ดู: 422|ตอบกลับ: 9

{ นอกด่านอี้เหมินกวน } ทะเลทรายนอกด่าน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-19 21:35:05 |โหมดอ่าน
ท ะ เ ล ท ร า ย น อ ก ด่ า น


[ น อ ก ด่ า น อี้ เ ห มิ น ก ว น ]




ทะเลทรายนอกด่านอี้เหมินกวน
เป็นเส้นทางที่เชื่อระหว่างด่านอี้เหมินกวนและเส้นทางสายไหม
โดยรอบตลอดเส้นทางนี่มีแต่เนินทราย ไร้ซึ่งจุดสังเกต
มีเพียงเม็ดทรายเท่านั้นที่จะอยู่เป็นเพื่อนตลอดเส้นทาง
ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาจะต้องระวังแล้วดูทิศให้ดีเพื่อไม่ให้เดินหลงทิศ


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

154

กระทู้

1472

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
788453
เงินตำลึง
18336427
ชื่อเสียง
70816
ความหิว
143

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
6324
ความชั่ว
416
ความโหด
2499
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-3-19 23:28:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ พาร์ท 1 - เดินทางสู่ตะวันตก}
    [เดินทาง]
     เมื่อแสงแห่งดวงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วทั้งพื้นฟ้า จางฝูในชุดรัดกุมอีกทั้งยังมีผ้าคลุมขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็พ่อที่ที่เธอใช้โพกศรีษะแล้วปิดบริเวณจมูและปากเพื่อกันฝุ่นและทรายที่ถูกลมร้อนในทะเลทรายพัด จะเหลือก็เพียงดวงตาที่เธอเปิดช่องไว้เล็กๆเพื่อที่จะได้มองเห็นเส้นทาง

    ฮูกก(พร้อมแล้วเจ้านาย)ฮุ่ยจือที่บินมาเกาะที่ไหล่ของเจายนายสาวพรางเอาหัวถูไถไปมาอย่างอ้อนๆ เนื่องจากที่เมื่อวานมันและลู่จิ่วทิ้งเจ้านายสาวให้ออกไปเที่ยวกับลู่ฉีเพียงแค่สองคน มันจึงอยากจะอ้อนเพื่อทำคะแนนความเอ็ดดูจากเจ้านายสาวบาง


   “มาอ้อน จะเอาอะไรเจ้าตัวแสบ ไปๆ บินไปบอกเฟยเทียนมาเตรียมตัวรอได้แล้วไป”จางฝูเอ่ยก่อนจะดันหัวเจ้านกฮูกขี้อ้อนของเธอให้บินออกไปด้านนอกก่อนที่เธอจะหันกลับไปหยิบเอาสัมภาระของตัวเองขึ้นมาถึงไว้แล้วมองไปทางลู่จิวกับลู่ฉีที่ค่อยๆเลื้อยปีนขึ้นมาอยู่บนตัวเธอก่อนจะมุดเเข้าไปอยู่ด้านในเสื้อเพพื่อหลบแดดและความร้อน


    หลังจากที่ดูความเรียบร้อยจนพอใจจางฝูก็เดินหิ้วของต่างๆของเธอเดินลงไปที่ด้านล่างโรงเตี้ยมพร้อมกับจ่างเงินค่าที่พักและค่าอาหาร


    “แล้วแวะมาอีกนะขอรับแม่นาง”ชายเถ้าแก่เอ่ยพร้อมกับโค้งให้หญิงสาวก่อนที่เธอจะโค้งตอบแล้วยิ้มให้เถ้าแก่โรงเตี้ยมเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปจากโรงเตี้ยมแล้วตรงไปยังด้านหลังโรงเตี้ยมที่เป็นคอกพักสัตว์เพื่อที่เธอจะได้นำของทั้งหมดไปใส่ไว้ที่หลังรถเทียบแล้วตรวจดูความเรียบร้อยของเจ้ามีมี่ว่ามีน้ำและอาหารให้มันอย่างเพียงพอรึไม่ เธอไม่อยากให้เพื่อนๆสัตวืของเธอตัวใดตัวหนึ่งมาแห้งตายคาทะเลทรายละนะ เมื่อตรวจดูจนครบเธอก็ปิดม่านกั้นแสงลงเพื่อกันแสงแดดที่ร้อนละอุไม่ให้เข้าไปทำให้ของในรถเน่าเสีย เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินมาหยุดที่ที่ด้านข้างเฟยที่เทียนที่ย่อตัวรอให้เจ้านายสาวปีนขึ้นมานั่งบนหลัง


    เมื่อจางฝูตรวจดูอีกครั้งแล้วว่าไม่ลืมอะไรเธอก็ค่อยๆปีนขึ้นไปนั่งบนหลังเฟยเทียนก่อนจะค่อยออกเดินทางไปในทันที่ เนืองจากตอนนี้เป็นช่วงเช้ามากแดดจึงยังไม่ค่อยที่จะร้อนแสบผิวมากเท่าไหลจางฝูจึงปลดผ้าปิดปากลงเพื่อให้หายใจได้สะดวก


    “วันนี้อาจจะเดินทางหนักหน่อย ไหวนะเฟยเทียน”


    แปร๊นน(พักมาเต็มที่เฟยไหว)


     เมื่อเห็นทางที่คึกคักของเจ้าชายเผือกก็ทำเอาเธอค่อสบายใจขึ้นมาหน่อย เสบียงในครั้งนี้ก็เตรียมมาเยอะพอสมควรเพราะเธอไม่รู้ว่าเมื่อออกไปจากเมืองแล้วจะต้องไปเจอกกับอะไรอีกบ้างจึงจำเป็นต้องเตรียมตัวเอาไว้ก่อน เฟยเทียนเดินไปตามเส้นทางในด่านเรื่อยยจนมาถึงหน้าประตูทางออกจากด่าน ในเส้นทางหนี้ เป็นเส้นทางที่จะไปยังเส้นทางสายไหม จากที่ฟังเจ้าพ่อค้าปากกเสียนั้นพูดมา คงต้องเดินตรงไปยังทิศตะวันตกทางตรงอย่างเดียวเท่านั้นสินะ


     “ฟู่” จางฝูเป่าลมหายใจออกมาเบาๆก่อนที่จะดึงผ้าปิดปากขึ้นดวงตาสีน้ำตาลลมองไปยังท้องทะเลทรายเบื้องหน้าก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงหนักแน่น
      “ไปกันเฟยเทียน เส้นทางที่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์นี้ ไปยังเส้นทางสายไหมกัน”


      แปร๊นนน(ไปกันเลย)  เฟยเทียนร้องตอบรับเสียงของเจ้านายสาวพร้อมกับเดินพุ่งตัวออกจากประด่านอี้เหมินกวนออกไปสู่ดินแดนแห่งทะเลทรายอีกครั้งและในครั้งนี้นั้นมันจะเป็นเส้นทางที่ทั้งแสนอันตรายและโหดร้าย ทางรอดมีอยู่เพียงทางเดียวคือเดิน ไม่อย่างไรก็ต้องเดินต่อไปเท่านั้น และหันหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว


    เนินนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่จางฝูและเฟยเทียนยังคงเดินไปเรื่อยๆบนเนินทราย ลูกแล้วลูกเล่าแต่ก็ยังไม่เจออะไรที่จะบ่งบอกได้เลยว่าในตอนนี้นั้นเธออยู่ที่ใดในท้องทะเลทราย ไม่ว่าจะข้างหน้า ข้างหลัง ซ้ายหรือขวา รอบตัวของเธอนั้นก็มีแค่ทรายกับทรายและเนินทราย ไร้สิ่งสิ่งมีชีวิต แต่แต่กระบองเพชรสักต้นหรือก้อนหินสักก้อนก็ไม่มี จนเธอเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าที่ที่เธออยู่ตอนนี้มันใช่โลกของเธอรึป่าว ว่างเปล่า จนน่ากลัว แต่อย่างน้อยสิ่งที่บ่งบอกว่าที่นี่ยังเป็นโลกที่เธออาศัยอยู่ก็คงมีแค่เพียง ท้องฟ้าโปร่งโล่งที่ไร้ซึ่งก้อนเมฆ และสายที่พักพาเอาความร้อนและฝุ่นทรายมาให้กับเธอเพียงเท่านั้น


    จางฝูค่อยเงยหน้าพรางใช้มือข้างหนึ่งค่อยป้องแสงก่อนจะหรี่ตามองตำแหน่งของดวงอาทิตย์เพื่อที่จะกะเวลาที่เธอใช้เดินทางมาว่าเธอนั้นเดินทางมาได้เท่าไหร่แล้ว ริมฝีปากที่เคยชุ่มชื่นพลันแห้งคล่ำลงเล็กน้อยเนื่องจากสภาพอากาสที่ร้อนจัดจนร่างกายของเธอขับน้ำออกมามากเกินไป การจะดื่มน้ำทดแทนซี้ซั่วก็ทำไม่ได้เพราะหากน้ำหมดไปก่อนที่จะถึงโหรวหรานสถานที่ที่เธอตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะไปพักที่นั้นก่อนแล้วจึงค่อยเดินทางต่อไปก่อนจะไปแวะส่งของให้เจ้าพ่อค้าบ้านั้น ‘หึถึงตัวขาดเป็นสองท่อนก็ต้องไปส่งให้ได้งั้นหรอ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคงไม่พ้นหน้าธรณีประตุก็ขาดใจตายแล้วละ แล้วจะส่งได้คงเป็นวิญญาณเอาไปส่งนั้นแหละ บ้าจริง แล้วทำไมข้าต้องมาคิดเรื่องน่าหงุดตอนอยู่กลางทะเลทรายแบบนี้ด้วยนะ ’


  “เฮ้ออ ร้อนจนเพ้อแล้วสิข้า”จางฝูเอ่ยพึมพัมเบาๆก่อนจะก้มไปหยิบเอากระบอกน้ำขึ้นมาเปิดดื่มน้ำเล็กน้อยก่อนจะเก็บกระปอกน้ำใช่ในกระเป๋าผ้าเช่นเดิม ก่อนที่ดวงตาภายใต้เงาของผ้านั้นจะค่อยๆหลับลงอย่างล้าแดด ‘ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ไปอีกกี่วันกันนะข้า’ เธอกมือขึ้นมาเลิกผ้าโพกหัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะปาดเหงือนที่ไหลย้อยลงมา พร้อมกับมองหาต้อนหินหรืออะไรก็ได้สักอย่างที่สามารถให้ร่มที่จะหลบแดดแก่พวกเธอได้ แต่มันก็ไร้ซึ่งวี่แววของอะไรเลย มีแต่พื้นทรายๆ


    "นี่มันนรกรึทะเลทรายกันนะ"


   แปร๊นน(ทะเลทรายเจ้านาย )เจ้าเฟยเทียนเอ่ยร้องตอบเสียงของเจ้านายสาวขึ้นมาก่อนที่จางฝูจะก้มมองเเข้าช้างเผือกของเธอที่ค่อยๆก้าวย่างไปบนท้องทะเลทรายอย่างช้าๆก่อนที่จะตะโกนเอ่ยบางอย่างขึ้นมาเมื่อเธอนึกอะไรดีๆออกมาได้


    "เฟยเทียนหยุดก่อน ย่อตัวลงหน่อยข้าจะเอาอะไรให้"สิ้นเสียงเจ้านายสาวเฟยเทียนก็ค่อยๆชะลอฝีเท้าลงก่นจะหยุดและย่อตัวให้เจ้านายสาวของตัวเองปีนลงจากหลังพรางมองเจ้านายสาวที่วิ่งไปหลังรถอย่างงงงวย


    จางฝูวิ่งมาเปิดม่านกั้นที่หลังรถเทียนก่อนจะขุ้ยค้นๆหาบางอย่างก่อนที่ริมฝีปากเรยวจะเเย้มยิ้มออกมาบางๆแล้วดึงเอาผ้าขนาดใหญ่ผืนหนึ่งออกมาแล้วเดินไปยังเฟยเทียนก่อนจะใช้ผ้าผืนนั้นปูผาดบนหลังเฟยเทียนเอาไว้ เพื่อใช้กันแสงแดนที่ส่องลงมาบนหลังเจ้าช้างเผือกของเธอ


    "เป็นไงเย็นขึ้นไหม"


    แปร๊นน(เย็นเจ้านาย)


    จางฝูเมื่อเห็นท่าทีพอใจของเฟยเทียนก่อค่อยๆปีนกลับขึ้นไปนั่งบนหลังก่อนที่ทั้งคู่จะค่อยๆออกเดินทางกันต่อบนเส้นทางทะเลทีรายที่แสนโหดร้ายยและกว้างใหญ่แห่งนี้  


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
สุรากู่หลันหลาง
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x100
x5
x177
x41
x800
x2
x17
x80
x90
x50
x595
x200
x3
x8
x4
x160
x1
x400
x3
x100
x3
x600
x600
x200
x90
x30
x220
x3
x56
x600
x400
x200
x5
x400
x1200
x75
x6
x30
x600
x4
x100
x1185
x2
x200
x200
x28
x4
x600
x40
x3
x10
x60
x59
x4
x250
x19
x600
x32
x44
x200
x100
x800
x183
x3
x600
x712
x200
x16
x200
x21
x600
x4
x1000
x400
x800
x30
x600
x50
x4
x5
x29
x400
x74
x1
x5
x1680
x1
x3
x575
x1250
x75
x1063
x3
x5
x6
x70
x2
x133
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x1
x136
x300
x75
x1
x15
x15
x2
x49
x6
x701
x410
x1500
x132
x218
x261
x260
x260
x400
x215
x70
x325
x405
x30
x111
x374
x728
x1
x23
x544
x4
x368
x96
x266
x265
x520
x1017
x129
x1
x47
x726
x454
x3
x2
x525
x430
x350
x158
x6660
x1287
x350
x257
x49
x42
x17
x49
x20
x322
x1253
x6
x1764
x810
x340
x1
x4
x28
x1
x8
x131
x243
x668
x5675
x53
x12
x134
x1
x446
x140
x5400
x8
x327
x630
x500
x36
x2
x3
x290
x5
x40
x141
x2
x4500
x546
x1356
x730
x108
x195
x107
x9
x64
x482
x7
x38
x3
x2
x7
x137
x5
x10
x15
x4
x147
x263
x500
x2
x51
x263
x7
x158
x17
x227
x5832
x702
x230
x13
x109
x4
x2
x1092
x2490
x490
x648
x219
x192
x254
x279
x6
x32
x13
x678
x7
x563
x9
x1748
x313
x732
x844
x1112
x980
x938
x107
x184
x233
x746
x1385
x807
x92
x101
x179
x906
x408
x120
x161
x6
x225
x287
x619
x460
x1034
x660
x156
x1072
x2318
x571
x40
x1018
x501
x24
x280
x1245
x170
x248
x1444
x6662
x1960
x3490
x35
x24
x41
x81
x697
x1
โพสต์ 2018-3-27 21:17:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสเรื่องราวที่ 2 : ภัยสงคราม}
การกินของแมว

            หลังจากออกจากศาลเจ้าเทพแมวอสูรได้สักพักหนึ่งชายสองคนที่เดินท่ามกลางฝูงแมวต่างมองหาทางที่จะออกจากทะเลทรายได้ อย่างน้อยๆแมวพวกนี้ก็อาศัยอยู่ในภูมิประเทศนี้มาตลอดการอยู่กลางทะเลทรายไม่ใช่เรื่องที่พวกมันจะมาลำบากกับความร้อนเพียงแค่นี้เหวินเหวินหันมองแมวตัวหนึ่งที่อยู่ๆก็หยุดนั่งกลางทะเลทรายที่อยู่ไม่ไกลออกไป เขาสะกิดอาเค่อเล็กน้อยก่อนที่เด็กหนุ่มชาวโหรนหรานจะเดินกลับไปอุ้มแมวตัวนั้นเพื่อพาเดินทางต่อ

            ไม่ใช่ตอนนี้ที่จะต้องมานั่งพัก

            เสียงแมวที่ร้องระงมเงียบไปตอนไหนไม่ทราบเหลือเพีงเสียงย่ำเท้าหลายสิบชีวิตที่เดินไปตามทางของทะเลทรายแห่งนี้พอเอาแต่จะคิดว่าควรเข้าเขตชุมชนน่าจะหาเจ้าของใหม่ให้พวกนี้จะดีกว่าแต่เพราะแมวจำนวนมากขนาดนี้ให้คนอื่นเห็นในสภาพทั้งๆที่โทรมก็คงจะโดนตราหน้าว่าชายชาวฮั่นอย่างเขาเป็นพวกทารุณสัตว์แน่ๆ

            อย่างน้อยก็ต้องทำให้พวกนี้ดูดีและสะอาดขึ้นก็น่าจะดีกว่านะ

            คิดไปพลางเดินมองรอบๆไปทั่วเขาสะดุดกับเสียงบางอย่างเล็กน้อยพอหันไปมองเหล่าแมวรอบๆที่ยืนนิ่งตามตนก็ไม่เห็นมีตัวไหนที่เป็นต้นกำเนิดเสียงเลยเหวินเหวินหันไปมองอาเค่อเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเดินไปตามเสียงนั้นที่อยู่หลังหินใกล้ๆ

            แมวตัวไหนแอบไปทำอะไรที่หลังหินกันนะ

            “

            แมวตัวสีขาวตัวหนึ่งที่มีท่าทางไม่ไว้ใจเขากำลังจดจ้องมาเพราะเอาแต่หลบหลังหินจนเกิดเสียง อย่างนี้ก็ไม่เนียนเอาซะเลย ชายหนุ่มเอามือค้ำหินเอาแมวแล้วมองแมวตัวนี้ที่ดูหิวจนดูไม่มีแรงทำให้เขารู้สึกสงสารมันขึ้นมาเนื่องๆ

            แมวดูนี้ดูมั่นใจในตัวเองมากทั้งๆที่ดูเหมือนหิวแต่ดูสง่าเกินแมวตัวอื่นไปเยอะ

            “หิวงั้นหรือ

            เอ่ยพูดกับแมวแล้วหาของกินในสัมภาระตัวเองที่พอจะมีอะไรที่พอให้แมวกินได้บ้างอาหารส่วนมากเป็นอาหารที่เตรียมเอาไว้ให้เขาและอาเค่อกิน อาหารสำหรับแมวเองก็หมดลงไปแล้วชายหนุ่มเหลือบมองแมวตัวที่หิวโซเล็กน้อย หากเอาแต่งกตอนนี้ก็คงไม่ใช่เรื่อง

            “งั้นก็เอาอันนี้ไปก่อนนะ”พูดพลางหยิบเป็ดย่างให้แมวตัวนั้น บนหินเพื่อไม่ให้เปื้อนทรายง่ายๆเหล่าแมวตัวอื่นๆทำได้เพียงแค่มองขณะที่แมวตัวที่ได้รับสิทธิ์เป็ดย่างกระโดดขึ้นบนหินแล้วกินเป็ดย่างที่ตนได้รับมาถึงแม้ตอนแรกจะดูเหมือนระแวงอาหารเล็กน้อย แต่เมื่อได้ลิ้มรสแล้วเพราะความหิวจึงทำให้มันกินหมดไป 1ตัวอย่างรวดเร็ว

            เหมือนจะยังไม่พอ

            เสียงร้องแง๊วง้าวที่ดังขึ้นเหมือนเอาแต่ใจให้คนที่มอบเป็ดย่างให้มอบอาหารให้ตนอีกเพื่อประทังความอิ่ม ชายหนุ่มขมวดคิ้วสักพักพอจะยื่นมือไปจะลูบหัวกลับโดนขู่ฟ่อทำให้เขาถอนหายใจเล็กน้อย

            “ก็ได้ๆ”เหวินเหวินหยิบเป็ดย่างชิ้นสุดท้ายในกระเป๋าให้เจ้าแมวเพื่อให้มันกินอีกดูเหมือนว่าแมวตัวนี้จะแตกต่างจากแมวตัวอื่นๆในหมู่บ้านมากอาเค่อที่เดินมายืนอยู่ข้างหลังเหวินเหวินที่ตอนนี้เลือกที่จะนั่งยองๆมองเจ้าแมวตัวนี้กินเป็ดย่าง

            “จะพาแมวตัวนี้ไปหาที่อยู่ใหม่ด้วยไหม

            “ก็ดีนะขอรับอยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยกับมันเอาซะเลย

            พูดกับอาเค่อพลางมองแมวตัวเดิมที่กินเป็ดย่างหมดไปอีกตัวไม่คิดว่าเพราะความหิวโซของมันหรือเพราะความกินจุกันแน่ ที่ดูเหมือนแมวตัวนี้กังไม่พอกับอาหารที่เหวินเหวินให้ชายหนุ่มหันไปมองอาเค่อที่หันมามองตนเล็กน้อยเด็กหนุ่มโหรนหรานดูเหมือนจะพยายามไม่สนใจก็เดินอุ้มแมวตัวดื้อที่หยุดเดินเมื่อครู่ออกไปรอกับเหล่าสัตว์ๆ

            กินจุขนาดนี้ชักจะกังวลเกี่ยวกับเจ้าของใหม่มันซะแล้วสิ

            “เป็ดย่างข้าหมดแล้วนะ

            พูดขณะที่มองหน้าแมวตัวเดิมก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วยิ้มเล็กน้อยอาจจะเพราะความหิวจึงทำให้กินเยอะขนาดนี้ละมั้ง เหวินเหวินเท้าคางกับเข่าตนเล็กน้อย

            อย่างงี้สินะ

            หูฉลามสองชามถูกวางไว้ตรงหน้าแมวเพราะรู้ดีว่าชามเดียวคงไม่พอแน่ๆ เพราะอาหารชนิดนี้เป็นอาหารของมนุษย์เจ้าแมวจึงดมๆก่อนจะค่อยๆกินหูฉลามที่เหวินเหวินนำมาให้มันจนหมดลงไปทั้งสองถ้วยไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่เอาแต่นั่งเฝ้าแมวเมื่อเห็นทุกอย่างลงตัวแล้วเขาจึงเก็บของทั้งหมดเข้ากระเป๋าอีกรอบ

            “จะไปด้วยกันไหม

            เอ่ยถามแมวตัวนั้นที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจตนสักเท่าไหร่เหวินเหวินถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะยื่นนมแพะสามชามให้แมวเพื่อให้กินอีกครั้งไม่รู้ว่าเป็นแมวอะไรมากจากหมู่บ้านหรือเปล่าแต่ถ้าช่วยเหลือได้ก็อยากจะช่วยอย่างถึงที่สุดที่มันจะให้เขาช่วยได้

            แม้แต่นมแพะทั้งสามถ้วยหมดไปในเวลารวดเร็วไม่ต่างจากหูฉลาม ช่างเป็นแมวที่กินเยอะจนน่าประหลาดใจเขาเสียจริง ชายหนุ่มมองแมวตัวนั้นที่ปากเปรอะนมก่อนจะเอื้อมมือเพื่อไปสัมผัสมันเล็กน้อยยังไม่ทันได้ถึงตัวดีก็ชะงักกับท่าทีของแมวที่หลังจากกินอิ่มแล้วก็วิ่งจากไปโดยทันที

            ก็แค่อยากจะลองสัมผัสบ้างว่าขนจะนุ่มขนาดไหน

            เหวินเหวินมองตามแมวที่วิ่งออกไปไกลจากตนมากขึ้นเขาลุกขึ้นเหยียดเต็มตัวก่อนจะหันไปมองอาเค่อที่ดูเหมือนจะเบื่อกับการรอคอยของทหารหนุ่มคนนี้ซะแล้ว

            ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยเหมือนให้สัญญาณว่าออกเดินทางต่อเถอะเขาเดินตามฝูงแมวที่มีอาเค่อนำทางโดยไม่ลืมที่จะวกหันไปมองที่ๆแมวตัวนั้นวิ่งออกไปซึ่งตอนนี้อาจจะไปไกลมากแล้วจนไม่เห็นแม้แต่เงา

            “สุดท้ายก็ไม่ได้พามันไปด้วยหรอ

            “ดูเหมือนมันไม่ค่อยชอบข้าเท่าไหร่นักน่ะขอรับก็ไม่อยากบังคับมันหรอกนะ” พูดพลางบิดขี้เกียจมองเจินเจินที่เอาแต่วิ่งกระโดดไปมาด้วยความร่าเริงก่อนจะยิ้มขึ้นมา

            จะช่วยเฉพาะในส่วนที่อยากให้ช่วยจะไม่ก้าวก่ายไปมากกว่านี้หรอก

ให้ เป็ดย่าง 2 ตัว
ให้ หูฉลาม 2 ถ้วย
ให้นมแพะ 3 ชาม
แก่แมวปริศนา


แสดงความคิดเห็น

ได้รับความสัมพันธ์กับแมวหางพู่กัน +20  โพสต์ 2018-3-27 22:00

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x10
x50
x40
x50
x50
x5
x15
x15
x1
x10
x8
x8
x30
x5
x7
x100
x50
x324
x106
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x19
x26
x50
x28
x10
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x35
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x42
x42

171

กระทู้

998

โพสต์

26หมื่น

เครดิต

ทุกการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต

เงินชั่ง
292413
เงินตำลึง
417020
ชื่อเสียง
93092
ความหิว
1044

ใบรับรองภาษาอาร์เมเนียใบรับรองภาษาฮิบรูใบรับรองภาษาเปอร์เชียใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละติน

คุณธรรม
2984
ความชั่ว
0
ความโหด
906
ไลก้า
เลเวล 1

เซี่ยง เหมย

ข้าไม่ได้อ่อนแอนะ
pet
โพสต์ 2018-10-12 22:33:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                                  ทำไมกันนะ ทำไมชีวิตของคนเราถึงเป็นเช่นนี้
                                  ใยต้นทุนชีวิตของคนเราถึงไม่เท่ากัน มันเห็นได้ชัดเกินไป
                                  เพราะต้นทุนของคนเราไม่เท่ากัน มันจึงเกิดการแบ่งชนชั้น
                                  และเพราะเป็นอย่างนั้นการประกอบชีพอันชั่วร้ายจึงเกิดขึ้นมา.. อย่างนั้นสินะ...

                                  ทองๆ คิดว่าใครๆก็คงจะอยากได้ พอดีว่าข้านั้นไปเอาทองจากที่เหมืองใหญ่มาพอดีน่ะ ข้าต้องการที่จพทำอะไรซักอย่างกับทองเหล่านี้ จริงๆอันนี้เป็นวัตถุดิบแรกของข้าน่ะ จริงๆมันมีมากกว่านี้อีกเยอะล่ะนะ แต่ตอนนี้ข้ายังหาของเหล่านั้นไม่ได้นัก บางอย่างก็หายากเกินไป บางอย่างก็ต้องใช้ทุนทรัพย?จำนวนมากถึงจะหามาได้ ซึ่งข้าในตอนนี้กลายเป็นแม่ทัพไส้แห้งอีกรอบหลังจากเจี่ยดชั่งของตัวเองเหมาทองร้อยก้อนมานี่ล่ะ ซึ่งข้าเองก็ลังจะกลับไปที่ค่ายเพื่อไปเก็บทองเหล่านี้ไว้ พอดีว่าที่จวนขุนพลมีห้องลับเก็บขุมทรัพย์อยู่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ใช้ ข้าจึงขอทางจวนใช้ เพราะตอนนี้ไม่มีใครใช้



                                ซึ่งในขณะนั้นเองที่ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะต้องใช้อะไรอีกในการตีกระบี่หนึ่งเล่มที่มันก็ไม่ใช่กระบี่ทั่วไปที่จะให้ช่างในค่ายตีก็ได้ มันต้องเป็นอะไรที่ยิ่งกว่านั้นอ่ะนะ ในขณะนั้นเองที่ข้ากำลังเดินนำอยู่นั้น.. ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้จะต้องเกิดขึ้น มันเป็นไปได้หมดนั่นล่ะน่า.. ที่ไหนหรือใครก็ตามที่มีของมีค่า ที่นั่นย่อมมีโจร... ใช่แล้ว โจรใส่ผ้าตลุมสีดำตั้งสามร้อย วิ่งออกมาจากที่ซ่อน...เพื่อปล้นทองร้อยก้อน... อืมม มันก็มีเหตุผลที่รองรับได้ล่ะนะ พวกนี้ไม่ใช่โจรปัญญาอ่อนหรือกากเดนที่ปล้นไปเรื่อยหรอกมั้ง... เอาเถอะ ข้าคิดว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ข้าจะมาฆ่าคนหรอก ข้าเองไม่ชอบการฆ่าคนอยู่แล้วนี่นะ เอาเป็นว่าอย่างน้อยก็เล่นกับคนพวกนี้หน่อยก็แล้วกัน ดูจากจำนวนแล้ว ร้อยนึง สันดาบตีหัวแล้วจับกลับไปที่ค่าย ไปเป็นคนงานหรือไม่ก็ถ้ามีฝีมือมาก ก็จะพาไปดัดนิสัย แล้วค่อยพามาเป็นทหารของค่าย ดีเหมือนกัน อาจจะได้ความดีความชอบด้วย...



                              "ทหารม้าทุกนาย ประจำที่ จัดการกลุ่มโจรพวกนี้ จับเป็นถ้าทำได้ จับตายถ้าจำเป็น"

                              "รับทราบ"



                              ทันทีที่รับคำสั่ง ทหารทั้งสิบนายที่ข้าพามานั้นล้วนฝีมือดีทั้งนั้น คำสั่งให้จับเป็น ทวนที่หันคมมีดใส่ก็ควงกลับให้เอาด้านปลายทื่อแทน เพราะคำสั่งของข้า ตอนนี้ดูเหมือนที่ค่ายกำลังขาดแควนทหารอยู่พอดี หนึ่งต่อสิบเนี่ย ไม่ครณามือข้าหรอกน่ะ ฮะๆๆ ข้าชักดาบผ่ากองเรือจากใต้แขนออกมาหนึ่งเล่ม และพุ่งเข้าหาศัตรู คือพวกโจรเหล่านั้น เมื่อพวกมันฟันเข้ามา ข้ากันด้วยดาบแต่ก็ไม่ได้ฟันกลับไป ก็อย่างที่บอกไป ข้าไม่ได้ต้องการฆ่าพวกมัน ข้าแค่ต้องการตัวของพวกมันไปใช้งานเฉยๆ สิ่งที่สวนกลับไปคือหมัดเปล่าๆเข้าที่ลิ้นปี่ เอาแรงพอดีเพราะไม่งั้นพวกโจรเหล่านี้คงตายแน่นอน...



                             เหล่าทหารเองก็รู้วิธีที่จะจับเป็น จึงทำใด้เพียงเอาด้ามทวนที่เป็นไม้ฟาดหลังฟาดแข้งฟาดขาให้ทรุดลงไปแค่นั้น ทหารม้าทั้งสิบนายรวมกับข้าก็สามารถจัดการเหล่าโจรทั้งหมดได้อย่างไม่ยากเย็น.. แต่มันไม่ใช่เพียงเท่านี้น่ะสิ.. จากทางเดินที่ว่างๆไม่มีอะไร ก็มีกลุ่มคนในชุดดำเดินออกมาจากในเงาความืดของป่านั้น มันมากกว่ากองโจรที่ข้าเพิ่งจัดการไปเป็นเท่าตัว สองร้อยคน ถ้ารวมกับกลุ่มแรกที่ข้าจัดการไปเรียบร้อย ทั้งหมดสามร้อย ถึงงั้นก็เถอะ ข้าคงไม่ต้องใส่อะไรมาก ถือว่าเป็นการยืดเส้นยืดสายหลังจากที่แผลหายดีก็แล้วกัน...



                            "คิดว่ามาเยอะแล้วข้ากลัวรึไง..."



                            ข้าสะบัดมือออกไป ทหารม้าทั้งสิบนายวิ่งผ่านข้าไปอย่างรวดรเร็วพร้อมกับใช้หอกไม้ หวดฟาดซ้ายขวา ข้าเก็บดาบของข้าลงก่อนที่จะวิ่งพุ่งเข้าใส่จัดการเหมือนกับกลุ่มโจรก่อนหน้า ซึ่ง.. ถ้าให้ข้าเดา กลุ่มนี้มันก็กลุ่มเดียวกับกลุ่มก่อนหน้านั่นล่ะ นี่อาจจะเป็นกำลังเสริมก็ได้ แต่ข้าน่ะไม่ได้ใส่ใจหรอก มันจะง่ายขึ้นข้าจะจับตาย แต่ตอนนี้ข้าอยากได้เจ้าพวกนี้ไปดัดนิสัยก่อนที่จะมาช่วยข้ารับใช้ชาติรับใช้แผ่นดินในค่ายของข้าน่ะ มันคงจะดีกับพวกมันมากกว่า อย่างที่ข้าเกริ่นเอาไว้ ต้นทุนของชีวิตแต่ละคนนั้นไม่มันไม่เหมือนกันหรอกนะ โจรพวกนี้ก็เหมือนกัน พวกเขานั้นอาจจะมาจากครอบครัวท่ยากไร้ บางคนอาจจะไร้ญาติขาดมิตร บางคนก็อาจมีอดีตที่ไม่สวยงาม ไม่มีใครที่ดีชีวิตที่สวยงามเหมือนเศรษฐีหรือพอค้าในเมืองใหญ่ที่ล่ำซำจับเงินจับทองอยู่ตลอดเวลา



                           แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าพวกโจรเหล่านี้จะเอาความทุกข์เหล่านี้มาเป็นเหตุผลในการทำเรื่องที่ไม่ดี อย่างเช่นการเป็นโจร เจ้าคนพวกนี้มันกำลังคิดว่าตัวเองจน ยากไร้ เลยมาเป็นโจร คนพวกนี้ช่างขลาดเขลายิ่งนัก ข้าหวดหมัดเข้าใส่ลิ้นปี้ของพวกโจรคนแล้วคนเล่า จับเตะตัดขาแล้วสับเข้าที่ก้านคอเบาๆ จนสลบ จนเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก โจรอีกสองร้อยก็ถูกข้าและทหารม้าฝีมือดีทั้งสิบนายจัดการจนราบคาบ..เป็นที่เรียบร้อย ข้าจับพวกมันผูกเชือกไว้และร้อยเชือกไว้เหมือนนักโทษ.. ซึ่งพวกมันก็เป็นนักโทษนั่นล่ะ ก็เจ้าพวกนี้เป็นโจรนี่นะ ข้าก็เลยจับพวกเขาในฐานะโจร...

                           "ท่านจอมยุทธ์" จู่ๆก็มีเสียงดังออกมาจากในป่า.. พวกชาวบ้าน? ทำไมพวกชาวบ้านถึงมาอยู่ที่ตรงนี้ล่ะ..?

                           "พวกท่านเป็นชาวบ้านเหรอ? ทำไมถึงมาอยู่ที่แบบนี้ล่ะ?" ข้าเอ่ยถามในขณะนั้น ทหารม้าที่มากับข้าเองก็กำลังควบคุมทหารเหล่านั้นกลับไปที่ค่ายหลี่กัง

                           "พวกข้าถูกพวกโจรกลุ่มนี้เข้าจู่โจมหมู่บ้าน พวกมันจับพวกข้ามาจนมาเจอท่าน ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งท่านนักรบผู้นี้มาช่วยพวกเรา"

                           "พวกท่านไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้พวกท่านปลอดภัยแล้ว พวกท่านกลับหมู่บ้านของพวกท่านเถิด ข้าจะจัดการกับโจรเหล่านี้ให้เอง"

                          "ขอบคุณมากท่านนักรบ บุคคุณในครั้งนี้พวกข้าน้อยจะไม่มีวันลืม"

                          "รักษาเนื้อรักษาตัวให้ด้วยนะพวกท่าน"



                           แล้วเหล่าชาวบ้านที่ถูกพวกโจรจับมาก็เดินทางกลับหมู่บ้านของตนเอง ส่วนข้านั้น ก็ไม่มีอะไรมากแล้วนอกจากพาเจ้าพวกนี้กลับไปที่ค่ายด้วย อาจจะต้องให้ทหารกองใดกองนึงดัดนิสัย หล่อหลอม แล้วพามาเป็นทหารของค่ายด้วยเสียเลย ดีเหมือนกัน ข้าจะได้ทหารเพิ่มขึ้นมาในค่ายด้วย หวังว่าพวกนี้คงจะสำนึกผิดหลังจากที่พาพวกมันไปดัดนิสัยที่ค่ายนะ...


JX002


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +222 ความหิว -36 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 222 -36 + 30

ดูบันทึกคะแนน


逢いたいと願う夢は 鳥のように 空へ高く
風と共に どこまで飛んで 波に映る影を追いかけていた
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จื่อซิงหม่า
ปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์
ไข่มุกราตรี
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x15
x30
x30
x4
x2
x2
x115
x50
x50
x1
x30
x104
x1
x1
x1
x60
x10
x7
x38
x34
x51
x6
x130
x15
x10
x96
x1
x100
x80
x220
x1
x400
x3
x2
x200
x400
x4
x425
x2
x100
x3
x400
x2
x400
x160
x200
x14
x15
x400
x20
x200
x400
x35
x30
x2
x60
x200
x25
x3
x200
x8
x8
x140
x1
x600
x20
x400
x500
x40
x7
x150
x30
x400
x1
x601
x600
x600
x3
x2400
x200
x2
x80
x600
x120
x10
x31
x3
x6
x400
x200
x75
x2
x24
x20
x11
x400
x15
x4
x40
x5
x401
x100
x1
x1
x2
x15
x400
x200
x3
x5
x4
x1
x29
x12
x50
x15
x15
x600
x720
x5
x3185
x67
x44
x2
x5
x4
x347
x470
x9
x1
x610
x154
x2
x260
x1
x1
x49
x43
x70
x230
x147
x320
x275
x290
x230
x13
x803
x184
x100
x12
x73
x78
x32
x364
x731
x260
x187
x188
x22
x300
x10