ดู: 245|ตอบกลับ: 11

{ เมืองอวี้ซาง } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-8 19:08:09 |โหมดอ่าน




ย่านการค้าอวี้จี

{ เมืองอวี้ซาง }










ย่านการค้าอวี้จี
『 หาบแผงลอยสองข้างทาง เร่ขายของประลองการค้า 
ร่ำร้องบนท้องถนน ชาวบ้านมีอยู่ กินดี  』
ย่านการค้าเมืองอวี้ซางเต็มไปด้วยคนหาบเร่มากมาย 
อยู่ใกล้ท่าเรือไปไม่กี่ตรอก ทำให้มีเกวียนหมุนล้อผันไปไม่ขาดสาย
ในแต่ละวัน จะครึกครื้นเป็นพิเศษในช่วงสายถึงบ่าย
ซึ่งรวบรวมสิ้นค้ามากมายจากหลายๆที่มาไว้ที่เดียวกัน 
ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมของใช้ ของกิน







@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-4-8 19:18:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-4-8 19:20

เครื่องประทินโฉม ( 1 )

     นี่ข้าต้องหาบเร่… จริงๆหรือ? เรี่ยวแรงน้อยนิดแค่นี้จะไปทำอะไรกับเขา… เดินทางไประหว่างนั้นก็คิด สายตาเหลือบมองหีบข้างหลังเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเมืองอวี้ซาง ข้ามผ่านธรณีกำแพงเมืองเข้ามาในย่านการค้า มองซ้ายขวาเห็นเกวียนขวักไขว่กว่าผู้คนเสียอีก

     “…………………………………………..................……………อ้ะ คิดออกแล้ว!”

      แบกหามไม่ได้ แต่ปะไรคนค้าขายยังมีรถลาก แต่ข้ามีม้ากับวัวช่วยส่งเสริมการขาย!

      หรั่นซิ่นหลี่เดินเล่นแถวย่านการค้าเพื่อแลดูว่าร้านอื่นๆขายกันอย่างไร สุดท้ายแล้วจึงตัดสินใจใช้กิ่งไม้ที่ตกตามทางมามัดรวมกันแล้วตั้งขึ้นเป็นกรอบ แล้วฉีกผ้าที่เหลือจากชุดที่ไม่ใช้แล้วในถุงสัมภาระเพื่อเขียนข้อความลงไปบนนั้น

     ‘โฉมงามเลอค่า จันทรายังอาย’

      เสร็จแล้วจึงนำมามัดกับกรอบไม้ ห่อนจะคิดได้ว่ามีสองดีกว่าหนึ่ง จึงทำกรอบขึ้นมาอีกอัน โดยคำนึงไม่ว่าใครก็ล้วนอยากมีความเยาวน์วัยบนใบหน้าทั้งนั้น ป้ายอันนี้จึงเขียนว่า

     ‘งดงามตราตรึง เวลาไม่ผันแปรเปลี่ยน’

     “อะฮ้า!” ทำป้ายได้แล้ว หญิงสาวร้องอย่างยินดี ร่างนั้นรีบยกป้ายทั้งสองไปมัดกับร่างวัวสาว เอาล่ะ ทีนี้ก็ไปเดินขายของได้แล้ว!

      นางสะบัดแขนเสื้อเดินจูงวัวและม้าเข้าไปในย่านการค้าลึกไปอีก ก่อนจะคิดได้อีกเรื่องหนึ่ง ครานั้นอยู่ที่โรงน้ำชาหยางหยินฉ๋า พวกเขาเรียกนางว่าคนงามโรงน้ำชาหยาง เป็นไปได้หรือที่นางจะรูปงาม? แต่เทียบกับสามใบเถาแล้วข้าสู้พวกนางไม่ได้เลยสักนิด

      สงสัย ต้องหาคำตอบ.. นางผูกวัวและม้าไว้ก่อนแล้วเดินไปเรื่อยๆในย่านการค้า หนนี้นางสังเกตุใบหน้าผู้คนเล็กน้อย เรื่องน่าแปลกที่พบคือคนมองนางหัวจรดเท้าแล้วเอียงใบหน้าแดงจรดปลายหูไป

      เอ่อ..

      ทนไม่ไหวแล้ว!

     “คุณชายท่านนี้ ข้ารบกวนขอเวลาสักครู่ได้หรือไม่?” นางเดินตรงเข้าไปหาบุรุษชุดเขียวผู้หนึ่ง เขาสบตากับนางซ้ำไม่หลบตา ทว่ามองแล้วมองอีกราวคนรู้จักมักจี่ หรั่นซิ่นหลี่ไม่ใช่คนใจเย็นขนาดนั้น นางรำคาญ

     “อะ เอ่อ ได้..” เจิ้งอวี้ชิงพยักหน้าตอบอย่างเผลอไปเมื่อมีดรุณีงามมายืนเบื้องหน้า

     “ไม่ทราบว่าใบหน้าของข้าหรือเสื้อผ้ามีอะไรผิดแปลกไปหรือ?” ขมวดคิ้วงุนงง แต่เหมือนยกภูเขาออกจากอก ในที่สุดนางก็ได้ถามไป จะได้หายแคลงใจสักที

     “...เอ๊ะ ไม่มี” เขาส่ายศรีษะ ไม่คิดว่าคนจะเดินมาถามตรงๆเช่นนี้

     “เช่นนั้นทำไมท่านจึงมองหน้าข้าราวกับมีแมลงตัวใหญ่อยู่บนใบหน้า?”

     “หา ไม่เลยๆ ไม่ใช่เช่นนั้น” คนถึงกับเข้าใจ ที่แท้นางสงสัยเรื่องนี้เอง จะชมไปตรงๆก็กลัวคนเดินไปมาจะมองนางไม่ดีไป แต่จะให้โกหกก็คงไม่ดี ..นางต้องถามเขาต่อแน่

     “...ถ้าอย่างนั้นเรื่องเป็นอย่างไร?”

     “แม่นาง ข้าเพียงคิดว่าท่าน.. สวยดีจึงมอง ข้าเป็นผู้ชายย่อมชอบสาวงาม แต่หากการกระทำของข้าทำให้แม่นางลำบากใจ ต้องขออภัยด้วย” เจิ้งอวี้ชิงคำนับยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วกล่าวขอโทษ แม่นางน้อยเบื้องหน้ารูปโฉมงดงามแม้จะไม่ได้แต่งแต้ม ริมฝีปากกระจับนั้นสามารถดูออกได้เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าว่าไม่ใช่ชาดแต่เป็นสีธรรมชาติงดงามโดยแท้

     “....สวย?” ไม่เข้าใจ.. ไม่เข้าใจ..

     “ถูกแล้ว ถ้าแม่นางไม่เชื่อ ลองถามคนอื่นๆดูก็ได้ เท่าที่ข้าสังเกตุดูมีคนไม่น้อยมองมาที่แม่นางด้วยสายตาชื่นชม ดูๆแล้วความงามที่เป็นธรรมชาติของท่านนั้นทำให้คนอยากค้นหาท่าน” มือใหญ่ผายออกไปทางถนนที่มีคนมากมายมองมาทางคนทั้งสองจริงๆ สตรีเบื้องหน้ารูปร่างสมส่วนอรชรงดงาม นางสูงกว่าคนทั่วไปจึงดูโดดเด่น รับกับผิวขาวนวลและผมดำสนิท นัยย์ตาดำนั้นทำให้คนยิ่งอยากตามหาคำตอบในคำถามที่ไม่มีวันสิ้นสุด

    “อ่า.. ขอบคุณคุณชายที่แนะนำ รบกวนเวลามากแล้ว ขออภัยด้วย” หรั่นซิ่นหลี่เพิ่งได้สติจากคำชมกะทันหันนั้น ไม่คิดว่าคุณชายชุดเขียวผู้นี้จะกล้าชมออกมาตรงๆเลย แก้มนวลนั้นจึงปรากฏสีดอกท้อ..

     “ไม่เลย! ข้าคิดอยากจะเข้ามาคุยกับแม่นางสักพักแล้ว แต่ไม่กล้าพอ ได้สนทนาเช่นนี้ถือว่าพอใจแล้ว”

     “...เช่นนั้น ข้าต้องขอตัวก่อน” ร่างสูงโค้งคำนับ ทว่าวินาทีที่กำลังจะหมุนตัวเดินจากไปกลับมีเสียงเรียกรั้งไว้ก่อน เมื่อหันไปจึงเห็นว่าเป็นคุณชายท่านนั้นที่รั้งนาง

     “ประเดี๋ยวก่อนแม่นาง!”

     “ว่าอย่างไรหรือ?” นางถาม

    “แม่นางพอจะมีเวลาว่างไหม? ข้าอยากจะรบกวนท่านมาลองเครื่องประทินโฉมร้านเจิ้งจู” เจิ้งอวี้ชิงกำลังต้องการแม่นางสักท่านมาลองเครื่องประทินโฉมสีใหม่ที่เพิ่งผลิตออกมา “ข้าเป็นคนทำเครื่องประทินโฉม ได้มายืนใกล้แม่นางแบบนี้ยิ่งเห็นว่าแม่นางมีผิวที่เนียนงามกว่าปุยฝ้าย จึงอยากลองแต่งหน้าให้แม่นางสักครา” เจิ้งอวี้ชิงเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประดับและเครื่องสำอางค์ที่เลื่องชื่อที่สุดในเมืองอวี้ซาง เขาสามารถวิเคราะห์ผิวของลูกค้าเพื่อหาเครื่องประทินโฉมที่เหมาะสมที่สุดให้ได้ มิหนำซ้ำยังชำนาญสมุนไพรบำรุงผิวอีกด้วย

    “แต่งหน้า? เครื่องประทินโฉมไม่ใช่เอาไว้บำรุงผิวอย่างเดียวหรอกหรือ?” คิ้วเรียวขมวด ตัวนางไม่เคยแต่งแต้มสิ่งเหล่านั้นเลย แม้แต่เวลาที่มีงานเทศกาลนางก็ไม่เคยแต่งเครื่องสำอางค์ สมัยเด็กยิ่งแล้วใหญ่เพราะมารดาอยากรักษาผิวพรรณงดงามนั้นให้คงอยู่เยาวน์วัย นางจึงถูกบำรุงอย่างเดียว โตมาในค่ายทหาร นางก็ไม่เคยได้รู้จักสิ่งเหล่านั้น ตอนที่รับสินค้ามาจากโจวเถี่ยต๋ง นางคิดว่าเป็นเครื่องบำรุงทั่วไป

      ที่แท้ของสองสิ่งนั้นแตกต่างกัน!

    “แม่นางเข้าใจผิดแล้ว เครื่องประทินโฉมคือสิ่งที่เอาไว้ใช้เพิ่มความงามบนใบหน้า แต่เครื่องบำรุงนั้นเอาไว้บำรุง”

    “.....อั๊ยหยา ต้องรบกวนคุณชายให้ความรู้แล้ว” หรั่นซิ่นหลี่รีบโค้งคำนับ นางตกลงยินดีจะไปด้วย หวังจะขอคำแนะนำจากอีกฝ่าย “ข้าเพิ่งได้รับเครื่องประทินโฉมมากมายมาเป็นสินค้า แต่ตัวเองกลับใช้ไม่เป็น.. เช่นนี้คงไม่อาจมีหน้าไปค้าขายอันใดได้” หากได้เรียนรู้แล้ว นางจะได้ขายอย่างถูกวิธี

     “เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก ข้าจะแนะนำให้” มุมปากสองข้างขยับยกยิ้มขึ้น ดวงตาสองข้าโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว ในที่สุดเขาก็ได้สตรีเลอค่ามาลองเครื่องประทินโฉมแล้ว!

     “อ้ะ ขอบคุณคุณชายมาก!”

     “ถ้าอย่างนั้นประเดี๋ยวเราไปนั่งกันที่ร้านของข้าก่อน เชิญแม่นางทางนี้” เจิ้งอวี้ชิงรีบเชิญคนงามไปที่ร้านตน ภายหลังหรั่นซิ่นหลี่ต้องขอเดินกลับไปจูงม้าและวัวของตนเดินไปตัวยกันก่อนแล้วจึงตามไปทีหลัง



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +15 ความหิว -17 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 -8
STAFF_Pixiu + 15 + 500 -9 + 5

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x80
x20
x105
x36
x62
x29
x268
x80
x100
x2170
x240
x32
x9999
x5030
x30
x148
x100
x10
x1
x7
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x70
x36
x19
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

650

กระทู้

2597

โพสต์

56หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2789588
เงินตำลึง
39617
ชื่อเสียง
249420
ความหิว
1417

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
3084
ความชั่ว
1146
ความโหด
2590
♦ เหยากวง ♦
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-7-19 04:38:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ท่องยุทธภพอย่าคบคนพาล
327
ข่าวน้องสาวกับทวนของนาง



        เมื่อเข้าสู่เมืองอวี้ซางทั้งคณะเดินทางก็ตามหาร้านอาหารชื่อดังอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะไปหยุดรับอาหารเช้ากันที่ไก่อบฟางร้านหนึ่ง สาเหตุไม่ใช่เพราะถามทางจนพบแต่เป็นเพระาจมูกของหลิงเฮ่าและผานซุ่นที่ไวต่อของอร่อยเป็นพิเศษ หลังจบมื้ออาหารไก่เหลือแต่ซากซี่โครงแล้ว นักกวีหนุ่มให้หลี่หลิงนุและผู้ติดตามแยกกันไปเดินเที่ยวชมเมืองส่วนตัวเขาเองนั้นมากับผานซุ่นและอาเยว่ อาหยาง ออกเดินย่านการค้าเพื่อหาสิ่งบันเทิงใจ

        นานๆ ทีได้ออกมาปล่อยตัวปล่อยใจบ้างให้สมความเป็นนักกวีหนีราชการหน่อย

        “ตะวันออกมีทางน้ำสู่ทะเล ทิศใต้จรดเขาสูงอากาศไม่ร้อนอบอ้าวพืชพรรณธัญญาหารรึก็อุดมสมบูรณ์ เมืองนี้ไม่เลวนะพวกเจ้าว่าไหม?” หลิงเฮ่าคลี่พัดหยกออกสะบัดเบาๆ ท่าทีกลับมาเป็นคุณชายเจ้าสำรวยอีกครั้ง ใบหน้าหวานเปื้อนยิ้มอย่างรื่นรมย์ขณะยืนอยู่บนสะพานหิน มองวิถีชีวิตของชาวเมืองที่เหล่าเด็กๆ เล่นน้ำ บนสองฝั่งถนนคึกคักจอแจ เสียงของพ่อค้าประกาศอะไรบางอย่างกลบคำตอบผานซุ่นเสียมิด “ก...ดี… เฮ้อ!! ดีก็ดีอยู่หรอกแต่เสียงดังพอกับตลาดสดในฉางอันเชียวนา” พ่อครัวเอกกระโดดหลบล้อรถม้าก่อนเข้ามาสมทบที่สะพาน เขาไปดูร้านเครื่องเทศมาจึงพบว่าเครื่องเทศนำเข้าจากตะวันตกส่วนมากถูกสั่งจองไว้แล้ว คล้ายเมืองนี้กำลังมีงานเลี้ยงใหญ่หรือเตรียมรับรองแขกสูงศักดิ์จึงได้กว้านซื้อกันขนาดนี้ ‘เชื่อเลยแค่จะซื้อของทำกับข้าวมีแค่เงินไม่พอยังต้องใช้เส้น!!’
        “แบบนี้สิดี ครึกครื้นดีออกข้าชอบนะ… เจ้าล่ะเยว่?? เห็นยืนเงียบตั้งแต่เมื่อกี้แล้วอาหารไม่ย่อยรึไง” เด็กชาวชงหนูกอดหัวสะพานดวงตาวิบวับมองน้ำตาลปั้นในมือ สิ่งนี้ลูกพี่ซื้อให้เขาเป็นรางวัลที่ญาติดีกับจูหรงเยว่ได้แล้ว มันถูกปั้นเป็นรูปลิงจ๋อซึ่งตอนนี้เหลือแต่ตัวกับหางเพราะส่วนหัวลงไปละลายในท้องเขานานแล้ว
        ด้านข้างคือเด็กหนุ่มเผ่าเหมียวยืนกุมบังเหียนม้าเซกเธาว์คอยคุมไม่ให้มันวิ่งเตลิดไปที่ไหน ได้ยินคำถามก็ส่ายหน้าเบาๆ “คุณชายอยู่ที่ไหนข้าก็อยู่ที่นั่นล่ะ ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าชอบรึไม่ชอบหรอก” หากจะบอกว่าดีก็คงมีแค่อากาศตอนใต้เย็นสบายกว่าแถบเหลียงโจวมาก ร่างกายเขาไม่มีปัญหาอะไรนี่ล่ะดีที่สุด ขณะกำลังพักผ่อนกับทิวทัศน์ขุนเขาและสายน้ำจูหรงเยว่ก็ได้ยินเสียงนกฮูกบินถลาลงมาเกาะขอบสะพาน มันไม่ยอมไปไหนเอาแต่จ้องเสิ่นหลิงเฮ่าเขาจึงเข้าไปแกะจดหมายออกแล้วส่งให้ผู้รับ “คุณชายท่านมีจดหมายขอรับ”

        หลิงเฮ่าหันมาบิน้ำตาลปั้นในมือส่งให้มันก็รับไปจิกอย่างว่าง่าย นกฮูกตัวนี้ดูคุ้นตาอยู่

        “ขอบใจอาเยว่… หืม?? เจ้าหมั่นโถวนี่นาเหมือนจะมาจากน้องสาวจอมแก่นสินะ” นักกวีหนุ่มคลี่ออกอ่านอยากไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ ดวงตาหงส์ไล่ลงทีละบรรทัดก่อนยิ้มกว้างขึ้นทีละน้อย ฟันขาวตัดกับริมฝีปากสีกลีบกุหลาบดูสว่างสดใส พลอยส่งความสุขให้คนรอบข้างไปด้วย ผานซุ่นเองเห็นแล้วยังรู้สึกหายใจไม่คล่องคอ ‘ลูกพี่ยิ้มได้น่ามองชะมัด… เฮ้ยไม่ใช่สิ!! ข้าคิดบ้าอะไรอยู่วะเนี่ย!!’ ฝ่ายอาเยว่ที่รู้งานเพราะติดตามบุรุษผมเงินมานานที่สุดก็หยิบเครื่องเขียนเตรียมยื่นส่งให้ “เหมือนว่าคราวนี้สหายของคุณชายจะมีข่าวดีนะครับ”


ถึงพี่เฮ่า


        สวัสดีเจ้าค่ะพี่เฮ่า พี่สบายดีหรือไม่? ตอนนี้พี่กำลังท่องเที่ยวที่ใดอยู่? ข้าหลังจากขึ้นแผ่นดินก็ได้เข้าร่วมทดสอบ อาวุธ เลือกนาย คือ ทวนสุริยันค้ำฟ้า และข้าต้องสืบหาสถานที่คือ หุบเขาสามกษัตริย์ เจ้าค่ะ ข้าไม่มั่นใจว่าตนเองกำลังเดินบนเส้นทางที่อย่างไรดี ข้ารู้ตัวว่ามักจะหาเรื่องให้ตนเอง และอยากปกป้องผู้คนจนบางทีก็เดือดร้อนถึงตัวเองอีกตามเคย

      พี่เฮ่า พี่ช่วยชี้แนะข้าได้หรือไม่? ว่าข้าควรจะทำอย่างไรดีหากหลังจากได้รับทวนมาแล้ว…

จาก ผิงผิง


        “อาจจะใช่ คิดว่าเป็นข่าวดีก็คงไม่ผิด” มือเรียวรับเอาพู่กันและซีกไม้ไผ่มาเขียนตอบกลับ ก่อนจะส่งจดหมายไปด้วยนกฮูกตัวเดิม “นายเจ้าคงรออยู่… รีบกลับไปเถอะ”


ถึงน้องสาวผิง


        พึ่งพบหน้ากันในเทศกาลก็ได้ข่าวจากเจ้าพี่ยินดีมากที่จะบอกว่า ‘ยังสบายดี’ ทวนสุริยันค้ำฟ้านั้นเป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไร แต่หากต้องผ่านการทดสอบถึงจะหาผู้คู่ควรได้สิ่งนั้นคงไม่ธรรมดาเป็นแน่ หุบเขาสามกษัตริย์…? ฟังดูคล้ายสุสานราชวงศ์โบราณ หนทางไปอาจอันตรายสักหน่อยหากมีปัญหาเจ้าก็ปรึกษาพี่ได้เสมอ อย่าลืมเสียละ

        ผิงผิงน้อย การช่วยคนไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเบียดเบียนตนเองเสมอไปหรอกนะ เจ้าจะสงสารคนอื่นนั้นได้ แต่อย่าลืมสงสารตัวเราเองด้วย จำไว้ว่าหากวันหนึ่งตัวเราหมดแรงและล้มลงเสียก่อน ก็ไม่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อยู่ดี เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้อื่นก็ต้องเข้มแข็ง และแกร่งพอจะยืนหยัดด้วยตนเองได้เสียก่อน ตามหาสิ่งที่ตนชื่นชอบให้เจอ จากนั้นจงทุ่มสุดตัวเพื่อก้าวต่อไปแล้เจ้าจะพบหนทางของตนเองได้ในสักวันหนึ่ง


ไม่ต้องกังวลพี่จะคอยเอาใจช่วยเสมอ


พี่ชายเฮ่า





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ช้างเหลาหู่
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
กระบี่เง็กเซียน(เก๊)
พัดหวงไจ้
หมัดพื้นฐาน
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x46
x8
x4160
x12
x1
x64
x1
x2
x130
x110
x105
x6057
x80
x42
x4
x5
x3
x5
x30
x16
x70
x30
x1
x5
x4
x190
x98
x1452
x5
x5
x50
x100
x1
x100
x81
x4
x9999
x144
x1
x1
x12
x259
x338
x9999
x4470
x5
x144
x230
x69
x360
x9999
x899
x12
x237
x1
x100
x224
x5790
x193
x30
x4
x2
x6
x100
x7
x14
x22
x8
x1350
x1012
x174
x940
x200
x11
x9999
x9
x46
x3312
x3
x9
x394
x204
x6
x11
x147
x9999
x16
x6
x192
x715
x6
x15
x2
x51
x290
x61
x3
x70
x2
x15
x2
x3
x212
x1
x3
x2
x513
x560
x11
x619
x556
x340
x1950
x172
x2330
x1
x2
x5
x5
x283
x4312
x3350
x500
x715
x6
x306
x710
x110
x300
x52
x604
x600
x9999
x14
x199
x3229
x2632
x921
x1240
x861
x69
x76
x2
x1480
x31
x2147
x1118
x207
x50
x1
x187
x814
x462
x151
x103
x1692
x1035
x2124
x110
x7617
x1503
x3570
x1164
x2868
x769
x1308
x1689
x1514
x623
x20
x1
x29
x1291
x655
x33
x1
x8034
x3740
x67
x150
x20
x48
x387
x778
x60
x465
x150
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x105
x292
x70
x154
x35
x31
x2
x251
x71
x1
x273
x1099
x1870
x99
x10
x20
x10
x85
x9076
x10
x130
x1008
x7
x28
x758
x183
x2
โพสต์ 2018-7-28 14:25:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2018-7-28 19:09

บุญคุณ-ความแค้น
     หลี่เซี้ยนเจ่อและต้าเหลียงเดินทางเข้ามาในตัวเมืองอวี้ซางอีกครั้ง   คงจะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะต้องแยกจากกัน  พวกเขาเดินกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงตลาดของเมืองนี้  ตลอดสองข้างทางมีของละลานตาไปหมด  ต้าเหลียงบอกตนว่าจะแวะมาสิบข่าวคราวของท่านประมุขอีกครั้ง  ก่อนที่ตัวเองจะเดินทางไปสมทบกับพี่น้องที่อู๋จวิ้น  หลี่เซี้ยนเจ่อจึงพยายามที่สอดสายตามองหาชาวบ้านที่น่าจะรู้เรื่อง  สังเกตุเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งจึงปรี่ตัวเดินเข้าไปหา
   "พี่ชาย  ข้าขอรบกวนถามหน่อยได้ไหมว่า  เจ้าพอจะเจอหรือเห็นชายคนหนึ่งถือไม้เท้าหยก  ผ่านมาแถวนี้บ้างไหม?"
   "ข้าไม่เห็นเลย ไม่รู้จักด้วย"
     หลี่เซี้ยนเจ่อหันมาสบตากับต้าเหลียงพลางส่ายหน้า  เขาคิดไว้แล้วว่าคนทั่วทั่งแผ่นดินคงมีคนรู้ว่าที่กระจายอยู่ทั่วแผ่นขอทาน  คือคนของพรรคกระยาจก  พวกจึงออกเดินเสาะหาข่าวกันต่อไป  ในตัวเมืองจอแจไปด้วยผู้คนทั้งเกวียนขนส่งของ  ระหว่างนี้พวกเขาจึงดูสินค้าอีกทั้งหลี่เซี้ยนเจ่ออาจจะซื้อของฝากให้มารดาของตนเองด้วย
   "เจ้ากำลังตามหายกจกอุดร  ประมุขพรรคกระยาจกของเจ้าอยู่ใช่ไหม?"
   "ใช่  ข้ากำลังสิบหาข่าวของท่านประมุข"
   "หลายวันก่อน  ข้าเห็นยกจกอุดรอยู่แถวหวยหนาน"
   "ขอบใจพี่ชายมาก"
     เขายืนฟังอยู่ด้านข้างต้าเหลียงพลางยิ้มแย้ม  ที่ในที่สุดแล้วได้เบาะแสและข่าวของประมุขพรรคกระยาจกเสียที  หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นรอยยิ้มและสีหน้าแฝงด้วยความยินดี  ในใจตัวเองอดที่จะดีใจตามด้วยไม่ได้  เมื่อได้พาบพบกันที่สุดแล้วก็ต้องจากกัน  ส่งกันไกลแค่ไหนสุดท้ายต้องลากันท้ายที่สุด  ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้  ได้สนุกสนานและเฮฮาด้วยกัน  นับได้ว่าไม่เสียใจแล้ว  เมื่อเราทุกคนต่างที่หนทางที่ต้องเดิน  จึงต้องกล่าวลากันที่ตรงงนี้แล้ว  คนเมื่อครู่นี้คงเป็นชาวยุทธ์สังเกตุจากการแต่งตัวเแล้ว
   "คุณชายหลี่  ข้าคงต้องอำลาไปหาท่านประมุขแล้ว"
   "ขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย"
     หลี่เซี้ยนเจ่อประสานมือคาราวะต้าเหลียง  ยืนดูอีกฝ่ายเร่งเดินทางไปพบประมุขพรรคกระยาจก  ส่วนตัวเองเตรียมตัวเดินทางไปฉางอันต่อ
@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1

75

กระทู้

844

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
59910
เงินตำลึง
16449
ชื่อเสียง
49797
ความหิว
511

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
749
ความชั่ว
372
ความโหด
319
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-7-28 14:45:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสเรื่องราว 4 } การรอคอยที่ยาวนาน…
[บทความของข้าถูกคัดลอกลงหอตำรา!!]

    “อื้อออ.. อย่าสิ เดี๋ยวก่อน” เธอเอ่ยพึ่มพัมเบาๆพร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลของคนที่หลับอยู่จะลืมขึ้นมาและพบว่าตัวเธอนั้นได้กลับมาอยู่ที่น้ำตกแล้วโดยที่รอบตัวของเธอมีบรรดางูทั้งสามนอนเฝ้าอยู่แถมขึ้นมาอีกหนึ่งก็คือเจ้ามีมี่ที่คลานขึ้นมานอนอยู่ขนาบข้างกับเธอ ในจังหวะที่เธอกำลังยันตัวลุกอยู่นั้นตาของเธอก็เหลือบไปเห็นของบางอย่างในมือ มันเป็นห่อผ้าที่เหมือนกับที่มีมี่ในร่างคนมอบให้เธอในฝันเเละเมื่อคลี่ออกดูก็พบกับม้วนตำราที่เนื้อหาภายในนั้นเกี่ยวกับพวกการเมืองและการปกครองการทหารด้วยกันทั้งสิ้น


     “ตื่นเเล้วรึ”เสียงของจู๋เว่ยเอ่ยทักขึ้นพร้อมกับร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสีขาวที่ข้างเอวผูกถุงเงินเอาไว้เตรียมตัวสำหรับไปจ่ายตลาดในเมือง เดินตรงมาแล้วทรุดลงนั่งยองๆเบื้องหน้าเธอ “ข้าจะไปซื้อของในเมืองเจ้าจะไปด้วยไหม”


     “ในเมืองหรือ อืม..”เธอเอ่นทวนคำชายหนุ่มอีกครั้งก่อนจะก้มลงมองพื้นเล็กน้อยด้วยท่าทีลังเลจะว่าไปเธอก็ไม่ได้เข้าเมืองมาสักพักแล้ว ไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาเสียหน่อยก็น่าจะดี ถึงแม้ว่าร่างกายจะยังเดินทางไปไหนไกลๆไม่ไหวแต่ไปตัวเมืองไม่น่าจะมีปัญหามากนัก “อืมข้าไปด้วย”


     หลังจากตอบตกลงไปทั้งสองก็พากันเดินเข้าเมืองไปพร้อมกันโดยมีเจ้าฮุ่ยจือนั้นตามไปด้วยอีกเช่นเคย โดยอาศัยไหล่ของจู๋เว่ยนั้นเป็นพาหนะพาตัวมันไป ดูท่าตั้งแต่ที่มันไปอยู่กับเจี๋ยเฟยมาเจ้านกฮูกแสบนี้จะขี้เกียจบินขึ้นโขเลยทีเดียว นี่เจ้าบ้านั้นมาสอนอะไรให้นกเธอเสียนิสัยไม่ยอมบินกันนะ เจอคราวหน้าเธอคงต้องลงมือจัดการเขาเสียหน่อยเพียงแต่เมื่อไหร่ละที่จะได้เจอเจ้าบ้านนั้นีก ปานนี้ไปหลงอยู่ไหนก็ไม่รู้อีกต่างหาก


      เดินมาได้ไม่นานมากนักพวกจางฝูก็พ้นจากเขตป่าเข้ามายังตัวเมืองและเดินตรงไปยังย่านการค้าต่อในทันนี้เพื่อที่จะได้จัดการเลือกซื้อของใช้ที่จำเป็น และในระหว่างที่เธอกำลังยืนรอจู๋เว่ยยืนเลือกซื้อเเท่งหมึกใหม่อยู่หน้าร้านนั้นก็มีรถที่ขนตำราที่พึ่งคัดลอกใหม่เคลืื่อนผ่านมาและหยุดลงที่หน้าร้านขายแท่งหมึกเช่นกันโดยที่บนรถนั้นมีบัณฑิตหนุ่มสองคนกำลังนั่งอ่านท่องตำราที่พึ่งได้รับมาใหม่อยู่กันอย่างสนุกสนานบนรถ ก่อนประโยคหนึ่งที่ทำเอาเธอถึงกับหน้าขึ้นสีอย่างๆอายๆปนเขินจะดังขึ้นมา


      “คนที่ชื่อจางฝูที่เขียนเรื่องชายผู้สยบเหล่าชนเผ่าชงหนูนั้นเขียนดีนะ  อ่านเเล้วเข้าใจง่ายดี อยากจะเจอคนที่เขียนสักครั้งจริงๆ”


      ‘นั้นมันข้าไม่ใช่หรอ’ ถึงแม้จะดีใจที่มีคนชอบผลงานเขียนของเธอแต่มันก็รู้สึกอายๆอย่างไรก็ไม่รู้ พอนึกถึงคำเขียนในบางตอนของเธอที่มันฟังดูพิกลๆก็ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก แล้วยิ่งได้ยินคนมาเอ่ยปากในระยะเผาขนเช่นนี้อีก ทำเอาร่างบางถึงกับทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่


     “อ่า ที่เขียนเรื่องท่านฮั่วชวีปิ้งใช่ไหม ข้าพึ่งอ่านจบไปเมื่อกี้นี่องบรรยายออกมาจะข้านี่เห็นภาพท่านฮั่วชวีปิ้งวิ่งออกไปรบกับพวกชงหนูออกเลยละ”เสียงของบัณฑิตอีกคนดังเสริมขึ้นมาทำเอาร่างบางที่ยืนเขิลอยู่แล้วยิ่งสติเเตกจะอาการเขินอายเข้าไปใหญ่ เมื่อเห้นว่าจู๋เว่ยเดินออกมาจากร้านขายหมึกแล้วร่างบางก็รีบพุ่งไปหาแล้วลากชายหนุ่มให้รีบเดินออกไปจากที่ตรงนั้นทันทีโดยมีผู้คนบริเวณนั้นหันไปมองตามด้วยความสงสัย


    “จางฝูเดินเร้วไปแล้วจะรีบไปไหน เดินเร็วแบบนั้นเดี๋ยววูบเป็นลมขึ้นมาจะทำอย่างไร” เสีงของจุ๋เว่ยดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ออกแรงขืนตัวเองหน่อยเพื่อให้หยิงสาวที่ลากอยู่เดินช้าลง ก่อนที่ฝีเท้าของร่างบางนั้นจะหยุดลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งบริเวณย่านการค้า


     “เป็นอะไรรึจางฝู จู่ๆก็ลากข้าเดินออกมาแบบนั้น มีใครพูดอะไรรึทำอะไรให้เจ้าไม่สบายใจรึ”ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นก่อนที่ร่างบางของหญิงสาวจะหันมามองชายหนุ่มด้วยใบหน้าแดงก่ำพร้อมกับรางบางที่โผเข้ามากอดร่างสูงโดยไม่สนสายตาชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบๆเลยสักนิด


     “บ้าที่สุดเลย ก็แค่เขียนบทความส่งไปเล่นไม่คิดว่าจะมีคนคัดลอกเอาไปลงหอตำรา ป่านนี้คงโดนส่งไปหอตำราทั่วแผ่นดินแล้วมั้ง แบบนี้น่าอายชะมัดเลย” เธอเอ่ยออกมาขณะที่ยังคงซุกหน้ากับอกของจู๋เว่ยก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆของชายหนุ่มพร้อมกับมือหนาที่เอื้อมมาลูบหัวเธอเบาๆ


      “เอาน่า ไม่มีใครรู้หรอก ถึงรู้ก็คงมีแต่คนชื่นชมเจ้าแน่ๆ ถึงขนาดถูกคัดลอกลงหอตำราเลยนะ”


      “ก็ข้าอายนี่”


      “เอาเถอะๆ อย่าคิดมากเลย ซื้อของก็เสร้จแล้วเรากลับกันเถอะ”


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +300 เงินตำลึง +1500 ความหิว -16 Point +20 ย่อ เหตุผล
Admin + 300 + 1500 -16 + 20

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
หน้ากากยักษ์แดง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x43
x2
x8
x8
x6
x800
x1
x1
x16
x14
x20
x100
x817
x102
x150
x27
x20
x30
x10
x22
x3
x105
x128
x5
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x4
x1
x9
x131
x1
x55
x62
x1
x550
x6
x1
x13
x1
x1
x15
x2160
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x31
x2
x2500
x110
x129
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x39
x2
x55
x2
x3
x12
x3
x109
x60
x30
x4
x30
x50
x70
x1
x15
x2545
x3
x30
x33
x68
x47
x15
x432
x102
x172
x4
x118
x4
x2
x75
x66
x77
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x259
x6
x30
x13
x348
x3
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x67
x39
x125
x356
x421
x236
x92
x84
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x785
x630
x126
x271
x3202
x521
x31
x3
x1040
x45
x80
x1210
x12
x7
x22
x4450
x571
x790
x6
x1990
x25
x17
x49
x25
x41
x81
x342
x1
โพสต์ 2018-8-8 23:48:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-8 23:51


สนุกจริงๆ วิ่งนะวิ่งนะแฮมทาโร่

        พระชายาหลินเฟยนั้นตอนนี้อยู่ในสภาพชุดปกปิดตัวเองเต็มอัตตรา ไม่นึกเลยว่าจะให้เธอหอบขวานทองสองอันที่เธอมีนั้นแบกขึ้นหลัง แล้ววิ่งไปกลับ จากประตูเมืองถึงที่ตกปลาของอาจารย์ ช่างดูยากลำบากสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเธอแล้ว แบบนี้น่ะ มันจิ๊บๆ

        เพราะว่าเธอก็เคยหอบน้ำจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ตอนที่อยู่ตำหนักมรณะเหมือนกัน เธอไม่ได้งอตีนงอเท้า แล้วให้เหล่าไพร่เหล่าคนใช้นั้นทำให้หรอกนะ

       “โอ่...ท่านชอบวิ่งด้วยหรือ?” เจียวหย่านั้นหันไปพูดกับเจ้าหมาป่า(?)สีดำสนิทตนนั้น ที่กำลังวิ่งข้างๆ เธอ ถ้าจะได้ไม่ผิด มันคงชื่อหย่งจวิน

       “ท่านชื่อหย่งจวิน ใช่ไหม? ข้าเจียวหย่านะ เรามาวิ่งกันเถอะ” หญิงสาวพูดกับหมาน้อย(?) ก่อนที่จะวิ่งต่อไปอย่างรวจเร็ว ความจริงก็ไม่ได้เร็วมาก เธอพยายามวิ่งไปเรื่อย โดยที่ไม่หยุด เพราะว่ามีของแบกอยู่ การวิ่งเร็วอาจจะไม่ดีเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นวิ่งแบบนี้ล่ะดีที่สุดแล้ว

        โดยที่คนรอบๆ นั้นก็เป็นคนหาบเร่ นี้เป็นตลาดของเมืองสินะ?

        เธอไม่ได้สนใจใครเหมือนกับคนพวกนั้นที่ไม่ได้สนใจอะไรเธอเลย มันก็เป็นแบบนี้ปกติอยู่แล้วล่ะ กำลังทำมาหากินกัน ใครจะไปใส่ใจใครก็ไม่รู้ที่บ้าหอบขวานวิ่งไปมากับเจ้าหมาป่าตัวสีดำอย่างน่ากลัวนั้นเล่า อาจจะดูเหมือนคนแปลกๆไปบ้าง แต่พระชายาหลินเฟยของเราก็ยังคงวิ่งไปไม่หยุด ผ่านสถานที่แล้วสถานที่เล่า

        เอาล่ะ สถานที่ต่อไปจะเป็นอะไรกันนะ? จะว่าไป ความจริงแล้วเธอก็ไม่รู้จักว่าประตูเมืองนั้นมันอยู่ตรงไหนกันแน่ ตอนนี้ก็วิ่งไปยังสถานที่ต่อไปกันดีกว่า แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นานก็มีเด็กวิ่งตามเธอมาด้วยเหมือนกับว่ากำลังวิ่งเล่นกันอยู่ เด็กพวกนั้นพูดกันขบขันที่เห็นเธอวิ่งแบกขวานอย่างงีั้น "พี่คนนั้นแปลกเนอะ 5555+" เด็กคนที่หนึ่งพูด "ข้าว่าเค้าฝึกอยู่ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย" เด็กอีกคนพูด ก่อนที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มนั้น จะพูดขึ้น "พยายามเข้านะคะ พี่สาว"


         "ขอบใจจ้าาา" เจียวหย่าพูดส่งท้ายแล้ววิ่งต่อ... เอ๊ะ..รู้ได้อย่างไรว่าเป็นผู้หญิงนะ?...อ้อ กลิ่นกายหรือปล่าวนะ?

@STAFF_Pixiu



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนยาว
ตะกร้าสาน
ดวงตาสวรรค์
ตัวเบาร่มนภา
ดมกลิ่น
หน้าไม้กล
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x21
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x10
x50
x38
x15
x75
x8
x24
x268
x4
x2
x22
x20
x23
x8
x409
x100
x30
x4
x30
x105
x2
x100
x243
x25
x9999
x1546
x3763
x50
x75
x9999
x4730
x2156
x5778
x4682
x3339
x94
x40
x1500
x858
x138
x9999
x2700
x100
x20
x584