กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 522|ตอบกลับ: 21

{ เมืองฉางอัน } โรงอุปรากร ซ่านเถียนเฉียวหร่ง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-19 20:39:39 |โหมดอ่าน




โรงอุปรากรซ่านเถียนเฉียวหร่ง

{ เมืองฉางอัน }





【โรงอุปรากรซ่านเถียนเฉียวหร่ง】
『เพลิดเพลินชีวาดั่งบทละคร』
อาคารไม้จัดสร้างอย่างงามวิจิตรแห่งนี้มีผู้คนคับคั่งเสมอ 
สถานบันเทิงแห่งใหญ่ที่ตั้งอยู่บน ถนนฉางอันสายตะวันตก 
จัดแสดงอุปรากรและดนตรีทุกวันช่วงพลบค่ำ แสงสีตระการตาน่าชม
นานทีจะเปิดให้คณะละครจากต่างเมืองเข้าร่วมการแสดงด้วย 
จัดเป็นหนึ่งในสถานบันเทิงยอดนิยมของที่ชาวฉางอัน 










คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483556

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-19 21:42:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-19 21:44

PART XXXVIII


     "ฮึบ!" เสียงทอดถอนหายใจดังขั้นมาจากชายหนุ่มร่างสูงผู้มีผิวกายคล้ำแดดและโพกผ้าพันรอบศีรษะสีเขียวเข้มทอลายคลื่นน้ำ เขาประสานมือยืดสองแขนทั้งสองข้างไปจนสุดเพื่อคลายกล้ามเนื้อพร้อมกับสูดหายใจโกยเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ริมฝีปากขยับรอยยิ้มกว้างไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้รับอิสระอีกแล้ว ก่อนหน้านี้เกือบเดือนเขาถูกกักตัวไว้ในคุกใต้ดินโดยไม่ได้เห็นแสงตะวันยามเมื่อขึ้นมาด้านบนอีกครั้งเขาจึงมองภาพด้านหน้าโดยรู้สึกว่ามันช่างเจิดจ้าเสียเหลือเกิน
     เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ข้างๆ อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ที่เห็นพี่ชายบุญธรรมของเธออยู่ตรงนี้ หลายคืนก่อนหน้าเธอไม่สามารถนอนหลับได้เต็มตานั่นก็เพราะคอยกังวลเรื่องคดีความของพี่ชาย หากว่าคาบูโตะยังอยู่ในคุกเด็กตัวเล็กๆ อย่างเธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ คงต้องเอาแต่พึ่งพาคนอื่นไปตลอด
     หลังจากที่ออกมาจากร้านขายข้าวของตระกูลจ้าวแล้วทั้งสองก็ตั้งใจจะเดินทางไปของานทำที่จวนผิงหยางทันทีนั่นก็เพราะว่าก่อนหน้านี้คาบูโตะได้รับปากพี่สาวปริศนาข้างบ่อน้ำเมืองจื่อถงมาว่าจะไปทำงานที่จวนขององค์หญิงผิงหยาง แม้ในใจของชายหนุ่มจะอยากตอบแทนบุญคุณตระกูลจ้าวที่คอบช่วยเหลือเกื้อกูลคนแปลกหน้าอย่างเขาและน้องสาวไม่น้อยเลยก็ตาม แต่สัญญาย่อมเป็นสัญญาเรื่องบุญคุณค่อยเอาไว้ทดแทนทีหลังเมื่อได้โอกาส
     สองพี่น้องไม่ค่อยชินทางในฉางอันเท่าไรเนื่องด้วยเป็นคนต่างที่ต่างถิ่นจะมีก็แต่ซูปี้ที่พอจะชำนาญทางมาบ้างแล้วแต่ก็เฉพาะในที่ๆ เธอสัญจรผ่านไปมาบ่อยๆ เท่านั้นนั่นคือรอบๆ ร้านขายข้าวดังนั้นสองพี่น้องจึงจำทางไปจวนผิงหยางไม่ได้ที่พอจะจำได้ก็คืออยู่ที่สุดถนนฉางอันตะวันตกเท่านั้น
     เสียงอึกทึกของดนตรีผ่านใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องหันมองตาม ขบวนของคณะละครต่างเมืองเคลื่อนผ่านถนนเบื้องหน้าช่างน่าสนใจและดึงดูดชาวเมืองฉางอันได้เป็นอย่างดี...
     คาบูโตะมองตามขบวนแห่ไปแม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจความบันเทิงนั้นมากแต่ก็จำเป็นจะต้องยืนดูอยู่เฉยๆ เพราะผู้คนมากมายที่อยู่ๆ ก็กรูกันออกมาจากร้านรวงเพื่อยืนดูกระกบข้างซ้ายขวาหน้าหลังจนทำให้เขาไม่อาจก้าวขาออกจากจุดที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้ ทำได้แต่เพียงรอชาวบ้านกลับเข้าที่อยู่ของพวกเขาเท่านั้น
     "คณะละครจากต่างเมืองมาแสดงอีกแล้วสินะ น่าไปดูจัง" ชาวบ้านใกล้ๆ กันนั้นพูดออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ นานๆ ทีคงจะมีคณะละครชื่อดังมาแสดงทีชาวบ้านคงจะดีใจกันล่ะมั้ง ชายหนุ่มเพียงแค่เงี่ยหูฟังเฉยๆ เพราะนั่นก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาจะให้เสียเงินไปดูเปล่าๆ ก็ใช่เรื่อง และเมื่อขบวนของคณะละครเคลื่อนผ่านไปชาวบ้านบางคนก็หลั่งไหลตามไปดู บ้างที่ไม่ได้สนใจเท่าไรก็ทยอยกลับเข้าที่พักอาศัยไป...
     "ไปกันเถอะซูปี้" คาบูโตะจะคว้ามือเล็กๆ ของน้องสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อจูงเดินต่อไปยังจวนผิงหยางก็คว้าได้แต่เพียงธาตุอากาศ และเมื่อก้มลงมองข้างๆ ที่น้องสาวเคยยืนอยู่ก็ไม่พบใครตรงนั้นอีกแล้ว "เฮ้ย!" ชายหนุ่มหน้าเหวอทันทีที่ซูปี้หายตัวไป คราวนี้เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย!!


     ในเวลาเดียวกัน....
     ซูปี้ยืนเขย่งปลายเท้าจ้องมองขบวนของคณะละครต่างเมืองด้วยความสนใจแต่ก็มองแทบจะไม่เห็นเลยตัดสินใจแหวกฝูงชนออกไปด้านหน้าเพื่อให้เห็นขบวนนักแสดงได้ชัดเจน เหล่านางรำร่ายรำสวยงามบนรถแห่ นักดนดรีบันเลงเพลงในท่วงทำนองที่ไม่คุ้นหูแต่ทว่าน่าดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด และที่น่าทึ่งที่สุดคือนักแสดงชายทำการโชว์พ่นไฟเรียกเสียงฮือฮาจากชาวเมืองได้เป็นอย่างมาก
     เด็กหญิงมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นเต้นหากว่ามีเวลาว่าเธอก็อยากจะไปชมการแสดงให้ได้สักครั้ง คงต้องโน้มน้าวคาบูโตะให้สนใจแต่พี่ชายจอมทึ่มของเธอจะมาสนใจเรื่องแบบนี้หรือเปล่าเพียงแค่คิดก็รู้สึกว่าเป็นไปได้ยากเหลือเกิน แต่ถึงกระนั้นเด็กหญิงก็ยังไม่อยากตัดใจหากว่าทำตัวดีๆ กับพี่ชายเขาอาจจะยอมให้เธอไปดูการแสดงก็ได้ แต่เมื่อคิดได้เพียงเท่านั้นเธอกลับถูกฝูงชนที่หลั่งไหลตามคณะละครพัดพาเอาตัวเธอไปด้วยจนทำให้พลัดหลงกันกับคาบูโตะจนได้ "!!!"
     หากว่าฝืนเดินทวนคลื่นมนุษย์ก็อาจจะถูกเหยียบตาย เธอจึงจำเป็นต้องเดินไปก่อนอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทางและรู้สึกกังวลใจไม่น้อย ระหว่างนั้นเด็กหญิงก็ต้องคอยจดจำสถานที่รอบๆ ตัวไปด้วยเพื่อให้ตัวเองเดินกลับมาถูกทาง จนสุดท้ายคลื่นมนุษย์ที่หลั่งไหลก็มาหยุดอยู่ที่หน้าโรงอุปรากรซ่านเถียนเฉียวหร่งที่ดูใหญ่โตหรูหรา ท่าทางว่าค่าเข้าชมระครคงแพงหูฉี่สงสัยจะหมดหวังจะเข้าชมเสียแล้ว
     ซูปี้คอตกคงต้องยอมแพ้แต่โดยดี ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือกลับไปหาคาบูโตะ ตอนนี้เขาคงรู้ตัวว่าเธอหายไปแล้วออกตามหาอยู่แน่ๆ ต้องรีบกกลับไปก่อนที่จะหลงทางกันไปมากกว่านี้...


     "ซูปี้!" คาบูโตะป้องปากตะโกนหาน้องสาวบุญธรรมของเขาระหว่างทาง ไม่รู้ว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรนักหนาที่หลังจากออกจากคุกมาได้คิดว่าคงไม่มีเรื่องอะไรแล้วก็ดันมาพลัดหลงกับน้องสาวอีกรอบ หรือว่าเขาจะไม่ถูกโฉลกกับเมืองนี้ก็ไม่รู้ แต่ไม่น่าใช่อย่างนั้น เรียกได้ว่าตั้งแต่ออกจากบ้านมาก็มีแต่เรื่องเลยมากกว่า 'หรือจบเรื่องนี้จะกลับบ้านดีวะเนี่ย?!' คิดเพียงเท่านั้นเขาก็ต้องรีบสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป 'ยังไม่ได้เรือเลยจะให้กลับไปได้ไง อย่าเพิ่งยอมแพ้ดิวะ!'
     "คาบูโตะ!" เสียงเล็กๆ ตะโกนเข้าเสียดแทงโสติประสาทก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเด็กหญิงอยู่ตรงไหน คาบูโตะหันไปมองทางต้นเสียงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่คราวนี้การออกตามหาน้องสาวไม่ต้องไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมของใครอีก (?) "ไปไหนมาเนี่ยยัยบ้า!" เขารีบวิ่งไปหาเธอทันที
    "ไม่ใช่ความผิดข้าสักหน่อย" เด็กหญิงมุ่ยหน้าอย่างไม่ยอมรับแม้ว่าเธออาจจะผิดนิดๆ ที่แอบมุดไปดูขบวนแห่ไกลจากพี่ชายไปหน่อย แต่ที่เธอหลงมาตรงนี้ได้ก็เพราะไหลมาตามกระแสของมวลชนต่างหาก
     "เออ ช่างเถอะ รีบไปจวนผิงหยางดีกว่าตะวันใกล้ตกดินแล้ว" คาบูโตะไม่ได้สนใจอะไรมาก เพียงแค่หาตัวน้องสาวเจอเท่านั้นก็พอแล้ว เขาจับมือเด็กหญิงแน่นกว่าเดิมเพื่อที่เธอจะไม่ได้หายไปไหนอีก
    "อื้อ" ซูปี้จับมือที่ใหญ่กว่าของพี่ชายแน่นเช่นกัน 'ไม่อยากจะแยกจากกันอีกแล้ว' เธอคิดในใจเช่นนั้น แล้วทั้งสองก็เดินกันไปตามถนนฉางอันตะวันออกโดยละทิ้งโรงอุปรากรไว้เป็นเพียงฉากหลัง...




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +10 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 10 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2018-4-12 18:39:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kingowen2 เมื่อ 2018-4-12 20:05

โรลอิสระ

ตอนนี้เฉินอี้กับเจ้าม้ากำลังหยุดอยู่บริเวณสถานที่บันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในถนนฉางอันตะวันตก โดยที่จะมีการจัดแสดงอุปรากรและดนตรีทุกวันในช่วงค่ำ

โห้คนเยอะจริงๆเลยสมกับที่คนเค้าร่ำลือกันในความบันเทิงที่ยอดนิยมของชาวฉางอัน

ฮี่ ฮี่ ฮี่

เจ้าม้าเจ้าอยากจะเข้าไปดูเช่นนั้นหรือ

ฮี่ ฮี่ ฮี่

เจ้าม้าที่แสดงอาการอยากจะเข้าไปด้วยอย่างเต็มที่นั้นแต่เฉินอี้เพียงอมยิ้มแล้วส่ายหน้าตนเองเบาๆต่อเจ้าม้าเท่านั้น

"เค้าห้ามนำสัตว์เข้าไปด้วยแพราะงั้นเจ้ารอข้าอยู่ที่นี้ละกันนะเจ้าม้าเดี่ยวข้าเข้าไปฟังแล้วข้าจะกลับมาเล่าให้เจ้าฟังนะ"

ฮี่ ฮี่ ฮี่

"ดีมากเป็นเด็กดีนะอยู่แถวนี้แหละเดี่ยวข้าจะหาซื้อของกินอร่อยๆมาฝากเจ้าแน่นอนนะเจ้าม้า"

หลังจากที่ร่ำลาหรือบอกกล่าวแก่เจ้าม้าจนเสร็จแล้วนั้นเฉินอี้ก็เดินเข้าไปยังโรงอุปรากรทันที หลังจากที่เข้ามาแล้วนั้นตนเองก็พบเจอเข้ากับผู้นมากมายที่กำลังนั่งชมดูเหล่านักดนตรีและสาวงามต่างๆที่กำลังแสดงอยู่บนเวทีแห่งนี้

"ว้าวข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะนี้ เป็นบุญตาข้าจริงๆ"

"ไงน้องชายพึ่งเคยมาที่แห่งนี้อย่างงั้นหรอ?"

"ห่ะขอรับ"

พร้อมกับชายวัยกลางคนที่เดินเข้ามาทักเฉินอี้ที่กำลังทำหน้าทำตาเหมือนคนที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

"ใช่แล้วล่ะขอรับข้าน้อยยังไม่เคยมายังสถานที่แห่งนี้เลย"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ครั้งแรกสินะเอาเถอะเดี่ยวพี่ชายคนนี้จะบอกเองถ้าสงสัยอะไรก็ถามได้นะ"

"ขอรับว่าแต่ตรงนั้นมีอะไรหรือขอรับที่คนมามุงเยอะขนาดนั้น"

เฉินอี้ชี้ไปทางบริเวณที่มีผู้คนกำลังมุงการแสดงกันอย่างมากมาย

"ออ ตรงนั้นคือการแสดงเล่นเครื่องดนตรีหลายชนิดด้วยตัวคนเดียวนะ"

"โห้มีเช่นนี้ด้วยหรือขอรับข้านึกว่าที่แห่งนี้จะมีแค่การแสดงแค่ดนตรีกับความสวยงามอย่างเดียวไม่นึกว่าจะมีการแสดงความสามารถด้วย"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันก็เป็นการแสดงดนตรีเหมือนๆกันนั้นแหละนะเอาเถอะนะ"

"ออเป็นเช่นนั้นหรือขอรับ"

พร้อมกับที่เฉินอี้ยังคงเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีที่ไพเราะหรือว่าจะเป็นการแสดงของนางระบำที่นานๆครั้งถึงจะมีมาให้เห็นนับว่าเป็นบุญของตนเองจริงๆที่ได้มาเห็นสักครั้งในชีวิตนี้

"สุดยอดเลยนะขอรับการแสดงทุกการแสดงในค่ำคืนนี้"

"แน่นอนสิสุดยอดเลยใช่ไหมล่ะ"

"ใช่แล้วล่ะขอรับข้าน้อยดีใจที่สักครั้งเคยมาดูที่นี้นะขอรับ"

"ถ้างั้นคราวหน้าก็มาดูอีกสิที่นี้ยังคงเปิดการแสดงตลอดไปแหละ"

"ขอรับคงเป็นเช่นนั้น"

โดยการแสดงชุดสุดท้ายนั้นเป็นการแสดงที่เกี่ยวกับเหล่านักดนตรีที่คอยเล่นดนตรีให้เหล่าสาวงามได้ร้องบทเพลงที่ไพเราะจับใจคนฟังกันเป็นจำนวนมาก

"เป็นไงล่ะการแสดงชุดสุดท้ายของที่นี้ยอดเยี่ยมไหมล่ะ"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยอดมากเลยขอรับข้าน้อยไม่เคยดูอะไรที่สนุกขนาดนี้มาก่อนเลยขอรับ"

"อย่างงั้นหรอ อืมถ้างั้นคราวหน้าอย่าลืมมาล่ะนะ"

"ขอรับข้าน้อยจะมาอย่างแน่นอน"

"ดีมากถ้ามาก็ไปหาข้าแถวๆหน้างานล่ะกันข้าจะได้มาดูเป็นเพื่อนเจ้าได้"

"ออ ถ้างั้นข้าน้อยขอขอขอบคุณท่านมากขอรับที่คอยดูแลข้า"

"ไม่เป็นไรมีไรก็ช่วยๆกันเราชาวฮั่นด้วยกัน"

"แหะๆขอรับ"

หลังจากที่ทั้งคู่ดูจนเสร็จแล้วก็มีการกล่าวปิดการแสดงในค่ำคืนนี้ปล่อยให้บรรดาผู้คนต่างเดินทางกลับบ้านของตนเองอย่างมากมาย โดยมีทั้งคนที่ชื่นชอบและบางคนที่ผิดหวังในการแสดงแต่ส่วนใหญ่ก็ชื่นชอบการแสดงและเสียดายที่หมดเวลาแล้วแต่ทุกคนก็สัญญาว่าจะมาชมการแสดงในวันพรุ่งนี้อีกอย่างแน่นอนไม่มีทางพลาด รวมถึงเฉินอี้และชายคนนั้นที่เสร็จแล้วก็ต่างคนต่างไปกัน หลังจากที่ออกมาได้แล้วเฉินอี้ก็ตรงดิ่งไปหาเจ้าม้าทันที


"ว่าไงเจ้าม้ารอข้านานไหมขอโทษที่ที่ให้คอยนานนะพอดีดูจนจบเลยอ่ะ"

ฮี ฮื ฮื

"โอ้ๆอย่าโกรธข้าสิข้าสัญญาว่าจะซื้อของที่เจ้าต้องการเลยนะ"

ฮี่ ฮี่ ฮี่

"แหะๆดีมากถ้างั้นเราก็ออกเดินทางกันต่อเถอะนะ"

พร้อมกับที่เฉินอี้และเจ้าม้าออกเดินทางกันต่อไปโดยระหว่างทางนั้นเฉินอี้ก็ยังคงเห็นเหล่าผู้คนที่คอยๆทยอยออกมาจากโรงปรากรที่จัดแสดงกันทั้งเป็นครอบครัวมากันทั้งหมด หรือว่าจะเป็นคู่รักที่มาดูกัน หรือจะเป็นเหล่าผู้สูงอายุที่มากัน

"ถ้าพ่อแม่ข้ายังอยู่ข้าคงจะพาพวกท่านมาอย่างแน่นอน"

เหมือนที่ความเศร้ามันเริ่มมาเกาะกินหัวใจของตนเองตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เวลาตนเองเห็นคนอื่นมีความสุขกันแล้วตนเองจะต้องเจ็บปวดหรือว่าเศร้าเสียใจมากมายถึงเพียงนี้ด้วยตนเองก็ไม่เข้าใจ

"อย่างน้อยข้าก็ยังมีเจ้านะเจ้าม้าเจ้าคงไม่ทิ้งข้าไปไหนใช่ไหม"

ฮี่ ฮี่ ฮี่

เหมือนเจ้าม้าจะเข้าใจผู้เป็นนายของมันมันจึงพยักหัวของมันอย่างร่าเริ่งเป็นสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้านายของมันไปไหนเด็ดขาด

"ดีมากข้าก็จะไม่ทิ้งเจ้าไปเหมือนกันพวกเราทั้งคู่จะไม่ทิ้งกันไปไหนนะ"

พร้อมกับที่เฉินอี้ลูบหัวเจ้าม้ายังเบามือและสองคู่หูก็ออกเดินทางไปตามเส้นทางของถนนในเขตเมืองฉางผ่านเหล่าผู้คนมากมายสองข้างทางที่ดูมีความสุขในชีวิตของตนเองแต่ตนเองก็หาได้น้อยใจไม่เพราะตนเองนั้นตอนนี้มีความสุขในชีวิตของตนแล้วนั้นเอง.........

@STAFF_Pixiu @Admin

JX009




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาพื้นฐาน
ฮั่นเสียทอง(หลวง)
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
กราดิอุสทอง
หยกขาว
เกราะทองคำ
หลี่ซื่อชุนชิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x100
x1000
x1
x15
x30
x23
x8
x1
x4
x10
x5
x6
x25
x1
x30
x1
x5
x30
x3000
x1
x1
x5
x100
x5
x130
x20
x50
x50
x21
x15
x3
x30
x30
x10
x10
x20
x10
x30
x50
x102
x5
x1
x42
x110
x1
x100
x1
x50
x50
x50
x26
x100
x1557
x5
x1
x100
x5
x10
x10
x10
x11
x99
x30
x30
x50
x1
x50
x15
x2030
x1
โพสต์ 2018-4-14 17:51:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-4-14 17:52

ชนใดไม่มีดนตรีกาล

            “ไม่คิดว่าพี่เหวินจะมาในที่แห่งนี้

            “ไม่ได้หรือไง”เหวินเหวินเอ่ยถามคนที่เหลือบมองคนเล็กน้อยเขาหัวเราะแล้วดันอาเค่อไปนั่งรอเพื่อฟังดนตรีที่แห่งนี้ ถือว่าเป็นการผ่อนคลายไปในตัวหลังจากที่เหนื่อยมาหลายวัน

            ตั้งแต่ออกไปนอกด่านแล้วกลับมากับแมวจนถึงไปให้โจรตบเล่นๆ

            วันนี้เป็นช่วงเทศกาลพอดีคนเลยเยอะจนดูอึดอัดถ้านึกถึงหอโคมเขียวที่พวกเขาเคยไปแล้ว คนที่นั่นน่าจะแออัดกันน่าดูอย่างไรก็ตามเขามาที่นี่เพื่อหาสิ่งบันเทิงเพื่อผ่อนคลายตัวเองถึงจะเป็นเพียงเสียงเพลง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำให้เขารู้สึกดีออกมาไม่ได้

            หากเป็นเทศกาลแบบนี้แล้วจะมีคณะละครออกมาแสดงโชว์ไหมนะ

            เสียงปรบมือกราวดังขึ้นเป็นจังหวะเดียวที่เขากำลังจะพูดคุยกับอาเค่อที่เงียบลงไปและมองไปยังจุดศูนย์กลางเวทีหญิงสาวหน้าตาสดสวยขึ้นหนึ่งที่เดินขึ้นมาให้เป็นจุดสนใจอย่างสง่าเธอเอ่ยคำต้อนรับทุกคนที่มาที่นี่เพื่อถ่วงเวลาในการให้นักดนตรีคนอื่นๆจัดฉากและของข้างหลังไปพลางหญิงสาวที่หันมองเหล่านักดนตรีของเธอที่เตรียมพร้อมแล้วก็เริ่มเอ่ยขึ้นมาเป็นลำดับต่อไป

            “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมชมการแสดงดนตรีในครั้งนี้เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล พวกข้าก็มีการแสดงพิเศษให้พวกพวกได้รับชมด้วย”เธอเอ่ยขึ้นก่อนจะเริ่มเตรียมตัวในการแสดงดนตรีครั้งนี้เสียงดนตรีที่เริ่มดังขึ้นมาเพื่อเริ่มจังหวะให้หญิงสาวที่ยืนเด่นอยู่ร้องเพลงออกมาได้

หล่นลงจากฟากฟ้า ร่วงโรยโปรยลงมา
แต่งแต้มให้ภูผา ขาวยิ่งกว่าผืนสำลี
กระท่อมน้อยแห่งหนึ่งที่ซอมซ่อ ณ ที่แห่งนี้
ในค่ำคืน แห่งเหมันต์ เราสองเคียงกายภายในอ้อมแขน

เมื่อยามเราพานพบ ดั่งเช่นในวันนี้
เอ่ยถ้อยคำวาที แล้วท่านพลันยิ้มออกมา
ข้าจึงแนบใบหน้าระเรื่อลงซบไหล่ทางขวา
และอยากจะขอให้ความอบอุ่นนี้ ติดตรึงจนสิ้นความหนาว

ฤดูเหมันต์สงัดวังเวง

จนฝูงวิหคร่วมร้องบรรเลงเสียงเพลง ผ่านสู้วสันต์ฤดูเข้ามาแทนที่
เสียงของเจ้า ไพเราะเหลือเกิน ท่านเอ่ย ให้หัวใจข้าสั่นระรัว
เพียงเท่านี้ แค่คำพูดนั้น มันก็พลันให้น้ำที่ตาเอ่อล้น

หากวันหนึ่งเสียงของข้าไม่อาจเอื้อนเอ่ย ถ้อยคำหรือขับขานสิ่งใด
เลยค่ำคืนวัน ฤดูผันผ่าน ท่านจะรักข้าเฉกเช่นเดิมอยู่ไหม
แน่อยู่แล้ว ท่านยิ้มให้ก่อนจะตอบ ข้ายังจำรอยยิ้มนั้นไว้
ค่อยซบแก้ม ลงที่บ่าใหญ่ ก่อนคลอเคล้าสองเราคู่เคียง

ล่วงเลยผ่านไปจน บ่ายนึง ในคิมมหันต์
ยามนั้นที่อาการของท่าน ไม่ค่อยสู้จะดี
จำต้องใช้เศษเงินเพื่อซื้อยามารักษา เท่าที่มี
ความยากจน ทำให้เรา หมดสิ้นความหวังแทบจะทุกทาง

ถักทอแต่ละวัน วาดฝันแต่ละผืน
เพื่อหวังท่านจะฟื้น ร่างกายที่แสนเหนื่อยล้านี้
ไม่มีวันจะปล่อยเวลาให้เสียไป แม้เสี้ยวนาที
ต้องทำอะไร ไหรือว่าสิ่งใด ต่อให้ลมหายใจดับสูญ

ยอมรับเรื่องจริงว่าโลกเปลี่ยนผัน

เมื่อจักจั่นกรีดร้อง นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอก ว่าฤดูใหม่ใกล้จะแทนที่
นิ้วของเจ้า ช่างงามเหลือเกิน ท่านเอ่ย พร้อมกุมมือที่เย็นเยียบนั้น
แม้ว่ามือข้าแสนบอบช้ำ ทั้งไม่เหลือซึ่งความงดงามอะไร

หากวันหนึ่งนิ้วของข้านั้นไม่งดงาม หรือไม่อาจจับต้องสิ่งใด
เลยค่ำคืนวัน ฤดูผันผ่าน ท่านจะรักข้าเฉกเช่นเดิมอยู่ไหม
แน่อยู่แล้ว เสียงเครือปนด้วยไอหอบ ท่านยังยิ้มปลอบโยนข้าไว้
และท่านยังคงกุมนิ้วมือข้าที่สั่นสะท้าน ของเราเข้าไว้ด้วยกัน

จะอีกกี่วัน จะอีกกี่คืน ข้าจะถักทอไม่ให้หยุด
(อา.. กระแสลมที่โบกโบยไป)
ต้องแลกยา ต้องรีบเอาไป ถ้าไม่อย่างนั้นท่านคงไม่ไหว
(ผ่านพัด พลันให้ผลที่บนกิ่งไม้)
ขอแค่นิดหนึ่ง ขอเพียงอีกนิดหนึ่ง ก่อนที่ใบไม้จะร่วงและโรยรา
ไม่ว่าต้องแลกอะไร ไม่ว่าเลือดหยดไหน
(ตกร่วงหล่นบนพื้น)
หรือว่าข้าต้องตาย
(คือการสิ้นสุดลง ของชีวิต..)
จนปีกเส้นสุดท้าย..

หากวันหนึ่งร่างของข้านั้นไม่ได้เป็นเช่นท่าน หรือว่าผู้ใด
เลยค่ำคืนวัน ฤดูผันผ่าน ท่านจะรักข้าเฉกเช่นเดิมอยู่ไหม
ด้วยความกลัวแสนกลัวยากจะเอื้อนเอ่ย เก็บถ้อยคำความจริงนั้นไว้
ดึงขนปีกสุดท้ายทอไป เพื่อท่านแล้วมันก็คุ้ม..

แน่อยู่แล้ว ข้าคลี่ยิ้มก่อนแล้วตอบ ถ้อยคำที่เจ้าเอ่ยไว้
ข้าสัญญา จะรักเจ้าไป ต่อให้ไร้ หรือไม่มีปีกโผบิน
ภาพของนกกระเรียนที่งามที่สุด ในวันนั้น จดจำในใจ
ต่อให้เป็นคน หรือเจ้าเป็นใคร ภาพเหล่านั้นไม่เคยเปลี่ยนไป

แม้ล่วงเลยจนวันที่ข้าตาย แต่ความรักของเราไม่เคย เปลี่ยนแปลง..

            สิ้นเสียงดนตรีก็ปรากฏเสียงปรบมือระนาวจากทั่วบริเวณที่บอกว่าคณะดนตรีนี้ร้องออกมาช่างเข้ากับช่วงเทศกาลผ้าไหมนี้เสียจริงถึงจะดูแฝงด้วยความเศร้า แต่อย่างเหวินเองก็ไม่ค่อยจับใจความได้สักเท่าไหร่อยู่ดี

            มาจากเรื่องจริงหรือตำนาน หรือเพียงแค่เรื่องแต่งขึ้นมาเท่านั้น??  

            เสียงดนตรีที่ดังขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเริ่มบรรเลงเพลงอื่นแต่เด็กเก็บตำลึงก็กลับเดินมาขอเงินบริจาคแก่คณะดนตรีนี้เหวินเหวินที่หยิบเงินตำลึงจำนวนหนึ่งยื่นใส่ตระกร้าให้เด็กคนนั้น ตามความชอบต่อบทเพลงก่อนหน้านี้ที่ร้องไห้ซึ้งกินใจเสียเหลือเกินชายหนุ่มมองคนรอบๆที่เริ่มแออัดกันมาขึ้นก็รู้สึกว่าที่นี่เริ่มจะไม่ผ่อนคลายเอาซะแล้ว

            แต่ก็อยากจะฟังเพลงต่อ

            ท่ามกลางผู้คนมากมายเขาดึงอาเค่ออกจากบริเวณนั้นเพื่อไปหาจุดที่สามารถรับชมการแสดงในที่แห่งนี้ได้อย่างสะดวกโดยไม่มีคนอื่นมารบกวนชายหนุ่มที่ยืนฟังเสียงดนตรีบรรเลงไปพลางก็ยิ้มไปพลางเพื่อเสพความสุขทางเสียงแต่ว่าคนเยอะแบบนี้เสียงฮือฮาจากผู้คนรอบข้างก็ขัดจังหวะความสุนทรีของเขาซะเหลือเกิน

            มารยาทของชาวต้าฮั่นมันหายไปไหนหมดนะ



CODE : JX009 -8/15-


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +113 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
LanXinLi + 98 จองหอ
Admin + 15 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x300
x5
x1
x100
x1
x180
x50
x16
x100
x110
x46
x150
x1
x2500
x3
x31
x25
x10
x700
x20
x1
x110
x100
x100
x160
x190
x180
x10
x10
x2
x610
x4
x3
x5889
x21
x1
x100
x80
x44
x120
x25
x999
x1007
x35
x450
x1
x35
x100
x310

17

กระทู้

298

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9683
เงินตำลึง
173530
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
358
คุณธรรม
8
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
ระดับ 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-22 11:07:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-9-22 16:36

ปลอมตัวเที่ยวเล่น

                   วันนี้นางอุสาลางาน ควบม้าจากซินเอี๋ยเข้าฉางอัน เหตุผลเพราะได้ยินมาว่าคณะละครที่นางชื่นชอบจะมาแสดงที่โรงอุปรากรซ่านเถียนเฉียวหร่ง ถึงแม้นางจะพึ่งเข้าทำงานได้เพียงหนึ่งวัน แต่ก็เอ่ยปากขอลางานกับพี่เลี้ยงไปแล้ว กระทั่งพี่สี่ยังโมโหใส่ หาว่านางไม่เอาการเอางาน เป็นเหตุให้แม้หญิงสาวจะได้เข้าฉางอันอย่างที่ใจหวัง กลับมีสีหน้าห่อเหี่ยว
                   ลู่เอินตอนนี้เป็นหนึ่งในคนที่รุมล้อมหน้าซ่านเถียนเฉียวหร่ง นางคาดเดาเอาเองว่าทางโรงอุปรากรคงยังไม่ให้เข้าไป อาจเพราะกำลังเตรียมบางอย่างอยู่ก็ได้..

                   @ShaoTien

                   ผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อในที่สุดนางก็สามารถแทรกตัวเข้าไปในซ่านเถียนเฉียวหร่งได้สำเร็จ หญิงสาวมองสภาพของโรงอุปรากรด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้มาสถานที่แบบนี้ สถานที่ที่ในลู่เจียนไม่มีทางมีแน่ นางเงยหน้ามองขึ้นไปบริเวณระเบียงลอยบนชั้นสอง ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเป็นคนใหญ่คนโตทั้งนั้น นางยืนอยู่ในกลุ่มคนชั้นหนึ่ง ทั้งเบียดเสียด และอุปสรรคใหญ่คือนางตัวเล็กไป
                   ลู่เอินแทรกตัวจนหลุดไปด้านหน้าได้สำเร็จ เมื่อเห็นตัวแสดงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า นางจึงรู้ในทันทีว่าต้องเป็นคณะละครที่นางชื่นชอบนั่นเอง สีหน้าห่อเหี่ยวตอนที่เดินทางถึงฉางอันพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใส นางตั้งใจดูการแสดงไม่ให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว

                   @ShaoTien

                   ขณะที่กำลังตั้งใจดูการแสดง นางกลับได้ยินเหมือนใครพูดชื่อนางอยู่ด้านหลัง ลู่เอินตั้งใจจะเมินเสียงนั้นไป แต่พอผ่านไปครึ่งเค่อนางก็พ่ายแพ้ให้กับความอยากรู้ จึงหันกลับไปมอง
                   บุรุษสองคนที่ยืนอยู่ข้างกันดูคุ้นหน้าจนนางอดขมวดคิ้วไม่ได้ หลังจากนึกทบทวนความทรงจำ ไล่ไปตั้งแต่ตอนเดินทางผ่านซงหนู วนมาถึงด่านตะวันตกแล้วกลับไปที่หุบเขาคนโฉด
                   อย่าบอกนะ..
                   นางเดินไปหาทั้งสองด้วยสีหน้าสงสัย เมื่อมองใกล้ๆจึงรู้ว่าเป็นคนที่เคยอยู่ร่วมบ้านจุนซางจวินด้วยกัน ถึงจะนึกชื่อไม่ออกแต่หน้าตาของคนที่นั้นนางจำได้ดี!
                   เมื่อจำได้ลู่เอินจึงหมุนตัวกลับไปด้านหน้าตามเดิม พวกเขาเห็นนางตั้งแต่ตอนไหนกัน!? หรือว่าตั้งแต่หน้าโรงอุปรากร พอมาถึงฉางอันนางเสียกิริยาไปมาก ยิ่งพอรู้ว่าจะได้เจอคณะละครที่ชอบก็เบียดคนเข้ามาด้านในไม่สนว่าตัวเองเป็นเพียงสตรีคนหนึ่ง อีกทั้งยังไม่ได้ออกเรือนด้วย!
                   ลู่เอินยกแขนเสื้อขึ้นปิดครึ่งหน้า วันนี้รอยแผลที่แก้มของนางจางไปมากเพราะใช้แป้งทาทับเอาไว้จึงไม่ได้ใช้ผ้าแพรปิดหน้า แต่เป็นความโชคร้ายที่มาเจอคนรู้จักที่นี่ แผ่นดินต้าฮั่นกว้างใหญ่ เหตุใดคนจากหุบเขาถึงมาเจอกันได้เล่า!

                   @ShaoTien

                   หญิงสาวไม่ทันระวัง พอถูกด้านหลังผลักมาจึงล้มลงไปนั่งบนพื้นแทบจะทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ขนาดนางยังต้องกระพริบตาสองสามคราจึงมีสติ มือที่มีผ้าพันแผลสีขาวพันอยู่วางแปะอยู่บนพื้นพรม ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยความอับอาย
                   ลู่เอินผุดลุกขึ้นราวกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่อดไม่ได้ที่จะหันไปมองคนด้านหลังอย่างเคืองๆ นางอ้าปากคล้ายอยากจะด่าสักคำ แต่พอเห็นว่าเป็นชายที่รู้จักกันมาก่อนจึงหุบปากเงียบทันที ทิ้งเพียงเสียงถอนใจหนักๆหนึ่งครา ก่อนจะหันไปสนใจการแสดงต่อ
                   ...
                   หลังจากการแสดงจบลง บุรุษน้อยที่ยืนชมการแสดงกับคนสนิทวัยยี่สิบทำท่าจะเดินออกไป ก็ได้ยินเสียงหญิงสาวที่แสดงบนเวทีกรีดร้อง เมื่อทั้งสองหันไปก็พบว่ามีอันธพาลสามคนกำลังฉุดกระชากหญิงสาว แม้เขาจะยังเด็กสิบสามแต่ก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้ จึงเดินเข้าไปหมายจะสนทนาดีๆ ก่อนคนสนิททักท้วงขึ้น
                   “คุณชาย เดี๋ยวก่อน แบบนี้อันตรายนะขอรับ” มู่กงกงคนสนิทกล่าวทักท้วงขึ้น
                   “พี่มู่ ข้าต้องเข้าไปช่วย เอางี้ถ้าพี่มู่กลัวก็อยู่ตรงนี้นะ” เด็กหนุ่มพูดไม่ฟังคำทัดทานอีกฝ่ายก่อนเดินไป
                   “ข้าน้อยจะอยู่เฉยๆ ได้ไงขอรับ... เป็นไงเป็นกัน” มู่กงกงกล่าวก่อนเดินตามไป
                   ทั้งสองเดินย้อนกลับมายังเวทีการแสดงอีกครั้งก่อนกล่าวขึ้น “นี่พี่ชาย ทำแบบนี้ไม่สมเป็นสุภาพบุรุษเลยนะขอรับ ดูเหมือนพี่สาวคนนี้ไม่เต็มใจ”
                   “ช่วยด้วย” หญิงสาวร้องตะโกนก่อนจะถูกชายอีกคนตุ๋ยท้องจนสลบ
                   “เด็กน้อยอย่าแส่หาเรื่องดีกว่า แกกลับไปดูดนมแม่แกนู่นไป เดี๋ยวจะไม่ได้โตดี!!” ชายคนที่ดูเป็นหัวโจกกล่าวขึ้นไล่
                   “วะฮ่าๆ นั่นสิ ไปๆ ถ้าแกยังอยากโต อย่ามาแส่เฟ้ย!” ชายอีกคนเสริม
                   “บังอาจ!!” มู่กงกงก้าวออกมาพูดเสียงดังใส่อันธพาลทั้งสาม “นี่พวกเจ้าทำผิดแล้วยังไม่สำนึกอีกหรือ!”
                   “อะไรบังอาจว่ะ พวกแกคิดว่าเป็นใครแน่มาจากไหนวะ!” ชายอันธพาลกล่าว


                   @ShaoTien

                   เสียงกรีดร้องดังขึ้น ทำให้นางหันไปสนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทันที มีอันธพาลสามคนกำลังฉุดผู้หญิงกันกลางโรงอุปรากรก็ได้เหรอ.. แม้นางจะไม่เคยพบสตรีที่ถูกฉุดมาก่อน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแย่เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น
                   จนกระทั่งมีเด็กชายคนหนึ่งที่ดูอายุน้อยกว่านางเดินเข้าไปเจรจากับพวกอันธพาล ในใจนางก็รู้สึกชื่นชม แต่พอยืนฟังบทสนทนาระหว่างพวกเขา แม้พวกอันธพาลจะใช้คำพูดหยาบคายที่ลู่เอินยังระคายหู นางกลับรู้สึกว่าอีกคุณชายผู้นี้ใช้คำพูดตรงไปตรงมาเกินไป เหมือนใช้ชีวิตอยู่ในห้องหับไม่เคยออกมานอกจวน
                   “นี่คือไท่จื่อแห่งต้าฮั่น หัวจะขาดแล้วยังโอหังอีก!” มู่กงกงกล่าวแนะนำก่อนชายอันธพาลหลุดหัวเราะขำ
                   “ก๊ากๆ ถ้าเจ้าหนูนี่เป็นไท่จื่อ ข้าก็คงเป็นฮ่องเต้วะ ฮ่าๆ” หัวโจกอันธพาลกล่าวขึ้น “ไปชะเจ้าหนู ก่อนไม่ได้ตายดี”
                   หลิวจี้ที่ทนให้อีกฝ่ายดูถูกเสด็จพ่อไม่ได้ จึงเงื้อหมัดขึ้นหมายจะซกใส่อีกฝ่าย แต่ด้วยเรี่ยวแรงเขาอ่อนด้อยนักที่จะสู้กับคนพวกนี้ที่ฝึกฝนการต่อสู้มาเพื่อรังแกผู้อื่น
                   เมื่อได้ยินคุณชายตรงหน้าประกาศออกมาว่าเป็นไท่จื่อ ซ้ำยังต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ ในสายตาของคนอื่นคงเป็นเรื่องขบขัน แต่ลู่เอินยืนประเมินสถานการณ์มาสักพัก ทั้งผู้ติดตามของคุณชาย ท่าเดินและวิธีการพูด เหมือนที่นางเคยอ่านในหนังสือไม่มีผิด ต้องเป็น..ขันทีแน่ ดังนั้นมีสิทธิ์มากที่คุณชายท่านนี้จะเป็นคนในราชวงศ์
                   จู่ๆใบหูก็รู้สึกอื้ออึงได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัว เป็นครั้งแรกที่นางได้พบเจอคนในราชวงศ์ด้วยสองตาของตนเอง แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่นางไม่เคยคิดฝันมาก่อนในชีวิต นางทอดสายตามองอันธพาลทั้งสามที่ดูท่าคงไม่เลิกราง่ายๆ ก่อนจะหันกลับไปมองคุณชายน้อย
                   ลู่เอินเดินผ่านกลุ่มของเส้าเทียนหมายจะตรงเข้าไปร่วมวงตีฝีปากกับพวกเขา

                   @ShaoTien

                   พอได้ยินคำถามนั้นออกจากปากของอีกฝ่าย นางก็นิ่งไป ความจริงนยางไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น แต่พอย้อนกลับมานึกดู ถึงจะพอต่อสู้เป็นบ้างแต่คงสู้บุรุษตัวใหญ่สามคนไม่ไหวหรอก ลู่เอินหันมายิ้มมองเส้าเทียนทั้งที่ก่อนหน้านี้จนถึงเมื่อครู่ยังหน้าบึ้งใส่เขาอยู่เลย
                   “เจ้าค่ะ” นางมองชายอีกสองคนที่ติดตามมากับเส้าเทียนครู่หนึ่ง “ท่านเองก็อยากช่วยใช่ไหมล่ะ หรือมีแผนอะไรรึไง?” ลู่เอินกลัวก็แต่จะไม่ทันการแล้ว

                   @ShaoTien

                   นางมองไปยังหวังจวินจื่อครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นเจ๋อข่ายเดินเข้ามาหา ทั้งสองจึงคุยแผนการกันอยู่พักหนึ่ง นางจึงพยักหน้าให้อีกฝ่าย “ตกลง” ลู่เอินและหวังจวินจื่อจึงแทรกผู้คนอ้อมไปอีกทาง

                   @ShaoTien


                   “เด็กๆ จับเจ้าเด็กนี่” หัวโจกพูดก่อนพี่จิ่วถูกจับล็อกแขนอย่างรดวเร็ว แม้เจ้าตัวพยายามขัดขืน มู่กงกงที่เห็นเช่นนั้นก่อนพยายามเข้าไปช่วยนายของตน
                   “เจ้านี่ก็แสบว่ะ” หัวโจกกล่าวก่อนจัดการมู่กงกงล้มกระเด็นไปก่อนหันมาทางเด็กน้อยที่โดนคนของตนล็อกแขน


                   @ShaoTien


                   ลู่เอินและหวังจวินจื่ออ้อมมาอีกด้านหนึ่งระหว่างที่เส้าเทียนกำลังต่อสู้กับอันธพาล จากตอนแรกที่มีเพียงหญิงสาวนอนสลบ กลับมีร่างของบุรุษที่เป็นผู้ติดตามของคุณชายด้วย นางคร้านจะสนใจเขา จึงก้มลงดูอาการของหญิงสาวที่นอนสลบอยู่แทน ต่อให้นางปลุกอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ยอมฟื้น นางจึงให้หวังจวินจื่อพาสตรีผู้นี้กลับเข้าไปด้านในก่อน ส่วนตัวเองก็มาพยุงมู่กงกงให้ลุกขึ้นนั่ง “นี่ท่านไหวรึเปล่า”
                   ระหว่างที่กำลังพยุงมู่กงกง นางเงยหน้าขึ้นเพราะได้ยินเสียงร้องดังขึ้นมา นางมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ หยดเลือดที่แดงที่ไหลออกมาจากร่างบุรุษอันธพาลชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ที่วัดร้างบนหุบเขา ซึ่งยังสลักไว้ในความทรงจำของนาง
                   “กรี๊ดดดดด!” สตรีในโรงอุปรากรหลายคนเริ่มกรีดร้องออกมา จนเกิดความวุ่นวายไปทั่ว

                   @ShaoTien

                   เมื่อเห็นคุณชายน้อยถูกปล่อยตัวออกมา นางจึงปล่อยให้ร่างมู่กงกง ไปรับร่างของเด็กชายที่พึ่งโดนผลักไปอีกทาง มือรีบเขย่าร่างของเขาก่อนจะพยุงให้ไปอยู่กับมู่กงกง “ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ”
                   จังหวะนั้นหวังจวินจื่อก็กลับมาจากหลังเวทีพอดี “ท่านรีบไปช่วยเพื่อนของท่านเถอะ” เขามองนางครู่หนึ่งก่อนเข้าไปผสมโรงกับฝั่งของเส้าเทียน
                   “ข้าไม่เป็นไรขอรับแม่นาง…” หลิวจี้กล่าวตอบอย่างเจ็บใจ เขาเพิ่งเริ่มฝึกไม่นานหากเขาแกร่งกว่านี้สักนิดก็คงสั่งสอนพวกนั้นได้แล้วแท้ๆ “พี่มู่กับพี่สาวตรงนั้นเป็นยังไงบ้างขอรับแม่นาง”
                   ลู่เอินได้ยินคำว่าพี่มู่ จึงหันไปมองมู่กงกงที่ตนพึ่งทิ้งเขาไว้ ท่าทางเหมือนกำลังปวดหลังเพราะล้มลงนอน เนื่องจากที่พิงเช่นนางผละออกแบบไม่ทันตั้งตัว “พี่มู่ของท่านก็อย่างที่เห็น.. ส่วนสตรีคนนั้นส่งไปหลังเวทีแล้ว นางปลอดภัยดี” ลู่เอินมองตามเนื้อตัวอีกฝ่าย “ว่าแต่ท่านเถอะ ไปช่วยเขาแท้ๆ เหตุใดถึงให้เขาจับตัวได้”
                   “แฮ่ๆ พลาดพลั้งนิดหน่อยขอรับแม่นาง” หลิวจี้ทำท่าจะลุกไปช่วยเสริมอีกฝ่าย แต่เขาลุกก็ล้มลงเป็นลม
                   เมื่อได้ยินอีกฝ่ายทำท่าจะลุกขึ้น นางก็เตรียมเอ่ยปากห้ามแต่คุณชายน้อยกลับล้มลงมา อีกทั้งครั้งนี้ยังสลบไปเลย.. หยดเหงื่อผุดออกมาจากใบหน้าสวย แสดงถึงความกังวลถึงที่สุด นางพยุงร่างอีกฝ่ายโดยใช้มือข้างหนึ่งโอบแผ่นหลังเอาไว้ ก่อนจะหันไปหามู่กงกง “ท ท่านมียาหรืออะไรไหม! คุณชายของท่านสลบไปแล้ว” เมื่อได้ยินดังนั้น มู่กงกงก็รีบค้นข้าวของก่อนจะเอาบางอย่างมาจ่อใกล้กับใบหน้าของเด็กชาย มือก็ช่วยพัดให้กลิ่นหอมกระจายได้ดียิ่งขึ้น แต่ลู่เอินกลับฉุนจมูก สิ่งที่เอามาจ่อคงเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งเป็นแน่
                   ถ้าเขาเป็นเชื้อพระวงศ์จริงนางจะไม่แย่เหรอ ถ้าอีกฝ่ายเป็นอะไรไปแล้วชีวิตนางล่ะ.. ลู่เอินช่วยเอามือนวดขมับคุณชายในอ้อมแขน ไม่สนใจเรื่องชายหญิงไม่ควรสัมผัสกันอีกต่อไป นางเองก็มีท่าทีร้อนรนไม่ต่างจากมู่กงกง
                   “ทำไงดี ทำไงดี พี่จิ่วท่านต้องไม่เป็นอะไรนะ” มู่กงกงที่ตกใจพูดช้ำไปช้ำมาอย่างวิตกกังวล


                   @ShaoTien

                   ตอนนี้ใบหน้าของนางซีดเซียวเหมือนกระดาษแผ่นหนึ่ง เมื่ออีกฝ่ายหันมาถามจึงเงยหน้ามองอย่างงุนงง กว่าจะจับใจความได้ก็ผ่านไปสักพักใหญ่ “จ เจ้าค่ะ ก็ปลอดภัยเว้นเสียแต่คุณชายท่านนี้หมดสติไปแล้ว” นางเลื่อนสายตาไปหามู่กงกงที่กำลังพยุงคุณชายน้อยเอาไว้ “เช่นนั้นแยกตรงนี้เถอะเจ้าค่ะ ข้าจะพาเขาไปโรงหมอ”


                   @ShaoTien


                   เมื่อเห็นเส้าหลงทำท่าจะเดินออกไป นางจึงนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองไม่รู้เส้นทางในฉางอัน “หยุดก่อนเจ้าค่ะ” นางรีบเดินเร็วเข้าไปหาอีกฝ่าย “ท่านพอจะมีแผนที่เมืองฉางอันไหมเจ้าคะ ข้าพึ่งมาที่ฉางอันครั้งแรก ไม่ทราบเลยว่าโรงหมอไปทางไหน..”

                   @ShaoTien


                   ใบหน้าของลู่เอินผ่อนคลายขึ้นมาก นางคารวะอีกฝ่ายหนึ่งครั้ง “ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ ข้าเสิ่นลู่เอินขอทราบนามของท่านได้รึไม่?”

                   @ShaoTien

                   สิ่งที่ต้องการรู้ก็รู้แล้ว นางกับเจ๋อข่าย และมู่กงกงที่พยุงคุณชายน้อยอยู่ จึงออกไปจากโรงอุปรากร เดินทางไปที่โรงหมอ


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ไท่จื่อ: หลิว จี้ เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2018-9-22 16:44

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +222 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 222 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

19

กระทู้

603

โพสต์

39หมื่น

เครดิต

หื้ม?

เงินชั่ง
59034
เงินตำลึง
1173922
ชื่อเสียง
143798
ความหิว
944
คุณธรรม
348
ความชั่ว
313
ความโหด
755
เสียวโฉ่วอวี๋
ระดับ 1

โจว เจ๋อข่าย

"ข้างดงามแล้วหรือยัง"
pet
โพสต์ 2018-9-22 16:51:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ ปลอมตัวเที่ยวเล่น ]
      หลังจากที่เขาลางานกับท่านเจ้าเมืองเสร็จ มือปราบแห่งฉางอันและสหายทั้งสอง ก็เตรียมที่จะไปทำสัญญาจ้างที่เมืองเทียนซุยต่อ

      "นี่เส้าเทียน ไปที่โรงอุปรากร ซ่านเถียนเฉียวหร่งกัน ระหว่างที่มาข้าเห็นผู้คนมากหน้าหลายตาไปมุงดูบางอย่างอยู่น่ะ" ร่างระหงเอ่ยบอกบุรุษผมสีดำขลับด้วยเสียงหวานระรื่นหู

       มือหนาจู่ฮันเสียทองพลางขมวดคิ้ว "ทำไมต้องไป"  เสียงทุ้มต่ำถามด้วยเสียงราบเรียบไร้อารมณ์

      หวังจวินจื่อที่ยืนอยู่ข้างๆมองพี่ชายทั้งสองที่กำลังจะทะเลาะกัน "พี่หวง ก็ไปดูสักหน่อยสิ แวะสักหน่อยค่อยไปทำสัญญาจ้างก็ได้ไม่เห็นเป็นอะไร"

      “.....” ร่างสูงขมวดคิ้วพลางถอนหายใจเสียงดังก่อนจะยอมไปด้วยความรู้สึก ตัดรำคาญ

      บุรุษทั้งสามคนยืนอยู่หน้าโรงอุปรากร ซ่านเถียนเฉียวหร่ง

      “เจ้าไม่คิดจะเข้าไปชมจริงๆหรอ” เสียงหวานของเจ๋อข่ายเริ่มงอแงขึ้น ใบหน้าที่คล้ายอิสตรีช้อนตาเพื่ออ้อนสหาย

      “?” เขาพยายามที่จะไม่หันไปมองร่างระหง แต่กระนั้นก็ยังถูกเด็กหนุ่มจากแดนมาซิลดอนอ้อนอีก!! “อือ เข้าก็ได้ ..เฮ้อ” สุดท้ายเส้าเทียนก็ยอมเข้าไปชมการแสดงภายใน บรรยากาศข้างในมีสตรีและเหล่าบุรุษหลายล้อมเพื่อรับชมการแสดง

      เขาเห็นมีสตรีนางที่รู้สึกเหมือนตนเคยแค่เห็นที่ไหนมาก่อน แต่นึกไม่ออก คงจะเป็น..? นัยน์ตาสีดำคมกริบกราดสายตาชมความงดงามของที่นี่ การตกแต่งวิจิตรสวยงามซะจริง

      “นั่นใช่แม่นางลู่เอินหรือเปล่าเส้าเทียน” เจ๋อข่ายถามก่อนจะใช้นิ้วเรียวบางชี้ไปทางนาง เจ๋อข่ายเคยอยู่ที่หุบเขาคนโฉดตั้งสามปีความจำของเขาก็เป็นเลิศอยู่แล้ว ทำให้จำหญิงสาวได้ ส่วนเส้าเทียนที่อยู่บ้านจอมยุทธ์จุนมาตั้งสิบปี คงจะจำได้แต่ไม่พูด...

      เส้าเทียนขมวดคิ้วมองร่างบางที่อยู่ข้างหน้าที่ทำท่าทางประหลาด ยกแขนเสื้อขึ้นมา… บุรุษผมสีดำขลับนึกถึงสตรีนางนึ่งที่ชื่อหลิวเว่ย หญิงนางนั้นแปลกประหลาดยิ่งนักแทบยังเคยขโมยฮั่นเสียทองของเขาอีก ดีนะที่ได้กลับคืนมา

      ฉับพลันคนด้านหลังก็เบียดกันขึ้นมาด้วยความที่มีคนจำนวนมาก ทำให้ร่างสูงชนกับสตรีข้างหน้าอย่างแรง

      ปึง!

      “เอ่อ..ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ช่วงนี้เขาเป็นเวรเป็นกรรมอันใดเกี่ยวกับเรื่องการชนสตรี!?

      หลังจากการแสดงจบลง บุรุษน้อยท่ี่ยืนชมการแสดงกับคนสนิทวัยยี่สิบทำท่าจะเดินออกไป ก็ได้ยินเสียงหญิงสาวที่แสดงบนเวทีกรีดร้อง เมื่อทั้งสองหันไปก็พบว่ามีอันธพาลสามคนกำลังฉุดกระชากหญิงสาว แม้เขาจะยังเด็กสิบสามแต่ก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้ จึงเดินเข้าไปหมายจะสนทนาดีๆ ก่อนคนสนิททักท้วงขึ้น

      “คุณชาย เดี๋ยวก่อน แบบนี้อันตรายนะขอรับ” มู่กงกงคนสนิทกล่าวทักท้วงขึ้น

      “พี่มู่ ข้าต้องเข้าไปช่วย เอางี้ถ้าพี่มู่กลัวก็อยู่ตรงนี้นะ” เด็กหนุ่มพูดไม่ฟังคำทัดทานอีกฝ่ายก่อนเดินไป

      “ข้าน้อยจะอยู่เฉยๆ ได้ไงขอรับ... เป็นไงเป็นกัน” มู่กงกงกล่าวก่อนเดินตามไป

ทั้งสองเดินย้อนกลับมายังเวทีการแสดงอีกครั้งก่อนกล่าวขึ้น “นี่พี่ชาย ทำแบบนี้ไม่สมเป็นสุภาพบุรุษเลยนะขอรับ ดูเหมือนพี่สาวคนนี้ไม่เต็มใจ”

“ช่วยด้วย” หญิงสาวร้องตะโกนก่อนจะถูกชายอีกคนตุ๋ยท้องจนสลบ

“เด็กน้อยอย่าแส่หาเรื่องดีกว่า แกกลับไปดูดนมแม่แกนู่นไป เดี๋ยวจะไม่ได้โตดี!!” ชายคนที่ดูเป็นหัวโจกกล่าวขึ้นไล่

“วะฮ่าๆ นั่นสิ ไปๆ ถ้าแก่ยังอยากโต อย่ามาแส่เฟ้ย!” ชายอีกคนเสริม

“บังอาจ!!” มู่กงกงก้าวออกมาพูดเสียงดังใส่อันธพาลทั้งสาม “นี่พวกเจ้าทำผิดแล้วยังไม่สำนึกอีกหรือ!”

“อะไรบังอาจว่ะ พวกแกคิดว่าเป็นใครแน่มาจากไหนวะ!” ชายอันธพาลกล่าว

ร่างสูงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ ปกติก่อนที่จะเข้าชมการแสดงจะต้องตรวจอาวุธก่อนไม่ใช่รึ แต่เส้าเทียนเป็นมือปราบจึงสามารถพกอาวุธติดตัวเข้ามาได้ เหลือบนัยน์ตาจ้องมองข้างหน้าเวทีการแสดง ที่มีอันธพาลสามคนพยายามฉุดหญิงสาว ทว่ากลับมีบุรุษน้อยเดินเข้าไปหาอันธพาลอย่างไม่เกรงกลัว เส้าเทียนและเจ๋อข่ายจึงค่อยๆหาทางเดินไปข้างหน้า แม้นเด็กคนนั้นจะไม่หวั่นเกรงอันธพาลทั้งสาม แต่เขาก็ยังเป็นเพียงแค่เด็ก เส้าเทียนมองด้วยแววตาเป็นห่วง

“นี่คือไท่จื่อแห่งต้าฮั่น หัวจะขาดแล้วยังโอหังอีก!” มู่กงกงกล่าวแนะนำก่อนชายอันธพาลหลุดหัวเราะขำ

“ก๊ากๆ ถ้าเจ้าหนูนี่เป็นไท่จื่อ ข้าก็คงเป็นฮ่องเต้วะ ฮ่าๆ” หัวโจกอันธพาลกล่าวขึ้น “ไปชะเจ้าหนู ก่อนไม่ได้ตายดี”

หลิวจี้ที่ทนให้อีกฝ่ายดูถูกเสด็จพ่อไม่ได้ จึงเงื้อหมัดขึ้นหมายจะซกใส่อีกฝ่าย แต่ด้วยเรี่ยวแรงเขาอ่อนด้อยนักที่จะสู้กับคนพวกนี้ที่ฝึกฝนการต่อสู้มาเพื่อรังแกผู้อื่น

เส้าเทียนที่เห็นลู่เอินเดินผ่านก็รู้ได้ทันทีว่าจะต้องไปช่วยหญิงสาวจากอันธพาลเป็นแน่ๆ “เดี๋ยวก่อน แม่นางจะไปไหน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “คิดจะเข้าไปช่วยอย่างงั้นรึ?” คนที่ท่านจุนซางจวินเก็บมาเลี้ยงดูแต่ละคน ใดๆล้วนมีความดื้อรั้น เพราะเขาก็เป็น แต่ก่อนเส้าเทียนมักจะไม่ไต่ตรองสิ่งที่ก่อที่จะเกิดผลกระทบตามมา ทว่าตอนนี้เขาไม่เอาอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้งแล้ว

“แผนหรอ” เส้าเทียนหันไปมองสหายที่ยืนแสะยิ้มอยู่ข้างๆ ใบหน้างดงามที่แอบแฝงไปด้วยความร้ายกาจบุรุษที่คล้ายอิสตรี หากไม่แต่งกายเป็นบุรุษคงจะไม่มีใครรู้

“แน่นอนว่าข้ามีแผน ให้น้องหวังไปอยู่ข้างๆแม่นางแล้วกัน” นัยน์ตาสีอำพันหรี่ตามอง

จากนั้นเส้าเทียนที่เห็นท่าไม่ดี จึงใช้วิชาตัวเบาพุ่งเข้าไปหาอันธพาล อย่างรีบร้อน

“เด็กๆ จับเจ้าเด็กนี่” หัวโจกพูดก่อนพี่จิ่วถูกจับล็อกแขนอย่างรดวเร็ว แม้เจ้าตัวพยายามขัดขืน มู่กงกงที่เห็นเช่นนั้นก่อนพยายามเข้าไปช่วยนายของตน

“เจ้านี่ก็แสบว่ะ” หัวโจกกล่าวก่อนจัดการมู่กงกงล้มกระเด็นไปก่อนหันมาทางเด็กน้อยที่โดนคนของตนล็อกแขน

บุรุษผมสีดำขลับที่ใช้ตัวเบามาถึงกลุ่มอันธพาลทั้งสาม นัยน์ตาสีดำจ้องมองก่อนจะหยิบดาบที่คาดเอวขึ้นมา

“รังแกคนที่ไม่มีทางสู้ สมกับเป็นพวกคนไม่สมอง ..เอ๊ะหรือจิตสำนึกดี?” เส้าเทียนถามด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่ฝีปากหนักเหมือนเดิม “ข้าเป็นมือปราบจะจัดการจับพวกเจ้าทั้งสามเข้าคุกให้ได้”

จากนั้นเส้าเทียนก็ใช้กราดิอุสทองพุ่งเข้าแทงไปที่ด้านหลังของหัวโจกอันธพาล ด้วยความไม่ระมัดระวังตัวของมันทำให้เกิดช่องโหว่ เนื่องจากมันหันไปหาเด็กน้อย ทำให้ด้านหลังไม่มีใครคุ้มกัน ลูกน้องมันอีกสองคนก็กำลังล็อคแขนเด็กคนนั้นอยู่

“...” กราดิอุสทองทิ่มแทงเข้าไปจนลึก เลือดสีแดงชาดไหลริน พร้อมกับเสียงหัวโจกอันธพาลร้องดังลั่นด้วยความเจ็บปวด รูปร่างของเส้าเทียนที่จัดว่าสูงกว่าร้อยแปดสิบใช้มืออีกข้างจับล็อคคอของหัวโจกทางด้านหลัง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ปล่อยบุรุษน้อยคนนั้นซะ ถ้าพวกเจ้าทั้งสองไม่อยากที่จะเป็นเหมือนกับหัวหน้าของพวกเจ้า!!” ร่างของหัวโจกยังคงถูกกราดิอุสทองแทงอยู่ เส้าเทียนยังไม่ดึงออกเพื่อดูปฏิกิริยาลูกน้องอีกสองคน

      "ปะ..ปล่อยข้า” หัวโจกพยายามเปล่งเสียงออกมาจากลำคอเพราะถูกแขนอีกข้างของบุรุษที่อยู่ด้านหลังล็อคคออยู่ ความโกรธแค้นแล่นเข้ามาในหัวสมอง ถ้าหาก..ไม่เผลอหันหลังก็คงไปโดนดาบแทงเฉกเช่นนี้

       "จู่ๆ อันธพาลทั้งสองที่เห็นท่าไม่ดีก็ปล่อยเด็กแล้ว พุ่งเข้ามาหาร่างสูงที่ยืนล็อคหัวหน้าของอันธพาลทั้งสองอยู่ เส้าเทียนที่คล่องแคล่วว่องไวกว่า ใช้แรงทั้งหมดผลักหัวโจกที่เขานั้นล็อคอยู่ไปหา ลูกน้องคนนึงเพื่อขัดจังหวะและเบี่ยงเบนความสนใจ บุรุษผมสีดำขลับหมุนตัวหลบดาบจากอันธพาลทั้งสอง ตอนนี้หัวโจกมันสลบหมดสติไป ทำให้เขาลดภาระในการจัดการศัตรู มือหนาตวัดกราดิอุสทองฟาดฟันปะทะซ้ำแล้วซ้ำเล่า

      “ข้าไม่เป็นไรขอรับแม่นาง…” หลิวจี้กล่าวตอบอย่างเจ็บใจ เขาเพิ่งเริ่มฝึกไม่นานหากเขาแกร่งกว่านี้สักนิดก็คงสั่งสอนพวกนั้นได้แล้วแท้ๆ “พี่มู่กับพี่สาวตรงนั้นเป็นยังไงบ้างขอรับแม่นาง”

      “แฮ่ๆ พลาดพลั้งนิดหน่อยขอรับแม่นาง” หลิวจี้ทำท่าจะลุกไปช่วยเสริมอีกฝ่าย แต่เขาลุกก็ล้มลงเป็นลม

      “ทำไงดี ทำไงดี พี่จิ่วท่านต้องไม่เป็นอะไรนะ” มู่กงกงที่ตกใจพูดช้ำไปช้ำมาอย่างวิตกกังวล

      ต่อมาเส้าเทียนก็ใช้จังหวะที่พวกอันธพาลทั้งสองเข้ามาพุ่งดาบหาเข้าพร้อมๆกัน โดยการร่างสูงสไสด์กับพื้นไปถีบขาของอันธพาลคนนึงจนล้ม เป็นจังหวะที่เจ๋อข่ายโผล่มาพอดี ขาเรียวเหยียบข้อมือของอันธพาลที่นอนกับพื้นจนหมดคลายดาบในมือแล้วจัดการเตะดาบออกไปห่างๆตัว ก่อนจะนำเชือกมามัดแขนของมันไขว้หลัง

      อันธพาลอีกคนเมื่อเห็นว่าสหายของตนถูกจับแล้วก็เตรียมจะวิ่งหนีออกจากที่นี่ แต่ไม่ทันที่ก้าวฝีเท้าก็ถูกเส้าเทียนใช้ปอกดาบฟาดเข้าที่ท้ายทอยอย่างรุนแรงจนสลบ

      “...” ขมวดคิ้วมองอันธพาลที่สลบเพียงแค่เขาใช้ปอกดาบฟาดท้ายทอย ‘ทำรุนแรงเกินไปไหมนะ?’

      แล้วจึงไปนำเชือกจากเจ๋อข่ายมามัดอันธพาลและหัวโจกที่หมดสติไขว้หลัง คงต้องนำไปส่งให้ทางการต่อแล้ว.. มาลางานแท้ๆ

      หลังจากที่จัดการปราบอันธพาลได้สำเร็จเขาก็เตรียมตัวนำทั้งสามไปที่คุกของเมือง แต่ก็เดินมาหาลู่เอินก่อนที่จะไป

      “ทางนี้ปลอดภัยทุกคนใช่ไหม เดี๋ยวข้าต้องส่งอันธพาลพวกนี้เข้าคุก” ร่างสูงถามลู่เอินที่กำลังอยู่กับพวกของบุรุษน้อย

      “อืม” พยักหน้าฟังที่หญิงสาวพูด “งั้นแม่นางก็รีบพาคุณชายน้อยไปที่โรงหมอเสียเถอะ คงต้องแยกทางกันแล้ว” ร่างสูงมองมู่กงกงสักพัก ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวต่อ เขาเตรียมตัวที่จะเดินไปจากตรงนี้

      “หืม..แผนที่” ครุ่นคิดก่อนจะเปิดดูในกระเป๋า “ไม่มีหรอกของแบบนั้น งั้นเดี๋ยวให้เจ๋อข่ายเป็นคนพาไปแล้วกันดีไหม” เขาเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับหญิงสาวตรงหน้า สหายของเขารู้จักทุกที่ในฉางอัน

      บุรุษผมสีดำขลับจ้องมองก่อนจะเอ่ยแนะนำตัว “ข้าหวง เส้าเทียน เป็นมือปราบในฉางอัน” หลังจากนั้นเขาเดินไปสนทนากับสหายให้มาช่วยพาลู่เอินไปโรงหมอ ร่างสูงคุมตัวอันธพาลทั้งสามคนไปพร้อมกับหวังจวินจื่อ

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ไท่จื่อ: หลิว จี้ เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2018-9-22 17:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +222 ความหิว -62 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 222 -62 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เซราฟหรือเซเรฟ?
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาร่มนภา
กระจกหมื่นทิวา
หลี่ซื่อชุนชิว(450)
กุหลาบสีทอง
ปราณทานตะวัน
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x3
x1010
x4
x34
x31
x33
x38
x2
x50
x2
x1095
x2698
x1
x9999
x1
x1
x154
x37
x1315
x8
x250
x15
x10
x121
x7
x11
x132
x11
x4
x1
x10
x242
x176
x2
x210
x3
x2
x216
x17
x24
x88
x13
x4
x390
x15
x6
x35
x31
x54
x13
x3
x270
x1040
x399
x2072
x10
x2129
x24
x325
x14
x17
x240
x200
x474
x10
x63
x10
x29
x54
x1
x1105
x8
x7
x84
x725
x9999
x139
x400
x223
x98
x910
x9999
x440
x25
x38
x3210
x3072
x2447
x4800
x61
x323
x17
x221
x101
x194
x19
x1
x80
x6
x3
x390
x59
x44
x96
x100
x16
x2857
x5618
x150
x108
x2
x18
x25
x9999
x198
x1137
x15
x638
x3571
x6174
x129
x139
x388
x666
x255
x421
x234
x2800
x272
x231
x310
x388
x273
x639
x339
x95
x175
x175
x350
x329
x23
x50
x63
x312
x141
x242
x4311
x259
x424
x249
x3100
x266
x378
x1
โพสต์ 2018-12-13 21:51:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เฉินอี้ เมื่อ 2018-12-13 21:56

โรลอิสระ

"เห้อที่นี้หรอที่เค้าว่ากันว่าจะมีการแสดงละครมากันอืมมาวันนี้หรือพรุ่งนี้กันเนี้ยเราก็จำไม่ได้แต่น่าจะวันนี้สินะถ้างั้นเราก็รอที่นี้คงวันนี้แน่นอน"

เฉินอี้ที่ตอนนี้กำลังยืนพูดพึมพัมกับตัวเองคนเดียวในบริเวณตรงข้ามกับโรงอุปรากรที่ตอนนี้ยังคงไม่มีวี่แววของคณะการแสดงที่จะมาทำการแสดงเลยซักนิดเดียวเลย

"นี้ๆเจ้าม้าหรือว่าเราจะมาผิดวันกันนะแต่ข้าก็จำได้นะว่าน่าจะวันนี้สิหรือพรุ่งนี้น่าอ่าาาาาาข้าจำไม่ได้อ่ะแล้วแบบนี้เราจะได้ดูการแสดงไหมนี้เห้อ"

"นี้ๆพ่อหนุ่มมายินทำอะไรกันตรงนี้?"

"ห่ะ?"

เฉินอี้ก็ได้หันไปตามเสียงเรียกที่เรียกตนเองนั้นก็เป็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ดูรูปร่างแข็งแรงคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดชาวบ้านทั่วไป

"ท่านเรียกข้าหรือขอรับ?"

"ใช่สิน้องชายข้าเห็นเจ้ามายืนทำอะไรตรงนี้แล้วก็บ่นพึมพัมอะไรไม่รู้ข้าก็นึกว่าเจ้าจะเป็นบ้าไปเสียแล้วล่ะนี้"

"ห่ะข้านี้นะบ้านี้ๆท่านข้านี้ออกจะหน้าตาดีแถมรูปหล่ออีกต่างหากเสียอย่างเดียวคือไม่ค่อยมีเงินใช่เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

"ฮ่า ฮ๋า ฮ่าไม่ใช่แค่เจ้าคนเดียวนะข้าก็เหมือนกัน"

"แล้วท่านรู้ไหมขอรับว่าคณะละครนี้จะมาเปิดทำการแสดงตอนไหนบ้างข้าน้อยจะได้รอชมเพราะว่าที่ข้าน้อยเดินทางมาฉางอันครั้งนี้นั้นเพื่อมาทำการดูการแสดงครั้งนี้เท่านั้นขอรับ"

"อืมการแสดงหรอ…..ออการสแดงที่จะมีขึ้นที่นี้นะหรอพรุ่งนี้นะยามเว่ยกับยามไห้มีสองช่งเวลาเท่านั้นนะในการแสดงส่วนวันนี้ก็คงไม่มีหรอกนะเจ้าหนุ่ม"

"ห่ะ…...วันนี้ไม่มีไม่จริงอ้ากกกกกกก"

ตอนนี้เฉินอี้หลังจากได้รู็ความจริงนั้นก็ขาอ่อนทรุดลงไปกับพื้นพร้อมกับสองมือที่เอามาจับหัวตนเองพร้อมกับที่พึมพัมตลอด

"ไม่จริง...ไม่จริง"

"เดี่ยวๆใจเย็นๆนะพ่อหนุ่มทำใจดีๆไว้ก่อน"

ตอนนี้ที่เฉินอี้หลังจากที่โดยชายวัยกลางคนนั้นเขย่าตัวจนสติมากลับร่างแล้วนั้นก็ได้เหมือนมีแสงไฟฟ้าแล่นเข้าสมองทันที

"โอ้ข้าน้อยเข้าใจแล้วเดี่ยวถ้าโรงละครมีพรุ่งนี้นั้นงั้นเราก็นอนรอที่นี้ซะเลยนี้ใช่ๆถ้าเรานอนรอที่นี้อย่างไงเราก็ต้องรู็แน่นอน"

พร้อมที่เฉินอี้พยักหน้าทำความเข้าใจแบบเออเองเข้าใจเองเรียบร้อยแล้วก็ประสานมือคารวะชายวัยกลางงคนนั้นทันที

"ขอบคุณท่านมากขอรับสำหรับข้อมูลนี้ถ้างั้นข้าน้อยขอตัวนะขอรับ"

"เอ่อ…...ไม่เป็นไร….."

พร้อมกับที่เฉินอี้เดินไปที่ตรงทางเข้าโรงอุปรากรที่ยังปิดอยู่พร้อมกับเจ้าม้า

"นี้เจ้าม้าเราลูกผู้ชายต้องอดทนนะเข้าใจไหม?"

ฮี่ ฮี่ ฮี่

"ดีมากถ้างั้นก็ทำตามข้านะ"

พร้อมกับที่เฉินอี้นั้นยืนนิ่งมือกอดอย่างมั่นคงเหมือนรูปปั้นพร้อมหลับตาลงโดยยืนตรงหน้าทางเข้าโรงอุปรากรพร้อมกับเจ้าม้าที่ยืนนิ่งเหมือนกันตลอดคืนนั้นเลยโดยที่ไม่รู้ว่าที่ตนเองกระทำไปนั้นทำเพื่อตนเองหรือเพื่อสัญญากับนางเซียนในฝันคนนั้น?…………..

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2018-12-14 13:24

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -36 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -36 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาพื้นฐาน
ฮั่นเสียทอง(หลวง)
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
กราดิอุสทอง
หยกขาว
เกราะทองคำ
หลี่ซื่อชุนชิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x100
x1000
x1
x15
x30
x23
x8
x1
x4
x10
x5
x6
x25
x1
x30
x1
x5
x30
x3000
x1
x1
x5
x100
x5
x130
x20
x50
x50
x21
x15
x3
x30
x30
x10
x10
x20
x10
x30
x50
x102