ดู: 206|ตอบกลับ: 10

{ เมืองฉางอัน } จวนขุนพลหมิง

[คัดลอกลิงก์]
{จวนขุนพลหมิง}




จวนพระราชทานจากฮ่องเต้ฮั่นจิ่งตี้เพื่อบำเหน็จแก่ขุนพลหมิงอู
ภายในจวนประกอบไปด้วย ส่วนเรือนพัก เรือนหมอ หอคัมภีร์ และ สวนหย่อม




เรือนพัก



ประกอบไปด้วยห้องขนาดกลางสำหรับแขก 3 ห้อง และห้องใหญ่อีก 5 ห้อง



เรือนหมอ



สร้างขึ้นหลังจากให้กำเนิดโจวอู๋ เนื่องจากโจวอู๋มีอาการป่วยปริศนา
จึงทำให้ต้องมีหมออยู่ตลอดเวลา


บ่อน้ำ





สมาชิกในบ้าน

เจ้าบ้าน :: ขุนพลเฒ่าหมิง อู
{ ปัจจุบันปลดเกษียณประจำการแล้ว }


หมิงฮูหยิน (จาง เหอ)



หมิง โจวอู๋



ประวัติ คลิก

บ่าวคนสนิท
อี้หง


ข้อมูล คลิก
หนิงอัน



ข้อมูล คลิก


จิ้นจง

ข้อมูล คลิก

โพสต์ 2018-3-29 12:32:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{แฟล็ชแบ็คย้อนวัยเด็ก}


    "ท่านขุนพล ข้าว่ายานี่จะทำให้อาการของคุณชายทรงตัวได้นะ" จิ้นฮูหยิน หมอประจำจวนของขุนพลหมิงกล่าวกับขุนพลหมิงหลังจากที่บดยาสมุนไพรหลายตัวให้โจวอู๋ทาน
    "ลูกข้าป่วยนานมากแล้วนะ เจ้าเห็นยังไงกับอาการป่วยนี้บ้างไหม" ขุนพลหมิงเผยแววตากังวลเล็กน้อยออกมาเมื่อมองไปยังโจวอู๋ที่นอนอยู่บนเตียง
    โจวอู๋ป่วยเป็นโรคร้ายแรงแต่กำเนิด อาการมักจะแสดงออกมาด้วยอาการตัวร้อน หนาวสั่น ไอรุนแรง และสลบไปตามลำดับ หมอจากทั่วยุทธจักรได้คิดค้นสูตรยาต่างๆให้กับโจวอู๋ แต่ก็ไม่เป็นผลใดๆ หลายครั้งหมอหลายท่านก็ถอดใจกับการรักษาอาการของโจวอู๋ แต่จิ้นฮูหยินภรรยาของกุนซือจิ้นหลี่ไม่เคยคิดถอดใจ จนวันหนึ่งจิ้นฮูหยินคิดค้นสูตรยาที่ช่วยบรรเทาอาการของโจวอู๋ได้อย่างชั่วคราว
    "จนบัดนี้ก็ยังมิมีวิธีการรักษาหรือสูตรยาใดๆที่จะทำให้โรคนี้หายขาดได้ ข้าทำได้แค่เพียงให้ยาบรรเทาตามอาการเท่านั้นแหละท่านขุนพล"
    "เอาเถอะ ข้าเองก็จนปัญญาแล้ว หมอที่ไหนก็รักษาลูกข้าไม่ได้เลย เจ้าไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวข้าให้หนิงอันมาเฝ้าที่นี่ไว้ก็ได้" ขุนพลหมิงส่ายหัวอย่างจนปัญญาก่อนเดินออกไป


    ...7 ปีต่อมา (ปัจจุบัน)...
    "โจวอู๋ เป็นไงบ้าง แม่ข้าให้เอายามาให้น่ะ" โจวอู๋ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเรียกของจิ้นจงเพื่อนสนิทของเขา
    "อย่างเสียงดังสิ จิ้นจง ข้านอนอยู่นะ!"
    "ขี้บ่นเหมือนเดิมเลย ข้าละเบื่อเจ้าจริงๆ ว่าแต่วันนี้ออกไปเดินเล่นที่สวนกันมั้ยล่ะ"จิ้นจงถามก่อนยื่นยาและน้ำให้เพื่อนของเขา
    "เออๆ ไปด้วยก็ได้ เจ้าออกไปก่อนเลยข้าจะเปลี่ยนชุดก่อน" โจวอู๋พยายามดันตัวขึ้นจากเตียงแล้วไล่เจ้าเพื่อนสนิทตัวแสบออกไป
    "จะไล่ข้าทำไม ข้าก็เห็นเจ้ามาหมดทั้งตัวแล้ว โว๊ะ" จิ้นจงพูดกวนประสาทโจวอู๋แล้วนั่งลงบนเตียงของเพื่อนสนิทของตน
    จิ้นจงกับโจวอู๋ด้วยความที่อายุห่างกันเพียง 1 ปี และถูกเลี้ยงมาโดยกุนซือจิ้นหลี่ทั้งคู่ทั้งสองจึงสนิทสนมกันตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเล่น จะกิน ก็มันอยู่ด้วยกันเสมอ ระหว่างที่โจวอู๋มีอาการป่วย หลายครั้งจิ้นจงก็คอยมาเฝ้าไข้ ดูแลด้วยทักษะหมอของเขา
    "ไปตายไป๊" โจวอู๋หันหลังกลับไปด่าเพื่อนตัวแสบที่นั่งอยู่บนเตียงของตนแบบตลกๆแล้วหันกลับมาหาชุดเพื่อเปลี่ยน
    "ใส่ตัวนั้นสิ ข้าว่ามันสวยนะ" จิ้นจงชี้นิ้วไปที่เสื้อสีขาวขอบเขียวตัวหนึ่งบนชั้นวาง
    "เจ้าจะคิดแทนข้าทุกเรื่องไม่ได้นะเว้ย"
    "โหยยย ก็คิดให้แบบนี้มาตั้งนานแล้วเถอะ"จิ้นจงหัวเราะให้กับความความขี้บ่นของเพื่อนตน
    "เออๆ แล้วแต่เจ้าเถอะ" โจวอู๋ค่อยๆปลดผ้าชุดเก่าออกเผยให้เห็นเรือนร่างสีขาวราวกับไข่มุกแล้วจึงนำเสื้อที่จิ้นจงเลือกให้สวมลงไป แล้วจัดทรงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
    "เจ้านี่ยังขาวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ"
    "แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะเลิกมานั่งดูข้าเปลี่ยนชุดยังงี้เล่า!"โจวอู๋หันไปกล่าวกับเพื่อนตนแบบติดตลกนิดๆ
    "ไปๆ ออกไปกันเถอะ"จิ้นจงลุกขึ้นและเดินออกจากห้องของโจวอู๋โดยที่มีเจ้าตัวเดินตามหลังออกโดยมีจุดหมายคือสวนหย่อมหลังเรือนพัก

    ณ สวนหย่อมหลังเรือนพัก
    "คนสวนพวกนี้ขยันกันจริงๆเลยนะเนี่ย มีต้นไม้ใหม่ๆเข้ามาบ่อยๆเลย"โจวอู๋พูดระหว่างเดินอยู่ในสวนกับจิ้นจง
    โจวอู๋เคยฝันว่าอยากที่จะทำสวนเล็กๆแบบนี้ของตนเองสักครั้งนึง แต่ด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรงนักทำให้ไม่สามารถเดินทางออกไปหาพันธุ์ไม้แปลกๆได้
    "เป็นไงล่ะ ได้ออกมาเดินเปิดโลกบ้าง นอนขี้เซาอยู่ห้องไปวันๆอยู่ได้"จิ้นจงหันไปคุยกับกับโจวอู๋ที่ทำหน้าเหม่อลอยมองสวนอยู่
    "เฮ้ โจวอู๋"
    .
    .
    "โจวอู๋"
    .
    .
    "โจวอู๋!!"จิ้นจงตะโกนใส่เพื่อนของตนที่ทำหน้าเหม่อลอยไม่สนใจ
    "ฮะๆ เจ้าตะโกนทำไมเนี่ย เรียกข้าเฉยๆข้าก็หันแล้ว"โจวอู๋สะดุ้งแล้วหันไปด่าจิ้นจง
    "ข้าเรียกเจ้ามาสามรอบแล้ว เจ้านั้นแหละที่ไม่สนใจข้า เหม่อลอยอะไรของเจ้า"
    "ข้าเห็นสวนแล้วข้าก็จินตนาการสวนในฝันข้า ข้าอยากออกเดินทางไปเพื่อหาพันธุ์ไม้สวยๆมาจัดสวนบ้างจัง"โจวอู๋เล่าความฝันตนเองให้เพื่อนสนิทตนฟัง ในแววตาของเขามีแต่ความหวัง หวังที่จะได้เดินทางออกไปบ้าง
    "ความฝันซะเป็นสาวเป็นนางเชียว เอาเถอะ ข้าเป็นเพื่อนเจ้ามานานข้ารู้เจ้าอยากออกจริงๆ ลองไปของท่านอาหมิงดูเถอะ"จิ้นจงตบไหล่โจวอู๋เบาแล้วเอามือพาดไหล่เพื่อนตรงหน้าไว้
    "ท่านจะยอมหรอ ข้าไม่แข็งแรงแบบนี้น่ะ"โจวอู๋เผยสีหน้ากังวลเล็กน้อย เมื่อจิ้นจงเห็นดังนั้นจึงเอามือลูบหัวเพื่อนของตนเบาๆ
    "ไม่ลองไม่รู้หรอก นั้นท่านพ่อกับท่านอาหนิ เราไปหาท่านกันเถอะ"จิ้นจงคว้าข้อมือของโจวอู๋แล้ววิ่งไปหากุนซือจิ้นและขุนพลหมิงที่ลานพักผ่อน

    ณ ลานพักผ่อนกลางสวนหย่อม
    "สวัสดีหนุ่มๆ พวกเจ้าเป็นไงกันบ้างล่ะ"ขุนพลหมิงโบกมือให้กับจิ้นจงและโจวอู๋ที่เดินเข้ามา
    "สวัสดีขอรับท่านอาหมิง สวัสดีขอรับท่านพ่อ"จิ้นจงโค้งคำนับให้ผู้อาวุโสทั้งสอง
    "แล้วเป็นไงมาไงล่ะ ถึงมาพร้อมกันแบบนี้ แล้วเจ้าโจวอู๋หายแล้วหรือ"กุนซือจิ้นถามทั้งคู่แล้วจับตัวของโจวอู๋ดูเพื่อตรวจดูอาการป่วยต่างๆ
    "ข้าไม่มีอาการใดๆแล้วขอรับ ท่านอาจิ้น ข้าแค่อยากออกมาดูโลกภายนอกบ้าง เลยให้จิ้นจงพามาน่ะขอรับ"
    หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็นั่งพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันไป จิ้นจงพยายามสะกิดโจวอู๋อยู่หลายครั้งแต่เขาก็ไม่ยอมสนใจสักที จิ้นจงจึงตัดสินใจหยิกเข้าไปที่เอวของเพื่อนตนที่นั่งไม่สนใจตนอยู่อย่างแรง "โอ๊ยยยย เจ้าทำอะไรของเจ้าเนี่ย จิ้นจง!"
    "ก็เจ้าไม่สนใจข้านิ หึ"จิ้นจงเบะหน้าและทำหน้ามุ้ยใส่เพื่อนที่พึ่งตะคอกใส่ตนเมื่อครู่ "เจ้าอย่ามาทำหน้าตลกสิ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่โกรธข้าหรอก ฮ่าฮ่าฮ่า"
    "เลิกได้ไหมเนี่ย นิสัยรู้ใจคนอื่นไปหมดเนี่ย"
    "เอาล่ะๆ เลิกแกล้งกันได้แล้ว แกล้งกันเป็นเด็กไปได้"ขุนพลหมิงตักเตือนทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความโหด ทำให้ทั้งคู่เกิดอาการกลัวเล็กน้อย
    "เจ้าก็บอกไปได้แล้ว ว่าจะมาขออะไร"จิ้นจงสะกิดบั้นท้ายแล้วกระซิบข้างๆหูของโจวอู๋เบาๆ
    "อ่า ท่านพ่อขอรับ คือ...ผ..ผ..ผม"
    "มีอะไรก็พูดมาเถอะ พ่อหามาให้เจ้าได้ทุกอย่างแหละ"
    "คือ...ผ..ผมอยากออกเดินทางไปด้านนอก ไปท่องยุทธจักรขอรับ"โจวอู๋พูดอย่างรวดเร็วและลุกขึ้นโค้งต่อหน้าผู้เป็นบิดาของตน
    "เฮ้ออ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง หนิงอัน! ไปตามอี้หงมาสิ"ขุนพลหมิงถอนหายใจเล็กน้อยก่อนหันไปสั่งบ่าวด้านหลัง
    หลังจากนั้นสักครู่ อี้หงหนึ่งในบ่าวที่โจวอู๋สนิทด้วยก็เดินมาพร้อมกับถุงบางอย่าง อี้หงยื่นถุงนั้นให้กับขุนพลหมิง เมื่อขุนพลหมิงรับมาก็หยิบเงินจากกระเป๋าใส่ลงในถุงนั้นและยื่นให้กับโจวอู๋ที่รับมาอย่างงงๆ
    "ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไรกัน"โจวอู๋มองบิดาของตนด้วยสีหน้าที่สงสัยไม่หาย
    "ข้ารู้แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง ข้าคุยกับแม่เจ้าและกุนซือจิ้นแล้ว ข้าไม่ห้ามเจ้าหรอกนะถ้าเจ้าจะออกเดินทางไปตามที่ต่างๆ แต่ข้าก็ยังกังวลไม่หาย ดังนั้นข้าจะให้หนิงอันและอี้หงเดินทางไปกับเจ้าด้วยเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน"
    "ท่านพ่อ ท่านอา ขอบคุณมากนะขอรับ"โจวอู๋โค้งให้ทั้งคู่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
    "แล้วข้าล่ะท่านพ่อ!"จิ้นจงตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูน้อยใจนิดๆ
    "เจ้าไปก็เป็นภาระเขาเปล่าๆ จิ้นจง ฮ่าฮ่า"กุนซือจิ้นหัวเราะนิด
    "ท่านพ่อ ข้าสนิทกับโจวอู๋ที่สุดแล้วนะท่านพ่อ ข้ารู้ทุกสองทุกมุมของโจวอู๋แล้ว จะให้ใครดูแลเพื่อนผมคนนี้ดีเท่าผมไม่มีอีกแล้วนะท่านพ่อ"จิ้นจงงัดลูกไม้อ่อนท่านกุนซือจิ้นจนขุนพลหมิง กุนซือจิ้น และโจวอู๋หันมาระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกันกับการกระทำที่ดูตลกของคนตรงหน้า
    "ท่านกุนซือก็อย่าไปแกล้งอาจิ้นมันสิ"ขุนพลหมิงหันไปพูดกับกุนซือจิ้น
    "ฮ่าๆๆ นั้นแหละๆ เจ้าไปกับโจวอู๋ก็ได้จิ้นจง ดูแลลูกท่านคุณพลดีๆล่ะ ถ้ามีรอยขีดข่วนข้าเฆี่ยนเจ้าไม่เหลือแน่"
    "พวกเจ้าก็ไปเก็บกระเป๋ารอกันเถอะ เมื่อถึงยามเซินก็ออกไปรอหน้าจวน ข้าจะให้รถม้าไปส่งในเมือง"ขุนพลหมิงกล่าวแล้วหันไปสั่งบ่าวที่ดูแลเกี่ยวกับพาหนะของจวน

    ...เซินสือเฉิน...
    ครืด ครืด... เสียงรถม้าดังขึ้นบริเวณหน้าจวน
    "พวกเจ้าก็ดูแลตัวเองกันดีๆนะ มีปัญหาอะไรก็ติดต่อกลับมาได้"เสียงอันสดใสของหมิงฮูหยินที่กล่าวกับคณะเดินทางทั้งสี่
    "โชคดีนะทุกคน"
    "โชคดีนะ"
    "อย่าลืมของฝากข้าบ้างหล่ะ"
    "ดูแลตัวเองดีๆนะ"
    "ข้าวปลาอาหารกินให้ครบทุกมื้อล่ะ"
    ท่ามกลางแดดที่ไม่ร้อนแรงของยามบ่ายนั้น เสียงหลายเสียงของทั้งสกุลหมิงและบ่าวไพร่ในเรือนต่างออกมาเพื่อส่งคณะเดินทางออกสู่ยุทธจักร มีทั้งรอยยิ้มเห็นความสำเร็จสู่อีกขั้นของชีวิตคุณชายตระกูลหมิง และก็มีทั้งน้ำตาแห่งการจากลาที่ไม่รู้ว่าจะมาพบกันใหม่อีกเมื่อไหร่
    "ข้าออกเดินทางแล้วนะท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านอา ท่านน้า และทุกๆท่าน พวกท่านก็ดูแลตัวเองดีๆนะ ไว้ข้าจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ"โจวอู๋กล่าวลาทุกคนและก้าวขึ้นรถม้าไปพร้อมกับจิ้นจงสหายคนสนิท โดยมีอี้หงและหนิงอันคุมม้าอยู่ด้านหน้าของรถม้า
    ครืน ครืน...
    เสียงรถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวอย่างช้าๆออกนอกอาณาเขตประตูจวน เป็นสัญญาณว่าการเดินทางสู่ยุทธจักรของทั้งสี่เริ่มต้นขึ้นแล้ว
    @Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ความหิว -28 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-12-21 20:09:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
กลับบ้าน


     กายหยาบของชายหนุ่มทั้งสองก้าวเข้ามายังหน้าจวนของขุนพลหมิง ใช่แล้ว พวกเขาถึงบ้านแล้ว ร่างกายของทั้งคู่่เริ่มแสดงอาการล้ามากขึ้นจากการเดินทาง ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเข้าไปยังจวนขุนพลหมิง หนึ่งในบ่าวเรือนหมอก็เดินสวนออกมาพอดี

     "นะ..นะ..นายน้อยทั้งสอง กลับมาแล้วขอรับ ข้าจะรีบไปแจ้งให้ท่านขุนพลและท่านกุนซือทราบนะขอรับ" บ่าวคนดังกล่าวค่อนข้างมีสีหน้าที่ตกใจปนดีใจ เขารีบโค้งให้กับนายน้อยทั้งสองคนก่อนจะรีบวิ่งแจ้นเข้าไปในจวนโดยไม่เปิดโอกาสให้ทั้งสองคนตอบรับเลย

     ทั้งสองค่อยเดินเข้าไปในจวนของผู้เป็นบิดา บรรยากาศต่างๆเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก สวนหย่อมถูกประดับตกแต่งด้วยพืชพันธุ์หลากหลายสี มีบ่อน้ำที่สะอาด บ่าวเรือนต่างๆถูกเกณฑ์ออกมาทำงานส่วนกลางมากขึ้นกว่างานในเรือน ความสวยงามของบรรยากาศรอบๆต่างทำให้ทั้งสองคนตกตะลึงไปชั่วขณะ เวลาเพียงไม่กี่เดือนที่พวกเขาออกเดินทางจวนถูกเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้

     "โจวอู๋เจ้ากลับมาแล้ว แม่เป็นห่วงเจ้ามากเลยนะ" ท่านแม่หรือหมิงฮูหยินรีบวิ่งออกาสวมกอดโจวอู๋ตามมาติดๆด้วยจิ้นฮูหยินที่เข้ามากอดจิ้นจงส่วนขุนพลหมิงและกุนซือจิ้นค่อยๆเดินตามผู้เป็นภรรยาออกมาอย่าสงบ

     "ข้าไม่อยู่ในจวนไม่นาน ท่านพ่อท่านแม่สั่งปรับจวนเสียจนข้านึกว่าข้าเข้าผิดจวนเลยนะขอรับ"โจวอู๋เริ่มเปิดประเด็นสนทนาระหว่างทางเดินเข้าไปยังห้องรับรองในเรือนพัก

     "พ่อเจ้าน่ะสิ พอเจ้าออกไปไม่ถึงสัปดาห์ก็สั่งปรับสวน ปรับบ่อน้ำ ปรับไปหมดทุกอย่าง เห็นบอกว่าเจ้าะได้รู้สึกเหมือนไดรับการต้อนรับกลับมาอย่างยิ่งใหญ่" ท่านแม่กล่าว

     "เจ้าก็พูดเกินไป ว่าแต่พวกเจ้ากลับมาทำไมรึ ข้านึกว่าเจ้าจะผจญภัยเป็นปีกว่าอีกนะเนี่ย สวนข้ายังจัดไม่ถึงไหนเลย ข้าพึ่งให้บ่าวไปสำรวจพันธุ์ไม้แถวๆตลาดพันธุ์ไม้เอง" ขุนพลหมิงถาม ตอนนี้ทั้งหกคนอยู่ในห้องรับรองแล้ว โดยมีอาหารและน้ำชารอไว้สำหรับรองท้องก่อนมีอาหารใหญ่ด้วย

     "พอดีว่าข้าจะมาสมัครสอบรับราชการตำแหน่งขุนนางน่ะท่านพ่อ"

     "อ่อ เป็นอย่างไรบ้างล่ะ ใกล้วันสอบแล้วหนิ เจ้าได้เตรียมตัวไว้รึยังล่ะ" กุนซือจิ้นเอ่ยปากถาม

     "ข้าพึ่งอ่านได้ไม่กี่ส่วนเองขอรับ ต้องขอบคุณจิ้นจงด้วยที่ช่วยสรุปให้ข้า ข้าคงแย่แน่ถ้าไม่มีจิ้นจง" โจวอู๋ตอบคำถามผู้เป็นพ่อของผู้ถูกกล่าวถึง จิ้นจงเมื่อถูกชมดังนั้นจึงมีอาการเขอะเขินเล็กน้อย

     "งั้นพวกเจ้าไปพักเถอะ ตั้งใจอ่านล่ะ อ่อแล้วก็ตอนนี้ข้าพึ่งปรับปรุงจวนใหม่ไปห้องของพวกเจ้าสองนข้าทุบกำแพงทำให้มันติดกันแล้วนะ จะได้ดูแลลกันดีๆ" ขุนพลหมิงกล่าว ทั้งสองคนเดินออกจากห้องรับรองเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ห้องของทั้งคู่



     ห้องโจวอู๋และจิ้นจง

     "เจ้าจะอาบน้ำก่อนมั้ย" จิ้นจงถาม พวกเขาวางห่อผ้าของตนลงบนเตียงของตัวเองทั้งสองล้มตัวลงนอนอย่างหมดแรง

     "เจ้าอาบก่อนเลยก็ได้ ข้าว่าจะอ่านหนังสือก่อนสักตอน"

     "ตามนั้น งั้นข้าอาบน้ำก่อนนะ เจ้าก็ตั้งใจล่ะ" จิ้นจงเมื่อได้ยินดังนั้นก็จึงเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ปกคลุมร่างกาย เผยให้เห็นร่างขาวสะอาด แผ่นหลังเรียบเนียนของเพื่อนสนิทของตนนั้นทำให้สติของโจวอู๋ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อดับตัวเท่าไหร่ เขารีบคว้าหนังสือเพื่อมาอ่านสงบสติอารมณ์



ปรัชญาขงจื๊อตอนที่สาม

"ในระหว่างเป็นเพื่อนกันต้องตักเตือนให้กำลังใจกันและกัน ในระหว่างพี่น้องต้องสามัคคีกัน"

หมายความว่า เพื่อนกันควรตักเตือนเมื่อเพื่อนทำผิด และให้กำลังใจเวลาเพื่อนเหนื่อยล้าหรือเสียใจ และพี่น้องควรสามัคคีรักใคร่ปรองดองกัน

"เมื่อรักเขาจะไม่ให้กำลังใจเขาได้หรือ เมื่อซื่อสัตย์ต่อเขา จะไม่ตักเตือนสั่งสอนเขาได้หรือ"

หมายความว่า เมื่อเรามอบความรักให้เขา เราย่อมต้องให้กำลังใจเขา เมื่อเราจะซื่อสัตย์ต่่อเขาเราก็ควรตักเตือนและสั่งสอนเขา"

"ปราชญ์ย่อมหลีกเลี่ยงสังคมที่เลวร้าย สถานที่เลวร้าย มารยาทที่เลวร้าย และวาจาที่เลวร้าย"

หมายถึง นักปราชญ์ย่อมหลีกเลี่ยอะไรก็ตามที่เลวร้ายเพื่อผลดีของตนเอง

"ตำหนิตนเองให้มาก ตำหนิผู้อื่นให้น้อย ก็จะไม่มีใครโกรธแค้น"

หมายถึง ตำหนิและโทษตัวเองให้มากกว่าตำหนิหรือโทษผู้อื่น หากทำเช่นนี้แล้วก็จะไม่มีผู้ใดโกรธแค้นเรา

"บัณฑิตขอร้องกับตนเอง ส่วนคนพาลนั้นจะขอร้องกับคนผู้อื่น"

หมายความว่า ผู้มีความรู้ย่อมขอร้องและพยายามด้วยตนเอง ส่วนคนพาลมักจะเอาแต่ขอร้องให้คนอื่นช่วย


"เจ้าไปอาบน้ำได้แล้ว" เสียงเพื่อนสนิทตนออกมาจากห้องน้ำทำให้โจวอู๋ละสายตาจากหนังสือไป เขาพบร่างเปลือยเปล่าของเพื่อนสนิทตนเอง หยดน้ำที่ไหลตามเรือนร่างนั้นทำให้สติเขาถึงกับขาดอย่างสิ้นเชิง หน้าของเขาแดงมากขึ้นเรื่อยๆ "ทำไมเจ้าไม่ใส่เสื้อผ้าดีๆก่อน!!"

     "ปกติก็เห็นกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว เจ้าจะอายอะไรเนี่ย ไปไปอาบน้ำไป ข้าง่วงแล้ว"ร่างเปลือยของเพื่อนสนิทเดินมายีหัวโจวอู๋เล็กน้อยก่อนเดินไปยังเตียงของตนเพื่อสวมเสื้อผ้า โจวอู๋รีบคว้าเสื้อผ้าแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที เขาไดยินเสียงหัวเราะดังลั่นของเจ้าเพื่อนสนิทด้วยแหละ





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2018-12-21 21:12

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-12-22 19:54:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
การกลับมา


     เวลาล่วงเลยเวลาตื่นของโจวอู๋และจิ้นจงมามาก แต่ร่างทั้งสองยังอยู่บนเตียง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางยาวนานยังคงมีผลต่อร่างกายของพวกเขา บวกกับเมื่อคืนโจวอู๋มีอาการปวดหัวและมีไข้อย่างรุนแรงซึ่งจิ้นฮูหยินได้ตรวจอาการเบื้องต้นแล้วคิดว่าเกิดจากอาการเก่าของโจวอู๋เกิดกำเริบขึ้นมา จึงให้โจวอู๋ทานยาแล้วนอนหลับพักผ่อน จึงใช้เวลาในการพักผ่อนมากกว่าปกติ

     จิ้นจงค่อยๆขยับตัวไปมาบนเตียง เขาเริ่มรู้สึกตัวแล้ว สักพักเขาจึงลุกขึ้นเมื่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่างก็พบว่าเวลาล่วงเลยมานานมาก เขาจึงรีบหยิบเสื้อผ้าและไปอาบน้ำเพื่อฆ่าเวลารอโจวอู๋ตื่นและลงไปทานอาหารพร้อมกัน เขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในห้องน้ำ หลังจากนั้นเขาก็เดินออกมา พบว่าโจวอู๋ยังไม่ตื่น จิ้นจงเดินไปข้างเตียงที่มีร่างของเพื่อนนอนอญู่แล้วโน้มตัวไปกระซิบข้างหู "ตื่นได้แล้ว หมิงโจวอู๋"

     โจวอู๋มีอาการงัวเงียดิ้นไปมาเล็กน้อยแล้วจึงลุกขึ้นมา ใบหน้าที่กำลังเผชิญหน้าสู้แสงที่ค่อนข้างแรงทำให้ตาของเขาหยีลงทันที เห็นดังนั้นจิ้นจงจึงเดินไปใช้ตัวบังแดดให้แล้วจึงเอ่ยปากว่า "เจ้าไปอาบน้ำได้แล้ว ข้าหิว"

     "เออๆ เดี๋ยวข้าจะรีบให้เจ้านะ" โจวอู๋รีบเดินไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย เมื่อโจวอู๋เสร็จเรียบร้อยทั้งคู่ก็รีบลงไปชั้นหนึ่งของเรือนเพื่อไปทานอาหารเนื่องจากท้องของทั้งคู่เริ่มร้องเสียงดังขึ้นแล้ว



     ห้องอาหาร

     "ข้านึกว่าพวกเจ้าจะไม่ตื่นกันเสียแล้วนะเนี่ย มาๆทานอาหารกัน" เสียงต้อนรับของขุนพลหมิงผู้เป็นบิดาของโจวอู๋ดังขึ้นเป็นการต้อนรับเช้าอันสดใสที่แสนดี เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งสองคนจึงนั่งลงด้านซ้ายของโต๊ะ อาหารวันนี้ประกอบไปด้วยข้าวต้ม เป็ดย่างและกุ้งผัดซอส ทั้งสองคนทานอาหารกันจนอิ่มเต็มที่แล้วจึงเริ่มเปิดบทสนทนา

     "ท่านพ่อ ท่านพ่อพอจะช่วยข้าติวหนังสือเพื่อสอบได้มั้ย" โจวอู๋เป็นคนเริ่มเอ่ยปากถาม

     "ข้าก็สอบมานานแล้วนะ เจ้าลองอ่านด้วยตัวเองก่อนแล้วกัน ถ้าสงสัยก็ค่อยมาถามข้าแล้วกัน ไม่งั้นเจ้าลองถามกุนซือจิ้นก็ได้ ท่านกุนซือแกเก่งด้านนี้มาก" ขุนพลหมิงกล่าว

     "งั้นข้าขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะขอรับ" โจวอู๋ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารและมุ่งหน้าไปยังห้องของตนเพื่ออ่านหนังสือต่อ จิ้นจงที่เดินตามหลังมาจึงยื่นหนังสืออีกเล่มนึงให้

     "นี่เป็นสรุปของพ่อข้า ข้าเอามาให้เจ้าอ่านน่ะ" จิ้นจงเอ่ยก่อนที่จะเดินแยกเพื่อไปยังเรือนหมอเพื่อหาผู้เป็นมารดาของตน

     

     ห้องพัก

     โจวอู๋นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะอ่านหนังสือของตนและเริ่มต้นการอ่านหนังสือในบทต่อไป



ปรัชญาขงจื๊อตอนที่สี่

"บัณฑิตมีความภาคภูมิใจในตนเอง โดยไม่แย่งชิงความภาคภูมิใจของคนอื่น บัณฑิตมีความสามัคคี แต่ไม่เล่นพวกกัน"

หมายถึง ผู้มีการศึกษาจะภาคภูมิใจในตนเอง ไม่แย่งชินผลงานของคนอื่นเพื่อความภาคภูมิใจ บัณฑิตมีความสามัคคีแต่ไม่เล่นพวกเล่นพ้อง ทำงานด้วยความสุจริต

"เรื่องเล็กไม่อดกลั้นไว้จะทำให้แผนเรื่องใหญ่เสีย"

หมายความว่า หากไม่อดทนกับเรื่องเล็กน้อยก็จะทำให้แผนการใหญ่ที่วางไว้เสียหายได้

"ทุกคนเกลียดก็ต้องพิจารณา ทุกคนรักก็ต้องพิจารณา"

หมายถึง ทุกคนเกลียดชังเราก็ต้องพิจารณาตัวเองว่าทำไมคนถึงเกลียดชังเรา ทุกคนรักเราก็ต้องพิจารณาว่าทำไมทุกคนรักเรา

"เพื่อนที่ซื่อตรง เพื่อนที่มีความชอบธรรม เพื่อนที่มีความรู้ ทั้ง 3 ประเภทนี้มีประโยชน์แก่เรา"

หมายความว่า เพื่อนที่ซื่อตรง เพื่อนที่มีคุณธรรม ยุติธรรม และเพื่อนที่มีความรู้ความสามารถ จะสามารถช่วยเราได้ในอนาคต จงเก็บรักษาพวกเขาไว้ในดี

"เพื่อนที่ประจบสอพลอ เพื่อนที่ทำอ่อนน้อมเอาใจ เพื่อนที่ชอบเถียงโดยไม่มีความรู้ ทั้ง 3 ประการนี้เป็นภัยแก่เรา"

หมายถึงเพื่อนที่มีนิสัยประจบประแจง ชอบเอาใจเราจนเกินไป และชอบโต้เถียงโดยไม่มีความรู้ จะเป็นสิ่งไม่ดีแก่เรา ควรตีตัวออกห่างไว้



     เมื่อเขาอ่านจบจึงใช้เวลาสักพักในการอ่านทบทวนของวันก่อนหน้าเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง ต่อจากนั้นก็เดินลงไปเพื่อเดินชมสวนหย่อมที่ถูกจัดแต่งใหม่ พันธุ์ไม่ใหม่ๆสวยงามตระการตา คนงานมากหน้าหลายตากำลังขุด ปลูก ถอนกันอย่างแข็งขัน เมื่อเห็นดังนั้นโจวอู๋จึงเข้าครัวไปเพื่อชงชามาเล็กน้อยเพื่อเอามาแจกเหล่าคนงานที่เหน็ดเหนื่อย "พวกท่านมารับน้ำชาสิ ถึงข้าจะลงไปช่วยจัดสวนไม่ได้แต่ข้าก็อยากมีส่วนช่วยนะ"

     "ขอบคุณของขอรับ คุณชายหมิง"เสียงจากคนงานหน้าใหม่กล่าวขอบคุณทำให้โจวอู๋ีความสุขมาก หลังจากนั้นตลอดบ่ายเขาก็ใช้ไปกับการเดินชมสวนและช่วยเหลือคนงานเล็กๆน้อยๆ





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-12-27 19:20:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
คืนดี


     หลังจากที่โจวอู๋มานั่งหลับหน้าเรือนหมอทั้งคืนเพราะต้องการมาคืนดีกับเจ้าเพื่อนขี้งอลจนเผลอหลับไป กลางดึกที่ติ้นจงเดินออกมาจากเรือนหมอเพื่อแอบไปอาบน้ำตอนกลางคืนก็พบกับเพื่อนสนิทที่อยากง้อตนนอนอยู่หน้าเรือนหมอพร้อมห่ออาหารอีกสองห่อ เขาค่อนข้างตกใจมากที่เพื่อนตนลงทุนถึงขนาดนี้ความจริงเขาสติแตกตั้งแต่เห็นร่างไร้การปกปิดของมันแล้ว เขาไม่มีทางเลือกจึงหอบห่อข้าวใส่มือและใช้แขนช้อนตัวเพื่อนสนิทขึ้นมาพาดไหล่แล้วอุ้มไปยังเรือนพัก เขาวางร่างของเพื่อนสนิทลงบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนที่จะเข้าไปชำระล้างร่างกายและกลับมานอนลงข้างๆเพื่อนตนที่นอนอย่างไร้สติอยู่บนเตียง

     เมื่อถึงตอนเช้าโ๗วอู๋ที่ตื่นก่อนก็พบว่าตนมาอยู่ในห้องนอนของตัวเองพร้อมกับเจ้าคน(เคย)งอนตนแล้ว เขาแกล้งทำเป็นหลับแล้วรอให้เพื่อนขี้งอนตื่นเพราะอยากเห็นพฤติกรรมของคนขี้งอนว่าจะทำยังไง ผ่านไปสักพักร่างข้างๆโจวอู๋ก็ขยับตัวขึ้นมา

     "เจ้ายังไม่ตื่นอีกหรอ" จิ้นจงเขย่าตัวเพื่อนสนิทเล็กน้อย โจวอู๋ทำเป็นงัวเงียดิ้นๆเล็กน้อยแล้วจึงลืมตาตื่นและตีมึน งงว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง "หื้ม ข้ามาอยู่ที่นี้ได้ยังไง"

     "ก็เจ้าน่ะสิ ไปนอนอะไรหน้าเรือนหมอ ชอบทำคนอื่นเขาเป็นห่วง ดูสิ๊ข้าต้องแบกเจ้ามาจากโรงหมอมาถึงนี้เนี่ย........." โจวอู๋โดนเพื่อนสนิทที่นอกจากจะขี้งอนแล้วยังขี้บ่นอีกเทศน์อยู่เกือบครึ่งชั่วโมง

     "ก็เจ้านั้นแหละงอนข้าทำไม" โจวอู๋เริ่มแย้งกลับบ้าง

     "เจ้านั้นแหละ หนีออกไปไหนไม่บอกข้า"

     "ก็ข้าออกไปทำธุระแปปเดียวเอง ขอโทษน้าาา" โจวอู๋เริ่มใส่ไม้อ้อนใส่เพื่อนตรงหน้าอย่างเต็มที่ เขาเอาหน้าซุกแขน ซุกอกเพื่อนแล้วถูไปมาจนเหมือนกับลูกแมว

     "เออๆ ข้าไม่โกรธเจ้าแลวก็ได้ แต่หวังว่าครั้งหน้าคงไม่มีอีกนะ" จิ้นจงที่ทนความขี้อ้อนของเพื่อนไม่ไหวจึงรีบหายโกรธคนตรงหน้าทันที

     "งื้ออ เจ้าใจดีที่สุดเลย" โจวอู๋อ้อนหนักกว่าเดิมจนจิ้นจงต้องทำเสียงดุ "พอเลิกอ้อนได้แล้วหน่า"

     "แล้วก็อย่าไปแก้ผ้าต่อหน้าใครหรือไปอ้อนใครแบบนี้ล่ะ ทำกับข้าคนเดียวเข้าใจมั้ย" จิ้นจงกระซิบข้างหูเบาๆแล้วรีบวิ่งแจ้นไปอาบน้ำ ส่วนโจวอู๋ยังคงอึ้งและนั่งหน้าแดงอย่างไร้สติ หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ผลัดกันทำภารกิจส่วนตัว แล้วลงไปทานอาหารทั้งคู่รีบทานเพื่อให้โจวอู๋ได้มาอ่านหนังสือเตรียมสอบต่อ



ปรัชญาขงจื๊อตอนที่แปด

"ไม่มีสิ่งใดช่วยให้คุณได้เปรียบคนอื่นมากเท่ากับการควบคุมอารมณ์ให้สงบนิ่งอยู่ตลอดเวลาในทุกสถานการณ์"

หมายถึง สิ่งที่ได้เปรียบที่สุดคือการควบคุมตัวเองให้สงบในทุกสถานการณ์ที่เข้ามา มีสติอยู่ตลอดเวลา

"ความอดทนคือเพื่อนสนิทของสติปัญญา"

หมายถึง สติปัญญามักจะมาคู่กับความอดทน (เหมือนเจ้ากับข้า <3)

"พรสวรรค์ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ คือ การที่เราสามารถเอาใจเขามาใส่ใจเราได้"

หมายถึง ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์คือการที่เราสามารถเอาใจเขามาใส่ใจเรา เข้าอกเข้าใจมุมมองของผู้อื่นได้ดี

"ในธรรมชาติไม่มีสิ่งใดดีพร้อม แต่ทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบในตัวเอง ต้นไม้อาจบิดเบี้ยวโค้งงออย่างประหลาด แต่ก็ยังคงความงดงาม"

หมายถึง ธรรมชาติไม่ได้สร้างสิ่งใดที่ดีพร้อมไปเสียทุกอย่าง แต่ทุกอย่างที่ธรรมชาติสร้างมีความสมบูรณ์แบบในตัว

"มักพูดกันว่ากาลเวลาเปลี่ยนทุกสิ่ง แต่จริงๆแล้ว คุณต้องเปลี่ยนทุกสิ่งด้วยตนเอง"

หมายความว่า หลายคนมักพูดกันว่ากาลเวลาเปลี่ยนทุกสิ่งแต่ในความจริงมนุษย์นั้นแหละคือผู้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งตัวมือของตน


--จบ--

ปล. ขอให้เจ้าโชคดีในการสอบ หากเกิดทำไม่ได้ก็พยายามนึกถึงหน้าข้า(?)และหนังสือเล่มนี้ไว้ แต่ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า ยังไงเจ้าก็ต้องสามารถผ่านการสอบนี้ไปได้ พยายามเข้าล่ะ ถ้าวันไหนเหนื่อยข้าอยู่ข้างๆเจ้าเสมอ รักแหละ - จิ้นจง


     โจวอู๋วางหนังสือลงและยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย สมุดบันทึกของเจ้าเพื่อนสนิทมันช่วยเขาไว้ได้มาก เขารีบไปตามหาจิ้นจงและสวมกอดโดยไม่พูดอะไรจนคนที่โดนสวมกอดถึงกับหน้าเหวอทั้งสองคนกอดกันอยู่นานสองนาน โจวอู๋ผละออกและเดินกลับเข้าเรือนปล่อยให้จิ้นจงยืนงงในดงกอดของเพื่อนสนิทต่อไป...





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2018-12-27 19:32

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -23 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -23 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-12-28 15:50:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ใกล้วันสอบ


     หลังจากการอ่านหนังสือปรัชญาขงจื๊อที่เจ้าเพื่อนสนิทของโจวอู๋สรุปไว้ให้อย่างเมามันเสร็จแล้ววันนี้เขาเริ่มเปิดอ่านอะไรง่ายๆเบาสมองอย่างประวัติของลัทธิขงจื๊อบ้างถึงแม้มันอาจจะไม่มีการสอบแต่การอ่านอะไรไว้เยอะๆก่อนคงจะดีกว่า



ประวัติลัทธิขงจื๊อ


ลัทธิขงจื๊อ หรือ Confucianism (551 - 479 ปีก่อนคริสตศักราช) เป็นลัทธิที่มีขงจื๊อเป็นผู้วางรากฐานให้กับลัทธิ มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการเมืองและสังคมของจีนในสมัยจลาจล โดยเน้นให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขโดยถือหลักการคือ หลักมนุษยธรรมและจารีตประเพณี บนพื้นฐานของสัมพันธภาพ 5 ประการอันได้แก่ เมตตาธรรม มโนธรรม จริยธรรม สัตยธรรม และปัญญาธรรม บุคคลหลายท่านมักกล่าวว่าลัทธิขงจื๊อสามารถสอนคนในการดำรงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าศาสนา เพราะขงจื๊อไม่ได้สอนเกี่ยวกับการนับถือ เคารพ หรือบูชาเทพเจ้าใดๆแต่จะเน้นหนักไปที่การสอนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมอันพึ่งควรปฎิบัติ


ขงจื๊อให้การสั่งสอนลูกศิษย์อย่างไม่มีแบ่งชนชั้นวรรณะ ทำให้เกิดชนชั้นปัญญาชนในสังคมฮั่นอย่างแท้จริง ปัญญาชนเหล่านี้มีเป้าหมายอยู่ที่การเข้ารับราชการ โดยหวังว่าปัญญาความรู้ความสามารถที่ได้รับการอบรมมาจะเป็นประโยชน์ต่อการปกครองบ้านเมือง และยังเป็นการสร้างชื่อเสียงและฐานะให้กับตนเอง ครอบครัว วงศ์ตระกูลอีกด้วย



     หลังจากอ่านเสร็จโจวอู๋ก็เดินไปยังห้องรับรองชั้นล่างของเรือนพัก เมื่อเดินไปถึงก็พบกับขุนพลหมิง กุนซือจิ้น และจิ้นจงที่กำลังนั่งคุยและดื่มชากันอย่างออกรส โจวอู๋จึงถือโอกาสในการเดินเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย

     "อ้าว เจ้าอ่านหนังสือเสร็จแล้วรึ ข้าไม่ค่อยเห็นเจ้าเดินลงมาข้างล่างเลยนะช่วงนี้" ผู้เป็นพ่อทักทายสมาชิกผู้เข้ามาร่วมวงสนทนาเเป็นคนแรกหลังจากนั้นกุนซือจิ้นและจิ้นจงก็ทักทายโจวอู๋ต่อตามลำดับ

     "ข้าอ่านได้ 9 วันแล้ว เนื้อหาหนักๆก็เริ่มจะหมดแล้ว เหลือพวกประวัติศาสตร์น่ะขอรับ ข้าเลยถือโอกาสออกมาพักผ่อนอะไรบ้าง" โจวอู๋ตอบ เมื่อได้ยินดังนั้น ขุนพลหมิงจึงได้ให้บ่าวไปนำชาร้อนมาเพิ่มให้โจวอู๋พร้อมกับของว่างยามบ่ายเล็กน้อย

     "อีกสองวันก็จะสอบแล้วหนิเป็นไงบ้างล่ะ พร้อมมั้ย"กุนซือจิ้นเป็นคนเอ่ยปากถาม

     "ข้าคงพร้อมแล้วล่ะท่าน หวังว่าจะไม่มีผิดพลาด กำลังใจข้าก็ยังดีอยู่ เนื้อหาก็ค่อนข้างแน่นแล้ว ถ้าสติไม่หลุดตอนสอบก็คงทำได้ไม่แย่ขอรับ ฮ่าฮ่าฮ่า"

     "เจ้านี้อารมณ์ขันจริงๆเลยนะ"

     "ข้าพร้อมอัดฉีดเจ้าเลยนะ ถ้าเจ้าสอบได้คะแนนดีๆ ข้าจะจัดงานเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่เลย" ขุนพลหมิงอัดฉีดแน่นอนว่าพอเป็นเรื่องอาหารก็ทำให้โจวอู๋ตาลุกวาว เพราะสำหรับโจวอู๋เรื่องกินคือเรื่องสำคัญมาก

     "งั้นข้าจะตั้งใจนะ แต่วันนี้ข้าว่าข้าจะออกไปเดินเที่ยวด้านนอกเพื่อผ่อนคลายบ้าง ไปจิ้นจงออกไปข้างนอกกัน" โจวอูหลังจากที่ดื่มชาเสร็จก็ชวนจิ้นจงออกไปเดินเล่นด้านนอกเพื่อหาอะไรทำเป็นการผ่อนคลายสมองหลังจากใช้มันอย่างหนักหน่วงมาหลายวัน





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2018-12-28 15:58

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -29 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -29 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-12-29 16:00:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เตรียมตัววันสุดท้าย


     เวลาสอบใกล้เข้ามาอีกวันหนึ่งแล้ว อีกแค่เพียงหนึ่งวันก็จะถึงวันสอบของโจวอู๋แล้ว ความตื่นเต้นเริ่มกลืนกินเขาอย่างมาก วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้มีโอกาสทบทวนแล้ว โจวอู๋เริ่มต้นวันด้วยการเริ่มอ่านสรุปของจิ้นจงที่ให้มาอีกรอบหนึ่งจากนั้นก็ไทานอาหารเช้าแล้วให้พ่อกับกุนซือจิ้นช่วยติวให้อีกเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวลาตลอดช่วงก่อนทานข้าวเที่ยงในการอ่านเกี่ยวกับประวัติขงจื๊อจากหนังสือที่กุนซือจิ้นให้มา



ขงจื๊อคือใคร..?


ขงจื้อหรือขงฟูจื้อ เป็นนักปราชญ์เอกของจีนในสมัยราชวงศ์จู เกิดวันที่ 27 สิงหาคม เมื่อ 551 ปีก่อนคริสตศักราช ณ เมืองชีฟู ท่ามกลางสภาพบ้านเมืองอันระส่ำระสาย เพราะเกิดกบฏในราชวงศ์โจว บิดาของท่านถึงแก่กรรมเมื่อขงจื้ออายุได้เพียง 3 ขวบเท่านั้น ดังนั้นมารดาของขงจื้อซึ่งเป็นภรรยาคนที่ 2 ของพ่อก็ได้เลี้ยงดูขงจื้อมาโดยลำพัง ขงจื้อมีนิสัยฝักใฝ่หาความรู้ สนใจในขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณตั้งแต่ยังเยาว์ เมื่ออายุได้ 15 ปีเริ่มเรียนศิลปะวิทยาการอย่างจริงจังเป็นผลให้กลายเป็นคนเฉลียวฉลาด มีจิตใจก้าวหน้า พออายุ 20 ปี ได้เข้ารับราชการทำหน้าที่ดูแลยุ้งฉาง เป็นผู้ควบคุมการเก็บภาษีและเสบียงให้เจ้าเมืองลู้ ต่อมาไม่นานมารดาของท่านได้ถึงแก่กรรมลงท่านจึงได้มีโอกาสเดินทางเข้าเมืองหลวง และเรียนรู้ถึงกำเนิด ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมประจำชาติ และได้รู้จักกับเล่าจื้อผู้ประสิทธิ์ประสาทลักธิเต๋า เมื่ออายุได้ 50 ปี ได้เป็นเสนาบดีแคว้นลู้และมีอำนาจควบคุมกระทรวงยุติธรรม หลังจากที่ขงจื้อได้ลาออกจากราชการเมื่ออายุ 54 ปี แล้วก็ได้เดินทางไปเผยแพร่ทฤษฎีทางการเมืองของตนเอง แต่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากใครเลย จึงได้หันกลับมาอุทิศเวลาในการสอนหนังสือจนมีลูกศิษย์ติดตามถึง 3,000 คน ซึ่งในจำนวนลูกศิษย์นี้ส่วนใหญ่ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญทางการเมืองในเวลาต่อมา


ขงจื้อเป็นนักปฏิรูปคนแรกซึ่งปฏิรูปชีวิตและรัฐบาล (การปกครอง) กล่าวคือ ได้พยายามอบรมสั่งสอนศิษย์ให้มองโลกอย่างกว้าง ๆ ให้ปรับปรุงตนเองให้ดีที่สุด มีคุณค่าและประสิทธิภาพที่สุด ขงจื๊อที่เป็นบุคคลตัวอย่างที่ดีในด้านการนำความรู้มาใช้ประโยชน์มาก ตลอดชีวิตของท่านมักใช้ไปกับการแสวงหาและเผลแพร่ความรู้


     หลังจากที่อ่านหนังสือเสร็จจนจบแล้วโจวอู๋และจิ้นจงก็ได้ลงไปยังสวนหย่อมเพื่อพักผ่อนให้สมองปลอดโปร่งเล็กน้อย โจวอู๋เชื่อว่าถ้าหากเครียดเกินไปจะส่งผลต่อความสามารถทางการจำของตนจึงต้องปลดปล่อยให้สมองปลอดโปร่งบ้าง ร่างกายและจะได้พร้อมสอบอย่างเต็มที่ คืนนี้ทั้งคู่เลยวางแผนที่จะไปเดินเล่นในย่านการค้าและพักผ่อนทานอาหารที่โรงเตี๊ยมด้วย หวังว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ดีของโจวอู๋นะ





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2018-12-29 17:15

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -29 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -29 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2019-1-7 21:05:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หลังการสอบ


     หลังจากการสอบที่ใช้เวลาเตรียมตัวนานมากผ่านพ้นไป ร่างของโจวอู๋ก็จมเตียงนอนอย่างเต็มอ่มเพื่อฟื้นร่างกายให้กลับมาสดชื่นและเต็มที่พร้อมใช้ชีวิตอีกครั้งหลังจากต้องทรหดอ่านหนังสือเป็นเวลานานจนร่างกายเริ่มทรุดลงบ้างแต่ได้การนอนอย่างเต็มอื่นก็ช่วยให้ร่างกายกลับมาเต็มที่อีกครั้งหนึ่งแล้ว

     โจวอู๋ใช้เวลาส่วนตัวในห้องของตนทั้งการออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย อาบน้ำชำระล้างร่างกาย หรือกระทั้งจัดหนังสือที่อ่านเข้าชั้นอย่างเป็นระเบียบจนเวลาล่วงเลยมานานมาก ตนจึงลงไปชั้นล่างของเรือนพักเพื่อทานอาหารร่วมกับผู้เป็นบิดาของตน



     ห้องอาหาร

     โจวอู๋เดินเข้ามาตามกลิ่นของอาหารกลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้อยากรับประทาน ทั้งกลิ่นหอมของเป็ดย่าง กลิ่นไหม้นิดๆของกุ้งผัดพริก กลิ่นความเข้มข้นของการเคี่ยวน้ำซุปข้ามวันของโรงครัว แม้กระทั้งกลิ่นข้าวสวยร้อนๆก็ทำให้โจวอู๋ค่อนข้างหิวมากจึงนั่งลงตรงข้ามกับบิดาของตนและข้างๆของเขาคือจ้าเพื่อนสนิทจิ้นจงนั้นเอง

     "เป็นอย่างไรบ้างล่ะการสอบ" ขุนพลหมิงเป็นคนแรกที่เริ่มเปิดประเด็นสนทนาบนโต๊ะอาหารทำลายความเงียบลง

     "ก็ไม่ยากมากนะขอรับแต่คนสอบค่อนข้างเยอะ ข้ากลัวจะทำได้ไม่เท่าคนอื่นมากเลย" โจวอู๋ค่อยๆวางตะเกียบลงและเผยสีหน้เป็นกังวลเล็กน้อย เพราะใช่ว่าตนจะเก่งมาก คนสอบมากมายขนาดนี้คงต้องมีคนเก่งกว่าตนเป็นแน่

     "ไม่เป็นไรหน่า ถึงเจ้าจะไม่ใช่คนที่คะแนนสูงสุดก็ใช่ว่าจะมีขุนนางแค่ตำแหน่งเดียวนิหน่า ยังไงเจ้าก็ต้องผ่านไปได้ ถึผ่านไม่ได้คราวหน้าก็ลองใหม่ต้องมีสักวันที่เป็นของเราแน่" ขุนพลหมิงให้กำลังใจลูกของตนทำให้โจวอู๋คลายกังวลได้เล็กน้อย

     "แล้วเขาจะประกาศผลอย่างไรหน่ะ" จิ้นจงเอ่ยปากถามบ้าง

     "ปกติเขาจะมีราชโองการมาแจ้งที่บ้านนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าปีนี้จะยังคงมีราชโอการมาแจ้งที่บ้านเลยรึเปล่า ว่าไงล่ะ โจวอู๋ขุนนางที่คุมสอบเจ้าว่าอย่างไรบ้าง" ขุนพลหมิงที่เคยผ่านการสอบมาก่อนจึงคุ้นเคยกับการประกาศผลสอบแต่ด้วยเวลาที่ผ่านมาเนินนานก็ไม่รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนระบบหรือไม่

     "ขุนนางที่ขุมสอบข้าก็บอกว่าจะมาแจ้งที่บ้านเหมือนกันนะขอรับ คงยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไร"

     "งั้นก็เตรียมลุ้นได้เลย ปกติข้อสอบพวกนี้ทางการตรวจแค่ไม่กี่วันเท่านั้นแหละ ผลคงมาในเร็ววัน" ขุนพลหมิงกล่าว

     "งั้นวันนี้เจ้าพักผ่อนให้เต็มที่เลยนะ อ่อใช่ แม่ข้าบอกให้เจ้าไปตรวจร่างกายที่เรือนหมอด้วยเห็นว่าเจ้าหักโหมมากแม่ข้ากลัวอาการเจ้ากำเริบและจะเป็นอะไรหนักเอาน่ะ" จิ้นจงกล่าว ดังนั้นหลังจากที่กินข้าวเสร็จเรียบร้อยทั้งสองก็เดินไปยังเรือนหมอเพื่อให้จิ้นฮูหยินตรวจร่างกายเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจว่าอาการของโจวอู๋จะไม่กำเริบอีก





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม โพสต์ 2019-1-7 21:42

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2019-1-7 22:20:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย MingZhouWu เมื่อ 2019-1-12 20:13

รับราชโองการ


     ยามค่ำคืนของนครฉางอันแสงไฟมากมายยังคมส่องสว่างไสว ผู้คนที่ยังคงสัญจรผ่านไปมายังคงมีอยู่บ้าง เสียงรถม้าราชสำนักค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาเรื่อยๆเพื่อมุ่งสู่จดหมายที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกลางเมืองมากนัก จุดหมายของรถม้าราชสำนักในครั้งนี้คือ จวนของอดีตขุนพลในรัชสมัยฮ่องเต้พระองค์ก่อน ขุนพลหมิงอูแห่งกองทัพโจวหย่าฟู รถม้าเคลื่อนตัวมาจอดเทียบบริเวณหน้าจวนของขุนพล บุรุษในชุดขุนนางราชสำนักก้าวลงจากรถม้า พ่อบ้านที่ได้ยินเสียงรถม้าจึงเดินออกมาเพื่อดูว่าผู้ใดมาและต้อนรับ เมื่อเห็นเป็นขุนนางในราชสำนักจึงรู้ทันทีว่าคงเป็นขุนนางผู้มาประกาศผลสอบเป็นแน่แท้

     "ข้าคือห่าวกงกง ข้านำราชโองการจากองค์ฝ่าบาทมา" บุรุษผู้มาเยือนกล่าวกับพ่อบ้าน

     "เชิญท่านกงกงด้านในขอรับ"พ่อบ้านคนดังกล่าวผายมือเชิญกงกงแล้วเดินนำเข้าไปสู่เรือนพัก



     ภายในเรือนพัก

พ่อบ้านเดินนำห่าวกงกงเข้ามายังเรือนพักก่อนที่จะให้ห่าวกงกงรอบริเวณห้องโถงใหญ่ของเรือนพักก่อนที่จะไปเรียนขุนพลหมิงและนายน้อยรวมทั้งบ่าวคนสนิทที่กำลังพักผ่อนและสนทนากันอยู่ภายในห้องรับรองด้านในจวน

     "นายท่านขอรับ มีกงกงจากในวังเชิญราชโองการมาขอรับ"พ่อบ้านกล่าว เมื่อขุนพลหมิงได้ยินดังนั้นขึงรีบเดินไปยังห้องโถงกลางพร้อมกับหมิงฮูหยิน กุนซือจิ้น จิ้นฮูหยิน จิ้นจง และโจวอู๋ที่กำลังสนทนากันอยู่

     เมื่อมาถึงห้องโถงกลางก็พบกับห่าวกงกงที่ถือราชโองการจากองค์ฝ่าบาท เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าห่าวกงกงก็เริ่มประกาศราชโองการ

     "หมิงโจวอู๋รับราชโองการ" หมิงโจวอู๋คุกเข่าลงด้านหน้าของห่าวกงกงและคนอื่นๆก็คุกเข่าอยู่ทางด้านหลังโดยมีทั้งพ่อแม่ บ่าวคนสนิท รวมทั้งพ่อบ้าและคนสวนที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ภายในโถงของจวน



"พระบารมีฟ้า ฮ่องเต้ทรงมีราชโองการแต่งตั้ง

หมิงโจวอู๋ บุตรชายอดีตขุนพลหมิงอู มีคะแนนสอบเป็นที่พึงพอใจ

ได้รับการแต่งตั้งเป็น ต้าเซียงหลิง ประจำการที่ หมู่บ้านเฟย พื้นที่ใกล้เคียงกับเมืองหรูหนาน

หลังรับราชโองการให้เจ้าตัวรีบเดินทางไปรายงานตัวต่อเจ้าเมืองหรูหนาน

เพื่อเข้าเป็นนายอำเภอของหมู่บ้านเฟย"



     เมื่อห่าวกงกงประกาศราชโองการเสร็จสิ้นหมิงโจวอู๋และเหล่าสมาชิกในจวนที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้ากงกงก็กล่าวคำนับพร้อมกัน "ถวายบังคมฝ่าบาท จงพระเจริญหมื่นๆปี หมื่นๆปี"

     หมิงโจวอู๋ลุกขึ้นและโค้งคำนับห่าวกงกงก่อนที่จะยื่นมือไปเพื่อรับราชโองการจากห่าวกงกง



     "ข้าขอแสดงความยินดีด้วย เจ้ารีบเดินทางนะ ข้าได้ยินมาว่าหมู่บ้านเฟยไม่มีต้าเซียงหลิงประจำการมานานแล้ว" ห่าวกงกงกล่าวก่อนที่จะเดินตามพ่อบ้านออกจากจวนเพื่อขึ้นรถม้ากลับราชสำนัก

     "เจ้าควรจะรีบเดินทางตั้งแต่พรุ่งนี้เช้าเลย รีบไปเก็บของเสีย" ขุนพลหมิงกล่าวพร้อมกับยิ้มแสดงความยินดีให้แก่โจวอู๋ หมิงฮูหยินและจินฮูหยินก็มีสีหน้าแสดงความยินดีเล็กน้อยทั้งสองแยกออกไปทางโรงหมอหลังจากกล่วแสดงความยินดีเพื่อเตรียมยาประจำตัวและเขียนสูตรยาให้โจวอู๋ที่ต้องไปประจำการในหมู่บ้านที่ห่างจากบ้านเกิดนัก

     "ข้าก็ยินดีกับเจ้านะ เจ้ารีบไปเก็บของเสียเถอะ นี่ก็ดึกมาแล้ว พรุ่งนี้เจ้าควรรีบออกเดินทางตั้งแต่ฟ้าเปิดนะ" จิ้นฮูหยินกล่าว โจวอู๋ได้คำแสดงความยินดีจากบ่าวในเรือนอีกเล็กน้อยจึงมุ่งหน้าไปยังห้องพักของตนเพื่อเตรียมเก็บของเพื่ออกเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้



     ห้องพัก

     "ยินดีกับเจ้าด้วยนะ มาๆ ข้าช่วยเก็บของ" จิ้นจงกล่าวแสดงความยินดีกับเพื่อนสนิทของตนที่กำลังพับผ้าอย่างเป็นระเบียบใส่ห่อผ้าเพื่อเตรียมเดินทาง โจวอู๋ชี้ให้ตนไปจัดการในส่วนของหนังสือต่างๆที่จะนำไป จิ้นจงเลือกหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการปกครองหลายๆเล่มไปเพื่อให้เพื่อนตนอ่านเผื่อมีปัญหาระหว่างประจำการ

     "ต่อไปไม่มีข้าแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆนะ"จิ้นจงยื่นห่อหนังสือให้โจวอู๋ก่อนจะเผยสีหน้าเศร้าๆออกมาเล็กน้อย

     "ใครว่าข้าจะปล่อยเจ้าไว้นี้ล่ะ เจ้าต้องมาช่วยข้าอีกเยอะ ข้าปวดหัวคนเดี๋ยวไม่ไหวหรอก เจ้าต้องช่วยข้าปวดหัว" โจวอู๋หันไปบอกเพื่อนสยิท ทำให้เจ้าเพื่อนสนิทตรงหน้าเผยรอยยิ้มออกมาชัดเจน "ข้าจะช่วยเจ้าทุกอย่างเลย ท่านต้าเซียงหลิงแห่งหมู่บ้านเฟย"

     "ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นเริ่มจากเจ้ากับข้าควรนอนพรุ่งนี้ต้องรีบเดินทางแต่เช้า" โจวอู๋กล่าวพร้อมกับล้มตัวลงนอนบนเตียง จิ้นจงเห็นดังนั้นจึงล้มตัวลงนอนข้างๆเพื่อนสนิทตนที่ผ่านความฝันที่สำคัญในการรับราชการมาแล้ว จิ้นจงสวมกอดโจวอู๋ นั้นคือการแสดงความยินดีโดยไม่ต้องพูดใดๆออกไป ความรู้สึกยินดีถูกถ่ายทอดผ่านอ้อมกอดของจิ้นจงสู่โจวอู่ ความอบอุ่นของกอดนั้นทำให้โจวอู๋เผยรอยยิ้มออกมาก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อเตรียมเข้าสู่การเดินทางบทใหม่ในวันพรุ่งนี้...



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2019-1-8 09:37:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย MingZhouWu เมื่อ 2019-1-12 21:38

การเดินทางบทใหม่


     แสงแดดยามเช้าค่อยๆสาดส่องเข้ามาผ่านช่องหน้าต่างในห้องนอนของบุรุษทั้งสองที่กำลังนอนโดยมีร่างหนึ่งกอดอีกร่างหนึ่งอยู่ เปลือกตาของชายหนุ่มที่กำลังสวมกอดเพื่อนตนเองตรงหน้าค่อยๆขยับเล็กน้อยก่อนที่จะปล่อยกอดและลุกขึ้นนั่งสักครู่เพื่อให้หายจากอาการง่วงเล็กน้อยก่อนที่จะมองออกนอกหน้าต่าง เมื่อเห็นแสงด้านนอกบวกกับกิจกรรมของคนนอกจวนทำให้รู้ทันทีว่าเป็นเวลายามซื่อซึ่งล่วงเลยเวลาที่ควรจะออกเดินทางมานานแล้ว จึงต้องรีบปลุกเจ้าเพื่อนสนิทที่ควรจะเป็นคนตื่นก่อนแต่กลับหลับไม่รู้เรื่อง "โจวๆๆ เจ้าตื่นได้แล้ว"

     ปลุกไปสักพักร่างของโจวอู๋ก็ค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงด้วยอาการงัวเงียเล็กน้อย "นี่มันกี่โมงแล้วล่ะเนี่ย"

     "นี่มันยามซื่อแล้ว เจ้ารีบไปเตรียมตัวเลย สายมากแล้ว" จิ้นจงกล่าวทำใหโจวอู๋ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงและรีบคว้าเสื้อผ้าเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกายทันที

     "ถ้าจะอาบทีละคนคงไม่ทันแล้วแหละ อาบพร้อมกันไปเสียเลย" จิ้นจงคว้าเสื้อผ้าและกล่าว โจวอู๋ที่กำลังรีบเร่งจึงไม่ได้ขัดอะไรทั้งสองเข้าไปยังห้องอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายให้เรียบร้อยพร้อมสำหรับการออกเดินทาง ผ่านไปได้ประมาณ 20 นาทีทั้งสองคนก็ออกมาจากห้องอาบน้ำ ร่างในชุดชาวยุทธสีฟ้าของจิ้นจงทำให้จิ้นจงดูดีขึ้นมาทันที ส่วนโจวอู๋อยู่ในชุดกึ่งทางการเล็กน้อยพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว ทั้งสองลงไปยังชั้นล่างเพื่อไปบอกลาผู้เป็นผู้ปกครองของพวกตนและเตรียมเริ่มการเดินทางบทใหม่



     ห้องโถงกลาง

     ยามเช้าของจวนแห่งนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม บ่าวต่างๆกำลังรับผิดชอบหน้าที่ของตน คนครัวกับห้องครัว คนสวนกับการจัดสวน คนเลี้ยงม้าในคอกม้า บรรยากาศเหล่านี้คงไม่ได้เห็นไปอีกนานหลังจากการเดินทางครั้งใหม่นี้ ขุนพลหมิงพร้อมกับหมิงฮูหยิน กุนซือจิ้น และจิ้นฮูหยินกำลังรอพวกเขาทั้งสองคนอยู่

     "ตื่นสายเชียวนะ ไปๆ ข้าให้คนงานเตรียมรถม้าขนาดใหญ่ไว้ให้แล้ว เจ้ารีบเอาของไปวางเถอะ" ขุนพลหมิงผู้เป็นบิดาของโจวอู๋กล่าวพร้อมกับชี้ไปทางรถม้าขนาดใหญ่ที่จอดอยู่เยื้องไปด้านขวาของประตูเรือนพัก โจวอู๋และจิ้นจงรีบนำสัมภาระไปวางในรถม้าทันที สัมภาระของทั้งสองคนไม่ได้เยอะมากนักส่วนใหญ่จะเป็นพวกชุดและหนังสือทั้งนั้น

     "อันนี้เป็นยาของเจ้านะโจวอู๋ แล้วก็ข้าเขียนสูตรกับวัตถุดิบที่ใช้ไว้ให้ด้วยถ้ายาหมดเจ้าลองไปหาโรงหมอแถวๆนั้นดูนะ ข้าว่าถ้าตามสูตรนี้หมอทั่วแผ่นดินฮั่นคงปรุงยาได้" จิ้นฮูหยินมอบห่อยาพร้อมกับสมุดบันทึกที่มีสูตรยาประจำตัวของโจวอู๋อยู่

     "ขอบคุณนะขอรับ ท่านจิ้นฮูหยิน" โจวอู๋โค้งคำนับเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดโอกาสให้จิ้นจงบอกร่ำลากับผู้เป็นบิดาและมารดาของจิ้นจง ส่วนตนก็เดินไปเพื่อร่ำลาบิดาและมารดาของตน

     "ข้าต้องไปแล้วจริงๆนะขอรับ พวกท่านดูแลตัวเองดีๆนะ ไว้ข้าจะกลับมาเยี่ยมถ้าหากมีเวลาว่าง" โจวอู๋ก้มลงโค้งคำนับบิดาและมารดาของตน เวลาแห่งการจากลาใกล้เข้ามาแล้ว

     "เจ้าก็เดินทางดีๆล่ะ แม้เจ้าจะโตแค่ไหนแต่ข้าก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี" หมิงฮูหยินกล่าวลาพร้อมกับสวมกอดโจวอู๋ ส่วนขุนพลหมิงนั้นยิ้มและแสดงสีหน้าให้กำลังใจโจวอู่อย่างห่วงๆ

     "อ่อ ถ้าหากมีอะไรก็ส่งจดหมายฝากเจ้านกพิราบของเจ้ามาก็ได้นะ ข้าเห็นว่าเจ้ามีนกพิราบอยู่แล้วหนิ" ขุนพลหมิงกล่าว โจวอู๋พยักหน้ารับแล้วโค้งอีกทีหนึ่ง

     "ข้าให้คนครัวเตรียมอาหารจำนวนหนึ่งไว้แล้ว เดี๋ยวข้าไปบอกให้คนครัวเอาไปที่รถม้าให้" หมิงฮูหยินกล่าวและเดินไปที่โรงครัวเพื่อให้คนครัวนำอาหารไปไว้ที่รถม้า

     

     หลังจากที่บอกร่ำลาครอบครัวเสร็จแล้วโจวอู๋และจิ้นจงก็ขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางออกไปยังจุดหมาย บ่าวในเรือนต่างมาร่ำลาทั้งสองคนแม้บางคนจะพึ่งมาใหม่แต่ด้วยมิตรภาพที่ทั้งสองคนหยิบยื่นให้ก็ทำให้บ่าวต่างๆในเรือนมีความรู้สึกที่ดีกับทั้งสองคน ทุกคนมีแววตาที่คลอไปด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ บุตรชายของจวนขุนพลหมิงเติบโตขึ้นอีกครั้ง การเดินทางบทใหม่ อาชีพใหม่ของโจวอู๋กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เสียงกีบเท้ากระทบพื้นของม้าค่อยๆดังขึ้น ล้อรถม้าเลื่อนออกตัวไปมุ่งออกจากประตูจวนสู่ประตูเมืองทางทิศตะวันออกเพื่อมุ่งสู่แคว้นหรูหนาน การเดินทางอีกครั้งของทั้งสองคนเริ่มแล้ว...



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม โพสต์ 2019-1-12 21:49

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 50 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x50
x15
x10
x45
x44
x9
x17
x1
x1
x67
x58
x100
x1
x50
x50
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-3-21 13:28

ขึ้นไปด้านบน