กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 243|ตอบกลับ: 10

{ นอกเมืองฮองหง } ทุ่งหญ้าอันฮวา | ทุ่งหญ้าสีชมพู

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-2-22 16:32:48 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2018-2-26 23:55

{ ทุ่งหญ้าอันฮวา }


ได้ชื่อว่าทุกหญ้าย่อมเต็มไปด้วยหญ้าตรงตามชื่อแน่นอน
ที่นี่คือทุ่งหญ้าปกติ...ที่ไหนกันเล่า!
ไม่ไกลออกไปนักจากเมืองฮองหงยังมีสถานที่พิเศษแห่งหนึ่งแอบซ่อนอยู่
นั่นคือทุกหญ้าสีชมพู!

มันคือหญ้าจริงๆที่มีสีชมพูไม่ใช่ดอกไม้สีชมพู! เป็นหญ้าของแท้แน่นอน!
นอกจากนี้ยังมีป้ายหินสลักคำว่าทุ่งหญ้าอันฮวาตั้งอยู่
ไม่มีใครทราบว่าป้ายนี้ตั้งมาตั้งแต่เมื่อใด ใครเป็นคนตั้ง และเหตุใดจึงเลือกตั้งชื่อนี้

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

31

กระทู้

114

โพสต์

2522

เครดิต

เงินชั่ง
2851
เงินตำลึง
129498
ชื่อเสียง
0
ความหิว
133
เสี่ยวไป๋
ระดับ 1
โพสต์ 2018-2-22 22:00:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HuoLing เมื่อ 2018-2-25 17:03

- ไต่ถามตน -



           "สถานที่น่าสนใจในเมืองนี้งั้นรึพ่อหนุ่ม... อื้ม ขอคิดก่อนนะ" หญิงชราลูบคางตนก่อนชี้นิ้วไปทางหนึ่ง

           ฮั่วหลิงมองตามไป "นั่นมันนอกเมืองไม่ใช่หรือ?"

           หญิงชราหยักหน้า "เดินออกนอกประตูเมืองทิศนี้ไปเรื่อยๆแล้วเลี้ยวเดินไปตามทางแยกขวาทางแรกที่เห็นจนสุดก็จะเจอแล้วล่ะ ถ้าเป็นที่นั่นน่าจะพอได้"

           "แล้วมันเป็นสถานที่อย่างไรกันล่ะท่านผู้เฒ่า"

           "เจ้าต้องลองไปดูเองถึงจะรู้"



           หลังจากเดินเตร่อยู่ในเมืองพักใหญ่จนเริ่มคุ้นเคยมากขึ้น เขาก็ลองถามหาสถานที่ซึ่งเป็นจุดขายของเมืองบ้าง และบทสนทนาข้างขนนี้เองที่เป็นต้นเหตุให้เขาได้มาเหยียบยืนอยู่บนทุ่งหญ้าผืนนี้ "ทุ่งหญ้าอันฮวา" เขาเหลือบมองป้ายสลักหินซึ่งดันเขียนชื่อราวที่นี่เป็นทุ่งดอกไม้ไว้ซะงั้น

           แน่นอนว่ามันมี ความน่าสนใจ แบบที่เขาบอกหญิงชราว่าต้องการไป เพระา หญ้าทุกต้นในวงพื้นที่นี้มันเป็นสีชมพู น่ะสิ

           เดินทางผ่านทั่วทุกสารทิศเขาไม่เคยได้ยินว่ามีอะไรเช่นนี้อยู่ แต่ก็อย่างว่าเรื่องที่เขารู้แม้จะมากก็เป็นได้เพียงเศษเสี้ยวของโลกใบนี้ ยังมีสิ่งที่ไม่เคยพบ ยังไม่ได้เรียนรู้อยู่อีกมาก สุดท้ายทุกคนก็เป็นเพียงจุดเล็กๆบนโลกที่ไม่อาจเรียรู้ได้ทุกสิ่งอยู่ดี ไม่สิ สิ่งที่เราขาดไปคือ เวลา

           เขาหย่อนก้นลงบนทุ่งหญ้าสีชมพู เหยียดตัวสูดหายใจลึก วางกรงใส่พิราบขาวสื่อสารไว้ด้านข้าง ที่เขาออกเพราะอยากได้เวลาไว้คิดทบทวนสิ่งต่างๆเงียบๆคนเดียวส่วนหนึ่ง โชคดีที่สถานที่นี้ร้างผู้คน หากเป็นที่นิยมขึ้นมาแล้วต้นหญ้าเหล่านี้คงถูกเหยียบย่ำไม่รู้กี่พันครั้งในแต่ละวัน

           อากาศสดชื่นกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติช่วยให้หัวปลอดโปร่งมากขึ้น เสียดายที่ไม่มีของอย่างลำน้ำหรือบ่อน้ำ

           ชายหนุ่มถอนหายใจ หลับตาลง นึกย้อนกลับไปตั้งแต่ภาพทรงจำสมัยเด็กไล่มาเรื่อย

           แล้วน้ำตาหยดแรกก็ไหลลงพาดผ่านแก้ม ตามด้วยหยดสอง...สาม เป็นเช่นนี้เสมอมายามนึกถึงภาพเหล่านั้น ภาพของความสุขมันอยู่ตรงไหน... เหตุการณ์นี่น่าจดจำมันอยู่ตรงไหนกัน เขาไม่กลัวความเจ็บปวด ไม่เคยคิดห้ามปรามไม่ให้หัวใจแตกสลายลงครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ได้โปรดขออะไรสักอย่างให้ยึดมั่น... ถ้ามันจะโดดเดี่ยวก็ไม่เป็นไรขอเพียงแค่รู้ว่ายังมีใครสักคนที่รู้สึกเช่นเดียวกับเขาอยู่ ต่อจากนี้มันจะดีไหน เขากลัวตัวเองจะเป็นฝ่ายทำให้มันลงเสียเอง

           แต่ไหนแต่ไหนมาเขาเกลียดการถูกพันธนาการ เหตุนี้จึงไม่เคยคิดผูกพันกับอะไรนานๆ เพราะความสัมพันธ์ที่สร้างเขาให้กลายมาเป็นเขาวันนี้ส่วนใหญ่กลับกลายเป็นพันธนาการไปมากกว่า สิ่งที่คนๆหนึ่งสร้างไว้มันหลอมรวมกับตัวเขาไปแล้ว นั่นน่ะไม่ใช่ความรักหรอก คำพูดที่เคยเรียกสติกลับมาวนเวียนซ้ำไปมาในหัว ชายหนุ่มในยามที่ยังเป็นเด็กชายไม่อาจทนฟังจนจบได้ เขาเลือกที่จะวิ่งหนีออกมา จนถึงตอนนี้ก็ยังคงวิ่งหนีมาตลอด

           ค้นหาความจริงในความจริงอีกทีแท้จริงแล้วบอกว่าเกลียดพันธนาการ แต่กลับชอบพันธนาการตนเองไว้มากกว่าสิ่งอื่นใด นั่นแหละเขา

           "หลิงเอ๋อร์..."

           นึกถึงน้ำเสียงและคำเรียกที่มีเพียงคนๆนั้นเท่านั้นที่ใช้ เรียกด้วยน้ำเสียงแบบนั้น มองด้วยสายตาแบบนั้น สักวันเขาอยากจะละทิ้งบ่วงที่คล้องเขาไว้กับอดีตให้ได้

           จากที่แห่งนั้นมา ปรารถนาหลีกพ้นจากทุกสิ่งกลับต้องเผชิญความปวดร้าวซ้ำ เหตุการณ์ที่ตอกย้ำให้เขาสูญเสียความเชื่อในมนุษย์ หวาดกลัวความเจ็บปวดราวถูกคมดาบแทงทะลุกลางอกจากคนรัก เขาไม่อยากให้สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นมามากที่สุดแล้ว

           ความกลัวที่ว่าคนรักจะรับตัวตนอีกด้านหนึ่งของเขาไม่ได้ฝังรากลึกอยู่ในทุกอณูของร่างกาย

           ต่อจากนี้ไปมันจะดีแล้วใช่ไหม กลัวความว่างเปล่าที่คืบคลานเข้ามา ปากบอกว่าปรารถนาชีวิตธรรมดาๆความจริงแล้วไม่อาจหยุดที่ตรงนั้น แต่ก่อนเขาอาศัยสถานะเท่านั้นหากเปลี่ยนที่ เปลี่ยนอย่างเอา มาตอนนี้ต้องลงหลักปักฐานอยู่ที่เดิม หาทุนเปิดร้านสักแห่งพาครอบครัวให้รุ่งเรืองงั้นหรือ... มันต้องมีอะไรท้าทายบ้าง

           คิดถึงอีกสิ่งที่พบในวันนี้ ระหว่างลองอ่านกระดานติดประกาศในตลาดดูได้พบกับป้ายประกาศแผ่นหนึ่งว่าไว้ดังนี้

           
           โรงฝึกยุทธพยัคฒ์คำรน กำลังจะเปิดรอบเรียนใหม่

           ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นยอดจอมยุทธ

           หากใครมีบุตรหลานส่งมาร่ำเรียนวิชาป้องกันตัว

           ที่สำคัญเราสอนให้ฟรีๆ!

        
           นั่นมันน่าสนใจไม่ใช่หรือ ขืนอยู่แบบนี้ต่อไปเขาต้องโดนนางจนขุนอ้วนตายแน่ๆ! จะได้ออกแรงเสียบ้าง อีกอย่างจะได้ฝึกฝีมือไปในตัว

           ฮั่วหลิงดึงกระบี่ออกมาจากฝักกึ่งหนึ่ง จ้องมองด้านคม ก่อนหยัดตัวลุกขึ้นเก็บเข้าฝักดาบเดิม ไม่ลืมถือกรงนกพิราบติดมือมาด้วย

           เขายังมีเรื่องค้างคารอวันชำระอยู่






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จี้หยก
รถม้า
กู่ฉิน
บันทึกซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x30
x1
x2
x15
x15
x10
x30
x1
x15
x2
x20
x1
x1
x40
x1
x30
x20
x24
x30
x30
x30
x3
x10
x20
x50
x30
x3
x15
x30
x55
x2
โพสต์ 2018-4-14 22:59:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-4-15 02:05

เอาแต่เล่น เมื่อไหร่จะได้ไป

            ออกมาทั้งๆที่ไม่รู้ทางอะไรเลยหลังจากที่ผ่านมายังทุ่งหญ้าสีชมพูแปลกๆก็ชะงักลงเล็กน้อยไม่คาดคิดว่าที่ฮองหงแห่งนี้จะมีสถานที่แปลกๆด้วยนกแก้วที่เห็นสีแปลกตาก็บินออกไปโฉบทุ่งหญ้าสีชมพูแห่งนี้ไปมา เจินเจินเองที่เห็นหยินวูเอาแต่โลดแล่นก็ไม่น้อยหน้าวิ่งหายเข้าไปในพงหญ้าสีสวยนั้นบ้าง

            อย่างไรดีล่ะ

            เหวินเหวินที่เกาหัวเล็กน้อยแล้วมองไปยังม้าของตนเองที่พ่นลมหายใจใหญ่ๆฟืดหนึ่งก็พอจะรู้ว่าเริ่มเบื่อหายกับการเอาแต่พักแล้ว แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ในเมื่อสัตว์ของเขาเองก็ไม่ยอมออกเดินทางต่อแต่เอาแต่เล่นแบบนี้หากเขาเป็นเกอจื่อเอง คงน้อยแล้วแล้วบินออกนอกต้าฮั่นไปแล้ว

            ก็ไม่ยอมออกตามหาเสียที

            เหวินเหวินกรโดดลงจากหลังม้าแล้วตามทั้งเจินเจินและนกแก้วแต่ก็ถูกตลบหลังจากแมวป่าของเขาเองให้ล้มคะมำไปข้างหน้า

            อุ๊ก!

            สวบบ

            เขาที่ล้มหายไปในทุ่งหน้าจากความยาวที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งตัวจนยวบเข้าก็พลิกตัวนอนหงายมองท้องฟ้าข้างบนไปพลาง

            สีชมพูสวยงาม เข้ากับท้องฟ้าสีฟ้า จนดูสวยงามสะอาดตาขึ้นไปเลยทีเดียวเหวินเหวินที่หลับตาลงทั้งอย่างนั้นเพื่อสูดอากาศธรรมชาติทั้งที่เสียงรอบข้างเป็นเสียงซวบซาบจากแมวและนกที่ต่างวิ่งเล่นไปมาเหมือนกับว่าทุ่งหญ้าสีชมพูแห่งนี้เป็นของเล่นสำหรับพวกมัน

            แต่ก็รู้สึกดีขึ้นเยอะอะไรที่แปลกตาไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็น แต่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกดี

            อุ้งเท้าสี่ข้างขึ้นเหยียบบนตัวชายหนุ่มที่หลับตาอยู่เขาจับแมวป่าเล็กน้อยแล้วลูบไปพลางแต่ก็ต้องปล่อยออกมาเมื่อมันวิ่งออกไปจากบนตัวเขาอีกครั้ง

            คงเหลือแต่สื่อซว่านหรือม้าของเขานี่แหละที่ดูไม่พิสมัยจากการพักรอบทางเสียเลยทั้งๆที่ควรจะสนุกแท้ๆ น่าจะรู้ดีว่าเขาออมแรงม้าตัวนี้ขนาดไหน

            จะให้ผ่านไปเลยแบบไม่พักก็จะได้อยู่หรอกกำลังม้าของเขาในตอนนี้ก็มีมากมายขนาดที่ว่าวิ่งข้ามเมือง 4 เมืองภายในวันเดียว แต่มันจะไปสนุกอะไรการเดินทางสำหรับเขาสิ่งที่สนุกคือระหว่างทางต่างหากไม่ใช่ปลายทาง

            แต่ที่เขาจะไปตอนนี้ไม่มีปลายทางเลยเอาแต่พักแบบนี้จุดมุ่งหมายก็ห่างออกไปไกลเรื่อยๆ แบนี้ยิ่งทำให้เขารู้สไกว่าตัวเองช่างเป็นคนที่ไร้สาระเสียเหลือเกิน

            แต่ก็ยังไม่อยากจะยอมลุกตอนนี้อยากจะนอนพักไปนานๆแต่เหมือนว่าม้าของเขาไม่เข้าใจก็เดินแหวกทุกหญ้าสีชมพูกนั้นมาทางเขาแล้วพ่นลมหายใจเสียงใหญ่จนทำให้เหวินเหวินลืมตามองเล็กน้อย

            เขาลุกขึ้นแล้วบิดขี้เกียจเล็กน้อก่อนจะเดินไปแหวกพงหญ้าเพื่อหาแมวของตัวเองที่แฝงอยู่ในนี้ไปก่อนพอจับเจินเจินได้เขาก็วางไว้บนหลังม้าแล้วเดินไปจับหยินวูให้มารวมกัน

            เจินเจินหายไปไหนอีกล่ะ

            สวบสวบ

            เสียงแมวที่วิ่งกระโดดไปมาในทุ่งหญ้าแห่งนี้อีกครั้งทำให้เหวินเหวินกุมขมับเล็กน้อยกับสัตว์ที่ไม่มีตัวไหนเชื่อฟังเขาเลยชายหนุ่มตะโกนลั่นทุ่งหญ้าแห่งนี้ที่ไม่มีใครอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องอายจนทำให้สัตว์ทั้งสองตัวหยุดชะงักไปแล้วเริ่มเล่นใหม่

            “ให้ตายสิ”เอ่ยคำสบถกับม้าแล้วยืนรอพวกสัตว์ๆของตนให้เล่นกันเสร็จก่อนให้อิ่มหนำสำรวจไปเลยสำหรับพวกมัน หลังจากนี้จะไม่วะพักที่ไหนแล้วล่ะ

            หากหยินวูจะไม่ยอมบอกว่าเกอจื่อไปไหนก็จะทิ้งนกแก้วตัวแสบไว้ข้างทางอย่างนั้นไปเลยนั่นแหละ

            พูดไปอย่างนั้นถ้าเป็นจริงๆเขาเองก็ไม่กล้าทำหรอก

            ทุ่งหญ้าสีชมพูแห่งนี้เหวินเหวินมองไปจนสุดสายตาก็สวยสมกับเป็นวิวที่ไม่เคยได้เห็นเลยเห็นแบบนี้ก็อยากจะไปกระโดดโลดแล่นกับเหล่าสัตว์ๆของเขาบ้างแต่อายุที่ขึ้นเลข 2ของเขามันรั้งเอาว่าบอกเพียงแค่ว่า

            นั่นน่ะมันสำหรับเด็กๆที่ไร้เดียงสาเท่านั้น

            สัมภาระถูกหยิบออกมาเพื่อทานอาหารแห้งไปพลางๆระหว่างรอเขามองม้าตัวโตเล็กน้อย ที่ไม่รู้ว่าอยู่ในคอกจะได้กินอะไรบ้าง แต่ก็อยากจะให้อาหารที่มันชอบออกมาบ้างหญ้าน้ำค้างที่เขาเคยอ่านมาว่าเพิ่มกำลังวังชาช้างที่เขาเก็บได้มาจากในถ้ำจนเกือบหาทางออกไม่ได้ถูกหยิบออกมาแล้วยื่นให้ม้าของเขาเพื่อให้กินรอให้หายโมโหไปก่อน

            อยากจะรู้เสียจริงว่าทำไมทุ่งหญ้าที่นี่เป็นสีชมพูเหวินเหวินหยิบคำภีร์ขึ้นมาอ่านเพื่อหาในส่วนของต้นหญ้าสีชมพูแต่ก็ไม่มีบทไหนที่บอกเอาไว้ดลยแม้แต่สมุนไพรพิเศษนี้ชายหนุ่มที่เดินลุยต้นหญ้าเข้าไปหาแมวและนกแก้วเพื่อเรียกกลับมาแต่ลืมไปว่าความคมของต้นหญ้าแทบทุกชนิดมีอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้วพออุ้มเจินเจินและนกแก้วออกมาก็เห็นรอยบาดเป็นแผลยาวบนแขนของตนจนทำให้ต้องใช้มือปิดเลือดที่ซิบออกมาทันที

            ความหยักของหญ้ายิ่งทำให้เนื้อเป็นแผลเจ็บปวดมากขึ้นถูกกรีดจากอะไรที่คมแบบไม่มีหักเสียอีก

            ผ้าพันแผลก็ไม่ได้เอามา

            แต่ว่าทิ้งเอาไว้ก่อนก็แล้วกันอย่างไรเสียแผลแค่นี้ก็ไม่ระคายเขาสักเท่าไหร่หรอก

            เหวินเหวินอุ้มแมวและปล่อยให้นกบินนำทางตนไปก่อนจะหันมองทุ่งหญ้าแห่งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

            หากมีโอกาสก็จะแวะมาอีกแต่คราวหน้าไม่ต้องบาดเป็นแผลยาวขนาดนี้ก็ได้นะ


CODE : JX009 -15/15-
ได้นอนแล้วฮืออออออ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +300 เงินตำลึง +12000 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +225 ย่อ เหตุผล
Admin + 300 + 12000 + 25 -18 + 225

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x300
x5
x1
x100
x1
x180
x50
x16
x100
x110
x46
x150
x1
x2500
x3
x31
x25
x10
x700
x20
x1
x110
x100
x100
x160
x190
x180
x10
x10
x2
x610
x4
x3
x5889
x21
x1
x100
x80
x44
x120
x25
x999
x1007
x35
x450
x1
x35
x100
x310

37

กระทู้

594

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
74411
เงินตำลึง
267617
ชื่อเสียง
111035
ความหิว
92
คุณธรรม
464
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ชีเชิงเยียน
ระดับ 1

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-7-12 21:32:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-7-12 22:18

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 70 : ข้ากำลังคลายปมของตนเองอยู่ ท่านอย่าได้กังวล


        ก่อนรุ่งสางใต้เท้าต้วนหงส์ก็เร่งเดินทางต่อไป  ด้วยหากนานไปศพของหวยหนานอ๋องจะส่งกลิ่นเน่าเสีย  ไป๋ฟางหรงยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในรถม้าจะออกมายืดเส้นยืดสายเป็นระยะ  นางและแม่นางจางฝูก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นเล็กน้อย  แต่แม้อีกฝ่ายจะยิ้มแย้มเปิดเผย  ไป๋ฟางหรงก็สัมผัสได้ว่าภายใต้ท่าทางเข้มแข็งนั้นน่าจะซ่อนรายแผลอะไรเอาไว้อยู่   แม่นางจางท่องเที่ยวยุทธภพ...คงผ่านเรื่องราวอะไรมาเยอะ

เห็นหญิงสาวที่เข้มแข็งสามารถขึ้นเหนือล่องใต้  ช่วยงานแผ่นดินได้แล้วจะให้นางจมอยู่กับความเศร้าไม่ยอมก้าวเดิน  ไป๋ฟางหรงก็ระอาตัวเองเกินไป  ยามมีเวลาว่างจึงนั่งอ่านตำราเจี่ยงไท่กงที่เคยส่งให้น้องฮุ่ยเหมยไป  เวลานี้ตำราหวนกลับมาสู่นางอย่างน่าอัศจรรย์   ราวกับเป็นนิมิตรว่าอีกไม่นานนางจะได้ใช้งาน

อืม...น่าจะไม่นานจริงๆ  เวลานี้ก็ไม่มีใครที่จะมากำหนดกะเกณฑ์ชีวิตของนางอีกแล้ว   นัยน์ตาโศกหลุบลง ที่แท้ความอิสระที่นางโหยหากลับมีราคาสูงถึงเพียงนี้

@Zhangfu

ขบวนหยุดลงอีกครั้ง  ทว่าคาดการณ์จากระยะเวลาเดินทางยังไม่น่าจะถึงฉางอัน  ไป๋ฟางหรงเอียงคอน้อยๆ เปิดม่านออกดูข้างนอก  ใต้เท้าต้วนหงส์ขี่ม้าเข้ามาข้างรถม้าพอดี

ภาพที่ปรากฎกลับเป็นทุ่งดอกไม้--ไม่สิ ทุ่งหญ้าสีชมพูสวยกว้างสุดลูกตา

“เราจะแวะทานมื้อเที่ยงที่นี่  ที่นี่มีทิวทัศน์สวยงามแปลกตา อากาศก็สดชื่น พวกแม่นางลงมาเดินเล่นพักผ่อนข้างล่างสักครู่  แล้วค่อยเดินทางกันต่อ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมเปิดประตู

ไป๋ฟางหรงรับคำ  ลี่ซือค่อยๆประคองนายสาวลงจากรถม้า

@Zhangfu

ไป๋ฟางหรงที่กำลังยิ้มบางขอบคุณใต้าเท้าที่อุตส่าห์ช่วยหยุดพักในที่แบบนี้ถึงกับชะงัก คล้ายจับกระแสอะไรบางอย่างในน้ำเสียงได้  ต้วนหงส์ไม่มีมีสีหน้าเปลี่ยนอะไรราวไม่รู้สึกรู้สา  ส่วนสาวใช้คนสนิทที่ประคองคุณหนูของตนกลั้นขำ “นั่นสิเจ้าคะ...ทุ่งหญ้าสีชมพูแบบนี้ดูแล้วสดใสยิ่งนักนะเจ้าคะคุณหนู”

“...เอ่อ...มื้อเที่ยงนี้พอมีงานอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะใต้เท้า” มองไปรอบๆแบบเก้อๆ

“ไม่มีหรอก...มือเจ้ายังไม่หายดี พักอีกนิดเถอะ” ชายหนุ่มส่ายหน้า มองมาที่มือบอบบางที่มีผ้าพันแผลเต็มสองข้าง

ในเมื่อไม่มีอะไรทำไป๋ฟางหรงก็หันไปหาแม่นางจาง  ตั้งใจจะชวนนางไปเดินเล่น “แม่นางจางสนใจไปเดินเล่นกับข้าทางนั้นมั้ยเจ้าคะ?”

@Zhangfu

แม่นางท่านเข้าใจผิดไปไกลแล้ว! แต่จะเรียกตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว  ไป๋ฟางหรงถอนหายใจ  แก้มนวลขึ้นสีเรื่อ  เหลือบมองทางใต้เท้าต้วนหงส์แวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอีกรอบแล้วหันไปทางลี่ซือ “ไปกันเถอะลี่ซือ…”


        บรรดาสัตว์เลี้ยงของนางทั้งหมีขาว กระต่ายขาว แรคคูนขาว ลูกสุนัข ลูกแมว  ต่างก็ออกไปวิ่งเล่นกันสนุกหลังจากอุดอู้ในรถม้าแคบๆมานาน  ฟางหรงตัดสินใจเดินดูพวกมันเล่นกันปล่อยใจว่าง  ดวงตากระจ่างใสทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของนางทั้งในอดีต สิ่งที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน และอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

ลี่ซือหลุดหัวเราะเสียงดังเมื่อเจ้าเหมาฉิวแมวน้อยที่บัดนี้กลับมาแข็งแรงดีแล้วแสดงอาการแบบแมวน้อยจอมหยิ่งออกมา  มันนอนข้างกระต่ายขาวอันอันอย่างขี้เกียจ  มองสหายสุนัขน้อยจอมเซ่อซ่าของตนที่วิ่งเล่นเป็นวงกลมแบบไม่มีความหมายแล้วเกิดหมั่นไส้ยื่นขาหน้าขัดจนหมาน้อยอาโถวล้มหน้าคะมำ  ไป๋ฟางหรงได้สติ เมื่อได้ยินสาวใช้ถ่ายทอดความก็หลุดหัวเราะตามเบาๆ  การได้เฝ้ามองความบริสุทธิ์สัตว์ตัวน้อยนับเป็นการเยียวยาจิตใจที่ดี ไม่ว่าจะเผชิญเรื่องเครียดขนาดไหน พวกมันก็มักนำรอยยิ้มมาสู่เจ้าของได้เสมอ

ดูท่าทางการละเล่นของเจ้าตัวน้อยจะเรียกสมาชิกใหม่ที่อาศัยอยู่แล้วนั้นออกมา

“หืม?” คิ้วโก่งเลิกขึ้นเมื่อเห็นกระต่ายขาวหูยาวตัวหนึ่งมาดมฟุดฟิดที่อันอันกระต่ายขาวสัตว์เลี้ยงจอมขี้เกียจของนาง   ร่างบางก้มลงไปมอง “เจ้ามาได้ไงน่ะเจ้าตัวน้อย?”

“คุณหนูไป๋คิดจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพิ่มอีกตัวแล้ว?” ใต้เท้าต้วนที่ตามมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบถามขึ้น ใบหน้าคมเข้มอมยิ้มขบขัน

@Zhangfu

“ใต้เท้าล้อเล่นแล้ว...ข้าน้อยเพียงเห็นมันหลงมาเล่นกับอันอัน  มิได้ตั้งใจจะเลี้ยงเจ้าตัวนี้เสียหน่อย…” ไป๋ฟางหรงตอบเสียงอุบอิบ  รู้สึกอับอาย ทว่าอีกใจกลับโอนอ่อน  หากมันอยากตามมานางก็อยากเลี้ยงนะ

อา...ดูหูยาวๆ ตากลมๆนั่นสิ…

“ข้าก็มิได้ว่าอันใด  ในจวนข้าพื้นที่กว้างขวางอยู่  เจ้าจะเลี้ยงเพิ่มก็ไม่ต้องกังวล” ชายหนุ่มบอกอย่างใจดี  ทว่าไป๋ฟางหรงฟังคำนั้นแล้วรู้สึกอุ่นวาบ  ใบหน้านวลแดงโดยไม่ต้องอาศัยชาดแต่งเดิม  นางเสหน้ากลับไปมองกระต่ายขาว  เอานิ้วแตะๆจมูกของมัน  ซึ่งเจ้าตัวน้อยก็เอาจมูกมาจุ๊บปลายนิ้วมือของนางอย่างน่ารัก

อา...น่ารักเหลือเกิน…

ทันใดนั้นเจ้าแรคคูนหิมะก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง

@Zhangfu

แต่ยังไม่ทันจะได้ขู่เตือน  เจ้าตัวร้ายกลับทำร้ายนายของมัน ปากยาวๆของจระเข้ตัวเขื่องงับชายกระโปรงยาวสีขาวแล้วดึงสะบัดไปทางชายหนึ่มที่ยืนอยู่  ร่างบอบบางเซถลาตามแรงดึง ไป๋ฟางหรงคิดว่าอีกไม่นานสิ่งที่ต้อนรับนางคือพื้นดิน   ทว่ากลับไม่เป็นดังที่คิด

“เจ้าไม่เป็นอะไรนะ?” ราชองครักษ์หนุ่มถาม  เขารีบประคองร่างเล็กเอาไว้  ก่อนจะรีบปล่อยออกทันทีที่เห็นว่านางตั้งตัวได้แล้วราวต้องของร้อน   ไป๋ฟางหรงกระพริบตาไม่เข้าใจว่าอยู่ดีๆอะไรมาดึงกระโปรงนาง   หญิงสาวมองไปรอบๆ   ใต้เท้าต้วนส่ายหน้าชี้นิ้วไปที่ทางหนึ่ง

“สัตว์เลี้ยงของแม่นางจางคงอยากเล่นซนน่ะ” เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์สัมผัสไวกว่าปกติอยู่แล้ว  จึงสัมผัสได้ว่ามีตัวอะไรเข้าใกล้  แต่ไม่คาดคิดว่าจระเข้ตัวนี้จะมางับชายกระโปรงไป๋ฟางหรงเล่น

...สัตว์เลี้ยงของแม่นางจาง ไป๋ฟางหรงมุมปากกระตุก นางไม่คิดว่าอยู่ดีๆมันจะมาเล่นแบบนี้หรอกถ้าไม่ใช่เพราะมีคนกำกับ  ใบหน้าหวานหันไปทางเจ้าของจระเข้ที่นั่งมองพวกนางอยู่บนหลังช้าง  ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี แม่นางจาง...ท่านใช่อยากจะจับคู่นางและใต้เท้าต้วนจริงๆอย่างนั้นหรือ?

@Zhangfu

“.....” ไป๋ฟางหรงเห็นท่าทางนั้นแล้วยิ้มแห้ง  รู้สึกเก้อเขินขึ้นมาแปลกๆ

@Zhangfu

“เห็นคุณหนูทำใจได้บ้างแล้วต้วนหงส์ก็สบายใจ” ใต้เท้าต้วนหงส์กล่าวทำลายความเงียบ  หลังคนช่างแกล้งเลี้ยวช้างเดินจากไป

ไป๋ฟางหรงยิ้มบาง หลุบดวงตาหวานลง “เรียนใต้เท้า ตามหลักการคุณธรรมของขงจื้อสังคมจะดำรงในความสงบกลมกลืนกันเมื่อผู้คนปฏิบัติตามจารีตและคุณธรรมทั้งห้า  ฟางหรงล้วนกระจ่างแก่ใจดี  แม้ฟางหรงเป็นธิดาของบิดามทั้งสอง แต่ในขณะเดียวกันข้าก็อยู่ใต้พระบาทขององค์ฮ่องเต้...สิ่งที่ข้ากระทำจึงนับว่าถูกต้องต่อแผ่นดินแล้ว”

นางยิ้มบาง ทอดสายตามองทิวทัศน์อันงดงาม “เพียงแต่กระจ่างชัดถึงคุณธรรมก็สิ่งหนึ่ง...พบเจอสถานการณ์จริงก็อีกสิ่ง หลักการที่ยึดมั่นเป็นดั่งเส้นเชือกยาว  เปรียบเสมือนข้ามีเชือกเส้นหนึ่งม้วนเก็บไว้ในยามก่อนออกผจญภัย  ตัวข้ารู้ว่าตัวข้ามี  ทว่าหนทางยาวไกล  ยามถึงเวลาต้องนำมาใช้ปีนข้ามหน้าผาสูงชันยังต้องนำมาดูอีกทีว่าเส้นเชือกนั้นยังใช้ได้อยู่หรือไม่   ยามมันอยู่ในย่ามเราไม่มีทางมองเห็นเลยว่าเชือกเส้นนั้นพันกันหรือถูกแมลงกัดแทะไปแล้วหรือไม่….”

“แล้วเวลานี้เส้นเชือกของคุณหนูเป็นเช่นไร?” เขาถาม

ไป๋ฟางหรงก้มลงไปอุ้มกระต่ายหูยาวที่ส่งสายตาอ้อนให้อุ้มขึ้นมา  ก่อนจะหันไปคลี่ยิ้มบางเบางดงามราวหยาดน้ำค้างบนกลีบบุปผายยามเช้า “ฟางหรงกำลังค่อยๆคลายปมเชือกของตนเองอยู่”

เจ้ากระต่ายหูยาวดิ้นจากอ้อมกอดของนางกระโดดไปทางราชองครักษ์ที่เอื้อมมือไปรับไว้กันมันตกพื้นอย่างเฉียดฉิว  กระต่ายขาวหูยาวที่ทำคนใจคว่ำกระดิกหูน้อย  เอาจมูกเล็กๆดมมือแกร่งที่จับดาบจนกร้าน  ไป๋ฟางหรงยิ้มมองภาพคนตัวโตและเจ้าตัวน้อยขนฟูบ๊องแบ๊วแล้วรู้สึกขัดกันแต่ก็เข้ากันได้แปลกๆ

“เจ้าอย่าซนสิเมิ่งเอ๋อร์…” เสียงหวานดุเหมือนไม่ดุ  มือบางเอื้อมมาอุ้มสัตว์เลี้ยงใหม่ของตนกลับไป

“สรุปคุณหนูก็เลี้ยงมันจนได้?” ใต้เท้าต้วนเลิกคิ้ว

ไป๋ฟางหรงเอียงคอนิดๆ กระพริบตา เริ่มลังเลอีกรอบ

“ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องกังวล  อยากเลี้ยงก็เลี้ยงเถอะ” ต้วนหงส์ส่ายหน้าเมื่อเห็นท่าทางที่เหมือนกระต่ายเข้าไปทุกที   ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องชักชวน “รีบไปทานมื้อเที่ยงกันเถอะ”


---------------------------


         เมื่อเห็นว่าพักผ่อนจนไม่อาจจะเสียเวลาไปมากกว่านี้  ต้วนหงส์เดินนำไป๋ฟางหรงมาส่งที่รถม้า  หญิงสาวเมื่อได้พูดคุยกับใต้เท้าราชองครักษ์เมื่อครู่ก็สบายใจขึ้นไม่น้อย   แต่พอมาถึงรถม้าเงยหน้าพบแม่นางจางฝู   แก้มนวลก็แดงปลั่งเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อครู่

“แม่นางจาง...สัตว์เลี้ยงของท่านซุกซนยิ่ง  ท่านช่วยระวังด้วย” ต้วนหงส์กล่าวเสียงขรึม

@Zhangfu

“ท่าน…” ใต้เท้าต้วนส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะหันไปทางคุณหนูชุดขาว “แดดเริ่มแรงแล้วรีบขึ้นไปพักเถิด  ตากแดดตากลมนานเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้  ยังต้องเดินทางไปอีกหลายชั่วยามกว่าจะถึงฉางอัน”

“เจ้าค่ะใต้เท้า” ไป๋ฟางหรงรับคำแล้วรีบผลุบด้วยความช่วยเหลือจากสาวใช้ขึ้นรถปานกระต่ายตื่น  ก่อนขึ้นยังแอบส่งค้อนน้อยๆให้แม่นางชุดเขียวอีกครั้ง สายตาแบบโดนรังแก

@Zhangfu




@Admin @Zhangfu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ม้าเฟิ่งหวง
ขลุ่ยหยก
กระบี่เจ็ดดาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x14
x200
x1000
x10
x10
x1
x2
x7
x18
x34
x30
x30
x10
x8
x1
x99
x2
x50
x25
x3
x500
x30
x1
x2
x100
x1
x3
x330
x20
x80
x1
x2
x9
x8
x1
x2
x10
x198
x160
x20
x5
x50
x2
x85
x50
x1
x640
x47
x1
x46
x97
x110
x1
x1
x24
x24
x10
x43
x48
x111
x1
x410
x28
x126
x97
x10
x600
x65
x110
x95
x66
x127
x118
x530
x172
x165
x569
x400
x1202
x600
x4
x310
x475
x1004
x568
x13
x9
x77
x11
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x5
x2
x2
x15
x4
x13
x1
x95
x24
x5
x82
x5
x5
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

71

กระทู้

746

โพสต์

8หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
48691
เงินตำลึง
5601
ชื่อเสียง
37615
ความหิว
452
คุณธรรม
326
ความชั่ว
24
ความโหด
51
เสวี่ยนอู่
ระดับ 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-7-12 22:27:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ปิดฉากตำนานเต้าหู้
[จระเข้และเรื่องรักๆ]

      ขบวนเดินทางยังคงเดินทางต่อไปเรื่อย ผ่านป่า ผ่านเขา ผ่านเมือง ภาพวิวทิวทัศน์ก็ค่อยๆเปลี่ยนไปตามสถานที่ที่เดินทางผ่านการเดินทางที่ดูเหมือนจะค่อยๆไปเรื่อยๆแต่เมื่องมองระยะทางและเมืองที่เคลื่อนผ่านก็นับว่ามีความเร็วอยู่พอสมควร หากเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆก็คงถึงฉางอันได้ไม่ช้า และตามที่คุยตกลงเธอคงต้องไปหาโรงเตี้ยมพักอยู่ที่นั้นส่วนท่านไปกับสาวใช้ลี่ซื่อก็คงถูต้วนหงส์พาไปหลบอาศัยอยู่ในจวนก็แน่ละ บิดานางกบฏหากให้ไปเร่ร่อนด้านนอกมิวายจะโดนจับเอาไปสำเร็จโทษเพื่อเกี่ยวข้องน่ะสิ แล้วยิ่งท่าทีบอบบางจนกลัวว่าจะแตกหักยามลมพัดเเรงๆนั้นอีก


    ในระหว่างที่เธอกำลังนั่งคิดไปเรื่อยเปื่อนขบวนรถม้าก็หยุดลงพร้อมกับที่ด้านนอกนั้นเป็นวิวของทุงหญ้าที่เป็นสีชมพูดูหวานแหววเหมาะสำหรับคู่รักมาหลบพักผ่อนกันสองต่อสอง ‘ช่างเข้าใจเลือกที่พัก’ เธอคิดในใจแล้วเตรียมลุกขึ้นตามจู๋เว่ยเพื่อลงไปเพื่อยืดเส้นยืดสายเสียหน่อยหลังจากการนั่งท่าเดิมนานๆจนเมือนจะเส้นยึด


    “เราจะแวะทานมื้อเที่ยงที่นี่  ที่นี่มีทิวทัศน์สวยงามแปลกตา อากาศก็สดชื่น พวกแม่นางลงมาเดินเล่นพักผ่อนข้างล่างสักครู่  แล้วค่อยเดินทางกันต่อ” เสียงของต้วนหงส์ดังขึ้นพร้อมชายหนุ่มองค์รักษ์จะเอื้อมไปเปิดประตูรถม้าให้โดยที่พวกท่าไป๋นั้นก้าวลงไปก่อนโดนมีลี่ซื่อค่อยประคองคุณหนูของตนลงไปตามด้วยจู๋เว่ยและตัวเธอ


      “อ่า พักเสียที นั่งรถม้าเนี้ยมันช้านให้ปวดหลังอยู่เหมือนกันนะ”จางฝูเอ่ยขณะที่เดินตามจู๋เว่ยลงมาจากแล้วเริ่มยกแขนยืดเส้นยืดสาย ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองทุ่งหญ้าสีแปลกด้านนอกแล้วหันไปมองทางต้วนหงส์กับท่านไป๋แล้วพึมพัมออกมาเบาๆ “เลือกที่พักได้เหมาะเสียจริง”


     เสียงพูดคุยของท่านไป๋เกี่ยวกับว่าเธอจะขอทำอาหารเลี้ยงต้วนหงส์เพื่อตอบแทนแต่คำขอนั้นของหญงสาวกลับตกไปเมื่อองครักษ์หนุ่มเอ่ยปฏิเสธแล้วอ้างเรื่องที่หญิงสาวนั้นลงบาดเจ็บเกรงเเผลจะอักเสบเพิ่ม เธอละส่งสารสหายน้อยคนนี้จริงที่ไปหลงหนุ่มผู้เคร่งครัชและให้เกียรติเกินความจำเป็นไปมากขนาดนี้


    “แม่นางจางสนใจไปเดินเล่นกับข้าทางนั้นมั้ยเจ้าคะ?”เสียงหวานของท่านไป๋เอ่ยถามขึ้นมาเรียกให้ร่างบางที่กำลังยืนยืดแขนยืดเส้นยืดสายอยู่นั้นไปมองท่านไป๋และต้วนหงส์ที่ยืนอยู่ข้างๆกันพร้อมกับในหัวที่มีความคิดเเปลกลอยผุดขึ้นมากระทันหัน


      “หืมม… เอางั้นหรอแต่ว่าท่าไป๋ทุ่งหญ้าสวยๆแบบนี้มิสู้ไปเดินชมกับคนสนิทดีกว่ารึเจ้าคะ” จางฝูเอ่ยแล้วยิ้มมองท่านไป๋แล้วเลื่อนสายตามไปมองต้วนหงส์ก่อนที่ร่างบ่างจะเอื้อมมือไปคว้าแขนจู๋เว่ยลากเดินไปอีกทางอย่างรวดเร็ว


      “อ่ะ เดี๋ยวสิจางฝู เดินช้าเดี๋ยวข้าล้ม”คนโดนลากไปกระทันหันร้องขึ้นแต่ก็ยอมเดินตามหญิงสาวไปโดยทิ้งชายหญฺงอีกคู่ให้ยืนมองตามไปงงๆ


      จางฝูหลังจากที่ผละออกมาก็ปีนไปนั่งอยู่บนหลังช้างสีเผือกของตัวเองมองไปยังร่างบางที่กำลังคลุกคลี่เล่นกับสัตว์น้อยๆน่ารักอยู่อีกทางก่อนจะหันไปมองท่านองครักษ์ที่เอาแต่บ้างานยืนเฝ้าอยู่เงียบราวหุ่นรูปปั้น  เห็นทีว่าถ้าเธอไม่ช่วยทำอะไรบางอย่างมีหวังท่านไป๋น้อยๆของเธอได้เฉาตายก่อนเป็นแน่แท้


    “ยิ้มแบบนี้วางแผนป่วนอะไรอีกรึ”จู๋เว่ยเอ่ยก่อนจะหันไปมองหญิงสาวด้านข้างด้วยท่าทีระแวงแล้วมองไปยังพวกท่านชายต้วนหงส์


     “เดี่ยวก็รู้ วี้ดด” เธอเป่าปากเบาก่อนที่ร่างใหญ่ของจระเข้ตัวยักษ์ลูกรักเธอจะค่อยๆคลานต้วมเตี้ยมลงจากรถเทียบมา “มีมี่ ไปแกล้งสาวๆกับสัตว์ๆตรงนั้นหน่อยสิ ไม่ต้องจับกินนะ”


    สิ้นเสียงสั่งของเจ้านายสาวร่างใหญ่ค่อยคลานหายเข้าไปในดงหญ้ามุ่งตรงไปหาร่างบางในชุดขาวและสาวใช้กำลังเล่นอยู่กับสัตว์เลี้ยงของตนอย่างช้าโดยใช้ก่อหญ้าสูงสีชมพูหวานแหววนั้นเป็นเครื่องช่วยพรางตัวร่างใหญ่และปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวยาวค่อยขยับเคลื่อนไปใกล้ๆชายกระโปรงสีขาวพริ้วยาวละพื้น มันค่อยๆอ้าปากงับชายกระโปรงอย่างเบาๆเพื่อไม่ให้หญิงสาวผู้นั้นรู้ตัวก่อนที่มันจะออกเเรงดึงชายกระโปรงของหญิงสาวไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่อย่างแรง ก่อนที่มันจะหมุนตัวแล้วรีบคลานหลบไปภายใต้ก่อหญ้า


      ภาพของชายหญิงที่เซเข้าหากันและจบลงด้วยสภาพกอดกันกลมนั้นสร้างความพึงพอใจให้กับจางฝูอย่างมาก เห็นที่เธอคงต้องตบรางวัลอย่างงามให้เจ้ามีมี่เสียหน่อแล้ว “เก่งจริงเด็กข้า”


    “พอกันทั้งเจ้านายทั้งสัตว์เลี้ยง แสบ”จู๋เว่ยเอ่ยแล้วถอดเอาเสื้อคลุมตัวเองมาคลุมไหล่ให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหน้าเมื่อเมมฆที่บังแสงแดดนั้นเคลื่อนออกไปเพื่อไม่ให้ร่างบางที่กำลังอ่อนแออยู่นี้เกิดป่วยขึ้นมา ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะบอกว่าตัวเองแข็งแรงดีก็ตาม แต่มีหรือที่คนดูแลรักษาอย่างเขาจะดูไม่ออกว่าคนตรงหน้ากำลังฝืนอยู่ตลอดเวลา


     “อิอิอิ”เสียงหัวเราะของหญิงสาวดังขึ้นเบาๆก่อนที่เธอจะยกมือโบกทักท่านไปกับต้วนหงส์ที่หันมามองก่อนที่ร่างบางของเธอจะค่อยๆเอนตัวไปแผ่งอกแกร่งของผู้ที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังโดยไม่ได้สนใจสายตาของท่านไป๋และต้วนหงส์ที่มองมาแม้แต่น้อย เพราะในยามนี้มันใกล้เวลาที่เธอจะใช้งีบหลับเข้าไปเต็มที่ ร่างกายเธอต้องการพักผ่อน แม้บาดแผลภายนอกจะดีขึ้นมาแต่ภายใในนั้นกับช้าเสียยิ่งกว่าช้า ยิ่งเธอดันทุรังทั้งเดินทางและทำเรื่องโลดโผ่นแบบนี้อยู่เป็นประจำด้วยแล้ว


     “เหนื่อยแล้วสิ”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆที่ข้างหูหญิงสาวพร้อมกับมือข้างหนึ่งที่เลือนขึ้นมาโอบเอวเอาไว้หลวมๆเพื่อไม่ให้ร่างบางนั้นเผลอร่วงตกลงไปด้านล่างก่อนที่เขาจะหันมองท่าทีของแม่นางไป๋อยู่ทำได้เพียงยิ้มออกมาบางๆให้ก่อนจะยักไหล่ขึ้นเล็กน้อยเพื่อบอกว่าเขานั้นไม่รู้เรื่องกับที่เจ้ามี่มีนั้นไปทำแล้วชี้ไปทางหญิงสาวและชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้วยกันพร้อมขยิบตาให้แล้วจึงบังคัยเฟยเทียนให้เดินหลบฉากไปอีกทางเพื่อไม่ให้รบกวนทั้งสองคนแล้วเพื่อให้คนในอ้มแขนได้นอนงีบพักผ่อนอย่างสงบ


     จนเมื่อเวลานั้นล่วงเลยผ่านไปจนร่างบางในอ้อมแขนนั้นงัวเงียตื่นขึ้นมาแล้วจู๋เว่ยจึงบังคับเฟยเทียนให้เดินกลับไปรวมกับกลุ่มขบวน


     “แม่นางจาง...สัตว์เลี้ยงของท่านซุกซนยิ่ง  ท่านช่วยระวังด้วย” ต้วนหงส์กล่าวเสียงขรึมแล้วเงยหน้ามองนิ่งๆมายังจางฝูที่งยังคงนั่งงัวเงียอยู่บนหลังเฟยเทียนแต่เมื่อได้ยินเสียงกล่าวเตือนก็เหมือนปลุกเธอให้ตื่นตัวขึ้นมา


    “สัตว์เลี้ยงข้าทำอะไรอย่างนั้นหรือใต้เท้า ข้ามิเห็นรู้เรื่องเลยสักนิด”จางฝูเอ่ยแล้วยิ้มมองต้วนหงส์อย่างใสซื่อก่อนที่เธอจะเอนตัวไปพิงชายหนุ่มที่กลายเป็นเบาะพิงจำเป็นให้เธอพรางยกมือขึ้นมาปิดปากหาวน้อยๆ


     “ท่าน…”น้ำเสียงอ่อนใจของต้วนหงส์เรียกร้อยยิ้มสะใจจากร่างบนบนหลังช้างได้ไปม่น้อยก่อนที่ชายหนุ่มนั้นจะหันกลับไปเอ่ยกับท่านไป๋ด้วยท่าทีที่สุภาพด้วงเดิม “แดดเริ่มแรงแล้วรีบขึ้นไปพักเถิด  ตากแดดตากลมนานเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้  ยังต้องเดินทางไปอีกหลายชั่วยามกว่าจะถึงฉางอัน”


       “เจ้าค่ะใต้เท้า” ท่านไป๋เอ่ยก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมามองค้อนน้อยใส่ฌธอราวกับกำลังโดนรังแก จางฝูมองภาพรงหน้าแล้วยิ้มบางออกมาแล้วจึงปีนลงจากหลังช้างแล้วเดินตามขึ้นไปนั่งด้านในรถม้าด้วยท่าทางร่าเริงจนไมรู้ว่าจะมีคนแอบนึกหมั้นไส้เธอขึ้นมาน้อยๆรึไม่


@Admin @BaiFangRong

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +5 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 5 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กงจักรเฟิ่งหวง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x10
x10
x10
x5
x1
x2
x1
x1
x5
x1
x1
x12
x2
x62
x1
x60
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x4
x3
x40
x5
x42
x31
x2
x3000
x110
x63
x15
x60
x15
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x69
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x120
x50
x72
x1
x15
x45
x63
x3
x30
x14
x5
x68
x26
x6
x7
x102
x172
x4
x130
x4
x1
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x184
x8
x33
x6
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x5
x356
x76
x350
x236
x92
x82
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x38
x152
x675
x477
x947
x630
x108
x4271
x218
x78
x421
x50
x3
x925
x23
x80
x1210
x3
x20
x23
x4755
x61
x798
x15
x2028
x50
x60
x9
x55
x25
x41
x81
x42
x9
x1

37

กระทู้

594

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
74411
เงินตำลึง
267617
ชื่อเสียง
111035
ความหิว
92
คุณธรรม
464
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ชีเชิงเยียน
ระดับ 1

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-10-18 21:44:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 114 : ทุ่งหญ้าและกระต่าย


ขบวนเสด็จเดินทางออกจากฉางอันทางทิศตะวัออกเข้าเขตกวนจง  การเดินทางเพราะเป็นขบวนใหญ่มากทำให้เคลื่อนที่ได้ไม่เร็วนัก  จูอี้กงจู่ที่มักจะเล่นซนต้องมาติดอยู่แต่ในรถม้านานๆเริ่มเฉาแล้ว

“ท่านป้าว่าถ้าข้าขอเสด็จแม่ขี่ม้าด้านนอกแทนนั่งเบื่ออยู่ในนี้จะทรงอนุญาตหรือไม่?” กงจู่น้อยถาม มือเล็กสองข้างเท้าคางมองท่านป้าที่นั่งอ่านตำรา  ไม่รู้ว่ามีอะไรน่าอ่านัก “ท่านป้า...ข้าเห็นท่านอ่านแต่ตำรา ยังมีอะไรที่ท่านยังไม่รู้อีกหรือ?”


“บนโลกนี้ยังมีอีกหลายเรื่องหม่อมฉันยังอายุน้อยเกินไปที่จะรู้ทุกสิ่งเพคะ” เสียงหวานตอบ


“นี่ถึงไหนแล้วเจ้าคะ?” จูอี้กงจู่ถามขึ้นมา


นัยน์ตาโศกละจากตัวอักษรเลื่อนออกไปมองด้านนอกรถม้า ครู่หนึ่งก็ตอบทันที “นอกเมืองฮองหงไม่ไกลเพคะ  อีกเดี๋ยวก็น่าจะได้พักออกมายืดเส้นยืดสายแล้ว”


“เห็นไหมล่ะ!” ตบเข่าฉาด “ถามได้ตอบได้  ทั้งที่นั่งรถม้ามาด้วยกันแท้ๆ”


ไป๋ฟางหรงอมยิ้มขัน “นั่นเป็นเพราะหม่อมฉันเดินทางมาทางเมืองฮองหงบ่อยเพคะถึงคุ้นตากับสถานที่   อืม...ดูแล้วอีกไม่ไกลจะถึงทุ่งหญ้าอันฮวา น่าจะแวะพักชมทิวทัศน์กันที่นั่นสักครู่” นัยน์ตาโศกเป็นประกายระยิบระยับเมื่อนึกถึงสถานที่นั้น


“ทุ่งหญ้าอันฮวา?” จูอี้กงจู่ทวนคำ “เป็นเพียงทุ่งหญ้า แต่ทำไมท่านป้าทำสีหน้าเหมือนมันพิเศษนัก?”


“เป็นทุ่งหญ้าเพคะ เป็นพิเศษตรงหญ้าเป็นสีชมพู” หญิงสาวเฉลย


“ทุ่งหญ้าสีชมพู? ข้าว่าพี่สืออี้ถูกใจแน่ๆ...” กงจู่น้อยทำหน้าเลี่ยน  “ถ้าเป็นสถานที่แปลกประหลาดแบบนั้นเสด็จแม่น่าจะมีรับสั่งให้แวะพักจริงๆ…”


และแล้วก็เป็นตามคาด  สถานที่ที่ขบวนเสด็จแวะพักคือที่ทุ่งหญ้าสีชมพูบรรยากาศหวาน


“ว้าว~ สวยจริงๆ ที่อื่นเป็นฤดูใบไม้ร่วงใบไม้ไม่เป็นสีแสดสีแดงก็แห้งเหี่ยวโรยราไปหมด  แต่ที่นีกลับชมพูหวานราวยังอยู่ในฤดูใบไม้ผลิเลย” กงจู่น้อยกระโดดลงจากรถม้าทันทีที่รถม้าจอดสนิท  โดยมีนางกำนัลวี๊ดว้ายอยู่ข้างๆ


“รักษากิริยาหน่อยสิน้องหญิง” องค์หญิงใหญ่เห็นท่าทางทะโมนแล้วอดเตือนไม่ได้  สืออี้กงจู่ยังมองทิวทัศน์ด้วยตาเป็นประกาย เห็นชัดว่าทรงชอบสถานที่นี้เพียงไร


“หญ้าแบบนี้เก็บไปลองเพาะพันธุ์ที่ตำหนักดีกว่า…” องค์หญิงรองพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันไปสั่งการนางกำนัลทันที


“ไว้ขากลับหรือค่อยให้คนมาเก็บตัวอย่างไปทีหลังดีกว่าเพคะ” ไป๋ฟางหรงเสนอพร้อมยิ้มละมุน   เพราะจากนี้ยังต้องเดินทางอีกไกล ทั้งยังขึ้นเหนือไปเป่ยผิง เกรงว่าเจออากาศหนาวเยือกแข็งแบบนั้น ต้นหญ้าสีชมพูได้โรยรากลางทางก่อนจะนำลงดินปลูกที่ตำหนัก


“อ่า...จริงสิ เราลืมไปเสียสนิทว่าไม่ได้กลับตำหนักเลย” สืออี้กงจู่พยักหน้าเบาๆ




#JX002


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +25 ความหิว -24 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 25 -24 + 30

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ม้าเฟิ่งหวง
ขลุ่ยหยก
กระบี่เจ็ดดาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x14
x200
x1000
x10
x10
x1
x2
x7
x18
x34
x30
x30
x10
x8
x1
x99
x2
x50
x25
x3
x500
x30
x1
x2
x100
x1
x3
x330
x20
x80
x1
x2
x9
x8
x1
x2
x10
x198
x160
x20
x5
x50
x2
x85
x50
x1
x640
x47
x1
x46
x97
x110
x1
x1
x24
x24
x10
x43
x48
x111
x1
x410
x28
x126
x97
x10
x600
x65
x110
x95
x66
x127
x118
x530
x172
x165
x569
x400
x1202
x600
x4
x310
x475
x1004
x568
x13
x9
x77
x11
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x5
x2
x2
x15
x4
x13
x1
x95
x24
x5
x82
x5
x5
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

37

กระทู้

594

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
74411
เงินตำลึง
267617
ชื่อเสียง
111035
ความหิว
92
คุณธรรม
464
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ชีเชิงเยียน
ระดับ 1

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-10-18 21:58:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 114 : ทุ่งหญ้าและกระต่าย (2)

หลังพูดคุยแลกเปลี่ยนกันสั้นๆทั้งสี่จึงตรงเข้าไปยังรถม้าคันแรกของฮองเฮา  เว่ยฮองเฮากำลังเสด็จลงจากรถม้าโดยการประคองของนางกำนัลซุ่ยหมิง


“ทุกคนลำบากหน่อยนะคะ” ฮองเฮากล่าวปลอบคนติดตามและในขบวนทุกคนก่อนยิ้มให้ทั้งหมด


“ไม่ลำบากเลยเพคะ” ไป๋ฟางหรงโค้งพร้อมยิ้มตอบฮองเฮา  จูอี้กงจู่รีบเดินเข้าไปกอดแขนเสด็จแม่อย่างเอาใจ เป็นเพราะเสด็จแม่ นางจึงได้ออกมาเที่ยวนอกวังสมใจ


“เสด็จแม่ทรงเมื่อยไหมเพคะ?”


เว่ยจางกงจู่เห็นท่าทางของน้องสามแล้วยิ้มบาง “ถึงทิวทัศน์จะงดงาม แต่ลมก็หนาวมาก เสด็จแม่ตากลมนานไม่ดี ทรงรักษาพระวรกายด้วยนะเพคะ” ตรัสด้วยความเป็นห่วงเพราะเสด็จแม่มีสุขภาพที่อ่อนแอ  


“น้าซุ่ยหมิงช่วยนำเสื้อคลุมมาให้เสด็จแม่เพิ่มหน่อยสิ” สืออี้กงจู่หันไปตรัสกับซุ่ยหมิงเบาๆ  


จื่อฟูยิ้มก่อนรับเสื้อคลุมจากซุ่ยหมิงมาสวม ก่อนเดินตามลูกทั้งสามไปนั่งพักแรม


หลังจากนั้นก็ออกเดินขยับเส้นสายชมความงามของทุ่งอันฮวาพร้อมกัน   ไป๋ฟางหรงปล่อยกระต่ายน้อยเมิ่งเอ๋อร์ให้วิ่งเล่นในทุ่งกว้าง เพราะสถานที่นี้น่าจะเป็นบ้านเกิดของมัน


“สายตาท่านป้าดูเหมือนมีความหลังกับที่นี่นะเจ้าคะ?” เว่ยจางกงจู่ที่สายตาว่องไวจับสังเกตคนได้รวดเร็วสุดทักขึ้น


“ที่นี่เป็นบ้านเกิดของเมิ่งเอ๋อร์เพคะ  หม่อมฉันได้เจอเมิ่งเอ๋อร์ที่นี่” ไป๋ฟางหรงตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน  กระต่ายตัวน้อยและทุ่งหญ้าสีชมพูช่างเข้ากันจนคนเห็นพากันยิ้มเอ็นดู  เมิ่งเอ๋อร์ยังแสนรู้เข้าไปทำตาแป๋วออดอ้อนเว่ยจางกงจู่และฮองเฮา



“อาซ้อกับเมิ่งเอ๋อร์น้อยคงมีความทรงจำที่ดีด้วยกันไม่น้อยสินะ” จื่อฟูกล่าวชึ้นก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะกระต่ายขาวตัวน้อยด้วยความเอ็นดู


“เพคะ… ตอนเจอกันครั้งแรกนั้น...พี่ต้วนก็อยู่ด้วย เหมือนจะเย้าที่หม่อมฉันจะเก็บสัตว์เลี้ยงอีกแล้ว แต่สุดท้ายก็บอกว่าจวนกว้างพอ...”


“น่ารักจัง! ท่านป้า...เดี๋ยวต่อไปให้เมิ่งเอ๋อร์มานั่งกับพวกข้านะ” เว่ยจางกงจู่ก้มลงเด็ดหญ้าเขี่ยปากเจ้าตัวเล็กแกล้ง  แต่มันงับแล้วกินลงท้องอย่างเอร็ดอร่อย


“เจ้าตัวเล็กนี่ตะกละมากเพคะ  ใครอย่าได้ยื่นอะไรให้เชียว กินหมดนั่นแหละ” ผู้เป็นเจ้าของเอ่ย “แต่จะให้กินมากไม่ได้เดี๋ยวอ้วนไปกว่านี้”


“อ้วนจ้ำม่ำน่ารักดีออกนะเจ้าคะ” สืออี้กงจู่แย้ง


“กระต่ายก็เหมือนคนนั่นแหละเพคะ หากน้ำหนักมากไปมีแต่จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ” เสียงหวานอธิบาย “ที่จวนมีกระต่ายขาวอีกตัว ขี้เกียจมาก วันๆเอาแต่กินแล้วนอนจนอ้วน  วันดีคืนดีก็ปฏิเสธไม่ยอมกินข้าว หม่อมฉันก็กลัว นึกว่ามันจะเป็นอะไร ที่ไหนได้พาไปหาผู้รู้ ผู้รู้บอกว่ามันกำลังอดอาหารลดน้ำหนักน่ะ…”



#JX002



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +35 ความหิว -22 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 35 -22 + 30

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ม้าเฟิ่งหวง
ขลุ่ยหยก
กระบี่เจ็ดดาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x14
x200
x1000
x10
x10
x1
x2
x7
x18
x34
x30
x30
x10
x8
x1