ดู: 880|ตอบกลับ: 74

{ เมืองจินหยาง } จวนจินยู่ปี้โหว ( ตระกูลหยาง )

[คัดลอกลิงก์]

1

กระทู้

3

โพสต์

282

เครดิต

เงินชั่ง
55
เงินตำลึง
7057
ชื่อเสียง
75
ความหิว
94
จวนจินยู่ปี้โหว

( ตระกูลหยาง )





ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาในเขตจินหยาง มีถนนหนทางซับซ้อนทำให้บุคคลภายนอกไม่อาจหาเจอได้โดยง่าย
นอกจากสมาชิกตระกูลแล้วยังมี คนคุ้มกันประตู 4 ทิศ ทิศละ 2 คน พ่อบ้าน 1 คน พ่อครัว 1 คน กับคนรับใช้อีก 10 ชีวิต


ภายในจวนถูกแบ่งไว้เป็นสัดส่วน ตะวันตกเป็นที่พัก ตะวันออกเป็นหอหนังสือ
เบื้องหน้าคือจวนรับรอง และโถงใหญ่ เบื้องหลังคือสวน ศาลาพักผ่อน บึง และลานฝึก
คลังสินค้าถูกสร้างแยกไว้ห่างออกไปไม่ถึงห้าลี้ เนื่องจากต้องรองรับของหลายประเภท
นอกจากนี้ยังมีคลังอาวุธที่นอกจากเจ้าบ้านและผู้ดูแลกิจการแล้วไม่มีใครรู้ว่าอยู่ส่วนใด





จวนจินยู่ปี้โหวแห่งนี้มีระฆังที่จะถูกเคาะวันละ 4 ครั้ง แบ่งเป็นช่วงเวลาละ 3 ชั่วยาม
เคาะครั้งละ 3 ที หากเคาะ 4 ที หมายถึง 'การเรียกประชุม'


จวนจินยูปี้โหว มีสมาชิกตระกูล ดังนี้

(เจ้าบ้านคนปัจจุบัน) ปู่ : จินยู่ปี้โหว (หยางจิน) ( 71 ปี )
ปัจจุบัน : มีชีวิต ( เมืองจินหยาง )
(มารดาภรรยาหลวง) ยาย : สวี่หมู่ตาน ( 68 ปี )
ปัจจุบัน : มีชีวิต ( เมืองจินหยาง )
(บุตรชายคนโต) บิดา : หยางหลง (Yang Long)  ( 49  ปี )
ปัจจุบัน : สาบสูญ
มารดา : หยางฮูหยิน [สวี่ชิง (Xu Qing)]  ( 46 ปี )
ปัจจุบัน : มีชีวิต ( เมืองเป่ยผิง )
มารดาเลี้ยง : หยางเชียนรื่อหง  ( 38 ปี )
ปัจจุบัน : สาบสูญ
น้องสาวต่างมารดา : หยางเสี่ยวเยว่  ( 22 ปี  )
ปัจจุบัน : สาบสูญ
(บุตรสาวคนสุดท้อง) อาหญิง : หยางหานหนี่ว์ ( 44 ปี )
ปัจจุบัน : มีชีวิต ( เมืองจินหยาง )
(บุตรชายคนรอง) อาชาย : หยางอวิ๋นอี้  ( 45 ปี )
ปัจจุบัน : มีชีวิต ( ท่องยุทธภพ )


1

กระทู้

3

โพสต์

282

เครดิต

เงินชั่ง
55
เงินตำลึง
7057
ชื่อเสียง
75
ความหิว
94
 เจ้าของ| โพสต์ 2018-2-25 21:18:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YangYunFeng เมื่อ 2018-2-25 21:23

[ แฟลชแบ็คย้อนวัยเด็ก ]
[ หยางหยุนเฟิง 1 ]
ลานฝึก ณ จวนจินยู่ปี้โหว (ตระกูลหยาง)

        อากาศในวันนี้ไม่หนาวมากและไม่ร้อนนัก ภายใต้ท้องฟ้าที่สดใสมองเห็นหมู่เมฆที่ลอยเอื่อยไปมา เมื่อได้มองพลันจิตใจก็เงียบสงบลง มองจากตรงนี้ท้องฟ้าด้านนั้น..ช่างห่างไกลยิ่งนัก

        แสงแดดยามเช้าเผยออกมาเล็ดลอดผ่านหมู่เมฆจนก่อให้เกิดแสงสว่างและกลิ่นอายแห่งความอบอุ่น แผ่กระทบมายังร่างของเด็กชายซึ่งนั่งอยู่ใจกลางสวนหญ้าโล่งเตียนขนาดกลาง

        เด็กชายวัยสิบสามปี สวมใส่ชุดยาวสีขาวสะอาด รูปร่างสูง ผิวกายสีขาวเหลือง ประกอบด้วยดวงตาสีดำที่ส่องประกายแฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาด ที่เบื้องหน้าถูกวางไว้ด้วยกระบี่ไม้เล่มหนึ่งซึ่งสร้างมาจากวัสดุชั้นดีเยี่ยม เด็กชายจ้องมองลงไปด้วยสายตาที่ลึกล้ำจากนั้นก็หลับตาลง ในมือขวาถือแผ่นไม้ที่ถูกของมีคมกรีดออกไปจนเป็นรอยบากมากมาย

        “ก้าวเท้าในช่วงสุดท้าย .. ข้าพลาด วิถีโจมตีในช่วงกลาง ข้าก็ยังพลาด..” เด็กชายบ่นพึมพำ หยางหยุนเฟิง บุตรตระกูลหยาง ในวันแรกที่เริ่มฝึกฝน ทุกครั้งที่เขาผิดพลาด หนึ่งรอยบากก็คือหนึ่งความผิดพลาด ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่แผ่นไม้แผ่นนี้กลับเต็มไปด้วยรอยบากมากมายนับไม่ถ้วน
        ท่านปู่ของเขาได้พร่ำบอกไว้เสมอว่าการผิดพลาดคือสิ่งที่ดี หากไม่ผิดพลาดก็จะไม่มีวันเติบโต เด็กชายเชื่อแบบนั้นมาโดยตลอดกระทั่งเห็นรอยบากที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ในตอนนี้ไม่มีที่ให้กรีดอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้จะเข้าใจในความหมายของคำพูดนั้น แต่ก็ชวนให้หงุดหงิดอยู่ดี
        เบื้องหลังหยางหยุนเฟิงที่กำลังฝึกหน้าดำคร่ำเครียด เสียงฝีเท้าตึกตักแต่ไกลเรียกหันให้ผู้เป็นพี่ชายหันมามองเบื้องหลัง เป็นหยางเสี่ยวเยว่ที่กำลังวิ่งพุ่งจากระเบียงทางเดินมาทางเขาอย่างรีบร้อน ใบหน้ากลมเหมือนหมั่นโถวปรากฏสีท้อสองแก้มป่องแลดูน่ารักยิ่ง รอยยิ้มไร้เดียงสายามอยู่บนใบหน้ากลมนั้นมักทำให้เขาเพลินตาเสมอ สองมือเด็กหญิงกำลังกุมบอลผ้าวิ่งตรงเข้ามาหาพี่ชายก่อนจะหยุดยืนหอบหายใจเบื้องหน้าเขา “พี่เฟิง! มาเล่นบอลผ้ากันนะ~” หยางเสี่ยวเยว่ไม่รู้จักการฝึกอาวุธ เด็กหญิงไม่รู้ว่าตนกำลังเข้ามารบกวนการฝึกของพี่ชายต่างมารดา นัยย์ตาสีราตรีสะท้อนใบหน้าอีกฝ่าย หากมองลึกลงไปข้างในคงจะพบแต่ประกายแสงสดใสที่ทำให้เบิกบานใจทุกครั้งเมื่อมองนาง
     “ได้สิเยว่เอ๋อร์!” หยางหยุนเฟิงหาได้ถือสาน้องสาววัยเจ็ดปี ผู้ไร้เดียงสา มือเอื้อมมือลูบเส้นไหมเงาดำก่อนจะเผยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะหยุดมือแล้วหันไปรับบอลผ้ามาก่อนจะพาน้องสาวตนไปเล่นในสวนหลังจวน
     จวนจินยู่ปี้โหวประกอบไปด้วย 4 ส่วน แบ่งเป็นปีกรับรอง หอหนังสือ สวน และสนามฝึก ทว่ายังมีส่วนที่ห้า ซึ่งเป็นคลังอาวุธประจำบ้านที่มีเพียงหยางจินหรือท่านปู่ของหยางหยุนเฟิงเท่านั้นที่รู้ เด็กชายพาผู้เป็นน้องสาวเข้าไปในสวนกว้าง เบื้องหน้าคือทิวทัศน์ของฤดูใบไม้ผลิที่มาเยือน ลมโชยพัดกลิ่นบุปผาแตะปลายจมูกทั้งสอง ดอกไม้งามบานสะพรั่งรับแสงอาทิตย์อย่างยินดี
     “รับนะเยว่เอ๋อร์” หยางหยุนเฟิงโยนบอลผ้าให้น้องสาว
     “อื้อ!” สองมือรับกุมคว้าไว้ แต่บอลผ้านั้นกลับกลิ้งไปไกล เป็นแน่ว่าแรงของหยางหยุนเฟิงนั้นมากกว่านางหลายขุม เด็กหญิงวิ่งตามบอลไปหลังพุ่มไม้ใหญ่ แล้วก็เงียบไป ทำให้ผู้เป็นพี่ใจคอไม่ดีจนต้องเดินไปหา
     ภาพเบื้องหน้าคือหยางเสี่ยวเยว่กำลังตะเกียกตะกายพยายามเอาชีวิตรอดอยู่ในบ่อปลาที่ลึกกว่าตนถึงสามศอก! “เสี่ยวเยว่!!!!” หยางหยุนเฟิงรีบกระโดดลงไปช่วยน้องขึ้นมา โชคดีที่นางกลืนน้ำเข้าไปไม่มาก
     “แค่ก! พะ.. พี่เฟิง” หยางเสี่ยวเยว่รีบโผกอดร่างของพี่ชายแล้วร่ำไห้อย่างอดไม่ได้

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หยางหยุนเฟิงเห็นว่าน้องกำลังประสบเหตุร้ายแบบนี้ ตั้งแต่หยางเสี่ยวเยว่กำเนิดมามีเหตุประหลาดต่างๆนาๆ ทั้งแมงป่องใต้ผ้าแพรในเตียงเด็ก ณ ห้องนอนบิดาที่น้องสาวตนกำลังหลับอยู่ ทั้งอาหารที่จู่ๆก็ทำให้เลือดกำเดาไหลออกมากลางโต๊ะอาหารครอบครัว แล้วยังมีสุนัขบ้าที่มาจากนอกจวนตรงดิ่งเข้ามากัดน้องจนเป็นแผลไปทั่วร่าง ...แต่ที่โหดร้ายที่สุดเห็นจะเป็นตอนที่น้องอายุได้ หกปีครึ่ง ครั้งนั้นหยางเสี่ยวเยว่มีหน้าที่ช่วยเชียนรื้อหงหรือแม่เลี้ยงของตนจัดดอกไม้เพื่อนำมาประดับงานเลี้ยงน้ำชาภายในจวน แต่แท่นดอกไม้นั้นกลับเป็นเข็มพิษปลาปักเป้าที่ถูกนำมาวางแทน แล้วสาวใช้คนหนึ่งกลับสะดุดกระแทกน้องนางแทงเข็มเหล่านั้นลงมือไปทั้งหมด โชคดีที่ตอนนั้นมีหมอผู้มีฝีมืออยู่ด้วยจึงสามารถรักษาชีวิตน้อยๆนั้นได้ทัน
    “ให้พี่บอกท่านปู่ไหม?” ใบหน้านั้นเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงที่มีต่อน้องสาวต่างมารดา แต่คำตอบที่ได้รับมาคือการส่ายศรีษะน้อย เด็กชายจึงหยุดความสงสัยไว้เท่านั้น..

        คืนวันนั้นหยางหยุนเฟิงนอนไม่หลับจึงออกมาเดินเล่นในสวนเมื่อกลางวัน ราตรีนั้นมีแสงจันทร์เป็นสหายส่องประดับลงมาบนพื้นหญ้าให้กลายเป็นสีเงิน แต่ภาพที่สะท้อนนัยย์ตากลับเป็นภาพที่น้องสาวตนกำลังถูกชายร่างใหญ่ที่มองไม่เห็นหน้ากำลังบีบคอชูขึ้นในอากาศ

        ”ปล่อยนางเดี๋ยวนี้!“ หยางหยุนเฟิงตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราด เต็มไปด้วยความโกรธ ร่างของเด็กชายพุ่งตรงไปโดยไม่ลังเล ชายร่างใหญ่ชายตามองเล็กน้อย แค่นเสียงออกมาอย่างดูแคลน โบกสะบัดมือขวาก่อเกิดเป็นคลื่นลมที่กระแทกร่างของหยางหยุนเฟิงจนกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบฉื่อ
        ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นหยางหยุนเฟิงก็ดันทุรังพยายามพยุงร่างของตนเองให้ลุกขึ้นมา แต่ในชั่วขณะนั้นก็ได้ยินเสียงหวีดหวิวที่พุ่งตรงเข้ามาตรงใบหน้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีของเหลวไหลซึมนัยย์ตาหากแต่เด็กชายไม่รู้ตัวยังคงพยายามที่จะเข้าไปช่วยน้องสาว แต่ช้าไปเสียแล้ว ร่างนิรนามนั้นพุ่งใส่หยางเสี่ยวเยว่ ตนจึงทำได้เพียงวิ่งเข้าไปดึงน้องออกมา เฉียดเพียงเสี้ยวหนึ่ง
ตึง!
     ฝ่ามือใหญ่นั้นกระแทกลงพื้นหญ้าจนเป็นหลุม แต่สะโพกน้อยก็โดนเข้าอย่างจังอีกคราจากฝ่ามืออีกข้างหนึ่งจนเด็กหญิงกระอักโลหิตออกมากองใหญ่เลอะเสื้อผ้าหยางหยุนเฟิงทั้งตัว ชั่วขณะหนึ่งที่กำลังตกตะลึงอยู่ ร่างเล็กก็ลอยขึ้นเข้าสู่อ้อมแขนรัดแน่นของชายนิรนาม แค่นเสียงออกมาอีกครั้งจากนั้นก็พุ่งทะยานออกจากจวนไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หยางหยุนเฟิงหน้าซีดวิ่งกลับเข้าจวนไป


@Admin





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 25 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าขาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x20
x8

1

กระทู้

3

โพสต์

282

เครดิต

เงินชั่ง
55
เงินตำลึง
7057
ชื่อเสียง
75
ความหิว
94
 เจ้าของ| โพสต์ 2018-5-2 18:43:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YangYunFeng เมื่อ 2018-5-2 18:51

แฟลชแบ็คย้อนวัยเด็ก ]
[ หยางหยุนเฟิง 2 ]

ห้องนอนของตนในวันนี้แม้จะมีเทียนและเตาจุดให้ความอบอุ่น กระนั้นร่างใต้ผ้าห่มบนเตียงยังคงกอดตัวเองเนื้อตัวสั่นระรัว ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงติดตาอยู่ไม่หาย เป็นเขาที่ปล่อยให้คนร้ายพาตัวน้องสาวไป! มือคู่นี้ไร้ค่านัก.. แม้กระทั่งคนสายเลือดเดียวกันก็ช่วยไว้ไม่ได้! กำปั้นน้อยทุบลงบนเตียงไม้จนสาวใช้ข้างนอกที่ได้ยินต้องเข้ามาห้าม

"นายน้อยได้โปรดหยุดเถอะเจ้าค่ะ! เวลานี้นายท่านกลับมาจากเดินทางแล้ว จะไม่ออกไปพบสักหน่อยหรือเจ้าคะ?" ไม่รู้ว่านายน้อยเกิดขัดเคืองเรื่องใดมา นางเป็นเพียงบ่าวไม่อาจเอ่ยถามเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย จึงได้เพียงบอกกล่าวไปว่าบิดาของนายน้อยนั้นกลับมาแล้ว

คนบนเตียงได้ยินก็รีบลุกขึ้นพรวดบอกให้สาวใช้นำชุดมาเปลี่ยนให้ตนทันที ใช้เวลาไม่นานหยางหยุนเฟิงสวมชุดใหม่และล้างหน้าล้างตา ปกปิดรอยแผลจากเมื่อคืนเรียบร้อยแล้วจึงเดินออกไปพบบิดาที่ห้องโถง ทว่าหลังพ้นธรณีประตูไปขาเล็กถึงกับหยุดเดินระหว่างทาง ภาพเบื้องหน้านั้นคือร่างสูงของผู้เป็นบิดา และในอ้อมแขนแกร่งนั้นคือร่างที่อิดโรยของหยางเสี่ยวเยว่! ใบหน้ากลมที่เคยน่ารักน่าเอ็นดูนั้นบอบช้ำห้อเลือดที่มุมปาก มิหนำซ้ำเสื้อผ้ายังเต็มไปด้วยรอยฉีกขาด กลิ่นคาวโลหิตที่เต็มร่่างจนเลอะเสื้อผ้าของบิดาคลุ้งไปทั่วบริเวณ มีเพียงลมหายใจรวยรินที่ทำให้ไหล่และดวงตาขยับพอบอกให้รู้ว่าคนนั้นยังไม่หมดลมหายใจ

"เยว่เอ๋อร์!" หยางหยุนเฟิงรีบวิ่งเข้าไปหาน้อง

"หยุนเฟิง เจ้ากลับเข้าห้องไปก่อน พ่อมีเรื่องต้องคุยกับท่านปู่เจ้า" หยางหลงเอ่ยเสียงเรียบทำให้บุตรชายที่กำลังจะวิ่งเข้ามาต้องหันหลังเดินออกไป

คืนวันนั้น

"หยุนเฟิงลูกรัก เป็นอะไรไปหรือ? ท่านพ่อก็กลับมาแล้ว เจ้าไม่ดีใจเลยหรือ?" หยางฮูหยินได้ยินมาจากสาวใช้คนเมื่อเช้าว่านายน้อยหยางหยุนเฟิงมีอาการแปลกๆ ตนจึงเข้ามาหาบุตรชายอันเป็นที่รัก

"ท่านแม่.." พูดไม่ได้.. พูดไม่ได้ว่าเมื่อคืนเพราะตนเองทำให้น้องมีสภาพปางตายในวันนี้! ท้ายที่สุดแล้วหยางฮูหยินก็ไม่ถามอะไรให้มากความเพราะเห็นว่าบุตรชายโตพอที่จะมีเรื่องลำบากใจได้บ้างแล้ว คงเป็นเรื่องการสืบทอดจินยู่ปี้โหวกระมัง ความคิดนั้นทำให้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์หยักขึ้นที่มุมปาก ใบหน้างามฉายความเป็นมารดาที่แสนอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นนางจิ้งจอกร้ายในทันที!

เช้าวันต่อมา

"ท่านพี่.. ท่านพี่เจ้าคะ ท่านพี่หยางหลง.." หยางฮูหยินเดินไปรอบจวนเพื่อหาสามีแต่กลับไม่พบแม้แต่เงา กระทั่งหยางเชียนรื่อหงก็หายไปพร้อมกันกับบุตรสาวนาง ใจสั่นไหวราวว่าจะปลิดปลิวไปในบัดดล

หรือว่า..!!

ร่างในชุดดำทำมึนเห็นคนกำลังเดินวกไปวนมาอยู่ที่ทางเดินโดยมีสีหน้ากระวนกระวายดูรำคาญตา พอจะรู้อยู่ว่าเป็นเรื่องอะไรแต่กระนั้นก็ยังเดินเข้าไปถามคล้ายว่าไม่ทราบเรื่อง "สวี่ชิง เจ้ากำลังมองหาเจ้าลูกชายไม่รักดีของข้าอยู่งั้นรึ?"

"ท่านพ่อตา อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ ขออภัยด้วยที่วันนี้ข้าไม่ได้ไปรินน้ำชาให้" เป็นพิธีประจำตระกูลหยางที่ทุกเช้าลูกสะใภ้จะต้องรินชาให้พ่อตาแม่ยาย เช้าวันนี้หยางฮูหยินพลาดไป ใบหน้างามซีดลงด้วยรู้ว่าการผิดกฏบ้านนั้นช่างมีโทษใหญ่หนักหนา แต่เรื่องแปลกประจำวันคือแม้ท่านพ่อตานางจะได้ยินแล้วแต่กลับไม่สนใจหันหลังเดินหนีไป

"เจ้านั่นหนีไปพร้อมสตรีนอกด่านและเจ้าเด็กเลือดสีโคลนแล้ว!" เสียงหนักแค้นกระทืบอกก้องโสต สติปลิวหายไปกับสายลมที่พัดผ่าน หยางฮูหยินเข่าอ่อนกระแทกพื้นในทันใด แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหยางจินเลยแม้แต่เหลือบมอง ต่อมาหยางหยุนเฟิงที่เดินผ่านมาเห็นจึงวิ่งเข้ามาหามารดาทันที แต่ไม่ทันได้ถามอะไรให้มากความ หยางฮูหยินรีบรุดพาบุตรชายไปที่ห้องก่อนจะเก็บของลงหีบแล้วออกจากจวนไปในวันนั้น ไร้ซึ่งการห้ามใดๆแม้แต่คำเดียว...

หยางฮูหยินพาบุตรชายตนหนีมาถึงเป่ยผิงแล้วตั้งรกรากใหม่ อยู่อย่างคนธรรมดาและปลูกสวนทำไร่หลังบ้านจนพ่อแก้วตาอายุได้ 23 ปี เวลาที่ผ่านมาช่างทรหดและยากเย็น ความอิจฉาริษยาทั้งหมด..หยางฮูหยินได้เก็บเอาไว้ในใจเพื่อรอวันแก้แค้น.. นังจิ้งจอกนั่นแย่งท่านพี่ไปจากข้า! แม้แต่ความรักจากคนในตระกูลนางก็แย่งไปสิ้น! ดวงตาเอ่อไหลไปด้วยไฟริษยาที่ไม่มีวันมอดดับลง..

ส่วนหยางหยุนเฟิิงนั้น.. ใช้เวลาในทุกวันช่วยงานมารดาโดยไม่ไตร่ถามว่าเหตุใดจึงหนีมาจากจวน เพียงใช้ชีวิตในทุกวันเยี่ยงคนธรรมดาทั่วไป แต่กระนั้น.. ที่เอวของตนยังคงมีตราประจำตระกูลสองชิ้นห้อยไปมาอยู่เสมอ ใช่แล้ว.. เป็นหยกแดงของหยางเสี่ยวเยว่ที่หล่นลงมาในคืนนั้น.. คืนที่ทำให้เขาตัดสินใจว่าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรัก หลังจากออกจากจวนมาก็ใช้เวลาว่างในทุกวันฝึกซ้อมไม่ขาด จนเวลานี้่ร่างกายที่เคยผอมบางอุดมไปด้วยมัดกล้ามสมชายชาตรี

ก๊อกๆ

ประตูไม้มีเสียงเคาะเบาสองที หยางฮูหยินไม่คิดว่าจะมีแขก.. นางรู้ได้ในทันทีว่าเป็นคนจากจินยู่ปี้โหว จึงส่งสัญญาณบอกให้บุตรชายตนหนีไปทางข้างหลังทันที หยางหยุนเฟิงไม่อาจทิ้งมารดาไว้ได้ แต่กระนั้นก็ยังทำตามที่นางประสงค์ คนหนีออกมาโดยไร้สิ่งใดติดมือ เมื่อหันหลังกลับไปมองดูพบว่าเป็นคนจากจวนตนจริงๆ แม้จะอยู่ไกลแต่พอจะอ่านปากได้ว่า 'นายท่านให้พวกเรามาตามนายน้อยกลับไปทำหน้าที่ของคุณชายตระกูลหยาง'

หน้าที่.. หน้าที่อันใดกัน? ความใสซื่อของบุรุษผู้มุ่งมั่นแต่การฝึกยุทธ์นั้นสะอาดกว่ากระดาษขาวเกินกว่าจะเข้าใจได้ รู้ตัวอีกทีก็หนีออกมาไกลแล้ว..


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าขาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x20
x8
โพสต์ 2018-10-11 10:56:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{เดินทางบนแผ่นดินฮั่น}
22 : เดินทางเก็บภาษี - 3

        ย่างเข้ารุ่งสางจื้อหาวก็ลงมาทานข้าวในโรงเตี๊ยม เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางเข้าไปยังเมืองจินหยาง เขาเปิดย่ามข้างตัวสำรวจข้าวของที่พกติดตัวมา ตรวจจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่นหรือขาดหายไป โดยเฉพาะเอกสารสำคัญแทนตน ไม่เช่นนั้นเขาคงจะทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ
        เมื่อจ่ายเงินค่าห้องพักเรียบร้อย เขาก็มุ่งตรงไปยังคอกม้า ซึ่งเหมือนว่ามันจะคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว ม้าสีหมอกกระทืบเท้าสะบัดหัวไปมาแสดงกิริยาให้เจ้าของรับรู้ว่ามันมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะพาเขาเดินทางต่อ จื้อหาวเปิดประตูคอกให้มันออกมา ร่างสง่างามได้สัดส่วนนั้นเดินออกมาและยืนรอให้เขาขึ้นขี่ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบขึ้นม้าและขี่ออกจากเมืองไป
        ม้วนแผนที่ถูกคลี่ออกมาเพื่อตรวจสอบยังจุดหมายของเมืองแรกที่เขาต้องมาเก็บภาษี ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองจนทั่วแผนที่เพื่อทบทวน ม้าสีหมอกควบกุบกับมาจนถึงเขตภูเขาที่กล่าวกันว่าเป็นที่ตั้งของจวนจินยู่ปี้โหว จื้อหาวเงยหน้าขึ้นมองสถานที่โดยรอบและก้มลงมองแผนที่อีกครั้งให้แน่ใจ ก่อนชักม้าลัดเลาะเข้าไปตามเส้นทางที่ได้กำกับไว้จนเจอประตูทางเข้า
        “เจ้าเป็นใคร มีกิจอันใดที่นี่?” คนคุ้มกันประตูส่งเสียงร้องทักเมื่อเห็นเขาขี่ม้าเข้ามาใกล้
        “ข้าน้อยนามว่าหลินจื้อหาว ใต้เท้าเซวียให้ข้ามาเก็บภาษีที่จวนขอรับ” ชายหนุ่มแจงเหตุผลของตัวเองไป พร้อมล้วงม้วนสารรับรองที่มีตราประทับมาคลี่ให้ดู ร่างสูงใหญ่ของคนคุ้มกันเดินเข้ามาดูเอกสารในมือ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ก่อนบอก “รอตรงนี้”
        พูดจบคนคุมประตูก็เดินหายเข้าไป ชายหนุ่มได้เพียงแต่คอยอยู่บนหลังม้า สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆขณะรอให้นายประตูกลับออกมา สักพักใหญ่ร่างนั้นก็กลับออกมา พร้อมคนที่ท่าทางเป็นเหมือนหัวหน้าคนใช้ประจำจวน เขาออกปากขอดูสารรับรอง ซึ่งจื้อหาวก็ส่งให้ดูแต่โดยดี เมื่อเห็นตราประทับก็ผายมือให้ตามเข้าไปในจวน
        “สวัสดีขอรับท่านจินยู่ปี้โหว ข้าน้อยหลินจื้อหาว ใต้เท้าเซวียติดธุระสำคัญมาเก็บภาษีด้วยตนเองไม่ได้ จึงให้ข้ามาแทนขอรับ” จื้อหาวยกมือขึ้นประสานคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนล้วงเอาสารรับรองมาส่งให้ผู้นำตระกูลตรวจสอบ ดวงตาของชายชรากวาดมองสารรับรองอย่างละเอียด ก่อนยกมือขึ้นให้ข้ารับใช้นำเงินมาจ่ายให้ พร้อมส่งคืนสารรับรอง
        จื้อหาวรับถุงเงินหนักอึ้งใบแรกมาเก็บไว้ เขาไม่รู้ว่าเงินที่ได้รับมานั้นมีเท่าไหร่ หรือว่าทางวังหลวงเรียกเท่าไหร่จากผู้ครอบครองจวนใหญ่โตถึงเพียงนี้ แต่จื้อหาวก็หาได้มีความกล้าที่จะเปิดถุงเงินออกมาเพื่อดูหรือนับจำนวนเงิน ไม่แม้แต่ขณะเดินทางออกมาจากจวนจินยู่ปี้โหวเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองต่อไปก็ตาม ด้วยความที่ตนหวั่นเกรงอำนาจจากเงินจะชักจูงให้ทำสิ่งที่อาจทำให้เขาเสียใจไปชั่วชีวิต


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-11 12:06

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -31 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -31 + 3

ดูบันทึกคะแนน

หาวงานท่วมคับ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่เจ็ดดาว
ตะกร้าสาน
สกิลตุ่น
ดมกลิ่น
ฮั่นเสียหม่า
หลี่ซื่อชุนชิว
มวยไทพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x32
x25
x220
x33
x1
x44
x134
x10
x30
x8
x50
x15
x50
x10
x31
x37
x100
x60
x45
x42
x10
x10
x100
x159
x20
x44
x100
x100
x1
x1
x1
x1
x10
x167
x54
x10
x5
x10
x2
x120
x20
x10
x5154
x83
x1
x2
x5
x110
x10
x20
x2
x536
x520
x2000
x310
x50
x187
x60
x3
x10
x50
x9
x10
x5
x29
x2
x10
x30
x1
x30
x1
โพสต์ 2018-10-17 23:17:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 2 )
ขยายกิจการ ( 65 ) ..ข้ากับท่าน.. ในวันที่มี 'เรา' ( 15 )

ปิงโจวอยู่ทางทิศเหนือของต้าฮั่น บนเทือกเขาแห่งหนึ่งนั้นเป็นที่ตั้งของเมืองจินหยาง เมืองขนาดเล็กที่ไกลจากความเจริญทว่าด้วยความสามารถทางการปกครองทำให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างพอเพียง ทันทีที่เข้าใกล้เขตเมือง ลมเย็นก็พัดตีแต่หญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ภายในกลับทำตรงข้ามกับสิ่งที่ควรทำคือเลิกม่านขึ้นสูง ทันทีที่เหม่าเจ๋อตงเอ่ยประโยคถัดมา ใจนางก็สั่นวูบไหวราวกับแสงเทียน


“นายท่าน ฮูหยิน ข้างหน้าเป็นเขตจินหยางแล้วขอรับ”


ดวงตากลมน้ำใสราวลูกกวางมองฟ้าจรดดิน ผืนป่าทิวทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยธรรมชาติปกคลุมบอกนางได้ดีว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าไร ดูจะขัดกับวิสัยของผู้ครองเมืองที่ปราถนาจะให้ผู้คนมีชีวิตที่เจริญ นางเก็บความสงสัยไว้ในใจก่อนจะปิดม่านลงแล้วนั่งนิ่ง


รถม้าเคลื่อนตัวมาจนถึงใจกลางในหุบเขาใหญ่ ถนนหนทางไม่เป็นใจเท่าไรนักทำให้ต้องค่อยเป็นค่อยไป ล้อกระแทกดังเอี๊ยดอ๊าดประกอบกับคนในรถไม่ค่อยจะชินกับวิธีการเดินทางแบบนี้ หยางเสี่ยวเยว่นั่งนิ่งแต่สองมือเกาะที่นั่งไม่ไหวติงด้วยความกลัว


เหนือสิ่งอื่นใดคือจวนหลังใหญ่ ณ ใจกลางหุบเขาที่รอนางอยู่ข้างหน้านี้ ถนนหนทางที่บากบั่นยากจะมองหาทางออกได้ ทำให้ต้องแวะถามคนที่ผ่านไปมาตลอดทางจนกระทั่งโผล่พ้นเขตหุบเขารกทึบนั้นมา


จวนจินยู่ปี้โหวปรากฏเบื้องหน้า อันว่าเป็นจวนขนาดใหญ่พอสมควรด้วยอายุที่เรียงกันแล้วนับได้สี่รุ่น ร่องรอยบนไม้แดงและกำแพงหินบ่งบอกได้ดีว่ามันผ่านอารยมามากเพียงใด ทันทีที่รถม้าหยุด ใจดวงน้อยของหญิงสาวในรถม้าก็กระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันใด



พ่อบ้านเหม่าเดินลงไปแจ้งยามหน้าจวน “พี่ทหารขอรับ รบกวนเข้าไปแจ้งใต้เท้าจินยู๋ปี้โหวให้ทีนะขอรับว่าท่านเจ้าบ้านอินแห่งซินเอี๋ยกับหลานของท่านมาขอเข้าพบ”


“อืม รอสักครู่” ยามบอกรอสักครู่ ก่อนเดินเข้าไปในจวน พ่อบ้านก็เดินกลับไปแจ้งเจ้านายของตนที่รอบนรถม้า


“เสี่ยวเยว่เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า” อินซื่อป๋อเอ่ยถามเสียงขรึม


นางนั่งตัวสั่นในรถม้า สองมือยังคงเกาะที่นั่งไม่ไหวติง ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างเห็นได้ชัด แต่กระนั้นศรีษะยังคงส่ายไปมาเชิงว่า ‘ไม่เป็นไร’ ..ถึงอย่างนั้นก็ขัดกับการกระทำของนางที่ปรากฏนัก


“เจ้าฟังข้านะ ปัจจุบันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว การค้าระหว่างนอกด่านและฮั่นมีความเพิ่มมากขึ้น และมีหลายครอบครัวแต่งงานกัน ข้าเชื่อว่าปู่ของเจ้าจะต้องยอมรับเจ้าได้” อินซื่อป๋อปลอบอีกฝ่ายก่อนยกมือกุมไหล่ทั้งสองข้างนาง แววตามุ่ง


“....” นางเงยหน้ามองเขาลึกลงไปในแววตา สองมือปล่อยจากการเกาะกุมขอบเก้าอี้นั่งเปลี่ยนไปคว้าหมับที่ข้อมือสองข้างของอีกฝ่าย “ข้า… ข้าไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น ต่อให้พวกเขาจะไม่ยอมรับ ข้าก็ไม่คิดมาก..”


“ใต้เท้า.. แม้ท่านจะบอกว่าตัวเองไร้ชื่อเสียง แต่รู้ไหมว่าตลอดมาไปที่ใดก็มีแต่คนรู้จักท่าน… ข้ากลัวว่าท่านปู่จะใช้ประโยชน์จากท่านมากกว่า” นางส่ายศรีษะระรัว ตระกูลหยางเป็นตระกูลพ่อค้า ที่ผ่านมาพวกเขาล้วนทำดีกับคนที่ให้ประโยชน์ตนเองเท่านั้น หากไม่ใช่ท่านพ่อกับท่านพี่แล้ว คนอื่นนางไม่อาจเชื่อใจได้เลยด้วยซ้ำ แม้แต่ท่านอาชายตั้งแต่เล็กจนจากมานางก็ยังไม่เคยเห็นแม้แต่เงา


“เสี่ยวเยว่เจ้าวางใจนะ ข้าเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ว่าปู่เจ้าจะต้องการอะไรเขาก็จะไม่สามารถหาได้จากข้า” อินซื่อป๋อบอกอีกฝ่าย


นางพยักหน้าตอบ “.....” ใบหน้าหันไปมองจวนหลังใหญ่ที่ไม่ได้เข้าใกล้มาสิบกว่าปีก จวนแห่งนี้ที่ยังเหมือนเดิมทุกอย่างไม่มีผิดเพี๊ยน ทั้งกลิ่นอายและทิวทัศน์ เห็นแล้วชวนให้หวลร้ำลึกถึงอดีตนัก


“นี่เจ้า นายท่านให้เข้าไปพบได้แล้ว” เสียงยามตะโกนเรียกพ่อบ้านเหม่าและคนบนรถม้า


“ไปกันเถอะ” อินซื่อป๋อพูดขึ้นก่อนลงรถม้าไปก่อนและเดินนำอีกฝ่ายเข้าไปในจวน


นางลงรถม้าตามเขาไป ยามที่สองเท้าแตะลงดิน ใจที่ร่วงอยู่ตาตุ่มลอยกลับขึ้นมาในทันที เสียงตึกตักดังขึ้นทุกครั้งที่ก้าวเดิน อะไรบางอย่างในร่างกายราวกับกำลังจะบอกนาง


ข้ากลับมาแล้ว..


หยางเสี่ยวเยว่เดินตามร่างสูงไปติดๆ


JX002
4/10
@Admin  

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +25 ความหิว -26 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 25 -26 + 30

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-10-17 23:29:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 2 )
ขยายกิจการ ( 66 ) ..ข้ากับท่าน.. ในวันที่มี 'เรา' ( 16 )


        ใบหน้าไม่ยอมเงยขึ้นมองสาวใช้หรือบ่าวไพร่ในจวนที่เดินผ่าน เอาแต่ซอยเท้าฉับๆจนกระทั่งคนหยุดเดิน ใบหน้านางก็กระแทกกับแผ่นหลังกว้าง “ขอโทษ.. ถึงแล้วหรือ..?” กล่าวพลางยกมือลูบจมูกตนเอง ใบหน้าน้อยชะโงกออกมาพอให้มองเห็นได้ว่าเบื้องหน้าเป็นที่ใด

        ชายชราที่นั่งรอภายในห้องโถงมองแขกบ้านอินกับตอนแรกเขาคิดว่าเป็นหลานชายที่ ‘สาบสูญ’ ไป “เชิญใต้เท้าอินนั่งก่อน” จินยู่ปี้โหวกล่าวเชิญแขกก่อนมองไล่หลังคนอื่นๆ ที่ตามมา แต่ก็ไม่เห็นหลานชาย สาวใช้ที่มากับใต้เท้าอินดูหน้าคุ้นๆ แต่เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

        “ขอบคุณขอรับท่านจินยู่ปี้โหว” อินซื่อป๋อคารวะก่อนเดินไปนั่งตามที่จัดไว้ให้ ดูเหมือนมีที่เดียว “เจ้าก็นั่งข้างข้าก่อนไม่เป็นไรนะ” เขาหันไปมองทางเสี่ยวเยว่

        นางคารวะคนที่นั่งอยู่ก่อนจะเดินตามอินซื่อป๋อไป พอเห็นจำนวนที่นั่งแล้วนางก็กลืนน้ำลายลงคอ แต่เพราะได้ยินที่ร่างสูงพูดจึงพยักหน้าตอบ “อือ..” นางสะบัดแขนเสื้อเก็บชายกระโปรงแล้วค่อยนั่งลงข้างเขาตามว่า ลักษณะท่าทางสง่าตามนิสัยที่มารดาสั่งสอน หลังไม่แอ่น เอวไม่บิด แม้ใบหน้าไม่มองตรงแต่ดูทรงแล้วก็เหมือนสตรีที่มีพื้นฐานมารยาท กระนั้นคนตรงหน้าก็ยังจำนางไม่ได้

        “ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงท่านเจ้าบ้านอินมานานแล้ว นึกไม่ถึงในชีวิตนี้ก่อนฟ้าเอาวิญญาณข้าไปนับมีวาสนาที่ได้เจอเจ้าบ้านอินที่มีชื่อเสียง แม้แต่ท่านผู้ว่าซินเอี๋ยยังกล่าวชมเชยท่านที่คอยช่วยเมืองซินเอี๋ยให้อยู๋อย่างสงบมาตลอดหลายปี”

        “ข้าน้อยมิได้มีชื่อเสียงอันใดหรอกขอรับ ท่านโหวกล่าวเกินไปแล้ว” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่ายอย่างอ่อนน้อมก่อนพูดขึ้น “ส่วนเรื่องซินเอี๋ยสงบนั้นหามิได้เป็นความชอบข้าหรือตระกูลอินข้าน้อยเลยขอรับ เป็นเพราะว่าท่านผู้ว่าเป็นคนเถรตรง ตั้งใจทำงานอย่างมุมานะจึงทำให้ราษฎร์ซินเอี๋ยอยู่อย่างมีความสุข” 

        “ท่านเจ้าบ้านอินถ่อมน้อมถ่อมตนสมคำร่ำลือ สง่าผ่าเผยน่าเสียดายที่ข้าไร้วาสนาที่จะเกี่ยวดองกับท่านเจ้าบ้านอิน ข้ามีลูกชายเพียงสองคน คนนึงก็อกกตัญญูอีกคนก็ไม่ส่งข่าวคราว อีกทั้งหลานก็มีเพียงหลานชายคนเดียวที่ ‘สาบสูญ’  จินยู๋ปี้โหวกล่าวขึ้นก่อนถอนหายใจ “จริงสิ ที่ยามหน้าประตูเข้ามาแจ้งว่าท่านมานี่เหมือนข้าจำไม่ผิดว่ามีหลานของข้ามาด้วย ท่านพบหลานของข้าใช่ไหม?”

        นางเลิกคิ้ว สองมือบนหน้าตักกุมกันแน่นแต่ใบหน้ายังคงเรียบนิ่งเฉย จนกระทั่งได้ยินว่าพี่หยุนเฟิงหายตัวไปจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนที่กำลังพูด ผมขาวแซมเทา ดวงตาฟ้าฟาง ผิวหนังล่วงเลยตามกาลเวลา ท่านปู่ที่เคยน่าเกรงขามเปลี่ยนไปมากตลอดเวลาสิบปี.. ‘...ดูท่านจะทำงานหนักมาตลอด’ แววตานางสั่นระริกหาได้เพราะแค้นเคือง แต่เป็นเพราะความห่วงใยคะนึงหา

        หากไม่เพราะตนแล้ว ป่านนี้ท่านพ่อคงจะอยู่ช่วยเหลือแบ่งเบาท่านได้บ้าง

        “มิผิดขอรับท่านโหว ข้ามาพร้อมหลานของท่านจริงๆ” อินซื่อป๋อกล่าวตอบอีกฝ่าย

        “เช่นนั้นหลานชายข้าอยู่ที่ไหนกันหรือ?” จินยู๋ปี้โหวเลิกคิ้วถามก่อนมองหา จะว่าชายที่ยืนข้างๆ ก็ไม่น่าใช่ เขาดูมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตนใกล้กันได้ 

        “......” เห็นได้ชัดว่าคนตรงหน้าไม่คิดถึง ‘หลานนอกสมรส’ เลยสักนิด หญิงสาวเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจแต่ระบายลงฝ่ามือ สิบนิ้วกำแน่นจิกลงอุ้งมือทับแผลซ้อนแผลเก่าที่ค้างคา บ้างปรากฏเป็นรอยแผลเป็น วิธีนี้ดูจะทำร้ายตัวเอง กระนั้นก็ทำให้นางคงสติไว้ได้ดีที่สุด

        “ก่อนอื่นข้าน้อยอยากเรียนถามบางเรื่องจากท่านโหวก่อนได้ไหมขอรับ พอดีก่อนมาที่นี่ข้าน้อยเคยได้ยินเรื่องเล่านึง” อินซื่อป๋อกล่าวถามอีกฝ่าย

        “ได้แน่นอน ท่านเจ้าบ้านอินมีสิ่งใดอยากถามข้าหรือ?” จินยู๋ปี้โหวกล่าวขึ้นอย่างสงสัย

“......” หยางเสี่ยวเยว่หันไปมองอินซื่อป๋อก่อนจะส่ายศรีษะเชิงว่า ‘พอแล้ว’ ที่นี่ไม่ต้อนรับนาง.. และคงไม่มีวัน

        “ข้าน้อยเคยได้ยินเรื่องเล่าของผู้คนในจินหยางเกี่ยวกับเหตุการณ์นึงเมื่อสิบกว่าปีก่อน…” อินซื่อป๋อกล่าวพูดขึ้นก่อนจะเว้นช่วง

        หยางจิน หรือ จินยู่ปี้โหวพอได้ยินว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิบปีก่อนก็เลิกคิ้วขึ้น เรื่องพวกนั้นมีเพียงคนในที่ทราบไม่เคยหลุดออกมาก่อน อีกทั้งตนก็เก็บรักษาไว้ดีเพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของตระกูลต้องแปดเปื้อน ..แต่เอ๊ะ หรือจะไม่ใช่?

        หยางเสี่ยวเยว่นั่งนิ่งฟังเขาเล่าเรื่องของนางเงียบๆ.. ภาพเหตุการณ์พร้อมประโยคต่างๆย้อนกลับมาในคราเดียว ราวกับมีหินทับศรีษะแต่นางก็ทำได้แต่นั่งอดทน

        “ข้าน้อยไม่ค่อยรู้มากนักขอรับ เพียงแต่ได้ยินว่าในเหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่บุตรชายคนโตของท่านโหวได้พาลูกสาวกับฮูหยินนอกสมรสเขาหนีออกจากบ้านไปและไม่กลับมาอีกเลย ไม่รู้เป็นข่าวลือที่ชาวจินหยางร่ำลือกันหรือเปล่า” อินซื่อป๋อเล่าเหตุการณ์ที่เขาให้คนสืบเรื่องหรั่นซิ่นหลี่จนทำให้เขารู้ถึงชาติกำเนิดนางโดยไม่รู้ตัว

        “.....” นางเหลือบมองเขาด้วยรู้อยู่แล้วเพราะอีกฝ่ายบอกตนเองว่าได้สืบเรื่องของนางมา แต่ไม่คิดว่าจะรู้ถึงขนาดนี้ตอนที่เขาบอกว่าอดีตจนถึงปัจจุบัน..

JX002
5/10
@@Admin 

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +1 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-17 23:38

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +75 ความหิว -25 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 75 -25 + 3

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-10-17 23:34:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 2 )
ขยายกิจการ ( 67 ) ..ข้ากับท่าน.. ในวันที่มี 'เรา' ( 17 )

จินยู่ปี้โหวนั่งนิ่ง จากที่ใบหน้าเรียบเฉยก็เริ่มตึงขึ้นมา คิ้วขมวดจนเป็นรอยย่นกลางหน้าผากอย่างเห็นได้ชัด เสียงที่เอ่ยทุ้มต่ำราวกับนราชสีห์คำราม “ดูเหมือนใต้เท้าจะได้ยินผิดแล้ว ตระกูลหยางไม่เคยมีเรื่องน่าอายแบบนั้นเกิดขึ้น”


ราวกับตบฉาดใหญ่บนใบหน้า นางไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้นแต่การที่บอกว่าเป็นเรื่องน่าอายหมายความว่าดูถูกบุพการีตนด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ หยางเสี่ยวเยว่กำลังจะลุกขึ้นยืน


อินซื่อป๋อยกมือวางบนตักหญิงสาวราวกับจะบอกว่า ใจเย็นก่อนอย่าวู่วามก่อนพูดขึ้น “ท่านโหวจริงๆ แล้วคนที่มากับข้าน้อยด้วยเป็นหลานของท่านจริงๆ” อินซื่อป๋อกล่าวเว้นช่วงก่อนหันไปมองหน้าเสี่ยวเยว่


“หลานของท่านนั่งอยู่ตรงหน้าท่านแล้ว หยางเสี่ยวเยว่ทำไมเจ้าถึงยังไม่คารวะปู่ของเจ้าอีก”


“ขออภัย หยางเสี่ยวเยว่คารวะท่านปู่…..” นางกล่าวก่อนจะขยับตัวแล้วเย่อชันเข่าขึ้นแล้วคารวะ


จินยู่ปี้โหวคิ้วขมวดเขามองท่านเจ้าบ้านอินก่อนหันมองหญิงสาวที่ตามมาด้วย หรือที่เขารู้เรื่องนี้เป็นนางเล่าให้เขาฟังงั้นเหรอ…? จินยู่ปี้โหวครุ่นคิดอยู่ครู่นึงด้วยความแปลกใจ เขาได้ยินว่าตระกูลอินแห่งซินเอี๋ยเป็นตระกูลใหญ่ เจ้าบ้านอินไม่น่าจะชอบคอกับเลือดนอกด่าน


“ท่านเจ้าบ้านอิน...เอ่อ...นางเป็นหลานสาวข้าจริงๆ นั่นล่ะ…” จินยู่ปี้โหวกล่าวตอบเจ้าบ้านอินก่อนฉุดคิด ในเมื่ออินซื่อป๋อที่มีชื่อเสียงยอมรับฐานะนอกด่านนางได้ อาจไม่เสียหายที่เขาจะยอมรับนางกลับเข้าตระกูล ถือว่านางช่วยให้เขากับตระกูลอินได้เกี่ยวดองย่อมไม่มีปัญหา “ตลอดเวลาหลายสิบปีนี้ข้าเองก็รู้สึกผิด ข้าคิดอยากตามหานางแต่ก็ไร้ข่าวคราวจากบิดานาง…”


คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าไปใหญ่ นางมองท่านปู่ที่จู่ๆก็พลิกหน้าเท้าเป็นหลังมือได้อย่างง่ายดาย กล่าวถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาว่าตามหานางแล้วยิ่งไม่เคยได้พบเจอแม้แต่เงา เพียงเท่านี้ก็รู้เจตนาได้อย่างชัดเจน


“เสี่ยวเยว่ ไหนเจ้าเข้ามาให้ปู่ดูใกล้ๆ หน่อยสิ” จินยู่ปี้โหวพูดขึ้นก่อนพยายามยิ้มให้นางและท่านเจ้าบ้านอินเห็น


“........” นางละล้าละหลังก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินไปหาชายชราก่อนจะคารวะอีกครั้งหนึ่ง “คารวะท่านปู่ หลานอกตัญญูไม่ติดต่อมาจนถึงตอนนี้”


“บิดาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง ตลอดหลายปีนี้พวกเจ้าคงลำบาก ข้าต้องขอโทษจริงๆ นะ” จินยู่ปี้โหวกล่าวบอกหลานสาวก่อนถอนหายใจลังเลไม่กล้าบอกนางเรื่องตระกูลเล่อ แต่เขาคิดว่านางกับอินซื่อป๋อคงจะมีความสามารถช่วยจัดการเจ้าเล่อหยูเฟยคนนั้นได้ ในยุทธภพได้ยินถึงฝีมืออินซื่อป๋อผู้นี้ก็นับว่าเป็นยอดคนคนหนึ่งเลยทีเดียว


“ท่านพ่อกับท่านแม่…เสียชีวิตในสงครามชงหนูเจ้าค่ะ” นางเงยหน้าตอบแล้วลุกขึ้นยืนสบตากับเขาโดยตรง


ท่านถามถึงท่านพ่อ.. แต่ท่านไม่ถามถึงท่านแม่..


จินยู่ปี้โหวที่ใจหายเมื่อทราบว่าลูกชายคนโตจบชีวิตไปแล้ว เขาน้ำตาไหลรินออกจากดวงตาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะแสร้งปลอบหลานสาว “เสี่ยวเยว่เจ้าไม่เป็นอะไรนะ ลำบากเจ้าแล้วจริงๆ” เขายื่นมือลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู


JX002
6/10
@Admin 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 25 -11 + 30

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-10-17 23:37:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 2 )
ขยายกิจการ ( 68 ) ..ข้ากับท่าน.. ในวันที่มี 'เรา' ( 18 )

“.........” นางหรี่ตาแล้วยอมให้เขาลูบศรีษะแต่โดยดี สองมือกำชายเสื้อแน่นไม่คิดว่าจะมีวันนี้ นางไม่เคยคิดแค้นแต่พอมาเจอเข้าจริงก็อดโกรธไม่ได้ที่เขาทอดทิ้งบิดามารดานาง ดวงตาฟ้าฟางคู่นั้นยังคงชัดเจนยามนางมองลึกลงไป “ข้าไม่เป็นไร… โชคดีที่แม่ทัพเว่ยชิงเข้ามาช่วยไว้และได้ใช้ชีวิตในค่ายพยัฆค์ จนกระทั่งสามารถดูแลตัวเองได้จึงออกมาตั้งตน”


อินซื่อป๋อยิ้มที่ทั้งสองเข้ากันได้ก่อนจะเอ่ยปาก “ท่านโหวเดิมทีที่ข้ามานี่มีสองเรื่องที่ข้าอยากจะแจ้งท่านโหว เรื่องแรกก็เป็นหลานสาวของท่านเสี่ยวเยว่ ส่วนเรื่องที่สอง….” อินซื่อป๋อเว้นไว้ก่อนลุกขึ้นไปยืนตรงหน้าโต๊ะจินยู่ปี้โหวก่อนคุกเข่าลง


“ข้าอินซื่อป๋อต้องขออภัยท่านโหวที่ก่อนหน้านี้พูดคุยตกลงกับหลานสาวของท่านก่อนโดยไม่รอหารือกับท่าน หากท่านโหวไม่รังเกียจข้าอินซื่อป๋ออยากจะสู่ขอแม่นางหยางเสี่ยวเยว่แต่งเข้าตระกูลอิน”


“ขอท่านปู่อนุญาตด้วย” นางรีบคุกเข่าลงพร้อมเขา


“ท่านเจ้าบ้านอินกล่าวถ่อมตัวไปแล้ว เสี่ยวเยว่รีบไปผคองท่านเจ้าบ้านอินลุกขึ้นก่อน” จินยู่ปี้โหวรีบบอกเสี่ยวเยว่ทันที ก่อนจะเดินตามเสี่ยวเยว่ไปหาอินซื่อป๋อ


หยางเสี่ยวเยว่พอได้ยินก็รีบลุกก่อนเข้าไปผคองอินซื่อป๋อ “ใต้เท้า ท่านลุกขึ้นก่อน” นางเรียกเขาพลางสองมือจับที่แขนแกร่งแต่คนยังไม่ยอมลุกขึ้น


“ข้...ข้าแค่กลัวว่าหลานของข้าไม่ดีพอสำหรับท่าน…” จินยู่ปี้โหวเห็นดังนั้นจึงกล่าวขึ้น


“ท่านโหวหายห่วง บ้านอินเราอยู่ห่างจากราชสำนักกว่าร้อยปี ใช้ชีวิตปลีกวิเวกมานาน ควรเป็นข้าน้อยมากกว่าที่เป็นเกียรติอย่างมากหากท่านโหวยกหลานสาวของท่านให้แต่งกับข้าน้อย” อินซื่อป๋อกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น


“ตัวข้าก็มิรังเกียจใด ท่านเจ้าบ้านอินลุกขึ้นมายืนคุยกันเถอะ ข้ายินดีดองกับท่านแล้ว” จินยู่ปี้โหวกล่าวตอบตกลง เขานับถืออินซื่อป๋ออย่างมากที่เข้าใจการพูดจาและไม่อยากทำให้เสี่ยวเยว่เสียหายจึงต้องใช้วิธีนี้


“ขอบคุณท่านปู่” นางกล่าวแล้วผคองอินซื่อป๋อให้ลุกขึ้นยืน


“ขอบคุณท่านโหวขอรับ” อินซื่อป๋อกล่าวก่อนลุกขึ้นยืนโดยมีเสี่ยวเยว่ผคองข้างๆ


“......ใต้เท้า” นางมองเขาด้วยใบหน้าโล่งใจ แม้ท่านปู่จะยังไม่ยอมรับที่นางเป็นนาง แต่เป็นเพราะอินซื่อป๋อทำให้เขาไม่อาจปฎิเสธไมตรีนี้ได้ ตอนนี้นางไม่รู้จะพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว


อินซื่อป๋อยิ้มมองนาง จินยู่ปี้โหวเห็นภาพนั้นแล้วก็เข้าใจได้ว่าในที่สุดตระกูลหยางก็จะได้มีหน้ามีตาขึ้นมาบ้าง เช่นนี้เล่อหยูเฟยก็จะไม่กล้าทำอะไรข้ามหน้าข้ามตา เหลือเพียงตัวเขาที่ยังไม่อาจยอมรับหลานสาวคนนี้ได้อย่างสนิทใจ


“พ่อบ้าน ไปเรียกหนี่ว์อ๋อร์มาสิ” จินยู่ปี้โหวกล่าวถึงบุตรสาวที่เป็นซินแสนักทำนาย พลันคนหน้าประตูที่ได้ยินคำสั่งก็รีบเดินจากไป ก่อนจะกลับมาพร้อมสตรีวัยกลางคนที่สวมผ้าคลุมหน้าสีขาว


JX002
7/10
@Admin 

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +1 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-17 23:39

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +25 ความหิว -6 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 25 -6 + 30

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-10-17 23:42:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 2 )
ขยายกิจการ ( 69 ) ..ข้ากับท่าน.. ในวันที่มี 'เรา' ( 19 )

หยางหานหนี่ว์มองมาที่หยางเสี่ยวเยว่ก่อนจะเบิกตาโพล่ง “ท่านพ่อ! ท่านพาอัปมงคลเข้าบ้านมาทำไม!?” ปลายนิ้วชี้มาทางตนแต่ใบหน้าหันไปตั้งคำถามกับคนชรา เหนทอสิ่งอื่นใดคือคำถามในใจที่ว่าหลานสาวเลือดสีโคลนคนนี้ยังมีชีวิตอยู่!? แม้จะผ่านมาสิบกว่าปีแล้วแต่นางก็สามารถจดจำหญิงสาวได้เป็นอย่างดี จากใบหน้าที่มีดวงตาเหมือนสตรีนอกด่านคนนั้น!


“หนี่ว์เอ๋อร์ อย่าเสียมารยาท! คนผู้นี้คือท่านเจ้าบ้านอินแห่งซินเอี๋ย เขาพาเสี่ยวเยว่มาพบเราเพื่อสู่ขอนาง ดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน” หยางจินพอเห็นบุตรสาวพูดขึ้นก็รีบดักด้วยกลัวว่าอินซื่อป๋อและหยางเสี่ยวเยว่จะไม่พอใจ


“....สู่ขอ?” คิ้วเรียวเลิกขึ้น ท่านเจ้าบ้านอินแห่งซินเอี๋ยที่ว่านี่คือเจ้าบ้านสกุลอินผู้มีชื่อเสียงคนนั้นน่ะหรือ? หยางหานหนี่ว์ได้แต่มองอย่างไม่เชื่อสายตา


“ท่านเจ้าบ้านอิน แม่นางผู้นี้คือบุตรสาวของข้าเอง นางเป็นนักทำนายที่มีฝีมือที่สุดในจินหยาง ข้าให้คนไปตามนางมาช่วยดูฤกษ์ยามให้” จินยู่ปี้โหวไม่ตอบคำถามบุตรสาวแต่หันเหทาแนะนำนางให้รู้จักกับใต้เท้าอินแทน


“คารวะแม่นางหยางหานหนี่ว์” อินซื่อป๋อกล่าว อีกฝ่ายเห็นก็รีบคารวะกลับ


“มิได้ ต้องเป็นข้าหยางหานหนี่ว์คารวะท่านเจ้าบ้านอิน” นางยิ้มปริ่มเปรมให้ชายหนุ่มก่อนจะหันมามองสตรีอีกคนในห้อง


หยางเสี่ยวเยว่สบตากับนาง แววตาลุกพล่านไปด้วยเพลิงโทสะ แต่หญิงสาวคงระบายยิ้มราวเทพธิดาประหนึ่งว่าในใจไม่เคยมีสิ่งใดขุ่นเคือง “หยางเสี่ยวเยว่คารวะท่านอาหญิง” นางย่อตัวลง ดวงตายังสบกันและแน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่รับคารวะตนเช่นเดียวกับจินยู่ปี้โหว


อินซื่อป๋อที่สังเกตุอยู่จึงเอ่ยขึ้นเพื่อขัดบรรยากาศอันน่าอึดอัด “ต้องรบกวนแม่นางหยางหานหนี่ว์ช่วยดูฤกษ์มงคลให้พวกเราแล้ว”


อาหญิงของนางนิ่งไปสักพักก่อนจะขอวันเกิดของทั้งสองคนมาคำนวณ ไม่นานก็ได้ผลวันที่สมควร “ดูเหมือนวันที่ 26 เดือนนี้จะเป็นวันที่เหมาะสมที่สุดให้พวกท่านได้ครองคู่กันราวกับบุพเพฟ้ากำหนด” นางกล่าวตามหน้าที่


“อืม ถ้าอย่างนั้นก็จัดงานแต่งในวันที่ 26 เดือนนี้ตามที่เจ้าบอก ตามประเพณีแล้วเจ้าสาวจะต้องอยู่ที่จวนไม่สามารถออกไปไหนได้จนกว่าจะถึงวันแต่งงาน ...ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ปู่จะให้คนมาจัดการห้องพักของเจ้าให้เรียบร้อยนะเสี่ยวเยว่”


นางถึงกับสะอึกกลืนน้ำลายไม่ลงคอกับประโยคว่า ‘ต้องอยู่ที่จวนจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน’ วันนี้วันที่ 17 นั่นหมายความว่าอีกตั้ง 8 วันเชียวนะ! หยางเสี่ยวเยว่หันไปมองอินซื่อป๋อด้วยสายตาร้องขอให้เขาช่วย “ใต้เท้า...”


“เสี่ยวเยว่ เจ้าต้องทำตามพิธี เจ้าไม่ต้องห่วง อีกแปดวันเราก็จะได้แต่งงานกันแล้ว” อินซื่อป๋อกล่าว


นางหันไปมองจินยู่ปี้โหวกับหยางหานหนี่ว์แล้วเอ่ยขึ้น “ท่านปู่เจ้าคะ ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวไปส่งใต้เท้าอินที่หน้าจวนได้หรือเปล่า..?”


“อืม ไปเถิด” จินยู่ปี้โหวตอบ


“เช่นนั้นข้าอินซื่อป๋อขอตัวก่อน คารวะท่านโหวและแม่นางหยางหานหนี่ว์” ร่างสูงคารวะอำลาก่อนจะเดินออกไปจากห้องโถงพร้อมกับนาง


JX002
8/10
@Admin 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +25 ความหิว -22 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 25 -22 + 30

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-10-17 23:47:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 2 )
ขยายกิจการ ( 70 ) ..ข้ากับท่าน.. ในวันที่มี 'เรา' ( 20 )

ทันทีที่พ้นประตูและสายตาของคนในจวน ดวงตาใสระริกด้วยหยาดน้ำตาก่อนที่มันจะหยดเผาะลงบนแก้มนวลไหลรินจนคาง ความรู้สึกในใจพรั่งพรูออกมาเป็นน้ำตากับเสียงร่ำไห้โฮใหญ่ “ฮึก.. ฮือออ...” สองมือพยายามปาดน้ำตาออกจากใบหน้าทำให้เครื่องประถินโฉมหลุดออกจนหมด


“เสี่ยวเยว่ตอนนี้เจ้าถึงบ้านแล้ว เจ้าไม่ต้องร้องนะ” อินซื่อป๋อได้ยินเสียงอีกฝ่ายก่อนหันกลับมา “รอข้าได้ไหม”


“ไม่.. ข้า..” นางสะอื้น “ข้ารอได้.. แต่.. แต่..” นางหันกลับไปมองจวนข้างหลัง


“แต่อะไร หากมีสิ่งใดก็บอกข้า” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่าย


“.....” นางเงยหน้ามองเขา น้ำตายังไหลไม่ขาดสาย “ไม่มีอะไร.. ข้าแค่ดีใจ” นางส่ายศรีษะแล้วหายใจเข้า สูดอากาศให้เต็มปอดก่อนจะทำความสะอาดใบหน้าให้เรียบร้อย เพื่อการแต่งงานของเรา นางจะต้องทนอยู่ที่นี่… แค่แปดวันเท่านั้น


หยางเสี่ยวเยว่คลี่ยิ้มให้อีกฝ่าย “ข้าดีใจที่ได้กลับบ้านแล้วยังได้รับอนุญาตให้แต่งงานกับท่านด้วย” นางตอบ ในใจนั้นดีใจอย่างแท้จริงที่ได้กลับมาที่นี่ เพียงแต่เสี้ยวหนึ่งในน้ำตาคือนางหวั่นเกรงว่าพวกเขาจะทำอะไรหรือไม่ แม้แต่พิษยังวางในอาหาร ต่อไปอากาศไม่มีด้วยหรืออย่างไร…?


“เสี่ยวเยว่เจ้าอย่ากังวลอะไร อีกไม่กี่วันก็ผ่านพ้นไปแล้ว อีกทั้งข้าเชื่อว่าปู่ของเจ้าจะไม่ทำกับเจ้าเหมือนเช่นสมัยก่อนเป็นแน่ เขาคงเข้าใจเรื่องทุกอย่างได้ดีแล้ว” อินซื่อป๋อกล่าวปลอบอีกฝ่ายโดยรักษาระยะห่างตามความเหมาะสม


นางพยักหน้าหงึกหงัก “ถ้าอย่างนั้นท่านก็เดินทางดีๆ.. ข้ารบกวนฝากข้อความให้โม่หรูหยงด้วยได้หรือไม่? นางดูแลหอแทนข้า ข้าไม่ได้บอกนางว่าจะหายไปหลายวันขนาดนี้ เกรงคนจะเป็นห่วง และช่วยบอกนางว่าส่งหลี่จิ้งมาให้ที” นางกล่าวถึงนกฮูกตัวหนึ่งในสถานอุปการะ ตนไม่อยากส่งนกเท่าไรนัก นั่นเพราะนกที่นี่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ หยางหลงเป็นมนุษย์เสือโคร่ง อย่างไรพวกเขาก็ต้องหาทางดูใบหน้าที่แท้จริงของเขา คงไม่อาจให้มาอยู่ที่นี่ได้


“เดี๋ยวข้าจะให้พ่อบ้านเหม่าไปส่งข่าวแจ้งให้ เจ้าวางใจเถอะ” อินซื่อป๋อกล่าวตอบรับอีกฝ่าย


“ขอบคุณ” กล่าวตอบแล้วหยิบพู่ประดับออกมา “นี่ให้ท่าน ข้าจำได้ว่าเคยให้ไปแล้ว แต่ก็ยังอยากให้อีก..” นางยื่นพู่ให้ร่างสูง


“ขอบคุณเจ้ามากนะเสี่ยวเยว่ ข้าจะเก็บไว้ข้างกายตลอด” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่ายก่อนยื่นมือรับพู่ประดับมาจากอีกฝ่าย


“ท่านเดินทางปลอดภัยนะ เสี่ยวเยว่คารวะใต้เท้า” นางย่อตัวคารวะอำลาอีกฝ่ายก่อนส่งเขาขึ้นรถม้า


“เจ้าถนอมตัวด้วย” อินซื่อป๋อบอกส่งท้ายอีกฝ่ายก่อนเดินไปขึ้นรถม้า


นางมองส่งเขา ได้แต่กุมสองมือแล้วบอกตัวเองว่า ‘ไม่เป็นไร หยางเสี่ยวเยว่ เจ้าจะต้องไม่เป็นไร แค่แปดวันเท่านั้น.. แปดวัน..’


ดวงตามองรถม้าลับสายตาไป


ข้าจะรอท่าน..


JX002
9/10
@Admin 

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +1 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-18 14:44

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +77 ความหิว -14 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 77 -14 + 30

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-4-19 00:28

ขึ้นไปด้านบน