ดู: 668|ตอบกลับ: 23

{ เส้นทางสายไหม } ทะเลทรายนาดิมา

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-27 20:37:16 |โหมดอ่าน

ทะเลทรายนาดิมา


[ เส้นทางสายไหม ]


【 ทะเลทรายนาดิมา 】

ไม่นานมานี้เกิดเรื่องประหลาดกับเส้นทางของทะเลทรายแห่งนี้ 
หลายคนเล่าขานมามันเกิดอาเพศอะไรบางอย่าง 
เพราะว่าเส้นทางแห่งนี้ เป็นเส้นทางสำหรับนักเดินทางจากแคว้นชิวซื่อ 
เพื่อตรงไปยังต้าหว่าน เป็นเส้นทางที่ยาวไกล 
ทั้งเป็นลักษณะของเนินทรายที่ไม่สิ้นสุด 

แต่ทว่า ณ ตอนนี้กลับเป็นได้แค่เพียง 
เนินทรายที่มีแต่หิมะหนาคลุมตกเต็มไปหมด 
หากผ่านตรงนี้จำต้องมีการเตรียมเครื่องกันความหนาวให้ดี... 
มันเป็นเฉพาะจุดตรงทะเลทรายตรงนี้เท่านั้น ราวกับเวทมนต์......


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 5

ดูบันทึกคะแนน

99

กระทู้

1102

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79837
เงินตำลึง
101975
ชื่อเสียง
50987
ความหิว
1239

ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2267
ความชั่ว
622
ความโหด
1200
มีมี่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-3-27 22:41:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-3-28 09:20

พาร์ท 2 - พ่อค้าหนุ่ม
[บทเพลงเมื่อครั้งอดีต]



      ขบวนเดินทางของหยุนฟ่านออกเดินทางมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งรอบสองข้างทางที่รถขบวนเคลื่นผ่านนั้นก็ยังคงเปิดทะเลทรายอยู่เช่นเดิม ซึ่งเรียกได้ว่ามันเป็นทิวทัศน์ที่จางฝูเห็นจนเริ่มรู้สึกเอียนหน่อยๆแล้วแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลของหยิงสาวมองลอดผ่านช่องหน้าต่างของรถม้าด้วยแววตาขุ่นเจือไปด้วยความหงุดหงิด หลังจากที่เธอถูกชายหนุ่นนั้นจับลากแล้วโยนให้ขึ้นมานั่งบนม้า อีกทั้งยังไม่ยอมพูดหรือธิบายอะไรกับเธอเลยแบบนี้มันยิ่งทำให้ความหงุดหงินในใจของเธอนั้นยิ่งเพิ่มสะสมขึ้นมาอีก

     “ขอโทษที่ลากขึ้นรถมาแบบนี้” หยุนฟ่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด เขานั่งมองหน้าหญิงสาวที่เอาแต่นั่งเงียบขมวดคิ้วมองออกไปนอกหน้าต่างมาสักพักแล้วและคิ้วเรียวนั้นก็ดูเหมือนว่ามันจะยิ่งขมวดเข้าหากันเลรื่อยๆเสียด้วย เขาจึงรู้ได้ว่าเผลอทำอะไรที่หญิงสาวตรงหน้าไม่พอใจไปเสียแล้ว

      “พึ่งคิดได้รึยังไง ว่าต้องขอโทษ”จางฝูพูดแล้วเหลือบมองผ่านหางตาก่อนจะเบนดวงตาคู่สวยกลับไปมองที่วิวด้านนอกที่มีเเต่ทราย ทราย ทราย และทราย ‘น่าหงุดหงิดจริงๆเลย’
     “ข้าไม่ตั้งใจ ตอนนั้นก็ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ข้าขอโทษจริงๆ”หยุนฟ่านเอ่ยพร้อมกับยกมือวางบนเข่าแล้วก้มหัวเป็นการขอโทษต่อหญิงสาวที่ จางฝูที่เห็นการกระทำนั้นก็กระวี้กระวาดก้มตอบชายหนุ่นในทันที แล้วเงยหน้ามองหยุนฟ่านดุๆ

     “ดูเจ้าอายุก็มากกว่าข้ายังจะมาก้มหัวให้ข้าอีก แช่งข้าให้อายุสั้นรึไง” 

     “ข้า ไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น” หยุนฟ่ายเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาโบกหย่อยๆ เป็นการปฏิเสธในสิ่งที่จางฝูเอ่ยแซะขึ้นมา ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกาเบาแล้วเงยหน้ามองจางฝูนิ่งๆ ด้วยท่าทางจริงจังจนจางฝูนั้นต้องขยับตัวขึ้นมานั่งหลังตรงมองชายหนุ่มตอบ 

      “ข้าขอถามได้ไหมว่า ที่บ้านเจ้าเป็นเช่นไร” 

     “ข้าไม่รู้หรอก คงถูกเผาไปหมดแล้วมั้ง”จางฝูเอ่ยตอบเสียงเบาแล้วก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่กุมผสานกันไว้บนตัก ภาพในคืนที่ชงหนูบุกพลันย้อนเข้ามาในหัวเธออีกครั้ง ราวกับฝันร้ายที่ไม่มีวันที่จะหนีไปได้ และภาพของแม่เธอที่ถูกลูกธนูของพวกชงหนูนั้นพุ่งมาปักเข้าที่กลางหลัง ในตอนนั้นเธอยังเด็กและกลัวมาก กลัวจนทำอะไรไม่ถูกแม่บอกให้เธอวิ่ง เธอก็วิ่ง วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต

      หยุนฟ่านที่เห็นหญิงสาวเงียบก็ยิ่งรู้สึกผิด เห็นที่เขาคงจะถามในเรื่องที่ไม่ควรถามไปเสียแล้ว เรื่องในตอนที่ชงหนูบุกมันน่ากลัว และเขาไม่อยู่ที่นั้น ไม่ได้อยู่ปกป้องคนที่เขารักและเคารพ และกลับมาเมื่อมันสายเกินไป เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างหมดสิ้นไปแล้ว หยยุ่นฟ่านมองจางฝูที่นั่งกุมมือก้มหน้าอยู่อย่างรู้สึกผิดก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปลูบหัวคนตรงข้ามเบาๆ โดยที่เขาก็ไม่เข้าใจการกระทำของเขาเองเช่นกัน 

     สัมผัสหนักๆบนหัวเรียกให้สติที่คิดเหม่อลอยไปไกลของจางฝูนั้นกับมาก่อนที่เธอจะเงหน้ามองคนที่ลูบหัวเธออยู่นิ่งแต่ก็ไม่ได้ผลักไล่ไสสงมือที่กำลังลูบหัวนั้นออกไปและยินดีที่จะให้มือหนาของหยุนฟ่านลูบหัวเธอไปเรื่อยๆจนกว่าคนลูบจะพอใจ 

      “ข้าเห็นเจ้ามีผีผา เล่นให้ข้าฟังได้รึไม่” หยุนฟ่านดึงมือที่ลูบหัวอีกคนออกแล้วเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับยิ้มส่งให้น้อยๆ 

      “ข้าเล่นได้ แต่ไม่ได้หยิบมาเล่นนานแล้ว ถ้าไม่เพาะก็อย่ามาโทษกันละ ให้คนหยุดรถสิจะได้ลงไปเอาผีผา”จางฝูเอ่ยแล้วยกมือขึ้นมากอดอกเล็กน้อย

      “เรามาได้ครึ่งทางแล้วอีกไม่นานจะมีหินใหญ่เป็นร่มเราจะไปพักที่นั้น” 

      “ดูยังไงว่าถึงไหนแล้ว มองไปทางไหนก็มีแต่ทรายๆ”

      “กะจากเวลาน่ะ” หยุ่นฟ่านเอ่ยแล้วยิ้มภูมิใจออกมาจนจางฝูนั้นหรี่ตามมองท่าทางของอีกคนอย่างหมั่นไส้ ‘ใช่สิพ่อคนเดินทางบ่อย เดินทางในทะเลทรายของเจ้าคงเหมือนเดินอยู่ในสวนหลังบ้านสินะ’

     “ไปถึงที่นั้นค่อยเล่นให้ข้าฟังนะ” 

     “รู้แล้วน่า” 




     รถขบวนยังคงเคลื่อนเดินทางกันต่อไปเรื่อยๆบนเนินทรายและก็เป็นอย่างที่หยุนฟ่านพูดจริง เพียงไม่นานหลังจากที่เธอกับเขาคุยกัน ขบวนรถก็มาหยุดพักกันที่โขดหินขนาดให้ที่ตั้งเอียงทให้เงาของหินเมื่อต้องแสงเเดดในยามนี้ ทอดยาวลงมาจนกลายเป็นเพิงกันแดดธรรมาชาติให้พวกเขาและเธอที่ได้หยุดพักผ่อนกินข้าวกินน้ำและพักร้อนกัน จางฝูเมื่อก้าวลงมาจากรถม้าก็รีบเดินตรงดิ่งไปหาเฟยเทียนแล้วตรวจดูว่าเจ้าช้างเผือกของเธอนั้นเปิดเช่นไรบ้าง และพวกแสบที่อยู่หลังรถเทียบยังสบายดีอยู่ไหมโดยที่มีลูกน้องของหยุนฟ่านนั้นเดินมาช่วยเธอดูแลพวกสัตว์เลี้ยงของเธอตามคำสั่งหยุนฟ่านอีกแรง

      “รบกวนท่านด้วยนะเจ้าคะ” 

     “มิได้ขอรับ คุณชายเป็นคนสั่งมาข้าก็ยินดีทำให้ ท่านหญิงไปพักผ่อนเถอะขอรับ” ชายคนนั้นเอ่ยก่อนจะช่วยยกถังใส่น้ำนั่นค่อนตักราดบนตัวเจ้ามีมี่เพื่อไม่ให้มันรู้สึกร้อนจากอากาศที่แสนทรมานกลางทะเลทราย

     จางฝูยิ้มตอบเป็นการขอบคุณก่อนจะเอื้อมไปหยิบเอาผีผาที่เธอเก็บไว้บนรถลากมาอุ้มแล้วเดินหลบเข้าร่มตรงไปนั่งที่ข้างหยุนฟ่านที่กำลังนั่งดื่มน้ำจากถุงหนังสัตว์อยู่ก่อนที่เขาจะยื่นส่งมาให้เธอดื่มต่อ ซึ่งเธอก็รับมาดื่มต่ออย่างไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะหากมัวแต่คิดเล็กคิดน้อยอยู่กลางทะเลทรายเช่นนี้คงเป็นการหาเรื่องตายเสียมากกว่า

     หลังดื่มน้ำดับกระหายเป็นที่เรียบร้อยจางฝูก็ส่งถุงน้ำนั้นคืนแก่หยุนฟ่านก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งบนก้อนหินเล็กฝั่งตรงข้ามแล้วตั้งผีผาขึ้นมาลองไล่เสียงเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะขยับนิ้วไล่ดีดไปตามเส้นสายบนผีผาเกิดเป็นเสียงก้องกังวาลด้วยทำนองอ่อนหวานและอ่อนโยนเพื่อขับกล่อมและปลอบประโลมเหล่าคนที่เดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งยังเป็นบทเพลงที่แม่ของเธอมักจะเล่นให้เธอฟังทุกครั้งเมื่อยามที่พ่อของเธอกลับมาจากเดินทาง และยังเป็นบทเเพลงแรกที่แม่เป็นผู้สอนเธอเล่นอีกด้วย

      หยุนฟ่านที่นั่งฟังเสียงผีผาหลับตาลงอย่างช้า บทเพลงที่เขาเคยได้ยินเมื่อนานมาแล้ว ภาพในอดีตที่เขาลืมเลือนไปลอยผุดขึ้นมาราวสายน้ำไหล ในบัดนี้ตัวเขาเองแน่ใจแล้วว่าหญิงสาวผู้อยู่เบื้องหน้าเขาเป็นใครแล้วเขาเคยเห็นเธอที่ไหน บทเพลงที่แสนคุ้นเคยแล้วได้ยินได้ฟังทุกครั้งที่เขากับพ่อบุญธรรมกลับมาจากการเดินทางเจรจาค้าขาย ภาพของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งเล่นผีผาที่เขาเคยได้เห็นเมื่อตอนยังเด็ก เด็กสาวตัวเล็กกับผีผาที่ขนาดพ่อกับความสูงเธอดูแล้วช่างเงอะงะ แต่เด็กสาวก็สามารถที่จะดีดเล่นผีผาอันนั้นได้อย่างคล่องแคล่วไม่แพ้ผู้ใหญ่ บัดนี้ร่างของเธอสาวตัวน้อยนั้นกำลังซ้อนทับอยู่บนร่างของหญิงสาวเบื้องหน้าเขา เด็กสาวตัวน้องน้องที่เขาสาบานว่าจะตามหาแต่เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับเป็นเป็นคนที่ลืมเลือนเธอไป และกลับเป็นนางที่เธอกลับมาหาเขาโดยที่เขานั้นเผลอลืมนางไป

      เสียงตัวโน๊ตตัวสุดท้ายที่หยุดลงพร้อมกับหยาดน้ำตาของชายหนุ่มที่เอ่อไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายพร้อมกับร่างสูงของหยุนฟ่านที่โผเข้ากอดร่างเล็กที่นั่งกอดผีผาอยู่อย่างตื่นตกใจในการกระทำของชายหนุ่มแน่น โดยที่ไม่สนว่ารอบตัวเบาและเธอนั้นมีสายตาของลูกน้องหรือผู้ตามเกือบสิบชีวิตกำลังจ้องมองอยู่อย่างตกใจไม่แพ้หญิงสาว
     “นี่ ทำอะไรเนี่ย เจ้าบ้าไปรึ...ไง” จางฝูเอ่ยร้องขึ้นมาอย่างตกใจท่จู่ก็โดนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามพุ่งมาก่อนพร้อมกับเสียงสั่นเครือที่กระซิบเบาๆอยู่ข้างหูทำเอาเธอถึงกับนิ่งงันทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน 
     “ในที่สุดก็หาเจ้าเจอ ดอกบัวน้อยของพี่”

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ความหิว -34 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 -34 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x5
x1
x3
x500
x10
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x122
x5
x10
x104
x172
x1
x25
x124
x1
x68
x32
x46
x30
x120
x3
x116
x89
x1
x20
x66
x64
x784
x1
x2
x114
x238
x150
x129
x5374
x583
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x117
x566
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x194
x62
x3180
x6
x3
x49
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x426
x135
x60
x95
x100
x7
x30
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2947
x102
x180
x5
x114
x4
x2
x388
x950
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x448
x4
x563
x5
x1468
x86
x343
x269
x435
x780
x456
x32
x39
x137
x352
x670
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x139
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071
x2330
x521
x20
x3
x1164
x28
x130
x1210
x6
x35
x3444
x2798
x3960
x4990
x9
x35
x20
x41
x81
x377
x1

99

กระทู้

1102

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79837
เงินตำลึง
101975
ชื่อเสียง
50987
ความหิว
1239

ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2267
ความชั่ว
622
ความโหด
1200
มีมี่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-4-5 02:24:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 4 - มรสุมดั่งพายุ
[กลุ่มคนชุดม่วง]
    “แน่ใจว่าจะไม่ขึ้นมานั่งบนช้างด้วยกันน่ะ” เสียงหวานของจางฝูเอ่ยขึ้นพร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลที่หันไปมองเจี๋ยเฟยที่เดินอยู่บนพื้นทรายเบื้องล่างเคียงคู่ไปกับช้างสีเผือกของจางฝู หลังจากที่ออกจากโอเอซิสพวกเธอก็เร่งออกเดินททางต่อเพื่ให้ถึงโหรวหรานซึ่งเป้นแคว้นจุดหมายที่เธอจะไปพักค้างคืนแล้วจึงค่อยออกเดินทางต่อในตอนเช้า ซึ่งเวลานี้นั้นก็ปาไปจนเกือบๆเที่ยงวันแล้วและพวกเธอก็เดินทางมาได้ราวๆครึ่งหนึ่งของเส้นทางแล้ว


     “ข้าเดินแหละดีแล้ว ไม่เป็นไรหรอก  แล้วเราจะไปที่โหรวหรานกันใช่ไหม ข้าไม่เคยไปมาก่อนเลย” เจี๋ยเฟยเงยหน้าขึ้นเอ่ยตอบร่างบางที่นั่งอยู่บนช้าง ซึ่งคำตอบนั้นทำเอาจางฝูต้องถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจกัยชายผู้นี้


    “เจ้าเดินมาถึงนี้ไม่เจอเมืองงเลยรึไร”


    “ไม่เจอเลย ข้าถึงไม่มีเสบียงไง”


     “เจ้าเนี่ยมันจริงๆเลยเจี๋ยเฟย ข้าสงสัยจริงๆว่าเจ้าเดินทางมาตั้งขนาดนี้ได้ยังไง”จางฝูเอ่ยก่อนจะเอนตัวไปท้าวเเขนลงบนหัวเฟยเทียนแล้วเพื่อใช้เป็นที่วางคางมนของเธอเอง ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองไปเบื้องหน้าที่จังคงมีแต่ทรายเป็นทิวทัศน์เดียวในที่แห่งนี้


    “ข้าเอาตัวรอดเฉพาะหน้าเก่ง ถ้าก่อนหน้านี้ก็หาจับปลา ล่าสัตว์เล็กๆในป่ากิน” เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจในการเอาตัวรอดของเขาเองเมื่อครั้งในอดีตให้กับสตรีน้อยร่างบางบนหลังช้างฟัง


    “อ้อ แบบนั้นเอง แต่คงไม่รู้วิธีเอาตัวรอดในทะเทรายใช่ไหมละ ไม่งั้นคงไม่เป็นลมกลิ้งลงเนินทรายไปหรอกจริงไหมละ อิอิอิ” จางฝูหันไปมองเจี๋ยเฟยอย่างล้อๆจนเจี๋ยเฟยถึงกับหุบยิ้มลงไปทันควันก่อนจะชี้ไปที่ด้านหน้าที่มีต้นกระบองเพชรต้นใหญ่ ที่สามารถที่จะให้พักหลบแดดได้


    “ไปพักใต้ต้นกระบองเพชรนะ”


     “อ่าา เข้าใจแล้วขอรับๆ ท่านหญิง”เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วทำท่าค้อมหัวให้เล็กน้อยเหมือนเป็นการกวนประสาทหน่อยๆ


    ร่างของสองคนหนึ่งช้างเดินตรงไปยังกระบองเพชรต้นใหญ่ก่อนที่เจี๋ยเฟยจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆก่อนมามีพวกสัตว์มีพิษอะไรหลบซ่อนอยู่รึไม่แล้วหันไปยิ้มมองจางฝูที่นั่งอยู่บนหลังเฟยเทียนเป็นการบอกกรายๆว่า ตรงนี้ไม่มีตัวอะไรแปลกๆว่อนอยู่ก่อนที่จางฝูจะพลิกตัวกระโดดลงมายืนที่พื้นแล้วเดินไปหลบแดด


     “แล้ววิธีเอาตัวรอดในทะเทลทรายยต้องทำอย่างไรเล่า”เจี๋ยเฟยทรุดตัวลงนั่งที่พื้นทรายแล้วมองจางฝูที่เดินไปด่อมๆมองๆอยูรอบๆต้นกระบองเพชรก่อนที่เธอจะใช้มีดตัดเอาบางอย่างออกมาแล้วโยนให้เจี๋ยเฟย


     “อะไรน่ะ”


      “ผลของต้นกระบองเพชร สามารถกินได้ แต่ต้องปลอกเปลือกออกก่อนแล้วกินด้านในเท่านั้น” จางฝูอธิบายก่อนจะทรุดตัวลงนั่งแล้วแย่งเอาผลของต้นกระบองเพชรมาถือเเล้วใช้มีดผ่าออก เผยให้เห็นเนื้อสีแดงสดราวเลือดแม้จะดูน่ากลัวไปสักหน่อยแต่รสชาติจัดว่าดีที่เดียว


     “อ่ะ หน้าตามันอาจจะดูน่ากลัวนะแต่ ลองชิมดูรสมันจะหวานๆ อร่อยดี”


     เจี๋ยเฟยพยักหน้าฟังอยย่างตั้งใจก่อนจะยกผลประบองเพชรขึ้นมาดมๆแล้วลองเอามีดที่จางฝูยื่นให้นมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆก่อนจะโยนเข้าปากไป


     “อื้ม อร่อย หวานมาก  ไม่เคยรู้ว่ามันกินได้”


     “ยังมีอีกนะ”จางฝูมองท่าทีตื่นเต้นของอีกคนยิ้มๆก่อนจะลุกเดินไปที่ต้นกระบองเพชรแล้วตัดกิ่งกระบองเพชรออกมา ที่ปลายที่ถูกต้นมีของเหลวสีใสๆ หนืดๆ ดูน่าสะอิดสะเอียนไหลล้นออกมา จางฝุยืนกิ่งกระบองเพชรนั้นให้เจี๋ยเฟย ซึ่งชายหนุ่มก็รับมามองอย่างหนักใจ


    “ถ้าน้ำหมดแล้วขาดน้ำกลางทะเลทรายจริงๆ ก็ทำใจกินไปเสีย ถึงมันจะดุน่าขยะเเขยงแต่มันก็จะทำให้เจ้ายังมีชีวิตรอดต่อไปได้เว้นแต่ว่าเจ้าจะยากตาย เห็นแบบนี้มันเป็นน้ำบริสุทธิ์มากนะ แล้วก็สะอาดมากด้วย”จางฝูยังคงกล่าวต่อไป แล้วล้มตัวลงนั่งมองไปรอบๆก่อนที่สายตาเธอจะเหลือบไปเห็นกลุ่มควันที่น่าจะเดินจากสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เกิดธรรมชาติ กำลังพุ่งตรงมายยังที่ที่เธอและเจี๋ยเฟยกับลังนั่งพักอยู่


   ‘คาราวาน??  ไม่ใช่’


   ชั่ววินาทีที่เธอกำลังครุ่นคิดร่างของอูฐราวสี่ตัวกำลังวิ่งมาทางพวกเธอด้วยความเร็วซึ่งดูแล้วมันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆ เสียงในใจของจางฝูพร่ำร้องออกมา ไม่เพียงเธอที่มีท่าทีกังวล ชายที่นั่งอยู่ข้างๆเธก็มีท่าทีไม่ชอบใจกับสิ่งที่เห็นเช่นกัน มีดที่อยู่ใช้ตัดกิ่งกระบองเพชรถูดเก็บเเอบไว้ในชายแขนเสื้อเพื่อเตรียมไว้เพื่อเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น


    เพียงไม่นานร่างของอูฐสี่ตัสที่มีคนในชุดคลุมเหมือนชาวทะเลทรายนั่งอยู่ก็มาหยุดแล้วล้อมพวกเธอทั้งสองคนเอาไว้ ก่อนที่พวกคนในชุดคลุมจะค่อยๆถอดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นชุดภายด้านในที่เป็นสีม่วงกริบขอบสีน้ำเงิน อีกทั้งบนศรีษะยังมีผ้าสีม่วงประดับลายไหสุราและมีดาบไขว่ทับไว้อีก  โดยทั้งหมดเป็นสายสามคนและสตรีอีกหนึ่งคน ดูแล้วคนพวกนี้คงจะไม่ได้มาดีเท่าไหร่ เเละเธอเองก็ไมรู้จักคนพวกนี้ ซึ่งนั้นก็หมายความว่า ตัวการของเรื่องคงไม่ใช่ใครนอกจากชายข้างๆตัวเธอนี่เอง  


    “หาแทบพลิกแผ่นดินเลยนะเจ้าตัวแสบ” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเหยียดยิ้มแสยะมองไปทางเจี๋ยเฟย ดูท่าทางแล้วคาดว่าคงจะเป็นตัวหัวหน้าสินะ


    “พวกแกอีกแล้วรึ” เจี๋ยเฟยเอ่ยตอบโต้พร้อมกับยิ้มเหนือยๆออกมา ซึ่งท่าทีที่นั้นทำให้จางฝูที่ยื่นอยู่ข้างถึงกับหรี่ตามองทั้งสองคนที่ตอบโต้กันไปมาอย่างเฝ้าสังเกตุ แม้ภายในใจเธอนั้นจะอยากจะตะโกนออกมาดังๆว่า  ‘นั้นไงโจทย์เก่า หางานให้ข้าจริงๆ เจ้าบ้านนี้มีเรื่องกันก็ไปคุยกันที่อื่น อย่ามายุ่งกับข้า เพียงเเต่เธอไม่พูดออกมานั้นน่าจะดีกว่า’


     “ลูกพี่จับมันเลยเถอะ” ชายอีกคนเอ่ยโพลงขึ้นมาพร้อมกับอีกสองคนที่เหลือก้าวเดินล้อมวงประชิดเข้ามา จางฝูหันไปมองอีกสองคนข้างหลังที่เป็นหนึ่งชายหนึ่งหญิงอย่างระเเวดระวัง ในหัวคิดหาวิธีที่จะให้เอาตัวรอดเป็นพัลวัน จะให้มีมี่ลงมาสู้ก็ไม่ได้ที่นี่เป็นทะเลทรายไม่ใช่น้ำ คงมีแต่จะเสียเปรียบ ส่วนเจ้าสามแสบก็ทำได้เพียงก่อกวน เฟยเทียนเองก็ต้องใช้เดินทางจะให้บาดเจ็บไม่ได้ เช่นนั้นก็คงมีแต่เธอและเจี๋ยเฟยเท่านั้น อีกอย่างถ้าเจี๋ยเฟยรู้จักคนพวกนี้ก็น่าจะแสดงว่าเขาเองก็มีฝีมืออยู่แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ได้ในเมื่อพวกมันนั้นเป็นต่อเรื่องจำนวณคน


    “เจ้าจะยอมคัดลอกคัมภีร์เก้าอิมให้ข้าดีๆ หรือไม่ คิดว่าฝีมือเพียงส่วนเดียวของเจ้าจะชนะข้าได้เหรอ”ชายที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าเอ่ยพรางยกมือขึ้นปรามลูกน้องตัวเองเล็กน้อยก่อนจะสาวเท้าไปยืนอยู่เบื้องหน้าเจี๋ยเฟยตรงๆ


    “ให้ข้าตายก็ไม่มีวันทรยศอาจารย์ อย่าคิดหวัง!!” เจี๋ยเฟประกาศกร้าวออกมา สายตาที่มองไปยังศัตรูเบื้องหน้าดูท้าทายและเกรี้ยวกราด อย่างที่จางฝูเองก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นชายท่าทางบื้อจอมหลงทางคนนี้ ก่อนที่สายตานั้นจะดูอ่อนลงเมื่อเลือนมองมาทางเธอ


     “แม่นางจางข้าต้องขออภัยด้วยที่ต้องพาแม่นางมาเดือดร้อน”


      “เหอะ มีแต่เรื่องวุ่นวาย ข้าชินแล้ว ทั้งคนทั้งผี” จางฝูเอ่ยเสียงเบาในประโยคท้าก่อนจะค่อยๆขยับตัวเข้ไปใกล้ๆเจี๋ยเฟยเมื่อชายอีกคนที่อยู่ทางด้านซ้ายของเธอเดินก้าวเข้ามาใกล้ๆ


   “หญิงสาวคนนี้ดูดีนี่ เอานี่ถ้าเจ้ายอมคัดลอกคัมภีร์เก้าอิมที่เจ้าได้เรียนจากอาจารย์เจ้าข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป แต่ถ้าไม่ล่ะก็คนรักของเจ้าไม่รู้จะต้องเจออะไรนะ”
    ชายคนนั้นเอ่ยแล้วใช้สายตาไล่โลมเลียไปตามร่างกายของจางฝู ซึ่งเจี๋ยเฟยเมื่อได้ยินก็ยื่นแขนออกมากันขว้างตัวจางฝูเอาไว้แล้วมองไปทางชายคนนั้นอย่างเอาเรื่อง


   “ดูพวกนี้สิ หิวโซมาแรมปีแล้วไม่ได้แตะผู้หญิงมานาน” หญิงสาวที่ยืนเงียบมานานเอ่ยยพรางแสยะยิ้มมองมาทางเธอด้วยสายตาราวกับว่าเธอไปฆ่าพ่อฆ่าแม่นางมาก็มิปาน


    “หึ พูดเช่นนั้น เจ้าไม่ใช่ผู้หญิงเรอะ รึว่าคนอื่นเขารู้ไส้พุงเจ้าหมดแล้ว  จึงไม่เอา” เธอเองก็มีปากเรื่องอะไรที่จะรอให้คนอื่นมาค่อยยพ่นคำใส่เธอคนเดียวละ อีกอย่างไอ้สายตาที่มองเธอแบบนั้นมันดันไปสะกิดเอาต่อมกวประสาทในตัวเธอขึ้นมาเสียอีก


   “นังนี่!!”


“ลูกพี่ลงมือเลยเถอะ”


  “ใช่ๆ ลูกพี่ข้าเห็นด้วย ข้าขอจัดการแม่นางนี่เองนะ แผล่บๆ”


    เสียงของเหล่าลูกน้องเอ่ยยขึ้นมาพร้อมกับย่างสามขุมเข้ามาหาพวกเธออย่างรวดเร็วโดยที่เจี๋ยเฟยยนั้นเป็นคนค่อยรับมือตัวหหัวหน้ากับลูกน้องอีกคนส่วนทางตัวเธอต้องรับมือกับหนึ่งหญิงที่จ้องเธอมาอย่างอาฆาตและอีกหนึ่งชายที่จ้องเธอมาอย่างกับจะกลืนเธอลงไปทั้งตัว ‘น่าขยะเเขยง’


    “เจ้าอยากได้นางใช่ไหม แต่ขอข้าตบสั่งสอนก่อนแล้วกัน” หญิงสาวชุดม่วงเอ่ยยก่อนที่จะพุ่งตัวเข้ามาหางเธอพร้อมวาดมือง้างเตรียมจะตบลงมาซึ่งมีหรอที่เธอจะยอมให้โดนกระทำ ร่างบางของจางฝูก้มหลบฝ่ามือนั้นอย่างฉิวเฉียดก่อนจะย่อตัวลงเตะกวาดเข้าที่ข้าเท้าของหญิงสาวอย่างแรงจนร่างล้มลงก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองชายยหนุ่มคู่มือของเธออีกคนที่พุ่งมาก่อนที่เธอจะวาดขาเตะไปที่ข้างตัวแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่เธอหวังเท่าไหร่


   หมับ!!

   ขาของเธอชายคนนั้นจับไว้แน่นแม้เธอจะออกแรงดึงก็ไม่มีท่าทีว่าชายคนนั้นจะปล่อย ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ตามองชายหน้าหื่นตรงหน้าก่อนจะดีดขาโดดหมุนตัวใช้ขาอีกข้างที่ว่างอยู่เตะฟาดเข้าไปที่ก้านคอของชายชดม่วงนั้นอย่างแรงจนร่างนั้นสลบไป เสียงต่อสู้ทางเจี๋ยเฟยเรียกให้จางฝูหันไปมองแต่ยังไม่ทันที่เธอจะไดด้ก้าวขาออกไปไหน เส้นผมสีดำยาวที่เธอปล่อยสยายไว้ก็ถือมือของสตรีชุดม่วงที่เธอเตะล้มไปเมื่อกี้คว้าเอาไว้แล้วออกเเรงกระชากอย่างแรงจนเธอเกือบล้ม


    ‘โดนกระชากผมอีกแล้วเรอะ’


    “เสร็จข้าละ นังผู้หญิงปากดี” สาวชุดม่วงเอ่ยพรางแสะยิ้มในมือของเธอกำลังรวบรวมปราณเพื่อที่จะใช้ซัดใส่เธอ จางฝูที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเสียเปรียบในสายตาของสาวชุดม่วงเหยียดยิ้มหวานออกมา รอยยิ้มหวานเหมือนกับที่เคยปรากฏเมื่อตอนอยู่ที่สุสานฮองหง รอยยิ้มของจางฝูทำเอาสาวชุดม่วงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อ จู่ๆเส้มผมสีดำยาวที่นางจับตรึงไว้อยู่ถูกมีดสั้นเล่มคมตัดทิ้งอย่างไร้เยื่อไย เศษเส้นผมสีดำแหว่ง หลุดปลิวกระจายไปทั่ว ก่อนที่สาวชุดม่วงจะทันได้สติขาเรียวเล็กที่อัดปราณลงของจางฝูก็หวดและใช่ข้อพับเกี่ยวร่างของสาวชุดม่วงให้ล้มลงไปนอนคว่ำบนพื้นทราย ก่อนที่เท้าอีกข้างของจางฝูจะเหยียบกดลงไปที่กลางหลังพร้อมทั้งทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงไป


      “เฟยเทียน!!” เสียงตะโกนของจางฝูดังงขึ้นพร้อมกับของสิ่งหนึ่งสะท้อนแสงสีเงินรวงที่เจ้าตัวไม่เคยคิดที่จะหยบออกมาใช้ถูกงวงใหญ่ของช้างเผือกโยนเหวี่ยงมาให้ ซึ่งจางฝูก็สามารถยืนมือไปรับของสิ่งนั้นได้อย่างพอดิบพอดี  ขวานเงินเล่มหนึ่งขนาดไม่ใหญ่มากที่ตัวของจางฝูเองไม่เคยคิดที่จะหยิบออกมาใช้ถูกถือไว้ด้วยมือข้างเดียวถูกง้างขึ้นช้าๆ


    “รู้อะไรไหมว่าข้าแทบไม่เคยคิดที่จะหยิบมันออกมาใช้เลย มันสวยนะ คงต้องของแสดงความยินดีกับเจ้าที่ได้เป็นศพเเรกของมัน อิอิอิ”จางฝูเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รออยยิ้มหวานแต่ดูราวกับรอยยิ้มของมัจุราชสะท้อนอยู่ในดวงตาสีน้ำตาที่กำลังสั่นระริกของหญิงสาวชุดม่วงที่ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เนื่องจากน้ำหนักที่กดลงมา ก่อนที่แสงสีเงินนจากเงาขวานพาดผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับหยาดเลือดสีแดงสดที่สาดกระจายไปทั่วทั้งพื้นทราย
    "กรี๊ดดดด!!"


   ฉับ!!!


   ตุ๊บ!!!


  “ม่ายยยยย!!!”


    เสียงร้องตะโกนของชายยชุดม่วงที่พึ่งฝื้นขึ้นมาดังขึ้นพร้อมกับสายตาของคนที่เหลือที่กำลังสู้อยู่พลันหยุดสะงักแล้วหันไปมองร่างในชุดสีม่วงนอนแน่นิ่งไร้หัว โดยที่มีร่างบางของอีกคนที่ยังคงมีรอยยิ้มหวานปรากฏอยู่บนหน้าทั้งที่บนตัวกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่ว


    “แม่นาง  จาง”เจี๋ยเฟยเอ่ยชื่อของสตรีที่เดินทางร่วมกันมา ดวงตาที่มองไปยังร่างของสตรีที่คอยดูแลและสอนเข้าอย่างอ่อนโยนนั้นเบิกโพรงอย่างอย่างไม่เชื่อสายตา และไม่คิดว่าคนก่อนหน้านี้และที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาในตอนนี้คือคนๆเดียวกัน


     ผั้วะ!!


     ปั๊ก!!


     อั๊กก!!


     ในจังหวะที่เจี๋ยเฟยกำลังยืนตะลึงอยู่เจ้าหัวหน้าของชายในชุดม่วงก็จดการซัดฝ่ามือใส่คนที่กำลังเผลอจนร่างของเจี๋ยเฟยเซถลาถอยหลังไปก่อนจะถูกฝ่าเท้าของอีกคนหวดเตะเข้าไปเต็มท้องจนเซล้มไป กระบี่เล่มงามในมือของหัวหน้ากลุ่มชุดม่วงพุ่งเข้าไปหมายจะจัดการคนเสียเปรียบต่อในทันที


     เคร้ง!!!


     เสียงของโลหะที่ปะทะกันอย่างแรงเรียกให้เจี๋ยเฟยเงยหน้าขึ้นไปมอง ขวานสีเงินเปื้อนเลือดถูกยกขึ้นมากันกระบี่ของอีกคนไว้ได้อย่างทันเวลา กระบี่และขวานสีเงินบดเบียดเสียดสีกันไปมาจนเกิดเป็นวี๊ดชวนปวดหูก่อนที่ขวานในมือของจางฝูจะเป็นฝ่านดันกระบี่นั้นออกไป ก่อนที่เธอจะถูกเท้าของชายคนนั้นถีบเข้าไปที่ท้องเต็มๆ จนเธอต้องกระเด็นถอยหลังลงไปนั่งกุมท้องจุกอยู่ข้างๆเจี๋ยเฟย


    “แค่กๆ อึก กะ..แก” จางฝูกัดฟันพูดอย่างเจ็บใจแล้วเงยหน้าจ้องไปทางหัวหน้าชายสุดม่วงที่เดินย่างสามขุมตรงมายังพวกเธอเเรงถีบเมื่อกี้มันเเรงมากจนเธอจุก อีกทั้งตัวเธอนั้นเป็นคนร่างบางเมื่อถูกโจมตีเเเรงจึงบาดเจ็บและบอบซ้ำง่ายกว่าคนนอื่นๆ  ถ้าให้สู้กับไอ้ลูกน้องสองตัวนั้นเธอมั่นใจว่าเธอเอาอยู่เเต่สำหรับเจ้าตัวหัวหน้านี่ เเม้เธอกับเจี๋ยเฟยจะช่วยกันก็ใช่ว่าจะจัดการเจ้าคนตรงหน้านี่ได้ง่ายๆ ‘ชิ’


    “ไงละ หมดฤทธิ์แล้วสิ คนเก่งทั้งสอง หึหึหึหึ ” ชายคนนั้นเอ่ยพรางหัวเราะอย่างดูแคลนก่อนจะชี้ปรายกระบี่ไปที่คอหอยของจางฝูแล้วมองเจี๋ยเฟยที่นั่งนั่งเจ็บใจอยู่ข้างๆ


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -68 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -68 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x5
x1
x3
x500
x10
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x122
x5
x10
x104
x172
x1
x25
x124
x1
x68
x32
x46
x30
x120
x3
x116
x89
x1
x20
x66
x64
x784
x1
x2
x114
x238
x150
x129
x5374
x583
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x117
x566
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x194
x62
x3180
x6
x3
x49
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x426
x135
x60
x95
x100
x7
x30
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2947
x102
x180
x5
x114
x4
x2
x388
x950
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x448
x4
x563
x5
x1468
x86
x343
x269
x435
x780
x456
x32
x39
x137
x352
x670
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x139
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071
x2330
x521
x20
x3
x1164
x28
x130
x1210
x6
x35
x3444
x2798
x3960
x4990
x9
x35
x20
x41
x81
x377
x1

99

กระทู้

1102

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79837
เงินตำลึง
101975
ชื่อเสียง
50987
ความหิว
1239

ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2267
ความชั่ว
622
ความโหด
1200
มีมี่
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-4-6 01:31:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด

พาร์ท 4 - มรสุมดั่งพายุ
[ความช่วยเหลือ]



      จางฝูเหลือบตาไปมองเจี๋ยเฟยเล็กน้อยเป็นนัยๆว่าให้เขาใจเย็นๆ และให้รอจังหวะ มือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่ของจางฝูค่อยๆกวาดเอาทรายขึ้นมากำไว้โดยมีชายแขนเสื้อบังตาของอีกฝ่าเอา ก่อนที่จะอาศัยจังหวะที่หัวชายชุดม่วงเผลอปาทรายในมือใส่ใบหน้าของคนที่ถือกระบี่อยู่อย่างจังจนร่างนั้นผงะถอยหลังไปเล็กน้อยพร้อมกับกระบี่ในมือที่ปัดไปมาสะเปะสะปะจนปลายกระบี่นั้นปาดเฉียไปที่ข้างของจางฝูจนมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย


      เจี๋ยเฟยที่รอจังหวะอยู่ก็พุ่งเข้าไปปะทะกับพววกชุดม่วงทันที ทางเหล่าคนชุดที่เห็นหัวหน้าพลาดท่าก็รีบพุ่งเข้ามารุมเจี๋ยเฟยแทนหัวหน้าที่ถอยไปยืนปัดทรายออกจากหน้าอยู่ทันที  สำหรับเจ้าพวกลูกน้องนั้นฝีมือไม่สามารถที่จะเทียบกับเจี๋ยเฟยได้เลย เพียงไม่นาง ลูกน้องทั้งสองคนนั้ืนก็ถูกฝ่ามือของเจี๋ยเฟยซัดใส่จนกระเด็นลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นภายในเวลาต่อมา ที่เหลือก็เพียงตัวหน้าหน้าี่ทั้งเจี๋ยเฟยแล้งจางฝูเองคงต้องช่วยกันรุม


    “ต้องทำให้เจ้าเดือดร้อนจริงๆแม่นางจาง”เจี๋ยเฟยเอ่ยโดยที่ยังจ้องมองไปที่ตัวหน้าชายชุดม่วงที่ยืนถือกระบี่จ้องมายังพวกเธอด้วยสายตาเกรี้ยวกราด และพร้อมที่จะระบายอารมณ์ขุ่นมั่วนั้นลงมาที่พวกเธอทั้งสองได้ทุกเวลา


       “ชีวิตข้ามันก็มีเรื่องให้เดือดร้อนตลอด อย่าพึ่งมาคุยเลยมันเเล้ว” จางฝูเอ่ยก่อนที่จะยกขวานเงินขึ้นมาตั้งรับกระบี่จากที่พุ่งมาเข้ามาหาตน


      เคร้ง!!


      เสียงของโลหะปะทะโลหะดังกังวาทราวเสียงสัญญาณบ่งบอกกให้เริ่มต่อสู้ เจี๋ยเฟยที่เห็นก็รีบพุ่งเข้าใส่ร่างของหัวหน้าชายชุดม่วงแล้ว ฝ่ามือปะทะฝ่ามือ แม้เจี๋ยเฟยจะซัดฝ่ามือเข้าใส่ร่างนั้นไปกี่กระบวนท่า ก็ดูเหมือนว่ามันจะถูกปัดออกไปได้อย่างสบายๆซึ่งมันสร้างความหงุดหงิดให้แก่เจี๋ยเฟยเป็นอย่างมาก


     ฟุ่บ!!!
      
     เสียงหวดผ่านอากาศของขวางเงินเล่มสวยที่พึ่งได้ลิ้มรสของเลือดวาดผ่านเสยขึ้นมาตรงกลางระหว่างหัวหน้าชายชุดม่วงและเจี๋ยเฟยเพื่อแยกทั้งสองออกเมื่อเธอเห็นว่าเจี๋ยเฟยนั้นเกือบจะตกเป็นเหยื่อของคมกระบี่ที่เตรียมจะง้างขึ้นมาฟัน


    “ขอบใจ”เจี๋ยเฟยเอ่ยอย่างขอบใจ เพราะหากไม่ได้จางฝูเเยกพวกเขาออกมา กะบี่ในมือของหัวหน้าชายชุดม่วงนั้นคงได้ลิ้มรสเลือดเขาเป็นแน่


     “ไม่รู้จักดู แฮ่ก แฮ่ก” จางฝูพูดพรางหอบออกมาเล็กน้อย ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวกลางทะเลทรายอีกทั้งยังต้องมาออกเเรงต่อสู้แบบนี้อีก ตัวของเธอเองไม่ใช่สายที่ต้องมาต่อสู้ยืดเยื้อ เพราะยิ่งการต่อสู้ดำเนินไปมากเท่าไหร่เธอยิ่งอ่อนเเรงลง ทุกครั้งที่เธอสู้เธอจะอาศัยความเร็วและจัดการกับคู่ต่อสู้ให้จบในเวลาอันสั้น แต่สำหรับคนเบื้องหน้าการที่เธอจะมาสู้แล้วจัดการในพริบตาเฉกเช่นทุกครั้งนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ทั้งความสามารถเรื่องวรยุทย์และประสบการณ์ที่มีมากกว่าเธอนั้นมันยิ่งทำให้จากที่รับมือยากอยู่แล้วยากขึ้นไปอีก


     “จางฝูระวัง” เสียงของเจี๋เฟยเรียกสติที่กำลังครุ่นคิดของจางฝูขึ้นมา ดวงตาสีน้ำตาลมองไปยังเบื้องหน้าภาพที่สะท้อนในดวงตานั้นคือฝ่ามือของชายชุดม่วงที่อััดปราณมาเต็มทีกำลังพุ่งมาเข้ามาหาเธอด้วยความเร็วก่อนที่ร่างของใครอีกคนนั้นจะพุ่งเข้ามาขวางเอาไว้จึงทำให้ฝ่ามือของหัวหน้าชายชุดม่วงนั้นซัดเข้าใส่ที่กลางอกของเจี๋ยเฟยอย่างแรงจนเจี๋ยเฟยกระอักเลือดออกมาแล้วทรุดลงไปนั่งคุกเข่ามือ กุมอกในจุดที่ถูกฝ่ามือซัดไปก่อนจะกระอักเลือดออกมาอีกกอง


    “อึก!! แค่กๆ”


    “เจี๋ยเฟย นี่เจ้า แกนะแก” จางฝูมองภาพเบื้องหน้าอย่างตกตะลึงก่อนที่ร่างของเธอจะพุ่งเข้าใส่ร่างของชายชุดม่วงนั้นอีกรอบ ขวานเงินในมือวาดหวดเข้าใส่ร่างเบื้องหน้า แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถที่จะทำอะไรคนตรงหน้าเธอได้เลยแม้แต่น้อย ฝีมือเธอกับเขาต่างกันเกินไป


   กระบี่และคมขวานปะทะกันมาได้ซักระยะก่อนที่จางฝูนั้นจะพลาดท่ากระบี่ในมือของหัวหน้าชายชุดม่วงตวัดปัดเอาขวานในมือของเธอปลิวกระเด็นออกจากมือไปพร้อมกับปลายกระบี่ที่ถูกชี้มาที่คอของเธออีกครั้งและในครั้งนี้ปลายแหลมของกระบี่นั้นจิ้จ่อลงมาที่คอของเธอจนเกิดเป็นความสึกเจ็บแปร๊บขึ้นมาพร้อมกับหยาดเลือดที่หลั่งรินออกมา


    “แกจะคัดลอกคัมภีร์เก้าอิมให้ดีๆ ไหมหรือให้ข้าจัดการนางนี่ก่อน” หัวหน้าชายชุดม่วงเอ่ยออกมาแล้วหันไปมองเจี๋ยเฟยที่นั่งกะอักเลือดอยู่ที่พื้นด้วงแววตาสมเพชก่อนที่จะหันกลับมามองจางฝูที่ตอนนี้เธอไม่มีอาวุธอะไรในมือและไม่สามารถที่ขัดขืนอะไรได้อีก


    “เจ้าน่ะแสบนักนะเล่นงานลูกน้องในหน่วยของข้า…”


    “ช่วยไม่ได้ ลูกน้องเจ้ามันอ่อนแอเอง”จางฝูเอ่ยดวงตาสีน้ำตาลยังคงจ้องมองชายเบื้องหน้าอย่างท้าทาย พร้อมกับมือเรียงที่เอื้อมคว้าปลายกระบี่ที่จ่อคออยู่และพยายามที่ดึงให้ออกห่างจากคอของตัวเอง โดยไม่สนว่าคมกระบี่นั้นจะบาดเนื้อจนเลือดไหลออกมากขนาดไหนก็ตาม การกระทำบ้าบิ่นของจางฝูเรียกร้อยยิ้มถูกใจจากหัวหน้าชายชุดม่วงออกมาก่อนที่เขาจะกระชากกระบี่ออกจากมือของหญิงสาวแล้วใช้ความเร็วสกัดจุดเธอจนทำให้เธอไม่สามารถที่จะขยับไปไหนได้ เจี๋ยเฟยเมื่อเห็นก็ดีดตัวพุ่งเข้าใส่เพื่อที่จะใช้โอกาศนั้นซัดฝ่ามือใส่ชายชุดม่วงสักฝ่ามือแต่กการกระทำของเขาก็ต้องหยุดไปเมื่อชายชุดม่วงหลบฝ่ามือนั้นได้อย่างฉิวเฉียดแล้วจัดการสกัดจุดเจี๋ยเฟยด้วยอีกคน


     “ฮ่าๆ พวกเจ้านี่มันดิ้นรนเก่งจนข้าชื่นชมจริงๆ”

     “แม่นางนี่ปากเก่ง ข้าชอบแล้วข้าจะทำอะไรกับเจ้าก่อนดีแม่นาง”ชายชุดม่วงเอ่ยยิ้มเมื่อเห็นว่าตัวของเขาเองนั้นมีชัยเหนือทั้งสองคนแล้ว มือหยาบกระด้างเอื้อมมาลูบไล้ไปบนแก้มขาวเนียยนที่บัดนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อดวงตา


     “ว่าอย่างไรคนงาม”


     “...”จางฝูมองจ้องไปยังคนเบื้องหน้าด้วยสายตารังเกียจแม้เธอจะอยากขยับตัวหันหน้าหนีขนาดไหนก็ตาม เธอทำได้เพียงมองจ้องคนเบื้องหน้าอย่างอาฆาตเมื่อมือหยาบกร้านนั้นสัมผัสไล่จากแก้มของเธอลงไปยังลำคอระหงที่มีรอยคราบเลือดแห้งเกรอะกรังอยู่ กระบี่ในมืออีกข้างตวัดตัดไปที่สายเชือกจากเสื้อที่คล้องแขนเธออยู่จนปกแขนเสื้อของเธอตกห้อยลงมาจนเกือบถึงหน้าอก  ไหล่กลมมนขาวเนียปรากฏแก่สายสายตาของสายชุดม่วงก่อนที่มืออีกข้างจะเอื้อมไปเตรียมที่จะดึงเอาปกเสื้อของเธอลงต่ำกว่านี้ ลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งเฉียวหน้าของหัวชายชุดดม่วงไปจนร่างนั้นต้องดีดตัวผละออกจากร่างหญิงสาว


      จางฝูมองร่างของคนที่ผละออกไปแล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนที่ทั้งเธอเเละเจี๋ยเฟยจะเหลือบสายไปมองยังทางทิศที่ธนูพุ่งมา กลุ่มของคนที่แต่งตัวด้วยชุดทหารซึ่งน่าจะเป็นทหารของแควว้นนอกด่านใดสักแคว้น โดนที่ด้านหน้าของกลุ่มทหารนั้นมีสตรีนางนึ่งแต่งตัวด้วยชุดเกราะสีครามดูสง่าผ่าเผยไม่แม้ชายนั่งอยู่บนหลังม้าก่อนที่นางจะใช้ตัวเบาพุ่งเข้ามายืนเผชิญหน้ากับหัวหน้าชายชุดม่วงอย่างไม่เกรงกลัว



    “หึ สอดเรื่องชาวบ้านเสียจริงนะ”หัวหน้าชายชุดม่วงสบถออกมาก่อนจะพุ่งเข้าใส่สตรีในชุดเกราะ กระบี่เงาของชายชุดม่วงถูกกระบี่ของสตรีอีกคนรับไว้ได้อย่างคล่องแคลว ทั้งสองผลัดกันรุกรับอยู่นานสองนานแต่ก็ยังไม่มีฝ่ายหนึ่งผ่ายใดเพรียงพร่ำให้กับอีกฝ่าย ฝีมือของทั้งสองคนนี้สูสีกันมาก แต่เมื่อสังเกตุดูดีๆทางสตรีในชุดเกราะนั้นดูจะมีฝีมือเหนือกว่านิดหน่อย กจาการที่เธอสามมารถรับเพลงกระบี่ของชายชุดม่วงนั้นไว้ได้หมดทุกกระบวนท่า และยังสามารถที่จะพลิกแพลงปรับเปลี่ยนเพลงกระบี่นั้นให้ย้อนกลัับไปใส่อีกคนได้อย่างง่ายดายอีก


     “ตั้งกระบวน”สตรีในชุดเกราะตะโกนขึ้นด้วยภาษาของชาวเเคว้นวูเล่อ ซึ่งตัวจางฝูเองก็พอที่จะฟังออกได้เล็กน้อยก่อนที่เหล่าทหารผู้ติดตามมาจะพากันเดินถือโล่กระจายวงล้อมพวกเธอเอวไว้ก่อนที่สตรีคนนั้นจะดีดตัวขึ้นไปยืนอยู่บนโล่พร้อมกับออกคำสั่งต่อไปในทันที่


     กลุ่มนายทหารถือทวนยาวสี่คนเดินแยกตัวออกมากจากขบวนแล้วเข้าไปล้วมกลุ่มชายชุดม่วงเอาไว้ก่อนจะพุ่งเข้าใส่กลุ่มชายชุดม่วงในทันที่ก่อนที่สตรีในชุดเกราะนั้นจะควงกระบี่แล้วดีดตัวพุ่งเข้าไปกลางวง โดยเป้าหายของนางคือตัวหัวหน้าที่กำลังง่วงอยู่กับการปัดทวนของทหารอีกสี่คนออก แต่เมื่อชายคนนั้นสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งเข้ามากใช้ตัวเบาดีดตัวออกไปจากวงล้อมพร้อมกับเหล่าลูกน้องอีกสองคนที่อยู่ในสภาพสบักสบอม


     “ถือว่าพวกเจ้าโชคดี ที่มีนางมาช่วยแต่คราวหน้าอย่าหวังเลยว่าจะรอดเงื้อมมือข้าไปได้ กลับ” กลุ่มคนชุดม่วงนั้นใช้ตัวเบาหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยมีสายยตาของของสตรีในชุดเกราะนั้นมองตามไปก่อนที่เธอจะเดินหันกลับมาและคลายจุดให้กับจางฝูและเจี๋ยเฟย


     จางฝูที่ถูกคลายจุดทรุดทรุดตัวลงไปนั่งกองที่พื้นทรายอย่างหมดแรงโดยมีเจี๋ยเฟยนั้นเดินปรี่เข้ามาดูอาการของเธอทั้งที่ตัวของเขาเองนั้นก็บาดเจ็บและน่าจะเป็นหนักกว่าเธอเสียซ้ำ  แม้ว่าภายนอกของเจี๋ยเฟยนั้นจะดูไม่เป็นอะไรมาก แต่เธอรู้ว่าฝ่ามือที่เขาเข้ามารับแทนเธอมันต้องรุนแรงมากแน่ ต่างกับเธอมี่เพียงแค่แผลภายนอกเท่านั้น


     “พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่รึไม่ ข้าเเม่ทัพ ตู๋กู ซินอี๋ แห่งแคว้นซูเล่อ เรียกข้าแม่ทัพตู๋กู ก็ได้”สตรีที่เเนะนำตัวว่าเป็นแม่ทัพเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มให้กับพวกเธอบางๆ


    “พวกเจ้าคงเป็นนักเดินทาง ทำไมเจ้าพวกนั้นถึงเข้ามาโจนตีพวกเจ้ากัน”แม่ทัพตู๋กูเอ่ยถามก่อนจะหันไปบอกให้ทหหารจัดการเก็บกวาดและตรวจสอบรอบๆให้เรียบร้อย


    “พวกข้ากำลังจะเดินทางไปเฉิงตู”จางฝูเอ่ยตอบพรางใช้มือข้างหนึ่งดึงปกเสื้อที่ขาดขึ้นมาปิดไหล่เอาไว้เพราะเเสงเเดดมันเริ่มทำให้เธอแสบผิว อีกทั้งที่นั้นยังมีบุรุษอย่างเจี๋ยเฟยและพวกทหารอีกการ เดินเปิดชายเสื้อโชว์ไหล่กับเนินอกไปมาคงไม่ดีเท่าไหร่


    “พวกข้ากำลังแวะพักกันอยู่จู่ๆพวกนั้นก็เข้ามาล้อม แล้วก็ทำร้ายพวกข้า” จางฝูเอ่ยต่อก่อนจะหันไปมองเจี่ยเฟยและพยายามที่จะไม่พูดถึงเรื่องวิชาอะไร นั้นที่กลุ่มชายคนชุดม่วงนั้นบังคับให้เจี๋ยเฟยคัดลอกออกมา


      “บางที่มันอาจคิดว่าพวกเจ้ามีของที่พวกมันต้องการจึงได้บุกเข้ามาทำร้ายพวกเจ้า โชคดีที่ข้าพาทหารมาเดินตรวจการรอบมาพบพวกเจ้าเข้าจึงได้เข้ามาช่วยไว้ทัน เอางี้ พวกเจ้าไปกับข้า ข้าจะได้ให้หมอมารักษาบาดแผลให้” แม่ทัพตู๋กูเอ่ยแล้วหันหลังเดินไปขึ้นมาของตัวเอง


      จางฝูมองหน้าเจี๋ยเฟยที่พยักหน้าให้ตามพวกแม่ทัพตู๋กูไปก่อนเพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเจ้าพวกชุดม่วงนั้นจะไปดักรอพวกเขาอยู่ที่ด้านหน้าอีกรึป่าว การอยู่กับคนหมู่มากจึงกลายเป้นที่เรื่องที่น่าจะดีที่สุดในตอนนี้


      “ยืนไหวไหม” เจี๋ยเฟยเอ่ยพร้อมกับช่วยประคองจางฝูที่ยันตัวลุกขึ้นมายืนก่อนจะเซไปมาเล็กน้อย


       “ข้ามีแค่แผลข้างนอก เจ้านั้นแหละ ฝ่ามือนั้นรุนแรงมาก ใช่ไหม” จางฝูเอ่ยถามก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการเงียบของชาหนุ่มก่อนที่เธอจะเดินไปหยิบขวานที่ถูกปัดปลิวไปแล้วเดินกลับไปหาเฟยเทียนที่ยืนรออยู่ห่างๆ โดยมีเจี๋ยเฟยเดินตามมาเงียบๆ




@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -74 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -74 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x5
x1
x3
x500
x10
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x122
x5
x10
x104
x172
x1
x25
x124
x1
x68
x32
x46
x30
x120
x3
x116
x89
x1
x20
x66
x64
x784
x1
x2
x114
x238
x150
x129
x5374
x583
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x117
x566
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x194
x62
x3180
x6
x3
x49
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x426
x135
x60
x95
x100
x7
x30
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2947
x102
x180
x5
x114
x4
x2
x388
x950
x77
x64
x99
x44