ดู: 173|ตอบกลับ: 7

{ เมืองถูเจี๋ย } โรงเตี๊ยมบันยันทรี

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-2 21:40:59 |โหมดอ่าน




โรงเตี้ยมบันยันทรี

{ เ มื อ ง ถู เ จี๋ ย }











 


【โรงเตี้ยมบันยันทรี】
โรงเตี๊ยมที่พักของนักเดินทางผู้สัญจรมายังเผ่าถูเจี๋ย
รับฝากม้า บริการอาหารและสุราต้นตำรับชนเผ่า
การรักษาความปลอดภัยของโรงเตี้ยมแห่งนี้ประกันโดยหัวหน้าเผ่าถูเจี๋ย
ถือเป็นกฎของชาวเผ่าที่ไม่ปล้นนักเดินทางระหว่างที่พักผ่อนในสถานที่นี้
แต่หากอยู่ด้านนอก...ก็ไม่มีสิ่งใดรับรองสวัสดิภาพของท่านได้




ชื่อกิจการ : โรงเตี้ยมบันยันทรี
เจ้าของกิจการ : กวน ฉางเต๋อ 
เวลาปิดบริการ : ตลอดวันตลอดคืน 
ประเภทร้าน : บริการที่พักและอาหารพื้นเมือง 
บริการเปลี่ยนม้าและการแสดงชนเผ่า




 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-4-5 01:22:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2018-4-5 01:23

เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย
พาร์ท 6 - แม่ทัพท้องทุ่งหญ้า



        หลังจากที่ซูเม่ยและชวี่ปิ้งหาที่นั่งๆ กันได้แล้วทั้งสองก็ผูกม้าไว้ข้างๆ แล้วเดินไปนั่งทานอาหารกันใต้ต้นไม้ โดยมีไคว่เล่อนั่งทานอาหารที่ซูเม่ยแวะซื้อให้ระหว่างทาง

       “ เม่ยเอ๋อห์ หากทานเสร็จแล้วเราเข้าไปสืบข่าวในย่านการค้ากันต่อนะหรอเจ้าอยากจะนั่งรออยู่ตรงนี้? ” ชวี่ปิ้งเอ่ยถามความสมัครใจของนาง เพราะเขานั้นไม่อยากจะบังคับใจ หากนางอยากจะนั่งพักสบายๆ อยู่ตรงนี้

       “ ข้าจะไปด้วยเจ้าค่ะ ข้านั่งพักพอแล้ว อยากเดินเที่ย...เอ๊ย อยากช่วยท่านสืบข่าวเจ้าค่ะ แหะๆ ” นางรีบตอบกลับทันทีโดยปฏิเสธที่จะนั่งรออยู่เฉยๆ อย่างน้อยเดินดูรอบๆ ก็ยังดีกว่านั่งรอ

       “ หึ แน่ใจหรือว่าอยากจะไปช่วยข้าสืบข่าวจริงๆ ” เขาที่รู้ทันนางก็หัวเราะในลำคอขึ้นมา ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดเม็ดข้าวที่ติดอยู่ที่มุมปากของซูเม่ยออกเบาๆ

        “ นะ..แน่ใจสิเจ้าคะ อะ ” ซูเม่ยมองอย่างสงสัยว่ามือหนาที่ยื่นมานั้นยื่นมาปัดอะไร

        “ มีเม็ดข้าวติดอยู่น่ะ ข้าเลยเอาออกให้ ” เมื่อเห็นท่าทางที่ดูสงสัยของนางชวี่ปิ้งก็เอ่ยบอกแก้ความสงสัยให้

       “ ขอบคุณเจ้าค่ะ ” ซูเม่ยเอ่ยออกมาอย่างขัดเขินแล้วยกน้ำขึ้นดื่มแก้เก้อ

         ‘ นี่ข้าทานเหมือนเด็กๆ เลยหรือนี่ ถึงได้มีเม็ดข้าวติดอยู่ได้ ป่านนี้เขาคงหัวเราะนางอยู่ในใจเป็นแน่ โอยย เม่ยเอ๋อห์ เจ้านี่มันทำตัวเองแท้ๆ ’ นางอดที่จะบ่นตัวเองในใจไม่ได้ ที่เผลอทำตัวราวกับเด็กออกไป

        “ หึ เช่นนั้นทานต่อเถิด ข้ามิกวนแล้ว ” พูดจบชายหนุ่มก็ลงมือทานข้าวต่อแล้วจึงค่อยพาซูเม่ยไปสืบข่าว


        เมื่อทั้งสองคนและอีกหนึ่งตัวจัดการอาหารมื้อกลางวันเสร็จแล้วก็นั่งพักประมาณสองเค่อ ก่อนที่จะพากันเดินเข้าสู่ย่านการค้าอีกครั้งเพื่อสืบข่าว ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทำให้ทั้งซูเม่ยและชวี่ปิ้งต้องมายังสถานที่นี้

         การสืบข่าวดูที่ย่านการค้านั้น เป็นเพียงแค่การสำรวจดูเบื้องต้นเท่านั้น มีสามารถสืบข้อมูลเชิงลึกใดๆ ได้มากนัก เพราะทำได้เพียงแค่การหลอกถามพูดคุยกับพวกพ่อค้าแม่ค้าถึงสถานการณ์ของที่นี่ในตอนนี้เท่านั้น และดูว่าชาวบ้านรู้ถึงสถานการณ์ มากน้อยแค่ไหนอย่างไรบ้าง

       “ ข้อมูลที่ได้มาพอจะนำเอาไปใช้อะไรได้บ้างหรือไม่เจ้าคะ? ” ซูเม่ยเอ่ยถามบุรุษข้างกายหลังจากที่ได้สอบถามหรือเรียกง่ายๆ ว่าหลอกถามชาวบ้านมาหลายชั่วยาม จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามอิ่ว (17.00 น. - 18.59 น.)

        “ ก็พอได้ แต่ไม่ได้สลักสำคัญอันใดนัก เจ้าเหนื่อยแล้วหรือ? ชวี่ปิ้งที่เห็น ใบหน้าของนางมีเหงื่อซึมออกมาก็ถามอย่างเป็นห่วง พลางยกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อให้

        “ ก็นิดหน่อยเจ้าค่ะ ข้ารู้สึกปวดขา ” ถึงซูเม่ยอยากจะบอกว่ามิได้เป็นอะไรแต่หากฝืนไปนางคงได้เดินขาลากเป็นแน่

        “ เช่นนั้นวันนี้เราพอแค่นี้ก่อนเถอะ ไปหาโรงเตี๊ยมนั่งพักกันจะได้ทานมื้อเย็นเลยด้วย ”

        “ อื่อ ได้เจ้าค่ะเราไปที่โรงเตี๊ยมกัน ” ซูเม่ยรีบพยักหน้าตกลงแล้วเดินตามชายหนุ่มที่เดินนำทาง


ณ โรงเตี๊ยมบันยันทรี


        “ ที่นี่คงมีโรงเตี๊ยมแค่ที่เดียว เราคงต้องพักกันที่นี่ ” ชวี่ปิ้งเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทั้งสองเดินมาหยุดอยู่หน้าโรงเตี๊ยม

        “ ได้เจ้าค่ะ ลำบากกว่านี้ก็พักมาแล้วนี่นา แค่นี้ถือว่าดีมากแล้ว ” นางเอ่ยขึ้นพลางยกยิ้มหวานให้อีกฝ่าย

       “ เจ้าช่างมองโลกในแง่ดียิ่งนักเม่ยเอ๋อห์ เช่นนั้นเราเข้าไปด้านในกันเถอะ อะ แต่คงต้องฝากไคว่เล่อเอาไว้ที่คอกม้ากับม้าของเรา เถ้าแก่คงไม่ยอมให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปด้วยได้แน่ ” ชวี่ปิ้งพูดพลางยกยิ้มมุมปากมองรอยยิ้มหวานของนางที่กำลังส่งยิ้มมาให้ตน

       “ เช่นนั้นหรือเจ้าคะ ” ซูเม่ยมีสีหน้าหม่นลงเล็กน้อยก่อนที่นางจะย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ใบหน้าเสมอกับไคว่เล่อ

        “ ไคว่เล่อคืนนี้เจ้าต้องนอนกับเจ้าม้านะ ข้ามิสามารถนำเจ้าเข้าไปพักในโรงเตี๊ยมได้ แต่ไม่ต้องห่วงข้าจะให้คนนำอาหารมาให้เจ้าเองนะ ” นางพูดพลางยกมือขึ้นลูบหัวไคว่เล่อ

        โฮ่ง! โฮ่ง!

        ไคว่เล่อแม้จะไม่อยากอยู่ห่างจากซูเม่ยแต่ก็เข้าใจถึงความจำเป็นนั้นมันจึงเห่าออกมาเสียงดังอย่างเชื่อฟังในสิ่งที่นางพูด

        “ น่ารักมากคนเก่ง เช่นนั้นตามเจ้าม้าไปเถอะ ” ว่าจบก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะมองตามหลังไคว่เล่อและม้าที่พวกนางใช้ขี่มาถูกคนงานของโรงเตี๊ยมจูงไปไว้ที่คอกพัก

        “ เช่นนั้นพวกเราก็เข้าไปด้านในกันได้แล้ว ” มือที่หยาบกร้านเพราะจับอาวุธฝึกหนักมาตั้งแต่เด็กแต่ทว่าให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยของเขา ยื่นมาจับมือของซูเม่ยและจับจูงพากันเข้าไปยังโรงเตี๊ยม

        “ เจ้าค่ะ ” คนที่โดนจับมือพยักหน้าตอบเบาๆ แบ้วก้มหน้ายิ้มอย่างเขินอายมองมือที่ถูกจับจูงนั้น

        เมื่อทั้งสองเข้ามายังในโรลเตี๊ยมและหาที่นั่งได้แล้วชวี่ปิ้งก็เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ในการสั่งอาหาร เพราะซูเม่ยนั้นยกให้เป็นหน้าที่ของเขา โดยระหว่างที่รอให้เขาสั่งอาหารนั้นซูเม่ยก็สอดส่ายสายตามองไปรอบๆ โรงเตี๊ยมอย่างสำรวจ

        “ เม่ยเอ๋อห์ เจ้าอยากดื่มชานมไหม? ” เสียงทุ่มเอ่ยถามอย่างเอ็นดูสตรีที่ทำตัวราวกับเด็กน้อยที่ถูกพามาเที่ยวเปิดหูเปิดตา

        “ ชานมหรือเจ้าคะ? เอาๆ ข้าชอบ ข้าเคยดื่มอยู่ครั้งนึง อร่อยมากเลย ” ซูเม่ยพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางนั้นเป็นประกายทั้งสองข้างอยากรู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่จะได้ลิ้มลองชิมรสชาติของชานมอีกครั้ง

        “ งั้นก็เอาชานมมาสองที่ ” ชวี่ปิ้ง มองท่าทางน่าเอ็นดูนั้นแล้วก็หัวเราะขบขันออกมาเบาๆ

        “ หัวเราะอะไรเจ้าคะ ” ซูเม่ยมองคนที่จะจู่ๆ ก็หัวเราะออกมาอย่างสงสัย

        “ เปล่าๆ เจ้าอย่าใส่ใจเลย ”

        เพื่อมิให้นางได้ซักไซ้ถามอีกชายหนุ่มจึงหาเรื่องอื่นมาคุยเพื่อหันเหความสนใจของนางและไม่ให้บรรยากาศระหว่างที่รออาหารเงียบจนเกินไป
เวลาผ่านไปเกือบสองเค่ออาหารที่ชวี่ปิ้งสั่งมาก็ถูกนำมาวางขึ้นโต๊ะ พร้อมกับชานมอุ่นๆ สองแก้ว เมื่อเห็นว่าอาหารที่สั่งนั้นมาถึงแล้วทั้งซูเม่ยและชวี่ปิ้งก็ลงมือทานกันทันที ดูเหมือนว่าระหว่างที่นั่งคุยรออาหารนั้น ความหิวของทั้งคู่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อเห็นอาหารแล้วถึงกับต้องลงมือทำในทันที


         ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งดื่มชานมหลังจากจัดการอาหารเสร็จแล้วชวี่ปิ้งก็หันไปเห็นแม่ทัพชงหนูคนนึง เขาคือ “ทัวเล่อ หยวนซิ่ว” เป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงในชงหนูมาก เขาเคยปะมือครั้งหนึ่ง นับว่าคนผู้นั้นมีฝีมือไม่น้อย

        “ แล้วท่านจะเอาอย่างไรต่อ? ” ซูเม่ยถามขึ้นหลังจากที่ได้ฟังที่ชวี่ปิ้งเล่าออกมา

       “ ข้าจะตามเขาไป เจ้ารออยู่ตรงนี้นะ ” ถึงเขาจะกำลังพูดกับนางอยู่แต่สายตาก็มองไปที่ทัวเล่อหยวนซิ่วอย่างไม่วางตา

        “ มิได้ท่านจะไปคนเดียวไม่ได้ ท่านพาข้ามาด้วยท่านก็ต้องให้ข้าขึ้นไปกับท่านด้วย หากเกิดสิ่งใดขึ้นเราจะได้ช่วยกันได้ ”

        “ เช่นนั้นก็ได้ งั้นเราไปกัน ” ชายหนุ่มวางเงินเอาไว้ที่โต๊ะแล้วเดินนำซูเม่ยสะกดรอยตามแม่ทัพผู้นั้นขึ้นชั้นสองโดยตามอยู่ห่างๆ

        ทั้งสองคนค่อยๆ เดินสะกดรอยตามทัวเล่อหยวนซิ่วขึ้นมายังชั้นสองของโรงเตี๊ยมซึ่ง ซึ่งทั้งสองข้างทางนั้นเป็นห้องที่ปิดมิดชิด ในส่วนของทางเดินนั้นเป็นทางเดินตรงยาวไป ไม่ได้มีสิ่งใดขวางปิดกั้น สามารถมองเห็นทุกคนที่เดินอยู่บนเส้นทางนี้

         แต่แล้วแม่ทัพผู้นั้นก็มีท่าทางที่แปลกไปเขาหยุดเดินและทำท่าที่จะหันมาทางด้านหลังที่ซูเม่ยและชวี่ปิ้งเดินตามหลังเขาอยู่ นางที่เห็นดังนั้นก็กลัวว่าเขาจะจับได้ว่าพวกนางนั้นสะกดรอยตามมา จึงพยายามใช้ความคิดอย่างเร่งด่วนว่าควรจะทำอย่างไรดีถึงจะมิให้โดนจับได้

        แล้วจู่ๆ ก็มีความคิดนึงผุดขึ้นมาในหัวนางๆ จึงดึงรั้งคอชวี่ปิ้งขึ้นมาเพื่อกระซิบบอกบางสิ่งอย่างรวดเร็ว

        “ ท่านช่วยทำเป็นตกบันไดหน่อยเร็ว เดี๋ยวข้าจะจัดการทางนี้เอง ” ซูเม่ยกระซิบเสียงแผ่วเบาอย่างรวดเร็วและรีบผลักชวี่ปิ้งให้ไปยังบันได

        ตุบ ตึงๆๆ   

        ชวี่ปิ้งที่ยังไม่รู้ว่านางจะทำอะไรแต่ก็ชอบที่จะทำตามที่นางบอกโดนทำที่เป็นตกบันไดให้มีเสียงออกมา

       “ อ๊ะ ท่านพี่ๆ ตายแล้ว ข้าบอกแล้วใช่มั้ยเจ้าคะ ว่าให้เดินดีๆ ท่านเมาจนตกบันไดเลยเห็นหรือไม่ ” ซูเม่ยรีบพูดออกมาโดยทำเสียงราวกับกำลังตื่นตกใจได้อย่างแนบเนียน และรีบหันเดินไปดูชวี่ปิ้งที่บันไดทันที โดยไม่รู้ว่าทัวเล่อหยวนซิ่วจะเชื่องิ้วฉากนี้หรือไม่




@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1
โพสต์ 2018-4-9 02:21:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2018-4-9 02:22

เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย

พาร์ท 6 - แม่ทัพท้องทุ่งหญ้า




        ทันทีที่ซูเม่ยเดินหันหลังให้กับทางเดินลงมาตรงบันไดก็เห็นชวี่ปิ้งที่แกล้งตกบันไดไปเมื่อครู่กำลังซุ่มมองไปยังทัวเล่อหยวนซิ่วทำให้ได้เห็นว่าแม่ทัพชงหนูผู้นั้นได้เดินเข้าไปยังห้องที่สี่ฝั่งซ้ายไปเรียบร้อยแล้ว

        “ เอาอย่างไรต่อไปดีเจ้าคะ? ” ซูเม่ยกระซิบถามคนข้างๆ พลางมองไปยังห้องนั้นที่ทัวเล่อหยวนซิ่วเข้าไป

        “ ข้าจะไปถามเสี่ยวเอ้อห์ว่ามีห้องพักข้างๆ กับห้องนั้นหรือไม่ ข้าจะเปิดห้องข้างๆ นั้น ” ชวี่ปิ้งเอ่ยตอบแล้วจับมือซูเม่ยให้เดินตามเขาลงไปข้างล่าง

        “ เสี่ยวเอ้อห์ห้องด้านบนฝั่งซ้ายใกล้ๆ กับห้องที่สี่ว่างหรือไม่? พอดีข้างอยากพักใกล้ๆ กับสหายของข้าน่ะ ” เมื่อเดินลงมาถึงด้านล่างชวี่ปิ้งก็เรียกเสี่ยวเอ้อห์ที่หน้าตาซื่อๆ คนนึงเข้ามาถาม แล้วแอบยื่นเงินให้

         “ โอ๊ะ ห้องนั้นหรือขอรับนายท่าน มีห้องที่ห้าว่างอยู่ขอรับ แต่ว่างเพียงห้องเดียว ” เสี่ยวเอ้อห์เอ่ยขึ้นแล้วมองเลยมายังที่ซูเม่ยอย่างที่ทั้งสามคนก็รู้ความหมาย

         “ ห้องเดียวไม่มีปัญหา นี่คือฮูหยินของข้าเอง ข้านอนห้องเดียวกันได้ ” ชายหนุ่มเข้าใจความคิดเสี่ยวเอ้อห์จึงเอ่ยขึ้นแล้วดึงซูเม่ยเข้ามาโอบเอวแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่เป็นคู่สามาีภรรยากันจริงๆ

         ซูเม่ยที่เข้าใจถึงสถานการณ์จึงได้ไม่ได้กระโตกกระตากหรือโวยวายออกมาเมื่อโดนชวี่ปิ้งคว้าเอวเข้าไปกอดต่อหน้าเสี่ยวเอ้อห์ ถึงแม้นางจะรู้สึกเขินอายกับการกระทำนี้ของเขา แต่นางก็ต้องยอม

        “ เช่นนั้นแล้วช่วยนำทางพาพวกข้าไปทีเถิด ” ซูเม่ยเอ่ยด้วยท่าทางเขินอายราวกับต้องการรีบขึ้นห้องกับสามีโดยเร็ว ซึ่งเสี่ยวเอ้อห์ก็เชื่อแบบนั้นจริงๆ จึงรีบพาพวกนางขึ้นไปยังห้อง

        “ หึ เก่งมากฮูหยิน ” ชวี่ปิ้งที่เห็นท่าทีของซูเม่ยก็เอ่ยเย้าข้างหูของนางขึ้นมาขณะที่กำลังเดินตามเสี่ยวเอ้อห์

        “ เดี๋ยวเถอะ ท่านเริ่มก่อนนะ ” ซูเม่ยที่กำลังเขินอายอยู่ก็ค้อนใส่อีกฝ่ายอย่างกลบเกลื่อนแล้วเผลอหยิกเข้าที่สีข้างของสามีหลอกๆ ของนางอย่างหมั่นไส้

        “ โอ๊ย ข้าเจ็บนะ ” เสียงทุ้มแกล้งเอ่ยออกมาราวกับเจ็บปวดแสนสาหัสกับการโดนแรงเท่ามดหยิกเข้า จนเรียกค้อนวงโตจากนางได้อีกรอบ


        เมื่อมาถึงห้องว่างที่เสี่ยวเอ้อห์บอกทั้งชวี่ปิ้งและซูเม่ยก็ขอบใจเขาแล้วรีบเข้าไปภายในห้อง โดยที่เสี่ยวเอ้อห์ก็ไม่อยู่เป็นก้างขวางคอสามีภรรยาคู่นี้อีก เพราะได้รับเงินเป็นค่าสินน้ำใจมาแล้ว

        “ เราจะทำอย่างไรกันต่อหรือเจ้าคะ? ” ซูเม่ยเอ่ยออกมาเสียงเบาอย่างรู้สึกกลัวและวิตกว่าอีกห้องจะได้ยิน

        “ เดี๋ยวข้าจะลองฟังดูว่าพวกเขาคุยอะไรกัน ” ชายหนุ่มพูดพลางสำรวจกำแพงโดยเงี่ยหูฟังหาจุดที่ทำให้ได้ยินเสียงชัดเจนที่สุด

        “ อื่อ ” หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเดินสำรวจห้องระหว่างที่รอชายหนุ่มที่กำลังแอบฟังข้อมูลจากฝ่ายตรงข้าม


        เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามซูเม่ยที่นั่งรอชวี่ปิ้งอยู่บนเก้าอี้ในท่าที่นั่งเท้าคางตรงโต๊ะที่อยู่กลางห้องอย่างใกล้หลับเต็มที และแล้วชายหนุ่มก็เดินมานั่งลงตรงข้ามนาง แล้วยิ้มขำออกมาอย่างรู้สึกเอ็นดูสตรีที่กำลังนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่จะปลุกก็สงสาร แต่จะไม่ปลุกก็ไม่ได้

        “ เม่ยเอ๋อห์ ” ชวี่ปิ้งเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังแล้วเขย่าแขนซูเม่ยเบาๆ ขณะที่ก้มหน้าลงเอ่ยเรียกนางขางที่ข้างด้วยเสียงขบขันปนเอ็นดู

        “ อ๊ะ อะไรเจ้าคะ มีอะไร? ” ซูเม่ยที่กำลังเคลิ้มๆ จะหลับเมื่อได้ยินเสียงเรียกนั้นก็สะดุ้งขึ้นมาจนศีรษะของนางกระแทกเข้ากับคางของชวี่ปิ้ง

        “ โอ๊ยย ” ชายหนุ่มร้องเสียงหลงออกมาอย่างไม่นึกว่านางจะเงยหน้าขึ้นมากระแทกแบบนี้

        “ อ๊ะ ข้าขอโทษ ท่านเป็นอะไรหรือไม่? ” ซูเม่ยที่ตกใจกับเสียงร้องของเขาก็ดึงให้ชายหนุ่มมานั่งลงแล้วดูคางของอีกฝ่ายว่าเป็นอะไรมากไหม

        “ ข้าไม่เป็นอะไรมาก เจ้านี่รุนแรงจังนะ ” ชายหนุ่มหัวเราะออกมาในลำคอเล็กน้อยพลางลูบคางที่โดนกระแทกเบาๆ

        “ แล้วได้ความมาว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ? ” เมื่อได้ยินว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมากก็เอ่ยถามเรื่องที่ทำให้นางต้องมานั่งตาปรือรอง่วงๆ

        “ ก็พรุ่งนี้เช้าจะมีพ่อค้าอาวุธมาเจรจากับทัวเล่อหยวนซิ่ว ถ้ายังไงเราปลอมตัวเป็นพ่อค้าอาวุธดีหรือไม่ แต่สำเนียงนอกด่านของข้านั้นเมื่อเทียบกับเจ้าแล้วอีกฝ่ายต้องดูออกเป็นแน่ เช่นนั้นเจ้าช่วยเป็นคนเจรจาได้หรือไม่? ”

        “ ข้าไม่มั่นใจ แต่ข้าจะพยายาม แล้วตัวท่านเล่า? ”

        “ ข้าจะสวมผ้าปิดหน้าครึ่งหน้าเพื่อปกปิดตัวตนไว้ แล้วจะอยู่ในฐานะที่ปรึกษาของเจ้า เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง? ” ชวี่ปิ้งคิดหาวิธีที่จะใช้ในการสืบแต่ก็ไม่ลืมถามความเห็นของซูเม่ย เพราะหากนางไม่อยากทำเขาก็จะไม่บังคับให้นางทำ

        “ อื่อ ได้เจ้าค่ะ ข้าตกลง ” ซูเม่ยพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยและยินยอมที่จะช่วยเขา

        “ เช่นนั้นเรื่องลำดับแรกพรุ่งนี้เราตื่นเช้าหน่อย เพื่อดักคนที่จะมาหาทัวเล่อหยวนซิ่ว แล้วค่อยหาวิธีล่อมันไปยังตรอกข้างๆ และจัดการมัดซะจึงค่อยปลอมตัวเป็นมัน ” ชายหนุ่มบอกแผนการขั้นแรกที่จะทำในพรุ่งนี้เช้ากับนาง

        “ ได้ ข้าจะทำให้ดีที่สุด ” หญิงสาวทำหน้าตาอย่างมุ่งมั่น

        “ ข้าต้องรบกวนเจ้าแล้วนะเม่ยเอ๋อห์ ” มือหนาของชวี่ปิ้งกุมมือร่างบางแล้วยิ้มบางให้

        “ อะ..อื่อ อย่างน้อยก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่เจ้าคะ ” ซูเม่ยเอ่ยออกมาแล้วยู่หน้าใส่อีกฝ่ายอย่างยอมจำนน

        “ ฮ่าๆ เช่นนั้นก็พักผ่อนกันเถอะ”

        “ แล้วเราจะนอนกันอย่างไรเจ้าคะ? ” ซูเม่ยมองไปยังเตียงที่มีอยู่เตียงเดียวถึงจะเคยนอนใกล้กับเขาแต่นางก็ยังรู้สึกกระดากอายอยู่ดีเพราะเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน

        “ เดี๋ยวข้านอนพื้นเองก็ได้ เจ้าไม่ต้องห่วง ” เขาเข้าใจว่านางคงจะอายและกลัว

        “ แต่ว่าพื้นมันแข็งแล้วอากาศก็เย็น อะ แต่เดี๋ยวข้าจะไปขอ้าห่มจากเสี่ยวเอ้อห์ให้ ” ถึงเขาจะบอกว่าจะนอนพื้นเองแต่นางก็อดห่วงไม่ได้เลยรีบออกจากห้องไปขอผ้าห่มจากเสี่ยวเอ้อห์เพิ่ม โดยให้เหตุผลว่านางขี้หนาว

        ชวี่ปิ้งที่ยังไม่ทันจะพูดคัดค้านใดๆ ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะร่างเล็กเดินริ่วออกไปอย่างรวดเร็ว จนชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมทีเวลาแบบนี้นางถึงเดินเร็วจังนะ แต่พอเวลาเกิดเหตุทีไรกับขาแข็งก้าวมิออก

        ซูเม่ยกลับมาอีกทีพร้อมกับผ้าห่มที่ได้มาจากเสี่ยวเอ้อห์คนเดิมที่เป็นคนพามาที่ห้อง เมื่อกลับเข้ามายังในห้องแล้วก็ปูผ้าลงบนพื้นข้างเตียงให้พร้อมกับเอาหมอนมาวาง

        “ ข้าเตรียมให้ท่านเรียบร้อยแล้ว นอนได้เจ้าค่ะ ” หลังจากที่ซูเม่ยกระโดดขึ้นนั่งบนเตียงแล้วก็บอกชวี่ปิ้งขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี

        “ เจ้านี่นะ ” ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาอย่างขบขันกับท่าทีกระตือรือร้นนั้นของนาง แล้วจึงเดินลงไปนอนตรงที่นอนที่นางปูให้เขา

        “ ราตรีสวัสดิ์นะเจ้าคะ ” ซูเม่ยเอ่ยบอกฝันดีชายหนุ่มแล้วส่งยิ้มหวานให้ ก่อนจะล้มตัวลงนอนหันหลังเขินๆ

        “ หึ ราตรีสวัสดิ์เม่ยเอ๋อห์ ” ชวี่ปิ้งที่เห็นรอยยิ้มนั้นของนางก็เผลอยิ้มตามออกมาแล้วล้มตัวลงนอนตามนางไป



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1
โพสต์ 2018-4-9 05:00:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2018-4-19 00:28

เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย
พาร์ท 6 - แม่ทัพท้องทุ่งหญ้า


        หลังจากที่นอนหลับพักผ่อนกันจนถึงยามเหม่า (05.00 น. - 06.59 น.) ทั้งชวี่ปิ้งและซูเม่ยก็ตื่นขึ้นมาทำธุรส่วนตัวของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเดินลงไปยังชั้นล่างของโรงเตี๊ยมโดยทั้งคู่ได่ตัดกันใจแสดงละครเป็นคู่รักกันเพื่อที่จะได้ทำอะไรสะดวกขึ้น

       “ เสี่ยวเอ้อห์ ข้าขออาหารเช้าอร่อยๆ สองที่ ” ด้วยความที่ซูเม่ยและชวี่ปิ้งไม่รู้ว่าจะสั่งอาหารอะไรดีจึงตกลงกันว่าจะให้เสี่ยวเอ้อห์จัดมาให้เลย

        “ ได้ขอรับ ” เสี่ยวเอ้อห์เอ่ยตอบรับอย่างกระตือรือร้นแล้วเดินไปจัดการให้ตามที่สั่ง เนื่องจากต้องจัดการอาหารให้กับลูกค้าที่สั่งแบบนี้อยู่บ่อยๆ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จัดชุดมื้อเช้าให้กับลูกค้าที่ไม่รู้จะสั่งอะไรดี

       “ เราทานมื้อเช้ากันก่อน ระหว่างที่ทานข้าจะคอยดูพ่อค้าชาวโหรวหรานที่จะมาตามนัดของพวกมันไปด้วย ” ชวี่ปิ้งเอ่ยบอกแก่ซูเม่ยเมื่อทั้งสองนั่งลงที่เก้าอี้รออาหารมาส่ง

       “ เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว มีอะไรให้ช่วยก็บอกข้าได้นะเจ้าคะ ” ซูเม่ยพยักหน้าตอบรับอย่างเข้าใจ

        เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเค่ออาหารที่สั่งไว้ก็มาวางอยู่บนโต๊ะที่ทั้งสองนั่ง ซึ่งโต๊ะที่ชวี่ปิ้งเลือกนั้นเป็นโต๊ะที่อยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยม เป็นจุดที่สามารถมองรอบๆ ได้อย่างสะดวก

        “ อาหารได้แล้วขอรับ ทานให้อร่อยนะขอรับ ” เมื่อวางอาหารเรียบร้อยเสี่ยวเอ้อห์ก็ไม่รั้งรอรีบออกไปทำหน้าที่ต่อ

        “ ขอบใจมากเสี่ยวเอ้อห์ ” ซูเม่ยยิ้มบางขอบใจเสี่ยวเอ้อห์ตามมารยาทแล้วเริ่มลงมือทานมื้อเช้าทันที

        เนื่องจากต้องคอยเฝ้ามองพ่อค้าชาวโหรวหรานจึงไม่ได้สนใจนักว่าอาหารที่ถูกนำขึ้นโต๊ะนั้นคืออะไร ขอเพียงแค่ทานได้ รสชาติอร่อยแค่นี้นางก็พอใจแล้ว เอาไว้หากมีโอกาสและไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ นางค่อยถามเสี่ยวเอ้อห์ก็ยังไม่สาย

        อาหารมื้อเช้าของชวี่ปิ้งและซูเม่ยหมดลงไปไม่ถึงสิบลมหายใจ จู่ๆ ก็มีคาราวานมาจอดอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม และมีพ่อค้าชาวโหรวหรานลงมาจากรถม้า ซึ่งดูจากลักษณะแล้วคงเป็นพ่อค้าอาวุธที่มาเจรจาทัวเล่อหยวนซิ่ว แล้วดูเหมือนพ่อค้าชาวโหรวหรานผู้นี้จะมาคนเดียว เป็นเรื่องดีนัก เช่นนี้ก็เข้าแผนของพวกเขาเลย

        และเมื่อสถานการณ์ออกมาเป็นเช่นนี้ชวี่ปิ้งจึงขยิบตาให้ซูเม่ยเพื่อส่งสัญญาณให้เริ่มทำตามแผลที่ได้เตรียมกันไว้

        ซูเม่ยที่เห็นว่าชวี่ปิ้งส่งสัญญาณมาให้แล้วก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ เชิงบอกว่านางนั้นรับรู้แล้ว ก่อนที่ร่างบางจะลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินไปหาพ่อค้าชาวโหรวหรานนั่น

       “ สวัสดีเจ้าค่ะนายท่าน ท่านคือพ่อค้าอาวุธที่มาเจรจากับท่านแม่ทัพทัวเล่อหยวนซิ่วใช่หรือไม่เจ้าค่ะ ” ซูเม่ยเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อมเมื่อเข้ามาใกล้พ่อค้าอาวุธ

        “ เจ้าเป็นใคร? ” พ่อค้าชาวโหรวหรานเลิกคิ้วมองซูเม่ยอย่างสงสัย

        “ ข้ามีนามว่า ลี่ลี่ เจ้าค่ะ เป็นคนของท่านแม่ทัพทัวเล่อหยวนซิ่ว ”

        “ แล้วเจ้ามาทำไม? ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อนเลย ” พ่อค้าอาวุธยังคงสงสัยในตัวของสตรีตรงหน้าที่อยู่ๆ เข้ามาทักเขา

        “ พอดีว่าท่านแม่ทัพต้องการเปลี่ยนสถานที่นัดพบเจ้าค่ะ เนื่องจากเมื่อวานนี้ท่านได้มาที่โรงเตี๊ยมนี้แล้วพบบุคคลน่าสงสัยเข้ามาป้วนเปี้ยนในโรงเตี๊ยม ท่านกลัวว่าจะเป็นคนที่มาสอดแนมเจ้าค่ะ และที่ท่านไม่เคยเห็นข้า เพราะข้านั้นเป็นหน่วยสืบข่าวลับของท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ ที่ท่านแม่ทัพให้ข้ามาเนื่องจากไม่เคยมีใครเห็นข้ามาก่อน จะได้ไม่มีมีคนส่งสัยว่าทำไมท่านถึงอยู่กับคนของท่านแม่ทัพ เพื่อความปลอดภัยของท่าน ”

        ซูเม่ยร่ายยาวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติ พยายามพูดจาให้ไหลลื่นที่สุดเพื่อให้ถูกจับได้ว่านางแต่งเรื่องขึ้นมาโกหกล้วนๆ

         นี่ใกล้ถึงเวลาแล้ว ได้โปรดตามข้าน้อยมาด้วยเถิดเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะพาท่านไปพบท่านแม่ทัพเอง ” ซูเม่ยผายมือไปยังตรอกข้างๆ โรงเตี๊ยมแล้วเดินนำพ่อค้าอาวุธไป

(ต่อ)  
         พ่อค้าชาวโหรวหรานเริ่มเชื่อคำพูดของซูเม่ยจึงตัดสินใจเดินตามนางไปยังตรอกข้างๆ โรงเตี๊ยม แต่เมื่อเดินมาถึงตรงก็ไม่พบผู้ใด เห็นเพียงแค่ลังไม้มากมาย คิ้วเข้มของพ่อค้าอาวุธขมวดเข้าหากันอย่างเริ่มเอะใจก่อนเอ่ยถามขึ้นมา

        “ ไหนล่ะท่านแม่ทัพทัวเล่อ หยวนซิ่ว? ”

        “ ท่านแม่ทัพกำลังเดินทางมาเจ้าค่ะ ท่านเหลยฮัวซุนโปรดรอสัก ” ซูเม่ยพยายามตอบไม่ให้มีพิรุธแล้วเดินเข้ามาลึกขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้จัดการตามแผนได้สะดวก

        “ ข้าเฮยฮัวซาน มิใช่เหลยฮัวซุน! อะ นี่เจ้า! ” เฮยฮัวซานรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วว่าตนนั้นโดนหลอกเข้าเต็มๆ

        “ อ่าา ท่านเฮย ฮัวซานนั่นเอง ข้าน้อยจะจำไว้เจ้าค่ะ ” มุมปากของซูเม่ยยกยิ้มขึ้นมาเมื่อได้รู้ชื่อของพ่อค้าผู้นี้แล้ว

        “ เจ้าหลอกข้านังสตรีชั้นต่ำ!! ” เสียงคำรามดุร้ายตวาดใส่ซูเม่ยจนร่างบางสะดุ้งขึ้นอย่างตกใจ แต่ไม่ทันที่เฮยฮัวซานจะได้ทำอะไรนางจู่ๆ ร่างของพ่อค้าอาวุธนั่นก็ล้มสลบลงไป ด้วยฝีมือของชวี่ปิ้งที่หลบซ่อยตัวอยู่หลังลังไม้อยู่ก่อนแล้ว โดยเขาได้ศอกเข้าที่ต้นคอของเฮยฮัวซานจากด้านหลังนั่นเอง

        “ อ่าา ข้าเกือบไปแล้ว ” หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะนึกว่าจะโดนทำร้ายเสียแล้ว

        “ มันไม่มีทางจะได้โดนตัวเจ้าแม้แต่น้อย ข้าเคยบอกแล้วไง ว่าข้าจะดูแลเจ้าเอง ” ชวี่ปิ้งเอ่ยขึ้นพลางยกยิ้มมุมปาก ก่อนที่เขาจะลากพ่อค้าอาวุธไปไว้หลังลังกองลังไม้ที่วางสุมเอาไว้

        ชวี่ปิ้งนำเชือกมาจัดการมัดแขนมัดขาเฮยฮัวซานไว้อย่างแน่นหนา พร้อมกับเอาเศษผ้ายัดปากไม่ให้ส่งเสียงร้องโวยวายออกมาเมื่อฟื้นคืนสติ ก่อนยื่นชุดพ่อค้าที่ตนได้ซื้อไว้มาให้หญิงสาวและยื่นหมวกผ้าปิดหน้าที่ยืมมาจากเสี่ยวเอ้อห์

        ซูเม่ยเมื่อเห็นของที่ถูกยื่นมาก็รับมาทันที ชุดที่นางได้รับจากบุรุษตรงหน้านั้นนางได้ใส่ทับชุดเดิมที่ใส่อยู่ ทำให้ดูตัวหนาขึ้น อำพรางกายให้ดูห่างไกลจากคำว่าสตรีมากที่สุด แล้วจึงสวมหมวกตามลงไป ส่วนชวี่ปิ้งนั้นแต่งตัวเป็นคนติดตามคาราวานโดยปล่อยผมให้ยาวลงมา


        “ ข้าตื่นเต้นจังเจ้าค่ะ กลัวจะทำพลาด ” เสียงใสกระซิบกับบุรุษข้างกายอย่างรู้สึกเต้นเต้นและกังวลอยู่ที่หน้าทางเข้าโรงเตี๊ยม

        “ มิต้องห่วงเจ้าอย่าได้กังวลไปเลย ข้าจักปกป้องเจ้าเอง อย่างได้กังวล ” มือหนายกขึ้นลูบแผ่นหลังบางอย่างปลอบประโลม

         “ อื่อ ข้าจะพยายามทำให้ไม่มีพิรุธเจ้าค่ะ ” ซูเม่ยหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่เพื่อรวบรวมความกล้า แล้วเดินเข้าโรงเตี๊ยมโดยวางมาดอย่างผู้ทรงภูมิให้ดูน่าเชื่อถือ ถึงแม้นางตัวเล็กเล็กเกินไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

         เมื่อทั้งสองเข้ามายังโรงเตี๊ยมก็พากันเดินขึ้นบันไดมุ่งไปห้องของแม่ทัพทัวเล่อหยวนซิ่วทันทีอย่างไม่ให้เสียเวลา โดยชวี่ปิ้งเป็นผู้เคาะประตูห้องให้ รอเพียงอึดใจลูกน้องของทัวเล่อหยวนซิ่วก็เปิดประตูออกมา ก่อนจะมองแปลกๆ ถามเอ่ยถามขึ้น

        “ เจ้ามีอะไร? ”

         “ ข้ากับท่านพ่อค้าเฮยฮัวซานเป็นคนของนายท่านใหญ่ มาเจรจาการค้ากับท่านแม่ทัพของเจ้า ” เมื่อพูดถึงเฮยฮัวซานชวี่ปิ้งก็หลบไปยืนด้านข้าง ให้ลูกน้องของแม่ทัพเห็นซูเม่ยที่ยืนวางมาดอยู่

        “ โอ้วว เช่นนั้นเชิญขอรับ เชิญด้านในได้เลย ท่านแม่ทัพรออยู่แล้ว ” ชายผู้นั้นรีบเชิญให้ซูเม่ยและชวี่ปิ้งเข้าด้านในห้องทันที

         เมื่อได้รับคำเชิญซูเม่ยในคราบตัวแทนของพ่อค้าอาวุธก็พยักหน้ารับเล็กน้อย แล้วเดินนำชวี่ปิ้งเข้าไปด้านในห้องทันที

         “ คาราวะท่านแม่ทัพ ข้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน ” ซูเม่ยดัดเสียงให้ทุ้มต่ำลงขณะที่พูด เพื่อให้แนบเนียนยิ่งขึ้น

         “ ท่านคงเป็นตัวแทนมาคุยกับข้าสินะ เช่นนั้นเชิญนั่งก่อนๆ  ” แม่ทัพทัวเล่อหยวนซิ่วผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

         “ ขอบคุณ ขอบคุณ ” เมื่อซูเม่ยเห็นดังนั้นจึงผงกหัวขอบคุณแล้วนั่งลง โดยมีชวี่ปิ้งยืนรออยู่ด้านหลังนาง

         “ เอาหละขอรับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาคุยเรื่องสัญญากันเลยดีหรือไม่ ” ซูเม่ยพูดเสียงเนิบช้าให้ดูเหมือนมีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิง ซึ่งจริงๆ แล้วนางไม่มีสักนิด

         “ ได้ เชิญท่านว่ามาได้เลย ” แม่ทัพชางชงหนูพยักหน้าตอบรับ

         “ สัญญานี้เราจะให้ทางท่านจ่ายเงินมัดจำค่าสินค้าก่อนสามในสิบส่วน ถึงแม้เราจะทำการค้ารวมกันมานาน แต่นี้ก็เป็นกฎของเราที่ไม่อาจละเลยได้ ขอท่านแม่ทัพอย่าขุ่นเคือง ”

         “ ได้ ข้าตกลง แล้วมีอะไรอีกหรือไม่? ”

         “ ข้าต้องการทราบถึงสถานที่ๆ จะนัดรับสินค้าเผื่อ..ทางท่านต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง ” ในขณะที่นางหลอกถามข้อมูลอยู่นั้นไม่มีใครรู้เลยว่าใบหน้าภายใต้หมวกของนางนั้นเปียกชื้นเพราะเหงื่อออกมากแค่ไหน หาพลาดขึ้นมาคงไม่แคล้วได้เกิดการต่อสู้ขึ้นเป็นแน่แท้

        
@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +2 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 300 + 25 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1
โพสต์ 2018-5-1 15:12:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ต่อ


       “ ข้าต้องการทราบถึงสถานที่ๆ จะนัดรับสินค้าเผื่อ..ทางท่านต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง ” ในขณะที่พูดไปนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าใบหน้าภายใต้หมวกของนางนั้นเปียกชื้นเพราะเหงื่อออกมากแค่ไหน หาพลาดขึ้นมาคงไม่แคล้วได้เกิดการต่อสู้ขึ้นเป็นแน่แท้

         ทันทีที่ได้ยินคำถามเรื่องเกี่ยวกับสถานนัดรับสินค้าแม่ทัพก็ทำหน้าฉงนขึ้นมาอย่างสงสัยก่อนเอ่ยขึ้น

         “ ปกติพวกเจ้าเป็นคนนัดสถานที่มิใช่รึ? ”

         “ เอ่อ พอดีว่านายใหญ่ให้พวกข้าถามท่านเพราะว่า หากท่านมีที่ๆ ต้องการ ” ซูเม่ยเกือบที่จะหยุดออกมา เพราะนางไม่รู้ว่าฝ่ายที่นางปลอมตัวมานั้นเป็นผู้ที่นัดสถานที่

         “ เช่นนั้นรึ ข้าแล้วแต่ฝ่ายพวกท่านเหมือนเดิมแล้วกัน เรื่องสถานที่ ” แม่ทัพทัวเล่อหยวนซิ่วพยักหน้าช้าๆ แล้วเอ่ยบอก

         “ เช่นนั้นเป็นที่...สุสานแล้วกันนะขอรับ คงไม่มีใครคาดถึง ” ซูเม่ยทำหน้าคิดอยู่ชั่วอึดใจแล้วเอ่ยบอกสถานที่นัดหมายออกไป

         “ แล้วเวลาเล่า? ”

         “ ยามจื่อ (23.00 น. - 24.59 น.) สถานที่นัดคือ สุสาน ในยามจื่อ (23.00 น. - 24.59 น.) หรือท่านมีเวลาต้องการ? ” หญิงสาวพยายามคิดเวลาที่คาดว่าจะเหมาะสมที่สุดแต่ก็ไม่ลืมเอ่ยถามความต้องการของอีกฝ่ายด้วย

         “ เวลาที่ท่านนัดหมายนั่นแหละดีแล้ว” แม่ทัพทัวเล่อหยวนซิ่วพยักหน้าตอบ พอใจกับเวลาที่ซูเม่ยบอก

         “ เช่นนั้นเรื่องสถานที่และเวลาเป็นไปตามนี้นะขอรับ ”

         “ อืม ข้าจะไปตามนัด ขอให้ท่านเตรียมอาวุธชุดแรกได้เลย ข้าจะรับพร้อมกับจ่ายเงินมัดจำรอบแรก ” เมื่อเจรจาเรื่องสถานที่และเวลาเรียบร้อยแม่ทัพชาวชงหนูก็เอ่ยขึ้น

         “ ได้ขอรับ ตกลงตามนี้ ข้าจะจัดการให้ตามที่ท่านต้อง ” ซูเม่ยรีบตอบตกลงก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อขอตัวออกไปจัดการเรื่องให้เรียบร้อย “ เช่นนั้นข้าขอไปกันการตามที่เราตกลงกันก่อนนะขอรับ ”

         “ ได้ ยินดีที่ได้ร่วมทำการค้ากับพวกท่าน ” แม่ทัพพูดขึ้นพลางลุกขึ้นยืนเช่นกัน

         “ ยินดีเช่นกันขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขอตัว ” ร่างบางของซูเม่ยโค้งตัวให้อีกฝ่ายเล็กน้อยเพื่อให้เกียรติคนตรงหน้า

         หลังจากที่เอ่ยขอตัวจบเรียบร้อยทั้งซูเม่ยและชวี่ปิ้งก็ทันออกจากห้องที่ใช้ในการเจรจาทันที ภายนอกนั้นดูเหมือนว่านางจะนิ่งสุขุม แต่จริงๆ แล้วในใจของนางแทบจะกรีดร้องออกมากับความกดดันและกลัวที่จะโดนจับได้ขึ้นมา

         ชวี่ปิ้งที่พอจะดูออกว่านางไม่ได้นิ่งเหมือนท่าทางถึงจะอยากเข้าไปปลอบให้กำลังแต่ก็ยังทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ตั้งคู่ยังไม่ได้ออกจากโรงเตี๊ยมที่อาจจะมีหูตาของแม่ทัพผู้นั้นอยู่ จึงทำให้ต้องรอเวลาและสถานที่ๆ เหมาะเสียก่อน

         เมื่อทั้งโดนออกมายังหน้าโรงเตี๊ยมได้แล้วซูเม่ยก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ ราวกับก่อนหน้านี้นั่นนางหายใจได้อย่างไม่ทั่วท้องก็ว่าได้

         “ เม่ยเอ๋อห์ เดี๋ยวเจ้าเดินไปบอกคนรถม้าของพ่อค้านั่นให้กลับโหรวหร่านก่อน บอกไปว่าเสร็จแล้ว ลูกค้าเปลี่ยนใจไม่ใช้บริการ ส่วนตัวเจ้าจะตามกลับไปทีหลัง ” ทันทีที่เดินออกมาห่างจากหน้าโรงเตี๊ยมแล้วชวี่ปิ้งก็ขยับเข้าไปบอกซูเม่ยใกล้ๆ

         “ แล้วท่านล่ะ? ” พอได้ยินว่าเขาจะให้นางไปบอกคนขับรถม้านางก็สงสัยว่าเขาจะไปกับนางด้วยหรือไม่

         “ ข้าจะไปจัดการปิดปากเจ้าพ่อค้านั่น ”

         “ ปิดปาก? ท่านจะ...ฆ่าเขาหรือ ” เสียงใสถามออกมาแผ่วเบาอย่างเป็นกังวล

         “ เม่ยเอ๋อห์ฟังข้านะ ถ้าเราไม่จัดการเขา คนที่จะโดนจัดการก็คือเราสองคน เจ้าเข้าใจข้านะ ” มือแกร่งของชวี่ปิ้งจับเข้าที่แขนเรียวแล้วบีบเบาๆ

         “ ขะ..ข้าเข้าใจ ท่านจัดการตามที่เห็นสมควรเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปบอกคนขับรถม้าเอง  ” นางพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

         “ ถ้าหากเจ้าบอกเสร็จแล้วไปเจอข้าที่ตรอกเดิมนะ ”

         “ อื่อ ได้ เดี๋ยวข้าจะไปหาท่านที่นั่น ระวังตัวด้วย ” ซูเม่ยมองชวี่ปิ้งผ่านผ้าผืนบางที่ติดอยู่กับหมวกก่อนจะเดินไปจัดการสิ่งที่ต้องทำให้เรียบร้อย

         ซูเม่ยเดินมองหาคนขับรถมาของพ่อค้าชาวโหรวหรานที่นางพอจำหน้าได้อยู่ เมื่อมองหาอยู่สักพักก็เจอตัว นางจึงเดินไปบอกแก่เขาตามที่ชวี่ปิ้งบอกว่าให้กลับไปก่อน แล้วจึงเดินไปหาเขาที่ตรอกข้างโรงเตี๊ยมที่พวกนางจับพ่อค้านั่นมัดไว้

         “ เสร็จแล้วหรือเม่ยเอ๋อห์? ” ชวี่ปิ้งหันไปมองที่หน้าตรอกเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามา

         “ อื่อ ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วๆ ท่านเล่า? ” ซูเม่ยพยายามไม่หันไปมองด้านหลังของชวี่ปิ้งเพราะนางกลัวจะได้เห็นภาพน่ากลัวขึ้นมา

         “ ข้าก็เรียบร้อยแล้ว เราเปลี่ยนชุดกันเถิด จะได้ไปหาอะไรทานแล้วเดินเที่ยวกัน ดีหรือไม่? ” มือหนาเอื้อมไปหยิบหมวกที่ซูเม่ยใส่อยู่ออกให้ทำให้ได้เห็นใบหน้าของนางที่ถูกปิดอยู่ได้ชัดเจน

         “ แล้วเราจะเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปไว้ไหนกัน? ” มือเรียวปาดเหงื่อที่หน้าผากของตนออก เหงื่อที่เกิดจากความหวั่นวิตกของนาง

         “ เอาใส่ไว้ในห่อผ้าแล้วกัน ”

         “ เจ้าค่ะ ” นางพยักหน้ารับแล้วถอดชุดของพ่อค้าที่สวมใส่อยู่ออก ทำให้เห็นชุดของนางที่ใส่อยู่ภายใน “ เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ”

         “ เช่นนั้นเราไปกัน เจ้าหิวหรือไม่? ” ชวี่ปิ้งรับชุดที่นางถอดออกมาพับแล้วนำผ้ามาห่อก่อนจะเอามาผูกไว้กับตัวเอง

         “ ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าใช้พลังไปเยอะมากจนจะสามารถทานม้าได้ทั้งตัวแล้ว ” ซูเม่ยบ่นออกมาเสียงกระเง้ากระงอดเล็กน้อย จนชวี่ปิ้งหลุดยิ้มเอ็นดูออกมา

         “ ได้ๆ เช่นนั้นข้าจะเลี้ยงอาหารเจ้าเอง ไปกันเถอะ ” มือหนาเอื้อมมาจับกุมมือเล็กของซูเม่ยแล้วพากันเดินออกจากตรอกไปที่โรงเตี๊ยม

        ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปบนท้องถนน จนมาถึงโรงเตี๊ยมชวี่ปิ้งจึงเรียกเสี่ยวเอ้อห์มา เพื่อสั่งอาหารให้กับสตรีข้างกายที่บ่นว่าหิวจนสามารถทานม้าได้ทั้งตัว และโชคดีนักที่ยังไม่ถึงเวลามื้อกลางวันดี คนภายในเราเตรียมจึงมิได้มีเยอะมากมายทำให้มีโต๊ะว่างให้ทั้งคู่ได้น่าทานอาหารมื้อกลางวันร่วมกัน

        ทานมื้อกลางวันเสร็จแล้วชวี่ปิ้งจึงพาซูเม่ยออกมาเดินเล่นที่ตลาด เพื่อให้นางได้ ผ่อนคลายจากสถานการณ์ตึงเครียดเมื่อครู่นี้ ใจจริงแล้วนะเขานั้นไม่อยากจะให้นางเข้าร่วมการสืบข่าวในครั้งนี้ แต่มันไม่มีทางเลือกจริงๆ เพราะฉะนั้นเขาจะต้องดูแลรับผิดชอบนางให้ดีที่สุด

        จวบจนเวลาเข้าสู่ยามซวี (19.00 น. - 20.59 น.) ทั้งคู่จึงกลับมาที่โรงเตี๊ยม เพื่ออาบน้ำชำระกายเตรียมตัวเข้านอน โดยชวี่ปิ้งนั้นให้ซูเม่ยได้อาบน้ำก่อน แล้วจึงได้อาบต่อจากนาง

       “ นี่ท่านชวี่ปิ้ง...พรุงนี้จะเป็นอย่างไรนะเจ้าคะ จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ” ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยถามขึ้น สายตาของนางนั้นเหม่อมองเพดานของห้อง อย่างจินตนาการเหตุการณ์ไปเรื่อยเปื่อย นางยังไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับได้จริงๆ

        “ ข้าก็มีรู้เหมือนกันว่าพรุ่งนี้จะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง แต่ข้าขอสัญญาว่าจะไม่ให้เจ้าได้รับอันตราย และจะไม่มีใครมาทำอะไรเจ้าได้เป็นอันขาดเม่ยเอ๋อห์ข้าสัญญา เดิมพันด้วยชีวิตของข้า ” บุรุษที่นอนอยู่ข้างเตียงเมื่อได้ฟังสิ่งที่ซูเม่ยถามก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจัง ว่าเขาสามารถทำได้อย่างที่พูดแน่นอนขอให้นางเชื่อใจในตัวเขาก็เพียงพอแล้ว

        “ อื่อ ข้าจะเชื่อใจท่านขอบคุณที่ท่านจะดูแลข้าแต่ไม่ต้องเอาชีวิตท่านเป็นเดิมพันหรอก ข้ามิได้มีค่าขนาดนั้น ” ซูเม่ยรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในใจอย่างประหลาดเมื่อชวี่ปิ้งให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจังว่าจะปกป้องและดูแลนาง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่อยากให้เขานำชีวิตของเขามาผูกติดไว้กับนาง

        “ ทำไมจะไม่สำคัญเล่า เจ้านั้นสำคัญกับข้า แต่เพียงแค่เจ้ายังไม่ยอมรับมันในตอนนี้ และข้าก็จะรอจนกว่าเจ้าจะยอมรับ ”

       “ ขะ.. ข้าว่าข้าง่วงแล้ว ราตรีสวัสดิ์นะเจ้าคะ ” หลังจากที่ได้ยินอีกฝ่ายพูด ใบหน้าของนางก็เห่อร้อนขึ้นมาจนต้องพูดเปลี่ยนเรื่องแล้วพลิกตัวหันหลังให้กับบุรุษที่นอนอยู่ข้างเตียง พยายามข่มตาให้หลับให้ได้แม้จะทำได้ยากยิ่ง

        “ หึหึ ราตรีสวัสดิ์เม่ยเอ๋อห์ ”

@Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -17 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -17 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1

17

กระทู้

298

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9703
เงินตำลึง
173730
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
358
คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-18 00:41:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทำดีได้ดี(4.5)

                   สตรีทั้งสองควบม้าเข้ามาในเมืองถูเจี๋ยอย่างเร่งรีบ ในที่สุดก็ถึงหน้าโรงเตี้ยมเสียที ตอนนี้ยามจื่อแล้ว ทุกบ้านต่างกำลังพักผ่อน ไม่สะดวกนักที่จะหาคน ลู่เอินตั้งใจว่าพักผ่อนก่อนแล้วค่อยออกหาก็ได้ แต่หญิงแปลกหน้าก็ไม่ยอม สุดท้ายเถียงกันอยู่นาน ลู่เอินจึงขอนำม้ามาฝาก และจองห้องสำหรับพักผ่อนไว้ก่อน สตรีสองคนซ้ำยังขี่อาชาสีดำผ่านทะเลทรายมา ย่อมกลายเป็นที่สนใจ ลู่เอินฝากม้าไว้กับโรงเตี๊ยม ก่อนจะเดินเข้าไปคุยกับเด็กรับใช้ด้านใน
                   "มีห้องว่างสำหรับหนึ่งคืนไหมเจ้าคะ"
                   "มีแน่นอนขอรับ"
                   ลู่เอินสนทนากับเด็กรับใช้สองสามประโยค เมื่อได้ห้องพักแล้ว จึงพาสตรีแปลกหน้าเข้าไปนั่งที่โต๊ะชั้นหนึ่ง แม้จะดึกมากแล้ว แต่ก็ยังมีหลายคนที่นั่งกินอาหารและสังสรรค์อยู่ บุรุษภายในโรงเตี๊ยมล้วนมองมาทางสตรีทั้งสอง ก่อนจะหันไปพูดคุยกัน ลู่เอินรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีนัก จึงนำทวนไม้ที่นางซื้อมาตั้งแต่ออกเดินมาประดับไว้กับตัว อย่างน้อยก็คงพอข่มขู่พวกตาขาวได้บ้าง นางไม่ใช่หมูในอวนที่จะล่าได้ง่ายๆ
                   "ท่านต้องระวังตัวนะ นอกด่านล้วนอันตราย สตรีเดินทางเพียงลำพังไม่ง่ายเลย"
                   "ข้าจะระวังตัว แต่เจ้าดื่มน้ำชาก่อนเถอะ ทำตัวให้อุ่นๆเข้าไว้ เราจะได้ออกตามหามารดาของเจ้า"
                   สตรีแปลกหน้าส่งยิ้มให้ลู่เอิน ก่อนจะหยิบน้ำชาเทใส่ถ้วย แล้วยกขึ้นดื่ม ทะเลทรายเวลากลางคืนนั้นอากาศเย็นมาก ตอนนี้ฝ่ามือทั้งสองข้างของลู่เอินแดงก่ำจนต้องถูไปมาเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับมือของตน สตรีแปลกหน้าเห็นดังนั้นจึงเทน้ำชาใส่แก้วอีกใบ แล้วยื่นให้ลู่เอิน นางยิ้มบางเบาก่อนจะรับแก้วชามาถือเอาไว้
                   "หลังจากนี้ท่านจะไปที่ไหนต่อ"
                   ใบหน้าของลู่เอินแสดงสีหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง "หากไม่มีธุระอื่น คงกลับไปที่ด่านตะวันตก"
                   "ดีแล้วล่ะ อยู่ที่นี่นานไม่ปลอดภัย" เด็กหญิงขยับเข้ามาใกล้ลู่เอิน ก่อนจะกระซิบเสียงเบา "บุรุษโต๊ะอื่นมองพี่ราวกลับอยากกินเข้าไปทั้งตัวอยู่แล้ว พวกขี้เมานี่ช่างน่ากลัวจริงๆ"
                   พอพูดถึงคนขี้เมา ลู่เอินก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัดร้างขึ้นมา ความจริงแล้วก็อันตรายนัก พรุ่งนี้นางคงแต่งกายเป็นบุรุษแทน ไว้กลับถึงด่านตะวันตกค่อยกลับมาสวมชุดสตรี ทั้งคู่ดื่มชาจนหมดกา จึงได้ลุกขึ้นและเดินออกนอกโรงเตี้อมไป ลู่เอินขอตะเกียงน้ำมันมาสองอัน เพื่อใช้ให้แสงสว่างระหว่างเดินสำรวจรอบเมืองถูเจี๋ย แต่สตรีแปลกหน้ากับยืนยันที่จะไปตรอกการค้า

                   ลู่เอินจึงมาคิดได้ภายหลังว่าขบวนคาราวาลมีจุดประสงค์เพื่อทำการค้าขายอยู่แล้ว หากจะอยู่ที่ตรอกการค้า ก็ไม่แปลกอะไร

@Admin
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

17

กระทู้

298

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9703
เงินตำลึง
173730
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
358
คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-18 10:49:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ

                   สายป่านนี้แล้ว ลู่เอินยังไม่ออกจากเมืองถูเจี๋ยเสียที ตอนนี้ร่างกายลำตัว กระทั่งสะโพกระบมไปหมดเพราะฝืนขี่ม้าตลอดทั้งคืน บางทีคงต้องเลื่อนเวลาเดินทางกลับแล้วล่ะ ตอนนี้นางไม่ไหวจริงๆ หญิงสาวฝืนลุกขึ้นก่อนจะเปิดประตูห้องออกไป จังหวะนั้นเห็นเด็กรับใช้ในโรงเตี้ยมเดินผ่านจึงสั่งอาหารสองสามอย่างแล้วกลับไปนั่งในห้อง
                   ตอนนี้ทั้งปวดท้องแล้วก็ปวดตัว ทรมานเกินไปแล้ว
                   ลู่เอินได้ยินเสียงคนพูดคุยอยู่ด้านหน้าของโรงเตี้ยม จึงเปิดหน้าต่างแล้วนั่งมองผู้คนที่สัญจรไปมา การแต่งกายแตกต่างจากชาวฮั่น กระทั่งรูปลักษณ์แปลกตายังมีปรากฎให้เห็น ผู้คนที่เดินผ่านไปมา เห็นสตรีชุดแดง รูปโฉมงดงามนั่งอยู่ที่หน้าต่าง ก็พากันเงยหน้ามอง พอสบตากับดรุณีน้อย ก็เริ่มหันไปพูดคุยกันในกลุ่มเพื่อน ลู่เอินรู้สึกไม่ดีนัก หากเป็นเมืองฮั่น เมื่อบุรุษสบตากับสตรี ส่วนใหญ่มักจะหลบเลี่ยง แต่คนเหล่านี้กลับยืนมองหน้าตาเฉย ในที่สุดลู่เอินก็ทนไม่ไหว ตัดสินใจปิดม่านทันที
                   "แม่นาง อาหารมาแล้วขอรับ"
                   หญิงสาวพลันผุดลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูแล้วรับถาดอาหารเข้ามาวางในห้อง แล้วลงมือกินอาหารจนหมด ในใจนึกถึงสภาพอากาศของที่นี่ พอใกล้เข้าฤดูหนาว อากาศก็หนาวมากจนแสบหน้าไปหมด ลู่เอินเริ่มคำนึงถึงใบหน้าของตัวเอง ไม่รู้ผ่านลบผ่านฝุ่นมามากแค่ไหน นางควรบำรุงบ้าง หญิงสาวยกถาดอาหารไปให้เด็กรับใช้ที่เดินไปมาด้านนอก แล้วกลับขึ้นไปนอนบนเตียง พอได้ใช้ชีวิตสบายแบบนี้ ก็นึกถึงหุบเขาขึ้นมา
พักการเดินทางสักหน่อยดีไหมนะ
                   นางหาตำราในย่ามมานอนอ่านอยู่บนเตียงอย่างเสียกิริยา พอนอนอ่านไปได้หนึ่งชั่วยามก็นึกขึ้นได้ว่าต้องแต่งตัวเป็นบุรุษขากลับเพื่อความปลอดภัย ลู่เอินจึงค้นหาเสื้อผ้าในย่ามอีกครั้ง ก่อนจะพบว่านางไม่มีชุดสำหรับบุรุษเลย มีเพียงชุดจอมยุทธ์ที่ใส่ลงจากหุบเขาเท่านั้น "หรือต้องออกไปซื้อที่ย่านการค้านะ"
                   ตรอกการค้าของที่นี่ล้วนมีแต่ของน่าสนใจ ลู่เอินจึงวางแพลนในใจว่าจะออกไปซื้อของ จึงหยิบกระดาษและพู่กันมาจดสิ่งที่ต้องการซื้อเอาไว้ อย่างแรกคือเสื้อผ้าบุรุษ แวะร้านยาเพื่อซื้อของบำรุงผิวพรรณด้วย เป็นไปได้ต้องดูร้านผ้าไหม จากนั้นก็ซื้อของที่เป็นเอกลักษณ์ของถูเจี๋ย นอกนั้นก็ดูก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจไหม ลู่เอินนึกถึงคำพูดของเด็กสาวคนเมื่อคืน เห็นนางบอกว่ามีการขายข่าวสารด้วย นางจึงหวนนึกถึงภาพของบุรุษในความฝัน..
                   ข้าอยากรู้นักว่าเขาเป็นใครกัน
                   ลู่เอินหยิบกระดาษอีกแผ่นมาตวัดผู้กันวาดภาพเหมือนของชายคนนั้นลงไป ความสามารถพิเศษของนางมีความสามารถในการวาดภาพด้วย ภาพเหมือนจึงไม่ยากเกินความสามารถนัก





                   ลู่เอินเขียนภาพในความทรงจำออกมา แต่ไม่รู้ทำไม นางมองดูอีกทีก็รู้สึกว่าไม่ใช่แบบนี้สักทีเดียว สุดท้ายนางก็เก็บภาพนี้เอาไว้ ก่อนจะวางแผนซื้อหนังสือและแผนที่นอกด่าน สำหรับเดินทาง ในแผ่นดินฮั่นนางพอรู้บ้าง แต่นอกจากนั้น ดูท่าจะยากเกินความสามารถไป..



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -23 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -23 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50