ดู: 397|ตอบกลับ: 5

{ ทะเลทรายตอนเหนือ } โอเอซิสเหยียนต๋อซื่อ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-28 20:11:24 |โหมดอ่าน





โอเอซิสเหยียนต๋อซื่อ

{ ท ะ เ ล ท ร า ย ต อ น เ ห นื อ }














 


【โอเอซิสเหยียนต๋อซื่อ】
เดินทางรอนแรมในทะเลทรายสิ่งที่หาได้ยากก็คือแหล่งน้ำ
เมื่อทั้งสี่ทิศล้วนมีแต่ทะเลทรายแห้งผาก ความเมตตาจากสวรรค์ก็คือโอเอซิส
น้ำตกขนาดเล็กเกิดจากตาน้ำใต้ดินให้ความชุ่มชื้นแก่ผืนดินรอบข้าง
มีทั่งพืชพรรณและผลไม้งอกงามดั่งแดนสวรรค์
น้ำใสไหลเย็นสามารถมองเห็นเกล็ดของปลาที่แหวกว่าย
ผู้ที่ได้พบสถานที่ล้ำค่าต่างอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า 
ความเมตตาจากฟ้า




 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-29 01:14:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย
พาร์ท 5 - ออกเดินทาง


        พระอาทิตย์ดวงโตที่ลาลับขอบฟ้าไปตั้งตั้งยามเย็นของเมื่อวาน ค่อยๆ เผยโฉมอวดรัศมีขึ้นมาในเช้าวันใหม่ แสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วผืนฟ้าสีคราม ค่อยๆ ฉายแสงแห่งรุ่งอรุณ ไล่ความมือมิดของราตรีที่เพิ่งผ่านพ้นไป เมฆสีขาวลอยละล่องเหนือผืนทรายสีทองอร่าม สายลมเยือกเย็นในยามค่ำคืนเริ่มมีความร้อนแทรกตัวเข้ามาอย่างช้าๆ

        สองร่างของหนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษนั่งเคียงกันหน้ากระโจมเหมือนดังยามค่ำคืนที่ชมดวงดาว แต่ยามนี้ภาพของหมู่ดาวได้ถูกแทนที่ด้วยภาพของพระอาทิตย์ยามเช้าที่แผ่ไล่ความหนาวเย็นของทะเลทรายยามค่ำคืนให้อบอุ่นขึ้น และอีกไม่นานความอบอุ่นนี้คงเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อนระอุแทน

        “ สวยจัง ตั้งแต่มาข้าเพิ่งจะได้นั่งดูอาทิตย์ขึ้นอย่างจริงๆ จังๆ ” ซูเม่ยเอ่ยขึ้นพร้อมกับใบหน้าหวานที่มีรอยยื้มอยู่เต็มหน้า

        “ ข้าก็เช่นกัน สวยงามยิ่งนัก ” ชวี่ปิ้งที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดอย่างเห็นด้วย แต่สายตานั้นไม่ได้มองอยู่ที่ภาพทิวทัศน์เบื้องหน้า กลับมองมาที่สตรีข้างกายแทน

       “ ข้าอยากจะรู้ว่าถ้าหากมองจากที่อื่น จะสวยงามต่างกันมากหรือไม่ ” นอกจากน้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นเต้นแล้วแววตาของนางก็สั่นระริกอย่างตื่นเต้นไม่แพ้กัน

       “ หึ นั่นสินะ เอาไว้ถ้ามีโอกาสข้าจะนั่งดูเป็นเพื่อนเจ้าแล้วกัน ” ชวี่ปิ้งเห็นท่าทางแบบนั้นของนางแล้วก็อดที่จะยิ้มขำไม่ได้

       “ อื่อ ดูกับไคว่เล่อด้วยเนอะ ”

        โฮ่ง!   ไคว่เล่อเห่าตอบรับเสียงดังให้ซูเม่ยได้รับรู้ว่ามันจะนั่งดูด้วยอย่างแน่นอน

       “ คิก แสนรู้เสียจริงนะหมาน้อย ” มือเรียวยื่นออกไปขยี้หัวเจ้าหมาป่าทะเลทรายอย่างหมั่นเขี้ยวจนขนของมันฟูขึ้นอย่างน่าขบขัน

        “ เอาหละ ข้าว่าพวกเราทานอาหารเช้ากันดีกว่า จะได้รีบออกเดินทางกันต่อ ” ชวี่ปิ้งพูดขึ้นหลังจากที่เห็นซูเม่ยผละมือออกจากไคว่เล่อแล้ว

        “ ข้าเข้าใจแล้ว ”

        เมื่อทั้งสองตกลงกันเรียบร้อยซูเม่ยก็นำอาหารแห้งออกมานั่งทานกับชวี่ปิ้งและไคว่เล่อ มื้ออาหารของพวกนางนั้นไม่ได้ใช้เวลานานนัก เพราะมีอาหารเพียงแค่อย่างเดียวให้ทาน

        หลังจากที่จัดการเติมพลังในมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อย ซูเม่ยและชวี่ปิ้งก็ช่วยกันเก็บกระโจมให้เรียบร้อยเพื่อออกเดินทางกันต่อ ยิ่งออกเดินทางเร็วยิ่งเป็นผลดี เพราะจะได้เข้าใกล้เป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น

        ท่ามกลางทะเลทรายที่เคยเงียบสงบนั้นเวลานี้ได้มีเสียงฝีเท้าของม้าศึกพันธุ์ดีวิ่งเหยียบย่ำร่วมกับหมาป่าทัเลทรายตัวโตที่วิ่งตามหลัง อย่างไม่หวาดหนั่นกับแสงแดงในยามอุ้ย  (13.00 น. - 14.59 น.) แม้แต่น้อย

        โดยก่อนหน้านี้ชวี่ปิ้งและซูเม่ยนั้นได้แวะนั่งทานมื้อกลางวันที่ซอกหินผาก่อนที่จะออกเดินทางต่อ วันนี้ทั้งสองจะต้องหาแหล่งน้ำให้ได้ เพราะน้ำที่พกติดตัวมาด้วยนั้นเหลือน้อยเต็มที ถ้าหาไม่ได้พวกนางคงได้อดน้ำตายกันก่อนเป็นแน่

        การเดินทางล่วงเลยเข้าสู่ยามอิ่ว (17.00 น. - 18.59 น.) ในที่สุดพวกนางก็หาแหล่งน้ำจนพบ ชวี่ปิ้งรีบควบบังคับม้าไปยังโอเอซิสที่เห็นอยู่รำไร ยิ่งเขาใกล้เท่าไหร่ยิ่งได้ยินเสียงดังซู่ซ่าได้อย่างชัดเจน

       ‘ เหะ เสียงแบบนี้หรือว่าจะเป็นน้ำตกกัน ’ ซูเม่ยคิดในใจอย่างตื่นเต้น นานมากแล้วที่นางไม่ได้เจอน้ำตก วันนี้คงต้องขอลงเล่นเสียหน่อย

        ยิ่งทั้งสองเข้าใกล้โอเอซิสมากเพียงใดก็เริ่มรู้สึกถึงความเย็นชื้นจากน้ำตกภายในโอเอซิสที่แผ่กระจายออกมาโดยรอบ ประกอบกับเป็นเวลาที่เริ่มเย็นแล้วจึงทำให้รู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำได้อย่างชัดเจน

        “ สวยจังเลย ” เสียงหวานอุทานออกมาอย่างตื่นตะลึงกับภาพเบื้องหน้าที่ได้เห็นหลังจากที่ลงมาจากหลังม้าแล้ว ภาพของโอเอซิสร้างที่ถูกห้อมล้อมด้วยหินผาแต่ภายในกับมีต้นไม้ที่มีใบเขียวชอุ่มขึ้นรอบๆ มีน้ำตกขนาดย่อมไหลลงมาบรรจบกับพื้นน้ำเบื้องล่าง เป็นภาพที่สวยเกินบรรยายคงเป็นเพราะสถานที่นี้ไม่ค่อยมีผู้คนเข้ามาพบเห็นธรรมชาติจึงยังสมบูรณ์ไม่ถูกทำลายด้วยเนื้อมือของมนุษย์เรากลับภาพที่ถูกเนรมิตขึ้นโดยสวรรค์ ดูแล้วทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวายิ่งนัก

        “ ข้าชอบที่นี่! ” ซูเม่ยเอ่ยบอกคนข้างกายพร้อมกับจับแขนเขาเขย่าไปมาอย่างลืมตัว

       “ ข้ารู้ๆ ถึงที่นี่จะสวยแต่ข้าก็ต้องไปลาดตระเวนรอบๆ  ดูเสียหน่อยว่ามีอันตรายอันใดหรือไม่ ถ้าหากปลอดภัยคืนนี้เราจะข้างกันที่นี่ เจ้ารอข้าที่นี่ก่อนนะ ” จากที่ชายหนุ่มใช้สายตามองรอบๆ ภายในโอเอซิสแล้วเห็นว่าไม่มีอันตรายใดๆ แต่ภายนอกนั้นเขาไม่มั่นใจจึงต้องออกไปดูเพื่อไม่ให้สตรีที่มากับเขานั้นเเกิดอันตราย


       “ ได้ๆ ข้าจะรอที่นี่เอง ” ซูเม่ยพยักหน้าอย่างเชื่อฟังแล้วจึงเดินไปนั่งรอใต้ต้นไม้ สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่น้ำตกไม่ห่าง


       “ ไคว่เล่อ ที่นี่สวยมากเลย ข้าชอบมากๆ เจ้าหละชอบหรือไม่? ” เสียงใสของซูเม่ยเอ่ยถามเจ้าหมาป่าทะเลทรายที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างรื่นเริง

        โฮ่ง!!   และก็ได้รับทำตอบที่ชัดเจนออกมาจากเจ้าหมาป่าแบบทุกที

        แกว๊ก แกว๊ก!

        แต่เพราะเสียงเห่าของไคว่เล่อที่ดังสะท้อนก้องภายในโอเอซิส ทำให้นกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ที่ต้นไม้ที่นางนั่งอยู่ ตกใจจนเผลอถ่ายมูลออกมาตกใส่บ่าของซูเม่ยเต็มๆ แล้วร้องส่งเสียงออกมาก่อนจะบินหนีไป

        “ อะ ไคว่เล่อ ดูสิเสียงเห่าของเจ้าทำให้นกน้อยถึงกับถ่ายใส่ข้าเลอะเทอะหมดเลย ” ซูเม่ยเอ่ยออกมาอย่างแน่นอนราวกับจะบอกว่าเป็นความผิดของเจ้าหมาป่าทะเลทราย

        โฮ่ง โฮ่ง!

        และทันทีที่นางพูดจบไคว่เล่อก็ส่งเสียงเห่าราวกับเถียงว่า ไม่ใช่ความผิดของมันเสียหน่อย เป็นเพราะเจ้านกนั่นขี้ตกใจเองต่างหาก

       “ ก็ได้ๆ ข้าไม่โทษเจ้าแล้ว เป็นความผิดของข้าเองแหละที่ดวงไม่ดี อ่าา แบบนี้ก็แย่น่ะสิ คงต้องเปลี่ยนชุดใหม่ ” ใบหน้าหวานหงอยลงที่เสื้อผ้านางต้องมาเปื้อนมูลนกแบบนี้ แต่เมื่อนางฉุกคิดขึ้นมาได้ก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะไหนๆ ก็มีน้ำตกอยู่ตรงหน้านางแล้วเป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะทำความสะอาดทั้งตัวนางเองและเสื้อผ้า


        “ ไหนๆ ที่นี่ก็ไม่มีใครอยู่แล้ว ไคว่เล่อเจ้าช่วยดูต้นทางให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าจะลงไปล้างตัวในน้ำตก ข้ามิได้อาบน้ำมาหลายวันแล้วแถมยังโดนนกถ่ายมูลใส่เสื้อผ้าอีกต่างหาก หากมีใครเข้ามาในรัศมีที่มองเห็นเจ้าเห่าเสียงดังๆ เลยนะ ”

        โฮ่ง! โฮ่ง!

        เจ้าหมาป่าแสนรู้เห่าเสียงดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้รับคำสั่งสำคัญจากซูเม่ย มันขยับตัวนั่งหันหน้าออกไปตรงทางเข้าของโอเอซิสเพื่อจับตามองว่ามีใครผ่านเข้ามาหรือไม่

        เมื่อหญิงสาวเห็นดังนั้นก็เบาใจขึ้นมาได้บ้าง นางเดินไปหยิบถุงสัมภาระมาวางไว้บนโขดหินริมน้ำตก มือเรียวจัดการรวบผมขึ้นเป็นมวยแล้วค่อยๆ ถอดเสื้อนอกออกเหลือเพียงชุดตัวในสีขาวบาง โดยนางนั้นได้ตักน้ำขึ้นมาแล้วซักชุดที่เลอะระวังมิให้น้ำที่ซักไหลลงไปในน้ำตก

        หลังจากที่ซักจนชุดสะอาดเรียบร้อยนางก็นำไปผึ่งตากไว้บนโขดหินอีกก้อนก่อนที่จะหันกลับมาทำความสะอาดร่างกายของตนเองบ้าง มือเล็กค่อยๆ ถอดชุดตัวในออกเหลือเพียงเอี๊ยมสีอ่อนที่ปิดบังดอกบัวคู่งามของนางไว้ ขาเรียวค่อยๆ ก้าวลงน้ำตกไปอย่างระมัดระวังน้ำภายในน้ำตกนั้นทั้งใสสะอาดจนมองเห็นตัวปลาซึ่งนางเลือกที่จะว่ายออกห่างจากฝูงปลา เพื่อมิให้พวกมันตกใจ ทันทีที่ร่างกายได้แตะถูกผิวน้ำความเย็นฉ่ำของน้ำตกค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่ผิวกายของร่างเล็ก จนนางสั่นขึ้นมาเล็กน้อย แต่เพราะดวงอาทิตย์ยังไม่ตกดินอากาศจึงมีค่อยหนาวเหน็บมากนักจึงทำให้แช่น้ำได้สักพักก็รู้สึกชินและหายหนาวขึ้นมาได้บ้าง

        “ อ่าา น้ำเย็นสบายดีจัง ข้าไม่ได้อาบน้ำเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ สระผมด้วยดีกว่าเพราะไม่รู้ว่ากว่าจะได้เจอแหล่งน้ำจะต้องรออีกกี่วัน ” ว่าจบซูเม่ยก็ดึงผ้าผูกผมออกทำให้เส้นผม ดำสวยเงางามราวกับม่านน้ำตกทิ้งตัวลงมาแผลสยายเต็มพื้นแผ่นหลังขาวขาวเนียน

        ซูเม่ยดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำตกอยากสนุกสนาน และรู้สึกสดชื่น โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า มีบุคคลผู้หนึ่งกำลังเข้ามาใกล้น้ำตกแห่งนี้

        ชวี่ปิ้งที่กลับมาจากลาดตระเวนเดินถือผลไม้บางอย่างเข้ามา ที่เขาหายไปนานก็เพราะหลังจากลาดตะเวนเสร็จก็ได้เจอผลไม้เข้าจึงเก็บมาได้ทานกันในมื้อเย็น แต่เมื่อมาถึงแล้วกลับไม่เห็นสตรีที่เขาบอกให้นั่งรอที่นี่ จึงวางผลไม้ลงก่อนเดินหารอบรอบจนเห็นเสื้อผ้าที่วางพาดอยู่บนโขดหินริมน้ำตก

        ที่ชวี่ปิ้งไม่เห็นซูเม่ยนั้นเป็นเพราะนางกำลังดำผุดดำว่ายอยู่ใต้น้ำ แต่เมื่อลมหายใจใกล้หมด นางก็โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำก่อนจะรวบผมไว้ด้านข้างเพื่อจะบีบเอาน้ำออกจากเส้นผมยาวสวย เพราะซูเม่ยคิดว่านางนั้นควรจะรีบขึ้นจากน้ำได้แล้ว

        แต่ความคิดของนางก็ผิดเพราะเวลานี้ไม่ทันเสียแล้วมีบุรุษผู้หนึ่งกำลังยืนอึ้งมองแผ่นหลังที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา แผ่นหลังที่ขาวเนียนมีหยดน้ำเกราะพราวต้องแสงแดดดูระยิบระยับจนทำให้ผู้พบเห็นนัยตาพร่ามัว

        ชายหนุ่มที่ไม่นึกว่าเขาจะต้องมาเจอภาพอะไรแบบนี้จึงได้แต่ยืนนิ่งอึ้งหาเสียงตัวเองไม่เจอ ลำคอรู้สึกแห้งผากอย่างไม่ทราบสาเหตุ จนกระทั่งเมื่อได้สติร่างกายจึงหันหลังให้กับภาพเย้ายวนตรงหน้าแล้วเอ่ยเสียงติดๆ ขัดๆ ขึ้นมา

       “ มะ..เม่ยเอ๋อร์ เจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่น่ะ” เสียงทุ้มเสียงทุ้มที่ฟังดูแหบแห้งเอ่ยขึ้น

        “ เหวออ ทะ.. ท่านมาตั้งแต่เมื่อใดกัน ละ..แล้วทำไมไคว่เล่อถึงไม่เห่าท่าน ” ซูเม่ยที่ตกใจ กับเสียงของชวี่ปิ้งที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นทำให้นางตั้งรีบย่อตัวลงไปในน้ำ มีเพียงดวงตาจมูกและปากเท่านั้นที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา นางรู้สึกโชคดีนักที่ไม่ได้ถอดเอี๊ยมออก ถึงแม้มันจะช่วยอะไรไม่ได้มากก็ตาม

        “ มันคงชินกับข้าแล้วจึงไม่นึกว่าเป็นคนแปลกหน้าเลยไม่ได้เห่าเตือนเจ้า ” ชายหนุ่มพอจะเดาออกขึ้นมาได้ว่านางคงให้ไคว่เล่อคอยดูต้นทางไว้ให้และหากเขารู้ว่านางกำลังอาบน้ำอยู่เขาก็คงไม่เข้ามา

       “ ท่านไม่เห็นสิ่งใดใช่หรือไม่? ” ซูเม่ยถามออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครืออย่างอับอาย

        “ ไม่ ข้าไม่ได้เห็นสิ่งใดทั้งนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะไปยืนหลบที่หลังต้นไม้เจ้าจะได้ขึ้นมาแต่งตัวให้เรียบร้อยไม่ต้องห่วงข้าจะหลับตาไว้ไม่แอบมองแน่นอน ”

         “ แน่ใจนะเจ้าคะถ้ามองข้าขอให้...ขอให้ท่านไม่มีบุตร ” นางเอ่ยออกมาอย่างหวาดระแวงถึงแม้เขาจะเป็นคนที่มีตำแหน่งแต่ยังไงก็เป็นผู้ชายอยู่ดี นางก็ต้องมีระแวงกันบ้าง

         “ ฮ่าๆๆ เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ข้าเอาเกียรติของทหารเป็นประกัน ” ชวี่ปิ้งที่ได้ฟังคำแช่งของนางก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนที่จะเดินไปหลบหลังต้นไม้ตามที่ได้พูดไว้

         ซูเม่ยที่เห็นว่าชายหนุ่มเดินไปแล้วก็มองซ้ายมองขวาอีกรอบนึงก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นมาจากน้ำตกอย่างระมัดระวัง แล้วรีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยโดยเร็ว

       “ ระ.. เรียบร้อยแล้ว ท่าน..จะอาบต่อเลยหรือไม่? ” เมื่อใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วซูเม่ยก็เดินไปเรียกชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังต้นไม้ข้างๆ นั้นก็มีไคว่เล่อที่นั่งอยู่ นางพยายามที่จะไม่ใส่ใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ เพื่อไม่ให้บรรยากาศเกิดความอึดอัด

       “ ข้าว่าข้าจะจับปลามาทำอาหาร ให้เจ้าและข้าก่อนดีกว่าแล้วค่อยอาบน้ำทีเดียว ”

       “ แล้วตกลงคืนนี้เราจะพักกันที่นี่หรือไม่เจ้าคะ? ” เสียงใสถามขึ้นมาเพราะหากพักที่นี่นางจะได้ตั้งกระโจมรอระหว่างที่เขาไปจับปลา

        “ ใช่คืนนี้เราจะพักกันที่นี่ ข้าดูมาแล้วไม่มีอะไรผิดปกติ ”

        “ ถ้าเช่นนั้นระหว่างที่ท่านไปจับปลาข้าจะเป็นคนการกระโจมเอง ” หญิงสาวพยักหน้าอย่างรับรู้และบอกความต้องการของนางไป ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พวกคัดค้านนางก็เดินไปหยิบอุปกรณ์ตั้งกระโจมออกมา

        ชวี่ปิ้งที่เห็นท่าทางที่ไม่ยอมให้เขาได้คัดค้านของนางแล้วนั้นก็คงต้องปล่อยให้เลยตามเลย ชายหนุ่มจึงเดินไปที่น้ำตกเพื่อจับปลา การจับปลาในน้ำตกนั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดายเพราะปลาที่อยู่ที่นี่ไม่ได้มีสัญชาตญาณในการระวังภัยที่ดีนักคงเพราะพวกมันไม่เคยถูกจับมาก่อน
หลังจากที่ชายหนุ่มจับปลาาได้ก็นำมาเสียบไม้ย่าง โดยมีซูเม่ยที่พึ่งการกระโจมเสร็จเดินมานั่งสมทบ

        “ ทำไมท่านจับปลาได้เร็วจัง ” นางเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย

        “ คงเพราะโอเอซิสที่นีไม่เคยมีใครเข้ามาจับปลา ทำให้พวกมันไม่มีสัญชาตญาณในการระวังตัวที่ดีมากนัก ข้าเลยสามารถจับมันได้อย่างง่ายดาย ” ชายหนุ่มตอบตามความคิดของเขาซึ่งก็มีส่วนที่น่าจะเป็นไปได้

        “ เช่นนั้นหรือแบบนี้ก็ดีแล้วที่ไม่มีใครเข้ามา ข้าไม่อยากให้ธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้ถูกทำลาย ด้วยน้ำมือของมนุษย์ ” ขณะที่พูดสายตาของนางก็มองไปรอบๆ อย่างชื่นชมความงามของธรรมชาติไม่รู้จักเบื่อหน่าย หากเป็นไปได้นางก็คงอยากอยู่ที่นี่นานๆ แต่ก็ทำได้แค่คิด

        ทั้งสองคนได้พูดคุยกันในระหว่างที่ย่างปลา จนปลาสุกได้ที่และนั่งทานร่วมกัน โดยมีไคว่เล่อนอนหมอบทานปลาอยู่ข้างๆ เมื่อหนังท้องตึง ทั้งสองคนและอีกหนึ่งตัวก็แยกย้ายกันเพื่อนอนพักผ่อน โดยชวี่ปิ้งได้แยกตัวออกไปอาบน้ำก่อนแล้วจึงค่อยกลับมานอน

        ในค่ำคืนนี้นั้นอากาศค่อนข้างที่จะหนาวกว่าปกติ เนื่องจากทั้งสองได้พักอยู่ใกล้กับน้ำตกทำให้อากาศรอบตัวนั้นมีความชื้นและหนาวเย็นมากขึ้นแต่กลับรู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวาขึ้น

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1
โพสต์ 2018-4-2 00:51:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2018-4-2 00:52

เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย
พาร์ท 5 - ออกเดินทาง



        ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ซูเม่ยและชวี่ปิ้งตื่นจากห่วงนิทราที่แสนรื่นรมย์แล้ว ทั้งสองก็ตื่นขึ้นมาทำธุรส่วนตัวของแต่ละคนให้เรียบร้อยแล้วถึงจะค่อยช่วยกันทำอาหารเช้า ซึ่งวันนี้นั้นซูเม่ยได้ตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อย เป็นผลพวงมาจากกิจกรรมเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ที่ทั้งสองได้ทำร่วมกันจนดึกดื่นค่อนคืน จนนางเผลอหลับลงไปในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้น….


ค่ำคืนที่ผ่านมา

        “ เม่ยเอ๋อห์ เจ้าง่วงหรือยัง? ” ชวี่ปิ้งที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จหลังจากที่อาบน้ำในน้ำตกมาเอ่ยถามซูเม่ยที่นั่งผิงไฟอยู่หน้ากระโจม

        “ อะ ข้ายังไม่ง่วงเจ้าค่ะ ท่านมีอะไรหรือ? ” ซูเม่ยที่กำลังยื่นมือทั้งสองข้างผิงไฟอยู่เงยหน้าถามขึ้น

        “ ถ้าเจ้ายังไม่ง่วงค่ะอยากชวนเจ้าไปนั่งดูดาวริมน้ำตกอยากไปหรือไม่? ” ร่างสูงยืนอยู่ข้างๆ แล้วถามอย่างกระตือรือร้น

        “ อืมม..ก็ได้ไหนๆ ข้าก็ว่างอยู่ ท่านนำไปสิ ” ซูเม่ยพยักหน้าตอบตกลงแล้วลุกขึ้นยืนกระชับเสื้อคลุม

       “ ได้เลย ” ว่าจบชวี่ปิ้งก็เดินนำซูเม่ยที่ยืนขึ้นเรียบร้อยแล้วเดินไปยังก้อนหินแผ่นใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมน้ำตก

        เมื่อทั้งสองเดินมาถึงแผ่นหินแล้วชวี่ปิ้งก็ช้อนตัวซูเม่ยขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวและใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปยังแผ่นหินนั้น ก่อนจะปล่อยให้ซูเม่ยลงยืนทันทีที่เขายืนได้อย่างมั่นคงแล้ว

       “ มีวิชาตัวเบาช่างดีเสียจริงนะเจ้าคะ ข้าอยากมีบ้าง ” แหล่งจ่ายที่โดนปล่อยให้ยืนด้วยขาของตัวเองแล้วซูเม่ยก็เอ่ยขึ้นมาทันที

        “ เช่นนั้นเอาไว้หากมีเวลาข้าจะสอนเจ้าดีหรือไม่? ”

       “ จริงนะ? ท่านพูดจริงนะ? อย่าหลอกให้ข้าดีใจเก้อนะ ” นางเผลอตัวจับแขนกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของอีกฝ่ายแล้วเขย่าไปมาอย่างรู้สึกดีใจ

        “ อืม ข้าไม่หลอกเจ้าแน่นอน ข้าสัญญา ” ชวี่ปิ้งยกยิ้มให้สตรีตรงหน้าพลางยกมือหนาขึ้นมาเกาะกุมมือเรียวเล็กที่จับที่แขนของเขาอยู่

        “ อะ..อื่อ ข้าจะรอวันนั้น เอ่อ เรามาดูด้วยกันดีกว่า ” มือเล็กค่อยๆ ดึงออกจากการจับกุมนั้น แล้วทรุดตัวนั่งลงเพื่อซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อไว้

        “ หึ วันนี้ข้าอยากจะให้เจ้าช่วยสอนข้าดูดาวพิ่มอีกได้หรือไม่? ” ร่างสูงพูดพลางนั่งลงข้างๆ หญิงสาวที่นั่งลงอยู่ก่อนแล้ว

        “ อื่อ ดะ..ได้สิ เดี๋ยวข้าจะสอนเพิ่มให้ ” ซูเม่ยพยักหน้ารับหงึกหงักแต่ไม่กล้ามองอีกฝ่ายตรงๆ

        “ เช่นนั้นนอนดูกัน ” ว่าจบชวี่ปิ้ง ก็คว้าร่างบาง ลงมานอนหนุนแขนของเขาเหมือนดังเมื่อคืน

        “ ว๊ายย นะ..นี่ท่าน! ข้า..ข้านอนเองได้ ปล่อยนะเจ้าคะ ” ในตอนแรกซูเม่ยตกใจที่จู่ๆ ก็ถูกดึงลงไปนอนโดยไม่ทันได้ตั้งตัวจนเผลอร้องเสียงหลงออกมาแต่เมื่อตั้งตัวได้ก็พยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดนั้น

       “ เอาน่า เจ้าอย่าดื้อสิ นอนแบบนี้แหละ ข้าขี้เกียจจะขยับเปลี่ยนท่าแล้ว ” ชวี่ปิ้งพูดพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

        “ แต่… ”  ยังไม่ทันที่นางจะได้พูดจบ ประโยคก็โดนอีกฝ่ายพูดแทรกขึ้นมาทันที

        “ เลิกเถียงสักทีตัวแสบ ดูดาวกันได้แล้ว เจ้าไม่เหนื่อยหรือเม่ยเอ๋อห์? ถึงเจ้าจะขัดขืนหรือเถียง ไปยังไงก็เปล่าประโยชน์ ”

        “ ชิ ท่านนี้มันแย่ที่สุดเลย! ” ซูเม่ยอดที่จะทุบแผงอกตรงหน้าอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ นางก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมเขาถึงชอบนอนกอดนางนัก นางมิใช่หมอนข้างของเขานะ

        “ ฮ่าๆๆ ข้าขอโทษๆ ไหนดูซิมีดาวอะไรอีกบ้าง ” เสียงทุ้มหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เขาไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด กับแรกที่นางทุบลงมา ราวกับว่านั่นคือการสะกิดเสียมากกว่า

       “ เปลี่ยนเรื่องเก่งเสียจริง ” ซูเม่ยยู่หน้าใส่คนช่างเปลี่ยนเรื่อง แล้วเริ่มสอนบุรุษน่าหมั่นไส้ดูดาวตามที่อีกฝ่ายต้องการ
        “ ที่นี่ดูงดงามและน่าอยู่ดีนะ  เจ้าคิดเหมือนข้าหรือไม่? ” ชวี่ปิ้งหันใบหน้ามาถามคนในอ้อมกอด หลังจากที่ทั้งสองร่วมดูดาวกันเป็นเวลาเกือบสองเค่อ
        “ ข้าก็คิดเช่นนั้น ที่นี่สวยยิ่งนัก ข้าชอบ ” ใบหน้าหวานเงยขึ้นเพื่อตอบคำถามแล้วยกยิ้มบาง

       “ เม่ยเอ๋อห์ ถ้าหากวันใดที่แผ่นดินสงบ ข้ากับเจ้าเรามาปลูกกระท่อมที่นี่กันดีไหม ข้าจับปลา ล่าสัตว์ เจ้าทอผ้า ” ชวี่ปิ้งลืมตัวไปจนเผลยพูดสิ่งที่คิดออกมา

        “ ทอผ้าหรือ? ข้าทอผ้าไม่เป็นหรอก ” ซูเม่ยเลิกคิ้วขึ้นแล้วส่ายหน้าบอกอีกฝ่ายไปว่านางนั้นไม่มีความสามารถในการทอผ้าสักนิด

        “ ฮ่าๆ เจ้านี่ทำให้ข้าแปลกใจอีกแล้ว อืม..เช่นนั้นก็เลี้ยงตัวไหมขายแทน ได้เงินเหมือนกัน แล้วก็ไม่ต้องลำบากมานั่งทอเองด้วย ดีหรือไม่? ”

        “ อื่อ เช่นนั้นก็ดีนะ ข้าชอบปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ อะ ว่าแต่แล้วทำไมข้าต้องมาอยู่กับท่านสองคนล่ะ? ” ซูเม่ยเอ่ยถามอย่างสงสัยและไม่เข้าใจ ดวงตาฉายแววทั้งมึนงงและสับสน

        “ หึ นั้นสินะ อะ เม่ยเอ๋อห์นั่นดาวตก ” ชวี่ปิ้งรีบชี้นิ้วไปบนท้องฟ้าที่เพิ่งมีดาวตกให้อีกฝ่ายดู เพื่อเลี่ยงที่จะตอบคำถามนาง โชคดียิ่งที่เมื่อกี้เขาหันมามองท้องฟ้าพอดี ทำให้ได้เห็นดาวตกที่นางเพิ่งคุยกับเขาไปก่อนหน้านี้

        “ ห๊ะ ไหนล่ะเจ้าคะ ดาวตกหายไปไหนแล้ว ” นาง รีบหันขึ้นไปมอง บนท้องฟ้าทันทีที่อีกฝ่ายบอกว่าเห็นดาวตก

        “ มันหายไปแล้ว ข้าไม่รู้ว่ามันจะมีอีกหรือไม่ ”

       “ อ่าา น่าเสียดายจังที่ข้าไม่ได้เห็น ” ซูเม่ยทำหน้าหงอย ขึ้นมาเล็กน้อยแต่สายตาก็ยังคงมองท้องฟ้าอยู่ เผื่อนางอาจจะ มีโชคได้เห็นดาวตกอีก “ ถ้าท่านเห็นอีกอย่าลืมอธิษฐานนะ ”  นางไม่ลืมที่จะเตือนความจำของชวี่ปิ้ง

        “ ได้ๆ ข้าจะไม่ลืม ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบรับอย่างขันแข็ง

        “ อ๊ะ นั่น! ดาวตกอธิษฐานเร็ว ” เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น แล้วหลับตาลงเพื่ออธิษฐานขอพรจากดาวตก ตามที่นางเคยฟังมาจากท่านลุง
ชวี่ปิ้งที่เห็นนางหลับตาลงไปแล้วก็อดยิ้มขำอย่างเอ็นดูไม่ได้ แล้วจึงหลับตาอันนี้อธิษฐาน เฉกเช่นเดียวกับนาง

        “ เจ้าอธิษฐานว่าอย่างไรหรือ? ” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าสตรีข้างกายลืมตาขึ้นแล้ว

       “ ข้าบอกท่านไม่ได้ ไม่มีใครเขาบอกคำอธิษฐานกันหรอก เพราะกลัวว่าจะไม่เป็นจริง ” ซูเม่ยพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

        “ เช่นนั้นหรือถ้าอย่างนั้นข้าไม่ถามเจ้าแล้วก็ได้ เรามาดูดาวกันต่อเถิด ” ชวี่ปิ้งไม่คิดที่จะซักไซ้ถามให้น่ารำคาญ จึงชวนนางดูดาวต่อโดยที่เขานั้นกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นเพราะกลัวร่างบางในอ้อมกอดจะหนาว

        เมื่อได้รับคำตอบรับจากหญิงสาวทั้งสองก็นอนดูดาวกันต่อ จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ซูเม่ยก็หลับลงภายในอ้อมกอดที่อบอุ่นนั้นโดยไม่รู้ตัว ชวี่ปิ้งที่เห็นดังนั้นก็ค่อยๆ อุ้มร่างเล็กกลับไปนอนที่กระโจมเหมือนกับเมื่อคืนที่นางเผลอนอนหลับไปในขณะที่กำลังดูดาวอยู่แล้วเข้าก็เป็นคนพานางไปนอน


       “ เม่ยเอ๋อห์หากทานอาหารเสร็จแล้วพวกเราออกเดินทางกันเลยนะ ” ชวี่ปิ้งเม่ยขึ้นขณะที่กำลังย่างปลาอยู่

       “ เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว ” นางพยักหน้าตอบรับอย่างไม่อิดออดแล้วนั่งเล่นกับไคว่เล่อรอให้ปลาสุก ก่อนที่ทั้งคู่จะออกเดินทางกันต่อ...


        
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1

190

กระทู้

1052

โพสต์

71หมื่น

เครดิต

ทุกการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต

เงินชั่ง
176103
เงินตำลึง
438025
ชื่อเสียง
96192
ความหิว
1779

ใบรับรองภาษาอาร์เมเนียใบรับรองภาษาฮิบรูใบรับรองภาษาเปอร์เชียใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละติน

คุณธรรม
4430
ความชั่ว
0
ความโหด
805
霸王龍
เลเวล 1

เซี่ยง เหมย

ข้าไม่ได้อ่อนแอนะ
pet
โพสต์ 2018-8-18 00:11:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Soup_Dumplings เมื่อ 2018-8-18 10:20

                                 ก็แย่หน่อยที่ตอนนี้ดูเหมือนว่า
                                 ข้าพาพี่น้องทหารของข้าทั้งร้อยนาย
                                 ออกมานอกพื้นที่แบบนี้ ไม่ดีแน่...
                                 เกรงว่าข้าอาจจะโดนคาดโทษละเลยหน้าที่ของตน(รึเปล่านะ?)
                                 ตั้งร้อยนาย ข้าเกรงว่าจะเอิกเกริกเป็นแน่หากไป ณ ที่ใดก็ตาม...

                                  ตอนนี้ข้าและพี่น้องทหารที่ตามมานับร้อยยังคงติดตามร่องรอยของโจรถ่อยที่ฆ่าเหล่าพ่อค้าจากโรมัน ร่องรอยของพวกมันหายไปอย่างรวดเร็วจึงเริ่มยากที่จะติดตามหาตัวพวกโจรนั้น ให้ตายสิ แม้จะไม่รู้ว่ากี่คน อย่างน้อยมันก็น่าจะมีร่องรอยอะไรเหลือเอาไว้ให้เห็นหน่อยสิ แล้วแบบนี้ถ้าตามต่อไปเรื่อยๆ พวกมันไม่หายไปก่อนงั้นเรอะ มีแต่จะต้องตามพวกมันไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ล่ะ งานนี้งานแรกของข้านะ ข้าไม่อยากพลาดตั้งแต่งานแรกเลยจริง เขาจะเอาไปโพนทะนาต่อกันได้ว่า แม่ทัพตะวันไม่มีน้ำยา... ข้าไม่ชอบเลยจริงๆ...




                                 พวกเราเดินทางตามพวกนั้นมาจนถึงแหล่งน้ำอีกจุดนึงมาทางเหนือ ก็นั่นล่ะ ก่อนที่จะพักระกว่างทาง ข้าออกคำสั่งให้หาเบาะแสโดยรอบแหล่งน้ำแห่งนี้ก่อน คิดว่าคงหาได้ไม่ยาก และข้าเองก็ช่วยหาด้วย หาไปเรื่อยๆ ตามพุ่มไม้รอบสระน้ำ ตามหินผา อ่า.. ใช่ตอนนี้ถึงแม้ใกล้ๆจะเป็นทะเลทราย แต่ที่นี่เป็นหุบเขาทั้งสองข้าง พวกข้าทั้งร้อยนายก็อาศัยเส้นทางจากช่องเขาจนมาถึงที่นี่ล่ะ ไม่ทุลักทุเลเท่าเพราะดูเหมือนเป็นเส้นทางที่พวกซงหนูผ่านและคนทั่วไป.. ข้าหมายถึงชาวฮั่นหรือชาวอะไรก็ตามที่ใช้เส้นทางในการเดินทางน่ะ พวกเขาใช้เส้นทางนี้ทั้งนั้น



                                 "ท่านแม่ทัพ"

                                 "มีอะไรงั้นเหรอ?"

                                 "ข้าพบเศษผ้านี้อยู่ในซอกหินใกล้กับทางที่เรากำลังจะไปครับ"

                                 "เศษผ้า... เศษผ้าอะไร?"

                                 "ข้าก็ไม่รู้ แต่หนึ่งในพวกเราบอกว่า มีคนกำลังขอความช่วยเหลือ"

                                 "ยังไงล่ะ...?"

                                 "เออ... ข้าว่าให้เขามาอธิบายให้ท่านเข้าใจดีกว่า"



                                  มันก็เกือบจะเข้าใจนั่นล่ะ แต่ข้าเองอยากให้แน่ใจว่าเป็นอย่างที่ข้าคิดไว้รึเหล่าก็แค่นั้น.. หนึ่งในทหารคนที่เจอเศษผ้านี้มาหาตรงหน้าข้าและอธิบาย...



                                 "มีอะไรอยากจะอธิบายให้ข้าฟังรึเปล่า?"

                                 "มีครับ มันเป็นอย่างนี้ครับท่าน ข้าคิดว่าในกองโจรที่เรากำลังตามหาน่ะ มีผู้หญิงคนนึงอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย"

                                 "เจ้ากำลังจะบอกว่า กองโจรเหล่านั้นมีผู้หญิง หมายถึงที่เป็นโจรด้วยน่ะนะ?"

                                 "ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดนะครับ แต่ข้ากำลังหมายถึง พวกมันดูเหมือนจะจับผู้หญิงคนนึงไปด้วย"

                                 "อย่างนั้นเองหรอกเหรอ งั้นแสดงว่า ศพชาวโรมันที่ฝังลงไปนั้น..."

                                 "ท่านคิดถูกครับ ไม่ใช่ทั้งหมดของกลุ่มคารวานพ่อค้า ยังเหลือชาวโรมันที่โดนจับไปด้วยอีกคนนึง"

                                 "อย่างนั้นเองสินะ ที่นี่ก็พอจะเดาได้ว่าพวกมันจะไปทางไหนต่อ.."

                                 "ใช่ครับ พวกมันไม่ได้ขึ้นเหนือไปที่เขตของพวกมัน แต่ลงไปยังฮั่นเพื่อให้พวกเราหลงกล"

                                 "ฮะฮ่า.. ขอบใจเจ้ามาก ไอ้น้องชาย งั้นพวกเราเตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปรวบมันที่ฮั่น"



                                 ในตอนแรกเองข้าก็คิดนะ ว่าถ้าหากส่งทหารส่วนนึงจากร้อยนายกลับ ข้าคิดว่าคงตามหากันนานแน่ แล้วพวกมันก็คงจะหนีไปก่อนที่พวกเราจะได้ตัวมัน ตอนนี้ข้าเปลี่ยนความคิดล่ะ ไปทั้งร้อยนายนี่ล่ะ ค้นหาให้ทั่วทุกมุมของเมืองใดเมืองนึงในต้าฮั่นนี่ล่ะ... เมื่อพักกันเรียบร้อย ข้าและทหารทั้งร้อยนายก็มุ่งไปยังด่านของต้าฮั่น เพื่อรวบจับกุมพวกโจรถ่อยเหล่านั้นและให้กลับไปรับโทษที่มันก่อไว้...


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +800 เงินตำลึง +5000 ชื่อเสียง +77 ความหิว -63 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 800 + 5000 + 77 -63 + 3

ดูบันทึกคะแนน


逢いたいと願う夢は 鳥のように 空へ高く
風と共に どこまで飛んで 波に映る影を追いかけていた
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รัดเกล้ามงคล
ปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์
ฮั่นเสียดำเทวะ
ตัวเบาขั้นสูง
เกราะทองแดง
ดาบแห่งยักษ์
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x1
x1
x1
x20
x1
x1
x20
x2
x1
x220
x20
x4
x2
x80
x5
x1
x20
x80
x70
x4
x2
x4
x115
x80
x280
x2
x62
x106
x1
x1
x1
x162
x10
x4
x48
x130
x15
x10
x296
x1
x100
x80
x220
x1
x400
x3
x2
x200
x400
x4
x425
x2
x100
x3
x400
x2
x400
x160
x200
x12
x15
x400
x20
x200
x400
x35
x30
x2
x60
x200
x25
x3
x200
x8
x140
x1
x600
x20
x400
x500
x40
x7
x150
x31
x400
x1
x601
x600
x600
x3
x2400
x200
x80
x600
x120
x10
x1
x6
x400
x200
x75
x3
x24
x20
x11
x400
x15
x4
x40
x35
x401
x100
x1
x1
x15
x400
x200
x3
x5
x10
x1
x33
x14
x50
x15
x15
x670
x835
x5
x4224
x81
x58
x2
x6
x9
x440
x470
x10
x1
x610
x154
x3
x260
x1
x1
x99
x35
x70
x230
x147
x405
x325
x350
x280
x13
x459
x215
x108
x14
x54
x80
x32
x364
x765
x276
x197
x222
x22
x300
x11
x100
x3
x80
x700
x44
x73
x402
x980
x134
x478
x9999
x10
x759
x334
x1650
x482
x22
x1690
x690
x69
x200
x1956
x1870
x2
x2201
x1961
x60
x9999
x450
x6805
x8452
x6
x350
x1488
x583
x2633
x315
x131
x1240
x235
x97
x75
x230
x562
x305
x2
x305
x2082
x313
x330
x300
x2300
x98
x5
x657
x1050
x31
x2225
x9790
x42
x1025
x566
x225
x300
x7400
x9
x298
x2
x50
x420
x355
x65
x176
x1803
x4
x7
x64
x220
x1
x60
x246
x1200
x115
x2
x5
x219
x265
x9999
x7
x14
x1047
x760
x38
x2
x400
x8
x42
x37
x460
x4
x5450
x253
x439
x4
x140
x93
x228
x58
x157
x830
x6
x832
x6040
x6
x66
x501
x12
x11
x125
x150
x990
x4
x7
x45
x53
x4
x6458
x389
x1260
x56
x378
x950
x8098
x436
x520
x1334
x471
x48
x249
x684
x225
x2263
x649
x809
x421
x139
x610
x6318
x39
x5
x433
x198
x300
x479
x16
x253
x395
x38
x70
x255
x1079
x1223
x84
x1

193

กระทู้

2004

โพสต์

53หมื่น

เครดิต

อิงฮวาในวันเดอร์แลนด์

เงินชั่ง
1194748
เงินตำลึง
1900850
ชื่อเสียง
237951
ความหิว
1770

ใบรับรองภาษาไต้หวันตราหุบเขาปีศาจป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ตราเมเปิ้ลตราหนูป้ายตลาดมืดใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินพวกเรามาอธิษฐานขอลูกแฝดกับเจ้าแม่

คุณธรรม
13209
ความชั่ว
8259
ความโหด
20543
ภูตกระต่ายอามานีตอน
เลเวล 1

สรวงสุรางค์

ข้าอยากผจญภัย!
pet
โพสต์ 2019-7-10 22:25:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสลับ } สองดวงจิต ต่างที่มา
พาร์ท 4 - ตามรอยขุนชนะชัย

          พวกเขาทั้งสามคนเดินทางไกลควบม้าวิ่งอยู่บนผืนทรายตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว นัยน์ตาสีดำคมมองทางข้างหน้าที่มืดสนิท ถึงจะมีแสงจันทร์ส่องแต่มันก็ไม่ค่อยเห็นทางแล้วน่ะสิ

          ฟุบๆๆ

          ไป๋เหยียนเฟยนั่งจมูกไวต่อกลิ่นทำให้เขาได้กลิ่นน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ เสียงแหบต่ำยานๆเอ่ยบอกทั้งสองคน "ข้าได้กลิ่นน้ำ ดูเหมือนจะอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่"

          "กลิ่นน้ำ? หรือว่าจะหมายถึงโอเอซิส" ร่างระหงที่ควบม้าอยู่เอ่ย อีกฝ่ายจมูกดีเกินไปไหม นางเป็นนักล่าสัตว์ยังไม่ได้กลิ่นถึงขนาดนั้น

          กรุบกรับๆๆ

          "รบกวนเจ้านำทางไปหน่อย" ร่างสูงคิดว่าไม่แน่อาจจะได้ที่พักด้วย เดินทางมาตั้งไกลยังไม่ได้พักเลย อยู่ในทะเลทรายรกร้าง

         ไป๋เหยียนเฟยอาสาเป็นคนนำทางไปตามกลิ่น ใช้จมูกดมกลิ่นไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็พาจนมาถึงโอเอซิสเหยียนต๋อซื่อ "ถึงแล้วล่ะ"

         ชายหนุ่มควบม้าฮั่นเสียดำตามมาถึงมองรอบข้างเหมาะสำหรับตั้งกองก่อไฟพักค้างแรมที่นี่สักคืน เดินทางมาจนเหนื่อยแล้วด้วยอยากพักผ่อนแล้วค่อยเดินทางต่อพรุ่งนี้

          "ข้าว่าพักที่นี่แล้วกัน มีโอเอซิสด้วย"

          "พวกเจ้าจะพักกันที่นี่สินะ เดี๋ยวข้าไปสำรวจรอบๆให้แล้วกัน ถ้าเกิดมีอะไรผิดปกติจะรีบกลับมาแจ้งให้ทราบ" ไป๋เหยียนเฟยจากไปทันทีที่พูดจบ

          ฟิ้วววววว!

          "สหายของคุณชายประหลาดจริง" หลันหมี่เจี่ยก้าวลงจากหลังม้าขาวลงมาข้างล่าง

          "ก็เป็นแบบนี้ประจำ" มือหนานำฟืนกับน้ำมันรวมกันแล้วจุดไฟก่อกองไฟเพื่อเป็นแสงสว่างยามค่ำคืนอีกทั้งยังช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายอีกด้วย

          นัยน์ตาคู่สวยมองไปทางโอเอซิส "คุณชายข้าขอตัวไปอาบน้ำชำระร่างกายที่โอเอซิสตรงนู้นก่อนนะ" กล่าวจบก็เดินไปพร้อมกับย่ามที่พกสัมภาระข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของนาง

          ตอนนี้เหลือแค่เส้าเทียนนั่งอยู่คนเดียว ไม่มีใครอยู่เลยไป๋เหยียนเฟยก็ไปเดินลาดตระเวนสำรวจดูรอบๆ เขาหยิบจี้รูปหมาป่าขึ้นมานัยน์ตาสีดำคมกริบจ้องมอง แล้วลองเอาจี้มาไว้ใกล้ๆหู ไม่เห็นจะได้ยินเสียงหัวใจอย่างที่ไป๋เหยียนเฟยบอกเลย

          "เฮ้อ จวินจื่อถูกสาปทำข้าเป็นห่วงแทบแย่ เป็นจี้แล้วสนุกไหม ได้ยินเสียงข้าหรือเปล่า" ไม่รู้สิ อาจจะเป็นเพราะตอนนี้นั่งเหงาๆอยู่ลำพังเลยเกิดอาการบ้าคุยกับจี้ แล้วเขาก็ต้องนั่งเฝ้าให้ท่านหญิงหลันที่ไปแช่น้ำ

          คิดว่าเดี๋ยวถ้าหากท่านหญิงหลันอาบเสร็จ กะจะไปอาบน้ำบ้าง...

          กองไฟแผ่ซ่านความอบอุ่น ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เป็นจี้แล้วมันดียังไง เออ ไอ้หมอผีเวรนั่นก็สาปคำสาปอะไรไร้สาระ ป่านนี้แม่งไม่ไปเกิดหรือไงฟ่ะ คำสาปที่ก็อยู่ยาวหรือนานหลายร้อยปี" โชคดีที่บ่นอยู่คนเดียวหวังว่าจี้นี้มันจะไม่ได้ยินเรื่องที่เส้าเทียนบ่นหรอกนะ ไม่อย่างนั้นนี่เสียภาพพจน์คนคูลๆเลยเนี่ย

         ผ่านไปครึ่งชั่วยามหลันหมี่เจี่ยกลับมาแล้วหันมองร่างสูงที่นั่งอยู่ใกล้ๆกับกองไฟ นางร่างกายสดชื่นเสื้อผ้าเปลี่ยนใส่ตัวใหม่ "คุณชายจะไปแช่น้ำบ้างไหม เดี๋ยวข้านั่งเฝ้าให้" เสียงหวานถามอีกคน

          โอ๊ะ… "แช่น้ำหรอ อืมม" ครุ่นคิดเพียงเสี้ยววิแล้วรีบตอบตกลงทันที "เห็นทีข้าคงต้องไปแช่น้ำบ้างแล้ว" จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปแถวๆโอเอซิสเหยียนต๋อซื่อ บรรยากาศรอบข้างมีต้นไม้ขนาดใหญ่

          ร่างสูงถอนปลดเปลื้องอาภรณ์แล้วลงไปแช่ในน้ำอย่างเดียวดาย มือหนาถูเนื้อถูตัวทั่วร่างกายแล้วลูบหน้า ก่อนจะหมุดตัวแหวกว่ายในน้ำไม่มีใครอยู่ตรงนี้ไม่ต้องอายใคร ไม่ค่อยจะทำตัวเหมือนเด็กใครคนอื่นเห็นหรอก แล้วว่ายไปหยิบจี้หมาป่าที่วางเอาไว้ "จวินจื่อเจ้าอยู่ในนี้จริงๆหรือเปล่า?" เสียงทุ้มติดหวานถาม ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมาเหมือนเดิม

           ไม่ได้อาบน้ำมาตั้งสองวันคนที่รักษาความสะอาดรักษาตัวให้ไม่สกปรกจึงอาบน้ำแช่น้ำนานกว่าปกติ ผมสีดำขลับถูกปล่อยยาวผมเปียกน้ำชุ่มทั่วทั้งศีรษะมือหนาลูบผมตัวเองเบาๆ แล้วว่ายน้ำวนเล่นไปมา ดำลงไปข้างล่างเห็นฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อย อาบน้ำใต้แสงจันทร์ ขนาดโอเอซิสค่อนข้างจะกว้างใหญ่

          เมื่ออาบน้ำจนเนื้อตัวเย็นเชียบแล้วก็ขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้า พลางหันมองรอบข้างที่เงียบสงัดไร้วี่แววผู้คน อืมม เขาหยิบกระจกเซียวไน่เหอขึ้นมาส่องดูหน้าตาตัวเอง หน้าตาเราก็หล่อเหลาเหมือนเดิมลูบคางแล้วก็ไม่มีหนวดเครา เฮ้อ...จะไม่มีขนขึ้นเลยสักเส้นเลยจริงดิ คนหน้าดีเศร้าใจ กระซิกๆๆ ผมสีดำขลับเปียกแฉะอยู่ทำให้เขาปล่อยผมเอาไว้เดี๋ยวค่อยมัดตอนแห้ง

          อืม หยิบกระบี่กับดาบมาไว้แนบข้างกายมีอาวุธอยู่ใกล้ๆตัวแล้วอุ่นใจ เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้พร้อมทันที อีกอย่าง...ไม่อ่ะ ไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นอยากเดินไปแบบชิวๆเรียบง่าย ไม่อยากพบพวกมารผจญอย่างพวกชงหนูเป็นต้นแค่เรื่องจี้ก็ทำเอาปวดหัวมากพออยู่แล้ว

         "......"

          ขายาวก้าวเดินกลับไปหาหมี่เจี่ยที่เฝ้าอยู่ ร่างกายเบาสบายตัวหลังจากที่ได้แช่น้ำ ถึงตอนกลางคืนจะหนาวเพียงใดแต่เขาก็จะขออาบน้ำดีกว่าต้องมาทนเหม็นกลิ่นเหงื่อแล้วกันวะ

           "แช่น้ำสบายไหมล่ะ" หมี่เจี่ยที่นั่งอยู่ใกล้ๆกองไฟหันมายิ้มถามชายหนุ่มที่เดินกลับมาผมเผ้าเปียกชื้น

           "ก็ดีนะ"

           หันมองรอบข้างไป๋เหยียนเฟยยังไม่กลับมาเลย ไม่ทันไรพูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ... ร่างสูงเห็นนั้นแล้วก็เตรียมตัวนอนนัยน์ตาทั้งสองหนักอึ้ง อยากนอนแล้ว