ดู: 972|ตอบกลับ: 21

{ ด่านอี้เหมินกวน } โรงเตี๊ยมเหม่ยเจิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-18 01:31:12 |โหมดอ่าน
โรงเตี๊ยมเหม่ยเจิน


[ ด่านอี้เหมินกวน ]

โรงเตี้ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี้ยมแห่งแรกในด่านอี้เหมินกวน
จึงมักเป็นสถานที่ที่นักเดินทางและเหล่าพ่อค้าจากเเดนไกลใช้เป็นที่สำหรับพักผ่อน ดื่ม กิน อาหาร
หลังจากที่ร่อนแรมอยู่ในทะเลทรายมาอย่างยาวนาน
จึงทำให้โรงเตี้ยมแห่งนี้มีเหล้าชั้นดีจากทางของฝั่งต้าฮั่นและเหล้าของชาวนอกด่าน
เพื่อที่จะได้ส้รางความพึงพอใจให้กับผู้คนจากทั้งสองฝากฝั่ง
และโรงเตี้ยมแห่งนี้มักจะมีคนจากชาวนอกด่านเข้ามาทำกิจกรรม
ร้องรำทำเพล งอยู่ที่ค่ำคื่น เพื่อสร้างความบันเทิงแก่ทุกคนที่มาพัก




ชื่อกิจการ : โรงเตี๊ยมเหม่ยเจิน
เจ้าของกิจการ : สวี่ จินรั่ว
เวลาปิดบริการ : ตลอด 24 ชั่วโมง
ประเภทร้าน : บริการอาหาร-ขนม, สุรา-น้ำชา, เสียงดนตรี และ ที่พัก
ประทับตราโดย : แม่ทัพรักษาด่านอี้เหมิน


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

167

กระทู้

1545

โพสต์

16หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
162933
เงินตำลึง
60961
ชื่อเสียง
62445
ความหิว
1255

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
5811
ความชั่ว
701
ความโหด
2791
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-3-18 02:52:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องราวที่ 3 บุญคุณ-ความแค้น
   
     เช้าวันใหม่หลังจากที่จางฝูต้องนอนพักค้าคืนที่้านร้างกลางทะเลทรายต่ออีกแทนที่ตอนนี้เธอน่าจะได้เตรียมซื้อข้าวหรือนอนพักสบายๆในโรงเตี้ยมในอี้เหมินกวน อันเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่าเฟยเทียนดันหลับยาวไม่ยอมตื่น เธอจึงจำใจต้องนอนพักต่ออีกคืนและทำให้การเดินทางกลับบ้านของเธอล้าช้าไปอีกวัน แต่นั้นก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ละนะ เธอเองก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเฟยเทียนหรอก มันทั้งต้องเดินตากแดด แบกเธอแล้วยังต้องลากรถที่บรรทุกของเยอะแยะอีก การให้มันได้พักผ่อนเติเต็มพลังงานที่เสียไปก็นับว่าเป็นเรื่องที่ในฐานะเจ้านายต้องกระทำและทำใจยอมรับ


    “เป็นอย่างไรบ้างเฟยเทียน นอนเต็มอิ่มแล้วสิ” จางฝูที่เดินออกมาจากบ้านร้างเอ่ยแล้วเดินไปกวัดน้ำในบ่อขึ้นดื่มแล้วล้างหน้าล้างตาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวก่อนที่จะหยิบผ้าขึ้นมาโพกหัวและปิดหน้าเพื่อป้องกันฝุ่นทราย


    แปร๊นน(หลับเต็ม พร้อมเดินทางต่อเจ้านาย)


    “คึกขนาดนี้ก็ไปกันเถอะ” เมื่อเห็นว่าเจ้าเฟยเทียนพร้อมสำหรับการเดินทางต่อแล้วนั้นเธอจึงค่อยๆปีนขึ้นไปปบนตัวเจ้าเฟยเทียนแล้วจัดการผูกเชื่อกสำหรับเทียบรถลากกับตัวเจ้าเฟยเทียน เมื่อสำรวจดูความเรียบร้อยเสร็จจางฝูก็ออกเดินทางต่อในทันที เนื่องจากเวลานี้ยังเช้านักทำให้อากาศในทะเลทรายนี้ไม่ร้อนมากนักเหมือนดั่งตอนกลางวัน แต่ว่าคงอีกไม่นานหรอก


    จางฝูยังคงร่อนแรมเดินทางอยู่กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุโดยที่เป้าหมายเมืองที่เธอจะไปก็คือเมืองอี้เหมินกวนที่เธอเคยไปมาเมื่อก่อนหน้านี้เพียงแต่เธอไม่ได้เข้าเมืองแต่เลี่ยงเมืองไปยังหมู่บ้านแมวอสูรแทน พอนึกย้อนไปก็อดคิดถึงท่านยายไม่ได้เห็นทีหลัจากเสร็จธุระที่ตัวเมืองบางที่เธออาจจะแวะไปเยียมเยี่ยนท่านยายเสียหน่อย ไม่รู้ว่าป่านนี้ที่หมู่บ้านนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่จากที่ได้ยินมาก็เห็นบอกมีคนเริ่มเข้าไปให้ความช่วยเหลือที่หมู่บ้านอยู่อีกทั้งที่อี้เหมินกวนก็ยังมีการประกาศเรี่ยรายเงินจากพวกพ่อค้าแม่ขายไปซื้ออาหารไปให้พวกแมวในหมู่บ้านอีก บางทีอีกไม่นานหมู่บ้านนั้นอาจจะถูกท่านการเข้าไปฟื้นฟูแล้วและพวกผู้คนก็กลับเข้าไปอยู่อาศัยแบบเมื่อครั้งในอดีตอย่างที่ท่านยายเลยเล่าให้เธอฟังก็เป็นได้


    “พวกเราเร่งไปกันเถอะเฟยเทียน ข้าว่าอีกไม่ไกลก็นน่าจะถึงด่านอี้เหมินกวนแล้วละนะ”จางฝูเอ่ยแล้วลูบหัวเฟยเทียนเบาพรางมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่ถูกปูไปด้วยพรมสีทรายทอดยาวไปจนสุดเส้นขอบฟ้าราวกับว่าในโลกขอเธอตอนนี้นั้นมีเพียงแค่พี่ฟ้าจากท้องฟ้าเบื้องบนและน้ำตาลจากพื้นทรายเบื้องล่าง


    การเดินทางยังคงดำเนนินไปเรื่อยๆเฉกเช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ที่ค่อยเคลื่อนมาตรงกลางศรีษะบ่งบอกว่านี่คือเวลเที่ยงวัน แต่ทางจางฝูเองเธอยังไม่เห็นแม้ยยอดกำแพงเมือง หรือเธอจะมาผิดเส้นทางกันนะ ถ้าเป็นเช่นงั้นมันต่องแย่เอามากๆเป็นแน่ หรือบ้างที่เธอควรจะหาที่หยุดพักก่อนดีรอจนแดดร่มแล้วจึงค่อยเดินทางต่อ


    หลังจากที่ลังเลอยู่ช่วงหนึ่งจางฝูจงตัดสินใจที่จะมองหาโขดหินใหญ่เพื่อใช้หลบแดดยามเที่ยงวันที่ช่างร้อนแรงจนเธอเริ่มที่จะแสบผิวขึ้นมาไม่ต้องนับเฟยเทียที่กำลังเดินอยู่บนทรายที่อมความร้อนจากแสงแดดเลยว่าเจ้าเฟยเทียนจะร้อนและทรมาณขนาดไหน


    “เฟยๆทีตรงนั้นมีร่มเราไปพักหลบแดดกันก่อนเถอะ” จางฝูเอ่ยแล้วชี้ไปใต้ก้อนหินสองก้อนใหญ่ที่ตั้งตะหง่านซึ่งหินก้อนหนึ่งนั้นเอียงมาซบกับหินอีกก้อนจะเกิดเป็นร่มขนาดใหญ่ เฟยเทียนเมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านายสาวก็เดินตรงไปยังหินสองลูกนั้นในทันทีก่อนที่มันจะย่อตัวให้เจ้านายสาวลงก่อนแล้วมันจึงค่อยเดินเข้าไปหลบแดดที่ใต้ร่มเงา


     จางฝูเองก็เดินเข้าไปนั่งพักที่ใต้ร่มหินก่อนจะมองไปยังด้านนอกที่แดดจ้าจนทำเอาเธอออดแสบตาไม่ได้ จะมีพวกที่สบายก็คงเป็นพวกที่เอาแต่นอนกันอยู่แต่ในรถเทียบนี่ละนะ ดีจริงๆไม่ีโผล่หน้าออกมาสักตัว จางฝูนั่งคิดในใจอย่างหั่นไส้เจ้าพวกสามแสบที่แทบไม่โผล่หัวอกมาจากรถลากกันเลย แม้ในยามดึก ดูท่านในรถนั้นคงเย็นสบายอีกทั้งยังมีของให้กินระหวางทางกระมั้งถึงได้ไม่เห็นหัว


    ในระหว่างที่จางฝูกับลังนั่งคิดอะไรเพลินพลันเธอก็ได้ยินเสียงแปลกๆดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงอุทาน ซึ่งถ้าเดาคงไม่พ้นพวกพ่อค้า เพียงแต่เหตุใดจึงต้องอุทานลั่นขนาดนั้น แม้ว่าเธอไม่ไรู้ว่าเขาอุทานอะไรมามั้งก็เถอะ


    “เฟยเทียนรอนี่แปบนั้นเดี๋ยวข้าจะไปดู เพื่อมีคนต้องการความช่วยเหลือ” จางฝูเอ่ยก่อนที่ใช้หยิบผ้ามาโพกศรีษะแล้วเดินอ้อมไปทางด้านหลังก้อนหิน ดวงตาสีน้ำตาลของหญิงสาวกวาดมองไปรอบบริเวณก่อนจะพบกับรถม้าคันหนึ่งบนเนินทราย เพียงแต่เจ้ารถม้าคันนั้นมันกลับมีบางอย่างที่แปลกไป มันเอียงกระเท่เร่ไปข้างขวา และที่ตรงนั้นก็มีร่างของชายที่ดูแล้วน่าจะเป็นเจ้าของรถม้าคันนั้นกำลังเดินวนไปวนมา ก้มๆเงยอยู่ที่บริเวณล้อรถม้าอย่างกระวนกระวาย ดูท่าแล้วท่าจะมีปัญหาจริงๆสินะนั้น จางฝูที่มองดูอยู่พักใหญ่ตัดสินใจเดินตรงไปยังรถม้าในทันที


   “เอ่อ รถเป็นอะไรรึเจ้าค่ะ ข้าเห็นท่านเดินวนไปวนมา ก้มๆเงยๆอยู่พักหนึ่งแล้ว อ้อ ข้าก็เป็นนักเดินทางเจ้าค่ะ ข้าอยู่ตรงโขดหหินตรงนั้น” จางฝูที่เห็นท่าทางเหวอของชายเจ้าของรถม้าก็เอ่ยออกมาก่อนจะชี้ไปทางหินให่สองก้นที่ก่อนหน้านี้เธอใช้เป็นที่พักหลบแดด


    “อ้อเช่นนั้นเอง ล้อรถม้าข้ามันพังน่ะขอรับ” เขาเอ่ยแล้วมองไปยังล้อรถข้างหนึ่งที่หักพังเสียงจนไม่น่าที่จะซ่อยแซมได้


    “ก็รู้อยู่ว่ามันจะไม่ไหว แต่กะไว้ว่าไปถึงอี้เหมินกวนก่อนแล้วถึงค่อยเปลี่ยนแต่ไม่คิดว่ามันจะมาพังเร็ว อีกทั้งยังระหว่างทางเช่นนี้น่ะขอรับ”เขาเอ่ยต่อก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งกุมหัวก่อนจะขยี้ไปมาอย่างงหัวเสีย จนผมที่เขามัดไว้นั้ยยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง


    “แบบนี้แย่เลยนะเจ้าค่ะ”จางฝูที่มองสภาพรถม้าและชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจ ถ้าหากอยู่ใกล้ตัวด่านคงไม่คิดมาเท่าไหร่แต่นี้ต้องเดินไปอีกเกือบๆลี้ถึงจะไปถึงหน้าด่าน


    “ใช่แล้วแย่มากๆเลยขอรับ ของข้าที่ขนมา อีกทั้งนี่ก็ใกล้เวลานัดติดต่อเจรจาด้วย หากไปไม่ทันมีหวังข้าโดนเถ้าแก่ฆ่าแน่ๆเลยขอรับ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับกำลังจะร้องไห้พร้อมกับค่อยๆทรุดตัวลงนั่งพิงรถม้าอย่างคนหมดเรี่ยวเเรง


    “เช่นนั้นใช้รถลากของข้าไหมเจ้าค่ะ ข้าเองก็จะไปที่อี้เหมินกวน ถ้าไม่รังเกียจ”จางฝูเอ่ยก่อนจะค่อยทรุดตรงลงนั่งยองๆตรงข้ามชายหนุ่มพร้อมยิ้มหวานส่งให้ชายหนุ่นก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนก่อนจะวิ่งกลับไปทางโขดหินสองก้อนที่เธอใช้เป็นที่พักหลบแดด โดยมีชายหนุ่มนั่งมองตามไปก่อนค่อยเผลอรอยยิ้มออกมาบางๆ พร้อมกับเสียงร่ำร้องในใจที่ร้องตะโกนดังว่าเขานั้นรอดแล้ว


    จางฝูที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมาที่โขดหินเรียกสายตาจากเจ้าเฟยเทียนที่กำลังยืนพิงก้อนหินพักอยู่ให้หันกลับมามองก่อนจะร้องออกมาโโยที่ในงวงของมันนั้นชูผลไม้ที่เอามาจากหลังรถมากินอย่างเอร็ดอร่อย


   แปร๊นน(เจ้านายมาแล้ว)


   “ข้ากลับมาแล้ว เราไปเถอะ มีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยหน่อยเฟยเทียน” จางฝูเอ่ยก่อนจะเดินไปดึงงวงเฟยเทียนให้เดินตามเธอออกมาจากใต้ร่มหินแล้วเดินอ้อมไปอีกทางเพื่อพาเจ้าเฟเทียนไปหาชายหนุ่มที่เธอตัดสินใจที่จะช่วยเขาขนข้าวของไปยังอี้เหมินกวน


   ชายหนุ่มที่เห็นหญิงสาวเดินกลับมาพร้อมกับชายเผือกก็ถึงกับนิ่งอึ้งตะลึงไปพักใหญ่ๆเพราะไม่คิดว่าหญิงสาวร่างบางแบบนางจะขี่ช้างแถมยังเป็นช้างเผือกที่หายากอีกทั้งยังตัวใหญ่ขนาดนี้ไปไหนมาไหนอีก


   “แม่นางช้างท่านรึขอรับ”ชายหนุ่มมองช้างเผือกตรงหน้าไม่วางตา ราวกับว่าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตอย่างไงอย่างงั้นแหละ ทำเอาจางฝูที่ยืนมองท่าทีของชายหนุ่มถึงกับอดยิ้มขำๆออกมาไม่ได้ ก่อนจะหันไปลูบที่งวงของเจ้าช้างเผือกเบาๆ


    “ช้างข้าเอง ชื่อเฟยเทียนเจ้าค่ะ ว่าแต่จะเริ่มขนย้ายของเลยไหมเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยแล้วมมองไปยังรถม้าเพื่อเป็นเชิงถามชายหนุ่ม เพราะเห็นว่าชายหนุ่มนั้นยังตะลึงไม่หายเสียที  จะตกใจอะไรนักหนาก็แค่ช้างเผือกเอง ที่ๆเธอไปในต้าฮั่น ยังไม่เห็นมีใครตกใจปานนี้เลย


   “อ่ะ จริงด้วยขอรับ เวลานัด” ชชายหนุ่มที่พึ่งได้สติเอ่ยขึ้นอย่างตกใจก่อนจะรีบวิ่งไปที่หลังรถม้าแล้วหยิบเอาหีบของมากมายลงมาจากรถโดยมีจางฝูเป็นคนช่วนขนของลงมากองที่พื้นแล้วจึงค่อยขนไปใส่ที่หลังรถของเทียบช้างของเธอแทน


    “อ้ากก”


    โครมม!!!


    ในขณะที่จางฝูกำลังขนม้วนผ้าเพื่อนำไปใส่ที่หลังรถก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆชายหนุ่มนั้นก็ร้องแหกปากออกมาตามด้วยเสียงข้าวของที่ร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังจนจางฝูต้องรีบวิ่งไปดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก่อนจะถึงบรรลุเมื่อเห็นร่างของทั้งงู นกฮูกและจระเข้ นอนเรียงรายกันอยู่เต็มหลังรถก่อนจะยิ้มแห้งๆแล้วหันหลับไปมองร่างของชายหนุ่งที่นั่งกองอยู่ที่พื้น

    “เอ่อ เจ้าพวกนี้สัตว์เลี้ยงข้าเองเจ้าค่ะ ไม่ต้องกลัวมันกัดนะเจ้าคะ”


    “ห๊าาาา!!!”
   
     หลังจากที่จางฝูและชายหนุ่มจัดการกับปัญหาสัตว์นอนยึดที่บนรถและจัดการย้ายของจากรถม้าของชายหนุ่มมาที่รถเทียบช้างของเธอเป็นที่เรียบร้อย ชายหนุ่มก็เดินไปขึ้นม้าที่เข้าปลดตัวล่ามม้ากับรถลากออกก่อนจะขึ้นไปนั่งบนหลังม้าอย่างชำนาญส่วนจางฝูเองก็ปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังเฟยเทียนเช่นเดิมก่อนที่ทั้งสองจะออกเดินทางเพื่อไปยังอี้เหมินกวนด้วยกัน


    “เอ่อ แม่นางท่านจะไปทำอะไรที่อี้เหมินกวนรึขอรับ” ชายหนุ่ยเงยหน้าขึ้นมองหญิงพร้อมกับเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่หญิงสาวบอบบางตัวคนเดียวจะรอนแรมมากลางทะเลทรายเพื่อติดต่อค้าขาย และเป็นไปไม่ได้หนักถ้าจะบอกว่ามาเดินเล่นในทะเลทรายที่สภาพอากาศโหดร้ายแบบนี้


    “ข้าจะกลับบ้านที่ต้าหว่านน่ะ แต่จะแวะพักที่อี้เหมินกวนเพื่อซื้อเสบียงเพิ่มน่ะเจ้าค่ะ” จางฝูเอ่ยแล้วมองไปทางด้านหน้าที่เห็นประตูทางเข้าด่านอี้เหมินกวนอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่แล้วก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่ม


    “แล้วท่านนัดเจรจาที่ไหนเจ้าคะ”


    “ที่โรงเตี้ยมน่ะ” ชายหนุ่มตะโกนตอบก่อนจะจับบังเหียนม้าให้เร่งจังหวะเดินตามช้างเผือกของหญิงสาวไป


    “โรงเตี้ยมหรอเจ้าค่ะ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ งั้นไปกันเลยนะเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยก่อนจะตบหัวเฟยเทียนให้สัญญาณว่าให้เร่งจังหวะในการเดินขึ้น เพื่อที่ว่าพวกเธอจะได้ไปทันนัดเจรจางานของชายหนุ่มและบางทีที่เธออาจจะเเวะพักที่อี้เหมินกวนนี้สักคืนแล้วจึงค่อยเดินทางต่อ


    เมือจางฝูและชายหนุ่มเข้ามายังด่านอี้เหมินกวนได้ก็พากันตรงดิ่งไปยังโรงเตี้ยมที่ใช้เป็นสถนานที่ที่ใช้นัดหมายในการเจรจาการค้ากันอย่างเร่งรีบ เพราะอีกไม่นานก็จะถึงเวลานัดตามที่อยู่ในหมายกำหนดแล้ว จางฝูหันไปเอ่ยกับชายหนุ่มที่ขี่ม้าอยู่ที่เบื้องล่างเมื่อดูท่าว่าหากมั่วแต่เดินตามกันไปเช่นนี้คงไม่ทัน สู้ให้ชายหนุ่มไปรับหน้าแทนก่อนหน้าจะดีกว่า


“นี่ท่านน่ะ รีบไปที่โรงเตี้ยมก่อนเถอะ ส่วนของเดี๋ยวข้าจะตามไปทีหลัง ถ้ามั่นแต่เดินตามกันข้าเกรงว่าจะไปไม่ทันนัด”


   “เป็นความคิดที่ดีมากเลยแม่นาง งั้นข้าขอล่วงหน้าไปรับหน้าที่โรงเตี้ยมก่อน อ้อ โรงเตี้ยมจะอีกไม่ไกลเท่าไหร่ ห่างจากที่อีกจากที่นี่ราวสองสามช่วงอาคาร ตรงหัวโค้ง ข้าไปก่อนละแม่นาง” ชายหนุ่มเอ่พร้อมกับบอกเส้นทางเพื่อไปยังโรงเตี้ยมก่อนที่ตัวของเขานั้นจะควบม้าวิ่งไปตามเส้นทางในเมืองเพื่อที่จะไปรับหน้าคู่เจรจาที่จะทำการค้าด้วยในครั้งนี้ก่อน   


   “เราก็ไปกันเถอะ”จางฝูมองงร่างของชายหนุ่นที่ควบม้านำออกไปก่อนที่ก้มลงมองเฟยเทียนแล้วเอ่ยออกมาพร้อมกับร่างของช้างเผือกที่ค่อยๆเดินเคลือนไปตามเส้นทางภายในด่านอี้เหมินกวนอย่างไม่เร่งรีบมากนัก เพราะยังไงเสียดูแล้วเธอก็ไปทันอยู่แล้วละนะ อีกอย่างหากมาเดินจ้ำๆในพื้นที่ชุมชนคงไม่วายไปโดนข้าวของชาวบ้านเข้าเสียหายเป็นแน่


    ที่นี่ถึงแม้จะอยู่ท่านกลางทะเลทรายแต่ก็มีข้าวของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตอย่างเช่นพวก พืชผักผลไม้ น้ำมาขายกันเสียเต็มไปหมด ช่างน่าแปลกใจนักที่กลางทะเลทรายแห้งแร้งแบบนี้เหตุใดจึงได้มีของสดๆพวกนี้มาขายได้ คนปลูกต้องเก่งมากถึงขนาดปลูกผักพวกนี้กลางทะเลทรายได้


    จางฝูเเละเฟยเทียนผ่านท้องถนนและร้านค้ามากมาในด่านจนในที่สุดเธอก็มาถึงที่โรงเตี๊ยมที่ที่เธอชายหนุ่มนั้นล่วงหน้ามาก่อนโดยที่เธอนั้นให้เฟยเทียนนั้นไปพักที่คอกพักสัตว์ของโรงเตี้ยมกอนแล้วจึงค่อยเดินเข้าไปด้านในร้าน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวเข้าไปด้านในร้าน เสียงโหวกเหวกโวยวายก็ดังรอดออกมา โดยหนึ่งในเสียงโวยวายนั้นก็เป็นที่เสียงของชาหนุ่มที่เธอให้ล่วงหน้ามาก่อนนั้นเอง เธอไม่รอช้าที่เดินเข้าไปด้านในโรงเตี้ยมทันที ร่างของชายหนุ่มที่เธอให้ล่วงหน้ามาก่อนในตอนนี้ก็กำลังร่างของชายสามคนที่แต่งตัวแปลกยืนล้อมอยู่


    “ข้าบอกแล้วถ้าไม่เห็นของก็ไม่ตกลง เสียเวลาจริงๆ”ชายหนึ่งในสามเอ่ยแล้วหรี่ตามองร่างของชายหนุ่มอย่างหงุดหงิดและโกธรเคือง


    “สินค้ามีแน่นอนขอรับ ได้โปรดรออีกสักนิดเถอะขอรับ” ชายหนุ่ม เอ่ยพร้อมกับค่อยทรุดตัวลงจับชายเสื้อของชายคนที่เอ่ยย ดูแล้วชายคนนั้นคงจะเป็นหัวหน้าในการเจรจาครั้งนี้สินะ


    “รอรึ เจ้าให้ข้ารอ เสียเวลาค้าขาย จะไปไหนก็ไปหรือถ้าไม่ได้ เฮ้พวกแก ลากมันไป”ชายคนเดิมเอ่ยก่อนที่ชายลูกน้องอีกสองคนนั้นพุ่งเข้าไปลากตัวของชายหนุ่มที่เกาะชายเสื้อเจ้านายให้ออกไป จางฝูที่ได้ยินดังนั้นเธอก็รีบเดินตรงไปยังทั้งสามโดยทันที


    “หยุดนะ แค่ช้านิดช้าหน่อยถึงกับต้องลากกันออกไปอย่างหมูอย่างหมาอย่างนี้เลยรึเจ้าค่ะ” จางฝูตะโกนขึ้นก่อนจะเดินผ่านร่างชายคนนั้นไปแล้วพลักอีกสองคนให้ออกไปห่างๆชายหนุ่มก่อนจะค่อยพยุงร่างของชายหนุ่มนั้นให้ขึ้นมายืนดังเดิม


    “ค่าเสียเวลามันแพงนะแม่นาง ไม่ทราบว่าแม่นางเจ้าเป็นใคร มายุ่งอะไรกับการเจรจาของเรา” ชายคนเดินเอ่ยพรางหรี่ตามองจางฝูก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาอย่างถูกใจหญิงสาวใจกล้าร่างบางคนนี้


    “เจรจารึจะลากไปซ้อมกันแน่” จางฝูบ่นออกมาก่อนจะถูกมือของชายหนุ่มนั้นกระตุกที่แขนเสื้อเบาๆแล้วมองเธอด้วยสายตาละห้อย  จางฝูถอนใจออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะหันไปมองชายอีกคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม


    “จะดูสินค้าไม่ใช่หรอ ตามมาสิ”จางฝูเอ่ยก่อนที่จะเดินนำออกไปจากโรงเตี้ยมเเล้วตรงไปยังคอกพักที่เธอให้เฟยเทียนไปรออยู่และให้เจ้ามีมี่ลงไปซ่อนที่อื่นก่อนเพื่อที่จะไม่ให้มีคนตกใจกลัวมันตอนเปิดผ้าคลุมมาเจออีก   จางฝูเดินมาหยุดที่รถเทียบก่อนที่จะเลิ่กผ้าออกเพื่อให้ชายคู่เจรจามาตรวจดูสินค้าของชายหนุ่ม ซึ่งดูแล้วชายคนนั้นก็มีท่าทีพอใจกับสินค้าอยู่พอสมควร นั้นเรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเธอได้มากเลยที่เดียวซึ่งผิดกับเธอที่ยืนหน้ามุ่ยอย่างไม่ค่อยชอบจนักอนู่ข้างๆแทน


    “ผ้าเนื้อดีมาก อีกทั้งลายก็จัดว่ากำลังเป็นที่นิยม ข้าจะทำสัญญาซื้อขายกับร้านของเจ้า” ชายคนนั้นว่างผ้าในมือลงก่อนจะหันกลับไปมองชายหนุ่มยิ้มแล้วพันไปหาลูกน้องให้นำสัญญาไปตกลงไปมอบให้พร้อมกับถุงเงินจำนวณหนึ่งให้กับชายหนุ่มไว้ และสั่งให้อีกคนขนของในรถเทียบไปขึ้นรถม้าของเขาที่เตรียมไว้ ก่อนที่ชายคนนั้นจะหันกลับมามองที่จางฝูยิ้มๆ ซึ่งเธอก็เพียงแค่เหยียดย้มมุมปากตอบไปแค่เล็กน้อยก่อนจะหันไปเอ่ยกับชายหนุ่มข้างๆ


   “นี่ข้าไปพักก่อนนะ” ว่าจบเธอก็เดินไปหยิบสัมภาระของเธอพร้อมกับเจ้าพวกแสบทั้งสามเดินกลับเข้าโรงเตี้ยมไปโดยมีชายหนุ่มนั้นยืนมองงงๆตามไป แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถาม คงเเต่ต้องปล่อยให้หญิงสาวไปพักสงบสติอารมณ์ส่วนเขาก็ทำได้เพียงช่วยลูกน้องของชายคนนั้นขนของ้ายไปไว้ที่รถม้าจนกว่าจะหมด


   ฟ่ออ(เจ้านายไม่รอเขาหรอ)ลู่ฉีที่โผล่หัวออกมาจากห่อผ้าร้องถามขึ้นมาเบาก่อนที่จะค่อยเลื้อยขึ้นไปพันที่รอบแขนของเจ้านายสาว


    “อะไรหรอลู่ฉี อืม เราไปจองห้องกันก่อนดีกว่าเนอะจะได้นอนพักกัน” จางฝูก้มมองลู่ฉีก่อนที่จะเดินเข้าโรงเตี้ยมไปเพื่อที่จะไปจ้องห้องพักสำหรับที่เธอจะใช้พักผ่อนสำหรับค่ำคืนแห่งนี้ แล้วต่อจากนี้จะทำอะไรต่อก็คงต้องมาคิดเอาที่หลังละนะ และหวังว่าระหว่างที่เธอไม่รู้ดูชายหนุ่มนั้นจะไม่โดนเจ้าพวกนั้นรุมแกล้งอะไรอีกนะ ไม่เข้าใจเลยทำไมพวกพ่อข้าถึงได้เห็นแก่ประโยชน์ขนาดนี้ พอเห็นของก็ตาวาว


   “เฮ้ออ ตอนพ่อข้าค้าขายไม่เห็นเป็นเลย”


@Admin


แสดงความคิดเห็น

( เรื่องราว 3 จะมาพรุ่งนี้ )  โพสต์ 2018-3-18 03:02

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -26 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -26 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดอกม่วง
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x6
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x30
x30
x1
x1
x2
x5
x3
x4
x160
x1
x18
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x17
x80
x75
x50
x595
x196
x3
x9
x4
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x200
x90
x30
x220
x3
x50
x600
x399
x200
x5
x400
x1200
x75
x7
x30
x600
x5
x100
x1185
x2
x200
x200
x28
x4
x600
x40
x3
x20
x60
x37
x4
x250
x19
x600
x32
x54
x200
x100
x800
x3
x551
x727
x200
x16
x200
x21
x600
x1
x1000
x400
x800
x30
x600
x51
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x5
x1676
x1
x3
x640
x1455
x72
x1284
x3
x5
x6
x90
x2
x133
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x2
x136
x290
x75
x1
x30
x30
x2
x49
x5
x701
x410
x1500
x132
x218
x431
x340
x320
x470
x215
x98
x125
x446
x30
x111
x380
x728
x1
x23
x552
x5
x388
x106
x266
x273
x520
x1123
x127
x47
x738
x460
x4
x2
x572
x462
x390
x158
x8074
x1462
x350
x281
x53
x42
x17
x49
x19
x326
x865
x6
x1764
x810
x340
x1
x4
x72
x1
x9
x138
x249
x668
x3725
x73
x12
x162
x1
x446
x140
x2400
x8
x327
x630
x500
x36
x2
x3
x330
x5
x40
x141
x2
x1500
x546
x1446
x730
x108
x195
x107
x9
x68
x282
x7
x38
x3
x2
x7
x137
x5
x10
x15
x4
x147
x263
x500
x2
x51
x273
x7
x158
x17
x227
x4847
x702
x248
x8
x59
x2
x2
x1155
x1746
x490
x648
x219
x192
x254
x279
x6
x32
x14
x678
x7
x563
x9
x1748
x313
x780
x844
x732
x1030
x494
x133
x134
x183
x745
x1080
x807
x92
x104
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x250
x287
x619
x460
x1108
x680
x172
x1122
x2318
x581
x40
x1018
x529
x24
x280
x1245
x170
x248
x1444
x7398
x1960
x1490
x35
x24
x41
x81
x697
x1

167

กระทู้

1545

โพสต์

16หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
162933
เงินตำลึง
60961
ชื่อเสียง
62445
ความหิว
1255

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
5811
ความชั่ว
701
ความโหด
2791
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-3-18 21:37:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องราวที่ 3 บุญคุณ-ความแค้น  (ต่อ)
      จางฝูเดินเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องเป็นที่เรียบร้อยและเตรียมตัวที่จะลงไปเดินหาซื้อข้าวของสำหรับเตรียมการเดินทางต่อของตัวเองในวันพรุ่งนี้ แต่เนืองด้วยสภาพเธอตอนนี้มันเหนียวตัวและเต้มไปด้วยฝุ่นทราย เห็นคงต้องกัดการล้างเนื้อล้างตัวเสียก่อนละนะ เธอหันเดินไปหยิบเอาเสื้อผ้าของตัวเองแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที่ แต่ไม่นานนักก็เดินออกมา ในตอนนี้เธออยู่ในชุดสีอ่อนตามปกติที่เธอชอบใส่ เพียงแต่เตรงชายแขนเสื้อที่เธอมักจะใส่แบบเป็นชายระบายเปลี่ยนเป็นชายแขนเสื้อทรงประบอก เพื่อที่มันจะได้ไม่รุ่มร่ามมากและเพื่อตกกันฝุ่นทรายที่จะปลิวเข้ามาอีกด้วย  ส่วนประโปรงก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นกางเกงที่ยาวปิดลงไปถึงในรองเท้า เพื่อที่เวลาเดินพวกดินจะได้ไม่มีเลอะชุดของเธอ  เธอหมุนตัวไปมาอยู่หน้ากระจกเพื่อตรงดูความเรียบร้อยของตัวเองก่อนที่จะหันไปมองเจ้าแสบทั้งสามที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียง

   “พวกเจ้าจะไปตลาดกับข้าไหม”

   ฮูกก(ไม่ไป ร้อน ฮุ่ยจะนอนอยู่ที่นี่) ฮุ่ยจื่อร้องอออกมาก่อนที่จะล้มตัวลงนอนแหมะกางปีกยกขาชี้ฟ้าอยู่บนเตียงนุ่มๆ

    ฟ่ออ(ไปเจ้านาย)ลู่ฉีร้องขึ้นพร้อมกับเลื้อยไปหาเจ้านายสาวที่เดินมายืนรอกพวกมันอยู่ที่ปลายเตียง

    ฟ่ออ(นอนเป็นเพื่อฮุ่ย เจ้านาย) ลู่จิวร้องก่อนจะเลื้อยไปนอนขดข้างๆฮุ่ยจื่อเพื่อบอกเป็นนัยๆว่ามันเองก็จะนอนอยู่ที่โรงเตี๊ยมเช่นเดียวกับฮุ่ยจือ

   “อืม มีแค่ลู่ฉีสินะ งั้นเราไปกันเถอะลู่ฉี ข้าจะซื้อของอร่อยๆให้เจ้ากินตัวเดียวเลย”จางฝูเอ่ยก่อนจะย่อตัวลงไปอุ้มลู่ฉีแล้วส่งมันให้เลื้อยขึ้นมาพันอยู่รอบๆคอเธอแทนพร้อมกับร่างบางของจางฝูที่หันหลังเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเจ้างูตัวน้อยสีขาว

    จางฝูที่เดินลงมาที่ด้านล่างโรงเตี้ยมหันไปมองรอบๆเพื่อมองหาชายหนุ่มแต่ดูเหมื่อนว่าเขาจะไม่ได้อยู่ที่นี่เสียแล้ว ถ้าเดาคงจะไปขนของอยู่หรือไ่ก็ไปหาซื้อดูรถลากคันใหม่ละมั้งนะ ในขะที่จางฝูกำลังมองไปรอบก็ต้องไปสะดุดกับใบหน้าของชายคู่เจรจาที่เธอนั้นไม่ค่อยชอบขี้หน้ากำลังนั่งจิบชามองจ้องเธออยู่ ‘มองบ้าอะไรของมัน’

   ชายคนนั้นจ้องเธอไม่วางตาและเธอเองก็หาได้หลบตาไม่ จางฝูเองก็จ้องกลับไปอย่างไม่พอใจเช่นกัน  ‘ในเมื่อเจ้าจ้องข้าได้ ทำไมข้าจะจ้องเเจ้ามั้งไม่ได้’ จางฝูยืนท้าวเอวจ้องหน้าชายคนนั้นต่ออย่างไม่ว่างตาจนเจ้าลู่ฉีที่อยู่ด้วยนั้นมองชายที่เจ้านายสาวและชายพ่อค้าที่เอาแต่จ้องกันไปจ้องกันมาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่มันจะเลื้อยดันตัวของมันให้ไปอยู่ในระดับสายตาของเจ้านายสาว

   ฟ่ออ (หิวแล้ว)

  “อ่ะ” จางฝูมองเจ้าลู่ฉีที่จู่ๆก็ยื่นหน้าของมันขึ้นมาพร้อมกับกับอ้าปากร้องบอกเธอด้วยท่าทีไม่ชอบใจที่เธอเอาแต่เล่นสงครามประสาททางสายตาไปมากับชายพ่อค้าจนไม่ยอมพามันไปตลาดเพื่อหาอะไรกินเสียที

   “อ่า ไปตลาดสินะ โทษนะลู่ฉี”จางฝูเอ่ยพรางลูบหัวลู่ฉีเบาก่อนที่จะหันกลับไปมองชายที่หันไปเรียกเสี่ยวเออร์ให้มาเก็บเงินค่าอาหารก่อนที่เธอนั้นจะสะบัดผมหันหน้าและเตรียมจะเดินออกจากร้านแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวไปไหน เสียงของของอะไรสกอย่างก็ดังลั่นขึ้นมา

     โครมม!!!

      เธอรีบหันไปมองหาต้นต่อของเสียงนั้นทันทีก่อนจะไปหยุดที่ร่างของชายพ่อค้าที่เธอพึ่งละสายตาไปเพียงชั่วครู่บัดนนี้ร่างนั้นล้มลงไปนอนกองนิ่งสนิทอยู่ที่พื้นโรงเตี้ยมเป็นที่เรียบร้อย จางฝูและบรรดาคนในโรงเตี้ยมรีบเดินปรี่เข้าไปดูอย่างตกใจกึ่งสงสัยว่าอยู่คนๆนี้ถึงได้หมดสติไป

    “เฮ้ เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลยไม่ใช่รึไง” จางฝูที่แหวกฝูงชนในโรงเตี้ยมเพื่อเข้าไปดูอาการของชายคนเอ่ยขึ้นก่อนจะพลิกร่างที่นอนกองอยู่นั้นให้หันขขึ้นมานอนหงายก่อนจะมองไปรอบๆที่ตอนนี้มีคนมามุงดูอยู่เยอะแยะ

    “รบกวนถอยออกไปหน่อยได้ไหมเจ้าค่ะ มุงแบบนี้อากาศมันไม่ถ่ายเทนะเจ้าค่ะ” จางฝูร้องงตะโกนด้วยน้ำเสียงกึ่งดุ พร้อมกับบรรดาคนที่มามุงดูนั้นค่อยๆถอยห่างออกไปตามที่หญิงสาวบอก

    “นี่เจ้าน่ะ เฮ้ ตื่นสิ จะตายแล้วรึไง แล้วถ้าเกิดตายสัญญาไม่โดนยกเลิกหรอ นี่เจ้าฝื้นขึ้นมาก่อนสิ เจ้าพ่อค้า” จางฝูเอ่ยพรางลงมือตบไปที่ในหน้าที่หลับไม่ได้สติอย่างเต็มแรงแต่ก็ไม่มีปฏิกริยาตอบโต้มาจากร่างของชายยหนุ่มเลยแม้แต่น้อย จางฝูจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดก่อนจะหันไปมองเถ้าแก่ร้านที่ก็อยู่ในกลุ่มชาวฮั่นมุงนี้ด้วย

    “เถ้าแก่โงหมออยู่ไกลไหม”

    “อ่ะ มะ ไม่ขอรับ ออกจากโรงเตี้ยมไปแล้วไปทางตรงไปทางซ้ายมือราวสองซอยก็ถึงแล้วขอรับ” เถ้าแก่โรงเตี้ยมเอ่ยยขึ้นอย่างตกใจที่จู่ก็ถูกหญิงสาวตะโกนเรียก

    “สองซอยนั้นคือไม่ไกลหรอฮะ!!!  แล้วไอ้ลูกน้องสองตัวของเจ้าไปไหนละเนี่ย” จางฝูเอ่ยแล้วมองหน้าเถ้าแก่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อก่อนจะก้มมองร่างที่นอนสลบไม่ได้สติอยู่ ถึงจะไม่ชอบขี้น้าก็ไม่ได้อยากให้ใครมาตายต่อหน้าซ้ำสองหรอกนะ

     “ข้าเป็นแค่ตรีบอบบางเองนะ เจ้าบ้านี่”จางฝูสบถอย่างหยุดหยิดก่อนที่จะค่อยพยุงร่างคนสลบในลุกขึ้นมานั่งก่อนที่จะขยับอ้อมไปด้านหน้าเเล้วเอาแขนทั้งสองข้างของชาหนุ่มมาคล้องคอแล้วค่อยยันตัวลุกขึ้นท่ามกลางความตกใจของคนในโรงเตี้ยมที่เห็ว่าร่างบอบบางของหญิงสาวผู้นี้ไม่น่าที่จะแบกร่างของชายตัวใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาได้ จางฝูหาได้สนใจสายตาที่มองแม้สักเล็กน้อย เมื่อตัวเองยืนตั้งฐานได้อย่างมั่นคงแล้วก็รีบก้าวเดินโดยแบกร่าของชายคนนั้นออกจากโรงเตี๊ยมไปเพื่อไปยังโรงหมอ




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +77 ความหิว -24 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 77 -24 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดอกม่วง
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x6
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x30
x30
x1
x1
x2
x5
x3
x4
x160
x1
x18
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x17
x80
x75
x50
x595
x196
x3
x9
x4
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x200
x90
x30
x220
x3
x50
x600
x399
x200
x5
x400
x1200
x75
x7
x30
x600
x5
x100
x1185
x2
x200
x200
x28
x4
x600
x40
x3
x20
x60
x37
x4
x250
x19
x600
x32
x54
x200
x100
x800
x3
x551
x727
x200
x16
x200
x21
x600
x1
x1000
x400
x800
x30
x600
x51
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x5
x1676
x1
x3
x640
x1455
x72
x1284
x3
x5
x6
x90
x2
x133
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x2
x136
x290
x75
x1
x30
x30
x2
x49
x5
x701
x410
x1500
x132
x218
x431
x340
x320
x470
x215
x98
x125
x446
x30
x111
x380
x728
x1
x23
x552
x5
x388
x106
x266
x273
x520
x1123
x127
x47
x738
x460
x4
x2
x572
x462
x390
x158
x8074
x1462
x350
x281
x53
x42
x17
x49