ดู: 1382|ตอบกลับ: 44

{ เมืองฉางอัน } จตุรัสกลางเมือง | ลานฉางเล่อ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-2-15 19:16:00 |โหมดอ่าน
 



จตุรัสกลางเมือง | ลานฉางเล่อ

{ เ มื อ ง ฉ า ง อั น }








【 จตุรัสกลางเมือง | ลานฉางเล่อ 】

ลานหินลาดขนาดใหญ่ใจกลางจตุรัสฉางอัน

เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสำคัญตลอดปี

ไม่ว่าจะการแสดงในวันสำคัญ งานประลอง การประกวดความสามารถ

ล้วนถูกตระเตรียมขึ้นที่ลานกว้างแห่งนี้ เรียกได้ว่า เป็นความคึกคักแห่งนครหลวง





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

1303

กระทู้

4673

โพสต์

71หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19576334
เงินตำลึง
27700
ชื่อเสียง
305319
ความหิว
2457

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ด

คุณธรรม
25938
ความชั่ว
8409
ความโหด
54203
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2018-2-16 18:20:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-2-16 23:30

ฤดูแห่งการรอคอย

80

เปิดเวทีเทศกาล

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

恭祝健康、幸运,新年快乐。
gōng zhù jiàn kāng.xìng yùn,xīn nián kuài lè.
กง จู้ เจี้ยน คัง ซิ่งอวิ้น ซินเหนียน ไคว้ เล่อ
ขอให้แข็งแรงโชคดี มีความสุขในวันปีใหม่

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙


=========================================

{ แฟลชแบ็คคืนข้ามปี }   
หลังร่วมทานอาหารกันพร้อมหน้ากับครอบครัวอาจารย์ที่จวนซื่อหม่า หลิงเฮ่าจึงได้ทราบว่าหลี่หลิงนู สตรีชาวยุทธ์ผู้นั้นได้กลับกลายมาเป็นจิตรกรฝึกหัดในสักกัดของอาจารย์หญิงตน ‘จั๋วเหวินจวิน’ ไปเสียแล้ว นับเป็นเรื่องแปลกอีกขนานในคืนวันสิ้นปี

     ‘ละคมดาบมาจับพู่กัน นางเองก็คงเบื่อการฆ่าฟันเช่นกันสินะ’ ท่ามกลางรอยยิ้มที่อบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศอันเป็นมงคล อาจารย์หญิงของเขาทำขนมเหนียนเกาที่พ้องกับคำว่า ‘สูงขึ้นทุกๆปี (ก้าวหน้าขึ้นทุกๆปี)’ มาแจกจ่ายให้กับคนในจวน ตัวขนมทำจากแป้งข้าวเหนียวตำจนนุ่มหนึบแล้วใส่ฟักทองนึ่ง รสชาติแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ซื่อหม่าเซี่ยงหรูนำสุราถูซูชั้นดีออกมาดื่มแกล้มกับเป็ดย่างรสกลมกล่อม

     แต่ที่หลิงเฮ่าชื่นชอบที่สุดเห็นจะเป็นธรรมเนียมการทานเกี๊ยวอวยพรข้ามปี ท่านอาจารย์สั่งเตรียมอาหารไว้จำนวนมากเพื่อชวนลูกศิษย์ ‘อยู่เฝ้าปี’ เป็นวัฒนธรรมความเชื่อที่มีมายาวนานแต่โบราณ โดยผู้คนจะกลับสู่ภูมิลำเนาญาติมิตรพร้อมหน้าส่งท้ายปีเก่า โดยเชื่อว่าจะเป็นการต่ออายุให้บิดามารดาอีกหนึ่งปี ‘ไม่นอนตลอดคืน อยู่จนฟ้าสาง เรียกว่าเฝ้าปี - โจวชู่, ราชวงศ์ฉิน’ อีกทั้งคำว่านอนหลับยังพ้องกับคำว่า ‘ความลำบาก,ยากจน’ การไม่นอนในคืนข้ามปีเพื่อแก้เคล็ดหนีความลำบากยากจนด้วยการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลานั่นเอง


     เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ท่านอาจารย์จึงสั่งยกชามเกี๊ยวร้อนๆ พร้อมเหนียนเยี่ยฟาน(อาหารคืนส่งท้ายปีใหม่) ที่ถูกนำไปไหว้บรรพบุรุษแล้ว มาให้ทุกคน พวกเขาฟังเสียงประทัดไป ดื่มกินกันจนอิ่มแปล้โดยไม่ลืมกัดเกี๊ยวเสี่ยงทาย

     ประเพณีการกินเจี่ยวจือ 饺子 หรือเกี๊ยวต้มในวันตรุษจีนเริ่มเป็นที่นิยมกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ โดยคนในครอบครัวจะต้องห่อเจี่ยวจือให้เสร็จก่อนเที่ยงคืนของวันสิ้นปี รอจนยามที่เรียกว่า 子时 -จื่อสือ ซึ่งเป็นเวลาประมาณ ก่อนเที่ยงคืนของวันถัดมาก็จะเริ่มรับประทานกัน และเป็นเวลาเริ่มต้นวันใหม่ของปีใหม่พอดี การทานเจี่ยวจือจึงมีความหมายว่า ‘เปลี่ยนปีเชื่อมเวลา 更岁交子’ เพราะคำเรียกอาหารชนิดนี้饺-เจี่ยวก็ออกเสียงคล้าย 交-เจียว ซึ่งมีความหมายว่าเชื่อมต่อกัน และ 子-จื่อ ก็คือ 子时 -จื่อสือนั่นเอง
      
       นอกจากนั้น การรับประทานอาหารชนิดนี้ยังมีความหมายสำคัญของการรวมตัวของคนในครอบครัวอีกด้วย เมื่อแป้งที่ห่อไส้เรียกว่า 和面-เหอเมี่ยน คำว่า 和 พ้องเสียงกับคำว่า 合-เหอ ที่แปลว่าร่วมกัน และ 饺-เจี่ยว ก็ออกเสียงคล้ายกับคำว่า 交 ที่มีอีกความหมายว่า มีความสัมพันธ์ต่อกันด้วย

            การที่เกี๊ยวเป็นอาหารสำคัญที่ไม่อาจขาดได้ในวันตรุษจีน ยังมีเหตุผลมาจากรูปลักษณ์ของเจี่ยวจือ ที่เป็นรูปทรงคล้ายเงินในสมัยโบราณ การรับประทานเจี่ยวจือ จึงเหมือนการนำเงินทองเข้ามาสู่ตัว
      
       ไส้ในเจี่ยวจือก็ยังสะดวกต่อการบรรจุสิ่งที่เป็นมงคลลงไปให้เป็นความหวังต่อคนที่รับประทานด้วย เช่น ลูกกวาด ถั่วลิสง พุทราแดง เม็ดเกาลัด เหรียญเงิน โดยคนที่กัดเจอลูกกวาด ชีวิตในปีใหม่ก็จะยิ่งหอมหวาน ในขณะที่ถั่วลิสงมีความหมายว่าแข็งแรงและอายุยืนนาน ส่วนพุทราแดงและเกาลัด ก็จะมีบุตรภายในปีนั้น และหากกัดเจอเหรียญเงินก็จะยิ่งร่ำรวยเงินทอง

     หลิงเฮ่านั้นกัดเจอทั้งลูกกวาดและเกาลัด...ท่านอาจารย์หญิงสัพยอกเข้าให้ว่าเห็นทีปีนี้ชีวิตของเขาจะหวานชื่นพบคนงามรู้ใจ จนเมื่อเขาเจอลูกกวาดสามลูกติดกัน… ท่านอาจารย์ถึงกับตบโต๊ะหัวร่อเข้าให้ว่าเห็นทีผู้เฒ่าจันทราจะ ‘เอ็นดู’ เขาเป็นพิเศษ..

    “谨祝新年快乐幸福,大吉大利。
‘ปีใหม่นี้ประสบความสุขสวัสดิมงคล’ เอ้าหลิงเฮ่า! เจ้าไปพักผ่อนได้ ฮ่าๆๆ”
ซื่อหม่าเซี่ยงหรูปล่อยให้ลูกศิษย์ผู้ถูกกลั่นแกล้งไปนอนพัก ทว่าหลิงเฮ่ายังคงมีเรื่องหนึ่งที่ค้างคาในใจ…

‘เทียน...นี่ก็ผ่านไปอีกปีแล้วทำไมเจ้ายังถึงไม่กลับมา’

=========================================

     การอยู่ข้ามปีทำให้ลูกบ้านจวนซื่อหม่าผลัดเวลาตื่นมาเป็นยามสาย สำหรับหลิงเฮ่าแน่นนอนว่าเลื่อนมาเป็นยามเที่ยงแทน… ท่านอาจารย์ให้พ่อบ้านโจวมาปลุกเขาอยู่สามรอบ นักกวีหนุ่มผู้บอบบางยังคงรักใคร่ปรองดองกับผ้านวมลายลูกหมู รอบที่สี่...ท่านอาจารย์จึงมาลากศิษย์บังเกิดเกล้าลงจากเตียงด้วยตัวเอง วันแรกของปีสิ่งที่ต้องทำคือการเดินสายอวยพร พบปะมิตรเกลอแลกผลไม้ถ้อยคำมงคลเพื่อให้ประสบแต่โชคลาภวาสนากันตลอดปี

    จะมามัวหลับเป็นหมูตายไม่ได้!!!

    หลิงเฮ่าติดตามอาจารยออกเดินสาย เข้าจวนนี้ แวะจวนนั้นล้วนเป็นขุนนางคนใหญ่คนโต ชายผมเงินคล้ายย้อนกลับไปในสมัยอยู่เจียงเยี่ย เพียงแต่ต่างกันที่วันปีใหม่จะมีผู้คนมาอวยพรท่านปู่เขาถึงจวนเสิ่นเท่านั้นเอง เดินสายจนถึงยามค่ำ ท่านอาจารย์พาอาจารย์หญิงออกเที่ยวนครฉางอัน เทศกาลเก็บเกี่ยวปีนี้คึกคักกว่าที่เคยเป็นผลมาจากสงครามทางตอนเหนือยุติลงแล้ว พืชพรรณอุดมสมบูรณ์ ชาวประชาเปี่ยมสุขกันทั่วแคว้น ญาติมิตรได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้า

     หลิงเฮ่าเปลี่ยนมาสวมชุดแดงดูสดใสผิดหูผิดตามือเรียวข้างหนึ่งจูงเยี่ยซาและเพื่อนตัวใหม่ของมันเดินชมละครงิ้ว แขนอีกข้างช่วยอาจารย์หญิงหิ้วขนมปีใหม่ไว้แจกเด็กๆรายทาง หลงหยาบินอยู่เหนือพวกเขานานๆครั้งจะโฉบลงมาจิกถังหูลู่แย่งเจ้าม้า ท่านอาจารย์ถูกเชิญไปที่จตุรัสกลางนคร ฟังว่าท่านเจ้าเมืองจัดเวทีแสดงตลอดทั้งคืนขึ้นที่ลานฉางเล่อ ให้ชาวเมืองฉลองปีใหม่กันอย่างยิ่งใหญ่คึกคักมากทีเดียว

     แรกเดินเข้าสู่จตุรัสที่ลาดด้วยแผ่นหินกว้าง ยามนี้ใจกลางลานมีเวทียกพื้นขนาดมหึมา คณะเชิดสิงโตขึ้นแสดงอย่างสุดความสามารถ ลำตัวสิงโตขยับเคลื่อนไหวเปี่ยวชีวิตชีวา เสียงปะทัดดังประกอบกับผู้ชมปรบมือ โยนเงินรางวัลขึ้นบนพื้นเวทีเกรียวกราว ถัดมาคือการแสดงละครหุ่นมีเด็กน้อยตัวกลมแก้มแดงสวมเอี้ยมแดงคล้ายกุมารของเหล่าเทพออกมาร้องเพลงอวยพร
     
สวัสดีปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ สวัสดีปีใหม่
อวยพรทุกท่าน สุขสันต์วันปีใหม่
พวกเราร้องเพลง พวกเราเต้นรำ
เพื่ออวยพรทุกท่านสุขสันต์วันปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ สวัสดีปีใหม่
อวยพรทุกท่าน สุขสันต์วันปีใหม่
พวกเราร้องเพลง พวกเราเต้นรำ
เพื่ออวยพรทุกท่านสุขสันต์วันปีใหม่

     การแสดงชุดนั้นจบลง แม่งานก็เข้ามาพูดคุยกับท่านอาจารย์ หลิงเฮ่าที่หยุดยืนอยู่ไม่ห่างนักจึงได้ยินไปด้วยว่า “แย่แล้วใต้เท้า...คนดำเนินงานและนักแสดงของเรายังมาไม่ถึงเช่นนี้แก้ไขอย่างไรดี!”

     ‘มิน่าล่ะ...เวทีถึงว่างเปล่า’ หลังจากเด็กน้อยชุดนั้นยังไม่มีการสแดงชุดถัดไปหมุนเวียนขึ้นมา เกิดเหตุขัดข้องเช่นนี้ในเทศกาลใต้เท้าผู้จัดงานคงจะเสียหน้าสินะ ไม่ทันไรท่านอาจารย์ก็หาทางออกได้ด้วยการส่ง ‘เหยื่อ’ อย่างศิษย์รักขึ้นไปรับหน้าแทน เสิ่นหลิงเฮ่าใบหน้าเรียบตึง เขามาชมเทศกาลไม่ใช่มาแสดงเองปั๊ดโถ่!!

     เวทียกสูงนั้นกว้างใหญ่กว่าที่คิด แค่ก้าวขามาถึงในกลางก็สามารถมองเห็นอัฒจรรย์โดยรอบลาน โคมแดงจไนวนมากถูกประดับเปลี่ยนให้ค่ำคืนที่มืดมิดสว่างราวกับเวลากลางวัน เมื่อขึ้นมาแล้วก็จำต้องแสดง… ดวงตาสีอำพันเคลื่อนไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ยังดีที่ตนพกกู่ฉินมา บุรุษผมเงินในชุดเอวสอบสีแดงจึงเริ่มบรรเลงกู่ฉินพร้อมกับนำคำกลอนที่แต่งไว้ล่วงหน้าออกมาแสดง น้ำเสียงกังวานน่าฟัง รูปลักษณ์โดดเด่น กับเสียงกู่ฉินทุ้มนุ่มเคล้าคลอเข้ากันได้เป็นอย่างดี เนรมิตฉากเทศกาลราวกับภาพฝันขึ้นมา

{ข้อความประกาศบนผืนผ้า}
ชื่อ :  เสิ่นหลิงเฮ่า
รูปแบบการแสดง : ขับลำนำ
ประเภทการแสดง : ร่ายกลอนอวยพรปีใหม่ประกอบเสียงกู่ฉิน
คำเปรย : ฤดูที่รอคอยได้มาเยือน

{ เทศกาลโฮ่วซุ่ย }




“วสันต์เยือนนคราหลวง
พืชพรรณผลิผลออกรวง  
ข้ามปีข้ามพ้นหนทางเคราะห์
หวังพบรอยยิ้มที่โชติช่วง”

-เสิ่นหลิงเฮ่า-

     สิ้นสุดบทเพลงพิณและคำกลอนเสียงตอบรับจากผู้ชอบค่อนไปทางชื่นชม หลิงเฮ่าคิดจะลงจากเวทีกลับถูกอาจารย์ดันกลับขึ้นมา “เจ้าถ่วงเวลาไปก่อน!” นักกวีหนุ่มคิดส่ายหน้า เพลงเดียวคนคงเบื่อหน้าเขาแล้วต่ออีกสี่เพลงคนได้ลุกหนีหมดนี่มันงานรื่นเริง มามัวฟังเสียงฉินสงบใจได้ยังไง! “เอาหน่า! เจ้าก็หาเลือกๆ คนขึ้นมาแสดงแทนเสียก็สิ้นเรื่อง!”

     คล้ายเกิดความคิด หลิงเฮ่าออกไปประกาศเชิญชวนผู้คนโดยรอบเวทีขึ้นมาร่วมแสดงความสามารถ สร้างความครึกครื้นในเทศกาล โดยใช้เจ้าเหยี่ยวหลงยาค่อยส่งซีกไม้ไผ่ให้พสกเขาเขียนชื่อและสิ่งที่จะแสดงก่อนจะนำมาใส่รวมในกระบอกไม้ไผ่ แล้วเขย่าเสี่ยงทายดั่งเสี่ยงเซียมซีเพื่อความระทึก(?)

     “ท่านบุรุษและสุภาพสตรี! ขออภัยที่ทำให้ต้องคอยนาน การแสดงชุดแรกจากทุกท่านได้เริ่มขึ้นแล้ว ไม้แรก! จะมาพร้อมกับความตื่นเต้นเร้าใจชนิดที่ว่าทุกท่านนั่งไม่ติดที่กันแน่ๆ ฝอยมากเสียเวลา! ขอเชิญท่านพบกับ ‘หนานกงหลิวเจี๋ยและเหวินเหวิน’ มือปามีดระดับฉกาจกับเป้ามีชีวิตได้เลย!”

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ : หนานกงหลิวเจี๋ย , เหวินเหวิน
รูปแบบการแสดง : ปิดตาปามีด
ประเภทการแดง : ปิดตาปามีด ให้ผู้ช่วยเป็นเป้าคาบดอกไม้ ต้องปามีดให้โดนดอกไม้ไม่โดนผู้ช่วย โดยเน้นความหวาดเสียวเร้าใจ


     ชุดแรกจบลงไปท่ามกลางความลุ้นระทึกของ ‘เหยื่อ’ และผู้ชม นับเป็นการแสดงที่เด็กๆ ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ผู้ปกครองสมควรกรอกคำแนะนำลงหูบุตรหลาน หลิงเฮ่าเขย่ากระบอกไม้ติ้ว จับได้รายการที่สอง ‘หงอี้เจียง’ เป็นชื่อของหญิงสาวใบหน้าหวาน นับว่าใช้เบรกความนองเลือดเมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี “บุปผาคู่ควรกับสิ่งงดงาม แม่นางผู้อ่อนหวาน ‘หงอี้เจียง’ จะมาปลอบประโลมจิตใจของทุกท่านให้หายจากความระทึกด้วยการแสดงจัดดอกไม้ เชิญแม่นางหงได้เลยขอรับ”

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ :  หง อี้เจียง
รูปแบบการแสดง : จัดดอกไม้
ประเภทการแสดง : ปีใหม่ที่กำลังผลิบาน
คำเปรย : จัดดอกไม้สด โดยจัดดอกไม้เป็นการอวยพรปีใหม่


     “งดงามอ่อนหวาน ละมุนจิตละมุนดวงใจยิ่ง...ขอบคุณแม่นางหง เชิญทุกท่านที่สนใจร่วมประมูลดอกไม้แจกันนี้กลับไปประดับความสดใสที่เรือนได้เลยขอรับ!” เสียงให้ราคาดังสนั่นหวันไหวอยู่พักหนึ่ง เงินที่ได้มาจากการประมูลถูกมอบต่อแก่หงอี้เจียงทุกตำลึง หลิงเฮ่ายิ้มส่งนางก่อนจะเขย่าเลือกการแสดงต่อ “อ่า...แม่นางอีกท่านเป็นสหายของข้าเอง ความสามารถนางนอกจากวิชายุทธ์แล้วยังเชี่ยวชาญในการวาดภาพอีกด้วย ‘หลี่หลิงนู’ เชิญขึ้นมาบนเวทีนี้ได้เลย”

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ : หลี่หลิงนู
รูปแบบการแสดง : วาดภาพ
ประเภทการแสดง : วาดภาพในเทศกาลโฮ่วซุ่ย มีขนาดภาพเล็กไปจนถึงภาพใหญ่


     จบการแสดงของหลี่หลิงนู ภาพวาดที่งดงามถูกประมูลเช่นเคย หลิงเฮ่าส่งยิ้มให้กำลังใจสหายก่อนจะจับซีกไม้ไผ่ขึ้นมาประกาศต่อ “หลิงผิงผิง….เอ ชื่อคุ้นนักใครกันหนอ..” นักกวีหนุ่มยกยิ้มมองสาวน้อยนัยน์ตาเขียวที่งอนแก้มป่องเมื่อเขาแสร้งจำนางไม่ได้ “ฮ่าๆ ที่แท้เป็นผิงผิงน้องสาวคนดีของข้านี่เอง มาๆ เจ้าพาเพื่อนๆ มาเยอะเลย แบบนี้เตรียมเรื่องสนุกๆ เอาไว้แล้วใช่ไหมเอ่ย?”

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ : หลิง ผิงผิง
รูปแบบการแสดง : สัตว์เลี้ยงหรรษา
ประเภทการแสดง : แสดงความสามารถของสัตว์เลี้ยง


     การแสดงของผิงผิงถูกใจสาวๆ และเด็กน้อยมากมายทีเดียว บางคนยังมาขอเล่นกับตัวมิ้งค์ขนฟูของนาง หลิงเฮ่าพยักหน้ายิ้มส่งให้น้องสาวผิง ก่อนจะจับไม้ต่อไป เลือกได้สายเดียวกันเสียด้วย… “ทุกท่าน~ วันนี้พวกเราโชคดียิ่งจะได้ชมการร่ายกลอนกันสดสด ด้วยฝีมือของ ‘เฉินอี้’ เขาคือใครกันนะ? อาจเป็นว่าที่นักกวีชื่อดังในอนาคตก็เป็นได้ ใช่ไหม? เฉินอี้?”

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ : เฉินอี้
รูปแบบการแสดง : แต่งกลอน
ประเภทการแสดง : แต่งกลอนเกี่ยวกับเทศกาล วิถีชีวิตของคน ความรัก


     บทกลอนของเฉินอี้เป็นระดับอภิมหา….เสี่ยว เรียกเสียงหัวเราะขบขันจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี หลิงเฮ่าตบบ่าอีกฝ่าบอย่างให้กำลังใจพร้อมบอกว่า “ถ้าสนใจเดินเส้นทางนักกวีก็มาที่จวนซื่อหม่าได้ทุกเมื่อ” ก่อนจะมองส่งอีกฝ่ายลงเวทีไปพร้อมกับเขย่าเซียมซีการแสดงต่อ

     "จางฝู...อื้มบรรเลงผีผา เอ๊ะ! ไม้ตกมาสองอัน อี้หยางหลงบรรเลงเพลงขลุ่ย เชิญขึ้นมาบรรเลงร่วมเลยแล้วกัน ถือเป็นบุพเพรึเปล่านี่ฮาๆ" ซีกไม้ไผ่ตกลงมาสองชิ้นพร้อมกันแถมเป็นการแสดงดนตรีทั้งคู่ หลิงเฮ่ายิ้มมองหนึ่งชายหนึ่งหญิงที่ดูเหมาะสมกันเดินขึ้นมาบนเวที

{ข้อความบนผืนผ้า }
ชื่อ :  จางฝู , อี้หยางหลง
รูปแบบการแสดง : เล่นผีผา,เป่าขลุ่ย
ประเภทการแสดง : บรรเลงเพลงสายลมเวลา
@Zhangfu @monshippy


     ดนตรีคลอบรรเลงประสานหนึ่งเสียงผ่านลำขลุ่ยนุ่มนวล ผีผาสดใสร่าเริง เข้ากันได้เป็นอย่างดี มีบรรยากาศสีชมพูแผ่วจาง หลิงเฮ่าปรบมือแก่คนทั้งคู่ก่อนจะจับไม้ต่อไป
"ไช่...ฟ่านเหลียน อ้าว! เสี่ยวฟ่านเจ้าก็มาด้วยรึ? การแสดง.....ทุกชท่านเชิญรับชมกันเองแล้วกันนะขอรับ"

{ข้อความบนผืนผ้า }
ชื่อ : ไช่ ฟ่านเหลียน
รูปแบบการแสดง : ร่ายรำ
ประเภทการแสดง : แต่งชุดสตรีขึ้นร่ายรำบนเวที(?)
@Fanlian




    “หรั่นซินหลี่….ชื่อนี้คล้ายว่าเคยได้ยิน? อ้อ! แม่นางที่หลงป่าไปสองปีนี่เอง เชิญๆ” หลังจบการแสดงของเสี่ยวฟ่านด้านล่างเวทีโกลาหลมากทีเดียว อาจเป็นเพราะเสี่ยวฟ่านงดงามจนเกินไป (?) หลิงเฮ่าหัวเราะเบาๆพยักหน้าให้รุ่นน้อง ก่อนจะจับไม้ต่อไปขึ้นมาขานชื่อ หญิงสาวเดินแทบสะดุดขอบเวทีหลังเขากล่าวจบ นักกวีหนุ่มแก้คำด้วยการส่งรอยยิ้มงามต่างกำลังใจให้ ทำไมวันนี้มีแต่คนรู้จัก..

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ :  เฉิน ฮุ่ยเหมย , หรั่น ซินหลี่ ,ไป๋ ฟางหรง
รูปแบบการแสดง : ร่ายรำขับร้องบรรเลงเพลงกู่เจิ้ง
ประเภทการแสดง : หรั่นซินหลี่ร้องเพลง เฉินฮุ่ยเหมยร่ายรำ ไป๋ฟางหรงบรรเลงกู่เจิ้ง
คำเปรย : ขอบรรเลงบทเพลงฤดูกาลนี้ที่กลับมาเยือน..



(แยกย้ายต่อกันได้ตามสะดวก)

    จบการแสดงของสามสาว ท่านอาจารย์ก็ให้คนมาบอกว่าผู้ดำเนินงานและคณะแสดงได้มาถึงแล้ว ฝากคำชมมาว่าหลิงเฮ่าทำได้ดีมากงานหน้าอาจมีคนใหญ่คนโตมาเชิญไปเป็นผู้ดำเนินงานในเทศกาล งานสำคัญอื่นๆ อีก พาให้นักกวีหนุ่มเบ้หน้า หนนี้ถ้าไม่ใช้เพราะช่วยอาจารย์เขาจะทนยืนท่ามกลางผู้คนเช่นนี้ไหวรึ...แต่ก็สนุกไปอีกแบบ

     นับว่าการแสดงครั้งนี้ทำให้พบปะคนคุ้นเคยและรู้จักกับผู้คนมากมาย ทั้ง หงอี้เจียงผู้อ่อนหวาน เฉินอี้ที่มีแววกวี เหวินเหวินกับหนานกงหลิวเจี๋ยคล้ายจะเคยรู้จักกันมาก่อนถึงไว้ใจกันร่วมแสดง หลิงผิงผิงแทบจะขนสัตว์มาทั้งฟาร์ม  แม่นางหรั่นซิ่นหลี่ ไป๋ฟางหรง และเฉินฮุ่ยเหมยก็แสดงเข้าขากันได้เป็นอย่างดี หลังสิ้นสุดการแสดงของสามสาวหลิงเฮ่าก็สังเกตเห็นหลิงผิงผิงในกลุ่มผู้ชม ถ้าเขาจำไม่ผิดน้องสาวผู้นั้นนิสัยกล้าหาญชอบผจญภัยและยังไม่มีม้าดีดีใช้ เยี่ยซาชวนเพื่อนมาในวันปีใหม่ ฮั่นเสียตัวนั้นยังไม่มีนาย… คิดเบ็ดเสร็จก็จูงอาชาฮั่นเสียอีกตัวไปมอบให้หลิงผิงผิง สาวน้อยคล้ายเกรงใจ(?) ที่จะรับอาชาไว้จึงมอบหินอัพเกรดให้เขาหนึ่งก้อน

มอบม้าฮั่นเสียให้หลิงผิงผิง


✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙





แสดงความคิดเห็น

ที่เกรงใจความจริงคือกลัวม้า Q___Q  โพสต์ 2018-2-16 19:16

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +700 ชื่อเสียง +77 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 77 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
แหวนฮวาปี่เหยา
ชุดฮุ่ยหวางเวิงจู
ลูกกวางเงินไป๋จั๋ว
รูปปั้นเทพีวีนัส
ฮาร์ปแห่งฮาเธอร์
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x7
x26
x13
x2
x39
x37
x38
x18
x1260
x65
x16
x136
x1
x1
x2
x3
x63
x1
x15
x2
x85
x33
x888
x1
x1
x17
x2
x2
x2
x16
x1
x1
x11
x160
x70
x1
x30
x2
x5
x89
x2
x4
x3
x62
x348
x6
x11
x6
x20
x15
x46
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x28
x1
x2
x1
x3
x1
x1
x3
x1
x52
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x3
x7
x3
x310
x100
x100
x110
x125
x160
x161
x24
x32
x98
x125
x610
x240
x8
x120
x1
x7
x5
x20
x1657
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x960
x740
x2203
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1800
x903
x27
x39
x15
x100
x9
x18
x333
x1895
x261
x2025
x1305
x323
x2260
x2
x8100
x363
x89
x103
x8
x75
x146
x3275
x129
x306
x392
x2751
x2039
x20
x1670
x8
x503
x1756
x9
x1
x28
x4865
x2494
x11
x62
x7299
x51
x9999
x1805
x48
x3
x164
x15
x1043
x1
x1
x2805
x2
x1
x2425
x14
x33
x27
x681
x470
x581
x30
x156
x376
x38
x53
x6
x1180
x1503
x8209
x967
x200
x590
x200
x54
x53
x2365
x1
x1850
x2879
x5727
x672
x273
x7290
x9999
x563
x51
x90
x4277
x24
x15
x67
x179
x1000
x14
x3833
x2985
x1242
x1413
x9999
x2466
x3060
x2193
x1880
x2540
x105
x9999
x485
x1103
x129
x30
x8334
x2225
x3838
x1804
x146
x2795
x4388
x4005
x2005
x3703
x1642
x524
x2126
x518
x224
x1198
x327
x3
x24
x9
x1490
x78
x50
x4972
x840
x2
x730
x9999
x2611
x2
x35
x2139
x3548
x7097
x409
x7071
x4370
x543
x885
x1784
x637
x10
x1010
x2629
x2940
x687
x96
x3
x20
x25
x25
x32
x9
x8298
x9436
x1807
x9999
x199
x24
x8811
x20
x5805
x22
x8
x1369
x259
x24
x9
x99
x31
x9
x841
x3805
x8
x30
x207
x870
x86
x2607
x2108
x126
x18
x1437
x2578
x2353
x3
x283
x3676
x2540
x333
x7884
x514
x396
x3940
x5154
x9999
x10
x2266
x2447
x5805
x7800
x3380
x1341
x26
x3330
x905
x70
x328
x141
x2816
x2114
x9999
x41
x4356
x9999
x9999
x9999
x3155
x1929
x107
x3200
x8
x3696
x38
x3223
x4019
x755
x1
x756
x1514
x531
x951
x5145
x2254
x4685
x5004
x9999
x5756
x9999
x3109
x2225
x2034
x3256
x4204
x2422
x558
x61
x1
x25
x1929
x4301
x713
x1
x4547
x6527
x67
x9999
x674
x1393
x1065
x6468
x103
x3483
x865
x450
x102
x825
x275
x8
x181
x27
x9999
x1123
x2060
x3334
x195
x663
x454
x104
x1201
x1292
x9999
x3550
x1482
x1230
x889
x223
x9999
x1720
x9999
x129
x713
x2427
x2

4

กระทู้

38

โพสต์

2245

เครดิต

เงินชั่ง
956
เงินตำลึง
34951
ชื่อเสียง
814
ความหิว
304

ใบรับรองภาษาฮั่น

พิราบขาว
เลเวล 1
โพสต์ 2018-2-16 21:33:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NangongLiujia เมื่อ 2018-2-16 21:43


ปามีดกันเถอะ!

        จตุรัสกลางเมืองฉางอันนั้นกว้างขวางยิ่งใหญ่มากอย่างที่เขาไม่เคยพบ  ยิ่งมันถูกตกแต่งด้วยสีแดงมงคลในวันมงคลเช่นนี้ยิ่งทำให้เขาตาพร่าพราย  เสียงประทัดดังก้องไปทั่วสร้างความคึกคักในบรรยากาศเช่นนี้คณะเชิดสิงโตนำพาความสนุกสนาน  ปีใหม่ในฉางอันสุขสันต์เบิกบานกว่าที่เขาจินตนาการเสียอีก

        “เชิดได้ดีๆ” เขาอุทานชมเชยเมื่อสิงโตนั้นถูกเชิดซ้อนกันขึ้นไปสูงเกือบเท่าชั้นสอง  เมื่อการแสดงจบลงจึงโยนเงินลงไปหลายตำลึง  แถมการแสดงต่อมายังเป็นเด็กน้อยน่าเอ็นดูสวมชุดคล้ายกุมารร้องเพลงอวยพรน่ารักจนใจละลาย  

ถัดจากนั้นก็เป็นการร่ายกลอนปีใหม่ของบุรุษผมเงินผู้หนึ่ง  เสียงกู่ฉินสุขุมนุ่มนวลเข้ากับกลอนอวยพรอย่างยิ่งจนเขาต้องถอนหายใจ  เอ่ยชมเชยหนึ่งประโยครวบรัดทว่าเปี่ยมความหมาย “กลอนโดดเด่นแล้ว  คนโดดเด่นยิ่งกว่า”

บทกลอนชวนให้คำนึงถึงใจคนร่าย  เมื่อพิศคนร่ายพลันต้องถอนใจ  สามารถกล่าวว่ากลอนลุ่มลึกแล้ว ใจคนร่ายกลับยิ่งลึกกว่า  เสียดายแต่ความในที่ซ่อนในกลอนนั้นได้บอกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าป๋อหยาผู้นี้ได้พบจงจื่อชีรู้สำเนียงเสียแล้ว  น่าเสียดาย..น่าเสียดาย..

ทอดถอนใจอยู่ได้ไม่นานหลังจากจบการแสดง   นักกวีผู้นั้นก็มาหาคนขึ้นไปร่วมแสดงที่ด้านบน  ยังที่ดีพวกเขาได้ตกลงกันไว้แล้วว่าวันนี้ตั้งใจจะมาแสดงการปามีด  จึงลงชื่อไปอย่างรวดเร็วแถมยังได้ลำดับที่สองมาจากการเสี่ยงเซียมซีเสียอีก

“พร้อมหรือไม่อาเหวิน” เขาหันไปจับบ่าคนข้างๆบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจ

@WenWen


“อย่ากลัวไปเลยข้าจะระวังให้มาก  ไว้ใจข้านะ” เขายกมือขึ้นกำหมัดให้กำลังใจอีกฝ่าย  ได้ยินเสียงเรียดแล้วในใจที่สงบนิ่งมานานก็พลันเต้นระรัวอย่างห้ามไม่ได้


“ท่านบุรุษและสุภาพสตรี! ขออภัยที่ทำให้ต้องคอยนาน การแสดงชุดแรกจากทุกท่านได้เริ่มขึ้นแล้ว ไม้แรก! จะมาพร้อมกับความตื่นเต้นเร้าใจชนิดที่ว่าทุกท่านนั่งไม่ติดที่กันแน่ๆ ฝอยมากเสียเวลา! ขอเชิญท่านพบกับ ‘หนานกงหลิวเจี๋ยและเหวินเหวิน’ มือปามีดระดับฉกาจกับเป้ามีชีวิตได้เลย!”

เขาหันไปสบตากับร่างเล็กข้างตัวอีกครั้งอย่างให้กำลังใจ  ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินขึ้นด้านบนไปอย่างสง่าผ่าเผยแสร้งทำเป็นไม่ตื่นกลัว  ยิ้มให้กับคนด้านล่างเวทีอย่างสบายๆราวกับมาเดินเล่นในสวนหลังบ้านแต่ในใจกับกดดันยิ่งนัก  อาเหวินกับเขาไม่ได้ฝึกซ้อมมาก่อนดังนั้นจึงไม่เหมือนครั้งที่เล่นปิดตาปามีดกับเหล่าทหารในกองทัพของชนเผ่าเขากลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้

ดูเหมือนเหวินเหวินเองก็จะทราบจึงบีบมือชิ้นเหงื่อของเขาอย่างให้กำลังใจแล้วกระซิบเบาๆข้างหู  “@WenWen ”

เขายิ้มตอบกลับไปอย่างขอบคุณ  ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆหยิบดอกกุหลาบมาส่งให้อาเหวินแล้วขยิบตา

“ท่านผู้ชมทุกท่าน  วันนี้ข้าหนานกงหลิวเจี๋ยและเหวินเหวินสหายของข้าจะขอแสดงการปามีดที่แม่นยำชนิดที่ว่าหลับตายังปาได้ถูก  ข้าจะปามีดทั้งหมดจุด  จุดแรกคือเหนือศีรษะสหาย  จุดที่สองคือข้างใบหูซ้าย  และจุดสุดท้ายคือกุหลาบแดงที่อาเหวินคาบเอาไว้  โดยที่อาเหวินจะเป็นผู้ปิดตาให้ข้าเอง!”

เสียงฮือฮาดังมาจากด้านล่างสีหน้าผู้คนล้วนตื่นเต้นตกใจ  เขายิ้มอย่างปลอดโปร่งมองเหล่าคนดูอย่างมั่นใจหยิบมีดสั้นบางสามชิ้นขึ้นมาถือไว้  แล้วย่อตัวลงให้เหวินเหวินปิดตาได้เพราะส่วนสูงที่ต่างกันค่อนข้างมากกระซิบบอกคนที่ยืนอยู่ข้างกันไม่วายยิ้มทะเล้นให้อาเหวินเพื่ออยากให้อีกฝ่ายผ่อนคลายเช่นกัน “ข้าพร้อมแล้วล่ะเจ้าปิดตาให้ข้าเถิด  แน่นๆเลยนะ”

“@WenWen ”  อาเหวินกระซิบตอบกลับเขามา  เขาพยักหน้าหัวเราะเบาๆอยู่ในลำคอ  ใช้ประสาทสัมผัสที่ถูกขัดเกลาจนเฉียบคมจากการเอาชีวิตรอดในทะเลทรายมาใช้อย่างเต็มขีดความสามารถ   เสียงฝีเท้าของอาเหวินนั้นเขาได้ยินอย่างชัดเจน  จินตานาการได้ถึงระยะห่างที่เจ้าตัวหยุดอยู่  

ดูเหมือนว่าจะไปถึงแท่นปาแล้ว  เขาได้ยินเสียงแผ่นหลังอาเหวินเสียดสีกับแท่นปา  เสียงอาภรณ์ที่แนบไปกับแผ่นไม้นั้น  เขาหันหน้าไปด้านนั้นมือถือมีดบางๆเล่มหนึ่งขึ้นมา  เสียงคนฮือฮากระซิบกระซาบกันทำให้เขามั่นใจ  เพราะคนเหล่านั้นกำลังตกใจที่เขาสามารถหันไปยังตำแหน่งแท่นปาแถมเดินกะระยะที่ต้องปาได้อย่างถูกต้อง  

ความมั่นใจของเขาเต็มเปี่ยมแล้ว...ประสาทสัมผัสที่ถูกขัดเกลาเหนือคนทั่วไปคือความภาคภูมิใจหนึ่งของเขา  ดังนั้นเขาจะไม่พลาด

‘ฟิ้ววว!’

“ฉึก!”

เสียงมีดบินลอยแหวกอากาศพร้อมกับเสียงของมีดที่ปักลงบนเนื้อไม้  ฝูงชนสูดลมหายใจกันดังเฮือกแล้วพากันปรบมือ

“เยี่ยมมากๆพ่อหนุ่ม  ข้าหัวใจจะวายเหนือศีรษะพอดิบพอดีเลย” เสียงชื่นชมด้านล่างทำให้เขายิ่งคลี่ยิ้มแล้วปามีดบินลำดับถัดไปทันทีอย่างไม่ให้ฝูงชนได้ทันตั้งตัว

“ฉึก!!”

“โอ้ยยย!! เฉี่ยวหูไปนิดเดียว หวาดเสียวจริงพ่อคุณเอ๋ย” ผู้คนถอนหายใจอย่างลุ้นระทึก  กล่าวชมเชยกันมาอีกยก  แสดงว่าก็ไม่พลาดอีกเช่นกันเขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ  หูกระดิกเบาๆได้ยินเสียงของน้ำบางอย่างหยดกระทบ..เสียงเหงื่อของอาเหวินหยดรินลงบนพื้น  

ลำดับสุดท้ายแล้ว...อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  
มือหนาลูบไล้ตามใบมีดแผ่าเบา เขาจะไม่พลาดอย่างแน่นอน!

“ฉึก!!!”

“เย้!!!  เก่งมากเจ้าหนุ่ม!”

“ใครแพ้พนันจ่ายข้ามาเสียดีๆ ฮ่าๆๆ”

“เยี่ยมยอดๆ ขอคารวะ”

เสียงผู้คนสับสนวุ่นวาย  เขารีบกระชากผ้าปิดตาลงมามองตรงไปยังแท่นปามีดที่มีอาเหวินยืนอยู่ตรงนั้นและกำลังคลี่ยิ้มมาให้  มีดเล่มแรกตรงเหนือศีรษะพอดีอย่างหวาดเสียวแนบติดกับเส้นผมสีดำ  มีดเล่มสองฝังไว้บนแผ่นไม้ข้างใบหูอย่างแม่นยำ  ขณะที่อีกเล่มฝังอยู่ข้างใบหน้าพริ้มเพรามีดอกกุหลาบแดงปักตรงใจกลาง  

“สำเร็จแล้ว” เขาคลี่ยิ้มเบิกบานจนตาโค้งลงเป็นเสี้ยวพระจันทร์ทอประกายวิบวับอย่างยินดี  วิ่งไปกอดเหวินเหวินหนึ่งทีอย่างมีความสุข

“@WenWen ”

“ขอบคุณเจ้ามากเช่นกัน  ข้ากลัวแทบตายแล้ว” เขาหัวเราะอย่างเป็นสุข บีบไหล่อาเหวินเบาๆอย่างขอบคุณในความเชื่อใจของอีกฝ่ายทั้งที่พบกันได้ไม่นาน

“@WenWen ”

“เอาสิจบงานนี้แล้วเราไปกินเป็ดย่างกัน!” เรื่องกินเขาไม่พลาดแน่นอน  บุรุษทั้งสองหันไปโค้งขอบคุณให้กับผู้ชมด้านล่าง  รับคำชมเชยมามากมายพร้อมกับเงินที่ถูกโยนขึ้นมาด้านบนอย่างล้นหลาม  หนานกงหลิวเจี๋ยใช้ผ้าปิดตาในมือมาอ้ารับเงินที่บินว่อนอย่างเบิกบาน

สงสัยจะมีเงินจ่ายค่าเป็ดแล้วล่ะคราวนี้!
@WenWen
@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +700 ชื่อเสียง +55 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 55 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

❤❤
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขวานทอง
กลยุทธ์ซุนปิน
พัดคุณชาย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x20
x3
x1
x3
x50
x1
x40
x20
x65
x92
x24
x10
x21
x13
x19
x1
x17
x7
x3
x10
x9
x14
x3
x112
x35
x1
x1

6

กระทู้

43

โพสต์

8708

เครดิต

เงินชั่ง
2111
เงินตำลึง
16110
ชื่อเสียง
4103
ความหิว
230

ใบรับรองภาษาฮั่น

โพสต์ 2018-2-16 23:19:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อี้หยางหลง เดินออกมาจากบ่อน่ำพุร้อนสักพักก็พบว่าพลบค่ำเสียแล้วเขาเดินเล่นชมบ้านเมืองจนมาถึงจัตุรัสกลางเมืองที่ดูเหมือนว่าจะมีการจัดงานขึ้นเนื่องจากบริเวณนี้นั้นมีคนมารวมงานมาเหลือเกิน
    “เห้อ คนเยอะจังน้า"
      ปึก!!

“อ้ะ ขอโทษขอรับ อ้ะ แม่นางจาง ฝู มาทำอะไรที่นี่หรอขอรับ” เขาเอ่ยถามอีกฝ่ายแล้วโอบเอวอีกคน
@Zhangfu

“เอ่อ….” ใบหน้าของเขาและเธออยู่ใกล้กันมาก จนเขามองตาเธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์
@Zhangfu

“อะ เอ่อ ไม่เป็นอะไรหรอกขอรับ “ เขาหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ก่อนจะค่อยๆถอยใบหน้าออกมา แล้วปล่อยมือที่โอบอีกคนไว้

“เราไปงานเทศกาลด้วยกันไหมครับ”

@Zhangfu

ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินดูบรรยากศภายในงานก็ถูกใครบางคนลากทั้งคู่เข้าไปในมุมนึ่งพร้อมกับยัพู่กันจุ่มหมึกให้พวกเธอ แล้วบอกให้ทั้งคู่เขียนชื่อตัวเองลงในแผ่นไม้ไม้ไผ่ด้วยท่าทางเร่งรีบแปลกๆ
   “แค่ เป็นการร่วมสนุกในงานน่ะขอรับ ห่ะๆ”
   “ร่วมสนุกอะไรหรอครับ” อี้หยางหลงมองอย่างไม่ไว้ใจ

@Zhangfu

“เอ่อ ถ้าท่านจางว่าเช่นนั้นข้าจะลงด้วยแล้วกันนะ”
เขาเขียนลงในแผ่นไม้ไผ่แล้วยื่นไปแล้วหันมายิ้มกับจางฝู

   ในงานมีหลากหลายผู้คนขึ้นมาแสดงต่างๆมากมาย


บทกลอนของเฉินอี้เป็นระดับอภิมหา….เสี่ยว เรียกเสียงหัวเราะขบขันจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี หลิงเฮ่าตบบ่าอีกฝ่าบอย่างให้กำลังใจพร้อมบอกว่า “ถ้าสนใจเดินเส้นทางนักกวีก็มาที่จวนซื่อหม่าได้ทุกเมื่อ” ก่อนจะมองส่งอีกฝ่ายลงเวทีไปพร้อมกับเขย่าเซียมซีการแสดงต่อ

     "จางฝู...อื้มบรรเลงผีผา เอ๊ะ! ไม้ตกมาสองอัน อี้หยางหลงบรรเลงเพลงขลุ่ย เชิญขึ้นมาบรรเลงร่วมเลยแล้วกัน

@Zhangfu

“เห ข้าก็ต้องขึ้นสินะ เพลงขลุ่ยหรอ ได้สิ เจ้าจะขึ้นบรรเลงเพลงกับข้าไหม จางฝู” เขายื่นมือมาหาหญิงสาวแล้วยิ้มอ่อนโยนให้ เหมือนเป็นเรื่องสนุก
@Zhangfu

“งั้นข้าจะเริ่มก่อนแล้วเจ้าคลอตามนะ”
อี้ หยางหลงหยิบขลุ่ยไม้ไผ่ประจำตัวขึ้นมา ค่อยๆจรดริมฝีปากลงไป แล้วบรรเลงเพลงเสนาะหูเหมือนได้อารมณ์ของสายน้ำที่พลิ้วไหว แต่ก็สงบภายในเวลาเดียวกัน


จางฝูมองไปยังท่านอี้ที่เริ่มบรรเลงแล้วก้มมองไปยังมมือของตัวเองที่สั่นจนแทบจะควบคุมให้มันหยุดสั่นไม่ได้ เธอหลับลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสมาธิ รอจนถึงท่อนที่เธอต้องบรรเลงผีผารับกับเสียงขลุ่ย นิ้วเรียวค่อยบรรจงดีดลงไปบนสายผีผา เกิดเป็นเสียงเพลลงบรรเลงขานรับสอดคล้องกับเสียงขลุ่ยได้อย่างลงตัว เสียงของผีผาที่ดังอย่างแผ่งเบา นุ่นนวลชวนสบายหูทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยน ราวกับสายลมเย็นที่ผัดผ่านยอดใบไม้ยอดหญ้าในยามเช้า

เสียงขลุ่ยและผีผาสอดรับกันเป็นอย่างดีจนคนดูต่างเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีของทั้งสอง

จางฝูลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองทางชายหนุ่มที่กับลังเป่าขลุ่มอยู่ข้างก่อนที่จะลอบยิ้มออกมา นิ้วเรียวยังคงดีดไปมาบนผีผาอย่างงผลิ้วไหวก่อนที่ตัวโน๊ตตัวสุดท้ายของเธอจะค่อยเงียบเสียงลง พร้อมกับเสียงเฮของผู้ชมที่ดังกระหึ่มขึ้นนั้นทำให้เธอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกพร้อมกับโค้งให้กับผู้ชมเล็กน้อยแล้วเดินลงไปที่เบื้องล่างพร้อมกับชายหนุ่ม
    “@Zhangfu

“ข้าเองก็ตื่นเต้น แต่เจ้าเล่นไพเราะมากเลยนะ ข้าชอบเสียงผีผาของเจ้าจัง”
ชายหนุ่มเอ่ยแล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นช่อดอกไม้เล็กๆ ที่มีคนดูมอบให้เมื่อกี้ให้หญิงสาวตรงหน้

“ข้าให้เจ้า”

@Zhangfu

“คืนนี้อาจจะพักที่โรงเตี๊ยมน่ะ เจ้าล่ะ”
@Zhangfu

“งั้นพอดีเลย กลับด้วยกันไหม หรือจะอยู่รอดูการแสดงต่อ?”
@Zhangfu

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +700 ชื่อเสียง +50 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 50 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ม้าสีหมอก
กระบี่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x70
x3
x15
x11
x2
x20
x15
x42
x46
x19
x30
x63
x65
x20
x40
x45
x11
x1

208

กระทู้

1796

โพสต์

64หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
466545
เงินตำลึง
19113290
ชื่อเสียง
265938
ความหิว
245

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7014
ความชั่ว
1278
ความโหด
3676
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-2-17 00:15:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-5-20 18:58



        หลังที่จางฝูวิ่งไปส่งภาพที่จะใช้ลงประกวดเสร็จก็ทำเอาแทบหมดแรง เธอเดินถือผีผาที่พึ่งรู้ว่าถือติดตัวมาด้วยก็ตอนที่เจ้าฮุ่นจือร้องทักนั้นไปตามเส้นทางในเมืองหลวงฉางอันที่แสนจะกว้างขาว เธอเดินเล่นชมบ้านเมืองจนมาถึงจัตุรัสกลางเมืองที่ดูเหมือนว่าจะมีการจัดงานขึ้นเนื่องจากบริเวณนี้นั้นมีคนมารวมงานมาเหลือเกิน
    “ลองไปดูกันไหมฮุ่ยจือ”ไม่รอให้เจ้านกฮูกได้ตอบอะไรเธอก็พยายามที่จะเบียดเสียดผู้คนมากมายเพื่อที่จะเข้าไปด้านในแต่ก็ดันโดนใครก็ไม่กระแทนจะร่างบอบบางของเธอเซถลาหงายหลังจนไปชนเค้ากับของใครเข้าอย่างแรง


     “อ่ะ ว้ายย”


      ปึก!!


       ฮูกก(ระวังๆ)ฮุ่ยจือร้องขึ้นอย่างตกใจก่อนจะโผบินขึ้นไปเกาะอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆเพื่อใช้เป็นที่นอนชั่วคราวและหลบนอน


      “อ้ะ ขอโทษขอรับ อ้ะ แม่นางจาง ฝู มาทำอะไรที่นี่หรอขอรับ” เขาเอ่ยถามอีกฝ่ายแล้วโอบเอวอีกคน


      “อ่ะ  ท่านในตอนนั้น เอ่อ ท่านอี้ เอ่อ ขอโทษที่ชนเจ้าค่ะ เอ่อ ข้าเห็นว่าที่นี่นี่จัดงานเลยว่าจะไปดูน่ะเจ้าค่ะแต่โดนดันออกมา”เธอมองชายที่เธอไปชนพร้อมกับหน้าของชายที่เธอเคยเจอหน้าเมื่อวันก่อน ก่อนที่จะเอ่ยแล้วมองไปยังผู้คนที่เบียดเสียดกันเพื่อแย่งกันเข้าไปด้านใน


      “เอ่อ….” ใบหน้าของเขาและเธออยู่ใกล้กันมาก จนเขามองตาเธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์


์       ”เอ่อ.. ท่านอี้ เป็นอะไรรึป่าวเจ้าคะ”เธอเอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นไปโบกๆตรงหน้าชายหนุ่มที่เอาแต่จ้องหน้าเธอค้างอยู่อย่างนั้น


      “อะ เอ่อ ไม่เป็นอะไรหรอกขอรับ “ เขาหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ก่อนจะค่อยๆถอยใบหน้าออกมา แล้วปล่อยมือที่โอบอีกคนไว้  "เราไปงานเทศกาลด้วยกันไหมครับ”


       “ไปสิเจ้าค่ะ ไปคนเดียวคงไม่สนุกจริงไหมเจ้าค่ะ” เธอยิ้มหวานออกมาแล้วใช้มืออีกข้างที่ว่างขว้ามือท่านอี้พาเดินแทรกเข้าไปในฝูงชนเพื่อไม่ให้หลงกัน




      ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินดูบรรยากศภายในงานก็ถูกใครบางคนลากทั้งคู่เข้าไปในมุมนึ่งพร้อมกับยัพู่กันจุ่มหมึกให้พวกเธอ แล้วบอกให้ทั้งคู่เขียนชื่อตัวเองลงในแผ่นไม้ไม้ไผ่ด้วยท่าทางเร่งรีบแปลกๆ
   “แค่ เป็นการร่วมสนุกในงานน่ะขอรับ ห่ะๆ”


      “ร่วมสนุกอะไรหรอครับ” อี้หยางหลงมองอย่างไม่ไว้ใจ


      “เอ่อ ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมั้งเจ้าคะท่านอี้ น่าสนุกออกเจ้าคะ”จางฝูเอ่ยก่อนจะเขียนชื่อของตัวเองลงไปในแผ่นไม้ไผ่ก่อนจะยื่นส่งคืนไปแล้วหันไปยิ้มให้ท่านอี้ก่อนที่จะพากันไปหาที่นั่งเพื่อรับชมการแสดงต่างๆบนเวที พร้อมเสียงขับร้องที่ดังขึ้น






สวัสดีปีใหม่



สวัสดีปีใหม่ สวัสดีปีใหม่
อวยพรทุกท่าน สุขสันต์วันปีใหม่
พวกเราร้องเพลง พวกเราเต้นรำ
เพื่ออวยพรทุกท่านสุขสันต์วันปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ สวัสดีปีใหม่
อวยพรทุกท่าน สุขสันต์วันปีใหม่
พวกเราร้องเพลง พวกเราเต้นรำ
เพื่ออวยพรทุกท่านสุขสันต์วันปีใหม่
     เสียงร่ายกลอนเปิดงานได้จบลงพร้อมกับการแสดงรอบใหม่ได้เริ่มขึ้นต้นในทันที พร้อมชายเส้นผมสีขาวที่ดูแล้วช่างแปลกตาที่ก้าวขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับขับกลอนอย่างไพเราะจนทำเอาคนทั่งหมดที่นั่งชมการแสดงนั้นหยุดฟังกันอย่างตั้งใจ


{ เทศกาลโฮ่วซุ่ย }

“วสันต์เยือนนคราหลวง
พืชพรรณผลิผลออกรวง  
ข้ามปีข้ามพ้นหนทางเคราะห์
หวังพบรอยยิ้มที่โชติช่วง”

-เสิ่นหลิงเฮ่า-






     สิ้นสุดบทเพลงพิณและคำกลอนเสียงตอบรับจากผู้ชอบค่อนไปทางชื่นชมนั้นก็รวมถึงตัวของเธอด้วย นับมาแล้วเธอแทบไม่เคยได้ยินเพลงกลอนที่ไพเราะแบบนี้มาก่อน การแสดงวนไปเรื่อยโดยที่มีชายผมขาวนั้นเป็นผู้ดำเนินหน้าที่พิธีกรเขย่าเซียมซีเพื่อเรียกการแสดงต่อไป




     "จางฝู...อื้มบรรเลงผีผา เอ๊ะ! ไม้ตกมาสองอัน อี้หยางหลงบรรเลงเพลงขลุ่ย เชิญขึ้นมาบรรเลงร่วมเลยแล้วกัน ถือเป็นบุพเพรึเปล่านี่ฮาๆ" ซีกไม้ไผ่ตกลงมาสองชิ้นพร้อมกันแถมเป็นการแสดงดนตรีทั้งคู่ หลิงเฮ่ายิ้มมองหนึ่งชายหนึ่งหญิงที่ดูเหมาะสมกันเดินขึ้นมาบนเวที


      “เห ข้าก็ต้องขึ้นสินะ เพลงขลุ่ยหรอ ได้สิ เจ้าจะขึ้นบรรเลงเพลงกับข้าไหม จางฝู” เขายื่นมือมาหาหญิงสาวแล้วยิ้มอ่อนโยนให้ เหมือนเป็นเรื่องสนุก


    “ เอ๋ อะ...อะไรน่ะเจ้าค่ะ ข้าต้องขึ้นไปหรอ” ชื่อของเธอที่จู่ๆก็โดนเรียกให้ขึ้นไปแสดงร้องออกมาอย่างตกใจแล้วหันไปมองท่านอี้ที่นั่งอยู่ข้างๆกัน พลางนึกไปถึงชายคนนึ่งที่บอกให้เธอเขียนชื่อ ‘ร่วมสนุกที่ว่าคือนี่งั้นหรอ’


      “ข้า..กลัวนิดหน่อย” เธอลังเลแล้วมองหน้าท่านอี้ที่ยิ้มมาให่”แต่ข้าจะลองดูเจ้าค่ะ” เธอเอ่ยพร้อมลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นเวทีไป แขนทั้งสองกอดผีผาไว้แนบกายแน่นด้วยท่าทางตื่นคน 'เธอไม่เคยเล่นผีผาต่อหน้าคนมากขนาดนี้มาก่อน ซึ่งมันทำให้เธออดที่จะกังวลไม่ได้'


    “งั้นข้าจะเริ่มก่อนแล้วเจ้าคลอตามนะ”อี้ หยางหลงหยิบขลุ่ยไม้ไผ่ประจำตัวขึ้นมา ค่อยๆจรดริมฝีปากลงไป แล้วบรรเลงเพลงเสนาะหูเหมือนได้อารมณ์ของสายน้ำที่พลิ้วไหว แต่ก็สงบภายในเวลาเดียวกัน




    เธอมองไปยังชายหนุ่มที่เริ่มบรรเลงแล้วก้มมองไปยังมือของตัวเองที่สั่นจนแทบจะควบคุมให้มันหยุดสั่นไม่ได้ เธอหลับลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสมาธิ รอจนถึงท่อนที่เธอต้องบรรเลงผีผารับกับเสียงขลุ่ย นิ้วเรียวค่อยบรรจงดีดลงไปบนสายผีผา เกิดเป็นเสียงเพลลงบรรเลงขานรับสอดคล้องกับเสียงขลุ่ยได้อย่างลงตัว เสียงของผีผาที่ดังอย่างแผ่งเบา นุ่นนวลชวนสบายหูทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยน ราวกับสายลมเย็นที่ผัดผ่านยอดใบไม้ยอดหญ้าในยามเช้า
     
     เสียงขลุ่ยและผีผาสอดรับกันเป็นอย่างดีจนคนดูต่างเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีของทั้งสอง




     จางฝูลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองทางชายหนุ่มที่กับลังเป่าขลุ่มอยู่ข้างก่อนที่จะลอบยิ้มออกมา นิ้วเรียวยังคงดีดไปมาบนผีผาอย่างงผลิ้วไหวก่อนที่ตัวโน๊ตตัวสุดท้ายของเธอจะค่อยเงียบเสียงลง พร้อมกับเสียงเฮของผู้ชมที่ดังกระหึ่มขึ้นนั้นทำให้เธอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกพร้อมกับโค้งให้กับผู้ชมเล็กน้อยแล้วเดินลงไปที่เบื้องล่างพร้อมกับชายหนุ่ม


      “ตื่นเต้นมากเลยเจ้าคะ”


      “ข้าเองก็ตื่นเต้น แต่เจ้าเล่นไพเราะมากเลยนะ ข้าชอบเสียงผีผาของเจ้าจัง”ชายหนุ่มเอ่ยแล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นช่อดอกไม้เล็กๆ ที่มีคนดูมอบให้เมื่อกี้ให้หญิงสาวตรงหน้า


      “ข้าให้เจ้า”


      "ท่านก็เป่าขลุ่ยได้เพราะมากเช่นกันเจ้าค่ะ อ่ะขอบคุณเจ้าค่ะ”เธอเอ่ยพ้อมกับยื่นมือไปรับชอดอกไม้มาแล้วก้มหน้าลงสูดดมกลิ่นหอมจากช่อดอกไม้แล้วยิ้มหว