ดู: 242|ตอบกลับ: 7

{ เมืองลู่เจียน } ย่านการค้าเมืองลู่เจียน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-2-19 18:20:13 |โหมดอ่าน


「 ย่านการค้าเมืองลู่เจียน」



มีที่ตั้งอยู่ ณ เมืองลู่เจียน ภูมิภาคเจียงหนาน

ทิศตะวันออกของดินแดนต้าฮั่น

พื้นที่โดยรอบเตรียมไปด้วยร้านรวงต่างๆ 

สำหรับให้ประชาชนและผู้มาเยือนเลือกซื้อสินค้า


ย่านการค้าเมืองลู่เจียนมีร้านค้าทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

ขายตั้งแต่สุราอาหารคาวหวานจนกระทั่งเครื่องประดับหรือแม้กระทั่งผ้าแพร

บรรยากาศโดยรอบมีแหล่งน้ำโอบล้อมเพราะใกล้บริเวณแม่น้ำ

และอยู่ติดกับท่าเรือของเมือง จึงง่ายต่อการเดินทางขนส่งสินค้าหรือสัญจร


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

16

กระทู้

313

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
300541
เงินตำลึง
118448
ชื่อเสียง
15727
ความหิว
772

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
163
ความชั่ว
0
ความโหด
141
ครึ่งแสน
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2018-2-19 21:35:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fanlian เมื่อ 2018-2-19 21:39

{พบเจอสหายใหม่}
[ไช่ฟ่านเหลียน]
บทที่ 4 อนาคตที่เลือกเดิน : ข้อความที่จรดด้วยหยาดโลหิต

อาชาสีขาวถูกควบขี่ผ่านย่านการค้าเพื่อหาเบาะแสบางอย่างที่น่าสงสัย คิ้วขมวดเข้มไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงต้องเป็นที่นี่ ฟ่านเหลียนกระชับสายบังเหียนพลางสะบัดเบาๆให้เฟยหรงเดินไปอย่างช้าๆ เสียงโหวกเหวกเป็นไปตามปกติเฉกเช่นย่านตลาดของทุกเมือง แต่ที่ไม่ปกติเห็นจะเป็นกลุ่มคนที่มุงดูบางสิ่ง ฟ่านเหลียนยืดตัวขึ้นแล้วกระโดดลงจากหลังอาชา มือเรียวจับจูงเฟยหรงให้เดินตาม ช่องแคบที่เว้นว่างน้อยนิดไม่ได้ทำให้เขามองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิด

คนหน้าหวานถอดใจ..

“หากกลุ่มคนไม่สลายเห็นทีคงไม่เห็นอะไร...” เขาพึมพำเบาๆ แล้วเตรียมออกจากจุดที่แน่นแออัด ไอร้อนเป็นอีกสิ่งที่คนทั่วไปก็พึงรำคาญไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเขา การที่จะมายืนเสียเปล่าไม่ได้รู้ว่าเกิดเหตุใดเห็นทีคงไม่คุ้มกำไรกับการยืนอดทนดู คิดดังนั้นจึงเตรียมจูงเฟยหรงออกไป

แต่ดูเหมือนจะยากกว่าที่คิด..

ความอยากรู้ของมนุษย์ชั่งน่ากลัว แรงดันจากมหาชนทำให้เขาไม่สามารถออกไปจากตรงจุดที่ยืนอยู่ได้เลย ยกเว้นก็เสียแต่ถูกดันเข้าไปยังวงล้อมนั้น

เหมือนฟ่านเหลียนจำใจ… เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้แม้แต่สักนิด คิดเพียงแค่ว่าไหนๆตนก็โดนดันมาขนาดนี้แล้วลองอดทนยืนดูสักหน่อยจะเป็นไร..

ใช้เวลาเพียงไม่นานแต่ราวกับชั่วกัปของเขา

ร้อนจนข้างในจะอกจะแตกเป็นเสี่ยง เหงื่อไหลซึมจนเขานึกรำคาญ ฟ่านเหลียนเช็ดมันลวกๆแล้วชะเง้อหน้ามองไปยังลานด้านหน้า…

สิ่งที่เห็นตอนนี้ดูน่าสะเทือนใจยิ่งกว่าความร้อนของมวลชนเสียอีก..

สภาพร่างกายที่ไร้วิญญาทั้งเด็กแลผู้ใหญ่ต่างเปลือยกายอยู่นะที่แห่งนี้...

เหนือศพของพวกเขามีข้อความสลักด้วยสีโลหิตว่า


'อานัติฟ้าเปิดทาง ชาวลู่เจียนถูกฟ้าสรรเลือก ขอให้ทุกคนทำตามกฎใหม่แห่งสวรรค์ ผู้ที่ทำตามจะได้รับทางรอดชีวิตจากฟ้า
1) ปล้น
2) หากเป็นบุรุษฉุดคร่าสตรี ขืนใจ
3) หากเป็นสตรีให้พลีกายต่อบุรุษทุกคนที่พบเห็น
4) แก้ผ้าเดินภายในเมือง


กระต่ายสีขาวบริสุทธิ์นั่งลงบนหน้าท้องของเหล่าผู้โชคร้าย โดยที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย ผู้ที่มุงดูต่างวิจารณ์เรื่องไปในทิศทางต่างๆ ถึงข้อความที่ชวนให้น่าสะอิดสะเอียนและสาเหตุการเสียชีวิตที่เป็นปริศนา…

ฟ่านเหลียนรู้แน่แก่ใจถึงสิ่งที่พวกมันทิ้งไว้..

กระต่าย..สัญลักษณ์รอยสักตอนนั้น...

คนพวกนั้น..ต้องการอะไรกันแน่!

ขบคิดจนมั่นใจแล้วว่าเป็นพวกเดียวกันแน่ๆ มือเรียวกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวปรากฏ..

“จนป่านนี้แล้วทำไมยังไม่มีใครมา...” พึมพำทั้งที่หน้าก็ยังคงแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราด

เขาทั้งโกรธทั้งเสียใจความรู้สึกปนเปไปหมด..

‘ทั้งๆคิดว่ารีบมาบอกเจ้าเมืองทันแล้วแต่ทำไม..’

สันกรามถูกขบจนนูนขึ้นมืออยากจะจับง้าวตะบันพวกมันเสียเหลือเกินหากไม่ติดว่าเขาก็ยังเป็นเพียงผู้อ่อนแอ… ผู้อ่อนแอที่แม้แต่แรงของเด็กสาวคนนึงเขาก็ยังล้มไม่ได้คิดแล้วก็ได้แต่เจ็บใจที่ดูยังไงก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรพวกเขาตอนนี้ได้เลย ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ไล่อ่านข้อความเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอๆกับลมหายใจที่ถูกระบายออกด้วยความโกรธ

‘จะทำอย่างไรดี..’

ขบคิดไม่ตกถึงแม้จะรู้ว่าคิดไปตนก็ไม่สามารถทำได้ ด้วยกำลังที่จำกัด..

ชั่งดูดันทุรัง..

แต่ถึงกระนั้น…

‘ข้าจะไม่อยู่เฉยเป็นแน่! พวกเขาไม่ได้ทำผิดอะไรทำไมต้องฆ่าพวกเขา!’

‘ศพเด็กทั้งสามแลศพผู้ใหญ่นับสิบกว่าต้องถูกฆ่าอย่างไม่เป็นธรรม!’

ดวงตากวาดมองบริเวณโดยรอบ เขารีบพาตัวเองและเฟยหรงแทรกผ่านออกไปยังจุดที่อากาศถ่ายเทสะดวก มือลูบแผงคอของเฟยหรงเบาๆเชิงให้อยู่นิ่งๆเพื่อสังเกตเหตุการณ์ กลุ่มฝูงชนยังคงมีความสงสัยใคร่รู้กันอยู่ไม่ขาดสาย บางคนเห็นสภาพศพและข้อความสีเลือดต่างก็หวาดผวาไปตามๆกัน

ระหว่างนั้นกลุ่มคนที่เขาเดาว่าเป็นพวกของทางการก็มาถึง หากเดาไม่ผิดก็เพื่อไม่ให้เหล่าประชาชนหวาดวิตกและจัดการกับซากศพที่นอนเปลือย ชายในชุดของทางการต่างพากันส่งเสียงโหวกเหวกกลบเสียงชาวบ้านและพยายามดันกำแพงมนุษย์ทั้งหลายออกไป

แต่ทุกสิ่งมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น…

เหล่าอาวุธขนาดเล็กที่มีความคมเป็นเลิศถูกซัดมาจากที่ใดเขาก็ไม่อาจรู้…

แต่เขารู้เพียงแค่ว่าร่างของชายในชุดทางการทั้งสี่

ได้กลายเป็นร่างไร้วิญญาตามศพนับสิบตรงหน้าเขาเสียแล้ว…

มือของฟ่านเหลียนกำด้ามง้าวที่หลังแน่น ดวงตากวาดมองรอบทิศแม้ไม่รู้ว่าอาวุธพวกนั้นมาจากไหน… แต่เขามั่นใจว่าต้องไม่ไกลจากจุดที่ยืนอยู่

เฟยหรงและฟ่านเหลียน หนึ่งคนกับหนึ่งอาชา..

ดูท่าแล้วคงมีเรื่องให้วุ่นวายอีกนาน..
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +77 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 77 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1000
x15
x30
x18
x4
x4
x200
x200
x200
x80
x14
x15
x400
x200
x200
x4
x199
x209
x1
x2
x20
x5
x215
x8
x20
x230
x275
x4
x3
x31
x86
x15
x15
x1
x8
x2
x5
x11
x5
x1050
x16
x35
x162
x268
x96
x124
x21
x74
x3
x74
x7
x4
x7
x144
x62
x3
x88
x3
x200
x25
x140
x136
x289
x120
x2
x28
x10
x92
x320
x439
x192
x327
x255
x1970
x410
x452
x2635
x200
x260
x2408
x107
x437
x85
x10
x876
x178
x1
x191
x125
x2990
x363
x30
x236
x3422
x1
x1
x1
x348
x10
x30
x2
x50
x5000
x5620
x2
x300
x34
x15
x20
x300
x1
x3330
x50
x42
x10
x114
x326
x110
x24
x10
x30
x25
x40
x7
x5
x3
x206
x24
x44
x7
x10
x20
x14
x30
x10
x25
x29
x54
x1
x1
x20
x8
x15
x26
x4
x180
x15
x45
x1

16

กระทู้

313

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
300541
เงินตำลึง
118448
ชื่อเสียง
15727
ความหิว
772

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
163
ความชั่ว
0
ความโหด
141
ครึ่งแสน
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2018-2-20 23:32:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด

{พบเจอสหายใหม่}
[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 4 อนาคตที่เลือกเดิน : หลบหนี

อาวุธลับที่ซัดใส่…

ดูรวดเร็วและฉับไวจนคนมองอย่างเขามองแทบไม่ทัน โลหิตสีแดงเริ่มหยดลงบนผืนดินจากน้อยจนกระทั่งนองปฐพี ริมฝีปากอิ่มสีพีชขบแน่นยามจ้องมองโลหิตที่เริ่มไหลหลอมรวมกันจากบุคคลทั้งสี่ สีหน้าและเสียงแตกตื่นของชาวบ้านเรียกให้ฟ่านเหลียนมีสติกลับคืนมา…

ความชุลมุนกำลังเกิดขึ้นตามที่พวกมันต้องการ…

ทุกคนเริ่มมีท่าทีแปลกประหลาด…

ฉุดคร่า แก่งแย่ง และ ข่มขู่..

เพื่อมีชีวิตรอดจากพวกมัน…

“เจ้ามีเงินเท่าไหร่เอามาให้หมด!” เสียงเหล่านี้เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆจนฟ่านเหลียนอยากหลบหนีให้พ้น ความกลัวตายทำให้มนุษย์ทำได้ทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งทรยศผู้อื่น…

เหล่าผู้คนต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นไม่ว่าจะคนดีหรือคนไม่ดี ส่วนใครที่ถูกปล้นหากหนีไม่พ้นก็โดนทำร้ายแลขู่กันโชก

ง้าวที่มีถูกกระชับจนแน่น มือสั่นเทาอีกข้างลูบไปที่แผงคอของเฟยหรง พลางกระซิบเสียงแผ่วเบา..

“ไป..เฟยหรง ไปรอข้าที่หน้าเมือง แล้วข้าจะตามไป..”

“ฮี้..” (ขอรับ) อาชาหนุ่มรับคำนายแล้วลัดเลาะออกไปอย่างชาญฉลาดจนกระทั่งลับสายตาเขา… คงเหลือเพียงเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ปล้นแลทำความผิดภายในเมือง กับ เขาที่ไม่มีกำลังใดๆ…

กระทันหันจนรับมือไม่ทัน…

ก้าวเท้าถอยหลังจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสามก้าว จนกระทั่งหลังแกร่งชิดกำแพงอีกฝั่ง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งตามชาวบ้านอีกกลุ่มที่พอดูท่าทางน่าไว้ใจได้ไป…

‘ทำไม..ถึงเร็วขนาดนี้’

หากพวกเขากำลังเชือดไก่ให้ลิงดู…

ตอนนี้พวกเขาก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ฟ่านเหลียนวิ่งจนเส้นผมสะบัดตีใบหน้า มือบัดเส้นผมยาวที่ปกออกอย่างไม่ไยดี เท้าก้าววิ่งด้วยพละกำลังทั้งหมด…

การหนีไม่ใช่การแก้ปัญหาก็จริง..

แต่หาดันทุรังทั้งที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อกร..

นั่นเขาก็เรียกดันทุรัง..

ฟ่านเหลียนและกลุ่มคนที่หนีตามกันต่างค่อยๆลัดเลาะซอกตรอกของเมืองไป ลมหายใจหอบแฮ่กๆ ดังแผ่วๆในตรอกน้อย ทั้งห้าคนมองหน้ากันไปมาเหมือนไม่รู้จะทำอย่างไรดี…

“ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้” เด็กหนุ่มวัยประมาณสิบห้าปีเอ่ยขึ้นทั้งที่เสียงยังไม่เต็มเพราะเหนื่อยจากการวิ่ง

“เพราะคำสลักนั่น” ชายร่างใหญ่อีกคนตอบก่อนที่อีกชายในผมสีน้ำตาลแดงที่กำลังทรุดนั่งจะเอ่ยเหตุผล

“คนทุกคน..ก็กลัวตายธรรมดาไม่เห็นแปลกตรงไหน”

“แล้วทำไมต้องเมืองเราเล่าขอรับ” เด็กหนุ่มอีกคนสั่นกลัวจนเขาอดสงสารไม่ได้..

“ไม่มีใครรู้หรอกขอรับ..” ฟ่านเหลียนตอบ

“แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อไปดีขอรับ” เด็กน้อยสั่นเป็นเจ้าเข้าจนทุกคนถอนหายใจแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

เพราะสถานการณ์นี้...แค่เเรงจะพูดก็ยังเหนื่อยเต็มที

“หนีจากที่นี่” ชายร่างใหญ่เอ่ยแล้วกวาดตาคมดุมองทุกคน

“แต่ที่นี่..” เด็กชายเอ่ยกล้าๆกลัวๆ เดาว่าคงเพราะห่วงอะไรบางอย่าง..

“เลือกเอาจะอยู่เพื่อตาย หรือจะหนีเพื่อรอด!” สิ้นเสียงจบทุกสิ่งก็เงียบสงัด ฟ่านเหลียนย้อนรำลึกถึงเหตุผลที่มาที่นี่…

เขามาเพื่ออะไรกันแน่..

ในมโนภาพปรากฎภาพของทารกทั้งสองที่กำลังยิ้มร่า..

เขาอยากจะช่วยแต่..

“ข้าจะตายไม่ได้!” ฟ่านเหลียนเอ่ยแล้วตวัดดวงตามองทุกคน ใบหน้าหวานมีเหงื่อผุดซึมแต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรนัก..

“ข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำ!”

“หากใครจะหนีก็ตามข้ามา ข้ารู้แล้วว่าเราจะหนีไปที่ใดกันได้บ้าง” ฟ่านเหลียนเอ่ยพลางชำเลืองตามองไปด้านนอกตรอกเพื่อหาทาง

“ต้องอย่างนี้สิ” ชายผมแดงหัวเราะแล้วลุกขึ้นยืน ทั้งหมดพยักหน้าแล้วเดินตามเขามาที่ใกล้ๆนอกตรอก

“จะไปใช่หรือไม่” เขาถามอีกรอบ เมื่อเห็นว่าพยักหน้าพร้อมเพียงจึงพาลัดเลาะทางมาเพื่อเดินตัดผ่านไปยังประตูเมืองเป้าหมายคือเจียงเยี่ย…

“พวกเจ้าจะไปไหนกัน!” ชายร่างยักษ์ในใบหน้าหนวดเครายาวตะโกนเสียงดัง พวกเขาต่างมองกัน ยิ่งเห็นอาวุธและจำนวนคนด้านหลังยิ่งรู้เลยว่าไม่ใช่เรื่องดี..

เด็กหนุ่มที่อายุน้อยสุดสองคนได้แต่กอดกันกลม ในขณะที่เขาและชายอีกสามคนกำอาวุธไว้จนเส้นเลือดปูดโปน

“ข้านับถึงสามพวกเจ้าทั้งสองต้องรีบวิ่งไปเข้าใจไหม” เสียงกระซิบจากชายร่างใหญ่ทำให้เด็กน้อยได้แต่พยักหน้า

“อ้าวแล้วพวกเราล่ะ?”

“ก็คุ้มครองเด็กไงเจ้าบ้า” ฟ่านเหลียนกระซิบเส้นแผ่วด้วยอารมณ์ที่ไม่นิ่ง

“อย่างงี้นี่เองแม่นาง”

“ใช่เวลาเล่นไหมเจ้าหัวเเดง เดี๋ยวข้าตบด้วยง้าวเลยเอาหรือไม่!” สายตามองคนยียวนแล้วรอจังหวะ ชายอีกคนส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ

“เอาล่ะนะ” ทุกคนพยักหน้าพร้อมเพรียง

“สาม!” เสียงดังเริ่มนับที่สามเลยทำให้เด็กทั้งสองเตลิดไปที่นอกเมืองก่อน ส่วนชายผมสีน้ำตาลแดงเพียงมองอีกคนตาถลึง

“เวร”

“มัวแต่พูดมากรำคาญ..” ฟ่านเหลียนเอ่ยแล้วเริ่มกำง้าวตวัดเมื่อเห็นมือปราบเริ่มเข้าโจมตี แต่เพราะง้าวเป็นอาวุธที่ใช้เนื้อที่พอสมควร รอบตัวฟ่านเหลียนจึงกลายเป็นวงกว้างสำหรับหมุนควงง้าวด้ามใหญ่ตวัดใส่ดาบของมือปราบ เขาไม่ได้สนใจรอบข้างเลย เพราะแค่ศัตรูด้านหน้าก็แทบต้านไม่ไหว เขารู้เพียงแค่ว่าที่ตรงนี้เริ่มเต็มไปด้วยสีเลือดเต็มที มือปราบเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นจนเขานึกแปลกใจ…

“บ้าชะมัด ทำไมไม่หมดสักทีวะ!” ดาบเล่มคมของชายผมสีน้ำตาลแดงถูกกระชับด้วยเจ้าของก่อนเสียงสบถจะดังขึ้นพลอยให้ชายร่างใหญ่เอ่ยกลับ

“ข้าจะไปรู้ไหม!” แล้วตวัดดาบลงไหล่ของมือปราบที่เข้าใกล้พวกเขา

ทั้งหมดเริ่มวิ่งเพื่อให้หลังได้ชิดกัน เสียงกระซิบจากชายร่างใหญ่ดังขึ้น

“เอายังไงต่อ”

“เปิดทางแล้วเผ่น” ฟ่านเหลียนเอ่ยเสียงเรียบ จนชายผมสีน้ำตาลแดงร้องขึ้นว่าได้ยินถูกหรือไม่

“หะ”

“ไม่หะแล้วไป!” สิ้นเสียงทั้งสามคนก็กระโจนตวัดอาวุธจนคมมีดกรีดมือปราบทั้งหลายที่จะรุมทำร้ายจนเลือดซิบ ฟ่านเหลียนใช้ง้าวยาวปัดคมดาบใหญ่ที่ดูไม่ค่อยเเข็งแรงเท่าเขานัก..

แหงล่ะ..ง้าวเขาคมขนาดนี้

แต่เรื่องพละกำลังนั้น…

‘น่าจะเหนือกว่าเล็กน้อย ทำยังไงดี..’ เหงื่อซึมตามขมับเพราะภายในหัวมัวแต่คิดวิธีทำให้หลุดจากวงล้อมจนชายร่างใหญ่ เตะฝุ่นใส่เขา

“อย่าเหม่อจะได้ไหม! อยากตายรึไงเจ้า!” สิ้นฝุ่นที่คลุ้งตรงหน้าเหมือนพระแม่หนี่วาประทานพรให้เขาฉุดคิด เอ๊ะ..หรือจะเป็นเพราะชายผู้นั้นต่างหากที่ทำให้เขาฉุดคิด รอยยิ้มยกขึ้นก่อนวิ่งถอยหลังแล้วไถลคว้าดินวิ่งสาดใส่เหล่ามือปราบ

“เฮ้ย! เจ้าทำอะไร” ชายผมสีน้ำตาลแดงเอ่ยแล้วถอบตั้งรับเมื่อเห็นว่ามือปราบทุกคนที่โดนเศษดินต่างขยี้ตากันพัลวัน

“ตอนนี้ล่ะ เร็ว!” ฟ่านเหลียนหันด้ามไม้ของง้าวฟาดเข้าที่ตัวไหล่และศีรษะของมือปราบจนล้มนั่งลง ก่อนสะบัดตัวให้เท้าเตะที่อกจนหงายผึ่ง เมื่อเหลือบมองอีกสองคนเห็นว่าจัดการได้แล้วจึงตัดสินใจวิ่งออกไปยังนอกเมือง..

“สู่อิสระอันไกลพ้น...”

“พ้นบ้านเจ้าสิ! หยุดแหกปากแล้วรีบวิ่งไปได้แล้ว!” ฟ่านเหลียนหันไปพูดแล้ววิ่งลัดเลาะไปตามป่าเพื่อออกจากที่นี่ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ชายทั้งสองวิ่งตามมาติดๆจนเขาหันดูแล้วพูดอีกรอบ

“พวกเจ้าจะไปไหน”

“ข้าไม่รู้จะไปไหนข้าก็เลยตามเจ้าไป...” ชายผมสีน้ำตาลแดงพูดอย่างไม่ยี่หร่ะในขณะที่วิ่งไป.. ส่วนชายร่างใหญ่อีกคนเพียงนิ่งเงียบเหมือนครุ่นคิดก่อนจะตอบกลับ

“ข้าด้วย”

“เอ้อ! งั้นก็ตามมาให้หมด”

วิ่งจนผ่านแนวป่า เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ใส่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เห็นแล้วเขารู้สึกอยากกระโจนงน้ำแทบใจจะขาด มือทั้งสองกุมเข่าแล้วเหลียวมองทางที่วิ่งมา

“พวกเขาอาจจะไม่ตามพวกเราแล้ว” ทั้งสองคนจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

“แล้วเด็กสองคนนั้นล่ะ..” ทั้งหมดมองหน้ากันแล้วกระพริบตาปริบๆ

“งั้นก็สุดแต่วาสนาแล้วกัน” ฟ่านเหลียนถอนหายใจแล้วโยนถุงเงินให้กับทั้งสองคน ก่อนผิวปากเรียกเฟยหรง อาชาสีขาวบริสุทธิ์แต่ประวัติกับไม่บริสุทธิ์เหมือนสีตัวเลยสักนิด เมื่อมันมาถึงเขาจึงรีบกระโดดขึ้นไปในทันที

“เพ่ย! แล้วพวกข้าเล่า”

“อีกไม่นานก็ถึงเจียงเยี่ยแล้ว ข้าเหนื่อย ข้าจะขี่ม้าไป ข้าผิดตรงไหน..”

“ไม่ใช่! ข้าหมายถึงแล้วพวกข้าเล่าจะไปยังไงต่อ”

“ข้าขี่ม้าเหยาะๆพวกเจ้าก็เดินตามมาซี” ฟ่านเหลียนเอ่ยก่อนซบลงที่หัวเฟยหรง

“เอาเปรียบ..”

“นี่ม้าข้า ข้าเอาเปรียบตรงไหน ก็สิทธิ์ของข้าที่จะขี่มัน”

“โว้ย! ข้าไม่พูดแล้ว”

“ดี หัดเงียบๆอย่างเขาบ้างข้ารำคาญ”

ตลอดเส้นทางถึงแม้ชายในผมสีน้ำตาลแดงจะบอกว่าตนจะเงียบและไม่พูด แต่กระนั้นในการเดินทางก็ไม่ได้เงียบอย่างที่คิดไว้ คนบอกไม่พูดก็ยังบ่นต่อไป จนเขาอยากเอาดินยัดปากเสียเหลือเกิน อีกคนก็ได้แต่ถอนหายใจเป็นพักๆ แล้วเดินตามเงียบๆ จวบจนถึงเจียงเยี่ยแล้วจึงเอ่ยลาเพื่อแยกทางกัน

“เฮ้อ...งั้นต่อไปก็ต้องไปหวยหนานสินะ” เขางึมงำพลางเกาะคอเฟยหรงเบาๆ เฟยหรงเพียงไหวหางเบาเหมือนรอคำสั่งเจ้านาย

“ไปท่าเรือกันเถอะ”

“ฮี้..” (ขอรับ)

บริจาค : หีบ 1500 ตำลึง 2 กล่อง




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +35 เงินตำลึง +3500 ชื่อเสียง +555 ความหิว -28 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 35 + 3500 + 555 -28 + 8 สำเร็จเควสกึ่งหนึ่ง

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1000
x15
x30
x18
x4
x4
x200
x200
x200
x80
x14
x15
x400
x200
x200
x4
x199
x209
x1
x2
x20
x5
x215
x8
x20
x230
x275
x4
x3
x31
x86
x15
x15
x1
x8
x2
x5
x11
x5
x1050
x16
x35
x162
x268
x96
x124
x21
x74
x3
x74
x7
x4
x7
x144
x62
x3
x88
x3
x200
x25
x140
x136
x289
x120
x2
x28
x10
x92
x320
x439
x192
x327
x255
x1970
x410
x452
x2635
x200
x260
x2408
x107
x437
x85
x10
x876
x178
x1
x191
x125
x2990
x363
x30
x236
x3422
x1
x1
x1
x348
x10
x30
x2
x50
x5000
x5620
x2
x300
x34
x15
x20
x300
x1
x3330
x50
x42
x10
x114
x326
x110
x24
x10
x30
x25
x40
x7
x5
x3
x206
x24
x44
x7
x10
x20
x14
x30
x10
x25
x29
x54
x1
x1
x20
x8
x15
x26
x4
x180
x15
x45
x1

137

กระทู้

1425

โพสต์

22หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
773462
เงินตำลึง
1068213
ชื่อเสียง
69821
ความหิว
731

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
6178
ความชั่ว
318
ความโหด
2337
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-8-24 13:18:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[เมืองนี่มันยิ่งกว่าที่ปอมเปอีอีกนะ]

     ร่างบางในสุดสีเขียวอ่อนที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและลอยขาดวิ่นจากการต่อสู้ยังคงวิ่งไล่ตามร่างสีดำของเจ้าหมาป่าสีทมิฬต่อไปอย่างไม่ลดละเเม้ว่าตัวเธอจะเหนื่อยจะเเทบจะขาดใจก็ตามที แต่เธอจะมายอมหยุดโดยที่ยังไม่เจอคนที่เธอต้องกาจะพบไม่ได้ ร่างบางวิ่งลัดเลี้ยวตามเจ้าหมาป่าสีทมิฬไปก่อนที่มันจะพาเธอมาหยุดที่บริเวณกลางเมืองที่น่าจะเป็นย่านการค้า ที่นี่นั้นนอกจากพวกเธอก็ยังคงมีชาวบ้านคนอื่นๆอาศัยอยู่หากแต่คนที่อยู่ในบริเวณนี้ก็มีสีหน้าหวาดกลัวฉายออกมาอย่างชัดเจน ถึงขนาดที่ว่าเธอเดินตัวเปื้อนเลือดเข้าไปในหมู่คนก็แทบจะไม่มีใครสนใจเธอเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าการเดินตัวเปื้อนเลือดไปมานี่มันจะกลายเป็นภาพคุ้นชินของคนในเมืองนี้ไปเสียแล้วกระมัง


     “แบบนี้มันเเย่ที่สุด รู้สึกไม่ดีสุดๆเลย”เธอเอ่ยพึมพัมออกมาแล้วก้มลงมามองหย่งจวินที่หันซ้ายหันขวามองหากลิ่นที่มันตามต่อไป ด้วยเพราะบริเวณนี้มีคนเยอะด้วยจึงจำเป็นจะต้องใช้เวลาเล็กน้อยในการเเยกกลิ่น


     ซึ่งในระหว่างที่รอเจ้าหย่งจวินดมตามหากลิ่นจางฝูนั้นก็เพียงขยับมือมาจับกระชับอาวุธที่เอวแน่เพื่อว่าจะเกิดอันตราขึ้นหรือโดนลอบกัดแบบเมื่อครั้งในป่าอีก นอกจากใบหน้าหวาดกลัวของผู้คนแล้วสิ่งที่ทำให้เมืองนี้แตกต่างจากที่อื่นๆคือผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองนี้ล้วนแล้วแต่เปลื้องผ้าเดินกันไปมาอย่างไร้ซึ่งความอายหรือถ้าเปลื้องไม่หมดก็จะมีผ้าชิ้นเล็กๆบางๆใส่ห่มปกปิดส่วนลับไว้เท่านั้น


      “สภาพนี่มันน่าอดสูเสียยิ่งกว่าต่อที่ข้าไปอยู่ปอมเปอีอีกนะเนี่ย” เธอเอ่ยแล้วคิดย้อนไปถึงตัวเองเมื่อครั้งยังอยู่มนบ้านลูดัสและต้องแต่งกายแบบทาสนักสู้ที่เรียกว่าจะเเต่งหรือไม่เเต่งก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ก็ต้องขอบใจที่บ้านลูดัสนะที่มันทำให้เธอชินชากับส่วนอ่อนไหวของบุรุบางที่เดินโตงเตงไปมาในเมืองเเห่งนี้ด้วย ‘ข้าหนีไม่พ้นไอ้โตงเตงน่าสะอิดสะเอียนพวกนี้จริงๆสินะ ขอให้เทพเทพีที่เห็นโปรดอภัยให้ข้าด้วยข้า ไม่ตั้งใจที่จะดูจริงๆ’


      วูฟฟ..


      เสียงเห่าเรียกเบาๆของเจ้าหย่งจวินเรียกให้เธอหันไปมองเล็กน้อยพร้อมกับร่างสีดำข้างๆที่หันไปมองไปยังเส้นทางอีกทางหนึ่ง ดุทางมันน่าจะตามกลิ่นเจอแล้ว “ไปกันต่อเลยหย่งจวิน”


      ร่างทั้งสองออกวิ่งไปตามเส้นทางในย่านการค้านั้นอีกครั้ง หากเเต่ในคราวนี้เธอวิ่งมาได้ไม่นานก็ต้องหยุดเมื่อจู่ๆมีร่างของชายสามคนเดินเข้ามาขวางทางเธอไว้ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเดินก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทีคุกคามสุดๆ


      กรร….


      เสียงขู่ของเจ้าหย่งจวินดูท่าจะไม่ได้ลอยเข้าหูเจ้าชายคนนั้นเลยแม้เเต่น้อยเพราะมันนั้นย่างสามขุมตรงมายืนยังเบื้องหน้าพร้อมกับมือสากยื่นมาไล้ไปรอบกรอบหน้าเธอเบา


      “คนงาน เจ้าคงมาใหม่ ไม่รู้รึอย่างไรสตรีเมืองนี้ต้องเปลื้องผ้าเดินในเมือง”มันเอ่ยพรางสอดส่ายสายตาสำรวจไปยังสัดส่วนร่างกายเธอโดยแทบจะไม่มีอาการปกปิดเลยสักนิด พร้อมกับมือซนๆของมันที่ขยับมาจับปอยผมของเธอที่ตกลงมาก่อนจะโดนมือของเธอปัดออกอย่างลำคาน


      “ท่าทางจะดุเสีย ลูกพี่ เขาว่าสาวดุมักจะเด็ด”เสียงของชายอีกคนเอ่ยพร้อมกับเดินอ้อมมาทางด้านหลังของเธอช้าๆ


     “เด็ด ก็เด็ดเลยสิเสียเวลาทำไม”


      แคว๊กก!!!


      “อ่ะ พวกเเก”


      สิ้นเสียงเอ่ยของหนึ่งในสามเสื้อของเธอก็ถูกมือของใครสักคนในกลุ่มนั้นดึงกระชากอย่างแรงจนเสื้อเธอนั้นถึงกับขาดติดมือไป จนทำให้ปกเสื้อของเธอเปิดตกลงมาจนเกือบจะเห็นอกดีที่เธอสามารถที่จะคว้าปลาเสื้อที่ตกลงมาได้ทันจึงทำให้พวกมัไม่ทันจะได้เห็นส่วนยอดอก และด้วยความตกใจที่ทำให้สติยังไม่กลับคืนมาเปิดโอกาสให้ชายอีกคนคว้ากระชากชายกระโปรงจนฉีกข้าจนถึงขาอ่อนก่อนที่มันจะถูกลูกถีบลุ้นของเธอถีบเข้าไปเต็มเบ้าหน้าพร้อมกับร่างบางของจางฝูที่ดีดตัวกระโดดหลบออกมาจากวงล้อม


      “จะเอาแบบนี้ใช่ไหม อุส่าใจเย็นแล้วนะ”เธอกัดฟันพูดอย่างหงุดหงินเเล้วคว้าเอาเศษชายเสื้อที่ขาดนั้นตวัดขึ้นมาผูกเป็นปมทำเป็นชุดเกาะอกเอาไว้แบบที่เธอเคยใส่ ‘ใส่แบบนี้ก็สบายดีเหมือนกันนะ ที่นี่แหละพวกเเก’


     “หย่งจวิน จัดการเลย”เสียงตะโกนสั่งราวสัญญาณที่บอกให้เจ้าหมาป่าสีทมิฬที่ยืนรออยู่เข้าโจมตีได้เลยพร้อมกับร่างสีดำใหญ่ของหมาป่าโตเต็มวัยจะกระโจนเข้าใส่ร่างของหนึ่งสามคนนั้นพร้อมกับตะปบกัดไปมาอย่างนึกแค้นใจที่พวกมันบังอาจทำกับเจ้านายมันเช่นนี้


     ในขณะที่พวกมันกำลังตกใจเธอก็ไม่ปล่อยในโอกาสหลุดลอยร่างบางพุ่งเข้าใส่วกนั้นอย่างเร็วพร้อมกับหมัดหนักเงื้อต่อยเสยปลายค้างของชายคนหนึ่งอย่างเเรงจนฟันกระเด็นหลุดออกมาพร้อมเลือดก่อนที่ที่เธอนั้นจะหมุดตัวกวาดขาเตะเข้าไปที่ลำคอของอีกคนจนสลบคาเเข้งและล่วงลงไปกองที่พื้น


      “หึ น่ารำคาญ หย่งจวินเราไปกันต่อเถอะ” เธอเอ่ยพร้อมกับหันไปมองเจ้าหย่งจวินก่อนที่พวกเธอนั้นจะออกวิ่งต่อไป...


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -76 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -76 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ม้าเทพอูซุน
ไข่มุกราตรี
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x177
x43
x800
x2
x17
x25
x80
x100
x50
x600
x200
x3
x8
x4
x160
x1
x400
x3
x100
x3
x600
x600
x200
x90
x30
x220
x3
x59
x600
x400
x200
x5
x400
x1200
x75
x3
x30
x600
x4
x100
x1185
x2
x200
x200
x28
x4
x600
x40
x2
x10
x60
x58
x4
x250
x19
x600
x32
x40
x200
x100
x800
x204
x3
x600
x712
x200
x16
x200
x21
x600
x4
x1000
x400
x800
x30
x600
x40
x4
x5
x29
x400
x74
x1
x4
x1680
x1
x3
x435
x735
x57
x975
x3
x5
x6
x70
x2
x133
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x1
x136
x300
x75
x1
x15
x15
x2
x49
x6
x651
x410
x1500
x132
x218
x261
x260
x260
x400
x215
x70
x325
x360
x30
x110
x346
x720
x1
x23
x536
x4
x350
x90
x266
x257
x520
x923
x129
x1
x22
x714
x390
x2
x2
x509
x386
x320
x158
x5225
x1092
x350
x233
x49
x42
x17
x49
x18
x320
x1162
x6
x1764
x810
x340
x1
x4
x28
x1
x8
x131
x241
x668
x4800
x53
x12
x134
x1
x446
x140
x5400
x8
x327
x630
x500
x35
x2
x3
x260
x5
x40
x141
x2
x4500
x546
x1340
x730
x108
x195
x107
x8
x48
x482
x7
x38
x3
x2
x7
x137
x5
x10
x15
x4
x147
x263
x500
x2
x51