัยใกล้ๆนี้ "แม่นางน้อยตามข้ามาทางนี้"
                    ทางด้านหลินคอยกันทางให้กับซ่งหยางหมิง และซ่งเหมยฮั่วก่อนจะออกไปช่วยพรรคพวกต่อสู้ เมื่อได้ลองประมือกันแล้วจึงได้พบว่าฝีมือของเจ้าทหารพวกนี้ช่างคุ้ยเคยเหลือเกินราวกับว่าเคยประลองฝีมือกันมาแล้วครั้งหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น
                    การต่อสู้ครั้งนี้เป็นต่ออยู่มากเพราะได้ฮั่วชวี่ปิ้งที่มีความสามารถในการต่อสู้สูงที่สุดในกลุ่มเป็นฝ่ายรุก และยังช่วยป้องกันช่องโหว่ให้คาบูโตะ และหลินที่เข้าร่วมสู้อีกด้วย
                    "ฝีมือเจ้าพวกนี้อย่างกับพวกชุดดำที่เคยประมือกันก่อนหน้านี้ไม่มีผิด" หลินเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจพร้อมกับกระโดดถอยมาตั้งหลัก
                    "ข้าก็ว่าคุ้นๆ คงใช่พวกกระต่ายปลอมตัวมาจริงๆ สินะ" เมื่อได้ฟังที่หลินบอกคาบูโตะก็พยักหน้าเห็นด้วย
                    "ย๊าก!" ฮั่วชวี่ปิ้งซัดทวนใส่ทหารทั้งสองอย่างรุนแรงจนทำให้ดาบของทั้งสองหลุดมือไปจึงได้โอกาสที่คาบูโตะและหลินเข้าไปกระทืบซ้ำและรวบตัวทั้งสองมาได้
                    ซ่งหยางหมิงและซ่งเหมยฮั่วหลบดูการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายอยู่ข้างพุ่มไม้ไม่ไกลจากนี้และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเสียท่าแล้วจึงรีบออกมาช่วยพรรคพวกอีกแรง
                    ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็วิ่งมาทางนี้พร้อมแสงโคมไฟจำนวนมากและเสียงตะโกนโหวกเหวกดังไปทั่วสวน "รีบหาเจ้าพวกนั้นให้พบโดยเร็ว!"
                    ฮั่วชวี่ปิ้งเข้าไปสะกัดจุดทหารปลอมทั้งสองไม่ให้ขยับเขยื้อนตัวและอ้าปากพูดได้เพื่อที่จะพาทั้งสองกลับไปยังโรงเตี๊ยมได้ง่ายขึ้น "รีบหาที่หลบก่อนเร็ว!" พูดจบฮั่วชวี่ปิ้งก็แบกทหารปลอมคนหนึ่งขึ้นบ่าแล้วไปหลบที่หลังต้นหลิวต้นใหญ่ต้นหนึ่ง
                    "อื้อ!" คาบูโตะรับคำแล้วแบกทหารอีกไปหลบที่ต้นหลิวเช่นเดียวกัน เพราะว่าสวนมีความเป็นธรรมชาติสูงจึงทำให้มีต้นไม้และพงหญ้าขึ้นสูงเหมาะแก่การพลางตัวเป็นอย่างยิ่ง นับว่าคิดถูกแล้วที่ล่อทหารปลอมมาสู้กันที่นี่...
                    "ข้าว่าเราวิ่งอ้อมไปทางด้านหลังสวนแล้วออกไปยังตรอกเล็กๆตรงนั้นคงไม่มีใครสังเกตเห็นขอรับ" ซ่งหยางหมิงเอ่ยแนะนำเมื่อเห็นว่าทางใกล้ๆนี้ปลอดคน
                    "ได้" คาบูโตะฟังแผนการที่ซ่งหยางหมิงบอกก่อนจะรับคำเสียงเบา
                    ฮั่วชวี่ปิ้งใช้ประสบการณ์ของเขานำพาพรรคพวกทั้งสี่รวมถึงทหารกระต่ายสองคนหลบหลังกลุ่มทหารปลอมออกมาจากสวน เพราะต้องแบกคนมาด้วยจึงทำให้การหลบหนีลำบากเล็กน้อย
                    คาบูโตะแบกทหารปลอมขึ้นบ่าอย่างและหลบหนีออกมาอย่างไม่ได้ระมัดระวังว่าคนที่อยู่บนบ่าจะชนอะไรหรือถูกกิ่งหลิวฟาดหน้าไปบ้างหรือเปล่า เพราะว่าเป็นคนร้ายที่เขาอยากจะอัดสักทีอยู่แล้วจึงไม่ต้องถนอมและแค่อุ้มออกมาก็ลำบากจะแย่ เขาตามหลังฮั่วชวี่ปิ้งออกมาติดๆ และคอยมองสัญญาณมือว่าหนทางสะดวกหรือไม่จึงตามต่อ
                    ซ่งหยางหมิง และซ่งเหมยฮั่ววิ่งตามคนข้างหน้ามาติดๆโดยมีหลินคอยมอง และระวังทางให้อยู่ด้านหลังสุด
                    เมื่อหลบออกมาจากสวนพ้นแล้วทั้งหมดก็แอบเข้ามาในตรอกของย่านการค้า ไม่รู้ว่าเวลาผ่านล่วงไปนานเท่าไรแต่ผู้คนที่เคยออกมาเมื่อตอนหัวค่ำต่างกลับบ้านของตนกันหมดแล้วและร้านรวงปิดสนิทจึงทำให้ไม่ต้องคอยระวังชาวบ้าน มีแต่เพียงระวังทหารปลอมลาดตระเวนเท่านั้น
                    "เราจัดการเปลี่ยนชุดให้ทหารพวกนี้กันก่อนดีไหมขอรับ?" ซ่งหยางหมิงบอกเพราะหากแบกคนในชุดทหารวิ่งไปมาในเมืองคงต้องเป็นที่สังเกตเห็นเป็นแน่
                    "ข้าก็ว่าดีครับ เปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยจะได้ไม่สะดุดตา" ฮั่วชวี่ปิ้งตอบรับแผนการถอดชุดทหารที่ซ่งหยางหมิงนำเสนอ และตามแผนเดิมก็ต้องใช้ชุดทหารอยู่แล้วจับถอดชุดเสียตอนนี้คงไม่เสียหาย
                    "ได้" พูดจบคาบูโตะก็วางทหารบนบ่าลงแล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของทหารออกซะจนตัวล่อนจ้อน "เห็นแล้วอุจาดตาชะมัด" ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองร่างที่เปล่าเปลือย
                    "..." เมื่อเห็นดังนั้นหลินจึงหลบสายตามองไปทางอื่นก่อนจะเอาตัวบังซ่งเหมยฮั่วไว้เพื่อไม่ให้เห็นภาพคนเปลือยกายนี่ด้วยอีกคน
                    คาบูโตะมองทหารที่ถูกแต่งตัวให้ใหม่ก็คิดว่าแบบนี้ค่อยดีขึ้นหน่อย ก่อนที่จะแบบร่างที่ขยับเขยื้อนได้นั้นอีกครั้งขึ้นมาและตามฮั่วชวี่ปิ้งนำทางไปยังโรงเตี๊ยมอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อไม่ให้ทหารยามจับพิรุดได้
                    หลิน ซ่งหยางหมิง และซ่งเหมยฮั่ววิ่งตามสหายอีกสองคนไปอย่างเงียบเชียบพลางกวาดสายตาสังเกตรอบๆทิศทางไปด้วยเผื่อว่าหากมีคนพบเห็นเข้าจะได้บอกกล่าวสหายอีกสองคนได้ทันท่วงที


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -11 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -11 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
รถม้าหรูหรา
มีดสั้น
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x300
x300
x50
x1
x1
x1
x15
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x50
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x50
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x6
x250
x20
x135
x50
x4
x58
x15
x50
x40
x25
x1
x67
x5
x3
x16
x20
x1
x1
โพสต์ 2017-8-28 18:08:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
67
                    ล่อทหาร 3
                    "ไปหาที่ซ่อนกันครับ" ฮั่วชวี่ปิ้งเอ่ยขึ้น สวนแห่งนี้มีต้นไม้และธรรมชาติมากมายเหมาะกับการเล่นซ่อนแอบถ่วงเวลาเป็นที่สุด
                    "เป็นความคิดที่ดีขอรับ" ซ่งหยางหมิงรู้สึกเหนื่อยหอบไม่น้อยเพราะนอกจากต้องวิ่งแล้วยังต้องแบกอีกคนขึ้นหลักอีกหากได้พักสักหน่อยนับว่าเป็นเรื่องดีเช่นกัน
                    "หน่อย! คิดจะซ่อนเรอะ" ทหารนายหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าตวาดเสียงดังลั่นจนนกที่อยู่บนต้นไม้ถึงกับแตกรังเลยทีเดียว "รีบไปหาพวกมันเร็วเข้า!" ทหารนายนั้นออกคำสั่งให้ทหารปลอมที่เหลือกระจายกำลังตามหา
                    ทั้งสามคนอยู่ในความเงียบเชียบใต้ต้นหลิวและพุ่มไม้ที่บกคลุมทำให้ยากที่จะหาเจอได้
                    "ไม่มีเลยขอรับ" ทหารอีกคนกลับมารายงานเนื่องจากหาเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเจอ
                    "ชิ!" หัวหน้าทหารสถบเสียงดังก่อนจะเดินหาดูรอบๆ
                    ซ่งหยางหมิงคิดหาหนทางที่จะออกไปจากที่นี่และเขาก็เหลือบไปเห็นตรอกเล็กๆเข้า "นับหนึ่งถึงสามเรารีบย่องไปทางนั้นกันขอรับ" เขาเสนอแนะ
                    "..." ฮั่วชวี่ปิ้งพยักหน้ารับรู้พลางมองดูต้นทางไปด้วย
                    "หนึ่ง.. สอง... สาม..."
                    'แกร๊บ'
                    "ข้าขอโทษ..." ซ่งเหมยฮั่วเผลอไปเหยียบกิ่งไม้แห้งเขาทหารที่อยู่บริเวณนั้นจึงจับจ้องมองเป็นตาเดียว
                    "พวกมันอยู่ตรงนั้น!!"
                    "วิ่ง!!" ฮั่วชวี่ปิ้งบอกพร้อมกับวิ่งนำไปยังตรอกเล็กๆข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยมีอีกสองคนข้างหลังวิ่งตามมาอย่างว่องไว

                    

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -8 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -8 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
รถม้าหรูหรา
มีดสั้น
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x300
x300
x50
x1
x1
x1
x15
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x50
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x50
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x6
x250
x20
x135
x50
x4
x58
x15
x50
x40
x25
x1
x67
x5
x3
x16
x20
x1
x1
โพสต์ 2017-8-29 23:17:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
75
                   ร่วมใจดับไฟ 2
                    “ข้าจะไปอยู่กับทวยเทพแล้ว” ทหารสองสามนายกล่าวขึ้นพร้อมกับโดดลงไปในกองเพลิงอีกแล้ว ซ่งหยางหมิงสังเกตเห็นเข้าพอดีขณะที่กำลังเข้ามายังศาลาพักใจทว่าดีที่ชาวบ้านที่ตามมาไม่ทันได้สังเกตเห็นเข้ามิเช่นนั้นคงทำเอาขวัญผวากันอีกรอบเป็นแน่
                    ภายในศาลาพักใจที่เคยมีบรรยากาศสงบเงียบและธรรมชาติที่สวยงามบัดนี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลเพลิงเรียบร้อยแล้วป่าไม้ใบหญ้าถือได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเลยทีเดียวจึงทำให้เพลิงลุกท้วมทั่วอย่างรวดเร็ว
                    "รีบไปนำน้ำมาเร็ว" ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนบอกพลางหยิบถังน้ำใกล้ๆนำมาดับไฟที่ลุกโชติช่วง
                    "สวนนี่ไม่เหลือแน่..." ชาวบ้านอีกคนเอ่ยขึ้น
                    ป่าไม้ทั้งหลายกลายเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟไปเสียแล้วอีกทั้งศาลาที่เป็นใจกลางของสถานที่แห่งนี้แม้ว่าจะมีสระบัวอยู่ล้อมรอบก็ไม่วายที่จะโดนเพลิงกลืนไปด้วยเช่นกันอยากทราบเสียจริงว่าคนที่ลงมือทำการเช่นนี้จิตใจทำด้วยอะไรกันแน่...
                    ซ่งหยางหมิงกับชาวบ้านต่างช่วยกันดับเพลิงอย่างขะมักเขม้นและในที่สุดเพลิงสีแดงก็มอดดับลงหลงเหลือเพียงเศษเถ้าถ่านของซากต้นไม้ไว้เพียงเท่านั้น ทุกคนไม่รอช้ารีบไปดับไฟยังสถานที่อื่นต่อด้วยความรวดเร็ว



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -4 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -4 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
รถม้าหรูหรา
มีดสั้น
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x300
x300
x50
x1
x1
x1
x15
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x50
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x50
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x6
x250
x20
x135
x50
x4
x58
x15
x50
x40
x25
x1
x67
x5
x3
x16
x20
x1
x1

72

กระทู้

747

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
115
เงินตำลึง
6768
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
158
คุณธรรม
460
ความชั่ว
0
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2017-12-5 08:32:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ศาลาพักใจ หากแต่ข้าจะพักกาย






     ผิงผิงขี่เจ้าจวี่จื่ออย่างโดยไม่แวะพักจุดใด เธอตรงมาเรื่อยๆ แต่เมื่อคำนวนดูคราวๆ แล้ว น่าจะให้จวี่จื่อได้พักบ้างและเธอก็เริ่มปวดก้นหน่อยๆ แล้วด้วย จึงเลือกที่จะพักตรงศาลาแห่งนี้ ที่เห็นอยู่ไกลๆ เมื่อเข้ามาใกล้ก็เห็นป้าย.... ศาลาพักใจ
     "ข้ามาพักกาย มิได้มาพักใจ เพราะใจข้าเป็นของข้า" ผิงผิงพึมพำกับตนเองก่อนจะปล่อยให้จวี่จื่อไปหาหญ้าสดๆ กิน โดยตนเองยังคงอุ้มหมั่นโถวไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปนอนเล่นในศาลา มิใคร่มีผู้คนเท่าไรนักในช่วงเช้าๆ เช่นนี้ หากจะเดินทางฝึกตน ตนเองควรจะไปที่ใดดี? แต่ต้องไปฉางอันก่อนอันดับแรกเพื่อฝากเงิน เพราะเงินตำลึงพวกนี้เริ่มหนักจนเธอแทบจะพบไปไหนมาไหนไม่ไหวเสียแล้ว...
     "พี่เฮ่าจะสบายดีหรือไม่... ไม่ได้ข่าวคราวของพี่เฮ่าเลย" ผิงผิงพึมพำกับตนเอง
    "กรู๊ววววว"
     "เจ้าเองก็มิรู้สินะ"
     "กรู๊ว"
     "เฮ้อ... ข้าน่าจะตั้งใจเรียนให้มากกว่านี" ผิงผิงงึมงำกับตนเอง ก่อนจะเอนหลังผิงต้นเสาในศาลา พลางมองไปรอบๆ อากาศหนาวเย็นแต่มิอาจทำอะไรเธอได้ แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ผิงผิงก็นึกกลอนบทหนึ่งขึ้นมาได้...


รักคือยาพิษ  ยากยั้งจิตคิดแตะต้อง
ขอเพียงได้ลิ้มลอง  แม้จักต้องมรณา
หากแม้นวายชีวาต  แต่สมคาดปรารถนา
ยอมสิ้นแม้วิญญา  ทรมาร์ด้วยตรอมตรม



     เป็นกลอนที่ผิงผิงจำได้รางๆ ว่า นานมากแล้ว มีคนคนหนึ่งเคยสอนเธอและแต่งให้ฟัง หากแต่คนคนนั้นคือใครเล่า? คงเป็นคนในความทรงจำที่เลือนรางในวัยเด็กเสียมากกว่า เพราะยังไงก็เริ่มจำไม่ได้แล้วแต่บางเรื่องกลับจำได้... ผิงผิงนึกสนุกก่อนจะเอาปลายแหลมของมีดที่ไว้หั่นไม้มาสลักกลอนบทนี้ลงที่เสาของศาลาพักใจ... (มือบอนจริงๆ) เมื่อสลักแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ...
     "ปะจื่อจื่อ เราไปกันต่อ" ผิงผิงร้องเรียกจวี่จื่อที่เลมหญ้าอ่อนอยู่ มันร้องเบาๆ ก่อนจะเดินมาหาเจ้านาย จวี่จื่อนั้นเชื่องและว่าง่ายแต่อย่าทำให้งอนเป็นอันขาด... หมั่นโถวนั้นก็เอาแต่กินๆ นอนๆ จนมันจะบินไม่ขึ้นอยู่แล้ว! ผิงผิงถอนหายใจพลางอุ้มหมั่นโถวไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะโดดขั้นหลังจวี่จื่อพร้อมออกเดินทางไปในเมืองต่อไป แต่จะเป็นเมืองใดเล่า?


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x2
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65
x45
x1
x8
x9
x5
x155
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x20
x25
x51
x57
x31
x1

72

กระทู้

747

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
115
เงินตำลึง
6768
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
158
คุณธรรม
460
ความชั่ว
0
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2018-1-3 21:38:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องราวที่ผ่านไป


     ทั้งสองเดินอย่างไม่รีบร้อนแต่อย่างไร พวกเขาเดินดูบรรยากาศรอบข้างไป... "นานทีเดียวที่ไม่ได้เดินเล่นเช่นนี้"
     "เอ๋?"

     "วันเวลามักผ่านไปเร็วเสมอ... วันนี้ข้ามีอะไรจะสอนเจ้าด้วย" หลิวเทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ผิงผิงเอียงคอนิดๆ พลางลูบขนเจ้าหมั่นโถวที่นอนหลับในอ้อมกอดของเธอ "ไม่รู้ว่ากลอนยังจะอยู่หรือไม่นะ..."
     "กลอน?"
     "กลอนบทนี้ข้าจำได้รางๆ ในสมัยเด็กเจ้าค่ะ สหายของข้าสอนแต่งกลอนและแต่งให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่ข้าแต่งไม่เป็นเลย" ผิงผิงกล่าวแล้วแลบลิ้นซุกซนเหมือนเคย ไม่นานนักพวกเขาก็เดินมาถึงศาลาพักใจ... วันนี้หลิวเทียนได้สอนการวางตัวในสังคมให้ดูดีเป็นอย่างไร มีมารยาทเป็นอย่างไร ชายหญิงควรมีช่องว่างระหว่างกันอย่างไร ผิงผิงฟังบ้างไม่บ้างตามนิสัยเจ้าตัวแต่ก็จดจำได้อยู่เหมือนกัน ตอนนี้ผิงผิงได้สกิลเพิ่ม(?) คือการวางตัวในสังคม เว้นระยะห่างชายหญิงและการพูดการจา... "เจ้าจำได้หรือไม่?"
    "จะ... จำได้.. บ้าง..." ผิงผิงเกาแก้มยิ้มๆ
     "ไม่เป็นไร ค่อยๆ จดจำ เพราะข้าจะสอนเจ้าทุกวันเอง" หลิวเทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
    "ข้าเติบโตมาในค่ายทหารน้า... เจ้าค่ะ" ผิงผิงกล่าวแล้วนอนกลิ้งไปบนที่นั่งในศาลาเนื่องจากตัวเล็กจึงไม่ตกพื้นง่ายๆ
     "คิก เจ้าเล่าให้ข้าฟังบ้างสิว่าเป็นอย่างไรบ้าง" หลิวเทียนเอ่ยถามด้วยความสนใจ
     "พ่อครัวใหญ่ พี่ทหารก็ใจดี... พวกเขาชอบให้ข้าออกกำลังกายตลอดเลย พอโตสักหน่อยก็โดนจับไปเข้าห้องเรียน เขียนหนังสือ ข้าแทบกระอักเลือด... แม้จะเป็นค่ายพยัคฆ์ของท่านแม่ทัพเว่ยชิง แต่ข้ามิเคยเห็นท่านแม่ทัพเว่ยชิงเลยสักครั้งว่าหน้าตาเป็นเช่นไร? แต่ท่านแม่ทัพเว่ยชิงคือผู้มีพระคุณเจ้าค่ะ หากไม่ได้กองทหารของท่าน.. ข้าคงถูกขายไปเป็นทาสในหอโคมแล้ว" ผิงผิงเล่าพลางทำท่าประกอบไปด้วยความสนุกสนานจนหลิวเทียนหลัวเราะ ช่วยให้ผ่อนคลายขึ้นมากจากเรื่องของเสวี่ยเสวี่ย "หากเจ้ามีโอกาศได้พบท่านแม่ทัพเว่ยชิง เจ้าอยากพบหรือไม่?"
     "อยากเจ้าค่ะ แต่ท่านแม่ทัพเว่ยชิงนั้นรับเด็กมาหลายคนและมิเคยพบข้า... แต่ข้าขอไม่เข้าไปในวังได้หรือไม่... ในวังหลวงน่ากลัวมาก" ผิงผิงเอ่ยพลางทำหน้างอ หลิวเทียนเอ่ยด้วยความสงสัย "ทำไมเล่า?"
     "ข้าได้ยินคำเล่าลือว่าในวังหลวงมีแต่ผีเจ้าค่ะ"
    "ผี?"
     "เจ้าค่ะ! ข้าไม่ชอบผีนี่..." ผิงผิงกล่าว หลิวเทียนก็ทราบอยู่บ้างเหมือนกัน
     "ไม่มีผีนะ ในวังหลวงสวยมากทีเดียว โดยเฉพาะดอกไม้แปลกๆ อาหารอร่อยๆ ก็มีอีกเพียบเลย" หลิวเทียนเอ่ย
     "คุณชายหลิวเคยไปหรือคะ?" ผิงผิงเอ่ยถามอย่างสงสัย หลิวเทียนส่ายหน้ายิ้มๆ
     "ข้าอ่านมาจากในตำรา ตำราน่าเชื่อถือมากกว่าคำเล่าลือ เพราะกว่าจะมาถึงหูพวกเราก็เสริมปรุงแต่งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว" หลิวเทียนอธิบายอย่างใจเย็นให้ผิงผิงฟัง "เอ... แล้วในตำราสอนอะไรอีกมั้ยคะ?"
     "ก็อีกหลายอย่าง หากเราได้กลับไปที่หอตำราอีก ข้าจะแนะนำตำราแบบอื่นให้เจ้านอกจากเกี่ยวกับการทหาร"
     "ถึงคุณชายหลิวจะมิชอบการต่อสู้ แต่ข้ามิอาจเลี่ยงได้เป็นแน่..." ผิงผิงกล่าวก่อนจะยิ้ม "หากแต่ถ้าได้ลิ้มรสอาหารในวังหลวง ข้าคงเหมือนได้ขึ้นสวรรค์แน่ๆ" ทั้งสองนั่งคุยเล่นกันก่อนจะมืดมากกว่านี้จึงพากันกลับโรงเตี้ยมไป

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x2
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65
x45
x1
x8
x9
x5
x155
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x20
x25
x51
x57
x31
x1
โพสต์ 2018-3-1 15:27:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-3-1 22:11

[ไป๋ฟางหรง]
บทที่ 59 : เรื่องเล่าคืนโกลาหลหยวนเซียว


{แฟลชแบ็คก่อนออกเดินทางสู่งฉางอัน}

—————————


      เช้าวันถัดมา ฟางหรงเดินทาง ออกจากหวยหนานแต่เช้ามืด  สมาชิกที่ติดตามยังเป็นกลุ่มเดิม  เพียงแต่ครั้งนี้หญิงสาวมิได้จัดสัมภาระอะไรมากมาย  จึงเดินทางแบบอาศัยเพียงขึ้นขี่ม้า  โดยมีหยวนเป่านั่งเกาะซ้อนไปด้านหน้า  ลี่ซือนั่งม้าตัวเดียวกับท่านซื่อ  ส่วนอันอันไป๋ฟางหรงฝากไว้ให้เจียงจูดูแลที่จวน  มิได้นำมาด้วย


หลังจากออกเดินทางก็ขี่ม้าแทบมิได้พักจนมาถึงเมืองว่านเฉิง   ทั้งม้าทั้งคนก็ล้าจนต้องหาที่นั่งพักเอาแรง   


ยามนี้เริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิ  อากาศพอจะอบอุ่นขึ้น   ยิ่งตกบ่ายยิ่งสามารถนั่งเล่นชมสายน้ำแสงแดดได้สบายทีเดียว


ขณะนี้นางและคณะผูกม้านั่งพักทึ่ศาลาพักใจ   ชาวเมือง คนตรต่างร่วมแวะพักผ่อนหย่อนใจ  เดินหมาก สนทนากันอย่างกระปรี้กระเปร่า


“พวกเจ้ารู้กันไหมว่า เทศกาลหยวนเซียวนี่เป็นมาอย่างไร?” เสียงของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งดังขึ้น  ในขณะที่หญิงสาวกำลังหลับตารับลม สูดกลิ่นยอดหญ้าที่ลอยมาตามสายลมแผ่ว  เสียงของเขามีลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ต่ำไป ไม่สูงไป มีทั้ความดังเบาที่พอเหมาะ   แม้รูปลักษณ์จะไม่โดดเด่น  แต่ด้วยเสียงอันพิเศษนี้ทำให้ผู้คนที่มาพักหย่อนใจหันมาตั้งใจฟัง


“เรื่องมีอยู่ว่าจักรพรรดิ์ฮั่นอู่ตี้   มีขุนนางที่โปรดปรานคนหนึ่งชื่อว่า ตงฟางซั่ว   东方朔 นอกจากจะเป็นคนที่มีความสามารถแล้วยังเป็นคนที่อ่อนโยน   วันหนึ่งในฤดูหิมะตกตงฟางซั่ว   เข้าไปเด็ดดอกเหมยในสวนหลวง     พบนางกำนัลผู้หนึ่งกำลังจะฆ่าตัวตาย     ตงฟางซั่ว จึงทำการช่วยเหลือไว้      หลังจากสอบถามได้ความว่า     นางชื่อว่าหยวนเซียว 元宵  ตั้งแต่ถูกส่งตัวเข้าวังมา     ไม่มีโอกาสได้พบหน้าพ่อแม่พี่น้อง     โดยเฉพาะยามใกล้ถึงฤดูใบไม้ผลิจะคิดถึงทางบ้านเป็นพิเศษ     เมื่อไม่สามารถกลับไปพบหน้าญาติพี่น้องได้ก็ไม่สู้ตายเสียดีกว่า      ตงฟางซั่ว ได้ฟังแล้วรับปากว่าจะทำให้นางได้พบหน้าญาติพี่น้องอย่างแน่นอน    หลังจากนั้นตงฟางซั่ว   ได้ตั้งโต๊ะรับทำนายโชคชะตาในตลาด     มีคนมาให้ทำนายมากมายแต่ทุกคนต่างได้คำทำนายเหมือนกันว่า   วันที่16 เดือนอ้ายไฟครอกเผากาย    ทำให้เกิดความวิตกไปทั่วทั้งนครฉางอัน    ตงฟางซั่วยังกล่าวว่า    ในวันขึ้น 13 ค่ำเป็นวันที่เทพอัคคีจะส่งสตรีในชุดแดงเพลิงลงมาสำรวจ     เรามีวิธีแก้ไขให้พวกท่านรับไปดำเนินการ    ว่าแล้วก็โยนเทียบสีแดงให้แล้วจากไป     ชาวบ้านเหล่านั้นจึงเอาเทียบนั้นไปถวายให้แก่ฮั่นอู่ตี้    จักรพรรดิ์ฮั่นอู่ตี้เปิดดูเห็นในเทียบเขียนไว้ว่า     ฉางอันมีภัย    ไฟท่วมทุกหัวเมือง     ฮั่นอู่ตี้จึงปรึกษากับตงฟางซั่วว่าจะทำอย่างไรดี    ตงฟางซั่ว  กล่าวว่า    ได้ข่าวว่าเทพอัคคีชอบกินทังหยวน 汤圆    นางกำนัลที่ชื่อหยวนเซียว  มีฝีมือในการทำทังหยวน    ให้ฮ่องเต้นำเอาทังหยวนถวายแก่เทพอัคคีในวันขึ้น 15 ค่ำ     และให้ทุกครัวเรือนทำทังหยวนถวายเทพอัคคี ในวันนี้      นอกจากนี้ยังให้ประดับโคมไฟ    จุดประทัดในเวลากลางคืน      ให้สว่างไสวดูเหมือนไฟลุกท่วมเมือง     ขณะเดียวกันก็ให้ชาวบ้านที่อยู่นอกเมืองเดินทางเข้าเมืองเพื่อหลบภัย    ทำให้วุ่นวายโกลาหลดูเหมือนมีภัยวิบัติ     เพื่อตบตาเทพอัคคีว่านครฉางอันได้เกิดภัยพิบัติแล้วจะได้ผ่านเลยไป    ฮั่นอู่ตี้ ได้ฟังก็สั่งการให้ไปดำเนินการทันที     พอถึงวันขึ้น 15 ค่ำทุกบ้านเรือนต่างประดับโคมไฟ     จนสว่างไสวทั่วทั้งเมือง     จุดประทัดดังสะเทือนถึงแผ่นฟ้า    ชาวบ้านที่อยู่นอกเมืองต่างหลั่งไหลเข้าเมือง     เห็นความละลานตาของการประดับโคมไฟ   ต่างส่งเสียงอึงคนึง  ครอบครัวของหยวนเซียว ก็เดินทางเข้าเมืองเช่นกัน     พอเห็นอักษรหยวนเซียว ที่ติดอยู่บนโคมไฟ    จึงร้องว่าหยวนเซียว ด้วยความตื่นเต้น     จนหยวนเซียว ได้ยินเสียงร้องเรียก    จึงได้ออกมาพบหน้าบิดามารดา     หลังจากคืนที่โกลาหลผ่านไป     นครฉางอันก็สงบสุขไร้เภทภัยใดๆ     ฮั่นอู่ตี้จึงประกาศให้คืนวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย เป็นวันเทศกาลหยวนเซียว    ต้องทำทังหยวนถวายเทพอัคคี     ให้ทุกบ้านเรือนประดับโคมไฟและจุดประทัด     และให้ทุกคนร่วมกันสร้างความครึกครื้นโกลาหลทั่วทั้งเมือง   กลายเป็นประเพณีหยวนเซียวคืนโกลาหล สืบต่อมา และเนื่องจากนาง หยวนเซียว มีฝีมือในการทำทังหยวน     จึงเรียกทังหยวนว่า ขนมหยวนเซียว”


ไป๋ฟางหรงกระพริบตาปริบๆ  ที่แท้เมื่อสิบกว่าปีก่อนก็มีเรื่องวุ่นวายทำนองนี้เกิดขึ้นด้วย   พยายามนึกดู  ตอนนั้นนางอาจยังเล็กเกินกว่าจะสนใจเรื่องราวต้นสายปลายเหตุอันใด  จำได้เพียงมีเทศกาลครึกครื้นเท่านั้น


@STAFF_Pixiu
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +700 ความหิว -25 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 -18
STAFF_Pixiu -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เฮะเฮะเฮะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
รถม้าหรูหรา
ขลุ่ยหยก
กระบี่เจ็ดดาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x10
x1
x99
x1
x2
x50
x25
x3
x500
x30
x15
x1
x2
x100
x1
x3
x30
x20
x80
x1
x2
x10
x15
x1
x2
x10
x198
x2
x60
x10
x5
x50
x2
x51
x16
x50
x1
x640
x47
x1
x46
x97
x110
x1
x1
x24
x24
x15
x48
x38
x111
x1
x410
x28
x26
x99
x10
x100
x70
x121
x95
x70
x127
x118
x530
x173
x566
x569
x400
x1202
x611
x1
x4
x310
x475
x1004
x568
x13
x4
x9
x77
x13
x120
x9
x30
x3
x18
x11
x11
x3
x2
x2
x15
x4
x14
x1
x95
x24
x32
x7
x82
x6
x6
x10
x12
x6
x1
x35
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-9-2 21:38:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หนิวหลางจื่อหนี่ ( 1 )
เปิดหอ ( 21 ) อินซื่อป๋อ - 88

     เจ้าสุนัขที่ถามไถ่คนแถวนั้นดูจึงได้รู้ว่ามันคือสุนัขเจ้าถิ่นที่ชอบหลีหนุ่มไปทั่วนี้เป็นพันธุ์จิ้นเม่า เจ้าหมาขนปุยสีเหลือบทองวิ่งส่ายหางสะบัดก้นเข้ามายังสถานที่แห่งหนึ่ง ภาพที่เห็นคือศาลาสวยงามท่ามกลางบึงบัวและต้นหลิว มีบัณฑิตและนั่งกวีมานั่งร่ายกลอนมากหน้าหลายตาจนเพลินใจ นางมองคนจำนวนมากแล้วพยายามหาเด็ก

      เจ้าสุนัขพันธฺุ์จิ้นเม่านี่ดูมีประโยชน์มากในเวลานี้ มันเดินไปรอบพื้นที่เช่นเดียวกับนางที่เดินวนหาเบาะแส ทั้งถามไถ่บัณฑิตและคนแถบนั้นแต่ทุกคนล้วนส่ายหน้ากลับมาว่าไม่มี ไม่รู้จัก หันไปดูเจ้าสัตว์สี่ขาก็เดินก้มหน้าเอาแต่ดมพื้น แต่แล้วจู่ๆมันก็วิ่งไปที่ทิศทางหนึ่งแล้วชูหางตั้งขึ้นพร้อมเห่าเสียงดังจนผู้คนพากันหวาดกลัว

      มันวิ่งมาหาสตรีชุดแดงแล้วจับที่ชายเสื้อนางพร้อมดึงให้ไปทางพุ่มไม้หนึ่ง หรั่นซิ่นหลี่เดินไปจนถึงพุ่มไม้หนึ่ง มันมีขนาดหนาพอที่จะบังร่างคนได้ นางเดินเข้าไปด้วยความสงสัยแล้วก้มมองดูบนพื้นดินปรากฏว่าเห็นร่องรอยของรองเท้าและการขัดขืนเช่นกิ่งไม้ที่หักไม่ได้ตัด หรือดินที่ถูกนิ้วทั้งห้าลากครูดไปเป็นทาง เท่านี้ก็มากพอแล้ว แต่ทว่าเด็กไม่ได้อยู่ที่นี่

     "....รอยพวกนี้ทำให้ข้าใจไม่ดีเลย" หันไปมองหยางหลงแล้วมองเจ้าสุนัข มันผงกหัวให้นางก่อนจะดมกลิ่นต่อไปเรื่อยๆไปอีกทางหนึ่งแล้วเริ่มออกตัววิ่ง ทำให้คนต้องขึ้นขี่ม้าฮั่นเสี่ยเช่นเดียวกับหยางหลงที่ซ้อนท้ายหลังม้านางแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งที่ดูคุ้นตาพร้อมสุนัขนำทางที่หรั่นซิ่นหลี่ตั้งชื่อให้ว่า จีเฉียว


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รถม้าหรูหรา
เกราะทองคำ
คัมภีร์ฮูหยิน
สายใย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x3000
x1
x1
x3
x5
x1
x2
x2
x2
x2
x178
x334
x5
x33
x1957
x100
x49
x4
x6
x22
x940
x1000
x59
x1
x20
x56
x1
x1
x5
x600
x1
x14
x1
x1
x314
x1
x1
x1
x280
x60
x45
x30
x2
x9999
x19
x50
x255
x1
x227
x178
x273
x4
x1
x22
x2000
x1
x1
x2
x1
x20
x211
x330
x700
x1100
x880
x26
x243
x355
x200
x76
x589
x90
x80
x10
x2
x356
x1216
x12
x3266
x39
x2500
x28
x23
x69
x731
x7
x2553
x128
x22
x142
x257
x379
x415
x1
x279
x1036
x1
x25
x30
x5330
x199
x82
x5310
x8828
x1263
x40
x3200
x1109
x2
x22
x40
x5
x4660
x2
x2
x16
x4098
x4069
x87
x15
x20
x10
x30