ดู: 70|ตอบกลับ: 2

{ เมืองเจียงโจว } บ้านของครอบครัวสกุลหง

[คัดลอกลิงก์]
บ้านของครอบครัวสกุลหง


บ้านที่ภายนอกดูเก่าๆแห่งหนึ่งภายในเมืองโจวเจียง เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวสกุลหงที่ประกอบไปด้วยพ่อแม่ลูกและแมว ภายในนั้นดูดีกว่าภายนอกบ้านอยู่มาก มันสะอาดเอี่ยมด้วยฝีมือการทำความสะอาดของหงซูผู้เป็นฮูหยินของหงซานผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว จะมีก็แต่ขนแมวที่ร่วงอยู่ตามพื้นหรือติดข้าวของเครื่องใช้บ้างในบางครั้งบางครา และสำหรับผู้ใดที่ผ่านไปมาแถวหน้าบ้านหลังนี้ในช่วงยามชีว์ถึงยามไห้แล้วได้ยินเสียงคนในบ้านทะเลาะกันก็ไม่ต้องตกใจ เพราะบ้านหลังนี้นั้นเรียกได้ว่าทะเลาะกันแทบตลอดเวลา ไม่ลูกทะเลาะกับพ่อ ก็พ่อทะเลาะกับแมว..

สมาชิกในบ้าน(ไม่รวมหงซานที่เป็นผู้เล่น)



หง จุ้น (Hong Zhun) (宏 准)

หัวหน้าครอบครัวผู้มีรูปโฉมหล่อเหลาและร่างกายยังคงกำยำแข็งแรงแม้อายุจะเฉียด 60 ปีแล้วก็ตาม เป็นคนเข้มงวดและค่อนข้างอารมณ์ร้อน แต่ก็ไม่ค่อยมีใครในบ้านฟังเขาเสียเท่าไหร่ (เสร็จงานขายเนื้อและกลับมาถึงบ้านในช่วงยามชีว์ นั่นเลยเป็นเหตุว่าทำไมถึงมีการทะเลาะกันระหว่างพ่อลูกและพ่อกับแมวในช่วงนี้)



หง ซู (Hong Shu) (宏 淑)

ฮูหยินของหงจุ้นผู้มีรูปโฉมสวยงามออกไปทางพื้นๆตามแบบฉบับสาวชาวบ้าน เป็นคนอ่อนโยน ใจดี และโอบอ้อมอารี มีท่าทีสงบสุขได้เสมอแม้ไฟจะไหม้บ้านหรือเกิดแผ่นดินไหวก็ตาม



เหม่ย (Mei)

แมวของฮูหยินหงซูที่ดูแล้วน่าจะมีอำนาจในบ้านมากกว่าคนเสียอีก มักอยู่แต่ในบ้านกับหงซูและติดนางมาก ไม่ค่อยออกไปไหนมาไหน เป็นแมวที่จะขี้อ้อนเฉพาะหงซูเท่านั้น และจะทำตัวหยิ่งกับผู้อื่น


โพสต์ 2020-10-23 10:09:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hongshan เมื่อ 2020-10-23 14:46

{เควสเรื่องราวเริ่มต้น 2.5 : 1.เมื่อครั้นยังเยาว์(แฟลชแบค)}

   เมื่อราว 12 ปีที่แล้ว ครอบครัวหนึ่งจากแคว้นในเส้นทางสายไหมได้ย้ายเข้ามาในเมืองเจียงโจวแห่งนี้ ครอบครัวนั้นเป็นครอบครัวขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยพ่อแม่และลูกชายวัย 5 ขวบเศษ เด็กคนนั้นด้วยที่ไม่ได้เรียนภาษาฮั่นก่อนจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ เขาจึงไม่สามารถพูดคุยกับเด็กคนอื่นในพื้นที่ให้รู้เรื่องได้เลย เขาจึงไม่มีเพื่อนมิตรสหายในตอนนั้น และด้วยความเหงาในใจของเด็กน้อย จึงทำให้เด็กคนนั้นหาวิธีการเล่นสนุกโดยการแอบปีนกำแพงเพื่อนบ้านเล่นแทน ด้วยเพราะความนึกสนุกและต้องการเรียกร้องความสนใจจากเด็กวัยเดียวกัน และก็มีบ่อยครั้งที่เขาโดนเจ้าของบ้านตำหนิติเตียน ตักเตือน หรือแม้แต่โดนไล่ฟาด ซึ่งในอย่างหลังนี้ก็ทำให้เขาตอนวิ่งหนีบ่อยๆจนเวลาต่อมาก็ทำให้เข้ามีความรวดเร็วว่องไวดั่งม้าหมาวิ่งและมีทักษะการหนีเอาตัวรอดเป็นเลิศ จนเมื่อเจ้าเด็กชายตัวน้อยเริ่มเติบใหญ่กลายเป็นหนุ่มเขาก็ได้ลดความเล่นสนุกคึกคะนองแบบในวัยเด็กลง เป็นช่วงเดียวกันกับที่มารดาของเขารับลูกแมวจรจัดที่นางพบเจอข้างทางมาเลี้ยง และเนื่องจากเขาเป็นคนไร้งานทำ เขาจึงต้องอยู่ช่วยมารดาของเขาเลี้ยงแมวตัวนั้นที่บ้าน ในช่วงแรกๆที่มันได้เข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ มันได้ปลดปล่อยท่าทางและสายตาที่สุดแสนจะน่ารักและเอ็นดูให้ทุกคนภายในบ้านได้เห็น สิ่งนั้นทำให้มารดารวมถึงหนุ่มน้อยหลงรักแมวอย่างหัวปักหัวปำ คนเดียวที่ไม่รู้สึกอะไรกับแมวก็คงเป็นผู้เป็นพ่อที่วันๆได้แต่ทำงานขายเนื้อเลี้ยงครอบครัว
   .
   .
   ตัดกลับมายังปัจจุบัน..
   ในยามซื่อ หงซาน ได้วิ่งหนีอย่างรวดเร็วออกมาจากบริเวณหน้าบ้านของเพื่อนบ้านคนหนึ่งพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่กำพู่กันและขวดหมึกเอาไว้หลังจากถูกเจ้าของบ้านจับได้ว่าเขากำลังวาดกำแพงบ้านของอีกฝ่ายเล่นอยู่
   "แน่จริงลุงก็จับข้าให้ได้สิ!"
   หนุ่มน้อยรีบวิ่งสุดชีวิตกลับมายังบ้านของตนพลางเย้ยหยันคนที่วิ่งไล่ตามมา และเนื่องด้วยวันนี้มารดาของเขาไม่อยู่บ้านบวกกับผู้เป็นบิดาออกไปทำงาน จึงทำให้ประตูกำแพงบ้านถูกปิดล็อคเอาไว้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เมื่อมาถึงบริเวณกำแพงหน้าบ้านสกุลหงอันเป็นที่อยู่ หงซานก็รีบปีนไต่กำแพงบ้านตัวเองขึ้นไปก่อนจะลงไปทางฝั่งด้านในบ้าน ทำให้เพื่อนบ้านคนที่เขาวิ่งหนีมาไม่สามารถไล่ตามเข้าไปได้และต้องเดินกลับไปอย่างอารมณ์เสีย
  "สุดท้ายข้าก็ยังคงเป็นคนที่วิ่งเร็วที่สุดในย่านนี้สินะเนี่ย อ๊ะเดี๋ยวนะ! ตอนนี้เจ้าเหม่ยอยู่ในบ้านตัวเดียวนี่นา ป่านนี้เป็นยังไงบ้างแล้วเนี่.."
   ระหว่างที่กำลังรีบเดินจะเข้าไปในบ้านเพื่อดูแมวอยู่นั้นเอง ตัวของหงซานก็ได้ชนเข้ากับร่างๆหนึ่งที่ตัวสูงใหญ่กว่าเขา หงซานค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะตกใจจนขวัญแทบหนีหาย
  "ท..ท..ท่านพ่อ วัน..น..นี้ท่านไม่ได้ไปขายเนื้อ..ร..หรอกหรอ?"
   น้ำเสียงอวดดีในตอนเข้าบ้านมากลับกลายเป็นน้ำเสียงสั่นเท่าเพราะความกลัว ใบหน้าพลันซีดลงทันใด ตัวเขานั้นไม่คิดเลยว่าวันนี้บิดาของเขาจะมาดักรออยู่ภายในบ้านแล้ว
   "ก็ใช่น่ะสิ! ถ้าข้าไปขายเนื้อแล้วจะมายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ได้เยี่ยงไรล่ะ เอ้า! รีบเข้าบ้านไปซะ วันนี้พวกเราต้องคุยกันทั้งครอบครัว อีกซักพักแม่ของเจ้าก็จะกลับมาแล้ว และระหว่างรอในยามนี้ก็อย่าทำให้ข้าโมโหก็แล้วกัน"
   หงจุ้น หรือก็คือพ่อของหงซานพูดด้วยน้ำเสียงของคนอารมณ์ร้อนก่อนจะผลักหลังผู้เป็นลูกให้รีบๆเดินเข้าไปในบ้าน หงซานได้แต่เดินตามทิศทางที่พ่อของเขาใช้แรงผลักใส่พลางคิดในใจว่าจะเอาตัวหนีรอดจากผู้เป็นพ่อเยี่ยงไรในเวลานี้

หมายเหตุ : ตัวที่ไฮไลท์สีดำไว้คือแทนการขีดฆ่า

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2020-10-23 15:49

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าสีหมอก
เกราะฝาย
แปรรูปไม้
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x4
x30
x16
x2
x3
x19
x5
x8
x1
โพสต์ 2020-10-23 12:09:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hongshan เมื่อ 2020-10-23 15:18

{เรื่องราวเริ่มต้น 2.5 : 2.ออกเดินทาง}


   หลังจากที่หงซานได้เข้ามานั่งรอมารดาอยู่ในบ้านกับพ่อโดยมีเจ้าแมวขนสีขาวดำคล้ายลายวัวของฝั่งตะวันตกที่ชื่อว่าเหม่ยนอนอยู่ข้างๆแล้วนั้น ไม่นาน หงซู ผู้เป็นมารดาของเขาและเป็นฮูหยินของหงจุ้นก็กลับมาถึงบ้าน หงจุ้นเริ่มเรียกนางให้เข้ามาร่วมพูดคุยด้วยเกี่ยวกับเรื่องของหงซาน นางจึงเดินอย่างสงบเสงี่ยมเข้าไปนั่งที่บริเวณด้านหนึ่งของโต๊ะเตี้ยขนาดพื้นโต๊ะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่กลางห้องพลางยกตัวเจ้าเหม่ยให้มานอนบนตักแล้วลูบขนมันเล่น ส่วนหงซานกับบิดานั้นนั่งฝั่งตรงข้ามกัน
   "เอาล่ะข้าขอเริ่มพูดเลยแล้วกัน.. เรื่องทั้งหมดที่เราต้องมาคุยวันนี้มันก็เป็นเพราะเจ้านั่นแหละ หงซาน!" เขาพูดก่อนจะชี้หน้าไปที่ผู้เป็นลูกชาย
   "เอ๋.. ท่านพ่อ ข..ข้าทำไมอย่างงั้นเหรอ?"
   "เจ้าวันๆเอาแต่ทำเรื่องไร้สาระและก่อกวนชาวบ้านเขาไปทั่ว ไม่ยอมหางานหาการทำ รวมถึงยังไม่ยอมหาหญิงหาสาวมาเป็นฮูหยินของตัวเองด้วย ไม่เคยคิดจะทำเรื่องอะไรที่มันเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวและแผ่นดิน ปีนี้เจ้าก็อายุ 17 ปีกว่าแล้วแท้ๆ แต่ยังคงทำตัวเหมือนเด็กๆ เจ้าคิดเหรอว่าแค่มีความสามารถด้านการปีนกำแพงและวิ่งหนีชาวบ้านจะสามารถอยู่รอดได้ในโลกใบนี้ หึ! อย่างเจ้าน่ะ ยังไม่สามารถเอาตัวรอดจากพวกโจรทะเลทรายหรือโจรป่าได้เลยกระมั้ง"
   พ่อของหงซานพูดรัวสั่งสอนและตำหนิติเตือนลูกชายด้วยน้ำเสียงปนโมโหจนตัวหงซานเองไม่กล้าที่จะโต้แย้งอะไรกลับไปเลย ส่วนผู้เป็นแม่นั้นก็นั่งฟังพ่อสอนลูกด้วยท่าทีสงบอย่างเงียบๆพลางลูบเขาเจ้าเหม่ยที่นอนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรทั้งนั้นไปเรื่อยๆ
   "ด้วยเหตุเหล่านี้ ข้าก็เลยจะเฉดหัวเจ้าให้ออกจากบ้านไปหาประสบการณ์และพึ่งพาตัวเองอยู่ข้างนอกนั่นจนกว่าจะสามารถหางานหาการทำหรือสามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยตัวเองได้ เมื่อถึงเวลานั้นแล้วเจ้าจึงค่อยกลับมาอยู่หรือเยี่ยมที่บ้านได้ เอาล่ะไปเตรียมข้าวของได้แล้ว!"
   "ด..เดี๋ยวสิท่านพ่อ! ข้ายังไม่พร้อมที่จะ.."
  "ไม่ต้องเถียงอะไรทั้งสิ้น!"
   "น่า..ทั้งพ่อทั้งลูกเลยอย่าเพิ่งทะเลาะกัน ท่านพี่ก็อย่าเพิ่งไล่ตะคอกลูกให้ออกจากบ้านเลย ท่านมาพูดเอาเวลาแบบนี้ใครจะปรับตัวทันเล่า.."
   "เห็นไหมท่านพ่อ? ท่านแม่เองก็บอกว่าข้ายังต้องเตรียมปรับตัวก่อนออกไปหาประสบการณ์นอกบ้านเลย"
   "ฮึ่ย! ฮูหยิน เจ้าก็เป็นเสียอย่างนี้ ลูกของพวกเราจึงกลายเป็นคนไม่เอาถ่านแบบนี้ไงล่ะ"
   "ท่านฟังข้าให้จบก่อนสิ ข้ากำลังจะบอกว่าท่านพี่น่ะอย่าเพิ่งรีบร้อนไล่ให้เขาไปเก็บข้าวของเตรียมไปข้างนอกกับไม่ให้เขากลับมาพบหน้าครอบครัวหากหางานทำไม่ได้เลย แต่เจ้าเองก็ควรจะทำอย่างที่พ่อบอกเหมือนกันนะหงซาน"
   หงซูผู้เป็นมารดาพูดบอกพ่อกับลูกชายที่ดูท่าว่าจะทะเลาะกันอีกแล้วก่อนจะลุกออกจากห้องไปไม่ถึงครึ่งเค่อแล้วกลับมาพร้อมกับห่อสัมภาระ หีบเงินร้อยชั่งและกระบี่ล้ำค่าเล่มหนึ่ง นางนั่งลงตรงที่เดิมที่นางนั่งก่อนหน้านี้พร้อมกับส่งของที่นำมาด้วยให้ลูกชาย
   "นี่จ้ะ อาหารและก็สิ่งของทั้งหมดที่เจ้าควรนำติดตัวไปด้วย แม่เตรียมไว้ให้หมดแล้ว"
   "เอ๊ะ.. ท่านแม่.."
   หงซานเมื่อเห็นว่าแม่ของเขานำสัมภาระมาส่งให้ถึงที่ราวกับเป็นการสื่อความหมายว่าเขาต้องออกไปหาประสบการณ์ด้านนอกในตอนนี้เลย เขาก็ตกใจและแสดงออกมาผ่านทางสีหน้าเหวอๆโดยทันที
   "เอาล่ะ ในเมื่อแม่ของเจ้าเตรียมของให้เสร็จสรรพแล้ว เจ้าก็ควรออกไปได้แล้ว! และไม่ต้องกลัวว่าจะโดนปล้นระหว่างทางด้วย เพราะยังไงเสียเจ้าก็มีวิชาวิ่งหนีเอาตัวรอดกับวิชาต่อสู้ที่ข้าเคยสอนไปบ้างแล้วนี่"
   พูดเสร็จเขาก็ลุกขึ้นแล้วดึงแขนลูกชายขึ้นมาพาไปที่ประตูกำแพงบ้านแล้วเหวี่ยงเบาๆให้พอที่หงซานจะออกไปจากเขตบ้านประมาณ 3 ฉื่อได้
  "ด..เดี๋ยวสิท่านพ่อ! ท่านแม่!.."
   "ลาก่อนเจ้าลูกชาย"
   "ไปดีมาดีนะหงซาน เขียนจดหมายกลับมาที่บ้านให้แม่บ่อยๆด้วยนะ"
   "เมี้ยว~ (ลาก่อนทาส)"
   หลังจากครอบครัวของหงซานอำลาลูกชายเสร็จ พวกเขาก็ปิดประตูกำแพงบ้านลงราวกับเป็นการไล่ให้เข้าออกไปจากบริเวณนั้นได้แล้วในทันที
   "ลาก่อนครับท่านพ่อท่านแม่.. และก็เจ้าเหม่ยด้วย.."
   เขาก้มหน้ายอมรับความต้องการของครอบครัวก่อนจะพูดอำลาด้วยเสียงเหงาหงอยปนเศร้านิดๆ แล้วจึงเดินทางออกจากเมืองเจียงโจวไปด้วยท่าทีเหมือนคนที่กำลังเสียใจ



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +20 คุณธรรม โพสต์ 2020-10-23 15:47

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +15 ชื่อเสียง +50 ความหิว -11 Point +15 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 50 -11 + 15

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าสีหมอก
เกราะฝาย
แปรรูปไม้
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x4
x30
x16
x2
x3
x19
x5
x8
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-11-24 05:50

ขึ้นไปด้านบน