ดู: 298|ตอบกลับ: 1

{ แคว้นซูเล่อ } ย่านคนจร

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-8-11 16:45:56 |โหมดอ่าน

ย่านคนจร

{ แคว้นซูเล่อ }




แคว้นซูเล่อหลังการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งตลาดและกิจการร้านค้ามากมาย
หมายรวมถึงการดึงดูดเหล่าพ่อค้าแม่ขาย ชาวยุทธ์ คนพเนจร ให้หลั่งใหลเข้ามาในเมือง
ตรอกแห่งนี้เป็นย่านรวมเหล่าผู้คนทั้งมิจฉาชีพ โจรขโมยรวมไปถึงศูนย์กระจายข่าวสาร
สามารถหาได้ทั้งยาจก ขอทาน เด็กกำพร้า รวมไปถึงชาวยุทธ์มากฝีมือ






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

1285

กระทู้

4601

โพสต์

71หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19575864
เงินตำลึง
175047
ชื่อเสียง
293597
ความหิว
3422

Super VIP PETใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
25856
ความชั่ว
8450
ความโหด
54170
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2019-8-11 21:59:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-8-12 17:32

ปกรณัมพิธีกรรมโบราณ
1357
{ พิธีกรรมเก่าแก่ 10,000 ปี 33 }
แลคเชอร์เรื่องคุณธรรม
               ขึ้นชื่อว่าคนจรจัดมีหมดทั้งขอทาน คนพิการ พวกลักขโมย..
               พวกเขาไม่สนใจสิง่ใดทั้งนั้นขอแค่ตนสามารถใช้ชีวิตรอดไปได้ในแต่ละวัน

               คนจรส่วนมากก็คือเหล่าเด็กกำพร้าที่เป็นผลพ่วงมาจากสงคราม หลาดเชื้อชาติหลากครอบครัวบางส่วนจดจำชื่อแซ่ตนเองไม่ได้ด้วยซ้ำ สถานที่หากินของคนเหล่านี้ก็คือเมืองใหญ่ที่มีผู้คนมากมาย ร้านรวงเปิดค้าสารพัดสิ่งของที่ตนไม่มีปัญญาจะหาเงินมาซื้อ ส่วนมากกว่าจะโชคดีมาคนจ้างงานก็ว่ายากแล้ว ยิ่งในเมืองที่พื้นที่สวนใหญ่แห้งแล้งกันดาร ล้อมรอบด้วยทะเลทรายผืนหญ้าแห้งแผ่นดินแข็งจนยากจะเพาะปลูก…

               ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ ในอดีตซูเล่อก็มีกฎแห่งธรรมชาติเช่นนี้..
               พึ่งมาเปลี่ยนแปลงเอาที่หลัง เพื่อให้พ้นจากคำครหาการเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน

                แต่ในเมื่อผู้คนมีมากกว่าทรัพยากรจำต้องเกิดการแย่งชิงโดยทั่วไป ชนชั้นสูงได้กินอิ่มนอนอุ่น ชนชั้นกลางมีสัมมาชีพพอจะประทังชีวิตไปได้โดยไม่อัตคัตขัดสนมากมายนัก แล้ว..เหล่าคนจรจัดไร้บ้านขาดปัจจัยในการดำดงชีวิตล่ะ? พวกเขาเสมือนชนชั้นล่างสุดของสังคมเด็กกำพร้าไม่มีบิดามารดาคอยเอาใจใส่ บ้างถูกจับขายเป็นทาสใช้แรงงาน บางส่วนก็เคราะห์ร้ายถูกพวก ‘อำนาจมืด’ เก็บไปชุดเลี้ยงทำนาบนหลังคน สอนวิธีก่ออาชญากรรมใช้ความน่าสงสารให้เป็นขโมย แล้วจากนั้นก็เก็บส่วยอีกที…

                หลิงหลานระหว่างที่วิ่งตามเจ้าหนูคนนั้นดวงตามองชุดเก่าขาดบนตัวอีกฝ่ายใจกลับเกิดเวทนาสงสาร ระหว่างหัวขโมยที่ยึดเป็นอาชีพ..กับ ‘อาชญากรรมโดยจำเป็น’ นางเทเหตุผลไปข้อหลัง ใจไม่นึกโกรธมีเพียงอยากได้สิ่งของที่เป็นของตนคืนเท่านั้น เจ้าหูวิ่งราวห่อผ้าในนั้นนอกจากผีผาที่บัณฑิตอิ๋งมอบให้แทนคำขอบคุณแล้ว ก็ยังมีพวกหยูกหยาที่จพเป็นคราวฉุกเฉิน รวมทั้งของทรงคุณค่าด้านจิตใจ

                ลี่ญ่าฮุ่ยวิ่งมาดักหน้าขโมยน้อยทันเวลา “เฮ้ยหยุดเดี๋ยวนี้!!”

                “ชิบหาย!! ไม่ให้จับได้หรอกชิ!!” เด็กผีเกือบโดนล้อมตัวแล้วแต่สามารถคว้าไม้ค้ำตัวเองกระโดดข้ามหัวโจรสลัดสาวไปได้เส้นยาแดงผ่าแปด หันมาแล่บลิ้นใส่แล้วโกยอ้าวตีนหมาแผ่น “แบร่!! ทำได้แค่นี้หรอเก่งจริงก็ตามมาสิ ฮ่าๆๆ”

                 ญาญ่านิ้วกลางสั่นระริกแต่ยังคงรักษามาดคุณหนู “..........เด็กบ้า!! ซนเป็นลิงเป็นค่างปั้ดเรียกคนมาตอน”

                 “....เจ้าดูขนาดเด็กยังเป็นเช่นนี้ประสาอะไรกับคนโตในเมือง?” จางเหยียนลู่ทิ้งตัวลงด้านข้างฮูหยินตน ในที่สุดก็ตามนางทันเข้ากระซิบสีหน้าเรียบเฉย ทำไมนางถึงได้ชื่นชมเจ้าข่านนั่นนัก… เห็นๆ อยู่ว่าลำพังเด็กเหลือขอในเมืองยังกร่างเสียจนน่าจับหักคอ

                  ญาญ่าส่ายหัวว่าเจอเรื่องยุ่งยาก “เจอตัวละจะแค่เอาของคืนแน่หรอ? โตไปเสียคนเปล่าๆ”

                  “เด็กๆ เหมือนผ้าขาวขนาดแดนฮั่นปกครองอย่างดีมีโรงเรียนให้ศึกษา ขอทานยาจกมีทุกมุมเมือง..ไม่เป็นแปลกอะไร คนจะดีชั่ว อยู่ที่การเลี้ยงดูเกินครึ่ง มิใช่ความผิดของผู้ครองแคว้นเสมอไป” สตรีผมเงินกล่าวตามจริง ทว่ากลับทำให้สามีปักใจเชื่อว่านางปกป้องต้าข่านอะไรนั่นเต็มที่เหลือเกิน

                  "ขื่อบนไม่ตรงขื่อล่างก็เอียง.. ความเละเทะในแคว้นมาจากแบบอย่างชนชั้นสูงนั่นล่ะ" บุรุษผมขาวเพียงกล่าวลอยๆ

                  ฮูหยินกลับวาจากรีดแแทงยิ่ง"อยู่ใกล้ชาดก็เปื้อนชาดเป็นธรรมดา หากคิดได้คงไม่มีใครเอาคอไปพาดตะแลงแกง!!"

                  หลิงหลานเห็นหัวขโมยน้อยหนีเข้าตรอกแคบแค่พอเข้าไปได้ทีละคน ดูท่าด้านในคงจะตามตัวไม่ได้ง่ายๆ เริ่มจัดหมวกม่านให้ดีแล้วเดินตามเข้าไป ด้านในนั้นเป็นอย่างีท่นางคิดผู้คนควักไขว่เสียจนแออัด เมื่อเทียบกับตรอกก่อนๆ หน้า

                  “ถ้าจับตัวได้แล้วพวกท่านอย่าพึ่งใจร้อนให้ข้าลองเจรจากับเขาดูก่อน ไม่แน่เจ้าหนูอาจมีความจำเป็นถึงต้องทำเรื่องเช่นนี้” นางหันสบตาผู้ร่วมทาง

                 “หลานเอ๋อร์อย่าเดินเร็วนัก.. คนเหล่านี้มีวรยุทธ์” จางเหยียนลู่สัมผัสได้ถึงลมหายใจของเหล่าคนจรที่บ้างนั่งบ้างยืนอยู่ทั่วไปในตรอก คล้ายว่าที่นี่เป็นจุดรวมเหล่าคนพเนจรบ้างอาจจะมีชุมนุมอะไรอยู่ก็เป็นได้ พวกเขาเข้ามาถึงจุดอับเมือง..อาจเป็นถิ่นเสือถิ่นตะเข้จะร้ายดีอย่างไรสมควรดึงภรรยามาอยู่ในรัศมีการป้องกันไว้ก่อน ทว่า… เจี้ยบน้อยที่น่ารักฮูหยินเขาเดินนำไปนู่นแล้ว

                   ‘..........นางยอมเชื่อฟังข้าอย่างว่าง่ายสักวันโลกจะแตกรึ?’

                ออกติดตามไปในตรอกแคบเฝ้าขอโทษขออภัยผู้คนที่เดินชนและเหยียบเท้า ท้ายสุดหลิงหลานสามารถเจอตัวเจ้าลิงน้อยกอดห่อผ้าตนอยู่.. บนบ่าของยักษ์ปักหลั่นสูงแปดศอกสีหน้าถมึงทึง แค่เงาก็สามารถคลุมนางจนมิดร่าง จังหวะพวกพ้องยังตามมาไม่ทันสถานการณ์สุ่มเสี่ยงสุดๆ ‘พอกับต้าอวี่เลยแฮะ… คนตัวโตหาได้ง่ายแถบตะวันตกเหมือนในตำราบอกแบบนั้น’

                หัวขโมยน้อยเขย่าหัวพี่ชายฟ้อง  “ต้าเกอๆ พวกเขาไล่ตามจับข้าจะตีข้าด้วย”

                “ผู้หญิงเจ้ากล้าทำร้ายน้องข้าหรือ!!” เสียงทุ้มแตกน่ากลัวเหมือนลำตัว ก้าวเข้ามาข่มขวัญนาง

                 “ใครว่ากันล่ะ? ดูสิในมือข้าไม่มีอาวุธสักหน่อย” หลิงหลานดึงหมวกลงจากนั้นอมยิ้ม “พี่ชายท่านนี้ ข้ามิได้ตามทำร้ายน้องชายจ้าหรอกอันที่จริงต้องพูดว่าตามของที่อยู่ในห่อนั้น มีของสำคัญต่อข้ามากรบกวนคืนให้ได้ไหมเจ้าคะ?”

                  “ข้าเอามาได้ก็เป็นของข้า นางโกหก!!” เห็นพี่ใหญ่ตนหันมองแบบดุๆ ว่าไปลักของใครมาอีกแล้ว เจ้าลูกลิงรีบเถียงกลับพลันปากโป้ง

                “น้องข้าบอกเป็นของเขา.. เจ้าอาศัยปากเปล่ามาพิสูจน์หรอ” ยักษ์ใหญ่ขมวดคิ้ว แต่ก็รู้สึกไม่ถูกต้อง สตรีผมเงินตนพึ่งเคยเห็นแต่ตัวนางเล้กกระจิ๋วเดียวไม่น่ามีแรงตีใครไหว ใบหน้าเล็กกว่าฝ่ามือตนเสียอีก..ทั้งรอยยิ้มดูบอบบางเหมือนดอกไม้ปลิวลม

                  หลิงหลานสังเกตุการส่งสัญญาณสีหน้าแล้วอย่างน้อยคนพี่น่าจะยังพอมีคุณธรรมอยู่ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อย “อะไรกันห่อผ้าข้าไปเหมือนกับของผู้อื่นหรือ? เช่นนั้นพิสูจน์รึไม่ ข้าสามารถบอกได้ว่าในนั้นมีสิ่งใดบ้าง กับน้องชายคนนี้ต่างคนต่างปิดตาไว้ ให้พี่ชายเปิดออกดูตรวจสอบก็จะทราบว่าแท้จริงแล้วเป็นของใคร”

                   “ไม่ดูๆๆ ไม่ต้องดู เออ ข้าเอามาแล้วทำไมล่ะเจ้าอยากยืนเหม่อเองนี่ ก็แค่มีคนจ้างมาของข้างในเป็นของข้าแล้วไม่คืนหรอก!!” เห็นลูกพี่ตนมีทีท่าคล้อนตามเจ้าลิงจอมขโมยรีบกอดห่อผ้าแน่น มีคนว่าจ้างตนให้ลักของแม่นางผมเงินจริงๆ นั่นล่ะแต่ที่รับเพราะเห็นว่ามันท้าทายน่าสนุกดี ใครจะคิดว่านอกจากสีหัวแปลก..นิสัยนางยังแปลก แถมกัดไม่ปล่อยตามตนจนถึงที่กบดาน!!

                   “ยอมรับสักทีนะเด็กน้อย เจ้ารีบเอาของคืนนางไปเถอะแล้วพวกเราจะเลี้ยงของอร่อยดีไหม? พวกเราแค่นักเดินทางพรุ่งนี้ก็ไปแล้วไม่อยากมีเรื่องเท่าไร" ญาญ่าเดินตามมาถึงกล่าวเสริม ตกใจไม่น้อยที่หลิงหลานยามเปิดหน้าท้าฝูงชนขนาดนี้

                   เถ้าแก่สาวกลับอธิบายยืดยาวเหมือนสมองสะดุด “ของในห่อผ้านั้นมีพิณผีผาที่ข้าได้รับเป็นสิ่งตอบแทนจากสหายยามช่วยเขาพ้นภัย มีไข่มุกสีแดงได้จากบึงน้ำหลังปราบปีศาจปลา แล้วยังมีแหวนที่คนสำคัญกว่าชีวิตข้าให้ไว้แทนคำสัญญา… เพียงสามสิ่งนี้ก็หาอย่างอื่นมาแทนไม่ได้ ต่อให้ซื้อด้วยเงินคุณค่าทางจิตใจไม่ทัดเทียมของเดิม ได้โปรดคืนให้ข้าเถอะเจ้าค่ะ”

                  จางเหยียนลู่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ด้านข้างได้ยินประโยคหลังของนางกลับรู้สึกสาสมใจนัก ‘แหวนที่คนสำคัญกว่าชีวิตให้ไว้แทนคำสัญญาอย่างนั้นรึ ฮูหยินช่างเข้าใจพูด’

                  “หากเป็นที่ต้าฮั่นขโมยโทษคือตัดมือ ข้าเชื่อว่าต้าข่านซูเล่อจิตใจเมตตาไม่ลงโทษสถานหนก อีกอย่างพวกเราเป็นนักท่องเที่ยวเป็นไปได้ก็ไม่อยากมีเรื่องราวขอห่อผ้านั้นคืน นี้ไม่ใช่เพื่อตัวข้า แต่เพื่อตัวของน้องชายเอง.. สั่งสมความดีแต่วันนี้ การหยิบฉวยของรักผู้อื่นเสมือนทำร้ายเขา แม้ผู้ถูกกระทำไม่ได้เลือดแต่ก็มีน้ำตามีความผูกพันในสิ่งของที่เป็นของเขา น้องชายคุณธรรมแม้กินไม่ได้แต่กลับภาคภูมิใจ ขอร้องเจ้าอย่าเลือกเส้นทางนี้เพื่อเติบโตเลย”

                หลิงหลานกล่าวพลางคลี่รอยยิ้มให้อภัยจากนั้นยื่นมือออกไปตรงหน้า

                ชายร่างยักษ์คนพี่คิดตามแล้วดูท่าแม่นางคงจะพูดความจริงเป็นแน่ ทั้งยังเป็นชาวฮั่นที่มีมารยาทไม่ได้ใช้กำลังหักเอาโดยตรง เป็นไปได้ตนก็ไม่อยากมีเรื่องราวกลางหมู่คนเช่นกัน เขาจึงใช้สายตาตำหนิมองไปยังน้องชายให้ส่งห่อผ้ามามอบคืนให้แม่นางน้อย

                “เป็นอาหรงไม่รู้ความข้าซือหม่าลี่ขออภัยแทนน้องชายด้วย เราสองพี่น้องแซ่ซือหม่าเป็นครจรกำลังเดินทางตามหาน้องสาวที่หายไป” หลังยื่นห่อผ้าคืนให้ชายร่างสูงก็แนะนำตนเองพลางส่งยิ้มเป็นมิตร

                ฝ่ายสตรีผมเงินไม่ติดใจเอาความเมื่อได้ห่อผ้าคืนแล้วตรวจสอบว่าแหวนนั้นยังอยู่ดีก็หยิบขึ้นมาสวม ด้านบุรุษผมขาวยืนสังเกตอยู่ไม่ห่างเห็นว่าเรื่องเป็นไปในทิศทางที่ดีจึงยังไม่ลงมือ

                 “ขอบคุณท่านลี่มากเจ้าค่ะ ข้าหลิงหลาน ตอนนี้กำลังเดินทางท่องเที่ยวกับสหายเช่นกัน ว่าแต่น้องสาวของท่านหายไปหรือ? นางมีลักษณะโดดเด่นรึไม่? เผื่อว่าพวกเราเจอจะได้ช่วยส่งข่าวบอกอีกแรง” ตามประสาเจี้ยบน้อยสะสางเรื่องแล้วมีสิ่งใดที่ตนสามารถช่วยเหลือได้ก็จะช่วย นางเป็นคนตรงไปตรงมาผู้หนึ่งเชียวล่ะ ใบหน้าหวานสวมหมวกไผ่ผ้าคลุมกลับคืนแล้ว นึกไปนึกมาตกไปอีกประโยค “ว่าแต่น้องชายหรงพูดเรื่องที่น่าสนใจมา.. มีคนว่าจ้างให้ชิงของจากข้าหรือเจ้าคะ?”

                ลูกลิงน้อยช่วยตอบอีกแรง “พี่สาวข้าชื่อซือหม่าเหยา นางค่อนข้างไม่เหมือนใครเท่าไรพอเห็นเดี๋ยวก็รู้เองล่ะ…”

                “พวกเราเดินทางไกลเงินเก็บก็ไม่มี อาหรงอาจเห็นว่างานรายได้ดีเขาเลยรับน่ะ” ซือหม่าลี่ชายร่างยักษ์เสริมขึ้นอีก เขาดูเป็นพี่ชายที่ห่วงใยน้องๆ มากทีเดียว หลิงหลานฟังแล้วหันไปปรึกษากับสามีอยู่สักครู่ จากนั้นนำถุงเงินห้าร้อยชั่งออกมามอบให้สองพี่น้อง

                “อาจพอเป็นค่ารถม้าได้บ้างไม่ได้มากมายอะไร… รับไว้เถอะจ้าค่ะขอให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าเร็ววันนะ ว่าแต่นายจ้างของน้องชายหรงพอจะทราบไหมว่าเขาเป็นใคร?” เนตรกวางคู่หวานทอประกายสงสัยมั่นใจเรื่องที่ตนไม่มีศัตรูในซูเล่อแท้ๆ

                “ขอบคุณแม่นางมากที่เมตตาเราพี่น้องบุญคุณนี้พวกเราไม่มีทางลืมเด็ดขาด”

                ซือหม่าลี่หันถามน้องชายเจ้าตัวเล็กเกาคางคิด “ข้าก็ไม่ได้รู้ชื่อเขาหรอกนะพี่สาวเขาสวมชุดดำสนิทมองไม่เห็นหน้า อันที่จริงแค่จ้างเอาของไปวางไว้ที่แผงร้างด้านนั้นให้พี่สาวมารับคืนไปเอง”

                จางเหยียนลู่สบช่องก็ถามต่อว่า “ชุดดำปกปิดทั้งตัวอย่างนั้นหรือ? ที่ต้นแขนมีรอยสักอะไรอยู่ไหม?”

               เด็กชายพยักหน้าคล้ายว่าจำได้ “ใช่ๆ ต้นแขนขวามีรอยสักกระต่ายน่ารักๆ อยู่ด้วย เอาล่ะพี่สาวอย่างไรพวกข้าขอตัวก่อนนะยังไม่ได้กินมื้อเย็นเลย”

              “เอ้ะ ถ้าไม่รังเกียจรับนี่ไปเถอะจ้ะอาจจะใช้รองท้องได้” หลิงหลานยื่นน่องไก่ให้อีกสิบน่อง ซือหม่าหรงตาลุกวาวปรบมือชอบใจใหญ่ตามประสาเด็กน้อย

              “เยี่ยมเลยพี่สาวข้าไม่ได้กินไก่ทอดมานานแล้ว!! ว้าวหอม” รับห่อไก่ไปแล้วสองพี่น้องอำลาทั้งสามคน ต่างแยกย้ายกันออกจากตรอก

               “กระต่าย? เอ๋แปลกเสียจริง” ลี่ญ่าฮุ่ยที่ฟังอยุ่ตลอดเอ่ยขึ้นบ้าง ปัดๆ มือเชิงว่าแหม่บังเอิญแท้
              
               สามีหันกลับมาสบจ้องคล้ายอยากกระตุ้นเตือนสติ ดรุณีผมเงินยืนนิ่งไป.. ชุดดำทั้งกายปิดมิดชิดแต่มีรอยสักกระต่ายนี่มันเครื่องแบบพรรคมาร ‘ภูติทมิฬลมดำ’ ไม่ใช่หรือ? ทำไมคนพวกนั้นเพ่งเล็งนางได้เล่าไม่เข้าใจเลย หรือว่านางเคยไปเหยียบหางกระต่ายตัวไหนเข้ากันนะ? ไม่เห็นจำได้..

ให้ค่ารถม้าสองพี่น้องไปตามหาครอบครัว 500 ชั่ง (ถุงเงิน)
ให้ไก่ทอดสองพี่น้องซือหม่า 10

@Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +25 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2019-8-12 17:57
คุณได้รับ +10 คุณธรรม --10 ความชั่ว +5 ความโหด โพสต์ 2019-8-11 23:05
คุณได้รับ +80 ความโหด โพสต์ 2019-8-11 23:05

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +123 ความหิว -362 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 123 -362 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่จิ่วเทียน
รูปปั้นไท่ซ่างเหล่าจวิน
ชุดหลานม่านเหยา
ลูกกวางเงินไป๋จั๋ว
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ชุดดำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x6
x1
x1
x15
x2
x54
x26
x288
x1
x1
x6
x2
x2
x2
x10
x1
x1
x11
x40
x20
x1
x30
x2
x3
x89
x2
x4
x3
x14
x97
x6
x6
x2
x20
x15
x40
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x28
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x36
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x3
x5
x3
x310
x100
x100
x110
x125
x110
x161
x24
x32
x98
x125
x610
x240
x8
x120
x1
x7
x5
x20
x1605
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x600
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x960
x740
x2202
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1800
x903
x27
x39
x15
x100
x9
x18
x334
x1893
x188
x2025
x1304
x322
x2300
x2
x8100
x363
x87
x101
x5
x73
x143
x3274
x128
x303
x391
x2747
x2039
x20
x1670
x8
x500
x1753
x8
x1
x28
x4140
x2448
x9
x56
x7242
x50
x9999
x1803
x47
x3
x174
x15
x1041
x1
x1
x2665
x2
x1
x2425
x13
x25
x19
x681
x470
x581
x30
x128
x113
x38
x53
x6
x1180
x1502
x8209
x967
x200
x590
x200
x52
x50
x2365
x1
x1850
x2809
x4897
x452
x271
x6365
x9999
x567
x51
x70
x3940
x24
x15
x66
x179
x1000
x13
x3623
x2885
x904
x1383
x9999
x2466
x2990
x1955
x1836
x2470
x105
x9999
x485
x1102
x129
x30
x7549
x2025
x3824
x1546
x135
x2743
x4280
x3973
x2005
x3613
x1431
x524
x1837
x510
x196
x1198
x327
x3
x24
x9
x1440
x77
x50
x4658
x840
x2
x675
x9999
x2586
x2
x35
x2139
x3518
x7097
x385
x6100
x4370
x489
x862
x9999
x1759
x607
x10
x1010
x2495
x2940
x682
x95
x3
x20
x25
x25
x32
x9
x8298
x9316
x1807
x9999
x199
x24
x7979
x20
x5805
x21
x8
x1025
x257
x24
x9
x101
x31
x9
x807
x3805
x8
x30
x207
x842
x81
x2706
x2107
x125
x16
x1410
x2578
x2351
x3
x282
x3676
x2540
x296
x7884
x510
x394
x3850
x4906
x9999
x10
x2257
x2445
x5805
x7800
x3380
x1263
x24
x3330
x890
x70
x328
x141
x2816
x2114
x9999
x41
x4288
x9999
x9999
x9999
x3150
x1907
x107
x3200
x6
x3696
x36
x3223
x3929
x755
x1
x756
x1514
x481
x951
x4957
x2225
x4139
x5004
x9999
x4986
x9999
x3109
x2175
x2034
x3256
x4204
x2422
x558
x60
x1
x20
x1929
x3653
x713
x1
x4547
x6257
x67
x9999
x674
x1293
x889
x6346
x103
x3339
x817
x450
x101
x825
x274
x8
x178
x24
x9999
x1123
x2060
x3060
x195
x661
x454
x103
x1201
x1263
x9999
x3440
x1312
x1230
x889
x216
x9999
x1719
x9999
x129
x713
x2427
x2

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-4-4 00:54

ขึ้นไปด้านบน