กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 242|ตอบกลับ: 12

{ แคว้นซูเล่อ } จวนแม่ทัพตู๋กู

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-10 01:37:00 |โหมดอ่าน


{ แคว้นซูเล่อ -:- จวนแม่ทัพตู๋กู }












【จวนแม่ทัพใหญ่แห่งซูเล่อ】
จวนแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นซูเล่อ
ชาวบ้านต่างกล่าวเรียกกันว่า "แม่ทัพสตรีเหล็ก"
ด้วยความองอาจ กล้าหาญ ภักดีของแม่ทัพตู๋กู ยอดวีรสตรีที่มีความดุดัน
ปนอ่อนหวานในคราเดียวกัน มีคุณธรรมทั้งห้า เชี่ยวชาญทั้งบุ๋น-บู๊
ภายในจวนมีแม่ทัพตู๋กู / พ่อบ้านอวิ๋น และ บ่าว สาวใช้ อีก 10 คนทั้งหมดล้วนอาศัยกันอย่างครอบครัว
แม่ทัพตู๋กูเองก็ไม่เคยดุด่าทุกคน บ่าวในจวนจึงตั้งใจทำงานอย่างแข็งขัน



【แม่ทัพตู๋กู ซินอี๋ {อ่านประวัติได้ที่นี่}】


【พ่อบ้านอวิ๋น ลู่จง】
อุปนิสัย :: เป็นคนฉลาดเฉลียว จัดการงานบ้านและรายรับรายจ่ายได้อย่างชำนาญ ซื่อสัตย์ต่อนายหญิง

73

กระทู้

798

โพสต์

11หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
106897
เงินตำลึง
196901
ชื่อเสียง
47183
ความหิว
1033
คุณธรรม
469
ความชั่ว
157
ความโหด
134
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-4-10 20:44:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 4 - มรสุมดั่งพายุ
[พักที่จวนแม่ทัพ]
     หลังจากเดินทางลัดเลาะไปตามถนนในแคว้นซู่เล่อได้ไม่นานร่างของม้าและช้างเผือกก็มาหยุดที่ด้านหน้าคฤหาสน์ขนาดใหญ่ ถูกสร้างขึ้นคล้ายกับบ้านของชาวฮั่นแม้จะมีบ้างบางส่วนที่มีการตกแต่งก่อสร้างด้วยแบบของชาวนอกด่านทั่วไปที่จะให้ดินก่อเพื่อเพิ่มความร่มเย็นให้ตัวบ้านยามกลางวันที่ต้องเจอกับความร้อนของแสงแแดดและลมร้อนจากทะเลทราย


   ทันที่แม่ทัพตู๋กมาถึง ประตูหน้าก็เปิดออกกว้างเพื่อตอนรับการกลับมาของแม่ทัพอยย่างเธอก่อนที่พ่อบ้านวัยกลางคนรูปร่างท้วมคนหนึ่งจะเดินปรี่ออกมาตอนรับแม่ทัพตู๋กูถึงหน้าประตู


    “กลับมาแล้วรึของรับนายหญิง แล้วนั่นผู้ใดกันขออรับ”


    “ข้ากลับมาแล้ว อ้อ นี่แม่นางจาง นางถูกคนทำร้ายที่ทะเลทรายนอกแคว้นข้าไปลาดตะเวนพอดีเลยช่วยกลับมาแล้วชวนให้นางกลับมาพักที่บ้านด้วยกัน” แม่ทัพตู๋กูเอ่ยแล้วหันไปยิ้มบางๆให้จางฝูที่พึ่งลงจากหลังเฟยเทียนมาก่อนจะโค้งให้เป็นการทักทายเล็กน้อย


    “อ้อ แม่นางจาง ดีใจที่ได้พบขอรับ เดินทางกลางทะเลทรายล้วนลำบากนัก ข้ายินดีด้วยที่ท่านมิเป็นอะไรมาก ข้าอวิ๋น ลู่จงเรียกลู่จงเฉยๆก็ได้ขอรับ ข้าเป็นพ่อบ้านของจวนนี้ขอรับ” อวิ๋น ลู่จงเอ่ยพร้อมกับโค้งหัวรับ


    “อ้อ ลู่จงที่หลังรถมามีชายอีกคนเขาบาดเจ็บรบกวนเจ้าช่วยให้คนจัดห้องแล้วก็ตามหมอให้ทีนะ”แม่ทัพตู่กูเอ่ยสั่งงานก่อนจะหันมามองทางจางฝู “ข้าต้องไปทำงานที่ค้างต่อ เจ้าก็พักที่นี่ไปก่อน มีอะไรก็บอกลู่จงได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ที่นี่แม้ใหญ่แต่คนน้อยและทุกคนล้วนไว้ใจได้ ไม่ต้องกังวนไป”


     “เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ...เอ่อ ท่านซินอี๋” จางฝูที่เอ่ยขอบคุณแต่ไม่ทันเอ่ยจบก็เปลี่ยนคำเรียกขานคนตรงหน้าเล็กน้อยเมื่องซินอี๋นั้นหรี่ตามองมายังเธอดุ และเมื่อเธอเปลี่ยนไปเรียกขาดด้วยชื่อนางตรงหน้าก็ยิ้มบางออกมาก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างพอใจเล็กน้อยก่อนเดินหมุนตัวกลับขึ้นไปนั่งบนม้าแล้วควบออกไปที่ทางของฝากถนน


      “แม่นางจาง เชิญทางนี้ขอรับ”ลู๋จงเอ่ยก่อนจะเดินนำจางฝูเข้าไปที่ด้านในจวนแล้วให้คนมาพาช้างเข้าไปพักที่คอกพักเตรียมหญ้าน้ำอาหารให้เสร็จสรรพก่อนจะให้ไปเรียกบ่าวแถวนั้นให้ไปช่วยกันพยุงเจี๋ยเฟยที่นอนพักอยู่หลังรถลากพาไปพักที่ห้อง แม้เจ้าตัวจะบอกว่าไม่ต้องให้คนช่วยพยุงแต่เมื่อได้รับสายตาดุๆจากจางฝูเจี๋ยเฟยก็ต้องยอมให้บ่าวที่มาช่วยนั้นพยุงไปพักในห้องอย่างว่าง่าย


     ภายด้านในห้องพักมีการต้องแต่อย่างเรียบๆแต่ก็ดูหรูหราอยู่ไม่น้อย แน่ละก็ที่เธอพักอยู่นั้นมาจวนแม่ทัพนี่จะให้ซ่อมซ่อก็คงเป็นไปไม่ได้ หลังจากที่พวกเธอเข้ามายังห้องพักซึ่งถูกจัดไว้เป็นห้องของเจี๋ยเฟยไม่นานหมอแก่ท่านหนึ่งก็เดินตามเข้ามาและเริ่มตรวจอาการของเจี๋ยเฟยที่นอนพักอยู่บนเตียงทันที พร้อมกับหันไปบอกสาวใช้ให้ไปต้มยาตามใบเทียบยาที่เขายื่นให้ทันที ก่อนที่ท่านหมอแก่นั้นจะหันกลับมาตรวจจางฝูที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะกลางห้อง


     “เเม่นางมีเพียงบาดแผล รอยซ้ำรอยบาดบาดภายนอก ทายาก็น่าจะหาย ส่วนคุณชายท่านนั้นก็ควรให้นอนพักสักระยะ ทานยาตามที่สั่งเสมอๆไม่กี่วันก็น่าจะหายดี แม่นางอย่าได้กังวล” หมอแก่เอ่ยบอกซึ่งจางฝูก็ทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังอย่างตั้งใจ ก่อนที่ท่านหมอนั้นจะขอตัวกลับไปก่อน

    จางฝูมองไปยังเจี๋ยเฟยที่เมื่อทานยาเสร็จก็หลับไปทันที ดูท่าว่าคงจะเหนื่อยจากการเดินทางด้วยกระมัง เธอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างงโล่งอกก่อนจะเดินอออกจากห้องไปโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ชายหนุ่มด้านในได้นอนพักผ่อน ส่วนตัวของเธอเองก็เดินกลับไปยังห้องพักของตัวเองที่อยู่ถัดจากห้องของเจี๋ยเฟยไปสองห้อง วึ่งเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบว่าข้าวของรวมทั้งสัตว์แสบทั้งสามตัวของเธอนั้นได้เข้ามานอนรอเธอบนเตียงอยู่ก่อนแล้ว


    “อ่าา ไปอาบน้ำอีกกว่า”จางฝูเอ่ยก่อนจะก้มมองชุดตัวเองที่เปื้อนรอยเลือดแห้งกรังไปเกือบครึ่ง ‘จะซักออกไหมเนี่ย’ เธอส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเองเข้าห้องน้ำไป



      หลังจากที่จัดอารอาบน้ำและจัดการซักทึ้งเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดของตัวเองเสร็จจางฝูก็ออกมาเดินเล่นภายในลานกว้างหลังจวนซึ่งถูกทำเป็นที่สำหรับใช้ฝึกฝน เพราะมันมีทั้งหุ่นไม้ และเป้าซ้อมธนู ซึ่งมันไม่แปลกอะไรเมื่ออยู่ในบ้านของแม่ทัพละนะ จางฝูเดินไปนั่งที่ชานระเบียงแล้วมองลานฝึกเบื้องหน้าซึ่งมันทำให้เธอนึกย้อนไปถึงวันวานที่เธอยังอยู่ที่ค่ายและฝึกฝนอยู่กับพวกเด็็กๆรุ่นเดียวกัน ซึ่งตอนนี้บางคนก็คงเป็นทหาร รึไม่ก็คงออกเดินทางเฉกเช่นเดียวกับเธอ เพียงแต่เธอไม่ค่อยจะสนิทกับพวกรุ่นๆเดียวกันเพราะตัวเธอนั้นชอบที่โดดไปอยู่ตามลำพังคนเดียวเสียมากกว่า ร่างบางของจางฝุยังคงนั่งจ้องมองไปยังลานฝึกพรางระรึกความหลังเมื่อครั้งยังเยาว์โดยไม่ทันได้สังเกตเลยมาที่ด้านหลังของเธอนั้นมีคนผู้หนึ่งกำลังเดินตรงมาหา


   “เป็นอะไรรึเปล่าขอรับแม่นางจางงเห็นท่านนั่งเหม่ออยู่นานสองนาน”เสียงของลู่จงที่ดังขึ้นทำเอาคนที่กำลังเหม่อถึงกับสะดุ้งตกใจจนตัวลอย


    “ลุงลู่จงข้าตกใจหมดเจ้าค่ะ”จางฝูยกมือขึ้นลูบอกปอยๆ


     “ขออภัย ข้าเห็นท่านเหม่อมองสนามฝึกอยู่นานสองนานเกรงว่าจะเป็นอะไรไปเลยเข้ามาถามไถ่ไม่ตั้งใจจะทำให้แม่นางตกใจ” ลู่จงเอ่ยพร้อมกับค้อมหัวให้เล็กน้อย “ว่าแต่คิดอะไรอยู่รึขอรับ”


     “ข้าแค่คิดถึงเรื่องตอนเด็กๆเจ้าค่ะ ข้าโตมาในค่ายทหาร พอเห็นลานฝึกนี่แล้วก็เลยคิดถึงเจ้าค่ะ” จางฝูกล่าวตอบพร้อมกับเเย้มยิ้มออกมาบางแล้วมองไปยังลานฝึกเบื้องหน้า


     “เอ๋ เช่นนั้นรึขอรับ อืมถ้าเเช่นนั้นท่านก็ต้องได้ฝึกแบบที่พวกทหารได้ฝึกด้วยสิขอรับ”ลู่จงเอ่ยก่อนจะเดินมานั่งลงที่ชานระเบียงข้างๆเป็นเพื่อน


    “ใช่แล้วเจ้าค่ะ โดนฝึกต้องแต่เด็กๆเลยเจ้าค่ะ แต่ข้าก็ชอบแอบหนีไปเที่ยวในป่าจนโดนทำโทษให้เฝ้าเวรบ่อยๆเหมือนกัน”จางฝูเอ่ยแล้วหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี  “เอ่อจริงสิ ลุงลู่จง ข้าขอลองใช้ลานฝึกธนูได้ไหมเจ้าค่ะ”


     “ได้ขอรับ ลานฝึกนี่มีแค่นายหญิงใช้เพียงคนเดียว ท่านคงไม่ว่าอะไรหากท่านจะลองใช้ฝึก พวกธนูก็สามารถใช้ที่มีเตรียงวางไว้ได้เลยนะขอรับ”


     “เย้” จางฝูร้องออกมาอย่างดีใจก่อนที่จะลุกขึ้นแล้ววิ่งตรงไปยังคันธนูที่แขวนไว้ตรงราวเก็บอาวุธก่อนจะหยิบคั่นธนูและลูกธนูออกมาแล้วเดินไปยืนที่จุดยิงธนู มือเรียวที่จับคันธนูอยู่ยกขึ้นตั้งขนาดกับพื้นพร้อมกับอีกมือที่จับปลายลูกธนูเทียบกัับสายเอ็นง้างอยู่จนตึง ริมฝีปากพ่นลมหายใจเบาๆก่อนจะสูดกลับเข้าไปใหม่อีกครั้งเล็กน้อยกับกลั้นลมหายใจไว้ ดวงตาสีน้ำตาลหลับลงข้างหนึ่งและใช้อีกข้างที่ลืมอยู่มองเล็งไปที่เป้าแดงเบื้องหน้าที่อยู่ห่างออกไป


    ฟิ้วว


    ฉึกก!!


    ลูกธนูที่พุ่งออกจากคันธนูพุ่งตรงไปปักที่กึ่งกลางเป้าอย่างแม่นยำ จางฝูลดคันธนูลงแล้วมองผลงานตัวเองอย่างพึงพอใจแม้ตัวเธอเองจะไม่ได้ยิงงงธนูมาพักใหญ่แล้วแต่ฝีมือเธอก็ยังไม่ตก นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี จางฝูยังคงไม่หยุดแค่นั้นหันกลับไปหยิบลูกธนูออกมาขึ้นยิงไปเรื่อยๆ โดยมีสายตาสองคู่ที่อยู่ใต้ชานกำลังจ้องมองท่าทางในการยิงธนูของเธออยู่อย่างใคร่สนใจ






@Admin   


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x215
x28
x150
x10
x8
x25
x30
x10
x22
x2
x2
x100
x100
x6
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x5
x1
x9
x131
x1
x56
x62
x1
x170
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x31
x2
x2500
x110
x113
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x58
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x20
x50
x70
x1
x15
x2545
x3
x30
x17
x68
x87
x8
x162
x102
x172
x4
x121
x4
x2
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x234
x7
x30
x13
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x125
x356
x350
x236
x92
x79
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x777
x630
x129
x271
x218
x521
x33
x3
x725
x49
x80
x1210
x3
x7
x22
x4450
x159
x790
x7
x1990
x27
x18
x50
x25
x41
x81
x42
x1

73

กระทู้

798

โพสต์

11หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
106897
เงินตำลึง
196901
ชื่อเสียง
47183
ความหิว
1033
คุณธรรม
469
ความชั่ว
157
ความโหด
134
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-4-11 02:38:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 4 - มรสุมดั่งพายุ
[ทานข้าว พูดคุย ]
    เมื่อวานหลังจากที่จางฝูนั้นฝึกยิงธนูเล่นจนเวลาล้วงเลยมาจนเย็นค่ำ เธอก็เก็บกวาดบิเวณที่เล่นกก่อนจะเดินกลับเข้าไปที่ห้องพัก ซึ่งภายในห้องพักของเจี๋ยเฟยเพื่อดูว่าชายหนุมมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อไปถึงเธอก็เห็นว่าชายหนุ่มนั้นตอนนี้กำลังนั่งพุ่ยข้าวอยู่ที่โต๊ะอย่างหิวโหย ทางเจี๋ยเฟยเมื่อเห็นจางฝูเดินเข้ามาก็เรียกให้ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน หลังจากที่กินข้าวและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการเดินทางได้สักพัก จางฝูจึงขอตัวกลับห้องไปพัก


     ภายในห้องของเธอตอนนี้มีเหล่าสัตว์แสบที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงกันอย่างสบายใจ หญิงสาวเดินไปยังเตียงนอนของตัวเองก่อนจะล้มต้วลงนอนก่อนจะผลอยหลับไปอย่างรวดเร็วโดยมีเหล่าตัวแสบทั้งสามนอนเฝ้าอยู่ข้างๆ
   
      เช้าวันใหม่มาถึงแสงแดดที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาปลุกร่างบางใต้ผ้าห่มให้ลุกตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียก่อนที่เธอจะค่อยย้ายตัวเองลงจากเตรียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างสลึสลือ แต่ไม่นานร่างนั้นก็กลับออกมาพร้อมกับฮุ่ยจือที่บินไปเกาะที่ข้างไหล่เจจ้านายสาวอย่างอ้อน


    ฮูกก(เจ้านายไปไหน ฮุยไปด้วย)


    “อ้อนเอาอะไรแต่เช้าเนี่ยฮุ่ยจือ”จางฝุเอ่ยแล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวเจ้านกแสบประจำขณะเดินทางอย่างเอ็นดูหลายวันมานี้มีเรื่องเยอะมากจนเธอแทบไม่ได้มาเล่นกับเจ้าพวกตัวแสบเลยมันจะเหงาแล้วก็งอลเธอไหมนะ แต่เมื่อลองเลื่อนสายตาไปมองลู่จิ๋วกับลู่ฉีกลับพบว่าพวกมันทั้งสองตัวยังคงนอนขดเป็นก้อนกลมๆอยู่บนเตียงอย่างเป็นสุข เมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็ไม่อยากที่จะปลุกจึงปล่อยพวกมันให้นอนพักต่อไป ก่แนที่เธอจะหมุนตัวเดินออกไปด้านนอกพร้อมกับฮุ่ยจือที่เกาะอยู่บนไหล่


    “ไปดูคนป่วยกันฮุ่ยจือ ไม่รู้ปานนี้จะตื่นรึยัง” จางฝูเอ่ยแล้วหันมองฮุ่ยจือบนไหล่พรางก้าวเท้าเดินไปตามเส้นทางก่อนจะมาหยุดที่หน้าบานประตูห้องของงเจี๋ยเฟย มือเรียวเคาะประตูเบาแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ คาดว่าคนในห้องคงยังไม่ตื่นจึงได้ฉวยโอกาศเปดประตูเข้าไปดูแต่เมื่อเธอเข้ามาภายในห้องกลับไม่เห็นแม้เงาของใครสักคนอยู่ที่นี่ ในห้องน้ำเองก็ว่างเปล่าจนผิดสังเกต ‘คงไม่ได้เดินหลงไปไหนอีกหรอกนะ’


     จางฝูเดินออกจากห้องเจี๋ยเฟยแล้วออกเดินไปตามเส้นทางภายในจวนก่อนที่หูของเธอจะได้ยินเสียงเหมือนอะไรบางอย่างกำลังหวดลมเป็นเสียงฟับๆอยู่ไม่ไกล จึงได้เดินตามเสียงไป จุดเกิดของเสียงอยู่บริเวณลานฝึกด้านหลังที่เมืองวานเธอแอบมาเล่นยิงธนู เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นร่างคุ้นตาของคนเจ็บที่หนีออกจากห้องกำลังยืนถือกระบี่ฝึกซ้อมอยู่กลางลาน


    จางฝูเดินไปนั่งที่ชานเรือนมองการฝึกของเจี๋ยเฟย แม้ร่างกายบาดเจ็บอยู่แต่กลับไม่มีผลต่อการฝึก ทวงท่าที่ออกมาของเจี๋ยเฟยดูพริ้วไหวและงดงามแต่ก็ยังดูดุดันในแบบของชายหนุ่ม จางฝูยังคงนั่งดูการฝึกต่อไปเรื่อยพรางลูบหัวฮุ่ยจือที่ย้ายจากไหล่มานอนให้เธอลูบหัวอยู่บนตักอย่างสบายใจ การฝึกของเจี๋ยเฟยังคงดำเนินไปเรื่อยดูท่าจะยังไม่จบง่ายเสียด้วย ทางเจี๋ยเฟยก็ดูจะมีสมาธิกับการฝึกมากจนไม่ได้สังเกตุเลยมาคนกำลังนั่งดูการฝึกของเขาอยู่ไม่ไกล


    “เป็นการรำกระบี่ที่งดงามมากจริงนะขอรับ”


     “เฮือก ลงลู่จงทำข้าตกใจอีกแล้ว” จางฝูสะดุ้งเอือกก่อนจะหันไปมองลู่จงที่ยื่นถือถาดใส่ผ้าพร้อมกับยิ้มบางออกมาให้กับเธอ


    “ขออภัยขอรับ”


     เจี๋ยเฟยที่ได้ยินเสียงพูดดังมาจากชานเรือนรวบกระบี่ไพร่ไปด้านหลังก่อนจะหันไปมองก่อนจะยิ้มออกมาบางๆกับคนทั้งสองที่ดูตนเองฝึกชานเรือนก่อนจะเดินเข้าไปหา ลู่จงช่งรู้หน้าที่เตรียมผ้าชุบน้ำหมาดไว้อยู่ก่อนแล้วยืนให้เจี๋ยเฟย


    “โอ้ ขอบคุณขอรับ”เจี๋ยเฟยเอ่ยขอบคุณก่อนยืนมือไปรับผ้ามาเช็ดเหงื่อบนใบหน้าก่อนจะเอาพานั้นมาวางห้อยพาดที่คอตนเอง “ออกกำลังกายตอนเช้าแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยละ”


    “สดชื่นก็ดีแล้ว แต่อย่าหักโหมมากซ้ำในตายข้าไม่แบกกลับเฉิงตูหรอกนะ”จางฝูเอ่ยแล้วท้าวแขนไปด้านหลังเงยหน้ามองเจี๋ยเฟยที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ราวกับคนละคนกับเมื่อวานที่เอาแต่นั่งซึ่มกระทือจนอดหมั่นไส้ไม่จึงแกว่งขาเตะไปที่หน้าเเข้งของชายหนุ่มเล็กน้อย


    “เจ็บนะ” เจี๋ยเฟยโว้ยขึ้นมา


    “ข้าเตะเบาๆเองนะ อย่าสำออย”


     “ฮ่ะๆ ทั้งสองคนเนี่ย สนิทสนมกันดีจังขอรับ เอ่อ จริงด้วยใกล้เวลาทานข้าวแล้วรีบไปที่ห้องโถงเถอะขอรับ”ลู่จงเอ่ยเหมือนพึงนึกได้ก่อนจะหมุนตัวเดินนำทั้งสองคนไปยังห้องโถงซึ่งตรงหกลางมีโต๊ะใหญ่ตั้งอยู่อีกทั้งยังมีอาหารจำพวกขนมปัง, งา และ ผลไม้สองสามชนิดจัดวางอยู่บนโต๊ะซึ่งเมื่อพวกจางฝูเดินมาถึงก็เป็นเวลาเดียวกับที่ซินอี๋ในชุดสตรีช่างดูเดินมาถึงห้องโถง ดูแล้วไม่ชินตานักแต่จางฝูเองก็ไม่ได้เอ่ยกล่าวอะไรออกไป


    “อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านซินอี๋” จางฝุเอ่ยทักพร้อมกับโค้งหัวทักทายเล็กน้อย


     “อรุณสวัสดิ์แม่นางจาง” ซินอี้เอ่นตอบก่อนจะยิ้มบางๆให้แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ จางฝูซึ่งเห็นท่าทีของซินอี๋จึงเดินตามไปนั่งอีกฝั่งของโต๊ะโดยมีเจี๋ยเฟยเดินตามไปนั่งข้างๆ


    “ทั้งสองพอทานได้หรือไม่ มื้อเช้าเราไม่ค่อยกินอาหารหนักเท่าไหร่ ด้วยข้าวมีราคานำเข้าค่อนข้างแพงอยู่” ซินอี๋เอ่ยด้วยท่าทางเรียบเฉย อาจเพราะมีบ่าวสาวใช้อยู่จึงต้องสำรวมท่าทีให้ดูน่าเคารพและยำเกรงกระมั้ง


    “ข้าไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ ข้าเองก็กินไม่เยอะอยู่แล้ว”จางฝูเอ่ยตอบก่อนจะยิ้มบางๆให้จับซินอี๋ ก่อนจะเหลือบไปมองเจี๋ยเฟยที่นั่งจ้องก้อนขนมปังอยู่อย่างใคร่สงสัย ก็นะที่ฮั่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยกินขนปังกันนี่นะ เธอที่เธอชาวต้าหว่านก้ปิดของพวกนี้มาแต่เด็กไม่ได้แปลกใจผิดกับเจี๋ยเฟยที่มีท่าทีสงสัยเสียเต็มประดา


     “ขนมปัง ทำจากเเป้งเอาไปอบก็คล้ายๆแป้งซาลาเปารึแป้งหมั่นโถวนั่นแหละ”จางฝูเอ่ยอธิบายแล้วมองเจี๋ยเฟยอย่างขำๆเล็กน้อย


     “อ้อ เป็นเช่นนั้นเองสินะ”เจี๋ยเฟยพยักหน้าแล้วลองหยิบขนมปังตรงหน้าขึ้นมากัดคำหนึ่ง ใบหน้าขมวดครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป้นปกติก่อนที่เจ้าตัวจะรีบสวาปามก้อมขนมปังเบื้องหน้าอย่างหิวโหยด้วยท่าทีเช่นนั้นของเจี๋ยจึงเรียกเสียงหัวเราะเอ็นดูจากจางฝูและเหล่าบรรดาคนใช้ได้มาทีเดียว


    “เอ้าๆใจเย็น ไม่มีใครเค้าแย่งเจ้ากินหรอกเดี๋ยวก็ติดคอเอา”จางฝูเอ่ยแล้วเอื้อมมือไปหยิบผลไม้มากัดคำหนึ่งก่อนจะหันไปบิดขนมปังชิ้นเล็กมายื่นให้ฮุ่ยจือที่ยืนทำตัวเรียบร้อยอยู่บนตักของเธอโดยมีซินอี๋นั่งกินขนมปังอมยิ้มจางๆมองอยู่เงียบๆ


   “จริงสิ ทั้งสองรอข้าอีกวันได้ไหม ข้ากำลังจะเดินทางไปเที่ยวต้าฮั่นพอดี ไหนๆ ทั้งสองก็กำลังจะกลับต้าฮั่น เลยว่าจะถือโอกาสร่วมทางกันไป” ซินอี๋ที่ทานอาหารเช้าเสร็จแล้วเอยถามขึ้นมาก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเเก้วน้ำขึ้นมาดื่มล้างปาก


    “แล้วงานทางนี่เสร็จหรือเจ้าค่ะ หรือกำลังจัดการอยู่”จางฝูหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือแล้วหันไปมองซินอี๋ที่เอาผ้าเช็ดปากอยู่


     “ก็ใกล้เสร็จ ข้าต้องสะสางงานอีกเพียงเล็กน้อย พรุ่งนี้ก็คงจะไปได้ พวกเจ้ารีบเดินทางรึไม่”


     “ข้าไม่รีบเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยตอบตามความจริง เพราะจะช้ารึเร็วเธอก็ไม่มีปัญหารึงานอะไรที่ต้องไปจัดการ ก่อนที่เธอและซินอี๋จะหันไปมองชายหนุ่มคนเดียวของโต๊ะอาหารที่นั่งกระดกน้ำเอื้อกๆอยู่ “แล้วเจ้าล่ะเจี๋ยเฟย”


     “ข้าหลงทางมาจะปี ไม่รีบแล้วละ”เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วยิ้มให้กับสองสาวที่ตะลึงกับคำตอบของชายหนุ่ม โดยเฉพาะจางฝุที่ฟังและรับรู้เรื่องการหลงทิศหลงทางของชายหนุ่มมาบ้างแต่ไม่คิดว่าเขาจะหลงมาเป็นปีและไปไม่ถึงเฉิงตูเสียทีแบบนี้ ‘เจ้าไม่น่ามีชีวิตรอดมาจนทุกวันนี้เลยจริงๆ’


    “เช่นนั้นไว้ข้าจัดการสะสางงานเสร็จแล้วจึงค่อยเดินทางแล้วกัน พวกเจ้าก็พักผ่อนที่นี่กันก่อนนะ”ซินอี๋เอ่ยก่อนที่เธอจะขอตัวกลับไปจัดการงานของตัวเองที่ยังค้างคาอยู่อีกเล็กน้อย


     “เจ้าหลงทางยังไงเป็นปีเนี่ยเจี๋ยเฟย” จางฝูที่อดใจไม่ไหวหันไปถามชายหนุ่มที่นั่งยิ้มอยู่อย่างไม่เป็นทุกข์เป็นร้อน


    “ก็เดินทางไป ข้าก็ถามคนเดินทางไปเรื่อยแต่ก็หลงตลอด ข้าก็ไม่เข้าใจเมื่อกัน” เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วยิ้มแห้งพรางยกมือขึ้นมาเกาแก้มเขิลๆ


    “ข้าว่าเจ้า้องเข็มทิศในตัวพังเป็นแน่ ลองให้ท่านหมอมาตรวจดูเอาไหม”


    “ข้าไม่ได้ป่วยสักหน่อย ข้าแค่หลงทิศหลงทาง เจ้าอย่าพูดไปถึงขั้นนั้นสิ”


     “งั้นยังจำที่ข้าเคยสอนได้ไหมเรื่องการดูทิศน่ะ ไหนลองพูดให้ข้าฟังสิ”จางฝูเอ่ยพรางกอดอกมองเจี๋ยเฟยที่ตอนนี้กลายเป็นที่พำนักใหม่ของฮุ่ยจือไปแล้ว


    “เอ่อ… จะหาทิสให้มองดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ขึ้นทางจะวันออก ตกทางทิศตะวันตก ถ้าหันหน้าไปทิศตะวันออก ซ้ายมือเป็นเอ่อ...ทิศเหนือ แล้วขวาเป็นใต้ ถ้าจะหาเมืองที่จะไปให้ดูว่าเมืองนั้นอยู่ทิศไหนแล้วเดินตรงไปหาเลย” เจี๋ยเฟยท่องขึ้นมาด้วยท่าทีติดขัดเล็กน้อยพรางเหลือบมองจางฝูที่นั่งกอดอกมองดุๆอยู่เบื้องหน้า


    “ก็จำได้นิ ทีนี่จะหลงอีกรึไม่”


     “เอ่อ…. น่าจะไม่  มั้งฮ่ะๆ”


     “เฮ้อเจ้าเนี่ย ข้าละปวดหัวแทนคนที่บ้านเจ้าจริงๆ”จางฝูเอ่ยพรางยกมือกุมขมับเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องโถงไป


     “เจ้าจะไปไหนน่ะ”เจี๋ยเฟยลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามจางฝูไปทันที


     “จะไปนอนพัก  จะไปนอนกับข้าไหมละ”จางฝูเอ่ยแล้วหมุนตัวเดินกลบห้องไปโดยมีฮุ่ยจือนั้นกางปีกโผบินจางไหล่ของเจี๋ยเฟยบินตามเจ้านายสาวกลับห้องพักไป


     ฮูกกก(เจ้านายรอฮุ่ยด้วยย)


@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x215
x28
x150
x10
x8
x25
x30
x10
x22
x2
x2
x100
x100
x6
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x5
x1
x9
x131
x1
x56
x62
x1
x170
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x31
x2
x2500
x110
x113
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x58
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x20
x50
x70
x1
x15
x2545
x3
x30
x17
x68
x87
x8
x162
x102
x172
x4
x121
x4
x2
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x234
x7
x30
x13
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x125
x356
x350
x236
x92
x79
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x777
x630
x129
x271
x218
x521
x33
x3
x725
x49
x80
x1210
x3
x7
x22
x4450
x159
x790
x7
x1990
x27
x18
x50
x25
x41
x81
x42
x1

73

กระทู้

798

โพสต์

11หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
106897
เงินตำลึง
196901
ชื่อเสียง
47183
ความหิว
1033
คุณธรรม
469
ความชั่ว
157
ความโหด
134
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-4-12 01:48:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 5 - ภาพหลอน
[เตรียมตัวเดินทางต่อพร้อมกับผู้ร่วมเดินทางคนใหม่]

   รุ่งเช้าของอีกวันที่ย่างกรายมาถึง จางฝูเพียงแต่ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงนั้นตื่นอยู่นานแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลยังคงจ้องมองไปยังเพดานเตียงนอน ด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย เหตุผลที่เธอยังไม่ยอมลุกจากเตียงไปไหนทั้งที่ดวงตะวันนั้นสาดแสงส่องไปทั่วท้องฟ้าแล้วนั้นก็เพราะเธอกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องของพี่ชายเธอที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้างที่เธอหนีออกมา แล้วอีกเรื่องถ้าเกิดพี่ชายเธอรู้ว่าเธอมาโดนใครก็ไม่รู้ดักทำร้ายอยู่ระหว่างทาง เขาคงเป็นห่วงเธอมากน่าดู  ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่จางฝูยังคงไม่ยอมลุกจากเตียงนั้นก็เพราะร่างฝูกลมของเจ้าฮุ่นจือที่นอนอยู่บนหน้าท้องเธออย่างเป็นสุขจึงทำให้เธอไมไ่กล้าขยับตัวไปนไหนเพราะกลัวว่าจะเป็นการไปรบกวนเจ้านกฮูกตัวแสบของเธอ จึงทำได้แค่นอนนิ่งๆเป็นเบาะให้มันใช้นอนต่อไป


     ฟ่ออ(ให้ลู่จิ่วลากออกให้ไหมเจ้านาย)ลู่จิ่วที่นอนชูคอมองเจ้าฮุ่ยจืออยู่ร้องขึ้นแล้วหันมองเจ้านายสาวก่อนที่มันจะเลื้อยตัวอ้าปากไปคาบปีกเจ้าฮุ่ยจื่อแล้วออกแรงลากเจ้าฮุ่ยจือลงมาที่พื้นเตียงนอนโดยมีจางฝูค่อยใช้มือช่วยประคอง


    “ขอบใจนะลูจิ่ว  ไปกินข้าวเช้าด้วยกันไหม”


    ฟ่ออ(ร้อนเจ้านายลู่จะนอนหลบแดด)ลู่จิ่วร้องแล้วส่ายหน้าก่อนจะมุดตัวเข้าไปใต้หมอนซึ่งมีอุณหภูมิิกำลังเย็นสบาย จางฝูเมื่อเห็นท่าทีของลู่จิ่วก็ยิ้มบางออกมาก่อนจะยันตัวลุกเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง เพื่อเตรียมตัวไปทานอาหารเช้า เพราะดูท่าว่าเธอจะสายแล้วเสียด้วย


    ร่างบางในชุดกระโปรงยาวสีขาวเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วรีบเดินจ้ำออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ชายกระโปรงสีขาวพริ้วไหวไปตามสายลมเบาๆที่เกิดจากการเดินอย่างเร่งรีบ เส้นผมสีีดำเงาที่ผ่านการตัดเล็มให้เข้าทรงเเล้วถูกปล่อยสยายไว้กลางหลังโยกแกว่งไปตามจังหวะการย้ำเท้า


    “ขอโทษที่มาช้าเจ้าค่า”เสียงของจางฝุที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของเธอที่เดินไปนั่งที่เก้าอี๋ฝั่งตรงข้ามกับซินอี๋ที่กำลัังใช้มีดปอกเปลือกผลไม้ทานอยู่ และเจี๋ยเฟยที่กำลังนั่งกินขนมปังจิ้มซุปข้นอยู่อย่างเอร็ดอร่อย ดูท่าชายหนุ่มคงติดใจรสอาหารของแคว้นซู่เล่อเสียแล้วสินะ


    “อรุณสวัสดิ์แม่นางจางไยเจ้าจึงมาสายได้ละ”ซินอี๋ยเอ่ยทักขึ้นก่อนจะหยิบผลไม้ที่หันไว้ชิ้นหนึ่งเข้าปาก


     “อรุณสวัสดิ์ท่านซินอี๋ พอดีโดนนกฮูกนอนทับอยู่เลยลุกไม่ไหด้เจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยพรางยิ้มแห้งให้อีกคนก่อนจะเอื้อมมือไปหยบขนมปังที่ยังเหลืออยู่อีกก้อนหนึ่งขึ้นมาฉีกแล้วจิ้มกับซุปข้นก่อนจะส่งขนมปังชิ้นนั้นเข้าปากไป


    “เช่นนั้นเอง จริงสิข้ากับเจี๋ยเฟยคุยกันแล้วตกลงว่าเราจะเดินทางกันหลังจากพักย่ยอาหารเช้าเสร็จแม่นางจางงมีความเห็นว่าอย่างไร”


    “ก็ได้จะเจ้าค่ะ แล้วแต่ท่านซินอี๋สะดวกเลยเจ้าค่ะ”จางฝกล่าวตอบพร้อมกับยิ้มให้ซินอี๋วึ่งนางก็พยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ


     “ข้าจะเดินทางไปส่งกับพวกเจ้าพอถึงอู๋เว่ยเราคงต้องแยกกันที่นั้น พวกเจ้าคงไม่ติดขัดอะไรใช่รึไม่”


     “ไม่ติดขัดอะไรขอรับ” เจี๋ยเฟยที่เงยหน้าขึ้นมาจากจานขนมปังเอ่ยตอบก่อนจะก้มหน้าก้มตาลงไปกินต่อ


     “ไม่เจ้าค่ะ ท่านซินอี๋จะไปท่องเที่ยวที่ฮั่นสินะเจ้าค่ะ ไว้ข้าจะแวะนำที่สวยๆน่าไปให้นะเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยพร้อมกับหันไปจัดการกับขนมปังชิ้นสุดท้ายก่อนจะเอื้อมมือไปแก้วน้ำมาดื่มล้างปากเล็กน้อย


    “เช่นนั้นก็เยี่ยมเลย”


     หลังจากที่ทั้งสามทานอาหารเช้ากันจะอิ่มเป็นที่เรียบร้อยก็ต่างคนต่างแยกกันไปกลับไปยังของพักของตัวเพื่อจัดการเก็บข้าวของเสื้อผ้าสัมภาระของแต่ละคนกันอย่างขมักเขม้น จางฝูเองก็เช่น ร่างบางของหญิงสาวบัดนี้กำลังนั่งอยู่บนเตียงและกำลังพัดเสื้อผ้าที่ก่อนหน้านี้เธอเอาไปซักเพื่อทำความสะอาดคราบฝุ่นทรายและรอยเลือด ซึ่งมันก็ไม่ได้กลับมาสะอาดเหมือนดั่งเดิมได้ เมื่อลองมองดูอีกครั้้งใกล้ๆจะยังสามารถเห็นได้ว่าบนชายกกระโปรงนั้นยังคงมีรอยคราบเลืออดหลงเหลืออยู่จนตัวผ้ามีสีคล้ำเป็นวงๆเต็มไปหมด


    “เฮ้อ ซักไม่ออกจริงๆด้วยสินะ”จางฝูพึมพัมเล็กน้อยแล้วจัดการพับผ้านั้นก่อนจะนำไปวางในห่อผ้าก่อนจะหันไปมองฮุ่ยจือที่ตอนนี้นั่งจ้องเธอเก็ของตาเเป๋วอยู่ข้างๆซึ่งทำให้เธอยิ้มออกมาบางๆแล้วจึงเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาจัดของเตรียมตัวเดินทางต่อ


    หลังจากที่จัดเตรียมสัมภาระจนเสร็จจางฝูก็เดินไปนั่งที่โต๊ะก่อนจะรินน้ำชาที่เย็นแล้วใส่ในถ้วยแล้วยกขึ้นจิบหน่อยก่อนจะเดินไปหยิบเอาสัมภาระขึ้นมาถือไว้โดยมีเจ้าพวกตัวแสบทั้งสามที่รู้งานรีบเลื้อยและบินมาจับจ้องที่อยู่บนเรื่องร่างของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จางฝูมองพวกมันยิ้มๆก่อนจะเดินออกจากห้องพักตรงไปยังคอกสัตว์ที่อยู่ทางด้านหลังจวน ซึ่งที่นั้นเธอก็ได้พบกับเจี๋ยเฟยที่กำลังนั่งรออยู่บนหลังรถเทียบลูบหัวหยอกล้ออยู่กับเจ้ามีมี่โดยมีซินอี๋กำลังยื่นคุมเหล่าคนใช้จัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นใส่ย่ามที่สพายอยู่ที่หลังม้าอยู่


    “มาช้าจังเจ้าเนี่ย”


        อั๊ก!!


     เจี๋ยเฟยที่หันมาเห็นเอ่ยขึ้นก่อนที่จะโดนห่อผ้าในมือจางฝูปาอัดเข้าไปเต็มเบ้าหน้าด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสะใจเมื่อห่อผ้าในมือของเธอพุ่งเข้าใส่เต็บใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างจัง


    “ไม่ช่วยแล้วอย่ามาบ่นข้า”จางฝูเอ่ยก่อนจะเดินเอาของไปใส่ที่หลังรถรวมทั้งให้เจ้าพวกสามแสบนั้นเข้าไปคอยหลบแดดอยู่ด้านในด้วย


     “ใจร้าย”เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วหยิบห่อผ้าที่ตกอยู่ที่ตักโยนใส่เข้าไปไว้ภายด้านในของรถเทียบก่อนจะดีดตัวลุกจากหลังรถเทียบขึ้นมายืนตรงหน้าหญิงสาว


      “ใช่ ข้าใจร้ายมากด้วย”จางฝูกล่าวยิ้มๆก่อนจะหันหลังเดินไปหาท่านซินอี๋ที่ดูท่าว่าจะเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมขึ้นม้าแล้วด้วย


     “ท่านซินอี๋เดี๋ยวข้าขอแวะซื้อของที่ย่านการค้าก่อนแล้วจึงค่อยออกเดินทางได้รึไม่เจ้าค่ะ” จางฝูเดินมายื่นอยู่ข้างๆม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่ที่ซินอี๋กำลังนั่งอยู่


    “ได้สิ อย่างไรก้ต้องผ่านเส้นทางนั้นอยู่แล้ว แต่คงแวะไม่นานนะ เราต้องเร่งออกเดินทางหน่อย”


    “เจ้าค่ะ” จางฝูพยักหน้ารับก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปหาเฟยเทียนที่ย่อตัวรอเจ้านายยสาวขึ้นมานั่ง ส่วนทางเจี๋ยเฟยที่เป็นบุรุษคตนเดียวนั้นก็ย้ายตัวไปนั่งเล่นอยู่หลังรถเทียบกับพวกเหล่าสัตว์เชี้ยงของจางฝู ก่อนที่ขบวนเดินทางนั้นจะค่อยๆคลื่อนออกจากตัวบ้านไปโดยมีพ่อบ้านลู่จงนั้นยืนส่งอยู่ที่หน้าประตู




@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ตู๋กู ซินอี๋ เพิ่มขึ้น 474 โพสต์ 2018-9-4 19:09

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x215
x28
x150
x10
x8
x25
x30
x10
x22
x2
x2
x100
x100
x6
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x5
x1
x9
x131
x1
x56
x62
x1
x170
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x31
x2
x2500
x110
x113
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x58
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x20
x50
x70
x1
x15
x2545
x3
x30
x17
x68
x87
x8
x162
x102
x172
x4
x121
x4
x2
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x234
x7
x30
x13
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x125
x356
x350
x236
x92
x79
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x777
x630
x129
x271
x218
x521
x33
x3
x725
x49
x80
x1210
x3
x7
x22
x4450
x159
x790
x7
x1990
x27
x18
x50
x25
x41
x81
x42
x1
โพสต์ 2019-1-21 10:37:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ
"เอ่อที่นี้มันใช่ที่พักของนางไหมนี้ อ่าข้าควรจะเคาะประตูก่อนสินะ ข้าควรหายใจเข้าลึกๆเพื่อที่จะได้สงบจิตสงบใจสินะ ถ้าข้าเจอนางข้าจะทำยังไรดีข้าจะสู้หน้านางได้ไหมนะ ไม่ๆข้าต้องตั้งสมาธิก่อนอ่าใช้แล้วข้าต้องสงบจิตสงบใจตนเองอย่าวอกแวกไม่งั้นล่ะก็ข้าคงไม่สามารถที่จะพูดคุยกับนางได้อย่างแน่นอน"
ตอนนี้เฉินอี้กำลังยืนอยู่หน้าจวนของแม่ทัพตู๋กู๋โดยที่ตนเองนั้นถามทางมาจากเหล่าทหารและก็เหล่าชาวบ้านกันจนเดินทางมาถึงได้พร้อมกับที่เฉินอี้ค่อยๆเดินเข้าไปเคาะที่ประตูหน้าจวนนั้นพร้อมกับพูดเสียงดังว่า
"ขอโทษนะนี้ใช่จวนแม่ทัพตู๋กู๋ใช่หรือไม่?"
โดยที่ผ่านไปสักพักนั้นค่อยมีเสียงดังขึ้นมาจากภายในจวนแห่งนั้น
"เดี่ยวๆรอก่อนนะขอรับข้ากำลังรีบไปเปิดประตูให้แล้ว"
พร้อมกับที่ประตูจวนนั้นเปิดออกมาเป็นชายวัยกลางคนร่างท้วมใหญ่ ใส่เสื้อผ้าที่มีรอยเปื้อนของดินอยู่บ้างพร้อมกับเหงื่อที่ซึมออกมาจากใบหน้าของพ่อบ้านคนนั้น
"อ่าคือท่านแม่ทัพตู๋กู๋อยู่ไหมคือว่าพอดีข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับท่านแม่ทัพซักหน่อย"
"ออนายหญิงนั้นไม่อยู่หรอกขอรับนายหญิงนั้นออกไปทำงานยยังไม่กลับมาหรอกขอรับ แล้วข้าก็ไม่รู้ว่านายหญิงนั้นจะกลับมาเมื่อใด"
"อ่าเป็นเช่นนั้นหรือ"
พร้อมกับที่เฉินอี้นั้นคิดอยู่ในใจของตนเองว่าตนเองมาไม่ถูกจังหวะเอาซะเลย
"ถ้าเป็นเช่นงั้นในเมื่อนางนั้นไม่อยู่ก็ไม่เป็นไรเอ่อ…..ข้าเพียงมีเรื่องอยากคุยกับนางก็เท่านั้น"
"ออถ้าเช่นนั้นเชิญท่านไปรอนายหญิงก่อนไหมขอรับ"
พร้อมกับที่พ่อบ้านนั้นผายมือให้กับเฉินอี้ในการเข้าไปข้างในจวนนั้น
"อ่าข้าคิดว่ามันคงไม่เหมาะเท่าไหร่…..อืมถ้าเกิดเป็นเช่นนั้นข้าก็ขอฝากจดหมายให้นางหน่อยก้แล้วกันนะข้าถ้าเกิดนางกลับมานั้นก็ช่วยเอาจดหมายนี้ให้นางโดยที่ข้านั้นจะรอนางอยู่ที่ศาลานอกเมืองกับพวกเด็กๆล่ะกันนะฝากบอกนางด้วยว่าถ้านางไม่มาข้าก็จะรออยู่ที่นั้นจนกว่านางจะมาจนได้!!!"
พร้อมกับที่เฉินอี้แสดงแววตาของความมุ่นมั่นออกมาเต็มเปี่ยมจนพ่อบ้านคนนั้นถึงกับรู้สึกได้ถึงพลังงานของความมุ่งมั่นนั้นแผ่ออกมาจากดวงตาของเฉินอี้กันเลยทีเดียว
"ออถ้าเช่นนั้นนายยหญิงกลับมาข้าน้อยจะรีบบอกนายหญิงทันทีขอรับท่านไม่ต้องเป็นห่วง"
"อ่าข้าเชื่อเช่นนั้นแล้วท่านพ่อบ้านมีนามว่าอะไรหรือ? มันคงจะเป็นการไม่มีมารยาทในการที่คุยกับคนอื่นตั้งนานสองนานแต่ว่าไม่ได้ถามชื่อของคนนั้น"
"ออชื่อของตัวข้าน้อยนั้นท่านเรียกว่าลู่จงก็ได้ขอรับ"
"อ่าท่านพ่อบ้านลู่จงยังไงข้าก็ขอฝากจดหมายนี้ให้ส่งถึงมือนางด้วยล่ะกันนะ"
พร้อมกับที่เฉินอี้ล้วงมือของตนเองเข้าไปในเสื้อพร้อมกับหยิบจดหมายขึ้นมาส่งมอบให้กับพ่อบ้านคนนั้นไป
"ไม่ต้องเป็นห่วงขอรับข้ารับรองว่าจะต้องถึงมือของนายหญิงอย่างแน่นอนเลย แล้วจะให้ข้าบอกนายหญิงว่าจดหมายนี้มาจากใครหรือขอรับ"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าลืมไปเสียสนิทเลยตัวข้านั้นชื่อว่า เฉินอี้ถ้านางถามก็บอกไปอย่างงั้นนะ"
"ออท่านเฉินอี้ถ้าแบบนั้นข้าจะบอกนายหญิงตามนั้นขอรับ"
"ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีถ้าเป็นแบบนั้นข้าก็ไม่รบกวนเวลาของท่านพ่อบ้านแล้วท่านพ่อบ้านมีอะไรที่ทำก็ไปทำเถอะ"
"เข้าใจแล้วขอรับถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอตัวลา"
พร้อมกับที่พ่อบ้านคนนั้นค่อยๆหันหลังกลับไปพร้อมกับที่ปิดประตูของจวนอย่างเบามือ
"อืมถือว่าอย่างน้อยจะไม่ได้เจอหน้านางแต่ว่าข้าก็ฝากจดหมายเอาไว้แล้วก็หวังว่านางจะได้รับแล้วมาตามนัดที่ข้าได้บอกเอาไว้นะ"
พร้อมกับที่เฉินอี้ค่อยๆเดินหันหลังกลับไปออกไปจากบริเวรนั้นทันที




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 ความโหด โพสต์ 2019-1-21 11:01
คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2019-1-21 11:01

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะทองคำ
ฮั่นเสียทอง(หลวง)
กุหลาบสีทอง
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
กราดิอุสทอง
หลี่ซื่อชุนชิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x92
x28
x1
x7
x100
x2
x1
x5
x2000
x100
x100
x30
x50
x50
x10
x10
x35
x20
x20
x10
x34
x30