ดู: 453|ตอบกลับ: 28

{ แคว้นซูเล่อ } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-9 23:21:16 |โหมดอ่าน

ย่านการค้ายี่ม่าวเหยี่ยน


[ แคว้นซูเล่อ ]




ย่านการค้า ใจกลางเมืองแคว้นซูเล่อ
อีกทั้งยังรับวัฒนธรรมจากต่างแดนต่างแคว้นเข้ามามากมาย
จึงทำให้ย่านการค้าแห่งนี้ เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย
หลายวัฒนธรรมและหลายเชืื้อชาติ
ผู้คนจะต่างทยอยกันออกมาซื้อของจับจ่ายใช้สอย ดูแล้วชวนคึกคัก
บางวันก็จะมีคนจากนอกแคว้น หรือ แคว้นใกล้เคียงมาแสดงโชว์เร่เป็นสีสัน


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 5

ดูบันทึกคะแนน

88

กระทู้

995

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
63305
เงินตำลึง
243793
ชื่อเสียง
59537
ความหิว
311

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1392
ความชั่ว
531
ความโหด
747
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-4-9 23:42:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-4-10 19:04

พาร์ท 4 - มรสุมดั่งพายุ
[ผมของข้า ข้าจะทำอะไรกับมันก็ได้]







     หลังจากที่ได้เหล่าทหารซึ่งนำทัพด้วยแม่ทัพตู๋กูเข้ามาช่วยชีวิตของพวกจางฝูเอาไว้ได้ทันและอาสาที่จะพาตัวเธอแล้ววเจี๋ยเฟยไปพักที่แคว้นเพื่อให้หมอได้ตรวจดูอาการคร่าวๆ อีกทั้งเพราะทั้งเธอและเจี๋ยเฟยบาดเจ็บตู๋กูจึงให้พวกเธอทั้งสองไปนั่งพักที่รถเทียบที่เฟยเทียเป็นคนลากและให้ทหารในกองของเธอเป็นคนขี่บังคับไปแทน ซึ่งจางฝูเองก็ได้คัดค้านอะไร เพราะโดยส่วนตัวเธอเองก็อย่างที่จะนั่งหลบแสงแดดพักผ่อนเสียหน่อย แม้ภายในรถเทียบจะมีทั้งสัมภาระและจระเข้ตัวเขืองนอนอยู่แต่ก็ไม่ได้ทำให้พื้นที่ภายในคับแคบลงไปเลย


    ตลอดเส้นทางตั้งแต่ออกเดินทางมาพร้อมกับพวกเเม่ทัพตู๋กูเจี๋ยเฟยก็เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาจนจางฝูเองก็เริ่มที่จะจับสังเกตุได้ชายหนุ่มแสนซื่อที่นั่งห้อยขาอยู่ข้างๆตัวนั้นที่ก่อนหน้านี้มันมีร้อยยิ้มและหัวเราะออกบ่อยเงียบซึ่มกระทือเอาแต่นั่งก้มหน้ามองทรายและรอยล้อ


    “เป็นอะไรรึป่าว เจ็บเเผลรึ”จางฝูที่ทนความเงียบไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้นมา เจี๋ยเฟยไม่ตอบเพียงเหลือบตาของมามองเธอด้วยแววตาคล้ายเศร้าเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปก้มมองรอยทรายต่อ ตัวของเธอเองก็ไม่อยากจะคาดคั้นอะไรมากจึงปล่อยให้เจี๋ยเฟยให้เหม่อมองรอยทรายต่อไปไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ


     “ผมเจ้า” เจี๋ยเฟยเอ่ยขึ้นมาแล้วเหลือบสายตามองไปยังผมของจางฝูที่บัดนี้ขาดแหว่งไม่เป็นทรง จางฝูได้แต่เบิกตามองเจี๋ยเฟยที่เค้าเอาแต่เงียบ เพราะรู้สึกที่ที่มีส่วนเป็นเหตุใหผมเธอขาดหรอกเหรอ จางฝูเหยียดยิ้มบางๆให้เจี๋ยเฟยก่อนจะเอื้อมมือไปรวบผมของตัวเองมาดูเล็กน้อย ตอนนั้นที่ตัดผมไไปเธอคิดแค่ว่าต้องทำยังไงก็ได้ให้ดิ้นหลุดเลยเอามีสั้นตัดผมทิ้งไป พอมาดูแล้วมันก็แหว่งไปเยอะจนไม่เป็นทรงเลยทีเดียว


    “แค่นี้เอง ตัดทิ้งให้เท่ากันก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรอ”จางฝูเอ่ย เจี๋ยเฟยฟังก่อนที่ชายหนุ่มจะเบิกตาค้างเมืองหญิงสาวตรงหน้ารวมผมตัวเองไว้แล้วรูดยาวไปจนถึงส่วนที่ขาดก่อนใช้มีสั้นตัดผมที่ยาวกว่าออกอย่างไม่คิดเสียดาย


     ฉับ!!


      “แม่นางจาง”


      เสียงฉับของเส้นผมที่ถูกตัดจนขาดเเละเสียงตกใจของเจี๋ยเฟยเรียกรอยยิ้มขำๆจากจางฝูได้ไม่น้อย เส้นผมที่ก่อนหน้านี้ยาวจนถึงสะโพกบัดนี้กับสั้นเหลือเพียงกลางหลังเท่านั้น มือเรียวที่กำผมส่วนที่ตัดเอาไว้เลื่อนออกมาดู จะว่าไปก็น่าเสียดายกกว่าจะเลี้ยงมาจนยาวขนาดนี้


     “เส้นผมถูกตัดไม่นานมันก็ยาว ผมก็ผมข้า อีกทั้งคนที่ตัดก็เป็นตัวข้า เจ้าจะคิดเสียดายเเทนทำไมกันเจี๋ยเฟย”


     “ที่เจ้าพูดมา ข้าไม่เถียงแต่ คนที่เป็นสาเหตุนั้นคือข้า ข้านำพาความเดือดร้อนมาให้เจ้า” เจี๋ยเฟยกล่าวแล้วก้มหน้ามองปอยผมในมือของจางฝู


      “เคยมีคนบอกข้ามาว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับใครหรือไม่เกิดขึ้นกับใครล้วนเป็นกรรม และโชคชะตากำหนด เจ้าอย่าได้คิดมากเลย” จางฝูเอ่ยขณะที่ดวงตายังจ้องไปที่ปอยเส้นผมในมือก่อนที่เะอจะค่อยๆคลายมือออกให้สายลมร้อนในทะเลทรายที่พัดผ่านมาพัดพาเอาปอยเส้นผมในมือเธอลอยไปที่ละเส้นๆ จนเกือบหมดก่อนที่เจี๋ยเฟยจะเอื้อมมือมาคว้าเอาปอยผมที่เหลือเพียงหยิบมือในมือของจางฝูไป


   “เจ้าเอาไปทำไม”


    “เอาไว้ระลึกกว่าครั้งหนึ่งข้าทำให้ผู้มีพระคุณอย่างเจ้าเดือดร้อน คร่าวหน้าจะได้ระวัง”ว่าจบเจี๋ยเฟยก็เอาเส้นผมปอยเล็กๆนั้นเก็บใส่ใต้เสื้อไป โดยมีจางฝุมองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ไต่ถามอะไรมาก ก่อนที่ทั้งรถเทียบจะกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง


    ขบวนเดินทางโดนมีเหล่าทหารของแคว้นซู่เล่อยังคงเดินไปเรื่อยก่อนที่เสียงตะโกนของเเม่ทัพตู๋กูด้วยภาษาซู่เล่อจะดังขึ้นมา จางฝูที่ชะโงกหน้าออกไปมองพบว่าบัดนี้พวกเธอนั้นได้มาถึงแคว้นซู่เล่อเปป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขบวนเดินทางยังคงเดินไปเรื่อยๆตามเส้นทางภายแคว้น สายตาของเหล่าชาวบ้านก็พากันหันมามองขบวนเดินทางของพวกเธออย่างใคร่รู้ว่าผุ้ที่เดินทางมาด้วยช้างเผือกหายากซ้ำยังมีแม่ทัพหญิงตู๋กูเป็นผู้เดินนำขบวนมาอีกเป็รผู้ใดกัน ขบวนเดินทางเดินเลาะไปตามเส้นทางก่อนที่จะมาหยุดที่ย่านการค้าก่อนที่แม่ทับตู๋กูจะควบม้าเดินมายังรถเทียบที่พวกจางฝูนั่งอยู่ก่นอจะหันไปสั่งเหล่าทหารในกองให้แยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าทีของตน


    “พวกเจ้าเป็นเช่นไร ยังมีอาการเจ็บรึปวดตรงไหนอีกรึไม่”


     “ข้าไม่เป็นอะไรมาเจ้าค่ะ เพียงแค่เขา” จางฝูเอ่ยตอบอย่างสุภาพก่อนจะหันไปมองเจี๋ยเฟยที่หน้าตาไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก แม่ทัพตู๋กูพยักหน้าเข้าใจเล็กน้อย


    “โรงหมอที่นี่มี เพียงแต่ถ้าให้เดาคงโดยฝ่ามืออะไรซัดไป ให้รักษาแบบทั่วไปเกรงว่าจะไม่ค่อยได้ผล หรืออาจจะใช้เวลานานเกินไป ยังไงก็ต้องหาหมอที่มีผีมือหน่อยมาตรวจดูให้ แล้ว เจ้าไม่เป็นไรแน่นะ เส้นผมเจ้า” เเม่ทัพตู๋กูกล่าวไหลลื่นก่อนจะหันกลับมามองจางฝูเล็กน้อย เธอของเธอก็เป็นสตรีเข้าใจว่าเส้นผมนั้นสำคัญต่อสตรีเพียงใด


    “ข้าไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยเล็มให้เป็นทรง ไม่นานเดี๋ยวมันก็ยาว”จางฝูตอบแล้วยิ้มบางให้แม่ทัพตู๋กู


      “ถ้าเช่นนั้นก็แม่แต่เจ้าแล้วกัน ตอนนี้เราหยุกอยู่ที่ย่านการค้าของแคว้นซู่เล่อ พวกเจ้าอยากจะแวะซื้อขอองอะไรรึไม่”


     จางฝูก้มหน้านึกแล้วหันไปมองเสบียงสัมภาระด้านในรถก่อนจะหันกลับไปส่ายหัวให้แม่ทัพตู๋กูเล็กน้อย  “ข้าไม่มีอะไรต้องซื้อเพิ่มเจ้าค่ะ”


     “ข้าไม่มีขอรับ”เจี๋ยเฟยกล่าวตอบขึ้นมอง ดวงตาจ้องมองไปยังย่านการค้าอย่างสนใจใคร่รู้


      “ถ้าเช่นนั้นก็เดินทางไปที่พักกันก่อนแล้วกัน” แม่ทัพตู๋กูเอ่ยยแล้วควบม้าเดินนำออกไปพร้อมกับรถลากที่เริ่มล้อขยับอีกครั้งและเคลื่อนตัวออกไปจากย่านการค้าทันที      

   รถลากยังคงเคลื่อนที่ไปตามถนนของแคว้นซู่เล่อ เลี้ยวผ่านซอยยนั้นซอยนี้มากมาย จงฝุที่นั่งมองรอบๆผ่านมุมมองจากหลังรถลากเริ่มรู้สึกเบื่อ เนื่องจากตลอดเส้นทางมานี่เจี๋ยเฟยเอาแต่นั่งก้มหน้ามองพื้นเงียบไปตลอดเส้นทางก่อนที่เขาจะขอตัวงีบหลับสักพักแล้วก็เอนหัวพิงผนังรถลากแล้วหลับตาไป ทิ้งให้จางฝูนั่งมองวิวในเมืองอยู่คนเดียว


    “เฮ้อ มองแบบนี้ไม่ถนัดเลย”จางฝูถอดหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมายืนจับหลังคารถลากแล้วเหวี่ยงตัวเองขึ้นไปยืนบนหลังคาก่อนจะใช้ตัวเบากระโดดไปยืนบนหลังเฟยเทียนอย่างทะมัดทะแมง


     ร่างเงาไหวๆบนหลังรถที่ที่มองเห็นจากปลายหางตาเรียกให้แม่ทัพตู๋กูที่ขี่ม้าเยื้องนำอยู่หน้าช้างเผือกต้องหันกลับไปมองร่างคนที่ปลายหางตาเล็กน้อยเพื่อสำรวจว่าคนที่กระโจนขึ้นมาบนหลังช้างเผือกนี่เป็นใคร ก่อนที่นางจะหันกลับไปมองด้านหน้าเมื่อเห็นว่าร่างที่อยู่บนหลังช้างนั้นคือแม่นางจางเจ้าของช้างเผือก ก่อนที่ตู๋กูจะบังคับม้าให้เดินลงไปตีคู่ข้างๆช้างเผือก ซึ่งมีนายทหารของตนเองเป็นผู้บังคับขี่อยู่


     “เจ้าไม่เป็นไรแล้วรึแม่นางจาง ไยไม่พักผ่อนอยู่ที่หลังรถลาก” เเม่ทัพตู๋กูเอ่ยถามขึ้น


     “ข้าแค่อยากออกมาชมวิวเเคว้นซู่เล่อชัดๆน่ะ เจ้าค่ะ ข้าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน” จางฝูเอ่ยตอบพรางิ้มหวานตอบแม่ทัพสตรีเบื้องล่างไป


      “ดูท่าเจ้าก็พอที่จะมีฝีมืออยู่บ้าง วิชาตัวเบานั้นของเจ้าไยไม่ฝึกต่อให้เเข็งแกร่งขึ้นเล่า”


       “ก็อยากฝึกอยู่เจ้าค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แล้วก็ไม่มีใครสอน ตัวเบานี้ข้าก็พึ่งที่จะเริ่มใช้ได้ไม่นาน” จางฝูเอ่ยแล้วเดินไปสะกิดไหล่ทหารให้ขยับออกเพื่อที่เธอจะเป็นคนบังคับขี่ช้างเผือกต่อเอง ซึ่งนายทหารนั้นหันมองแม่ทัพของตัวเองที่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วขยับออกให้จางฝูนั่งแทนที


      “หืม ไยเป็นเช่นนั้น อาจารย์เจ้าเล่า” แม่ทัพตู๋กูเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัย


      “เขาสอนข้าเสร็จก็รีบไปเลย คงมีงานด่วนแล้วข้าก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนแล้ว ก็คงฝึกไว้เท่านี้ละเจ้าค่ะเอาแค่พอที่จะป้องกันตัวได้เวลาเดินทางก็พอ” จางฝูเอ่ยยตอบพรางมองไปรอบๆ บ้านเมืองในแคว้นซู่เล่อค่อนข้างที่จะคล้ายกับแบบบ้านที่ต้าหว่าน แต่ก็มีความเป็นฮั่นผสมอยู่มากกว่า สังเกตุจากพวกชานหลังคาบ้านเรือนรอบๆที่เธอผ่านมาตลอดเส้นทาง


    “เป็นเช่นนั้นเอง เอ่อ จริงสิ เจ้าว่าเคยมาที่นี่ครั้งแรก คงไม่มีญาติอยู่ที่นี่ งั้นไปพักที่บ้านข้าก่อนก็แล้วกัน เจ้าคงไม่รังเกียจ”


      “ไม่เลยเจ้าค่ะ ไม่รังเกียจ กลับเกรงใจท่านด้วยซ้ำได้ท่านช่วยจากพวกชุดม่วงนั้นแล้วยังต้องมาให้ท่านค่อยช่วยดูแลหาที่อยู่ที่พักให้พวกข้าอีก”จางฝูหันกลับมาตอบแม่ทัพตู๋กูด้วยน้ำเสียงเกรงใจ นางช่วยพวกเธอเอาไว้แถมยังพาเธอมาพักที่เมืองให้การดูแลพวกเธออย่างดีอีกทั้งยังจะช่วยหาหมอให้อีก ซึ่งมันก็ทำให้เธอเกรงใจสตรีคนนี้แทบแย่ อีกทั้งนางยังเป็นถึงแม่ทัพของแคว้นนี้อีก


     “ไม่เป็นไรๆ เห็นคนเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือ เจ้าก็พักรักษาตัวอยู่ที่นี่ก่อนสักพักพอหายดีข้าก็คงจัดการงานทางนี้เสร็จจะได้เดินทางไปส่งพวกเจ้าด้วย ทะเลทรายโจรซุกซุม ไม่แน่เจ้าพวกนั้นอาจรอเวลากลับมาจัดการพวกเจ้าอีกข้าไปช่วยดูแลก็นับเป็นเรื่องสมควร อีกอย่างข้าเองก็อยากไปเที่ยวฮั่นดูสักครั้งเหมือนกัน คงงดงามมากแน่ๆ” แม่ทัพตู๋กูร่ายยาวออกมา พร้อมกับยิ้มส่งกลับมาให้จางฝู แม่ทัพตู๋กูถึงภายนอกจะดูดุดัดขึงขังแต่ภายในช่างเป็นคนอ่อนโยน อีกทั้งใจดีมากจริงๆ การได้มาพบพากันในครั้งนี้ช่างเป็นชคดีของเธอจริงๆ


    “เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณแม่ทัพตู๋กูมากๆเลยเจ้าค่ะ ที่ช่วยเหลือพวกข้าขนาดนี้”จางฝูเอ่ยแล้วยิ้มหวานให้กลับ


     “อยู่ลำพังพวกเราเรียกแค่ซินอี๋ก็พอ”


    “เจ้าค่ะท่านซินอี๋”




@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x39
x2
x10
x42
x162
x1
x25
x102
x1
x40
x8
x46
x28
x16
x120
x2
x60
x90
x1
x20
x30
x38
x36
x784
x1
x2
x102
x110
x110
x130
x3572
x549
x150
x81
x36
x30
x20
x22
x4
x111
x333
x2
x9264
x10
x110
x1
x4
x10
x1
x2
x131
x1
x185
x62
x1
x2340
x6
x3
x35
x1
x1
x75
x1400
x8
x150
x65
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x342
x135
x60
x95
x1
x108
x7
x29
x90
x1
x3
x39
x3
x29
x2
x3
x74
x3
x109
x60
x29
x4
x91
x50
x100
x2
x15
x1124
x3
x30
x18
x68
x64
x32
x1397
x102
x180
x5
x117
x4
x2
x264
x637
x77
x139
x64
x99
x44
x320
x254
x259
x6
x40
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x71
x295
x264
x327
x780
x456
x26
x39
x127
x352
x512
x209
x92
x91
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x110
x141
x669
x473
x811
x660
x131
x71
x3198
x521
x27
x3
x1209
x55
x130
x1210
x8
x35
x3444
x1766
x3900
x4990
x7
x23
x40
x20
x41
x81
x347
x1

88

กระทู้

995

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
63305
เงินตำลึง
243793
ชื่อเสียง
59537
ความหิว
311

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1392
ความชั่ว
531
ความโหด
747
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-4-12 01:51:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 5 - ภาพหลอน
[แวะย่านการค้าซื้อของเล็กน้อย]
     คณะเดินทางที่นำโดยแม่ทัพหญิงตู๋กู ซินอี๋เดินมาหยุกอยู่บรเวณหย่านการค้าซึ่งจางฝูเป็นคนร้องขอให้แวะสักครู่เพื่อที่เธอจะได้ซื้อข้าวของเตรียมตัวสำหหรับการเดินทางกลางทะเลทราย ทันทีที่เฟยเทียนหยุดเดิน จางฝูก็พลิกตัวกระโดดจากหลังเฟยเทียนแล้ววิ่งหายเข้าไปในย่านการค้าโดยมีเจี๋ยเฟยวิ่งตาเข้าไปด้วย  ส่วนซินอี๋เพียงแค่ลงจากม้าแล้วมาเดินตรวจดูสภาพรถและเฟยเทียนให้พร้อมต่อการเดินทางก่อนจะไปนั่งหลบแดดอยู่ที่หลังรถเทียบ ซึ่งมีเหล่าสัตว์ต่างให้การต้อนรับผู้ร่วมทางคนใหม่กันอย่าดีคือมีมี่ที่นอนอ้าปากโชว์เขี้ยวขาวๆ ลู่จิวแลลู่ฉีที่ชูคอมมองมายังซินอี๋อย่างสนใจและสำรวจดู สุดท้ายก็ฮุ่ยจือที่ไม่เคยรับรู้กาลเทศะบินไปเกาะที่ไหล่ของซินอี๋แล้วปิดตาหลับไป


   “แม่นางจางรอข้าด้วย”เจี๋ยเฟยตะโกนเรียงอีกคนที่วิ่งนำเข้ามามาในย่านการค้าก่อน ซึ่งคนถูกเรียกก็หยุดแล้วหันกลับไปมองคนตามมาเล็กน้อย


   “เจ้าตามมาจะซื้ออะไร”จางฝูเอ่ยถามขึ้นมาพรางมองร่างของชายหนุ่มที่วิ่งเหยาะมาหยุดยืนอยู่ข้างๆเธอ พร้อมกับยิ้มซื่อๆส่งมาให้เธอก่อนที่ทั้งสองจะออกเดินไปตามท้องถนนในย่านการค้าพร้อมกันๆ


     จางฝูเดินไปตามเส้นทางในย่านการค้าเรื่อๆก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ร้านขายเครื่องเทสที่เอาไว้สำหรับปรุงอาหารซึ่งที่เธอมีอยู่นั้นมันเริ่มหร่อยหร่อลงไปแทบทุกทุกที่ อีกทั้งังมีคนมาเพิ่มจึงต้องซื้อของมาเตรียมไว้เพิ่ม ยามที่เดินทางอยู่กลางทะเลทรายจะได้ไม่ลำบาก


    “ทำไมไม่บอกให้ลุงลู่จงเตรียมให้ละมาซื้อเองทำไม” เจี๋ยเฟยที่ยืนอยู่ข้างเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัยก่อนจะรับเอาห่อของที่จางฝูซื้อมาแล้วยืนให้มาถือเอาไว้ให้


     “แค่ไปพักบ้านเขา เขาเตรียมข้าวเตรียมน้ำ ซ้ำยังคอยดูแลอีกก็เกรงใจจะเเย่”จางฝุเอ่ยพรางสาววเท้าเดินต่อไปดวงตาสีน้ำตาลก้กวาดมองไปรอบตามแผงร้ายค้าเพื่อดูว่ามีอะไรที่เธอยังต้องซื้อเพิ่มไปอีกรึไม่ ก่อนที่เธอจะไปยุดที่ร้านขายขนมปังซึ่งเจี๋ยเฟยเป็นคนรบเร้าให้ซื้อติดไปด้วย เธอจึงต้องจำใจซื้อขนมปังอีกหลายก้อนนั้นไปไวให้เจี๋ยเฟย


    “ดูท่าเจ้าจะชอบขนมปังมากเลยสินะเนี่ยเจี๋ยเฟย”


     “แน่นอน ก็ข้าพึงเคยกินมันแล้วมันก็อร่อย หอมไม่เหมือนหมั่นโถว หรือซาลาเปาด้วย”เจี่ยเฟยเอ่ยตอบก่อจะฉีกขนมปังมากินชิ้นหนึ่ง


    หลังจากนั้นทั้งจางฝูเเละเจี๋เฟยก็เดินดเลือกซื้อของกันอีกไม่กี่อย่างก่อนที่พวกเธอจะเดินกลับมายังรถเทียบที่มีซินอี๋นั่งรออยู่


   “ซื้อของมาสะเยอะเชียว”


     “เตรียมไว้ก่อนน่ะเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่ากลางทะเลทรายจะไปเจออะไรอีกก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ ขอเหลือนั้นย่อมดีกว่าของขาดนี่เจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยก่อนจะยัดของทุกอย่างที่ซื้อมานั้นใสhไว้ที่หลังรถแล้วหันไปมองซินอี๋ที่นั่งนิ่งๆเป็นเตียงจำเป็นให้เจ้าฮุ่ยจื่อก่อนที่จางฝูจะเอื้อมมือไปอุ้มเจ้าฮุ่ยจือมาไว้ในอ้อมแขนแล้วยิ้มให้ซินอี๋น้อยๆ


     “เราเดินทางต่อเถอะเสียเวลามาพอสควรแล้ว”ซินอี๋เดินก่อนจะเินไปยังม้าของตนแล้วปีนขึ้นไปนั่งบนหลังม้าจางฝุที่เห็ก็รีบเดินอ้อมรถไปขึ้นหลังเฟยเทียนและเตรียมที่จะออกเดินทางต่อโดยมีเจี๋ยเฟยขอเปลี่ยนบรรยากาศมาย้ายมานั่งท้าแสงแดดรับไอความร้อนบนหลังเฟยเทียนด้วยอีกคน


     คณะเดินทางของจางฝูที่นำโดยซินอี๋เดินออกเดินไปตามเส้นทางภายในแคว้นอย่างช้าๆเนื่องจากเวลานี้เป็นยามที่ยังไม่ค่อยร้อนมาและเป็นเวลาที่พวกพ่อค้าจะเดินทางมาถึงเมืองพอดิบพอดีการเคลื่อนตัวของคณะเดินทางจึงค่อนข้าดำเนินไปด้วยความล้าช้าเล็กน้อยแต่นั้นก็ไม่ได้สร้างความหงุดดหงิดแต่อย่างให้ให้กับจางฝูที่นั่งมองเหล่ากองคาราวานสินค้าที่เดินทางสวนกับเธอมาทีละกลุ่ม อีกทั้งของที่ขนมาก็ล้วนแปลกตาซึ่งกลายเป็นสิ่งฆ่าเวลาให้แก่เธออย่างดีทีเดียว


    “เจ้าดูสนใจสินค้าพวกนั้นนะ ชอบค้าขายรึ”เจี่ยเฟยเอ่ยถามขึ้นมา


    “อ้อ ที่บ้านข้าก็ค้าขายข้ามแดนแบบนี้ พอเห็นของแปลกๆก็เลยสนใจ แต่ถ้าใให้ข้าไปขายของคงจะขาดทุน” จางฝูเอ่ยขณะที่ดวงตาของเธอยังคงจ้องมองเหล่ากองคาราวานที่ขนของผ่านไปก่อนที่ดวงตาของเธอจะไปสะดุดการกองคาราวานค้าผ้าที่กำลังขนม้วนผ้าเดินผ่านพวกเธอไป


    “ลายสวยจัง”


    “นั้นสิ จะว่าเหมือนลายของชาวฮั่นก็เหมือนแต่จะว่าไม่เหมือนมันก็ไม่เหมือน”เจี๋ยเฟยเฟยแล้วมองด้วยรถขนผ้าที่พึ่งผ่านไปอย่างสนใจ


   “นั้นเป็นรถขนผ้าของร้านผ้าหยางเหยียนลายเป็นลายของชาวฮั่นที่ถูกนำมาปรับผสมกับผ้าลลายของชายซู่เล่อน่ะ” ซินอี๋ที่นั่งมองอยู่บนลังม้าเอ่ยตอบขึ้นมาแล้วหันไปมองรถขนผ้าก่อนจะหันกลับไปมองแถวด้านหน้าซึ่งเป็นแถวสำหรับเข้าด่านตรวจคน


    “เช่นนั้นเอง เป็นลายที่สวยมากๆเลยเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยพรางยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังด้านหน้าแถวที่ขยับเข้าไปใกล้ด่านตรวจเรือยๆ ไม่นานพอเธอก็มาถึงตรงงจุดตรวจพวกทหารเมื่อเห็นว่าคณะเดินทางเป็นคนแม่ทัพตู๋กูก็รีบตาลีตาลาดให้ผ่านไปได้อย่างง่ายๆและรวดเร็วทันที่ และเบื้องหน้าของพวกเธอทั้งสามคนนั้นก็คือผืนทะเลทรายที่กว้างใหญ่และโหดร้าย การเดินทางในครั้งนี้ของพวกเธอขอให้มันเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยเถอะนะ



@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +20 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 20 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x39
x2
x10
x42
x162
x1
x25
x102
x1
x40
x8
x46
x28
x16
x120
x2
x60
x90
x1
x20
x30
x38
x36
x784
x1
x2
x102
x110
x110
x130
x3572
x549
x150
x81
x36
x30
x20
x22
x4
x111
x333
x2
x9264
x10
x110
x1
x4
x10
x1
x2
x131
x1
x185
x62
x1
x2340
x6
x3
x35
x1
x1
x75
x1400
x8
x150
x65
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x342
x135
x60
x95
x1
x108
x7
x29
x90
x1
x3
x39
x3
x29
x2
x3
x74
x3
x109
x60
x29
x4
x91
x50
x100
x2
x15
x1124
x3
x30
x18
x68
x64
x32
x1397
x102
x180
x5
x117
x4
x2
x264
x637
x77
x139
x64
x99
x44
x320
x254
x259
x6
x40
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x71
x295
x264
x327
x780
x456
x26
x39
x127
x352
x512
x209
x92
x91
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x110
x141
x669
x473
x811
x660
x131
x71
x3198
x521
x27
x3
x1209
x55
x130
x1210
x8
x35
x3444
x1766
x3900
x4990
x7
x23
x40
x20
x41
x81
x347
x1
โพสต์ 2018-4-19 22:11:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด


{ ทำดีได้ดี }


ถึงจุดหมาย



    การเดินทางติดต่อกันสองแคว้น ร่างกายค่อนข้างล้าพอสมควร ยาของหมอจากแคว้นโหรวหรานถูกส่งเข้าปากทั้งสามคนทีละอึกๆเพื่อลดอาการล้า ซึ่งค่อนข้างได้ผลทีเดียว ร่างกายตื่นตัวมาก แม้จะมีอาการเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่ก็ไม่ทำให้การเดินทางสะดุดใดๆ

    รถม้าเคลื่อนมาถึงแคว้นซู่เล่อแล้ว บรรยากาศเมืองค่อนข้างเงียบสงบ แสงไฟไม่มากนัก แต่บริเวณย่านการค้าของเมืองยังคงสว่างโร่ พ่อค้าจำนวนมากกำลังจัดของเพื่อวางตามแผงร้านค้าอยู่ คาดว่าคงเป็นกลุ่มพ่อค้าคาราวานที่พึ่งกลับมาได้ไม่เกินสัปดาห์ แต่พึ่งจัดของเข้าร้านกัน โจวอู๋และจิ้นจงตกลงที่จะจอดรถม้าและผูกไว้ที่หน้าย่านการค้าและใช้การเดินเท้าเพื่อเข้าไปยังย่านการค้า ระวังไม่ให้เกะกะพ่อค้าคนต่างๆ

    "จิ้นจงเจ้าอุ้มซูฮวาไว้เถอะ ข้ากลัวจะไปชนพวกพ่อค้าจริงๆ" โจวอู๋พยายามเอียงตัวเพื่อหลบความแออัดของพ่อค้า และสั่งให้เพื่อนสนิทตนอุ้มเด็กสาวเอาไว้

    พ่อค้าคาราวานที่จัดของอยู่หลายคนมีสีหน้ายิ้มแย้มทักทายผู้มาใหม่ทั้งสาม ทั้งสามคนเลยคลายความกังวลได้เปราะหนึ่ง พวกเขาเลือกที่จะมุ่งไปยังหน้าร้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นร้านขายผ้าที่จัดจนเสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าคงสามารถที่จะสอบถามอะไรเล็กน้อยได้

    "ท่านพ่อค้า พอมีเวลาสักครู่มั้ยขอรับ" โจวอู๋เป็นคนที่มุงตรงไปเพื่อถามคนแรก

    "ท่านสนใจสินค้าหรอ ข้ายังไม่ขายนะต้องรอพรุ่งนี้เช้าก่อน" พ่อค้าที่หน้าตามึนๆเล็กน้อยตอบกลับมา

    "ไม่ใช่หรอก ข้าอยากจะถามหาบุพการีของเด็กสาวคนนี้น่ะ นางบอกว่าเป็นพ่อค้าคาราวานน่ะขอรับ ท่านพอทราบมั้ย" โจวอู๋รีบอธบายทันที เป้าหมายใกล้เข้ามาแล้ว

    "ถ้าเป็นคนที่พูดถึงเรื่องลูกบ่อยๆ อาจจะเป็นรองหัวหน้าคณะคาราวานก็ได้นะขอรับคุณชาย แต่ว่าตอนนี้พวกหัวหน้าสายต่างๆกำลังประชุมคุยกันอยู่ หากท่านจะหาคงอาจจะต้องเป็นพรุ่งนี้น่ะขอรับ" พ่อค้าคนดังกล่าวนึกสักพักแล้วจึงตอบออกมาเพื่อคลายความสงสัยให้คนด้านหน้า

    "อ่อ งั้นข้ารอพรุ่งนี้ก็ได้ ว่าแต่แถวนี้มีที่พักหรือไม่ ข้ายังไม่มีที่พักน่ะ" โจวอู๋พยักหน้าทราบในข้อมูล และเปลี่ยนไปเป็นเรื่องที่พักแทน ตัวเขาก็อยากที่จะพักเต็มที่แล้ว

    "โรงเตี๊ยมแถวนี้ค่อนข้างไกลน่ะขอรับ ถ้าไม่ยังไงท่านไปพักที่โรงพักของคณะคาราวานท้ายย่านการค้าก็ได้นะขอรับ" พ่อค้าแนะนำที่พักให้ จากการสังเกตรอบๆ เขาก็ไม่พบกับโรงเตี๊ยมจริงๆจึงพยักหน้าให้พ่อค้าคนนั้น พ่อค้าจึงเดินนำทางไปที่โรงพักคณะคาราวานท้ายย่านการค้า

    เมื่อทั้งสามเดินมาถึง พ่อค้าก็จัดห้องพักเพื่อให้ทั้งสามคนพักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนนอนทั้งสามได้ทานยาที่หมอเมืองโหรวหรานมอบให้ เพื่อคลายอาการล้าเล็กน้อยและเริ่มพักผ่อนตามแต่ละคนต้องการ



    @Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -150 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -150 + 25 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x10
x30
x40
x10
x100
x100
x100
x108
x50
x15
x10
x45
x29
x9
x17
x1
x1
x60
x58
x100
x1
x50
x70
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-4-20 21:05:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด


{ ทำดีได้ดี }


ภารกิจสำเร็จ



    เวลารุ่งเช้าคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ แสงอาทิตย์สาดส่องใส่ใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสองในห้องพักของคณะคาราวาน เสียงด้านนอกเริ่มดังขึ้น มีทั้งเสียงเชิญชวนซื้อของ เสียงการต่อรองราคา เสียงอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง เป็นสัญญาณว่าตลาดได้เปิดอย่างเต็มตัวแล้ว จิ้นจงที่ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงรบกวนจากด้านนอกนั้น เขาบิดขี้เกียจเล็กน้อยเพื่อให้ตื่นตัวเล็กน้อย จากนั้นก็เดินไปปลุกเพื่อนชายและเด็กสาวตามลำดับ เพื่อไปจัดการตัวเอง ล้างหน้าล้างตัวแต่งตัวเพื่อเริ่มต้นออกเดินทางตามหาพ่อแม่ของเด็กสาวต่อไป
    "เจ้าจะเดินไปเริ่มหาจากที่ไหนก่อน" โจวอู๋ที่เดินมาในชุดผ้าสีขาวน้ำเงินสบายๆ เขามุ่งหน้าไปยังโต๊ะด้านหน้าโรงพักผ่อน จิ้นจงนั่งอยู่กับเด็กสาว พวกเขานั่งเตรียมทานอาหารเช้าอยู่
    "ก็เดินตามย่านการค้าไปก่อนก็ได้มั้ง พ่อแม่นางเป็นพ่อค้าคาราวาน คงจะมาเปิดร้านบ้างแหละ" จิ้นจงสันนิษฐาน เขายื่นจานอาหารให้โจวอู๋ ทั้งสามนั่งกินอาหารสักพักจนเวลาผ่านไปประมาณ 2 เค่อ ก็เริ่มเดินทางออกตามหา

    ย่านการค้า
    ทั้งสามคนเดินเข้ามายังย่านการค้าเรื่อยๆ ร้านรวงต่างๆเริ่มต้นค้าขายกันอย่างครื้นเครง ผู้ซื้อผู้ขายต่อรองราคากันอย่างสนุกสนาน พวกเขาเลือกที่จะเดินไปทั่วๆ และถามพ่อค้าตามร้านต่างๆแต่ก็ไม่ค่อยได้เบาะแสมาก จนกระทั้งเขาได้ยินเสียงมาจากแผงขายผ้าแห่งหนึ่ง "ซูฮวา!!"
    ทั้งสามหยุดชะงักทันทีและหันไปตามเสียงนั้น พวกเขาพบกับคู่พ่อค้าแม่ค้าที่น่าจะเป็นสามีภรรยา หน้าตาไม่ค่อยแก่มากนัก ทั้งสองรีบพุ่งเข้ามายังจุดที่ทั้งสามคนยืนอยู่อย่างไม่ทันตั้งตัว
    "โอ้้ นี่ลูกจริงๆด้วย" ผู้เป็นภรรยาพุ่งเข้ามาและคว้าตัวซูฮวาไปจับเนื้อจับตัวอย่างรวดเร็ว เขาคงเจอแล้วจริงๆสินะ
    "สวัสดีขอรับ ท่านนักเดินทาง ท่านเจอลูกข้ารึ" ฝั่งสามีเดินลูบหัวบุตรสาวของตนเล็กน้อยแล้วเดินเขามาเพื่อทักทายและถามไถ่จากโจวอู๋และจิ้นจง
    "ใช่แล้วแหละขอรับ ข้าเจอบุตรสาวของท่านระหว่างการเดินทางน่ะ ข้าเลยพยายามดูแลและตามหาบุพการีของนาง" จิ้นจงเป็นคนออกหน้าอธิบาย ซึ่งโจวอู๋ก็ไม่ได้ขัดอะไร
    "ข้าขอบคุณท่านมากจริงๆ พวกข้าประมาทเลินเล่อไปเองจนลืมกระทั้งบุตรของตน ช่างน่าอายยิ่ง ถ้าท่านนักเดินทางไม่ติดอะไร เชิญท่านทั้งสองไปรับของตอบแทนเล็กๆน้อยๆที่ร้านของข้าเถิด" ผู้เป็นพ่อโค้งขอบคุณทั้งสองและกล่าวโทษตัวเองอยู่สักพักและเดินนำทั้งคู่ไปยังร้านขายผ้าไหมของตนเพื่อให้ของตอบแทนเล็กน้อย

    แผงผ้าไหม
    "พวกข้าขอบคุณท่านอีกครั้ง ตั้งแต่ที่ซูฮวาหายไปพวกข้าก็ร้อนใจยิ่งนัก" มารดาของซูฮวาที่อุ้มลูกของตนไว้ในอ้อมกอดกล่าวขอบคุณทั้งสองคนเล็กน้อย ด้วยความที่ทั้งคู่ไม่ค่อยได้เจอคนขอบคุณในเรื่องใหญ่เช่นนี้จึงเกิดอาการเคอะเขินและไม่กล้าตอบใดๆ
    "นี่เป็นของตอบแทนพวกท่านเล็กน้อย" ชายผู้เป็นพ่อหยิบหีบเงินชั่ง อัญมณีและผ้าไหมออกมาใส่รถเข็นให้ทั้งสองคน
    "ข้าขอบคุณท่านมากจริงๆ ความจริงท่านไม่จำเป็นต้องให้หรอก พวกข้าเต็มใจทำน่ะ" โจวอู๋กล่าวออกมาด้วยความเกรงใจเล็กน้อย ของพวกนี้มูลค่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียวล่ะ..
    "มิได้หรอกท่านนักเดินทาง บุญคุณที่ท่านทำให้แก่ครอบครัวข้ายิ่งใหญ่นัก" พ่อเด็กสาวกล่าวขอบคุณเขาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ พวกเขาเดินไปยังรถม้าที่จอดเทียบไว้ด้านนอกย่านการค้าโดยจิ้นจงออกตัวว่าจะเข็นรถเข็นของตอบแทนให้เอง

    นอกย่านการค้า
    "พวกข้าต้องรีบกลับแล้ว ยังไงท่านก็ดูแลตัวเองดีๆนะขอรับ" โจวอู๋กล่าวขอบคุณ อวยพรและบอกลา พ่อของซูฮวา หลังจากที่พวกเขาช่วยกันขนของขึ้นรถม้าจนเสร็จและเตรียมเดินทางออกไป
    "ขอบคุณท่านมากจริงๆนะขอรับ หากมีอะไรให้ข้าช่วยก็เรียกหาได้เสมอนะขอรับ ข้ายินดีที่จะลดราคาสินค้าร้านข้าให้พวกท่านตลอดแน่นอน" พ่อของเด็กสาวตอบ เขาโบกมือลาทั้งสองคน รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปเรื่อยๆ
    ภารกิจตามหาพ่อแม่ให้เด็กสาวซูฮวาก็สิ้นสุดลง คงใกล้ความจริงที่จะได้กลับไปยังดินแดนบ้านเกิดแล้วสินะ...

    @Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +1500 ชื่อเสียง +222 ความหิว -18 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 1500 + 222 -18 + 8

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x10
x30
x40
x10
x100
x100
x100
x108
x50
x15
x10
x45
x29
x9
x17
x1
x1
x60
x58
x100
x1
x50
x70
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1

117

กระทู้

711

โพสต์

59หมื่น

เครดิต

ทุกการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต

เงินชั่ง
42840
เงินตำลึง
219970
ชื่อเสียง
76128
ความหิว
520
คุณธรรม
1121
ความชั่ว
0
ความโหด
166
หมาล่าเนื้อ
เลเวล 1

เซี่ยง เหมย

ข้าไม่ได้อ่อนแอนะ
pet
โพสต์ 2018-9-18 00:05:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                                  มีบุคคลสามประเภทที่ไม่ควรคบ
                                  คนที่รักความอิสระเสรี
                                  แต่ไม่เคยมีความจริงใจกับเพื่อนมนุษย์
                                  คนที่ชอบทำตัวเหมือนเด็กใสซื่อ
                                  แต่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมเพทุบาย
                                  คนที่ตรงไปตรงมา
                                  แต่เชื่อถือไม่ได้...

                                   วันนี้ข้ามาลาดตระเวนที่เมืองใหม่ แคว้นใหม่ ...ข้ายังไม่เคยมาที่นี่ เพราะงั้นที่ไหนที่ข้ายังไม่เคยที่นั้นคือที่ใหม่ สำหรับข้าทุกที่นั่นล่ะ แม้แต่ค่ายหลี่กังที่ข้าดูแล ครั้งแรกที่ข้าเข้าไปมันก็เป็นที่ไหม่สำหรับข้าเหมือนกันเพราะฉะนั้น ย่านการค้าของแคว้นนี้.. แคว้นซูเล่อก็ถือว่าเป็นที่ใหม่สำหรับข้าในตอนนี้ แต่หลังจากนนี้ที่นี่ก็จะเป็นเหมือนที่ๆข้าคุ้นเคยอีกที่นึง.. เหมือนกับทุกๆที่ที่ข้าไปนั่นล่ะ ไปบ่อย ตรวจตราความเรียบร้อยของพื้นที่ไปเรื่อยๆ ทุกๆพื้นที่ ข้าก็จะคุ้นเคยกับที่นั้นๆเอง เช่นเดียวกับที่แห่งนี้

                                 ข้าว่าเหมือนเที่ยวซะมากกว่า ข้าเหมือนมาเที่ยว อารมณ์นั้นมากกว่า เพราะว่าช่วงนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเท่าไหร่ แต่ก็ไม่แน่ เพราะข้าเองก็ไม่ใช่ผู้หยั่งรู้ ไม่แน่ว่าวันนี้ที่ย่านการค้านี่ อาจจะเจอเรื่องที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้ แต่ก่อนอื่นเลย ข้าว่าร้านอาหารที่นี่น่าจะมีอะไรอร่อยๆให้ข้าได้รองท้อง ไม่น่ารองท้องแล้วล่ะ ข้าว่ามันเป็นมื้อกลางวันเลยก็ว่าได้มั้ง ก็ตอนนี้มันเที่ยงแล้ว ข้าเดินเล่นอยู่ที่นี่มาพักใหญ่แล้ว เดินจนหิว ตัวใหญ่ๆอย่างข้านั้น กินเยอะด้วยสิ ข้าว่าจะลองอาหารของชาวตะวันดูซักหน่อย

                                 มาถึงที่ย่านการค้าที่มีแต่ของกินเยอะแยะเต็มไปหมดแบบนี้ ข้าไม่อยากให้ใครมาขัดจังหวะของข้าเลยจริงๆล่ะน้า แต่จะบอกยังไงดีล่ะ เรื่องต่างๆมันไม่เราสามารถจะกำหนดมันได้ แต่ทำไมก็ไม่รู้ เรื่องจะต้องเกิดขึ้นตอนที่ข้ากินข้าวอยู่ตลอดอยู่เรื่อยๆ ข้าไม่เคยกินข้าวอย่างเป็นสุขเลย เออ.. ข้าเองก็ไม่นึกว่าจะเกิดเรื่องไม่เป็นเรื่องขึ้นแบบนี้ มีคนทำกระทิงหลุดออกมาจากไหนก็ไม่รู้ ยังดีที่หลุดมาแค่ตัวเดียว แต่... ดีแล้วที่ฟหลุดมาแค่ตัวเดียว มากกว่านี้คงจะลำบาก เพราะถ้าหลุดมากกว่านี้ ข้าว่างข้าคงต้องฆ่ามันอ่ะนะ

                                แถมวิ่งมาทางไหนไม่วิ่ง ดันวิ่งฝ่าย่านการค้าอีก เวรแท้ๆ



                                 มันทำเอาข้ารู้สึกว่า มันคงไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งกินข้าวสบายใจได้แล้ว แต่ก็ไม่ใช่เวลาที่ข้าจะหนีเช่นเดียวกัน แค่วัวกระทิงตัวเดียวหลุด ข้าคนเดียวก็ไหวน่ะ สี่เท้าที่สับมาอย่างรัวๆกับความเร็วแบบนี้ แค่ใช้สองมือกับแรงอีกนิดหน่อยก็อยู่แล้ว ข้าค่อยๆถกแขนเสื้อคลุมขึ้นมา แล้วกางข้าออกให้พอดีกับแรงที่จะส่งมาถึง ค่อยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วโถมแรงเข้าใส่เต็มๆเข้าที่หัว...

                              

                                "ตึง!!!"ด้วยแรงขนาดนั้นกับมือ



                                ตายล่ะหว่า แทนที่ข้าจะแบมือออก ตอนที่หัวกระแทกเข้ามา ดีที่ถุงมือเหล็กหุ้มไว้ ไม่งั้นนิ้วมืข้าหักแน่ วัวกระทิงก็วัวกระทิงเถอะ มาแรงขนาดนี้ ก็ล้มสิ ตายอย่างวัวกระทิงนั่นล่ะ หัวแข็งขนาดไหน ถุงมือเหล็กก็ยังสามารถรับแรงของมันได้อยู่ แต่วิ่งมาซะขนาดนี้ คนธรรมดามีปลิวแน่ถ้าโดนเต็มๆ ขนาดข้าเองยังแอบมือเคล็ดหน่อยๆเลย แต่เอาเถอะ อย่างน้อยข้าก็ยังนั่งกินของกินที่วางอยู่บนโต๊ะได้ต่อล่ะนะ วันนี้ก็จบไปอีกวันกับการทำงานของข้า เอาจริงๆไม่จำเป็นต้องพาพี่น้องทหารมาด้วยหรอก ตัวคนเดียวก็พอแล้วสำหรับภารกิจลาดตระเวนน่ะ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย เอาจริงตอนนี้ข้าไม่ได้เสียพี่น้องข้าไปเลยซักคน...



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +800 เงินตำลึง +5000 ความหิว -36 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 800 + 5000 -36 + 6

ดูบันทึกคะแนน

เธอเคยรู้สึกไหม ได้ยินบ้างไหม เสียงข้างในที่ดัง ตะโกนฉันรัก เธอเก็บเอาไว้ข้างในเรื่อยมาตลอด รู้สึกไหม ได้ยินบ้างไหม รักที่ฉันนั้นยังไม่เคยได้พูดไป เก็บเอาไว้ข้างในหัวใจตลอดมา เป็นความเงียบที่ดังที่สุดในใจฉัน
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียดำเทวะ
ตัวเบาขั้นสูง
มีดวูฟเคน
เกราะทองแดง
ดาบแห่งยักษ์
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x4
x3
x1
x5
x2
x5
x16
x50
x1
x7
x4
x13
x14
x19
x90
x6
x18
x16
x40
x1
x75
x4
x100
x1
x3
x17
x40
x100
x30
x19
x1
x980
x16
x22
x9999
x10
x42