กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 177|ตอบกลับ: 2

{ เมืองเจียวจือ } โรงเตี๊ยมซือ ฝาง ไช่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-1 18:05:54 |โหมดอ่าน



โรงเตี๊ยมซือ ฝาง ไช่


3| | |โรงเตี๊ยมที่อาหารอร่อยที่สุดในอาณาจักร!!!| | |4

เป็นโรงเตี้ยมขนาดกลางที่ตั้งอยู่ใกล้กับย่ายการค้ากลางเมืองเจียวจื่อ
เป็นโรงเตี๊ยมทีี่มีเหล่านักเดินทางหรือชาวเมืองมาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย
เนื่องจากว่าอาหารภายในโรงเตี๊ยมนี้อร่อยถูกปากเหล่าผู้คน โดยเฉพาะสองเมนูที่เป็นที่ต้องตาต้องปาก

คือราดหน้าเป๋าฮื้อ ที่เส้นคั่วหอม นุ่ม น้ำกลมกล่อม ส่วนป๋าฮื้อก็หวานอร่อย
อีกจานก็คือ เป็ดย่างแดนใต้ เมื่อเนื้อเป็ดเข้าปาก ก็อร่อยด้วยความแปลกใหม่
หนังกรอบ เนื้อแน่นนุ่ม กินแล้วเครื่องเทศก็ลืมไม่ลง





ชื่อกิจการ: โรงเตี๊ยมซือ ฝาง ไช่

เจ้าของกิจการ: เหลียง หมิงเทา

ประเภทร้าน: บริการอาหาร สุรา น้ำชา และที่พัก

เวลาเปิด-ปิด: 24 ชั่วโมง


#ประทับตราโดยเจ้ารัฐหนานเยว่


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +400 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 400 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-1 18:57:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-1 19:01


ออกเดินทางสู่เมืองต้าฮั่น หลงทางทั่วอาณาจักร : เป็ดนั้นของข้า!!!

         คนทั้งหกนั้นนัดเจอกันที่โรงเตี็ยมซือฝางไช่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนว่ากลุ่มของหลินเจียวหย่าและเจิ้งหู่จะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่มาถึง

         “พวกท่านได้ความอัน..เอ่อ..อะไรกันมาบ้างหรือเจ้าคะ?” พระชายาหลินเฟยถาม ส่วนคนอื่นก็ส่ายหัว ก่อนที่หลวนหรงจะเป็นคนพูดขึ้น

         “ไม่ได้ความอะไรเลยขอรับแม่นาง ข้าว่าเดี๋ยวเราอาจจะต้องไปสอบถามจากพวกคาราวานพ่อค้าเอา วันนี้เราพักที่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ? จะว่าไป แฮ่ะๆ...เจิ้งหู่..เงินที่ข้าให้เจ้า..??” เขาหันไปทางเจิ้งหู่ที่กำลังนั่งกินถังหู่ลู่อย่างสบายใจ..รวมถึงอาหารอื่นๆ ตอนนี้กำลังเต็มปากหันเลยทีเดียว.. เขาหันกลับมา ก่อนที่จะยิ้มทั้งๆที่แก้มทั้งสองข้างกำลังป้องอย่างน่ารัก

         “แฮ่ะๆ...หมดละ..แอ๋คคคคคคคคค” โคร่ม มม ม ม

         อนิจังอนิจา..ชายหนุ่มผู้ซึ่งบินจะออกไปแตะขอบฟ้าาา...เนื่องจากว่าส้นเท้าของเพื่อนสนิทตัวเองนั้นได้ฟาดหน้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า.. โอ้โหห… กระจาย..

         “....นายยยยพูดดดว่าาาไงงงน่า!!!!เจิ้งหู่!!!!” หรวนหรงพูดพร้อมกับหักนิ้วมือของตนเองดังกรอบแกรบเหมือนกับว่ากำลังจะทำให้ชีวิตวันต่อไปของเจิ้งหู่นั้นไม่ครบ 32 ประการเหมือนวันนี้เสียแล้ว แต่ทว่าหญิงสาวเจียวหย่าก็ได้เข้ามาห้ามทัน

         “ท่านหรวนหรง ใจเย็นๆก่อนนะเจ้าคะ มิเป็นไรเจ้าค่ะ มิเป็นไร” เธอรีบไปห้ามทัพการฆ่าการแกงกันก่อนที่หรวนหรงเมื่อเห็นสาวงาม(ในชุดที่มีผ้าปิดหน้า) ก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วกุมขมับ

         ความจริงข้าก็พอรู้อยู่หรอกนะ ว่าสหายของข้าเป็นคนกินเยอะ...ถึงข้าจะมีเงินติดตัว แต่ก็คงจะจ่ายได้เพียงแค่ห้องเดียว..เอายังไงดีนะ?” หรวนหรงพูด พระชายาก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ก่อนที่นางจะไปช่วยท่านเจิ้งหู่ที่ลอยไปคลุกขี้ดินตะกี้ออกมา

         “งั้นเดี๋ยวให้ข้าจัดการเองแล้วกันนะเจ้าคะ?” หญิงงามนั้นเลือกที่จะแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเธอเอง เอาความจริงก็มีเงินติดตัวอยู่แล้ว เพราะไม่ได้โดนค้นตัวก่อนที่จะโดนจับ เพราะฉะนั้น...เอ๋? การที่ไม่ได้บอกพวกเขาก่อนถือว่าเป็นการโกหกไหม? แต่การโกหกคือการพูดปด แต่ทว่าเธอไม่ได้พูดปดนี้หน่า? เขาไม่ถามเองต่างหาก..

         พระชายาหลินเฟยเดินเข้าไปในโรงเตี็ยมด้วยท่าทีปกติสบายๆ แต่ทว่าหากคนอื่นเห็นก็คงเหมือนกับการเหยียดร่างกายเหมือนชนชั้นสูงที่เดินเข้าไปหาเถ้าแก่ … แต่ไม่มีใครได้เห็นใบหน้าของนางเนื่องจากว่ามันปิดไว้ด้วยผ้าผืนบางนั้น.. เพราะหากเป็นปกติ จำต้องมีแต่คนพูดเสียงเซ๋งแซ่กันเข้ามาแล้ว

         “เราต้องการห้องพักสำหรับคน 6 คน พอจะมีให้เราบ้างไหมเจ้าคะ? ” เจียวหย่าเดินเข้าไปพูดกับเถ้าแก่(มั้งไม่แน่ใจ) ที่กำลังอยู่ตรงโต๊ะ เขาเหลือบตาขึ้นมามองหญิงสาวก่อนที่จะยิ้มให้แล้วพยักหน้า

         “อ้าวแม่นาง สักครู่นะครับ คือว่าทางเราห้องใหญ่นั้นเต็มหมดแล้ว จะเหลือแต่ห้องกลางและห้องเล็ก หากจะเป็นเช่นนั้นคงต้องหลายห้องหน่อยนะขอรับ” เขาพูดแล้วยิ้มหยดให้กับเธอ เนื่องจากว่าตอนนี้เข้าจ้องไปในดวงตาของหญิงสาวที่มีสีม่วงดอกพวงครามอร่ามไปด้วยเสน่หาและความลึกลับ

         “ถ้าอย่างงั้นก็ได้ เราขอห้องกลางสามห้องแล้วก็อาหารสองมื้อด้วยแล้วกัน ข้าจะจ่ายเลยนะ?” พระชายาหลินเฟยพูด ก่อนที่เธอนั้นจะล้วงขึ้นไปหยิบถุงผ้าออกมาวางจนของด้านในนั้นดังกร๊องแกร๊งๆ เหมือนกับว่าไม่ต้องทอนกันเลยทีเดียว

         “อะ..โอ้ววว สักครู่นะครับ...อะ..ไม่สิ.. โห..เชิญครับๆ เชิญทางด้านโน่นได้เลยครับคุณหนู” คำสรรพนามนั้นเปลี่ยนไปเป็นคุณหนูเนื่องจากว่าเธอดูเป็นคนที่มีเงินหนัก เพราะฉะนั้นทำให้เมื่อเห็นและดูด้านในถุงเงินก็ทำให้เกิดการนอบน้อมได้ไม่ยาก ส่วนทั้งห้าคนที่เหลือ..ไม่สิ ชายหนุ่มสามคนที่เหลือก็มองกันว่า..อ้าว...เอ่อ..อย่างงี้ก็ได้หรอ

         จนสุดท้าย ก็มาหยุดอยู่ตรงโต๊ะทานอาหารด้านใน เนื่องจากว่าพระชายานั้นไม่อยากที่จะให้เป็นที่สังเกตุของคนมาก

         ทั้งห้าคนนั้นก็เดินตามมาอย่างว่าง่าย

         “อ๊าาา ไม่อยากเชื่อเลยยย ว่าเราจะได้พักโรงเตี้ยมสักที” เจิ้งหู่พูดขึ้น เขาเอามือกับร่างกายของตนเองแนบกับโต๊ะกลมที่กำลังแผ่อยู่ ส่วนคนที่เหลือก็ได้แต่ยิ้มหัวเราะแห้งๆ บ้างเจิ้งหู่ก็โดนเพื่อนของตนเองเขกหัวเข้าให้

         “ถ้าอย่างงั้นตอนนี้เราก็ควรพักผ่อน..แล้วค่อยตามหาเหล่าพวกพ่อค้าคาราวารบ้างดีกว่าไหมขอรับ? อย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องขอบคุณแม่นางเจียวหย่ามากที่ช่วยพวกข้า” หลวนหรงพูด ส่วนพระชายาก็ได้แต่ส่ายหัวเหมือนกับว่าไม่เป็นไร

         “ไม่หรอกเจ้าค่ะ สิ่งที่พวกท่านได้ช่วยเรานั้นคือสิ่งที่หาค่าประมาณไม่ได้ ไม่อย่างงั้นเราอาจจะติดอยู่ที่นั้นตลอดปีตลอดชาติก็เป็นได้ ตอนนี้เชิญพวกท่านอิ่มหนำสำราญก่อนแล้วกันนะเจ้าคะ แล้วก็..ห้องข้าจองไว้สามห้อง อย่างไรให้น้องชายข้าอยู่กับข้าก็แล้วกันนะเจ้าคะ?” พระชายาพูด ส่วนทุกคนนั้นก็มีเกมสนุกๆ จับเลือกกันว่าใครจะได้นอนกับใคร

         และเป็นช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์และกินอาหาร ขับกล่องกับเสียงเพลงภายในโรงเตี้ยมโดยที่เธอก็พยายามมองออกไปเล็กน้อย...อย่างน้อยก็คงขอให้ดูให้ดีก่อน ว่าแถวนี้มีพวกพ่อค้าบ้างไหม เพราะพวกนั้นอาจจะช่วยเธอได้อย่างมากมายเลยล่ะ โดยที่ไม่มีใครสังเกตุหญิงงามที่ปิดหน้าปิดตาคนนี้ด้วย เนื่องจากว่าที่นี้ก็มีพวกนักเดินทางเหมือนกัน..อืม..ถามนักเดินทางก็คงจะดีนะ?

         แต่ก่อนอื่นก็คงต้องจัดการกับอาหารที่มีก่อนแล้วกัน ถึงแม้ว่าเมื่ออาหารมาเสริฟก็จะเห็นคนที่กำลังทะเลาะกันเพื่อแย้งอาหารอันโอชาอะไรบางอย่าง

         “เป็ดนั้นของข้า!! ไม่น่าาา า า ”
@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -600 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -600 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x18
x6
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-3-27 23:02:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ออกเดินทางสู่เมืองต้าฮั่น : อะไรจะโชคดีปานนี้

หลังจากที่ได้พบเจอกับท่านพ่อค้าคาราวานผู้ใจดีแต่หน้านิ่ง ตอนนี้โลกทั้งโลกของหญิงสาวนั้นดูมีความสดใสมากกว่าที่เคยเป็น เนื่องจากว่าเธอนั้นจำต้องออกเดินทางวันพรุ่งนี้เช้า เพราะฉะนั้นท่านพ่อค้า จ้าวจงถัง จึงให้เธอนั้นไปเตรียมตัวรวมถึงบอกเพื่อนๆ โดยที่เขาก็มาที่โรงเตี็ยมที่สหายของเธอนั้นคอยอยู่..ละมั้ง?..

เมื่อเข้ามาด้านในก็ได้กลิ่นอาหาร ท่านพ่อค้าจึงขอตัวไปสั่งอาหารเพื่อนำไปแจกกับสหายในคาราวานสินค้าของตนเอง ส่วนเธอและจงเอ๋อห์ก็ตรงไปยังห้องพักของสหายทั้ง 4 คน..

“ก๊อกๆ..ก๊อกๆๆ”

“ฮ่ะ..วะอะจ๊ะอ๊า!! ใครค้าบ บ บ บ ….อะ!! แม่นางเจียวหย่านี้หน่า! >w< อู๊ว ว ว ท่านกลับมาแล้ว!!!” หนุ่มร่าเริงนามเจิ้งหู่นั้นเป็นคนที่มาเปิดประตู เมื่อเห็นว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใคร ด้วยความที่เขาต้องมานั่งอุดอู๊เนื่องจากโดนทำโทษก็พลันดีใจมากยิ่งขึ้น เขาพุ่งตัวเข้าหาเจียวหย่าเดียวความเร็ว แต่แล้ว ก็ต้องเจอบาทาลูกพักของน้องชายตนเองทักทายเอา

        “แอ๊ค!! เจ็บ...อ๊อยอยย” เจิ้งหู่นั้นทรุดลง แล้วลงไปกองนอนดิ้นไปดิ้นมา ส่วนเจิ้งซื่อนั้นได้แต่มองพี่ชายที่ปัญญานิ่มของตัวเองนิ่งๆด้วยความสมเพชเสียเหลือนับคนา

        “...สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านเจิ้งหู่ ท่านเจิ้งซื่อ” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดขึ้น เมื่อเห็นสองพี่น้อง แต่แล้วก็ได้ยินเสียงมาจากด้านในห้อง

        “สวัสดีแม่นาง ^^” ชายหนุ่มที่ดูมีสติที่สุดพูดขึ้นนั้นคือหลวนหรงนั้นเอง
        “อ่ะคำนับพระ..เอ่อ..ท่านเจียวหย่า” ชาติคำนับพระชายาหลินเฟย ก่อนที่จะรู้ว่าเขาเกือบพูดผิดจึงเปลี่ยนคำพูด

        “เหตุใดพวกท่านจึงมาอยู่ห้องนี้ห้องเดียวกันเล่าเนี้ย? ไม่อึดอัดแย่หรือ?” หญิงสาวหลินเจียวหย่าสอบถามชายหนุ่มทั่งสี่คนด้วยความงงงวย เนื่องจากว่าเธอก็ให้จำนวนเงินแก่พวกเขาไปไม่น้อยเหมือนกันตอนที่ให้เงินไปเพื่อดำรงชีพภายในเมืองนี้…แล้วไหงมาอยู่ในห้องเดียวกันทั้งหมดเล่า?

        แต่เหมือนกับว่า….. เอาล่ะ อยู่ๆ เธอก็โดนลากเข้าห้องพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่แสนจะไม่น่าให้อภัยของชายนาม เจิ้งหู่ ซึ่งเจ้าตัวนั้นก็ได้แต่นั่งทำตัวลืบแบนเป็นไม้เสียบผีปลูกเห็ดอยู่แถวๆมุมห้อง ส่วนคนที่เล่านั้นคือหลวนหรง และแน่นอนว่าระหว่างที่เล่านั้น น้องชายเจิ้งหู่นาม เจิ้งซื่อก็ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตไปให้พี่ชายร่วมสายเลือดของตัวเองด้วย..

        เรื่องมันมีอยู่ว่า…

        ชาตินั้นแบ่งเงินให้ทุกคนอย่างเท่าๆกัน รวมถึงคนที่ทำงานได้อย่างชาติ เจิ้งหู่และหลวนหรงก็ไปช่วยพ่อค้าขนของขึ้นเรือ จนเสร็จ และพ่อค้าก็บอกว่าให้พวกเขาไปพักผ่อน รวมถึงให้เงินเล็กๆน้อยๆ เป็นการตอบแทนที่ไปช่วยขนของขึ้นเรือ พวกเขาจึงไปเที่ยวเล่นกันในเมือง แต่เจิ้งซื่อนั้นขอตัวแยกออกไปหาหอสมุดแทน
        และเจิ้งหู่ก็เจือกไปใช้เงินจนหมดกับการเปย์สาวๆ ทำให้พวกเขาต้องถังแตก และลากเจิ้งหู่ออกมา และทำตัวเจียมๆภายในห้องนอน แต่เนื่องจากว่าเหลือเงินแค่ของส่วนเจิ้งซื่อและชาติ เพราะว่าเงินของเจิ้งหู่และหลวนหรงนั้นโดนโยนไปให้สาวๆแล้ว ทำให้พวกเขาต้องกักบริเวณท่านพี่เจิ้งหู่ตัวแสบ… นั้นคือต้นเหตุของการสร้างเห็ดตรงมุมห้อง

        “อ้อ…...” พระชายาทำใบหน้าถึงบางอ้อ ก่อนที่จะยิ้มแห้งๆ แล้วเกาหัวเบาๆ เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่น่าจะ..ไม่นึกว่าจะเกิดขึ้นล่ะนะ

        “แต่จะว่าไป พวกท่านคงไม่รู้สินะเจ้าคะ? ว่าพ่อค้าสำเภานั้นเดินทางออกไปแล้ว...” พระชายาหลินเฟยสอบถาม ก่อนที่ใบหน้าของคนทั้ง 3 คน (ไม่ร่วมเจิ้งซื่อ) จำพร้อมเพรียงทำหน้าประมาณนี้กันทั้งหมด….


        และดูเหมือนว่าเจิ้งหู่จะเป็นคนที่โวยวายในพื้นหลังเป็นแบล็คกราวที่ดีเลยล่ะ… โอ๊ะ! เขาโดนสำเร็จโทษเขกหัวโดยน้องชายของเขาแล้ว….

        เอาล่ะ..เข้าเรื่อง

        “แต่พวกท่านไม่ต้องกังวนนะเจ้าคะ เพราะว่ามีพ่อค้าคาราราวผู้หนึ่งเป็นชาวต้าฮั่น เขากำลังจะเดินทางกลับต้าฮั่น เขาจึงจะให้พวกเราติดคาราวานพวกเขาไปด้วย อาจจะช้าหน่อยแต่ก็เป็นการเดินทางที่มีจุดหมาย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อยากให้ทุกท่านไปเตรียมตัวเดินทางได้แล้วนะเจ้าคะ เพราะว่าคาราวารนั้นตั้งอยู่นอกเมือง” พระชายาหลินเฟยพูดขึ้น และนั้นทำให้เหล่าชายหนุ่ม ทั้ง 3 คน ที่ทำใบหน้าห่อเหี่ยว กลายร่างเป็นลิงโลดทะโมนสุดๆ


        และเมื่อเก็บของเสร็จแล้วเธอจึงเดินลงไปก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ท่านพ่อต้าจ้าวจงถังได้อาหารพอดี แต่เขานั้นไม่ต้องลำบากในการแบกเลย เนื่องจากว่ามีชายฉกรรณ์ 3 หน่อ ที่พร้อมจะบีบนวดปูพรมให้เขาสุดๆ…..

        ‘...ไม่นึกเลยว่าการปล่อยชาติให้อยู่กับพวกเขา จะทำให้ชาติเป็นคนแบบนี้ได้…’ แม่นางหลินเจียวหย่าพูดขึ้น ก่อนที่จะเดินไปจ่ายเงินค่าห้องให้กับพวกนั้นก่อนที่จะเดินทางเพื่อออกไปนอกเมือง



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 300 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x18
x6
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-15 06:13

ขึ้นไปด้านบน