ดู: 653|ตอบกลับ: 17

{ เส้นทางสายไหม } โอเอซิสนาจมาห์

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-11 20:33:08 |โหมดอ่าน




โอเอซิสนาจมาห์

{ เ ส้ น ท า ง ส า ย ไ ห ม }









【 โอเอซิสนาจนาห์ 】

โอเอซิสจุดพักบนเส้นทางกันดาร
ที่ใช้เดินทางไประหว่างแคว้นซูเล่อและโหรวหราน
โดยบริเวณที่ตั้งของโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่รู้จักบางคนเท่านั้น
เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ผู้คนไม่ค่อยใช้สัญจรเดินทาง
ด้วยมีโจรททะเลทรายซุกซุม และเหล่าสัตว์ดุร้ายในทะเลทราย

อีกทั้งทะเลทรายรอบๆ บริเวณนี้มักจะเกิดพายุทะเลทรายอยู่บ่อยครั้ง
และกระทันหันจึงทำให้ผู้คนมักหลีกเลี่ยนเส้นทางนี้
เมื่อผ่านไปหลายแรมปี ผู้คนก็หลงลืมเส้นทางนี้






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 5

ดูบันทึกคะแนน

212

กระทู้

1852

โพสต์

60หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
497179
เงินตำลึง
2129303
ชื่อเสียง
267013
ความหิว
742

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7179
ความชั่ว
1489
ความโหด
3944
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-4-12 02:06:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-5-20 20:59


Story 187




    คณะเดินทางทีี่มีม้าและช้างเผือกเป็นพาหนะกับเดินก้าวยางไปตามแนวสันทรายเข้าไปยังเขตแดนหนึ่งของทะเลทรายที่แห้งแร้งและร้างผู้คนเพื่อที่จะมุ่งหน้าไปยังแคว้นโหรวหราน โดยผู้ที่เป็นคนนำทางได้อกว่าเส้นทางนี้มิค่อยมีผู้ได้ได้ใช้เดินทางสัยจรเนื่องจากเป็นอยู่อาศัยของสัตว์ทะเลทรายจึงสามารรถวางใจได้ว่าพวกเธอนั้นจะไม่เจอโจรทะเลทรายโผล่มาให้กวนใจ ซึ่งเวลาในตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงวันเข้าไปทุกที่อากาศร้อนอบอ้าวพลันยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อจางฝูลองเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าเบื้องบนก็ต้องพบกับท้องฟ้าสีฟ้าครามโปร่งโล่งไร้ซึ่งก้อนเมฆบดบัง


    “ท้องฟ้าช่างปลอดโปร่งอะไรขนาดนี้”จางฝูเอ่ยพึมพัมกกับตัวเองก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังที่สะกิดที่ไหล่ของเธอพร้อมกับยื่นถุงน้ำมาให้เธอดื่มเพื่อดับกระหาย “ขอบใจนะเจี๋ยเฟย”


    “อ่า”เจี๋ยเฟยครางเสียงรับคำขอบคุณแล้วก้มหน้าดึงผ้าโพกหัวให้ลงมาคลุมใบหน้าเอาไว้เพื่อป้องกันวคามร้อนจากแสงแดดในยามเที่ยงวัน


      “ข้ารู้ว่าทะเลทรายมันร้อนเป็นปกติ แต่ที่นี่มันร้อนเกิดไปรึป่าว”จางฝูเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาเช็ดมุมปากแล้วดึงผ้าลงมาคลุมหน้าไว้เช่นเดิม


    “ที่นี่เป็นเขตอากาศแปรปวรที่สุดในทะเลทราย อากาศจะร้อนกว่า บางครั้งก็จะมีพายุทรายเกิดขึ้นเองกระทันหันพวกเจ้าค่อยสอดส่องสายตาระวังกันเอาไว้ด้วย” ซินอี๋ทีควบขี่อยู่บนหลังม้าเอ่ยตอบขึ้นมาด้วยท่าที่นิ่งสงบ อาจเป็นเพราะความเคยชินจากการที่นางต้องอออกมาลาตะเวนเเถวๆนี้บ่ออยก็เป็นได้ ต่างจากอีกสองคนไม่ได้เคยมาเจอสภาพอากาศที่ร้อนชวนตับแตกขนาดนี้มาก่อน “เดินไปอีกสักพักจะมีโอเอซิสอยู่เดี๋ยวพวกเราก็ไปพักกันที่นั้นระหว่างนี้ก็ดื่มน้ำคลาาร้อนกันไปก่อนนะ"


     จางฝูที่ได้ยินคำแนะนำก็ยิ้มแห้งออกาเล็กน้อยแล้วมังไปยังคนบนม้าที่ไม่มีท่าทีสะทกสะท้านต่อความร้อนรอบการเลยแม้สักนิดผิดกับเจ้าคนที่นั่งอยู่ด้านหลังเธอจริงเป็นชายเสียปล่าวนั่งหอบแหกลิ้นห้อยอยู่อย่างคนใกล้ตายงั้นแหละ


    “เจี๋ยเฟย อ่ะน้ำเจ้าดื่มเถอะดูท่าเจ้าจะเป็นหนักกว่าข้า”จางฝูเอ่ยก่อนจะหันไปส่งถุงน้ำคืนให้ชายหนุ่ม ที่มีชาติกำเนิเป็นชาวฮั่นและไม่ค่อยได้เข้าทะเลทรายผิดกับเธอที่เป็นชายต้าหว่าน การไปเจอลมและทนต่อความร้อนทะเลทรายแลจะเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในสายเลือดไปเสียแล้ว


    “ขอบคุณ”เสียงแหบแห้งที่ตอบกลับมายิ่งทำให้จางฝูรู้สึกสงสารคนข้างหลังจับใจจริงๆ


    “ไม่ไหวก็ไปนั่งหลบแดดที่หลังรถได้นะ เดี๋ยวเกิดเป็นลมตกช้างไปข้าไม่แบกนะ”


   “ไม่ละ ให้สตรีท้าแดดแต่บุรุษไปหลบในร่มมันดูไม่สมเป็นบุรุษ ข้าไหว” ถึงปากจะบอกว่าไหวแต่ดูจากสภาพแล้วไม่น่าจะไหวนะเนี่ย จางฝูส่ายหัวเบาๆกับความดื้นของอีกคนก่อนที่จะค่อยๆเอนตัวลงไปเอาแขนท้าวกับัวเฟยเทียนก่อนจะวางคางของตัวเองฝุบลงไปเพื่อหลบไม่ให้แสงแดดส่องหน้า


    ในระหว่างที่ทั้งสามกำลังเร่งเดินทางเพื่อที่จะไปยังโอเอซิสเพื่อพักผ่อนนั้นจู่ๆก็ปรากฏสายลมวูบใหญ่พัดหอบเอาเศษฝุ่นทรายมาหอบใหญ่จนทั้งคนทั้งม้าและช้างต้องพากันชะงักหันหลับฝุ่นทรายกับยกใหญ่


    “ดูท่าไม่ค่อยดีเลยแหะ”ซินอี๋ที่ขี่ม้านำอยู่ด้านหน้าเอ่ยขึ้นก่อนจะมองไปรอบๆตัวก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า จางฝูที่ได้ยินเข้าก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ในตอนนี้มีก้อนเมฆทั้งเล็กใหญ่หลายก้อนเคลื่อนที่ไปมาบนท้องฟ้าผิดจากตอนแรกที่ปล่อดโปร่ง


    “อีกไม่นานน่าจะมีพายุทราย เราไปหาโขดหินใหญ่สักก้อนใช้หลบกันก่อนดีกว่านะ เกิดไปติดอยู่ในพายุทรายจะพาใหญ่สถานการณแย่ไปกว่าเดิม” ซินอี๋หันกลับมาเอ่ยกับพวกจางฝูก่อนจะควบม้าให้เดินนำไป จางฝูเห็นก็รีบสั่งให้เฟยเทียนนั้นเร่งฝีเท้าเดดินตามไปให้ทัน


     ไม่นานพวกของจางฝูก็เดินมาถึงโขดหินใหญ่ก่อนหนึ่งซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่กลุ่มก้อนพายุทรายกำลังพัดเคลื่อนที่ตรงมายังพวกเธออย่างรวดเร็ว เจี๋ยเฟยที่ไม่เคยเห็นพายุทรายมาก่อนถึงกับนั่งอ้าปากมองความใหญ่ของพายุทรายเบื้องหน้าอย่างตกตะลึง แต่ตะลึงได้ไม่นานก็ต้องรีบร้อนก้มหน้าหลบเมื่อลมที่พัดพาเอาฝุ่นทรายหอยใหญ่มาใส่พวกเธอ ไม่นานก้อนพายุทรายขนาดใหญ่ก็ใกล้เข้ามาจนประชิดกลับพวกเธอก่อนจะค่อยกลืนกิิินทั้งสิ่งมีชิวิตในบริเวณอาณาเขตของพายุเข้าไป


     จางฝูที่เคยได่ยินแต่ไม่เคยลิ้มรสกสรประสบพายุทรายมาก่อนในวันนี้ตัวเธอได้ประจักษ์แล้วว่าพายุทรายนี้มันรุนแรง บ้าคลั่งและน่ากลัวเพียง ยังดีที่พวกเธอเดินมาเจอโขดหินใหญ่ที่พอช่วยที่จะบดบังกระแสลมไม่ให้เข้ามาประทะกับพวกเธอได้บางแต่ถึงกระนั้นอำนาจของพายุทรานี้ก็ไม่ได้เบาลงเลย หากเผลอเลอปล่อยตัวไปสักนิดตัวเธอคงปลิวไปกับสายลมที่บ้าคลั่งนี้เป็นแน่


    เวลาไหลผ่านไปเนินนานหลายชั่วยามกว่าพายุทรายนั้นจะสงบ จางฝูเดินผละออกจากโขดหินเดินไปดูเฟยเทียนและตรวจดูความเรียบร้อยของสหายสัตว์น้ยหลัังรถแต่เมื่อเห็นว่าทั้งหมดปลอดภัยเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างเบาใจ ก่อนจะเดินไปหาซินอี๋เพื่อปรึกษาหารือว่าจะเดินทางกันต่อเลยรึไม่


      ฮี้ๆๆ


    ไม่ทันที่จะได้เอ่ยถาม หรือกระทำการใดๆ เสียงของม้าที่ซินอี๋ใช้ขี่เดินทางมีตลอดเส้นทางก็ร้องหวีดขึ้นมา พร้อมกับบริเวณรอบตัวของมันเกิดเป็นหลุมทรายวงใหญ่ และร่างของเจ้ามาน้าหนุ่มที่กำลังจมลงไปเรื่อยๆแม้ว่ามันจะพยายามดีดตัวกระเกียดตะกายขนาดไหนก็ตาม วินอี๋ที่หันไปเห็นถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะหันไปตกโกนเตือนพวกเธอเสียงลั่น


    “ทรายดูดรีบออกห่างจากบริเวณนี้ เร็วเข้า!!!” จางฝูเมื่อได้ยินก็รีบให้เฟยเทียนออกไปให้ห่างจาหลุมทรายมาที่สุดเท่าที่จะทำได้ทางเจี๋ยเฟยและซินอี๋นั้นต่างก็พากันกระโดดขึ้ินไปยืนบนโขดหินก้อนเดิมเพืื่อที่จะหลบวงทรายดูดที่ขยายวงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จางฝูที่มัวเเต่ดูแลระยะห่างของเฟยเทียนให้ถอยจนลืมมองระยะของหลุดทรายที่ขยับเข้ามาใกล้จุุดที่เธอยืนอยู้เลยเรื่อย เจี๋ยเฟยที่สังเกตุเห็นวงหลุมที่ทที่ขยับเข้าไปหาร่างของจางฝูเรื่อยๆจึงรีบน้องเตือน


     “แม่นางจางระวัง”


      หวืด!!


    “กะ กรี๊ดดด”


     ไม่ทันที่เสียงเตือนจะส่งมาถึงขอบวงของหลุมทรายก็ขยับเลื่อนจนมาถึงบริเวณที่จางฝูยืนอยู่ก่อนที่ร่างบางของจางฝูนั้นจะเสียหลังกลิ้งถไลลงไปในหลุมทรายอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีน้ำตาลหันไปมองที่จุดกลางของหลุมทรายก่อนจะพบว่าร่างของม้าที่ถูกดูดไปก่อนหน้าได้อันตธานหายไปเสียแล้วและตัวขอเธอก็ถูดกดูดลงไปใกล้จุดกลางของหลุมทรายขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าเธอจะพยายามดดิ้นร้นเท่าแต่ดูเหมืนว่าการที่เธอยิ่งดิ้นทำให้ตัวของเธอนั้นจมลงไปเร็วขึ้นเรื่อยๆแทนเสียด้วยซ้ำ


    “อยู่นิ่งๆอย่าขยับยิ่งขยับจะยิ่งจมเร็วขึ้น”เสียงของซินอี๋ตะโกบอก ซึ้งเป็นคำที่ฟังง่ายแต่ทำตามนั้นช่างยากเย็นเหลือนเกิน


   “ท่านพูดง่ายแต่ทำใจให้อยู่นิ่งยากนะซินอี๋”จางฝูตะโกนโต้ตอบแล้วก้มมองตัวเองที่ตอนนีี้จมลงไปในทรายจะเกือบจะถึงเอวแล้ว อย่างร้อนใจก่อนที่เชือกเส้นหนึงจะถูกเจี๋ยเฟยโยนมาให้เธอจับ


    “จับเอาไว้นะ”


     “จับแล้ว”จางฝูเองพร้อมกับจับเชือกโดยใช้เชือกนั้นคล้องพันไว้ที่แขนเพื่อไม่ให้เชือกหลุดมือได้ง่ายก่อนที่เจี๋ยเฟยจะหันไปมองซินอี๋เป็นสัญญาณให้เริ่มออกแรงดึงซึ่งมันก็พอที่จะดึงให้ตัวจางฝูขยับขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่เเรงดูดจากทรายด้านล่างดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นและดูดร่างบางนั้นให้จมลงไปเร็วขึ้นอีก


    “ไม่ได้ผลมันจมเร็วขึ้นออกแรงมากกว่านี้หน่อยเซ่”


    “นี่...ก็จะหมดแรงทั้งตัวแล้วนะ”เจี๋ยเฟยตะโกนตอบพร้อมทั้งออกเเรงดึงให้มากขึ้นแต่ดูเหมือนรอบนี้จะลำบากกว่าในต้อนแรกและเป็นทางของพวกเข้าเป็นที่โดนลากให้เข้าไปใกล้หลุมทรายขึ้น

    “ข้ามีวิธี”


    “มีวิธีก็รีบเข้า เซ่!!!” เจี๋ยเฟยตะโกนขึ้นโดยไม่สนมารยาทอะไรแล้ว ซินอี๋ก้มลงไปหยิบปลายเชือกก่อนจะเอาไปไว้ที่คานรถเทียบก่อนจะหันไปมองเฟยเทียน


    “ดึงเลย”


     แปร๊นนนน(รับทราบ) เสียงร้องงรับของเฟยเทียนดังขึ้นพร้อมกับร่างใหญ่ของช้างเผื่อที่เริ่มออกเดินโดนลากเอารถลากและเชือกที่จางฝูจับให้ดึงลากร่างของจางฝูขึ้นมาได้อย่างง่ายดายจนในที่สุดร่างของจางฝูก็ถูกลากขึ้นขึ้นมาอยู่บนพื้นทรายปกติได้สำเร็จพร้อมกับร่างของเจี๋ยเฟยและซินิี๋ที่ทรุดตัวลงนั่งอย่างคนโล่งอกและหมดแรง


    “นึกว่าจะตายแล้ว/นึกว่าจะเหนื่อยตายแล้ว”เจี๋ยเฟยและจางฝูร้องขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายกก่อนที่ทั้งสองจะไปไหมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมๆกันอีก


    “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ไม่คิดว่าจะเจอทรายดูดทีนี่ การเดินทางต่อไปของเราคงต้องระวังให้มากขึ้น”ซินอี๋ที่ดูจะมีสติที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้นมาแล้มองลงไปยังหลุมทรายดูด


    “แล้วท่านจะเอายังไงต่อ ม้าท่านโดนดูดไปแล้ว” จางฝูเอ่ยถามแล้วเงยหน้ามองซินอี๋ที่ยืนมองทุกอย่างด้วยท่าทีสงบใจจนจางฝูอดที่จะนับถือในความใจเย็นมีสติของอีกคนไม่ได้


     “คงต้องรบกวนเฟยเทียนของเจ้า อีกอย่างพวกอาหารน้ำดื่มในส่วนของข้าก็จมลงทรายไปพร้อมม้า การเดินทางต่อไปก็ต้องต้องรบกวนเจ้า”


     จางฝูไม่ตอบอะไรมาเพียงแต่พยักหน้าให้น้อยก่อนจะค่อยยันตัวลุกขึ้นมายืนแล้วปัดเสื้อผ้าไล่ฝุ่นทรายที่มาติดตามตัวเล็กน้อย


    “ด้านหน้ามีโอเอซิสเอาไปพีกที่นั้นแล้วกันนะคืนนี้”ซินอี๋เอ่ยพร้อมกับช่วยพยุงจางฝูให้ไปนั่พักที่รถเทียบ “เจ้านั่งพักในนี้ไปเฟยเทียข้าจะเป็นคนบังคับให้ เจ้าน่ะเจี๋ยเฟยจะไปรึไม่”


    “มาแล้วๆ”เจี๋ยเฟยร้อยตอบพร้อมกับลากสังขารเดินตามซินอี๋ขึ้นไปนั่งบนหลังช้างเผือกก่อนที่พวกเธอนั้นจะเริ่มออกเดินทางกันต่อ ซึ่งตัวของจางฝูเองนั้นก็เลยที่จะงีบพักเหนื่อยสักเล็กน้อย


     “เห็นโอเอซิสแล้ว”


     หลังจากเดินทางมาได้ไม่นานนักเสียงของซินอี๋ก็ตะโกนดังขึ้นพร้อมที่เบื้องหน้าที่ปรากฏเป็นเป็นโอเอซิสขนาดไม่ใหญ่มากซึ่งโดยรอบนั้นมี่ต้มไม้ใหญ้เติบโตอยู่รอบอยู่ดูราวกำแพงจากธรรมชาติก็ไม่ปาน จางฝูที่ได้ยินก็ลืมตาขึ้นมามองไปรอบๆ กลิ่นและความชื้นของน้ำในอากาศทำให้เจ้าพวกตัวแสบที่อยู่หลังรถพากันตื่นเต็นกันเป็นการใหญ่ ไปนานนักรถเทียบมาหยุดจอดอยู่ที่โอเอซิสพร้อมกับจางฝุที่ค่อยขยับตัวเดินลงมาจากหลังรถพร้อมกับพวกตัวแสบทั้งหลายที่พุ่งกระโจนลงน้ำไปอย่างรวดเร็ว


     “คืนนี้เราจะพักกันที่นี่” ซินอี๋เอ่ยพร้อกับเดินมาดูอาการจางฝูวึง่บนตัวของจางฝูนั้นนอกจากทรายก็มีรอยถลอกจากการที่ผิวหนังไปถูกับทรายเป้นเวลานาน “เจ้าไปหาที่อายน้ำอาบท่าเดี๋ยวขะจะใส่ยาให้


      “รบกวนท่านแล้ว”จางฝูเอ่ยก่อนจะโค้งตัวแล้วหันไปหยิบเอาห่อเสื้อผ้าเดินหลบไปอาบน้ำอีกทางโดยได้ยินเสียงของซินอี๋เเว่วมาไกลๆว่าให้เจี๋ยเฟยนั้นไปก่อกองไฟเตรียมทำอาหาร เมื่อได้ยินดังนั้นก็อดที่คิดคิดภาพเจี๋ยเฟยที่โดนซินอี๋ชี้นิ้วสิ่งอยู่ก็อดขำไม่ได้ก่อนที่เดินจะเดินไปนั่งอยู่ที่ก้อนหินริมน้ำแล้วเริ่มถอดชุดเปื้อนทรายออกแล้วจึงค่อยเดินลงน้ำไป


    “ซี้ดด โอ้ย” น้ำเย็นที่เมื่อมาถูดแผลถลอดก็ทำเอาจางฝูถึงกับแสบสะท้านไปเกือบทั้งตัว ดูท่าว่าเธอจะได้แผลถลอกมาหลายที่อยู่ถึงได้แสบระบมตัวไปจนหมดแบบนี้นี้ หญิงสาวรีบจัดการอาบน้ำล้างเศษทรายที่เกาะอยู่บนตัวออกแล้วรีบเดขึ้นฝั่งไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วจึงค่อยน้ำชุดที่เลือะไปซักให้สะอาดก่อนจะเดินเอาเสื้อผ้าไปตากไว้ที่กิ่งไว้ใกล้ๆที่พัก


    “เป็นเช่นไรบ้าง มานี่มาข้าจะใส่ยาให้”ทันทีที่ซินอี๋เเห้นจางฝูเดินมาก็จับมือเธอลากขึ้นไปหลังรถเเล้วเจึ่งเริ่มทำแผลใส่ยาให้ ท้งให้เจี๋ยเฟยที่เป็นบุรุษหนุ่มแน่นนั่งปิ้งปลาย่างเนื้อรอสองสาวทำแผลกัน ดูแล้วเขานั้นช่างเป็นสุภาพบุรุษเสียจริง….





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
รูปปั้นเทพีเวสต้า
สุรากู่หลันหลาง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หน้ากากยักษ์แดง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2020
x5
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x1
x3
x8
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x130
x30
x1
x4
x5
x3
x14
x160
x1
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x50
x50
x587
x196
x3
x9
x5
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x43
x600
x399
x96
x4
x400
x1200
x75
x7
x27
x594
x5
x100
x1185
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x56
x31
x4
x250
x19
x577
x32
x54
x200
x100
x800
x5
x333
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x850
x30
x600
x92
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x7
x1676
x1
x2
x1360
x2290
x35
x1523
x3
x6
x6
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x410
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x265
x126
x225
x590
x39
x111
x432
x994
x1
x23
x616
x5
x458
x144
x366
x293
x520
x1456
x127
x67
x794
x490
x4
x2
x724
x794
x450
x165
x9999
x1875
x500
x325
x40
x26
x17
x69
x23
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x62
x1
x9
x153
x264
x698
x5450
x73
x11
x210
x446
x141
x2400
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x614
x1866
x830
x108
x205
x107
x11
x101
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x159
x5
x10
x15
x4
x177
x263
x500
x2
x51
x695
x9
x158
x200
x6662
x702
x280
x8
x59
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x32
x14
x678
x8
x1439
x9
x1748
x313
x958
x1169
x946
x1030
x667
x199
x134
x195
x745
x1580
x807
x92
x155
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1200
x680
x195
x2122
x2318
x581
x40
x1018
x616
x24
x280
x1245
x157
x248
x1444
x8146
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1

212

กระทู้

1852

โพสต์

60หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
497179
เงินตำลึง
2129303
ชื่อเสียง
267013
ความหิว
742

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7179
ความชั่ว
1489
ความโหด
3944
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-4-12 23:37:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-5-20 21:01


     สายลมเย็นๆยามมรุ่งสางพัดพาเอาควาเหน็บหนาวมาปะทะกับผิวกายขาวนวนเนียนของหญิงสาวที่กำลังนอนหลับพักผ่อนอย่างเป็นสุขให้ผวาก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมา ดวงตาสีีน้ำตาลดูงัวเงียกระพริบถี่ๆก่อนที่ร่างบางของจางฝูนั้นจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมานั่งพรางหันมองไปรอบๆตัวในยามนี่นั้นเช้าเกิดกว่าที่จะมีใครตื่น อีกทั้งแสงของดวงอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้าก็มีเพียงน้อยนิดพอให้เธอได้มองเห็นได้เล็กน้อย ร่างบางค่อยๆยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ริบน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาและขับไล่อาการงัวเงียนั้นออกไป


      ซ่า


       เสียงของน้ำที่ถูกกวักขึ้นมาล้างหน้าดังขึ้นเบาๆความเย็นของน้ำที่ปะทะถูกผิวกายยิ่งช่วยให้คนล้างหน้ารู้สึกตื่นตัวขึ้นมาก บ่อยครั้งที่เธอมักจะสะดุ้งตื่นมาตั้งแต่รุ่งสางแม้ว่าในบางคืนเธอจะนอนดึกไปบ้างแต่เธอก็มักจะสะดุ้งตื่นมาในเวลานี้แทบทุกครั้ง


      “....”


      “หืม” เสียงหวานครางในลำคอพรางหันไปทางขวาเมื่อเธอรู้สึกเหมื่อนว่าเธอได้ยินเสียงของบางอย่างดังแว่วมาจากที่ทางหนึ่ง ด้วยความที่ตัวเธอเองนั้นเป็นคนช่างสงสัยอยู่แล้วจึงลุกแล้วเดินไปตามต้นทางของเสียง อีกอย่างตามที่ซินอี๋บอกเส้นทางนี่ไม่ค่อยมีคนสัญจรการที่เธอได้ยินเสียงนั้นจึงกลายเป็นเรื่องน่าสังสัยที่ต้องไปดูเพื่อให้รู้คำตอบว่าเสียงั้นมาจากอะไร แค่ชาวบ้านที่เดินผ่านมาเหมือนพวกเธอหรือโจร


     ร่างบางเพรียวลมของจางฝูเดินเลาะไปตามเส้นทางเล็กผ่านต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นอยู่ล้อมรอบบริเวณเเห่งนี้ ไม่นานนักเธอก็สามารถหลุดออกมาจากดงไม้ได้อย่างไ่ลำบากนัก ด้วงตาสีน้ำตาลสวยกวาดมองไปรอบๆเพื่อหาต้นเสียงก่อนที่ดวงตาของเธอจะไปหยุดอยู่ที่เงาร่างของคนราวหกเจ็ดคนกำลังยืนก้มๆเงยๆกันอยู่ไกล เท้าเล้าก้าวเดินไปทางกลุ่มคนนั้นอย่างช้าๆเพื่อที่จะเข้าไปดูใกล้ๆเเพียงแต่เท้าเจ้ากรรมดันเดินไปเหยียบกิ่งไม้แห้งที่ตดอยู่ใกล้ๆจนเกิดเสียดังขึ้น


      แกร๊บ!!!


       เสียงของกิ่งไม้ที่หักทำให้กลุ่มคนที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่นั้นชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยหันมามองทางหญิงสาวเป็นตาเดียว ภาพกลุ่มคนที่สะท้อนอยู่ภายในดวงตาทำเอาจางจางฝูถึงกับชะงักไปหลายนาทีก่อนที่ขาของเธอจะค่อยๆก้าวถอยหลังไป ดวงตาสีน้ำตาลพลันเเบิกกว้าง ความกลัวที่เคยได้สัมผัสเมื่อยามฝันร้านในครั้งที่แล้วคลืบคลานเข้ามาเกาะกุมจิตใจของหญฺงสาวอย่างรวดเร็ว


      ใบหน้าของกลุ่มเบื้องน่าล้วนชุ่มโชกไปด้วยเลือด และแทบทุกคนล้วนมีบาดแผลฉกรรจ์อยู่ที่ลำคอซึ่งมีเลืออดทะลักออกมามากอย่างงเห็นได้ชัด เพียงแต่สิ่งที่จางฝูกลัวหาใช่บาดเเผลนั้นไม่ กลับเป็นใบหน้าคุ้นตา ใบหน้าของพวกโจรที่สุสารฮองหงที่เธอเป็นคนลงมือฆ่าเองกับมือ กลุ่มคนตายนั้นเมื่อเห็นผู้ที่เป็นผู้ฆ่าข้าพวกมันก็รีบปรี่เดินเข้าหาร่างบางของจางฝูที่ตัวสั่นอยู่ที่ใต้ต้นไม้


   “เอาชีวิตข้าคืนมา”


     “คือชีวิตข้ามา”


      “ฆาตกร เอาชีวิตของข้าคืนมา”


       เสียงพูดพึมพัมซ้ำวนไปวมมายิ่งทำให้สติของจางฝูนั้นยิ่งเตลิดหายไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น น้ำสีใสที่คล่ออยู่ที่ดวงตาเล่อล้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ขาที่สั่นทั้งสองข้างพยายามที่จะก้าวถอยหลังเพื่อหนีกลุ่มคนตายเบื้องหน้าที่เดินใกล้เข้ามาทุกที


    ปึก!!


     “อ่ะ” ร่างที่กำลังถอยหนีไปด้าหลังชนเข้ากับบางอย่างเมื่อจางฝูหันไปมองยิ่งทำให้สติที่มีเหลืออยู่น้อยนิดนั้นดับหายไปจนสิ้น ร่างของสตรีที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยซ้ำมากมาย ดวงตาที่ก่ำแดงราวหยาดเลือดจ้องมองมายังเธออย่างอาฆาตเเค้น


    “จะ...เจ้า ฮึก”


     “ทำไมไม่ช่วยข้า  ทำไมปล่อยให้ฆ่าตาย ทำไม ทำมายย เจ้ามันคนโกหก หลอกลวง เจ้ามันฆาตกร”เสียงแหบแห้งของสตรีที่จางฝูไม่อาจเข้าไปช่วยและสิ้นใจในรังโจรร้องตะโกนอัดใส่หน้าที่เปอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา


     “ขะ.. ข้าขอโทษ ฮึก”


   “ฆาตกร  ฆาตกร ฆาตกรรร!!! เจ้ามันฆาตกรจางฝู!!!”


  “ไม่ใช่ ข้าไม่ใช่ ม่ายยย” จางฝูกรีดร้อยลั่มมือทั้งสองข้างยกขึ้นมาปิดหูในทั้นเพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องรับฟังคำๆนั้น เช่นเดียวกับเปลือกตาที่หลับปิดลงแน่เพื่อที่จะไม่มองภาพเบื้องหน้า ขาทั้งสองข้างของเธอพลันออกวิ่งหนีออกไปจากจุดตรงนั้นอย่างเร็ว ‘เธอจะต้องไปให้พ้นจากที่นี่ ไปให้พ้นจากสิ่งพวกนี้’ เพียงแต่ไม่ว่าเธอจะวิ่งออกไปไกลเท่าไหร่ร่างของกลุ่มคนตายก็ยังคงตามเธอไปทุกๆที่


    “ฆาตกร”


     “ไม่!!!”


      “ฆาตกร เจ้าฆ่าพวกข้า”


     “ข้าไม่ใช่ อย่ามายุ่งกับข้า ไปให้พ้น!!!”


     พลั๊ก!!


     “อ่ะ อ๊าา”      


     ตุ๊บ!!!


      เนื่องจากการวิ่งที่ได้มองเส้นทางทำให้ขาเรียวที่กำลังก้าววิ่งหนีไปสะดุ้ดเข้ากกกับก้อนหินที่โผล่ขึ้นมาเหนือทรายจนร่างบางที่วิ่งมาด้วยความเร็วถลาล้มลงไปอย่างเเรก  แต่ถึงกระนั้นเธอก็พยายาที่จะยันตัวลุกและหนีต่อเพียงแต่


      หมับ!!


     ขาข้างหนึ่งของจางฝูถูกบางออย่างคว่าจับเอาไว้ เมื่อหันไปมองก็ต้องตะลึงเมื่อมือของผู้ที่จับขาเธออยู่นั้นคือสตรีที่กลายเป็ยศพล่าสุดของเธอ  มือข้างหนึ่งของร่างนั้นจับเอาขาข้างหนึ่งของเธอไว้เเน่นส่วนอีกข้างก็ถือหัวที่กำลังหัวเราะอย่างสะใจอยู่


    “เคี๊ยกๆ นังตัวแสบจะหนีไปไหน เคี๊ยกๆๆ” สิ้นเสียงหัวเราะชวนสยองขวัญรร่างของจางฝูก็ถูกสตรีหัวขาดจับขาเธอลากไปกับพื้นทรายจนร่างของเธอที่เต็ไปด้วยรอยถลอกจากการผู้ทรายบาด เมืองลองมองทิศทางที่สตรีหัวขาดลากไปก็จางฝูก้ต้องออกเเรงดิ้นให้หลุดจากการจับ ร่างของกลุ่คนตายนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆเพียงไม่นานกลุ่มคนตายนั้นก็ย่างก้าวเดินเข้ามาล้อมตัวของเธอเอาไว้ ก่อนจะพากันพุ่งเข้าใส่ร่างไร้ทางสู้งของจางฝูราวกับฝูงหมาป่าที่พุ่งเข้าขยำลูกแกะ


     “กรี๊ดดดดด!!!”


     ร่างบางข้างใต้การรุมขยำปัดป่าย ตะเกียดตะกายไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายย หวังเสียงสันิดให้ตัวเองสามารถที่จะหลุดออกไปจากที่แห่งนี้ได้ ริมฝีปากที่แตกจากการถูกรุมทำร้ายพยายามกรีดร้อยอย่างสุดเสียงหวังให้อีกสองคนที่นอนพักอยู่นั้นได้ยินเสียงของเธอแม้สักนิดและมาช่วยเธอออกไปจากที่แห่งนีี้ ที่ที่แสนทรมา เจ็บปวดจนแทบขาดใจนี่ มือเรียวเปื้อนเลือดของจางฝูเอื้อมขึ้นสูงหวังเพียงให้ใครสักคนมาฉุดดึงเธอออกไปจากตรงนี้ที่ ภาพท้องฟ้ายามรุ่งสางที่พล่าเลือนลงไปเรื่อยพร้อมกับสติของเธอที่ใกล้ดับวูบลงไปทุกที มือข้างที่เอื้อมออกไปค่อยเลื่อนตกลงมาอย่างหมดเรียวแรงที่จะเอื้อมต่อไป


    หมับ!!


    ฉัวะ ฉัวะ


    มือที่กำลังร่วงตกไปถูกมือหนาของใครบางคนคว้าจับเอาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างของจางฝูจะถูกแรงของอีกขึ้นฉุดดึงให้ขึ้นมาอยู่ในอ้อมอกพร้อมกับคมทวนที่ตวัดกวาดเอาร่างของบรรดาคนตายนั้นสลายหายไปที่ละร่างๆจนหมด


   “ไม่เป็นอะไรแล้ว”สียงทุ้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นที่ข้างหูของจางฝูที่ตอนนี้ยังคงหลับตาซูกหน้าอยู่บอกอีกคน มือทั้งสองข้างของเธอกำเสื้อของอีกคนเอาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ไปหมด


     “ลืมตาดู ไม่มีอะไร พวกมันไปมองแล้ว จริงๆ”


     “อืม” จางฝูกลั้นใจค่อยลืมตาขึ้นช้าๆก่อนจะเหลืือบมองไปทางด้านหลังตัวเองที่บัดนี้ไร้ซึ่งร่างของเหล่าคนตายในตอนแรก แต่ในบัดนี้กับเป็นภาพของตึกราบ้านช่อง ดูใหญ่โตและหรูหราผู้คนเดินกันพลุกพลานเป็นไปหมด สถานที่ที่จะมีบ้านใหญ่โตอีกทั้งคนยังพลุกพล่านแบบนี้ย่อมมีเพียงที่เดียวคือฉางอัน เพียงแต่เธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทั้งๆที่ตอนแรกเธออยู่กลางทะเลทรายนี่นา ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองไปรอบๆตัวอ่างสับสนก่อนจะหหันกลับมามองคนที่ช่วยเธอเอาไว้เพียงแต่ภาพของใบหน้าเค้าช่างเลือนรางราวอยู่ในความฝัน


      “ท่าน..”


     “ข้าเป็นใคร เจ้าจักถามแบบนี้ใช่รึไม่”ร่างสูงเบื้องหน้าเอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมกับตวัดทวนในมือมาถือแล้วตั่งวางไว่กับพื้น ถึงแม้จะเห็นหน้าไม่ชัดเเต่จางฝูก็รู้สึกว่าคนเบื้องหน้าเธอนั้นกำลังยิ้มบางๆมาให้เธออย่างปลอบประโลม จางฝูมองจ้องไปยังใบหน้าพร่าเลือนก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย


    “ข้าเป็นใคร เจ้าเป็นใคร ล้วนอยู่ที่วาสนา”


      “หมาความว่าอย่างไร ข้าไม่เข้าใจ”จางฝูเมื่อได้ยินคำพูดวกวนของอีกคนก็ถามกลับไปก่อนสิ่งงที่ได้กลับมากับเป็นเสียงหัวเราะทุ้มนุ่มฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ “ท่านเป็นใครกันแน่”


      “หึหึ ตามหาข้าสิ เเล้วจะได้รู้ว่าข้าคือใคร” คนเบื้องหน้าเอ่ยพร้อมกับใช้มือที่ว่างอยู่เอื้อมมาจับปอยผมทีี่ตกลงมาของจางฝูขึ้นไปเหน็บไว้ที่ข้างหูด้วยท่านทีอ่อนโยน ก่อนที่เค้าจะค่อยๆหันหลังแล้วออกเดินไป


      “รอด้วย”จางฝูร้องขึ้นก่อนที่จะออกตัววิ่งเหยาะๆตามร่างนั้นที่เดินออกไปก่อนจะไปหยุดเดินอยู่ข้างๆ ระหว่างทางที่ทั้งคู่เดินไปล้วนเต็มไปด้วยผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาให้ขวักไขว้สมกับเป็นฉางอันเมืองหลวงของต้าอั่น ร่างทั้งสองยังคงเดินเคียงคู่กันไปเรื่อยๆตามเส้นทางก่อนที่พวกเข้าทั้งคู่จะไปหยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นใหญ่ต้นหนึ่งที่ดูเขียวชอุ่มสมบูรณ์บนต้นนั้นมีดอกไม้เล็กๆสีขาวขึ้นเเซมอยู่ดูแล้วช่างชวนให้รู้สึกสงบใจ


      “ขอบคุณี่ช่วยข้า”จางฝูที่เอ่ยขึ้นมาก่อนจะหันไปมองคนข้างๆที่ยังคงเงยหน้ามองต้นไม้อยู่ก่อนที่เข้าจะหันมาทางเธอแล้วยกมือึ้นมาลูบหัวเธอเบาๆ


    “ข้ายินดี  อีกเดี๋ยวข้าก็ต้องไปแล้ว” คนด้านข้างเอ่ยก่อนดมือที่ลูบหัวอีกคนอยู่ลงอย่างช้าๆ


    “ไปไหนรึแล้ว จะได้เจอกันอีกไหม” หญิงสาวเอียงคอถามขึ้นมาอย่างสงสัยพรางมองร่างสูงของอีกคนที่ยืนถือทวนอยู่ด้วยท่าทางดูสง่าผ่าเผย


         “ไม่รู้สิ” เขาเอ่ยตอบสั้นก่อนที่จะหันหลังแล้วออกเดินนำไปด้านหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะหยุดยืนหันหลังให้หญิงสาวเล็กน้อยพร้อมกับน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยเอ่ยบทความออกมา “ตระกูลขุนศึกสามรุ่น ขับขานตำนานควบอาชาพิชิตทุ่งหญ้า หนึ่งดรุณีดินแดนไกลโพ้น หนึ่งบุรุษองอาจดั่งมังกรขาว  ยอดเขาสูงตะหง่านบนแดนจักรพรรดิ”


       ว่าจบร่างนั้นก็ออกเดินจากไปแล้วค่อยเลือนหายเข้าไปในฝูงชนจนไม่อาจมองเห็นได้อีก


       “หมายความว่ายังไงกัน” จางฝูเอ่ยพึมพัมขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเดินไปทรุดตัวลงนั่งงที่ใต้ต้นไม้ไม้ พลันดวงตาก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และค่อยๆปรือหลับไปในที่สุด


        “เจอแล้ว  นางอยู่นี่” เสียงคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับร่างของจางฝูที่รู้สึกเหมือนถูกเขย่าไปมาอย่างแรง คิ้วเรียวโก่งพลันขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนที่เปลืออกตาซึ่งปิดบังงดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยจะค่อยๆกระพริบไปมาถี่ๆและค่อยยๆลืมขึ้นมาอย่างช้า


       “แม่นางจางได้ยินข้าไหม เป็นอย่างไรบ้าง”เสียงนั้นยังคงเอยถามต่อไปอย่างไม่หยุด ด้วน้ำเสียงที่ออกจะสั่นเครือหน่อยๆ เปลือกตาที่ลืมขึ้นมาเต็มที่หรี่ลงเล็กน้อยจากเเสงแดดที่ส่องลงมา ใบหน้าของเจี๋ยเฟยที่ก้มมองลงมาอย่างเป้นห่วง ก่อนที่ร่างของงซินอี๋ที่วิ่งเข้ามาทรุดตัวลงข้างๆแล้วมองมายังร่างที่นอนอยู่อย่างเป็นห่วงไม่แพ้กัน


     “ข้า..หิวน้ำ”


      “นี่น้ำ”ซินอี๋เมื่อได้ยินก็รีบส่งถุงน้ำให้กับจางฝูโดยเร็วพร้อมกับเจี๋ยเฟยที่คอยช่วงพยุงร่างของจางฝูให้ลุกขึ้นมานั่งดีๆ  จางฝูที่รับถุงน้ำมาก้็รีบเปิดจุกออกแล้วยกถุงน้ำนั้นขึ้นดื่มอย่างกระหาย จนน้ำหยดสุดท้ายนั้นหมดลงไปเธอจึงค่อยๆวางถุงน้ำในมือลง


     “เป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นไหม”ซินอี๋เ่ยถามขึ้นมาทันที


    “อืม ข้าอยู่ที่ไหน” จางฝุเอ่ยถามแล้วมองไปรอบและพบว่าตอนนี้เป้นได้อยู่ที่โอเอซิส และรอบตัวของเธอนนั้นมีเเต่เนินทรายและก้อนหินเล็กใหญ่เต็มไปหมมด


     “ห่างไปจากโอเอซิสเล็กน้อยทางตะวันออก”ซินอี๋เอ่ยตอบแล้วจ้องมายังจางฝูที่ตอนนี้ยังอยู่ในสภาพมึนงงอยู่เล็กน้อย


     “นี่ข้า มาได้ไง”


     “เรื่องนั้นพวกข้าก็อยากรู้เช่นกัน” เจี๋ยเฟยที่เงียบมาสักพักเอ่ยขึ้นมาแล้วมองมองางจางฝูอย่างสงสัยก่อนที่ทั้งคู่จะค่อยพยุงตัวจางฝูให้ลุกขึ้นยืนแล้วพาเดินกลับไปยังโอเอซิสเพื่อให้หญฺงสาวได้พักให้หายมึนงง….



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -98 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -98 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
รูปปั้นเทพีเวสต้า
สุรากู่หลันหลาง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หน้ากากยักษ์แดง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2020
x5
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x1
x3
x8
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x130
x30
x1
x4
x5
x3
x14
x160
x1
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x50
x50
x587
x196
x3
x9
x5
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x43
x600
x399
x96
x4
x400
x1200
x75
x7
x27
x594
x5
x100
x1185
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x56
x31
x4
x250
x19
x577
x32
x54
x200
x100
x800
x5
x333
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x850
x30
x600
x92
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x7
x1676
x1
x2
x1360
x2290
x35
x1523
x3
x6
x6
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x410
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x265
x126
x225
x590
x39
x111