กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 188|ตอบกลับ: 4

{ นอกเมืองเจียวจือ } น้ำตกฮว่าซุง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-3 17:25:53 |โหมดอ่าน
น้ำตกฮว่าซุง



น้ำตกฮว่าซุง เป็นน้ำตกที่งดงามนอกเมืองเจียวจือ

เนื่องจากว่ามีเหมือนมนต์ไอของอะไรบางอย่างล่องลอยทั่วทิศ

สายน้ำไหลไม่มีวันหยุดพัก เย็นสบายตลอดทั้งปี แม้ในหน้าหนาว น้ำก็ยังมิกลายเป็นน้ำแข็ง

ว่ากันว่า เป็นสถานที่ ที่จะพบเจอ “ปลาหยกม่วง” ได้ ณ ที่นี้


ปลาหยกม่วง 


ปลาหยกม่วง เป็นปลาในตำนานที่ร่ำลือกันว่ามักชอบว่ายวนกระแสน้ำตก
ในยามเย็นหลังฝนตก ทุกเย็นปลาหยกม่วงจะว่ายทวนกระแสน้ำไปตามแม่น้ำเพื่อขึ้นไปด้านบนน้ำตกที่ไหลลงมา
และกระโดดคว้าสายรุ้ง มีตำนานเล่าขานว่าปลาตัวใดคว้าสายรุ้งได้จะได้เป็นเซียนบนสวรรค์

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-3 21:17:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-9 17:35


ตกปลาเบ็ดตรง ณ น้ำตกฮว่าซุง
‘มัจฉาหยกม่วง’

          เช้าวันถัดมาของการออกมาจากหุบเขามรณะ พระชายาหลินเฟยนั้นตื่นขึ้นมาก็ต้องพบกับจงเอ๋อห์ที่จ้องมองเธอที่กำลังนอนอย่างตาแป๊วกันเลยทีเดียว ก่อนที่เธอจะอาบน้ำแต่งตัว โดยที่ไม่ลืมผ้าที่บนครึ่งใบหน้าของเธอดั่งเดิม ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นก็ยังคงทอประกายงดงามเฉกเช่นเดิม

          เมื่อเธอทำกิจวัติช่วงเช้าเสร็จก็เรียกทุกท่านเข้ามาประชุมกันบอกเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้ไปพบเจอกันมา แต่ทว่านั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับท่านพ่อค้าใหญ่เดินเข้ามาพอดี ทำให้พวกเธอได้แนะนำผู้ร่วมเดินทางรวมถึงท่านพ่อค้าใหญ่ให้รู้จักเหมือนกัน

          ท่านพ่อค้าใหญ่นั้นชื่นชอบในการมั่นใจของหญิงสาวนามเจียวหย่า แต่ทว่าตอนนี้เขาก็กำลังคิดอยู่ ว่าหากจะซื้อของขึ้นเรืออีก จะไม่มีคนขนขึ้นเรือ ชาติจึงอาสาเนื่องจากว่าเป็นผู้มีพระคุณเขาจะช่วยด้วย

          “ถ้าอย่างงั้นพวกข้าจะไปช่วยท่านพ่อค้าใหญ่ดูเรื่องการขนย้ายอะไรงี้แล้วกันนะ? ท่านไปตกปลาก็ระวังตัวด้วยล่ะ จะว่าไปหนูน้อยจงเอ๋อห์ยังเด็กไปเกินกว่าที่จะช่วยงานเขานี้์?? จะไหวเราะ?” เจิ้งหู่นั้นพูดขึ้น เขาเข้าไปหาจงเอ๋อห์แต่ก็ดูเหมือนว่าเด็กชายจะไม่มีปัญหาอะไรเลยนะ? แต่คนที่มีปัญหานั้นกลับเป็นเจิ้งซื่อ เนื่องจากว่าเขาไม่ชอบงานที่ใช้แรง..

          “งั้นข้าไปกับท่านด้วยแล้วกัน” เจิ้งซื่อพูดเสียงเรียบๆ ก่อนที่จะหนีจากงานใช้แรงไปได้ด้วยข้ออ้างสุดล้ำลึก ว่าหากนางเป็นอะไรขึ้นมา ก็ต้องมีคนช่วยได้ทัน

          ถึงแม้ว่าทั้งชาติและจงเอ๋อห์จะรู้อยู่แล้ว ว่าความจริงต้องเป็นคำว่า พระชายาจะช่วยเขา เสียมากกว่า

          …….
          ………..

          พระชายาหลินเฟยรวมถึงเจิ้งซื่อนั้นเดินทางมายังนอกเมืองเจียวจือ เธอพึ่งไปซื้ออุปกรณ์การตกปลามาจากร้านแถวในเมือง รวมถึงมีเอ็นของเบ็ดตกปลารวมอยู่ในนั้นด้วย แต่เนื่องจากความเนียน(?)ในการใช้งาน เจิ้งซื่อจึงเป็นคนอาสาในการถือเอง

          เมื่อมาถึงพระชายาก็ได้พบเห็นน้ำตกบ่องาม ที่มีบ่อเล็กแยกกันสองสามบ่อ รวมถึงยังมีธรรมชาติลายล้อมด้วยกลิ่นของความสดชื่นและเขียวชอุ่มไปทั่วอาณาบริเวณ หญิงสาวจ้องมองด้วยความรักใคร่เนื่องจากว่าไม่ได้พบเห็นอะไรสวยงามขนาดนี้มานานแล้ว เมื่อเธอเดินลงไปก็มีแท่นหินไว้สำหรับนั่งลงสำหรับตกปลาพอดีจริงๆ

          แต่แล้วอยู่ๆ หญิงสาวก็เริ่มคิดอะไรบางอย่างได้..

          หากจำต้องตกปลาจริง แล้วปลาชนิดนั้นเล่าเป็นปลาอย่างไร เพียงแค่ความคิดเท่านั้นล่ะ ทั้งเธอรวมถึงเจิ้งซื่อจำต้องออกไปหาข้อมูลของปลาชนิดนี้มา และแล้วก็ได้รับรู้

          ปลาหยกม่วง เป็นปลาในตำนานที่ร่ำลือกันว่ามักชอบว่ายวนกระแสน้ำตก ในยามเย็นหลังฝนตก ทุกเย็นปลาหยกม่วงจะว่ายทวนกระแสน้ำไปตามแม่น้ำเพื่อขึ้นไปด้านบนน้ำตกที่ไหลลงมา และกระโดดคว้าสายรุ้ง มีตำนานเล่าขานว่าปลาตัวใดคว้าสายรุ้งได้จะได้เป็นเซียนบนสวรรค์

          “หากเป็นปลาในตำนานตามที่ร่ำลือกันจริงๆ คงไม่อาจใช้เบ็ดตกปลาแบบนี้ได้เป็นแน่แท้” พระชายาพูดขึ้นเธอกำลังคิดหาวิธรการตกปลาเพื่อให้เจ้าปลาน้อยนั้นได้มากับเธอ แต่ทว่าบางสิ่งบางอย่างก็เข้ามา.. หากใช้ตะขอก็จะบาดเจ็บ หากปลาต้องการอาหารก็คือปลาต้องการมีชีวิต…

          มันก็เหมือนกับการไปทำร้ายชีวิตปลาตัวนั้นอย่างเสียไม่ได้…

          “ก็ใช้เบ็ดปกตินั้นล่ะ จะไปใช้แบบไหนกันเล่าแม่นาง? เดี๋ยวก็จับปลาไม่ได้เอาเสียหรอก” เจิ้งซื่อนั้นออกความคิดเห็น แต่แล้วเขาก็ต้องไปพบกับหญิงเบ๊าะ(?) ที่ดูแปลกประหลาด เนื่องจากว่าเหมือนนางจะสติหลุดไม่ฟังเขาอย่างไร

          เธอหยิบขวานทองออกมาจากไหนก็ไม่รู้นำออกมา ก่อนที่จะตัดเส้นเชือกเอ็นเล็กตรงที่มีตะขอออก รวมถึงเอาแต่เส้นด้าย

          ก่อนที่จะหยิบขวานทองฟันฉับไปที่ลำของต้นไม้ไผ่ลำตรงแด๊วออกมา ค่อยๆนั่งฝนลำไผ่ให้เนียนไม่มีใบ นำใบของมันมากองรวมกันใกล้กับกอไผ่ รวมถึงมีการไหว้ก่อไผ่อีกต่างหาก

         “ขอขอบคุณที่ให้ข้าได้ใช้ไม้ไผ่ทองลำตรงนี้เพื่อจับปลาหยกม่วงเจ้าค่ะ” พระชายาพูดพึมพำ เธอนั่งเหลาไม่พอ ยังต่อเส้นเอ็นด้ายโดยที่ไม่แขวนเหยื่อปลาอะไรเลย ทั้งยังไม่อาจจุ่มลงไปในน้ำใสไหลเย็นนั้นอีก มือเรียวบางขว้างคันเบ็ดไปทั้งอย่างนั้นมันยังห่างจากย้ำกว่า 3 คีบ…

          “มัจฉาหยกม่วงตนไหนตกลงปลงใจ มิอยากหามีชีวิตอยู่ไม่แล้ว ก็มากินเบ็ดคันนี้เอาเองเถิด”

          เสียงนั้นที่นั้นเหมือนกับการก้องกังวาลไปทั่วผื่นน้ำ เมื่อพูดเสร็จพระชายาก็ค่อยๆนั่งลงใกล้ๆกับตรงนั้น ท่ามกลางความสงสัยของเจิ้งซื่อ แต่เขาก็ขอดูอยู่ห่างๆ จนผลอยหลับไป

          ณ ตอนนี้ดวงใจของนางนั้นไม่ได้คิดถึงความใจร้อนที่อยากจะได้ปลาหยกม่วงเร็วๆ แต่กลับนิ่งเหมือนน้ำที่กำลังวนอยู่บนบ่อ ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นไม่ไหวติง ค่อยๆรอ รวมถึงคลียิ้ม แถบนี้ไม่มีผู้ใดนอกจากปลาหยกม่วง เช่นนั้นเธอจึงค่อยๆถอดผ้าบางที่ปกปิดใบหน้าออกมา

          ดวงใจที่กำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความศรัทธาของเธอนั้นยังคงมีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้หากเป็นคนอื่นก็คงจะต้องท้อแท้และหมดกำลังใจ… หนทางที่ผ่านมามันช่างน่ากลัวเหลือเกิน แต่ทว่ากลับยังคงมีแสงสว่างที่กำลังส่องจิตใจ

          พระชายาหลินเฟยนั้นนั่งอยู่นิ่งๆ เหมือนกับกำลังนั่งสมาธิอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เนื่องจากว่าเธอไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีปลาหยกม่วงมากินเบ็ดของเธอหรือปล่าว บางครั้งเธอก็อยากให้ปลาหยกม่วงที่ไม่อาจอยากมีชีวิตอยู่ หรือเห็นในดวงใจอันบริสุทธิ์ของเธอนั้นได้แสดงความรู้สึกบางสิ่งบางอย่างกับเธอด้วยเช่นกัน ใช่แล้ว

          ปลาหยกม่วงก็ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิต จะเห็นใจ เห็นดีเห็นงามนั้นหาแปลกไม่ เพราะว่าการที่จะได้เข้าหากันมันเป็นเรื่องธรรมชาติของคนเราไปเสียแล้ว พระชายาหลินเฟยยิ้มให้กับผืนน้ำที่ไหวนิ่ง จะว่าไป?.. นานเท่าไรแล้วนะ? ที่ต้องอยู่เพียงแค่ตรงนั้น นานเท่าไรแล้วนะ? ที่ไม่ได้ออกมาเจอธรรมชาติอย่างงี้ นานเท่าไรแล้วนะ? ที่ได้ช่วยเหลือผู้คน

          …………
          …………….

          ตอนนี้ดวงใจของพระชายานั้นเต็มไปด้วยความหวัง และการขอบคุณในองค์เทพ เพราะแค่ฟังคำอ้อนวอนของเธอนั้นก็ดีขนาดไหนแล้ว เนื่องจากว่ามันคงไม่มีคนเดินผ่านเข้ามาที่นั้นได้ง่ายๆ อืม..นั้นสินะ? ปลาหยกม่วงคิดเช่นนั้นด้วยหรือไม่? ท่านอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือมนุษย์ด้วยหรือไม่กันนะ? ใช่แล้วล่ะ.. หากช่วยนาง หากเห็นในดวงใจที่ตั้งมั่นแล้ว เธอเชื่อว่า แม้ปลาหยกม่วงนั้น จะตกยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด แต่ด้วยดวงใจนั้น คงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้แน่นอน

           นึกถึงความดีในใจตลอดเวลา นึกถึงการทำดีตลอดเวลา นึกถึงความรักตลอดเวลา และเชื่อในสิ่งที่นึก และเชื่อในองค์เทพ

สายน้ำใส หลั่งริน ในธารา
ดอกบุหงา ผลิบาน ในม่านเมฆ
สุดแสงสาย ดงแดน ฤทธิ์เดช
จุดสเวช ตฉัตร ฤใดแดน

มัจฉาชาติ เลิศล้ำ งามวิถี
ไม่รีบรี ว่ายน้ำ มาหาไหน
มัจฉาชาติ หายาก ไม่ร่ำไร
ริจใด หาได้เปรียบ ทุกวีวัน

ไม่รีบร้อน ซ้อนรัก อาลัยกลิ่น
ไม่ถวิน จิตไขว่ ในใจมั่น
ดวงจิตนี้ จิตใต้ สุขอนันต์
มีสิ่งนั้น เป็นสุข สุดเหนือใด

อันความดี ที่ก่อ ส่งผลกลับ
ให้ได้รับ การช่วยเหลือ ดีฉไหน
เมื่อวานก่อน ยังร้องร่ำ จับหัวใจ
วันนี้ใด ความดี ส่งผลมา

เหมือนวันนี้ เดวา ดั่งทวยเทพ
ให้พบเสพ สุขสันต์ ไม่ตัญหา
ขอบคุณเทพ ทุกองค์ ทรงเมตตา
ให้เนทรา ลื่อลั่น ในความดี

@Admin


แสดงความคิดเห็น

แบกกลับไปได้ 150 ไม้เนื่องจากกระเป๋าเต็มและเนื่องจากไม่ได้เอาถังหูลู่ออกมาจากถุงหมด จนไม่รู้ว่าภายในถุงมีหินตีบวก(S) อยู่ 1 ก้อน  โพสต์ 2018-3-9 17:53
ระหว่างกำลังตกปลาก็มีถุงย่ามตกมาจากต้นไม้ใกล้ๆ ( ได้รับถังหูลู่ 200 ไม้ )   โพสต์ 2018-3-9 17:51

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +2 เงินตำลึง +300 ความหิว -24 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 300 -24 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-3-4 20:17:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-10 07:23


ตกปลาเบ็ดตรง ณ น้ำตกฮว่าซุง
‘แม้หิ่งห้อย ยังทำความดี’

         บางครั้งเธอก็ควรคิดว่า นี้มันคงเป็นเวรกรรมที่ทำให้ฉันได้เจอกับเธอ จงรักภักดีเสมอ แม้คิดจะมีใครก็ทำไม่ลง ได้แต่ตรอมใจแค่ไหนเมื่อเธอมีใครกี่หน ไม่รักๆ เธอไม่น้อยลง...ได้คิดแค่น้อยใจจจจ

         เอาล่ะ เอาตามตรงนะ ...เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ถังหูลู่แทน...

         ดูเหมือนว่าคราวนี้คนน้องเจิ้งซื่อนั้นไม่ได้มาด้วยเมื่อกับเมื่อวานนี้เนื่องจากว่าเธอนั้นเอาแต่นั่งตกปลาอย่างเงียบๆ เขาจึงไม่มีอะไรทำ ความจริงแล้วมันก็สงบสุขดี แต่ทว่าเขากลับเดินมาบอกเธอว่า 'แม่นางตอนตกปลา งดงามจนข้าคิดอกุศล เพราะฉะนั้น เลยไม่อยากไปด้วยแล้ว' มันคืออะไรก็ไม่อาจทราบได้เหมือนกัน แต่ว่า?..เอ่อ??.. หากชายหนุ่มที่อายุเหมือนกับว่าจะไล่เลี่ยกันพูดแบบนั้น ก็คงจะเป็นอย่างงั้น

         เนื่องจากว่าเมื่อวานเธอก็ตกปลาโดยที่นำผ้าที่ปิดใบหน้าออก เพราะฉะนั้นจะเป็นอย่างงั้นก็คงเป็นเรื่องที่ปกติเสียแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าวันนี้เธอไม่มีคนมาด้วยจึงเตรียมผ้าขาวบางมาเพื่อปิดใบหน้ากึ่งหนึ่งของเธอ แม้ว่ามันจะบางมากๆ ก็ตามที แต่การที่ไม่มีคนมาช่วยแบบนี้ก็ใจหายเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ช่วยเธอตกก็ตามที เนื่องจากว่ามีข้ออ้าง ว่าเขาไม่ใช่คนที่ใจเย็น ที่จะใช้เบ็ดที่ไม่มีเหยื่อในการตกปลา เมื่อบอกว่าจะใช้เบ็ดในการตกปลาแบบนี้ เขากลับบอกว่าเธอนี้เหมือนกับนำความดีทั้งหมด ลงไปแค่รูปร่างหน้าตา....

         เดี๋ยวเถอะ..สมองก็ไม่ได้หายไปหรอกนะ?!

         แต่ไม่เป็นไรเธอยังคงมีเวลาอีกตั้งเยอะ เพราะว่า 10 วันนี้เธอจะตกปลา ตกปลา แล้วก็ตกปลา ไม่รีบ เพราะอย่างไรแล้ว เพราะว่าปลาชนิดนี้เป็นปลาที่ตกยาก รวมถึงต้องใช้ใจในการตก แต่ทว่าเธอเองก็ไม่ได้ตกอะไรเก่งกาจมากมายนัก เพราะฉะนั้นมันก็คงเป็นเรีื่องที่ปกติ คนที่ตกปลาเขาทำกัน ดวงตาของหญิงสาวนั้นหันไปมองแผ่นน้ำที่เรียบติง

         เธอหยิบลำไม้ไผ่สีทองยาวนั้นขึ้นมาอีกครั้ง และเริ่มทำการตกปลาใหม่อีกรอบ โดยที่ครั้งที่กลับมารอบนี้เธอไม่รู้เหมือนกันว่าถุงที่เหลือนั้นจะมีอะไรบ้าง? งั้นเก็บกลับไปด้วยแล้วกัน?

         พระชายาหลินเฟยนั้นนั่งอยู่ตรงที่เดิมครั้งนี้เธอแต่ครั้งนี้เธอเลือกที่จะนั่งลงแล้วค่อยเหวี่ยงคันเบ็ดที่ไม่สามารถกระทำอันตรายต่อท่านปลาได้เลยแม้แต่น้อยลงไปพร้อมกับเสียงหวานที่ดังขึ้นด้วยความว่าววอน รวมถึงยิ้มพรายให้กับเหล่าปลาน้อยใหญ่ หรือกระทั้งพรายไม้พรายน้ำที่อยู่โดยรอบนี้

“หากท่านปลาหยกม่วงตัวไหนตกลงปลงใจว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรืออยากจะช่วยข้าน้อย ก็มากินเบ็ดคันนี้เอาเองเถิดเจ้าค่ะ”

         พระชายาหลินเฟยพูดด้วยน้ำเสียงหวาน ก่อนที่จะโยนคันเบ็ดนั้นออกไปอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าคราวนี้เธอก็ยังคงทำคันเบ็ดเหมือนเดิม ใช้ลำไม้ไผ่ทองอย่างเดิม เส้นเอ็นด้ายโดยที่ไม่แขวนเหยื่อปลา ไม่อาจจุ่มลงไปในน้ำใส เธออมยิ้มบางๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียง ‘จ้อม’ ของน้ำที่เหมือนกับกำลังมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวไปมาด้วยความสงสัย หญิงสาวหันไปมองด้านซ้ายด้านขวา แล้วคลียิ้มบาง การตกปลา เป็นสิ่งที่ดี

         หากมันไม่ทำให้ปลาน้อยนั้น เจ็บ รวมถึงเป็นใจในการตกปลาในครั้งนี้ ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นไม่เคยได้เห็นปลาหยกม่วงแต่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะมีสีเหมือนกับดวงตาของเธอหรือไม่? หากมันมีสีของตัวตาเธอ ก็คงจะเป็นปลาที่งดงามมาก

         สายลม สายน้ำ แสงแดด ค่อยๆล่อยเลื่อนผ่านไปด้วยความสงสัยใคร่รู้และเคยชิน เสียงของสัตว์น้อยใหญ่ดังขึ้น พร้อมกับความสุนทรีที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติรายล้อมอย่างงดงาม ความจริงแล้วเวลานั้นไม่อาจที่จะคอยท่าเวลานั้นไม่อาจที่จะคอยใคร และคงมีคนหลายคนที่ไม่อ่านจะปล่อยเวลาให้ผ่านไป แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปของแต่ละคนนั้นอาจไม่เหมือนกัน

         เวลาที่ผ่านไปของหญิงสาวผู้มีนัยน์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นเต็มไปด้วยความหวังและความศรัทธาในสิ่งที่เธอหวังว่าจะพบเจอในสิ่งที่เธอหวังว่าจะมีมัน เธอไม่อาจบอกได้เมื่อสิ่งใดคือความดีที่ก่อตัวมันคงมาจากจิตใจและสื่อออกถึงการกระทำใกล้เป็นอุปนิสัยที่สื่อออกมาให้คนภายนอกได้รับรู้ เหมือนกับที่เธอจะสื่อให้เหล่ามัจฉาที่ว่ายวนในลำธารแห่งนี้ว่าเธอมีความฝัน แล้วความหวัง

         เธอได้แต่ภาวนาภายในใจว่าหากมีปลาผู้ใดมัจฉาตนใดที่อยากจะช่วยเหลือมนุษย์ตัวน้อยๆเขตเช่นเธอก็ให้มากินเบ็ดชนิดนี้ อย่างเต็มใจ

         หญิงสาวนั่งในท่าสงบเงียบค่อยๆใช้หูของตนเอง ฟังเสียงดอกไม้ที่ลู่กับสายลม เสียงของใบไม้ที่สั่นไหว เป็นจังหวะเดียวกันกลับที่เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนไม้มะฮอกกานีนั่นค่อยๆปริวไหว

         ถ้าหากจะบอกจริงจังตอนนี้เวลาก็เลื่อนลอยผ่านไป ไม่รู้ว่าเป็นกี่โมงกี่ยาม รู้เพียงว่าตอนนี้จากนั้นค่อยค่อยลาลับขอบฟ้า ส่งผลให้แมลงตัวน้อย ที่มีแสงกระพริบได้โผล่พ้นออกมา ท่ามกลางความมืดที่เริ่มเข้าเกาะกุม ใครกันหนาที่บอกว่าความมืดนั้นหาความงดงามไม่ได้ แล้วสิ่งนี้เล่าไม่ใช่ความงดงามในความมืดมิดหรอกหรือ

         ไม่ว่าสิ่งใดก็มีความดี ไม่ว่าสิ่งใดก็อยากทำความดี เจ้าแมลงตัวน้อยๆที่ส่องแสงพราวระยับเพียงหยิบมือก็ยังทำความดีเมื่อไม่มีแสงอาทิตย์คอยสาดส่อง ยังคงเปล่งแสงเพื่อส่งความสว่าง อีกทั้งยังสวยงามน่าสนใจ สร้างให้ดวงใจดวงน้อยนั้นมีความหวังกว่าจะได้พบเจอเพราะตนได้ทำสิ่งดีๆ

                    นั้นหนานั่นหิ่งห้อย ส่องแสง
ปัดเป่าความมืดแรง ทั่วฟ้า
แม้มืดมิดสุดตา บ่เว้น
คงส่องประกายฟ้า โอบอ้า กุญชร

         หญิงสาวนั้นดูเหมือนว่าจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอค่อยๆเอียงลำตัวไปตามอารมณ์และความรู้สึกอันสุนทรีที่เต็มไปด้วยความดีและความศรัทธาตอนนี้เธอเหมือนกับได้ยินเสียงของธรรมชาติที่กำลังร่ำร้องเป็นบทบรรเลงจากผืนพฤกษา เธอนั้นไม่ได้เพียงแต่นั่งคิดอะไรไปเรื่อยๆ ชื่นชมธรรมชาติไปได้เรื่อย ตอนนี้เธอนั้นเหงยหน้าขึ้นมามองฟ้า ค่อยยิ้มหวานให้ ก่อนที่จะขอให้องค์เทพนั้นอวยพรชัยให้เธอ... เพราะว่าเธอยังคงมีศรัทธาต่อสิ่งที่พบเจอเสมอมา และไม่มีใครเหมือน

ทั่วทั่งกัลยาทั่วผืนแผ่นดิน
สายลมซ่อซ่องเสียงแว่วสำเนียงกระทบป่า
ใบไม้ในพฤกษาต่างร้องรำเมื่อพบเจอ
จุบจิบเดชกุญชรเสียงแววนอนอยู่ใกล้เคียง

หมู่ผกาต่างรางเรียงสุดสายตา

กลิ่นกรุ่นหอมคลุ่งครัน สุขอนันต์ใกล้ธารา
ไม่สายหรอกกัลยาเชื่อข้าหนาจะได้เคียง
ความดีเหมือนกับป่า ให้คุณค่าฝึกสำเนียง
ต้องทำไม่หลีกเลี่ยงเพราะเป็นคนมโนธรรม

@Admin


แสดงความคิดเห็น

ระหว่างนั้นเกิดพายุ ปลาหยกม่วงตัวสุดท้ายถูกลมพัดทวนมาตกลงบนหน้าหญิงสาว 1 ตัว  โพสต์ 2018-3-10 10:20
จู่ๆ ฝนก็ตกอยู๋ชั่วโมงนึง เมื่อฝนซาก็ปรากฎปลาหยกม่วงมากมายว่ายน้ำทวนกระแสน้ำโดดขึ้นตามหินร่อนน้ำตกเพื่อขึ้นสู่ยอดน้ำตก ปลามากมายต่างพยายามไขว่คว้ารุ้งอยู๋นาน แต่ก็ไม่ได้จนต้องว่ายกลับลงมา   โพสต์ 2018-3-10 10:19

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +2 เงินตำลึง +300 ความหิว -21 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 300 -21 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-3-5 20:32:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-23 17:32

ตกปลาเบ็ดตรง ณ น้ำตกฮว่าซุง
‘วันนี้มีคนช่วย’

         วันคืนนั้นไม่ได้ผ่านแปรผันไปเป็นอื่น รอทุกวันในค่ำคืนล้วนจะตื่นขึ้นมาในความฝัน ฝันที่ว่ากล่าวงั้นเป็นฝันอะไรกัน ตื่นมาไม่ถึงวันจำไม่ได้อะไรเลย

         วันนี้ก็ยังคงเป็นวันที่เธอจะต้องไปตกเบ็ดเพื่อหาปลาหยกม่วงถึงแม้ว่าจะเป็นวันที่ 3 แล้วแต่เธอก็ยังได้ปลาหยกม่วงเพียงตัวเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความพยายามดันลดลงเพราะว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะต้องทำ หญิงสาวเดินไปเตรียมตัวสำหรับการตกปลาหยกม่วงในครั้งนี้

         เมื่อทำกิจวัตรประจำวันช่วงเช้าเสร็จแล้วเมื่อท่านกลับมาในห้องก็เห็นเด็กชายที่กำลังงัวเงียเนื่องจากเพิ่งตื่นอยู่

         “ว่าไงจ๊ะ จงเอ๋อห์ พึ่งตื่นหรอ วันนี้เจ้าตื่นช้ากว่าพี่แล้วนะ? เป็นอันใดหรือปล่าว?” พระชายาหลินเฟยสอบถามเด็กชายผู้ซึ่งเป็นหลานชายของท่านแม่ เด็กชายจงเอ๋อห์ส่ายหัวก่อนที่จะยิ้มให้กับเธอด้วยความสดใส เขาไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่การช่วยงานนั้นทำให้เขาเหนื่อยนิดหน่อย

         “ข้าไม่ได้เป็นอะไรท่านพี่ ข้าแค่เหนื่อยนิดหน่อย” จงเอ๋อห์กล่าว

         “งั้นวันนี้เจ้าไปตกปลากับพี่เอาไหม? จะได้ลงไปบอกคนอื่นอื่นด้วย?” พระชายาหลิยเฟยสอบถาม ก่อนที่จะได้รับการพยักหน้ามาจากเด็กหนุ่มที่กำลังเจริญวัยเข้าสู่คำว่า ชายหนุ่ม เป็นการตอบรับ

         และแล้วทั้งสองคนหลังจากที่บอกข่าวคราวกับชายหนุ่มนักเดินทางทั้งสามคนรวมถึงชาติ พวกเขาก็ออกเดินทางไปยังนอกเมืองเช่นเคยโดยที่วันนี้เธอเลือกที่จะเตรียมตัวในการนอนที่นั้นเลย เพราะว่าจะได้ตกปลาได้อย่างรวดเร็วทั้งวันทั้งคืน โดยที่เธอมอบเงินไว้ให้ชาติติดตัวไว้ใช้และจ่ายเงินภายในโรงเตี๊ยมเผื่อไว้แล้วเรียบร้อย

         เมื่อเดินทางมาถึงน้ำตกเธอก็ขอให้เด็กชายนั้นไปจัดการเรื่องที่พักส่วนเธอก็เถอะจัดการเรื่องหาของและเตรียมที่จะตกปลาอย่างที่เธอเคยตก หญิงสาวเดินไปหยิบลำไม้ไผ่ตรงสีทองที่เธอใช้ตกปลาอยู่ปกติลักษณะเป็นไม้ลำตรงไม่แขวนเหยื่อปลาเฉกเช่นเคย เธอหยิบมันขึ้นมาก่อนที่จะยิ้มให้กับมัน

         คงจะต้องรบกวนเจ้าไปอีกนาน

         หลังจากที่คิดได้แบบนั้นหญิงสาวก็ทำการเหวี่ยงคันเบ็ดลงน้ำโดยที่ปลายคันเบ็ดห่างจากน้ำกว่า 3 คืบ

          “หากท่านปลาหยกม่วงตัวไหนตกลงปลงใจว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรืออยากจะช่วยข้าน้อย ก็มากินเบ็ดคันนี้เอาเองเถิดเจ้าค่ะ”

         พระชายานั้นทำสิ่งนั้นเหมือนกับทุกๆวันแต่ครั้งนี้มีสิ่งที่ต่างออกไปคือมีเด็กชายจงเอ๋อห์ที่จ้องมองท่านพี่ของตนเอง เขานั้นล่าสัตว์มาตั้งแต่ยังเล็กเพราะฉะนั้นจึงไม่เข้าใจการกระทำของท่านพี่เสียเลยซักนิดเนื่องจากว่าชนชาวเตี๋ยนนั่นไม่ได้มีความเมตตาต่อสัตว์ขนาดนั้น

         มันจะไปมีจริงได้อย่างไรที่ว่าปลาไม่อยากที่จะมีชีวิตหรือพร้อมที่จะช่วยเหลือมนุษย์อย่างน้อยมันก็คือเดรัจฉาน แต่เหมือนว่าความคิดของเด็กชายนั้นจะโดนรู้ทันพระชายาหลินเฟยจึงหันไปหาจงเอ๋อห์

         “เพราะว่าความเมตตาและความอาลัยสงสารเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนประสบมี ความบริสุทธิ์ในใจจะส่งผ่านธรรมชาติสู่ทวยเทพ ความจริงแล้วการตกปลาที่พันผ่านมาพี่ก็ใช้วิธีนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นวิธีที่ยากลำบากและต้องใช้ความอดทนแต่พี่เชื่อว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตกปลาหยกม่วง”

         “เหตุใดท่านจึงคิดเช่นนั้นเล่าท่านพี่?..”

         “พี่นึกถึงความดีที่เรานั้นเคยทำไว้และความบริสุทธิ์ภายในจิตใจของพี่แล้วทำให้พี่นั้นไม่อยากทำร้ายมัจฉาตัวน้อยๆหายคันเบ็ดนี้มีหนามแหลมคมในการที่จะจับปลามันก็จะต้องเจ็บปวดและทรมานสู้ให้พวกเขาไม่เจ็บปวดและทรมานนั้นเสียยังจะดีกว่า” พระชายาหลินเฟยอธิบาย ส่วนเด็กชายก็พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ..ก่อนที่จะ จ้องหญิงสาวยามกำลังตั้งสมาธิและความหวัง

         สายลมที่พัดผ่านนั้นทำให้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำนั้นปลิวไปตามสายลมใบหน้าของเธอนั้นเริ่มที่จะขึ้นสีประกายระเริง สดชื่นไม่มีความร้อนอกร้อนใจหรือแม้กระทั่งความร้อนรนที่อยากจะได้ปลาหยกม่วงแสดงถึงจิตเดิมแท้นั้นบริสุทธิ์จากความยึดถือเมื่อกิเลสเกิดขึ้นก็สามารถจัดได้ทั้งที่ความจริงแล้วจิตกิเลสนั้นจะเกิดขึ้นเพราะว่าต้องการความรักและความชังเพื่อตนเองจะเกิดพร้อมกับความทุกข์

         แต่โดยในขณะนี้หญิงสาวตรงหน้าหาได้มีความทุกข์ไม่ จิตกลับมาบริสุทธิ์เหมือนกับเด็กสาวที่พร้อมอุทิศตนเพื่อความดีงามรู้แจ้งเพ่งพิจารณาด้วยสมาธิทำให้จิตกลับมาคืนบริสุทธิ์ได้ดังเดิมแม้จิตว่างหรือบริสุทธิ์เพียงชั่วคราวก็นับว่าเป็นคุณอนันต์มีคุณค่าอย่างยิ่งเพราะทำให้จิตใจตอนนี้ของเธอพบความเป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติกับทุกชีวิตและสรรพสิ่งพร้อม

         หนึ่งเดียวนั้นก็คือจิตที่บริสุทธิ์ ที่ซ่อนอยู่ในทุกจิตที่แม้จะยังมีความยึดถือว่ามีตนเองอยู่ก็ตาม

         “ท่านไม่กังวนว่าจะไม่ได้มันหรือ?” เด็กชายจงเอ๋อห์พูดถาม ในขณะที่ตนเองนั้น ก็ลองพยายามที่จะทำคันเบ็ดตรงนั้นเช่นกัน ส่วนพระชายาหลินเฟยเมื่อได้ยินก็ส่ายหัว

         “มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้วไม่ใช่หรือกังวลไปก็ใช่เหตุ สู้ตอนนี้ที่ทำด้วยจิตใจบริสุทธิ์ที่อยากจะกลับไปพบเจอกับคนที่รักและสามารถช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นภัยได้เพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว พี่อยากให้เหล่าปลาหยกม่วงนั้นได้พบเจอกับสิ่งนี้ของมนุษย์..หรือของพี่ ก็คือความบริสุทธิ์ในใจของมนุษย์ หากพี่นั้นมัวแต่คิดกังวลว่าจะได้หรือไม่ได้มันก็คงไม่อาจจะรับรู้ได้ว่าจิตใจของพี่เป็นเช่นไร”

         พระชายาหลินเฟยยิ้มบางๆก่อนที่จะหันไปมองพื้นแผ่นน้ำที่กำลังว่างไหลรินและเสียงน้ำที่กำลังไหลอื่นๆที่เป็นน้ำตกขนาดเล็กถึงแม้ว่าห่างออกไปนั้นจะมีน้ำตกขนาดใหญ่รออยู่แต่ตอนนี้เธอก็อยู่กับแอ่งเล็กๆที่ดูเหมือนว่างดงามทรามเชย ไม่ได้เล็กไปไม่ใหญ่ไปพอดีพอดี

         สายลมที่พัดผ่านในยามเช้านั้นเริ่มขยับเข้ามาเป็นยามสายแสงแดดนั้นลงร่ำไรแต่ไม่อาจทอประกายลงบนหญิงสาวได้เนื่องจากว่ามีร่มไม้คอยปกปิดปิดบังไว้ไม่ให้เธอนั้นได้รับแสงแดดอันร้อนระอุ...แต่ความจริงแล้วมันก็ไม่ได้ร้อนระอุเท่าไรนัก

         ในยามที่หญิงสาวนั้นกำลังตั้งจิตภาวนาส่งตรงไปถึงปลายหยกม่วงโดยที่แสดงจิตใจอันบริสุทธิ์และความภักดีของเธอ ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เด็กชายจงเออห์ที่อยากจะลองดู คันเบ็ดไผ่สีทองที่มีลักษณะตรงดิ่ง ไม่แขวนเหยื่อปลาไว้มีเส้นเอ็นสำหรับขึงไว้เพียงเท่านั้น เขาเดินไปให้ออกห่างจากท่านพี่ประมาณหนึ่ง แล้วโยนคันเบ็ดลงไป

         ให้มีลักษณะตามท่านพี่ ปลายคันเบ็ดห่างจากน้ำกว่า 3 คืบ เขาถือคันเบ็ด ก่อนที่จะพูดกับมันและเหล่ามัจฉาที่แหวกว่าอยู่ในธาราลำนี้

         “ปลาตัวไหนที่ตกลงใจว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ ก็ขอให้มากินเบ็ดตรงคันนี้เถิด”

         หลังจากจงเอ๋อห์พูดจบเขาก็ถือคันเบ็ดแล้วก็นั่งลง ก่อนที่จะสูดลมหายใจ ค่อยๆนั่งนิ่งๆอย่างใจเย็น รวมถึงนึกถึงความดีของเขาที่เคยก่อไว้ และแสดงถึงความบริสุทธิ์ภายในจิตใจของเขาเอง

        จิตของคนเราจะมีพลังอานุภาพมากต่อเมื่อจิตใจมีความบริสุทธิ์ และเมื่อจิตจดจ่อและตั้งมั่นอยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆ เข้า จิตจะสามารถน้อมนำสิ่งที่ต้องการนั้นมาสู่เราได้ แต่สิ่งที่น้อมนำมาเป็นเรื่องของผล ก่อนจะมีผลก็ต้องมีเหตุก่อน….

         ใช่แล้ว…

         เหตุของเด็กชาย คือความสงบและอยากที่จะช่วยเหลือ เพราะฉะนั้น..แค่เพียงนั่งจ้องมองพืนน้ำก็ไม่จำเป็นที่จะอยากลงไปเล่นเฉกเช่นเด็กคนอื่นๆ..อธิฐานและแสดงถึงความใจเย็นเหมือนกับท่านพี่ของตนเองเพียงแค่นั้น… แค่นี้ก็ดีแล้ว...


@Admin

แสดงความคิดเห็น

ตกลงบนศีรษะหลินเจียวหย่า  โพสต์ 2018-3-23 17:38
ระหว่างกำลังนั่งตกปลาอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีปลาหยกม่วงสองตัวว่ายทวนกระแสน้ำ กระโดดกระดืบบนผืนน้ำขึ้นไปตาม   โพสต์ 2018-3-23 17:38
หมดเวลา 18-มี.ค.-2561 เวลา 23.59 จะต่ออายุอัตโนมัิ   โพสต์ 2018-3-16 01:30

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +4 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 4 + 300 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-3-24 21:56:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-26 20:31

ตกปลาเบ็ดตรง ณ น้ำตกฮว่าซุง
‘สายน้ำ’

        เราจะขอย้อนความกันสักนิดว่าเมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้น ใช่แล้ว หญิงสาวผู้สะอาดองค์งดงามอ้อนแอ่นอรชรนั้นนั่งตกปลาหยกม่วงกับหลานชาย..เอาเป็นว่าน้องชายแทนแล้วกัน ด้วยความสุขกายสบายใจ โดยที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ … และแล้ว เจ้าปลาเจ้ากรรมแต่ไม่ใช่เจ้าเวรนั้นก็กระโดดเปาะๆ ทวนน้ำมาตกอยู่บนหัวของหญิงสาวถึงสองตัวด้วยกัน

        โอ้โห้..นั้นมันพรหมลิขิตบัลดาลชักพาหรือไม่นั้น...ก็ไม่มีใครทราบได้ เพราะฉะนั้นแล้วการตกปลาเมื่อวานจึงหมดไป เพราะว่าเธอคิดว่าควรจะตกปลา หากได้แล้วก็ค่อยๆทำไปก็ได้ไม่ต้องกังวนไม่ต้องรีบ นำปลาหยกม่วงที่ได้ตอนนี้ก็ 3 ตัว เข้าไปแล้ว เหลืออีกเพียง 2 ตัว ก็สามารถนำไปให้ท่านพ่อค้าใหญ่ได้แล้ว…

       “วันนี้เราจะพักกันที่นี้ใช่หรือไม่ท่านพี่?” เด็กชายจงเอ๋อห์พูด หลังจากที่เขาเก็บเบ็ดตกปลาของตนเองและของหญิงสาวไว้ หลังจากนั้นก็เดินทางไป ยังศาลาใกล้ใกล้กับน้ำตกแห่งนี้ โดยที่วันนี้อาหารของคนทั้งคู่นั้นจะเป็นเนื้อตุ๋นที่ซื้อก่อนที่จะออกมา แล้วก็มีอาหารแห้งอีกหลายอย่างเพราะฉะนั้น อีกเพียงสองตัวเท่านั้นก็ จะบรรลุเป้าหมายแล้วล่ะ

        และแล้วก็ถึงเวลาในค่ำคืนของวันนั้น

        แสงจันทร์นั้นสาดส่องมาเป็นบริเวณวงกว้างตรงนี้ไม่ใช่บริเวณที่มีน้ำตกทำให้ต้นไม้ไม่ได้อยู่แถวนี้มากนะมีขึ้นบ้างแต่ก็ยังมองเห็นท้องฟ้าที่มีเมฆกำลังลอยล่องไปตามอากาศ ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามของหญิงสาวนั้นจ้องมองจันทราที่กำลังสุกสกาวเต็มท้องฟ้า ถึงแม้ว่าเด็กชายที่มาด้วยกันนั้นจะกำลังล้มตัวลงนอนอย่างสงบเงียบเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราแห่งความฝัน

        แต่เธอก็ยังคงไม่นอน

        นั้นอาจเป็นเพราะ ความคิดถึงที่เธอนั้นคนึงหาก็เป็นไปได้ เจ้ามิ้งค์ตัวน้อยนามปลาไหลผัดพริกชี้ฟ้า จงมองเจ้านายของตนเองด้วยความงงงวยถึงแม้มันจะรู้ว่าเธอนั้นมักจะชอบนอนดึกตอนนี้มันกำลังนอนขดอยู่กับเด็กชายจงเอ๋อห์ เพื่อให้ความอบอุ่นซึ่งกันและกัน

        เหมือนว่าสายตาของมันจะทำให้หญิงสาวที่กำลังนั่งทำ MV อยู่นั้นได้รับรู้จึงหันมาทางมันและยิ้มให้มันบางบาง เหมือนกับว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร มันก็จริงที่ว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร เนื่องจากว่าแค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็เหมือนฝันไปแล้วกึ่งหนึ่ง ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นหรี่ตามองดวงจันทร์ที่กำลังสุขสกาวอย่างงดงาม

        “....ข้าจะกลับไปหาท่าน..ยอดรักของข้า”

        …..
        ………

        เช้าวันถัดมา หญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น เธอลุกขึ้นมา พลางมองคนข้างกาย ว่าหลานชายของเขานั้นหายไปแล้ว ไม่รู้ว่าไปทำอะไร แต่แล้วเมื่อเดินออกมาเพื่อนำน้ำเย็นนั้นมาลูบใบหน้าเพื่อที่จะทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นหน่อยหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นาน จงเอ๋อห์ก็เดินมาพร้อมกับอาหารที่เธอนั้นได้ทาน ดูเหมือนว่าจงเอ๋อห์จะชอบพออาหารสักหน่อยด้วย

        เขาเริ่มที่จะก่อกองไฟเพื่อที่จะเตรียมมันเผาทาน

        ส่วนพระชายาหลินเฟยนั้นก็เตรียมตกปลาเบ็ดตรงต่อไป เธอเลือกที่จะนำเบ็ดตรงอันเก่าเนื่องจากว่าไม่อยากทำลายธรรมชาติของป่า มันก็คือเบ็ดตรงไผ่สีทองนั้นเอง เธอยิ้มให้กับมันเนื่องจากว่าต้องใช้งานมันอีกแล้ว

        โดยที่จงเอ๋อห์เอง หลังจากทานอาหารก็นำเบ็ดตรงของตนเองออกมาด้วยกัน โดยที่พระชายานั้นเริ่มก่อน สำหรับการโยนครั้งนี้ดูเหมือนสองพี่น้อง(?) จะโยนคันเบ็ดทั้งสองลำนั้นไปพร้อมๆกัน เหมือนกับว่าเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ลำไม้นั้นเด้งไปด้านหน้าในระยะทางเกือบเท่ากัน เพียงแต่เป็นคนละฝั่งลำน้ำตก

        เสียงของเส้นเอ็นกระทบกับน้ำนั้นดังจ่อม ขึ้นพร้อมๆกัน ปลายคันเบ็ดห่างจากน้ำกว่า 3 คืบเฉกเช่นเคย ก่อนที่เสียงประสานของสองพี่น้องนั้นจะพูดขึ้นพร้อมกับโดยที่ไม่ได้นัดหมาย

        “ปลาตัวไหนตกลงใจว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรืออยากจักช่วยพวกเราก็ขอให้มากินเบ็ดคันนี้เอาเองเถิด”
       “ปลาตัวไหนตกลงใจว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรืออยากจักช่วยพวกเราก็ขอให้มากินเบ็ดคันนี้เอาเองเถิด” หลังจากการพูด สองพี่น้องก็หันให้กัน แล้วยิ้มหวานๆ เหมือนกัน ตอนนี้จงเอ๋อห์นั้นเริ่มที่จะยิ้มขึ้นมาบ้างแล้วหากอยู่กับพระชายา ถึงแม้กับคนอื่นจะไม่ค่อยยิ้มก็ตามที

       หญิงสาวและเด็กชายเมื่อพูดออกได้ดังนั้น ก็ค่อยๆ ถือคันเบ็ดอย่างตั้งใจในแบบของตนเอง หญิงสาวเลือกที่จะถือคันเบ็ดไปด้วย ในขณะที่เธอนั้นจ้องมองผืนน้ำที่กำลังไหลเอื่อยๆ เหมือนกับกำลังพิจารณาบางสิ่งบางอย่าง อย่างใจเย็น ส่วนเด็กชายจงเอ๋อห์นั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเนื่องจากว่าเห็นว่าท่านพี่ของตนเองนั้นกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ

       และนั้นก็ทำให้เด็กชายคิดในใจเฉกเช่นกับท่านพี่ของเขาเอง..แต่ว่า??...นางคิดอะไรเช่นนั้นเล่า? เนื่องจากว่าหากมองจากภายนอก ท่านพี่หลิน เจียวหย่า นั้นก็เพียงแต่ทำใบหน้านิ่งจ้องมองไปที่ทางน้ำตกที่ไหลเอื่อยๆ เฉกเช่นคนไร้วิญญาณ...แต่ดวงตากลับแฝงความนัยต์อะไรบางอย่าง …

       นั้นสิ…

       มนุษย์เรานั้นจ้องมองสายน้ำที่ไหลผ่านไป ดวงอาทิตย์ที่ทอแสงประกายไม่อาจส่งถึงลำน้ำนี้ เนื่องจากว่ามีต้นไม้คอยบดบังบางส่วน … แต่ส่วนใดที่กระทบกับแสงตะวันกลับทอประกายระยับระยิบบนผิวน้ำที่ไหลอยู่ มีแก่งน้ำ มีเกาะน้ำขนาดเล็กๆ น้อยๆ จนกระทั้งถึงขนาดใหญ่ที่อยู่รอบๆ ….. หญิงสาวนัยต์ตาสีม่วงดอกพวงคราม ก็ยังพยายามที่จะจ้องมองสิ่งต่างๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวภายในน้ำนั้น เศษสาหร่ายหรือตะไคร้น้ำ ที่ลอยมาตามประแสน้ำสัมผัสกับเกาะหินมันก็หยุด เมื่อสัมผัสมัน…

       แต่น้ำกลับไม่เคยที่จะหยุดไหล

       การเดินทางของสายน้ำเหมือนการเดินทางของชีวิต ชีวิตมีอุปสรรคสายน้ำก็มีแก่งหินและวังวน สายน้ำไหลไปไม่เคยหวนกลับ เช่นเดียวกับชีวิตแต่ชีวิตนั้น...มีวันนับถอยหลัง เพราะชีวิต มีลีลา มีสิ่งที่มากระทบมากกว่าแรงจากสายน้ำ.. มีทั้งสุขสม เศร้าหมอง สูญเสีย และห่วงหา บางครั้งไหลผ่านลำธาร สายนทีเขียวขจี สวนงามดั่งฝัน

       บางครั้งไหลกระแทกกับโขดหินคอยกัดเซาะแต่ก็เจ็บปวด .. หลายครั้งโดนแสงแดดแผดเผาให้เป็นไอหมองไหม้ลอยขึ้นฟ้า..

       “เฉกเช่นชีวิตคน ที่ย่อมเคยผ่านเวลาที่สุขสวรรค์ และ ขุกข์ขัง”

       พระชายาหลินเฟยพูดขึ้นมาแล้วหันไปทางเด็กชายที่ทำหน้างงเหมือนว่า ท่านพี่ของตนเองนั้นพูดอะไร ส่วนพระชายาก็ยิ้มให้เขา แล้วหันไปทางสายน้ำที่กำลังไหล


สายน้ำไหลไปไม่หวนคืนชีวิตผ่านไป  
วันแล้ววันเล่าไม่อาจเรียกคืนกลับมาแก้ไข
น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ
ตอกย้ำให้ตระหนักถึงสัจจธรรม
ชีวิตคนเราไม่ว่าจะสูงส่งเพียงไร
ฉากสุดท้ายย่อมตกคืนสู่สามัญ
เช่นเดียวกันทุกคน

@Admin


แสดงความคิดเห็น

ระหว่างกำลังกลับท่านก็เผลอเหยียบมูลสัตว์จนเกือบลื่น ปลายเท้าที่ทำให้มูลกระจัดกระจายเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ใต้มูลส่องประกายแวววาว สาเหตุที่ทำให้เกือบไถลเมื่อสักครู๋  โพสต์ 2018-3-26 21:37

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +12 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 12 + 500 + 25 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-14 11:36

ขึ้นไปด้านบน