ดู: 754|ตอบกลับ: 6

{ นอกเมืองเป่ยผิง } ป่าตะวันตก

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-12-15 03:49:56 |โหมดอ่าน




 ป่าไผ่จู้หยาว 

{ นอกเมืองเป่ยผิง - ตะวันตก }








【ป่าไผ่ตะวันตก】
ป่าไผ่อันสงบร่มรื่นทางตะวันตกของเมืองเป่ยผิง
บรรยากาศเงัยบสงัด เต็มไปด้วยหน่อไม้ในฤดูร้อนและฤดูหนาว
ที่นี่เป้นไผ่หวาน รสชาติดีหากนำไปผัดกับเนื้อสัตว์
แน่นอนว่าแถวนี้ค่อนข้างโปร่งตาจึงไม่มีทั้งสัตว์ร้ายหรืองูเงี้ยว
เป็นทางผ่านระหว่าง เป่ยผิง ไปสู่ เซียงผิง









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-12-22 08:24:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2017-12-22 10:12





    "หนาววววววว" ผิงผิงบ่นออกมาทันทีที่เข้าเขตเมืองเป่ยผิง ส่วนหลิวเทียนนั้นสั้นพับๆ(?) แต่ยังดีที่ระหว่างทางมานั้นแวะตลาดเพื่อซื้อเสื้อกันหนาว(?) และผ้าห่ม(?) ห่อตัวหลิวเทียนไว้เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้เขาส่วนผิงผิงเดินปราณเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ส่วนจวื่จื่อนั้นเธอไม่แน่ใจว่ามันจะหนาวมากไหม? แต่อย่างไรเสียด้วยฝีเท้าของจวื่จื่อก็พาพวกเธอจากเหอไน่มาจนถึงเป่ยผิงในที่สุด ระหว่างมีแวะพักบ้างเพราะเกรงว่าหลิวเทียนจะเหนื่อยจากการเดินทางแต่เขาสมเป็นบุรุษ(?) เพราะมิปริปากบ่นเลย
    "เจ้าเดินปราณยังจะหนาวอีก"
    "ก็ขอบ่นบ้างไรบ้างน้า ว่าแต่เราต้องถามชาวบ้านแล้วว่า สำนัก... สำนักฉวนๆ อะไรนั้นไปทางไหน" ผิงผิงจำชื่อสำนักไม่ค่อยได้(?)
   "สำนักฉวนเจิน" หลิวเทียนใจดีช่วยแก้ให้
    "ใช่ๆ นั้นมีป้ายบอกทางด้วย" ผิงผิงว่าแล้วก็โดดลงจากหลังของจวื่จือก่อนจะวิ่งไปอ่านป้าย ซ้ายไปตีนเขาสำนักฉวนเจิน ขวาเข้าเมืองเป่ยผิง ผิงผิงอ่านแล้วก็กลับมาหาหลิวเทียน "ป้ายบอกว่าทางซ้าย"
    "ครับ ก็ไปทางซ้าย" เมื่อตกลงกันแล้วก็กลับไปปีนหลังจวื่จื่อแล้วไปทางซ้ายกัน จวื่จื่อเดินไปสักพักก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะถึงผิงผิงนึกสงสัย...
    "รอเดี๋ยวนะ" ผิงผิงว่าแล้วก็สะกิดปลายเท้าขึ้นไปตามกิ่งไม้ จนเกือบถึงยอด เด็กสาวกวาดสายตามองเพื่อหาสำนักฉวนเจิน ก่อนจะพบอีกทาง คนละทางกับที่ป้ายบอกไว้เลย... "ใครมันมาติดป้ายหลอกๆ ไว้เนี่ย" ผิงผิงบ่นอุบอิบก่อนจะกระโดดตามกิ่งไม้ลงไป
    "เราต้องกลับไปที่เดิม ป้ายนั้นหลอก" ผิงผิงบอกหลิวเทียนที่สงสัย
    "แต่เส้นทางนี้จะพาพวกเราไปไหนกันนะครับ ถ้าหากยังไปต่อ"
    "ข้ามองไม่เห็นที่สิ้นสุดของมันเลย" ผิงผิงกล่าว ก่อนจะพากันกลับไปทางเดิม เพื่อไปที่สำนักฉวนเจิน "เอ... เจ้ารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับสำนักฉวนเจิน"
    "ข้ารู้เท่าที่ตำราบอก" หลิวเทียนตอบ ผิงผิงนิ่งคิดไป... "แล้วไปถึงเขาจะให้เราเข้าพรรคไหม"
    "ข้าก็บอกเจ้าไม่ได้หรอก" หลิวเทียนเองก็ไม่แน่ใจนัก ทั้งสองพูดคุยกันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเหมือนหลิวเทียนจะช่วยคัดเกลาผิงผิงไปในตัว


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x6
x28
x40
x3
x2
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x12
x17
x25
x181
โพสต์ 2018-3-12 00:37:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ลูกจิ้งจอกงอกหาง

135


{ ผจญภัยกับคู่หู 13 }
แม่สาวชาวหู


✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

                ภาคีหมูทั้งเจ็ดลัดเลาะพามนุษย์ทั้งสองฝ่าป่าไผ่ไปตามเส้นทางสายรอง ทำให้ชายหนุ่มยากที่จะทราบได้ว่าหนทางนี้จะพาตนไปพบเข้ากับสิ่งใด หลิงเฮ่าไม่ค่อยสบายใจนักในคราวแรกด้วยอุปนิสัยของเขาไม่ค่อยเดินทางร่วมกับ 'คนอื่น' นัก หากให้กล่าวตามตรงการเดินทางที่ยาวนานและร่วมกับพวกเทียนคือรอบแรกๆ ด้วยซ้ำที่เขาเรียนรู้ที่จะพึ่งพาผู้อื่น ต่อมาก็คือหลิวเว่ย...สหายผู้ที่เปลี่ยนจากชายกลายเป็นหญิงสาวไปเสียได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำเอานักกวีหนุ่มชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่า การมี 'มนุษย์' มาเป็นเพื่อนร่วมทางนั้นจะดีจริงๆหรือ? เขาควรจะ...หันหลังกลัวแล้วปลีกตัวไปเสียตอนนี้เลยดีไหม อย่างไรเหล่าหมูทั้งเจ็ดก็พบมนุษยที่พวกนั้นยอมรับแล้วไม่มาตั้งแง่เมินใส่กันแบบที่ทำกับเขา

        'แม่นางผู้นั้นดูเป็นคนจิตใจดี เกิดมีหมูตัวที่แปด เก้า สิบ เจอปัญหา คงไม่ทอดทิ้งแล้วนิ่งดูดายเป็นแน่' ระหว่างที่หลิงเฮ่ากำลังชั่งใจว่าจะปลีกตัวออกไปตอนนี้เลยดีรึไม่นี่เอง สตรีในชุดกระโปรงชมพูผู้นั้นกลับหันมาแล้วจดจ้องเขาด้วยสายตาระคนสงสัย'หืม...มีอะไรอีกล่ะนั่น?' นองยังคงจ้องอยู่แบบนั้นข้าจึงหันไปด้านหลังตามทิศทางเดียวกัน 'ก็ไม่มีอะไรนี่นา?'อาจเพราะเห็นท่าทางเช่นนี้ของชายหนุ่มดูซื่อๆ สตรีแปลกหน้าผู้นั้นถึงส่งเสียหัวเราะคิกคักออกมา ทำเอาเจ้าของนัยน์ตาอำพันยิ่งฉงนว่าเป็นอะไรของนาง...

        เดินฝ่าแนวต้นไผ่ที่ขึ้นกันอย่างแน่นขนัดและสูงชะลูดออกมาได้ ก็พบเข้ากับเส้นทางสายหลัก เจ้าหมูทั้งสามตัวยังคงเดินหน้าต่อไป หลิงเฮ่าพบว่าตัวเองยังไม่มีโอกาสปลีกตัว อย่างน้อยก็รอให้ถึงเมืองด้านหน้านี้ก่อนแล้วกัน....สตรีเดินทางโดยลำพังมากด้วยภัยอันตราย อีกทั้งนางยังดูบอบบางเสียขนาดนั้น เกิดถูกโจรโฉดคนชั่วพบเข้าคงรอดยาก เมื่อตั้งใจแล้วว่าจะร่วมเดินทางต่อดังนั้นเขาควรรู้ว่าพวกตนกำลังจะไปที่ใด ถามหมูไม่ได้เขาต้องถามคน.... ประจวบเหมาะกับคนตัดฟืนเดินแบกก้านต้นหวายสวนทางมาพอดี ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเอ่ยถามขึ้น “ท่านลุง….ไม่ทราบว่าข้างหน้านี้เป็นหนทางไปที่ใด?”

        “อ้อ! พ้นป่านี้ไปก็เข้าเป่ยผิงน่ะพ่อหนุ่ม”

        “รบกวนท่านลุงแล้วขอบคุณมาก!” ชายตัดฟืนตอบเสร็จก็ออกเดินต่อทันที ทำเอาเขาเอ่ยขอบคุณไล่หลังแทบไม่ทัน 'เป่ยผิง....โยวโจว...เป่ยผิง นี่แทบจะเหนือสุดแดนฮั่น พวกหมูทำไมมาที่นี่?' ร้อยความคิดพันการการเดา เป่ยผิงในแผนที่เป็นทั้งเมืองท่าและอยู่ใกล้ท้องทุ่งหญ้าแดนเหนือ รึภาคีหมูจะไปตะลุยโชซอนกันจริงๆ ?

        เดินทางกันต่ออีกสักพักก็ล่วงเข้าเวลาเย็น เหล่าหมูชวนเพื่อนใหม่ไปพักที่ริมลำธาร นักกวีหนุ่มเอนกายพิงโขดหินอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล หญิงสาวผู้เมตตาเห็นเหล่าหมูเดินทางกันมาไม่หยุดพักมือคู่น้อยล้วงหยิบผลไม้ออกจากย่าม แจกจ่ายให้ครอบทั้งเจ็ดตัว นางมองมาทางเขาอีกครั้ง...คราวนี้หลิงเฮ่าทราบว่าเรื่องอะไร เพียงส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วยกผลผีผาที่ยังเหลือในมือเป็นเชิงว่า 'ตามสบาย...ข้ามีส่วนของข้าแล้ว' นางพยักหน้าเล็กน้อยจนผ้าคลุมขยับไหว มีเสียงเหยียบกิ่งไม้ทางทิศหนึ่งไม่ไกลนัก...เป็นกวางตัวหนึ่ง

        หญิงสาวมีท่าทีกระตือรือร้นในทันใด หันหลังไปคว้าคันธนูข้างลำตัวม้าพร้อมขึ้นสาย ด้วยท่าทางทำมันทะแมงราวกับการทำเช่นนี้คือสิ่งคุ้นเคยดึงให้นักกวีหนุ่มต้องมองนางใหม่ เมื่อลูกศรพุ่งตัดอากาศดังฉิวไปปักตรงจุดตายเจ้ากวางเคราะห์ร้ายอย่างแม่นยำความคิดที่ว่า 'สตรีบอบบางไม่มีแรงแม้แต่จะหักคอไก่' ก็หายวับไปในชั่วพริบตา....แม่หญิงผู้นี้ เข้าไม่ควรด่วนตัดสินโดยรูปลักษณ์ภายนอก

        นักกวีหนุ่มเลิกคิ้วมองการชำแหละกวางอย่างชำนิชำนาญ กองไฟถูกก่อขึ้นในเวลาอันรวดเร็วไม่ถึงเค่อ...กลิ่นกวางย่างก็หอมกรุ่นไปทั่วลำธาร

        'มีฝีมือไม่เลว...ที่แท้ไม่ใช่แค่ดอกไม้ปักแจกัน หนามยังคมเสียด้วย' เขาลอบชื่นชมในใจในเมื่ออีกฝ่ายออกท่องเที่ยวเพียงลำพังไร้ผู้คุ้มกัน ก็คงสามารถป้องกันตัวเองได้พอสมควร ดูเอาอย่างหลิงผิงผิงน้องสาวผู้นั้นสิ...มิใช่ว่าปกติก็ออกเดินทางเพียงลำพัง ยังรอดมาได้จนป่านนี้ไม่ใช่เพราะโชคช่วยจริงๆ ฝ่ายหญิงสาวเมื่อเห็นผู้ร่าวมทางอีกคนจับจองโขดหินไกลๆ จึงเกิดความรู้สึกอยากผูกมิตร ฝีมือย่างเนื้อของนางไม่เลวนักพี่ชายมักจะเอ่ยปากชมมิได้ขาด เขาเองร่วมเดินทางมาแต่กลับปลีกตัวเช่นนี้เห็นทีจะเป็นเพราะนางล่ะแน่ ร่างบางในชุดสีชมพูกลีบบัวแล่เนื้อกวางออกมาแล้วตัดสินใจเดินไปส่งให้คนร่วมทาง "จากป่าไผ่มาแทบไม่ได้หยุดพัก ท่านเองก็คงจะหิวแล้ว เนื้อกวางนี้ย่างกำลังได้ทีทานสักหน่อยเถอะ?"

        'หืม....มีน้ำใจเสียด้วย' ร่างสูงทราบว่าปฎิเสธไปคงไม่พ้นหักหน้านางอย่างแรง อย่าไรอีกฝ่ายก็อุตส่าห์แสดงไมตรีเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะบ่ายเบี่ยงมือเรียวจึงรับเนื้อกวางนั้นมากัดหนึ่งคำ ด้วยผีผาหนึ่งตะกร้าทำเอาอิ่มจนจุกเสียแล้ว "ขอบใจแม่นาง....ฝีมือไม่เลวเลย" ฟังจากสำเนียงแล้วที่ไม่ค่อยชัดนักก็พอคาดเดาได้ว่าเป็นชนต่างเผ่าจึงใช้ภาษาฮั่นได้ไม่คล่อง เมื่อเห็นเนื้อกวางถูกส่งเข้าปากไปแล้วคำหนึ่ง นางก็โล่งอกว่าตนเองคิดถูก คนผู้นี้เห็นคราวแรกยังรู้สึกว่าเข้าถึงได้ยากราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นขวางไว้รอบกาย แต่เมื่อเปิดปากแล้วหนหนึ่งก็พบว่าเป็นมิตรกว่าที่คิด  "ยังมีอีกมากหากท่านไม่อิ่มล่ะก็...ไม่ต้องเกรงใจนะ"

        หลิงเฮ่าคลี่ยิ้มเจื่อน...เขาอิ่มจนจะจุกแล้วต่างหาก

        ทว่าเมื่อองศาที่งดงามประดับใบหน้าหวานทำเอาหญิงสาวรู้สึกนัยน์ตาพร่าไปวูบหนึ่ง 'คนผู้นี้...งดงามจริงๆ' นางพึ่งได้เข้ามาเห็นใบหน้าเขาใกล้ๆ แว่บแรกหากไม่เคยได้ยินเสียงยังนึกว่าล้วนเป็นสตรีด้วยกัน มิคาดว่าเจ้าของเสียงนุ่มกังวานในป่าไผ่กลับเป็นบุรุษ! แถมเป็นบุรุษหน้าหวานชนิดภูตผียังร่ำไห้ หลิงเฮ่าเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปตนกำลังจะเคี้ยวเนื้อกว่าเสร็จจึงเอ่ยถามไถ่ "แม่นาง..? เป็นอะไรไป มีเรื่องใดหรือ?"

       "....ท่านงดงามจริงๆ งามยิ่งกว่าสตรีใดที่ข้าเคยพบมา"

        พรวดดด!!

        นางยิ้มตอบซื่อๆ ตามความเป็นจริงที่คิด นึกไม่ถึงกลับทำคนสำลักเนื้อกวางขนานหนัก "แค่กๆๆ......เอ่อ ช้าก่อนแม่นาง ตัวข้าเป็นบุรุษ" มาถึงตอนนี้ หลิงเฮ่าจึงเข้าใจในสายตาแปลกๆ ที่นางมองมาตลอดการเดินทางแล้ว 'นี่สงสัยเพศข้างั้นสินะ!!' หญิงสาวเอียงใบหน้ามองคนงามอย่างนึกเปรียบเทียบ แล้วก็ต้องกล่าวยืนยันอีกหนในใจ 'ก็สวยจริงๆ นี่นาพวกผู้หญิงของพี่ชาย....ยังไม่แน่ว่าจะสู้ได้' ขนาดนางมั่นใจว่าตนเองเป็นสาวงามแห่งแดนทุ่งหญ้าแล้วนะ... สาวเจ้าคิดพลางยื่นถุงน้ำให้คนร่วมทาง


        "ข้า...เซิงว่านกู่ เป็นบุรุษเต็มตัวทั้งร่างกายและจิตใจ....ขอบคุณแม่นางที่ชม" เขารับน้ำมากรอกลงปากหลังสำลักจนหน้าแดง ยิ่งทำให้พวงแก้มฉายแววคนงามขึ้นไปใหญ่ หญิงสาวแม้อยากช่วยแก้ไขแต่ก็จนใจ “ไม่ต้องเรียกแม่นางหรอก ข้าชื่อม่อเซียง คุณชายเซิงท่านกับหมูของท่านกำลังไปที่ใดกันหรือ” หลิงเฮ่ายกมือลูบใบหน้าจรดคาง เรื่องนี้เขาเองก็ไม่ทราบ "นี่ไม่ใช่หมูของข้าหรอก เห็นพวกนี้ดูไม่ธรรมดาก็เลยนึกสนุกตามมาเท่านั้นเอง ฟังจากสำเนียงฮั่นของแม่นางแล้วเป็นชาวนอกด่านหรือ?"

      
  “ใช่แล้วล่ะ! ข้าเป็นชาวหูเพิ่งมาเที่ยวต้าฮั่นครั้งแรก แต่บ้านเกิดข้าสวยกว่าต้าฮั่นอีกแหละ ที่นั่นนะสภาพอากาศดีมาก ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ สายลมพัดเย็นสบาย” ม่อเซียงกล่าวอย่างภูมิใจเมื่อนึกถึงแดนบ้านเกิด นักกวีหนุ่มวางตัวเป็นผู้ฟังที่ดีดูท่าหญิงสาวผู้นี้คงรักบ้านเกิดตัวเองมาทีเดียว  ด้วยผ้าคลุมหน้าครึ่งหนึ่งจึงเห็นเพียงแววตาของนางดูมีความสุขไร้จริตใดใดมาแต่งแต้ม “ผู้คนที่นั่นเราอยู่กันแบบมิตรครอบครัว ทุกคนจะแบ่งปันแกะ แพะกัน ช่วยกันดูแล ไม่เหมือนชาวฮั่นบางคนก็ช่วยเหลือนะ แต่บางคนก็เป็นเหมือนพวกสองคนนั้นหรือไม่ก็ผ่านมาเห็นแล้วไม่ช่วย”


        "หืม....คนไม่ดีนั้นมีอยู่ทุกที่นั่นล่ะ จะจำกัดเฉพาะในต้าฮั่นไม่ได้หรอก" ขาวรึดำเป็นสมดุลของโลกนี้ หาได้ยากที่จะมีเพียงขาวไร้ดำเจอปน ม่อเซียงได้ยินชายหนุ่มกล่าวก็เห็นต่างในทันที “ไม่นะคุณชายเซิงท่านกล่าวผิดแล้ว ที่บ้านข้าผู้คนไม่มีแบบนั้นเลย !!” นักกวีหนุ่มเลิกคิ้วเชิงถามว่า 'แน่ใจหรือ?' เพราะตั้งแต่เกิดจนรู้ความเขาไปที่ใดคนดีคนชั่วมักอยู่ปะปนกัน หาได้ยากที่จะมีแต่คนดีไม่มีจิตใจโสมมมาปนเปื้อน เห็นท่าทีนี้ของเขานางก็หน้าแดงเล็กน้อยด้วยสายตาคู่คม “ใช่สิ ผู้คนที่บ้านข้าเราอยู่กันอย่างเท่าเทียม มีความสุข เลี้ยงแพะเลี้ยงแกะช่วยเหลือกัน” หญิงสาวพูดพลางเผยรอยยิ้มมีความสุขออกมา แม้หลิงเฮ่าจะไม่เห็นเนื่องจากผ้าคลุมหน้าแต่รอยแก้มของเธอค่อนข้างดูออกได้ชัดเจนว่ากำลังยิ้ม

       "อ้อ....ฟังดูเป็นดินแดนที่ดี ความจริงมารดาของข้าก็เป็นชาวหู" การรักในบ้านเกิดไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การรักในความคิดของตนเองแล้วเหยียดดินแดนอื่นจะนำมาสู่ความขัดแย้งเป็นเชื้อไฟของสงครามมาในหลายยุคสมัย หลิงเฮ่าไม่มีความคิดเรื่องเหยียดเชื้อชาติสักเท่าใด อาจเพราะบิดาไม่เคยปลูกฝังว่าต้าฮั่นคือแคว้นที่ดีที่สุด แต่เขาก็ภูมิใจในแดนเกิดตนเองย่อมสามารถเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาว 'หากใต้หล้านี้ทุกคนล้วนเป็นครอบครัวเดียวกันไม่แบ่งแยกเรา-เขา ก็คงจะดี'


        "อ๊ะ! จริงหรอ แล้วนางเป็นคนยังไง? คงสวยมากๆ แน่เลย เคยเล่าถึงดินแดนทุ่งหญ้าให้ท่านฟังไหม?" ม่อเซียงเกิดความสนใจขึ้นมาในทันที มิน่าชายผู้นี้ถึงงดงามราวกับเซียน ที่แท้....กึ่งหนึ่งก็มีสายเลือดของชนนอกด่านนี่เอง ทราบเช่นนี้แล้วนางจึงไม่เห็นเซิงว่านกู่เป็นคนอื่นคนไกล 'มีสายเลือดของชนท้องทุ่งหญ้า ก็เหมือนญาติมิตรกัน' นักกวีหนุ่มเอ่ยตอบเสียงเรียบๆ ว่า "อืม....เป็นยังไงงั้นหรอ ข้าเองก็ไม่รู้ ข้าจำใบหน้าอาเหนียงไม่ได้ด้วยซ้ำ"


        "แย่จัง....แต่ว่านะ ถ้าท่านอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับท้องทุ่งหญ้าล่ะก็ มาถามจากข้าก็ได้รับรองยินดีเล่าให้ฟังทุกเรื่องเลย!" ม่อเซียงขันอาสาอย่างใจกว้างตามประสาสตนรนอกด่านที่ใจตนคิดอย่างไรก็พูดออกมาเช่นนั้น ทั้งคู่ทำความรู้จักกันด้วยรอยยิ้ม...บางทีการมีสหายร่วมเดินทางที่พูดคุยกันถูกคอ ก็อาจไม่ได้แย่เท่าไร หลิงเฮ่าพยักหน้าแทนการตอบรับการสนทนาหลังจากนั้นเป็นเรื่องโดยทั่วไป เขางีบหลับไปเค่อหนึ่งก็ได้ยินเสียงภาคีหมูทั้งเจ็ดร้องเรียกออกมาตั้งแถวเพื่อออกเดินทางกันตอในเวลาเย็นย่ำ ด้วยม่อเซียงเห็นว่าเหล่าหมูไม่ค่อยต้อนรับนักกวีหนุ่มสักเท่าไรจึงช่วยไปเจรจาให้ ว่าถ้าอยากให้นางไปด้วยก็ต้องมีมนุษย์ 'ว่านกู่' แถมมาอีกคน การเดินทางจะได้อุ่นใจยิ่งขึ้น


        เหล่าหมูหันไปสุมหัวปรึกษาก่อนจะพยักหน้าหันหงึกหงักเป็นเชิงตกลง อาชาสองตัวจึงปรากฎขึ้นขนาบข้างแถวคอนเรียงหนึ่งโดยมีหมูทั้งเจ็ดคั่นกลางระหว่างหนุ่มสาว หลิงเฮ่ายกขลุ่ยหยกขึ้นมาฝึกหัดเป่ามีหญิงสาวนอกด่านคอยช่วยชี้แนะเป็นระยะ จนเขาเริ่มคลำหนทางได้และเป่าออกมาเป็นทำนอง ม่อเสียงร้องเพลงของชาวทุ่งหญ้าคลอไปตลอดทางด้วยรอยยิ้มที่สดใสไร้เดียงสาราวกับหนนี้เป็นครั้งแรกที่นางได้ออกมาเผชิญโลกกว้าง


✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่คู่จงเฉิง
บ้านหลิวเหิงเยว่
ประคำมันดาล่า
ยูริไดซ์ลอนเดส
สุนัขป่าไอเซนฮาวด์
กำไลลู่เหลียนหรง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x55
x129
x120
x2
x300
x93
x108
x283
x140
x40
x79
x248
x201
x11
x76
x3
x398
x43
x344
x122
x234
x106
x1330
x4877
x2
x1
x3
x1
x4
x19
x14
x15
x6
x9
x10
x8
x9
x100
x824
x23
x21
x6
x8
x20
x5
x70
x6
x9
x28
x10
x22
x6
x2
x2
x7
x54
x139
x113
x350
x31
x5
x36
x21
x46
x31
x1019
x34
x51
x10
x4
x13
x66
x48
x35
x254
x140
x140
x49
x39
x1550
x300
x4
x10
x44
x9
x15
x2060
x1
x573
x65
x2
x2
x5
x2
x3
x4
x1
x2
x2
x1
x6
x1
x5
x6
x4
x4
x1
x4
x4
x4
x5
x7
x9
x5
x20
x5
x1
x36
x126
x5
x1
x61
x335
x633
x59
x450
x3
x3
x13
x1
x13
x296
x365
x1
x20
x19
x9
x20
x354
x1
x15
x2
x1
x1
x2
x2
x2
x6
x1
x17
x480
x535
x35
x20
x23
x46
x91
x19
x4
x3
x144
x779
x21
x15
x20
x185
x168
x1
x11
x9
x17
x5
x460
x46
x13
x7
x3
x2
x2
x21
x2
x212
x38
x1
x75
x14
x52
x14
x25
x6
x310
x490
x400
x320
x475
x477
x6760
x32
x102
x483
x795
x960
x465
x26
x140
x1
x58
x7
x115
x2159
x9999
x16
x2400
x17
x14
x590
x2560
x1000
x770
x2400
x13
x56
x30
x1390
x1250
x2206
x150
x32
x2200
x17
x1360
x2500
x1303
x29
x57
x17
x102
x11
x29
x2331
x2223
x1905
x351
x2499
x2
x7900
x558
x120
x131
x13
x96
x210
x4728
x219
x330
x609
x2923
x2539
x1670
x14
x600
x1842
x11
x33
x7563
x3836
x49
x86
x8189
x173
x9999
x2010
x63
x3
x23
x1285
x3
x7
x3645
x2
x11
x2905
x22
x24
x24
x903
x970
x30
x229
x262
x9
x1300
x2396
x2931
x1214
x863
x840
x495
x61
x61
x4707
x1
x2050
x3249
x7399
x984
x320
x9999
x9999
x578
x61
x115
x6011
x29
x26
x97
x219
x1240
x28
x4945
x3135
x2194
x3689
x9999
x3266
x3830
x2902
x2383
x3170
x1205