กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 271|ตอบกลับ: 8

{ เมืองซินเอี๋ย } สวนจวี๋ฮวาซั่นหลี่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-2-3 14:36:08 |โหมดอ่าน



สวนพฤกษชาติ

{ เ มื อ ง ซิ น เ อี๋ ย }









【สวนจวี๋ฮวาซั่นหลี่】

『ผกาซ้อนกลีบแต้มน้ำค้าง อรุณอ่อนหวาน ค่ำเย้ายวน』
สวนบุปผาล้อมผืนน้ำแห่งเมืองซินเอี๋ย
ความชื้นจากทะเลสาบคือความเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี
ด้วยการวางทางน้ำอย่างเฉลียวฉลาดของผู้สรรสร้าง
ชาวเมืองสามารถชื่นชมความงามของพันธุ์ไม้นานาพันธุ์
ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมยามว่าง ทั้งกลางแจ้งและในศาลา
ในบางเทศกาลเปิดให้เช่าเรือพายชมโคมลอยน้ำอย่างใกล้ชิด


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

619

กระทู้

2360

โพสต์

52หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2881476
เงินตำลึง
9426346
ชื่อเสียง
223933
ความหิว
1226

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1056
ความชั่ว
540
ความโหด
1202
♦ เหยากวง ♦
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-2-5 23:05:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-3-7 15:30

ถ้อยวจีดั่งหยก

70

เจอนกตกน้ำ

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙


         สวนพฤกษชาติซินเอี๋ย เดิมทีควรจะมีเรือให้พายเล่นชมทุ่งดอกไม้และฝูงนกเป็ดน้ำว่ายคลอเคลีย… เดิมทีควรเป็นเช่นนั้นหากอยู่ใน ‘ฤดูร้อน’ ไม่ใช่ปลายหน้าหนาวดั่งที่พวกเขามาตอนนี้

        สายตาสองคู่จับจ้องไปที่แผ่นน้ำแข็งบนผิวน้ำ หิมะเคลือบเรือพายจนแทบจะแยกไม่ออก

         “....อ่า แย่จริง” แบบนี้แม้แต่ปลาก็จับไม่ได้ นี่มันแย่จริงๆ นักกวีหนุ่มมองผิวน้ำแข็งจับตัวเป็นฝ้าหนาคาดหวังว่าจะมีปลาสักตัวโหม่งทะลุขึ้นมาได้ แต่ก็ไร้ผล “ทีนี้ก็เหลือแต่เดินเล่น?”

        “เอาไงต่อดี...” หลิวเว่ยเอ่ยขึ้นก่อนถอนหายใจ เขายังไม่เคยพายเรือด้วยช้ำตั้งแต่เกิดมา อยากจะลองพายเล่นสักครั้ง

         "น่าเสียดาย..แต่จะก่อไฟละลายน้ำแข็งเพื่อพายเรือมันก็….” เปลืองจนเกินไป เห็นท่าทีเสียดายของสหายเขาก็เก็บคำสุดท้ายเอาไว้ แต่มันช่วยไม่ได้ก็พวกเขามาถึงที่นี่ผิดเวลาไปมากโข

          “งั้นก็แบบนี้ก็น่าสนุก” หลิวเว่ยพูดขึ้นก่อนยกยิ้มมุมปาก มองสหายของเขาที่ยืนอยู่ตรงหน้าใกล้ลำธารน้ำแข็ง

          “หืม? แบบไหนกันรึ?”

          “ก็แบบนี้ไงขอรับคุณชายจิ้งจอกลามก” หลิวเว่ยพูดขึ้นก่อนผลักอีกฝ่ายลงในลำธารน้ำแข็ง และเขากระโดดตามอีกฝ่ายพลางใช้ตัวเบาคว้าข้อมืออีกฝ่ายวิ่งไถลไปตามน้ำแข็ง

         "เอ๊ะ!! ล..หลิวเว่ย!!” วูบหนึ่งที่ถูกผลักจนเสียการทรงตัวก็คิดว่าไม่พ้นลงไปนอนแบกะดินเสียแล้ว อีกฝ่ายกลับพาเขา ‘วิ่งบนพื้นน้ำแข็ง’ หวาดเสียวอยู่บ้าง…. แต่ก็เป็นความแปลกใหม่น่าตื่นเต้นมากทีเดียว “มีวรยุทธ์นี่ดีจริงๆ ล่ะนะ ฮ่ะๆ” การละเล่นแบบนี้ก็นึกออกมาได้ ช่างไม่ธรรมดา

         ในขณะหลิวเว่ยกำลังใช้ตัวเบาไถลบนพื้นน้ำแข็งโดยลากอีกฝ่ายมาด้วย เขารู้สึกว่าชายหนุ่มสหายคนนี้มีบางอย่างไม่เหมือนเดิมก่อนเอ่ยถามขึ้น “ทำไมเจ้าดูมีกำลังภายในล่ะ ถึงไม่เข้าที่เข้าทางแต่ถ้าได้ฝึกฝนเสียหน่อยก็ใช้ได้นะ” หลิวเว่ยมองอีกฝ่ายอย่างงงๆ ก่อนหน้านี้เขาจำได้ว่าหลิงเฮ่าไม่เหมือนผู้ฝึกยุทธ์แม้แต่นิดเดียว เขามองหน้าสหายโดยลืมดูข้างหน้าที่ใกล้ถึงขอบสระ

        ระหว่างกำลังเพลิดเพลิน(?) กับการสัมผัสงานอดิเรกใหม่ ความรู้สึกเวลาร่างกายแทบจะลอยคว้างไปบนผิวน้ำแข็งเรียบลื่นนี่มันบันเทิงจริงๆ หลิวเวิยก็เอ่ยถามขึ้น “กำลังภายใน?? แต่ข้าไม่เคยฝึกมาก่อน” จังหวะหันใบหน้ามองยังไม่ทันได้ตอบชายหนุ่มก็เห็นขอบสระที่ใกล้เข้ามา “ระวัง!” ไม่พูดเปล่าเขาเอียงใช้ตัวเองบังหลิวเว่ยไว้ตามสัญชาติญาณ ‘เจ้านี่ตัวเล็กกว่าข้าถ้าชนไปตรงๆต้องเจ็บมากแน่’

         หลิวเว่ยเมื่อได้ยินเสียงเตือน เขารีบหันกลับไปมองข้างหน้า เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงแล้วเขาเหวี่ยงหลิงเฮ่าให้ไถลกลับไป ก่อนสะกิดปลายเท้าไต่ขอบสระและเหยียดตัวพุ่งย้อนกลับไปทางหลิงเฮ่าที่ไถลนำหน้าไปก่อนแล้ว

          หลิวเว่ยลงยืนบนพื้นน้ำแข็งนิ่งๆ มองอีกฝ่ายไถลลำพังอย่างขำๆ

        เมื่อถูกเหวี่ยงออกวงโคจร แต่ก็พ้นหัวแตกจากการปะทะขอบสระ นักกวีหนุ่มในสภาพไร้จุดยึดเหนี่ยวพุ่งไถลไปใจกลางผิวน้ำแข็ง ขณะพยายามทรงตัวอยู่นั้น เสียงปริแตกใต้ฝ่าเท้าก็ส่อเค้าลางถึงอันตราย ‘แย่ล่ะ! กลางสระชั้นน้ำแข็งบางเกินไป…’ จะดึงเบ็ดออกมาเหวี่ยงไปพันต้นไม่ก็ตยเจอแต่ความว่างเปล่า ‘...ชิบข้าวของอยู่กับม้า…’

         เปรี๊ยะ!!

         หลิวเว่ยยืนมองอีกฝ่าย ก่อนตะโกนถาม “เจ้าไปกินอะไรมาทำไมดูลมปราณเพิ่มขึ้นราวกับคนฝึกมาสักพัก แต่กำลังภายในสะเปะสะปะเพราะเจ้าไม่ได้ฝึกโคจร ถ้าไม่ตอบข้าจะยืนมองจิ้งจอกลามกตกน้ำ !!”

ผู้ถูกใส่ความ คำก็ ‘จิ้งจอก’ สองคำก็ ‘จิ้งจอกลามก'  หลิงเฮ่ายังคงพะวงอยู่กับแผ่นน้ำแข็งใต้ฝ่าเท้า ยืนยิ้มเรียบๆ ดีนัก! ท่านผู้กล่าห่วงเอาคำตอบมากกว่าความเป็นไปของสหาย “ตั้งแต่ที่ฮั่นจงก็อยู่กับเจ้าตลอด...ข้ากินอะไร พบสิ่งใด ไม่ใช่ว่าเห็นหมดแล้ว?”

        เปรี้ยะ เปรี๊ยะ

        ยิ่งขยับ...ยิ่งร้าวกระจายเป็นวงกว้าง

         หลิวเว่ยยืนมองอีกฝ่ายบนแผ่นน้ำแข็งรอบๆ ที่เริ่มมีรอยร้าวก่อนโต้ตอบกลับไป “หลังจากหายเจ้าแอบไปกินอะไรไม่ชวนข้าหรือเปล่า ก็...ของที่เจ้ากินข้าก็กินด้วยนี่” หลิวเว่ยพูดขึ้นโดยเขาเองก็จำได้ไม่ค่อยหมดว่ามีอะไรที่หลิงเฮ่ากินแต่เขาไม่ได้กินหรือเปล่า

         “ไม่รู้สิ…” บุรุษผมเงินเอ่ยเสียงเบาก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งที่เข้าเค้าแปลกสุดก็คง…ชายหนุ่มยังจดจำรสขมฝืดคอนั่นได้ “ดีงูล่ะมั้ง...เจ้าอยากกินก็เอาสิข้าไม่หวงหรอก” มีของดีต้องแบ่งปัน...แต่อีกฝ่ายจะ ‘รับ’ จริงๆรึเห็นมีท่าทีสยองขนาดนั้นตอนรู้ที่มา

        “มีความเป็นไปได้นะ ท่านอาจารย์เว่ยบอกข้าว่าดีงูหากเป็นดีงูเขาเดียวจะช่วยเพิ่มพลังวัตรได้อย่างดี บางทีนั่นอาจเป็นส่งนั้นก็ได้ ว่าแต่เจ้ามีมากกว่าเจ็ดเม็ด(?)หรือเปล่า” หลิวเว่ยมองอีกฝ่าย ถ้าหากเขามีเพียงเจ็ดเม็ดหลิวเว่ยก็คงไม่อยากแย่ง เพราะมันอาจส่งผลร้ายต่อสหายแทนถ้าหากทานไม่ครบตามที่ท่านเจ้าบ้านอินบอก

         ชายหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ แทนการตอบ “เจ้าก็เห็น..มีอยู่เท่านั้นล่ะ”

         “ข้าความจำสั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องฝึกยุทธ์ข้าไม่ค่อยจำ…” หลิวเว่ยเบ้ปากก่อนถอนหายใจ

         ยังไม่ทันจะเอ่ยสิ่งใด ใต้ฝ่าเท้าพลันว่างเปล่า รอยร้าวกระจายไปทั่วบริเวณรุกลามเกิดเป็นวงกว้าง หลิงเฮ่าจมลงอย่างรวดเร็ว

        หลิวเว่ยเคลื่อนตัวไปยืนใกล้ๆ แผ่นน้ำแข็งที่แตกก่อนซักกิ่งไม้ที่พกติดตัวมานั่งยองๆ เขี่ยน้ำ “เจ้าชูนิ้วหน่อยถ้ายังอยู่”

         ด้วยน้ำปริมาณมากปิดกั้นทำให้เสียงที่ได้ยินนั้นไม่ชัดเจนแต่ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นป่ายปีนตามสัญชาติญาณ ‘เย็น...ทำไมปีนี้ข้าเจอแต่เคราะห์ทางน้ำ!’

          หลิวเว่ยที่เขี่ยน้ำเล่นก่อนซักกระบี่ไม้จุ่มลงไปในน้ำและตะโกน “เจ้าจิ้งจอกถ้าได้ยิน คว้ากระบี่นะ เดี๋ยวข้าพาขึ้นมา”


          น่าเศร้าที่กระบี่นั้นสั้นเกินไป อีกทั้งใต้น้ำยังเต็มไปด้วยฝ้าขุ่นมัว หลิงเฮ่าป่ายมือแปะปะจนคว้าได้รากไม้ใต้น้ำอาศัยแรงดึงตัวขั้นสู่ผิวน้ำ ขึ้นมาแล้วก็สะบัดความเปียกชื้นออกจากตัว คล้ายว่าหนนี้แปลกที่เขาไม่ได้ปวดกระดูกเท่ารอบก่อนๆ “เจ้าดูไม่แยแส...ความเป็นตายของข้าเท่าใดนัก” เมื่อขึ้นมาได้ก็พบว่าสหายยังยิ้มมองตนประสบเคราะห์นักกวีหนุ่มไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก

        อย่างน้อยซูเทียนเหมินก็ไม่เคยดูดายปล่อยเขาตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้

        หลิวเว่ยยิ้มขำมองอีกฝ่าย “ก็เจ้ารีบขึ้นมาก่อนทำไม ข้ากำลังจะกระโดดลงไปพาเจ้าขึ้นมาแล้ว” หลิวเว่ยยิ้มมองอีกฝ่ายก่อนเดินไปคว้าข้อมืออีกฝ่ายเพื่อพาไปบนฝั่ง แผ่นน้ำแข็งที่ตอนนี้น่าจะเปราะบางมากขึ้นหากมีจุดหนึ่งแตก

         “เจ้าจิ้งจอกลามกรออยู่นี่ล่ะ เดี๋ยวข้าไปหาอะไรอุ่นๆ มาให้ทาน” หลิวเว่ยพูดบอกอีกฝายหลังจากพามานั่งพักบนฝั่งแล้ว เขาก็ลุกขึ้นเดินไปทางที่มัดม้ากับต้นไม้

          “หลิวเว่ย…” เขาเรียกไว้ก่อนอีกฝ่ายจะเดินไป “เรื่องบางเรื่องข้าไม่ค่อยเข้าใจนัก ‘จิ้งจอกลามก’ ทำไมใช้คำเช่นนี้มาเรียกข้า ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนเจ้าลองเรียกคนอื่นแบบนี้ มีแต่จะโดนต่อยเอาได้”

         “มีอะไรงั้นเหรอ…. อ่อก็ตอนอยู่ฮั่นจงแม้แต่หลับเจ้ายังคิดทะลึ่งนี่สิ” หลิวเว่ยตอบอีกฝ่ายก่อนได้ยินเสียง ‘จิ้งจอกลามก' อีกเสียงมาจากบนต้นไม้ แต่ก็ถูกก้อนหินใครบางคนเขวี้ยงสิ่งนั้นตกลงมา เมื่อเธอหันไปทางก้อนหินก็เห็นเด็กกลุ่มหนึ่ง

         “นี่รังแกสัตว์แบบนี้ไม่ได้นะ !!” หลิวเว่ยดุเด็กกลุ่มนั้น ก่อนพวกเขาจะรีบวิ่งหนีไป

         นักกวีหนุ่มมีใบหน้าขรึมลง “ข้าไม่ชอบ หากไม่เปลี่ยนคำเรียก หนหน้า...ข้าไม่ตอบเจ้าแล้ว”

        “ก็ได้ข้าจะเรียกสหายจิ้งจอกแทนแล้วกันนะ” หลิวเว่ยพูดตอบตกลงอีกฝ่ายพลางอุ้มนกตัวนั้น นกตัวนั้นส่งเสียง ‘จิ้งจอกลามก จิ้งจอกลามก' ราวกับมันรู้ภาษาคนและแอบฟังเราสนทนามาสักพักแล้ว

         “นี่ข้าไม่ได้เรียกนะ” หลิวเว่ยพูดก่อนก้มมองนกน้อย ดูเหมือนเจ้านกเอี้ยงตัวนี้จะชอบคำนี้ไปซะแล้ว

        หลิงเฮ่าพยักหน้าไม่ทันไรก็ได้ยินคำแสลงหูจางทิศด้านบน เห็นนกขุนทองตัวดำถ่านร้องล้ออยู่คิ้วใบหลิวก็ขมวดเล็กน้อย “ก็ยังดี... ‘ท่านผู้กล้าน้อย’ เหมือนว่าเจ้าตัวนั้นจะหัดเอาอย่างเจ้าเสียแล้ว”

         “เอาหน่าสหายหลิงเฮ่า อย่าถือสาเลยนกน้อยน่าสงสาร เพิ่งโดนเด็กรังแกมา เนาะๆ” หลิวเว่ยพูดก่อนยกสองมือที่นกเกาะอยู่บนมือมองแววตาใสของนกน้อยตัวนี้

        'จิ้งจอกลามก จิ้งจอกลามก' นกน้อยตอบหลิวเว่ยราวกับมันชอบประโยคนี้

         ดวงตาสีอำพันหรี่ลงตามรอยยิ้มที่กดลึก ‘สนิทกันไวดีนะ…’ ชายหนุ่มสะบัดน้ำออกบิดชายเสื้อแล้วเดินไปตรงหน้าสหาย ก่อนจ้องเจ้านกน้อยเขม็ง “ปลาทองน้อย...พูดสิ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะพูดเป็นอยู่คำเดียว” รอยยิ้มเปี่ยมรังสี ‘เอ็นดูอย่างสุดซึ้ง’ ทำเอาเจ้านกสั่นสะท้านไปทั้งตัวก่อนจะร้องขึ้น

         'ปลาทองน้อย ปลาทองน้อย’ นกน้อยพูดตามอีกฝ่าย พลางส่งเสียงร้องต่อเนื่อง ‘จิ้งจอกลามก ปลาทองน้อย’

          “ดูสิปีกมันบาดเจ็บด้วย” หลิวเว่ยพูดพลางถอนหายใจ “หลิงเฮ่าเจ้าพอมีเงินเหลือไหม เราต้องซื้อยาช่วยรักษาปีกเจ้านกน้อยนะ” เขาพูดก่อนยื่นไปทางหลิงเฮ่าดูใกล้ๆ เจ้านกน้อยเมื่อเห็นหลิงเฮ่ามันกระโดดโหยงๆ บนมือหลิวเว่ยพลางส่งเสียงร้องสนุกสนาน  ‘จิ้งจอกลามก ปลาทองน้อย’

          นักกวีหนุ่มเสยผมที่เปียกชื้นไปด้านหลังพลางยิ้มอย่างเจิดจรัส “นกดีนี่...เช่นนั้นก็รักษาแล้วเลี้ยงไว้เถอะ ดูท่ามันจะชอบเจ้า” เขายังพอมีเงินติดตัวอยู่บ้าง รักษานกคงใช้ไม่มากนัก

         “แน่นอน เจ้าเสียค่ารักษา ข้าเลี้ยงเอง แบบนี้ลงตัวสุด...” หลิวเว่ยพูดขึ้นก่อนหรี่ตามองคนสอนนกน้อยพูดคำเพิ่มเมื่อสักครู่ “เดี๋ยวว เจ้าว่าใครปลาทอง!?”

          “หืม?” รอยยิ้มยิ่งมายิ่งหวานละมุน “เปล่านี้...แต่สหายอยากรับไว้ข้าก็ไม่ขัดนะ! ฮ่าๆ”

        ‘จิ้งจอกลามก ปลาทองน้อย’ นกน้อยราวกับรู้ว่ามีคนช่วยรักษาปีกมัน มันส่งเสียงร้องอย่างดีใจ ราวกับจะบอกว่า [ ขอบคุณจิ้งจอกลามก ปลาทองน้อยที่ช่วยรักษา ]

          “แน่ใจนะว่าไม่ได้ว่าข้าสมองปลาทอง!?” หลิวเว่ยพูดย้ำอีกครั้งก่อนยิ้มมุมปาก “นกน้อยน่ารัก ไม่ต้องพูดว่าปลาทองน้อยนะ ตกลงนะ” หลิวเว่ยหันไปสบตากับนกน้อยบนมือของเขา

        ‘จิ้งจอกลามก ปลาทองน้อย…..ไม่พูดว่าปลาทองน้อย ตกลงนะ’

           “หืม...ปลาทองก็น่ารักดีนะ สหายหันไปหน่อย” เสื้อผ้าเปียกไม่ควรใส่นาน อินซื่อป๋อพึ่งย้ำเตือนเขาว่าร่างกายไม่ควรถูกไอเย็น...นี่ยังไม่ทันข้ามวันดีเลยก็โดนเข้าแล้วหนึ่งดอก กล่าวจบเขาก็อาศัยภูเขาหินจำลองต่างฉากกั้น มีเสียงเปลี่ยนเสื้อผ้าดังสวบสาบไม่กี่หน ก็กลับออกมาพบสหายพร้อมอาภรณ์สีขาวเช่นเคย แต่เส้นผมยังคงเปียกชื้นอยู่

         “เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่ง!!” หลิวเว่ยร้องห้ามเสียงดังก่อนรีบหันหลังไป

         ‘จิ้งจอกลามก ปลาทองน้อย’ นกน้อยส่งเสียงตอบรับหลิงเฮ่าอีกตัว

         “ขวยอายไปใย ล้วนบุรุษด้วยกัน?” รอบก่อนซูเทียนเหมินยังเป็นฝ่ายเปลี่ยนชุดให้เขาเลยด้วยซ้ำ

          “ก็….ข้าไม่ชอบนี่ !!” หลิวเว่ยพูดโดยเขาไม่หันกลับมา “ว่าแต่เปลี่ยนเสร็จยัง เสร็จแล้วก็ไปกันเถอะตอนเดินทาข้าได้ยินมาว่าแถวนี้มีศาลผู้เฒ่าจันทราด้วยล่ะ..."

          ได้ยินเพียงเท่านั้นเขาก็เดาออกแล้วว่าโรคเที่ยวของสหายกำเริบอีกแล้ว นักกวีหนุ่มซับผมไปเดินออกจากสวนไปพร้อมกับสหาย โดยมีเจ้านกหน้าใหม่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่เบื้องหลัง

‘จิ้งจอกลามก ปลาทองน้อย’
‘จิ้งจอกลามก ปลาทองน้อย’

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -52 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -38
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
ปราณสำนึก
กระบี่ราชาสามภพ(เก๊)
หมัดพื้นฐาน
เอ้อหูจั่วลู่
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เซ็กเธาว์
ตัวเบาขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x16
x1
x4
x20
x30
x1
x5
x3
x130
x100
x15
x5
x5
x20
x50
x1
x5
x53
x64
x4
x9999
x160
x1
x1
x2
x12
x260
x280
x9999
x4500
x5
x20
x120
x2
x30
x287
x9999
x1000
x20
x264
x1
x10
x160
x210
x233
x34
x3
x3
x6
x96
x7
x14
x22
x8
x1450
x290
x175
x360
x200
x11
x9999
x9
x57
x3312
x3
x9
x84
x200
x5
x11
x147
x9999
x16
x7
x182
x715
x6
x15
x1
x48
x285
x60
x4
x80
x2
x15
x2
x2
x242
x1
x3
x2
x413
x460
x10
x619
x665
x340
x1575
x172
x2349
x1
x2
x5
x5
x283
x4312
x3350
x660
x705
x4
x306
x664
x110
x252
x52
x523
x500
x18
x15
x76
x1469
x1594
x940
x1240
x1406
x69
x844
x1
x1533
x30
x2212
x1
x105
x107
x51
x1
x7
x836
x382
x151
x111
x1684
x1224
x179
x160
x9999
x1529
x652
x1164
x2868
x740
x1368
x1721
x1617
x623
x20
x1
x29
x1256
x355
x33
x1
x8133
x740
x67
x150
x20
x48
x362
x778
x60
x455
x130
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x126
x332
x70
x154
x35
x31
x9
x446
x51
x1
x273
x1047
x1850
x123
x10
x20
x10
x85
x409
x10
x130
x905
x7
x30
x758
x203
x2
โพสต์ 2018-7-4 20:10:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ช่วยท่านย่า VI

            รถม้าขนาดเล็กหยุดจอดพักในสถานที่ที่คิดว่าพอจะเป็นจุดพักเหนื่อยสำหรับเหล่านักเดินทางได้เหวินเหวินหันไปเอ่ยบอกกับหญิงชราผู้ถือสัญญาจ้างกับตนว่าจะขอพักเพียงครู่ไม่นานเกินไปที่จะทำเวลาที่เขาตั้งเอาไว้คลาดเคลื่อนแน่นอนถึงแม้ว่าจะเป็นการเดินทางที่ต้องรีบทำเวลา แต่สำหรับกู้จ้าวหรานเธอก็พอจะรู้ว่าทหารหนุ่มและเพื่อนๆของเขาไม่ใช่สิ่งของที่จะทำอะไรได้ตลอดเวลาโดยไม่หยุดพัก หญิงชราจึงพยักหน้าอนุญาตให้ชายหนุ่มได้พักที่สวนพฤกษาตามที่เขาขอเอาไว้

            เมื่อเห็นดังนั้นเหวินเหวินจึงลงจากรถม้าเพื่อออกมายืดเส้นยืดสายหลังจากที่ออกจากโรงเตี๊ยมเมืองว่านเฉิง ก็ไม่ได้หยุดพักอะไรเลยชายหนุ่มเดินไปยังตรงกลางสะพานก่อนจะหยิบอาหารแห้งขึ้นมากินระหว่างพักเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเองเสียงครางหงิงๆดังขึ้นจากข้างหลังพอจะเดาได้ว่าเป็นสัตว์ชนิดใด ชายหนุ่มหันไปมองหมาป่าสีขาวและหมีน้อยตัวสีส้มที่ยืนเฝ้ารออาหารจากเขาอยู่

            “ท่านย่าจะรับอาหารระหว่างพักไหม??” ชายหนุ่มตะโกนถามหญิงชราที่เดินออกจากรถม้าไปพักที่ใต้ร่มไม้บริเวณนี้เธอมองตามเสียงร้องของชายหนุ่มก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างสุภาพ “ดิฉันไม่หิวหรอกจ๊ะ

            “ขอรับ”พูดพลางก้มแบ่งหมันโถวให้เหล่าสัตว์ๆที่มาเฝ้ารออาหารเขาเหวินเหวินที่ให้อาหารหมดแล้วเริ่มรู้สึกถึงความว่างระหว่างพักครั้นว่าจะออกเดินทางต่อทันทีก็ไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมทางของเขาพร้อมที่จะเดินทางต่อกันหรือยังขาสองข้างทรุดลงนั่งพิงสะพานก่อนจะหยิบม้วนกระดาษเปล่าและพู่กันออกมาจากกองสัมภาระมาเขี่ยรูปเล่นๆไปพลาง


            เห็นภาพเขี่ยเล่นของตัวเองแล้วนึกขำไม่หายที่วาดตัวเองได้ไม่เหมือนตัวเองเลยอย่างว่าเขาเองก็ไม่ใช่จิตรกรที่จะมีอารมณ์ศิลป์ขนาดที่ว่าต้องเขาถึงรูปที่วาดขนาดนั้นภาพนี้เขาเองก็แค่เขี่ยเล่นๆเพียงเท่านั้นเอง

            เป็นทหารก็มีหน้าที่ใช้กำลังไม่จำเป็นต้องเข้าถึงศิลป์ศาสตร์อย่างนักดนตรีนักกวี หรือจิตรกร นั่นมันก็ถูกต้องสำหรับเขาแล้ว

            “ฮ้าววว!!” เสียงหาวดังขึ้นอย่างไม่รู้ตัวขณะที่ตนกำลังเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดลงชายหนุ่มลุกขึ้นยืดขาอีกครั้งก่อนจะเดินไปที่รถม้าโดยมีสัตว์ทั้งสองตามตนมาเพื่อเตรีมจะออกเดินทาง“จะออกเดินทางต่อกันเลยไหมขอรับ”

            “จ๊ะจ๊ะ!” หญิงชราที่ได้ยินเสียงทักของเหวินเหวินก็รีบกลับเข้ารถม้าอย่างที่เคยนั่งมาตลอดเสียงกีบเท้าและล้อเกวียนบดถนนเริ่มต้นอีกครั้งจุดหมายปลายทางข้างหน้าคือเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากซินเอี๋ยแห่งนี้

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -21 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -21 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x324
x107
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x9
x27
x50
x20
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x30
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x35
x35
โพสต์ 2018-7-13 20:49:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-7-14 22:50

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 1 )
เตรียมเปิดหอ ( 30 ) เทศกาลเฉลิมรัชศกที่ 24 - 1
     นางไม่มีทางกลับฉางอันได้ทันเวลาแน่ หรั่นซิ่นหลี่รู้ดีว่าวันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองรัชศกที่ 24 นางควรให้คนของหอหนิวหลางจือหนี่เตรียมการด้วยซ้ำ แต่ว่านักแสดงยังไม่พร้อม มือเรียวส่งจดหมายผูกกับนกเอี้ยงไปว่าอนุญาตให้เที่ยวเล่นได้พอสมควรก่อนจะส่งบินไปพร้อมกับหงอี้ ตัวนางเวลานี้กำลังผ่านเมืองซินเอี๋ยด้วยว่าไหนๆก็ช้าแล้ว เที่ยวเลยแล้วกัน… ดูเหมือนชาวเมืองซินเอี๋ยพากันเดินไปทางๆ หนึ่งมากมาย นางหันมองไปมาอย่างสนใจ

    “แม่นางท่านไม่รู้เหรอ วันนี้มีเทศกาลเฉลิมฉลองพระชนม์พรรษาการครองราชย์ของฮ่องเต้ พวกเราชาวซินเอี๋ยมักจัดงานเล็กๆ ด้วย บางคนไม่สะดวกเดินทางไปนครหลวง”

     “เอ๋.. ข้าไม่รู้เลย” นางส่ายศรีษะตอบหน้างง

     “นู่น สวนจวี๋ฮวาซั่นหลี่ นู่นเลยจ้า” ชาวบ้านตอบหญิงสาวก่อนอุ้มลูกเดินไป

      นางผงกศรีษะขอบคุณก่อนจะลงจากม้า จูงเสี่ยไป๋ตามคนเข้าไปในสวนจวี๋ฮวาซั่นหลี่ดังว่า ชาวเมืองหลายคนต่างพากันหาที่นั่ง ซึ่งดูเหมือนมีโต๊ะใหญ่สองที่ ที่นึงมีเจ้าเมืองซินเอี๋ยนั่ง อีกที่ดูเหมือนยังไม่มีใครนั่ง มีทหารยืนเฝ้าทั้งสองโต๊ะ

    “ท่านป้าจ้ะ โต๊ะนั้นเว้นเอาไว้ให้ผู้ใดหรือ?” นางหันไปถามคนที่อยู่ใกล้ๆระหว่างที่กำลังผูกม้าไว้ในจุดที่มีคนนำม้ามาคล้องเช่นกัน

     “ก็ใต้เท้าอินซื่อป๋อ เจ้าบ้านสกุลอินอย่างไรเล่าแม่หนู!” ป้าผู้นั้นหัวเราะราวกับเจอคำถามที่เด็กตัวเล็กยังทราบ

     “.....” นางยืนนิ่งขมวดคิ้ว นี่คนผู้นั้นมีชื่อเสียงถึงขนาดนั่งข้างเจ้าเมืองเลยหรือ พระช่วย… นางไปเอาเขามาอ้างแบบนี้… มือเรียวเผลอจับต้นคอตัวเองอย่างอดไม่ได้ น้ำลายกลืนลงคอไปดังเอื้อกใหญ่แล้วมองซ้ายขวากำลังจะออกไป ก่อนจะคิดในใจ.. อินซื่อป๋อ.. ที่แท้ชื่อเต็มๆของเขาคือ อินซื่อป๋อ..

        ตระกูลอิน อินซื่อป๋อ อินซิง โม่เหม่ยหยวนเดินไปนั่งที่โต๊ะอย่างสงบเสงี่ยม โม่เหม่ยหยวนที่เพิ่งมางานเลี้ยงแบบนี้ครั้งแรกก่อนมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น ดูชาวบ้านที่นี่เป็นกันเองไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่ตอนที่เธอจะย้ายไปเซียงผิง

        “พี่อิน เดี๋ยวน้องขอไปเดินดูรอบๆ หน่อยนะคะ” โม่เหม่ยหยวนพูดขึ้น อินซื่อป๋อเพียงพยักหน้าก่อนยกจอกชาขึ้นจิบ

      โม่เหม่ยหยวนลุกขึ้นก่อนจะเดินจากศาลาผ่านมาทางสะพานแล้วมองไปรอบๆทะเลสาบ ทันใดนั้นก็สบตากับสตรีชุดแดงผู้หนึ่งไม่ใกล้ไใไกล แต่ท่าทางนางลับๆล่อๆดูประหลาดจึงเดินเข้าไปหา พบว่าเป็นแม่นางหรั่นนั่นเอง

    “แม่นางโม่..?”  หรั่นซิ่นหลี่หรี่ตามองคลับคล้ายคลับคลา แล้วนั่นอีกสองคน… ชัดเลย.. ชัดมาก.. หญิงสาวชุดแดงมองซ้ายขวาเลิกลั่ก หน้าจะพบเขาตอนนี้นางยังไม่มีเลย ไปหลบที่ใดได้บ้างล่ะ!?

     “แม่นางหรั่นกำลังจะไปไหนหรือ?” พริบตาเดียวคนงามชุดครามก็มาอยู่ตรงหนานางแล้ว หญิงสาวชะงักกึกอย่างคนจนตรอก

     “ข้า.. ข้าได้ยินว่าซินเอี๋ยเองก็จัดงานฉลอง ไหนๆข้าก็กลับฉางอันไม่ทันแน่ๆจึงแวะมาร่วมงานที่นี่” นางตอบด้วยรอยยิ้มแต่มือนี่สั่นเชียว..

     “แม่นางหรั่น ท่านชอบพี่อินใช่ไหม” โม่เหม่ยหยวนกล่าวถามตามตรง

     “...” นางนิ่งไปครู่หนึ่ง ชอบความหมายเดียวกับรักไหม? ในชีวิตนี้รู้จักเพียงสองอย่างคือ รักบุพการี และ รักสหาย นางไม่รู้จักความรักฉันท์หนุ่มสาว หากแต่ทราบว่าเวลามองเขานางไม่ได้คิดแค่สหายแน่.. “ข้า..” นางนิ่งไป

     “อยากแต่งงานกับพี่อินไง” โม่เหม่ยหยวนตบบ่าอีกฝ่ายก่อนยิ้มคิกคัก

     “อะ..” เพิ่งจะบอกกับหลิงผิงผิงไปแท้ๆว่าถึงนางอยากจะแต่งก็คงไม่มีวันได้ออกเรือนหรอก..

    “ไม่ตอบข้าไม่ช่วยนะ” โม่เหม่ยหยวนมุ่ยปากมองอีกฝ่าย

     “...ข้า ข้า..ไม่รู้ แม่นางโม่ ข้าเกิดมาก็รู้จักแต่ความรักจากบุพการี ผู้อื่นล้วนชิงชังข้าทั้งนั้น ความรักฉันท์หนุ่มสาวยิ่งไม่เคยรู้จักเลยจริงๆ” นางตอบ

     “แม่นางหรั่นรักพี่อินใช่ไหม อยากเข้าบ้านตระกูลอินใช่ไหม ตอบข้ามา ข้าชอบคนตรง” โม่เหม่ยหยวนพูดหนักแน่น

    “ข้ารู้แค่ว่า.. เวลามองหน้าใต้เท้าอินแล้วข้าใจสั่นเหมือนกลอง.. เพราะแบบนี้ข้าจึงไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ ข้ากลัวที่จะเข้าใกล้เขาเพราะเกรงว่าจะเป็นลมไปตรงนั้น.. บางทีก็ดีดกู่เจิงเป็นเพลงที่เขาเคยเล่นให้ฟังรู้ตัวอีกทีก็เช้า.. หรือนอนไม่หลับเพราะคนชุดขาวนั่นเอาแต่มาวนเวียนในศรีษะ” นางพูดไม่ถูก “ถ้าการที่ข้าอยากจะยืนข้างกายเขา คอยเฝ้ามอง ดูแล หรือปกป้องเรียกว่าความรัก.. ข้าคิดว่าใช่” พยักหน้าตอบแล้วมองพื้นงุดเพราะสีแดงแต่งแต้มแก้มฝาดจนถึงใบหู นางไม่ได้หวังสูงถึงขนาดให้เขามารักตอบ แค่เฝ้ามองก็สุขใจพอแล้ว..

     “แต่พี่อินเคยแต่งงานมาแล้ว เป็นหม้าย แม่นางหรั่นท่านไม่รังเกียจพี่อินงั้นเหรอ” โม่เหม่ยหยวนกล่าวถามอีกฝ่ายว่าเธอจะสามารถรับเรื่องนี้ได้ไหม

    “เอ๊ะ!? ข้าจะรังเกียจแค่เพราะเขาเป็นหม้ายได้อย่างไร?” นางร้องเสียงหลง แต่..เขาเคยแต่งงานมาก่อนหรือ? เช่นนั้นแล้วที่เอาแต่ผลักไสข้าคือ.. แผลเดิมที่มือถูกกดทับด้วยแรงที่กำชายกระโปรง ..แต่นางก็คลายมันออก ตนไม่มีสิทธิเรียกร้องนี่ นางยิ้มบางมองไปทางเขา..

    “งั้นข้าจะช่วยท่านนะอาช้อ คิคิ….ว่าแต่..แม่นางหรั่น ท่านร่ายรำเป็นด้วยใช่ไหม!” โม่เหม่ยหยวนกล่าวถามอีกฝ่าย พลางยิ้มแปลกๆ

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +2 เงินตำลึง +300 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 300 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ร่มเหล่ยจิ้ง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x45
x16
x57
x16
x153
x60
x100
x2170
x240
x32
x9999
x5030
x30
x130
x10
x100
x10
x10
x1
x7
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x50
x36
x19
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x43
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-7-13 22:40:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-7-13 22:42

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 1 )
เตรียมเปิดหอ ( 31 ) เทศกาลเฉลิมรัชศกที่ 24 - 2

        “เอ่อ… พอเป็นอยู่บ้าง แต่ข้าชำนาญร้องเพลงมากกว่า” นางตอบอึกอักมองรอยยิ้มนั้นอย่างคนรู้ทัน… แม่นางโม่คงไม่..

        ในขณะทั้งสองยืนสนทนาอยู่นั้น ก็มีเสียงกู่เจิงดังขึ้น โม่เหม่ยหยวนหันไปมองตามเสียง ดูเหมือนเป็นพี่เติ้งสหายบ้านอินกำลังบรรเลงกู่เจิงให้กับงานเลี้ยง

        “เสียงกู่เจิงแผ่วเบา สั่นคลอนใจข้า”

        นางหันไปมองตามโม่เหมยหยวน เป็นชายคนหนึ่งกำลังบรรเลงดนตรีที่ชวนให้ใจเตลิด.. ดวงตากลมหรี่ลง นางฟังดนตรี แต่ตาไม่ได้มองคนบรรเลง.. นางมองที่อีกคนแล้วคลี่ยิ้มบางจนคนที่พบพานไปมาอดยิ้มตามไม่ได้

        “สายลมแผ่วเบา สั่นคลอนความคิดข้า” เติ้งอวี่ดีดกู่เจิงพลางบรรเลงเพลงขับกล่อม

        “นั่นอาเติ้ง เขาเป็นสหายบ้านอินน่ะแม่นางหรั่น เป็นบัณฑิตที่ฉลาดเฉลียวที่สุดในซินเอี๋ยนี้เลยเชียวนะ” โม่เหม่ยหยวนกล่าวด้วยความชื่นชมอีกฝ่าย

        “...” หรั่นซิ่นหลี่พยักหน้ามองไปทางนั้น หูสดับกู่เจิงร้องร่ำ นัย์ตาดำกลับเพ่งมองอีกคน แต่เขาบรรเลงไพเราะกว่า.. นางคิดแล้วปล่อยให้ใจลู่ลมเหมือนใบต้นหลิว

        “มีเสียงกู่เจิงแล้ว ที่ขาดไม่ได้ต้องมีนางรำ” โม่เหม่ยหยวนยิ้มมองแม่นางหรั่น ก่อนหัวเราะคิกคัก

“เอ๊ะ.. ข้า..” นางไม่ทันได้ตอบก็มีคนเดินเข้ามา

        “คุณหนูโม่เจ้าคะ คุณชายเติ้งฝากมาถามคุณหนูว่าท่านอยากได้เพลงอะไรพิเศษไหมเจ้าคะ ขอเพียงท่านบอกชื่อเพลงมา คุณชายเล่นได้หมดเลย” โม่เหม่ยหยวนที่รอจังหวะนี้ก่อนกระซิบสาวใช้จวนเติ้ง

        เมื่อสาวใช้เดินกลับไป เธอส่งรอยยิ้มให้แม่นางหรั่น

        เอาจริงรึ.. นางมองคนสลับกับโม่เหม่ยหยวน

        “ไม่ดีตรงไหน ทุกคนต่างรอชมนะแม่นางหรั่น” โม่เหม่ยหยวนพูดขึ้นก่อนหันไปทางโต๊ะพวกเขา โบกมือเรียกอินซิง “อินซิง มานี่หน่อยสิ” อินซื่อป๋อคล้ายไม่ได้ยินหรือได้ยินก็ไม่รู้ เขานั่งจิบชาชมสระบัวในสระ

“คุณชายอิน.. สวัสดีเจ้าค่ะ” นางทักทายอีกคนที่เดินมา แล้วมองโม่เหม่ยหยวนราวกับสงสัยว่านางกำลังจะทำอะไร

        “สวัสดีครับแม่นางโม่ แม่นางหรั่น” อินซิงพูดขึ้นเมื่อวิ่งมาถึง

        “แม่นางหรั่นข้ารู้นะท่านเก็บผ้าพี่ซื่อป๋อไว้ รีบเอาออกมาให้ข้าเลย” โม่เหม่ยหยวนพูดขึ้น พลางสังเกตที่เอวของนาง

“เอ่อ.. ครั้งล่าสุดข้ามีแผลก็เลยเอาไปใช้อีกรอบ แต่ซักแล้วนะ!” นางหยิบมันออกมาจากถุงเล็กๆที่เอวยื่นให้หญิงสาว

        โม่เหม่ยหยวนคว้าผ้าพันแผลทันทีก่อนยื่นให้อินซิง

        “เหะ ให้ข้าเหรอ” อินซิงกล่าวสงสัย

        “ไม่ใช่” โม่เหม่ยหยวนพูดก่อนกระซิบข้างหูอีกฝ่าย

หรั่นซิ่นหลี่มองทั้งสองด้วยสายตางุนงง คนหนึ่งก็ขอผ้า คนหนึ่งก็เอาไป

        “เตรียมตัวนะ” โม่เหม่ยหยวนบอกแม่นางหรั่น ก่อนผลักแม่นางหรั่นไปยืนเบื้องหน้าโต๊ะอิน เติ้งอวี่ก็บรรเลงกู่เจิงเพลงลำนำเฝ้ารอทันที

        อินซิงรีบวิ่งกลับไปที่โต๊ะนั่งตามปกติ อินซื่อป๋อมองน้องชายแต่ไม่พูดอะไรเขายกชาขึ้นจิบตามปกติ

“หะ….” เตรียม ...เตรียมอะไร!? ไม่ทันได้ถามนางก็โดนแรงส่งจากข้างหลังไปยืนหน้าโต๊ะคนชุดขาว เพลงที่ดังขึ้นคุ้นหูจนรู้ได้ทันทีว่าโดนเข้าแล้ว.. ไม่รำก็ไม่ได้ นางยืนกับโม่เหม่ยหยวน แล้วยังอินซิง ถ้าพวกเขาเสียหน้าล่ะแย่แน่

        โม่เหม่ยหยวนยืนชมอีกฝ่ายพลางยิ้มในใจคิกคัก

        ลมหายใจเบาแผ่วแล้วขยับเท้าฟังจังหวะก่อนจะลงนั่งรอขึ้นท่อนหนึ่ง นับสอง..สาม..นางลุกอย่างรวดเร็วกระโจนขึ้นไปในอากาศ สะบัดแขนเสื้อขึ้นแล้วลงมายืนนิ่งงัน ก่อนจะหมุนตัวเป็นวงร่ายรำอ่อนช้อย แขนยาวสะบัดไปพร้อมกับเท้าที่ตามจังหวะกู่เจิง เส้นผมยาวสะบัดคล้อยตามแรงลม นัยย์ตากลมสะบัดแสงวูบวาบภายในอย่างคนนึกสนุก

        อินซิงแอบวางผ้าพันแผลนั้นใต้จอกของพี่ใหญ่ ก่อนเอ่ยขึ้นแบบเนียน “พี่ใหญ่ ดื่มอีกสักจอกสิ” ก่อนยกจอกตัวเองขึ้นดื่ม

        นางร่ายรำขยับเอวบางพรรณาแทนท่อนลำนำ หลังมือเลื่อนมาแตะคางตนชะเง้อเหม่อมองในอากาศก่อนจะหลุบลงแล้วหมุนไปมาอยู่กับที่ ดนตรีเร่งขึ้นแล้วพร้อมกันกับคนชุดแดงที่สวมจิตวิญญาณเจ้าของบทเพงงพรรณาลำนำออกมาเป็นการร่ายรำที่เกินจะบรรรยาย

อินซื่อป๋อมองจอกชา เขาเห็นผ้าพันแผลคุ้นตาแต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนหยิบจอกชาขึ้นดื่ม มองอินซิงและมองแม่นางหรั่นที่ร่ายรำอยู่ก่อนยกมือจับผ้าพันแผลลากไปบนโต๊ะวางตรงหน้าอินซิง และลุกขึ้นเดินไปคารวะเสวนากับเจ้าเมืองซินเอี๋ย

หรั่นซิ่นหลี่ชูแขนขึ้นฟ้าก่อนจะหลับตาพริ้มกอดความว่างเปล่าไว้เลื่อนมาสัมพัสอก ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงที่คนกำลังโค้งคำนับฟ้าดิน.. นางหอบหายใจเหนื่อยแล้วคิดว่าตนทำดีที่สุดแล้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพบว่าคนชุดขาวไม่ได้นั่งอยู่แล้ว..


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ร่มเหล่ยจิ้ง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x45
x16
x57
x16
x153
x60
x100
x2170
x240
x32
x9999
x5030
x30
x130
x10
x100
x10
x10
x1
x7
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x50
x36
x19
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x43
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-7-13 22:47:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-7-16 22:19

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 1 )
เตรียมเปิดหอ ( 32 ) เทศกาลเฉลิมรัชศกที่ 24 - 3


     โม่เหม่ยหยวนมองพี่อินเดินไปก่อนเดินเข้ามายืนข้างๆ แม่นางหรั่นเพื่อปลอบใจ ดูเหมือนแม่นางจะเข้าถึงสายตาพี่อินแต่เข้าไปไม่ถึงใจพี่อิน

      นางปรับลมหายใจให้เข้าที่แล้วหันมามองโม่เหม่ยหยวน ศรีษะน้อยส่ายไปมาว่า ‘ไม่เป็นไร’ อย่างไรคนสูงศักดิ์เช่นนั้นคงไม่สนใจนางหรอก

      โม่เหม่ยหยวนหันมองรอบๆ ก่อนได้ความคิดใหม่ “ข้านึกออกแล้ว เดี๋ยวแม่นางหรั่นแกล้งทำเป็นตกน้ำนะ พี่อินต้องลงไปช่วยแน่”

     “เดี๋ยว.. ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้กระมัง” นางยกมือปรามหญิงสาว ใจก็หวั่นมองสายตาอีกฝ่าย ….เชื่อว่าถึงอย่างไรนางได้ไปเป็นปลาว่ายน้ำแหง… แต่นางว่ายน้ำไม่เป็น!

     “นี่แม่นางหรั่นเชื่อข้าสิ คนอย่างพี่อินถ้าไม่ถึงที่สุดก็คงไม่มีทีท่าให้เห็นแน่” โม่เหม่ยหยวนพูดโน้มน้าว “จริงๆ เราแค่แกล้งทำเท่านั้น แกล้งทำ เชื่อข้าสิ” โม่เหม่ยหยวนพูดแล้วก็เดินจูงแม่นางหรั่นไปที่ทางเดินไม้ที่นั่งชมวิวดอกบัวในสระ

     "..." ใบหนางามเลิกลั่กตามหญิงสาวไปแต่โดยดีแต่ใจก็รักตัวกลัวตาย ครั้นจะเอ่ยปากปฏิเสธ คนชุดครามก็ยืนยันหนักแน่นหนาว่านางจะปลอดภัย

     “แม่นางหรั่นเชื่อข้าสิ ไม่ตกจริงหรอก เราแค่แกล้งทำ” โม่เหม่ยหยวนพยายามดึงร่างอีกฝายที่ขัดขืนไม่กล้าไปบนทางเดินไม้กลางสระบัว

      ตาย.. ตายแน่.. “ข้าว่ายน้ำไม่…” นางพยายามบอก ทว่าทั้งสองยื้อกันไปยื้อกันมา จนพลาดตกลงน้ำจริง ต้วนอวี่เห็นจึงรีบวิ่งยื่นมือมาให้แม่นางโม่พยายามให้ถึงมือ ทุกคนวิ่งมามุงดูกัน

     “..แค่ก!” แขนเรียวพยายามคว้าสิ่งใดก็ตามที่พอจะให้เกาะได้ ..แต่มันไม่มี! “ช่ว..!” ปากกลืนน้ำเข้าไปอึกใหญ่จนแทบหายใจไม่ออก ความอึดอัดแล่นเข้าอก

      จะจมแล้ว!

      อินซื่อป๋อเห็นเกิดเหตุวุ่นวายจึงเดินมาอย่างสงบก่อนโดดลงน้ำพาแม่นางหรั่นอุ้มขึ้นจากน้ำก่อนเดินไปจากสวน

      จู่ๆนางก็ตัวลอยขึ้นจากผืนน้ำ เป็นคนชุดขาวที่หายไปจากโต๊ะนั้นโผล่มาอุ้มนางพาเดินออกไป หรั่นซิ่นหลี่ในอ้อมกอดเขาสั่นหงกจนไม่รู้จะคิดหรือพูดอะไร เสียงหัวใจดังตึกตักใกล้กันจนแทบกลัวว่าร่างสูงจะได้ยิน กระนั้นนางก็นอนนิ่งในอ้อมแขนแกร่งนั้นแล้วเอาแต่มองใบหน้าอีกฝ่ายไม่ยอมละสายตา..

     ...ทำไม?




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -68 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -68 + 3

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ร่มเหล่ยจิ้ง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x45
x16
x57
x16
x153
x60
x100
x2170
x240
x32
x9999
x5030
x30
x130
x10
x100
x10
x10
x1
x7
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x50
x36
x19
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x43
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

110

กระทู้

813

โพสต์

35หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
68847
เงินตำลึง
52397
ชื่อเสียง
100769
ความหิว
943

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
971
ความชั่ว
5
ความโหด
90
เสือโคร่ง
เลเวล 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2018-11-9 23:55:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
วันเดียวกันหลังจากเวลาต่อมาไม่นานนัก หลิงนูพบอาชาไนย์สีดำทมิฬงดงามที่ริมลำธารนอกเมืองซินเอี๋ยแล้วมันก็รู้สึกว่าจะไม่หนีไปไหนด้วย มันยังคงวนเวียนอยู่บริเวณลำธารนั้น
หลิงนูเดินกลับเข้ามาในเมืองซินเอี๋ยในระหว่างที่อาชาไนย์ตัวนั้นยังไม่ไปที่ไหน เดินไปยังโรงเตี๊ยมเพื่อซื้อหญ้าก็คืออาหารสำหรับม้านั่นเอง หลิงนูซื้อมาจำนววนหนึ่งแล้วก็วิ่งกลับไปหาม้าอาชายทมิฬตัวดังกล่าว


แต่พอนำหญ้าฟางมาให้มันแล้ว มันกลับไม่กินเสียอย่างนั้น และก็ไม่สนใจเธอด้วย... จนตอนนี้เธอก็ยังไม่อาจรู้ว่าจะใช้วิธีใดพิชิตใจอาชาไนย์ตัวนี้ได้กัน...


หลิงนูเดินกลับเข้ามาในเมืองซินเอี๋ยแล้วนั่งบนเก้าอี้สาธารณะของเมืองที่จัดตั้งขึ้นมา เธอมีท่าทางกังวลใจอยู่ไม่น้อยจนเห็นได้ชัด แสดงผ่านสีหน้าเหล่านั้นออกมา...


เธอนั่งคิดไปคิดมาอยู่สักครู่หนึ่ง จนกระทั่งมีคนๆหนึ่งทักเธอ
--

--


คนที่ทักเธอเป็นชายชราบุรุษสูงวัยหลังค่อมเล็กน้อย หนวดเคราสีขาวสะอาด คล้ายกับผู้สูงอายุที่ดูมีภูมิฐานความรู้และผ่านอะไรมากมาย


"อะ...เอ่อ.." หลิงนูมองหน้าชายชราที่ทักเธอ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี


"กำลังกลุ้มเรื่องความรักรึแม่สาว?" ชายชราถามออกมา


"ไม่ใช่นะท่าน! คือว่า ข้ากำลังกลุ้มเรื่องๆหนึ่งอยู่..." หลิงนูบอกไปว่าไม่ใช่เรื่องความรักอย่างที่หนุ่มๆสาวๆกำลังกลัดกลุ้มนัก ทำให้ชายชราคนนั้นถามต่อ


"มันคือเรื่องอะไรรึแม่สาว? หากไม่ใช่เรื่องความรัก น่าจะเป็นปัญหาครอบครัวสินะ?" ชายชรากล่าว


"ไม่ใช่เลยท่าน ...คือว่า ข้าเจอม้าป่าที่ดูพิเศษๆตัวหนึ่งอยู่ริมลำธาร... ข้าอยากพิชิตใจมันเลยลองให้อาหารด้วยหญ้าฟางแต่มันไม่กิน จากนั้นข้าก็นึกไม่ออกเลย.." หลิงนูอธิบายให้ชายชราฟัง


"อาชาที่ดูพิเศษเหรอ?" ชายชราฟังแล้วก็แปลกใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ช่วยคิดต่อว่ามีวิธีพิชิตใจอาชาหรือไม่?
"เจ้าได้รู้เรื่องพละกำลังของมันรึไม่?" ชายชราถาม


"มันมีพละกำลังมากล้น... มากกว่าม้าตัวไหนๆที่ข้าเคยเจอเลย..." หลิงนูอธิบายออกไป


ชายชราได้ยินดังนั้น ก็นึกออกบางอย่างเลยกล่าวแนะนำหลิงนูถึงสิ่งหนึ่ง
--

--


"สองสิ่งนี้จะช่วยได้จริงหรือ... ท่านผู้อาวุโส?..." หลิงนูถามอีก


"ข้าคิดว่าข้าแน่ใจ เพราะมันเหมือนเป็นอาหารพิเศษสำหรับอาชาไนย์ เจ้าลองเอาไปให้มันทานดูแล้วข้าคิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้น" ชายชราเอ่ย


"ขอบคุณคำแนะนำท่านจริงๆ... ข้าจะไปลองดู..!" หลิงนูกล่าวขอบคุณแล้วรีบลุกขึ้นเตรียมออกจากเมืองไปหาม้าตัวนั้น


"เดี๋ยวก่อนๆ" ชายชราพูดไล่หลังเธอ ทำให้หลิงนูต้องหันกลับมาฟังเล็กน้อย
"อย่าลืมพูดคุยกับมันด้วยล่ะ ให้อาหารแล้วก็ต้องสนทนากับมันด้วย จะช่วยเพิ่มความสนิทกับมันอย่างรวดเร็ว" ชายชราแนะนำอีกอย่างหนึ่ง


หลิงนูรับฟังแล้วขอบคุณชายชราคนดังกล่าว จากนั้นก็วิ่งออกจากเมืองไปยังริมลำธารที่เดิม ที่ๆม้าตัวนั้นยังคงวนเวียนอยู่...


ว่าแต่ ชายชราคนนั้นรู้เรื่องม้าขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ...


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -18 Point +15 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -18 + 15

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะทองเทวะ
ตัวเบาขั้นสูง
พัดหวงไจ้
หยกขาว
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ม้าเทพอูซุน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x300
x30
x22
x120
x10
x50
x5
x60
x3
x10
x5
x100
x5
x5
x99
x99
x500
x1
x9000
x1
x10
x29
x74
x135
x6
x56
x3
x20
x44
x70
x3
x255
x15
x55
x86
x2
x1600
x3
x98
x3
x105
x5750
x90
x36
x2
x59
x5
x3
x25
x4
x12
x34
x12
x75
x1
x450
x5
x1
x175
x458
x7819
x87
x25