กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 162|ตอบกลับ: 6

{ เมืองอู๋โต่ว } โรงหมอต่วนคัง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-30 23:53:59 |โหมดอ่าน




โรงหมอต่วนคัง

{ เ มื อ ง อู๋ โ ต่ ว }











 

【โรงหมอต่วนคัง】
'รักษาสุขภาพเพื่อตัวเรา ตายไปก็เอาสิ่งใดไปไม่ได้'
โรงหมอที่ลือชื่อเป็นอันดับสองรองจากหมอเทวดาในเมืองอู๋โต่ว
ท่านหมอเป็นบุรุษโสดที่นิยมคุยกับต้นไม้ใบหน้ามากกว่าคน
ความจริงแล้วฝีมือการรักษาของเขาแทบไม่เป็นรองใครในแผ่นดิน
แต่ด้วยบุกคลิกและท่าทีที่ดูเหมือนไม่แยแสโลก
ทำให้คนไข้ที่มาพบค่อนข้างจะ...สนทนาด้วยยากไปสักนิด


ท่านหมอใหญ่
โม่ จาทา (34)
อุปนิสัย :สุขุมสงบนิ่ง ใจเย็นมีเมตตา ยิ้มเรียบๆ ไม่เผยฟันหมัดหนักรักคุณธรรม
ของชอบ : สัตว์และพืชแปลกๆ หายาก อาหารที่ทำจากปลา
งานอดิเรก : วาดภาพประกอบตำราสมุนไพร ทำร่มและว่าวกระดาษ





ชื่อกิจการ : โรงหมอต่วนคัง
เจ้าของกิจการ : โม่ จาทา 
เวลาเปิดบริการ : 9.30-19.00น. 
ประเภทร้าน : จำหน่ายสมุนไพร เทียบใบสั่งยา ให้การรักษาโรคทั่วไป

ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองอู๋โต่ว




 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 5

ดูบันทึกคะแนน

555

กระทู้

2130

โพสต์

42หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
3303174
เงินตำลึง
24638
ชื่อเสียง
193740
ความหิว
1135
คุณธรรม
373
ความชั่ว
133
ความโหด
632
ฉายหง
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-3-31 01:42:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-3-31 21:33



สามพี่น้องพิศดาร
194
ให้รักษาเขาก็เอาว่าวมา




        ถนนหนทางเงียบร้างดั่งป่าช้า เสิ่นหลิงเฮ่าผู้ครองอาภรณ์ขาวปัจจุบันอยุ่ในสภาพเปื้อนเลือดเป็นด่างดวง ทั้งคราวเก่าและคราบใหม่ทับถมกันส่งกลื่นคาวเจือกับกล้วยไม้หยก ความเข้ากันอย่างไม่น่าไปกันได้ของสองสิ่งนี้อาจทำให้บางคนรุ้สึกขนลุก ทว่าผู้ที่ว่างพอจะสังเกตุและได้ใช้ประโยชน์จากมันก็คือไท่จื่อผู้บาดเจ็บนี่เอง  กลิ่นหอมเย็นชวนให้สงบใจ อาการเจ็บปวดจากบาดแผลเริ่มจะชา… ลมกลางคืนพัดต้องผิวกาย ออกจะหนาวนิดๆ ก็อาศัยว่าได้นักกวีที่ตัวใหญ่กว่าเขาช่วยบังลม “พี่ใหญ่...ตัวท่านหอมจัง”

        "..........." คำชมที่ขึ้นมายังไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำเอาคนที่กำลังเคร่งเครียดกับการหาโรงหมอชะงักไป แต่เห้นสีหน้าของพี่จิ่วเริ่มซีดขาว จึงไม่ได้บ่นอะไรเพิ่ม หลิงเฮ่าเคาะถามหลายที่แล้วเมื่อโรงหมอส่วนใหญ่ล้วนเลยเวทาทำการกันหมด แถมพวกเขายังมาในภาพโจกเลือดเหมือนไปฆ่าคนวางเพลิงมา ผู้ที่กลัวความวุ่นวายจะลามมาถึงหัวย่อมปิดประตูสนิทไม่คิดถามไถ่

        ไล่ทุปประตูเรื่อยมาจนถึงโรงหมอต่วนคัง ธงหน้าร้านไม่ทันได้เก็บเห็นริมหน้าต่างมีแสงประทีบรุบหรุ่ หลิงเฮ่าก็แบกร่างพี่จิ่วลงจากหลังม้า ประคองเอาแขนพาดเดินเข้ามาทุบประตูไม้ดังตึงตัง “ท่านหมอ!! ท่านหมอรบกวนด้วย!!” ผ่านไปชั่วอึดใจก็มีบุรุษดูเงียบขรึมถือประทีปส่องใต้คางเดินออกมา “โรงหมอปิดแล้ว...มาใหม่พรุ่งนี้ หายจะมาก่อความวุ่นวายก็ไปที่อื่น”

        กล่าวจบก็จะปิดประตูทันที หลิงเฮ่าเห็นว่าเป็นหลังที่สิบแล้วพี่จิ่วเองเกรงว่าจะทนไ่ไหวเสียก่อนจึงวิสาสะเอาขาสอดกั้นประตู ถูกหนีบทีหนึ่งเจ็บก็ต้องทน! “ท่านหมอ… โปรดเมตตาด้วย น้องชายข้าถูกโจรซุ่มทำร้ายหากท่านไม่ช่วยรักษาวันนี้ข้าจะไม่ไปไหน!”

        ดวงตาท่านหมอใหญ่หรี่ลงอย่างสำรวจคนเจ็บและคนพามา ไม่นักเดินทางต่างถิ่นที่ไหนไปเหยียบเท้าพวกโจรเข้าแล้วมาวุ่นวายกับเขา ครุ่หนึ่งก็สะดุดเข้ากับแววมุ่งมันว่าหลิงเฮ่าเอาจริง บอกว่าจะอยู่ที่นี่คือไม่ไปไหนแน่นอน! สุดท้ายก็ถอนหายใจอย่างเสียดายว่าคืนนี้คงทำว่าวไม่เสร็จแล้วเปิดประตูให้พวกเขาเข้ามา “....เจ้า ทำว่าวเป็นไหม?” หลิงเฮ่ามองตามปลายนิ้วท่านหมอพบว่าบนโต๊ะมีกระดาษขึ้นโครงอยู่หลากสีหลายแบบ "วัยเยาว์พอจะจับมาบ้าง ข้าจะช่วยทำว่าวพวกนี้ระหว่างที่ท่านหมอรักษาน้องชายยังได้" บุรุษเจ้าของโรงหมอเลิกคิ้วอย่างประเมิน "ก็ได้....หากทำออกมาถูกใจข้าไม่คิดค่ารักษา"

        ต่างคนต่างแยกย้ายส่วนที่ดูแลคนเจ็บก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ลอกเอาผ้าที่พันไว้ออกแล้วเอ่ยขึ้น "ยาสมุนไพรที่ใส่มาก็ช่วยห้ามเลือดได้ดี แต่ผ้าพันแน่นจนเกินไปปล่แยแบบนี้ไปนานๆ เลือดลมจะไม่ไหลเวียน แขนซ้ายของน้องชายเจ้าก็พิการแล้ว" หลิงเฮ่าดัดโครงไม้รับฟังเงียบๆ ดูเหมือน...คนที่พันผ้าจะเป็นหลี่ไป๋หลง ด้วยความกังวลน้องรองคงจะเบาแรงไม่อยู่ พวกเขาตอนนี้จะตามมาถึงไหนแล้วกันนะ?

         ว่าวขนาดกลางทรงสามเหลี่ยมและรูปเรือใช้เวลาไม่นานในการขึ้นโครง นักกวีหนุ่มมองไปทางท่านหมอเป็นระยะเห็นการหยิบจับสมุนไพรคล่องแคล่วไม่ต้องชั่งตวง การตัดสินใจฉับไวดูมีความมั่นใจเช่นนี้ก็ทราบแล้วว่ามิใช่หมอเถื่อน บุรุษหน้าหวานมองฝ่าความมืดไปยังใบหน้าของไท่จื่อที่ตอนนี้ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาแล้วค่อยน่าเบาใจลงบ้าง ''ทำออกมาดีไม่คิดค่ารักษา แต่หากทำข้าเสียเวลา เสียของล่ะก็...เจ้าคิดเผื่อไว้ได้เลยว่าจะชดใช้ด้วยอะไร" น้ำเสียงไม่ช้าไม่เร็วของท่านหมอทำให้เขาต้องละสายตาจากพี่จิ่ว กลับมาวาดภาพลงบนกระดาษต่อด้วยจิตใจยังคงขมวดเกร็ง ให้มาวาดภาพตอนนี้เขาคิดไม่ออก 'เจ้าแม่ม่าจูแล้วกัน' พึ่งจะฝันเห็นไปเมื่อเดือนก่อน.... เผื่อว่าเจ้าแม่จะช่วยปกป้องคุ้มครองคนที่เกาะในระหว่างที่เขาเดินทางไป อย่าพึ่งเกิดสิ่งใดร้ายแรงขึ้นเลย เวลาเคลื่อนคล้อยไปใบหน้าของเทพธิดาม่าจูถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใส เกลียวคลื่นใต้พระบาทคล้ายกำลังเคลื่อนไหวอยู่ ผ่านไปสี่เค่อหลิงเฮ่าวางพู่กันลงงานของเขาเป็นอันเสร็จสิ้น หันมองทางท่านหมอเองก็เหมือนจะเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

         "นี่คือใบสั่งยา ระยะนี้อย่าพึ่งให้ได้รับบาดเจ็บซ้ำที่เดิม เลี่ยงเรื่องสะเทือนใจไม่งั้นอาการจะกำเริบขึ้นมาอีก....น้องชายเจ้าร่างกายยอ่อนแอก็ไม่ควรพาออกมาเสี่ยงคมหอกคมดาบให้อยู่บ้านจะดีต่อสุขภาพมากกว่า วันนี้พวกเจ้าก็ค้างที่นี่...พรุ่งนี้เช้าก็ไปซะอย่ารบกวนข้า" ท่านหมอผู้ดูอย่างไรก็คล้ายนักเลงมากกว่านักรักษายืนเทียบยาให้นักกวีหนุ่ม หลิงเฮ่าฟังแล้วนึกสงสัย 'พี่จิ่วร่างกายอ่อนแอ?' เรื่องนี้เขากลับไม่รุ้มาก่อน เรียกว่าไ่เคยสังเกตุเลยจะดีกว่า "ท่านหมอ...ท่านพูดเหมือนว่าน้องชายข้ามีโรคประจำตัว? นี่แปลกแล้ว" แข็งแรงขนาดยืนสู้โจรหลายสิบคนร่วมชั่วยาม ดูไม่เหมือนคนที่ร่างกายอ่อนแอเลยสักนิด โม่จาทาเห็นคนเจ็บไม่มีอะไรแล้วยังมาถามเซ้าซี้จึงตอบอย่างตัดรำคาญว่า "ร่างกายอ่อนแอโดยกำเนิด รอดมาได้ก็เพราะยาบำรุงชั้นเลิศ...ต่างอะไรจากโถรับยา? เรื่องแค่นี้ยังไม่รู้พวกเจ้าเป็นพี่น้องกันจริงหรอ?"

        มือที่กำลังส่งว่าวให้ท่านหมอใหญ่ชะงักไปทันที.... 'โถรับยา?? พี่จิ่วร่างกายอ่อนแอตั้งแต่กำเนิด นี่มันเรื่องอะไร...'

        "แค่ก...พี่ใหญ่ ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ท่านอย่าได้กังวลเลยขอรับ" คล้ายว่าคนเจ็บยังคงสติอยุ่ครบสมบูรณ์ดี ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ก็พยยามฝืนลุกขึ้นมาอธิบาย 'หมอนะหมอพูดอะไร! แบบนี้พี่ใหญ่มีหวังได้ไล่ข้ากลับบ้านน่ะสิ!' จริงอยุ่ว่าร่างกายเขาอมโรคแต่หลายปีมานี้ก็บำรุงสุขภาพอยุ่เสมอ ไม่ได้ถึงกับโดนแดดโดดนลมแล้วจะจับไข้ ถึงไม่ได้แข็งแกร่งเท่าพี่รองแต่แค่ออกมาเรียนรู้โลกภายนอกแค่นี้น่ะสบายมาก! "...เจ้าพักไปก่อน ท่านหมอบอกแล้วว่าเลี่ยงเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ เรื่องอื่นไว้ค่อยพูดกันวันหลังรีบพักรีบรักษาตัว พรุ่งนี้เราค่อยไปหาทุกคน" นักกวีหนุ่มกดตัวน้องร่วมสาบานลงบนแคร่ไม้ เก็บมุมผ้านวมให้แล้วเดินไปปรึกษากับท่านหมอต่อถึงเรื่องที่ต้องระวังและสิ่งที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

        คืนนั้นพวกเขาพักกันที่โรงหมอ ในสมองของหลิงเฮ่ามีเรื่องให้คิดเต็มไปหมด ผลสุดท้ายกว่านักกวีหนุ่มจะได้ข่มตาหลับก็เกือบสว่าง รุ่งสางหนึ่งม้าสองคนก็พร้อมออกเดินทางไปสมทบกับคนอื่นๆ

        "อ้อ...อีกเรื่องหนึ่ง เทียบยาที่ข้าให้ ใช้ดื่มเช้าเย็นก็พอ อาศัยดีมีเป็นตัวกระตุ้นประสิทธิภาพของยาอาการจะทุเลาไวขึ้น" ท่านหมอชื่นชมว่าวชิ้นใหม่ก่อนจะนำไปแขวนไว้ในมุมสะสมของตัวเอง ก่อนอำลากันยังไม่ลืมกำชับหลิงเฮ่าเรื่องเทียบยา

        









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 25 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาร่มนภา
กระจกหมื่นทิวา
เตาถานมู่
เหล้าพันปี
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x80
x78
x1
x1
x3
x7
x60
x60
x5270
x3010
x70
x5
x1000
x10
x110
x6
x30
x223
x9999
x2000
x230
x201
x1
x10
x150
x110
x228
x34
x3
x3
x6
x15
x96
x7
x14
x22
x8
x2500
x185
x175
x210
x200
x11
x1267
x9
x76
x3312
x4
x9
x60
x209
x5
x11
x147
x119
x16
x7
x182
x450
x6
x15
x2
x45
x203
x61
x4
x5
x85
x2
x1
x17
x2
x2
x222
x1
x3
x2
x258
x380
x7
x499
x665
x500
x1575
x172
x127
x1
x2
x5
x9
x263
x4312
x2300
x625
x660
x9
x256
x673
x11
x221
x14
x569
x94
x514
x538
x15
x30
x359
x1265
x218
x440
x101
x69
x1540
x5
x1045
x7
x1370
x199
x869
x109
x51
x1
x8
x531
x446
x751
x129
x176
x1427
x272
x67
x3105
x1696
x1044
x589
x2868
x555
x819
x1204
x1991
x401
x11
x1
x38
x906
x355
x33
x1
x8053
x640
x67
x150
x20
x498
x362
x756
x60
x455
x979
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x4
x292
x116
x154
x35
x31
x15
x441
x65
x1
x273
x894
x1730
x125
x10
x20
x10
x85
x365
x10
x142
x905
x7
x30
x1988
x304
x2
โพสต์ 2019-1-5 17:50:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-1-5 22:27


โรงหมอ รักษาเหนื่อยหน่อย แต่ช่างเถอะ

        ร่างของเด็กสาวผู้อยู่ในชุดคลุมสีดำและสตรีชุดขาวนั้นก็เดินทางออกจากป่าชิงชันเพื่อที่จะเข้าสู่ตัวเมืองอู๋โต่ว ดูเหมือนว่าเมืองนี้หากจะจำได้ไม่ผิดมีหมอที่ชื่อโม่จาทาอยู่นี้หน่า เป่าหลิงนั้นควบขี่ม้าของตนเองต่อไป เพื่อให้เข้าสู่ประตูเมืองได้ทันอย่างที่คิด เป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะกันเลยทีเดียว เธอนั้นเรียกได้ว่าซิ่งฟาส 8 เพื่อเดินทางมายังโรงหมอ ต่วนคัง ลือชื่อเป็นอันดับสองรองจากหมอเทวดาในเมืองอู๋โต่ว

        “ถึงสักที” เป่าหลิงนั้นเดินทางมาจนถึงด้านหน้า เธอนั้นมัดม้าไว้ตรงเสาก่อนที่จะอุ้มร่างของสตรีร่างบางผู้นี้ให้เข้ามายังโรงหมอซึ่งภายในนั้นค่อนข้างเงียบสงบ แต่ก็มีผู้ป่วยให้เห็นมากมายอยู่เป่าหลิงเดินเข้ามาจนผู้ช่วยวิ่งเข้ามาเหมือนกับว่าจะถามว่าเป็นอะไรมาอย่างไร

        “นางยังคงมีชีพจรอยู่ แต่อ่อนแรงยิ่งนัก น่าจะบาดเจ็บกับขาดสารอาหารด้วย พาไปรักษาที” เป่าหลิงนั้นกล่าวบอก ก่อนที่ผู้ช่วยจะเป็นคนที่รับช่วงต่อในการดูแลนางต่อไป  ร่างของหญิงสาวนั้นอยู่ด้านในห้องพัก เนื่องด้วยว่าเธอจำเป็นที่จะต้องนั่งเฝ้าคนป่วยที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นค่อยๆจ้องมองไปทางร่างที่นอนหลับไหล ..เธอไม่รู้ว่าควรที่จะทำเช่นไร ตอนนี้ก็เพียงรอให้หมอมาตรวจเท่านั้นเอง

       ‘...เดี๋ยวหมอมารักษาแล้ว ตอนนี้ก็รอแค่ให้นางมีจิตที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรอดเท่านั้นล่ะ’ ฝ้าเฉี่ยเอ่ยแนะนำ ก่อนที่หญิงสาวจะเหลือบไปมองผีเสื้อหนุ่มที่บินไปมาด้านหน้าของเธอ.. เรื่องป่วยมันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว เธอไม่ได้เป็นห่วงขนาดนั้น..แน่ล่ะสิ..ไม่ได้ห่วงอะไรเลยต่างหาก ใครแม่งจะเป็นห่วงชะนีวะ?

       แต่ช่วยมาแล้วมันก็ช่วยไม่ได้..เห่ออออ ต้องมานั่งดูผู้หญิงโดนรักษา นี้ไม่สบอาจารย์เลยนะเนี้ย

        เป่าหลิงนั้นนั่งโง่ๆอยู่อย่างงั้นล่ะ ก่อนที่ร่างของหมอที่สุดแสนจะหน้าตาดีแต่มนุษย์สัมพันธ์แย่นั้นจะโผล่หัวออกมาจากห้องตรวจ “แม่นางไม่ต้องเป็นห่วงสหายของแม่นางนั้นร่างกายมีหยินพร่องในร่างกาย ดูเหมือนว่าจะขาดสารอาหารเพราะว่าไม่ได้รับประทานอาหารมานาน มีเพียงน้ำดื่มเท่านั้นที่เข้าร่างกายของนางทำให้สูบผอม”

        เขากล่าวบอกอาการทั้งหมด เป่าหลิงถอนหายใจก่อนที่จะกุมขมับเมื่อได้ยินอย่างงั้น “และคิดว่าลมปราณจะกระจัดกระจายต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทางเราจะต้มน้ำแกงกาวหนังลาปลิงทะเลให้ ส่วนตรงนี้สมุนไพรห่อนี้ไว้ต้มยาให้กินวันละสองมื้อนะขอรับ” เขานั้นกล่าวบอก ก่อนที่จะให้ผู้ช่วยไปจัดเตรียมยา และสูตรปรุงซุปกาวหนังลาปลิงทะเล

        เป่าหลิงนั้นค้างไปสักครู่ ก่อนที่จะต้องไปนั่งรอสูตรยาและอื่นๆที่อีกฝ่ายนั้นเตรียมให้ ท่าทางดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหากับเธออีกแล้วสิ?

        “เอ่อ..ข้าต้องดูแลเองใช่ไหม?..อ๊า..คือว่า ห้องน่ะกับค่ารักษา” เป่าหลิงกล่าวถาม เขานั้นเหลือบมองก่อนที่จะกล่าว “ยังไม่ต้องเป็นกังวนอะไรมากมาย แค่ดูแลไปก็พอ เรือนพักคนไข้อยู่ตรงนั้น ตอนนี้เรากำลังย้ายนางจากห้องตรวจไปยังที่พักคนไข้..” เขาบอกเช่นนั้น

        “อ๊า เรื่องค่ารักษาก็บอกด้วยแล้วกัน..” เป่าหลิงนั้นกล่าวบอกเด็กสาวสูดลมหายใจของตนเองก่อนที่จะเดินออกไปเพื่อตรงไปยังห้องตรวจและพาหญิงสาวคนนี้ไปยังห้องพักคนไข้เสียที เป่าหลิงนั้นเลือกให้เป็นห้องแยก ทั้งยังจัดการเรื่องห้องพักเสียเรียบร้อย แม้ว่าปากจะบอกว่าเธอไม่ต้องการที่จะช่วยสตรีคนนี้ก็ตามที

        “น่าเบื่อจริง...”
        ‘เป่าหลิง..เอาอย่างไรดี หากเป็นเช่นนี้คงต้องอยู่ดูแลอีกหลายวัน? ให้ข้าไปตามลู่เต๋ามาไหม?’ เสียงของฝ้าเฉี่ยนั้นดังขึ้น นางก็พยักหน้า เนื่องจากว่าการตามลู่เต๋ามา ดีแล้วล่ะ หากอยู่กับคนอื่นนานๆ ยิ่งนานความลับยิ่งมีโอกาศรั่วไหลสูงมากเท่านั้น ‘รับทราบ’ ฝ้าเฉี่ยกล่าวแค่นั้นก่อนที่จะเดินทางออกไปนอกหน้าต่าง







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +4 ความชั่ว +2 ความโหด โพสต์ 2019-1-5 17:54

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -38 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -38 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
โลหิตมาร
หมัดพื้นฐาน
ตัวเบาขั้นสูง
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x8
x1
x2
x10
x30
x15
x10
x10
x900
x30
x5
x1
x2000
x100
x3
x4
x40
x1000
x10
x42
x30
x70
x300
x300
x300
x1
x1
x140
x512
x2
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x118
x1
x2
x2485
x2
x4
x330
x1
x48
x989
x14
x5
x2
x2
x20
x3
x12
x80
x5
x4
x23
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x3
x75
x4
x3
x105
x30
x4
x265
x32
x72
x31
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x750
x629
x300
x70
x48
x7200
x5020
x6
x58
x1000
x835
x15
x675
x1457
x171
x64
x2230
x52
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x229
x170
x149
x146
x1982
x839
x390
x12
x41
x1
โพสต์ 2019-1-5 20:10:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-1-6 13:02


จำใจต้องทำ และต้องทำมันต่อไป

        เป่าหลิงนั้นพาร่างของผู้หญิงคนนั้นกลับมายังที่นอนภายในห้องพักผู้ป่วยที่มีอยู่ โชคดีที่ว่าที่นี้นั้นมีคนป่วยที่นอนน้อย เธอถึงได้ครอบครองห้องเดี่ยวอย่างง่ายๆ แต่เรื่องเงินก็ลำบากหน่อย แม้ว่าจะเล็ก แต่ก็โอเค ไม่ได้แย่อะไร ตอนนี้บนเตียงมีเพียงสตรีที่กำลังนอนหลับอยู่เพราะร่างกายอ่อนแอ เป่าหลิงนั้นจัดการไปต้มยาและน้ำแกง

       เด็กสาวเดินไปจัดการกับหม้อที่โดนคละคลุ้งไปด้วยไฟเธอต้นน้ำแดงกาวหลังลาปลิงทะเลให้กับหญิงสาวที่กำลังนอนอยู่ ในมือข้างหนึ่งนั้นมีใบหนังของสูตรการทำอยู่ “...หาวหนังลาสองสลึงต้มให้เดือด….” เป่าหลิงกล่าว เธอเทน้ำใสหม้อแล้วรอมันเดือด ระหว่างนั้นก็จับปลิงทะเลดำแห้งที่แช่น้ำไว้ตั้งแต่เมื่อหลายชั่วโมงก่อน ออกมา ต้องขอบคุณหมอที่ให้ใช้ปลิงทะเลที่แช่น้ำแล้วของทางโรงหมอได้อะนะ.. ดูเหมือนว่ามันคืนตัวได้เต็มที่แล้วล่ะ

       เป่าหลิงนั้นหั่นปลิงทะเลหนึ่งตำลึงที่โดนแช่น้ำให้เป็นก้อน เป็นช่วงเวลาทีน้ำเดือดพอดีจึงใส่กาวหนังลาไปในน้ำเดือดสองสลึง ข้าวอี้เหรินสองตำลึง ต้มจนเละ แล้วเตรียมที่บด จากนั้นนำสามสิ่งนี้มารวมกันบดจนทำให้กลายเป็นโจ๊กแบบซุปทานง่าย ใส่หอมสับละเอียด ขิงวับและเหล้าเหลือง

       “ตามสูตรเป๊ะ..เห่อ..ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ?” เป่าหลิงนั้นกล่าวบอก ก่อนที่เธอจะเดินทางมายังภายในห้องพักอีกครั้งพร้อมกับน้ำต้มสมุนไพรในหม้อ และน้ำแกงกาวหนังลาปลิงทะเล เป่าหลิงนั้นต้องประคองเธอให้ลุกขึ้นเพื่อให้โจ๊กที่เธอจะป้อนนั้นไม่หกหรือเลอะเข้าไปในหลอกลม เป่าหลิงประคองนางก้อนที่จะป้อนยาและน้ำแกงอย่างทะลักทุเล

       แม้ปากจะบ่นแต่ก็ยังทำไปตามนั้น ก่อนที่จะให้อีกฝ่ายดื่มกินก็จะเป่าไล่ความร้อนให้ออกไปจากน้ำต้มและยานั้นก่อนเสมอ เรียกได้ว่ามีความใส่ใจในระดับหนึ่งกันเลยทีเดียว เป็นเวลานานกว่าที่เป่าหลิงนั้นจะทำอาหารและน้ำแดงให้เป่าหลิงเสร็จ แต่ไอ้การป้อนนั้นก็นานยิ่งกว่าเสียอีก นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของเธอนั้นบ่งบอกเป็นอย่างดีเลยล่ะ

       ว่ามันเหนื่อยขนาดไหน

       “หลังจากนี้ก็...ต้องทำจริงๆใช่ไหมเนี้ย?” เป่าหลิงนั้นพูดกับตนเอง ก่อนที่จะถอนหายใจ ท่าทางมันจะหนักกว่าที่เธอคิดเสียอีก “ร่างกายมีหยินพร่องในร่างกาย ลมปราณจะกระจัดกระจายก็ต้องโคจรลมปราณในร่างกายให้รวมกัน..” เด็กสาวกล่าวกับตนเองเบาๆ เธอนำพวกจานชามทั้งหลายนั้นไปล้างแล้วเดินกลับมา เป่าหลิงนั้นประคองร่างกายของสตรีผู้นั้นขึ้นมา เธอจัดท่าทางให้นางนั้นนั่งอยู่บนเตียงส่วนตนเองนั้นก็นั่งอยู่บริเวณด้านหลัง เป่าหลิงสูดลมหายใจ หากนางกำลังป่วย ห้ามนำไอมารเข้าไปในร่างกายของนางเด็ดขาด..

       เป่าหลิงนั้นวางมือบนแผ่นหลังทาบทับไปแล้วโคจรลมปราณในร่างกายของอีกฝ่ายที่กระจัดกระจายให้รวมกันอย่างละเมียดละไม หลังจากนั้นก็จัดแจ้งร่างกายของเธอให้นอนอยู่อย่างงั้นดีๆ ..เอาล่ะวันนี้ก็จบไป..ห้องพักนี้มีเก้าอี้ ความจริงเอาผ้ามาปูทำเป็นที่นอนได้ ก็คงทำไปแล้วอะนะ...


@Admin




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-1-6 13:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +75 ความหิว -48 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 75 -48 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
โลหิตมาร
หมัดพื้นฐาน
ตัวเบาขั้นสูง
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x8
x1
x2
x10
x30
x15
x10
x10
x900
x30
x5
x1
x2000
x100
x3
x4
x40
x1000
x10
x42
x30
x70
x300
x300
x300
x1
x1
x140
x512
x2
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x118
x1
x2
x2485
x2
x4
x330
x1
x48
x989
x14
x5
x2
x2
x20
x3
x12
x80
x5
x4
x23
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x3
x75
x4
x3
x105
x30
x4
x265
x32
x72
x31
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x750
x629
x300
x70
x48
x7200
x5020
x6
x58
x1000
x835
x15
x675
x1457
x171
x64
x2230
x52
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x229
x170
x149
x146
x1982
x839
x390
x12
x41
x1
โพสต์ 2019-1-6 16:38:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-1-6 22:15


มันก็จะเหนื่อยๆหน่อย

       “อือออ….” เช้าวันนี้ที่แสนจะสดใส ร่างกายของเป่าหลิงนั้นนอนขดอยู่ใกล้ๆกับเตียงนอนคนป่วย นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของเด็กสาวนั้นบ่งบอกได้ถึงความงัวเงียของการกระทำ เป่าหลิงนั้นหันไปทางร่างกายของคนที่กำลังนอนนิ่งอยู่อย่างงั้นล่ะ “ท่าไม่เปลี่ยนไปเลย” นั้นคือคำของเป่าหลิง เด็กสาวเดินเซๆ ไปล้างหน้าล้างตา แล้วกลับมาพร้อมกับน้ำอุ่นในโถและผ้าขาวบางที่นำมาเช็ดร่างกายของหญิงสาวที่กำลังนอนอยู่

        เป่าหลิงนั้นเริ่มด้วยการถอดเสื้อผ้าของนางแล้วเช็ดร่างกาย สำหรับแผลนั้นก็จัดการเปลี่ยนผ้าพันแผลให้นางใหม่รวมถึงจัดการทำความสะอาดแผลนั้นด้วย โชคดีที่ว่ามีบัวหิมะ และร่างกายอีกฝ่ายนั้นสมานแผลเร็วอยู่เหมือนกัน เป่าหลิงเดินไปตักน้ำต้มแกงหนังลาปลิงทะเลและน้ำยาสมุนไพรที่เธอเคยต้มมาก่อนนั้นเข้ามาภายในห้อง

        นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นเหลือบมองไปที่คนป่วย เป่าหลิงนั้นจำเป็นที่จะต้องทำใหม่ตลอด แต่ทว่าเธอก็เตรียมวัตถุดิบตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โดยเธอเข้าใจว่าการทำอาหารแบบนี้ควรที่จะทำสดใหม่เพื่อที่จะได้อะไรที่ดียิ่งขึ้นในการที่จะป้อนอาหารของเหล่ามนุษย์ เป่าหลิงนั้นป้อนทั้งยาและน้ำแกงที่เหมือนโจ๊กกับอีกฝ่ายอย่างทุลักทุเลอยู่เหมือนกัน

       เป่าหลิงนั้นมองร่างของอีกฝ่ายที่ดูดีขึ้นมากว่าสภาพที่เจอกันตอนแรก เด็กสาวนั้นผคองตัวร่างกายของหญิงสาวก่อนที่เธอนั้นจะขยับไปด้านหลัง แล้ววางมือบนแผ่นหลังของนาง ร่างกายของเธอนั้นพยายามสูดลมหายใจเพื่อเก็บลมปราณสีดำของตนเอง หญิงสาวนั้นโคจรลมปราณในร่างกายของอีกฝ่ายที่กระจัดกระจายให้มารวมกัน

       “อึก..” เสียงหวานจากหญิงสาวคนนั้นเหมือนกับว่านางจะรู้สึกตัวขึ้นเล็กน้อย ร่างกายของนางนั้นยังคงเหมือนเดิม และสติของนางก็ยังคงไม่ได้สติ..เด็กสาวนั้นตามหมอโม่จาทามาดูแลรักษาและดูอาการร่างกายของตนเอง

       “ร่างกายและลมปราณของนางนั้นไม่ได้เข้าที่มากนัก แต่ก็ดีกว่าวันที่มาวันแรกอยู่เหมือนกันนะแม่นาง...ตอนนี้ก็ดูแลเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่านางจะฟื้นขึ้นมาเท่านั้นล่ะ” เขาตรวจดูอาการและวินิจฉัยอาการของหญิงสาวคนนั้นเสร็จ ร่างกายของนางก็กลับมาเข้าสู่บทนิทราเหมือนเดิม ท่านหมอโม่จาทานั้นขอตัวไปยังที่อื่น เนื่องจากว่าเขาก็ต้องรักษาคนไข้คนอื่นด้วยเหมือนกัน

       ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของเป่าหลิงแล้วล่ะ ว่านางจะทำยังไงต่อ
       เป่าหลิงนั้นจัดท่าทางของคนที่กำลังนอนอยู่ด้วยความเหนื่อย ก็แน่ล่ะ ต้องมาดูแลหญิงสาวคนนี้นี่หน่า.. เอาเถอะ มือบางนั้นจัดการห่มผ้าให้กับนางเพื่อป้องกันความหนาวแล้วเดินมานั่งข้างเตียงผู้ป่วย ก่อนที่เป่าหลิงที่ไม่มีอะไรทำจะนั่งพิจารณาร่างกายของหญิงสาวคนนี้ดีๆ ใบหน้าเรียวรูปไข่กึ่งกลม จมูกได้รูป ร่างกายสมส่วน หุ่นเพียวงดงาม ร่างกายในอุดมคติของสตรีชาวฮั่น..

       “.......” ท่ามกลางห้องที่มีแต่เพียงเสียงลมหายใจของสตรีที่นอนอยู่ เป่าหลิงก็ได้นั่งเท้าคางของตนเองอย่างเงียบงัน.. และแล้วเธอก็ได้ยินอะไรบางอย่างที่ออกมาจากริมฝีปากบางนั้น “พี่..อิน….น้องขอ..โทษ…..” และแล้วสิ่งที่ทำให้เป่าหลิงนั้นต้องเบิกตาขึ้นมานั้นก็คือเสียงที่ออกมาดันเป็นชื่อคนเสียอย่างงั้น นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของเธอนั้นเลิกคิ้วกว้าง ก่อนที่จะตรวจดูร่างกายของอีกฝ่าย..

       “เจ้าตื่นแล้วหรอ…!?” เป่าหลิงกล่าวถาม แต่ทว่าดวงตาของเธอนั้นก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง หรือว่าเธอละเมอกันนะ? ...พี่อินอย่างงั้นหรอ? คงเป็นพี่ของผู้หญิงคนนี้? ชื่ออิน แต่ทว่าทำไมต้องขอโทษ อย่าบอกนะว่าหนีออกจากบ้านแล้วตกหน้าผาไปน่ะ =__= ผู้หญิงนี้เป็นปัญหาจริงๆสิน่า..

       เอ๊ะ...และมันก็ทำให้เป่าหลิงนั้นนึกอะไรออก เธอนั้นเดินไปดูเสื้อผ้าของอีกฝ่ายที่เธอถอดไว้และอยู่ข้างเตียง ไหนดูซิ ว่าข้าวของของนางจะมีอะไรบ้าง ที่พอจะบอกได้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหนชื่ออะไร ...อีกอย่าง ไหงไปอยู่ตรงนั้น หอบผ้าน่าจะอยู่ตรงนี้ เสื้อผ้าอีก...อืม..เอาล่ะ มีอะไรไหมน่า? หลังจากที่เป่าหลิงนั้นค้นไปมาก็เห็นว่ามีเพียงป้ายป้ายเดียวที่เธอเห็น..

        ....อิน.....ป้าย...ตระกูล..อิน... เป่าหลิงนั้นขมวดคิ้วแผ่นป้ายอันนี้ประทับด้วยตราของตระกูลอินแห่งซินเอี๋ยไม่ผิดแน่ เพราะว่าตอนที่เธอไปสำรวจที่ซินเอี๋ยก็มีให้เห็น มีการสลักลวดลายเฉพาะและข้อความลับแบบนี้ไม่ผิดแน่..แปลว่านางเป็นคนของตระกูลอินอย่างงั้นสินะ?..ที่บอกว่าพี่อินนั้นหมายความว่า?..เป็นพี่?...เดี๋ยว ไล่ลำดับตระกูลอินก่อนดิ......ผู้นำเป็นผู้ชาย....นอกนั้นค่อยถามฝ้าเฉี่ยดีกว่า

        "เป็นผู้หญิงด้วย..เป็นใครกันน่า?"


        เป่าหลิงนั้นเหลือบมองก่อนที่จะเขียนจดหมายอะไรบางอย่าง เพื่อส่งให้ฝ้าเฉี่ย.. "ไปที่เมืองซินเอี๋ย ตามหาบ้านสกุลอิน แล้วเดินทางกลับมา หากพาพวกเขามาได้ ก็ให้พาพวกเขากลับมาด้วย" เป่าหลิงกล่าวสั่งฝ้าเฉี่ย 'รับทราบ'
@Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +2 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-1-6 16:57

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +75 ความหิว -39 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 75 -39 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
โลหิตมาร
หมัดพื้นฐาน
ตัวเบาขั้นสูง
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x8
x1
x2
x10
x30
x15
x10
x10
x900
x30
x5
x1
x2000
x100
x3
x4
x40
x1000
x10
x42
x30
x70
x300
x300
x300
x1
x1
x140
x512
x2
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x118
x1
x2
x2485
x2
x4
x330
x1
x48
x989
x14
x5
x2
x2
x20
x3
x12
x80
x5
x4
x23
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x3
x75
x4
x3
x105
x30
x4
x265
x32