ดู: 518|ตอบกลับ: 15

{ แคว้นโหรวหราน } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-20 00:22:08 |โหมดอ่าน




ย่านการค้าโหรวอวี้ซิน

{ แคว้นโหรวหราน }









ย่านการค้าโหรวอวี้ซิน
『 สวรรค์แห่งพ่อค้าต่างถิ่น แหล่งจับจ่ายของชาวซีอวี้ 』
ย่านการค้าขนาดใหญ่แห่งแคว้นโหรวหราน สถานที่หลัก
ซึ่งรวบรวมสิ้นค้ามากมายจากหลายๆที่มาไว้ที่เดียวกัน 
ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม แร่ หิน วัตถุดิบ อาหารทั้งคาวหวาน 
จากทั้งหลากหลายที่หลากเชื้อชาติและวัฒนธรรม
ต่างก็มารวมตัวอยู่ที่แค้วนแห่งนี้ จึงแทบเรียกได้ว่า
มันคือสถานที่แห่งฝันของเหล่าพ่อค้าเลยก็ว่าได้







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

88

กระทู้

1010

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
64086
เงินตำลึง
253068
ชื่อเสียง
59692
ความหิว
4055

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1412
ความชั่ว
528
ความโหด
752
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-3-22 21:55:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 1 - เดินทางสู่ตะวันตก [ภาคพิเศษ]
[คำสอนกับความจริง]

    จางฝูที่รับฟังคำสอนของท่านอารัญจนเริ่มที่จะสบายใจขึ้นมา เมื่อท่านอารัญเห็นจึงได้กล่าวเอ่ยชวนให้จางฝูนั้นตามเขาไปที่ย่านการค้า ถึงเเม้ในตอนแรกตัวของเธอเองจะคัดค้านเนื่องจากท่านอารัญพึ่งจะฟื้นตัว หากไปตากแดดอีกมีหวังเธอคงได้แบกกลับมาโรงหมออีก แต่ไม่ว่าอย่าไงเขาก็ยืนยันว่าจะไปเธอก็ทำต้องตามเขาไปด้วยอย่างเลี่่ยงไม่ได้ เพราะถ้าหากให้ไปคนเดียวก็มีหวังไไปวูบแถวไหนอีกก็ไม่รู้


    ทั้งสองออกเดินไปยังย่านการค้าด้วยกันโดยที่อารัญนั้นเดินนำหน้าจางฝูไปโดยเว้นระยะห่างพอสมควร แต่ตัวของจางฝูเองก็ไม่กล่าวอะไร นักบวชนั้นอยู่ใกล้ชิดสตรีก็คงจะดูไม่ดี ในข้อนี้เธอก็พอที่จะรู้มาบ้าง จึงได้ได้ตามท่านอารัญไปอย่างเงียบๆ


    พวกเธอทั้งสองเดินมาจนถึงย่านการค้าซึ่งในตอนนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่พากันมาจับจ่ายใช้สอยเพราะในตอนนี้นั้นล่วงยามเซิน แดดร่มลมตกจึงไม่แปลกที่ผู้คนนั้นจะออกมานอกบ้านกัน อารัญหยุดและยืนมองเข้าไปด้านในย่านการค้าด้วยท่าทางสงบนิ่ง ซึ่งจางฝูก็ทำได้เพียงมองตามไปอย่างสงสัยว่าเหตุใดคนที่ชวนมาซื้อของจึงไม่ยอมเข้าไปด้านในย่านการค้านั้นเสียที แต่ยังไม่ทันที่จางฝุจะได้เอ่ยถามอะไรอารัญก็ชิงเอ่ยขึ้นมาก่อนด้วยคำศัพท์ที่เธอเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก


   “พสกเห็นอะไรรึไม่”


   “เห็น เอ่อ… คน พ่อค้า แม่ค้า คนที่มาซื้อของเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยตอบตามที่ตาเธอเห็นด้วยท่าทีงุนงงหน่อยๆว่าท่านอารัญนั้นต้องการจะสื่ออะไร


   “ไม่เพียงแต่ผู้คน แต่พวกเขาล้วนทำมาค้าขายแบบนี้เป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าที่ใดในโลก ก็จะพบเห็นผู้คนค้าขาย บางคนเกิดมาเพื่อทำงาน บางคนเกิดมาเพื่อร่ำรวย บางคนเกิดมาไม่มีเงิน หรือ แม้แต่เรี่ยวแรงที่ต้องทำงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกรรมที่แต่ละคนต่างกัน" ท่านอารัญเอ่ยด้วยคำพูดที่เธอไม่ค่อยจะเข้าใจนักก่อนที่เขานั้นจะหันมามองเธอแล้วยิ้มให้บางๆ ก่อนจะเดินนำหญิงสาวไปนั่งที่เก้าอี้หินใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นแหล่งให้ร่มเงาเพียงที่เดียวในย่านการค้า โดยมีจางฝูเดินตามไปก่อนจะตัดสินใจทรุดตัวลงนั่งที่พื้นแทนที่จะนั่งเสมออารัญ


     "คนรวยก็มีทุกข์เช่นคนรวย คนจนก็มีทุกข์เช่นคนจน มีเงินล้นฟ้าจะมีอยู่สองประเภทคือ มีเงินเพื่อผลประโยชน์ผู้คนบนโลกพึงมีความสุข มีเงินเพื่อตัวเองพึงมีทุกข์” อารัญยังคงเอ่ยต่อไปดวงตาทั้งสองยังคงจ้องมองเข้าไปยังเหล่ากลุ่มคนที่มาจับจ่ายใช้สอยด้วยสายตาที่แสนสงบนิ่งราวกกับลำธารที่ไหลเอื่อยๆไปอย่างไม่สนว่ารอบข้างจะวุ่นวายเพียงใด


   "ชีวิตความสุขของทุกคนสามารถสร้างได้ โชคชะตา วาสนาที่ดีสามารถสร้างด้วยสองมือ เหล่าเทพบนสวรรค์ไม่สามารถกำหนดชะตาเราได้ ทุกอย่างมีกรรมเป็นเครื่องกำหนด แม้แต่เหล่าเทพบนสวรรค์ก็มิอาจหนีพ้น เทพก็มีหน้าที่ของเทพ"


   จางฝูนั่งรับฟังคำต่างๆจากอารัญด้วยท่าทีสงบ แล้วมองไปยังทางเดียวกับที่อารัญมอง ใช่เธอเองก็มีหน้าที่ของเธอ ถึงแม้ว่าตัวเธอเงจะไม่รู้ว่าหน้าที่ของเธอคืออะไรกันแน่ก็ตาม


     "การสร้างเส้นทางที่ดี ความสุขชีวิต คือ แม่นางพึงก่อความดี จิตใจดี คิดดี สั่งสมความดี ความดีจะเป็นเกราะกำบังช่วยผ่านพ้นเพศภัย ขจัดเรื่องทุกข์ในใจ  เมื่่อพสกกระทำดี ในใจพสกก็จะรู้สึกปลื้มบางอย่างไม่อาจบรรยายได้ รู้สึกสบายใจ สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งเริ่มต้นผลความดี"


    “ใช่เจ้าค่ะ” จางฝูขานรับเบาๆ ทุกครั้งที่เธอได้ช่วยใครสักคนมันทำให้เธอรู้สึกดีมากๆ การที่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เธอได้ช่วยเหลือมันทำให้เธอมีความสุขและอยากที่จะยิ้มตาม ออยากจะให้คนที่ทุกข์อยู่นั้นยิ้มขึ้นมาได้อีกครั้ง ภาพตอนที่เดินทางแล้วได้ช่วยเหลือนคนระหว่าง ภาพที่เธอนำปลาที่ตกได้ไปทำอาหารแจกเด็ก รอยยิ้มที่ออกมาจากใจนั้น ช่างงดงาม


    “รอยยิ้มนั้นคงคิดไปถึงเรื่องๆดีสินะ พสก เป็นเช่นนั้นล้วนดีแล้วกระทำความดีเสมอต้นเสมอปลาย มิหวังผล จิตใจผ่องใส ได้รับผลความดีตอบแทน ชีวิตสุขสบาย เช่นนั้นอาตมาจะให้อริยสัจสี่เป็นสิ่งตอบแทนต่อแม่นาง"


     “มันคืออะไรรึเจ้าค่ะ” จางฝูเอ่ยขณะที่หันกลับมามองคนที่นั่งอยู๋สูงกว่าพรางเอียงศีรษะมองงงเมื่อตนเองได้ยินคำที่ไม่คุ้นหู และไม่รู้ว่าความหมายของมันหนั้นหมายถึงอะไร


    "อริยสัจสี่เป็นแนวทางชีวิตสู่ความสุข หนทางดับทุกข์ อันประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค"


   "ทุกข์ คือ  สภาพที่ทำให้เกิดความไม่สบายกาย และสบายใจ ทั้งสภาพที่ทนได้ และ ทนได้ยาก สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้พสกเกิดทุกข์ โดยทุกข์นั้นแบ่งออกเป็น 11 ประการคือ การเกิด การแก่ การตาย การโศกเศร้า การร่ำไร และรำพันการทุกข์กาย การทุกข์ใจ การคับแค้นใจ การพลั้งเจอหรืออยู่ร่วมกับสิ่งที่ตนไม่รัก ไม่ยินดี การพลัดพรากจากสิ่งที่ตนรัก การปรารถนาที่ไม่ได้ตามปรารถนา พสกล้วนเคยเจอใช่หรือไม่"  ท่านอารัญเอ่ยอธิบายอย่างช้าๆ ก่อนที่จะจบลงด้วยการทิ้งคำถามนั้นไว้ให้หญิงสาวเบื้องหน้าได้ตอบ


   “เคยเจอ เจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยเสียงเบาพรางก้มหน้าลงจนผมลงมาปรกใบหน้าจนทำให้คนอีกคนไม่สามารถที่จะเห็นใบหน้าใต้เส้นผมน้ั้นได้ ดวงตาสีน้ำตาลของจางฝูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด ภาพในคืนวันนั้นลอผุดขึ้นมา คืนที่ทุกอย่างเริ่มขึ้นและจบลง คืนที่ทำให้ตัวของเธอสูญเสียทุกอย่างไป แม้กระทั่งรอยยิ้มที่มันออกมาจากใจจริง ความสุข แม้แต่ความหมายของการใช้ชีวิต แต่มันก็แลกมากับการที่เธอได้ความเข้มแข็ง และแรงที่เธอใช้พยุงตัวเธอมาได้จนถึงตรงนี้ จางฝูสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับมาแล้วเงยหน้ามองท่านอารัญที่ยิ้มบางมองเธออยู่ แต่ยังไม่ทันที่เธอและเขาจะได้เอ่ยอะไร เสียงโวยวายก็ดังแทรกขึ้นมา


    “กรี๊ดดด ช่วยด้วย โจรมันขโมยเงินข้าไป ใครก็ได้” หยิบสาวชาวบ้านกรีดร้อยแล้วชี้ไปทางชายฉกรรจ์สองคนที่วิ่งหลบไปทางตรอก จางฝูหันไปมองหน้าท่านอารัญแวบหนึ่งก่อนที่เธอจะลุกพรวดแล้ววิ่งตามโจรทั้งสองไปทางตรอก
   
    “พวกแกหยุดนะ” จางฝูที่วิ่งตามเข้ามาในตรอกเอ่ยตะโกนขึ้นพร้อมกับใช้ตัวเบากระโดดข้ามไปยืนดักทางโจรทั้งสองไว้พร้อมกับเตรียมท่าพร้อมสู้เมื่อเห็นว่าในมือของหนึ่งในสองคนนั้นชักมีดออกมาถือไว้แล้วชี้มาทางเธอ


  “ สาวน้อยเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า แต่ถ้าอยากเกี่ยว หน้าสวยๆแบบนี้พี่จะพาไปเกี่ยวในห้องเอาไหมว่าไง หึหึ” ชายคนที่ถือมีดไว้เอ่ยพรางควงมีดในมือไปมาพร้อมกับย่างสามขุมเข้ามาหาหญิงสาวอย่างช้าๆ


   “ไปเกี่ยวในกรงเถอะ” จางฝูเอ่ยพร้อมกับพุ่งตัวเข้าหาชายที่ถือมีดอยู่แล้วยกขาถีบเข้าไปที่กลางท้องอย่างเต้มแรงจนร่างของชายที่ถือมีดนั้นประเด็นล้มไปทางทิษทางที่ถีบก่อนที่เธอจะวาดขาเตะไปที่ข้อพับขาของชาอีกคนจนล้มทรุดลงแล้วจัดการหันไปหยิบเอาถังไม้สำหรับตักน้ำที่วางอยู่แถวๆนั้นฟาดไปที่หัวเจ้าโจรตรงหน้าอย่างเต็มแรง


    “ตายเถอะแก”


       ฉึก!!


      เสียงของชายยคนแรกที่เธอถีบล้มไปในตอนแรกกำมีดในมือแน่นแล้วพุ่งเข้าใส่ร่างบองของหญิงสาวที่ยืนหันหลังให้อยู่ก่อนที่ร่างบางของหญิงสาวนั้นจะถูกร่างในชุดสีส้มแดงเข้ามาขวางทำให้เป้าหมายของมีดเปลี่ยนจากหญิงสาวเป็นชายอีกผู้เเทน จางฝูที่ได้ยินเสียหันกลับมาพร้อมถังน้ำใบเดิมที่ถูก ปาอัดเข้าไปเต็มหน้าของโจรพร้อมกับร่างของทั้งสองร่างทรุดลงไปกองที่พื้นแทบจะพร้อมๆกัน


    “ท่านอารัญ” จางฝูรีบปรี่เข้าไปช่วยประคองท่านอารัญที่กำลังล้มโดยลืมเรื่องที่ท่านอารัญนั้นถือตัวไม่เข้าใกล้สตรีไปจนเสียสนิท


     “ท่านอารัญ ทำใจเย้นๆไว้เจ้าค่ะ ข้าจะพาท่านไปหาหมอเอง”


    “พสกยังจำทีอาตมาบอกได้รึไม่ พสกต้องจำให้...ดี” อารัญเอ่ยอย่างลำบากของเหลวสีชาตค่อวึมออกมาจนค่อยๆย้อมชุดที่ท่านอารัญใส่ให้เป็นรอยแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ แต่ในตอนนี้ในหัวของหญิงสาวนั้นมันไม่รับฟังอะไรแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลสั่นไหวไปมาอย่างตื่นตระหนกกับเลือดที่ไหลออกมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ


   “เดี๋ยวค่อยพูดเถอะเจ้าค่ะ ต้องไปหาหมอก่อนเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยก่อนจะพยุงตัวท่านอารัญขึ้นหลังแล้วค่อยลุกขึ้นยืนแล้วแบกร่างนั้นออกไปจากตรอกในทันที่ ซึ่งมันก็เป็นเวลาเดียวกับที่คนของทางการที่วิ่งสวนเข้าไปเพื่อจัดการกับหัวขโมยทั้งสองทันที


     จางฝูยังคงแบกร่างท่านอารัญวิ่งฝ่าผู้คนเพื่อไปยังโรงหมอให้ไว้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ คำพูดของอารัญที่เอ่ยขึ้นมาก่อนหน้านี้ลอยเข้ามาในหัว ความดีจะเป็นเกราะให้งั้นรึ เป็นเกราะแล้วทำไมถึงได้โดนแทงกันเล่า กรรมดีช่วยคุ้มภัยหรอ คุ้มภัยตรงไหนกันแน่ น้ำสีใสค่อยรินไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของหญิงสาวเสียงหายใจของคนที่ถูกแบกนั้นก็แผ่วเบาลงไปทุกทีๆ เธอไม่อยากเจออีกแล้ว ไม่อยากให้ใครมาตายต่อหน้าเธออีกแล้ว ข้อร้องละ แข็งใจไว้หน่อยเถอะ อีกแค่นิดเดียวก็จะถึงโรงหมอแล้ว อีกแค่นิดเดียว


   “ได้โปรดเถอะ...อย่าตายนะ”   


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -64 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -64 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x56
x2
x10
x42
x162
x1
x25
x102
x1
x46
x8
x46
x28
x18
x120
x2
x60
x90
x1
x20
x30
x42
x36
x784
x1
x2
x106
x110
x110
x130
x3824
x577
x150
x81
x36
x30
x20
x22
x4
x111
x338
x2
x9264
x10
x110
x1
x4
x10
x1
x2
x131
x1
x185
x62
x2455
x6
x3
x35
x1
x1
x75
x1400
x8
x150
x65
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x342
x135
x60
x95
x1
x108
x7
x26
x90
x1
x3
x39
x3
x29
x2
x3
x74
x3
x109
x60
x29
x4
x91
x50
x100
x2
x15
x1124
x3
x30
x18
x68
x64
x32
x1562
x102
x180
x5
x117
x4
x2
x284
x666
x77
x139
x64
x99
x44
x320
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x337
x780
x456
x26
x39
x127
x352
x527
x209
x92
x91
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x110
x141
x669
x473
x811
x660
x131
x71
x3203
x521
x20
x3
x1213
x40
x130
x1210
x7
x35
x3444
x1766
x3900
x4990
x6
x15
x40
x20
x41
x81
x347
x1

88

กระทู้

1010

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
64086
เงินตำลึง
253068
ชื่อเสียง
59692
ความหิว
4055

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1412
ความชั่ว
528
ความโหด
752
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-3-23 01:36:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 1 - เดินทางสู่ตะวันตก [ภาคพิเศษ]
[หนทางไม่อาจหวนคืน]


        “ทนหน่อยยนะเจ้าค่ะ เดี๋ยวก็จะ แฮ่ก ถึงแล้ว” จางฝูที่่แบกคนวิ่งไปพูดไป เหลืบมองไปทางอีกคนที่ฟุบอยู่บนไหล่อย่างเป็นห่วง แม้ขาทั้งสองข้างของเธอจะเริ่มก้าวไม่ออกแล้วก้ตามที แต่เธอก้ยังคงฝืนวิ่งต่อไปเพื่อที่จะช่วยให้คนบนหลังนั้นรอด


      “พสกปล่อยอาตมาลงเถิด อาตมาไม่เป็นอะไรแล้ว” เสียงเนิบๆที่เอ่ยอยู่ข้างหู นั้นยิ่งทำให้จางฝูนั้นอดที่จะหัวเสียไม่ได้ จึงหันกลับไปตะคอกใส่คนบนหลังอย่างไม่สนแล้วว่าคนที่โดนตะคอกใส่นั้นจะโกธรหรือไม่


     “ไม่เป็นอะไรก็บ้าแล้ว เลือดนองเป็มพื้นขนาดนั้นนะ”


    “อาตมาไม่เป็นอะไรจริงๆ ระหว่างที่พสกแบกอาตมา อาตมาเพียงแค่สวดมนต์เท่านั้น และปฏิหารก็บังเกิดแก่อาตมา หากพสกไม่เชื่อก็ลองวางอาตมาลงเถิดหนา”อารัญยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบๆต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับจางฝูที่ค่อยๆลดจังหวะในการก้าวเท้าลงจนหยุดยืนอยู่หอบอยู่นิ่งๆก่อนที่เธอจะค่อยๆปล่อยร่างของอารัญลงอย่างช้าๆและระมัดระวัง โดยที่ตัวของเธอเองก็ยังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้นไม่ยอมที่จะเงยหน้าขึ้นมามองอารัญ


    “ก้มหน้าอยู่ไย ลองเงยหน้าขึ้นมองดีๆเถิด” อารัญที่ลงมายืนที่พื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วเอ่ยขึ้น เพื่อเรียกให้ร่างบางตรงหน้านั้นเงยหน้าขึ้นมาดู


    จางฝูสูดหายใจเข้าลึกก่อนที่จะค่อยหันหลังแล้วจึงค่อยๆเงยหน้ามองร่างอีกคนตรงหน้าอย่างช้าๆ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยกับสิ่งที่เห็น รอยเลือดบนผ้านั้นยังคงอยู่แต่ในบริเวณผิวเนื้อที่โดนมีดแทงนั้นกลับทิ้งไว้เพียงรอขีดแดงอย่างน่าอัศจรรย์ จางฝูก้มมองรอยแดงสลับกับเงยหน้ามองท่านอารัญอย่างตะลึง ก่อนที่ดวงตาสีนำตาลคู่โตจะเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส ก่อนที่มันจะค่อยๆหลั่งรินออกมาอย่างไม่อาจที่จะห้ามได้


    “เห็นไหมอาตมา…” ไม่ทันที่อารัญจะได้เอ่ยจนจบก็ต้องเป็นอันชะงักกึกไปเพราะจู่ร่างบางของหญิงสาวก็โผตัวเข้ามากอดเขาเอาไว้เสียแน่น พร้อมกับน้ำตาที่ผุดไหลออกมาอยย่างไม่ขาดสายไหล่กลมมนทั้งสองข้างสั่นสะท้านอย่างที่จะห้ามไม่อยู่


    “อ่ะ...เอ่อ..พสกปล่อยอาตมาก่อนเถิด แบบนี้ไม่ดีเลยหนา”อารัญหลับตาแล้วเอ่ยออกมาอย่างลำบากใจแล้วหลับตาลง จางฝูเอ่ยที่พึ่งจะรู้ตัวว่าทำอะไรไม่ดีลงไปจึงค่อยๆปล่อยือแล้วถอยออกมายืนเม้นปากกลั่นน้ำตาอยู่ห่างๆแทน


    “ฮึก ขออภัย ฮึก เจ้าค่ะฮึก” จางฝูเอ่ยพร้อมกับสะอื้นไปด้วยมือทั้งสองข้างยกมือขมาปาดน้ำตาที่ยังคงไหลออกมาอย่างลวกๆโดยมีอารัญคอยยืนมองอยู่อย่างเอ็นดูในความเป็นเด็กของหญิงสาว แม้ในตอนที่ตามโจรไปจะดูว่าเธอเป็นกล้า แต่ใจจริงของเธอผู้นี้กลับเป็นแค่เด็กสาวผู้อ่อนแอและอ่อนโยนราวคนละคน


   “ข้ามีนิทานเรื่องหนึ่งจะเล่าให้เจ้าฟัง ตามข้ามาเถิดหนา” อารัญเอ่ยพร้อมกับยิ้มบางๆให้จางฝูก่อนที่จะออกเดินนำไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่หลบออกไปจากแหล่งผู้คนชุกชุมเล็กน้อย อารัญปัดชายผ้าเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิหลังเอนพิงลำตั้นของต้นไม้ ดวงตาที่สงบนิ่งจ้องมองจางฝูที่ค่อยเดินตามมานั่งอยู่อยู่ใต้นร้อมไม้อย่างช้าๆ ดวงตาของหญิงสาวเป็นแดงและบวมหน่อยๆจากการร้องไห้เมื่อครู่


    “เรื่องที่อาตมาจะเล่านี้นั้นมันเริ่มเมื่อนานแสนนานราวแปดร้อยกว่าปีก่อนในการกำเนิดองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สัมมาสัมพุทธเจ้ามิใช่พระเจ้าหรอก ท่านเป็นมหาบุรุษผู้มีจิตใจที่เมตตาต่อทุกสรรพสัตว์บนโลกไม่เว้นแต่ผู้ปองร้าย มหาบุรุษที่ยิ่งใหญ่ในยุคนั้น เดิมท่านมีนามว่า เจ้าชายสิทธัตถะ เป็นเจ้าชายแห่งศากยวงค์ โอรสในพระเจ้าสุทโธทนะ  กรุงกบิลพัสดุ์ ในชมพูทวีป"


    “คงเป็นเจ้าชายที่ดีมากๆแล้วก็เก่งด้วยสินะเจ้าค่ะ คนถึงได้นับถือ ต้องขึ้นเป็นกษัตริย์ที่ดีแน่ๆเลยเจ้าคะ” จางฝูที่นั่งฟังเรื่องเล่าเอ่ยถามขึ้นมาพรางนึกภาพตามที่ท่านอารัญเล่า


      “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แม้ท่านจะเป็นเจ้าชาย แต่ท่านไม่ชื่นชอบชีวิตสะดวกสบายในวัง เมื่อเติบโตขึ้นได้หนีเข้าป่าออกผนวกเป็นนักบวช ท่านใช้เวลาหลายสิบปีในการค้นหาหนทางดับทุกข์ ไม่ว่าทรมานสังขารตน” ท่านอารัญเล่าต่อ จางฝุที่นั่งฟังก็ถึงกับขมวดคิ้วออกมาแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปเพียงแค่คิดอยู่ภายในใจเพียงเท่านั้น ‘อยู่ในวังสบายๆมีคนนับถือกับไม่ชอบ กลับอยากเป็นนักบวช ช่างแปลกยิ่งนัก คนแบบนี้ก็มีด้วยรึเนี่ย’


    "จนในที่สุดท่านก็ตรัสรู้เป็นองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสดับรู้แจ้งเรื่องราวในโลก และ หนทางดับทุกข์ที่แท้จริง มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านพบราชสีห์หิวโช พสกคิดว่าท่านจะทำยังไงล่ะ" อารัญเล่าจนมาถึงตอนนี้แล้วจึงหยุดแล้วเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งตั้งใจฟังอยู่เบื้องหน้า


    “เจอราชสีห์ก็ต้องหนีสิเจ้าค่ะ อีกทั้งยังหิวโซมาอีก ยิ่งดุร้าย ต้องหนีให้ไว้ที่สุดเท่าที่จะทำได้เจ้าค่ะ” จางฝูเอ่ยตอบตามความจริงที่ใครเจอสิงโตหิวมันต้องรีบเผ่นละแน่อยู่เเล้ว จะรอให้มันมากินรึอย่างไร เพียงเเต่เธอก็ต้องอึ้งตะลึงกับคำตอบที่ออกมาจากปากของนักบวชตรงหน้า


    “ไม่เลยพสก  ตัวท่านไม่เสบียงใดๆ ในตอนนั้น จึงเอ่ยกับราชสีห์ตัวนั้นว่า 'พสกเอ๋ย หากเจ้ามีความกระหายก็กินเนื้อของเราเถอะ' ท่านทรงเฉือนเนื้อตนให้ราชสีห์ตัวนั้นส่วนหนึ่งและเดินทางเผยแผ่ธรรมะให้ผู้คนต่อไป”


   “บ้าไปแล้ว เฉือนเนื้อตัวเองให้สิงโหหิวกินเนี่ยนะ”จางฝูเอ่ยแย้งขึ้นมาอารัญที่เห็นท่าทางของหญิงสาวเบื้องหน้าก้ยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้กล่าวว่าแต่อย่างใด


    "หลักธรรมองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสดับแจ้งในใจผู้คน เพื่อพึงช่วยเหลือมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ ละซึ่งความชั่ว แสวงหาความดี จบแล้วนิทานเรื่องนี้” อารัญเอ่ยแล้วมองไปทางจางฝูที่ยังคงนั้นอึ้งตะลึงกับการแล่เนื้อตัวเองเพื่อดับทุกข์ที่เกิดจากความหิวให้แก่สิงโต ‘ดีจริงๆน่ะหรอแบบนั้น’


  “ เอาล่ะอาตมายังให้สิ่งตอบแทนพสกไม่หมดเลย เมื่อสักครู่เราเอ่ยถึงความทุกข์แล้ว ต่อมาก็หนทางดับทุกข์"อารัญเอ่ยขึ้นเพื่อเรียกสติของหญิงสาวที่กำลังนักถกกับตัวเองในเรื่องราวของนิทานที่ได้ฟังเมื่อครู่อย่างฉงนในใจ ให้หันกลับมาตั้งใจฟังคำสอนต่อ


    “เจ้าค่ะ” จางฝูเอ่ยเบาแล้วนั่งมองท่านอารัญแล้วตั้งใจฟังต่อ


    "วิธีแก้ทุกข์ คือ สมุทัย ค้นหาสาเหตุที่ทำให้พสกเกิดทุกข์ กำหนดรู้ด้วยการใช้ปัญญาในการคิด วิเคราะห์ ภายใต้พื้นฐานของความรู้ และสติปัญญาของตน อันสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ล้วนเป็นจิตใจพสกสร้างขึ้น ซึ่งมี 3 สาเหตุด้วยกัน
    หนึ่งคือกามตัณหา คือ ความอยากที่ต้องการในการได้มา การต้องจับหรือสัมผัสกับสิ่งที่ตนรักใคร่ ได้แก่ เห็นรูปกาย ได้ยินเสียง ได้กลิ่นหอมเหม็น รับรสทั้งห้า และสัมผัสกาย
    สองคือภวตัณหา คือ ความอยากอยากมี อยากเป็นในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นกับตน เช่น อยากเป็นคนร่ำรวย อยากมีบ้านหลังใหญ่โต มีข้าทาสบริวานเยอะๆ เป็นต้น
    และสามคือวิภวตัณหา คือ ความอยากที่ไม่ต้องการให้เป็นไปในสิ่งที่ตนไม่ปรารถนา หรือต้องการให้เกิดขึ้นในสิ่งที่ตนปรารถนา เช่น ไม่อยากเจอคนพาล ไม่อยากไปทำงานเป็นต้น"


     จางฝูนั่งฟังคำเอ่ยของอารัญอย่างสงบแม้ในคำบางคำหรือประโยคบางประโยคเธอจะะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรก็ตามที แต่ถ้าที่ฟังมาคราวก็คงงเกี่ยวกับเรื่องที่จะทำให้คนนหนึ่งเป็นทุกข์ได้ บางเรื่องนั้นก็เล็ก บางเรื่องก้นับเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรเลย


    "เมื่อพสกรู้แจ้งในสาเหตุของทุกข์ อย่าง เห็นสหายพสกตายเมื่อครั้นนั้น อาตมาจะแนะนำหนทางดับทุกข์ นิโรธ ความดับทุกข์หรือสิ่งที่ใช้ดับทุกข์ ด้วยการเข้าใจในความทุกข์อันมีตัณหาเป็นสาเหตุที่ทุกชีวิตไม่สามารถหลีกพ้นได้  เมื่อจิตมองเห็นถึงความดับทุกข์ คือ จิตสงบไม่มีความยินดีหรือไม่ยินดีกับความทุกข์ที่เกิด อันประกอบด้วยหลักธรรม 3 ข้อ หากพสกนำไปใช้จะไม่ทุกข์ใจอันใด พึงจำระลึกสามหลักธรรมนี้ไว้เสมอที่มีความร้อนรุ่มทุกข์ในใจเกิด  หนึ่งคือ อนิจจัง คือ ทุกสรรพสิ่งไม่มีความเที่ยง สองคือทุกขัง คือ ทุกสรรพสิ่งย่อมมีความทุกข์ และสุดท้ายคืออนัตตา คือ ทุกสรรพสิ่งย่อมไม่มีตัวตน ไม่สามารถทำให้เป็นไปตามที่ตนมุ่งหมายได้ทุกอย่าง"อารัญเอ่ยพรางเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งท้าวคางดวงตาทั้งสองเริ่มปรือลงเล็กน้อยจนเขาต้งกระแอมไอออกมาเสียงดังก่อนจะได้รับเสียงหัวเราะแห้งๆและรอยยิ้มแหยะจากงหญิงสาวเป้นการตอบกลับมาแทน ทำไงได้ในเมื่องเสียงของอารัญนั้นมันช่างนุ่มชวนให้งวงนอนสุดๆไปเลยนี่นะ


   “ขออภัยเจ้าค่ะ”


     “อย่าพึ่งง่วงพสก เมื่อพสกปล่อยวางความทุกข์ ก็จะสามารถแก้ไขทุกข์แปรเปลี่ยนเป็นกระทำความดี เสียญาติมิตรสหาย พสกก็ชดเชยด้วยการช่วยชีวิต สิ่งนี้ก็เป็นการชดเชยให้สหายที่พสกช่วยไม่ทัน จะทำให้เขารู้สึกอุ่นใจและไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าเดิม ขอเพียงตอนพสกช่วยอีกชีวิตแล้วรำลึกถึงสหายที่พสกช่วยชีวิตไม่ได้ เขาจะซาบซึ้งในจิตใจที่ดีงามพสกและผลความดีนั้นจะส่งผลให้เขามีชีวิตที่สุขสบายในชีวิตใหม่  ข้อที่สี่แห่งอริยสัจสี่ มรรค หนทางดับทุกข์ แบ่งเป็นสองลักษณะ คือ มรรค 8 และ อริยมรรค 8 แต่สำหรับพสกอาตมาจะแนะนำหนทางมรรค 8 ซึ่งเข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้ง่าย” อารัญส่ายหน้ามองจางฝูยิ้มๆก่อนที่จะเริ่มเอ่ยต่อ


     "ซึ่งมรรค 8 นั้นเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความรู้แจ้งด้วยปัญญาสำหรับขจัดความเขลา ความหลงผิด ความทุกข์ เพื่อให้การดำเนินชีวิตดำรงอยู่ในศีลธรรมอันดีงามโดยมรรค 8 นั้น ประกอบด้วย 8 ประการ   
      “หนึ่งคือสัมมาทิฏฐิ คือ การเห็นชอบ หรือ การเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง และดีงาม ความเห็นชอบจะสามารถมาได้จากปัจจัยรอบด้าน เช่น คำบอกเล่า ข่าวสาร คำสั่งสอน ตำรา เป็นต้นสิ่งเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของความรู้ที่ประกอบขึ้นจากภายนอกที่เราต้องขวนขวายหา แต่ความรู้เหล่านี้จำเป็นต้องกรองหรือต้องรู้จักใช้วิจารณญาณให้เกิดความเข้าใจอย่างท่องแท้เสียก่อน และ ความเห็นชอบที่มาจากการรู้จักคิด วิเคราะห์ในเหตุ และผล อันนำมาซึ่งปัญญา คือ การรู้แจ้ง โดยใช้ข้อมูลข่าวสารหรือแหล่งความรู้ต่างๆ มาวิเคราะห์ว่าสิ่งใดพึงทำไม่พึงทำ ทำแล้วจะเกิดทุกข์หรือความสุข”
     “สองคือ สัมมาสังกัปปะ คือ การดำริชอบ  การรู้จักคิดในทางที่ถูกที่ควรบนพื้นฐานของศีลธรรมอันงามที่ปราศจากการคิดโลภในความอยากของตน การคิดพยาบาท อาฆาตแค้น และการคิดที่จะเบียดเบียนผู้อื่นให้เสียหาย”
     “สามคือ สัมมาวาจา คือ การเจรจาชอบ   การพูดจาชอบในทางที่ถูกที่งาม อันประกอบด้วยเว้นจากการพูดจริง เว้นจากการพูดส่อเสียด เว้นจากการพูดคำหยาบ และเว้นจากการพูดกลับคำ”
      “และข้อที่สี่ก็คือคือสัมมากัมมันตะคือ การประพฤติชอบในทางที่ถูกต้องอันควร การละซึ่งการพรากชีวิตสรรพสัตว์ และชีวิตผู้อื่น ไม่ว่าเป็นศัตรู สมมติพสกฆ่าศัตรู ก็จะมีลูกหลานศัตรูมาตามล้างแค้นให้พสก และ ลูกหลานพสกล้างแค้นลูกหลานศัตรู เช่นนั้นแล้วชีวิตเข่นฆ่า ล้างแค้นก็จะวนเวียนไม่มีที่สิ้นสุด พสกอยากจะให้ลูกหลานมีชีวิตในวัฎจักรความแค้นที่ไร้จุดสิ้นสุดนี้หรือ(?)" อารัญที่ร่ายยาวมาชุดใหญ่เอ่ยและจบลงด้วยคำถามให้แก่หญิงสาวที่นั่งฟังอยู่ และรอที่จะฟังคำตอบจากหญิงสาวเบื้องหน้า


     “ข้าไม่อยากให้ ลูกข้าต้องเป็นเช่นนั้น แต่ว่า ตัวของข้ามันมาไกลเกินที่จะหันหลังกลับแล้ว มันมาเกินไปแล้วเจ้าค่ะ มือทั้งสองของข้าต้องเปื้อนเลือดของผู้คนมาและมันไม่มีวันที่จะล้างออก ข้าเข้าใจว่าท่านหวังดีต่อข้า อยากให้ข้าลืมความแค้นและปล่อยวาง เพียงแต่ข้าคงไม่สามารถที่จะลบล้างมันออกไปจากใจได้หมดหรรอกเจ้าค่ะ” จางฝูเอ่ยออกมาแล้วยกมือที่สั่นระริกทั้งสองข้างขึ้นมาดู ภาพในฝันนั้นยังคงเด่นชัด และมันก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ


    “ข้าน่ะ ไม่ใช่คนดีไม่ใช่คนที่ใสสะอาดอย่างที่ท่านคิดหรอกเจ้าค่ะ ตัวข้ามันแปดเปิ้อนไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและจะเป็นเช่นนั้นไม่มีวันที่จะจางหายไป ข้าขอบคุณท่านอารัญมากสำหรับคำสั่งสอนนี้แต่ ข้าคงทำไม่ได้เจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยก่อนจะก้มหน้าลงแล้วลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบๆ


    'แสงนั้นเธอไม่สามารถที่จะเดินย้อนกลับเข้าไปได้อีกแล้ว'




@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x56
x2
x10
x42
x162
x1
x25
x102
x1
x46
x8
x46
x28
x18
x120
x2
x60
x90
x1
x20
x30
x42
x36
x784
x1
x2
x106
x110
x110
x130
x3824
x577
x150
x81
x36
x30
x20
x22
x4
x111
x338
x2
x9264
x10
x110
x1
x4
x10
x1
x2
x131
x1
x185
x62
x2455
x6
x3
x35
x1
x1
x75
x1400
x8
x150
x65
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x342
x135
x60
x95
x1
x108
x7
x26
x90
x1
x3
x39
x3
x29
x2
x3
x74
x3
x109
x60
x29
x4
x91
x50
x100
x2
x15
x1124
x3
x30
x18
x68
x64
x32
x1562
x102
x180
x5
x117
x4
x2
x284
x666
x77
x139
x64
x99
x44
x320
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x337
x780
x456
x26
x39
x127
x352
x527
x209
x92
x91
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x110
x141
x669
x473
x811
x660
x131
x71
x3203
x521
x20
x3
x1213
x40
x130
x1210
x7
x35
x3444
x1766
x3900
x4990
x6
x15
x40
x20
x41
x81
x347
x1

88

กระทู้

1010

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
64086
เงินตำลึง
253068
ชื่อเสียง
59692
ความหิว
4055

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1412
ความชั่ว
528
ความโหด
752
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-3-23 22:12:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 1 - เดินทางสู่ตะวันตก [ภาคพิเศษ]
[ข้ากลับไปไม่ได้]
    หลังจากที่จางฝูได้ฟังเรื่องเล่าและคำสอนเล็กๆน้อยจากอารัญ ซึ่งมันทำให้เธอบังเกิดจุดดำำเล็กในใจ คำสอนนั้นมันคือเส้นทางที่ปูไปด้วยดอกไม้งดงาม เหมือนแสงสว่างที่จะส่องนำคนทุุกผู้ แต่มันยกเว้นเธอ เธอแปดเปื้อน ไม่ได้ได้มีค่าพอที่ก้าวเดินไปในแสนนั้น เธอถูกชโลมไปดาวเลือของคนที่ถูกเธอฆ่าไปมามายจนมันไม่วันที่จะล้างออกให้กลับมาใสสะอาดเช่นดังเดิมได้อีกแล้ว


    “เดี๋ยวก่อนพสก”เสียงของอารัญที่เอ่ยเรียกขึ้นมาทำให้เธอเลือกที่จะหยุดแล้วหันไปมองอีกครั้งด้วยสายตาหมนๆ เขาคนนั้นที่นั่อยู่ใต้ต้นไม้นั้นเหมือนแสง ซึ่งเธอไม่ควรเลยที่จะเข้าไปใกล้ เธอแตกต่าง ต้อยต่ำเกินไป


    “อาตมาอยากบอกอีกเรื่องแก่พสก โปรดอยู่รอฟังอีกสักนิดเถิดหนา” อารัญที่เห็นหญิงสาวหันกลับมามองนั้นค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยิบเอาไม้ที่วางพิงอยู่ที่ข้างกำแพงมาแล้วป้ายกับเลือดที่ยังเปื้อนอยู่ที่ชุดตัวเองแล้วนำไปคลุกกับดินที่พื้นจนสภาพของไม้นั้นเปรอะเปื้อน และสกปรกไปหมดก่อนที่อารัญค่อยๆเดินไปตรงหน้าหญิงสาว


    “ไม้ด้ามนี้ก็เหมือนคนเราที่แปดเปี้ยนด้วยสิ่งเลวร้ายมากมายที่ยากจะให้อภัย แต่ไม่ว่าเราจะกระทำสิ่งใดที่เลวร้าย ก็สามารถกลับใด้เสมอ ผ้าที่สกปรกก็สามารถชะล้างด้วยน้ำสะอาด การกระทำที่ไม่ดีก็ชะล้างด้วยความดีเช่นกัน” ท่านอารัญเอ่ยก่อนจะใช้ชายผ้าที่ไม่ได้เปื้อนเลือดเช็ดทำความสะอาดไม้ด้ามนั้นจนกลับมาอยู่ในสภาพเช่นเดิมก่อนจะยืนให้หญิงสาวเบื้องหน้าถือ จางฝูไม่เอ่ยอะไรเพียงแต่รับไม้ด้ามนั้นมาถือแล้วหรี่ตามองไม้ด้านนั้นในมือนิ่งๆ


   "ในสมัยพุทธกาลเมื่อแปดร้อยปีก่อนในชมพูทวีป มีจอมโจรผู้หนึ่งสังหารชาวบ้านอย่างโหดเหี้ยม ไปที่ใดฆ่าที่นั่น สองมือเปื้อนเลือดมหาศาล ต่างถูกชาวบ้านเกลียดซัง ไม่เพียงฆ่า เขายังตัดนิ้วเหยื่อที่ฆ่านำมาทำสร้อยแขวง พสกคิดว่าเขาสามารถกลับใจทันหรือไม่" อารัญเอ่ยแต่อแล้วยืนมองหญิงสาวเบื้องหน้าที่งยังคงมีท่าทีนิ่งๆและยืนมองดูด้ามไม้ในมืออย่างเศร้าสร้อยอยู่


    “ข้าไม่รู้ ไม่อาจรู้”จางฝูเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลออกมา เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเล็กน้อยเพื่อปรับอารมณ์แล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะหันหลังให้กับชายนักบวชที่อยู่ฝั่งตรงข้าม


   “กลับโรงหมอเถอะเจ้าค่ะ” เธอเอ่และยังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าตัวเธอจะเลือกเส้นทางไหน มันก็อยู่ที่ตัวเธอ ตัวเธอเป็นคนเลือกและตัดสินใจต่อให้อารัญจะพูดรึสอนอะไรเธอก็จะยังคงทำและเดินไปในเส้นทางที่เธอได้เลือกต่อไปและไม่คิดที่จะเสียใจในภายหลัง ต่อให้ตัวเธอเป็นที่รังเกียจของผู้คนแล้วอย่างไร ในเมื่อเธอสามารถที่จะปกป้องคนที่รัก และเพื่อนๆของเธอได้ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เพียงพอต่อการที่เธอจะยังมีชีวิตอยู่….


    “มันก็แค่เรื่องเล่า มันไม่เกี่ยวกับข้าเจ้าค่ะ ต่อให้ท่านจะพูดอย่างไร เส้นทางที่ข้าเลือกแล้ว ข้าก็จะก้าวเดินต่อไปในเส้นทางนั้น แล้วไม่คิดจะเสียใจหรือหันหลังกลับ ขออภัยด้วย ท่านคงเสียเวลาสอนข้าเปล่าเจ้าค่ะ” จางฝูเอ่ยโดยที่ยังคงก้มมองด้ามไม้ในมือก่อนที่เธอจะโยนด้านไม้นั้นทิ้งลงพื้นแล้วก้าวเดินออกจากไปที่ตรงนั้นในทันที


   "ไม่เสียยเวลาหรอกพสก อาตมาเชื่อว่าพสกเข้าใจในสิ่งที่อาตมาสอนทุกอย่าง เพียงแต่คติในใจนั้นของพสก พสกไม่อาจทิ้งไปได้เพียงเท่านั้น" อารัญเอ่ยทิ้งท้ายแล้วมองร่างบางของหญิงสาวที่ค่อยเดินห่างออกไป ก่อนที่ตัวของเขาจะมองไปยังด้ามไม้ที่ถูกโยนทิ้งแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเพียงเล็กน้อยแล้วเดินตามออกไป


     @Admin


  


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ความหิว -24 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 -24 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x56
x2
x10
x42
x162
x1
x25
x102
x1
x46
x8
x46
x28
x18
x120
x2
x60
x90
x1
x20
x30
x42
x36
x784
x1
x2
x106
x110
x110
x130
x3824
x577
x150
x81
x36
x30
x20
x22
x4
x111
x338
x2
x9264
x10
x110
x1
x4
x10
x1
x2
x131
x1
x185
x62
x2455
x6
x3
x35
x1
x1
x75
x1400
x8
x150
x65
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x342
x135
x60
x95
x1
x108
x7
x26
x90
x1
x3
x39
x3
x29
x2
x3
x74
x3
x109
x60
x29
x4
x91
x50
x100
x2
x15
x1124
x3
x30
x18
x68
x64
x32
x1562
x102
x180
x5
x117
x4
x2
x284
x666
x77
x139
x64
x99
x44
x320
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x337
x780
x456
x26
x39
x127
x352
x527
x209
x92
x91
x329
x310
x8