ดู: 635|ตอบกลับ: 30

{ แคว้นซูเล่อ } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-9 23:21:16 |โหมดอ่าน




ย่านการค้ายี่หม่าวเหยียน
 
{ แคว้นซูเล่อ }










 


【ย่านการค้ายี่หม่าวเหยียน】 
' แดนแห่งหมาป่าแดนแห่งอิสระเสรี '
ย่านการค้า ใจกลางเมืองแคว้นซูเล่อ อีกทั้งยังรับวัฒนธรรมจากต่างแดนต่างแคว้นเข้ามามากมาย
 จึงทำให้ย่านการค้าแห่งนี้ เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย หลายวัฒนธรรมและหลายเชื้อชาติ 
ผู้คนจะต่างทยอยกันออกมาซื้อของจับจ่ายใช้สอย ดูแล้วชวนคึกคัก 
บางวันก็จะมีคนจากนอกแคว้น หรือ แคว้นใกล้เคียงมาแสดงโชว์เร่เป็นสีสัน







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 5

ดูบันทึกคะแนน

155

กระทู้

1479

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
789102
เงินตำลึง
18338015
ชื่อเสียง
71149
ความหิว
85

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
6402
ความชั่ว
427
ความโหด
2530
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-4-9 23:42:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-4-10 19:04

พาร์ท 4 - มรสุมดั่งพายุ
[ผมของข้า ข้าจะทำอะไรกับมันก็ได้]







     หลังจากที่ได้เหล่าทหารซึ่งนำทัพด้วยแม่ทัพตู๋กูเข้ามาช่วยชีวิตของพวกจางฝูเอาไว้ได้ทันและอาสาที่จะพาตัวเธอแล้ววเจี๋ยเฟยไปพักที่แคว้นเพื่อให้หมอได้ตรวจดูอาการคร่าวๆ อีกทั้งเพราะทั้งเธอและเจี๋ยเฟยบาดเจ็บตู๋กูจึงให้พวกเธอทั้งสองไปนั่งพักที่รถเทียบที่เฟยเทียเป็นคนลากและให้ทหารในกองของเธอเป็นคนขี่บังคับไปแทน ซึ่งจางฝูเองก็ได้คัดค้านอะไร เพราะโดยส่วนตัวเธอเองก็อย่างที่จะนั่งหลบแสงแดดพักผ่อนเสียหน่อย แม้ภายในรถเทียบจะมีทั้งสัมภาระและจระเข้ตัวเขืองนอนอยู่แต่ก็ไม่ได้ทำให้พื้นที่ภายในคับแคบลงไปเลย


    ตลอดเส้นทางตั้งแต่ออกเดินทางมาพร้อมกับพวกเเม่ทัพตู๋กูเจี๋ยเฟยก็เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาจนจางฝูเองก็เริ่มที่จะจับสังเกตุได้ชายหนุ่มแสนซื่อที่นั่งห้อยขาอยู่ข้างๆตัวนั้นที่ก่อนหน้านี้มันมีร้อยยิ้มและหัวเราะออกบ่อยเงียบซึ่มกระทือเอาแต่นั่งก้มหน้ามองทรายและรอยล้อ


    “เป็นอะไรรึป่าว เจ็บเเผลรึ”จางฝูที่ทนความเงียบไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้นมา เจี๋ยเฟยไม่ตอบเพียงเหลือบตาของมามองเธอด้วยแววตาคล้ายเศร้าเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปก้มมองรอยทรายต่อ ตัวของเธอเองก็ไม่อยากจะคาดคั้นอะไรมากจึงปล่อยให้เจี๋ยเฟยให้เหม่อมองรอยทรายต่อไปไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ


     “ผมเจ้า” เจี๋ยเฟยเอ่ยขึ้นมาแล้วเหลือบสายตามองไปยังผมของจางฝูที่บัดนี้ขาดแหว่งไม่เป็นทรง จางฝูได้แต่เบิกตามองเจี๋ยเฟยที่เค้าเอาแต่เงียบ เพราะรู้สึกที่ที่มีส่วนเป็นเหตุใหผมเธอขาดหรอกเหรอ จางฝูเหยียดยิ้มบางๆให้เจี๋ยเฟยก่อนจะเอื้อมมือไปรวบผมของตัวเองมาดูเล็กน้อย ตอนนั้นที่ตัดผมไไปเธอคิดแค่ว่าต้องทำยังไงก็ได้ให้ดิ้นหลุดเลยเอามีสั้นตัดผมทิ้งไป พอมาดูแล้วมันก็แหว่งไปเยอะจนไม่เป็นทรงเลยทีเดียว


    “แค่นี้เอง ตัดทิ้งให้เท่ากันก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรอ”จางฝูเอ่ย เจี๋ยเฟยฟังก่อนที่ชายหนุ่มจะเบิกตาค้างเมืองหญิงสาวตรงหน้ารวมผมตัวเองไว้แล้วรูดยาวไปจนถึงส่วนที่ขาดก่อนใช้มีสั้นตัดผมที่ยาวกว่าออกอย่างไม่คิดเสียดาย


     ฉับ!!


      “แม่นางจาง”


      เสียงฉับของเส้นผมที่ถูกตัดจนขาดเเละเสียงตกใจของเจี๋ยเฟยเรียกรอยยิ้มขำๆจากจางฝูได้ไม่น้อย เส้นผมที่ก่อนหน้านี้ยาวจนถึงสะโพกบัดนี้กับสั้นเหลือเพียงกลางหลังเท่านั้น มือเรียวที่กำผมส่วนที่ตัดเอาไว้เลื่อนออกมาดู จะว่าไปก็น่าเสียดายกกว่าจะเลี้ยงมาจนยาวขนาดนี้


     “เส้นผมถูกตัดไม่นานมันก็ยาว ผมก็ผมข้า อีกทั้งคนที่ตัดก็เป็นตัวข้า เจ้าจะคิดเสียดายเเทนทำไมกันเจี๋ยเฟย”


     “ที่เจ้าพูดมา ข้าไม่เถียงแต่ คนที่เป็นสาเหตุนั้นคือข้า ข้านำพาความเดือดร้อนมาให้เจ้า” เจี๋ยเฟยกล่าวแล้วก้มหน้ามองปอยผมในมือของจางฝู


      “เคยมีคนบอกข้ามาว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับใครหรือไม่เกิดขึ้นกับใครล้วนเป็นกรรม และโชคชะตากำหนด เจ้าอย่าได้คิดมากเลย” จางฝูเอ่ยขณะที่ดวงตายังจ้องไปที่ปอยเส้นผมในมือก่อนที่เะอจะค่อยๆคลายมือออกให้สายลมร้อนในทะเลทรายที่พัดผ่านมาพัดพาเอาปอยเส้นผมในมือเธอลอยไปที่ละเส้นๆ จนเกือบหมดก่อนที่เจี๋ยเฟยจะเอื้อมมือมาคว้าเอาปอยผมที่เหลือเพียงหยิบมือในมือของจางฝูไป


   “เจ้าเอาไปทำไม”


    “เอาไว้ระลึกกว่าครั้งหนึ่งข้าทำให้ผู้มีพระคุณอย่างเจ้าเดือดร้อน คร่าวหน้าจะได้ระวัง”ว่าจบเจี๋ยเฟยก็เอาเส้นผมปอยเล็กๆนั้นเก็บใส่ใต้เสื้อไป โดยมีจางฝุมองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ไต่ถามอะไรมาก ก่อนที่ทั้งรถเทียบจะกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง


    ขบวนเดินทางโดนมีเหล่าทหารของแคว้นซู่เล่อยังคงเดินไปเรื่อยก่อนที่เสียงตะโกนของเเม่ทัพตู๋กูด้วยภาษาซู่เล่อจะดังขึ้นมา จางฝูที่ชะโงกหน้าออกไปมองพบว่าบัดนี้พวกเธอนั้นได้มาถึงแคว้นซู่เล่อเปป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขบวนเดินทางยังคงเดินไปเรื่อยๆตามเส้นทางภายแคว้น สายตาของเหล่าชาวบ้านก็พากันหันมามองขบวนเดินทางของพวกเธออย่างใคร่รู้ว่าผุ้ที่เดินทางมาด้วยช้างเผือกหายากซ้ำยังมีแม่ทัพหญิงตู๋กูเป็นผู้เดินนำขบวนมาอีกเป็รผู้ใดกัน ขบวนเดินทางเดินเลาะไปตามเส้นทางก่อนที่จะมาหยุดที่ย่านการค้าก่อนที่แม่ทับตู๋กูจะควบม้าเดินมายังรถเทียบที่พวกจางฝูนั่งอยู่ก่นอจะหันไปสั่งเหล่าทหารในกองให้แยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าทีของตน


    “พวกเจ้าเป็นเช่นไร ยังมีอาการเจ็บรึปวดตรงไหนอีกรึไม่”


     “ข้าไม่เป็นอะไรมาเจ้าค่ะ เพียงแค่เขา” จางฝูเอ่ยตอบอย่างสุภาพก่อนจะหันไปมองเจี๋ยเฟยที่หน้าตาไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก แม่ทัพตู๋กูพยักหน้าเข้าใจเล็กน้อย


    “โรงหมอที่นี่มี เพียงแต่ถ้าให้เดาคงโดยฝ่ามืออะไรซัดไป ให้รักษาแบบทั่วไปเกรงว่าจะไม่ค่อยได้ผล หรืออาจจะใช้เวลานานเกินไป ยังไงก็ต้องหาหมอที่มีผีมือหน่อยมาตรวจดูให้ แล้ว เจ้าไม่เป็นไรแน่นะ เส้นผมเจ้า” เเม่ทัพตู๋กูกล่าวไหลลื่นก่อนจะหันกลับมามองจางฝูเล็กน้อย เธอของเธอก็เป็นสตรีเข้าใจว่าเส้นผมนั้นสำคัญต่อสตรีเพียงใด


    “ข้าไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยเล็มให้เป็นทรง ไม่นานเดี๋ยวมันก็ยาว”จางฝูตอบแล้วยิ้มบางให้แม่ทัพตู๋กู


      “ถ้าเช่นนั้นก็แม่แต่เจ้าแล้วกัน ตอนนี้เราหยุกอยู่ที่ย่านการค้าของแคว้นซู่เล่อ พวกเจ้าอยากจะแวะซื้อขอองอะไรรึไม่”


     จางฝูก้มหน้านึกแล้วหันไปมองเสบียงสัมภาระด้านในรถก่อนจะหันกลับไปส่ายหัวให้แม่ทัพตู๋กูเล็กน้อย  “ข้าไม่มีอะไรต้องซื้อเพิ่มเจ้าค่ะ”


     “ข้าไม่มีขอรับ”เจี๋ยเฟยกล่าวตอบขึ้นมอง ดวงตาจ้องมองไปยังย่านการค้าอย่างสนใจใคร่รู้


      “ถ้าเช่นนั้นก็เดินทางไปที่พักกันก่อนแล้วกัน” แม่ทัพตู๋กูเอ่ยยแล้วควบม้าเดินนำออกไปพร้อมกับรถลากที่เริ่มล้อขยับอีกครั้งและเคลื่อนตัวออกไปจากย่านการค้าทันที      

   รถลากยังคงเคลื่อนที่ไปตามถนนของแคว้นซู่เล่อ เลี้ยวผ่านซอยยนั้นซอยนี้มากมาย จงฝุที่นั่งมองรอบๆผ่านมุมมองจากหลังรถลากเริ่มรู้สึกเบื่อ เนื่องจากตลอดเส้นทางมานี่เจี๋ยเฟยเอาแต่นั่งก้มหน้ามองพื้นเงียบไปตลอดเส้นทางก่อนที่เขาจะขอตัวงีบหลับสักพักแล้วก็เอนหัวพิงผนังรถลากแล้วหลับตาไป ทิ้งให้จางฝูนั่งมองวิวในเมืองอยู่คนเดียว


    “เฮ้อ มองแบบนี้ไม่ถนัดเลย”จางฝูถอดหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมายืนจับหลังคารถลากแล้วเหวี่ยงตัวเองขึ้นไปยืนบนหลังคาก่อนจะใช้ตัวเบากระโดดไปยืนบนหลังเฟยเทียนอย่างทะมัดทะแมง


     ร่างเงาไหวๆบนหลังรถที่ที่มองเห็นจากปลายหางตาเรียกให้แม่ทัพตู๋กูที่ขี่ม้าเยื้องนำอยู่หน้าช้างเผือกต้องหันกลับไปมองร่างคนที่ปลายหางตาเล็กน้อยเพื่อสำรวจว่าคนที่กระโจนขึ้นมาบนหลังช้างเผือกนี่เป็นใคร ก่อนที่นางจะหันกลับไปมองด้านหน้าเมื่อเห็นว่าร่างที่อยู่บนหลังช้างนั้นคือแม่นางจางเจ้าของช้างเผือก ก่อนที่ตู๋กูจะบังคับม้าให้เดินลงไปตีคู่ข้างๆช้างเผือก ซึ่งมีนายทหารของตนเองเป็นผู้บังคับขี่อยู่


     “เจ้าไม่เป็นไรแล้วรึแม่นางจาง ไยไม่พักผ่อนอยู่ที่หลังรถลาก” เเม่ทัพตู๋กูเอ่ยถามขึ้น


     “ข้าแค่อยากออกมาชมวิวเเคว้นซู่เล่อชัดๆน่ะ เจ้าค่ะ ข้าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน” จางฝูเอ่ยตอบพรางิ้มหวานตอบแม่ทัพสตรีเบื้องล่างไป


      “ดูท่าเจ้าก็พอที่จะมีฝีมืออยู่บ้าง วิชาตัวเบานั้นของเจ้าไยไม่ฝึกต่อให้เเข็งแกร่งขึ้นเล่า”


       “ก็อยากฝึกอยู่เจ้าค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แล้วก็ไม่มีใครสอน ตัวเบานี้ข้าก็พึ่งที่จะเริ่มใช้ได้ไม่นาน” จางฝูเอ่ยแล้วเดินไปสะกิดไหล่ทหารให้ขยับออกเพื่อที่เธอจะเป็นคนบังคับขี่ช้างเผือกต่อเอง ซึ่งนายทหารนั้นหันมองแม่ทัพของตัวเองที่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วขยับออกให้จางฝูนั่งแทนที


      “หืม ไยเป็นเช่นนั้น อาจารย์เจ้าเล่า” แม่ทัพตู๋กูเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัย


      “เขาสอนข้าเสร็จก็รีบไปเลย คงมีงานด่วนแล้วข้าก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนแล้ว ก็คงฝึกไว้เท่านี้ละเจ้าค่ะเอาแค่พอที่จะป้องกันตัวได้เวลาเดินทางก็พอ” จางฝูเอ่ยยตอบพรางมองไปรอบๆ บ้านเมืองในแคว้นซู่เล่อค่อนข้างที่จะคล้ายกับแบบบ้านที่ต้าหว่าน แต่ก็มีความเป็นฮั่นผสมอยู่มากกว่า สังเกตุจากพวกชานหลังคาบ้านเรือนรอบๆที่เธอผ่านมาตลอดเส้นทาง


    “เป็นเช่นนั้นเอง เอ่อ จริงสิ เจ้าว่าเคยมาที่นี่ครั้งแรก คงไม่มีญาติอยู่ที่นี่ งั้นไปพักที่บ้านข้าก่อนก็แล้วกัน เจ้าคงไม่รังเกียจ”


      “ไม่เลยเจ้าค่ะ ไม่รังเกียจ กลับเกรงใจท่านด้วยซ้ำได้ท่านช่วยจากพวกชุดม่วงนั้นแล้วยังต้องมาให้ท่านค่อยช่วยดูแลหาที่อยู่ที่พักให้พวกข้าอีก”จางฝูหันกลับมาตอบแม่ทัพตู๋กูด้วยน้ำเสียงเกรงใจ นางช่วยพวกเธอเอาไว้แถมยังพาเธอมาพักที่เมืองให้การดูแลพวกเธออย่างดีอีกทั้งยังจะช่วยหาหมอให้อีก ซึ่งมันก็ทำให้เธอเกรงใจสตรีคนนี้แทบแย่ อีกทั้งนางยังเป็นถึงแม่ทัพของแคว้นนี้อีก


     “ไม่เป็นไรๆ เห็นคนเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือ เจ้าก็พักรักษาตัวอยู่ที่นี่ก่อนสักพักพอหายดีข้าก็คงจัดการงานทางนี้เสร็จจะได้เดินทางไปส่งพวกเจ้าด้วย ทะเลทรายโจรซุกซุม ไม่แน่เจ้าพวกนั้นอาจรอเวลากลับมาจัดการพวกเจ้าอีกข้าไปช่วยดูแลก็นับเป็นเรื่องสมควร อีกอย่างข้าเองก็อยากไปเที่ยวฮั่นดูสักครั้งเหมือนกัน คงงดงามมากแน่ๆ” แม่ทัพตู๋กูร่ายยาวออกมา พร้อมกับยิ้มส่งกลับมาให้จางฝู แม่ทัพตู๋กูถึงภายนอกจะดูดุดัดขึงขังแต่ภายในช่างเป็นคนอ่อนโยน อีกทั้งใจดีมากจริงๆ การได้มาพบพากันในครั้งนี้ช่างเป็นชคดีของเธอจริงๆ


    “เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณแม่ทัพตู๋กูมากๆเลยเจ้าค่ะ ที่ช่วยเหลือพวกข้าขนาดนี้”จางฝูเอ่ยแล้วยิ้มหวานให้กลับ


     “อยู่ลำพังพวกเราเรียกแค่ซินอี๋ก็พอ”


    “เจ้าค่ะท่านซินอี๋”




@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
สุรากู่หลันหลาง
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x5
x100
x5
x177
x36
x800
x2
x17
x80
x88
x50
x595
x200
x3
x8
x4
x160
x1
x400
x3
x100
x3
x600
x600
x200
x90
x30
x220
x3
x56
x600
x400
x200
x5
x400
x1200
x75
x6
x30
x600
x4
x100
x1185
x2
x200
x200
x28
x4
x600
x40
x3
x10
x60
x59
x4
x250
x19
x600
x32
x44
x200
x100
x800
x183
x3
x600
x712
x200
x16
x200
x21
x600
x4
x1000
x400
x800
x30
x600
x50
x4
x5
x29
x400
x74
x1
x5
x1680
x1
x3
x575
x1250
x75
x1063
x3
x5
x6
x70
x2
x133
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x1
x136
x300
x75
x1
x30
x30
x2
x49
x6
x701
x410
x1500
x132
x218
x261
x260
x260
x400
x215
x70
x325
x405
x30
x111
x374
x728
x1
x23
x544
x4
x368
x96
x266
x265
x520
x1017
x129
x1
x47
x726
x454
x3
x2
x525
x430
x350
x158
x6660
x1287
x350
x257
x49
x42
x17
x49
x20
x322
x1253
x6
x1764
x810
x340
x1
x4
x28
x1
x8
x131
x243
x668
x5675
x53
x12
x134
x1
x446
x140
x5400
x8
x327
x630
x500
x36
x2
x3
x290
x5
x40
x141
x2
x4500
x546
x1356
x730
x108
x195
x107
x9
x64
x482
x7
x38
x3
x2
x7
x137
x5
x10
x15
x4
x147
x263
x500
x2
x51
x263
x7
x158
x17
x227
x5832
x702
x230
x13
x109
x4
x2
x1092
x2490
x490
x648
x219
x192
x254
x279
x6
x32
x13
x678
x7
x563
x9
x1748
x313
x732
x844
x1112
x980
x938
x107
x184
x233
x746
x1385
x807
x92
x101
x179
x906
x408
x120
x161
x6
x225
x287
x619
x460
x1034
x660
x156
x1072
x2318
x571
x40
x1018
x501
x24
x280
x1245
x170
x248
x1444
x6662
x1960
x3490
x35
x24
x41
x81
x697
x1

155

กระทู้

1479

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
789102
เงินตำลึง
18338015
ชื่อเสียง
71149
ความหิว
85

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
6402
ความชั่ว
427
ความโหด
2530
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-4-12 01:51:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 5 - ภาพหลอน
[แวะย่านการค้าซื้อของเล็กน้อย]
     คณะเดินทางที่นำโดยแม่ทัพหญิงตู๋กู ซินอี๋เดินมาหยุกอยู่บรเวณหย่านการค้าซึ่งจางฝูเป็นคนร้องขอให้แวะสักครู่เพื่อที่เธอจะได้ซื้อข้าวของเตรียมตัวสำหหรับการเดินทางกลางทะเลทราย ทันทีที่เฟยเทียนหยุดเดิน จางฝูก็พลิกตัวกระโดดจากหลังเฟยเทียนแล้ววิ่งหายเข้าไปในย่านการค้าโดยมีเจี๋ยเฟยวิ่งตาเข้าไปด้วย  ส่วนซินอี๋เพียงแค่ลงจากม้าแล้วมาเดินตรวจดูสภาพรถและเฟยเทียนให้พร้อมต่อการเดินทางก่อนจะไปนั่งหลบแดดอยู่ที่หลังรถเทียบ ซึ่งมีเหล่าสัตว์ต่างให้การต้อนรับผู้ร่วมทางคนใหม่กันอย่าดีคือมีมี่ที่นอนอ้าปากโชว์เขี้ยวขาวๆ ลู่จิวแลลู่ฉีที่ชูคอมมองมายังซินอี๋อย่างสนใจและสำรวจดู สุดท้ายก็ฮุ่ยจือที่ไม่เคยรับรู้กาลเทศะบินไปเกาะที่ไหล่ของซินอี๋แล้วปิดตาหลับไป


   “แม่นางจางรอข้าด้วย”เจี๋ยเฟยตะโกนเรียงอีกคนที่วิ่งนำเข้ามามาในย่านการค้าก่อน ซึ่งคนถูกเรียกก็หยุดแล้วหันกลับไปมองคนตามมาเล็กน้อย


   “เจ้าตามมาจะซื้ออะไร”จางฝูเอ่ยถามขึ้นมาพรางมองร่างของชายหนุ่มที่วิ่งเหยาะมาหยุดยืนอยู่ข้างๆเธอ พร้อมกับยิ้มซื่อๆส่งมาให้เธอก่อนที่ทั้งสองจะออกเดินไปตามท้องถนนในย่านการค้าพร้อมกันๆ


     จางฝูเดินไปตามเส้นทางในย่านการค้าเรื่อๆก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ร้านขายเครื่องเทสที่เอาไว้สำหรับปรุงอาหารซึ่งที่เธอมีอยู่นั้นมันเริ่มหร่อยหร่อลงไปแทบทุกทุกที่ อีกทั้งังมีคนมาเพิ่มจึงต้องซื้อของมาเตรียมไว้เพิ่ม ยามที่เดินทางอยู่กลางทะเลทรายจะได้ไม่ลำบาก


    “ทำไมไม่บอกให้ลุงลู่จงเตรียมให้ละมาซื้อเองทำไม” เจี๋ยเฟยที่ยืนอยู่ข้างเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัยก่อนจะรับเอาห่อของที่จางฝูซื้อมาแล้วยืนให้มาถือเอาไว้ให้


     “แค่ไปพักบ้านเขา เขาเตรียมข้าวเตรียมน้ำ ซ้ำยังคอยดูแลอีกก็เกรงใจจะเเย่”จางฝุเอ่ยพรางสาววเท้าเดินต่อไปดวงตาสีน้ำตาลก้กวาดมองไปรอบตามแผงร้ายค้าเพื่อดูว่ามีอะไรที่เธอยังต้องซื้อเพิ่มไปอีกรึไม่ ก่อนที่เธอจะไปยุดที่ร้านขายขนมปังซึ่งเจี๋ยเฟยเป็นคนรบเร้าให้ซื้อติดไปด้วย เธอจึงต้องจำใจซื้อขนมปังอีกหลายก้อนนั้นไปไวให้เจี๋ยเฟย


    “ดูท่าเจ้าจะชอบขนมปังมากเลยสินะเนี่ยเจี๋ยเฟย”


     “แน่นอน ก็ข้าพึงเคยกินมันแล้วมันก็อร่อย หอมไม่เหมือนหมั่นโถว หรือซาลาเปาด้วย”เจี่ยเฟยเอ่ยตอบก่อจะฉีกขนมปังมากินชิ้นหนึ่ง


    หลังจากนั้นทั้งจางฝูเเละเจี๋เฟยก็เดินดเลือกซื้อของกันอีกไม่กี่อย่างก่อนที่พวกเธอจะเดินกลับมายังรถเทียบที่มีซินอี๋นั่งรออยู่


   “ซื้อของมาสะเยอะเชียว”


     “เตรียมไว้ก่อนน่ะเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่ากลางทะเลทรายจะไปเจออะไรอีกก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ ขอเหลือนั้นย่อมดีกว่าของขาดนี่เจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยก่อนจะยัดของทุกอย่างที่ซื้อมานั้นใสhไว้ที่หลังรถแล้วหันไปมองซินอี๋ที่นั่งนิ่งๆเป็นเตียงจำเป็นให้เจ้าฮุ่ยจื่อก่อนที่จางฝูจะเอื้อมมือไปอุ้มเจ้าฮุ่ยจือมาไว้ในอ้อมแขนแล้วยิ้มให้ซินอี๋น้อยๆ


     “เราเดินทางต่อเถอะเสียเวลามาพอสควรแล้ว”ซินอี๋เดินก่อนจะเินไปยังม้าของตนแล้วปีนขึ้นไปนั่งบนหลังม้าจางฝุที่เห็ก็รีบเดินอ้อมรถไปขึ้นหลังเฟยเทียนและเตรียมที่จะออกเดินทางต่อโดยมีเจี๋ยเฟยขอเปลี่ยนบรรยากาศมาย้ายมานั่งท้าแสงแดดรับไอความร้อนบนหลังเฟยเทียนด้วยอีกคน


     คณะเดินทางของจางฝูที่นำโดยซินอี๋เดินออกเดินไปตามเส้นทางภายในแคว้นอย่างช้าๆเนื่องจากเวลานี้เป็นยามที่ยังไม่ค่อยร้อนมาและเป็นเวลาที่พวกพ่อค้าจะเดินทางมาถึงเมืองพอดิบพอดีการเคลื่อนตัวของคณะเดินทางจึงค่อนข้าดำเนินไปด้วยความล้าช้าเล็กน้อยแต่นั้นก็ไม่ได้สร้างความหงุดดหงิดแต่อย่างให้ให้กับจางฝูที่นั่งมองเหล่ากองคาราวานสินค้าที่เดินทางสวนกับเธอมาทีละกลุ่ม อีกทั้งของที่ขนมาก็ล้วนแปลกตาซึ่งกลายเป็นสิ่งฆ่าเวลาให้แก่เธออย่างดีทีเดียว


    “เจ้าดูสนใจสินค้าพวกนั้นนะ ชอบค้าขายรึ”เจี่ยเฟยเอ่ยถามขึ้นมา


    “อ้อ ที่บ้านข้าก็ค้าขายข้ามแดนแบบนี้ พอเห็นของแปลกๆก็เลยสนใจ แต่ถ้าใให้ข้าไปขายของคงจะขาดทุน” จางฝูเอ่ยขณะที่ดวงตาของเธอยังคงจ้องมองเหล่ากองคาราวานที่ขนของผ่านไปก่อนที่ดวงตาของเธอจะไปสะดุดการกองคาราวานค้าผ้าที่กำลังขนม้วนผ้าเดินผ่านพวกเธอไป


    “ลายสวยจัง”


    “นั้นสิ จะว่าเหมือนลายของชาวฮั่นก็เหมือนแต่จะว่าไม่เหมือนมันก็ไม่เหมือน”เจี๋ยเฟยเฟยแล้วมองด้วยรถขนผ้าที่พึ่งผ่านไปอย่างสนใจ


   “นั้นเป็นรถขนผ้าของร้านผ้าหยางเหยียนลายเป็นลายของชาวฮั่นที่ถูกนำมาปรับผสมกับผ้าลลายของชายซู่เล่อน่ะ” ซินอี๋ที่นั่งมองอยู่บนลังม้าเอ่ยตอบขึ้นมาแล้วหันไปมองรถขนผ้าก่อนจะหันกลับไปมองแถวด้านหน้าซึ่งเป็นแถวสำหรับเข้าด่านตรวจคน


    “เช่นนั้นเอง เป็นลายที่สวยมากๆเลยเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยพรางยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังด้านหน้าแถวที่ขยับเข้าไปใกล้ด่านตรวจเรือยๆ ไม่นานพอเธอก็มาถึงตรงงจุดตรวจพวกทหารเมื่อเห็นว่าคณะเดินทางเป็นคนแม่ทัพตู๋กูก็รีบตาลีตาลาดให้ผ่านไปได้อย่างง่ายๆและรวดเร็วทันที่ และเบื้องหน้าของพวกเธอทั้งสามคนนั้นก็คือผืนทะเลทรายที่กว้างใหญ่และโหดร้าย การเดินทางในครั้งนี้ของพวกเธอขอให้มันเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยเถอะนะ



@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +20 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 20 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
สุรากู่หลันหลาง
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x5
x100
x5
x177
x36
x800
x2
x17
x80
x88
x50
x595
x200
x3
x8
x4
x160
x1
x400
x3
x100
x3
x600
x600
x200
x90
x30
x220
x3
x56
x600
x400
x200
x5
x400
x1200
x75
x6
x30
x600
x4
x100
x1185
x2
x200
x200
x28
x4
x600
x40
x3
x10
x60
x59
x4
x250
x19
x600
x32
x44
x200
x100
x800
x183
x3
x600
x712
x200
x16
x200
x21
x600
x4
x1000
x400
x800
x30
x600
x50
x4
x5
x29
x400
x74
x1
x5
x1680
x1
x3
x575
x1250
x75
x1063
x3
x5
x6
x70
x2
x133
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x1
x136
x300
x75
x1
x30
x30
x2
x49
x6
x701
x410
x1500
x132
x218
x261
x260
x260
x400
x215
x70
x325
x405
x30
x111
x374
x728
x1
x23
x544
x4
x368
x96
x266
x265
x520
x1017
x129
x1
x47
x726
x454
x3
x2
x525
x430
x350
x158
x6660
x1287
x350
x257
x49
x42
x17
x49
x20
x322
x1253
x6
x1764
x810
x340
x1
x4
x28
x1
x8
x131
x243
x668
x5675
x53
x12
x134
x1
x446
x140
x5400
x8
x327
x630
x500
x36
x2
x3
x290
x5
x40
x141
x2
x4500
x546
x1356
x730
x108
x195
x107
x9
x64
x482
x7
x38
x3
x2
x7
x137
x5
x10
x15
x4
x147
x263
x500
x2
x51
x263
x7
x158
x17
x227
x5832