12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ แคว้นซูเล่อ } จวนแม่ทัพตู๋กู

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2019-2-14 21:35:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลท่านไม่มาข้าก็ไม่ไป
ตอนนี้เฉินอี้ที่แต่งตัวด้วยชุดใหม่เรียบร้อยแล้วนั้นกำลังยืนอยู่หน้าจวนของนางที่ตอนนี้ต่างปิดประตูเรียบร้อยแล้วกำลังเดินผ่านไปผ่านมาในหน้าประตูจวนของนาง
อ่าข้าดูดีหรือยังนะตอนนี้เอิ่มข้าก็ไม่ได้แย่นะเสื้อผ้าก้เปลี่ยนด้วยชุดใหม่พร้อมกับอาบน้ำเรียบร้อยแล้วข้าคงไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นห่วงแล้วสินะ
โดยที่เฉินอี้กำลังที่จะเริ่มเอามือของตนเองนั้นเคาะไปที่ประตูของจวนของนางนั้นประตูก็พลันเปิดออกมาโดยที่คนเปิดประตูนั้นก็เป็นนางที่เปิดออกมาแล้วยืนมองเฉินอี้ที่ตอนนี้นั้นกำลังมือค้างอยู่ที่ใบหน้าของนางห่างออกมาเล็กน้อย
เอะข้าก็คิดว่าเป็นใครที่ไหนที่มาเดินอยู่แถวนี้ที่แท้ก็เป้นท่านมือปราบนั้นเองทำไมกันท่านมือปราบหิวข้าวอย่างงั้นหรือถึงได้ที่มาที่จวนของข้าแต่เอะ? ไม่น่าจะใช่เพราะท่านคงไม่ค่อยหิวข้าวหรอกคงหิวแต่เหล้าล่ะมั้ง
เอ่อคือข้า……
พร้อมกับที่เฉินอี้นั้นค่อยๆลดมือของตนเองลงมาแล้วก็มองใบหน้าของนางอย่างเนินนานจนเวลาผ่านไปซักพักนั้นนางค่อยกระแอมไอขึ้นมา
เอ่อ คือข้าเห็นว่าท่านบอกว่าที่หมู่บ้านโรมันนั้นมีงานเทศการอยู่ข้าก็เลยที่จะอยากชวนท่านไปเที่ยวชมด้วยกันท่านพอจะว่างหรือไม่?
หืมงานเทศการที่ข้าบแกท่านไปที่ตอนอยู่ที่ย่านการค้าอย่างงั้นหรอกหรอข้าคิดว่าข้าคงไปไม่ได้เพราะงานของข้าก็มีเยอะพอสมควรข้าคงไม่สามารถที่จะปรีดเวลาไปกับท่านได้หรอกนะ
พร้อมกับที่นางนั้นส่ายหัวอย่างช้าพร้อมกับที่ยิ้มบางๆไว้
คือข้าก็รู้ว่าท่านมีงานแต่ว่าเทศการนี้นั้นข้าก็ไม่เคยไปมาก่อนเลยขอให้ท่านไปเป็นเพื่อนข้าสักหน่อยก้ได้ข้าอยากไปเที่ยวกับคนอื่นบ้างข้าไม่มีใครในซูเล่อเลยที่จะไปด้วยกันกับข้าได้้
เอ่อคือแต่ว่า…..
โดยที่นางตอนนี้กำลังคิดหนักถึงการตัดสินใจที่จะไปงานกับเฉินอี้หรือว่าจะตรวจงานอยู่ที่จวนต่อเฉินอี้เมื่อเห็นว่านางเริ่มที่จะเกิดความลังเลตัวเองเลยใช้แผนการสุดท้ายที่ตัวเองเตรียมมาเพื่อจัดการกับนางนั้นให้ได้
ถ้าท่านไม่ไปข้าก้จะยืนอยู่หน้าจวนของท่านอย่างงี้แหละข้าจะไม่ไปไหนจนกว่าท่านจะไปกับข้าอย่างน้อยข้ารบกวนเอวลาท่านไม่นานนักหรอกเชื่อข้าสิ
คิคิทำเป็นเด็กๆไปได้เอาสิข้าจะไปเที่ยวงานกับท่านแต่ว่าข้าจะไปเพียงไม่นานเท่านั้นเดี่ยวข้าต้องรีบกลับมาจัดการกับงานในจวนของข้าอีก
จริงนะท่านพูดจริงๆนะงั้นพวกเราไปกันเลยไหมข้าอดใจรอไม่ไหวแล้ว
คิคิเอาสิแต่เดี่ยวข้าขอไปเตรียมม้าก่อนเราต้องรีบเดินทางกัน
แน่นอนข้าจะรอท่านอยู่ตรงนี้ม้าของข้ารออยู่แถวนี้แล้วขอเพียงท่านพร้อมเราก้ออกเดินทางกันทันที
ตกลงตามนั้น
พร้อมกับที่ทั้งสองคนนั้นเตรียมตัวเพื่อไปงานเทศการกันต่อไป



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -32 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะทองคำ
ฮั่นเสียทอง(หลวง)
กุหลาบสีทอง
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
กราดิอุสทอง
หลี่ซื่อชุนชิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x6
x10
x5
x12
x8
x1
x1
x2
x15
x57
x6
x26
x58
x100
x50
x6
x6
x1
x2
x1
x25
x40
x40
x437
x250
x22
x475
x10
x10
x91
x10
x1
x1
x4
x1
x92
x28
x1
x7
x100
x3
x5
x2000
x102
x141
x45
x50
x50
x10
x10
x35
x20
x20
x10
x34
x30
x20
x113
x5
x30
x80
x1
x20
x5
x30
x1277
x23
x1
x2
x50
x35
x100
x15
x30
x9
x1
x10
x5
x9
x1
x59
x9
x26
x1
x6
x116
x3
x130
x25
x570
x130
x43
x16
x30
x30
x10
x10
x26
x24
x199
x156
x110
x100
x1
x707
x50
x50
x109
x1565
x5
x1
x100
x20
x10
x8
x10
x11
x99
x30
x55
x50
x1
x50
x76
x2130
x2

209

กระทู้

1804

โพสต์

59หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
467733
เงินตำลึง
19114489
ชื่อเสียง
265938
ความหิว
247

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7027
ความชั่ว
1274
ความโหด
3689
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-2-17 13:30:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-2-18 00:43

[หิ้วลูกเจี๊ยบมาที่จวนแม่ทัพหญิง]



     ด้วยการเดินทางด้วยฮั่นเสียที่ค่อนข้างเร็วและร่างกายที่ฟื้นฟูมาเกือบจะเต็มที่แล้วการเดินทางรวดเดียวจนถึงแคว้นซูเล่อในวันเดียวจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับ เเต่สำหรับสตรีสีเงินตัวน้อยนั้นเธอก็ไม่รู้เช่นกัน แต่อย่าๆงก้เดินทางกลับมาจนถึงแคว้นซู่เล่อในยามค่ำของเทศกาลหมาป่าพอดี แม้ว่ามันงานมันจะจบไปแล้วก็ตามที่ แต่ก็ใช่ว่าจะเดินเล่นในงานซื้อข้าวของกินไม่ได้เสียหน่อย


     @หลาน


     “บ้านข้าอยู่ต้าหว่าน กลับบ้านแต่ละทีก็แวะพักที่เเคว้นนี้เป็นประจำจนพอจะชำนาญเส้นทางอยู่บ้าง”จางฝูหันกลับไปตอบยิ้มแล้วเปลี่ยนจากขี่มาลงไปเดินจูงม้าไปตามถนมเเทน เจี๋ยเฟยที่เห็นก็รีบทำตามอย่างไม่อิดออด “เจ้าอยากซื้ออะไรกินเพิ่มอีกไหม”


     @หลาน


      “เล่า นางเล่าอะไรหรือคุณชายเซวีย”จางฝูหันไปเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ว่าตัวลูกเจี๊ยบเงินตัวนี้ไปประกาศวีรกรรมอะไรของเธอเอาไว้บ้าง ขณะที่เจ้าตัวพาเดินเลี้ยงเข้าไปทางหัวมุมถนนที่มีร้านอาหารรถเข็นอีกหลายสิร้านตั้งเรียงรายรอเก็บตกผู้คนที่กลับจากงานเทศกาล


     @หลาน


    “นั้นคือเรื่องจริง ที่นี่กว้างใหญ่ สตรีที่ฮั่นมิได้บอบบางรึยอมคนเป็นเพียงอย่างเดียว”จางฝูยังคงกล่าวต่อไปเรื่องก่อนจะไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูใหญ่บานหนึ่งที่มีทหารแคว้นซู่เล่ออยู่เฝ้าเวณยามกันอยู่ “ถึงข้าจะไม่ใช่เจ้าบ้าน แต่ก็ ยินดีตอนรับสู่จวนเเม่ทัพหญิงของเเคว้นซู่เล่อนะ”


      @หลาน


     “เข้าไปด้านในเถอะดึกมากแล้ว จะได้พักผ่อน”เจี๋ยเฟยที่ยืนมองอยู่ยิ้มเอ่ยขึ้นแล้วจูงม้าที่ตนและจางฝูขี่เดินนำเข้าไปด้านในก่อน ตามด้วยจางฝูที่เปลี่ยนไปยกแขนโอบไหล่มนของหลิงหลานเดินตามเข้าไป ในยามนี้ภายด้านในจวนยังคงจุดไฟสว่างไสวอยู่คาดว่าคนก็คงพึ่งกลับกันมาจากเทศกาล ทางลุงลู่จงที่เป็นพ่อบ้านเมื่อเห็นสหานายหญิงตัวเองกลับมาพร้อมกับแขกแปลกหน้าอีกสองคนก็รีบเข้ามาดูแลรับรองทันที


    “ลุงลู่จงพวกเขาเป็นสหายข้าให้พักที่นี่ด้วยได้ไหม” จางฝูเอ่ยพรางยิ้มกว้างมองอ้อนไปทางลุงพ่อบ้านที่เพียงยิ้มบ้างออกมา


     “เรื่องนี้เเม่นางไม่รองถามนายหญิงเองละขอรับ ท่านกลับมาเมื่อช่วงหัวค่ำนี้เอง”จางฝูได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา ในที่สุดมาครานี้ก็ไม่เสียเที่ยวได้เจอตัวเป็นสักทีไม่ใช่มีเพียงชื่อกับป้ายชื่อ


      @หลาน


     “ได้สิ ซินอี๋น่ะ ถึงจะหน้าดุแต่ใจดีนะ”จางฝูเอ่ยยิ้มาแล้วจับมือเน่งน้องพาเดินตรงไปยังระเบียงทางเดินที่มุ่งตรงไปยังห้องทำงานของแม่ทัพหญิงของเเคว้นโดยไม่ได้สนใจเลยว่าจะโดนดุหรือทำโทษรึไม่


      @หลาน
       จางฝูลากหญิงหลานมาจนถึงประตูห้องทำงานที่บัดนี้ยังคงจุดไฟสว่างอยู่เงาภายในยังคงลุกเดินไปมาระหว่างโต๊ะและชั้นตำรา จางฝูเพียงหันไปส่งสัญญาณให้คนที่มาด้วยเบาเสียง ส่วนตัวเธอหันไปมองประตู สูดหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนจะยกขาถีบประตูดังโครมแล้วใช้ตัวเบาพุ่งตัวเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วและคว้าหมับเข้าที่เอวคนที่อยู่ในห้องซึ่งกำลังอยู่ในอาการตกใจอยู่ “พี่ซินอี๋ ข้ากลับมาหาท่านแล้วววววว!!!!”


      “นะ...น้องจางฝู”ตู๋กู ซิอี้หรือแม่ทัพตู๋กูมองคนที่พึ่งพังประตูห้องตัวเองเข้ามาอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อปนตกใจ ไม่คิดว่าเจ้าตัวนั้นจะโผล่มาทักทายกันแบบนี้ ยามแรกนางรู้จากพ่อบ้านแล้วว่าจางฝูและเจี๋ยเฟยมาพัก แต่เดินทางไปร่วมเทศกาลที่หมู่บ้านโรมัน คิดไม่ถึงพอกลับนางกลับบุกเข้าห้องทำงานนางมาทักทายกันเช่นนี้ ดีว่าเธอยั้งมือไว้ทันไม่งั้นคงได้มียกดาบขึ้นมาเสียบกันบ้างละ “มาเช่นนี้ข้าตกใจหมด แล้วนั้นพาใครมา”


      “ก็อยากให้ท่านตกใจ นั้นหลิงหลานเป็นญาติกับท่านพี่เสิ่นหลิงเฮ่าข้าเจอนางระหว่างไปเที่ยวเลยพานางมาขออาศัยนอนที่จวนท่านด้วย”จางฝูเอ่ยยิ้มโดยที่มือนั้นยังคงกอดที่เอวของเเม่ทัพหญิงแน่นปนอ้อน


     ตู๋กูซินอี้เพียงพยักหน้าเป็นการรับรู้แล้วจึงมองไปทางสตรีที่มีผมสีเงินเฉกเช่นเดียวกับกวีหลินจื้อที่ตนเคยเดินทางด้วยกันอยู่พักหนึ่งหลิงหลาน แม่นางน้อยผมเงินไม่ค่อยแตกต่างจากห้าปีก่อนมากนัก นอกจากดูเป็นสตรีมากขึ้นลดความกระโดกกระเดกลงจิ้ดหนึ่ง กับสัดส่วนบนและล่างที่เปล่งปลั่งอิ่มเอิบขึ้นเพราะผ่านการมีบุตรมาแล้วสองคน โครงหน้าหวานยังคล้ายเสิ่นหลิงเฮ่าอยู่ถึงเจ็ดแปดส่วน เรือนผมเงินดวงตาอำพัน คล้ายกับนักกวีหลิ่งจื่อภาคสลับเพศนั่นเอง ด้วยข้อเท็จจริงนี้ จึงมิใช่เรื่องแปลกที่แม่ทัพหญิงเห็นเข้าแล้วจะคาดเดาความเป็นมาว่า ‘ญาติกัน’


      “สวัสดี ข้าตู๋กู ซินอี๋ เรียกพี่ซินอี้เหมือนน้องจางฝูก็ได้”ตู๋กูหันไปยิ้มส่งไปให้ญาติผู้น้องของสหายอย่างเป็นกันเอง


     @หลาน


     “อะไรจะขนาดนั้นหลิงหลานเจ้าเล่นใหญ่ไปแล้ว พี่ซินอี่เป็นสหายท่านพี่เสิ่น ไปมาประเดี๋ยวก็รู้จักกันอยู่ดี ขึ้นอยู่ที่ว่าช้ารึเร็ว”จางฝูกล่าวมองมาแล้วมองลูกเจี๊ยบตื่นเต้นเอาเเต่กอดและเขย่าแขนนางอยู่ก่อนจะหันไปมองทางประตูที่มีเจี๋ยเฟยและคุณชายเซวียนเดินตามเข้ามา


     “สวัสดียามดึกขอรับท่านเเม่ทัพ”เจี๋ยเฟยกล่าวด้วยท่านทีกวนๆตามนิสัยพร้อมกับยกมือประสานคารวะตามมารยาทให้กับผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตตัวเองเอาไว้ก่อนจะเดินเข้าไปถือวิสาสะนั่งที่เก้าอี้ที่ว่างอยู่


    @หลานและทอง


     “เป็นเกีรยติที่ได้พบท่านเช่นกัน ว่าแต่หลินฮูหยินที่ว่านี่”ตู๋กูซินอี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วมองสตรีอีกสองนางที่กอดต่อกันอยู่ แล้วหันไปมองทางเจี๋ยเฟยที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ที่เก้าอี้ ‘จะว่าไปหลินนี่มันสกุลของเจี๋ยเฟย และหลินฮูยินนี่….’


     “มองอันใดกันพี่ซินอี๋ หลินฮูหยินก็ข้านี่ละเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยออกมาแล้วยิ้มจนตาหยี่ผิดกับแม่ทัพสาวที่บัดนี้เบิกตามองเสียกว้างราวไข่ห่าน ทำเอาทั้งจางฝูและเจี๋ยเฟยที่นั่งอยู่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา เพราะไม่คิดว่าแม่ทัพ เก๊กท่านิ่งผู้นี้จะสามารถเผลอปล่อยหลุดท่าทีเหวอนี่ออกมาได้เช่นกัน


        “พวกเจ้าไม่ถูกกันมิใช่รึ”


        “ก็ตอนนี้ถูกแล้วไงท่านซินอี๋ ฮ่าๆๆๆ”เป็นเจี๋ยเฟยที่กล่าวก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาเสียเสียงดังข้ามไปหลายบ้าน “นางแต่งกับข้าท่านยังตกใจเพียงนี้ ถ้าข้าบอกท่านว่าข้าพาลูกชายมาด้วยอีกสองคนท่านจะตกใจจนหมดสติไม่ขอรับเนี่ย”


       “ห่ะ นะ..นี่พวกเจ้าหายหน้าทิ้งข้าไปห้าปีกว่า กลับมาอีกทีก็เอาหลานมาให้ข้าชมเลยรึเนี่ย”ท่านทีนิ่งๆสุขุมของแม่ทัพหญิงถูกสลัดโยนทิ้งไปอย่างมีไม่มีชิ้นดี เพราะสหายที่เเต่ก่อนไม่ถูกกันสองคนกลับกลายเป็นคู่สามีภรรยากันเสียอย่างนั้นไม่พอกลับบอกว่าพาลูกชายมาเยี่ยมตนถึงทีอีก จะบอกว่าไม่ตกใจก็คงจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว


        @หลาน


    “มิเป็นไรๆ พวกเจ้าเองก็เดินทางกันมาเหนื่อยๆ เอางี้ไหมนอนพักที่จวนข้าสักคืน ป่านนี้พ่อบ้านลู่คงจัดเตรียมห้องให้เสร็จสรรพแล้วพวเจ้าก็ไปพักกันก่อนเถิด”ตู๋กูซินอี๋เอ่ยยิ้มแล้วหันไปมองดูสตรีน้อยที่ยังคงยืนกอดเเขนน้องจางฝูอยู่ด้วยความเอ็นดู


@หลาน


     “เรื่องมันเป็นเช่นไรเล่ามาให้ข้าฟังเสียให้หมดอย่าได้คิดปิดบังข้าเชียว”ตู๋กูซินอี๋เอ่ยแล้วลากเอาสตรีอีกสองคนให้ไปนั่งที่เก้าอี้พร้อมกับจางฝูที่เริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่เรื่องที่พวกตนนั้นหายตัวไป ซึ่งเรียกย้อนไปเสียนนาน จนเวลาล้วงเลยเข้าสู่ยามไห้ จางฝูที่หันไปเห็นลูกเจี๊ยบน้อยสีเงินนั่งหลับผิงไหล่เธออยู่ก็คิดได้ว่าคงดึกมากแล้วจึงขอตัวไปนอนโดยได้เจี๋ยเฟยชวยอุ้มเเบกลูกเจี๊ยบน้อยไปส่งนอนถึงห้องก่อนที่จางฝูและเจี๋ยเฟยจะเเยกกลับไปพักผ่อนที่ห้องของพวกเขาเอง


@Admin
@LingHao

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +7 คุณธรรม +2 ความชั่ว +2 ความโหด โพสต์ 2019-2-18 12:40

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -34 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -34 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
สุรากู่หลันหลาง
ทวนยาว
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x6
x100
x3
x8
x30
x3
x1
x3
x8
x4
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x130
x30
x1
x4
x5
x3
x4
x160
x1
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x50
x50
x587
x196
x3
x9
x5
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x187
x90
x30
x240
x3
x44
x600
x399
x100
x4
x400
x1200
x75
x7
x27
x595
x5
x100
x1185
x2
x163
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x58
x31
x4
x250
x19
x577
x32
x84
x200
x100
x800
x4
x333
x727
x200
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x850
x30
x600
x83
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x8
x1676
x1
x2
x1080
x2045
x58
x1521
x3
x6
x6
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x410
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x245
x131
x175
x578
x38
x111
x426
x970
x1
x23
x604
x5
x450
x144
x366
x293
x520
x1441
x127
x67
x774
x480
x4
x2
x694
x716
x450
x158
x9999
x1839
x500
x325
x55
x42
x17
x69
x23
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x88
x1
x9
x138
x259
x698
x5450
x73
x11
x198
x446
x141
x2400
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x584
x1692
x780
x108
x195
x107
x11
x95
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x157
x5
x10
x15
x4
x162
x263
x500
x2
x51
x1803
x8
x158
x200
x6662
x702
x280
x8
x59
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x32
x14
x678
x8
x1439
x9
x1748
x313
x918
x1169
x928
x1030
x667
x185
x134
x191
x745
x1580
x807
x92
x148
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1182
x680
x195
x2122
x2318
x581
x40
x1018
x603
x24
x280
x1245
x157
x248
x1444
x8130
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1

1303

กระทู้

4685

โพสต์

71หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19590072
เงินตำลึง
35230
ชื่อเสียง
306757
ความหิว
2059

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ด

คุณธรรม
26323
ความชั่ว
8317
ความโหด
54787
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2019-2-21 18:45:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แม่หม้ายลูกสองกลับสู่แดนฮั่น
971
{ แฟลชแบ็คหลังเทศกาลวีนัส }
ว่าด้วยเรื่องไอด้อลของลูกเจี๊ยบ



        ภายหลังร่วมงานเทศกาลวีนัสของชาวโรมัน ทั้งสองยังไม่ได้เดินทางกลับจิงโจวในทันที หลิงหลานเกิดอยากเห็นแคว้นบ้านเกิดของหนุ่มน้อยที่ชื่อซิงจื่อพอดีว่าเป็นสถานที่เช่นไร เมื่อติดตามพี่สาวจางและคุณชายหลินมาแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหลง ทั้งสองคนนึงขี่สิงโตอีกคนควบอาชาเฟิ่งหวงการเดินทางจึงรวดเร็ว พวกเขาพึ่งทราบว่ามีเทศกาลหมาป่าทว่าน่าเสียดายที่งานหลักจบไปแล้ว เหลือเพียงควันหลงและความคึกคักส่วนร้านตลาดเท่านั้น

         เซวียนหยวนอี้เฟยกระตือรือร้นอย่างมากที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวซีอวี้กลาง ตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอยเข้าไปพูดคุยเจรจราพ่อค้าแม่ขาย ตอนช่วยเหลือแม่เฒ่ายกลังเหล้านมม้าดูคล่องแคล่วกลมกลืนชนิดที่ว่าชาวไต้หวันมาเห็น ยังแทบจำไม่ได้ว่านั่นคือจ้าวเกาะผู้สุขุมสง่างามของตน

         ดรุณีผมเงินเดินเกาะกลุ่มมือหนึ่งถือถังหูลู่ อีกมือปางประทานเนื้อแพะย่าง น่าเสียดายที่มามิทันร่วมงาน ทว่ายังดีที่ได้ซึมซับบรรยากาศของแคว้นซูเล่อ ผู้คนส่วนใหญ่นุ่งห่มหนังสัตว์ พกมีดโค้งเหน็บข้างเอว ผิวค่อนทางคล้ำผมดำและนิยมถักผมไม่ค่อยเกล้ามวยคล้ายชาวหู บุรุษองอาจ สตรีเด็ดเดี่ยวเป็นชนชาติที่เข้มแข็งสามัคคี

         เนตรกวางคู่ใสมองไปยังสตรีชุดเขียวที่เดินนำหน้า เห็นเดินนำอย่างช่ำชองก็แปลกใจเอ่ยถามขึ้นว่า “พี่สาวจางท่านเองเคยมาที่แคว้นนี้บ่อยหรอกหรือเจ้าคะ?”

         “บ้านข้าอยู่ต้าหว่าน กลับบ้านแต่ละทีก็แวะพักที่เเคว้นนี้เป็นประจำจนพอจะชำนาญเส้นทางอยู่บ้าง” จางฝูหันกลับไปตอบยิ้มแล้วเปลี่ยนจากขี่มาลงไปเดินจูงม้าไปตามถนนเเทน เจี๋ยเฟยที่เห็นก็รีบทำตามอย่างไม่อิดออด คอยถามอย่างเอาใจใส่ “เจ้าอยากซื้ออะไรกินเพิ่มอีกไหม”

          ระหว่างฟังบทสนทนาวานิชย์หนุ่มหยักรอยยิ้มมุมปากเชิงว่าเรื่องนี้พอคาดเดาได้ “ที่แท้สหายที่หลานเคยเล่าว่าเป็นชาวต้าหว่าน คือแม่นางจางฝูนี่เอง… สตรีชาวซีอวี้นอกจากฝึกยุทธ์แล้วยังเดินทางไกล แกร่งกล้าไม่แพ้บุรุษจริงๆ”

          “สตรีฮั่นก็มีไม่น้อยนะเจ้าค่ะที่เป็นชาวยุทธ์เก่งกาจมากฝีมือ ความกล้าหาญไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศสภาพเสียหน่อยมันอยู่ตรงนี้” หลิงหลานฟังแล้วเลิกคิ้วไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก งาบเนื้อแพะย่างทีเดียวหมดก้อนแล้วเก็กหน้าห้าวหาญชี้นิ้วโป้งเข้าอกตนเอง

          “เล่า นางเล่าอะไรหรือคุณชายเซวีน” จางฝูหันไปเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ว่าตัวลูกเจี๊ยบเงินตัวนี้ไปประกาศวีรกรรมอะไรของเธอเอาไว้บ้าง ขณะที่เจ้าตัวพาเดินเลี้ยงเข้าไปทางหัวมุมถนนที่มีร้านอาหารรถเข็นอีกหลายสิร้านตั้งเรียงรายรอเก็บตกผู้คนที่กลับจากงานเทศกาล

          “คิก ตอนนั้นท่านเซวียนไม่เชื่อเรื่องที่สตรีสามารถฝึกยุทธ์จนแกร่งกล้า เป็นแม่ทัพพิทักษ์แว่นแคว้นได้ไม่แพ้บุรุษ หลิงหลานเลยเล่าว่าพี่สาวจางเองก็เคยสั่งสอนชาวยุทธ์ฝ่ายอธรรม พวกกระต่ายไม่กินผักที่ลู่เจียนมาแล้ว ไหนจะแม่ทัพตู๋กู่อีกที่เฮ่าเกอบันทึกถึงไว้ ว่าเป็นถึงแม่ทัพรักษาดินแดนกำราบโจรชงหนูมานักต่อนัก” หลิงหลานพูดไปก็โดนมือคู่หนาพยายามเอาผ้าซับคราบน้ำมันแพะย่างที่มุมปากไปราวกับเด็กน้อยทานเปื้อน ใบหน้าหวานส่ายไปมากลบเขาปัดๆ เชิงว่าเดี๋ยวสิยังเล่าไม่จบเลย “...แฮ่ม!! นั่นล่ะถึงบอกว่าสตรีอย่างเราๆ น่ะบทจะเอาจริงขึ้นมาก็ไม่แพ้ชายนะ!!”

         มือเล็กๆ กำหมัดแล้วชูขึ้นฟ้าแววตาท่าทีมุ่งมั่นเป็นที่ยิ่ง ทว่าในสายตาของบุรุษผมทองดูราวกับลูกไก่ขนฟูโดดขึ้นขอนไม้แล้วร้อง ‘จิ้บ!’

         “นั้นคือเรื่องจริง ที่นี่กว้างใหญ่ สตรีมิได้บอบบางรึยอมคนเป็นเพียงอย่างเดียว” จางฝูยังคงกล่าวต่อไปเรื่องก่อนจะไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูใหญ่บานหนึ่งที่มีทหารแคว้นซู่เล่ออยู่เฝ้าเวรยามกันอยู่ “ถึงข้าจะไม่ใช่เจ้าบ้าน แต่ก็ ยินดีตอนรับสู่จวนเเม่ทัพหญิงของเเคว้นซู่เล่อนะ”

         หลิงหลานยอมรับผ้ามาซับคราบน้ำมันก่อนหันไปยังจวนที่ดูเรียบง่ายทว่าขรึมขลัง มีป้ายภาษาซีอวี้สลักว่า ‘จวนตู๋กู่’ อยู่ ก็อุทานขึ้นมาพร้อมเขย่ามือพี่สาวจางราวกับเจอเรื่องน่ายินดี “เอ๊ะๆๆ แม่ทัพหญิงแห่งซูเล่อนี้ใช่ ‘แม่ทัพหญิงตู๋กู่ ซินอี้’ หรือเปล่านะๆ พี่สาวเองก็รู้จักผู้คนกว้างขวางไม่น้อย หลิงหลานขอนับถือๆ”

        ยังไม่วายฉีกยิ้มไปทางบุรุษผมทองเชิงว่า ‘เห็นไหมๆ บอกแล้วว่าเล่ามาไม่ได้โม้! มาอยู่หน้าจวนวีรสตรีแล้วไง~’

         “เข้าไปด้านในเถอะดึกมากแล้ว จะได้พักผ่อน” เจี๋ยเฟยที่ยืนมองอยู่ยิ้มเอ่ยขึ้นแล้วจูงม้าที่ตนและจางฝูขี่เดินนำเข้าไปด้านในก่อน ตามด้วยจางฝูที่เปลี่ยนไปยกแขนโอบไหล่มนของหลิงหลานเดินตามเข้าไป ในยามนี้ภายด้านในจวนยังคงจุดไฟสว่างไสวอยู่คาดว่าคนก็คงพึ่งกลับกันมาจากเทศกาล ทางลุงลู่จงที่เป็นพ่อบ้านเมื่อเห็นสหานายหญิงตัวเองกลับมาพร้อมกับแขกแปลกหน้าอีกสองคนก็รีบเข้ามาดูแลรับรองทันที

        “ลุงลู่จงพวกเขาเป็นสหายข้าให้พักที่นี่ด้วยได้ไหม” จางฝูเอ่ยพรางยิ้มกว้างมองอ้อนไปทางลุงพ่อบ้านที่เพียงยิ้มบ้างออกมา

       “เรื่องนี้เเม่นางไม่รองถามนายหญิงเองละขอรับ ท่านกลับมาเมื่อช่วงหัวค่ำนี้เอง” จอมยุทธ์สาวคลี่ยิ้มงดงาม ส่วนสตรีผมเงินได้แต่งุนงงอยู่ด้านข้าง ก่อนยกกำปั้นทุ่มฝ่ามือเชิงคิดออกว่าพวกเขารู้จักกันนี่เอง

        เซวียนหยวนอี้เฟยค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อย มิคาดว่า ‘รู้จัก’ ในความหมายของหลินฮูหยินคือหมายถึง ‘สหายสนิท’ ระดับที่ว่าเยี่ยมเยือนพักในเรือนของแม่ทัพหญิงได้ ส่วนด้านหลิงหลานนั่นได้ยินว่าจะเข้าไปก็ตื่นเต้นเสียแล้ว เข้าไปแอบอยู่หลังจอมยุทธ์สาวหรุบโผล่มาแค่ลูกกะตาใสๆ ถามเชิงว่า

         “พี่สาวๆ เราเข้าไปได้จริงๆ หรือเจ้าคะ? อีกอย่างหลิงหลานกับท่านเซวียนยังมิเคยพบท่านแม่ทัพตู๋กู่มาาก่อนเลย…” อันที่จริงนอกจากประหม่าร่างเน่งน้อยยังมีความเกรงใจอีกฝ่ายอยู่มาก
        
        “ได้สิ ซินอี๋น่ะ ถึงจะหน้าดุแต่ใจดีนะ” จางฝูเอ่ยยิ้มาแล้วจับมือเน่งน้องพาเดินตรงไปยังระเบียงทางเดินที่มุ่งตรงไปยังห้องทำงานของแม่ทัพหญิงของเเคว้นโดยไม่ได้สนใจเลยว่าจะโดนดุหรือทำโทษรึไม่

         น้องนางผมเงินติดตามพี่สาวชุดเขียวเข้าไปยังด้านใน ทิ้งให้ชายที่มาด้วยยืนมองหน้ากันแล้วเลิกคิ้วเชิงว่า ‘สตรีนี่น้า...เจอพวกละลืมผู้’ ก่อนใบหน้าสุภาพของเซวียนจะหยักรอยยิ้มบาง เขาเองก็อยากพบสักคราแม่ทัพหญิงที่เป็นที่ยกย่องเชิดชูของ ‘นาง’ เป็นบุคคลเยี่ยมยอดเช่นไร ชายหนุ่มส่งพาหนะให้พ่อบ้านแล้วชักชวนคุณชายหลินตามแม่นางทั้งสองไป

        จางฝูลากหญิงหลานมาจนถึงประตูห้องทำงานที่บัดนี้ยังคงจุดไฟสว่างอยู่เงาภายในยังคงลุกเดินไปมาระหว่างโต๊ะและชั้นตำรา จางฝูเพียงหันไปส่งสัญญาณให้คนที่มาด้วยเบาเสียง ส่วนตัวเธอหันไปมองประตู สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะยกขาถีบประตูดังโครมแล้วใช้ตัวเบาพุ่งตัวเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วและคว้าหมับเข้าที่เอวคนที่อยู่ในห้องซึ่งกำลังอยู่ในอาการตกใจอยู่ “พี่ซินอี๋ ข้ากลับมาหาท่านแล้วววววว!!!!”

        “นะ...น้องจางฝู” ตู๋กู ซิอี้หรือแม่ทัพตู๋กูมองคนที่พึ่งพังประตูห้องตัวเองเข้ามาอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อปนตกใจ ไม่คิดว่าเจ้าตัวนั้นจะโผล่มาทักทายกันแบบนี้ ยามแรกนางรู้จากพ่อบ้านแล้วว่าจางฝูและเจี๋ยเฟยมาพัก แต่เดินทางไปร่วมเทศกาลที่หมู่บ้านโรมัน คิดไม่ถึงพอกลับนางกลับบุกเข้าห้องทำงานนางมาทักทายกันเช่นนี้ ดีว่าเธอยั้งมือไว้ทันไม่งั้นคงได้มียกดาบขึ้นมาเสียบกันบ้างละ “มาเช่นนี้ข้าตกใจหมด แล้วนั้นพาใครมา”

        “ก็อยากให้ท่านตกใจ นั้นหลิงหลานเป็นญาติกับท่านพี่เสิ่นหลิงเฮ่าข้าเจอนางระหว่างไปเที่ยวเลยพานางมาขออาศัยนอนที่จวนท่านด้วย”จางฝูเอ่ยยิ้มโดยที่มือนั้นยังคงกอดที่เอวของเเม่ทัพหญิงแน่นปนอ้อน

        ตู๋กูซินอี้เพียงพยักหน้าเป็นการรับรู้แล้วจึงมองไปทางสตรีที่มีผมสีเงินเฉกเช่นเดียวกับกวีหลินจื้อที่ตนเคยเดินทางด้วยกันอยู่พักหนึ่งหลิงหลาน แม่นางน้อยผมเงินไม่ค่อยแตกต่างจากห้าปีก่อนมากนัก นอกจากดูเป็นสตรีมากขึ้นลดความกระโดกกระเดกลงจิ้ดหนึ่ง กับสัดส่วนบนและล่างที่เปล่งปลั่งอิ่มเอิบขึ้นเพราะผ่านการมีบุตรมาแล้วสองคน โครงหน้าหวานยังคล้ายเสิ่นหลิงเฮ่าอยู่ถึงเจ็ดแปดส่วน เรือนผมเงินดวงตาอำพัน คล้ายกับนักกวีหลิ่งจื่อภาคสลับเพศนั่นเอง ด้วยข้อเท็จจริงนี้ จึงมิใช่เรื่องแปลกที่แม่ทัพหญิงเห็นเข้าแล้วจะคาดเดาความเป็นมาว่า ‘ญาติกัน’

        “สวัสดี ข้าตู๋กู ซินอี๋ เรียกพี่ซินอี้เหมือนน้องจางฝูก็ได้” ตู๋กูหันไปยิ้มส่งไปให้ญาติผู้น้องของสหายอย่างเป็นกันเอง

         หลิงหลานกำลังเกาะขอบประตูอยู่อย่างประหม่า คล้ายสาวน้อยแอบดูขวัญใจตนเองให้เต็มตายังมิกล้าเป็นหนแรก เห็นพี่สาวจางเปิดตัวอย่างไม่ธรรมดา เข้าไปเกาะเอวสตรีสวมเกราะโครงหน้าเคร่งขรึม ท่าวท่าทรงพลังไม่ธรรมดา ทว่านัยน์ตาสีนิลเปี่ยมด้วยสายธารและความอ่อนโยนชวนให้สนิทชิดใกล้  เมื่อได้ยินเสียงเรียกยังงงงวยไป 'หลิงเฮ่าบรรยายถึงแม่ทัพตู๋กู่ผู้นี้ไว้ว่าเก่งกาจอย่างหาตัวจับยาก จิตใจจงรักภักดีและเอาจริงเอาจัง นอกจากนี้ยังมีมุมที่อ่อนโยนนุ่มนวล...ไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย'

        เนตรกวางคู่หวานกระปริบสองสามหนว่าตนมิได้ฟังผิด โอ้ใครจะทราบว่าแม่ทัพหญิงผู้นี้จะไม่ถือตัวแถมยังใจกว้างให้นางเรียกขานเป็นกันเอง หลิงหลานฉีกรอยยิ้มเดียงสาพุ่งเข้าไปเกาะแขนจางฝูต่ออีกข้างเป็นทอดๆ “มาซีอวี้หนนี้วาสนาดีจริงๆ ได้พี่สาวที่เก่งกาจเพิ่มมาอีกหนึ่งคน!! ขอบคุณพี่สาวจางเจ้าค่ะ หากหลิงหลานมาด้วยตัวเองเกรงว่าแม้แต่เห็นแค่เงาหลังของแม่ทัพหญิงก็คงมิมีโอกาสเป็นแน่”

         ปกติลูกเจี้ยบน้อยอ้อนเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว แค่ช่วงที่ผ่านมาเจอเรื่องสะเทือนขวัญบ่อยๆ อุปนิสัยนี้จึงถูกกลบไว้ มายามนี้ข้างหนึ่งก็พี่สาวที่รุ้จัก อีกด้านก็แบบอย่างที่เคารพเมื่อรู้สึกปลอดภัยค่อยได้เปิดเผยตัวตนเช่นเดิม

         “อะไรจะขนาดนั้นหลิงหลานเจ้าเล่นใหญ่ไปแล้ว พี่ซินอี่เป็นสหายท่านพี่เสิ่น ไปมาประเดี๋ยวก็รู้จักกันอยู่ดี ขึ้นอยู่ที่ว่าช้ารึเร็ว” จางฝูกล่าวมองมาแล้วมองลูกเจี๊ยบตื่นเต้นเอาเเต่กอดและเขย่าแขนนางอยู่ก่อนจะหันไปมองทางประตูที่มีเจี๋ยเฟยและคุณชายเซวียนเดินตามเข้ามา

        “สวัสดียามดึกขอรับท่านเเม่ทัพ” เจี๋ยเฟยกล่าวด้วยท่านทีกวนๆตามนิสัยพร้อมกับยกมือประสานคารวะตามมารยาทให้กับผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตตัวเองเอาไว้ก่อนจะเดินเข้าไปถือวิสาสะนั่งที่เก้าอี้ที่ว่างอยู่

        พอดีกับที่เซวียนหยวนอี้เฟยเดินตามคุณชายหลินเข้ามาเห็นภาพกอดต่อๆ กันเป็นทอดๆ ของเหล่าสตรีแล้วนึกถึงลูกหมีขาว(แพนด้า) กำลังอ้อนกันหลุดหยุดรอยยิ้ม ก่อนวางสีหน้าสุภาพประสานมือไปทางแม่ทัพหญิงผู้สวมเกราะว่า “ติดตามหลินฮูหยินมาคราวนี้ไม่เสียเที่ยวโดยแท้ ยังได้เป็นเกียรติที่ได้พบท่านแม่ทัพหญิงผู้ลือนาม ข้า...เซวียน อี้ ชาวไต้หวันเป็นอาจารย์ในนามของหลิงหลาน”

        “เป็นเกีรยติที่ได้พบท่านเช่นกัน ว่าแต่หลินฮูหยินที่ว่านี่” ตู๋กูซินอี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วมองสตรีอีกสองนางที่กอดต่อกันอยู่ แล้วหันไปมองทางเจี๋ยเฟยที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ที่เก้าอี้ ‘จะว่าไปหลินนี่มันสกุลของเจี๋ยเฟย และหลินฮูยินนี่….’

        “มองอันใดกันพี่ซินอี๋ หลินฮูหยินก็ข้านี่ไงละ" จางฝูเอ่ยออกมาแล้วยิ้มจนตาหยี่ผิดกับแม่ทัพสาวที่บัดนี้เบิกตามองเสียกว้างราวไข่ห่าน ทำเอาทั้งจางฝูและเจี๋ยเฟยที่นั่งอยู่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา เพราะไม่คิดว่าแม่ทัพ เก๊กท่านิ่งผู้นี้จะสามารถเผลอปล่อยหลุดท่าทีเหวอนี่ออกมาได้เช่นกัน

       “พวกเจ้าไม่ถูกกันมิใช่รึ”

        “ก็ตอนนี้ถูกแล้วไงท่านซินอี๋ ฮ่าๆๆๆ” เป็นเจี๋ยเฟยที่กล่าวก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาเสียเสียงดังข้ามไปหลายบ้าน

        “อ้อ… ที่แท้ทั้งคุณชายหลินและฮูหยินรู้จักกับท่านแม่ทัพหญิงอยู่แล้วนี่เอง มิน่าถึงดูแปลกใจนัก ฮะๆๆ” เซวียนหยวนอี้เฟยพอเดาเรื่องราวออก เห็นที่คู่ของอีกฝ่ายเปลี่ยนจากคู่กัดมาเป็นคู่รักล่ะแน่ คงให้อารมณ์เหมือน.. ถ้าราชครูจวินไปกอดคอคล้องบ่ากับคู่ปรับตลอดกาลอย่างเจ้าสัวอูคงนี่สิแปลก เนตรสีครามนุ่มลึกปรายลงยังร่างเน่งน้อยตรงหน้า ยังคงงุนงงและไม่เข้าใจเท่าไรก็นึกเอ็นดู ‘จริงสินะนี่ก็ดึกมากแล้วนางอาจยังอ่อนเพลียกับการเดินทาง…’

        “พวกท่านคงมิได้พบกันมานาน สหายเก่ามีเรื่องราวเล่าสู่ฟังทั้งวันมิจบ อย่างไรเสียข้ากับหลิงหลานมารบกวนในยามวิกาลต้องขออภัยด้วยจริงๆ เช่นนั้นพวกเรา…” ชายหนุ่มกำลังเรียกอีกฝ่ายคิดพาไปหาที่ค้างแรม เปิดช่องให้สหายเก่าได้พูดคุยกัน

        “มิเป็นไรๆ พวกเจ้าเองก็เดินทางกันมาเหนื่อยๆ เอางี้ไหมนอนพักที่จวนข้าสักคืน ป่านนี้พ่อบ้านลู่คงจัดเตรียมห้องให้เสร็จสรรพแล้วพวเจ้าก็ไปพักกันก่อนเถิด” ตู๋กูซินอี๋เอ่ยยิ้มแล้วหันไปมองดูสตรีน้อยที่ยังคงยืนกอดเเขนน้องจางฝูอยู่ด้วยความเอ็นดู

         “...เอ่อ เช่นนั้นต้องขอขอบคุณท่านแม่ทัพตู๋กู่ที่เอื้อเฟื้อ หลิงหลานนางดูคุ้นเคยกับวีรกรรมของท่านมาก อาจอยากอยู่พูดคุยร่วมกันอีกสักพัก… ฮะๆ ข้าถึงบอกว่าเป็นอาจารย์แต่เพียงในนามไม่เคยได้เข้าพิธีอย่างแท้จริง ตามดูแลหลิงหลานส่วนนึงเพราะความตั้งใจของตนเอง เหตุก็เพราะ...”


        ดูเอาเถอะอีกฝ่ายเป็นถึงแม่ทัพแล้วยังเป็นเจ้าบ้าน เจ้าลูกเจี้ยบไปเกาะกันเป็นหางว่าวลดสภาพน่ายำเกรงของสตรีสวมเกราะลงไปมาก

        'บทจะไม่ระวังก็เป็นเสียแบบนี้ล่ะนะ... ยังดีที่นางพบมิตรสหายมีเรื่องให้ยิ้มแย้มได้บ้าง' บุรุษผมทองกล่าวขอบคุณที่อีกฝ่ายเสนอเรื่องที่พักคลี่ยิ้มจนใจ ก่อนอธิบายเหตุผลส่วนของตนหรุบสายตาอ่อนโยนแกมปกป้องอย่างไร้เงื่อนไขไปยังร่างเน่งน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “หลาน… สุขภาพเจ้าพึ่งฟื้นตัวอย่าอยู่จนดึกนักล่ะ”

        คนโดนกำชับกอดแขนพี่สาวจางพยักหน้าแผ่วเบา กำลังตื่นเต้นยินดีจึงไม่ได้สบตาอีกฝ่ายจนทางนั้นก้าวตามบ่าวออกไป หันมองพี่สาวทั้งสองด้วยแววตาซื่อๆ แกมอ้อนว่า “....ดูเหมือนห้าปีที่ผ่านมาท่านทั้งสองไปเจอเรื่องราวน่าสนใจมามิน้อยเลย หากมิเป็นการรบกวนละก็ช่วยเล่าสู่ให้หลิงหลานได้ฟังด้วยเถอะเจ้าค่ะ!!”

        “เรื่องมันเป็นเช่นไรเล่ามาให้ข้าฟังเสียให้หมดอย่าได้คิดปิดบังข้าเชียว” ตู๋กูซินอี๋เอ่ยแล้วลากเอาสตรีอีกสองคนให้ไปนั่งที่เก้าอี้พร้อมกับจางฝูที่เริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่เรื่องที่พวกตนนั้นหายตัวไป ซึ่งเรียกย้อนไปเสียนนานสารพันเรื่องราวชวนตกตะลึงทั้งวีรกรรม วีรเกรียนของคุ่หูชาวยุทธ์ และสลดใจกับการศึกในซูเล่อ จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามไห้หลิงหลานไม่ทราบว่าตนคอหักคาไหล่ของพี่สาวจางไปเมื่อใด อาจเพราะอุ่นใจที่ได้อยู่ท่ามกลางคนรู้จักอีกหน ไม่ก็...ล้าจนร่างกายดับเครื่องเอง
ใช้รูปปั้น-ตู๋กู่ซินอี้





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ตู๋กู ซินอี๋ เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2019-2-21 19:56
คุณได้รับ +13 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-2-21 19:55

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -68 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -68 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ง้าวมังกรเขียวขุนพล
ไข่มุกราตรีอวิ๋นสู่
ผ้าปิดปากวังดอกเหมย
เกราะจิ่นเทียน
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ฮิปโป
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x5
x1
x1
x7
x15
x13
x2
x39
x37
x38
x20
x1260
x68
x43
x176
x1
x1
x2
x4
x24
x1
x15
x2
x96
x39
x258
x1
x1
x16
x2
x2
x2
x16
x1
x1
x11
x160
x70
x1