ดู: 39|ตอบกลับ: 2

{ นอกเมืองจื่อถง } บ้านลับของขุนนางถง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-3-24 06:56:02 |โหมดอ่าน

【บ้านลับของขุนนางถง】






บ้านลับของขุนนางถงตั้งอยู่ในป่าทึบใกล้เมืองจื่อถง ยากแก่การค้นหาได้โดยง่าย
เป็นสถานซึ่งไว้ติดต่อหรือทำเรื่องชั่วร้ายของขุนนางถงที่ไม่อยากให้ทางการหรือใครรู้เห็น
มีคำเล่าลือว่าได้ยินเสียงปีศาจสาวกรีดทุกค่ำคืน ทำให้ไม่มีใครย่างกายเข้าไปเขตนั้น





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 8

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-3-25 18:28:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Luoxian เมื่อ 2020-3-25 22:11

【หลัวเซียน ผจญภัย】
✦ ดาวโจรที่เริ่มส่องแสง 30 ✦


                     หลังจากพ้นเขตเมืองจื่อถงไป เข้าสู่เขตป่าด้านนอกเมือง หลัวเซียนก็ต้องขับเกวียนของเขาให้ช้า และไกลกว่าเดิม  เพื่อไม่ให้พวกนั้นสังเกตเห็นว่ากำลังมีคนติดตามพวกเขาอยู่  และเมื่อติดตามเข้าไปในป่าลึกขึ้นยากที่จะเห็นรถม้าใดสวนไปมา เขาก็ถอยห่างให้ไกลยิ่งกว่าเดิม จนในที่สุดหลัวเซียนก็ต้องหยุดม้าแล้วผูกมันไว้ แล้วก็วิ่งติดตามแทน เพราะป่าที่ลึกขึ้นไปนั้น เสียงเท้าของม้าหรือเสียงเกวียนที่ลากก็ยังดังเกินไป


                     หลัวเซียนติดตามต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละย่างก้าวของเขาที่วิ่งตามไปนั้น เบาบางมาก เพราะความสามารถพิเศษในทักษะทางด้านการขโมยที่เขาฝึกฝนมันมาตั้งแต่ยังเด็ก  ที่ต้องคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบเพื่อยกเค้าบ้านของคนอื่นเขา และเมื่อมันถูกขัดเกลาด้วยวิชาตัวเบาซึ่งได้มาใหม่นั้น มันก็ยิ่งเบากว่าเดิมขึ้นไปอีกจนแทบไร้เสียง   


                     และในที่สุดรถม้าก็หยุดเสียที  มันหยุดลงที่บ้านไม้หลังค่อนข้างใหญ่ ซึ่งแคว้นโคมไฟรำไรเอาไว้รอบบ้านไม้หลังนั้น  เหล่าผู้ติดตามของมันก็เดินมาเปิดประตูรถม้า พาพวกมันลง และเข้าบ้านไปก่อนจะยืนเฝ้ารอบ ๆ บ้านหลังนั้นไว้นั้น มองเห็นราว 4 คนเฝ้าอยู่รอบทั้ง 4 ทิศ  ปิดทางที่จะลอบเข้าไปโดยง่าย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ดูเป็นไปได้ที่จะลอบเข้าไปได้มากกว่าจวนของถงถังเอง ซึ่งมีทหารเฝ้าดูแลมากกว่านี้


                     หลัวเซียนย่องเบาสำรวจรอบบ้านหลังนั้นให้เงียบงันที่สุดเท่าที่จะทำได้  เขาเคลื่อนตัวอย่างระมัดระวัง สายตาจับสังเกตสิ่งรอบตัว วางส้นเท้าลงก่อนแล้วค่อยๆ วางส่วนที่เหลือไปจนถึงนิ้วเท้าอย่างแผ่วเบาลงบนพื้นเพื่อให้เกิดเสียงน้อยที่สุด  รวมถึงการหายใจของเขา ที่พยายามทำมันให้คงที่  ไม่เสี่ยงขาดห้วงจังหวะ จนหายใจเข้าแรงไปจนเกิดเสียงดัง


                     ถึงแม้ช่วงหลัง ๆ เขาจะดูจับได้บ่อยครั้ง เพราะยอดฝีมือ หรือเพราะความโลภของเขาที่มากเกินไป  แต่ความหากเป็นคนธรรมดาฝีมือไม่ถึงขั้นสักเท่าไหร่ ก็ยากที่จะจับเขาได้  เพราะชุดสีดำที่เขาใส่อยู่ทำให้เขากลบกลืนไปกับธรรมชาติ  เขาเคลื่อนตัวขยับไปตามเสียงลมของต้นไม้ที่ไหวและกลบเกลื่อนเสียงของเขา  และยังก้าวเท้าในจังหวะเดียวกับคนพวกนั้น


                     และในที่สุดหลัวเซียนก็พบจุดอ่อน เมื่อเขาสังเกตเห็นผู้ติดตามคนหนึ่งกำลังลอบมองผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มออกของห้องหนึ่งที่ส่งเสียงร้องครวญครางของหญิงสาว  เพราะหากไม่ใช่พระ พวกเขาก็ยากที่จะตัดกิเลสได้


                     หลัวเซียนจึงใช้จุดอ่อนนี้  สังเกตท่าทางของชายคนนั้นอยู่สักพัก เมื่อจับจังหวะของชายคนนั้นได้เขาก็พุ่งตัวเข้าไปด้านหน้าด้วยความเร็ว ขณะชายคนนั้นกำลังหันหลังอยู่ พร้อมเหวี่ยงท่อนไม้ขนาดพอดีมือที่หาได้จากในป่าฟาดเข้าไปที่ท้ายทอยเต็มแรง สติของผู้ติดตามคนนั้นก็วูบดับและร่วงลงไปโดยมีหลัวเซียนรอรับร่างนั้นอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง  และต่อจากนั้นเขาก็ลากชายคนนั้นเขามุมมืดไป  และกลับออกมาพร้อมการแต่งตัวที่เปลี่ยนไปด้วยทักษะมือไวของเขา  โดยในตอนนี้เขากำลังสวมเกราะสีทองแดงเช่นชายคนก่อนหน้านี้อยู่  และสวมหน้ากากซึ่งปิดบังใบหน้าแบบเดียวกับชายคนนั้นที่หยิบออกมา


                     แล้วเคลื่อนที่ตัวไปยืนต่ำแหน่งเดิมที่ชายคนนั้นอยู่ตามแผนที่วางไว้  ทุกอย่างถูกกระทำการอย่างรวดเร็ว  ทำให้ผู้ติดตามคนอื่นที่ได้ยินเสียงการฟาดของท่อนไม้เมื่อครู่นี้  ไม่พบความผิดปกติอะไร ชายที่เฝ้าอยู่ทางทิศตะวันออก  ยังคงส่ายหน้าเบา ๆ และบอกว่าไม่เป็นอะไร  ถึงแม้ความสูงจะดูต่างกันไปนิด เพราะชายที่เฝ้าอยู่ทางทิศตะวันออกนั้นเตี้ยกว่าหลัวเซียน  แต่พวกนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะความมืดทำให้มันดูออกอยาก แล้วหันกลับไปที่ทิศของตนต่อ และเฝ้าระวังภัยต่อไป โดยหารู้ไม่ว่า ภัยที่เขาระวังนั้นได้มาประชิดตัวบ้านของนายตนแล้ว


                     หลัวเซียนก็ลอบมองผ่านหน้าต่างที่แง้มนั้นเขาไป  แต่ไม่ใช่เพราะสัญชาติญาณดิบของความเป็นชายของเขาที่อยากแอบดูเสียงร้องครวญของหญิงสาว  แต่เพื่อเก็บข้อมูล คิดและวางแผน ในการจัดการเหตุการณ์ต่อไป


                     โดยเมื่อมองเข้าไปก็พบว่าเสียงร้องครวญนั้นดังมาจาก ห้องหนึ่งซึ่งกำลังมีเงาสามสอดประสานสะท้อนแสงไฟ ของกระดาษสีขาวขุ่นที่ติดตามประตูบานเลื่อนของห้องนั้น  ซึ่งแสงเงาเหล่านั้นเล่นท่าผาดโผนช่างดูเร้าร้อน เขาจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมผู้ติดตามคนนี้ถึงลอบจ้องมองเช่นนั้น  


                     และมันก็ทำให้หลัวเซียนเข้าใจเลยว่าทำไมคนที่เฝ้าอยู่ทางทิศตะวันตก ซึ่งดูเหมือนจะเป็นยอดฝีมือที่สุดในกลุ่มถึงเฝ้าห้องนอนนั้น อาจเป็นเพราะเขาไม่ไหวเอนกับอารมณ์ง่าย ๆ แบบผู้ติดตามในทิศตะวันออกที่ถูกหลัวเซียนจัดการไปคนนี้  ซึ่งเฝ้าอยู่ทางห้องน้ำชา

                     หลังจากสอดสายตามองเข้าไปแล้วเห็นว่าห้องน้ำชาที่ติดอยู่ในทิศทางของเขานี้ไม่มีอันตราย หลัวเซียนจึงแง้มหน้าต่างตรงหน้าให้กว้างออก พร้อมสอดตัวปีนเข้าไป


                     เมื่อเข้ามาได้ หลัวเซียนก็ลงเท้าแบบแผ่วเบา ค่อย ๆ ก้าวไป โดยระวังไม่เห็นเกิดเสียงที่สุด และเริ่มสำรวจบ้านเพื่อหาของมีค่าจากบ้านหลังนั้น  ซึ่งมันก็หาไม่ได้ยากอะไร เพราะเพียงโต๊ะน้ำชาที่เขาเดินผ่าน ก็มีของมีค่าแล้ว กาและถ้วยน้ำชาซึ่งมีลวดลายงดงามวิจิตร คงขายได้ราคามากแน่  แต่เขาก็เดินผ่านไป  เพราะถ้าเป็นการยกเค้าปกติเขาคงเอาไปด้วยแน่  แต่นี้มันไม่ปกติ เขามีเวลาน้อย จึงต้องหาของที่มีค่าที่สุด ในจำนวนไม่มากพอแบกไปได้  ทำให้ของที่ขโมยไปนั้นเน้นเป็นพวกภาพวาดที่ดูมีราคา  แก้ว แหวน กำไลยก สร้อยคอมุก  ปิ่นปักผมทองซึ่งหาได้จากห้องหนึ่งซึ่งเก็บทรัพย์สินไว้จำนวนมาก


                     นี่แค่บ้านลับในป่ายังมีทรัพย์สินมากขนาดนี้ หลัวเซียนคิดไม่ออกเลย ว่าถ้าเขายกเค้าที่จวนของขุนนางถงจะได้ทรัพย์สินมากแค่ไหน


                   'จะว่าไปหลังจากที่สำรวจดูก็ไม่เห็นขุนนางถงเลยแหะ ในห้องทางทิศตะวันออกก็ดูเหมือนจะมีแค่พ่อค้าโจว' หลัวเซียนก็คิดขึ้นมาในใจ เมื่อเขานึกถึงเรื่องขุนนางถงขึ้นมา


                   'ช่างเถอะนั้นไม่ใช่เรื่องของเรา'หลัวเซียนก็ส่ายหัวไปมา  แล้วรีบโกยทรัพย์สินมากมายพวกนั้นเข้าหอผ้า แล้วก็รีบออกไปจากห้องที่เก็บสมบัตินั้น   


                   แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินกลับไปสู่ห้องน้ำชาเพื่อกลับออกไป เจ้าหูเจ้ากำของเขาก็เหมือนได้ยินเสียงบางอย่างของหญิงสาวที่ส่งเสียงร้องแว่วมาอย่างทรมานว่า 'ช่วยด้วย' ทำให้ความคิดแวบหนึ่งที่เด้งขึ้นมาเรื่องการถูกทรมานที่พี่เหมยหยูเล่าให้ฟัง


                   แต่ถึงอย่างนั้นหลัวเซียนก็ได้แต่ส่ายหน้า แล้วรีบเดินต่อไป เพราะเขาไม่ใช่ผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่งอะไรขนาดนั้น  เขาเป็นเพียงแค่ขโมยชั่ว ๆ คนหนึ่งที่สนใจแค่เงิน  แต่เสียงร้องขอชีวิตสุดแสนทรมานก็ดังแว่วมาตลอด    หลัวเซียนก็ได้แต่กลั้นใจเดินไปจึงถึงหน้าต่างของห้องน้ำชา เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นกับเขา  และก้าวเท้าเหยียบหน้าต่างเตรียมจะออกไป

......เพิ่มเติม......

                   ก็เหมือนเวรกรรมที่เขาไม่ช่วยเหลืออยู่สาวที่อาจถูกทรมานคนนั้น  เพราะเมื่อเขาก้าวผ่านพ้นหน้าต่างออกมา หน้ากากสีเงินทั้งสามแบบเดียวกับที่เขาใส่  หรือองค์รักษ์ผู้ติดตามขุนนางถง ยืนตระง่านอยู่ตรงหน้าเขา   ความตะลึงงันเกิดขึ้นแค่ครู่เดียวเท่านั้น เพราะทักษะการเอาตัวรอดเฉพาะหน้าของหลัวเซียนทำงาน  เขารีบพุ่งตัวออกไปด้วยวิชาตัวเบา   แต่ก็ถูกวิชาตัวเบาที่เหนือชั้นกว่าพุ่งตามไปและดึงกระชากเข้าอย่างแรงจนหงายหลังล้มลง


                   หลัวเซียนก็ยันตัวลุกขึ้น และจะดีดตัวใช้วิชาตัวเบาหนี  แต่หน้าแข้งหนึ่งก็ถูกฟาดเข้ามาอย่างแรงจนตัวของเขาลอยไปติดกับผนังบ้าน  มันเป็นลูกเตะที่รุนแรงมาก จนหลัวเซียนตัวงอลุกไม่ไหว  หลังจากนั้นก็แลเห็น ชายอ้วนเตี้ยในสภาพกำลังใส่เสื้อคลุมกระชับปิดพุงที่พลุ้ยของเขา กำลังเดินออกมาจากข้างตัวบ้านมาอยู่ด้านหน้าของเขา


                   "เฮอะ! กล้ามากนะที่มาเหยียบบ้านข้า" เขาเค้นเสียงและพูดออกมาด้วยแววตาเหยียดหยามขณะมองดูชายหนุ่มที่ตัวงอผู้นั้น


                   "ข้าก็รู้สึกอยู่แล้วล่ะว่ามีคนสะกดรอยตาม ไม่นึกว่าจะเป็นคนแปลกหน้า ตอนแรกคิดว่าเป็นศัตรูเสียอีก"

                   "นี่เจ้าคิดว่ามีเรื่องกับขุนนางแล้วยังจะรอดอีกเหรอ"ถงถังพูดขึ้นมา เมียเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขา พยายามพุ่งตัวใช้วิชาตัวเบาหลบหนี แต่วิ่งได้ไม่ไกล เขาก็ถูกซัดกระเด็นกลับมาติดบ้านอีกครั้ง

                   "เจ้าคิดผิดเองนะที่เลือกที่จะขโมยของข้า....ไปพวกเจ้าเอามันไปทรมาน แล้วก็ไปเตรียบมรถม้าให้กับข้าด้วย ข้าจะกลับจวน"

                   "ได้ครับ นายท่าน" องค์รักทั้งสามก็โค้งรับ แล้วหิ้วพาหลัวเซียนที่มีสภาพยับเยินไปที่เสาต้นหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังนั้น  จบเขามัดที่ต้นเสานั้น แล้วเริ่มซ้อมทรมานเขา  ว่าเป็นโจรจริงใช่ไหม  หรือมีใครส่งเขามา  เขาเป็นคนของพรรคไหน  ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่   พวกนั้นพยายามสอบสวนเขา แต่หลัวเซียนไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว เพราะไม่ว่าเขาจะตอบอะไร  คำตอบนั้นก็จะตัดสินให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว  ความเงียบจึงทำให้เขายังมีชีวิตรอด และหาทางแก้มัดที่มืออยู่เสมอ เพื่อสบโอกาสที่จะหนีไปแบบในทุกครั้ง ๆ

                   แต่มันกลับไม่ได้ผลในครั้งนี้ เพราะเชือกนั้นมัดแบบแปลกประหลาดอย่างที่เขาไม่เคยเจอ  และพวกมันยังซ้อมเขาไม่หยุด  และไม่เปิดโอกาสเขาจะหนีรอดเลย  เพราะเมื่อเจ้าองค์รักษ์คนหนึ่งที่หลัวเซียนตีหัวมนจนสลบนั้นฟื้นขึ้นมา  มันก็กลับมาแก้แค้น และซ้อมทรมานเขาไม่หยุด  จนเขากระอักเลือดออกมา ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จนเมื่อมันตะบันหน้าเขาครั้งสุดท้าย  ภาพทุกอย่างก็ตัดไป


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ --15 คุณธรรม +10 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-3-25 18:43
คุณได้รับ +6 คุณธรรม +42 ความชั่ว +35 ความโหด โพสต์ 2020-3-25 18:43

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
ตัวเบาพื้นฐาน
กลองรบกวนแมว
สร้อยเทพนักรบ
ม้าตี๋หลู
ถุงดินเขียวปน(ชั่ว)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x100
x30
x30
x30
x5
x5
x8000
x9999
x8000
x20
x30
x61
x4000
x20
x10
x1
x2
x34
x59
x32
x2
x9999
x15
x4
x10
x40
x4
x100
x70
x1
x1
x50
x58
x100
x1
x110
x50
x50
x2
x50
x20
x30
x30
x20
x1
x1
x1
x45
x35
x1
x1
x2
x80
x1
x1
x9
x5
x165
x186
x1
x60
โพสต์ 2020-3-25 22:29:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Luoxian เมื่อ 2020-3-27 13:40

【หลัวเซียน ผจญภัย】
✦ ดาวโจรที่เริ่มส่องแสง 31 ✦

                     
                       ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนปรากฎขึ้นมา ความทรมานได้ทำให้ดวงตาของหลัวเซียนเปิดขึ้น แล้วพบว่าที่มาของความแสบนั้นคือสิ่งใด  มันคือแสงซึ่งส่องสว่างมาจากเบื้องบน  มันคือแสงของดวงอาทิตย์ในตอนกลาววันที่กำลังแผดเผาร่างที่เปลือยเปล่าของเขาอยู่ตอนนี้


                       "นี่พี่เฉามันฟื้นแล้ว"เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมา หลังจากเหลือบไปเห็นการขยับตัวของเชลยผู้ถูกมันขึงเปลือยเปล่า อยู่ที่ลานทรมานไม่ไกลจากบ้าน


                       "งั้นก็ไปเค้นข้อมูลกับมันต่อเถอะ"ชายหน้ากากอีกคน ก็แก้วชาที่กำลังจิบอยู่นั้นวางลงโต๊ะไม้ใต้ชายคาบ้านนั้น แล้วเดินไปหาชายผิวแทนซึ่งตอนนั้นร่างนั้นเข้มกว่าเดิม


                       "เฮ้ย ๆ ! พร้อมจะเปิดปากหรือยัง ไม่เช่นนั้นเอ็งได้แห้งตายซากกลางแสนแดดแน่" ชายหน้ากากคนนั้นก็พูดพลางจ้องมองชายผิวแทนที่เหงื่อท่วมตัว


                       "ถุ้ย! " นั้นคืออาการไม่ใช่คำตอบ จากหลัวเซียนที่พ้นน้ำลายอันมีน้อยนิดและแห้งผากลงไปเบื้องล่าง


                      "เจ้าสารเลวตายซะเถอะ"ชายหน้ากากก็พูดออกมาด้วยอารมณ์โกรธแค้น  เพราะแม้น้ำลายนั้นจะกระเด็นใส่หน้ากากของเขาไม่ใช่ใบหน้าของเขาจริง ๆ แต่การหยามกันแบบนี้มันทำให้เขารับไม่ได้  แล้วจึงบันดาลโทสะคว้ามับไปที่ลูกกลมกลึงสองลูกของหลัวเซียนและบิดไปมา


                      " อ๊ากก!! " หลัวเซียนส่งเสียงร้องอย่างทรมาน การที่มีเจ้าพวกนี้อยู่มันเป็นจุดอ่อนอย่างที่หยางจินหยางว่าไว้จริง  ๆ


........เพิ่มเติม.........



                   หลังจากนั้นหลัวเซียนก็ถูกทรมานตากแดดต่อไปจนถึงตอนกลางวันมันก็ร้อนแรงขึ้น แสงแดดแผดเผา  ผิวกาย จนทำให้ผิวสีแทนเปลี่ยนเป็นแดงดำ ยามสายลมปะทะผิวกายเขายามใดมันก็แสบเกินทนไหว  ลำคอของเขาแห้งผาก ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้นจนเริ่มแห้งหลุดเป็นแผ่น  ดวงตาของพร่ามัวและสติเลือนรางไปแทบทุกขณะ


                   ถ้าไม่เพราะอาการปวดแสบปวดร้อนจากผิวที่ถูกแดดเผาไหม้  ค่อยย้ำเตือนทรมานเขาอยู่ตลอด ไม่ให้หมดสติ  เสียงครวญยามสายลมพัดดังขึ้นอีกครั้ง  แต่ในครั้งนี้ท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น ก็มีเสียงหนึ่งลอยลมมา   มันเป็นเสียงหัวเราะที่ต่างไปจากเดิม ไม่ใช่เสียงขององค์รักษ์สองคนที่เฝ้าเขาอยู่นั้น  หัวที่ขยับได้เชื่องช้าเพราะอาการอ่อนแรงนั้น ก็พยายามเงยขึ้น และมองไปเห็นภาพล่าง ๆ ของกลุ่มคนสวมหมวกฟางและตะกร้าสาน ยืนอยู่ที่ชายป่าไม่ไกล


                      " ฮ่า ๆ  นี่นายท่าน เขาไม่ใช่ไก่หรือหมูที่ตากให้แห้งเป็นเนื้อแดดเดียวนะ เหตุใดถึงไปจับมัดขึงอย่างนั้น ข้าว่านี่มันไม่ถูกต้อง" ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นก็ถามออกมาอย่างอารมณ์ดี


                      " มันไม่ใช่ธุรกงการอะไรของเจ้าไอ้พวกขอทาน นี่คนของเรา ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเจ้า"องค์รักษ์หนุ่มคนหนึ่งก็ลุกขึ้นตะโกนชี้หน้าดากลับไป หากลุ่มคนพวกนั้น เพราะแม้จะสวมหมวกฟาง และมีตะกร้าสานด้านหลังจนดูคล้ายพวกหาของป่า  แต่เนื้อตัวที่มอมแมม และเสื้อผ้าขาดซึ่งเต็มไปด้วยรอยปะนั้น มันดูคล้ายว่าพวกขอทานเหมือนขอทานมากกว่า

                      จากนั้นชายในชุดมอซอขาดวิ่น ร่างสูงโปร่งซึ่งเป็นคนพูดก่อนหน้านี้ ก็รีบก้าวเท้าเดินดุ่ม ๆ มายืนตรงหน้าหลัวเซียน ซึ่งมันรวดเร็วมากจนพวกองค์รักษ์วิ่งตามไปไม่ทัน และใบหน้าซึ่งมีสีน้ำตาลที่ดูมอมแมมก็ขยับปากถามบางอย่างกับหลัวเซียนออกไป


                      "จริงเรอะที่พวกนั้นพูด เจ้าเป็นคนพวกมันเหรอ....หรือว่าเจ้าถูกจับมา" เขาก็พลางใช้มือซึ่งมีเล็บดับสกปรกเชิดคางสีแดงดำไหมแดดของชายตรงหน้าที่ตกลงเพราะความอ่อนแรง


                     "ข้าถูก..จับมา... ช่วย...ข้า...ที "หลัวเซียนก็เอ่ยปากร้องขอออกมา เพราะถึงแม้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขานี้จะเหม็นชึ่งและแต่งตัวมอซอ  แต่ท่าเท้าที่เขามองเห็นก่อนหน้านี้เพราะมองต่ำ และโงหัวไม่ขึ้นนั้น มันเป็นท่าเท้าและการสัมผัสเดียวกัน  นี่ต้องนี่ต้องเป็นวิชาตัวเบาขั้นสูงแบบที่หยางจินหยางเคยใช้ไม่ผิดแน่  หลัวเซียนจึงเอ่ยขำร้องขอออกไป เพราะศักดิ์ศรีไม่เคยจำเป็นสำหรับเขาอยู่แล้ว การเอาตัวรอดสำคัญกับเขามากกว่า  และหวังว่าชายในชุดมอซอ แต่ดูมีฝีมือคนนี้จะตอบรับช่วยเหลือเขา




                      ชายคนนั้นก็ยกมือลูบคางและทำสีหน้าครุ่นคิด จนเมื่อหลัวเซียนเห็นพวกองครักษ์วิ่งมาใกล้ เขาก็จะพยายามร้องเตือนชายตรงหน้าเขา



่                      แต่ฝ่าเท้าสีดำของชายในชุดมอซอพวกนั้น โดดเข้ามาทับยันพวกองค์รักษ์ที่สวมหน้ากากพวกนั้น ที่กำลังวิ่งเช้ามาให้ล้ม


                      "ก็ได้" ชายสภาพมอมแมมที่อยู่ตรงหน้าหลัวเซียนก็ขานตอบหลังจากนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง  หลังจากนั้นเขาก็อ้อมไปด้านหลังหลัวเซียน คว้ามือไปที่ปมซึ่งโดดผูกมัด แล้วขยับเพียงสองครั้งมันก็หลุดออก  มันช่างง่ายดาย ต่างจากหลัวเซียนที่พยายามออกแรงแทบตายแต่ก็ไม่หลุดออก


                      หลังจากนั้นเขาก็ยกตัวของหลัวเซียนขึ้นผาด แล้วพลางตะโกนเรียกพวกของตนที่สกัดองค์รักษ์หน้ากากสองคนนั้นไว้อยู่ ให้รีบตามไป


                      แม้จะแบกร่างของหลัวเซียนอยู่ แต่การเคลื่อนไหวของชายมอมแมมผู้นี้ก็รวดเร็วมาก จนภาพการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้นเบลอไปหมด  ไม่รู้ว่าเพราะว่าความเร็วที่เกิดขึ้น แรงสั่นสะเทือนจากการถูกแบก  หรือสติของเขาเองที่กำลังเลือนลางกันแน่ที่ทำให้เห็นภาพเช่นนั้น


                      และภาพของการปะทะกันของเหล่าชายมอมแมมพวกนั้นกับองค์รักษ์ที่ไล่ตามมา ก็ค่อยๆ พร่าเลือนไป เพราะการขาดอาหารน้ำและถูกตากแดดมาทั้งวัน  จนในที่สุดก็ได้ยินแค่เสียง แล้วสติเขาก็วูบดับไป








แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-3-26 15:00
คุณได้รับ --35 คุณธรรม +15 ความชั่ว โพสต์ 2020-3-26 12:40

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
ตัวเบาพื้นฐาน
กลองรบกวนแมว
สร้อยเทพนักรบ
ม้าตี๋หลู
ถุงดินเขียวปน(ชั่ว)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x100
x30
x30
x30
x5
x5
x8000
x9999
x8000
x20
x30
x61
x4000
x20
x10
x1
x2
x34
x59
x32
x2
x9999
x15
x4
x10
x40
x4
x100
x70
x1
x1
x50
x58
x100
x1
x110
x50
x50
x2
x50
x20
x30
x30
x20
x1
x1
x1
x45
x35
x1
x1
x2
x80
x1
x1
x9
x5
x165
x186
x1
x60

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-4-3 23:39

ขึ้นไปด้านบน