กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 129|ตอบกลับ: 2

{ เมืองเจียวจือ } ท่าเรือใหญ่ต่งไห่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-2 22:00:04 |โหมดอ่าน



ท่าเรือใหญ่ต่งไห่

3| | |ท่าสำเภอขนาดใหญ่ของเมืองเจียวจือเมืองเอกของอาณาจักรหนานเยว่| | |4






ท่าเรือสำเภอขนาดใหญ่ของเมืองเจียวจือเมืองเอกของเขตเจียวโจว
เป็นสถานที่เทียบท่าของเรือสินค้า เรือโดยสารและเรือการประมง
โคจรเส้นทางการเดินเรือตามทะเลจีนตะวันออกจากเหนือไปใต้
นิยมเป็นที่พักเรือสินค้าของชาวฮั่น ส่วนมากซื้อขายกันอย่างมากมาย
มีคนอยู่อย่างไม่ขายสาย รวมถึงจะเห็นพวกผู้ดีมีเงินทั้งหลายที่ชอบเดินหาซื้อของในแถบนี้



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-2 22:02:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-3 19:02


ออกเดินทางสู่เมืองต้าฮั่น หลงทางทั่วอาณาจักร : เรือสำเภอ..เอ้ย เรือสำเภา

          หลังจากมหกรรมการแย่งเป็ดย่างสุดอร่อยกันมาได้แต่ละคนนั้นก็แยกย้ายกันไปตามห้องนอนของตนเอง แน่นอนว่าพระชายาหลินเฟยเองก็เช่นเกัน เธอเดินเข้ามาด้านในห้องนอนพร้อมกับจงเอ๋อห์เมื่อปิดประตูของห้องได้ หญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มทันที ถึงแม้ว่าทั้งชีวิตที่โดนขังจะโดนขังอยู่ในสถานที่งดงามใหญ่โตโออ่าขนาดไหน แต่การมีชีวิตแบบนี้นั้นมีความสุขกว่าเป็นไหนๆ

          หญิงสาวหันไปทางจงเอ๋อห์ที่ยิ้มให้เธอเมื่ออยู่กันสองคนแล้ว เด็กชายจงเอ๋อห์นั้นค่อยๆนั่งข้างๆเธอก่อนที่จะหันมาทางท่านน้าของตนเอง หญิงสาวยิ้มให้เขาเช่นกัน

          “ข้าได้ออกมาสู่โลกกว้างแล้วใช่หรือไม่? ท่านพี่?”

          “จ้ะ..ใช่แล้ว...ตอนนี้เรามีอิสระแล้วนะจ๊ะ” พระชายาหลินเฟยพูด ก่อนที่จะยิ้มบาง เธอค่อยๆลุกขึ้นแล้วเอื่อมมือรับเด็กชายมาซบไหล่ของเธอ เหมือนกับว่าเป็นที่พึ่งพิงของกันและกัน หากแต่จะมีใครถามว่าชาติเล่าหายไปไหน.. อ้อ รายนั้นอยู่กับสกุลเจิ้งคนน้อง เจิ้้งซื่อ เพราะรายนั้นบอกว่า จะไม่มีทางยอมนอนกับพี่ชายตนเองเด็ดขาดอีกแล้วล่ะ

          “แล้วเราจะหาทางไปดินแดนต้าฮั่นกันอย่างไรเล่าท่านพี่?” จงเอ๋อห์ถามอีกรอบ หญิงสาวก็ทำหน้าคิดน้อยๆ ก่อนที่จะคลียิ้มบางๆ

          “พี่ก็ยังคงคิดว่าต้องไปดูเหล่าพ่อค้าหรือว่าจะเป็นคาราวานน่ะนะ อย่างไรก็ตาม จงเอ๋อห์เจ้าอาบน้ำชำระล้างตัวแล้วเข้านอนเถิด เดี๋ยวข้ามา ข้าอยากจะออกไปเดินดูรอบๆนี้หน่อย” พระชายาหลินเฟยที่เป็นคนสอดรู้(?)สอดเห็น#ผิด เอ่อนั้นล่ะ อยากออกไปสำรวจพูดขึ้น เด็กชายนั้นขมวกคิ้ว ก่อนที่จะมีท่าทีที่อยากจะตามไปด้วย แต่เห็นว่านางปรามไว้ก่อน เนื่องจากว่าเด็กชายจำเป็นที่จะต้องนอนพักผ่อน

          รวมถึงเธอจะนำอาวุธประจำตัวไปด้วย เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องลำบากใจขนาดนั้น พระชายาหลินเฟยพยายามพูดโน้มน้าวให้จงเอ๋อห์นั้นอยู่ที่นี้เนื่องจากว่าเธอก็ค่อนข้างจะลองไปดูในสถานที่ที่พอน่าจะมีในเมืองใหญ่แบบนี้ หากแต่มีเด็กไปด้วยก็คงจะไม่สะดวก

          จนสุดท้ายความดื้อดึงของพระชายาก็สำฤทธิ์ผลตามเคย

          เธอนั้นเดินออกไปในเมืองใหญ่ ด้วยชุดหญิงชาวบ้านเรียบๆ จะมีเพียงผ้าที่ปกปิดใบหน้าเพียงแค่นั้นที่ดูแตกต่างน้อยๆ เนื่องจากว่าเธอไม่อยากให้ใครเห็นใบหน้า ตัวพระชายาเองนั้นก็ไม่ได้กลัวคนที่รู้จัก แต่เนื่องด้วยความงามที่อาพับของตนเอง ก็ทำให้เธอจำต้องระวังตัวมากยิ่งขึ้นด้วยการปิดหน้าปิดตา

          “ตึก..ตึก…..ตึกๆ”

          หญิงสาวออกเดินสำรวจทั่วเมือง เธอพยายามลองถามผู้คนแถวนั้นดูเนื่องจากว่าก็อยู่ใกล้ย่านการค้าอยู่แล้วทำให้เธอพยายามที่จะถามพวกเขา เรื่องว่า พอจะมีพวกพ่อค้าคาราวารจากต้าฮั่นผ่านมาทางนี้บ้างไหม? หรือมีเส้นทางการค้าขายที่ใดบ้าง .. ด้วยความพยายามก็ทำให้พระชายาหลินเฟยได้รับรู้ว่า เธอนั้นจำเป็นที่จะต้องลองไปดูที่ท่าเรือใหญ่เมืองเจียวจือ เนื่องจากว่าเขตเจียงโจวมีหุบเขาล้อมรอบ ทำให้การเดินทางทางเรือสำเภานั้นง่ายกว่าเป็นไหนๆ

          เธอเดินมาเรื่อยๆ พร้อมกับสังเกตุผู้คนไปด้วย ดูเหมือนว่าแถบนี้ก็ดูเป็นเมืองที่ปกติดี? ไม่มีอะไรแปลก เหมือนกับกำลังเดินอยู่ในดินแดนต้าฮั่นด้วยซ้ำไป เพียงแต่สำเนียงการพูดจะแปลกกว่าหน่อยหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากมายสำหรับพระชายาหลินเฟย

          เธอเดินมาเรื่อยๆ ก็กำลังเจอกับกลุ่มคนที่กำลังเดินดูของบ้าง ถึงแม้ว่าเป็นเวลาใกล้มืดค่ำแต่ก็ยังมีผู้คนขวักไขว่มากมายกันอยู่เลย

          !!!!!

          เรือสำเภา!!

          พระชายาหลินเฟยรีบเร่งเดินขึ้นมาเนื่องจากว่าเธอนั้นเห็นเรือสำเภาที่กำลังเตรียมขนของขึ้นเรืออยู่โดยที่มีชายวัยกลางคนเป็นคนคุมคนงานในการขนสินค้าขึ้นเรือ หญิงสาวเมื่อเดินไปก็หยุดแล้วค่อยๆส่งเสียงเรียก..

          “ขออภัยท่านพ่อค้าใหญ่ ขอรบกวนเวลาท่านสักประเดียวจักได้หรือไม่?” พระชายาหลินเฟยพูดขึ้น พ่อค้าคนนั้นหันมาก่อนที่จะมองหญิงที่กำลังใส่ผ้าปิดหน้าปิดตาด้วยความงง เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเข้มระดับหนึี่ง เนื่องจากว่าโดนทักทาย

          “ว่าไง คุณหนูมีอะไรเราะ?” เขาถามเธอ

          “ข้าน้อยอยากสอบถาม ท่านเป็นพ่อค้าชาวฮั่นใช้หรือไม่? พอดีว่าข้าอยากมีเรื่องที่จะถามเจ้าค่ะ” พระชายาพูดต่อจากเขา ก่อนที่ชายคนนั้นจะลูบเคราของตนเอง

          “ใช่แล้ว ข้ามาจากดินแดนต้าฮั่น นั้นสำเภอของข้าเอง ข้าล่องมาเรื่อยๆ เพื่อค้าขายกับเขตเจียวโจว แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าข้าก็จะกลับแล้วล่ะ ...เอ่อ..เดี๋ยวนะ อ้าวลืมเลย..แต่ว่า? ...คุณหนูเองก็น่าจะเป็นชาวฮั่นนี้? ดูจากสำเนียงการพูดของท่านแล้ว?” ชายคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้งคราวนี้เขามีใบหน้าที่เริ่มเกิดความสงสัย ในคำพูดของเธอ อยู่ๆก็มาถามว่าเป็นชาวฮั่นหรือไม่ ..อืม มันก็น่าจะสงสัยจริงๆนั้นล่ะ

          “ใช่แล้วเจ้าค่ะ ข้ามาจากดินแดนฮั่น คือตอนนี้ข้าอยากจะขอร้องท่านจะได้หรือไม่เจ้าคะ? ข้านั้นหลงทางมา พยายามที่จะหาทางกลับดินแดนต้าฮั่น ชาวบ้านแถบนี้ก็ไม่อาจรู้ทางไป เขาแนะนำให้ข้าลองถามเหล่าพ่อค้าดู ข้าก็เห็นเพียงท่านนี้ล่ะเจ้าค่ะ ที่ข้าพอจะขอความช่วยเหลือได้” พระชายาหลินเฟยพูดด้วยน้ำเสียงหวาน แม้ว่าเธอจะมีผ้าบางปิดใบหน้าถึงครึ่ง แต่ทว่าดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นกำลังจ้องพ่อค้าใหญ่ด้วยสายตาพราวระยับ

          ดวงตาคู่งามนั้นพยายามที่จะแสดงถึงความจริงและขอร้องเนื่องจากหมดหนทางจริงๆ

         “หากท่านไม่สบายใจอย่างไร ข้าก็สามารถให้เงินชั่งเป็นสินน้ำใจค่าเดินทางก็ย่อมได้นะเจ้าคะ? ได้โปรดเมตตาข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะท่านพ่อค้าใหญ่” พระชายาหลินเฟยพูดขึ้นรอบนี้เธอทั้งก้มคำนับเหมือนกับว่าอยากที่จะกลับดินแดนที่ห่างหายกันมานานเป็นแรมปี ตอนนี้ก็รอเพียงแต่คำตอบของท่านพ่อค้า

         พ่อค้าใหญ่นั้นยืนคิดหนัก เขาหันมองหญิงสาวก่อนที่จะเอามือลูบเคราของตนเองอย่างกรุนคิด หลังจากนั้นเขาก็นึกออกมาได้ ว่าตอนนี้เขาก็มีบางสิ่งที่อยากได้เหมือนกัน

       “เอาเถอะ..ข้าไม่ต้องการเงินอะไรนั้นหรอก.. ความจริงแล้วข้าอยากได้ปลาหยกม่วง 5 ตัว ได้ยินว่านอกเมืองเจียวจือมีน้ำตกฮว่าซุงที่ร่ำลือว่ามีปลาหยกม่วงกำลังชุมในช่วงนี้” เขาพูดก่อนที่พระชายาหลินเฟยจะขมวดคิ้วน้อยๆ เนื่องจากว่าไม่เคยได้ยินชื่อปลาชนิดนี้มาก่อนเลย

       “ข้าอยากได้มันมาหน่อยได้ไหม? ความจริงแล้วก็จ้างให้ชาวบ้านไปตกนะ แต่เขาก็มีความเชื่ออะไรของเขานั้นล่ะ ก็เลยตกไม่ได้กัน ข้าจะรอคุณหนู 10 วันแล้วกัน จะได้ไปซื้อพวกของขายมาเพิ่มด้วย คุณหนูคิดเห็นว่าเป็นอย่างไร?”

         “ข้ายินดีที่จะช่วยท่านเจ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นข้าก็คงต้องขอขอบคุณท่านมากเลยนะเจ้าคะท่านพ่อค้าใหญ่”
       “เฮ้ยๆ..ไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรมากหรอกคุณหนูเอ่ย ข้าก็แค่อยากได้ของให้มันครบแค่นั้นเอง มันยากอยู่น่า? การตกปลาชนิดนั้นน่ะ” พ่อค้าพูดอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะขมวดคิ้ว ก่อนคลียิ้มออกมาถึงแม้ว่าเขาจะไม่เห็นก็ตามที

       “ข้าคิดว่าข้าคงต้องตกได้แน่เจ้าค่ะ เชื่อใจข้าเถิด”


@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +10 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 10 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
ตัวเบาขั้นกลาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x15
x100
x15
x10
x20
x5
x100
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x24
x18
x70
x300
x300
x300
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x19
x51
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x101
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x1457
x171
x64
x2180
x52
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x146
x998
x576
x700
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-3-27 19:52:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-27 19:58


ออกเดินทางสู่เมืองต้าฮั่น : ฮ่ะ!! อะไรนะ!! กลับไปแล้วงั้นหรอ?!

          หลังจากที่เกิดเหตุการณ์การเจอเพรชในบ่อมูลนั้นก็ส่งผลให้พระชายาหลินเฟยจำต้องรีบไปล้างสิ่งประติกูลที่เปรอะเปื้อนร่างกายออกอย่างเร็วไว ซึ่งแน่นอนว่าก่อนที่จะเข้าเมืองมีบ่อน้ำอยู่พอดี ทำให้เธอนั้นจำเป็นที่จะต้องเดินไปเปลี่ยนผ้าเปลี่ยนผ่อนบ้าง

          และที่สำคัญก่อนที่พระชายาหลินเฟยนั้นจะเข้าเมือง เธอก็ยังคงหยิบผ้าสักต่วนผืนบางนั้นมาปิดใบหน้าของตนเองไว้เหมือนเฉกเช่นเคยเนื่องจากว่ากลัวภัยอันตรายจากใบหน้าและร่างกายของเธอนั้นเป็นเหตุอีกครั้ง มันจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำสองขึ้นแน่นอน เธอให้คำมั่นสัญญาใจกับตนเอง

          เพราะฉะนั้น..ตอนนี้สิ่งที่ควรจะทำคือการแต่งกายด้วยชุดเรียบๆ แล้วใส่ผ้าปิดหน้าปิดตาแบบนี้ล่ะ ดีแล้ว

          พระชายาหลินเฟยรวมถึงเด็กชายจงเอ๋อห์นั้นเดินเข้ามาภายในเมือง ก่อนที่จะหาทางเดินเลี่ยงเมืองเนื่องจากว่าไม่อยากที่จะพบคนเยอะๆ เพื่อไปยังท่าเรือ เพราะว่าเธอจะมาเยี่ยมชายหนุ่มทั้งสามคนรวมถึงคนของเธอซึ่งนั้นก็คือชาติด้วย แต่ทว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตร เนื่องจากว่าเรือที่ควรจะอยู่ตรงท่าตอนนี้นั้นไม่มีแล้ว แต่ทว่าเป็นชาวอื่นแทนที่มาเทียบท่า

          หญิงสาวนั้นเริ่มเห็นท่าไม่ดีจึงต้องเร่งรัดในการหาผู้คนเมื่อมาถาม

          แต่ทว่าแถวนั้นกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายรวมถึงกลิ่นสาปเกลือของน้ำเค็ม จากทะเล มันช่างเป็นอะไรที่ยากจะบรรยาย เพราะตอนนี้มีเรือรวมถึงใครหลายๆคนก็ทำงานกันอย่างขวักไขว่ เจียวหย่าจึงจับมือจงเอ๋อห์ก่อนที่จะเดินไปยังที่ทำการของนายท่าเรือ

          หญิงสาวเดินเข้ามาก็ต้องพบกับชายวัยกลางคนที่ไว้หนวดเคราตามประสาเขาหันมามองเธอด้วยความสงสัย ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆเนิบๆ

          “หืม?..แม่นางมีอะไรหรือไม่??”

          “เจ้าค่ะ พอดีข้าอยากสอบถามว่าเรือสำเภอของพ่อค้าผ้าจากเมืองต้าฮั่นตอนนี้อยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ? เหตุใดข้าไม่เห็นเรือสำเภอของเขาเลย?” หลินเจียวหย่าถามชายคนนั้น เมื่อเขาได้ยินคำถามของหญิงปิดหน้า ก็ค่อยๆเดินไปหยิบหนังสือจดอะไรบางอย่าง โดยที่อีกมือหนึ่งก็ลูบเคราของตนเองไปด้วย ก่อนที่เขาจะพลิกหน้าหนังสือนั้นไปมา

          “อ้อ...อ๊า..เขาไปแล้วน่ะ ออกเรือกลับต้าฮั่นไปแล้วเรียบร้อย มีอะไรหรือ?”

         ‘....................’
          ‘เอ๊ะ!??’

          “อะ..ออกไปแล้วหรือเจ้าคะ!?” พระชายาหลินเฟยพูดเสียงดัง เนื่องจากด้วยความตกใจ อ้าว แล้วสหายของเขาทั้ง 4 คนเล่า ตอนนี้เป็นเช่นใดบ้าง เหตุใดถึงไม่ได้บอกข่าวคราวอะไรกับเธอเลย หรือว่าพวกเขานั้นจะไม่รู้เหมือนกัน.. ตายแล้ว..

          “แม่นางเป็นอะไรหรือปล่าว..มีอะไรให้ข้าช่วยไหม?” ชายผู้ซึ่งน่าจะเป็นผู้ตรวจการนั้นต้องมองเธอด้วยความสงสัย ก่อนที่จะเดินเข้ามาหา แต่ทว่าเธอกลับขยับเท้าถอยมาเหมือนกับว่าไม่อยากให้ผู้ใดนั้นเข้าแตะต้องร่างกายของตนเองเสียอย่างงั้นล่ะ

          “อ่ะ!..อึก..ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ...ข้า...ข้าขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ” พระชายาหลินเฟยพูดขึ้น ก่อนที่จะถอนหายใจแล้วรีบผ้าจงเอ๋อห์ออกสถานที่นั้นทันที ส่วนท่านผู้ตรวจการณ์ก็ได้แต่ยืนงงว่า นางนั้นเป็นอะไรของนาง … เหมือนกับว่าไม่อยากให้แตะตัว?.. แต่สีหน้านั้นดูแปลกๆ..ช่างเถอะ..

          และเหมือนกับว่าหลิน เจียวหย่า จะไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนจ้องมองโดยใครคนหนึ่งอยู่


          พระชายาหลินเฟยนั้นเดินออกมาด้านนอก ก่อนที่จะนั่งลงตรงที่นั่งใกล้ๆกับท่าเรือที่มีที่จัดวางไว้ให้ เธอกุมขมับเนื่องจากว่าตอนแรกก็คิดไว้แล้วว่าอาจจะโดนลอยแพแต่ไม่นึกว่าจะมาโดนลอยแพอะไรขนาดนี้ ตอนนี้ได้แต่ต้องคิดหาหนทางในการที่จะกลับต้าฮั่นให้ได้ แต่ก็คิดว่าอาจจะต้องรอหรือจ้างคนเดินทางให้พาไปที่ต้าฮั่น

          หรือไม่ก็ให้กลุ่มของคาราวานพาออกไป…

          แต่ว่าแถวนี้ชาวบ้าน ได้บอกก่อนแล้วว่าบางครั้งก็จะมีคาราวานพ่อค้ามาบ้างเป็นครั้งคราวแต่ก็ไม่ได้เร็วอะไรขนาดนั้น ถ้าเกิดเป็นแบบนี้ต่อไปอาจจะต้องรอไปอีก

          การจ้างวานให้พาไปน่าจะเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดแต่ว่าจะไปหามาจากที่ไหนล่ะ พระชายาหลินเฟยนั่งคิดจนหน้างิ้ว คิ้วขมวดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ไม่นานนัก จะมีชายผู้หนึ่งเดินผ่านมา แต่เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ผ่านมาเฉยๆ ทั้งยังตรงมาทางนี้อีกต่างหาก

          จงเอ๋อห์เห็นท่าแปลกประหลาดจึงกระโดดมาด้านหน้าของพระชายาหลินเฟย เพื่อที่จะปกป้องท่านพี่ของตนเอง ชายที่เดินเข้ามานั้นจะหาว่าดูแปลกก็แปลกจริงๆ เขามีใบหน้าดูเย็นชา และไว้หนวดเครา ร่างกายสูงโปร่งแต่กล้ามเนื้อเหมือนคนทำงานหนัก

          ไม่แปลกที่จงเอ๋อห์จะรู้สึกแปลกๆ

          ส่วนพระชายาหลินเฟย เมื่อเห็นดังนั้นก็ใช้สายตาของเธอนั้นพินิจพิจารณาชายตรงหน้า คงจะเป็นพ่อค้าเสียล่ะกระมัง?? การแต่งกายเช่นนั้น

         “ไม่ต้องจ๊ะ จงเอ๋อห์..” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดขึ้น เธอขมวดคิ้ว ก่อนที่จะก้มลงให้กับชายตรงหน้าอย่างนอบน้อม และกล่าวคำนับ แน่นอนว่าจงเอ๋อห์เองก็ทำตามเช่นเดียวกัน

          “คำนับท่านพ่อค้า ท่านมีอะไรกับพวกเราสองพี่น้องหรือเจ้าคะ?” หญิงสาวพูดหลังจากคำนับ ชายคนนั้นจ้องมองเธอด้วยความนิ่งสงบ ก่อนที่จะนำมือเกาคางของตัวเอง ดูเหมือนว่าเธอจะจำหน้าของเขาได้ เพราะว่าเมื่อสักครู่พึ่งเห็นเขาด้านในของที่ทำการตรงนั้น

          "แม่หนูพวกเจ้าเป็นชาวฮั่นงั้นเหรอ"

          เขากล่าวน้ำเสียงเรียบๆ ส่วนพระชายาหลินเฟยเมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกใจชื่นแต่ก็ไม่อาจดีใจได้มากมายขนาดนั้น เนื่องจากว่าท่าทีของเขานั้นไม่ใช่ว่าไม่น่าไว้วางใจ แต่มันรู้สึกน่าขนลุกอย่างประหลาด ก็แน่นอนล่ะสิ ใบหน้าเรียบนิ่งเสียขนาดนั้น… ก็คงจะต้องรู้สึกว่าประหลาดอยู่แล้ว พระชายาหลินเฟยจึงพยักหน้าก่อนที่จะตอบคำถาม

          “ใช่แล้วเจ้าค่ะ ข้าเป็นชาวฮั่นเจ้าค่ะ แล้วท่านเล่า มีสิ่งใดหรือเจ้าคะ? มีอันใดให้ข้าช่วยเหลือหรือไม่?” หลินเจียวอย่านั้นพูดขึ้น เธอจ้องมองใบหน้าของเขา แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

          "ข้าเป็นพ่อค้าข้าวเดินทางมาซื้อขายทางใต้ ตอนนี้ข้ากำลังจะกลับฉางอันล่ะ พวกแม่หนูจะไปด้วยไหม"

          หลังจากสิ้นเสียงคำพูดของท่านพ่อค้าหน้านิ่งแต่ใจดี.. หญิงสาวถึงกับต้องแสดงรอยยิ้มออกมา เธอนั้นก้มคำนับชายผู้นั้นไปสักหลายๆครั้งหลายๆครา ก่อนที่จะยิ้มหวานให้ ถึงแม้ว่ามันจะโดนผ้าผืนบางนั้นปกปิดก็ตามทีแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความงามนั้นลดน้อยลงเลย

         “ท่าน..ท่าน..ข้าขอบคุณ ข้าขอบพระคุณท่านพ่อค้าเหลือเกิน ไม่นึกว่าฝันว่าสวรรค์จะส่งท่านมาให้เราเช่นนี้...แต่เหตุใดท่านรู้เล่าว่าข้านั้นกำลังลำบากเรื่องการเดินทางอยู่?” หลินเจียวหย่านั้นขอบคุณรวมถึงถาม นี้คือผลของการทำดีที่สวรรค์นั้นส่งคนให้มาช่วยใช่หรือไม่

         “อา..ข้าอยู่ตรงนั้นด้วยน่ะ ถึงแม้ข้าจะไม่ค่อยชอบคนแปลกหน้า แต่หากให้เลือกระหว่างเมินเฉยและการทำดี..ไม่มากก็น้อยข้าก็อยากจะทำบ้าง”

          “ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ข้าเชื่อว่าผลของท่านจักช่วยเหลือให้ท่านได้รับแต่ความสุข ข้ามีนาม เจียวหย่า เจ้าค่ะ นี้น้อยชายของข้า จ้าว จง เจ้าค่ะ” พระชายาหลินเฟยแนะนำตัวเองด้วยชื่อเก่า ก่อนที่จะแนะนำน้องชายของตนเอง และเมื่อเขานั้นได้ยินชื่อ ก็ยิ้มหัวเราะขึ้นมา .. อย่างเย็นๆ ….เนื่องจากว่าใบหน้าของเขาค่อนข้างเย็นชา เวลาหัวเราะจึงเหมือนกับคนที่ดูน่าขนหัวลุก

          “อ้าวเราะ..พอดีเลยบังเอิญจริงๆ ข้าชื่อ จ้าง จงถัง พอดีเลย สกุลใยมิเหมือนกัน? เหตุใดจึงบอกน้องชาย?”

         “จงเอ๋อห์น้องลูกชายของน้องสาวท่านแม่ข้าเจ้าค่ะ เขาจึงเป็นน้องชายข้า แต่ไม่นึกเลยว่าจะบังเอิญสกุลเดียวกันถึงเพียงนี้ … แต่ข้าคิดว่าคงไม่มีความเกี่ยวข้องก็อาจจะเป็นได้ เนื่องจากว่าน้องชายข้านั้น เติบโตมาจากแดนเตี๋ยน” เจียวหย่าพูดแนะนำ

          เนื่องจากความความบังเอิญจึงทำให้ทั้งเจียวหย่ารวมถึงจ้าว จงถังนั้นพูดคุยถูกคอกันเป็นอย่างดี แต่ก่อนอื่น นางบอกว่าขอเข้าไปหาสหายที่หลงทางกันมา ณ โรงเตี๊ยมซือฝางไช่ ก่อนได้หรือไม่ และดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาเพราะว่าเขานั้นต้องการที่จะไปลองอาหารที่นั้นพอดี และจะออกไปซื้อของเพื่อเตรียมกลับคาราวานที่อยู่นอกเมือง


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
ตัวเบาขั้นกลาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x15
x100
x15
x10
x20
x5
x100
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x24
x18
x70
x300
x300
x300
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x19
x51
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x101
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x1457
x171
x64
x2180
x52
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x146
x998
x576
x700
x390
x12
x99
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-18 21:17

ขึ้นไปด้านบน