{ โลกผู้สร้าง - ถนนชีหยาง } จวนขุนพลปราบมาร | เว่ย จี

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-4-4 14:49:42 |โหมดอ่าน


จวนขุนพลปราบมาร | เว่ย จี

{ถนนชีหยาง}









ที่พำนักในโลกผู้สร้างของขุนพลปราบมาร เว่ย จี หรือ

รองแม่ทัพหญิงแห่งรัฐเว่ยในยุคเลียดก๊ก นับเป็นวีรสตรีแห่งรัฐเว่ย

มีความกล้าหาญ และ จงรักภักดีต่อเว่ยหวางเต็มเปี่ยม

อยู่ในสมัยเว่ยจ้าวหวางจนถึงเว่ยอันซีหวาง

แม้สุดท้ายเว่ยจีจะสิ้นชีพในสมรภูมิรบกับรัฐฉิน

แต่ความภักดีของนางได้นำทางนางไปสู่ดินแดนนิรันด์





เจ้าของจวน

เว่ย จี












คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 8

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-4-4 19:23:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[จวนปริศนาในโลกคนตาย]


     นานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ที่จางฝุนั้นวิ่งตามกงจักรสีเพลิงของเธอที่จู่ๆก็พุ่งออกมาจากร่างของเธอและพยายามที่จะลอยนำเธอไปที่ใดสักแห่งในโลกที่มีแต่วิญญาณนี้ เธอวิ่ง วิ่ง วิ่งและวิ่งมาจนเกือบๆจะชั่วยามแล้ว แต่ดูเหมือนว่ามันจะไปไม่ถึงจุดหมายของเจ้ากงจักรทั้งสองเสียที วิ่งจากถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน จนตอนนี้ถนนที่เธอกำลังมุ่งหน้าไปอยู่นนี้มันไม่มีคนเดินสักคน นี่ถ้าเจ้ากงจักรนี่เป็นคนเธอคงคิดว่ามันจะพาเธอไปฆ่าหมกป่าที่ไหนสักแห่งแน่ๆ


      “พวกแกจะลอยไปถึงไหนน่ะ!!!”จางฝูร้องตะโกนออกมาแล้วมองไปยังกงจักรทั้งสองที่ยังคงลอยไปมาในอากาศก่อนที่กงจักรทั้งสองนั้นจะลอยเลี้ยวไปยังซอยๆหนึ่งซึ่งเมื่อจางฝุวิ่งตามเข้าไปกลับพบว่าสถานที่เบื้องหน้าของเธอยามนี้นั้นคือจวนหรูหราหลังใหญ่มโหฬารตั้งอยู่ ก่อนเจ้ากงจักรทั้งสองของเธอนั้นจะลอยๆไปมาบริเวณที่ด้านหน้าจวนและพุ่งเข้าไปยังด้านในอย่างรวบเร็ว จางฝูที่วิ่งตามมาได้แต่หยุดชะงักเท้าของเธอแล้วมองไปยังจวนที่กงจักรทั้งสองพุ่งเข้าไปด้วยท่าทีลำบากใจ ‘แล้วแบบนี้เธอจะตามเข้าไปยังไงละ’


     “แล้วข้าจะเข้าไปในนั้นยังไงละนั้น หวังว่าจะไม่เข้าไปสร้างความเดือดร้อนด้านในนะ”จางฝูกล่าวพึมพัมกับตัวเองพร้อมพยายามที่จะชะโงกหน้ามองไปยังไปยังด้านในจวนนั้น อย่างกลัวว่าการที่เจ้ากงจักรทั้งสองลอยเข้าไปยังด้านในนั้นจะไปทำเอาคนภายในจวนนั้นแตกตื่นกัน ก่อนหญิงสาวจะเหลือบมองไปยังที่บริเวณด้านหน้าประตูจวนที่มีชายร่างสูงสองคนที่เเต่งกายคล้ายๆกับชายที่ตรวจบัญชีรายชื่อเพียงแต่สีของชุดเกราะนั้นมันดูแปลกออกไปคนละสี เหมือนกับอยู่คนละหน่วยอย่างไรอย่างนั้น


      ‘อย่างไรก็ต้องขอเข้าไปตรวจดู’จางฝูสูดลมหายใจเข้าก่อนที่เธอจะเดินก้าวเข้าไปที่ด้านหน้าประตูทางเข้าจวนก่อนจะหยุดฝีเท้าลงและมองไปยังชายที่น่าจะเหมือนกับทหารเฝ้าจวนทั้งสองที่ยกทวนขึ้นมากั้นประตูเอาไว้เป็นเชิงบอกว่าไม่อนุญาติให้เธอเข้าไปมากกว่านี้


     “เจ้าต้องการอะไร รู้รึไม่ที่นี่มิใช่ให้ใครเดินเข้าออกโดยง่าย”


    “ขะ..ข้ารู้เจ้าค่ะ เพียงแต่…”จางฝูหันไปกล่าวกับชายเฝ้าประตูจวนผู้หนึ่งที่กล่าวออกมาพร้อมกับก้าวเท้าหลังไปเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่างเป็นการบ่งบอกว่าเธอไม่ได้มีเจตนาที่จะบุกรุก “เพียงแต่ว่าเมื่อครู่ กงจักรของข้ามันลอยผ่านประตูเข้าไปข้างใน อย่างน้อยให้ข้าเข้าไปเก็บมันออกมาได้หรือไม่เจ้าคะ แค่ของเข้าไปดูเพียงครู่เดียวไม่ทำให้เดือนร้อนหรือก่อกวนแน่ๆเจ้าค่ะ”


      เมื่อไม่เห็นว่าหญิงสาวเบื้องหน้ามีท่าทีจะบุกรุกจวนท่าทีคุกคามนั้นก็ถูกผ่อนลงไปพร้อมกับนายทหารอีกนายหันมองหน้าเพื่อนของตนและแล้วหันกลับมามองยังจางฝูที่ยืนรอฟังคำตอบอยู่


      “ของอะไร พวกข้ายืนเฝ้ากันอยู่ที่ตรงนี้ ยังไม่เห็นมีอะไรลอยผ่านหน้าหรือข้ามหัวเข้าไปด้าานในเลย นางหนูเจ้าจำผิดแล้วกระมัง”


       “มะ..ไม่นะเจ้าคะ มันลอยเข้าไปจริงๆน่ะเจ้าคะ”จางฝูกล่าวออกมาพร้อมกับมองเข้าไปยังด้านในและจวนสลับกับหน้าของทหารเฝ้าจวนทั้งสองที่ยังคงยืนมองหน้าเธออยู่ด้วยความสงสัย ‘จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมองไม่เห็นก็เธอเห็นว่ากงจักรมันลอยผ่านทั้งสองเข้าไปจริงๆ’


      “หรือว่าจะมีเพียงแต่ตัวข้าที่มองเห็นกันละ แบบนั้นมันเพราะอะไร”จางฝูกล่าวพึมพัมกับตัวเองด้วยสีหหน้าวิตก อย่างไรเธอก็ต้องตามหากงจักรนั้นของเธอให้เจอเพราะมันอาจจะเป็นกุญแจที่จะพาเธอกลับไปยังฝั่งโลกของเธอก็ได้


      “นางหนู ข้าว่าเจ้าคงงจะจำผิดแล้วละลองไปหาดูที่อื่นเถิด”ทหารผู้นั้นกล่าวอีกครั้งแล้วมองมายังจางฝูเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกลับไปประจำตำแหน่งทำหน้าที่ของตัวเองต่อเพียงแต่ให้เธอมายอมมแพ้ตอนนี้ไม่ได้ นั้นอาจเป็นทางเดียวที่พาเธอกลับบ้านนะ


      “ท่านคะ”จางฝูร้องกล่าวออกมาพร้อมกับเดินเข้าไปหานายทหารทั้งสองอีกครั้งด้วยแววตาของร้อง “เช่นนั้น เช่นนั้นให้ข้าเข้าพบเจ้าของจวนได้หรือไม่เจ้าคะ”


       “อ่ะ..เอ่อ นางหนู”


       “ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ ของนั้นสำคัญกับข้ามาก ข้าจะขออนุญาตกับท่านเจ้าของจวนเอง หากว่ามันไม่มีข้าจะไปเจ้าคะ”จางฝูกล่าวออกมาแล้วมองไปยังทหารทั้งสองด้วยสีหน้ามุ่งมั่น นายทหารทั้งสองเมื่อเห็นก็หันมองหน้ากันอย่างหนักใจก่อนหนึ่งในสองคนนั้นจะถอนหายใจออกมา


      “ก็ได้ ข้าจักไปแจ้งท่านให้ เจ้าก็นั่งรออยู่ที่ด้านนอกนี่ก่อนแล้วกันนะ”


      “ขอบพระคุณท่านมากนะเจ้าคะ”จางฝูกล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มออกมาก่อนนายทหารผู้นั้นจะเดินเข้าไปยังด้านในจวน สวนเธอนั้นจะหลบไปยืนรอที่บรืเวณรั้วด้านหน้าจวน รอคอยให้นายทหารนั้นนำเรื่อไปแจ้งบแก่เจ้าของจวน หวังว่าท่านเจ้าของจวนนั้นจะเป็นคนพูดง่ายและยอมให้เธอเข้าไปตามหากงจักรของเธอ จะว่าไป เหตุใดจึงไม่มีใครเห็นกงจักรกันนะ แล้วด้วยเหตุใดจึงต้องเป็นภายในจวนหลังนี้นะ


    “เฮ้ เจ้าน่ะ ไปนั่งที่ม้านั่งรอดีกว่า”ระหว่างที่จางฝูยืนมองท้องฟ้าสีประหลาดรอเวลาที่นายทหารคนนั้นเอาเรื่องไปแจ้งแก่เจ้าของจวน เสียงของนายทหารอีกคนที่เฝ้าประตูทางเข้าอยู่นั้นก็เอ่ยออกมาพร้อมกับชี้ให้เธอเห็นม้านั่งตัวเล็กที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกำแพงเท่าไหร่นัก เพราะจากที่ผ่านๆมามีหลายคนมาขอเข้าพบนายท่านของตนกว่าที่ท่านจะออกมาหรืออนุญาติให้เข้าพบก็นานอยู่จึงต้องมีการนำเอาม้าหินมาวางไว้ให้ผู้ที่มาขอเข้าพบนั่งคอย


     “อ้อ ขอบคุณเจ้าคะ”จางฝูกล่าวออกโดยไม่ลืมที่จะลืมค่อมหัวให้อีกฝ่ายแล้วเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่ม้านั่งตัวที่นายทหารคนนั้นว่า รอเวลาที่เธอจะได้เข้าไปยังด้านในจวนเสียทีและหวังว่าก่อนเธอจะเข้าไปนั้นจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นนะ


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-4 19:30
คุณได้รับ +7 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-4 19:30

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x178
x80
x1
x1
x10
x1
x2
x8000
x4
x7
x12
x4
x50
x187
x18
x5
x1
x3
x13
x10
x106
x1
x89
x1
x2
x1
x1
x130
x2
x1
x8
x12
x2
x1
x50
x3
x35
x8
x2
x12
x20
x2
x1
x2
x14
x4
x10
x2
x1
x2
x2
x4
x2
x2
x12
x90
x3
x16
x20
x7
x68
x28
x12
x1
x2
x21
x5
x310
x98
x14
x17
x10
x2
x300
x1
x3
x10
x8
x20
x12
x40
x1
x10
x90
x2
x92
x1
x1
x2
x1
x550
x4
x61
x1
x2020
x2
x100
x7
x12
x30
x11
x5
x4
x32
x4
x10
x31
x5
x6
x4
x4
x1
x4
x180
x130
x30
x30
x250
x110
x6
x4
x64
x13
x24
x360
x2
x500
x360
x100
x1
x160
x80
x317
x800
x2
x135
x80
x40
x50
x570
x246
x3
x11
x9
x160
x1
x400
x3
x18
x1
x600
x600
x180
x90
x30
x240
x3
x34
x600
x459
x88
x9
x396
x1200
x75
x10
x69
x591
x5
x1
x1
x400
x1263
x2
x156
x197
x4
x583
x38
x3
x30
x54
x28
x5
x250
x19
x540
x132
x71
x390
x100
x800
x7
x320
x825
x190
x16
x200
x30
x650
x1
x1
x1
x1000
x400
x950
x30
x600
x104
x8
x7
x30
x390
x74
x1
x17
x1826
x3
x2
x2145
x2820
x1629
x9
x7
x13
x148
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x4
x9
x186
x290
x130
x4
x30
x30
x2
x40
x8
x821
x520
x9500
x132
x278
x481
x440
x620
x530
x470
x156
x325
x606
x46
x111
x592
x1276
x1
x16
x736
x5
x554
x162
x456
x293
x520
x1556
x147
x117
x848
x564
x6
x2
x886
x1020
x450
x175
x9999
x1926
x580
x325
x137
x26
x17
x71
x25
x509
x1182
x8
x1894
x960
x440
x1
x4
x82
x1
x9
x213
x312
x910
x5500
x129
x11
x320
x646
x146
x4700
x8
x577
x730
x9999
x37
x1
x4
x440
x6
x52
x1
x141
x2
x1800
x632
x2320
x932
x258
x430
x115
x15
x147
x288
x7
x43
x3
x4
x7
x289
x5
x10
x18
x4
x207
x363
x500
x2
x56
x9999
x14
x308
x200
x6965
x702
x410
x8
x58
x2
x7
x1546
x2222
x690
x644
x219
x342
x384
x379
x4
x30
x17
x728
x8
x1529
x9
x1948
x308
x1108
x1324
x1174
x2530
x709
x243
x134
x213
x893
x1684
x957
x92
x218
x268
x1056
x608
x145
x1116
x8
x342
x335
x819
x460
x1370
x790
x307
x2172
x2318
x831
x40
x1060
x808
x20
x510
x1395
x148
x248
x1440
x8160
x1960
x1480
x30
x38
x41
x81
x707
x1
โพสต์ 2020-4-4 22:34:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[มือปราบปีศาจเว่ยจี]


      ไม่นานอย่างที่คิดหลังจากที่จางฝูนั้นนั่งรอได้เพียงไม่นานนัก ร่างของนายทหารคคนเดินที่ยืนคุยกับจางฝูเมื่อครู่นั้นก็เดินกลับมาพร้อมกับเชิญให้จางฝูเข้าไปยังด้านในจวนพร้อมกับตน นับเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ระหว่างทางที่จางฝูเดินตามหลังของนายทหารผู้นั้นไปจางฝูนั้นก็มองดูรอบๆภายในจวนนั้นด้วยความสนใจ มองจากภายนอกนั้น จวนนนี้ไม่ต่างอะไรเลยจากบ้านของพวกขุนนางยศสูงๆในเมืองฉางอัน จะต่างก็เพียงบรรยากาศที่ดูไปแล้วสงบกว่ามากนั้นเอง อีกทั้งคนภายในจวนรวมถึงทหารของที่นี่ก็ยังดูเป็นมิตรมากเสียด้วย


      จางฝูเดินตามร่างของทหารมายังห้องโถงของจวนที่มีการจัดตกแต่งกย่างงดงามนัด โต๊ะไม้หรือเครื่องประดับตกแต่งต่างๆของที่นี่ล้วนแล้วแต่ถูกส้รางขึ้นอย่างปราณีตงดงามอย่างที่จางฝูนั้นไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อมองไปยังไปยังด้านในของห้องก็พบกับสตรีผู้หนึ่งผู้มีใบหน้างดงามและผิวพรรณของนางก็ดูผุดผ่อง กลับกันใบหน้างามนั้นกลับดูดุดันและแฝงด้วยกลิ่นอายทรงอำนาจบางอย่างที่ตัวจางฝูนั้นก็ไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไรเช่นกัน สตรีเบื้องหน้านั้นยามนี้อยู่ในชุดเกราะสีดำม่วงกำลังนั่งส่งยิ้มบางมายังเธออยู่ ดูท่าคนตรงหน้าคงจะเป็นเจ้าของจวนแห่งนี้สินะ


     “พามาแล้วขอรับ”


    “ขอบใจมาก เจ้าไปทำหน้าที่ของเจ้าต่อเถิด”เสียงกล่าวมองของหญิงสาวที่นั่งอยู่นั้นดูทรงอำนาจอย่างหน้าประหลานก่อนร่างของนายทหารนั้นจะหมุดตัวเดินออกจากห้องไปเหลือเพียงตัวของจางฝูและหญิงสาวเจ้าของจวนเท่านั้นที่อยู่ภายในห้องโถงนี้


     “สวัสดีสาวน้อย ข้าขอแนะนำตัวก่อนนามของข้าคือเว่ยจี หรือบนโลกนี้ข้ามีหน้าที่เป็นขุนพลปราบมารของแดนสวรรค์”หญิงสาวในชุดเกราะที่แนะนำตัวว่าชื่อเว่ยจีนั้นกล่าวออกมา ดูเหมือนว่าชื่อเว่ยจีนั้นจะดูคุ้นหูของจางฝูนัก แต่เธอก็จำไม่ได้ว่าเคยได้ยืนชื่อนั้นมาจากไหนกันแน่ “ข้าขอเดาว่าที่เจ้าเดินทางมาจนถึงที่นี่เพราะสิ่งนี้ใช่หรือไม่”


      สิ้นคำกล่าวบนฝ่ามือของนางนั้นก็ปรากฎกงจักรเฟิ่งหวงลอยเคว้งวนไปมาอยู่บนมือของนาง นั้นทำเอาจางฝูถึงกับเบิกตามองกว้างอย่างแปลกใจว่ากงจักรของเธอนั้นไปอยู่กับอีกฝ่ายได้อย่างไร ทั้งๆที่ก่อนหน้านนี้ไม่มีใครเห็นมันเลยสักคน และทำไมคนผู้นั้นถึงได้ถือมันโยนและโบกไปมาอย่างถนัดคล่องมือนัก


      “ชะ..ใช่เจ้าค่ะ มัน…อ้อ..ขะ..ข้าจางฝูเจ้าค่ะ”จางฝูที่ยืนอยู่เมื่อเห็นก็กล่าวรับไปโดยไม่ลืมที่จะกล่าวแนะนำตัวด้วยเป็นมารยาท


      “หึหึ เจ้านั่งก่อนสิเราจะได้คุยกัน”เว่ยจีกล่าวตัดบทขึ้นมาก่อนที่เธอนั้นจะรอบเจ้ากงจักรที่ลอยอยู่รอบตัวมาถือเอาไว้พร้อมผายมือให้จางฝูนั้นเดินมานั่งที่เก้าอี้ไม้บุด้วยเบาะผ้าอย่างดีใกล้ๆกับนาง “ดูเหมือนว่าตอนนี้เป็นเจ้าที่ครอบครองกงจักรนี่อยู่สินะ ใช่หรือไม่”


    “เป็นเช่นที่ท่านว่าเจ้าค่ะ”จางฝูกล่าวออกมาพรางมองเว่ยจีด้วยท่าทีที่ยังสงสัยอยู่นั้นทำให้นางที่ถูกมองนั้นยกยิ้มขึ้นมาอย่างยินดีที่ได้พบกับผู้สืบทอดอาวุธของนางเมื่อครั้งยังมีชีวิต


    “ดูเหมือนเราจะมีวาสนาต่อกันไม่น้อย นี่คือกงจักรที่ข้าเคยใช้เมื่อยังมีชีวิต”เว่ยจีกล่าวออกมาด้วยสีหน้าอ่อนโยนพร้อมกับมือบางที่ค่อยขยับไล้ไปเบาๆตามคมของกงจักรที่ยามนี้นอนนิ่งอยู่บนตักของนางราวลูกแมวเชื่อๆ


     ‘มิน่าเล่าถึงลอยมาที่นี่ ที่เเท้นางก็เป็นเจ้าของเก่านี่เอง’


     “ไหนๆ ข้ากับเจ้ามีวาสนา ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่ตายสินะ งั้นเจ้าพักที่จวนข้าก็ได้นะ”เว่ยจีกล่าวขึ้นมาพรางมองไปยังร่างที่โปร่งใสของหญิงสาวเบื้องหน้าที่ค่อนข้างต่างจากพวกนายที่ยามนี้มรเนื้อหนังไม่ต่างจากมนุษย์ด้วยหน้าที่และพังอำนาจที่ได้รับมา “อีกอย่าก็อีกสามวันกว่าที่เจ้าจะได้กลับอยู่พักที่นี่ แทนที่จะไปรอที่จุดพักวิญญาณแบบนี้น่าจะสบายกว่านะ”


      “ถ้าท่านเห็นเช่นนั้นข้าก็คงต้องขอรบกวนพักอยู่ที่นี่สักพักนะเจ้าคะ”จางฝูกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องไปนั่งเบื่อดูพวกวิญญาณเดินผ่านไปผ่านมาตลอดทั้งสามวันละนะ


      “เจ้ามิต้องเกรงใจ ที่นี่แม้ข้าจะเป็นมือปราบปีศาจ แต่ที่นี่ก็สงบสุขนักข้าก็ว่าง นานมีเพื่อาอยู่คุยเล่นบ้างย่อมดีไม่น้อย”เว่ยจีกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาดูท่าแล้วจะเป็นดั่งที่นางว่าจริงๆ ที่นี่แลดูสงบสุขนักไม่แปลกที่จะเบื่อแถมไม่รู้ว่าที่สถานที่แห่งนนี้จะมีที่ให้ไปเที่ยวพักผ่อนมากมายเท่าไหร่ แต่ถ้ามันจะว่างขนาดนี้ต่อให้มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะก็คงจะไปจนเบื่อหมดแล้วเป็นแน่


    “วันนี้เจ้าคงเดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน เช่นนั้นก็ไปพักผ่อนก่อนเถิด”เว่ยจีเอ่ยก่อนนางจะยกมือเรียกสาวใช้ของจวนให้เดินเข้ามาหาที่ด้านในห้องโถง “นำทางแม่นางจางฝูไปยังห้องพักรับรองด้วยนะ มื้อค่ำก็ให้นางมาร่วมโต๊ะกับข้า”


     “รับทราบแล้วเจ้าค่ะท่าน”สาวรับใช้กล่าวก่อนจะหันมาค่อมหัวทักทายทางจางฝูพร้อมกับผายมือเชิญ “แม่นางจางฝูเชิญเจ้าค่ะ”


     “เช่นนั้น ข้าขอตัวนะเจ้าค่ะท่านเว่ยจี”จางฝูกล่าวออกมาแล้วโค้งให้หญิงสาวเจ้าบ้านเล็กนน้อยก่อนที่เะอนั้นจะเดินออกจากห้องโถงตามหลัง สาวใช้ของจวนออกไป เพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องพักที่เว่ยจีได้ออกมาเอาไว้ โดยมีเว่ยจีนั้นนั่งมองตามแผ่นหลังบางของอีกไปจนลับสายตาก่อนที่นางนั้นจะเหลือบลงมามองอาวุธคู่กายนางเมื่อครั้งยังมีชีวิตที่ยามนี้เปร่งแสงสีแดงกระพริบจางๆออกมา


    “งั้นหรือ เจ้าก็ชอบนางงั้นหรือ”เว่ยจีเอ่ยก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาแล้วมองไปยังประตูห้องโถงที่จางฝูนั้นพึ่งจะเดินจากไป


    จางฝูเดินตามหลังของสาวฝช้ผู้นั้นไปตามเส้นทางในจวนเรือยๆก่อนจะพบว่านอกจากบริเวณด้านหน้าจวนที่เว้นวางเป็นลานกว้างเอาไว้แล้วนั้นที่ด้านข้างก็ยังถูกจัดให้เป็นสวนหย่อมขนาดเล็กเพื่อเอาไว้พักผ่อน ซ้ำยังมีสระบัวที่เต็มไปด้วยฝูปลาแหวกว่ายไปมาอีกและที่ดข้านข้างกับสระน้ำก็มีศาลาขนาดเล็กตั้งอยู่ เมื่อเดินถัดไปอีกหน่อยก็พบกับลานกว้างที่เป็นลานดิน ดูแล้วน่าจะมีไว้สำหรับเอาไว้ฝึกหรือมายืดเส้นยืดสายกระมัง


      “ถึงแล้วเจ้าค่ะ แม่นางจางฝูหากมีสิ่งใดที่ต้องการเพิ่มสามารถบอกกล่าวกับสาวใช้คนอื่นๆได้เลยนะเจ้าคะ”สาวรับใช้ผู้นั้นเอ่ยออกมาและเดินไปเปิดประตูห้องพักนั้นให้แก่จางฝูได้เดินเข้าไปสำรวจยังด้านในที่มีการตกแต่งเรียบง่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราอยู่ตามรสนิยมของเจ้าของจวน “เมื่อถึงเวลาข้าจะมาท่านไปที่โต๊ะอาหารนะเจ้าคะ”


      “ขอบคุณมมากนะ”จางฝูหันไปกล่าวขอบคุณก่อนที่สาวใช้ผู้นนั้นจะโค้งให้กับเธอและเดินออกจากห้องพักไปโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ด้วย จางฝูละสายตาจากประตูกวาดสายตามองไปรอบๆห้องเพื่อสำรวจดูโครงสร้างคร่าวๆภายด้านในและพบว่ามันมีการตกแต่งที่แตกต่างจากพวกห้องพักรับรองแขกทั่วไปของชาวฮั่นเล็กน้อย คล้ายเป็นการตกแต่ในสมัยรัฐเว่ยผสมผสานกับฮั่นและโรมันเล็กน้อย นั้นทำให้การตกแต่งภายในห้องนั้นดูแปลกตาไปมากสำหรับจางฝู


    “ที่นี่สวยจัง”จางฝูกล่าวออกมาพร้อมกับพาตัวเธอนั้นเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เตียงภายในห้อง แล้วจึงค่อยล้มตัวนอนอย่างเหนื่อยเพลียนัก มือบางที่ยามนี้โปรงแสงจนสามารถมองทะลุได้ค่อยถูกยกขึ้นมาดูอย่างช้าๆ แม้ตัวเธอนั้นจะยังสัมผัสกับตัวเองได้ แต่มันกลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิดเดียวที่แบบนี้มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียสินะ


     หลังจากที่นอนพักมาตลอดวันในช่วงเย้นในที่สุดก็ถึงช่วงเวลาของอาหารค่ำ สาวรับใช้คนเดิมนั้นเดินมาเคาะที่ประตูหน้าห้องก่อนจะนำจางฝูเดินำไปยังห้องโถงที่ยามนี้ถูกจัดให้เป็นที่นั่งทานข้าวของนางกับเว่ยจี ซึ่งเมื่อมาถึงก็เห็นเว่ยจีนั่งรออยู่ก่อนแล้ว


     “ขออภัยที่มาชะ..”


     “โฮ้วมาแล้วหรือ มาๆนั่งทานข้าวกันคงหิวแล้วใช่ไหม”เว่ยจีกล่าวตัดบทขึ้นมาอีกเช่นเคยก่อนที่นั่งนั้นจะยกเอาถ้วยข้าวของตัวเองขึ้นมาถือเอาไว้พร้อมกับกวักมือเรียกให้จางฝูนั้นนั่งร่วมดต๊ะทางข้าวกับนางโดยเร็ว จางฝูเห็นแล้วก็ได้แต่ยิ้มแห้งออกมาก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้แล้วหยิบเาอหญ้าเงินครามที่เห็นวางประดับอยู่ขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะอาหารด้วย เพราะเห้นมันสวยดีและน่าจะช่วยให้เจริญอาหารไม่น้อย ก่อนจะหยิบเอาถ้วยข้าวของตนขึ้นมาและคีบเอาอาหารตรงหน้าขึ้นมาทาน


    “อืมม..อร่อยจัง”จางฝูที่คีบเอาเนื้อหั่นเต๋าเข้าปากไปกล่าวออกมานั้นยิ่งทำให้เว่ยจีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ “ตอนแรกข้าคิดว่าตัวเหลือเพียงแค่ดวงจิตจะรับรสหรือสัมผัสอะไรไม่ได้เสียอีก”


    “เพราะที่นี่ต่างไปจากดินแดนหลังความตามทั่วไปอย่างไรละ ที่นี่คือโลกผู้สร้างหรือบางคนก็กล่าวขานมันว่าดินแดนนิรันดร์ ที่นี่ต่อให้เหลือเพียงด้วยจิตก็ยังรับรู้ถึงสัมผัส รูป รส กลิ่น เสียงต่างๆได้ไม่ต่างกับยามเป็นมนุษย์ ยิ่งอยู่นานยิ่งมีกายดุจมนุษย์แต่ก็มิใช่มนุษย์ ยามนี้ตัวเจ้าเป้นเพียงดวงจิตที่ถอดออกมาชั่วคราวเท่านั้นจึงยังมีลักษณะที่โปร่งใสอยู่”เว่ยจีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามค่อยๆกล่าวอธิบายออกมา ก่อนจะตัดเอากับข้าวตรงหน้าเข้าปาก “ไว้พรุ่งนี้เจ้าพักผ่อนจนเต็มที่ข้าจักอธิบายเกี่ยวที่นี่ให้เจ้าฟัง ตอนนี้ก็ทานข้าวเสียก่อน”


   “เจ้าค่ะ”จางฝูตกปากรับคำของอีกฝ่ายแล้วเริ่มลงมือทานอาหารตรงหน้าของเธออย่างเอร็ดอร่อยจนเวลาของมื้อค้ำจบลงเธอจึงขอตัวลาไปพักที่ห้องพักของเธอก่อน เพื่อที่วันพรุ่งนั้นจะได้ตื่นมานั่งฟังเว่ยจีอธิบายเกี่ยวกับเรื่องต่างๆต่อ




ใช้
รูปปั้นเทพีวีนัส
หญ้าเงินคราม




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ จิตวิญญาณ: เว่ย จี เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2020-4-5 02:07
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ จิตวิญญาณ: เว่ย จี เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2020-4-5 02:07
คุณได้รับ +8 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-4-5 02:06
คุณได้รับ +22 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-5 02:06

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -11 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -11 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x178
x80
x1
x1
x10
x1
x2
x8000
x4
x7
x12
x4
x50
x187
x18
x5
x1
x3
x13
x10
x106
x1
x89
x1
x2
x1
x1
x130
x2
x1
x8
x12
x2
x1
x50
x3
x35
x8
x2
x12
x20
x2
x1
x2
x14
x4
x10
x2
x1
x2
x2
x4
x2
x2
x12
x90
x3
x16
x20
x7
x68
x28
x12
x1