ดู: 144|ตอบกลับ: 5

{ เมืองถูเจี๋ย } ตรอกการค้าโมยาคีรี

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-2 21:51:09 |โหมดอ่าน




ตรอกโมยาคีรี

{ เ มื อ ง ถู เ จี๋ ย }











 

【ตรอกโมยาคีรี】
'ทำการค้าไม่มีคำว่า ขาดทุน...'
ตรอกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนเผ่าถูเจี่ย
เป็นสถานที่กองคาราวานและพ่อค้าต่างแดนร่วมถึงชนท้องถิ่นจะมาแลกเปลี่ยนซื้อขาย
สินค้าของที่นี่จะเน้นไปทางผลผลิตจากปศุสัตว์ และพืชพรรณท้องถิ่น
ถึงเช่นนั้นก็ยังมีสัตว์หายาก และเครื่องอุปโภคบริโภคที่นำเข้ามาทางเส้นทางสายไหม
อีกเส้นทางหนึ่งก็มีเหล่าโจรมาค้าขายข่าวสารและของที่ปล้น 
จัดว่าเป็นตรอกที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่างกันเลยทีเดียว




 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-4-4 00:23:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2018-4-4 00:25

เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย

พาร์ท 5 - ออกเดินทาง


         อาชาสีนิลรูปร่างแข็งแรงบึกบืนสายพันธุ์จากท้องทุ่งหญ้าตอนเหนือวิ่งเหยาะๆ เข้ามาตามเส้นทาง เนื่องจากเข้ามาสู่เขตย่านการค้าของเผ่าถูเจี่ยแล้ว ผู้คนก็เริ่มพลุกพล่านขึ้น ทำให้ไม่สามารถที่จะบังคับม้าให้วิ่งเร็วได้

        “ นี่คือย่านการค้าของคนที่นี่ใช่หรือไม่เจ้าคะ? ” ซูเม่ยที่นั่งอยู่บนหลังเอ่ยถามพลางมองไปรอบๆ อย่างสนใจ

        “ ข้าคิดว่าน่าจะใช่นะ เจ้าอยากเดินดูของหรือว่าจะให้ข้าขี่ม้าพาดูฮึ? ” ชายหนุ่มตอบคำถามที่นางอยากรู้แล้วก้มหน้าลงมาถามข้างหูของสตรีตรงหน้า

        “ เอ่อ ขะ..ข้าอยากเดินดูของเจ้าค่ะ คงสะดวกกว่า ” เสียงใสรีบเอ่ยออกมาพลางทำท่าจะลงจากหลังม้าตัวใหญ่ที่นางนั่งอยู่ นางยังไม่ชินกับการขึ้นลงด้วยตัวเอง เพราะปกติบุรุษด้านหลังนางจะเป็นผู้ที่คอยอุ้มนางขึ้นลงตลอด จนทำให้นางเริ่มชินและเคยตัว

        ชวี่ปิ้งที่เห็นท่าทีหันรีหันขวางของสตีตรงหน้าก็รู้สึกขบขันขึ้นมา เขาจึงตัดสินใจกระโดดลงจากหลังม้า แล้วเอื้อมมือขึ้นไปอุ้มร่างบางลงมาอย่างระมัดระวัง

        “ อะ ขอบคุณเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ยขอบคุณหลังจากที่ลงมายืนบนพื้นเรียบร้อยแล้ว

        “ เอาล่ะ เจ้าก็ค่อยๆ เดินดูว่าจะซื้อสิ่งใดบ้าง เดี๋ยวข้าจะจูงม้าไว้เอง ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกพลางยื่นมือออกไปจับปอยผมที่ถูกลมพัดปลิวของซูเม่ยทัดเข้ากับใบหู เนื่องจากวันนี้นางได้ปล่อยผมยาวลงมาทำให้เมื่อถูกลมพัดก็ปลิวได้ง่าย

       “ อะ..อื่อ เจ้าค่ะ ข้ารู้แล้ว ” แก้มใสของซูเม่ยแดงระเรื่อขึ้นมาจากการกระทำของอีกฝ่าย ก่อนจะพยักหน้าอย่างรับรู้ แล้วหมุนตัวเดินนำหน้าไป
ทั้งสองคนหนึ่งสตรีที่มีหมาป่าทะเลทรายเดินเคียงข้าง และหนึ่งบุรุษที่เดินจูงม้าพันธุ์ดีสีดำเดินเคียงข้างกันในย่านการค้าของเผ่าถูกเตี่ยเพื่อเลือกซื้อของที่ต้องการ โดยส่วนใหญ่จะเป็นซูเม่ยที่แวะเข้าไปดูเพื่อซื้อของใช้ส่วนตัว


        ชวี่ปิ้งนั้นเมื่อเห็นนางเดินเข้าออกร้านขายของหลายร้านก็มิได้ห้ามอันใด ด้วยเขาอยากให้นางได้เที่ยวผ่อนคลายบ้าง เพราะระหว่างการเดินทางนั้นนางคงจะเบื่อ จึงไม่คิดเอ่ยเร่งเร้าหากนางจะดูของนานกว่าปกติ

       “ เม่ยอ๋อห์เจ้าหิวแล้วหรือยัง? ” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นก่อนจะยกแขนเสื้อขึ้นเพื่อเช็ดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาบนหน้าผากมนของคนที่กำลังสนุกกับการเลือกซื้อของ

       “ นิดหน่อยเจ้าค่ะ ท่านหิวแล้วหรือเจ้าคะ? ” ซูเม่ยยิ้มบางตอบกลับ ก่อนจะถามชายหนุ่มกลับ

        “ ข้ายังไม่หิวแต่ถามเจ้าเอาไว้ก่อน เห็นว่าเดินซื้อของอยู่เป็นนานกลัวจะหิวขึ้นมาน่ะ”

        “ แค่นี้สบายมากเจ้าค่ะ ยังไม่หิวเท่าไหร่ ”

        “ ถ้าเช่นนั้นข้าถามเผื่อไว้เลยแล้วกันว่าเจ้าอยากจะนั่งทานอาหารในร้านหรือจะซื้อแล้วไปนั่งทานกันใต้ต้นไม้ดี? ” ที่เขากล้าเสนอให้ไปนั่งทานที่ใต้ต้นไม้นั้นเป็นเพราะวันนี้นั้นอากาศมิได้ร้อนมากนักกำลังเย็นสบาย หากนั่งทานต้นไม้คงจะให้บรรยากาศดีไปอีกแบบ

        “ เอ๋ ซื้อไปนั่งทานได้ต้นไม้ก็ดีนะเจ้าคะอากาศกำลังดีเลย ” ซูเม่ยรีบพยักหน้า ตอบกลับอย่างกระตือรือร้น จะว่าไปนางก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่ใต้ร่มไม้ที่อากาศดีนางก็ยิ่งชอบ

        “ เช่นนั้นพวกเราไปซื้ออาหารกันเถิด หรือว่าเจ้ายังอยากจะซื้ออย่างอื่นต่อ? ”

        “ ไปซื้ออาหารเลยก็ได้เจ้าค่ะ ข้าซื้อของครบแล้ว ”

       “ เช่นนั้นเจ้าอยากกินอะไรก็เลือกเอาเลย ข้าตามใจเจ้า ” ชวี่ปิ้งยกยิ้มมุมปากขึ้นมาระหว่างที่มองร่างเล็กข้างกายที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดในการเลือกว่าจะทานอะไร

        “ อืมม ทานข้าวหน้าเนื้อกันไหมเจ้าคะ? ” ซูเม่ยลองเสนอรายการอาหารที่นึกออกขึ้นมา

        “ ได้สิ เช่นนั้นเราไปหาร้านกันเถอะ ” ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับ เพราะเขาเองก็อยากทานอยู่เหมือนกัน

        “ อื่อ ไปกันเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเผลอเอื้อมมือไปฝ่ามือใหญ่ของอีกฝ่ายแล้วลากให้เดินไปด้วยกัน

        ชวี่ปิ้งที่เห็นมือเรียวยื่นมาจับมือของเขาไว้นั้นก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่สักพักก็แปรเปลี่ยนเป็นความดีใจ และไม่คิดที่จะทักท้วงใดๆ ทั้งสิ้นปล่อยให้ซูเม่ยได้จับมือเขาเดินไปตามทางโดยที่ใบหน้าคมปรากฏรอยยิ้มขึ้นตลอดเส้นทาง

       “ ร้านนี้แล้วกันนะเจ้าคะ ” หลังจากที่เดินมาได้สักพักสายตาของหญิงสาวก็หันไปเห็นร้านขายข้าวหน้าเนื้ออย่างพอดิบพอดี นางจึงพาบุรุษข้างกายไปสั่งข้าวด้วยกัน โดยสั่งแบบขอกลับบ้านไม่ได้นั่งทานที่ร้าน

       “ ท่านรออาหารอยู่ที่นี่ก่อนได้หรือไม่? ข้าเห็นว่าตรงข้างๆ ร้านนี้มีถังหูลู่ขายอยู่ข้าาอยากทานน่ะเจ้าค่ะ จะได้ออกไปซื้อระหว่างรอข้าวจะได้ไม่เสียเวลา ข้าไปได้ไหมเจ้าคะ? ” มือเล็ก กระตุกชายเสื้อของชวี่ปิ้งพลางทำท่าทางออดอ้อนให้เขาอนุญาต

       “ ได้สิ เดี๋ยวหากเสร็จแล้วข้าจะตามออกไป ” เขาที่เห็นท่าทางการอ้อนของนางแล้วก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูแล้วเอาเงินให้นางไปซื้อถังหูลู่ที่อยากจะทาน ท่าทางเช่นนั้นใครจะกล้าใจร้ายไม่ให้ไปกับ


        “ ขอบคุณเจ้าค่ะ ” ซูเม่ยยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจแล้วรีบลุกออกไปจากร้านเพื่อซื้อถังหูลู่ในทันที

        “ ท่านป้าเจ้าคะ ข้าเอาถังหูลู่สามไม้เจ้าค่ะ ” เมื่อเดินมาถึงร้านนางก็สั่งออกไปทันที โดยปกติแล้วนางจะทานแค่ไม้เดียวให้พอหายอยาก แต่ที่ครั้งนี้นางซื้อไปสามไม้ก็เพราะซื้อไปเผื่อคนที่กำลังรอข้าวอยู่ด้วย

        “ ได้จ๊ะแม่หนู อะ นี่ได้แล้ว” ท่านป้าเจ้าของร้านหยิบถังหูลู่ให้ซูเม่ยแล้วรับเงินไป

       “ ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้า ” นางยื่นมืออกไปรับห่อถังหูลู่อย่างร่าเริง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากหน้าร้านเพื่อกลับไปยังร้านข้าว

        แต่ในระหว่างที่นางกำลังเดินมาเกือบจะถึงร้านที่นางบอกให้ชวี่ปิ้งนั่งรอนั้นจู่ๆ ก็มีเด็กผู้ชายอายุราวห้าถึงหกขวบวิ่งมาชนนางจนตัวเองนั้นล้มลง และลูกบอลที่เด็กน้อยถืออยู่นั้นก็หลุดมือหล่นลงและกลิ้งไปยังกลางถนน

        “ อะ เจ้าหนูเป็นอะไรหรือไม่? ” ซูเม่ยรีบเอ่ยถามขึ้นอย่างตกใจและย่อตัวนั่งลงพยุงเด็กน้อยขึ้นยืน ดวงตากลมโตมองสำรวจหาร่องรอยของบาดแผลตามตัวของเด็กน้อยว่ามีหรือไม่ พลางใช้มือช่วยปัดฝุ่นออกจากชุดไปด้วย

        “ ข้าขอโทษพี่สาวที่ชนท่าน ข้ามิได้เป็นอะไรขอรับแต่ว่า...” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายเอ่ยขึ้น ก่อนจะชี้มือไปยังลูกบอลที่กลิ้งไปอยู่ตรงกลางถนน


        “ ดีแล้วที่เจ้ามิได้เป็นอันใด ส่วนบอลนั่นเดี๋ยวข้าจะไปเก็บให้มิต้องกังวล เจ้ารอพี่สาวอยู่ตรงนี้นะ ” นางเอ่ยบอกกับเด็กน้อยอย่างใจดีแล้วเดินออกไปเก็บบอลให้

        “ ขอรับ ” เด็กน้อยพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายแล้วยืนรอหญิงสาวพี่สาวตามคำสั่ง

        ซูเม่ยที่เดินมาเก็บบอลให้กับเด็กน้อยมิทันได้สังเกตว่าขณะที่นางกำลังก้มลงเก็บบอลและยืดตัวขึ้นมานั้น จู่ๆ ก็มีม้าตัวใหญ่วิ่งมาด้วยความเร็ว แต่บนหลังของมันนั้นมีได้มีคนขี่อยู่คาดว่าคงจะเป็นม้า ที่กำลังคลั่งและหลุดออกมา ถึงแม้นางจะเงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดีแต่ก็ดูเหมือนจะมิทันการณ์แล้ว เพราะอีกเพียงนิดจะมาตัวนั้นก็จะเข้ามาถึงตัวนาง

         “ เม่ยเอ๋อห์!! ” ชวี่ปิ้งที่เพิ่งออกมาจากร้านขายข้าวเห็นที่นางยืนอยู่กลางถนนโดยที่มีม้าที่กำลังคลั่งวิ่งเข้ามาใกล้นางขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่ต้องรอให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นก่อน ร่างกายที่ไปก่อนความคิดของเขานั่นรีบพุ่งตรงไปหานางทันที

         และก่อนที่ม้าคลั่งตัวนั้นจะได้ทันเหยียบซูเม่ยร่างกายนางก็รู้สึกถึงแรงกอดรัดจากบางอย่าง ก่อนที่ร่างบางจะกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบจนสุดท้ายก็หยุดลง แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บใดๆ อาจเป็นเพราะอ้อมกอดที่ช่วยปกป้องนางไว้ก็เป็นได้ แต่มีสัมผัสของบางสิ่งที่แปลกไป มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นสัมผัสที่นุ่มนิ่มตรงริมฝีปากของนาง อย่าบอกนะว่า…

         “ อะ..” ไม่รอให้นางได้คิดไปเองดวงตากลมโตที่หลับตาปี๋เพราะความหวาดกลัวก็ลืมขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งแรกที่นางได้เห็นคือดวงตาคู่คมอีกคู่ที่จ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว โดยความรู้สึกที่สื่อผ่านออกมาจากดวงตาคู่นั้นบ่งบอกถึงความรู้สึกตกใจ และขบขันในเวลาต่อมา และสัมผัสที่นุ่มนิ่มที่นางรู้สึกนั้นก็คือ...ริมฝีปากของเจ้าของดวงตาที่มันกำลังสัมผัสกันอย่างแนบชิด

        “ พี่สาวท่านเป็นอะไรหรือไม่! ” เด็กชายที่เป็นคนชนนางรีบวิ่งเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง

        “ อะ..เอ่อ ” ซูเม่ยที่ได้สติจากเสียงเรียกของเด็กน้อยรีบผละตัวออกจากชวี่ปิ้ง แล้วลุกขึ้นยืนโดยไม่ลืมที่จะดึงแขนชายหนุ่มขึ้นมาด้วย

        “ พี่สาวไม่เป็นอะไร ขอบใจนะที่เป็นห่วง นี่จ๊ะลูกบอลของเจ้า ทีหลังอย่ารีบวิ่งจนไม่มองทางข้างหน้าอีกนะ จะได้ไม่วิ่งชนคนอื่นอีก ” นางมาตอบเด็กชายโดยที่ใบหน้าของนางนั้นขึ้นสีแดงระเรื่อจนเหมือนคนที่เป็นไข้

        “ ขอบคุณขอรับพี่สาวข้าจะระวังมากกว่านี้ อะ ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ ” เมื่อได้รับบอลมาแล้วเด็กชายก็รีบเดินจากไป

        “ เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่เม่ยเอ๋อห์? ” เสียงทุ่มของบุรุษตรงหน้านางเอ่ยถามขึ้น ทำให้ซูเม่ยที่ตั้งสติได้แล้วเงยหน้าขึ้นมอง คนที่ช่วยชีวิตนางไว้อีกครั้ง

        “ มะ..ไม่เจ้าค่ะ ข้าไม่ได้เจ็บตรงไหน ข้าควรจะถามท่านมากกว่าว่าเจ็บตรงไหนหรือไม่ที่เข้าไปช่วยข้าแบบนั้น ” ซูเม่ยรีบเอ่ยตอบคำถามที่ชายหนุ่มถามออกมาเพื่อไม่ให้คนตรงหน้าเป็นห่วง และมองสำรวจร่างกายอีกฝ่ายไปด้วยว่าได้รับบาดเจ็บที่ตรงไหนหรือไม่ นางพยายามที่จะไม่คิดถึงสัมผัสอ่อนนุ่มและรสหวานนั้น ทั้งทั้งที่ใบหน้าก็ยังแดงเสียขนาดนี้

       “ ข้าไม่ได้เป็นอะไร แต่เจ้านั่นแหละหน้าแดงขนาดนี้เป็นไข้หรือ? ” ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สาเหตุว่าเพราะอะไรนางถึงมีอาการเช่นนี้แต่ก็อดที่จะเอ่ยเย้าออกมาไม่ได้

       “ เปล่านะเจ้าคะ ข้า..ข้าไม่ได้เป็นไข้ สงสัยอากาศจะร้อน ” ซูเม่ยรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันทีเพราะหากตอบว่าเป็นไข้เขาคงได้ซื้อยามาต้มให้นางดื่มเป็นแน่

        “ หึหึ เช่นนั้นก็ดีแล้ว ว่าแต่เจ้าน่ะมีดวงกับพวกม้าหรือรถม้าเสียจริงนะ ครั้งแรกที่เราได้เจอกันนอกวังข้าก็ช่วยเจ้าไว้แบบนี้ เหตุการณ์ช่างคล้ายคลึงยิ่งนัก ” ชวี่ปิ้งเอ่ยขึ้นมาแล้วนึกย้อนไปยังเหตุการณ์ที่ทำให้เขาได้คุยกันจริงๆ จังๆ กับนางเป็นครั้งแรก


        “ ท่าน..ท่านจำได้ด้วยหรือ? ” ดวงตาคู่สวยของซูเม่ยจ้องมองบุรุษตรงหน้าอย่างแปลกใจที่เขายังจำเรื่องราวในคราวนั้นได้

        “ ทำไมข้าจะจำไม่ได้ล่ะ ครั้งแรกที่เราได้เจอและได้คุยกันตรงๆ ”

        “ จะ..เจ้าค่ะ ยังไงข้าก็ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะทั้งตอนนั้นและตอนนี้ ” ซูเม่ยโค้งตัวขอบคุณอีกฝ่ายพลางยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เขินไปด้วย

       “ เจ้าก็ต้องระวังตัวเองไว้มากๆล่ะ ห็นทีข้าคงต้องหาเวลาสอนวิชาตัวเบาเจ้าแล้วจะได้ไม่ตกอยู่ในอันตรายบ่อยๆ ”

        “ อื่อ ข้าจะรอนะเจ้าคะ ” นางยิ้มกว้างออกมาอย่างรู้สึกดีใจที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ

        “ แต่ก่อนอื่นพวกเราไปหาที่นั่งทานข้าวกันดีกว่า ข้าซื้อมาเรียบร้อยแล้ว ” ชวี่ปิ้งชูห่อข้าวที่ถูกห่ออย่างดีให้นางดู

        “ ได้เลย อะ ข้าก็มีของหวานมาฝากท่านเหมือนกัน ” ไม่พูดเปล่านางก็หยิบถังหูลู่ที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อออกมาให้เขาดูด้วย

       “ ดีมากเช่นนั้นพวกเราไปกัน ” ชวี่ปิ้งพูดแล้วเอื้อมมือมาจับมือนางไว้ก่อนจะจูงมือพากันเดินเพื่อไปหาที่นั่งทานข้าวส่วนอีกมือก็จับสายจูงม้าไปด้วย

         ไคว่เล่อที่มองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบก็เดินตามไปติดๆ โดยมิได้แสดงตัวออกมาอย่างโจ้งแจ้งแต่อย่างใด...



@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -38 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -38 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1

17

กระทู้

298

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9703
เงินตำลึง
173730
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
358
คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-18 01:01:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทำดีได้ดี(5)

                   หลังจากที่คอยสอบถามผู้คนมาตลอดทาง ในที่สุดสตรีทั้งสองก็มาถึงตรอกโมยาคีรีเสียที แม้เวลานี้จะดึกมากแล้ว แต่ก็ยังมีคนซื้อขายกันอยู่ ระหว่างทางลู่เอินได้ยินสตรีแปลกหน้าคุยให้ฟังว่าที่แห่งนี้นอกจากจะค้าขายของทั่วไปแล้ว ยังค้าขายข่าวสารและของที่ปล้นมาอีกด้วย ครั้งนี้ได้มาส่งสตรีผู้หนึ่ง ถือว่าได้เปิดหูเปิดตาเสียแล้ว แม้จะเคยได้ยินผู้คนพูดถึงการค้าขายเช่นตลาดมืดมาบ้าง แต่นี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาเห็นของจริง
                   สตรีแปลกหน้ามองซ้ายมองขวาคล้ายหาบางสิ่งอยู่ ลู่เอินจึงมองตาม เห็นว่าขบวนคาราวาลทั้งหลายจะมีสัญลักษณ์บ่งบอกแทบทั้งหมด บางทีนางคงกำลังมองหาขบวนของตนเองอยู่ "คาราวาลของเจ้ามีสัญลักษณ์ใดรึ ให้ข้าหาช่วยเถอะ"
                   "เป็น.." เด็กหญิงกำลังจะอ้าปากตอบ แต่ดวงตากลับเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
                   ลู่เอินเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปกระทันหัน พอมองไปทางที่สายตานั้นจับจ้องอยู่ จึงเห็นหญิงสาวสูงวัยยืนมองมาทางพวกนาง สีหน้าไม่ต่างจากสตรีแปลกหน้าเลย ในใจของลู่เอินคาดเดาไปได้หลายส่วน หรือว่าบางที..
                   "แม่!"
                   เด็กหญิงวิ่งตรงเข้าไปหาหญิงสูงวัย ก่อนจะสวมกอดเอาไว้ราวกลับกลัวคนตรงหน้าจะจางหายเหมือนภาพลวงตา สตรีสูงวัยเมื่อถูกสวมกอดก็เริ่มร้องไห้ กอดเด็กหญิงเอาไว้ทั้งน้ำตา ริมฝีปากกดจูบจากเรือนผมและขมับลงมาที่แก้ม ลู่เอินมองภาพตรงหน้าด้วยความประทับใจ ถ้าหากมารดาของนางดูรักใคร่นางอย่างจริงใจเช่นนี้ก็คงดี.. ดวงตาคู่สวยทอประกายผิดหวัง ก่อนจะหลับตาลง
                   บางทีในเมื่อส่งเด็กคนนี้แล้วก็ควรจะกลับไปได้แล้ว..


                   "แม่นางผู้นี้เป็นคนพาข้ามาส่ง"
                   เสียงของเด็กหญิงร้องขึ้น ก่อนจะชี้มาที่ลู่เอิน สตรีสูงวัยเห็นหญิงสาวอ่อนเยาว์ ใบหน้างดงามดั่งเทพธิดาในอาภรณ์สีแดงก็ถึงกับตกตะลึง ในเมื่อเป็นผู้ที่ช่วยเหลือลูกสาวของนาง นางย่อมต้องตอบแทน เพียงแต่ไม่นึกว่าผู้ที่ช่วยเหลือจะเป็นดรุณีน้อยคนหนึ่ง อีกทั้งยังสง่างามถึงเพียงนี้!
                   "ข้าขอทราบชื่อของท่านได้ไหมเจ้าคะ"
                   ลู่เอินแสดงสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะยิ้มบางเบา "ข้ามีนามว่าเสิ่น ลู่เอิน"
                   สตรีสูงวัยบอกให้คนในคาราวาลนำของมามอบให้ลู่เอิน แม้หญิงสาวจะเอ่ยปากปฏิเสธ แต่สตรีสูงวัยยังต้องการมอบให้นางอยู่ดี โดยใช้ประโยคที่ว่า 'มีบุณคุณย่อมต้องตอบแทน' นางมอบเพชร 100 เม็ดให้กับลู่เอิน ส่วนเด็กหญิงก็วิ่งเอาดอกหงฮวาและดอกหลันฮวา 100 ดอกมามอบให้ ลู่เอินกลัวว่าของอาจหายไประหว่างทาง เพราะนางต้องเดินกลับโรงเตี้ยมคนเดียว สองแม่ลูกจึงให้พี่น้องในคาราวาลคนหนึ่งนำของไปส่งไว้ที่โรงเตี้ยมก่อน
                   "ขอบคุณพวกท่านมากเจ้าค่ะ" ลู่เอินคารวะสตรีทั้งสองด้วยรอยยิ้มดูจริงใจ


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +200 ความหิว -16 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 200 -16 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

17

กระทู้

298

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9703
เงินตำลึง
173730
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
358
คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-18 15:09:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ

                   ลู่เอินที่ออกจากมาจากโรงเตี้ยมได้แวะมาที่ตรอกการค้าโมยาคีรีอีกครั้ง ระหว่างที่กำลังเดินหลงไปมาอยู่นั้น ก็บังเอิญได้เจอกับเด็กสาวที่นางช่วยไว้เมื่อวาน เพียงแต่ความรู้สึกบางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เด็กน้อยตรงหน้ายิ้มให้นางอย่างสดใส ต่างจากคนที่เอาแต่นั่งซึมเป็นคนละคน


                   "ขบวนคาราวาลของเจ้ายังไม่ออกไปจากถูเจี๋ยอีกรึ?"
                   "ยังเจ้าค่ะ อีกสองสามวันจึงจะเดินทาง แล้วพี่ลู่เอินมาทำอะไรที่นี่รึเจ้าคะ"
                   นางหยิบกระดาษที่เขียนอักษรฮั่นออกมา ภายในมีรายละเอียดสิ่งที่ต้องการซื้อขายอยู่เต็มไปหมด "ไหนๆก็แวะมาแล้ว อยากจะซื้อของสักหน่อยน่ะ"
                   "ให้ลี่อิ่งนำทางนะเจ้าคะ!"
                   ยังไม่ทันที่จะได้ตอบรับอะไร ลี่อิ่งก็ลากแขนลู่เอินเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าบุรุษเสียแล้ว ทั้งพ่อค้าและคนที่กำลังแลกเปลี่ยนซื้อขาย หันมามองดรุณีน้อยทั้งสองเป็นตาเดียว เมื่อเห็นลู่เอินที่มีรูปโฉมงดงามผิดแผกก็เอาแต่จ้องมาทางนางไม่ละสายตา ลู่เอินรับรู้ถึงสายตาเหล่านั้นจึงเกิดความอึดอัดใจ ลี่อิงเอาเสื้อผ้าหลายตัวมาให้ลู่เอินดู นางก็เอาแต่ตอบเออออ สุดท้ายจึงได้ชุดบุรุษหรูหรามาหนึ่งชุด ซึ่งกว่าลู่เอินจะมาพลิกดูก็สายไปแล้ว...
                   ลี่อิ่งลากแขนลู่เอินเข้าไปในร้านเครื่องประทินโฉมของสตรี รอบนี้พอมีแต่สตรีอยู่ในร้าน ลู่เอินจึงเลือกซื้อของได้อย่างเบิกบานใจ อาจเพราะเป็นการค้านอกด่าน จึงมีของแปลกตาอยู่มากมาย สตรีทั้งสองเสียเวลาอยู่ในร้านนี้เกือบหนึ่งชั่วยาม ก่อนจะเดินออกมา ลู่เอินสังเกตเห็นว่าร้านนี้มีโซนผ้าไหมอยู่ จึงชวนลี่อิ่งไปดูผ้าไหมด้วยกัน นางจึงได้ผ้าแพรลวดลายแปลกใหม่มาถึงสองพับ



                   "ลี่อิ่ง ที่ถูเจี๋ยมีอะไรขึ้นชื่อบ้างเหรอ"
                   "แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของอาหาร! แต่ว่าถ้าอยากได้ของติดตัว เอาเป็นเสื้อผ้าขนสัตว์ไหมพี่ลู่เอิน"
                   ลู่เอินนึกถึงเสื้อผ้าที่มีขนสัตว์ประดับ ดูสวยงามก็จริง แต่ก็ดูหรูหราเกินไป คงไม่เหมาะกับนางนัก "ไม่ดีกว่า แต่ว่าลี่อิ่ง ถ้ามีอะไรจะถามหน่อย"
                   เมื่อเห็นหญิงสาวทำตัวลับๆล่อๆ ลี่อิ่งจึงขยับตัวเข้าไปใกล้ พอได้ยินสิ่งที่ลู่เอินกระซิบ เด็กหญิงก็ขมวดคิ้วเป็นปม ก่อนจะวิ่งไปทางขบวนคาราวาล ผ่านไปครึ่งเค่อ ลี่อิ่งก็กึ่งลากกึ่งจูงบุรุษผู้หนึ่งมาหาลู่เอิน เมื่อทั้งสองสบตากัน ใบหน้าของอีกฝ่ายกลับขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ลู่เอินนึกแปลกใจทันที นางไม่เคยพบกับเขามาก่อน เหตุใดจึงมาชักสีหน้าใส่นางกัน..





                   "พี่ลู่เอิน นี่พี่เสวียนเสาเป็นคนร่วมคาราวาลเดียวกันเจ้าค่ะ"

                   "อ่อ.. ยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะ" แล้วพามาทำไม..? อีกฝ่ายหันหน้าไปทางอื่น ราวกลับไม่รับการทักทายจากนาง ทำเอาลู่เอินหน้าเสียไปเลย

                   "พี่ลู่เอินอย่าถือสาเลย พี่เสวียนเสาเขาไม่ค่อยได้คุยกับสตรีที่งดงามเหมือนพี่" ลี่อิ่งพูดพลางหัวเราะ ก่อนจะถูกเสวียนเสาเขกหัวไปหนึ่งที "เข้าเรื่องเลยดีกว่า พี่ลู่เอินขอรูปผู้ชายคนนั้นด้วยเจ้าค่ะ"

                   ลู่เอินหยิบรูปของบุรุษในความฝันให้กับลี่อิ่ง ก่อนที่เด็กหญิงจะมอบให้เสวียนเสาอีกที

                   "พี่เสวียนเสาบอกว่าอาจจะได้ข้อมูลภายในวันสองวันนี้ พี่ลู่เอินมีแผนจะไปที่ไหนเจ้าคะ"

                   "ข้าตั้งใจจะไปเมืองเซียงผิง เข้าแผ่นดินฮั่นผ่านซันไห่กวน"

                   "หากได้ข่าวเกี่ยวกับบุรุษผู้นี้ ข้าจะนำไปให้ที่ย่านการค้าตะวันตกของเซียงผิงก็แล้วกัน" จู่ๆเสวียนเสาก็เอ่ยตัดประโยคก่อนจะเดินหนีไป

                   ลู่เอินมองความไร้มารยาทของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะจางหายไปเหลือเพียงรอยยิ้มบางเบา "เช่นนั้น ข้าไปก่อนนะลี่อิ่ง"

                   "แผ่นดินกว้างใหญ่ ต้องได้เจอกันอีกแน่"

                   "ขอให้เป็นเช่นนั้น"

                   เมื่อร่ำลาเสร็จ ลู่เอินจึงเดินกลับไปที่โรงเตี๊ยมและปลอมตัวเป็นเสี่ยวลู่เหมือนเช่นตอนที่อยู่บนหุบเขา เพียงแต่ครั้งนี้สวมอาภรณ์ดูมีราคากว่าครั้งก่อน ก่อนจะรับม้ามาจากที่ฝาก แล้วควบออกจากเมืองถูเจี๋ย ตรงไปทางทุ่งหญ้าตอนใต้


@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1
โพสต์ 2019-1-19 21:12:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ
"การค้าที่นี้ดูคึกคักกันจริงๆเลยนะเนี้ย"
เฉินอี้ที่ตอนนี้กำลังเดินจูงเจ้าม้าเดินชมสินค้ามากมายที่ถนนแถวนี้โดยที่ตรอกการค้าที่แห่งนี้คือการที่มีเหล่าพ่อค้าแม่ค้ามากมายนำสินค้ามาขายกันอย่างมากมายโดยที่สินค้าเหล่านั้นต่างมีเหล่าผู้คนที่กำลังเลือวื้อกันอยู่เต็มไปหมด
"นี้ๆเจ้าม้านี้ๆร้านนี้มีพวกเนื้อมากมายเลยนะทั้ง เนื้อแกะ เนื้อลาหรือแม้กระทั้งเนื้อม้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าเจ้าดื้อกับข้านะข้าจะเอาเจ้าไปขายให้กับร้านเนื้อเหล่านี้ซะเลยนี้เข้าใจไหม"
ฮี่ ฮี่ ฮี่
เฉินอี้แล้วก็เจ้าม้าพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานพร้อมกับมองเหล่าร้านค้ามากมายที่ตั้งแผนขายกันอย่างเยอะแยะ
"นี้ๆเจ้าม้าร้านนี้ก็น่าสนใจนะพวกเราลองเข้าไปดูกันไหมว่ามีอะไรที่น่ากินบ้าง"
ฮี่ ฮี่ ฮี่
พร้อมกับที่เฉินอี้แล้วก็เจ้าม้าเข้าไปชมยังภายในร้านเหล้าหวานที่แปลกๆโดยที่ขนมนั้นนคนขายบอกว่าทำมาจากการหมักนมแพะกับเหล้าที่ทำเองขึ้นมาโดยที่เป็นการผสมกันที่ลงตัวหลังจากที่เฉิินอี้ลองชิมได้แค่จิบหนึ่งถึงกับต้องจิบเพิ่มจนถึงขั้นกินจนหมดจนต้องซื้อเอากลับไปกินเวลาเดินทางทันทีด้วยรสชาติที่แปลกใหม่พร้อมกับความเป็นเอกลักษณ์ของเหล้าชนิดนั้น
"แต่ข้าว่ามันคงไม่อร่อยเท่าเหล้าที่นางนั้นได้หมักอย่างแน่นอนหวังว่าถ้าข้าได้กลับไปนั้นข้าจะได้กินไหมนะอืมข้าลองขอให้นางลองทำให้ดูหน่อยจะเป็นอะไรไหมนะ….แต่ว่าช่วงนี้มันยังอยู่ในช่วงฟื้นฝูแคว้นรอให้การฝื้นฝูแคว้นนั้นสำเร็จเสียก่อนค่อยจะไปขอให้นางหมักเหล้านมแพะให้ดีกว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า แค่ข้าคิดก็มีความสุขแล้วเจ้าม้า"
โดยที่เฉินอี้กับเจ้าม้าก้ยังคงเดินไปดูสิ่งของทั่วตรอกนั้นกันต่อไปจนไปสะดุดตากับร้านอาหารแปลกๆอีกร้านหนึ่งดดยที่ร้านนี้นั้นเป็นร้านที่นำข้าวมาหุงแล้วนำมันของเนื้อสัตว์มาโปะที่หน้าขาวพร้อมกับนำไข่ดิบนั้นใส่ลงไปยังข้างหน้าอีกหนึ่งฟองโดยที่อาหารนี้นั้นทางร้านจะนำซอสเผ็สของทางร้านใส่เข้าไปด้วยพร้อมกับที่มีการจะสั่งอะไรเพิ่มไปก็ได้แล้วแต่เหล่าลุกค้าจะสั่ง
"หืมเจ้าม้าอาหารชนิดนี้มันดูน่าสนใจนะเดี่ยวพวกเราลองเข้าไปชิมกันเถอะ"
ฮี่ ฮี่ ฮี่
"นี้เจ้าของร้านข้าขอแบบนี้ซัก2ถ้วยสิ"
"ได้ๆนั่งก่อนเลยเดี่ยวข้าทำให้ท่านนะ"
พร้อมกับที่เฉินอี้นั่งไปยังโต๊ะที่มีอยู่ในบริเวณนั้นพร้อมกับมองเหล่าผู้คนที่เดินทางผ่านไปผ่านมาทั่วบริเวณโดยที่นี้นั้นต่างมีผู้คนหลายเผ่าพันธ์มารวมกันหรือมาอาศัยอยู่กันเต็มไปหมดโดยที่ส่วนใหญ่คนของที่นี้นั้นจะประกอบไปด้วยเหล่านักเดินทางเป็นส่วนใหญ่หรือว่าเหล่าชายหนุ่มกันเป็นส่วนมากไม่ค่อยมีเหล่าหญิงสาวมากเท่าที่ต้าฮั่น
"อืมสมกับที่แห่งนี้คึกคักกันจริงๆที่นี้คงเป็นที่ผ่านทางไปยังที่ต่างๆมากมายแน่นอนถึงได้รวมผู้คนหลายเผ่าพันธ์ขนาดนี้จะขาดไปก็เพียงเหล่าชาวตะวันเหล่านั้นกระมั้งที่แถวนี้ไม่ค่อยมีนัก"
"นี้ๆได้แล้วอาหารที่ท่านสั่งกินให้อร่อยนะท่าน"
พร้อมกับที่อาหารนำมาวางไว้ตรงหน้าของเฉินอี้
"อ่าหน้าตาน่ากินยิ่งนักหวังว่ารสชาติแล้วก็หน้าตาจะดีนะ"
พร้อมกับที่เฉินอี้กินอาหารตรงหน้าของตนเองอย่างอร่อยพร้อมกับมองบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาเต็มไปหมดสถานที่แห่งนี้โดยที่เฉินอี้ก็คิดว่าบางครั้งนั้นถ้าตนเองมีชีวิตที่สงบสุขแบบนี้ก็คงจะดีบ้างตอนนี้ที่ตนเองนั้นได้ทำการละทิ้งความคิดที่จะทำการใหญ่ของตนเองลงไปเพื่อที่จะได้กลับไปอยู่ข้างๆนางนั้นได้
"อืมชั่วชีวิตนี้ข้าคงไม่มีความฝันใดที่มีนอกจากจะได้อาศัยหรือว่าได้เพียงอยู่ข้างๆนางนั้นบ้างก้ดี"
พร้อมกับรอยยิ้มของที่ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเฉินอี้นั้นเอง.......



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +1 ความชั่ว +5 ความโหด โพสต์ 2019-1-20 03:00

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -17 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -17 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะทองคำ
ฮั่นเสียทอง(หลวง)
กุหลาบสีทอง
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
กราดิอุสทอง
หลี่ซื่อชุนชิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x5
x5
x8
x8
x1
x1
x2
x15
x47
x6
x14
x40
x100
x50
x6
x6
x1
x2
x1
x25
x30
x30
x377
x245
x22
x355
x10
x10
x75
x10
x1
x1
x4
x1
x92
x28
x1
x7
x100
x3
x5
x2000
x102
x115
x45
x50
x50
x10
x10
x35
x20
x20
x10
x34
x30
x20
x113
x5
x30
x80
x1
x20
x5
x30
x1277
x23
x1
x2
x50
x35
x100
x15
x30
x9
x1
x10
x5
x9
x1
x59
x9
x26
x1
x6
x104
x7
x130
x25
x570
x130
x43
x16
x30
x30
x10
x10
x26
x12
x191
x156
x110
x100
x1
x592
x50
x50
x109
x1565
x5
x1
x100
x20
x10
x8
x10
x11
x99
x30
x55
x50
x1
x50
x76
x2130
x2

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
27
เงินตำลึง
270
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-169
คุณธรรม
718
ความชั่ว
0
ความโหด
42

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2019-1-27 19:50:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไป๋ฟางหรง
บทที่ 125 : เดินทางสู่เกาะวิหค (4)


        ระหว่างเดินทางถึงจุดหมายไป๋ฟางหรงและกินรีทั้งสิบสองนางก็สนิทกันอย่างรวดเร็ว   ทั้งสิบสองมีเรื่องให้พูดคุยกันตามประสาพี่น้องสตรีอยู่แล้ว  มีไป๋ฟางหรงเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกคนไม่ได้ทำให้บรรยากาศใกล้ชิดระหว่างพี่น้องเฝื่อนจางไป  ตรงกันข้ามกลายเป็นความสนิทใจกันง่ายขึ้น

ไป๋ฟางหรงเล่าว่าตัวเองเดินทางทางจากฉางอันเพื่อมาตามหาเจ้าของจดหมายปริศนา  นั่นทำให้เหล่ากินรีแสดงความชื่นชมในความกล้าผิดสตรีชาวฮั่นทั่วไป  ทั้งยังแสดงความเห็นใจที่การเดินทางของมนุษย์ไม่สะดวกเท่าเหล่าวิหค

เวลานี้พวกนางเดินทางผ่านเผ่าถูเจี๋ย  ยิ่งเป็นสถานที่ที่ไป๋ฟางหรงไม่เคยเดินทางผ่านมาก่อน ยิ่งมีหัวข้อให้พี่น้องกินรีเล่ากันสนุก น่าเสียดายที่เวลานี้นางได้เพียงมองจากมุมวิหคไกลๆแทบไม่เห็นอะไรเลย

แต่บรรดาพี่น้องกินรีหลายคนเตือนว่าหากนางจะมาที่นี่ต้องระมัดระวังตัวให้ดี  ทางที่ดีก็หาคนที่เชี่ยวชาญวรยุทธ์มาเป็นคนคุ้มกันด้วยจะดีกว่า   

นั่นทำให้ไป๋ฟางหรงยิ่งรับรู้ถึงปัญหาของตนเอง  ถึงแม้ที่ผ่านมานางจะโชคดีมีคนช่วยเหลือทำให้รอดจากเหตุการณ์ร้ายเสมอ นางก็ไม่ควรเอาชีวิตตัวเองไปพึ่งกับเทพแห่งโชคชะตามากเกินไป  ร่างกายของนางอ่อนแอเกินกว่าจะออกเดินทางไกลได้อย่างปลอดภัย…

นางควรหาทางทำให้ตัวเองแข็งแรงกว่านี้  อย่างน้อยก็สามารถวิ่งหนีหากเกิดเรื่องร้ายได้  



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2019-1-27 20:19

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -62 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -62 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10<