ดู: 286|ตอบกลับ: 19

{ ด่านอี้เหมินกวน } โรงหมอจี๋จ้าวหยาง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-18 22:15:02 |โหมดอ่าน
โรงหมอจี๋จ้าวหยาง




โรงหมอจี๋จ้าวหยาง โรงหมอเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในด่านอี้เหมินกวน
 มีขนาดไม่ใหญ่มาแต่ก็มากพอที่จะสามารถ
รองรับผู้คนที่บาดเจ็บระหว่างเดินทางกลางทะเลทรายมาได้
ในเรื่องของตัวยาที่โรงหมอแห่งนี้ใชล้วนเป็นพืชสมุนไพรที่หาเก็บได้จากในทะเลทราย
และบางตัวก็มีการนำเข้ามาจากทั้งในด่านและนอกด่าน
 ซึ่งจะมีมาส่งทุกอาทิตย์จึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาไม่เพียงพอ 





ชื่อกิจการ : โรงหมอจี๋จ้าวหยาง
เจ้าของกิจการ : จ้าว นูเผิง 
เวลาปิดบริการ : 09.00 - 00.00 น. 
ประเภทร้าน : จำหน่ายสมุนไพร เทียบใบสั่งยา
ให้การรักษาโรคทั่วไป

ประทับตราโดย: แม่ทัพรักษาด่านอี้เหมิน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 5

ดูบันทึกคะแนน

88

กระทู้

1010

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
64086
เงินตำลึง
253068
ชื่อเสียง
59692
ความหิว
4055

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1412
ความชั่ว
528
ความโหด
752
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-3-18 23:29:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{พาร์ท 1 - เดินทางสู่ตะวันตก}


   จางฝูที่เดินแบกร่างของชายยพ่อค้าไปตามท้องถนนเรียกสายตาจะเหล่าผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้หันมามองกันอย่างกึ่งตกใจกึ่งสนใจว่าเหตุใบสตรีร่างบอบบางถึงได้เดินแบกร่างของชายเดินไปตามท้องถนนเช่นนี้   ‘มองกันเข้าไป มองกันให้ตาลุดกันไปข้างเลยนะพวกเจ้า จำไว้เลย เจ้าบ้าฝื้นเมื่อไหร่แม่จะเรียกเก็บตังค่าแบก เอาให้หมดตัวเลย’


    หลังจากที่พยายามดันทุรังในที่สุดจางฝูก็เดินแบกร่างนั้นมาถึงโรงหมดได้สำเร็จ โรงหมอในด่านนนี้มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งชาวฮั่นเอง และชาวนอกด่าน ทันทีที่จางฝูเเบกร่างนั้นเข้ามาด้านในโรงหมอ ก็ทำเอาในโรงหมอแห่งนี้แตกตื่นันไปใหญ่ ก่อนที่เธอจะค่อยวาง(โยน)ร่างของชายหนุ่มลงบนเปลหามเพื่อที่ผู้ช่วยในโรงหมอได้ทำการแบกเอาร่างคนสลบนั้นไปปรักษา


    จางฝูที่ไม่มีภาระอยู่บนหลังแล้วก็ทรุดตัวลงไปนั่งอย่างหมดแรงโดยมีผู้ช่วยหญิงค่อยเข้ามาดูอาการให้ส่วนเธอนั้นก็ทำได้แค่หันไปปฏิเสธและขอเพียงน้ำดื่มดับกระหายก็เพียงพอ จางฝูมองสองผู้ช่วยสาวยิ้มๆก่อนจะค่อยๆยันตัวลุกแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ดีๆ ก่อนที่ผู้ช่วยสาวในโรงหมอคนเดินจะเดินถือแก้วใส่น้ำมาให้เธอดื่ม


   “ขอบคุณเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยยก่อนที่จะรับแก้วน้ำมาดื่มอย่างรวดเร็วจนหมดก่อนจะยืนคืนให้ผู้ช่วยสาวไปแล้วนั่งรอท่านหมอที่พึ่งเดินเข้าตรวจอาการอย่างนึกหงุดหงิดใจหน่อย ทั้งที่ก็ดูแข็งแรงดีทำไมจู่ๆถึงได้สลบไปได้ละเนี่ย ทั้งที่ตอนเจอกันยังทำท่าทีปากเก่งอยู่เลยแท้ๆ น่าสงสัยเสียจริง


    ฟ่ออ(เจ้านายข้าหิวแล้ว)ลู่ฉีที่เลื้อยลงมาอยู่ที่ตักของหญงสาวร้องประท้วงขึ้นเบา จางฝูที่ได้ยินก็ก้มลงมามองเจ้าตัวแสบน้อยของเธอ


   “ทนหน่อยนะ เดี๋ยวเสร็จจากที่นี่ข้าจะพาไปหาของอร่อยๆกินแน่นอน”จางฝูเอ่ยพรางลูบหัวของเจ้าลู่ฉีเบาๆก่อนจะอุ้มมันขึ้นมันเลื้อยขึ้นมาอยู่ที่คอตัวเองก่อนจะลุกเดินไปหาท่านหมอที่พึ่งเดินออกมาจากห้องตรวจ


    “ท่านหมอเขาเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ”


     “เจ้าเป็นคนที่พาเขามาส่งสินะ ดีนะที่มาเร็วถ้ามาช้ากว่านี่อีกนิดมีหวังรอดยาก อืม จากที่ตรวจดูแล้วเหมือนจะอาหารเป็นพิษหรือไม่ก็แพ้บางอย่างในอาหารน่ะ คงต้องให้พักรักษาตัวอยู่ที่นี่สักระยะ อืมม ส่วนค่ารักษาก็ร้อยตำลึงนะเเม่นาง” ท่านหมอเอ่ยยืดยาวก็จะจบประโยคด้วยราคาค่ารักษาที่ดูแล้วแพงหูฉีกอยู่พอสมควร  ก็นะกลางทะเลทรายอะไรๆมันก็แพง โก่งราคาได้ก็ต้องโก่ง


    “เจ้าค่ะ ร้อยตำลึงเจ้าค่ะ” จางฝูเอ่ยยิ้มแห้งแล้วยื่นถุงเงินนั้นให้ท่านหมอไปก่อนจะมองตามท่านหมอที่เดินถือถุงเงินอย่างสบายใจเดินจากไป ‘หึใช่สิได้เงินแล้ว สบายใจจัง ลั้นล้า คอยดูแม่จะไปเรียกเก็บคืนจากเจ้านั้นในถุงเงินแฟ๊บเลย’


    จางฝูที่เดินเขาไปด้านในห้องพักพร้อมกับลากเก้าอี้ไปนั่งอยู่ข้างเตียงพรางจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มพ่อค้าที่ยังคนหลับอยู่ จะให้มองดีๆก็นับว่าเป็นคนที่หน้าตาดีคนหนึ่ง เสียอย่างเดียวคือปากนี่ละ


   “เฮ้ออ”


   “นั่งมองคนนอนแล้วถอนหายใจนี่ มันหมายความว่าอย่างไรกันรึแม่นางน้อย” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นมาเรียกให้ดวงตาสีน้ำตาลของจางฝูเบิกกว้างแล้วหันไปมองหน้าของคนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างตกใจ


   “นี่เจ้า ไม่ได้หลับอยู่รึ”


   “ตื่นตั้งแต่เสียงลากเก้าอี้” เขาเอ่ยก่อนที่จะค่อยยันตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างลำบาก จางฝูที่เห็นท่าทีแบบนั้นของชยหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยประคองให้ร่างนั่นลุกขึ้นมานั่งดีก่อนจะเอาหมอนที่ใช้หนุ่นนั้นมาวางซ้อนกันให้เป็นที่พิงหลังให้ก่อนที่เธอจะกลับไปนั่งกอดอกอยู่ที่เก้าอี้อย่างเซ็งๆ


   “ใจดีจังเลยนะเจ้าน่ะ”ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะยิ้มบางส่งมาให้หญิงสาวที่นั่งหน้ามุ่ยกอดอกอยู่อย่างขำๆ


   “หึ ข้าแค่ทำอย่างที่คนทั่วไปเขาทำเท่านั้นแหละ”จางฝูเอ่ยก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มที่ส่งยิ้มมาตน ‘เจ้าบ้ายิ้มอยู่ได้’


   “แล้วไปเผลอกินอะไรเข้าไปถึงได้อาหารเป็นพิษได้ละเนี่ย ไม่รู้ว่าตัวเองพวกอาหารอะไรรึไง”จางฝูเอ่ยเสียงดุพรางขมวดคิ้วมองชายที่ยั่งคงนั้งยิ้มอยู่บนเตียงอย่างหมั่นไส้ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นคนป่วยเธอคงเตะตกเตียงไปแล้วเป็นแน่


  “ข้าก็ไม่รู้ แม่นางน้อยข้ามีเรื่องอยากไหว้วานเจ้าจะได้หรือไม่” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะหยิบห่อผ้าออกมาจากด้านในเสื้อก่อนจะยืนส่งให้หญิงสาว ซึ่งจางฝูเองก็รับมาดูอย่างสงสัยก่อนจะมองหน้าของชายหนุ่ม


    “อะไรละ”


    “ข้าวานท่านให้ช่วยไปส่งของสิ่งนี้ที่เเคว้นชิวชื่อได้หรือไม่ มันเป็นของที่ต้องนำไปส่งงให้ลูกค้าที่นั้น ข้าเกรงว่าข้าจะหายไม่ทันกำหนดส่ง”


    “แคว้นชิวชื่องั้นหรอ”จางฝูเอ่ยทวนชื่อแคว้นอีกครั้งก่อนจะมองหน้าชายหนุ่มที่พยักหน้าตอบเธอน้อยๆ


     “แคว้นชิวชื่ออยู่ไม่ไกลจากโหรวหรานมากนัก เดินทางวันรึสองวันก็ถึงแล้ว”


    “พวกพ่อค้านี่ต่อให้ตายก็ต้องส่งของให้ได้เลยสินะ” จางฝูเอาพรางพลิกห่อผ้านั้นดูไปมาพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา เพราะก่อนหน้านี้เจ้าชายหนุ่มนั้นที่เจอกลางทะเลทรายก็แบบนี้ ให้ความสำคัญกับการค้าขายิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง


   “พวกเราเป็นพ่อค้า การส่งของให้ถึงมือลูกค้าตามกำหนดนั้นคือชีวิต แต่ตัวจะขาดเป็นสองท่อนก็ต้องไปส่งสินค้าให้ได้” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะจ้องมองเข้าไปในดวงวตาของจางฝูที่มองมายังเขาก่อนที่หญิงสาวจะหลับตาลงแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


   “เฮ้ออ เข้าใจแล้ว จะไปส่งให้ก็ได้ เพราะยังไงสะข้าก็ต้องไปต้าหว่านยังไงก็ต้องผ่านชิ่วชื่ออยู่ดี จะแวะไปส่งให้แล้วกัน”จางฝูที่จนใจในความมุ่งมั่นที่จะส่งของของชายหนุ่มจึงเอ่ยยปากตอบรับคำขอของชายหนุ่มก่อนเก็บห่อผ้านั้นใส่ในเสื้อตัวเอง


    “ขอบคุณแม่นางน้อยมาก”


    “เลิกเรียกข้าแม่นางน้อยสักทีเถอะ เจ้าจะอายุมากกว่าข้าเท่าไหร่กันเชียวแลล้วอีกอย่าง คนป่วยก็ควรจะนอนพักไปได้แล้ว” จางฝูเอ่ยยก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วจับร่างของชายหนุ่มนั้นให้ลงไปนอนบนเตียงดีๆโดยพยายามที่จะไม่มองร้อยยิ้มบางๆที่ชายหนุ่มนั้นยิ้มส่งมาให้


    “แค่ส่งให้ก็พอสินะ”จางฝูเอ่ยถามอีกครั้งก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยบอกสถานที่นัดที่จะต้องนำของไปส่งของให้กับลูกค้าซึ่งจางฝูเองก็ตั้งใจฟังอย่างตั้งใจก่อนจะขอตัวกลับไปที่โรงเตี้ยมเพื่อเตรียมตัวเดินทางของเธอต่อ โดยระหว่างทางกลบเธอก็ไม่ลืมที่จะแวะซื้อเสบียงสำหรับการเดินทางและอาหารอร่อยๆให้เจ้าลู่ฉีตามที่ให้สัญญาไว้


    หลังจากที่เดินซื้อของที่ต้องการจนครบและกลับถึงโรงเตี้ยมก็ทำเอามืดค่ำ เมื่อตรวจเช็คของเป็นที่เรียบร้อแล้วจางฝูก็รีบเร่งเข้านอนในทั้งที่เพื่อที่ว่ารุ่งเช้าพรุ่งนี้เธอจะได้รีบตื่นและรีบออกเดินทางแต่รุ่งสาง


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -100 ชื่อเสียง +77 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -100 + 77 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x56
x2
x10
x42
x162
x1
x25
x102
x1
x46
x8
x46
x28
x18
x120
x2
x60
x90
x1
x20
x30
x42
x36
x784
x1
x2
x106
x110
x110
x130
x3824
x577
x150
x81
x36
x30
x20
x22
x4
x111
x338
x2
x9264
x10
x110
x1
x4
x10
x1
x2
x131
x1
x185
x62
x2455
x6
x3
x35
x1
x1
x75
x1400
x8
x150
x65
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x342
x135
x60
x95
x1
x108
x7
x26
x90
x1
x3
x39
x3
x29
x2
x3
x74
x3
x109
x60
x29
x4
x91
x50
x100
x2
x15
x1124
x3
x30
x18
x68
x64
x32
x1562
x102
x180
x5
x117
x4
x2
x284
x666
x77
x139
x64
x99
x44
x320
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x337
x780
x456
x26
x39
x127
x352
x527
x209
x92
x91
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x110
x141
x669
x473
x811
x660
x131
x71
x3203
x521
x20
x3
x1213
x40
x130
x1210
x7
x35
x3444
x1766
x3900
x4990
x6
x15
x40
x20
x41
x81
x347
x1
โพสต์ 2018-4-13 21:05:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย MingLong เมื่อ 2018-4-13 22:07

{ ทำดีได้ดี }

เดินทาง วันที่ 3

    รถม้าเคลื่อนตัวเข้าสู่ ด่านอี้เหมินกวน การเดินทางติดต่อกันสามวันติดๆ โดยไม่พักนั้นทรหดยิ่งนัก โจวอู๋ที่มีอาการไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงป่วยง่าย ในส่วนของซูฮวานั้น ร่างกายยังเด็กมาก ภูมิต้านทานไม่สูงนัก ตอนนี้ร่างของซูฮวาจึงสั่นเทา ซูฮวาเป็นไข้จับระหว่างการเดินทางจากตุนหวงกับด่านอี้เหมินกวน จิ้นจงได้ให้ยาที่ติดตัวตนมาแต่อาการก็ไม่ค่อยช่วยบรรเทาอาการเท่าไหร่

    เมื่อมาถึงด่านอี้เหมินกวน โชคก็เข้าข้าง คณะเดินทางพบกับโรงหมอจี๋จ้าวหยางตั้งตระหง่าอยู่กลางเมือง จิ้นจงที่มีเพียงอาการเหนื่อยล้ากลางๆ ผิดกลับอีกสองคนที่สลบไปแล้วนั้น จิ้นจงพยายามที่จะบังคับรถม้าไปเทียบหน้าโรงหมอ
    เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการไปคุยกับหมอที่โรงหมอ
    "หมอขอรับ เพื่อข้าสองคนล้มป่วยที่รถม้า รบกวนคุณหมอช่วยดูด้วยขอรับ" เสียงแหบแห้งงจากความล้าของจิ้นจงทำให้หมอจ้าววิตกกังวลอย่างหนัก
    "เออ คุณ..คุณ เฮ้ยคุณ" จิ้นจงหลังจากใช้แรงเฮือกสุดท้ายแล้วเขาก็สลบคาโต๊ะหมอ

    ...หลังจากที่จิ้นจงฟื้นขึ้นมา...
    "น้ำๆ ขอน้ำหน่อย" เสียงแหบๆดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้หมอจ้าวที่จัดยาอยู่ด้านข้างรีบวิ่งหยิบแก้วน้ำมาให้จิ้นจงทันที
    "คุณชาย น้ำขอรับ" หมอจ้าวยื่นแก้วน้ำให้จิ้นจง
    "ข้าเป็นอย่างไรบ้างเนี่ยท่านหมอ"
    "ก็ไม่มีอะไรหรอกขอรับ พวกท่านเพียงเหนื่อยจากการเดินทางติดๆกันเท่านั้น" หมอจ้าวค่อยๆอธิบายอาการของทั้งสามคนให้โจวอู๋ฟัง การเดินทางติดต่อกันแบบนี้ทำร่างเขาพังจริงๆเลย
    "แล้วข้าต้องทำอย่างไรบ้างขอรับ" จิ้นจงถามด้วยความเหนื่อยล้าเล็กน้อย
    "ก็พักผ่อนดูอาการไปพลางๆ 4 วันก่อนนะขอรับ" หมอตอบ จิ้นจงได้แต่หงุดหงิดที่ตนไม่ยอมพัก ทำให้ตารางเวลาของเขาเละเทะไปหมด เขาล่ะไม่อยากคิดตอนโจวอู๋ฟื้นมารู้เลยจริงๆ...
    "งั้นข้าขอพักผ่อนก่อนแล้วกันนะขอรับท่านหมอ" จิ้นจงบอกคุณหมอก่อนล้มตัวลงนอนอีกพักใหญ่ๆ
   
    ...หลังจากที่โจวอู๋และจิ้นจงฟื้น...
    "หมอว่าอย่างไรบ้าง"โจวอู๋รีบถามจิ้นจงทันทีที่รู้สึกตัว
    "เอ่อ..."จิ้นจงอ้ำอึ้งเล็น้อยเพราะโจวอู๋เป็นคนกลัวความผิดพลาดมาก ตารางเวลาเพื่อนเขาเละแบบนี้คงโกรธแน่ๆเลย
    "เอ้า พูดมาสิ"
    "คือว่า... พวกเราทั้งสามคนต้องพักดูอาการไปก่อน 4 วันน่ะ ตารางเวลาเจ้าคงจะพัง ข้าขอโทษจริงๆนะ" จิ้นจงเผยสีหน้าสลดออกมา
    "เอ้ยย ไม่เป็นไรหรอก ข้าผิดเองแหละที่เร่งจนทุกคนล้มป่วยแบบนี้" โจวอู๋หน้าสลดลงตามเพื่อรักของตน การไม่ได้พักผ่อนนี้มันส่งผลจริงๆนะ...
    "งั้นเจ้าพักผ่อนเถอะ ร่างกายเจ้ายิ่งอ่อนแออยู่" จิ้นจงยีหัวเพื่อนสนิทที่เป็นมากกว่าเพื่อนตรงหน้า
    "งื้อออ เจ้าก็เหมือนกันพักผ่อนเถอะ"
    และทั้งสองคนก็เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง เวลามันจะเยียวยาร่างกายเราเอง...

    ตารางเวลาที่เละเทะของทั้งสามคนคงส่งผลระยะยาว หลังจากนี้ 4 วันทั้งสามคนจะไม่สามารถเดินทางได้ เฮ้ออ อุปสรรคจริงๆ
    @Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -106 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -106 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x10
x30
x40
x10
x100
x100
x100
x108
x50
x15
x10
x45
x29
x9
x17
x1
x1
x60
x58
x100
x1
x50
x70
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-4-14 08:34:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย MingLong เมื่อ 2018-4-14 08:39

พักร่าง
วันที่ 1 ตอนที่ 1


    จิ้นจงค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา เขาเป็นคนที่แข็งแรงที่สุดในคณะเดินทางทั้งสามคน ร่างกายเขาจึงฟื้นฟูเร็วกว่าคนอื่นๆมากนัก

    เมื่อจิ้นจงตื่นมาเขาพบกับร่างของเจ้าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อกับเด็กสาวต้นเรื่องนี้ ทั้งสองคนยังคงอยู่ในห้วงนิทรา ร่างกายของทั้งสองคนอ่อนแอนัก การฟื้นตัวของร่างกายจึงช้ากว่าจิ้นจงมาก

    จิ้นจงตัดสินใจที่จะออกไปเดินเล่นด้านนอกห้องพักเพื่อลดเวลาว่างของเขา โรงหมอจี๋จ้าวหยางเป็นโรงหมอขนาดกลางมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง มีโซนห้องตรวจ โซนห้องพักผู้ป่วย และโซนนันทนาการต่างๆแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน

    จิ้นจงเลือกที่จะมุ่งหน้าไปยังห้องสมุดของโรงหมอ จิ้นจงอยากที่หาความรู้เพิ่มในศาสตร์การรักษา เขาเชื่อว่าโรงหมอคงมีหนังสือที่ช่วยเขาได้อยู่

    เมื่อมาถึงห้องสมุดจิ้นจงพบหนังสือมากมายจนเลือกแทบไม่ถูกตั้งตระหง่าอยู่ภายในชั้นวาง มีหนังสือที่หลากหลายมาก ไม่น่าเชื่อเลยว่าโรงหมอจะมีหนังสือหลากหลายเช่นนี้ มีทั้งหนังสือปีะวัติศาสตร์ต้าฮั่น หนังสือภาษาศาสตร์ ตำราการแพทย์ บันทึกทางการทหาร บทกวี และเรื่องเล่าต่างๆ เผลอๆอาจจะมีเยอะกว่าหอสมุดบางแห่งก็เป็นได้

    จิ้นจงเลือกที่จะหยิบตำราการแพทย์แผนจีนว่าด้วยเรื่องพืชป่ามาอ่าน จิ้นจงค่อยๆทำความเข้าใจเรื่องของยาสมุนไพรป่า ซึ่งมีหลากหลายชยิดแต่ละชนิดก็มีความสามารถในการรักษาที่ต่างกัน หากเลือกใช้ผิดก็อาจส่งผลต่อผู้รับยาตั้งแต่ร่างกายทรุดหนักลง สติปัญญาลดหลั่น ไปจนถึงสลบกลายเป็นร่างนิทราและเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้นผู้รักษาควรมีความเข้าใจในพืชสมุนไพรชนิดต่างๆเพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้รับการรักษา

    จิ้นจงเลือกที่จะคัดลอกข้อมูลสมุนไพรต่างๆในนั้นเพื่อเก็บเป็นข้อมูลระหว่างเดินทางอีกด้วย หลังจากคัดลอกเสร็จ จิ้นจงก็เลือกที่จะหาความรู้ด้านอื่นๆด้วย เขาจึงเปลี่ยนไปหยิบหนังสือตำรารวมเห็ดป่าชนิดต่างๆ

    เห็ดป่ามีมากมายหลากหลายชนิด มีทั้งเห็ดที่มักใช้ในการประกอบอาหาร เห็ดสมุนไพร เห็ดที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ใดๆ ไปจนถึงเห็ดพิษ จุดสังเกตเห็ดชนิดต่างๆนั้นก็คือ รูปร่าง ความสูง เส้นรอบวงโคนเห็ด รวมทั้งสีและลวดลายอีกด้วย เห็ดที่มีประโยชน์ทั้งในการรักษา การประกอบอาหาร และเห็ดสวยงามนั้น ค่อนข้างหาได้ง่ายในบางสายพันธุ์ แต่ก็มีเห็ดบางชนิดที่ไม่สามารถหาได้เลยในแผ่นดินฮั่นมักมาจากการซื้อขายของพ่อค้าต่างชาติ ส่วนเห็ดพิษนั้นมักรวมกันอยู่เป็นกลุ่ม มีความร้ายแรงที่ต่างกันเป็นระดับๆไปตั้งแต่ ทำให้ร่างกายชา ทำให้สติสัมปะชัญญะไม่ครบถ้วน เกิดผื่นขึ้นตามร่างกาย เป็นไข้หนาวสั่น ไปจนถึงสลบ เป็นเจ้าชาย/เจ้าหญิงนิทรา และเสียชีวิตในที่สุด เพื่อป้องกันการโดนเห็ดพิษนั้นนักเดินทางต้องศึกษาเรื่องเห็ดไว้และพกยาที่เกี่ยวกับการคลายพิษเบื้องต้นไปด้วย

    จิ้นจงพยายามทำความเข้าใจกับเห็ดชนิดต่างๆเพื่อประโยชน์ต่อคณะเดินทาง แต่จะให้จำทั้งหมดก็คงไม่ไหว จิ้นจงเลยคัดลอกในส่วนที่สำคัญออกมา

    หลังจากที่จิ้นจงคัดลอกข้อมูลจากหนังสือทั้งสองเล่นเสร็จสิ้น เขาก็เดินกลับไปยังห้องพักเพื่อดูอาการเพื่อนร่วมเดินทางอีกสองคน



    ห้องพัก

เมื่อจิ้นจงก้าวกลับเข้ามายังห้องพัก เขาก็พบกับร่างเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของตนที่ได้สติแล้วหำลังลุกขึ้นจากเตียงในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเยิงเป็นรังนกเลย

    "อ้าว ตื่นแล้วหรอ เจ้าเป็นไงบ้างล่ะ" จิ้นจงเอ่ยปากถามเพื่อนสนิทของตนที่หน้าตาดูเนือยๆ

    "มึนๆน่ะสิ ปวดหัวยังไงไม่รู้" โจวอู๋บ่นอุบเล็กน้อย ผลข้างเคียงจากการหักโหมเดินทางจนล้มป่วย ร่างกายเข้าสู้ไม่ไหวจริงๆนะเนี่ย

    "เดี๋ยวไปหาท่านหมอ ขอยาก็ได้นะ เจ้าไปเช็ดตัว ล้างหน้า ให้เรียบร้อย เดี๋ยวขาพาไปพบหมอ" จิ้นจงสั่งเจ้าเพื่อนสนิทตรงหน้า วันนี้โจวอู๋ไม่เถียงอะไรแม้แต่น้อย เขายอมเดินไปจัดการตัวเองทันที

    หลังจากที่โจวอู๋จัดการตัวเองเสร็จ เขาก็เดินออกมายังทางเดินโดยมีจิ้นจงที่รออยู่ สภาพหน้าตาเขาก็ยังคงไม่สู้ดีนัก

    "เจ้าไม่เถียง ไม่โวยวายแบบนี้ก็น่ารักดีนะ 555" จิ้นจงหัวเราะให้กับความว่านอนสอนง่ายของเจ้าเพื่อนสนิทขี้โวยวายตรงหน้า

    เขาชมข้าว่าน่ารักอีกแล้ว...

    "ไปๆ ตามข้ามา ท่านหมอน่าจะอยู่ที่ห้องตรวจนะ" จิ้นจงเอ่ยแล้วเดินนำเพื่อนสนิทของตนไปยังห้องตรวจ ด้านหน้าของโรงหมอ



    ห้องตรวจ

    "อ้าว ดีขึ้นแล้วรึขอรับคุณชายทั้งสอง" หมอจ้าวที่เห็นทั้งสองคนเดินมาเอ่อยปากทักขึ้น อาการของจิ้นจงดูไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ แต่สีหน้าของโจวอู๋นั้นไม่สู้ดีนัก

    "ข้าปกติดีแล้วแหละ แต่เจ้านี้มันมึนๆหัวนิดหน่อยนะ หมอจ่ายยาให้หน่อยได้มั้ยขอรับ" จิ้นจงอธิบายอาการของคนเองและโจวอู๋ เมื่อหมอจ้าวได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเป็นเชิงว่ารับทราบแล้วและหันไปจัดยา

    หมอจ้าวเลือกยาสมุนไพรในขวดแล้วบดยาเล็กน้อย หลังจากนั้นก็กดน้ำและนำยาผสมลงในน้ำแล้วส่งให้โจวอู๋ "คุณชายดื่มยาตัวนี้แล้วนอนพักสักครู่นะขอรับ"

    "ขอบคุณนะท่านหมอ" โจวอู๋ก้มหัวขอบคุณหมอจ้าวเล็กน้อยแล้วรับยามาค่อยๆกรอกดื่มใส่ปากตน

    "คุณชายจิ้นจงอาการเจ้าฟื้นตัวดี เดี๋ยวคุณชายก็ช่วยดูแลเพื่อนของท่านด้วยนะขอรับ" หมอไหว้วานจิ้นจง ซึ่งจิ้นจงก็พยักหน้ารับเล็ก

    "ช่วงบ่ายข้าอาจจะไม่อยู่นะขอรับคุณชาย ข้าอาจต้องออกไปรักษานอกสถานที่ ยังไงก็ตามสบายนะขอรับ" หมอจ้าวลุกขึ้นโค้งให้ทั้งสองเล็กน้อยแล้วเดินไปยังห้องตรวจ

    หลังจากที่ดื่มยาเสร็จ โจวอู๋และจิ้นจงก็เดินกลับไปยังห้องพักเพื่อพักผ่อนต่อ หวังว่าอาการคงหายในเร็ววัน...



(JX009)

    @Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -24 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -24 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x10
x30
x40
x10
x100
x100
x100
x108
x50
x15
x10
x45
x29
x9
x17
x1
x1
x60
x58
x100
x1
x50
x70
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-4-14 09:39:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พักร่าง

วันที่ 1 ตอนที่ 2


    หลังจากที่ได้รับยาจากหมอจ้าว โจวอู๋ก็นอนหลับเข้าสู่ดินอดนแห่งความฝันไปเป็นเวลาเกือบ 2 เค่อ ร่างกายของเขาเริ่มฟื้นฟูตัวเองอีกครั้ง ร่างกายค่อยๆเริ่มกลับมาแข็งแรงใหม่อีกครั้ง

    "อื้อ เมื่อตัวไปหมดเลย" โจวอู๋บิดขี้เกียจเล็กน้อย เขาตื่นขึ้นมาจากมิติความฝันของตนแล้ว

    เขาพยายามที่จะมองไปรอบๆห้องเพื่อหาคนอื่น เขาพบซูฮวาที่ยังคงหลับอยู่ นี่สรุปนางหลับหรือซ้อมตาย คนอะไรหลับมันตลอดเวลา แต่ร่างเพื่อนสนิทที่เกินเพื่อนของเขานั้นหายไปไหนไม่รู้ โจวอู๋จึงค่อยๆดันตัวให้ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกไปเพื่อตามหาเพื่อนสนิทตน



    โรงครัว

    โจวอู๋ได้กลิ่นหอมหวนยั่วยวนให้หิวออกมาจากครัว ความรู้สึกหิวก็ถาโถมเข้ามาใส่อย่างไม่ยั้ง ความรู้สึกหิวพาร่างของชายหนุ่มมาโผล่ยังห้องครัว เขาพบกับชายที่เขาตามหาอยู่

    "เฮ้ จิ้นจงทำอะไรน่ะ" โจวอู๋เรียกทัก

    "..."แต่จิ้นจงก็ไม่หันมา คงมีสมาธิจนไม่สนอะไรอีกสินะ เหอๆ

    "จิ้นจงโว้ยยยยย" โจวอู๋พยายามตะโกนแต่ร่างกายที่ยังไม่เต็มร้อยทำให้เสียงตะโกนของโจวอู๋ไม่ออกมาจากลำคอ โจวอู๋จึงเดินไปด้านหลังของเพื่อนตนที่อยู่หน้าเตาอาหารแล้วเอาคางไปเกยไหล่เพื่อนชายตรงหน้า

    "เฮ้ยย อะไรของเจ้าเนี่ยโจวอู๋" จิ้นจงที่รับรู้ถึงน้ำหนักบริเวณไหล่ตนก็พูดทักออกมาด้วยความตกใจ

    "ข้าเรียกเจ้าตั้งนานแล้ว เจ้าไม่สนใจข้าเลย งุ้ยย" โจวอู๋ส่งเสียงออดอ้อนแล้วทำหน้ามุ้ยใส่เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของตน

    เสียงอ้อน.. โอ๊ยย ใจบางงงงง ใจเย็นนะจิ้นจง เพื่อนสนิทที่เป็นมากกว่าเพื่อนสนิทมันป่วยอยู่ อย่าพึ่งทำอะไรมันนะ สติๆๆๆๆๆๆ โอ๊ยยย อ้อนแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ ความสับสนถาโถมเข้าใส่จิ้นจง สีแดงเริ่มขึ้นหน้า เขาจึงต้องรีบเปลี่ยนบทสนทนา เพื่อไม่ให้ตนเองใจบางไปมากกว่านี้

    "อ้าว งอลเฉยเลยยย ไม่เอานะครับคนดี ไม่งอลน้าา" จิ้นจงพยายามเปลี่ยนประเด็น เสียงน่ารักๆของจิ้นจงหลุดออกมาจากปาก

    คนดี...

    คนดี.....

    คนดี.......

    โว้ยยย คนดีอะไรเล่า!! แทนที่หน้าของจิ้นจงขึ้นสีแดงคนเดีย กลับกลายเป็นว่าหน้าของโจวอู๋ขึ้นสีแดงกว่าจิ้นจงไปหลายขุมเลยทีเดียว

    "โอ๊ยยย พอๆๆ พอเลยใครงอลกัน ว่าแต่นี้ทำอะไรกินเนี่ยกินหอมเชียว" โจวอู๋รีบหาอะไรพูดเพื่อนเลี่ยงไม่ให้อีกฝ่ายเห็นว่าตนขวยเขิลอยู่ จมูกของโจวอู๋เริ่มไม่อยู่นิ่งดมกลิ่นอาหารในเตาไปเรื่อยๆ

    "ข้าทำข้าวต้มน่ะ คนป่วยกินอาหารอ่อนๆจะดีกว่านะ"

    "กินได้รึยังเนี่ย ข้าหิวแล้วนะ.." โจวอู๋เริ่มแสดงอาการหิวให้กับเพื่อนตนที่ยืนทำอาหารอยู่

    "เดี๋ยวข้าตักไปให้ เจ้าไปรอที่ห้องอาหารเถอะ" จิ้นจงไล่เพื่อนตนให้ไปนั่งรอ ซึ่งโจวอู๋ก็ยอมเดินไปนั่งแต่โดยดี



    ห้องอาหาร

    โครกก~~~ โจวอู๋ที่นั่งรอข้าวต้มอยู่ก็มีเสียงท้องร้องออกมาเป็นระยะอาการหิวมันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ

    "เสียงท้องร้องดังไปถึงครัวแล้ว รู้แล้วนะว่าหิว 5555" จิ้นจงอดไม่ได้ที่จะแซวเพื่อนของตน ก็เสียงท้องร้องของเจ้าเพื่อนคนนี้มันดังจริงๆนิหว่า

    "โอ๊ยยย ก็ข้าหิว เอาอาหารมาเร็วๆสิ..." โจวอู๋เริ่มโวยวาย แน่นอนว่าเสียงโวยวายของคนที่หิวมากๆเนี่ย ดูจะไม่น่าฟังนานๆเลย ว่าแล้วจิ้นจงเลยต้องรีบยกชามข้าวต้มไปให้กับเพื่อนตนที่นั่งรออยู่

    "เอ๊านี้ กินให้อร่อยล่ะ ข้าตั้งใจทำสุดฝีมือเลย ข้าวนี้ข้าก็หุงแล้วเอามาทำข้าวต้มเอง น้ำแกงนี้ก็เคียวเกือบครึ่งเค่อ" จิ้นจงเริ่มอวดโอ้ในอาหารของตน

    "ให้มันจริงเถอะ ถ้าข้าอ้วกข้าจะฟ้องท่านหมอว่าเจ้าเอาอาหารแย่ให้คนป่วยกิน" โจวอู๋ขู่เล่นๆและกรอกตาไปกับคำพูดโอ้อวดข้าวต้มของเพื่อนสนิทตน โจวอู๋รู้อยู่แล้วว่าจิ้นจงทำอา่หารไม่เก่งหรอกเขาเก่งกว่าเยอะ แต่ใจลึกๆของเจ้าเพื่อนตัวแสบก็คงเป็นเพราะกลัวตนตื่นมาแล้วหิล่ะสิ หึหึ

    โจวอู๋ไม่พูดมากต่อ เขาลงมือรับประทานข้าวต้มตรงหน้า ข้าวที่ต้มจนเละเกือบจะเป็นโจ๊กกับน้ำแกงที่ปรุงรสเพี้ยนๆไปหน่อย แน่นอนว่ามันไม่อร่อยเลยสักนิด แต่โจวอู๋ก็ฝืนกินเข้าไปโดยไม่แสดงสีหน้าไม่อร่อยใดๆออกมา อย่างน้อยแค่เพื่อนตัวแสบพยายามทำมาดูแลเขามันก็ดีแค่ไหนแล้ว คนป่วยแบบนี้ได้ความดูแลเอาใจใส่แบบนี้ รู้สึกดีขึ้นมาทันทีเลยแฮะ

    "อร่อยล่ะสิท่า กินหมดเชียว" จิ้นจงมองโจวอู๋ที่พึ่งส่งข้าวต้มช้อนสุดท้ายไป เขาค่อนข้างภูมิใจในฝีมือของตนนะ...

    "อร่อยรึเปล่าไม่รู้ แค่เจ้าทำมาให้ข้า ข้าก็ดีใจแล้ว" โจวอู๋พยายามกลั้นอาการเขิลสุดตัว เขาอยากชื่นชมเพื่อนสนิทตน เจ้าเพื่อนคนนี้ดูแลเขามาไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ ขอชมสักทีเถอะ งุ้ยย

    "ปากหวานเชียวน้าา อ่ะ แต่ปากเจ้าก็หวานจริงๆนะ" จิ้นจงพูดและทำท่าเลียน้ำลายที่ริมฝีปาก คนมันจะบ้ากามก็บ้าสุดตัวจริงๆ เฮ้อออ

    "ว้อยยย กามอีกแล้ว พอได้มั้ยล่ะ" โจวอู๋หน้าเริ่มขึ้นสี คำพูดของจิ้นจงทำให้โจวอู๋นึกถึงตอนที่เขาบดจูบบ จูบรสหวาน สัมผัสนุ่มนวลยังคงเป็นที่จดจตำของโจวอู๋อยู่เลย นึกแล้วก็คิดถึง อยากโดนจูบอีกจัง...

    "กินเสร็จแล้วเดี๋ยวข้าเอาชามไปเก็บให้ เดี๋ยวไปออกกำลังกายกันเถอะ เจ้านอนติดเตียงตลอดแบบนั้นมันไม่ดี ไปออกแรงบ้าง" จิ้นจงเดินมาคว้าชามอาหารของโจวอู๋แล้วเดินเอาไปยังห้องครัว

    ส่วนโจวอู๋นั้นเมื่อได้ยินว่าเพื่อนตนชวนไปออกกำลังกายจึงเดินออกไปรอที่ลานออกกำลังกายหลังโรงหมอ



    (JX009)



    @Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x10
x30
x40
x10
x100
x100
x100
x108
x50
x15
x10
x45
x29
x9
x17
x1
x1
x60
x58
x100
x1
x50
x70
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-4-14 11:03:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พักร่าง

วันที่ 1 ตอนที่ 3

    โจวอู๋ที่เดินมารอจิ้นจงที่ลานออกกำลังกายหลังโรงหมอก่อนก็นั่งรอเพื่อนตนที่จัดการกับชามอาหารอยู่นั้น เขานั่งมองบรรยากาศสวนไปรอบๆ

    ลานออกกำลังกายแห่งนี้เป็นลานออกกำลังกายในสวน บรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยไม้ยืนต้นสูงใหญ่นานาชนิด และยังมีดอกไม้สวยงามนานาพันธุ์ บ่อน้ำที่ก่อจากหินด้านหลังของลานนั้นเป็นจุดเด่นที่ดีเลยที่เดียว เครื่องออกกำลังกายในสวนก็มีไม่ค่อยมากนัก แต่แค่ได้เสพสุขกับบรรยากาศแบบนี้ก็รู้สึกสบายใจแล้วแหละ ระหว่างที่โจวอู๋กำลังนั่งดื่มดำพรรณนาถึงความสวยงามของลานออกกำลังกายเจ้าเพื่อนตัวแสบก็ย่องมาทางด้ารหลังและเอามือปิดตาเพื่อนสนิทตน

    "เฮ้ยย ไม่เอาสิอย่างแกล้งกันน" โจวอู๋เริ่มโวยวายและออกแรงดิ้นสู้กับจิ้นจงที่ยิ้มร่าจากการได้แกล้งเพื่อนของตน มีความสุขจริงๆ

    "โอ๋ๆๆ ไม่โวยวายนะ เจ้าแหละนั่งเหม่อลอยอะไรอยู่" จิ้นจงที่เลิกแกล้งโจวอู๋ทันทีที่ร่างบางดิ้นสู้แล้วเปลี่ยนมานั่งข้างๆเพื่อนสนิทตนแทน บรรยากาศดีชะมัด

    "นานๆทีจะเห็นสวนสวยๆแบบนี้นะ อยู่ในฉางอันเมืองก็เนืองแน่น มีแต่ห้างร้าน ตึกราบ้านช่อง แทบไม่มีโอกาสเห็นสวนสวยๆแบบนี้หรอก" โจวอู๋บ่นถึงเมืองบ้านเกิดของตนเองเล็กน้อย นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นสวนสวยๆแบบนี้ สวนที่สวยที่สุดของเขาคงเป็นสวนหย่อมเล็กๆในจวนแหละ เหอะๆ

    "ไว้เดี๋ยวข้าพาไปเที่ยววหน่าา" จิ้นจงยีหัวกับความขี้บ่นของเพื่อนชายข้างๆตน

    "งื้ออออ เจ้าพูดแล้วนะ พาข้าไปด้วย!" โจวอู๋เน้นเสียงหนัก

    "โอ๊ยยย ข้าพาไปอยู่แล้วหน่าา 5555"

    "เย้ๆๆ" โจวอู๋ส่งเสียงดีใจเหมือนเด็ก เสียงแบบเด็กนี้มันน่ารักจริงๆ จิ้นจงหลงไหลในเสียงแบบนี้มากๆเลยล่ะ

    "ไปๆ มาออกกำลังกายกันเถอะ ร่างกายจะได้แข็งแรง หายป่วยไวๆ" จิ้นจงลากเพื่อนสนิทตนไปยังราวเหล็กที่มีไว้สไหรับดึงข้อ

    โจวอู๋แสดงสีหน้าไม่อยากทำออกมาเล็กน้อย จิ้นจงรู้แต่แรกแล้วล่ะว่าเจ้าเพื่อนสนิทตนไม่ชอบออกกำลังกาย ร่างกายเพื่อนไม่แข็งแรง แต่เขา็ยังอยากที่จะให้โจวอู๋ออกกำลังกาย ร่างกายจะได้แข็งแรง

    "งื้อออ ข้าไม่อยากออกกำลังกายนิ" โจวอู๋เริ่มโอดอวยแสดงอาการไม่อยากออกมา

    "เจ้าดูแลตัวเองบ้างเถอะ ข้าไม่อยากเห็นเจ้าป่วยบ่อยๆนะ" จิ้นจงตีหน้าดุ โจวอู๋หง่อลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่อยากอยู่ดี

    "ข้าไม่อยากนิ ร่างกายข้าไม่พร้อมม" โจวอู๋เริ่มโวยวาย

    "งั้นมาเล่นอะไรสนุกๆ กันดีมั้ย" จิ้นจงคิดแผนที่จะช่วยให้โจวอู๋ยอมมาออกกำลังกายด้วย

    "เล่นอะไรของเจ้าอีก" โจวอู๋เริ่มแสดงความสนใจในคำว่าเล่นของสหายตน แต่หารู้ไม่ว่านั้นคือกับดักชั้นดีเลยล่ะ...

    "แข่งกันว่าใครจะดึงข้อได้มากกว่ากันภายใน 1 นาที คนแพ้ต้องยอมทำตามคนชนะสั่ง" จิ้นจงค่อยๆอธิบายเกม แต่ในใจก็ยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ หึหึ

    "สั่งอะไรก็ได้ใช่มั้ย ได้ข้ารับคำท้า" โจวอู๋มัวเมากับความอยากที่จะสั่งจนตกหลุมพลางของจิ้นจงอย่างตายสนิท

    เมื่อได้รับคำท้าจากคู่แข่ง จิ้นจงถือโอกาสเป็นคนแรก เขาเอามือจับที่ราวเหล็กรอสัญญาณจากโจวอู๋

    "3.."

    "2.."

    "1.."

    "เริ่ม!!"

    จิ้นจงเริ่มเกร็งแขนและใช้แรงยกตัวเองขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

    1

    2

    3

    4

    5

    .

    .

    .

    .

    28

    "หยุด!" โจวอู๋ตะโกนออกมาเสียงดัง เขายังคงตาค้างอยู่กับความเร็วของเพื่อนตน ความกังวลเริ่มถาโถมเข้ามา ร่างกายที่ไม่แข็งแรงของตนจะสู้ความเร็วที่สูงของเพื่อนตรงหน้าได้จริงหรอ.... ความกังวลทำให้สีหน้าของโจวอู๋สลดลงเล็กน้อย

    "ทำไมหน้าซีดงั้นล่ะ 5555" จิ้นจงถึงกับหัวเราะออกมาอย่างรุนแรง

    "เจ้าขี้โกงนี้หน่าา

    "ข้าโกงอะไรเล่า ไป๊ไปทำต่อเลยไป๊" จิ้นจงส่ายหัวให้กับเพื่อนชายตรงหน้าแล้วปัดมือไล่เขาไป

    "หึยยยย" โจวอู๋แสดงอาการโกรธขึ้นมาเล็กน้อย

    เมื่อโจวอู๋จับราวเหล็กเตรียมเริ่ม เหงื่อเม็ดโตก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้า แววตาที่สั่นกลัวการแพ้ก็มีออกมาเล็กน้อย เขาได้แต่รอฟังสัญญาฯจากเพื่อนตน

    "3.."
    "2.."
    "1.."
    "เริ่ม!!"
    1
    "ฮึ..ฮึบ"
    2
    3
    "ฮึ..ฮึบบ"
    .
    .
    .
    11
    "หยุด!" จิ้นจงตะโกนด้วยใบหน้ายิ้มร่าออกมา แน่นอนว่าเขาคิดไว้หมดแล้ว โจวอู๋ก็เดินตามแผนเข้าอย่างดี หึหึ
    "อ่ะ ข้าแพ้แล้ว เจ้าจะทำอะไรก็ทำ" สีหน้าของโจวอู๋เริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย เสียงที่ดูไม่เต็มใจนักถูกพ่นออกมาจากปากของชายหนุ่มตรงหน้า จิ้นจงถึงกับกลั่นหัวเราะไม่ไหว
    "งั้นข้าขอสั่งให้เข้ายืนเฉยๆแล้วอย่าขัดขืน" จินจงพูดไปพลางเผยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ออกมา โจวอู๋ที่งุนงงกับคำสั่งของจิ้นจงยังคงยืนนิ่งๆอยู่ในจุดเดิม...
    เมื่อจิ้นจงดูจนแน่ใจว่าโจวอู๋ไม่ขยับแล้วก็เดินเข้าไปจับหน้าของโจวอู๋อย่างเบามือแล้วประกบริมฝีปากไปยังริมฝีปากของอีกฝั่ง ดวงตาของโจวอู๋โตขึ้น เขาตกตะลึงในการกระทำของผู้ชายตรงหน้านัก ริมฝีปากของทั้งสองคนบดกันไปมา มือของจิ้นจงก็ลูบไล้ไปตามตัวของเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อตรงหน้าต่อไป
    ส่วนเรื่องต่อไปเกิดอะไรขึ้นปล่อยให้เป็นเรื่องของคนสองคนดีกว่านะ...


    (JX009)


    @Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -23 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -23 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x10
x30
x40
x10
x100
x100
x100
x108
x50
x15
x10
x45
x29
x9
x17
x1
x1
x60
x58
x100
x1
x50
x70
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-4-14 11:48:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย MingLong เมื่อ 2018-4-14 11:50





พักร่าง

วันที่ 1 ตอนที่ 4






    หลังจากที่เสร็จกิจกรรมของคนสองคนที่ลานกีฬา.... อ่าา เราไม่พูดถึงกิจกรรมนั้นดีกว่านะ บัดนี้ร่างของทั้งสองอยู่ในสภาพสมบูรณ์(?) ทั้งสองย้ายร่างของทั้งคู่มายังห้องหนังสือแล้ว ซึ่งการมาห้องหนังสือนี้ จิ้นจงเป็นคนเอ่ยปากชวนโจวอู๋มาเอง การอ่านหนังสือก็เป็นการผ่อนคลายที่ดีนะ...

    "เจ้าอยากอ่านอะไรมั้ย เดี๋ยวข้าหาให้" จิ้นจงถามโจวอู๋ที่นั่งรออยู่ตรงเก้าอี้กลางห้อง

    "เอาอะไรมาก็ได้อ่ะ ข้าอ่านได้หมด" โจวอู๋ตอบปัดไปเพราะตนยังคิดอะไรไม่ออกหลังจากเรื่องราวเสียเพื่อนเมื่อสักครู่...

    "งั้นเล่มนี้แล้วกัน" จิ้นจงเลือกหยิบหนังสือ ลำนำผาฮั่นจง ของเสิ่นหลิงเฮ่านักกวีเลื่องชื่อผู้ประพันธ์บทกวี กลอน ลำนำ และ นิทานต่างๆ จากรูปเล่มคาดว่าคงเป็นหนังสือที่คัดลอกมาจากหอคัมภีร์เป็นแน่แท้ จิ้นจงเลือกที่จะหยิบเล่มนี้ไปอ่าน เพราะจากชื่อผู้ประพันธ์คงเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าไม่น้อยเลย

    จิ้นจงเดินไปนั่งข้างๆกับเพื่อนสนิทที่พึ่งเสร็จจากกิจกรรมมา เขาค่อยๆเปิดอ่านทีละหน้า


ร้อยตำนาน เรียงขับขาน พันพันบท

หมื่นเรื่องเล่า เคล้าน้ำตา ต่างสุรา

ดินเหลืองผา นครา ขุนเขาใหญ่

หุบเหวลึก สร้างตำนาน หมู่ผู้กล้า

คือคำขาน คือตำนานจตุชน


ทั้งพ่อค้า คาราวาน เดินทางไกล
ทั้งกู่ฉิน พิณคู่ใจ นักกวี
อีกสตรี ตาเดียว เลิศเกาทัณฑ์
และชาวยุทธ ผู้กล้า ผ้าพันแผล

เหมันต์จาร สายลมเย็น ยะเยือกจิต
คำรามสิทธิ์ พยัคฆา ก้องหุบเหว
สามผู้กล้า บนเนินผา ไม่รั้งรอ
ส่งวิหค นกเสียงทอง ติดต่อไป


    หลังจากทั้งสองคนอ่านไปได้เพียงไม่กี่บท พวกเขาก็รู้ทันทีว่าหนังสือลำนำบทกวีแบบนี้ไม่เหมาะกับตัวเขาเท่าไหร่ ความสามารถด้านภาษาของทั้งคู่ยังต่ำเกินไป ทั้งคู่จึงเปลี่ยนไปเลือกหนังสือเล่มอื่นมาแทน

    โจวอู๋ไปเจอหนังสือนิทานเรื่อง คราม ของเสิ่นหลิงเฮ่า ท่านหมอน่าจะชื่นชอบนักประพันธ์คนนี้นะเนี่ย มีหนังสื่อของท่านเสิ่นหลิงเฮ่าเยอะเลย โจวอู๋เองไม่เคยได้อ่านบทประพันธ์ใดๆทั้งลำนำ กลอน หรือแม้แต่นิทาน ของท่านเสิ่นเลย เขาจึงหยิบหนังสือเล่นนั้นมาอ่าน



'คราม' คือเรื่องของผีเสื้อแสนงามตัวหนึ่ง....ที่หลงรัก 'มหาสมุทร'         
ห่างจากที่ตรงนี้ไปทางใต้...ข้ามมวลแมกไม้และโขดหินผาสถานที่แห่งนั้นไกลสุดลูกหูลูกตา
มันสูงเสียเกินกำลังแขนน้อยๆ ของเราจะพิชิตได้
ไกล..ออกไปอีก และห่างออกไป ณที่แห่งนั่นปรากฎทุ่งหญ้าเขียวขจี
...สะพรั่งด้วยมวลบุปผางดงามเหลือจินตนา...

พรมบุปชาตินั้นคือสถานที่สาราสัตว์น้อยใหญ่จะใช้พักผ่อนหย่อนใจ
เมื่อเล่าเรื่องผีเสื้อ แน่นอน ! จะขาด 'ตัวเอก' ไปได้อย่างไร ?
   ...ผีเสื้อแสนงามตนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นที่นั่น โน่นไง ในโพรงไม้ใหญ่...
ในยามที่หยาดน้ำค้างร่วงหล่นสีน้ำเงินสดใสก็สะบัดออก....
โปรยละอองพร่างพราวราวกับดาวค้างฟ้า

    โจวอู๋ให้ความสนใจกับนิทานด้านหน้าตนเป็นอย่างมาก เขาหลงไหลในตัวอักษร คำพูดที่กวีถ่ายทอดมาถึงผู้อ่าน มันช่างล้ำลึก แสดงให้ถึงความสวยงามของธรรมชาติ โจวอู๋ตั้งใจอ่านหนังสือต่อเรื่อยๆ

   

   

    ..ครึ่งเค่อ..

    ผ่านไปสักครู่บัดนี้ โจวอู๋พึ่งอ่านนิทานเรื่องครามจบ เขาวางหนังสือลงและเดินไปเปิดหาหนังสืออื่นๆอ่านต่อ สายตาที่สอดส่องมองหาหนังสืออยู่ของโจวอู๋ก็ไปสะดุดกับหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาอ่านมาตั้งแต่เล็กๆ ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ ตอนเด็กด้วยความที่คลุกตัวอยู่กับกุนซือกองทัพก็ทำให้ตนผ่านตำรานี้มาบ่อยครั้ง เขาชื่อชอบในตำรานี้มา เขาหยิบมันขึ้นมาอ่านอีกครั้ง

    เขาค่อยๆเปิดอ่านทีละหน้า ความทรงจำวัยเด็กหวนกลับมาอีกครั้ง...

   
จงสู้รบให้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
- ยามบุก จงบุกให้เหมือนไฟ รุกโหมกระหน่ำให้มอดไหม้ดั่งไฟแผดเผา
- ยามรับ จงนิ่งสงบดั่งภูเขา นิ่งเสียจนศัตรูไม่สามารถล่วงรู้จุดได้
- ยามเคลื่อนทัพ จงเคลื่อนทัพให้รอดเร็ว ไร้ร่องรอยในการสะกดรอยตาม ดั่งสายลมที่เคลื่อนที่เร็วและไร้ร่องรอย


สิ่งที่ผู้ปกครองไม่พึงทำในการยุทธ

1. สั่งรุกในขณะไม่ควรรุก สั่งถอยในขณะที่เป็นต่อได้เปรียบศัตรู ทำให้กองทัพระส่ำระส่าย
2. ไม่เข้าใจในกิจการของกองทัพ สั่งการโดยใช้สามัญสำนึกของตนตามอำเภอใจ ทำให้ขุนพลสับสน
3. ไม่เข้าใจหลักการใช้กลยุทธ์สงครามต่างๆ ไม่เข้าใจในการผสมผสานกองงทหารเหล่าต่างๆ แต่กลับแสดงอำนาจบังคับบัญชา ทำให้ทหารเกิดความไม่แน่ใจ สับสน และลังเล
เมื่อเหล่าทัพตกอยู่ในสภาพลังเล สงสัย สับสน ไม่แน่ใจ ก็เกิดความระส่ำระสายในกองทัพ ศัตรูก็ฉวยโอกาสนี้เข้ากระทำและได้รับชัยชนะ


ปัจจัยสู่ชัยชนะ 5 ประการ

1. รู้ว่าเมื่อใดควรรบ และเมื่อใดไม่ควรรบ
    2.รู้จักการออมกำลัง
    3.ผู้บัญชาการและพลทหารเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
    4. วางแผนและเตรียมการอย่างรอบคอบและดี
    5. มีขุนพลที่มีความสามารถสูงและไม่แทรกแซงผู้มีอำนาจ

โจวอู๋ยังคงหลงไหลกับตำราพิชัยยุทธอยู่จนไม่สามารถหยุดอ่านได้ ความทรงจำวัยเด็กหวนย้อนกลับมา จิตใจเขาผ่อนคลายมาก นี้แหละคือสิ่งที่เราหลงไหลและหลงรักที่สุด...



(JX009)

    @Admin





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +35 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +77 ความหิว -11 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 35 + 800 + 77 -11 + 6

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x10
x30
x40
x10
x100
x100
x100
x108
x50
x15
x10
x45
x29
x9
x17
x1
x1
x60
x58
x100
x1
x50
x70
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-4-14 13:25:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด




พักร่าง

วันที่ 1 ตอนที่ 5






    หลังจากที่โจวอู๋และจิ้นจงตกอยู่ในห้วงมิติแห่งการอ่าน เมื่อทั้งคู่หลุดพ้นจากมิติการอ่านนั้น เสียงท้องของทั้งคู่ก็ร้องออกมา นี้เป็นเวลาอาหารเที่ยงแล้วสินะ ทั้งคู่เดินลากสังขารที่พึ่งหลุดพ้นจากการอ่านมายังห้องครัว

    "เออ เจ้าเห็นท่านหมอบ้างมั้ยน่ะ.." โจวอู๋สงสัย เขาอยากที่จะตรวจอาการอีกสักครั้ง

    "อ่อ หมอจ้าวออกไปตรวจชาวบ้านนอกเมืองน่ะ"

    "งั้นเราทำอาหารเพื่อหมอจ้าวด้วยเลยแล้วกัน เขาน่าจะกับมากินนะ" จิ้นจงพยักหน้าเห็นด้วย

    บัดนี้โจวอู๋และจิ้นจงกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำครัว เครื่องครัวและวัตถุดิบมากมายกองอยู่ตรงหน้าของทั้งคู๋ โดยแมนูที่ทั้งสองคนตกลงว่าจะทำคือ เต้าหู้ทอดทรงเครื่อง ผัดผักใส่กุ้ง หมูย่างเตาถ่าน และข้าวสวยร้อนๆ โดยจิ้นจงที่ความสามารถด้านอาหารต่ำกว่าโจวอู๋นั้นรับหน้าที่เป็นลูกมือไป

    จิ้นจงกำลังค่อยๆแกะเปลือกกุ้งทีละตัวเพื่อใช้ในการทำผัดผัก ส่วนโจวอู๋กำลังเตรียมเตาถ่านสำหรับการย่างหมู

    "เจ้าจะเอากุ้งเยอะมั้ย" จิ้นจงถามขณะที่เอาแขนปาดเหงื่อที่ไหลอยู่บนใบหน้าสีขาวไข่มุกของตน อากาศในห้องครัวทั้งร้อนและอบอ้าว ชั่งเป็นบรรยากาศที่ไม่น่าทำงานเลยสักนิด...

    "เอาประมาณ 10 ตัวก็พอแล้ว ทานแค่ไม่กี่คน" โจวอู๋ตอบกลับในขณะที่กำลังยกถ่านเข้ามาเพื่อเป็นเชื้อไฟให้กับเตา เขาจุดเตาทิ้งงไว้ให้ร้อน ระหว่างรอ โจวอู๋นำหมูมาหมักกับเครื่องเทศ เมื่อเตาร้อนเขาก็นำหมูวางลงไป เสียงช่าของน้ำในหมูที่ถูกความร้อนของเตาทำให้น้ำเหล่านั้นดีดตัว ช่างเป็นเสียงที่เย้ายวนความหิวของทั้งคู่จริงๆ เมื่อหมูด้านหนึ่งสุขได้ที่โจวอู๋ก็พลิกหมูกลับด้าน ซอสสีน้ำตาลเข้มถูกละเลงลงบนเนื้อหมู สีของหมูค่อยๆเข้มขึ้น ส่งกลิ่นหมอไปทั่วห้องครัว

    "อ่ะ นี้กุ้งเสร็จแล้วเดี๋ยวข้าดูเตาให้" จิ้นจงเดินเอาจานใส่กุ้งมาให้โจวอู๋ที่ยืนคุมเตาอยู่

    "ได้ๆ เจ้าระวังไหมนะ กลับอีกสัก 2 รอบ ทาซอสให้ชุ่มๆเลยนะ" โจวอู๋สั่งงานอย่างเป็นขั้นตอนแล้วเดินไปยังกระทะผัดเพื่อเตรียมทำผัดผัก

    "อย่าลืมล้างผักนะ" จิ้นจงเตือนสติเพื่อนตนเอง

    "ได้เลยยย" โจวอู๋ขานรับแล้วนำถาดใส่ผักไปยังอ่างล้าง เขาค่อยๆล้างผักที่จะใช้ผัดทีละต้นๆ อย่างช้าๆเพื่อความมั่นใจในความสะอาด ผักที่เขาจะใช้ในการผัดก็มีบล็อคโครี่ ข้าวโพดอ่อน แตงกวา และ ถั่วลันเตา

    เมื่อล้างผักเสร็จโจวอู๋เดินนำเอาถาดผักกลับไปยังหน้าเตา เขาจุดไฟเตาขึ้นมา รอสักพักจนกระทะร้อนแล้วก็ใส่น้ำมัน ซึ่งโจวอู๋เลือกใช้เป็นน้ำมันจากการเจียวกระทียม รวมทั้งใส่กระเทียมลงไปเพื่อให้กลิ่นที่หอมด้วย เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่แล้วเขาจึงนะกุ้งลงไปผัดในกระทะจนสุก กุ้งสีส้มอ่อนแสดงถึงระดับความสุขที่ไม่มากเกินไป จากนั้นจึงใส่ผักทั้งสี่ชนิดลงไปผัดตาม ผัดจนมีกลิ่นหมอและปรุงรสด้วยเครื่องเทศ ซอสปรุงรส

    โจวอู๋ดับเตาลงและจัดผัดผักใส่จานอย่างสวยงาม ความหน้าทานของอาหารไม่เป็นสองรองใคร กลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้มาลอง



    "ผัดผักเสร็จแล้ว หมูย่างเป็นไงบ้าง" โจวอู๋ตะโกน การที่ได้ทำอาหารทำให้โจวอู๋คึกขึ้นมามากๆ

    "หมูย่างเรียบร้อย ข้าจัดลงจานเรียบร้อย" จิ้นจงส่งจานหมูย่างมาให้โจวอู๋ตรวจสอบ สีเข้มๆของเนื้อหมู บวกกับกลิ่นหมอน่ากินของอาหารมันทำให้ท้องของสองพ่อครัวจำเป็นหิวขึ้นมาอีก



    "จิ้นจงเจ้าไปหั่นเต้าหู้เอาไว้ เดี๋ยวข้าจะเตรียมหุงข้าว" โจวอู๋โยนก้อนเต้าหู้ให้จิ้นจง ซึ่งงจิ้นจงก็รับได้อย่างง่ายดาย เขานำไปวางบนเขียงแล้วหั้นให้เป็นชิ้นเล็กๆสวยงาม

    ในส่วนของโจวอู๋ก็ตั้งหม้อสำหรับหุงข้าว การควบคุมไฟที่ดีก็เป็นอีกหน่งในเทคนิคที่ดีสำหรับพ่อครัว โจวอู๋ซาวข้าวให้สะอาดก่อนและนำข้าวไปหุง โจวอู๋ใช้วิธีการเลี้ยงไฟให้อุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อนจนเกินไป และไม่เบาจนเกินไป หลังจากที่เลี้ยงจนคงที่เขาก็ลุกขึ้นไปเพื่อเตรียมเครื่องสำหรับผัดเต้าหู้ทอดทรงเครื่อง

    โจวอู๋นำเอาผักบุ้งไปล้างทีละต้นเพื่อความสะอาดอย่างช้าๆ ส่วนพริกนั้นเขาหั้นตามเฉียงให้สวยงามและแคะเอาเม็ดพริกตรงกลางออกเพื่อลดความเผ็ดของพริกลง นำหมูที่เหลือมาสับหยาบไม่ละเอียดมาก

    "หั่นเต้าหู้เสร็จแล้ว" จิ้นจงตะโกนบอกมา

    "เอามาเดี๋ยวข้าเอาไปทอด เจ้าไปดูไฟหม้อข้าวไว้อย่าให้แรงไปหรือเบาไป" โจวอู๋รับเต้าหู้มาและสั่งงานให้เพื่อนที่กลายเป็นลูกมือของตนไปแล้ว จิ้นจงเลี้ยงไฟได้ดี กลิ่นข้าวที่ใกล้สุกเริ่มโชยออกมาจากหม้อแล้ว

    ส่วนโจวอู๋นำเต้าหู้ที่จิ้นจงหั่นเสร็จไปทอดในกระทะน้ำมันเดือดๆ ทอดเพียงไม่ถึงนาที เต้าหู้ทอดสีเหลืองทองสวยงามก็ได้ถูกตักออกจากเตา แล้วมาวางซับน้ำมันไม่ให้มันเกินไปไว้



    "ข้าวสุกรึยัง" โจวอู๋ตะโกนถามระหว่างรอน้ำมันสีเหลืองเข้มไหลซึมผ่านไปยังที่ซับ

    "น่าจะได้ที่แล้วมั้ง" จิ้นจงเปิดหม้อข้าวดู ไอน้ำรวมทั้งความร้อนในรูปควันลอยใส่หน้าของชายหนุ่มเต็มๆ

    "งั้นเจ้าตักใส่ถ้วยไว้ 2 ถ้วยเลย" โจวอู๋สั่งงาน จิ้นจงจึงรีบเดินไปเอาทัพพีตักข้าวและถ้วยมาเพื่อตักข้าว โจวอู๋ค่อยๆตักข้าวอัดลงในถ้วย เม็ดข้าวเรียงกันอัดแน่นแทบไม่มีช่องว่าง เขาตักจนข้าวพูนถ้วย



    โจวอู๋เมื่อเห็นข้าวพร้อมแล้วจึงเดินไปยังเตาเพื่อเตรียมผัดเต้าหู้ทรงเครื่อง โจวอู๋เตรียมอุปกรณ์ต่างๆอันได้แก่ กระทะก้อนลึก ตะหลิวและวัตถุดิบต่างๆ

    "ข้าไปจัดโต๊ะอาหารรอนะ" จิ้นจงกล่าวถามผู้เป็นเหมือนหัวหน้าพ่อครัว

    "ไปจัดเลยๆ เตรียมเครื่องดื่มด้วยล่ะ" โจวอู๋สั่งงานขั้นถัดไป

    "เอาอะไร ชาหรือสุรา" จิ้นจงหยุดแล้วยืนถามความต้องการ

    "ชาก็ได้ สุราน่าจะไม่ดีกับคนป่วย"

    จิ้นจงพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้และเดินออกไปเพื่อจัดโต๊ะอาหารต่อไป



    (JX009)



    @Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หลี่ซื่อชุนชิว
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กราดิอุสทอง
ม้าขาวเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x10
x30
x40
x10
x100
x100
x100
x108
x50
x15
x10
x45
x29
x9
x17
x1
x1
x60
x58
x100
x1
x50
x70
x13
x50
x6
x80
x10
x6
x108
x60
x30
x104
x36
x50
x30
x100
x60
x117
x20
x30
x1
โพสต์ 2018-4-14 14:21:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด


วันที่ 1 ตอนที่ 6