ดู: 269|ตอบกลับ: 2

{ เมืองซางหยง } บ้านขนาดกลางตระกูลเหวิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-1-26 02:44:21 |โหมดอ่าน
{ บ้านตระกูลเหวิน }


เป็นบ้านขนาดกลาง ในหมู่บ้านเมืองซางยง ลักษณะเป็นบ้านสองชั้น
ภายนอกเป็นลานกว้างสำหรับพักผ่อนของครอบครัว
ชั้นล่างเป็นเพียงห้องรับแขกและห้องครัว
ชั้นบนเป็นห้องนอนขนาดเล็กหนึ่งห้อง (ห้องพ่อและแม่)
ขนาดกลางอีกหนึ่งห้อง (ห้องลูกชาย - *ปัจจุบันปิดล็อค*)
สำหรับคนนอกสามารถให้เข้าได้เพียงบริเวณลานกว้างหน้าบ้านเพียงเท่านั้น
ฐานะทางบ้านอยู่ในระดับปานกลาง เป็นการอาศัยแบบครอบครัวเล็กๆ

▁ ▂ ▃ ▅ ▆ ▇  ผู้อาศัย ▇ ▆ ▅ ▃ ▂ 
เหวิน ฮู
โค้ดสี : #8B658B

หัวหน้าครอบครัวภาในบ้านหลังนี้ หลังจากพบรักกับเฟยหลิง จึงตกลงกันว่าจะมาปักหลักอยู่ที่ซางยง
ไม่เปิดเผยอาชีพในอดีต โดยปัจจุบันทำอาชีพชาวนาเพราะได้เงินดีและสบายกว่างานเก่าที่ตนทำ หลังจากอยู่กินกับฮูหยินได้เพียงไม่นานก็ได้ร่วมกันให้กำเนิดลูกชายหนึ่งคน

นิสัย : เป็นคนเอาการเอางาน และมีความมุ่งมั่นสูง รักครอบครัว  รักสัตว์รักธรรมชาติ แต่ไม่ค่อยชอบที่จะเห็นลูกชายตนเองอ่อนแอสักเท่าไหร่นัก



ฮูฮูหยิน (เฉิน เฟยหลิง)
โค้ดสี : 
#CD5C5C

สาวแม่ครัวโรงเตี๊ยมเก่าในเมืองหนึ่ง หลังจากพบรักกับลูกค้าชายหนุ่มจึงลาออกจากงานเก่าของตน
เพื่อใช้ชีวิตอยู่กินด้วยกันกับเหวินฮู
เธอเป็นหญิงสาวใจดีแห่งเมืองซางหยง รักการทำอาหารและการทำขนมอย่างมาก
หลังจากให้กำเนิดลูกชายเพียงคนเดียว
เธอก็รักลูกยิ่งชีพ ไม่อยากจะให้เสียใจไม่ว่าเรื่องใดๆ

นิสัย : เป็นคนอ่อนน้อม อ่อนหวาน รักสัตว์ รักผู้อื่น ที่สำคัญที่สุดรักและหวงลูกของตนเองมากๆ



เหวินเหวิน
โค้ดสี : #FF8C00
 

ลูกชายเพียงคนเดียวในครอบครัวนี้ เพราะถูกตามใจมากเกินไปจึงเป็นคนที่ค่อนข้างจะไม่จริงจังกับอะไรสักอย่าง เป็นคนที่ไม่ชอบเห็นใครดีเกินไปกว่าตน จึงทำให้เป็นคนที่ชอบแกล้งเด็กในวัยเดียวกันที่มีฐานะดีกว่าเสมอ
หลังจากเกิด'เรื่องนั้น'ตั้งแต่อายุ 9 ปีก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านและไม่ค่อยอยากที่จะพบปะกับใครมากนัก
**ปัจจุบัน ไม่อยู่บ้าน**

โพสต์ 2018-1-27 15:52:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-3-30 16:59

{ แฟลชแบ็คย้อนวัยเด็ก }



ในยามบ่าย ณ บ้านตระกูลเหวิน เด็กชายวัย 9 ขวบ นามว่าเหวิน  เดินข้ามผ่านประตูบ้านเข้ามาพร้อมเผลอฟกช้ำตามใบหน้า เขาทำหน้าหนักใจเล็กน้อยที่จะเข้าไปให้ท่านพ่อและท่านแม่เห็นในสภาพนี้

ก็ไม่คิดมาก่อนนี่นาว่าคนที่เขาแกล้งทุกวันวันนี้ก็ฮึดขึ้นมาสู้กับเขาจน เกิดเรื่องวุ่นวายในกลุ่มเพื่อนขนาดนี้

“เหวิน..”
เสียงชายวัยกลางคนดังขึ้นข้างหลังจนทำให้เด็กชายสะดุ้งตัวโยน เขายืนนิ่งพลางปิดแก้มข้างขวาที่มีรอยช้ำเหมือนไม่อยากให้ใครมาเห็นในตอนนี้

“ทำไมวันนี้กลับเร็ว”

“น่าจะถามท่านพ่อมากกว่านะ..”

เหวิน เหวินย้อนคำถามของผู้เป็นบิดา ทั้งๆที่ยืนหันหลังให้ มือหนาเอื้อมไปจับศรีษะคนตรงหน้าเบาๆ พลางขยี้ผมแบบทุกครั้งที่ผ่านมา

“ช้าก็กลับมาเวลานี้ตลอด ทำไมรึ เจ้ามีอะไรปิดบังข้า”

“ป..เปล่า วันนี้แค่เบื่อๆ”

“เหวิน เหวิน ข้าสอนว่าเวลาคุยกับใครอย่าหันหลังให้”

“ก็มัน..”

ชายผู้เป็นบิดา เดินอ้อมข้างหน้าเด็กชาย เนื่องจากเห็นความปกติของอีกฝ่าย เขาหรี่ตามองมือเล็กๆที่พยายามปิดแก้มจนผิดสังเกตุ จึงถอนหายใจออกมา

“เหวิน มีอะไร เอามือลง”

เหวิน เหวินเอามือลงอย่างว่าง่ายเพราะกลัวเสียงที่กดต่ำของบิดาตน เขาเอามือไขว้หลัง พลางเสตามองไปทาฃอื่นเพื่อเลี่ยงการสบตากับอีกคนโดยตรง

“ไปทะเลาะกับใครมา”

“ก็ท่านพ่อ ข้าไม่คิดว่าเขาจะสู้นี่”

“เหวิน เหวิน เจ้าพูดเหมือนกับว่าไปทำอะไรใครมาก่อนอย่างนั้นแหละ”

“ป.. เปล่านี่”

ชายวัยกลางคนเดินจับมือเล็กๆนั้นไปนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารในบ้านก่อนที่จะเดินไปนั่งตรงข้าม

“เหวิน เจ้าได้โต้กลับหรือไม่”

เด็กชายส่ายหน้าพัลวัน พลางจับแผลตัวเองที่เริ่มเขียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ข้า.. ข้าต่อสู้ไม่เป็น”

“เจ้าอายุ 9 ขวบแล้วนะ เด็กท่านอื่นเริ่มฝึกวิทยายุทธเพื่ออนาคตแล้ว”

“ก็ข้าไม่ชอบมันนี่ มันทำให้ข้าเจ็บ.. ใช้กำลังในการตัดสินปัญหาข้าไม่คิดว่าจะดีตรงไหนเลย”

ชายผู้เป็นบิดา ถอนหายใจกับคำตอบบุตรของตน เขาเดินไปที่ชั้นวางเก่าๆ แล้วหยิบหนังสือหน้าปกสีเขียวที่มีรอบเย็บลวกๆให้คนที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร

“นี่จะช่วยให้เจ้ามีอะไรๆที่ดีขึ้น เมื่ออายุย่าง 19 เจ้าเองก็ต้องออกเดินทางไปตามหาเส้นทางของเจ้า”

เหวิน เหวิน มองสมุดสีเขียวเล่มนั้นด้วยสายตาละห้อยเพราะมันคือหนังสือฝึกวิทยายุทธทั่วไป แต่มันเปรียบเสมือนกับอะไรที่เขาไม่เห็นจะต้องการมันในตอนนี้เลย

“เอาล่ะ เดี๋ยวข้าจะออกไปซื้อสมุนไพรเพื่อรักษาแผลให้เจ้า”

“ขอบคุณท่านพ่อมาก”

“อยากได้อะไรอีกไหม”

เสียงทุ้มดังเข้ามาให้หูเด็กน้อย มือเล็กๆกำสมุดแน่น พลางนึกถึงเมื่อตอนเช้าที่เขาเห็นเพื่อนวัยเดียวกันกับเขาขี่เจ้าสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่งด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย

“ข้า… อยากได้ม้า”

ชายวัยกลางคนถอนหายใจกับคำตอบของลูกชายทันทีเมื่อได้ยินมัน ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปทิ้งให้เด็กชายพลิกสมุดเล่มสีเขียวนั้นไปมา

จนเวลาล่วงเลยไป 13 ปี

เสียงกีบเท้าม้าดังกระทบพื้นไปมา ชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของม้าโดดลงจากหลังม้าเดินไปหาลูกชายที่อยู่ในวัยหนุ่มกำลังนอนอยู่ใต้ต้นไม้ เงยหน้าชมท้องฟ้าอยู่

“เหวิน เหวิน”

“อ๊ะ ท่านพ่อ”

ชายหนุ่มผมยาวลุกขึ้นทันทีที่เห็นพ่อตนมาหาถึงนี่

“เมื่อไหร่เจ้าจะออกเดินทางสักที”

“แต่ท่านพ่อ ข้ายังไม่อยากออกไปลำบากนี่”

เหวิน ฮู ชายตามองลูกของตนเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ

“เหวิน เหวิน ช้าหวังจะให้เจ้าเป็นจอมยุทธผู้มากด้วยฝีมืออยู่นะ เจ้าคิดจะไม่ทำอะไรให้พวกข้าภูมิใจบ้างเลยหรือไง”

“จอมยุทธอะไรมันยากจะตาย ให้ข้าเป็นชาวนาแบบท่านพ่อท่านแม่ไม่ได้หรือ”

“เหวิน เหวิน!!”

เหวิน เหวิน มองตามเสียงเรียกชื่อของตนก่อนจะลุกขึ้นเหยียดแขนบิดขี้เกียจ เต็มกำลัง

เขาถอนหายใจด้วยความลำบากใจที่จะต้องออกเดินทาง แต่อีกแง่มันก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องทำเหมือนลูกของบ้านอื่นๆ

“ข้าให้เวลาเจ้า 7 วัน ในการเตรียมตัว”

“ท่านพ่อ!!!”

ชายผู้เป็นบิดาเดินจับแขนเหวิน เหวินให้ขึ้นหลังม้าด้วยกัน ความจริฃม้านี้เป็นตัวที่ซื้อให้ลูกชายคนเดียวของตน แต่ในเมื่อซื้อมาให้เหวิน เหวิน แต่ลูกชายกลับไม่เอาเพราะขี่ไม่เป็นจึงต้องบังคับการฝึกขี่ม้าเพื่อให้พอขี่ได้ แต่อดีตที่เขาเคยทำม้าพยศทำให้เหวิน เหวินเิงไม่ค่อยอยากจะขี่ม้าตัวนี้สักเท่าไหร่

จวบจนเวลาผ่านไปหลายวัน

ชายหนุ่มที่ถือสัมภาระที่ ฮูฮูหยิน หรือแม่ของตนจัดเตรียมไว้ให้พลางถอนหายใจขณะรอรถม้าที่จะพาตนออกเดินทางออกมา

เขากอดท่านพ่อและท่านแม่ตนเพื่อร่ำลา โดยไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกเมื่อไหร่

“อย่าลืมนะเหวิน เหวิน เป็นจอมยุทธผู้มากฝีมือให้ได้”

“ข้าจะไม่ลืมท่านพ่อ แต่หากข้ากลับมาในฐานะนักดนตรีท่านเองก็คงไม่ว่าอะไรข้าหรอกใช่ไหม”

“เจ้าก็ไม่ต้องกลับมา”

ถึงพูดขู่ไปอย่างนั้นก็ขยี้ผมผู้เป็นลูกจนผมที่มัดรวบหางม้านั้นดูยุ่งไปหมด

“ข้าไปแล้วนะท่านพ่อ ท่านแม่”

เหวิน เหวิน เอ่ยขณะที่เดินไปที่รถม้า เขาเก็บสัมภาระทั้งหมดที่ท่านแม่จัดเตรียมมาให้ลงในรถม้า พลางมองพ่อและแม่ที่ยืนมองตนอีกครั้ง

ความจริงแล้วเขาจะเอาม้าตัวนั้นออกเดินทางก็ได้ แต่ว่าไม่เอาดีกว่า ยังไงซะเขากับม้าคัวนั้นมันก็ไม่ถูกกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

“จอมยุทธหรอ” เหวิน เหวิน พึมพำขณะที่รถม้าเริ่มเคลื่อนออกไป “ท่านพ่อหวังสิ่งที่ตลกเกินไปหรือเปล่านะ”

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +4465 เงินตำลึง +500 ความหิว -28 Point +5 ย่อ เหตุผล
YutaIzumi + 4450 ถูกใจ
Admin + 15 + 500 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x10
x50
x40
x50
x50
x5
x15
x15
x1
x10
x8
x8
x30
x5
x2
x100
x50
x324
x106
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x19
x27
x50
x28
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x35
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x42
x42
โพสต์ 2019-3-24 15:27:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-3-24 21:28

{เดอะเป่าหลิง อินชาวไร่ ภาค 4 : เส้นทางของฉันคือการก้าวเดิน หรือปล่าว(?)}
{สัญญาจ้าง เซียงหยาง 15}
{ ตอนที่ 47 : ไลน์แมนมาแล้วค่ะ(?) : บ้านขนาดกลางตระกูลเหวิน }

        เป่าหลิงนั้นเดินทางออกจากคฤหาสน์ตระกูลโหลวออกมากับทางซิริล่า แล้วเดินทางเพื่อไปยังบ้านขนาดกลางตระกูลเหวินต่อ “ซิริ ที่บ้านนี้ก็ 500 กล่องเหมือนกัน เดี๋ยวเจ้าเตรียมให้ข้าด้วยนะ” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้น เมื่อทางซิริได้ยินก็พยักหน้า..

        “แต่ข้าช่วยเจ้านี้ข้าได้ส่วนแบ่งหรือปล่าว??” หญิงสาวผู้ซึ่งชอบกวนเธอนั้นกล่าวถามยิ้มๆ พลางขยับใบหน้ามาใกล้ๆ หมวกไม้ไผ่ผ้าใบของทางเป่าหลิง.. เด็กสาวเมื่อได้ยินดังนั้นแล้วก็เงียบไปก่อนที่จะดีดหน้าผากของอีกฝ่ายเมื่อโดนถามเช่นนั้น ทำเอาซิริล่าจำต้องจับไปที่หน้าผากของตนเอง ที่โดนดีดอย่างเจ็บๆไปเสียอย่างงั้น..

        “อะไรเล่า...ข้าปล่าวผิดเสียหน่อย..ก็เจ้าเอาแต่ทำงานแบบนี้..เมื่อไรข้าจะได้รู้สึกเหมือนข้ามาพักที่นี้กันเล่า า า...” ซิริล่าพูด.. เป่าหลิงเบ้ริมฝีปากของตนเองไปใส่อีกฝ่าย แม้ว่าจะโดนปิด แต่ในเมือมันอยู่ใกล้ๆกันเธอก็เห็นกันอยู่แล้ว..

        “เบ้อีกละ...ข้าจูบนะถ้าเจ้าทำแบบนั้น”
       “ลองทำสิ ข้าจะจับเจ้าตีตาย...” เป่าหลิงกล่าว ก่อนที่จะควบรถม้าของตนเองเดินทางไปโดยที่มีซิริอยู่ข้างๆกันเสียอย่างงั้น ตอนนี้สำหรับหญิงสาวที่ต่อสู้มาทั้งชีวิตอย่างซิริ ก็ไม่ได้ต่างกับการพัก การมีชีวิตทั้วไปและได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่รัก ล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทางซิริล่าที่ไร้ความธรรมดาในชีวิตของตนเอง… ไม่ว่าจะเป็นพ่อที่แย่..หรือพ่อที่ดี ...หรือปีศาจที่ตามล่า..

       “...........” แต่อีกไม่นานนางก็จะต้องลาจากกับเป่าหลิง แม้ว่าจะไม่เคยอยากจะคิด แต่สุดท้ายก็ต้องคิดอยู่ดี...เป่าหลิงเป็นเด็กสาวที่นางรักเสมอไม่มีเปลี่ยนแปลง … ความเศร้าแม้ว่ามันจะเกาะกิน แต่ทว่าซิริก็เลือกที่จะเผชิญมันและเดินทางต่อไม่ว่ายังไง...หรืออะไร…

        “ข้ารู้นะ..ว่าเจ้ากำลังทำหน้าแบบไหนอยู่..” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้นเมื่อทางซิริเงียบไป หญิงสาวชาวโรมันคลียิ้ม ก่อนที่จะพูด “ข้าทำหน้าเช่นไรล่ะ?...หืม?”

        “.........”
        “แต่ก่อน..ข้าเคยเจอคนคนหนึ่ง...เป่าหลิง...ข้ารักเขา..รักในแบบที่ชายหญิงรักกัน..และแน่นอนว่าข้ารักเขาอย่างจริงใจ” อยู่ๆเสียงของซิรินั้นก็กล่าวเช่นนั้นออกมา เป่าหลิงเมื่อได้ยินก็แค่ขมวดคิ้ว..เป็นครั้งแรกที่ซิริล่าเลือกที่จะเล่าเรื่องราวอะไรบางอย่างนั้นขึ้นมา

        “เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่ช่วยชีวิตข้า นอกจากพ่อเลี้ยงของข้า..แต่เจ้ารู้ไหมว่าราวกับโชคชะตานั้นเล่นตลกกับคนแบบข้า...” ซิริกล่าวไป แม้ว่าจะดูเหมือนเล่าเรื่องสนุกๆ แต่ทว่าน้ำเสียงนั้นราวกับกำลังเศร้าอยู่.. “ไวท์ฮันบุกโจมตีทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง ทิ้งไว้เพียงร่างศพของคนที่ข้ารักที่สุด โดยที่ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย...ชีวิตของข้าอยู่กับความสูญเสียมาตลอดทั้งชีวิต….”

       “...........” รอยยิ้มของทางซิริปรากฏขึ้นมาก่อนที่มือหนานั้นจะจับที่มือของเป่าหลิง.. เด็กสาวทำได้เพียงจ้องไปด้านหน้าเท่านั้นเพราะว่าเธอต้องกุมบังเหียนรถม้าของตนเอง..

        “ข้าไม่อยากจะสูญเสียใครไปอีก...แม้ว่าเจ้าจะทำตัวเย็นชาขนาดไหนใส่ข้าก็ตาม ข้าก็ไม่อยากจะสูญเสียอะไรไป..เจ้าเข้าใจข้าใช่ไหม?...” ซิริกล่าวถามทางเป่าหลิง เมื่อเด็กสาวได้ยินเช่นนั้นเธอถึงค่อยๆ ถอนหายใจแล้วก็หันไปหาเขา… “ข้าจะเข้าใจไม่เข้าใจ ข้าก็ไม่สนหรอก...เจ้าก็รู้นี้ เจ้าบอกข้าเอง ว่าเราสองคนไม่มีทาง...ที่จะได้…...เจ้า..”

        สิ้นเสียงคำพูดนั้นร่างกายของซิริก็ค่อยๆขยับเข้ามามือหนานั้นปัดหมวกไม้ไผ่ผ้าใบสีดำบางนั้นออกไปอย่างรวจเร็วก่อนที่รสจูบของสตรีสีขี้เถ้านั้นจะทาบทับไปที่ริมฝีปากของเด็กสาว รสจูบนั้นทำให้คำพูดทั้งหลายของทางเป่าหลิงที่กำลังจะกล่าวนั้นหายไป ใช่…
        ไม่มีทางที่จะได้คู่กัน...แล้วยังไงล่ะ?
        ไม่มีทางที่จะได้พบเจอ...แล้วยังไงล่ะ?
        มันหมายความว่าข้าไม่มีทางที่จะได้รักอย่างงั้นหรือ?..

        ริมฝีปากหนานั้นกดจูบริมฝีปากบางนั้นอย่างเผลอตัว ความหวานและกลิ่นหอมของดอกไม้นั้นส่งผลให้จูบครั้งนี้เนินนานและวาปหวามไปด้วยความรู้สึกที่ก่อตัว อีกเพียงนิดเดียวที่จะได้พบเจอ..และครั้งนี้จะเป็นอีกครั้ง ที่ไม่มีทางได้รู้เลยว่าจะไปแบบไม่มีวันกลับหรือไม่…

        ซิริล่าค่อยๆผละจูบนั้นออกมา.. จ้องมองใบหน้าของเด็กสาวที่กำลังหายใจขึ้นมาเพื่อนำอากาศเข้าปอดจากการจูบโดนที่ไม่ได้ตั้งใจและไม่รู้ตัวมาก่อนจากทางสตรีร่างสูงกว่าตนเอง “ใช่..เพราะงั้นไง ข้าอยากจะใช้เวลาตรงนี้ให้ดีที่สุด..เชื่อข้าเถอะ...” หญิงสาวนั้นกล่าวเช่นนั้น..ก่อนที่จะเงียบไป.. มือบางที่กำลังกุมบังเหียนรถม้านั้นค่อยๆจับเชือกนั้นอย่างรวจเร็วแล้วรีบหันหน้าหนี.. แล้วค่อยๆหยิบเจ้าฮู๊ดสีดำนั้นมาปกปิดใบหน้าของตนเองเสียอย่างงั้นล่ะ..

       “..........เจ้ามันบ้า..” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้นก่อนที่จะเดินทางไปส่งกล่องข้าวที่ บ้านขนาดกลางตระกูลเหวิน


@Admin
++จัดส่งแล้ว++





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 ความโหด โพสต์ 2019-3-24 20:49

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-6-21 07:19

ขึ้นไปด้านบน