{ นอกเมืองเป่ยผิง } เทือกเขาเยียนซาน | 燕山

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-1 03:48:11 |โหมดอ่าน






เทือกเขาเยียนซาน | 燕山

{ น อ ก เ มื อ ง ทิ ศ เ ห นื อ }











【ฝอเยียนซาน】

『เทือกเขาตัวยาวเหยียดเสมือนงูยักษ์ หัวติดกับซีซาน และพาดหางไปที่ชายฝั่งป๋อไห่』
เทือกเขาเยียนซานที่อยู่ทางเหนือของนครเป่ยผิง มีภูเขาใหญ่น้อยเรียงรายสลับกันเป็นชั้นๆ 
ซึ่งเริ่มจากตะวันตกทอดตัวยาวเหยียดจรดด่านซานไห่กวน ที่อยู่ทางตะวันออกสุดของกำแพงเมืองจีน 
เป็นหนทางจากโยวโจว เข้าสู่ ด่านซานไห่กวน
เต็มไปด้วยเนินดินมากมาย สิงสาราสัตว์น้อยใหญ่และสมุนไพรหายากในคูหาลับแล
ในผืนป่าแห่งนี้มากด้วยพืชพรรณที่หาได้เฉพาะท้องถิ่น โพรงผาและถ้ำบางแห่งมีสีสันงดงามตามธรรมชาติ 
โตรกผาบางแห่งสูงชันและสามารถได้ยินเสียงสะท้อนของสายลม
เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวยาวจนไปถึงทะเลตะวันออกเลยทีเดียว




 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +15 ดีนาเรียส +500 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-4-2 02:25:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-4-4 18:48





สามพี่น้องพิศดาร

204
ขุนเขาและความกล้า


        เขาป๋อหวังเป็นหนึ่งในเทือกเขาเยียนซานที่ตั้งของด่านซานไห่กวน พวกเขาเลือกเส้นทางนี้ด้วยความรอบคอบ หากเลือดเส้นทางหลักเกรงว่าด้วยหนังหน้าของแต่ละคนในขบวนคงเป็นเป้าวายตาพวกโจรหรือพ่อค้ามนุษย์ ดูเอาเถิด...จับไปสักคนก็ค้ากำไรได้อย่างงามแล้ว ใครใช้ให้พวกเขาเกิดมารูปโฉมโนมพรรณงดงามผิดแผกสามัญกันเล่า!

        หลังจากแยกกับจูหรงเยว่ไปแล้ว หลิงเฮ่ายอมรับว่าตัวเขาออกจะใจหายอยู่บ้าง อย่างไรอีกฝ่ายก็ติดตามตนเดินทางเสียครึ่งแดนฮั่นจะมากจะน้อยก็ยังมีความผูกพัน แต่เมื่อเป็นสิ่งที่ชายเผ่าเหมียวผู้นั้นตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง เขาหรือสามารถยับยั้งได้? มีแต่ต้องส่งเสริมและให้กำลังใจเท่านั้น เคราะห์ดีว่ายังมีพวกพี่จิ่วหารเดินทางหนนี้จึงอุ่นใจลงบ้างด้วยเฟยเทียนคอยหาเรื่องชวนขันมาเล่าสู่กันฟัง ขบวนรถม้าห้าสหายจึงไม่เงียบเหงาอีกต่อไป ‘หรงเยว่...หวังว่าเจ้าหนุ่มนั่นจะรักษาตัวให้ดี จนกว่าจะพบกันครั้งหน้า’ เขาเองก็จะพยายามแกร่งขึ้นเช่นกัน อย่างน้อยก็ไม่ต้องรอให้ใครมาปกป้องอีกต่อไป

        พวกเขาเดินทางเลียบแนวเขาผ่านดงไพรย่อมมีทั้งอาหารสด อันได้แก่กระต่ายและกวางป่าให้หลี่ไป๋หลงกับแม่นางหมี่เจี๋ยแสดงฝีมือล่าอยู่เป็นระยะ ฝ่ายมือย่างและมือชิมก็ยังทำงานร่วมกันอย่างแข็งขัน การนอนกลางดินห่มดวงดาวและอาศัยเพลงใบไม้เป็นเครื่องกล่อมนอนผ่านไปอย่างราบรื่น ช่วงเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนหลิงเฮ่าอาศัยจากข้อมูลที่มีและคะเนทิศทางจากดวงดาว ก็สามารถนพำาทุกคนมาถึงตอนกลางของเทือกเขาเยียนซานได้ แม่นางหมี่เจี๋ยได้รู้ว่านางใกล้จะได้กลับบ้านเต็มทีก็ยิ่งร่าเริง มักจะร้องเพลงชาวทุ่งหญ้าถี่ขึ้นเรื่อยๆ หากเจ้าลวี่อิงอู่อยู่สงสัยจะได้บันทึกลงรายการไปอีกหลายช่วง

        “เห็นแต่พี่ใหญ่แต่งบทลำนำ ยังไม่เคยเห็นท่านร่ายบทเพลงเลยสักหน” พี่จิ่วที่อาการบาดแผลดีขึ้นมาจนเกือบจะหายดีแล้วอมยิ้มเล่นกับนกน้อย หลี่ไป๋หลงนำทวนออกมาเช็ดเลือดกวางที่พึ่งล่าเห็นพ้องด้วยกล่าว “ในกล่องนั้นของพี่ใหญ่คือกู่ฉินใช่ไหม? เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าใต้เท้าซือห่าเป็นนักพิณชั้นยอด พี่ใหญ่น่าจะร่ำเรียนมาไม่น้อยไม่รู้พวกเราจะมีวาสนาหูรึเปล่าน้า?” เฟยเทียนที่นอนอาบแดดอยู่บนก้อนหินได้ยินเรื่องร้องรำทำเพลงก็พลิวกายโดดลงมาสนับสนุนทันที “ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว พี่ใหญ่เล่นให้พวกเราฟังสักเพลงเป็นอย่างไร? ดูสิมีแต่ปล่อยให้แม่นางหมี่เจี๋ยขับร้องอยู่คนเดียวแบบนี้ใช้ไม่ได้ๆ”

        หลิงเฮ่าส่ายหน้าขันๆ เจ้าพวกนี้อยากบันเทิงหูไม่กลัวแสลงหูกันสินะ ตัวเขาเองก็ไม่ได้เล่นกู่ฉินมาระยะนึงหลังจากบาดเจ็บที่มือ คิดแล้วก็นึกถึงกู่ฉินตัวเก่าที่ได้ละทิ้งไว้ในเปลวเพลิง หัวใจตอนนี้เริ่มจะด้านชา แต่ด้วยความเอ็นดูน้องๆก็อดไม่ได้ที่จะทำตามคำขอ นักกวีหนุ่มหยิบยกพิณออกจากกล่อง หลันหมี่เจี๋ยเห็นดังนั้นก็ร้องว่าเดี่ยวน้องร่ายรำประกอบให้เอง! ปลายนิ้วของนักกวีหนุ่มเห็นชอบการร่ายรำประกอบบทเพลงจึงเริ่มขึ้นโดยมีพี่น้องร่วมสาบานเป็นผู้ชม
ต้องซ่อนความฝันเพียงในใจ กอดเก็บความกล้าอันน้อยนิด
เฝ้าบอกตัวเองว่านั่นไม่ใช่เรา ไม่ใช่วิถีของคนกล้า
จงมุ่งหน้าไปทางพายุที่โหมกระหน่ำ!!
ลมยิ่งโหม พายุยิ่งกระหน่ำ ความท้าทายมีแต่จะถูกปลดปล่อย
ลมยิ่งโหม พายุยิ่งกระหน่ำ ก็ไม่อาจพัดเอาความฝันอันสวยงามจากไปได้
ปล่อยให้ลมพัดไป ปล่อยให้มันวุ่นวาย
แต่สิ่งที่ไม่มีวันสูญสลายคือความหวังไร้ขีดจำกัดของเรา!
ลมยิ่งโหม พายุยิ่งกระหน่ำ แม้จะสู้ด้วยเท้าเปล่าก็ไม่หวั่นเกรง
ลมยิ่งโหม พายุยิ่งกระหน่ำ จงอย่ากลัวว่าใครจะทำให้สับสน
ดูสิว่าใครกำลังยิ้มแย้มอย่างไม่หวั่นไหว!
จงดูสิว่าใครกำลังยืนหยัดอย่างกล้าหาญ!
เราจะต้องยิ่งใหญ่ให้ได้ในสักวัน
ใช้พลังทั้งหมดที่มี แล้วทำความฝันนั้นให้เป็นจริง
        หมี่เจี๋ยร่ายรำอย่างคึกคักและร้อนแรงตามแบบฉบับของชาวทุ่งหญ้า เรือนร่างของนางงดงามไม่แพ้ยอดหญิงงามในตำนาน เฟยเทียนหลงมองจนตาค้างบทเพลงบางท่อนไม่เข้าหูเสียแล้ว พี่จิ่วปรบมือร้องว่าดีไม่ขาดปาก ผลสุดท้ายเมื่อเพลงสิ้นสุดลงยังได้ถามเขาว่าชื่อเพลงอะไร หลิงเฮ่าบอก “ยังไม่ทันได้คิด….ข้าพึ่งแต่งเมื่อครู่นี่เอง”




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +15 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -21 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 25 -21 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
ผีผานาคา
กำไลเทพีไอซิส
น้ำมันหอมชาวไอจี๋
อู้ม่านเทียนหนี่ว์
ตัวเบาขั้นสูง
คลุมวารีขั้นสูง(*)
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
x60
x240
x155
x15
x300
x140
x240
x5
x10
x30
x5
x570
x49
x5
x58
x10
x50
x50
x232
x1970
x149
x123
x1
x22
x28
x52
x34
x154
x63
x1
x2
x60
x26
x590
x1
x66
x79
x979
x180
x431
x103
x113
x334
x166
x56
x63
x248
x180
x18
x82
x39
x431
x52
x337
x121
x248
x117
x7240
x1769
x4
x5
x4
x6
x20
x16
x44
x6
x12
x16
x11
x12
x170
x1949
x84
x27
x8
x20
x9
x302
x8
x11
x34
x12
x32
x2
x76
x150
x615
x45
x6
x56
x29
x64
x2199
x46
x49
x14
x8
x16
x68
x56
x35
x253
x129
x141
x38
x41
x2250
x298
x4
x10
x49
x10
x15
x2060
x1
x676
x75
x2
x2
x5
x2
x4
x4
x2
x3
x2
x1
x7
x1
x5
x6
x4
x5
x1
x4
x4
x4
x5
x8
x9
x5
x220
x5
x2
x520
x6
x1
x81
x341
x606
x63
x508
x3
x3
x143
x1
x19
x372
x533
x2
x48
x31
x11
x20
x403
x1
x15
x12
x1
x1
x2
x2
x2
x10
x1
x19
x3643
x1243
x35
x50
x27
x54
x91
x28
x4
x3
x508
x942
x29
x21
x20
x185
x203
x2
x11
x11
x20
x5
x660
x47
x18
x8
x9
x2
x2
x33
x2
x718
x57
x1
x82
x14
x91
x16
x32
x8
x310
x1550
x566
x690
x1575
x637
x7260
x39
x154
x503
x1025
x2010
x555
x37
x140
x3
x81
x9
x123
x3153
x9999
x19
x3400
x22
x21
x790
x2960
x1200
x870
x2800
x22
x69
x48
x1430
x1370
x2609
x250
x34
x2320
x24
x1440
x3300
x2103
x37
x61
x18
x106
x12
x39
x2523
x2423
x2456
x383
x2699
x2
x9999
x644
x128
x149
x13
x111
x229
x5493
x232
x510
x672
x2926
x2939
x1670
x14
x701
x1843
x13
x37
โพสต์ 2018-8-25 22:48:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-25 22:49


ตั้งใจเถิด

        สองพี่น้องสกุลหลินนั้นเดินทางกันมาจนถึงเมืองเป่ยผิง การเดินทางด้วยม้าเร็วนั้นเป็นอะไรที่รวจเร็วมาก แถมยังมีม้าของทั้งสองเป็นฝ่ายนำทางตั้งแต่แรก เจียวหย่าและจิ้นอันจึงเดินทางมาจนถึงทางตอนเหนือของเมืองเป่ยผิงได้อย่างไม่ยากเย็น ตอนนี้ทั้งสองเดินทางมาจนถึง เทือกเขาเยียนซาน ซึ่งเป็นสถานที่งดงาม เป็นหนทางจากโยวโจว เข้าสู่ ด่านซานไห่กวน

        ทั้งสองนั้นทางผ่านมา เจียวหย่าที่กำลังนั่งคิดถึงเรื่องราวเก่าก่อน นั้นก็จ้องมองรอบๆข้างที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ นางพรายยิ้ม เมื่อเห็นว่าธรรมชาติของทุกที่นั้นสวยงามขนาดไหน … ไม่ว่าจะเป็นทางใต้หรือทางเหนือ.. แต่นั้นก็ไม่อาจบอกได้ว่านางจะปลอดภัยกับการเดินทางในครั้งนี้

        “.....หากเจ้าไม่อยากเดินทาง เราจะกลับกันก็ได้นะ?” จิ้นอันพูด เมื่อเห็นว่าน้องสาวของตนเองนั้นดูไม่น่าสู้ไหว แต่ทว่าเมื่อเจียวหย่าได้ยินดังนั้น นางก็ส่ายหัวหนัก

       “ไม่ใช่ไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะท่านพี่จิ้นอัน อย่างที่บอก ข้ากังวนนิดหน่อย หากแต่ไม่เป็นไร ข้าตัดสินใจที่จะเดินทางมาแล้ว ข้าไม่อยากทำให้ท่านพ่อผิดหวังในตัวข้า รวมถึงข้ายังมีท่านพี่อยู่ด้วย ข้าหวังว่าข้าจะปลอดภัย อย่างน้อย ก็ไม่มีใครรู้ว่าข้าเป็นใคร” เจียวหย่าเอ่ย นางยิ้ม ...ถึงแม้ว่าจะใส่ชุดปกปิดใบหน้า แต่ทว่าตอนนี้ นางนั้นปิดใบหน้าเพียงผ้าผืนบาง และมีหมวกไม้ไผ่ซึ่งมีผ้าบางระย่าออกมา ทำให้เห็นได้ว่านางพอมีเค้าโครงหน้าเช่นไร

       “.....คราวนี้ข้าจะระวังตัวอย่างถึงที่สุดเจ้าค่ะท่านพี่...”

       “พี่ได้ยินเช่นนั้นก็ดีแล้ว.. ชมธรรมชาติให้สำราณเถอะ..หรือจะนอนหลับก็ได้ อย่างไรก็ยังต้องเดินทางอีกไกล พักผ่อนหน่อยก็ดี....เจ้าคงคิดถึงลูกๆไม่น้อย...พี่ไม่ว่าหรอก ” จิ้นอันเสนอเนื่องจากว่าเป็นห่วงน้องสาวของตนเอง เจียวหย่าเมื่อได้ยินดังนั้น นางก็ขอตัวเข้าไปด้านในรถม้า เพื่อที่จะไปนอนขดตัวอยู่ด้านใน … แม้อาจจะลำบากไปบ้าง แต่ทว่าด้านในก็กว้างพอ

                            ส่งบทเพลงล่องบรรเลงถึงดวงดาว
                     ที่พร่างพราววาวระยับปลายลับฟ้า
                     เปล่งทำนองแว่วหวานดุจวาจา
                     เอ่ยเอื้อนมาแทนหัวใจไปให้ดาว



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +88 ความหิว -26 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 88 -26 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-2-5 23:02:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-2-6 16:06

{ เควสเสริมพิเศษ : สายเลือดแห่งโชคชะตา }
{ เป่าหย่า : การเดินทางของความฝัน ตอนที่ 8 : ของขวัญ }
หาสมุนไพรล้ำค่า : บัวหิมะตัวร้ายกับยายตอแหล : บัวหิมะ

       “แค่ก..แค่กๆ...” เสียงไอนั้นดังขึ้นมาจากริมฝีปากบางของหญิงสาวที่กำลังเดินทางอยู่ ไม่ต้องสงสัยว่าตอนนี้หญิงสาวนั้นเดินทางอยู่ที่ไหน เพราะที่อยู่ ณ ตอนนี้ของนางนั้นคือเทือกเขาเยียนซานที่อยู่ทางเหนือของเมืองเป่ยผิง ซึ่งเป็นหนทางจากโยวโจว เข้าสู่ ด่านซานไห่กวน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ ที่เป่าหลิงนั้นจำเป็นที่จะต้องเดินทาง..

        แต่ด้วยความหนาวเย็นของหิมะที่กำลังตก เนื่องจากว่านี้คือเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน จึงเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของหญิงสาวอย่างมากเลยทีเดียว นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นอ่อนแรงลง และตอนนี้เธอกำลังคิดว่าเธอควรที่จะพักผ่อนได้แล้ว…

        ช่วงระยะเวลาที่หิมะตกนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ไม่น่าภิรมย์เลยสักนิด เป่าหลิงนั้นสูดลมหายใจของตนเองขึ้นมา แล้วพยายามฮึบเดินทางขึ้น เพื่อที่จะหาที่พักหลบเหล่าหิมะขาวโพลนที่กำลังถาโถม หากนางอยู่ด้านนอกมากกว่านี้คงจะต้องเดินทางแข็งตายเป็นแน่.. “แค่กๆ….ฝ้าเฉี่ย..เจ้าอยู่ด้านในเสื้อเอาไว้นะ..ห้ามออกมาเด็ดขาด..” เสียงหวานของเป่าหลิงนั้นกล่าว

        เธอพยายามกระชับเสื้อผ้าของตนเอง ดูเหมือนว่าตอนนี้ผีเสื้อน้อยนามฝ้าเฉี่ยนั้นจะอยู่ในอกเสื้อของเธอ และแล้ว เป่าหลิงก็เดินทางมาเรื่อยๆ จนเห็นกับถ้ำลักษณะ ที่ค่อนข้างใช้เป็นที่หลบหิมะได้.. ตะวันนั้นตกดินอย่างรวจเร็ว เพราะว่าเป็นฤดูหนาว.. เมื่อเป่าหลิงเดินเข้ามาด้านใน ความหนาวเย็นนั้นก็กัดกิน แต่ทว่าก็ได้รับความอบอุ่นขึ้นมาบ้าง..

        ภายในโพรงถ้ำแห่งนี้นั้นเป็นโพรงถ้ำที่ดูเหมือนว่าจะมีทางไปต่อ แต่ทว่าก็ไม่น่าจะยาวขนาดนั้น นัยต์ตาสีม่วงกระพริบถี่ แล้วเธอก็หยิบคบเพลิงนั้นออกมา .. มือบางนั้นใช้ขวานในการจามแท่งไม้ภายในคบเพลิงนั้นเป็นฟืนขนาดย่อมๆ แล้วก่อกองไฟด้วยแท่งหินจุดไฟที่เธอทำเป็นอุปกรณ์แต่งตัวเคลือบด้วยยางไม้พกติดตัวไว้..

       “แซ๊ก..แซ๊กๆ..!!! พรึบ บ บ”

        แสงสว่างที่ลุกโชติช่วงชิงเปลงเพลิงนั้นค่อยๆลุกลามเข้าไปที่ทางของไม้แห้งที่เป่าหลิงนั้นจัดการจามมันมือทั้งสองข้างของหญิงสาวนั้น พยายามอังไฟไว้เพื่อให้ความอบอุ่นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เป่าหลิงนั้นปล่อยให้ผีเสื้อมายานามฝ้าเฉี่ยนั้นเป็นอิสระ..

        “ฟู๊ว..วว..โชคดีนะเนี้ย ที่ขึ้นมาแบบนี้... ไม่อย่างงั้นคงแย่แน่ถ้าหากพาม้ามาด้วย..” เป่าหลิงนั้นกล่าวยิ้มๆ ก่อนที่ทางฝ้าเฉี่ยนั้นจะบินมาใกล้ๆกับเธอ แล้วนั่งตุ๊บๆ อยู่ตรงหัวไหล่ของหญิงสาว ท่าทางเขาเองก็จะหนาวไม่ได้แพ้กัน จึงไม่ยอมบิน เพราะเกรงว่าปีกนั้นจะแข็งกรอบจนหักได้ เพื่อที่จะปกป้องปีกของเขา..

        ‘......อย่างน้อยก็มีไฟล่ะน่า..’ เสียงของฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าวบอก ท่าทางแล้วน่าจะเป็นอย่างงั้นจริงๆ เธอนั้นหยิบเนื้อเค็มออกมาแล้วจัดการเสียบไม้ปิ้ง เพราะคิดว่าวันนี้นั้นอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะได้เดินทางต่อ เพราะฉะนั้น นอนพักเอาแรงที่นี้เสียสักหน่อยจะเป็นอะไรไป? นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นสะท้อนกับสิ่งที่เรียกว่าเปลวเพลิง มันทำให้หวนนึกถึงเจ้าหลานเด็กน้อยของเธอ ซูซานน่า… หวังว่านางกับลู่เต๋าตอนนี้คงไม่ตีกันตายหรอกนะ..

        แต่มันก็เป็นเรื่องของเด็ก..ผู้ใหญ่อย่างเราคงไม่ต้องยุ่งเกี่ยว..
        ‘เป่าหลิง มีอะไรบางอย่าง...ตรงกระเป๋าของเจ้า..’ เสียงของฝ้าเฉี่ยนั้นดังขึ้น เป่าหลิงเลิกคิ้ว ก่อนที่นางนั้นจะหยิบเจ้าสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ฟักออกมาจากห่อผ้าที่กำลังสั่นอยู่.. เจ้าไข่เกล็ดนี้เรียกได้เลยว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เป่าหลิงต้องคิดอะไรบางอย่างเสียแล้วล่ะ..

        “ไม่เป็นอะไรนะจ๊ะ...หนาวใช่ไหม?” นางกล่าวถาม พลางคลียิ้ม เจ้าไข่นั้นดิ้นแด๊วๆไปเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังต้องการที่จะสื่อสารกับเธอ.. “....เอาล่ะ..งั้นวันนี้เจ้านอนกับข้าตรงนี้ดีไหม?” เป่าหลิงกล่าวถามอีกครั้ง ท่าทางมันจะชอบและกระโดดเด้งตนเองลงไปที่ตักของเป่าหลิง และไม่มีท่าทีที่จะแตกได้เลย.. ท่าทางแล้วเธอควรที่จะให้เจ้าตัวน้อยนั้นอยู่ตรงนี้เสียแล้ว..

        ‘ฮ่ะๆ..เพราะว่าไข่ที่ยังไม่ฝักนั้นต้องการความอบอุ่นน่ะเป่าหลิง ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะลองกกไข่ดู อย่างน้อยมันก็น่าจะอยากลืมตาดูโลกนี้ขึ้นมาเร็วๆ’ เสียงของฝ้าเฉี่ยกล่าวแนะนำ เจ้าไข่นั้นเอียงตัวไปมา ราวกับว่ามันกำลังจ้องมองเปลงเพลิง … เป่าหลิงหยิบเจ้าเนื้อเค็มนั้นกลับมา ดูเหมือนว่ามันจะอุ่นได้ที่ หญิงสาวจึงจัดการฟาดเสียเกลี้ยง..

        และไม่ลืมแบ่งให้ฝ้าเฉี่ยทานด้วยเช่นเดียวกัน..

       “เอาล่ะ...ข้าควรนอนได้แล้ว..” เป่าหลิงนั้นกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่จะคลียิ้มให้กับตนเอง ..เธอใช้เสื้อปูตรงบริเวรผนังถ้ำที่เย็นยะเยือก แล้วเร่งไฟเพื่อให้มันนั้นไม่มอด เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฝ้าเฉี่ยบินมาอยู่ข้างๆ และเธอก็ค่อยๆล้มตัวลงนอนพร้อมกับในมือที่มีไข่น้อยอยู่เช่นเดียวกัน.. ตอนนี้เจ้าไข่น้อยนั้นอยู่ในอ้อมกอดของนาง..

       “......เอ๊ะ?...กะ..เกิดอะไรขึ้นหรอ?” เสียงของเป่าหลิงนั้นกล่าวออกมาอย่างตกใจ เพราะว่าเจ้าไข่ในอ้อมกอดนั้นสั่นดิ้นไปมา ราวกับว่ามันยังไม่ได้สิ่งที่มันต้องการนั้นเอง ท่าทางมันจะไม่ยอมให้เธอนั้นนอนโดยสวัสดิภาพเสียแล้ว.. “ไม่ได้นะ..ข้าต้องพักผ่อน..ไม่อย่างงั้นพรุ่งนี้จะออกเดินทางไม่ได้….เจ้าไม่สงสารข้าเลยหรือ?”

       “.................หรือเจ้าต้องการให้ข้านั้นกล่อมหลับเจ้า?” เสียงหวานใสนั้นดูติดตลก เพราะว่าเธอเข้าใจแล้วว่าเจ้าตัวเล็กที่ยังไม่ฟักนี้ต้องการสิ่งใด… และแล้ว เสียงของบทกลอนเพลงแววหวานก็ออกมาจากริมฝีปากของเด็กสาว แต่ไม่ถึงชั่วยาม เจ้าตัวน้อยก็นิ่งสนิท พร้อมกับเป่าหลิงเองก็เช่นเดียวกัน…


        ช่วงเช้านั้นกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับแสงอาทิตย์จากฟากฟ้าทิศตะวันออกนั้นผลิดอกออกแสงแรงกล้ามาในช่วงระยะเวลาแห่งตะวันรุ่ง ร่างของหญิงสาวในชุดเตรียมตัวออกเดินทางนั้นลืมตาตื่นขึ้นมา เหล่ากองไฟนั้นดับมอดลงในช่วงเวลาเช้าของวัน ราวกับว่ามันหมดหน้าที่แล้ว

        “เอาล่ะ..ได้เวลาออกเดินทางแล้วล่ะ..” เสียงหวานนั้นพูดออกมาอย่างให้กำลังใจตัวเอง เธอนำตัวไข่ตัวน้อยนั้นมัดเข้าถุงที่โดนปกป้องอย่างดี แล้วเก็บไว้ ก่อนที่จะเหลือบมองไปรอบๆ สถานที่แห่งนี้ ด้วยความคิดอะไรบางอย่าง.. กลิ่นที่ฉุนแตะจมูกและให้ความรู้สึกเย็นๆ นี้มันอะไรกันนะ?.. มือบางนั้นถูมือไปมา ราวกับว่ากำลังสงสัย จริงๆ..

        เป่าหลิงนั้นเดินทางออกมาด้านนอกถ้ำที่เธอใช้เป็นที่หลบหิมะเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา แล้วจ้องมองพืชดอกที่โผล่พ้นกองหิมะสีขาว.. “บะ..บังเอิญจังเลย..”


        ใช่แล้ว ดอกบัวหิมะนั้นโผล่พ้นออกมาจากกองหิมะสีขาว มันเป็นพีชที่หายากและเติบโตค่อนข้างช้าเลยทีเดียว.. ดอกของมันนั้นมีสีขาวและเขียวอ่อนๆ ส่งกลิ่นหอมหวนที่แตะจมูกของหญิงสาวทำให้เธอนั้นได้รับรู้เลย ว่ามันจะต้องเป็นดอกบัวหิมะเป็นแน่.. มือบางนั้นรีบหยิบอะไรบางอย่างออกมา แล้วจัดการลองขุดดอกบัวหิมะนั้นขึ้นมา โดยที่ไม่ได้ทำให้รากนั้นช้ำ..เพราะมีหัวของมันอยู่ด้านใน..

       “เป็นนิมิตหมายอันดีหรือปล่าวนะ?...ที่เราได้บัวหิมะสดมาในครอบครอง?” เป่าหลิงกล่าวยิ้มๆ ก่อนที่ฝ้าเฉี่ยนั้นจะบินเข้ามาหาหญิงสาว ก่อนที่จะบินไปรอบๆ ‘มันไมไ่ด้มีแค่นี้หรอกนะเป่าหลิง..ดูโน่นสิ… มันมีเต็มเลยล่ะ..’ เสียงของฝ้าเฉี่ยบอกหญิงสาว..

       “ว้าวว ว ว...” และดูเหมือนว่าตอนนี้เธอคงต้องจัดการตักตวงของป่านี้เสียก่อนแล้วล่ะ..อืม..แต่หากจะเก็บมันไปเฉยๆคงไม่ได้ที่..เอาเป็นว่า..ร้องเพลงไปด้วยดีกว่า.. เนื่องจากความสรานใจของเธอ ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้น คือเสียงแววหวานนั้นร้องขับบนกลอนลำนำเพลงพช …. ร่ายรำไปตามหิมะหนาที่ขึ้นระรัวไปตามเส้นทางที่จะเดินผ่านไป…

        เหล่าดอกบัวหิมะต่างชูช่อให้กับหญิงสาวราวกับต้องการโดนเก็บนำไปใช้..




[ใช้ ความสามารถ ของกระบี่มารพันปี (เก๊) +8 ค่าชั่ว +2 ค่าโหด]



@Admin




แสดงความคิดเห็น

(7) ได้รับบัวหิมะ 2598   โพสต์ 2019-2-6 16:10
คุณได้รับ +5 ความชั่ว +2 ความโหด โพสต์ 2019-2-6 16:09

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ความหิว -132 แต้มวาสนา +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -132 + 7

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-9-2 18:50:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2019-9-2 18:54

สัญญาจ้าง
ดราก้อนแอร์ไลน์ (12) END

          วิ้งงงงง~

          ทุกคนโผล่ออกจากสถานที่ของพรรคมารมาอยู่บนเทือกเขาเยียนซานชาวบ้านแต่ละคนมีสีหน้าดีอกดีใจถูกช่วยเหลือจากกลุ่มคนลึบลับ รอดปลอดภัยไม่ต้องเป็นอาหารของสัตว์ร้ายแล้วหนีจากกีกี้มาไกลถึงที่นี่ "ขอบคุณพวกท่านที่ช่วยเหลือพวกข้า"

          "ถ้าไม่ได้พวกท่านช่วยชะตากรรมของพวกเราคงขาด ไร้ความหวัง" กลุ่มชาวบ้านสามสิบคนมากล่าวขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งหลาย

          "แล้วแม่นางพาสัตว์ร้ายตัวนั่นไปไว้ที่ใดล่ะ" ดูเหมือนจะมีชาวบ้านหลายคนที่ยังคงสงสัยกับการหายไปอย่างเป็นปริศนาของสิ่งประหลาดตัวนั้น มองรอบข้างก็ไม่มี

          แม่มดสาวเหยียดยิ้มนัยน์ตาเหลืองพันมองไปอีกทิศทางซึ่งเป็นเกาะที่นางอาศัยอยู่ "ข้าพามันไปในที่...ที่มันสมควรอยู่ จะได้ไม่โดนคนเลวจับไปทรมานได้อีก"

          เรื่องทุกอย่างคลี่คลายลงแม้จะเกิดความโกลาหลขึ้นพวกเขาทุกคนก็รอดกันหมด เส้าเทียนคุยกับสหายแวมไพร์ที่แยกตัวจากกลุ่มคน "บาดเจ็บตรงไหนบ้างไหม"

          "ข้าไม่เป็นอะไรหรอ ว่าแต่เจ้าเถอะสู้กับพวกมันเยอะทั้งยังต้านไม่ให้มันเข้ามาถึงตัวพวกเราได้ ควรจะห่วงตัวเองก่อนดีกว่ามั้ย" ไป๋เหยียนเฟยส่ายหัวคลุมผ้าเห็นเพียงแค่ดวงตาทั้งสองข้าง

          "มีแต่พวกปลายแถวเข้ามารุม" พึ่งจะสู้กันมามาดๆหมดน้ำมันกลับการเทราดจุดไฟเผาเพียบ ป่านนี้คงกำลังวุ่นวายกับการตามหาตัวพวกเขาที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย

          แยกตัวเข้าไปหาจอมยุทธ์ปริศนาทั้งสองคนที่เข้าร่วมในเหตุการณ์ชุลมุน "ข้าหวงเส้าเทียน พวกเจ้ามีนามว่ากระไรหรือ" หันไปแนะนำตัวกลับทั้งสอง

          "ข้าอี้" อีกฝ่ายกล่าวขรึมๆ ไม่ได้สนใจอีกฝ่ายมาก แนะนำไว้เพื่อเจอกันครั้งหน้า
          "เรียกข้า ลู่เสี่ยวฟ่ง จอมยุทธ์ลู่ จอมยุทธ์พเนจร" ชายหนุ่มแนะนำตัวอย่างเป็นมิตร พลางคิดในใจแม้จะรู้ที่ตั้งพรรคมารแต่เขาก็ไม่อาจใช้กำลังทหารโจมตีได้ เพราะจะทำให้ชาวบ้านแตกตื่น และเคลื่อนย้ายกองทัพ ได้แต่ตั้งความหวังกับจอมยุทธ์ธรรมะ

          นัยน์ตาสีดำคมกริบมองชายร่างสูงอีกคน "ทำไมถึงช่วยเจ้านั่น" พลางชี้ไปตรงอดีตจ้าวหุบเขาปีศาจที่ร่างกายได้รับบาดเจ็บบนตัวมีรอยแผลมากมายจากการถูกทรมาน

          "เจ้ารู้จักมัน?"

          "อืม รู้จักในนามไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว"

          มาในฐานะจอมยุทธ์ลู่มองชายตรงหน้าที่คาดว่าคงจะเป็นจอมยุทธ์ในยุทธภพเห็นฝีมือแล้วไม่ธรรมดา "เขาเป็นสหายข้าเอง ทราบข่าวว่าโดนคนจากพรรคมารจับตัวมาเลยตามมาช่วยเหลือ"

          "สหายท่านเป็นคนมอบตำแหน่งในจางเหยียบลู่ขึ้นเป็นจ้าวหุบเขาปีศาจคนใหม่ พรรคภูติทมิฬลมดำขึ้นครองแผ่นดินสร้างความวุ่นวายทั่วยุทธภพ ข้าได้ข่าวว่าประมุขพรรคมารเดินไปอวี้ซาง" ถอนหายใจเนือยหน่ายมองแววตาราบเรียบไม่แยแสได้ช่วยเหลือเจ้าสัตว์ออกมาก็พอล่ะ

          "อ่อ มันคงไปหาเอเจ้นท์ของมัน ได้ยินว่าที่อวี้ซางมีหลายตระกูลเป็นคนของพรรคมาร แต่ก็ไร้หลักฐานเอาผิด" พูดน้ำเสียงโดดเดี่ยวเย็นชาเยือกเย็นชาหันมองทางอื่น

          "สหายจิ้งเลิกข้องเกี่ยวกับยุทธภพแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวล" ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายประลองแพ้ในครานั้นคำสาบานที่ให้ไว้ยังคงรักษาเหมือนเดิม

          "........" พยักหน้าหงึกหงัก แล้วล้วงหยิบหวู่เถาโข่วโร่วกับเท้ากุ้งมังกรผัดฮวาเจียว ขึ้นมอบให้กับคนที่พึ่งจะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกัน จอมยุทธ์ไม่จำเป็นจะต้องรู้จักสนิทสนมกันแค่ได้สู้ด้วยกันก็เพียงพอ "รับเอานี้ไปสิข้าให้"
          "ขอบใจ"

          "ขอบคุณ ถ้าเช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน" จอมยุทธ์ทั้งสองขอตัวก่อน ก่อนเดินทาง

          "........"

          โอฟิเลียเดินเข้ามาหาร่างสูงที่ช่วยเหลืองานจัดเสร็จสิ้น ถ้าไม่ได้อีกฝ่ายช่วยเจ้ามังกรผู้น่าสงสารคงถูกทรมานทุกวันเหมือนเดิมเตรียมจะมอบรางวัล "คุณชายหวงจะรับรางวัลหรือจะนับเป็นงานที่รับปากข้า ข้าจะได้ตัดออกเหลือ 2 งานจากสาม" อีกคนยังมีสัญญาค้างไว้อยู่จึงถาม

          "ข้าไม่รับรางวัลก็แล้วกัน ข้าเคยรับปากท่านไว้เรื่องช่วยเหลืองานทั้งสาม" ปฏิเสธที่จะไม่รับของรางวัลใดๆ ถึงอย่างไรซะจำนวนงานก็ลดลงไปหนึ่งชิ้น มองไป๋เหยียนเฟยที่แอบอยู่ตรงในเงามืด

          "ถ้าเช่นนั้นจะถือว่าเจ้าเหลือสองงาน" โอฟิเลียที่พาทุกคนออกมาส่งที่นี่เตรียมจะกลับเกาะจู

          "นี่ฮวาเจียวปิ้งย่างข้าให้" ยื่นอาหารให้ร่างระหงก่อนที่จะกลับออกจาก มาถึงเป่ยผิง...เดินทางกลับกันยาวๆ


กุ้งมังกรผัดฮวาเจียว +ใช้รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา - เตเต้
หวู่เถาโข่วโร่ว - อี้
โอฟิเลีย - ฮวาเจียวปิ้งย่าง

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +35 คุณธรรม --100 ความชั่ว +80 ความโหด โพสต์ 2019-9-2 22:08
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ { จอมยุทธ์ลู่เสี่ยวฟ่ง } เพิ่มขึ้น 80 โพสต์ 2019-9-2 22:06
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ แม่มด: โอฟิเลีย ซัลวาทอร์ เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2019-9-2 22:06
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ แม่มด: โอฟิเลีย ซัลวาทอร์ เพิ่มขึ้น 10 โพสต์ 2019-9-2 22:06
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ สายลับจิ่วเทียนหวง: อี้ เพิ่มขึ้น 5 โพสต์ 2019-9-2 22:06

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +10110 ความหิว -86 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10110 -86 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา