ดู: 573|ตอบกลับ: 7

{ เส้นทางลับ : หุบเขาเหยาก้วย - ชุมชนเกี๋ยง } โอเอซิสกลางทะเลทราย | หลวนเซิ่นลี่หยาง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-1-2 05:43:17 |โหมดอ่าน



โอเอซิสกลางทะเลทราย | หลวนเซิ่นลี่หยาง

{ น อ ก เ มื อ ง อู๋ เ ว่ ย }








โอเอซิสกลางทะเลทรายที่อยู่ระหว่างรอยต่อของเมือง อู๋เว่ย จินเฉิง และ เทียนซุย
ตั้งอยู่ใกล้กับ ชุมชนชาวเกี๋ยง และ หุบเขาเหยาก้วย 
ซึ่งเป็นที่อยู่ของ4| | |พรรคโจรทมิฬ| | |3
นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ไม่มีใครกล้าผ่านไปละแวกนั้นและแทบจะไม่มีผู้เคยพบเห็นที่นี่มาก่อน 
ดังนั้นความงามของแหล่งน้ำธรรมชาติกลางทะเลทรายจึงแทบจะถูกทรายกลบเป็นความลับ 
ด้วยความชุ่มชื่นและอุดมสมบูรณ์แตกต่างจากทะเลทรายรอบนอกโดยสิ้นเชิง
ทำให้มีสัตว์หลายชนิดพึ่งพิงอาศัยโอเอซิสแห่งนี้
เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัย 
โดยปราศจากภัยจากมนุษย์มารบกวน 
หากผู้ใดที่บังเอิญผ่านมาพบอาจเรียกได้ว่า 

  《  โชคชะตาชักนำให้ได้มาพานพบ 》
 


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463854
เงินตำลึง
2146641649
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483356

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2018-1-5 18:12:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2018-1-13 13:29

PART CCCIV


ขลุกๆๆๆ

     สองร่างกลิ้งลงไปตามเนินทรายเรื่อยๆ ตามแรงโน้มถ่วง ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนกว่าจะถึงพื้นราบ แม้ว่าใครจะพยายามฝืนตัวเอาไว้ไม่ให้กลิ้งต่อแต่ก็ควบคุมทิศทางได้ยากเพราะความลื่นและอณูของเม็ดทรายนับล้านที่นุ่มลื่น มือหนาพยายามป่ายหาที่ยึดติดแต่กว่าไขว่คว้าได้เพียงแค่เม็ดทรายในกำมือ
     ดวงตาสีครามหลับปี๋แน่นสนิทเพื่อกันทรายเข้าตา ผ้าคลุมกันทรายที่สวมใส่พันห่อร่างของทั้งสองเอาไว้จนแน่นหนาและไม่อยากแกะแยะออกจากกันได้ง่ายๆ จากที่พยายามดิ้นรนไขว่คว้าให้ดิ้นหลุดจากการกลิ้งกลับไม่สามารถขยับตัวได้ง่ายๆ คงต้องปล่อยเอาไว้อย่างนั้นก่อนจนว่าที่จะหล่นลงมาถึงพื้นราบซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไร
     
แซ่ก...

     ความเร็วของการร่วงหล่นลดลงหลังจากที่กลิ้งลงมาตามแนวทรายร่วมๆ ยี่สิบนาที สัมผัสจากผืนทรายก็เปลี่ยนไปกลายเป็นพื้นหญ้า กลิ่นดินหอมๆ ที่ไม่ได้สูดดมมานานกลับคืนมาจนชวนฉงน ทั้งสองร่างหยุดสนิทบนผืนหญ้านุ่มจึงทำให้ลืมตาขึ้นมองได้เสียที
     ใบหน้าทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบปลายจมูกโด่งสัมผัสกันแผ่วเบาชวนให้สะดุ้งโหยง หมวกทหารที่อินจีสวมใส่กระเด็นหลุดหายไปตอนไหนไม่ทราบได้ เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยจึงแผ่ลงกับพื้นหญ้าแม้จะเปื้อนทรายไปสักหน่อยแต่ก็ไม่ช่วยให้ความเงางามราวแพรไหมด้อยค่าลดลง
     ชั่วขณะหนึ่งที่ชายหนุ่มผู้ทาบทับอยู่ด้านบนเหมือนตกอยู่ในภวังค์ หัวใจของเขาสูบฉีดเต้นแรงเมื่อจ้องมองใบหน้างดงามได้รูปล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีดำเหมือนดวงจันทร์ที่ฉายแสงบนนภาราตรีกาล 'สวยเป็นบ้า...'
     ใบหน้าหวานของอินจีนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดที่ต้นขา หลังจากบาดเจ็บเมื่อกระโดดเอาตัวไปขวางเทียนเหมินจากลูกธนูปลิดชีพ ดวงตาสีรัตติกาลลืมตื่นขึ้นจ้องมองใบหน้าคมสันและดวงตาสีครามเข้มที่จ้องมองนางอยู่ด้านบนอย่างไม่วางตา แม้จะฝึกยุทธ์กับบุรุษหรือมีสหายเป็นผู้ชาย แต่นางก็ยังไม่เคยได้ใกล้ชิดบุรุษมากมายจนถึงขั้นลมหายใจรดกัน
     ดวงหน้าขาวนวลที่เขินอายเริ่มกลายเป็นสีแดงของผลท้อสุกปลั่ง ยิ่งเห็นเช่นนั้นหัวใจของเทียนเหมินก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้น ดูท่าว่าคนแคระในอกจะเริ่มเอาขวานจามหัวใจเข้าอีกครั้งแล้ว ความสับสนอลหม่านก่อตัวขึ้นในใจจนดวงตาแทบพร่ามัว 'ทำไมข้าต้องใจเต้นกับผู้ชายหน้าหวานอีกแล้ววะ!?!'
     ไม่เพียงแค่เทียนเหมินแต่ 'อินลี่ฮัว' ยังรู้สึกแปลกๆ ที่กลางอกเช่นกัน แม้จะเย็น แต่ก็ทั้งอบอุ่นและรู้สึกประหลาด ดวงตาสีรัตติกาลหลุบหนีลงมองยังเบื้องล่าง กลับเจอสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าจนทำให้ดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ตัวของอีกฝ่าย '@#$%&*&!!!'
     มือหนาสีน้ำผึ้งวางหมับอยู่บนหน้าอกหน้าใจทั้งสองข้างของนาง แต่ยังดีที่มีชุดเกราะไม้กั้นขวางจึงไม่ทำให้ไม่สัมผัสโดนเนื้อใน "พะ พ่อค้าซูลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!!"
    "หะ!" เทียนเหมินตื่นขึ้นจากภวังค์แล้วรีบยันตัวลุกขึ้นทันทีโดยไม่ทันรู้ตัวว่ามือไม้ของตนวางอยู่ที่ใด แต่ด้วยความที่ร่างทั้งสองถูกผ้าคลุมพันติดกันไว้เป็นดักแด้ ต้องใช้เวลาสักครู่กว่าจะแกะผ้าคลุมออกและลุกออกมาได้จากกันได้ก็ช่างยากเย็นแสนเข็ญ
    "อูย.." อินจีครางออกมาด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อขยับตัวออกมาได้ มือบางกุมต้นขาของตนเองไว้ ที่บริเวณเหนือหัวเขาด้านขวามีลูกธนูดอกหนึ่งปักอยู่และทะลุเนื้อออกมาอีกด้าน แต่ด้วยความที่กลิ้งลงมาจากเนินอยู่นานจึงทำให้ก้านธนูหลุดออกไปเหลือแต่ส่วนของปลายลูกศรปักคาเนื้อ
     "เจ้าถูกยิง?" คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจว่าอินจีถูกยิงไปตอนไหน "หรือว่า... ที่เจ้ากระโดดมาขวางข้าเอาไว้... ทำไมต้องยอมมารับลูกศรแทนข้าล่ะ?"
     "เพราะข้าสาบานไว้แล้ว ว่าหาเกิดอันตรายใดๆ กับเจ้าข้าจะขอปกป้องเอาไว้ด้วยชีวิต" เสียงหวานกล่าวออกมาเสียงสั่นด้วยความเจ็บปวด ต้องรีบทำอะไรบางอย่างกับบาดแผลนี้
    "บ้าจริง เจ้าโง่รึเปล่า แล้วถ้าเจ้าตายเองแล้วจะเป็นยังไงล่ะ?" เทียนเหมินดุเสียงเข้ม เข้าไปดูบาดแผลของอีกฝ่าย แม้ว่าตนจะไม่เคยทำแผลลูกธนูแต่บางส่วนในจิตใต้สำนึกที่แผงอยู่ในความทรงจำกลับพอจำได้ว่าควรที่จะรับมือกับมันอย่างไร
    "อย่างน้อยข้าก็ใส่เกราะ หากว่าลูกศรปักมาโดนตัวก็ไม่เข้าเนื้อมากนัก"
     "แล้วที่อยู่ตรงขาเจ้าเรียกว่าเข้าเนื้อไหมล่ะ? ดีนะไม่ปักถูกหัวเข่า" ไม่พูดพร่ำทำเพลงหรือขออนุญาตเทียนเหมินใช้กริชเล่ออี้เกี่ยวขากางเกงของอินจีแล้วตัดมันออกจนเห็นเรียวขาอ่อนสีขาวชัดเต็มๆ ตา
     "จะ... เจ้าทำอะไร!?!" อินจีแทบจะยกขาถีบชายตรงหน้าด้วยความตกใจ เพียงแต่ว่าความเจ็บหน่วงๆ ที่ต้นขาไม่สามารถทำให้ยกขาขึ้นมาได้ ที่ทำได้คือร้องถามเสียงหลง
    "ช่วยทำแผลไง" ชายหนุ่มตอบซื่อๆ พูดเสียงงึมงำในลำคอก่อนจะมองซ้ายมองขวา ข้างหลังเป็นสระน้ำที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายราวกับภาพดวงตา แต่เมื่อหันกลับไปมองยังเบื้องหน้าก็เห็นเพียงเนินทรายสูงที่ตนได้กลิ้งลงมาเท่านั้น กระเป๋าและเครื่องมือพยาบาลอยู่กับม้าจนหมด แต่ทว่าตอนนี้ม้าและนกสองตัวได้วิ่งหายไปไหนกันหมดแล้วก็ไม่รู้ ช่วยไม่ได้ อย่างนั้นคงต้องมีแต่ต้องปฐมพยาบาลแบบเบื้องต้นสุดๆ
     ร่างสูงแบกคนเจ็บที่ขยับตัวไม่ได้จนตัวลอยขึ้นมา จากที่ตกใจอยู่แล้วร่างบนไหล่ยิ่งตกใจยิ่งกว่าเดิม นางไม่รู้ว่าเทียนเหมินรู้ตัวว่านางเป็นสตรีแล้วหรือยัง ถ้าหากทราบแล้วสถานการณ์นี้ก็ถือว่าล่อแหล่มสุดๆ หญิงสาวในคราบบุรุษดิ้นพล่านด้วยแรงทั้งหมดที่นางมี "เจ้าจะทำอะไรน่ะ!"
    "ก็บอกว่าทำแผลไง อย่าดิ้นสิวะ!" เทียนเหมินตะคอกใส่ เขาเริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมาบ้างจากการที่อีกฝ่ายดินรนขัดขืนทั้งที่ตนตั้งใจจะช่วยเหลือแท้ๆ แรงที่มีก็ไม่ใช่น้อยๆ เผลอๆ จะมากกว่าเขาอีกด้วยซ้ำมั้ง เมื่ออุ้มอีกฝ่ายไปใกล้กับสระน้ำธรรมชาติแล้วเขาก็วางร่างในชุดเกราะลงแล้วเริ่มทำแผลให้
     มือหนาจับด้านปลายลูกศรดึงออกมาเพื่อไม่ให้แง่งหัวลูกศรสวนทางบาดเนื้ออีกรอบ โลหิตสีแดงไหลทะลักออกมาจากบาดแผลทันทีเมื่อนำลูกธนูออกมา เทียนเหมินดึงถุงน้ำข้างเอวเปิดจุกเทราดยังบาดแผลจนอินจีสะดุ้งตัว "โอ๊ย เจ็บ!" เสียงหวานร้องออกมาน้ำตาแทบจะเล็ดออกมาจากความเจ็บแสบที่ต้นขา เลือดเป็นสีแดงบ่งบอกว่าหัวลูกศรไม่มีพิษ เป็นเรื่องที่น่าโล่งใจอยู่บ้างแต่หากว่าไม่ได้ใส่ยาสมานแผลล่ะก็อาจจะอักเสบและติดเชื้อได้
    "เฟยจีเฉ่า (สาบเสือ)" เรียวนิ้วชี้ไปยังพืชสีเขียวที่ขึ้นเป็นพุ่ม ออกดอกสีม่วงอ่อนเป็นปุยเกสรดูนุ่มนวล หากว่าออกดอกได้มากมายขนาดนี้แสดงว่าพื้นที่ประหลาดกลางทะเลทรายแห่งนี้แม้จะอุดมสมบูรณ์แต่ก็แห้งแล้งไม่เบา 'เฟยจีเฉ่า' คือพืชที่มีสรรพคุณในการช่วยสมานบาดแผลและขับไล่แมลงไปอีกด้วย

     
    "หะ นั่นหรอ?" เทียนเหมินเดินตรงไปยังพุ่มต้นไม้นั้นก่อนที่จะเด็ดกิ่งของต้นดังกล่าวออกมากิ่งหนึ่ง "อึก! เหม็น" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน
     แม้เฟยจีเฉ่าจะเป็นพืชที่ออกดอกนุ่มนวลแต่กลิ่นของมันกลับไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าทั่วไป กลับเป็นกลิ่นฉุนแรง จะว่าไปก็คล้ายๆ กับกลิ่นของเครื่องเทศที่เคยทานในอาหารตำรับนอกด่านมาบ้าง แต่เมื่อมันมาอยู่รวมกันเป็นพุ่ม กลิ่นฉุนยิ่งกระจายตัวมากกว่าเดิมจนชายหนุ่มที่เข้าไปเด็ดมันมาถึงกับต้องยู่หน้าหนี
     เขาแกว่งกิ่งเฟยจีเฉ่าลงในบ่อน้ำก่อนที่จะนำมาบดกับใบดาบง่ายๆ แล้วโปะลงบนบาดแผลของอินจี แล้วถอดผ้าพันศีรษะของตนเองออกพันทับกับเรียวขาของอีกฝ่ายทันที
     ดวงตาสีรัตติกาลกระพริบตามองการทำแผลของเทียนเหมิน ชายหนุ่มที่ถอดผ้าบนศีรษะออกมาปฐมพยาบาลคนอื่นช่างเป็นภาพที่คุ้นตาเสียเหลือเกิน นางพอจะจำได้ว่าครั้งที่นักกวีเสิ่นหลิงเฮ่าบาดเจ็บที่ขา เขาก็ช่วยเหลือโดยวิธีนี้เช่นกัน บางทีอาจจะเป็นนิสัยเสียแล้วกระมังที่บริจาคผ้าโพกหัวช่วยเหลือคนบาดเจ็บ และเมื่อมองขึ้นมาสบใบหน้าชายหนุ่มที่ลงมือทำแผลให้อย่างตั้งใจก็สะดุดเข้ากับรอยแผลเป็นยาวบนหน้าผาก ที่ต้องสวมผ้าโพกศีรษะคงเพื่อปกปิดรอยบาดแผลฉกรรจ์นี้
    "เสร็จแล้ว เจ้าพอจะเดินได้ไหม?" เทียนเหมินเอ่ยบอก เมื่อปฐมพยาบาลเสร็จเรียบร้อยเขาก็ลุกขึ้นมายืนทันที ก่อนที่จะมองไปรอบๆ สระน้ำกลางทะเลทรายอีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา ภายในบริเวณแหล่งน้ำมีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เช่น นก หนู กระรอก มาอาศัยพึ่งพิงไอเย็นของสระ รวมทั้งพืชนานาพรรณต่างออกดอกออกผลอย่างอุดมสมบูรณ์ ช่างตรงกันข้ามจากนอกเขตบ่อน้ำที่มีแต่ทะเลทรายเวิ้งว้างและแห้งแล้งราวกับคนละโลก "แล้วที่นี่... คือที่ไหน?"
     "จะให้ข้าตอบตรงไหนก่อนดีล่ะ?" อินจียิ้มที่มุมปาก "ที่นี่น่าจะเป็น 'โอเอซิส' ข้าเคยอ่านเจอในบันทึกการเดินทางที่ซื้อมาอ่านเล่น เขาว่ามันเป็นแหล่งน้ำที่ขึ้นอยู่กลางทะเลทรายอย่างน่าอัศจรรย์ จะมีโอเอซิสอยู่หลายแห่งด้วยกัน เราคงโชคดีที่ได้มาเจอที่นี่" นางอธิบายออกมาอย่างฉะฉานในเรื่องที่นางรู้
    "โอ.. โอเอซิส?" เทียนเหมินพยายามออกเสียงพูดตาม เขาไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน ทำอย่างไรได้ก็เขาเป็นลูกทะเล ไม่รู้ว่าเกิดและเติบโตที่ไหน แต่ที่จำความได้เขาก็อยู่ในหมู่บ้านชายทะเลในครอบครัวของชาวประมง สิ่งที่รู้คงมีแต่เรื่องของท้องทะเลเท่านั้น ส่วนทะเลทรายคงไม่สามารถนำมารวมได้
     เมื่อนำธนูออกจากขาและทำแผลเรียบร้อยแล้วอินจีก็รู้สึกดีขึ้นแม้จะยังปวดอยู่มาก นางลองลุกขึ้นยืนแล้วก้าวขาเดินแต่ก็ทำท่าจะล้มลงจนเทียนเหมินต้องเข้าไปประคอง "โอ๊ะ!"
    "ไม่ไหวมั้ง... งั้นพักกันก่อนสักพักแล้วกัน ท่าทางโจรจะไม่ตามมาแล้วด้วย" พ่อค้าหนุ่มเอ่ยบอกหลังจากประคองอินจีลงนั่งกับพื้นหญ้านุ่ม
    "แย่จริง แต่คงต้องอย่างนั้น" หญิงสาวในคราบบุรุษถอนหายใจเฮือกใหญ่ นั่งลงกับพื้นหญ้าอย่างไม่ผืนตัวเอง พยายามรวบผมยาวสลวยกลางหลังขึ้นแล้วนำเชือกมาผูกรัดไว้เป็นทรงหางม้าเพื่อไม่ให้ผมเผ้ายาวเกะกะ "ม้าก็เพิ่งจะซื้อมาด้วยสิ..." นางลงทุนใช้เงินก้อนใหญ่ที่มีติดตัวซื้อม้าไปจนเกือบจะหมด ไม่คิดว่าจะขี่ไปได้ไม่เท่าไรมันจะเตลิดหนีไปเสียแล้ว
     "จากนี้คงต้องเดินเท้าต่อไปเกี๋ยงล่ะนะ... ว่าแต่มันอยู่ทางไหนล่ะ?" เทียนเหมินเองก็ถอนหายใจออกมาไม่แพ้กัน ชุมชนชาวเกี๋ยงอยู่ตรงไหนอีกไกลหรือเปล่าก็ไม่รู้เสียด้วยสิ แต่อย่างน้อยมีสถานที่ให้พักพิงก็ยังดีกว่าถูกปล่อยทิ้งเอาไว้กลางทะเลทราย  
    "ชุมชนชาวเกี๋ยงอยู่ห่างออกไปทางเหนือน่ะ" อินจีพูดจบนางก็นึกขึ้นได้ว่ามีสิ่งประดิษฐ์ที่ท่านลุงโม่เคยให้ติดตัวเอาไว้ก่อนที่นางจะเดินทางท่องเที่ยว มันคือเข็มทิศที่ใช้บอกทิศทาง ตัวเข็มทิศจะหมุนไปทางทิศเหนือเสมอ "ทางนั้นน่ะ" เรียวนิ้วชี้ไปยังทิศทางตามที่เข็มทิศชี้ออกไป
    "ทางนั้นสินะ... แต่ก่อนอื่นเจ้าพักก่อนเถอะ" ชายหนุ่มลูบคางคิดก่อนที่จะละออกมาจุดกองไฟขนาดย่อมเอาไว้ ทั้งเพื่อให้ความอบอุ่นและใช้สำหรับทำอย่างอื่นแม้ว่าเขาจะสัมผัสถูกไฟไม่ค่อยได้นัก เพียงแค่จุดไฟกองเล็กก็ทำให้เทียนเหมินเสียเวลาไปมาก


จับปลามือเปล่าตำหรับพ่อค้าซูเทียนเหมิน
โอเอซิสหลวนเซิ่นลี่หยาง



     เมื่อจุดไฟสำเร็จเขาก็เดินตรงไปยังริมสระน้ำมองลงไปยังเบื้องล่าง หลับตาตั้งจิตให้มั่นก่อนที่จะรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือ ที่เหลือเพียงแค่รอจังหวะให้มีปลาผู้โชคร้ายว่ายผ่านมาจึงใช้กำลังภายในซัดฝ่ามือลงไปในน้ำ
    'พ่อค้าซูเทียนเหมินไม่จำเป็นต้องตกปลาเองหากไม่มีเหตุจำเป็น หากมีเงินก็เลือกใช้เงินซื้อปลาจากตลาดเสียดีกว่า' เขาเคยคิดเช่นนั้น แต่ยามนี้ไม่มีตลาดให้ซื้อปลา ห่ออาหารที่ซื้อตุนเอาไว้ระหว่างการเดินทางก็ถูกม้าเชิดหนีไปเสียหมด ท้องที่เริ่มหิวร้องประท้วงเบาๆ ว่าควรจะหาอะไรบางอย่างมาเติมเต็ม และคิดว่าอินจีเองก็คงจะรู้สึกหิวไม่ต่างกับตนเอง ยิ่งกินมากๆ เผื่อว่าบาดแผลจะยิ่งหายเร็วด้วย อาจจะเป็นตรรกะประหลาดที่ใช้ได้กับเขาเพียงแค่คนเดียว
     เทียนเหมินไม่ไว้ใจผลไม้ที่ขึ้นในสถานที่ประหลาดมากนักเขาจึงไม่เลือกที่จะเก็บมันมารับประทานคงต้องขอเลือกสิ่งที่คุ้นเคยกว่าอย่างการจับปลา ก่อนหน้านี้ในฐานะชาวประมงเขาเคยใช้เครื่องมือต่างๆ ในการตกปลามากมาย ทั้งตะค่องจับปลาที่ตนเคยนำมาประยุคใช้เป็นกับดักจับนกหนู หรือวิธีง่ายๆ อย่างเบ็ดตกปลา แห อวน ล้วนเคยมาหมดยกเว้นการใช้มือเปล่าจับปลา...
     อันที่จริงง้าวมรกตก็พอที่จะใช้เป็นฉมวกจับปลาได้อยู่แต่เขาก็ไม่อยากเสียงเอาอาวุธจุ่มน้ำให้สนิทขึ้น กลางทะเลทรายที่โจรชุมแบบนี้ไม่มีเครื่องมือลับดาบรวมถึงน้ำมันขัดคมง้าวให้คงทน สู้ให้มันคมกริบเสมอเพื่อสังหารศัตรูดีกว่า  
     "ย่ะห์!!!" ฝ่ามือซัดลงไปในน้ำจนน้ำในสระแตกกระจายขึ้นฟ้าสาดเทกลายเป็นสายฝน ผู้จับปลาด้วยวิธีพิศดารเปียกปอนไปด้วยสายน้ำชุ่มฉ่ำ แต่เหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่เจ้าตัวชอบอยู่แล้ว ยังดีที่อินจีและกองไฟอยู่ห่างไกลออกไปหน่อยจึงไม่ตัวเปียกไปด้วย
     เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เทียนเหมินกลับมาพร้อมกับปลาที่จับได้จำนวนหนึ่ง ร่างของมันดูสมบูรณ์แต่ทว่าก้างที่อยู่ภายในหักร้าวทั้งร่าง บนตัวปลามีสะเก็ดน้ำแข็งขึ้นจับลางๆ ชายหนุ่มนำปลาที่จับได้นั้นเสียบไม้แล้วย่างไฟจนสุกดีแล้วจึงส่งให้กับอีกฝ่าย
     "ขอบคุณนะพ่อค้าซู" อินจีรับเอาปลาย่างนั้นมาลอกเกล็ดออกแล้วจึงทานเนื้อขาวๆ ที่หอมฉุย เนื้อปลาในโอเอซิสแม้จะไม่ได้ผ่านการปรุงรสมาแต่มันก็มีรสหวานเป็นธรรมชาติ ในนาทีที่หิวจัด ไม่ว่าอะไรก็อร่อยไปหมด
     โดยปกติลี่ฮัวที่เป็นคุณหนูบ้านตระกูลอินแห่งซินเอี๋ยมักจะได้ทานแต่อาหารชั้นดีเท่าที่จะหามาได้ การทานอาหารที่จับเองปรุงเองจึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะแปลกใหม่สำหรับนางและเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แม้ว่าปลาที่ทานจะเนื้อเหลวเป๋วไปหน่อยจากกำลังภายในของผู้จับที่ไม่คิดจะออมมือให้แม้แต่ปลาตัวเล็กๆ อาจจะดี เพราะมันคงตายคาที่ไม่มีเวลาให้เจ็บปวดมากนัก รีบฝีปากสีดอกเหมยจึงคลี่ยิ้มออกมาบางๆ อย่างพอใจ
    "กินเสร็จแล้วเจ้าก็นอนพักซะก่อนล่ะ ข้าจะเดินกำลังภายในสักหน่อย" เทียนเหมินเอ่ยบอกหลังจากที่ฟาดปลาย่างหลายตัวลงท้องเพื่อกักตุนเสบียงอาหารสำหรับการเดินทาง เขาลุกขึ้นไปล้างไม้ล้างมือในแหล่งน้ำแล้วหามุมสงบเพื่อเดินกำลังภายในหยินทดแทนที่ตนได้สูญเสียไปตลอดทั้งวันที่ผ่านมา
    "อื้อ" อีกฝ่ายตอบรับสั้นๆ ดวงตาสีรัตติกาลมองตามชายร่างสูงใหญ่เดินไปหาร่มเงาเย็นเพื่อทำสมาธิ ก่อนที่จะผลอยหลับไปด้วยความเพลียจากการเดินทาง ความเจ็บปวดที่ขา และอำนาจจากการที่หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนตาม...
     เทียนเหมินนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ร่มไม้ หลับตาทำสมาธิเดินลมปราณหยินกำหนดให้ความเย็นอยู่ที่ปลายจมูก 'หายใจเข้าออกผ่อนคลาย ตั้งจิตให้เตรียมพร้อม ใจนิ่ง ดังน้ำแข็ง แม้ฟ้าถล่ม ก็ไม่หวั่น ดวงจิต ไร้พัวพัน สุขกายสบายใจ' จากนั้นจึงเดินปราณเย็นไปทั่วร่าง เขาฝึกเคล็ดวิชาประจำกายเดินลมปราณหยินทดแทนและขับไล่ธาตุหยางไปนานกว่าหนึ่งชั่วยามจึงลืมตาตื่นเพื่อเดินทางต่อ จนถึงตอนนั้นตะวันก็ใกล้ลับฟ้าแล้ว แต่ถึงกระนั้นท้องฟ้าก็ไม่มืดมิดเกินไปเพราะมีทั้งแสงจันทร์และแสงดาวนำทาง

     

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -39 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -39 + 6

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463854
เงินตำลึง
2146641649
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483356

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2018-1-5 18:13:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2018-1-13 13:30

PART CCCV


     หลังจากการพักผ่อนอินจีมีอาการดีขึ้นแต่ดังปวดตึงที่ขาอยู่บ้าง เมื่อเริ่มออกเดินทางได้แล้วทั้งสองจึงมุ่งหน้าขึ้นไปทางเหนือ...

แซ่กๆๆ

     ดวงตาทั้งสี่จับจ้องมองไปยังต้นเสียง ตรงนั้นทั้งสองได้เห็นม้าขาวรูปร่างสง่างามตัวหนึ่งกำลังเล็มกินหญ้าข้างแหล่งน้ำอยู่ ขนสีขาวของมันเป็นประกายโดดเด่นสะท้อนกับแสงสีของตะวันยามเย็น ร่างกายอุดมสมบูรณ์ไม่ต่างจากม้าเลี้ยง ไม่ผอมแห้งอย่างม้าป่าที่หาอาการกินเอง หรือหากไม่มีเจ้าของมันก็คงจะกินดีอยู่ดีเป็นอย่างมาก เครื่องหมายของความแข็งแกร่งคือมัดกล้ามเนื้ออันโดดเด่นและเห็นได้ชัดเจนแม้ว่ามันจะเพียงแค่เล็มกินหญ้าอยู่เฉยๆ



    "หืม.. ม้านี่" เทียนเหมินเลิกคิ้วมองม้าขาวตัวนั้น น่าประหลาดใจที่มีสัตว์ใหญ่หลงมาที่ตรงนี้ แต่หากมองดูแล้วบนตัวของมันไม่มีเครื่องมือบังคับม้าอยู่เลยแม้แต่อย่างเดียวจึงบ่งบอกได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นม้าที่มีเจ้าของ หรืออย่างหนึ่งคือรับประกันได้ว่าไม่น่าจะมีนักเดินทางคนไหนที่หลงทางมาทางนี้เหมือนพวกเขาสองคน
    "ดูเจ้าจะชอบมันนะ" อินจีเอ่ยแซวเมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่มที่มาด้วยกัน
     "ชอบรึ?" ชายหนุ่มทวนคำแล้วกลอกตาคิด เขาไม่ใช่คนที่ชื่นชอบม้าเสียเท่าไรแต่ก็ใช่ว่าจะรังเกียจ ส่วนเจ้าม้าตัวนี้ท่าทางของมันช่างดูสง่างามจริงๆ เพียงแค่มองก็รู้ได้ว่ามันแตกต่างจากม้าธรรมดา หากถามว่าอยากได้ไหมคงจะตอบว่า 'ถ้าได้ก็ดี' แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ ตอนนี้หากมีม้าสักตัวพาพวกเขาไปส่งยังเกี๋ยงได้คงจะดีกว่าต้องเดินเท้าเปล่าไปกับคนขาเป๋ "คงงั้นมั้ง ลองไปจับดูเผื่อว่าจะใช้มันได้"
     "อืม ท่าทางจะเป็นม้าป่าไม่มีเจ้าของนะ ลองดูสิแต่ว่ามันจะยอมหรือเปล่าน่ะ" อินจีประเมิณจากสายตาก่อนจะเอ่ยบอก ซึ่งตรงกับเทียนเหมินคิดเอาไว้
     ชายหนุ่มเดินตรงไปทางมัน เจ้าม้าขาวก็ไม่มีท่าทีถอยหนีแต่กลับจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง 'ท่าทางไม่เกรงกลัวหรือว่ามันจะเชื่อง?' มือแกร่งลองยกมือลูบที่แผงขนบนคอมันเพื่อทำความรู้จัก เจ้าม้าตัวนั้นก็ยังนิ่งเฉยไม่แน่ว่าเขาอาจจะขี่มันได้ก็ได้ คิดดังนั้นเทียนเหมินจึงลองปีนขึ้นไปขี่หลังของมัน
     เหมือนว่าบนหลังของม้าขาวจะมีปุ่มเริ่มทำงานบางอย่าง เพียงแค่เทียนเหมินขึ้นไปนั่งบนหลังมันก็ออกอาการพยศหนักขึ้นมาทันที
     "เฮ้!! เดี๋ยวก่อนสิ อยู่ๆ ทำไมก็พยศขึ้นมาเล่า!" เทียนเหมินรีบกอดคอม้าที่พยศเป็นกระทิงไว้แน่นเพื่อไม่ให้ร่วงลงมาตามแรงเหวี่ยง ขายาวๆ เองก็หนีบสีข้างของม้าตัวนั้นเอาไว้แน่นเช่นกัน
     "เหวอ!" อินจีเองออกร้องออกมาเมื่อเห็นม้าขาวพยศขึ้นมาอย่างน่าหวาดเสียว หากตกลงมาจากม้าคงจะเจ็บตัวไม่น้อย
     ม้าขาวพยายามยกขาหน้าขึ้นแล้วสะบัดตัวดีดคนบนหลังลงไปพร้อมส่งเสียงพยศราวกับไม่ชอบดังลั่น "ฮรี้!"
     เทียนเหมินพยายามควบคุมม้าอยู่ได้สักพักหนึ่งแต่ก็ถูกดีดลงมาจากหลัง แล้วกลิ้งหลายตลบบนพื้นหญ้า "แอ๊ก!"
     "พ่อค้าซู เป็นอะไรมากหรือไม่?" อินจีเดินลากขาไปดูคนถูกม้าดีดอย่างเป็นห่วงปนขำไม่ได้ ส่วนเจ้าม้าขาวเมื่อดีดมนุษย์ลงจากหลังแล้วมันก็เดินไปกินน้ำสบายใจเฉิบ
    "ไม่อ่ะ ข้าไม่เป็นไร" ชายหนุ่มหยัดกายขึ้นมายืนเต็มความสูงพร้อมกับปัดเศษทรายออกไปจากตัว ไม่วายยังหันไปชี้หน้าทะเลาะกับม้าขาว "ชิ! ข้าไม่ขี่เจ้าแล้วก็ได้ว้อย กินน้ำให้ท้องแตกตายไปเลย!"
     "ฮะๆๆ น่าเสียดายนะ ข้าเองก็อยากลองแต่ดูท่าว่าตอนนี้จะไม่ไหว" หญิงสาวในคราบบุรุษหัวเราะขำๆ ออกมาเสียงเบา หากว่าขาไม่เจ็บนางก็อยากที่จะลองปราบม้าพยศดูสักครั้ง
     "อืม ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ" เทียนเหมินถอนหายใจออกมาแรงแล้วเข้าไปประคองอินจีเพื่อเดินทางขึ้นเหนือต่อไปยังจุดหมาย แรกเริ่มหญิงสาวในคราบบุรุษสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มมาแตะเนื้อต้องตัวนางอีกรอบ แต่ก็ทำใจยอมรับได้เพราะสถานการณ์พาไปให้ต้องเป็นอย่างนั้น

กุบกับๆ...

     เสียงฝีเท้าม้าเดินตามมาหลังจากที่ทั้งสองเลิกที่จะสนใจมัน แต่เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นว่าม้าขาวตัวนั้นได้ติดตามมาด้วย แต่มันกลับเชิดหน้าหนีทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นหันมองไปอีกทาง
    "หา?" เทียนเหมินอุทานออกมาด้วยความงุนงง มันตามมาด้วยหรือว่าเขาแค่คิดไปเองจึงลองออกเดินไปข้างหน้าใหม่โดยไม่สนใจมัน แต่ก็ยังได้ยินเสียงฝีเท้าม้าตามมาอีกอยู่ดี เขาจึงตัดสินใจหันกลับไปมองใหม่อีกครั้ง ซึ่งเหมือนเดิมแต่คราวนี้แน่ใจได้ชัดเจนแล้วว่ามันตามพวกเขามาจริงๆ
     "หรือว่าคราวนี้มันจะยอมให้ขี่แล้ว? มันอาจจะตามมาง้อเจ้าก็ได้นะพ่อค้าซู" อินจีปริบตามองม้าขาวตัวนั้นอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน
    "งั้นรึ งั้นจะลองดูอีกรอบก็ได้" เทียนเหมินปล่อยให้อินจียืนด้วยตัวเองไปก่อน จากนั้นจึงตรงไปยังเจ้าม้าขาวอีกครั้ง แล้วลองลูบตัวมันดู คราวนี้ดวงตาสีครามสะท้อนความระแวงในตัวม้าบ้าตัวนี้ขึ้นมาบ้าง
     เมื่อขึ้นขี่ได้ คราวนี้เจ้าม้าขาววิ่งพล่านไปทั่วและพยายามที่จะสะบัดคนบนหลังให้ตกลงมาอีกครั้งอย่างเกรี้ยวกราด
     "ว้อยยย! อะไรอีกวะเนี่ย!!" เทียนเหมินร้องออกมาลั่นพร้อมกับที่พยายามกอดตัวม้าเอาไว้ให้แน่น เขาไม่เข้าใจเอาเสียเลยว่ามันจะตามมาทำไม ทำไมถึงยอมให้จับแต่ถึงไม่ยอมให้ขึ้นขี่หลัง มีเรื่องที่ไม่เข้าใจเต็มหัวไปหมด แต่อย่างไรเขาก็ไม่ใช่ม้าคงไม่อาจอ่านความคิดของมันได้ หรือว่ามันจะแค่อยากกวนประสาทมนุษย์เล่นๆ พอมาเทียบกันแล้วเจ้ากิเลนม้าสีหมอกของเขาดูน่ารักกว่าเยอะเลย
     "แอ๊ก!!" สุดท้ายแรงมนุษย์ก็ไม่อาจสู้แรงม้าได้ไม่เช่นนั้นเขาคงลากเกวียนแทนม้าเองแล้ว เทียนเหมินตกลงมาจากหลังอาชาสีขาวแล้วกลิ้งขลุกๆ ลงบนพื้นทรายหลังจากที่ถูกพาวิ่งวนรอบๆ ไปกว่าสิบรอบจนตาลาย
     หลังจากที่สลัดมนุษย์ลงไปได้แล้วมันก็ยืนจ้องมองอยู่เฉยๆ พลางสะบัดพวกหางสีขาวไปมาเหมือนกับว่าได้เล่นสนุกสนาน แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ... หากไม่ใช่ม้าก็คงจะอ่านท่าทีไม่ออกว่ามันกำลังดีใจอยู่จริงหรือเปล่า หรือว่าโมโหจนหน้ามืดเหมือนชายหนุ่มผู้นี้
     "เออ! ไอ้ม้าบ้า ข้าไม่สนใจเจ้าแล้ว!!" เทียนเหมินลุกพรวดขึ้นมาจากทรายพร้อมสะบัดศีรษะไปมา ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดไปทางอินจีแล้วประคองคนในชุดทหารเดินทางต่อไปโดยไม่สนใจเจ้าม้าขาวตัวนั้นอีก แต่ก็ไม่วายที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าม้าติดตามมาเรื่อยๆ ตลอดทาง

กุบกับๆ..   กุบกับๆ..
กุบกับๆ..   กุบกับๆ..
กุบกับๆ..   กุบกับๆ..



แสดงความคิดเห็น

(40) ได้รับปลาน้ำจืด 296 ตัว  โพสต์ 2018-1-5 19:19

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -31 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -31 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2018-3-9 02:59:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-3-9 03:09

ก้อนหยกสีเหลือง
            ซ่า!

            เสียงน้ำที่กระเพื่อมกระจายดังไปทั่วทิศทางปรากฏม้าสีขาวและบุรุษเจ้าของผมดำยาวที่ขึ้นมาจากแอ่งน้ำจนมาถึงบนบกได้เสียงหอบหายใจเหมือนคนที่พึ่งผ่านความตายดังขึ้นเมื่อรู้ว่าตนหลุดพ้นจากวังน้ำวนแล้วเพียงชั่วครู่ก่อนที่เหวินเหวินจะได้ทำอะไรต่อเจ้าตัวก็ถูกม้าตัวเดิมสะบัดออกจนทำให้เขากลิ้งไปกับทรายในบริเวณนั้นจนทำให้เกิดเสียงไอเกิดขึ้นเมื่อรู้ตัวว่าทรายได้คลุ้งไปทั่วจนเข้าจมูกตน

            เหวินเหวินหลับตาแน่นเพื่อป้องกันทรายเข้าตามือข้างหนึ่งสะบัดฝุ่นไปมาเพื่อไล่ให้มีอากาศที่สามารถพอจะหายใจได้ แต่พอลืมตาขึ้นเขาก็เห็นม้าตัวนั้นวิ่งออกไปไกลจนตัวเองไม่สามารถตามทันแล้ว

            ไปจริงๆแล้วหรือ

            นอนมองตามม้าด้วยสีหน้าที่เหมือนจะเหงาเมื่อจากเพื่อนชั่วคราวไปไกล เหวินเหวินยันตัวเองให้ลุกขึ้นแต่มือก็เหมือนไปโดนกับก้อนอะไรสักอย่าง

            ให้ความรู้สึกกลมๆไม่เหมือนเศษหินทั่วไปเลย

            เหวินเหวินปัดทรายที่กลบของปริศนานั้นออกเบาๆจนพบก้อนสีเหลืองที่ดูสะดุดตาเขาหยิบมันขึ้นมาส่องบนท้องฟ้าเล็กน้อยราวกับพิจารณาว่ามันคืออะไรกันแน่

หยกหรือ?
หยกสีเหลือง?

            นัยต์ตาสีน้ำตาลเข้มหรี่ลงเมื่อเห็นว่ามันคือหยกสีเหลืองปริศนาลูกหนึ่งถ้าคิดอีกแง่ก็คงเป็นของใครสักคนทำตกไว้แถวนี้ละมั้ง

            เก็บไว้ที่เดิมไม่รู้ว่าเจ้าของจะตามมาหาเจอหรือเปล่า

            เป็นเป็นชาวฮั่นที่ดีก็ต้องเอาไปคืนเจ้าของสินะ

            เหวินเหวินเก็บหยกสีเหลืองไว้กับตัวก่อนที่จะปัดเศษทรายออกจากตัวเพราะพึ่งขึ้นมาจากน้ำแล้วถูกคลุกทรายขนาดนี้ ไม่แปลกที่ตอนนี้ตัวเขาจะมีแต่ทรายที่ติดตามตัวเขาจนคล้ายกับว่าเป็น‘มนุษย์ทราย’ ภายในที่แห่งนี้

            ชุดที่ตนเองสวมใส่ถูกถอดมาสะบัดทั้งทรายและน้ำอีกครั้งพอมองดูแล้วเหมือนกับว่ามันจะสะอาดและแห้งขึ้นก็เอามากลับใส่อย่างเดิม

            ครั้งนี้ไม่เลือกที่จะเปลือยท่อนบนอีกแล้วเพราะว่าอาจจะมีคนมาเห็นเขาก็ได้

            สภาพน่าอายออกจะตายไป

            เหวินเหวินใช้มือสลัดผมจนยุ่งไปหมดเพื่อให้ผมแห้งขึ้นเขาใช้มือลูบผมให้ตรงเหมือนเดิมก่อนจะลุกขึ้นยืดเต็มขาพลางบิดขี้เกียจมองท้องฟ้าสีครามสักพัก

            ไม่มีพืชพรรณมาปกคลุมแล้ว

            นี่คือสิ่งที่เขาควรจะดีใจกับมันสินะที่ได้ออกมาจากสถานที่ปิดตายตรงนั้นแล้วแต่พอมองรอบๆที่ตัวเองยืนอยู่ ก็มีแต่ทะเลทราย

            มันดีหรือเปล่านะ

            คิดพลางก้าวเดินออกไปจากแหล่งน้ำที่ตนพึ่งจะออกมาเพื่อออกตามหาเจ้าของหยกสีเหลืองชิ้นนี้ต่อไป

           'กลับฉางอันน่ะเมื่อไหร่ก็ได้นี่นา'

            ที่แน่ๆคือตอนนี้เจ้าของหยกสีเหลืองคงจะตามหาหยกชิ้นนี้ให้วุ่นอยู่แน่ๆ

            "อ่าา..." สูดลมเข้าเต็มปอดเพื่อเพิ่มกำลังใจให้ตัวเอง แต่ก็ต้องสำลักออกมาเมื่อสิ่งที่เข้าปอดไม่ได้มีเพียงแค่ออกซิเจน แต่เป็นเศษฝุ่นทรายที่คละคลุ้งจากแรงกลิ้งของเหวินเหวินเมื่อครู่เข้าจมูกพร้อมกับอากาศเต็มๆ เศษสิ่งแปลกปลอมนี้มันทำให้ตัวเขาจามออกมาติดๆกันหลายรอบจนน้ำตาแทบเล็ด

            แค่เริ่มต้นก็ทำให้ตัวเอาเห็นถึงความอนาถของตัวเองขึ้นมาเนื่องๆ

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกลับมอร์เด็น
กลองเหยากู่
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x54
x200
x200
x10
x1
x5
x15
x1
x2
x4
x30
x5
x15
x1
x30
x2
x1
x41
x2
x4
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x100
x130
x100
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x7
x3
x1
x3
x10
x50
x1
x8
x1
x1
x1
x1
x1
x2050
x2
x10
x50
x40
x100
x50
x10
x15
x15
x6
x10
x11
x12
x90
x10
x15
x100
x75
x324
x106
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x19
x26
x50
x26
x30
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x60
x34
x37
x69
x62
x23
x8000
x9999
x8000
x59
x63
โพสต์ 2018-3-10 18:41:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-3-10 18:43

ผู้ที่ต้องปกป้อง

            “จุดนี้แหละขอรับ

            เมื่อมาถึงเหวินเหวินก็ชี้ไปยังจุดที่ตัวเองถูกสะบัดออกเมื่อขึ้นจากฝั่งจนเป็นรอยไถลยาวลงไป พอนึกถึงมันก็ทำให้เจ้าตัวเม้มปากแน่นอีกครั้งทีรอยเท้ากลับโดนกลบง่ายๆ แต่พอเป็นรอยเขาที่กลิ้งไปกับทรายกลับเป็นชัดเจนขนาดนี้

            “ข้าน้อยเจอมันหลังจากที่ขึ้นมาจากน้ำนี้ได้แต่เพราะอุบัติเหตุบางอย่างถึงเห็นหยกนี้ที่โดนทรายกลบเอาไว้

            พูดยังไม่ทันขาดคำทั้งสองที่ลงจากม้าได้แล้วก็เข้าไปขุดทรายตรงบริเวณนั้นทันทีทำให้เหวินเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อยกับความสงสัยที่เห็นว่ากำลังทำอะไรกันแน่

            “ถ้าหยกอยู่บริเวณนี้พี่ซูก็ต้องอยู่ตรงนี้แน่ๆ

            “หา?

            “พายุทรายอาจจะกลบอยู่ก็ได้

            ในทะเลทรายเนี่ยนะ?

            ยิ่งขมวดคิ้วหนักเข้าไปอีกแต่ก็รีบรุดเข้าไปช่วยทั้งคู่ขุดทันทีมือเรียวเริ่มถลอกแดงจนเห็นได้ชัดจากการขุดด้วยมือเปล่าแต่เพราะเป็นทรายจึงไม่ทำให้เขารู้สึกเจ็บสักเท่าไหร่นัก

            นอกเสียจากเม็ดทรายที่ครูดตามผิวหนังนี่แหละ

            แต่หากพบคนที่พวกเขาตามหาแล้วมันจะดีจริงๆหรือก็ในเมื่อถ้าถูกทรายกลบขนาดนี้แล้ว ก็คงไม่พ้นแต่เรื่องอย่างนั้น

            อาจจะตายไปแล้วก็ได้

            เหวินเหวินคิดในใจแล้วมองอีกสองคนที่กำลังตั้งใจขุดอยู่มือที่ขุดก็ชะงักลงแล้วมองไปรอบๆ หาที่ที่น่าจะมีคนที่ทั้งสองคนตามหาอยู่ไปรอบๆ

            ถ้าถูกพายุทรายกลบจริงๆต้องไม่น่าจะลึกมาก

            “ลองหาบริเวณอื่นกันไหมขอรับ

            เอ่ยถามไปขณะที่ลองสุ่มขุดทรายที่อยู่ไม่ไกลออกไปขณะที่ทั้งสองพยักหน้ากันแล้วแยกกันขุดหาต่อไปเรื่อยๆ

            แต่ยิ่งขุดเท่าไหร่ก็ไม่เจอซูเทียนเหมิน ที่ทั้งคู่ต้องการให้เจอเสียที

            เขาก็ไม่รู้ด้วยสิว่าหน้าตาของซูเทียนเหมินเป็นอย่างไรแต่ยังไงตอนนี้ก็ช่วยหาให้เจอก่อนก็แล้วกัน

            “เป็นไปได้ไหมขอรับว่าเขาอาจจะแค่ทำตกเอาไว้”เหวินเหวินหันมาถามทั้งสองที่กำลังขุดหาร่างคนที่ตามหาแล้วเอียงคอมองเบาๆถ้าคิดในแง่ดีมากกว่าที่จะถูกพายุทะเลทรายกลบเอาไว้ล่ะก็

            อาจจะแค่ทำตกไว้แต่ตอนนี้ก็กำลังออกเดินทางไปที่ไหนสักที่

            พูดพลางลุกขึ้นเดินข้ามาหาทั้งสองคนเหวินเหวินนั่งยองๆมองทั้งคู่ที่ชะงักการหยุดไปความจริงถ้าคิดแบบนี้ได้ตั้งแต่แรกน่าจะดีกว่า

            เพราะขุดมานานหลายชั่วโมงจนรู้สึกว่ามือชาไปเสียหมดก็ยังหาไม่เจอเสียที

            “ก็ขุดตั้งนานไม่เจอเสียทีนี่ทิ้งร่องรอยไว้แค่หยกสีเหลืองแสดงว่าเขาคงไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก

            ชายหนุ่มนั่งลงกับทรายแล้วมองจำนวนหลุมที่ขุดกันจนรู้สึกว่ามากมายไปเสียหมดกลบทิวทัศที่สวยงามของโอเอซิสจนน่าเสียดาย เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปกลบทรายทั้งหมดเข้าที่เดิมขณะที่กำลังกลบทรายนั้นก็ได้ยินคำถามหนึ่งดังขึ้นมาคาดว่าน่าจะต้องการให้ตนตอบคำถามนั้น

            “นายคือใคร

            “ข้าชื่อเหวินเหวินขอรับ” ตอบคำถามโดยไม่มองหน้าคู่สนทนาด้วยสายตาที่มองไปยังทรายโดยมีผมยาวทั้งสองข้างปดบังหน้าตาที่กำลังยิ้มแย้มอยู่ “พวกท่านล่ะ

            “หลี่ถิงเอ๋อร์ ส่วนนี้ก็อาเค่อ

            เสียงพูดแนะนำตัวดังขึ้นทำให้เหวินเหวินหันไปมองหน้าทั้งสองฝ่ายพักหนึ่งก่อนจะเดินไปหาทั้งคู่แล้วนั่งลงเพื่อจะได้สนทนากันดีๆ

            “ยินดีที่ได้เจอพวกท่านนะ

            “นายมาจากชุมชนเกี๋ยงหรอ?

            เหวินเหวินยิ้มกับคำถามที่ได้ยินชุมชนเกี๋ยงงั้นหรือ เขาก็ยังไม่เคยไปเหยียบที่นั่นเลยด้วยนั้น ชายหนุ่มหลุดขำออกมาเล็กน้อยแล้วผายมือไปมาเชิงปฏิเสธคำถามนั้น

            ปกติจะถูกทักว่าเป็นคุณชายตลอดพอมาแบบนี้แล้วทำเอาเขาไปไม่เป็นสักเท่าไหร่

            “ข้าน้อยมาจากฉางอันจะว่าอย่างไรดีล่ะ ทำงานที่นั่นน่ะขอรับ

            “ทำงานอะไรกันล่ะ

            ชายหนุ่มที่ถูกถามอีกครั้งยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตรแล้วกุมมือตัวเองวางไว้บนตักพลางยืดแขนจนทำให้ไหล่ทั้งสองข้างยกขึ้น

            “เป็นทหารองครักษ์ขอรับ

            “

            “

            ความเงียบเข้าครอบคลุมทะเลทรายจนได้ยินเสียงลมพัดแผ่วๆดังขึ้นมาเหวินเหวินมองหน้าทั้งสองคนที่กำลังนั่งนิ่งเมื่อได้ยินคำพูดของตนเขามองเห็นถิงเอ๋อห์และอาเค่อมองหน้ากันสักพักหนึ่ง

            “เป็นไปไม่ได้!

            เสียงพูดของหญิงสาวดังขึ้นจนทำให้เหวินเหวินหัวเราะออกมาโดยไม่เอามือปิดปากแบบที่เคยๆเขาไม่อยากจะพูอะไรมากไปกว่านี้ก็ถ้ามองดูจากสรีระและรูปร่างของเขาแล้วก็น่าจะเป็นคุณชายที่อาศัยอยู่แต่ในจวนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

            ทหารองครักษ์อะไรนั่นดูเป็นเหมือนเรื่องล้อเล่นไปเลย

            “เป็นทหารองครักษ์จริงๆหรอ

            ชายหนุ่มพยักหน้ากับคำถามของอาเค่อที่ดังขึ้นมาเขาเหลือบมองถิงเอ๋อห์ที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ก็โพล่งขึ้นมา

            “แล้วมาที่นี่ทำไม….

            “ข้า.. ติดถ้ำ แล้วออกมาได้จากทางนี้น่ะขอรับ

            พูดพลางชี้ไปที่น้ำที่ตนขึ้นมากับม้าได้แต่เขาเลือกที่จะไม่เล่าเรื่องม้าตัวนั้นเพราะมันทำให้ตัวเองรู้สึกน่าอายเกินไปเมื่อให้คนอื่นรู้ว่าโดนม้าตัวหยิ่งตัวนั้นทิ้งเอาไว้ที่นี่จนได้มาเจอกับหยกชิ้นนี้

            “แล้ว” เหวินเหวินเอียงคอมองทั้งสองคนแล้วยิ้มออกมาอีกครั้ง“ซูเทียนเหมินคือใครหรือขอรับ

            “ผู้มีพระคุณ” เอ่ยพูดทั้งหน้ายังแดงฉ่าจนเห็นได้ชัดมองออกเพียงแค่ครู่เดียวก็น่าจะรู้ว่าซูเทียนเหมินนี้น่าจะมีความสำคัญต่อหญิงสาวตรงหน้าขนาดไหน

            “อ๋อ เพราะอย่างนั้นเห็นหยกนี้ของเขาแล้วท่านก็รู้ทันทีเลยสินะขอรับ

            “ไม่ใช่!  ของข้าต่างหาก

            เหวินเหวินชะงักไปเมื่อได้รู้ว่าเจ้าของที่แท้จริงเป็นหญิงสาวตรงหน้าเขาพยักหน้าน้อยๆเหมือนรับรู้แต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ เพราะรอฟังคำพูดต่อไปอยู่

            “หยกนี้มีความสำคัญต่อตระกูลข้าและยังเป็นที่ต้องการของคนเลวที่ฆ่าครอบครัวข้า

            ฆ่า…

            ฆ่าเลยหรือ…

            คำพูดของถิงเอ๋อห์ที่เริ่มเข้าข่ายดราม่าทำให้เหวินเหวินที่ยิ้มอยู่ค่อยๆหุบยิ้มลงทันทีเขามองหน้าถิงเอ๋อห์อยู่อย่างนั้นแล้วเป็นจังหวะเดียวที่กับนกแก้วบินมาเกาะบนไหล่เขาพอดี

            หยกชิ้นนี้มีความสำคัญต่ออะไรกันแน่นะ

            หรือว่า… บางครั้งซูเทียนเหมินที่ถือครองหยกชิ้นนี้อาจจะถูกตามล่าและฆ่าไปแล้วก็ได้
            แต่ว่าหยกชิ้นนี้ก็มาปรากฏอยู่ต่อหน้าเขานี่นา

            …ต่อหน้า

            หยกสีเหลืองถูกยื่นกลับคืนมาให้เหวินเหวินทำให้ชายหนุ่มมองหยกนั้นแล้วหยิบขึ้นมาแล้วดูอย่างพิจารณาอีกครั้ง

            คงไม่ใช่ว่าจะให้เขากลายเป็นผู้ถือครองหยกชิ้นนี้คนต่อไปหรอกนะ

            “อาเค่อเองก็ถูกคนไม่ดีตามล่า

            “

            “เห็นว่านายเป็นถึงทหารองครักษ์คงจะมีฝีมืออยู่พอตัวใช่ไหมล่ะ” หญิงสาวพูดขณะที่หันมองอาเค่อเล็กน้อย “ทั้งหยกและอาเค่อถ้าอยู่กับข้าอาจจะช่วยปกป้องอะไรไม่ได้ ถ้าเป็นนายละก็...

            “ข้าหรือ” เหวินเหวินที่กำลังมองหยกอยู่ก็มองหน้าทั้งอาเค่อและถิงเอ๋อห์เขาชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา “ได้สิขอรับจะปกป้องให้อย่างดี

            ถิงเอ๋อห์เห็นว่าเหวินเหวินยอมรับที่จะช่วยแล้วจึงดึงอาเค่อที่นั่งอยู่ข้างๆเธอแล้วดึงออกไปคุยในที่ๆเหวินเหวินไม่สามารถได้ยินถึงได้ชายหนุ่มมองเงาของทั้งสองคนสักพักก่อนจะมองเจานกแก้วที่เจ้ามาคลอเคลียแก้มตนก่อนจะหัวเราะกับท่าทีน่ารักของเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ตัวนี้

            ไม่รู้ว่าเอาชีวิตลงไปเสี่ยงหรือเปล่า

            แต่หากปล่อยให้ทั้งสองคนนี้ตกอยู่ในอันตรายโดยที่ตนไม่ช่วยอะไรเลย

            มันก็ขัดใจเขาแปลกๆ

            ผ่านไปนานสองทางจนนกแก้วตัวนั้นเลือกที่จะบินไปเกาะม้าตัวใหญ่แทนเขาเหวินเหวินที่นั่งหาวเล็กน้อยมองทั้งสองคนที่เดินกลับมาหาตนอีกครั้ง

            “คำบอกเล่าประจำตระกูลของข้าได้บอกอาเค่อหมดแล้วนะ

            “ขอรับ?

            “หากจะต้องใช้มันอาเค่อจะช่วยนายได้

            เหวินเหวินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะวางกระเป๋าลงบนตัวม้าแล้วหันไปยิ้มให้ทั้งคู่ที่กำลังยืนมองตนอยู่

            “จะกลับเลยไหมขอรับเดี๋ยวข้าน้อยไปส่ง

-------------------------------------------------------------------------------------------------

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -44 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -44 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกลับมอร์เด็น
กลองเหยากู่
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x54
x200
x200
x10
x1
x5
x15
x1
x2
x4
x30
x5
x15
x1
x30
x2
x1
x41
x2
x4
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x100
x130
x100
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x7
x3
x1
x3
x10
x50
x1
x8
x1
x1
x1
x1
x1
x2050
x2
x10
x50
x40
x100
x50
x10
x15
x15
x6
x10
x11
x12
x90
x10
x15
x100
x75
x324
x106
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x19
x26
x50
x26
x30
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x60
x34
x37
x69
x62
x23
x8000
x9999
x8000
x59
x63

289

กระทู้

2400

โพสต์

63หมื่น

เครดิต

อิงฮวาในวันเดอร์แลนด์

เงินชั่ง
115795823
เงินตำลึง
2000145371
ชื่อเสียง
271985
ความหิว
418

Super VIP PETใบรับรองภาษามคธใบรับรองภาษาขอมใบรับรองภาษาไต้หวันตราหุบเขาปีศาจป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ตราเมเปิ้ลตราหนูป้ายตลาดมืดใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินพวกเรามาอธิษฐานขอลูกแฝดกับเจ้าแม่

คุณธรรม
16423
ความชั่ว
9300
ความโหด
23543
ห่านฟ้า
เลเวล 1

สรวงสุรางค์

ข้าอยากผจญภัย!
pet
โพสต์ 2018-9-5 21:58:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ เควสพิเศษ - พานพบกันอีกครั้ง ]
[ บทพิเศษ : บุรุษหน้าตายกับชายหน้านิ่ง ] (ตอนสี่)

  ในที่สุดเขาทั้งสองคนก็สะกดรอยตามขบวนของพวกโจรทมิฬมาจนถึงหุบเขาเหยาก้วย แต่สถานที่ระแวกนี้ไม่ค่อยเป็นใจให้พวกเขาสะกดรอยตามสักเท่าไหร่ ร่างสูงจึงต้องเปลี่ยนมาหลบตามเนินหินในทะเลทรายแทน นี่ก็เข้าสู่ยามกลางคืนเสียแล้ว อากาศก็เริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ หวง เส้าเทียน เปิดกระเป๋าสะพายใบเพื่อหาผ้ามาพันปกปิดใบหน้าจนเหลือแค่จมูกเนื่องจากลมของทะเลทรายพัดผ่านเศษทรายเข้ากระทบใบหน้าของเขา ส่วนผ้าหนาอีกผืนก็เอามาคลุมตัวแก้หนาวไปพลางๆก่อน

ร่างสูงเหลือบนัยน์ตาสีดำคมกริบมองชิง หลิ่งอี้ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่าย “เอามาสักผืนไหม ข้ายังพอมีอยู่อากาศที่นี่ก็เริ่มหนาวแล้ว” หวงเส้าเทียนถามอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง เดินทางด้วยกันมาทั้งวัน ก่อนหน้านั้นก็เข้าไปช่วยอีกฝ่ายจากการถูกลอบทำลายของโจรทมิฬนอกเมืองเทียนซุย เมื่อเขาเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมตอบสักที ร่างสูงจึงหยิบผ้าอีกผืนยื่นให้ชิง หลิ่งอี้เชิงบังคับ

   “ขอบคุณ” ชิง หลิ่งอี้รับผ้ามาจากเขาด้วยใบสีหน้าเรียบนิ่ง และนำผ้าผืนที่หวง เส้าเทียนให้มาคลุมร่างกายคลายความหนาวเย็น

   พวกเขาพยายามอย่างยิ่งในการตามขบวนกองโจรทมิฬนับร้อยที่กำลังคุมนักโทษเดินเข้าไปในหุบเขา ร่างสูงจูงหย่งฟางไปด้วยก่อนที่มือหนาจะลูบลำตัวสัตว์เลี้ยงหรือพาหนะคู่กายอย่างทุกครา ใบหน้าคมคายที่ตอนนี้มือผ้าพันรอบหน้าเอียงคอมองเหล่าโจรทมิฬที่เดินนำหน้าไป โดยที่พวกมันไม่รู้ว่าทุกเขาทั้งคู่สะกดรอยตามมาอยู่

  “จะเอายังไงกันต่อ” น้ำเสียงดุดันเอ่ยถามด้วยความสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ข้างหน้าพวกเขาทั้งสองคน

  “คงต่อสะกดรอยตามเงียบๆต่อไป” เขาตอบอย่างมีหลักการหากขืนกระโตกกระตากออกไปตอนนี้ มีหวังศพไม่สวยแน่ๆ เพราะด้วยจำนวนของพวกโจรทมิฬที่มีมากกว่า ส่วนพวกเขามีกันแค่สองคน สู้ไปจะชนะหรอ วิทยายุทธเขาก็ไม่ได้เก่งกาจพอ มีเพียงแค่ฝึกกำหนดลมหายใจขั้นพื้นฐานที่เคยร่ำเรียนมาจากท่านจุนซางจวิน ส่วนตัวเบาขั้นพื้นฐานก็ยังทำไม่สำเร็จ

   โจรทมิฬนับร้อยชีวิตและเหล่านักโทษชายหญิงที่ถูกจับมาก็เดินเข้าไปภายในหุบเขาเหยาก้วย พวกเขาที่สะกดรอยตามหลังมาก็เตรียมที่จะแอบตามเข้าไป ทว่าจู่ๆเหล่าโจรทมิฬก็เริ่มเปลี่ยนโซนการเดินแถว พวกมันตรวจตานักโทษอย่างเข้มงวดขึ้น และมีโจรทมิฬส่วนหนึ่งที่ผลัดเวรมาเปลี่ยนเฝ้าดูตอนทางอย่างเคร่งครัด

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกเกราะจื่ออู้
เสื้อมรกต
ผ้าปิดปากสีม่วง
กระบี่ซามูไรรุ่นแรก
หน้ากากยักษ์เขาเงิน
ฮิปโป
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x3
x2
x72
x1
x2
x7
x370
x102
x18
x1
x2
x1
x1
x2
x1
x1
x30
x7
x15
x1
x5
x1
x1
x2
x4
x3
x20
x4
x4
x4
x4
x72
x1
x161
x5
x92
x270
x4
x1
x100
x1
x3
x11
x5
x9
x6
x87
x10
x6
x130
x1
x1
x13
x270
x42
x1
x54
x17
x2
x2
x26
x15
x122
x175
x124
x23
x310
x130
x125
x50
x81
x75
x2
x5
x16
x14
x64
x570
x1
x26
x2079
x11
x1419
x31
x2000
x2223
x24
x223
x32
x18
x2860
x19
x2211
x18
x42
x6323
x2800
x3
x28
x3000
x2468
x1900
x51
x3200
x141
x197
x5
x20
x80
x57
x1371
x3628
x1723
x23
x45
x890
x34
x19
x47
x3223
x38
x1823
x269
x224
x376
x5
x25
x566
x3138
x11
x106
x267
x1633
x420
x9303
x141
x94
x20
x1933
x3463
x30
x362
x2608
x99
x193
x16
x9999
x15
x14
x69
x3335
x8721
x1834
x56
x253
x2239
x16
x746
x16
x1
x12
x592
x292
x24
x1
x1869
x104
x2069
x255
x1
x2614
x1
x65
x1843
x42
x1
x1280
x323
x133
x153
x1
x1930
x1630
x2010
x1600
x83
x2302
x220
x260
x64
x9999
x561
x5323
x24
x17
x4
x57
x10
x1
x54
x3610
x782
x36
x681
x426
x1
x11
x3632
x3225
x380
x944
x33
x4673
x2180
x3146
x4955
x2620
x15
x30
x4186
x11
x9999
x2340
x9999
x145
x3
x1871
x3840
x5894