ดู: 626|ตอบกลับ: 20

{ ด่านอี้เหมินกวน } โรงเตี๊ยมเหม่ยเจิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-18 01:31:12 |โหมดอ่าน
โรงเตี๊ยมเหม่ยเจิน


[ ด่านอี้เหมินกวน ]

โรงเตี้ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี้ยมแห่งแรกในด่านอี้เหมินกวน
จึงมักเป็นสถานที่ที่นักเดินทางและเหล่าพ่อค้าจากเเดนไกลใช้เป็นที่สำหรับพักผ่อน ดื่ม กิน อาหาร
หลังจากที่ร่อนแรมอยู่ในทะเลทรายมาอย่างยาวนาน
จึงทำให้โรงเตี้ยมแห่งนี้มีเหล้าชั้นดีจากทางของฝั่งต้าฮั่นและเหล้าของชาวนอกด่าน

เพื่อที่จะได้ส้รางความพึงพอใจให้กับผู้คนจากทั้งสองฝากฝั่ง
และโรงเตี้ยมแห่งนี้มักจะมีคนจากชาวนอกด่านเข้ามาทำกิจกรรม
ร้องรำทำเพล งอยู่ที่ค่ำคื่น เพื่อสร้างความบันเทิงแก่ทุกคนที่มาพัก




ชื่อกิจการ : โรงเตี๊ยมเหม่ยเจิน
เจ้าของกิจการ : สวี่ จินรั่ว
เวลาปิดบริการ : ตลอด 24 ชั่วโมง
ประเภทร้าน : บริการอาหาร-ขนม, สุรา-น้ำชา, เสียงดนตรี และ ที่พัก
ประทับตราโดย : แม่ทัพรักษาด่านอี้เหมิน


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

89

กระทู้

1013

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
74485
เงินตำลึง
252522
ชื่อเสียง
59727
ความหิว
2639

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1451
ความชั่ว
532
ความโหด
788
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-3-18 02:52:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องราวที่ 3 บุญคุณ-ความแค้น
   
     เช้าวันใหม่หลังจากที่จางฝูต้องนอนพักค้าคืนที่้านร้างกลางทะเลทรายต่ออีกแทนที่ตอนนี้เธอน่าจะได้เตรียมซื้อข้าวหรือนอนพักสบายๆในโรงเตี้ยมในอี้เหมินกวน อันเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่าเฟยเทียนดันหลับยาวไม่ยอมตื่น เธอจึงจำใจต้องนอนพักต่ออีกคืนและทำให้การเดินทางกลับบ้านของเธอล้าช้าไปอีกวัน แต่นั้นก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ละนะ เธอเองก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเฟยเทียนหรอก มันทั้งต้องเดินตากแดด แบกเธอแล้วยังต้องลากรถที่บรรทุกของเยอะแยะอีก การให้มันได้พักผ่อนเติเต็มพลังงานที่เสียไปก็นับว่าเป็นเรื่องที่ในฐานะเจ้านายต้องกระทำและทำใจยอมรับ


    “เป็นอย่างไรบ้างเฟยเทียน นอนเต็มอิ่มแล้วสิ” จางฝูที่เดินออกมาจากบ้านร้างเอ่ยแล้วเดินไปกวัดน้ำในบ่อขึ้นดื่มแล้วล้างหน้าล้างตาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวก่อนที่จะหยิบผ้าขึ้นมาโพกหัวและปิดหน้าเพื่อป้องกันฝุ่นทราย


    แปร๊นน(หลับเต็ม พร้อมเดินทางต่อเจ้านาย)


    “คึกขนาดนี้ก็ไปกันเถอะ” เมื่อเห็นว่าเจ้าเฟยเทียนพร้อมสำหรับการเดินทางต่อแล้วนั้นเธอจึงค่อยๆปีนขึ้นไปปบนตัวเจ้าเฟยเทียนแล้วจัดการผูกเชื่อกสำหรับเทียบรถลากกับตัวเจ้าเฟยเทียน เมื่อสำรวจดูความเรียบร้อยเสร็จจางฝูก็ออกเดินทางต่อในทันที เนื่องจากเวลานี้ยังเช้านักทำให้อากาศในทะเลทรายนี้ไม่ร้อนมากนักเหมือนดั่งตอนกลางวัน แต่ว่าคงอีกไม่นานหรอก


    จางฝูยังคงร่อนแรมเดินทางอยู่กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุโดยที่เป้าหมายเมืองที่เธอจะไปก็คือเมืองอี้เหมินกวนที่เธอเคยไปมาเมื่อก่อนหน้านี้เพียงแต่เธอไม่ได้เข้าเมืองแต่เลี่ยงเมืองไปยังหมู่บ้านแมวอสูรแทน พอนึกย้อนไปก็อดคิดถึงท่านยายไม่ได้เห็นทีหลัจากเสร็จธุระที่ตัวเมืองบางที่เธออาจจะแวะไปเยียมเยี่ยนท่านยายเสียหน่อย ไม่รู้ว่าป่านนี้ที่หมู่บ้านนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่จากที่ได้ยินมาก็เห็นบอกมีคนเริ่มเข้าไปให้ความช่วยเหลือที่หมู่บ้านอยู่อีกทั้งที่อี้เหมินกวนก็ยังมีการประกาศเรี่ยรายเงินจากพวกพ่อค้าแม่ขายไปซื้ออาหารไปให้พวกแมวในหมู่บ้านอีก บางทีอีกไม่นานหมู่บ้านนั้นอาจจะถูกท่านการเข้าไปฟื้นฟูแล้วและพวกผู้คนก็กลับเข้าไปอยู่อาศัยแบบเมื่อครั้งในอดีตอย่างที่ท่านยายเลยเล่าให้เธอฟังก็เป็นได้


    “พวกเราเร่งไปกันเถอะเฟยเทียน ข้าว่าอีกไม่ไกลก็นน่าจะถึงด่านอี้เหมินกวนแล้วละนะ”จางฝูเอ่ยแล้วลูบหัวเฟยเทียนเบาพรางมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่ถูกปูไปด้วยพรมสีทรายทอดยาวไปจนสุดเส้นขอบฟ้าราวกับว่าในโลกขอเธอตอนนี้นั้นมีเพียงแค่พี่ฟ้าจากท้องฟ้าเบื้องบนและน้ำตาลจากพื้นทรายเบื้องล่าง


    การเดินทางยังคงดำเนนินไปเรื่อยๆเฉกเช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ที่ค่อยเคลื่อนมาตรงกลางศรีษะบ่งบอกว่านี่คือเวลเที่ยงวัน แต่ทางจางฝูเองเธอยังไม่เห็นแม้ยยอดกำแพงเมือง หรือเธอจะมาผิดเส้นทางกันนะ ถ้าเป็นเช่นงั้นมันต่องแย่เอามากๆเป็นแน่ หรือบ้างที่เธอควรจะหาที่หยุดพักก่อนดีรอจนแดดร่มแล้วจึงค่อยเดินทางต่อ


    หลังจากที่ลังเลอยู่ช่วงหนึ่งจางฝูจงตัดสินใจที่จะมองหาโขดหินใหญ่เพื่อใช้หลบแดดยามเที่ยงวันที่ช่างร้อนแรงจนเธอเริ่มที่จะแสบผิวขึ้นมาไม่ต้องนับเฟยเทียที่กำลังเดินอยู่บนทรายที่อมความร้อนจากแสงแดดเลยว่าเจ้าเฟยเทียนจะร้อนและทรมาณขนาดไหน


    “เฟยๆทีตรงนั้นมีร่มเราไปพักหลบแดดกันก่อนเถอะ” จางฝูเอ่ยแล้วชี้ไปใต้ก้อนหินสองก้อนใหญ่ที่ตั้งตะหง่านซึ่งหินก้อนหนึ่งนั้นเอียงมาซบกับหินอีกก้อนจะเกิดเป็นร่มขนาดใหญ่ เฟยเทียนเมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านายสาวก็เดินตรงไปยังหินสองลูกนั้นในทันทีก่อนที่มันจะย่อตัวให้เจ้านายสาวลงก่อนแล้วมันจึงค่อยเดินเข้าไปหลบแดดที่ใต้ร่มเงา


     จางฝูเองก็เดินเข้าไปนั่งพักที่ใต้ร่มหินก่อนจะมองไปยังด้านนอกที่แดดจ้าจนทำเอาเธอออดแสบตาไม่ได้ จะมีพวกที่สบายก็คงเป็นพวกที่เอาแต่นอนกันอยู่แต่ในรถเทียบนี่ละนะ ดีจริงๆไม่ีโผล่หน้าออกมาสักตัว จางฝูนั่งคิดในใจอย่างหั่นไส้เจ้าพวกสามแสบที่แทบไม่โผล่หัวอกมาจากรถลากกันเลย แม้ในยามดึก ดูท่านในรถนั้นคงเย็นสบายอีกทั้งยังมีของให้กินระหวางทางกระมั้งถึงได้ไม่เห็นหัว


    ในระหว่างที่จางฝูกับลังนั่งคิดอะไรเพลินพลันเธอก็ได้ยินเสียงแปลกๆดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงอุทาน ซึ่งถ้าเดาคงไม่พ้นพวกพ่อค้า เพียงแต่เหตุใดจึงต้องอุทานลั่นขนาดนั้น แม้ว่าเธอไม่ไรู้ว่าเขาอุทานอะไรมามั้งก็เถอะ


    “เฟยเทียนรอนี่แปบนั้นเดี๋ยวข้าจะไปดู เพื่อมีคนต้องการความช่วยเหลือ” จางฝูเอ่ยก่อนที่ใช้หยิบผ้ามาโพกศรีษะแล้วเดินอ้อมไปทางด้านหลังก้อนหิน ดวงตาสีน้ำตาลของหญิงสาวกวาดมองไปรอบบริเวณก่อนจะพบกับรถม้าคันหนึ่งบนเนินทราย เพียงแต่เจ้ารถม้าคันนั้นมันกลับมีบางอย่างที่แปลกไป มันเอียงกระเท่เร่ไปข้างขวา และที่ตรงนั้นก็มีร่างของชายที่ดูแล้วน่าจะเป็นเจ้าของรถม้าคันนั้นกำลังเดินวนไปวนมา ก้มๆเงยอยู่ที่บริเวณล้อรถม้าอย่างกระวนกระวาย ดูท่าแล้วท่าจะมีปัญหาจริงๆสินะนั้น จางฝูที่มองดูอยู่พักใหญ่ตัดสินใจเดินตรงไปยังรถม้าในทันที


   “เอ่อ รถเป็นอะไรรึเจ้าค่ะ ข้าเห็นท่านเดินวนไปวนมา ก้มๆเงยๆอยู่พักหนึ่งแล้ว อ้อ ข้าก็เป็นนักเดินทางเจ้าค่ะ ข้าอยู่ตรงโขดหหินตรงนั้น” จางฝูที่เห็นท่าทางเหวอของชายเจ้าของรถม้าก็เอ่ยออกมาก่อนจะชี้ไปทางหินให่สองก้นที่ก่อนหน้านี้เธอใช้เป็นที่พักหลบแดด


    “อ้อเช่นนั้นเอง ล้อรถม้าข้ามันพังน่ะขอรับ” เขาเอ่ยแล้วมองไปยังล้อรถข้างหนึ่งที่หักพังเสียงจนไม่น่าที่จะซ่อยแซมได้


    “ก็รู้อยู่ว่ามันจะไม่ไหว แต่กะไว้ว่าไปถึงอี้เหมินกวนก่อนแล้วถึงค่อยเปลี่ยนแต่ไม่คิดว่ามันจะมาพังเร็ว อีกทั้งยังระหว่างทางเช่นนี้น่ะขอรับ”เขาเอ่ยต่อก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งกุมหัวก่อนจะขยี้ไปมาอย่างงหัวเสีย จนผมที่เขามัดไว้นั้ยยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง


    “แบบนี้แย่เลยนะเจ้าค่ะ”จางฝูที่มองสภาพรถม้าและชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจ ถ้าหากอยู่ใกล้ตัวด่านคงไม่คิดมาเท่าไหร่แต่นี้ต้องเดินไปอีกเกือบๆลี้ถึงจะไปถึงหน้าด่าน


    “ใช่แล้วแย่มากๆเลยขอรับ ของข้าที่ขนมา อีกทั้งนี่ก็ใกล้เวลานัดติดต่อเจรจาด้วย หากไปไม่ทันมีหวังข้าโดนเถ้าแก่ฆ่าแน่ๆเลยขอรับ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับกำลังจะร้องไห้พร้อมกับค่อยๆทรุดตัวลงนั่งพิงรถม้าอย่างคนหมดเรี่ยวเเรง


    “เช่นนั้นใช้รถลากของข้าไหมเจ้าค่ะ ข้าเองก็จะไปที่อี้เหมินกวน ถ้าไม่รังเกียจ”จางฝูเอ่ยก่อนจะค่อยทรุดตรงลงนั่งยองๆตรงข้ามชายหนุ่มพร้อมยิ้มหวานส่งให้ชายหนุ่นก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนก่อนจะวิ่งกลับไปทางโขดหินสองก้อนที่เธอใช้เป็นที่พักหลบแดด โดยมีชายหนุ่มนั่งมองตามไปก่อนค่อยเผลอรอยยิ้มออกมาบางๆ พร้อมกับเสียงร่ำร้องในใจที่ร้องตะโกนดังว่าเขานั้นรอดแล้ว


    จางฝูที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมาที่โขดหินเรียกสายตาจากเจ้าเฟยเทียนที่กำลังยืนพิงก้อนหินพักอยู่ให้หันกลับมามองก่อนจะร้องออกมาโโยที่ในงวงของมันนั้นชูผลไม้ที่เอามาจากหลังรถมากินอย่างเอร็ดอร่อย


   แปร๊นน(เจ้านายมาแล้ว)


   “ข้ากลับมาแล้ว เราไปเถอะ มีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยหน่อยเฟยเทียน” จางฝูเอ่ยก่อนจะเดินไปดึงงวงเฟยเทียนให้เดินตามเธอออกมาจากใต้ร่มหินแล้วเดินอ้อมไปอีกทางเพื่อพาเจ้าเฟเทียนไปหาชายหนุ่มที่เธอตัดสินใจที่จะช่วยเขาขนข้าวของไปยังอี้เหมินกวน


   ชายหนุ่มที่เห็นหญิงสาวเดินกลับมาพร้อมกับชายเผือกก็ถึงกับนิ่งอึ้งตะลึงไปพักใหญ่ๆเพราะไม่คิดว่าหญิงสาวร่างบางแบบนางจะขี่ช้างแถมยังเป็นช้างเผือกที่หายากอีกทั้งยังตัวใหญ่ขนาดนี้ไปไหนมาไหนอีก


   “แม่นางช้างท่านรึขอรับ”ชายหนุ่มมองช้างเผือกตรงหน้าไม่วางตา ราวกับว่าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตอย่างไงอย่างงั้นแหละ ทำเอาจางฝูที่ยืนมองท่าทีของชายหนุ่มถึงกับอดยิ้มขำๆออกมาไม่ได้ ก่อนจะหันไปลูบที่งวงของเจ้าช้างเผือกเบาๆ


    “ช้างข้าเอง ชื่อเฟยเทียนเจ้าค่ะ ว่าแต่จะเริ่มขนย้ายของเลยไหมเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยแล้วมมองไปยังรถม้าเพื่อเป็นเชิงถามชายหนุ่ม เพราะเห็นว่าชายหนุ่มนั้นยังตะลึงไม่หายเสียที  จะตกใจอะไรนักหนาก็แค่ช้างเผือกเอง ที่ๆเธอไปในต้าฮั่น ยังไม่เห็นมีใครตกใจปานนี้เลย


   “อ่ะ จริงด้วยขอรับ เวลานัด” ชชายหนุ่มที่พึ่งได้สติเอ่ยขึ้นอย่างตกใจก่อนจะรีบวิ่งไปที่หลังรถม้าแล้วหยิบเอาหีบของมากมายลงมาจากรถโดยมีจางฝูเป็นคนช่วนขนของลงมากองที่พื้นแล้วจึงค่อยขนไปใส่ที่หลังรถของเทียบช้างของเธอแทน


    “อ้ากก”


    โครมม!!!


    ในขณะที่จางฝูกำลังขนม้วนผ้าเพื่อนำไปใส่ที่หลังรถก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆชายหนุ่มนั้นก็ร้องแหกปากออกมาตามด้วยเสียงข้าวของที่ร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังจนจางฝูต้องรีบวิ่งไปดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก่อนจะถึงบรรลุเมื่อเห็นร่างของทั้งงู นกฮูกและจระเข้ นอนเรียงรายกันอยู่เต็มหลังรถก่อนจะยิ้มแห้งๆแล้วหันหลับไปมองร่างของชายหนุ่งที่นั่งกองอยู่ที่พื้น

    “เอ่อ เจ้าพวกนี้สัตว์เลี้ยงข้าเองเจ้าค่ะ ไม่ต้องกลัวมันกัดนะเจ้าคะ”


    “ห๊าาาา!!!”
   
     หลังจากที่จางฝูและชายหนุ่มจัดการกับปัญหาสัตว์นอนยึดที่บนรถและจัดการย้ายของจากรถม้าของชายหนุ่มมาที่รถเทียบช้างของเธอเป็นที่เรียบร้อย ชายหนุ่มก็เดินไปขึ้นม้าที่เข้าปลดตัวล่ามม้ากับรถลากออกก่อนจะขึ้นไปนั่งบนหลังม้าอย่างชำนาญส่วนจางฝูเองก็ปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังเฟยเทียนเช่นเดิมก่อนที่ทั้งสองจะออกเดินทางเพื่อไปยังอี้เหมินกวนด้วยกัน


    “เอ่อ แม่นางท่านจะไปทำอะไรที่อี้เหมินกวนรึขอรับ” ชายหนุ่ยเงยหน้าขึ้นมองหญิงพร้อมกับเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่หญิงสาวบอบบางตัวคนเดียวจะรอนแรมมากลางทะเลทรายเพื่อติดต่อค้าขาย และเป็นไปไม่ได้หนักถ้าจะบอกว่ามาเดินเล่นในทะเลทรายที่สภาพอากาศโหดร้ายแบบนี้


    “ข้าจะกลับบ้านที่ต้าหว่านน่ะ แต่จะแวะพักที่อี้เหมินกวนเพื่อซื้อเสบียงเพิ่มน่ะเจ้าค่ะ” จางฝูเอ่ยแล้วมองไปทางด้านหน้าที่เห็นประตูทางเข้าด่านอี้เหมินกวนอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่แล้วก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่ม


    “แล้วท่านนัดเจรจาที่ไหนเจ้าคะ”


    “ที่โรงเตี้ยมน่ะ” ชายหนุ่มตะโกนตอบก่อนจะจับบังเหียนม้าให้เร่งจังหวะเดินตามช้างเผือกของหญิงสาวไป


    “โรงเตี้ยมหรอเจ้าค่ะ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ งั้นไปกันเลยนะเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยก่อนจะตบหัวเฟยเทียนให้สัญญาณว่าให้เร่งจังหวะในการเดินขึ้น เพื่อที่ว่าพวกเธอจะได้ไปทันนัดเจรจางานของชายหนุ่มและบางทีที่เธออาจจะเเวะพักที่อี้เหมินกวนนี้สักคืนแล้วจึงค่อยเดินทางต่อ


    เมือจางฝูและชายหนุ่มเข้ามายังด่านอี้เหมินกวนได้ก็พากันตรงดิ่งไปยังโรงเตี้ยมที่ใช้เป็นสถนานที่ที่ใช้นัดหมายในการเจรจาการค้ากันอย่างเร่งรีบ เพราะอีกไม่นานก็จะถึงเวลานัดตามที่อยู่ในหมายกำหนดแล้ว จางฝูหันไปเอ่ยกับชายหนุ่มที่ขี่ม้าอยู่ที่เบื้องล่างเมื่อดูท่าว่าหากมั่วแต่เดินตามกันไปเช่นนี้คงไม่ทัน สู้ให้ชายหนุ่มไปรับหน้าแทนก่อนหน้าจะดีกว่า


“นี่ท่านน่ะ รีบไปที่โรงเตี้ยมก่อนเถอะ ส่วนของเดี๋ยวข้าจะตามไปทีหลัง ถ้ามั่นแต่เดินตามกันข้าเกรงว่าจะไปไม่ทันนัด”


   “เป็นความคิดที่ดีมากเลยแม่นาง งั้นข้าขอล่วงหน้าไปรับหน้าที่โรงเตี้ยมก่อน อ้อ โรงเตี้ยมจะอีกไม่ไกลเท่าไหร่ ห่างจากที่อีกจากที่นี่ราวสองสามช่วงอาคาร ตรงหัวโค้ง ข้าไปก่อนละแม่นาง” ชายหนุ่มเอ่พร้อมกับบอกเส้นทางเพื่อไปยังโรงเตี้ยมก่อนที่ตัวของเขานั้นจะควบม้าวิ่งไปตามเส้นทางในเมืองเพื่อที่จะไปรับหน้าคู่เจรจาที่จะทำการค้าด้วยในครั้งนี้ก่อน   


   “เราก็ไปกันเถอะ”จางฝูมองงร่างของชายหนุ่นที่ควบม้านำออกไปก่อนที่ก้มลงมองเฟยเทียนแล้วเอ่ยออกมาพร้อมกับร่างของช้างเผือกที่ค่อยๆเดินเคลือนไปตามเส้นทางภายในด่านอี้เหมินกวนอย่างไม่เร่งรีบมากนัก เพราะยังไงเสียดูแล้วเธอก็ไปทันอยู่แล้วละนะ อีกอย่างหากมาเดินจ้ำๆในพื้นที่ชุมชนคงไม่วายไปโดนข้าวของชาวบ้านเข้าเสียหายเป็นแน่


    ที่นี่ถึงแม้จะอยู่ท่านกลางทะเลทรายแต่ก็มีข้าวของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตอย่างเช่นพวก พืชผักผลไม้ น้ำมาขายกันเสียเต็มไปหมด ช่างน่าแปลกใจนักที่กลางทะเลทรายแห้งแร้งแบบนี้เหตุใดจึงได้มีของสดๆพวกนี้มาขายได้ คนปลูกต้องเก่งมากถึงขนาดปลูกผักพวกนี้กลางทะเลทรายได้


    จางฝูเเละเฟยเทียนผ่านท้องถนนและร้านค้ามากมาในด่านจนในที่สุดเธอก็มาถึงที่โรงเตี๊ยมที่ที่เธอชายหนุ่มนั้นล่วงหน้ามาก่อนโดยที่เธอนั้นให้เฟยเทียนนั้นไปพักที่คอกพักสัตว์ของโรงเตี้ยมกอนแล้วจึงค่อยเดินเข้าไปด้านในร้าน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวเข้าไปด้านในร้าน เสียงโหวกเหวกโวยวายก็ดังรอดออกมา โดยหนึ่งในเสียงโวยวายนั้นก็เป็นที่เสียงของชาหนุ่มที่เธอให้ล่วงหน้ามาก่อนนั้นเอง เธอไม่รอช้าที่เดินเข้าไปด้านในโรงเตี้ยมทันที ร่างของชายหนุ่มที่เธอให้ล่วงหน้ามาก่อนในตอนนี้ก็กำลังร่างของชายสามคนที่แต่งตัวแปลกยืนล้อมอยู่


    “ข้าบอกแล้วถ้าไม่เห็นของก็ไม่ตกลง เสียเวลาจริงๆ”ชายหนึ่งในสามเอ่ยแล้วหรี่ตามองร่างของชายหนุ่มอย่างหงุดหงิดและโกธรเคือง


    “สินค้ามีแน่นอนขอรับ ได้โปรดรออีกสักนิดเถอะขอรับ” ชายหนุ่ม เอ่ยพร้อมกับค่อยทรุดตัวลงจับชายเสื้อของชายคนที่เอ่ยย ดูแล้วชายคนนั้นคงจะเป็นหัวหน้าในการเจรจาครั้งนี้สินะ


    “รอรึ เจ้าให้ข้ารอ เสียเวลาค้าขาย จะไปไหนก็ไปหรือถ้าไม่ได้ เฮ้พวกแก ลากมันไป”ชายคนเดิมเอ่ยก่อนที่ชายลูกน้องอีกสองคนนั้นพุ่งเข้าไปลากตัวของชายหนุ่มที่เกาะชายเสื้อเจ้านายให้ออกไป จางฝูที่ได้ยินดังนั้นเธอก็รีบเดินตรงไปยังทั้งสามโดยทันที


    “หยุดนะ แค่ช้านิดช้าหน่อยถึงกับต้องลากกันออกไปอย่างหมูอย่างหมาอย่างนี้เลยรึเจ้าค่ะ” จางฝูตะโกนขึ้นก่อนจะเดินผ่านร่างชายคนนั้นไปแล้วพลักอีกสองคนให้ออกไปห่างๆชายหนุ่มก่อนจะค่อยพยุงร่างของชายหนุ่มนั้นให้ขึ้นมายืนดังเดิม


    “ค่าเสียเวลามันแพงนะแม่นาง ไม่ทราบว่าแม่นางเจ้าเป็นใคร มายุ่งอะไรกับการเจรจาของเรา” ชายคนเดินเอ่ยพรางหรี่ตามองจางฝูก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาอย่างถูกใจหญิงสาวใจกล้าร่างบางคนนี้


    “เจรจารึจะลากไปซ้อมกันแน่” จางฝูบ่นออกมาก่อนจะถูกมือของชายหนุ่มนั้นกระตุกที่แขนเสื้อเบาๆแล้วมองเธอด้วยสายตาละห้อย  จางฝูถอนใจออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะหันไปมองชายอีกคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม


    “จะดูสินค้าไม่ใช่หรอ ตามมาสิ”จางฝูเอ่ยก่อนที่จะเดินนำออกไปจากโรงเตี้ยมเเล้วตรงไปยังคอกพักที่เธอให้เฟยเทียนไปรออยู่และให้เจ้ามีมี่ลงไปซ่อนที่อื่นก่อนเพื่อที่จะไม่ให้มีคนตกใจกลัวมันตอนเปิดผ้าคลุมมาเจออีก   จางฝูเดินมาหยุดที่รถเทียบก่อนที่จะเลิ่กผ้าออกเพื่อให้ชายคู่เจรจามาตรวจดูสินค้าของชายหนุ่ม ซึ่งดูแล้วชายคนนั้นก็มีท่าทีพอใจกับสินค้าอยู่พอสมควร นั้นเรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเธอได้มากเลยที่เดียวซึ่งผิดกับเธอที่ยืนหน้ามุ่ยอย่างไม่ค่อยชอบจนักอนู่ข้างๆแทน


    “ผ้าเนื้อดีมาก อีกทั้งลายก็จัดว่ากำลังเป็นที่นิยม ข้าจะทำสัญญาซื้อขายกับร้านของเจ้า” ชายคนนั้นว่างผ้าในมือลงก่อนจะหันกลับไปมองชายหนุ่มยิ้มแล้วพันไปหาลูกน้องให้นำสัญญาไปตกลงไปมอบให้พร้อมกับถุงเงินจำนวณหนึ่งให้กับชายหนุ่มไว้ และสั่งให้อีกคนขนของในรถเทียบไปขึ้นรถม้าของเขาที่เตรียมไว้ ก่อนที่ชายคนนั้นจะหันกลับมามองที่จางฝูยิ้มๆ ซึ่งเธอก็เพียงแค่เหยียดย้มมุมปากตอบไปแค่เล็กน้อยก่อนจะหันไปเอ่ยกับชายหนุ่มข้างๆ


   “นี่ข้าไปพักก่อนนะ” ว่าจบเธอก็เดินไปหยิบสัมภาระของเธอพร้อมกับเจ้าพวกแสบทั้งสามเดินกลับเข้าโรงเตี้ยมไปโดยมีชายหนุ่มนั้นยืนมองงงๆตามไป แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถาม คงเเต่ต้องปล่อยให้หญิงสาวไปพักสงบสติอารมณ์ส่วนเขาก็ทำได้เพียงช่วยลูกน้องของชายคนนั้นขนของ้ายไปไว้ที่รถม้าจนกว่าจะหมด


   ฟ่ออ(เจ้านายไม่รอเขาหรอ)ลู่ฉีที่โผล่หัวออกมาจากห่อผ้าร้องถามขึ้นมาเบาก่อนที่จะค่อยเลื้อยขึ้นไปพันที่รอบแขนของเจ้านายสาว


    “อะไรหรอลู่ฉี อืม เราไปจองห้องกันก่อนดีกว่าเนอะจะได้นอนพักกัน” จางฝูก้มมองลู่ฉีก่อนที่จะเดินเข้าโรงเตี้ยมไปเพื่อที่จะไปจ้องห้องพักสำหรับที่เธอจะใช้พักผ่อนสำหรับค่ำคืนแห่งนี้ แล้วต่อจากนี้จะทำอะไรต่อก็คงต้องมาคิดเอาที่หลังละนะ และหวังว่าระหว่างที่เธอไม่รู้ดูชายหนุ่มนั้นจะไม่โดนเจ้าพวกนั้นรุมแกล้งอะไรอีกนะ ไม่เข้าใจเลยทำไมพวกพ่อข้าถึงได้เห็นแก่ประโยชน์ขนาดนี้ พอเห็นของก็ตาวาว


   “เฮ้ออ ตอนพ่อข้าค้าขายไม่เห็นเป็นเลย”


@Admin


แสดงความคิดเห็น

( เรื่องราว 3 จะมาพรุ่งนี้ )  โพสต์ 2018-3-18 03:02

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -26 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -26 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x56
x2
x10
x42
x162
x1
x25
x102
x1
x46
x8
x46
x28
x18
x120
x2
x60
x90
x1
x20
x37
x42
x36
x784
x1
x2
x106
x110
x110
x130
x3824
x369
x150
x81
x36
x30
x20
x22
x4
x111
x338
x2
x9264
x10
x110
x1
x4
x10
x1
x2
x131
x1
x185
x62
x2455
x6
x3
x35
x1
x1
x75
x1400
x8
x150
x65
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x342
x135
x60
x95
x1
x108
x7
x26
x90
x1
x3
x39
x3
x29
x2
x3
x74
x3
x1000
x60
x29
x4
x91
x50
x100
x2
x15
x1075
x3
x30
x18
x68
x64
x32
x1562
x102
x180
x5
x117
x4
x2
x284
x666
x77
x139
x64
x99
x44
x888
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x337
x780
x456
x26
x39
x127
x352
x527
x209
x92
x98
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x110
x141
x669
x473
x811
x660
x131
x71
x3203
x521
x20
x3
x1213
x40
x130
x1210
x7
x35
x3444
x1850
x3900
x4990
x6
x15
x40
x20
x41
x81
x377
x1

89

กระทู้

1013

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
74485
เงินตำลึง
252522
ชื่อเสียง
59727
ความหิว
2639

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1451
ความชั่ว
532
ความโหด
788
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-3-18 21:37:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องราวที่ 3 บุญคุณ-ความแค้น  (ต่อ)
      จางฝูเดินเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องเป็นที่เรียบร้อยและเตรียมตัวที่จะลงไปเดินหาซื้อข้าวของสำหรับเตรียมการเดินทางต่อของตัวเองในวันพรุ่งนี้ แต่เนืองด้วยสภาพเธอตอนนี้มันเหนียวตัวและเต้มไปด้วยฝุ่นทราย เห็นคงต้องกัดการล้างเนื้อล้างตัวเสียก่อนละนะ เธอหันเดินไปหยิบเอาเสื้อผ้าของตัวเองแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที่ แต่ไม่นานนักก็เดินออกมา ในตอนนี้เธออยู่ในชุดสีอ่อนตามปกติที่เธอชอบใส่ เพียงแต่เตรงชายแขนเสื้อที่เธอมักจะใส่แบบเป็นชายระบายเปลี่ยนเป็นชายแขนเสื้อทรงประบอก เพื่อที่มันจะได้ไม่รุ่มร่ามมากและเพื่อตกกันฝุ่นทรายที่จะปลิวเข้ามาอีกด้วย  ส่วนประโปรงก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นกางเกงที่ยาวปิดลงไปถึงในรองเท้า เพื่อที่เวลาเดินพวกดินจะได้ไม่มีเลอะชุดของเธอ  เธอหมุนตัวไปมาอยู่หน้ากระจกเพื่อตรงดูความเรียบร้อยของตัวเองก่อนที่จะหันไปมองเจ้าแสบทั้งสามที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียง

   “พวกเจ้าจะไปตลาดกับข้าไหม”

   ฮูกก(ไม่ไป ร้อน ฮุ่ยจะนอนอยู่ที่นี่) ฮุ่ยจื่อร้องอออกมาก่อนที่จะล้มตัวลงนอนแหมะกางปีกยกขาชี้ฟ้าอยู่บนเตียงนุ่มๆ

    ฟ่ออ(ไปเจ้านาย)ลู่ฉีร้องขึ้นพร้อมกับเลื้อยไปหาเจ้านายสาวที่เดินมายืนรอกพวกมันอยู่ที่ปลายเตียง

    ฟ่ออ(นอนเป็นเพื่อฮุ่ย เจ้านาย) ลู่จิวร้องก่อนจะเลื้อยไปนอนขดข้างๆฮุ่ยจื่อเพื่อบอกเป็นนัยๆว่ามันเองก็จะนอนอยู่ที่โรงเตี๊ยมเช่นเดียวกับฮุ่ยจือ

   “อืม มีแค่ลู่ฉีสินะ งั้นเราไปกันเถอะลู่ฉี ข้าจะซื้อของอร่อยๆให้เจ้ากินตัวเดียวเลย”จางฝูเอ่ยก่อนจะย่อตัวลงไปอุ้มลู่ฉีแล้วส่งมันให้เลื้อยขึ้นมาพันอยู่รอบๆคอเธอแทนพร้อมกับร่างบางของจางฝูที่หันหลังเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเจ้างูตัวน้อยสีขาว

    จางฝูที่เดินลงมาที่ด้านล่างโรงเตี้ยมหันไปมองรอบๆเพื่อมองหาชายหนุ่มแต่ดูเหมื่อนว่าเขาจะไม่ได้อยู่ที่นี่เสียแล้ว ถ้าเดาคงจะไปขนของอยู่หรือไ่ก็ไปหาซื้อดูรถลากคันใหม่ละมั้งนะ ในขะที่จางฝูกำลังมองไปรอบก็ต้องไปสะดุดกับใบหน้าของชายคู่เจรจาที่เธอนั้นไม่ค่อยชอบขี้หน้ากำลังนั่งจิบชามองจ้องเธออยู่ ‘มองบ้าอะไรของมัน’

   ชายคนนั้นจ้องเธอไม่วางตาและเธอเองก็หาได้หลบตาไม่ จางฝูเองก็จ้องกลับไปอย่างไม่พอใจเช่นกัน  ‘ในเมื่อเจ้าจ้องข้าได้ ทำไมข้าจะจ้องเเจ้ามั้งไม่ได้’ จางฝูยืนท้าวเอวจ้องหน้าชายคนนั้นต่ออย่างไม่ว่างตาจนเจ้าลู่ฉีที่อยู่ด้วยนั้นมองชายที่เจ้านายสาวและชายพ่อค้าที่เอาแต่จ้องกันไปจ้องกันมาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่มันจะเลื้อยดันตัวของมันให้ไปอยู่ในระดับสายตาของเจ้านายสาว

   ฟ่ออ (หิวแล้ว)

  “อ่ะ” จางฝูมองเจ้าลู่ฉีที่จู่ๆก็ยื่นหน้าของมันขึ้นมาพร้อมกับกับอ้าปากร้องบอกเธอด้วยท่าทีไม่ชอบใจที่เธอเอาแต่เล่นสงครามประสาททางสายตาไปมากับชายพ่อค้าจนไม่ยอมพามันไปตลาดเพื่อหาอะไรกินเสียที

   “อ่า ไปตลาดสินะ โทษนะลู่ฉี”จางฝูเอ่ยพรางลูบหัวลู่ฉีเบาก่อนที่จะหันกลับไปมองชายที่หันไปเรียกเสี่ยวเออร์ให้มาเก็บเงินค่าอาหารก่อนที่เธอนั้นจะสะบัดผมหันหน้าและเตรียมจะเดินออกจากร้านแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวไปไหน เสียงของของอะไรสกอย่างก็ดังลั่นขึ้นมา

     โครมม!!!

      เธอรีบหันไปมองหาต้นต่อของเสียงนั้นทันทีก่อนจะไปหยุดที่ร่างของชายพ่อค้าที่เธอพึ่งละสายตาไปเพียงชั่วครู่บัดนนี้ร่างนั้นล้มลงไปนอนกองนิ่งสนิทอยู่ที่พื้นโรงเตี้ยมเป็นที่เรียบร้อย จางฝูและบรรดาคนในโรงเตี้ยมรีบเดินปรี่เข้าไปดูอย่างตกใจกึ่งสงสัยว่าอยู่คนๆนี้ถึงได้หมดสติไป

    “เฮ้ เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลยไม่ใช่รึไง” จางฝูที่แหวกฝูงชนในโรงเตี้ยมเพื่อเข้าไปดูอาการของชายคนเอ่ยขึ้นก่อนจะพลิกร่างที่นอนกองอยู่นั้นให้หันขขึ้นมานอนหงายก่อนจะมองไปรอบๆที่ตอนนี้มีคนมามุงดูอยู่เยอะแยะ

    “รบกวนถอยออกไปหน่อยได้ไหมเจ้าค่ะ มุงแบบนี้อากาศมันไม่ถ่ายเทนะเจ้าค่ะ” จางฝูร้องงตะโกนด้วยน้ำเสียงกึ่งดุ พร้อมกับบรรดาคนที่มามุงดูนั้นค่อยๆถอยห่างออกไปตามที่หญิงสาวบอก

    “นี่เจ้าน่ะ เฮ้ ตื่นสิ จะตายแล้วรึไง แล้วถ้าเกิดตายสัญญาไม่โดนยกเลิกหรอ นี่เจ้าฝื้นขึ้นมาก่อนสิ เจ้าพ่อค้า” จางฝูเอ่ยพรางลงมือตบไปที่ในหน้าที่หลับไม่ได้สติอย่างเต็มแรงแต่ก็ไม่มีปฏิกริยาตอบโต้มาจากร่างของชายยหนุ่มเลยแม้แต่น้อย จางฝูจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดก่อนจะหันไปมองเถ้าแก่ร้านที่ก็อยู่ในกลุ่มชาวฮั่นมุงนี้ด้วย

    “เถ้าแก่โงหมออยู่ไกลไหม”

    “อ่ะ มะ ไม่ขอรับ ออกจากโรงเตี้ยมไปแล้วไปทางตรงไปทางซ้ายมือราวสองซอยก็ถึงแล้วขอรับ” เถ้าแก่โรงเตี้ยมเอ่ยยขึ้นอย่างตกใจที่จู่ก็ถูกหญิงสาวตะโกนเรียก

    “สองซอยนั้นคือไม่ไกลหรอฮะ!!!  แล้วไอ้ลูกน้องสองตัวของเจ้าไปไหนละเนี่ย” จางฝูเอ่ยแล้วมองหน้าเถ้าแก่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อก่อนจะก้มมองร่างที่นอนสลบไม่ได้สติอยู่ ถึงจะไม่ชอบขี้น้าก็ไม่ได้อยากให้ใครมาตายต่อหน้าซ้ำสองหรอกนะ

     “ข้าเป็นแค่ตรีบอบบางเองนะ เจ้าบ้านี่”จางฝูสบถอย่างหยุดหยิดก่อนที่จะค่อยพยุงร่างคนสลบในลุกขึ้นมานั่งก่อนที่จะขยับอ้อมไปด้านหน้าเเล้วเอาแขนทั้งสองข้างของชาหนุ่มมาคล้องคอแล้วค่อยยันตัวลุกขึ้นท่ามกลางความตกใจของคนในโรงเตี้ยมที่เห็ว่าร่างบอบบางของหญิงสาวผู้นี้ไม่น่าที่จะแบกร่างของชายตัวใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาได้ จางฝูหาได้สนใจสายตาที่มองแม้สักเล็กน้อย เมื่อตัวเองยืนตั้งฐานได้อย่างมั่นคงแล้วก็รีบก้าวเดินโดยแบกร่าของชายคนนั้นออกจากโรงเตี๊ยมไปเพื่อไปยังโรงหมอ




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +77 ความหิว -24 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 77 -24 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x56
x2
x10
x42
x162
x1
x25
x102
x1
x46
x8
x46
x28
x18
x120
x2
x60
x90
x1
x20
x37
x42
x36
x784
x1
x2
x106
x110
x110
x130
x3824
x369
x150
x81
x36
x30
x20
x22
x4
x111
x338
x2
x9264
x10
x110
x1
x4
x10
x1
x2
x131
x1
x185
x62
x2455
x6
x3
x35
x1
x1
x75
x1400
x8
x150
x65
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x342
x135
x60
x95
x1
x108
x7
x26
x90
x1
x3
x39
x3
x29
x2
x3
x74
x3
x1000
x60
x29
x4
x91
x50
x100
x2
x15
x1075
x3
x30
x18
x68
x64
x32
x1562
x102
x180
x5
x117
x4
x2
x284
x666
x77
x139
x64
x99
x44
x888
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x337
x780
x456
x26
x39
x127
x352
x527
x209
x92
x98
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x110
x141
x669
x473
x811
x660
x131
x71
x3203
x521
x20
x3
x1213
x40
x130
x1210
x7
x35
x3444
x1850
x3900
x4990
x6
x15
x40
x20
x41
x81
x377
x1
โพสต์ 2018-3-24 22:38:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย xiwen เมื่อ 2018-3-28 15:25

แอบฟัง



     ซีเหวินเจอซงเฉียงและนภาอยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากย่านการค้าอู๋เว่ยเท่าไรนัก   ซงเฉียงกำลังกินหญ้าส่วนนภากำลังกินดอกผลไม้บนต้นไม้ที่อยู่ห่างกันไปไม่ไกล     หลังจากนั้นทั้งสี่ก็ออกเดินทางอีกครั้งจนมาถึงโรงเตี๊ยมเหม่ยเจินแห่งนี้  ซีเหวินจึงได้ชำระล้างร่างกายของนางและเจ้าหลงจนสะอาด



     ซีเหวินที่เหนื่อยจากการเดินทางนั้นเอาซงเฉียงไปไว้ในคอกม้า และปล่อยให้นภาบินเล่น  เหลือเพียงนางที่อุ้มเจ้าหลงมานั่งบนโต๊ะอาหารของโรงเตี๊ยม  โต๊ะของนางนั้นค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับโต๊ะอื่นๆ  เพราะเป็นโต๊ะสำหรับแขกคนเดียว    เมื่อพนักงานมารับเมนูอาหารจากนางเสร็จพนักงานสาวรูปงามก็หายเข้าไปในครัว     



     การเดินการครั้งนี้นั้นนอกจากต้องหนีหูเซียนสี่จนหัวหดเหมือนเต่าแล้วก็ไม่มีอะไรที่บรรเริงใจสักอย่าง    นางค่อนข้างเบื่อกับการเดินทางไกลในครั้งนี้ แต่ก็ยังดีที่มีเจ้าหลง นภา และ ซงเฉียงเป็นเพื่อนคู่กาย     ระหว่างที่นางกำลังนั่งเบื่อและพูดพึมพำกับเจ้าหลงอยู่นั่นเอง   นางก็ได้ยินโต๊ะข้างๆคุยกัน



     โต๊ะข้างๆนางเป็นผู้ชายสองคนที่ดูแข็งแรง   ร่างกายบึกบึน ทว่าทั้งสองคนคุยกันด้วยน้ำเสียงเล็กๆเหมือนผู้หญิง  และดูเหมือนว่าเป็นเนื้อหาที่ไม่ต้องการให้ใครได้ยิน  ทว่ายิ่งชายสองคนพูดด้วยเสียงเบาเท่าไหร่ก็ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของซีเหวินมากเท่านั้น   นางจึงแอบเงี่ยหูฟังโดยไม่ปริปากพูดอะไร เบื้องหน้านางทำเป็นเล่นกับเจ้าหลงแต่ว่าหูของนางนั้นตั้งใจฟังคำพูดของชายทั้งสองทุกคำ



     " นี่ๆ เจ้าได้ยินข่าวค่าหัวใหม่ไหม "



     " อะไรเหรอ "



     " ก็เจ้าสัวอีเจี้ยนน่ะสิ ได้ยินว่าจ้างคนล่าคนทรยศเงินงามมาก "



     "  เฮ้จริงสิ เจ้ามีม้วนไม้ไผ่หน้าตาเจ้านั่นไหม งานนี้ข้าก็ขอเอาด้วยสิ "



     " นี่ๆ "



     แกรก แกรก แกรก



     อีกฝ่ายทำท่าล้วงอะไรบางอย่าง   ระหว่างกำลังคลี่ก็เผลอทำม้วนไม้ไผ่หลุดมือกลิ้งมาทางซีเหวิน



     ซีเหวินเมื่อเห็นว่ามีอะไรสักอย่างกลิ้งมาทางตนก็ก้มลงเก็บจังหวะนั้นเอง   นางก็เผลอเหลือบไปเห็นภาพในม้วนไม้ไผ่ ภาพของชายที่นางคุ้นเคย






     ซีเหวินสีหน้าซีดไปครู่หนึ่งแต่ว่านางพยายามทำสีหน้าให้กลับเป็นสีปกติแล้วรีบเก็บม้วนไผ่ยื่นให้ผู้ชายโต๊ะข้างๆราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น   และไม่ได้เห็นอะไรในม้วนไผ่      เมื่อชายคนนั้นได้รับใ้วนไผ่คืนก็กล่าวขอบคุณนางและชวนชายคู่สนทนาลุกขึ้นไปที่อื่นเพื่อคุยต่อ



     " มีข่าวเจ้านี่ยัง "



     " ได้ยินว่าอยู่แถวฉางซา "



     " หูหนานเลยเหรอ ไกลนะนั่น "



     "งั้นเรารีบไปกัน"   



     หลังจากนั้นชายทั้งสองก็ลุกเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป  ตอนนั้นเองในหัวของซีเหวินนั้นงงงวยอย่างมากกับข้อมูลจำนวนมากที่นางไม่เข้าใจ   



     '   ศิษย์พี่ไม่ได้ตามข้ามา ?      ศิษย์พี่ไม่ใช่ลูกน้องของอีเจี้ยน ?    ศิษย์พี่มีหัวหน้าคนอื่น ?    ศิษย์พี่เป็นใครกันแน่นะ?  '



      ยิ่งนางได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหูเซียนสี่มากเท่าไหร่นางก็รู้สึกว่าหูเซียนสี่นั้นน่าสงสัยยิ่งขึ้นทุกที  ตอนนี้นางไม่สามารถที่จะบอกตัวเองให้ไปช่วยชายหนุ่มที่ทรยศและคิดจะจับนางเอาไปให้อีเจี้ยนได้   นางคิดว่ามันอาจจะเสี่ยงเกินไป และอีกอย่างระดับหูเซียนสี่แล้วก็ต่อให้ชายสองคนเมื่อกี้ก็อาจจะไม่ครณามือเท่าใดนัก    ซีเหวินจึงเลือกจะเดินทางต่อไปตามที่ตัวเองวางแผนเอาไว้ไปช่วยหมู่บ้านอสูรแมวในวันพรุ่งนี้



     











คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

.....
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x10
x50
x30
x1
x1
x115
x21
x111
x22
x14
โพสต์ 2018-3-26 17:25:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย xiwen เมื่อ 2018-3-26 21:00

{ ทำดีได้ดี  }




     ด้วยความเหนื่อยล้าจากการหาที่อยู่ให้ลูกแมว   ซีเหวินจึงตัดสินใจกลับไปพักที่โรงเตี๊ยมเหม่ยเจินอีกคืนหนึ่ง  



    กว่าจะเดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมก็เป็นเพลาเย็นแล้ว  นางเอาซงเฉียงเข้าคอก  วางข้าวของและปล่อยหลงไว้ในห้องพัก  ก่อนจะเอาเจ้านภาที่ร้องเพลงอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยไว้บนไหล่  และลงไปพักผ่อนที่บิรเวณด้านล่างของโรงเตี๊ยม



     " พี่สาว  ข้าเอานารีแดงไหหนึ่ง "  ซีเหวินสั่งพนักงานก่อนจะกลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิม  ตัวเดียวกลับที่นั่งเมื่อวานและได้ยินคนสองคนคุยเรื่องหูเซียนสี่   หลังจากนางนั่งไม่นานพี่สาวพนักงานคนเดิมก็ถือสุรานารีแดงมาเสริฟนาง   



     ซีเหวินรับไหสุราจากพี่สาวก่อนจะรินลงไปในแก้วอย่างละเมียดละไม   ก่อนจะยกดื่ม  จังหวะที่ซีเหวินยกดื่มนี่เองนางพึ่งจะสังเกตุเห็นลูกค้าของโรงเตี๊ยมที่นั่งอยู่รอบๆนาง  วันนี้ลูกค้ามีจำนวนไม่มาก มีเพียงสามสี่โต๊ะเท่านั้น  หนึ่งในโต๊ะที่สะดุดสายตาของซีเหวินที่สุดคือโต๊ะที่มีสาวท้องแก่นางหนึ่งหันหน้ามาทางซีเหวินกำลังนั่งจิบน้ำชา  ซึ่งโต๊ะนั้นห่างออกไปไม่ไกลนัก   



    ‘  สุรานารีเนี่ยแหละ  ของโปรดข้าเลย ‘   



    ซีเหวินวางแก้วลง รินสุรา และยกขึ้นดื่มอีกครั้ง  สำหรับซีเหวินแล้วสุราก็ไม่ต่างอะไรจากน้ำเปล่า   การยกแก้วสุราขึ้นดื่มแก้วแล้วแก้วเล่านั้นเรียกความสนใจจากสายตาสาวท้องแก่เป็นอย่างมาก   



    ‘ ก็ไม่เปลกถ้าเห็นเด็กหญฺิงดื่มสุราเป็นน้ำเปล่าก็คงตกใจเป็นธรรมดาแหละ    ว่าแต่พี่ชายสองคนตรงโต๊ะด้านหลังนั่นมองคนท้องไม่ละสายตาเลยแฮะ  ข้าว่ามีอะไรชอบมาพากล  เห็นมองมาพักหนึ่งแล้วนะ ‘



     ซีเหวินหันหลงไปส่งสายตาให้พนักงานให้ยกเหล้าอีกไหมาเสริฟ  พนักงานก็พยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในโรงครัว     จังหวะที่ซีเหวินหันหัวกลับมาตอนนั้นเองนางก็ไม่พบคนท้องอยู่บนโต๊ะเสียแล้ว  แต่ว่านางเห็นชายรูปร่างใหญ่ รูปร่างกำยำสองคนลุกออกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว  แล้วเดินออกไปทางประตู



     ‘ เป็นไปได้ไหมนะว่าสองคนนั้นจะทำอะไรคนท้อง ? '   ซีเหวินคิดในใจ แต่ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นนางก็ตัดสินใจลุกออกจากโต๊ะ  ก้าวขาเดินออกจากร้านโดยไม่สนใจพนักงานที่เอาสุรานารีของโปรดนางมาเสริฟที่โต๊ะ








      ห่างจากโรงเตี๊ยมไปไม่ไกลมีตรอกเล็กๆอยู่  ในตรอกแคบๆนั้นค่อนข้างมืดครึ้มและยิ่งเป็นเวลาเย็นเช่นนี้หาผู้ที่จะผ่านตรอกซอยนั้นได้ยาก  หญิงท้องเดินผ่านหน้าตรอกซอยแคบเพื่อจะเดินทางกลับบ้านของตน   เวลานั้นเองผู้ชายคนหนึ่งก็เข้ามาจากด้านหลังเอามือข้างหนึ่งปิดปากนางแน่น  ส่วนชายรูปร่างกำยำอีกคนก็ยกขาทั้งสองข้างของหญิงท้องขึ้น    ทั้งสองช่วยกันหามนางเข้าไปในซอย  ขณะที่หญิงทองพยายามดิ้นขัดขืนสุดฤิทธ์สุดเดช



     หลังจากนั้นชายคนหนึ่งก็ซัดป้าบเข้าไปที่ท้องกลมของหญิงท้องหวังจะให้นางสลบแต่กลับกันหญิงท้องกลับร้องออกมาเสียงดัง



     “ ช่วยด้วย  ใครก็ได้ช่วยด้วย  "  หญิงท้องพยายามร้องขอความช่วยเหลือ    ทว่าทั้งๆที่มีคนมากมายชายและหญิงแต่กลับไม่มีผู้ใดคิดจะช่วยเพราะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว   



     ตอนนั้นเองชายคนหนึ่งที่กำลังจะฉีกทึ้งผ้าของหญิงสาวให้ขาดจากกันก็ถูกโจมตีโดยเจ้านภา   เจ้านภาจิกหัวชายคนนั้นด้วยความรุนแรงหลายต่อหลายที ทำให้ชายผู้โดนรังควาญปัดเนื้อปัดตัวไล่เจ้านภาออกไป    ชายอีกคนก็พยายามจะช่วยสหายของตนเอานกบ้าออกไปจากหัวแต่ทว่าเขาก็ถูกโจมตีโดยเด็กหญิงรูปงามจากข้างหลัง



     ซีเหวินใช้มือทั้งสองตบเข้าไปที่บ้องหูของชายคนที่จะช่วยเพื่อนตนอย่างจังๆ  เล่นเอาชายคนนั้นถอยตัวไปอีกด้านหนึ่ง   ก่อนจะเรียกนภาให้บินหนีไปไม่งั้นอาจโดนชายคนที่มันก่อกวนทำร้ายเอา



    “  นภาหนีไป ลูก  "   ซีเหวินตะโกนก่อนจะเอาง้าวออกมาจากด้านหลัง         ส่วนชายทั้งสองคนเมื่อตั้งหลักได้ก็ชักดาบข้างลำตัวออกมาก่อนจะมองอย่างเครียดแค้นมาทางซีเหวิน  แต่ซีเหวินกลับรู้สึกขบขันเป็นอย่างมาก  นางถึงขั้นขำออกมา



     “  ฮิฮิฮิฮิฮิ  ไฝดำ กับไฝแดง  “  ซีเหวินขำจนแทบจะถือทวนไม่อยู่   ใช่แล้วเมื่อมองดีๆชายทั้งสองคนมีไฝเหมือนกันแต่ทว่าไฝของทั้งสองนั้นไม่ว่าดูอย่างไรก็น่าตลกไม่เข้ากับใบหน้าของคนทั้งสอง      โดยคนที่โดนนภาทำร้ายนั้นมีไฝแดง  ส่วนโดนซีเหวินตบบ้องหูคือไฝดำ



     ชายทั้งสองผู้มีไฝเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายล้อเลียนตนก็โกรธกว่าเดิมปรี่หน้าเข้ามาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง   แต่ว่าในซอยที่แคบขนาดคนเดินทีละคนแห่งนี้นั้นทำให้คนทั้งสองเข้ามาเปิดฉากสู้กับซีเหวินได้ทีละคนเท่านั้น   



     ” นังเด็กบ้า " ไฝแดงวิ่งเข้ามาฟัน หมายจะให้หัวซีเหวินผ่าครึ่ง  แต่ซีเหวินใช้ง้าวปัดด้วยความคล่องแคล่วก่อนจะกระโดดถีบจนร่างไฝแดง  แต่ไฝแดงก็แค่เซไปเล็กน้อยไม่เจ็บไม่คันแต่อย่างใด  ด้วยส่วนสูงเกือบๆร้อยเก้าสิบและขนาดตัวที่มใหญ่กว่าซีเหวินหลายเท่า



     ‘  นี่คนหรือกำแพงคะ ‘  ซีเหวินคิดในใจก่อนจะกระโดดฟันง้าวออกไปหมายหัวมัน   แต่ง้าวก็ไม่ได้ลงโดนไฝแดงแต่อย่างใดเพราะมันใช้ดาบกันได้  ทว่าสิ่งที่นางเล็งไม่ใช่หัวตั้งแต่แรกแล้ว   ง้าวที่ถูกกันด้วยดาบนั้น ฟาดเข้าไปที่ข้อมือของไฝแดงอย่างจังๆก่อนที่ซีเหวินจะถอยตัวออกมา  เผื่ออีกฝ่ายมันโต้กลับ



      ปึก



     ดูเหมือนง้าวของซีเหวินจะฟันโดนข้อมือของไฝแดงจังๆ แต่ข้อมือของเขานั้นมีเพียงรอยแผลที่เกิดขึ้นมาแต่ไม่ขาด



     ‘  ...... ล้มซะทีสิเจ้าไฝยักษ์  ข้าเริ่มเหนื่อยแล้วนะ ‘  



    หลังจากนั้นก็ฟันกันอย่างต่อเนื่องแม้ซีเหวินจะหลบดาบไฝแดงได้ทุกครั้ง และฟันง้าวกลับโดนตัวมันเกือบทุกคมดาบก็ตามทีแต่อีกฝ่ายดูไม่เป็นไรเลย  มีเพียงแผลถลอกๆ เท่านั้นทำให้ซีเหวินอดคิดไม่ได้เลยว่าร่างมโหฬารนี้เป็นมนุษย์จริงๆหรือไม่



     จังหวะที่ซีเหวินเผลอนี่เองไฝดำที่ไม่ได้ทำอะไรรอถือดาบสู้อยู่ข้างหลังไฝดำก็ลอดหว่างขาไฝดำมา  พุ่งตัวหมายจะฟันขาซีเหวิน แต่โชคดีที่ซีเหวินหลบได้ทัน  การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ซีเหวินรู้สึกเหมือนกำลังต่อสู้กับป้อมปราการที่มีสองชั้น  ซึ่งตอนนี้ชั้นแรกคือไฝดำ และชั้นสองคือไฝแดง   ส่วนด้านหลังป้อมคือคนท้องที่ปวดท้องจากการโดนอัดเมื่อครู่และนอนซมอยู่



    การต่อสู้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทั้งสามก็เริ่มเหนื่อยและเพลียพอสมควร เพราะตอนนี้ก็เริ่มมืดมากแล้วแต่ซีเหวินก็ยังคิดไม่ออกว่าจะล้มคู่ต่อสู้ด้านหน้าได้อย่างไรโดยเฉพาะไฝแดง    ซีเหวินไม่เคยเจอร่างยักษ์ที่ทั้งตัวใหญ่มหึมาและหนังเหนียวเช่นนี้มาก่อน  



     ตอนนั้นเองซีเหวินก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่านางลองฟันหัวของไฝแดงก็แล้ว  ขาก็แล้ว แขนก็แล้ว  ข้อต่อมือก็แล้ว ทว่าไม่ว่าจะฟันส่วนใด ก็ทำได้แค่เกิดรอยแผลแต่ไม่อาจจะทำให้อีกฝ่ายล้มได้   แต่จะว่าไปก็มีจุดหนึ่งที่ซีเหวินยังไม่ได้ลอง



     คราวนี้ซีเหวินรับการโจมตีจากไฝดำเช่นเคย  ไฝดำฟันดาบเข้ามาที่แขน แต่ซีเหวินก็ปัดออกและ  รีบยกง้าวรับคมดาบจากไฝแดงที่ยืนอยู่ด้านหลังไฝดำที่ประจันลงมา  จากนั้นพุ่งตัวไปด้านหน้าใช้ด้ามง้าวกระแทกแรงๆไปที่ท้ายทอยของไฝดำ

   

    ปึก



    ไฝดำนั้นตัวไม่ได้สูงเท่าไฝแดง  แทบจะตัวพอๆกับซีเหวินด้วยซ้ำ   เมื่อรับแรกกระแทกนั้นก็เจ็บจนล้มไปด้านหน้า      ในขณะที่ซีเหวินเบี่ยงตัวหลบติดกำแพงให้ร่างไฝดำล้มออกมา  ก่อนจะรับดาบของไฝดำเช่นเคย



    เช้ง   เช้ง  เช้ง



    เสียงง้าวและดาบเข้าประทะกันแต่  คราวนี้ซีเหวินตั้งใจจะทำให้จบในง้าวเดียว  นางใช้การหมุนหมุนง้าวเหมือนควงสว่าน  และพุ่งมันออกไปด้วยความรวดเร็วแทงคอของไฝแดง



    ฉึก



    เลือดจำนวนมหาศาลไหลออกมาจากร่างของไฝแดง      ไฝแดงที่ไม่เคยรับความเจ็บปวดบริเวณลำคอมาก่อนถึงกับยืนเซ  ก่อนจะค่อยๆถอยหลัง  เดินข้ามตัวคนท้องและหนีออกไป



    เมื่อซีเหวินหันกลับมาทางด้านไฝดำ  ไฝดำเองก็ลุกขึ้นมาและเตรียมตัวหนีเช่นกัน  เขาชี้หน้าซีเหวินก่อนจะพูดว่า



    “ ฝากไว้ก่อนเถอะ “ ร่างกายไม่ได้เหมือนคำพูด  ไฝดำซอยขาวิ่งหนีไปด้วยความรวดเร็ว  



     ความสงบสุขกับมายังซอยแคบๆแห่งนี้อีกครั้ง   ซีเหวินปาดเหงื่อด้วยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้  นางตั้งใจจะไปพยุงหญิงท้องหลังจากสู้เสร็จ แต่กว่านางจะสู้เสร็จหญิงท้องก็ลุกขึ้นและเดินมาทางเสียแล้ว



    "  ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ ที่ช่วยข้าเอาไว้ ” หญิงท้องขอบคุณนางและบอกว่าอยากเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทน  



    ซีเหวินกับหญิงท้องจึงกลับมายังโรงเตี๊ยม  หลังจากนั้นหญิงท้องจึงเล่าเรื่องของตนให้ซีเหวินฟัง



    “  ข้าเป็นชาวโหรวหราน กำลังจะกลับบ้านเกิดที่โหรวหรานคะ " หญิงท้องพูดไปยิ้มไปเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ซีเหวินรู้สึกสบายตา



    ” แล้วนี่ท่านจะเดินทางไปคนเดียวเหรอเจ้าคะ “ ซีเหวินพูดทว่าในปากนางยังคงเคี้ยวลูกชิ้น



     "  ใช่คะ “  หญิงท้องยังยิ้มและตอบนางด้วยน้ำเสียงที่น่าฟังเช่นเดิม



      ” เอ่อ ถ้าท่านไม่ว่าอะไรให้ข้าไปส่งได้ไหมคะ  ตั้งครรภ์อยู่ด้วยจะเดินทางในทะเลทรายลำพังก็คงลำบาก " ซีเหวินพูดไปพลางเคี้ยวหมูไปพลางนางชอบก๋วยเตี๋ยวหมูของโรงเตี๊ยมแห่งนี้  เพราะน้ำซุปค่อนข้างกลมกล่อม



     " ได้เหรอคะ  ?  “  หญิงท้องอุทานเสียงดังจนคนโต๊ะข้างๆหันมามอง


      ส่วนซีเหวินยังคงยิ้มและซดน้ำซุปในชามอย่างเอร็ดอร่อย  แต่ที่นางยิ้มเป็นเพราะการผจญภัยจะเริ่มขึ้นอีกแล้ว

    พอซีเหวินและหญิงท้องตกลงจะเดินทางร่วมกัน   หญิงท้องก็เล่าเรื่องของพระที่มี่นามอารัญ   การฟังธรรม  รวมไปถึงพุทธธะให้ซีเหวินฟังก่อนที่ทั้งสองจะนัดเจอกันพรุ่งนี้เช้าเพื่อออกเดินทางและ  แยกย้ายกันไปพัก



@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 50 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

.....
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x10
x50
x30
x1
x1
x115
x21
x111
x22
x14
โพสต์ 2018-3-26 22:15:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แสนรู้จริงๆ



     หลังแยกย้ายกับหญิงท้องแก่ไปเข้าห้องของตนเอง ซีเหวินก็รู้สึกอิ่มหมีพลีมันเป็นอย่างยิ่ง  นางทานก๋วยเตี๋ยวขาหมูไปตั้งสองชาม แม้กระนั้นก็ตามหญิงท้องแก่ก็ยังบอกให้นางทานอีกไม่ต้องเกรงใจ   ทว่าซีเหวินนั้นอิ่มแปล้แล้ว



     เมื่อกลับมาถึงห้องซีเหวินเจ้าหลงก็ตรงเข้ามาหานาง  มันมาไซร้คลอเคลียอย่างแสนรู้   สิ่งที่เจ้าหลงเล็งไว้ไม่ใช่สุรานารีแดงที่อยู่ในมือข้างขวาของซีเหวิน ทว่าเป็นป. ปลาทอด ที่อยู่ในจาน บนแขนด้านขวาของนาง   



     " เจ้านี่แสนรู้จริงๆนะ หลง  เวลาข้าฝึกให้ฉลาดแบบนี้บ้างสิ    ดูนภาเป็นตัวอย่างซะ  วันนี้นภาเก่งมากเลยรู้มั้ย "  ซีเหวินวางสุรานารีลงบนโต๊ะก่อนจะเอาจานวางลงกับพื้นให้เจ้าหลงได้กิน     เจ้าหลงเองก็พยักหน้าหงึกๆฟังซีเหวินรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง  ก่อนจะกินปลาตรงหน้าอย่างหิวโหย



     '  ข้าลืมอะไรไปรึเปล่านะ '  


     ระหว่างที่ซีเหวินกำลังหยิบไหสุราที่วางอยู่บนโต๊ะยกขึ้นดื่มนี่เองนางก็ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นตรงบริเวณริมหน้าต่าง   หน้าต่างของห้องนี้เป็นหน้าต่างไม้ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เปิดอ้าซ่าไว้เพราะลมอาจจะพัดทรายเข้ามาเกลื่อนห้อง  แม้ว่าซีเหวินจะอยู่ชั้นสองก็ตาม  



     กึก   กึก  กึก   กึก  



     เสียงของบางอย่างที่กระทั่งกับหน้าต่างดังขึ้นเรื่อย จนแม้แต่หลงที่กำลังกินอยู่ก็รำคาญจนต้องร้องคำรามออกมา  แต่ไม่นานนักมันก็หันหน้ากลับไปก้มหน้าก้มปลาแทะปลาที่ซีเหวินให้อย่างเอร็ดอร่อย  ทิ้งให้ซีเหวินกังวลกับเสียงด้านนอกหน้าต่างเพียงลำพัง



    ' หรือจะเป็นไฝแดงกับไฝดำที่คิดจะกลับมาเล่นงานเรา .......  แต่มันก็บาดเจ็บพอสมควรนี่นา '   ซีเหวินยกสุราขึ้นมาซดอีกไห   ไหสุรานี้เป็นไหที่หกของวันนี้แล้ว  



     ซีเหวินรวบรวมความกล้าก่อนจะค่อยๆแง้มหน้าต่างออกดู  มีลมพัดทรายเข้ามาในห้อง  แต่สิ่งที่ซีเหวินเห็นตรงช่องของหน้าต่างนั้นหน้าตกใจยิ่งกว่า  เพราะมันคือสิ่งที่ซีเหวินลืมไว้    ซีเหวินรีบเปิดหน้าต่างอย่างรวดเร็ว



     " นภา  แม่ขอโทษนะลูก  แม่ลืมหนูไปแล้ว "    พอนภาเข้ามาซีเหวินก็รีบปิดหน้าต่าง



     " จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ "  { พี่สาวเมาแล้วมั้งเนี่ย  ลืมข้าได้ไง  }



     นภาจอมงอนจิกหัวซีเหวินเบาๆ   ก่อนจะบินลงไปเกาะโต๊ะที่ซีเหวินวางสุรา   ด้านซีเหวินเองก็ขอโทษขอโพย เช็ดฝุ่นจากทรายที่เลอะตามตัวนภา แล้วก็ให้ข้าวสารแก่มันเป็นการปลอบใจ



     เจ้าหลงที่กินจนพุงปลิ้นก็นอนแอ้งแม้งกลิ้งไปกลิ้งมายิ้มเยาะเจ้านภา  วันนี้หลงเองก็เหนื่อยมากเช่นกันเพราะต้องเป็นพี่เลี้ยงลูกแมว  



     ซีเหวินที่ดูแลพวกมันทั้งสองตัวจนเสร็จก็นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะยกไหในสุรามาดื่มจนหมด  พลางนึกถึงผู้ชายที่นางได้เจอเมื่อเช้า



     ' ถึงจะปากร้ายไปหน่อยแต่ก็ไม่เลวเลยนะ   '   



      ภาพของลู่ หวางซัง ยังคงไม่หายออกไปจากหัวของนาง  ผู้ชายหน้าตาดุดิบ แต่กลับเป็นคนใจดีและอ่อนโยน     ลางสังหรณ์ของนางบอกว่าอีกไม่นานอาจจะได้เจอเขาอีกทีโดยบังเอิญในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง



   







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ความหิว -7 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 15 + 500 -7 + 5

ดูบันทึกคะแนน

.....
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x10
x50
x30
x1
x1
x115
x21
x111
x22
x14
โพสต์ 2018-3-26 23:01:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย xiwen เมื่อ 2018-3-27 23:12

อาบน้ำกับหมี



     เมื่อสุราหมดก็หมดประโยชน์ที่จะนั่งเมานั่งเพ้อ  ซีเหวินพาเจ้าหลงลงไปโรงอาบน้ำ  การจะล้างตัวกับเจ้าหลงนั้นขั้นตอนแรกคือล้างก้นมันให้สะอาดก่อน  ดังนั้นจึงมีบ่อยครั้งที่ซีเหวินไม่อยากอาบน้ำร่วมกับมัน   เป็นเรื่องธรรมชาติที่สิ่งมีชีวิตต้องขับถ่าย ไม่ว่าคนหรือสัตว์ และมันน่าเสียดายนักที่เจ้าหลงเป็นหมีก็เลยล้างก้นตัวเองไม่ได้   ซีเหวินจึงจำใจล้างก้นให้มันเวลาที่จะเข้าอ่างอาบน้ำด้วยกัน

     ตลอดมาจนถึงวันนี้หลงสามารถสื่อสารกับซีเหวินได้มากขึ้น  เป็นเพราะการทำอะไรซ้ำไปซ้ำมาของมันทำให้ซีเหวินจับจุดได้ว่าเวลามันคำรามแบบนี้มันต้องการจะสื่ออะไร  มันต้องการอะไร   ซึ่งก็ยังเข้าใจโดยภาพรวมและยากนักที่นางจะสามารถสื่อสารกับมันโดยฟังแค่ภาษาหมีแล้วฟังออก  ก็แน่นอนนางเป็นคนไม่ใช่หมีนี่

      ไม่เพียงแต่หลงเท่านั้น  เจ้านภา  หม่าอี้  กุนซือ  เองก็เช่นกัน   แต่ที่แตกต่างจากใครพวกดูเหมือนจะเป็นซงเฉียงเพราะแม้ซีเหวินจะแทบไม่เข้าใจสิ่งที่มันสื่อแต่ซงเฉียงนั้นเข้าใจนางเกือบทั้งหมด   บอกให้กระโดด ซงเฉียงก็กระโดด   ให้วิ่งเร็วขึ้นมันก็วิ่งเร็วขึ้น  ให้หมอบมันก็หมอบ  สำหรับซีเหวินแล้วซงเฉียงคือม้าที่เกินเลยคำว่าแสนรู้ไปอีก

      ตอนที่ซีเหวินเข้าไปอาบน้ำกับเจ้าหลงในโรงอาบน้ำนั้นเป็นเวลาดึก  เงียบสงัด ไร้ซึ่งผู้คน  แถมไฟตะเกียงในห้องอาบน้ำก็ดูจะดับไม่ดับแหล่  เอาแน่เอานอนไม่ได้  บรรยากาศแบบนี้มันทำให้ซีเหวินกลัว   ตอนแรกซีเหวินคิดว่าตนกลัวแค่แมลงสาปกับกิ้งกือ แต่พอได้ออกเดินทางจริงๆทำให้นางได้รู้ว่านางไม่ถูกกับเรื่องลี้ลับเช่นนี้เท่าไหร่นัก   

      ซ่า   ซ่า   ซ่า  

      หลงว่ายน้ำท่าหมีตกน้ำลอยตุบป่องๆ   มันผุดโผล่เหนือผิวน้ำบ้าง ดำลงไปในน้ำบ้างแล้วแต่อารมณ์  แต่ว่าความน่ารักของเจ้าหลงที่กำลังว่ายน้ำเล่นอยู่ในตอนนี้เป็นสิ่งเดียวที่ป้องกันซีเหวินจากการคิดมาก   และมันก็ช่วยได้ดีเพราะนางไม่อยากจะคิดมากในสถานการณ์เช่นนี้   เพราะยิ่งคิดมากยิ่งจินตนาการก็ยิ่งกลัว

     ซีเหวินแช่น้ำได้สักพักก็รู้สึกถึงกลิ่นเห็นเน่าที่ลอยออกมา   ในบรรยากาศแบบนี้ทำให้นางไม่อยากหันซ้ายหันขวามองนู่นนี่  แต่ไม่หันก็ไม่ได้  ความอยากรู้อยากเห็นกำลังกระตุ้นสมองของนาง   ซีเหวินมองซ้ายมองขวาแต่ว่าไม่พบศพหรือสิ่งมีชีวิต

     และต่อจากที่ได้กลิ่นเหม็นเน่าไม่นานซีเหวินก็รู้สึกว่าอุณภูมิของน้ำที่นางแช่เปลี่ยนไป   อุณภูมิมันเย็นขึ้น   ตอนนี้เองซีเหวินเริ่มขนลุกซู่   แสงจากไฟตะเกียงค่อยๆติดๆ ดับๆ ตามกระแสลมที่พัดผ่านเข้ามาในโรงอาบน้ำแห่งนี้     โรงอาบน้ำที่กว้างใหญ่ที่มีเพียงหญิงสาวหนึ่งคนกับลูกหมีขาวหนึ่งตัว  บรรยากาศชั่งดลใจให้คิดมากเหลือเกิน  

      ซีเหวินค่อยๆก้มลงไปมองเจ้าหลงอีกครั้ง  และนางก็พบกับความผิดปกติ   เพราะน้ำที่ใสบริสุทธ์ตอนแรกนั้นตอนนี้เต็มไปด้วยสีเหลือง  ส่วนเจ้าหลงก็คลานขึ้นไปขอบอ่างอย่างไม่รอช้าก่อนจะระบายออกมา

       ปู้ดดดดดดดดดดด

      สีน้ำและเสียงที่ออกมาจากหลงนั้นชัดเจน  จนทำให้ซีเหวินเข้าใจทุกสิ่ง  ก่อนที่นางจะเอ่ยวาจาด้วยเสียงที่ดังสนั่น

      " อ้ายยยยยย หลงงงง "   

      ซีเหวินลุกขึ้นจากอ่างอย่างไม่รีรอเช่นกัน  วินาทีนี้ความกลัวได้หายไปจากใจของนางจนหมดสิ้นจะมีแต่เพียงความโกรธที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด  หลังจากนั้นเองเจ้าหลงก็ได้รับบทเรียนที่ทำให้มันรู้ว่าควรจะทำธุระให้เป็นที่เป็นทาง    และการกระทำของหลงในครั้งนี้ก็ทำให้ซีเหวินได้เรียนรู้มากขึ้นว่า สัตว์มันก็ทำด้วยสัญชาติญาณของมันอยู่วันยังค่ำ

      



@STAFF_Pixiu


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ความหิว -8 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 15 + 500 -8 + 5

ดูบันทึกคะแนน

.....
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x10
x50
x30
x1
x1
x115
x21
x111
x22
x14

89

กระทู้

1013

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
74485
เงินตำลึง
252522
ชื่อเสียง
59727
ความหิว
2639

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1451
ความชั่ว
532
ความโหด
788
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-4-14 23:42:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 5 - ภาพหลอน
[นอนพักโรงเตี้ยม ณ ด่านแรกสู่ฮั่น]

     หลังที่จัดการเดินเลือกซื้อข้าวของและเสบี่ยงกันจนเสร้จสรรพไเป็นที่เรียบร้ยทั้งสามคนนั้นคือจางฝู เจี๋ยเฟยและซินอี๋ก็เริ่มออกเดินทางกันต่อในทันซึ่งการเดินทางของพวกเธอในครั้งนี้คือการเดินข้ามเส้นทางโหรวหรานกับต้าฮั่น ซื้อเป็นเส้นทางที่ไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่ หากเร่งเดินทางก็จะถึงที่ด่านอี๋เหมินกวนได้ทันก่อนมืดค่ำ


     “แม่นางจางออกมานั่งท้าแดดแบบนี้ไม่เป็นไรแน่นะ” ซินอี๋ที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังเอ่ยถามร่างบางของจางฝูที่นั่งกินเนื้อย่างที่พึงซื่อมาจากย่านการค้าอย่างเอร็ดอร่อยท้าลมร้อนกลางทะเลทราย


      “ข้าไม่เป็นไร ท่านหมอก็บอกแล้วนี่แค่เพลียแล้วก็ให้ทานอะไรสักหน่อยก็หาย ข้าก็กินเนื้อย่างอยู่นี่ไง”จางฝูเอ่ยเก่อนจะกัดเนื้อย่างเสียบไม้คำสุดท้ายเข้าปากไปก่อนที่จะปาไม้แทงนั้นทิ้งลงไปที่พื้นทรายข้างทาง “เอาน่า ข้าไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างถ้าเกิดข้าเป็นลมไป เจ้าก็อยู่ข้างๆเดี๋ยวเจ้าก็ช่วยข้าไม่ปล่อยให้ข้าตกช้างหรอกจริงไหม”


      “ถ้าเจ้าเป็นลมข้าก็ต้องช่วยอยู่แล้ว”ซินอี๋เอ่ยพรางส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจเพราะไม่คิดวว่าคนนเบื้องหน้าตนนั้นจะดื้อขนาดนี้ ทั้งที่ตอนแรกงนางก็ออกจากเรียบร้อยเสียขนาดนั้น


      “เห็นไหม เจ้าจะช่วยข้า เพราะเจ้าใจดีแล้วก็เก่งกาจ”จางฝูเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนที่จะค่อยๆทิ้งตัวหยางหลังลงไปนอนหนุนหน้าขาของซินอี๋ที่ก้มมามองเธอเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองเส้นทางด้านหน้าด้วยใบหน้าเรียบๆนิ่งเพื่อเก็บอาการเขิลจากการถูกอีกคนเอ่ยชมซึ่งๆหน้า


      การเดินทางอย่างคงดำเนินไปเรื่อยๆเนิบๆแต่ไม่ได้ชักช้า เหล่าคนทั้งสามนั้นค่อผลัดเปลี่ยนเวรกันมาคอยบังคับช้าง จะมีก็เพียงคราวของเจี่ยเฟยที่ต้องให้มีสตรีคนใดคนหนึ่งนั้นมาคอยบอกเส้นทางให้ยามถึงเวรของเข้ามาคุมช้าง เพราะขืนปล่อยให้เขาเป็นผู้คุมช้างคนเดียวคงมีหวังเตลิดเดินไปไหนอีกเป็นแน่


      “ตรงไปเรื่อยๆนั้นแหละ ห้ามเลี้ยว ข้าบอกห้ามเลี้ยวไงเจี๋ยเฟย” จางฝูเอ่ยก่อนจะเอาพัดไม้ที่ซื้อมาจากย่านการค้าที่โหรวหรานตีเคาะไปที่ไหล่ของชายหนุ่มที่นั่งบังคับช้างอยู่  ถ้าหากว่าเธอเป็นนกแล้วมองลงมาคงเห็นการเดินตรงไปข้างหน้าแบบซิกแซกเป็นแน่


      “โอ้ย ก็ตรงอยู่นี่อย่างไรเล่า”คนถูกตีร้อยโวว้ยแล้วยกมือขึ้นมาลูบๆตรงไหล่ที่โดนตีแล้วบังคับช้างเผือกให้เดินไปตามเส้นทางที่ถูกต้องตามที่จางฝูเป็นคนบอก


     “ตรงกับผีเจ้าสิ ตรงจนเบนจะไปคนละทิศแล้ว เจ้าคนหลงทิศ”


     โป๊ก!!


      ทันทีที่เสียงบ่นจนด้ามไม้ของพัดก็เคาะลงไปที่หัวอีกคนแรงๆอีกที เพื่อว่าเเรงจากการตีนี่จะไปทำให้ความจำในส่วนของทิศทางของชายหนุ่มนี่ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวหรือทำงานขึ้นมาบ้าง


      “โอ้ย เคาะจนข้าจะสมองเสื่อมแล้ว หากข้าสมองเสื่อมจำทางกลับบ้านไม่ได้จะทำอย่างไร”


      “เหมือนทุกวันนี้เจ้าจำได้งั้นเเหละเจี๋ยเฟย จำสะไปโผล่ต้าหว่านเลยไง”จางฝูกล่าวพรางสะบัดพัดพัดไปมาเพื่อสร้างลมเย็นๆมาดับอาการณ์หัวร้อนจากการต่อปากต่อคำกับอีกคน เเต่เพียงคราวนี้กลับไร้ึ่งเสียตอบกลับมาจากอีกคนซึ่งนี้จะบ่นตอบมาตามที่เธอคิดแต่จู่ๆร่างเบ้องหน้าก็เลือกที่จะเงียบไปจนจางฝูเองก็อดสงสัยไม่ได้


       “นี่ ภาพที่เจ้าเห็นมันเกี่ยวอะไรกับที่เจ้าเขียนในบันทึกหรอจางฝู” จู่ๆเจี๋ยเฟยก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่นจนจางฝูถึงกับเงียบไปพักหนึ่ง เรื่องของประโยคกับการที่เธอได้เจอกับชายปริศนานั้นเธอไม่ได้เอ่ยเล่าออกมาให้ทั้งสองคนฟัง ส่วนที่ว่าคนตรงหน้าเธอรู้ได้อย่างไรคงเพราะเเอบไปเห็นตอนเธอเขียนบันทึกละมัง


      “ข้าก็ไม่รู้ แค่เห็นคนๆหนึ่ง แล้วเขาบอกไว้แค่นั้น”จางฝูเอ่ยเสียงเบาก่อนจะก้มหน้าลงมองพัดในมือเล็กน้อย ชายร่างสูงถืทวนที่เธอเห็นนั้นเป็นใครเธอก็ไม่รู้ จะว่าเธอเคยเจอคนลักษณะแบบนั้นก็ไม่เคยจู่ๆก็มาให้เธอเห็นแล้วมาบอกให้ตามหาอีกทั้งยังทิ้งปริศนาเอาไว้ให้เธอแก้อีก


      “งั้นหรอ”เจี๋ยเฟยขานรับออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยบอกกับคนด้านหลัง “เห็นด่านอี๋เหมินกวนแล้ว”


      “ไหน”จางฝูเอ่ยก่อนจะยนัตัวลุกขึ้นยืนบนหลังเฟยเทียนแล้วมองไปด่านหน้าที่เห็นประตูด่านอี๋เหมินกวนที่เริ่มปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเธอและเจี๋ยเฟย “คืนนี้ก้ข้างที่นี่สักคืนแล้วกันเนอะเจี๋ยเฟย เจ้าว่าไง”


    “แล้วแต่เจ้า ข้ายังไงก็ได้นะเจ้าจะเดินทางต่อหรือหยุดพักยังไงข้าก็ต้องไปกับเจ้าต่อเพราะเจ้าบอกว่าจะไปส่งข้าที่เฉิงตูไม่ใช่รึ”เจี๋ยเฟยเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือของคนด้านหลังวางท้าวลงมาบนไหล่ทั้งสองข้างของเขาโดยที่เขานั้นไม่ทันได้ตั้งตัว


    “อ่าา นั้นสิเนอะ อืมม งั้นพักที่โรงเตี๋ยมสักคืนก็เเล้วกันนะ” จางฝูเอ่ยขณะที่ดวงตายังคงมองไปยังประตูด่านอี๋เหมินกวนที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่นานนักพวกเขาก็ผ่านเข้ามายังด่านอี๋เหมินกวนได้อย่างสำเร็จ หลังจากที่เดินทางมาราธอนมาตลอดแทบทั้งวัน ในที่สุดพวกเธอก็จะได้พัก


     ร่างของช้างเผือกตัวใหญ่ยังคงย่างก้าวไปตามเส้นทางในด่านตรงไปยังโรงเตี้ยมเหม่ยเจินอันเป็นโรงเตี้ยมเพียงแห่งเดียวในด่านในตอนนี้ เพียงไม่นานร่างของช้างเผือกก็มาหุดอยู่ที่ด้านหน้าโรงเตี้ยมเพื่อให้จางฝูและซินอี๋ช่วยกันขนของลงจากรถก่อนที่จะให้เจี๋ยเฟยนั้นนำรถเข้าไปเก็บด่านในคอกพักของทางโรงงเตี้ยมแล้วจึงค่อยตามเข้ามา


     ร่างของจางฝูเดินก้าวเข้าไปด่านในโรงเตี้ยมพร้อมกับข้าวของมากมายก่อนที่เสี่ยวเออร์ของโรงเตี้ยมนั้นก็รีบปรี่เข้ามาช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้แต่ทั้งสองอย่างรวดเร็ว


    “แม่นางทั้งสองแบบของมามากมาย มีอะไรให้ข้าน้อยช่วยรึไม่ขอรับ”


      “ข้าอยากจ้องห้องพัก เอาห้องสำหรับสองคนหนึ่งห้องกับหนึ่งคนหนึ่งห้อง ช่วยหน่อยนะ”จางฝูเอ่ยกับเสี่ยวเออร์พร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อยก่อนที่เสี่ยวเออร์คนนั้นจะหหันไปเรียกให้เพื่อนอีกสองคนมาช่วยกันขนของของพวกธอขึ้นไปไว้บนห้องโดยที่มีซินอี๋นั้นเอาแต่มองไปรอบร้านอย่างตื่นตาตื่นใจกับการได้มาโรงเตี้ยมของชาวฮั่นครังแรกกระมัง


     “เเม่นางทั้งสองห้องเตรียมพร้อมเเล้วแม่นางทั้งสองจะไปที่ห้องพักเลยรึไม่ขอรับ” เสี่ยวเออร์คนเดิมกล่าวบอกกับพวกเธอทั้งสองด้วยท่าทางสุภาพ


      “อ่า เดี๋ยวจะมีชายอีคนมาก็พาเข้าไปที่ห้องให้ด้วยนะ”จางฝูเอ่ยก่อนที่จะหันไปจับมอซินอี๋แล้วรีบลากอีกคนนั้นขึ้นห้องไปทันทีเพราะตัวเธอเองนั้นอยากที่จะอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวจนจะเเย่อยู่แล้ว


     ร่างของสตรีทั้งสองคนเดินก้าวเข้ามาด้านในห้องก็พบว่าข้าวของของเธอรวมมทั้งยังมีของเจี๋ยเฟยนั้นถูกนำมาวางรวมไว้ที่ห้องใหญ่เพียงห้องเดียวเดาว่าพวกคนที่ขนมาคงไม่แน่ใจของของใครเป็นของใครจึงได้เอามารวมไว้ที่นี่กระมัง จางฝูรีบเดินไปจับจ้องเตียงที่นอนซึ่งเป็นเตียงเล็กสองหลังซึงเธอเองนั้นเลือกหลังที่อยู่ติดกำแพงฝั่งซ้ายที่อยู่ติดกับหน้าต่างก่อนจะเปิดประตูหน้าต่างออกพร้อมกับเจ้าฮุ่่ยจือนั้นที่บินสวนเข้ามาในห้องส่วนลูจิวและลู่ฉีนั้นก็ค่อยๆเลื้อยออกมาจากแขนเสื้อทั้งสองข้างของเจ้านายสาวก่อนจะลงไปนอนกองกันที่เตียง


    “ข้าขอไปอาบน้ำก่อนนะซินอี๋” จางฝูเอ่ยก่อนที่จะหยิบเสื้อผ้าเดินเเข้าห้องน้ำไปปล่อยให้ซินอี่นั้นเดินสำรวจห้องพักไปพรางๆก่อนผ่านไปราวหนึ่งเคอจางฝูก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสุดผ้าสีขาวแบบเรียบๆเตรียมที่จะเข้านอนพร้อมกับเสียงเคาะประตูจะดังขึ้น


    “ข้าเอง เห็นห่อชุดข้าไหม” เสียงของเจี๋ยเฟยดังขึ้นมาจากที่ด้านนอกห้อง จางฝูที่อยู่ใก้สุดจึงหันไปหยิบเอาผ้าบางมาคลุมไล่ก่อนจะหยิบเอาห่อผ้าของชายหนุ่มเดินไปที่ประตู


     “เอาของเจ้า”จางฝุเเง้มประตูออกเล็กน้อยก่อนจะยืนห่อผ้าให้ชายหนุ่มซึ่งพยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วจึงขอตัวไปนอน ซึ่งห้องของเขานั้นก็อยู่ถัดไปข้างๆห้องของเธอนั้นเอง เมื่อเห็นว่าเจี๋ยเฟยเดินกลับเข้าห้องไปแล้วจางฝูก้ปิดประตูลงกลอนแล้วเดินกลับไปนอนที่เตียงตัวเองส่วนซินอี๋นั้นตอนนี้ก็เข้าไปอาบน้ำแทน จางฝูนอนเล่นกับเจ้าแสบทั้งสามอย่างสนุกสนานแต่ไม่นานเธอก็ค่อยหลับไปอย่างช้าๆด้วความเพลียจากการเดินทาง ซินอี๋ที่เดินออกมาเห็นอีกคนที่หลับไปแล้วก็เดินตรงไปยังเตียงอีกคนแล้วจับผ้าห่มห่มให้อีกคนพร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่ยิ้มออกมา


    “ฝันดีแม่นางจางฝู”


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x56
x2
x10
x42
x162
x1
x25
x102
x1
x46
x8
x46
x28
x18
x120
x2
x60
x90
x1
x20
x37
x42
x36
x784
x1
x2
x106