ดู: 55|ตอบกลับ: 2

{ เมืองฉางซา } ศาลผู้เฒ่าจันทรา | 月下老人

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-9-18 22:22:17 |โหมดอ่าน


ศาลผู้เฒ่าจันทรา








【 ศาลเยว่เซี่ยเหล่าเหริน 】
【 เมืองฉางซา 】

สถานที่คู่รักและหนุ่มสาวโสดมักแวะเวียนมาสักการะ

 ผู้เฒ่าจันทรา  เทพเจ้าแห่งความรัก เป็นผู้เฒ่าที่มีด้ายแดง 

 ซึ่งเป็นเทพผู้บันดาลบุพเพสันนิวาส และการแต่งงานตามความเชื่อของชาวฮั่นโดยตั้งแต่ในอดีต หนุ่มสาวจีน ยังมีความนิยมไปขอพรเรื่องความรักกับ “เย่ว์เหล่า” หรือเทพเจ้าจันทรานี้ ชาวฮั่นเชื่อกันว่า หากได้ผูกด้ายแดงที่ต้นวาสนาในศาลผู้เฒ่าจันทรา 

เก็บกิ่งเล็กๆ มาใส่ถุงผ้าและพกติดกาย อธิษฐานขอพรอย่างบริสุทธ์ใจ หากเป็นคนโสดจะได้พบคู่แท้ที่เหมาะสมกัน

 หากเป็นคู่รักชีวิตจะราบรื่นไร้อุปสรรค






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 8

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-9-21 02:03:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ สรรพสิ่งยากที่การเริ่มต้น }
214
คุณหนูปักษากับศาลผู้เฒ่าจันทรา




               จะเข้าใจความรู้สึกเหม่ยเยว่เจี่ยเจี่ยเวลาเดินร่วมกับต้าเกอก็ครั้งนี้ นางว่ามันคงไม่พ้นคำว่า 'เขิน' แต่ก็ไม่น่าจะเขินในเหตุเดียวกันกับที่นางเป็นในตอนนี้ เพราะสิ่งที่หมายตาจะไปทำนั้นคือการแจกจ่ายอาหารให้ผู้ยากไร้ ดังนั้นดูเหมือนไป๋อวี้จะใส่ใจในการเลือกแต่ละสิ่งเป็นพิเศษ

               แต่นอกจากของทำทานแล้วนางก็ยังต้องดูของฝาก ในหัวจึงมีหลายความคิดตีกันไม่หยุดหย่อน อีกทั้งคนที่อยู่ข้างๆเสมอก็ดันเป็นตัวต้นเหตุในการทำให้ฟุ้งซ่านก็ตาม " ซือฟุอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม.. "

              เฮ่า


               " รองเท้า? " ดรุณีน้อยเหลือบมองบุรุษสีเงินเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะละสายตากลับมาดูแผงร้านค้ามากมายที่มีให้เลือกสรรสินค้าให้สนใจ นางใช้เวลาอยู่กับแผงร้านที่ตั้งใจจะหาของฝากมากกว่าของทำทานซะด้วยซ้ำ คิดแบบนี้ใจครึ่งนึงก็อยากจะเลือกให้ได้ไวๆอยู่ไม่น้อยเลย

                เฮ่า


               " จริงหรอ.. อื้อ จัดการเรื่องอาหารสำหรับแจกจ่ายให้เสร็จก่อนแล้วกัน " ได้ยินว่ามีแหล่งสินค้าที่น่าจะเหมาะกับบรรดาพี่สาวทั้งหลายที่นางรู้จัก ใบหน้าหวานก็ปรากฏรอยยิ้มโล่งใจ สหายสตรีนางมีไม่มาก ไม่น่าจะกินเวลามากมาย เพราะอย่างเหม่ยเยว่เจี่ยเจี่ยขอเพียงสิ่งใดมีรูปจันทรา หรือสีจัดจ้าน ก็ดูจะชอบเป็นพิเศษอยู่แล้ว หรือแบบพี่สาวหลานอาจจะต้องลองดูของกินท้องถิ่นไปฝากสักหน่อย นางรู้ดีว่าในใจบุรุษหากให้ยืนคอยสตรีนานเกินไปก็คงจะมีเบื่อหน่ายกันบ้าง

               เฮ่า


               " ย่านขายสินค้าสตรี.. จะเมืองไหนก็ครึกครื้นสินะ.. " โดยปกติหากไม่ใช่มาเดินเที่ยวสำรวจกลุ่มสตรีที่อาจจะได้เป็นลูกค้าของร้าน หากไม่มีความจำเป็นไป๋อวี้ก็ไม่ค่อยจะย่างกรายเข้ามาในเขตที่สตรีมากมายชวนปวดหัวสักเท่าไหร่ กลิ่นเครื่องหอมและประทินผิวมากมายตลบอบอวลเสียทั่วตรอก สตรีที่ประสาทสัมผัสดีเช่นนางยังมีเวียนหัวกับกลิ่นที่มากเกินไป ปกติจำต้องใช้ความสามารถในการแยกกลิ่นแต่ละสิ่งในป่า แต่ก็ไม่คิดว่าคงต้องเอามาใช้ในสถานการณ์นี้

               เฮ่า


              จังหวะนั้นเองยังได้มีสาวๆ ตาดีปานเหยี่ยวบังเอิญเห็นความลึกลับของชายหนุ่มเกศาเงิน บ้าเริ่มส่งสายตาซุบซิบสอบถามกันว่าคือผู้ใด มาจากไหน สูงสง่าผิดจากบุรุษชาวใต้ที่ค่อนข้างแคระเกร็น ไหนจะผิวพรรณสีหยกอุ่นเนียนสว่างจนนึกริษยา ว่าทำไมท่านไม่มาเป็นสตรีเสียให้รู้แล้วรู้รอด!!

               " ซือฟุ.. นี่อาจจะช่วยท่านได้นะ.. " นางเห็นคนยกเสื้อบังจมูกแล้วก็พอเข้าใจถึงความลำบากจึงยื่นผ้าเช็ดหน้าเนื้อผ้าดีที่พอจะป้องกันกลิ่นที่ทำให้หายใจลำบากได้อีกชั้น อาการนี้บุรุษก็เป็นกันทุกคน อย่างบิดานางแต่เดินผ่านหน้าซอยก็หน้าบึ้งแล้ว ยังดีที่ต้าเกอพอจะมีภูมิต้านทานบ้าง.. เพราะเขาจำเป็นจะต้องเป็นคนกลางระหว่างอาเตี่ยและอาเหนียง อีกมั้งยังต้องแนะนำนางให้รู้เรื่องรู้ราวอีก " ละแวกนี้อาจจะทำให้ท่านลำบากสักหน่อย.. แต่ข้าจะพยายามเลือกให้ไว "

               เฮ่า


               ‘ชิ!! ของดีเช่นนี้ปีๆ หนึ่งจะมีปรากฎมาสักกี่หน แล้วคนข้างๆ เค้าน่ะใคร.. ผู้ติดตามหรือสาวใช้ คงแค่สาวใช้นั่นล่ะแต่งตัวรึก็ธรรมดามิได้เหมาะสมเลยสักนิด!!’ คุณหนูที่จ่ายค่าเครื่องประดับเสร็จแล้วกำลังยืนรอรถม้า บังเอิญว่าทันสบตาผ่านๆ กับบุรุษผมเงินลึกลับเมื่อครู่ สองแก้มเอียงอายไม่เท่าไรก็เห็นหญิงสาวอีกรายส่งผ้าเช็ดหน้าให้เขา อกหักในสามวิเพียงแรกเจอ

             “คุณชาย รบกวนเก็บต่างหูชิ้นนั้นให้เซียงเอ๋อร์ทีนะเจ้าคะ” รายนี้มาเหนือเมฆ แสร้งเดินผ่านแล้วโปรยไข่มุกต่างหู อย่างน้อยขณะได้รับของคืนยังหาจังหวะขอบคุณถามไถ่ชื่อแซ่

               อืม.. ไม่ได้ต่างจากที่คิดเลยสักนิด.. ใบหน้าหวานของดรุณีน้อยยังมีความใจเย็นผสมกับแววตาขบขันอยู่หลายส่วน ซือฟุคนงามของนางดูท่าจะไปต้องตาคุณหนู แม่นางทั้งหลายได้โดยง่าย สตรีด้วนกันย่อมรู้ความคิด ไป๋อวี้ก้าวถอยมาสักก้าวยกยิ้มให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ถือเป็นการที่นางเปิดโอกาสให้สตรีที่หมายตาซือฟุบ้าง ไม่งั้นคงมีมองนางด้วยสายตาริษยาเคียดแค้นอีกแน่..

              ‘หึ.. ขอบใจที่รู้จักเจียมตน เอาไว้ถ้าเรื่องราวไปได้สวยจะตกรางวัลให้นางสักหนอ่ยก็แล้วกัน’ คุณหนูชุดส้มก้าวเข้ามาใกล้เบื้องหน้าผู้ที่นางหมายตาอีกสองก้าว ทำเสียงอ่อนหวานยิ่งกว่าเวลาเถียงกับพี่น้องขานอีกว่า “คุณชาย…”

               เฮ่า


               ในวันนี้คุณหนูเซียงได้ค้นพบแล้วว่า ‘หนึ่งยิ้มล่มเมือง’ คือสิ่งใด หัวใจเต้นตึกๆ กับพลังทำลายล้างแทบกระดอนออกจากอก ยืนบิดตัวเขินอยู่ด้านกน้าแผงน้ำชาท่ามกลางความริษยาของดรุณีวัยเดียวกันอีกหลายคน

               “ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณชาย ไม่ทราบว่าท่านจะช่วยเก็บต่างหูของข้าตรงนั้นให้ได้ไหม?”

                เฮ่า


                “.............” เพล้งง คล้ายมีเสียงบางอย่างแตกแต่คงไม่ใช่ถ้วยชาแน่นอน คุณหนูเซียงได้แต่ยืนมองอีกฝ่ายวางเหรียญค่าน้ำชาไว้ จากนั้นสะบัดชายเสื้อจากไป ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนไม่หันมามองใบหน้าของนางแม้เพียงเสี้ยว

                เฮ่า


               ไหล่สั่นสะท้านอย่างยากจะห้ามได้ มือบางยกขึ้นป้องริมฝีปาก ซ้อนรอยยิ้มขบขันขั้นสูงสุดเอาไว้อย่างไม่เนียนนัก เนื่องด้วยไป๋อวี้พอจะยังอยู่บริเวณนั้น ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแม่นางใจกล้าที่โชคร้ายสักหน่อยก็คงไม่ผิด ขยับย่อลงเก็บต่างหูไข่มุกมีค่าสูงลิ่วหากมองโดยตาเปล่า หยิบยื่นคืนแก่เจ้าของพร้อมด้วยคำพูดที่คล้ายจะตอกย้ำจิตใจไปอีกแรง " ของมีค่าเช่นนี้ คุณหนูโปรดเก็บรักษาให้ดี อย่าปล่อยให้ตกมั่วซั่วเลยเจ้าค่ะ "

               เป็นอีกครั้งที่ไม่ได้อยู่รอการตอบสนองของผู้ที่ถูกโจมตีโดยคำพูด ไป๋อวี้มีแผงร้านของฝากที่ตั้งใจดูไว้อยู่แล้ว เลื่อนสายตามองบุรุษสีเงินหรือก็คือคุณชายรูปงามทว่าเข้าหายากยิ่ง เหตุการณ์เมื่อครู่ดึงเอาความขบขันออกมากลบความเขินอายก่อนหน้านี้ได้อย่างดีเยี่ยม " คุณชายเช่นข้าหน้าตาคล้ายบ่าวคนใดของเจ้า..อย่างงั้นหรือ? ฮึ.. "

               กลายเป็นว่าดรุณีน้อยยกชายอาภรณ์ขึ้นป้องริมฝีปาก ดวงตาหรี่เล็กลงจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเมื่อหัวเราะ ใช้เวลาอยู่สักพักกว่าจะกลับมาเป็นรอยยิ้มเบาบางได้เช่นเคย " เฮ้อ.. ข้ากลับมาสนใจของน่าจะดีกว่า.. " ปัดมือไปมาพลางหันกลับไปเลือกดูเครื่องประดับที่เข้าตาแม้ว่าจะยังไม่อาจลืมใบหน้าของคุณหนูผู้โชคร้ายคนนั้นได้ เท่าที่ดูตอนนี้ได้กำไลหยกขาวฉลุทองรอบเป็นรูปพระจันทร์ หากเหม่ยเยว่เจี่ยเจี่ยได้ชิ้นนี้ไปมีกระโดดขอบคุณนางแน่ๆ

.
.
.

               หลังจากผ่านการเลือกซื้อสินค้าฝากสหายทั้งหลายทั้งแหล่ หน้าศาลผู้เฒ่าจันทราแห่งเมืองฉางซา โต๊ะถูกตั้งไว้วางข้าวของสำหรับการแจกจ่ายทำทานให้ผู้ยากไร้ที่เดินต่อแถวกันมารับ บ้างก็เป็นเด็ก บ้างก็เป็นผู้อาวุโส ทุกครั้งก็จะมีดรุณีน้อยช่วยยกของวางของหรือคอยพยุงสำหรับบางคนที่แท้จริงแล้วร่างกายไม่พร้อมจะมาแต่ก็ยังต้องมาเนื่องจากไม่มีใครมาแทนเขา

               วุ่นวายที่สุดสำหรับดรุณีน้อยคือการจับเจ้าพวกเด็กตัวเล็กตัวน้อยมาเช็ดหน้าเช็ดตาก่อนไปรับของ มันอดไม่ได้จริงๆที่จะปล่อยเฉยไปแบบนี้ เลยเรียกได้ว่าเป็นการทำทานครั้งที่ไป๋อวี้ดูจะพอใจกับผลที่ออกมาเยอะที่สุด อย่างน้อยได้ช่วยเหลือ ก็ถือว่าดีพอแล้ว

                เฮ่า


               ทำทานผ่านไปได้โดยดี ตอนท้ายก็ตัดสินใจแวะเข้าสักการะศาลผู้เฒ่าจันทราสักหน่อย โดยปกติแล้วนางเข้าแต่ศาลเจ้าแม่หนี่วา เพราะชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะมาขอพรความรักหรือขออะไรเกี่ยวกับเทพผู้เฒ่าจันทราเลยสักนิด จึงไม่แปลกหากการที่จะมาเข้าศาลเทพแห่งชะตาแล้วจะดูมึนๆงงๆไปสักหน่อย " .. ซือฟุ ท่านเคยสักการะผู้เฒ่าจันทราไหม ? อาจจะดูแปลกไปหน่อยแต่ข้าไม่เคยเลย.. "

                 เฮ่า


               " ต้นวาสนา? " น้ำเสียงนุ่มดังขึ้นเป็นเชิงถาม ขณะที่มือก็รับเอาธูปที่ซือฟุคนงามมอบให้ มิใช่ว่าแบบนี้สมควรจะเป็นศิษย์ทำให้อาจารย์หรอกหรือ .. แต่เอาเป็นว่าครั้งนี้ศึกษาการเข้าศาลผู้เฒ่าจันทราไปก่อนแล้วกัน ยิ่งถ้าหากสามารถขอพรนอกเหนือจากเรื่องความรักได้ แบบนั้นก็จัดว่าดียิ่ง เพราะนางมิทราบว่าควรจะขออะไรที่เกี่ยวพันกับเรื่องความรัก หรือแม้แต่วาสนา สำหรับนางการอธิษฐานขอพรคือเรื่องของการตั้งเป้าหมาย เพราะเทพชั้นฟ้ามิอาจช่วยได้เสมอ ในเมื่อขอพรได้ ก็เท่ากับว่ารู้ว่าตนเองต้องการอะไร และก็สมควรที่จะพยายามทำอะไรก็ตามที่ส่งให้คำขอพรนั้นเป็นจริง


                  เฮ่า


               ร่างบางจัดการคุกเข่าลงที่เบาะรองอย่างใจเย็น จงถึงเวลาสุดท้ายนางก็ยังมิทราบว่าสมควรจะขอสิ่งใดต่อเทพวาสนา เปลือกตาปิดลงเพื่อตั้งสมาธิและใช้ความคิด ชีวิตนี้นางมีสิ่งที่เคยต้องการอยู่ไม่มาก นั้นก็คงไม่พ้นการที่อยากจะให้คนรอบกายนางนั้นมีความสุข แต่ไม่ว่าจะไปศาลใดๆ ก็ขอแต่เรื่องนี้ บางทีตัวเองก็อยากจะขอสิ่งใหม่แต่เหมือนจะคิดไม่ค่อยออกสักเท่าไหร่นัก.. ลมหายใจถูกพ่นออกมาทางริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนที่คำอธิษฐานจะถูกขอออกมาในความคิด ' ขอให้อุปสรรคใดๆในชีวิตจางหาย และขอให้ทุกคนที่นางได้รู้จักนั้นพบพานกับชะตาวาสนาที่ดี '

               ชั่วขณะนึงที่ไป๋อวี้พลันคิดไปถึงบางคนที่ตามหา แต่หลังจากติตรองดูแล้ว วาสนาข้าและวาสนาเขาคงจะไม่ได้ส่งเสริมกันจริงๆ เป็นเพียงการคาบเกี่ยวในชีวิตชั่วคราว ก่อนจะต้องแยกกันไป ดังนั้นขอให้คนที่เกี่ยวพันกันจริงๆ สิ ถึงจะเป็นคำขอที่คุ้มค่าและนางก็น่าจะส่งเสริมได้

               เฮ่า


               ดรุณีน้อยปักธูปตั้งสมาธิตามปกติที่เคยทำ เสียงคนด้านข้างที่ลุกไปก็พอจะทำให้รู้สึกตัว แต่นางก็ยังทิ้งเวลาไว้อีกสักระยะก่อนที่จะลุกตามไปอย่างเงียบๆ เพราะมัวแต่มองดูการจัดสร้างและโครงสร้างศาล พอมีคนทักสักหน่อยก็สะดุ้งไปโดยปริยาย " เซียมซี..? " นัยน์ตารัตติกาลเลื่อนมองกระบอกไม้ไผ่ที่คุ้นตาเวลาเข้าศาลเจ้า สมัยยังเยาว์เวลาตามอาเหนียงมานางก็ชอบนักแลกับการเขย่าเจ้ากระบอกนี้

               " สำหรับข้า.. สิ่งที่เลือกถาม ก็คงไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อตัวเองสักเท่าไหร่ ท่านล่ะซือฟุ ไม่ลองสักหน่อยหรือ? " น้ำเสียงนุ่มเอ่ยอย่างราบเรียบ ทั้งที่นางไล่สายตามองบรรดาเครื่องรางในศาลเจ้าด้วยความสนใจ สลับกับตู้ใส่พวกของอีกสารพัดในศาล ' จะที่ไหนก็มีคล้ายๆกันเลยสินะ.. '

                  เฮ่า


               " เอางั้นหรือ? " ถามย้ำให้แน่ใจพลางหรี่ตามองบุรุษสีเงินอย่างสงสัย คนเราทุกคนล้วนมีคำถาม แต่ก็จริงอยู่ที่ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องการคำตอบ แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยลองทำอะไรอย่างเช่นนี้ หากจะบอกว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจนั้นก็ไม่แปลก " ได้สิ ! ซือฟุเสนอสิ่งที่น่าสนใจมาเช่นนี้ มีหรือที่ข้าจะปฏิเสธ "

               เฮ่า


               ไม่น่าจะเคยมีใครทำอะไรแบบนี้แน่ ดรุณีน้อยส่ายศีรษะเล็กน้อยด้วยความอ่อนใจ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะกระบอกเซียมซี ปิดเปลือกตาตั้งสมาธิ ' คนๆนั้นที่ข้าตามหามาตลอด สรุปแล้วเขาอยู่ที่ใดกันแน่ ' หัวคิ้วเรียวชนกันแต่เพียงเล็กน้อย นี่เป็นคำถามที่นางทั้งหวังว่าจะได้คำตอบ และก็หวังว่าจะไม่ได้ เมื่อคำอธิษฐานจบลงดรุณีน้อยลืมตาขึ้นมองผู้ร่วมเสี่ยงทาย ถามเสร็จรึยังนางก็ไม่ทราบ แต่เอาเป็นว่าเริ่มเขย่าไปเลยแล้วกัน

                กระบอกถูกมือทั้งสองเขย่ารังแกเพียงไม่นาน จังหวะส่ายซวนเซเพราะไม่ถนัดนัก แรงส่งหยินหยางทำเอาผู้เฒ่าจันทราบนฟ้ารุ้สึกกลัดกลุ้มใจกับสิ่งนี้ ไหนจะคำถามจองทั้งสองฝ่าย ที่เชื่อว่าเรียกเทพไท้ทั้งสวรรค์เก้าชั้นฟ้ามาชมดูคงจะหัวร่องอหงายเป็นแน่ ท้ายสุดการตนัดดีดเบาๆ คำตอบของเทพเจ้าก็ร่วงหล่นมาเป้นไม้ติ้วชิ้นหนึ่ง



             เฮ่า


               " … ไม่เห็นได้คำตอบเลย.. " หญิงสาวพึมพัมแผ่วเบา มือบางขยับเข้าทาบแก้มตัวเองอยู่ข้างนึง สายตาสงสัยปนเสียดาย ความหวังจะตามหาคงริบหรี่เข้าแล้วจริงๆ ผู้มีพันธะเกี่ยวพันกันคนนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หรือนางจะไม่มีโอกาสได้คืนแหวนหยกนั้นให้เจ้าของจริงๆงั้นสินะ.. " รู้แบบนี้ข้าถามอย่างอื่นน่าจะดีกว่า.. " รู้ทั้งรู้ว่าคงยากแต่ก็ยังเลือกจะถาม ไป๋อวี้นะไป๋อวี้ พลาดไปซะแล้วสิ..

               เฮ่า


               ข้าย้อนกลับไปอธิษฐานใหม่จะได้ไหมล่ะเนี่ย.. ดรุณีน้อยรับเอาด้ายแดงมาจากฝ่ามือของซือฟุคนงามพร้อมด้วยพินิจพิเคราะห์ดูว่าสมควรจะทำเช่นไรกับมัน หากให้เอาไปผูกก็ไม่ได้ยาก แต่การจะผูกนั้นสมควรจะเป็นเช่นไรเป็นพิเศษไหมเนี่ยสิ " มีเงื่อนไขอะไรในการผูกด้ายแดงนี้บ้างไหมซือฟุ? " เพราะยังไงดูท่าสิ่งที่ได้จากศาลก็คงไม่เท่าใดนัก อย่างน้อยทำให้ครบพิธีการของเขา ไม่แน่เทพวาสนาอาจจะพอเห็นใจนางบ้าง

               เฮ่า


              " ยิ่งสูงยิ่งมีโอกาส.. แบบนี้คนสูงอย่างพวกซือฟุก็ได้เปรียบชัดๆเลยนี่นา.. " ลืมนึกไปว่าโดยปกติผู้ที่มักจะมาขอพรกันที่ศาลนี้ก็ไม่พ้นเหล่าสตรี คุณหนูบ้านนู้น ฮูหยินบ้านนี้ ดังนั้นความสูงที่พอจะมีให้เห็นจึงไม่ได้สูงจัดเช่นการอาศัยบุรุษผูก ขนาดขอพรยังลำเอียงให้บุรุษ ในความคิดของไป๋อวี้ดูท่าคำทำนายจะทำให้นางลืมมองสิ่งที่ควรจะเป็นไปได้โดยง่าย

                เฮ่า


               " มันผูกแทนกันได้ด้วยหรือ? " ถึงจะมีความสงสัยแต่ดรุณีน้อยก็ยังรับเอาด้ายแดงของคนเป็นอาจารย์มาไว้ในมือ กระพริบตาปริบๆมองการแก้ปัญหาของซือฟุคนงามแล้วก็ได้แต่ถอดถอนใจ นางตัดพ้อเล็กน้อย เหตุไฉนตอบสนองเกินคาดได้ขนาดนี้ พามาซะจนถึงยอดต้นวาสนาโบราณ ใบหน้าหวานทราบดีถึงความสามารถวิชาตัวเบาเป็นเลิศ แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกเอามาใช้ในวิธีนี้ มือบางขยับจับดูกิ่งที่ง่ายต่อการผูกที่สุด เริ่มจากผูกให้อาจารย์ไว้กิ่งที่สูงๆ เอาให้สูงเสียดฟ้า

              ตามมาด้วยกิ่งต้นวาสนาอันน้อยที่ถูกจับจองโดยด้ายแดงของตัวนางเอง ผูกให้แน่นหนายากจะแกะสมกับความสามารถของลูกสาวร้านอาภรณ์ที่ผูกออกมาได้อย่างสวยงามแน่นหนาและใช้เวลาในการผูกน้อยนิด " เรียบร้อย.. "

              เฮ่า


               " จริงหรอ? งั้น.. ขยับมากิ่งข้างๆของข้าแล้วกัน " หากเป็นผู้อื่นมาแกะคาดว่าน่าจะใช้เวลานานเป็นเค่อ ยิ่งถ้าดึงพลาดจุดก็จะไม่มีวันแก้ปมที่เอาแต่รัดแน่นกว่าเดิมได้ แต่คนแกะในครั้งนี้คือคนผูก จึงใช้เวลาเพียงไม่นาน ซือฟุเขาขอให้ขยับก็ขยับลงมาสักหน่อย อยู่เป็นกิ่งข้างๆกิ่งที่มีด้ายแดงของนางอยู่ ให้สองด้ายแดงนี้อยู่เป็นเพื่อนกันไปจะได้ไม่เหงาหงอยก็แล้วกัน " เท่านี้ดีรึยัง? " ผูกเอาไว้ทบนึงก่อนยังไม่ย้ำให้แน่นมาก เพื่อว่าซือฟุอยากจะปรับอยากจะเปลี่ยนตรงจุดใดอีก

               เฮ่า


               " อื้อ นัดหมายกับเจ้าสำนักไว้แล้วจะผิดนัดเอาไม่ได้ " รอยยิ้มเบาบางบนใบหน้า นึกย้อนแล้ววันนี้สามารถกระทำหลายสิ่งบรรลุไดัตามที่ต้องการ ไปหอตำราก็ได้บทเพลงให้มาศึกษา จะมาศาลเจ้าก็ได้ทำบุญทำทาน อธิษฐานขอพร ถามคำถาม ที่ถึงแม้ว่าคำตอบจะไม่ได้ช่วยสักเท่าไหร่ แต่ก็จัดว่าน่าพอใจ แถมยังได้ของฝาก อีกไม่นานก็จะได้ไปเยี่ยมสำนักผ้าปักเพื่อดูลายอีก การมาฉางซาครั้งนี้จัดว่าคุ้มค่ากว่าที่นางคิดมากนัก



เปิดหมด


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 10:18
คุณได้รับ +150 คุณธรรม +50 ความชั่ว +315 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 10:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -62 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -62 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสือดาวนัสเคียร์
พู่หยกเฟยตันฉีหลิง
ชุดหงยวี่ช่างหลิว
พัดมยุรามรกต
กำไลลู่เหลียนหรง
วิชาอิงหย่งขั้นสูง
รูปปั้นเทพีวีนัส
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x1
x8
x18
x1
x1
x200
x45
x5
x20
x10
x4
x1
x2
x20
x25
x30
x4
x36
x2
x164
x1
x10
x20
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x2
x100
x100
x100
x100
x1
x1
x25
x50
x1
x1
x2
x589
x6
x1
x3
x4
x2
x2
x42
x14
x150
x5
x320
x100
x1
x1
x1
x10
x93
x40
x11
x4
x1
x20
x18
x199
x44
x261
x10
x10
x341
x7
x100
x440
x12
x44
x50
x8
x5
x18
x10
x148
x6
x4
x2
x1
x100
x100
x120
x2
x2
x459
x50
x210
x7342
x839
x226
x100
x15
x200
x3
x4
x100
x200
x4
x200
x2
x1
x4
x1
x2
x10
x15
x10
x2
x30
x20
x2
x80
x34
x70
x210
x200
x20
x3
x50
x200
x1
x50
x512
x7
x262
x60
x100
x22
x350
x263
x1055
x130
x1
x15
x1
x1
x114
x2
x100
x2
x5
x2
x1
x100
x1
x10
x1
x16
x1
x2
x20
x5
x4
x140
x22
x7
x8
x2
x70
x1
x2
x1
x332
x15
x5
x7
x13
x3
x1
x215
x30
x368
x30
x22
x269
x20
x1090
x96
x552
x2490
x2
x5
x502
x40
x300
x2200
x100
x100
x100
x230
x1296
x15
x1
x10
x45
x20
x70
x53
x160
x225
x6
x850
x50
x350
x20
x45
x50
x2
x1
x120
x140
x40
x85
x7
x32
x290
x12
x125
x37
x1
x55
x150
x2000
x64
x32
x89
x8000
x9999
x8000
x100
x2
x1895
x603
x88
x90
x69
x30
x135
x74
x49
x228
โพสต์ 2020-9-21 05:44:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
วังวนลิขิตเจ็ดเดือนเจ็ด
2019
คนเคียงเสี่ยงทาย

               จะเข้าใจความรู้สึกเหม่ยเยว่เจี่ยเจี่ยเวลาเดินร่วมกับต้าเกอก็ครั้งนี้ นางว่ามันคงไม่พ้นคำว่า 'เขิน' แต่ก็ไม่น่าจะเขินในเหตุเดียวกันกับที่นางเป็นในตอนนี้ เพราะสิ่งที่หมายตาจะไปทำนั้นคือการแจกจ่ายอาหารให้ผู้ยากไร้ ดังนั้นดูเหมือนไป๋อวี้จะใส่ใจในการเลือกแต่ละสิ่งเป็นพิเศษ

               แต่นอกจากของทำทานแล้วนางก็ยังต้องดูของฝาก ในหัวจึงมีหลายความคิดตีกันไม่หยุดหย่อน อีกทั้งคนที่อยู่ข้างๆเสมอก็ดันเป็นตัวต้นเหตุในการทำให้ฟุ้งซ่านก็ตาม " ซือฟุอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม.. "

              คนด้านข้างอย่างบุรุษเกศาเงินนั้นกำลังสนใจพู่ประดับพัดจากแผงข้างๆ อยู่ เมื่อได้ยินเสียงหวานเอ่ยถาม เขาก็สามารถละสายตากลับมาได้ทันท่วงที “ข้าเชื่อว่าสิ่งที่ตนต้องการจริงๆ นั้น น่าจะเป็นของที่ไม่ใช่แค่อาศัยเงินก็สามารหาซื้อมาได้ ก็เลยไม่ค่อยมีความคิดเป็นพิเศษ.."

               "แต่หากเจ้าหมายถึงของที่อาจเป็นประโยชน์ล่ะก็ ไม่ลองดูรองเท้าคู่ใหม่ให้ตัวเองเสียหน่อย? เดินทางติดต่อกัน ใช้งานทุกวันต้องมีสึกหรอวันหนึ่งก็ต้องเปลี่ยน หาไว้แต่เนิ่นๆ แบบนี้ไม่ฉุกละหุกเข้าจวนตัว”

               " รองเท้า? " ดรุณีน้อยเหลือบมองบุรุษสีเงินเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะละสายตากลับมาดูแผงร้านค้ามากมายที่มีให้เลือกสรรสินค้าให้สนใจ นางใช้เวลาอยู่กับแผงร้านที่ตั้งใจจะหาของฝากมากกว่าของทำทานซะด้วยซ้ำ คิดแบบนี้ใจครึ่งนึงก็อยากจะเลือกให้ได้ไวๆอยู่ไม่น้อยเลย

                “อ้อ จริงสิ.. ดูจากระดับฝีมือการเย็บปักของเจ้า บางทีของที่มีวางขายในท้องตลาดอาจดูด้อยค่าไป….” ฟังประโยคแรกอาจเหมือนไม่มีอะไร แต่ประโยคหลังนั่นคือการกล่าวชมอย่างเป็นธรรมชาติ บุรุษเป็นฝ่ายเดินด้านนอกเวลามีรถม้าขับผ่านจะได้เฝ้าระวังให้นางได้ “เผื่อว่าเจ้าต้องการหาของฝากไปให้สหายที่เป็นสตรี ตรอกหงชวนทางฝัง่ตรงข้ามข้าสอบถามแล้ว ดูจะมีข้าวของเครื่องใช้เหล่าสตรีนิยมอยู่ไม่น้อย อยากลองไปเดินดูสักหน่อยไหม?”

               " จริงหรอ.. อื้อ จัดการเรื่องอาหารสำหรับแจกจ่ายให้เสร็จก่อนแล้วกัน " ได้ยินว่ามีแหล่งสินค้าที่น่าจะเหมาะกับบรรดาพี่สาวทั้งหลายที่นางรู้จัก ใบหน้าหวานก็ปรากฏรอยยิ้มโล่งใจ สหายสตรีนางมีไม่มาก ไม่น่าจะกินเวลามากมาย เพราะอย่างเหม่ยเยว่เจี่ยเจี่ยขอเพียงสิ่งใดมีรูปจันทรา หรือสีจัดจ้าน ก็ดูจะชอบเป็นพิเศษอยู่แล้ว หรือแบบพี่สาวหลานอาจจะต้องลองดูของกินท้องถิ่นไปฝากสักหน่อย นางรู้ดีว่าในใจบุรุษหากให้ยืนคอยสตรีนานเกินไปก็คงจะมีเบื่อหน่ายกันบ้าง

               “ได้สิ.. ส่วนถ้าจะหาของฝากให้สถายที่เป็นบุรุษ หรือคนรู้ใจ… ข้าจะช่วยดูให้อีกที”

               ร่างสูงหลังจากสั่งข้าวสารอาหารแห้งหลายสิบกระสอบให้คนลากเกวียนส่งไปยังศาลเจ้าล่วงหน้าแล้ว ก็ได้พาดรุณีเน่งน้อยไปยังตรอกที่จำหน่วยวัตถุดิบเกี่ยวกับเครื่องสวมใส่โดยเฉพาะ ‘ผานซุ่นเคยบอกว่าขอแค่เป็นสตรี กว่าครึ่งล้วนชื่นชอบความสวยงาม จะมากจะน้อยก็ยังใส่ใจเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองบ้าง.. ไหนๆ ก็ผ่านทางแล้ว แวะสักหน่อยแล้วกัน’ ตรอกเหล่านี้ยามปกติอย่าว่าแต่เดินเข้า หลงเฮ่าแทบจะหลีกเลี่ยงด้วยซ้ำ เหตุเพราะกลิ่นแป้งผัดหน้าบางชนิดทำให้เขาคันจมูกไปหลายวัน

               " ย่านขายสินค้าสตรี.. จะเมืองไหนก็ครึกครื้นสินะ.. " โดยปกติหากไม่ใช่มาเดินเที่ยวสำรวจกลุ่มสตรีที่อาจจะได้เป็นลูกค้าของร้าน หากไม่มีความจำเป็นไป๋อวี้ก็ไม่ค่อยจะย่างกรายเข้ามาในเขตที่สตรีมากมายชวนปวดหัวสักเท่าไหร่ กลิ่นเครื่องหอมและประทินผิวมากมายตลบอบอวลเสียทั่วตรอก สตรีที่ประสาทสัมผัสดีเช่นนางยังมีเวียนหัวกับกลิ่นที่มากเกินไป ปกติจำต้องใช้ความสามารถในการแยกกลิ่นแต่ละสิ่งในป่า แต่ก็ไม่คิดว่าคงต้องเอามาใช้ในสถานการณ์นี้

               “ได้เห็นกี่รอบก็ยังรู้สึกว่า.. ไม่ชินเลยสักนิด”

                ถึงกับต้องยกชายเสื้อบังจมูกที่ไวเกินปหติมนุษย์ของตนเอง เหล่าคุณหนูคุณนายแห่งนครฉางซากำลังเลือกซื้อต่อราคากันเจี้ยวจ้าว แม้แต่นางคณิกายังผัดหน้าแฉล้มเกี่ยวแขนผู้อุปถัมป์ของพวกนางมาเลือกชาดทาปาก ผงแป้งไข่มุกทะเลใต้เอย ต่างหูทองอัญมณีแดนตะวันตก ครอบเล็บลวดลายปราณี หรือแม้แต่ช้องผมปลอมอันใหญ่ก็มีให้เลือกสรร เอาล่ะหลิงเฮ่าเชื่อว่าหญิงสาวทุกคนจะได้ของที่ต้องการจากที่นี่… แต่สำหรับบุรุษเช่นเขา ขอแค่อากาศหายใจก็เพียงพอ

              จังหวะนั้นเองยังได้มีสาวๆ ตาดีปานเหยี่ยวบังเอิญเห็นความลึกลับของชายหนุ่มเกศาเงิน บ้าเริ่มส่งสายตาซุบซิบสอบถามกันว่าคือผู้ใด มาจากไหน สูงสง่าผิดจากบุรุษชาวใต้ที่ค่อนข้างแคระเกร็น ไหนจะผิวพรรณสีหยกอุ่นเนียนสว่างจนนึกริษยา ว่าทำไมท่านไม่มาเป็นสตรีเสียให้รู้แล้วรู้รอด!!

               " ซือฟุ.. นี่อาจจะช่วยท่านได้นะ.. " นางเห็นคนยกเสื้อบังจมูกแล้วก็พอเข้าใจถึงความลำบากจึงยื่นผ้าเช็ดหน้าเนื้อผ้าดีที่พอจะป้องกันกลิ่นที่ทำให้หายใจลำบากได้อีกชั้น อาการนี้บุรุษก็เป็นกันทุกคน อย่างบิดานางแต่เดินผ่านหน้าซอยก็หน้าบึ้งแล้ว ยังดีที่ต้าเกอพอจะมีภูมิต้านทานบ้าง.. เพราะเขาจำเป็นจะต้องเป็นคนกลางระหว่างอาเตี่ยและอาเหนียง อีกมั้งยังต้องแนะนำนางให้รู้เรื่องรู้ราวอีก " ละแวกนี้อาจจะทำให้ท่านลำบากสักหน่อย.. แต่ข้าจะพยายามเลือกให้ไว "

               “ไม่ต้องห่วงข้าหรอกระยะเท่านี้ยังสามารถทนได้หากมีต้าหงเผาสักป้าน..ข้าก็พอไหว ใช้เวลาให้เต็มที่ เจ้ามิใช่มาฉางซาบ่อยๆ หากขาดเหลือก็บอกข้า” รับเอาผ้าเช็ดหน้านั้นมาสัมผัสผ้าลื่นเรียบคนละผืนกับใช้เช็ดฝุ่นในหอตำรา ด้วยค่อนข้างพอใจในความสะอาดตนจึงยกขึ้นปิดจมูกไว้ด้วยท่าทีปลอดโปร่ง แน่นอน ไม่มีเวลาไปใส่ใจกับสายตาคนรอบข้างที่ได้ซึมซับท่าทีสนิทสนมของทั้งสองแปรเป็นดวงไฟในสายตา หลิงเฮ่าจับจองโต๊ะในร้านน้ำชาข้างๆ กัน เชิงว่าข้าจะอยุ่ตรงนี้ ส่วนเจ้าเลือกดูได้ตามสบาย

               ‘ชิ!! ของดีเช่นนี้ปีๆ หนึ่งจะมีปรากฎมาสักกี่หน แล้วคนข้างๆ เค้าน่ะใคร.. ผู้ติดตามหรือสาวใช้ คงแค่สาวใช้นั่นล่ะแต่งตัวรึก็ธรรมดามิได้เหมาะสมเลยสักนิด!!’ คุณหนูที่จ่ายค่าเครื่องประดับเสร็จแล้วกำลังยืนรอรถม้า บังเอิญว่าทันสบตาผ่านๆ กับบุรุษผมเงินลึกลับเมื่อครู่ สองแก้มเอียงอายไม่เท่าไรก็เห็นหญิงสาวอีกรายส่งผ้าเช็ดหน้าให้เขา อกหักในสามวิเพียงแรกเจอ

              “คุณชาย รบกวนเก็บต่างหูชิ้นนั้นให้เซียงเอ๋อร์ทีนะเจ้าคะ” รายนี้มาเหนือเมฆ แสร้งเดินผ่านแล้วโปรยไข่มุกต่างหู อย่างน้อยขณะได้รับของคืนยังหาจังหวะขอบคุณถามไถ่ชื่อแซ่

               อืม.. ไม่ได้ต่างจากที่คิดเลยสักนิด.. ใบหน้าหวานของดรุณีน้อยยังมีความใจเย็นผสมกับแววตาขบขันอยู่หลายส่วน ซือฟุคนงามของนางดูท่าจะไปต้องตาคุณหนู แม่นางทั้งหลายได้โดยง่าย สตรีด้วนกันย่อมรู้ความคิด ไป๋อวี้ก้าวถอยมาสักก้าวยกยิ้มให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ถือเป็นการที่นางเปิดโอกาสให้สตรีที่หมายตาซือฟุบ้าง ไม่งั้นคงมีมองนางด้วยสายตาริษยาเคียดแค้นอีกแน่..

              ‘หึ.. ขอบใจที่รู้จักเจียมตน เอาไว้ถ้าเรื่องราวไปได้สวยจะตกรางวัลให้นางสักหนอ่ยก็แล้วกัน’ คุณหนูชุดส้มก้าวเข้ามาใกล้เบื้องหน้าผู้ที่นางหมายตาอีกสองก้าว ทำเสียงอ่อนหวานยิ่งกว่าเวลาเถียงกับพี่น้องขานอีกว่า “คุณชาย…”

               “...เจ้าหมายถึงข้ารึ?” ต้าหงเผาหนึ่งกำลงร้อนได้ที่เขาแทบไม่อยากเสียดวลาที่จะรินและดื่มมันดับรสเลี่ยนฝาดในลำคอเลยด้วยซ้ำ ต่อเมื่อเห้นการ ‘หลีกทาง’ ให้ของลูกศิษย์ตน เดิมทีกำลังอารมณ์ดีจึงเพียงหยักยิ้มตอบ

               ในวันนี้คุณหนูเซียงได้ค้นพบแล้วว่า ‘หนึ่งยิ้มล่มเมือง’ คือสิ่งใด หัวใจเต้นตึกๆ กับพลังทำลายล้างแทบกระดอนออกจากอก ยืนบิดตัวเขินอยู่ด้านกน้าแผงน้ำชาท่ามกลางความริษยาของดรุณีวัยเดียวกันอีกหลายคน

               “ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณชาย ไม่ทราบว่าท่านจะช่วยเก็บต่างหูของข้าตรงนั้นให้ได้ไหม?”

               “อ่อ….” ฝ่ายบุรุษกลับวางเฉยและยกชารสเข้มขึ้นจิบ ฝานั้นปาดผิวชาเบาๆ ประโยคต่อมาเย็นชาแล้งน้ำใจอย่างถึงที่สุด “คุณชายเช่นข้าหน้าตาคล้ายบ่าวคนใดของเจ้าหรือ? เรื่องนี้กลับไม่เคยทราบมาก่อน ธุระมากหนทางแคบคงต้องขอตัว”
                 ตื้นเขินนัก.. คิดว่าผู้ฝึกยุทธ์เช่นเขาจะไม่ทันมองหรือว่าเจ้า ‘ต่างหู’ เจ้าปัญหาเนี่ยมันมีที่มาอย่างไร

                 “.............” เพล้งง คล้ายมีเสียงบางอย่างแตกแต่คงไม่ใช่ถ้วยชาแน่นอน คุณหนูเซียงได้แต่ยืนมองอีกฝ่ายวางเหรียญค่าน้ำชาไว้ จากนั้นสะบัดชายเสื้อจากไป ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนไม่หันมามองใบหน้าของนางแม้เพียงเสี้ยว

                เปลี่ยนจากนั่งรอเป็นเดินตามติดการเลือกซื้อของฝากเหมยไป๋อวี้ชนิดเงาตามตัว สำหรับเสิ่นหลิงเฮ่าแล้ว การที่เขาดูแลสตรีผู้หนึ่งเป็นอย่างดี นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาต้องดูแลสตรีทั้งหมดในระดับและดีต่อพวกนางอย่างเท่าเทียมกันด้วย ทั้งหมดอยู่ที่คำว่า ‘พอใจ’ หรือ ‘รำคาญ’

               ไหล่สั่นสะท้านอย่างยากจะห้ามได้ มือบางยกขึ้นป้องริมฝีปาก ซ้อนรอยยิ้มขบขันขั้นสูงสุดเอาไว้อย่างไม่เนียนนัก เนื่องด้วยไป๋อวี้พอจะยังอยู่บริเวณนั้น ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแม่นางใจกล้าที่โชคร้ายสักหน่อยก็คงไม่ผิด ขยับย่อลงเก็บต่างหูไข่มุกมีค่าสูงลิ่วหากมองโดยตาเปล่า หยิบยื่นคืนแก่เจ้าของพร้อมด้วยคำพูดที่คล้ายจะตอกย้ำจิตใจไปอีกแรง " ของมีค่าเช่นนี้ คุณหนูโปรดเก็บรักษาให้ดี อย่าปล่อยให้ตกมั่วซั่วเลยเจ้าค่ะ "

               เป็นอีกครั้งที่ไม่ได้อยู่รอการตอบสนองของผู้ที่ถูกโจมตีโดยคำพูด ไป๋อวี้มีแผงร้านของฝากที่ตั้งใจดูไว้อยู่แล้ว เลื่อนสายตามองบุรุษสีเงินหรือก็คือคุณชายรูปงามทว่าเข้าหายากยิ่ง เหตุการณ์เมื่อครู่ดึงเอาความขบขันออกมากลบความเขินอายก่อนหน้านี้ได้อย่างดีเยี่ยม " คุณชายเช่นข้าหน้าตาคล้ายบ่าวคนใดของเจ้า..อย่างงั้นหรือ? ฮึ.. "

               กลายเป็นว่าดรุณีน้อยยกชายอาภรณ์ขึ้นป้องริมฝีปาก ดวงตาหรี่เล็กลงจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเมื่อหัวเราะ ใช้เวลาอยู่สักพักกว่าจะกลับมาเป็นรอยยิ้มเบาบางได้เช่นเคย " เฮ้อ.. ข้ากลับมาสนใจของน่าจะดีกว่า.. " ปัดมือไปมาพลางหันกลับไปเลือกดูเครื่องประดับที่เข้าตาแม้ว่าจะยังไม่อาจลืมใบหน้าของคุณหนูผู้โชคร้ายคนนั้นได้ เท่าที่ดูตอนนี้ได้กำไลหยกขาวฉลุทองรอบเป็นรูปพระจันทร์ หากเหม่ยเยว่เจี่ยเจี่ยได้ชิ้นนี้ไปมีกระโดดขอบคุณนางแน่ๆ

.
.
.

               หลังจากผ่านการเลือกซื้อสินค้าฝากสหายทั้งหลายทั้งแหล่ หน้าศาลผู้เฒ่าจันทราแห่งเมืองฉางซา โต๊ะถูกตั้งไว้วางข้าวของสำหรับการแจกจ่ายทำทานให้ผู้ยากไร้ที่เดินต่อแถวกันมารับ บ้างก็เป็นเด็ก บ้างก็เป็นผู้อาวุโส ทุกครั้งก็จะมีดรุณีน้อยช่วยยกของวางของหรือคอยพยุงสำหรับบางคนที่แท้จริงแล้วร่างกายไม่พร้อมจะมาแต่ก็ยังต้องมาเนื่องจากไม่มีใครมาแทนเขา

               วุ่นวายที่สุดสำหรับดรุณีน้อยคือการจับเจ้าพวกเด็กตัวเล็กตัวน้อยมาเช็ดหน้าเช็ดตาก่อนไปรับของ มันอดไม่ได้จริงๆที่จะปล่อยเฉยไปแบบนี้ เลยเรียกได้ว่าเป็นการทำทานครั้งที่ไป๋อวี้ดูจะพอใจกับผลที่ออกมาเยอะที่สุด อย่างน้อยได้ช่วยเหลือ ก็ถือว่าดีพอแล้ว

                ดีที่ศาลเจ้ายังมีส่วนของโรงทานอยุ่แล้ว ลำพังเอาโต๊ะมาตั้งและช่วยผู้ดูแลต้มข้าวต้มแจกเหล่าผู้ยากไร้ ขาหมูพะโล้นับเป็นของช่วยเหิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกายในฤดูที่อากาศแห้งและเริ่มทวีความเย็น บุรุษเกษาเงินช่วยจัดของเป็นชุดๆ อันมีทั้งเสื้อผ้ารองเท้าฟัง อาหารแห้งจำนวนหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บไว้เป็นสเบียงในหน้าหนาว เมื่อหันไปด้านข้างสตรีที่ช่วยหยิบส่งนั้นหายไปแล้ว นัยน์ตาสีอำพันปรายไปรอบๆ จนพบอีกฝ่ายถูกห้อมล้อมด้วยบรรดาเด็กน้อย เป็นภาพที่…

               ดูเหมาะสมอย่างไรตัวเขาเองก็บอกไม่ถูก….

               ทำทานผ่านไปได้โดยดี ตอนท้ายก็ตัดสินใจแวะเข้าสักการะศาลผู้เฒ่าจันทราสักหน่อย โดยปกติแล้วนางเข้าแต่ศาลเจ้าแม่หนี่วา เพราะชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะมาขอพรความรักหรือขออะไรเกี่ยวกับเทพผู้เฒ่าจันทราเลยสักนิด จึงไม่แปลกหากการที่จะมาเข้าศาลเทพแห่งชะตาแล้วจะดูมึนๆงงๆไปสักหน่อย " .. ซือฟุ ท่านเคยสักการะผู้เฒ่าจันทราไหม ? อาจจะดูแปลกไปหน่อยแต่ข้าไม่เคยเลย.. "

                 “หลายปีก่อน.. เพราะสหายเซ้าซี้ก็เคยอยู่หนหนึ่ง ปกติแล้วไม่มีสิ่งใดยุ่งยาก เจ้าแค่อธิษฐานขอพรจากผู้เฒ่าที่คอยดูแลวาสนา หากไม่ขอพบเจอคู่ครองที่ดี ได้ในเร็วกัน ก็อาจขอให้ครอบครัวหรือคนรู้จักมีความสุข ญาติมิตรสนิทสนมกลมเกลียว จะพรใดก็ล้วนเป็นสิ่งมงคลล้วนไม่มีข้อกำหนดในเรื่องนี้” ในความคิดของชายหนุ่มแล้วเกิดว่าทั้งพันคนที่มาสักการะผู้เฒ่าจันทราขอแต่เรื่องเรียว ท่านเทพเองก็คงจะเหนื่อยหน่ายพอสมควร อีกอย่างสำหรับเขาเคยเชื่อว่า ‘เนื้อคู่’ ก็คือคนที่ตนเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินแต่งงานด้วยในชีวิตนี้ แม้ไม่เคยคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะต้องมีหน้าตางดงาม ขอเพียงอุปนิสัยเข้ากับตน แต่หากคาดหวังแล้วอาจต้องผิดหวัง มิสู้มองทุกอย่างเป็นกลางแต่แรก ร่างสูงเดินไปจุดธูปที่ด้านหน้ารูปปั้นเทพเยว่เซี่ยเหล่าเหรินมีรูปลักษณ์เป็นชายชราถือไม้เท้าและด้านหลังเต็มไปด้วยด้ายแดงหลายสาย

                 ธูปจำนวนหนึ่งถูกส่งให้ดรุณีที่มาด้วยกัน เพราะนางบอกว่าไม่เคยเข้าศาลเจ้าลักษณะนี้มาก่อน “อีกเดี๋ยวหลังจากขอพรเสร็จแล้ว เจ้าแค่ไปหยิบด้ายแดงสักเส้นในมือของผู้เฒ่าจันทรา จากนั้นนำไปผูกไว้ที่ต้นวาสนาด้านนอกลานก็เป็นอันสำเร็จแล้ว”

               " ต้นวาสนา? " น้ำเสียงนุ่มดังขึ้นเป็นเชิงถาม ขณะที่มือก็รับเอาธูปที่ซือฟุคนงามมอบให้ มิใช่ว่าแบบนี้สมควรจะเป็นศิษย์ทำให้อาจารย์หรอกหรือ .. แต่เอาเป็นว่าครั้งนี้ศึกษาการเข้าศาลผู้เฒ่าจันทราไปก่อนแล้วกัน ยิ่งถ้าหากสามารถขอพรนอกเหนือจากเรื่องความรักได้ แบบนั้นก็จัดว่าดียิ่ง เพราะนางมิทราบว่าควรจะขออะไรที่เกี่ยวพันกับเรื่องความรัก หรือแม้แต่วาสนา สำหรับนางการอธิษฐานขอพรคือเรื่องของการตั้งเป้าหมาย เพราะเทพชั้นฟ้ามิอาจช่วยได้เสมอ ในเมื่อขอพรได้ ก็เท่ากับว่ารู้ว่าตนเองต้องการอะไร และก็สมควรที่จะพยายามทำอะไรก็ตามที่ส่งให้คำขอพรนั้นเป็นจริง

                  “ถึงแม้จะถูกเรียกว่าต้นวาสนา ความจริงสามารถเป็นต้นไม้อะไรก็ได้ที่มีความหมายเป็นมงคล เท่าที่พบมาก็มีทั้งต้นท้อและต้นเหมย.. นิยมที่ความโบราณเก่าแก่ คาดว่าใช้เป็นสื่อกลางที่มนุษย์ส่งสานส์คำอธิษฐานถึงเทพเจ้า”

                    เสิ่นหลิงเฮ่าหรือในนามที่หญิงสาวทราบในชื่อ ‘ว่านจวิน’ ลงคุกเข่าที่เบาะรองก่อนตามธรรมเนียมการเข้าไหว้ แล้วตัวเขาล่ะควนจะขอสิ่งใด… ในอดีตครั้งยังเยาว์ 'ไม่หวังคนงามเป็นหนึ่งในผืนปฐพี ขอเพียงชีวิตนี้พบผู้รู้สำเนียง ร่วมเคียงข้างกันตราบเฒ่าชรา' ดูจะเป็นเรื่องเพ้อฝันไกลเกินตัวไปสักหน่อย อย่าว่าแต่ชีวิตนี้ยังไม่แน่ว่าเขาจะยอมกลับบ้านที่เจียงเยี่ย ดีไม่ดี… คงจะยอมรับคู่ครองที่อาจารย์หรือบิดาบุญธรรมจัดหามาให้เมื่อถึงเวลาเหมาะสม

                  ถอนหายใจคราหนึ่งพูดเรื่องรักใคร่กับผู้ที่มิได้สัมผัสอารมณ์นั้นอย่างถ่องแท้ กลับนึกไปถึงครั้งหลิวเว่ยรึจูอี้กงจู่ขอพรให้เขาพบคนงามได้อยู่ครองครู่ ใจกลับคิดไปอีกว่า รูปกายเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญคือจิตใจและนิสัยที่เข้ากันได้ คิดแล้วปวดหัวยิ่งกว่าโจทย์ทดสอบของท่านอาจารย์ ดังนั้นจึงขอแบบง่าย ‘ขอให้ตาเฒ่าที่เจียงเยี่ยยังอยู่สาปแช่งลูกคนนี้ไปได้อีกหลายสิบปี ด้านฉางอันใกล้เข้าฤดูหนาวแล้วหวังว่าอี้ฟู่และอี้เหนียงจะถนอมสุขภาพ น้องจื่อหลัวใกล้จะเจริญวัยแล้วหากท่านเทพเมตตาก็ขอให้คนพาลอยู่ห่างจากนาง ส่วนอาเยว่ อาหยาง ผานซุ่น...ขอให้มีสุขภาพที่ดีผ่านพ้นเคราะห์หนัก และไม่ว่าโชคชะตาจะส่งผู้ใดมา ให้เป็นผู้ที่ข้าจะไม่รู้สึกรำคาญที่นางเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตข้ามากนักก็พอ...’

               ร่างบางจัดการคุกเข่าลงที่เบาะรองอย่างใจเย็น จงถึงเวลาสุดท้ายนางก็ยังมิทราบว่าสมควรจะขอสิ่งใดต่อเทพวาสนา เปลือกตาปิดลงเพื่อตั้งสมาธิและใช้ความคิด ชีวิตนี้นางมีสิ่งที่เคยต้องการอยู่ไม่มาก นั้นก็คงไม่พ้นการที่อยากจะให้คนรอบกายนางนั้นมีความสุข แต่ไม่ว่าจะไปศาลใดๆ ก็ขอแต่เรื่องนี้ บางทีตัวเองก็อยากจะขอสิ่งใหม่แต่เหมือนจะคิดไม่ค่อยออกสักเท่าไหร่นัก.. ลมหายใจถูกพ่นออกมาทางริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนที่คำอธิษฐานจะถูกขอออกมาในความคิด ' ขอให้อุปสรรคใดๆในชีวิตจางหาย และขอให้ทุกคนที่นางได้รู้จักนั้นพบพานกับชะตาวาสนาที่ดี '

               ชั่วขณะนึงที่ไป๋อวี้พลันคิดไปถึงบางคนที่ตามหา แต่หลังจากติตรองดูแล้ว วาสนาข้าและวาสนาเขาคงจะไม่ได้ส่งเสริมกันจริงๆ เป็นเพียงการคาบเกี่ยวในชีวิตชั่วคราว ก่อนจะต้องแยกกันไป ดังนั้นขอให้คนที่เกี่ยวพันกันจริงๆ สิ ถึงจะเป็นคำขอที่คุ้มค่าและนางก็น่าจะส่งเสริมได้

               “อันที่จริง.. ในวันชีซีก็นิยมไหว้ศาลผู้เฒ่าจันทราและเทพธิดาจื้อหนี่ไปพร้อมๆ กัน นัยว่าด้านหนึ่งขอวาสนาพบรัก อีกด้านขอให้ผู้ที่พบนั้นมีใจรักมั่น แม้จะอยู่ห่างไกลไม่แปรผัน ดีต่อกันตลอดไป” หัตถ์ขาวปักธูปลงในกระถางทว่าก่อนลุกไปหยิบด้ายแดงนั้นก็พบว่าผู้ติดตามสาวยังคงนั่งนิ่งอยู่ นางคงจริงจังกับการภาวนาในหนนี้ไม่น้อยทีเดียว ระหว่างนั้นบุรุษร่างสูงจึงฆ่าเวลาด้วยการเดินชมไปรอบๆ ตัวศาลเห็นตะเกียงน้ำมัน เครื่องราง และกระบอกไม้ไผ่บรรจุคำทำนายปกติแล้วเหล่าฮูหยินจะชอบสิ่งน้ี้เป็นพิเศษ “ก่อนชีซียังมีเวลาอีกหลายวัน เจ้าอยากลองเสี่ยงเซียมซีดูรึไม่ เผื่อได้คำตอบในสิ่งที่คิดถามไว้”

               ดรุณีน้อยปักธูปตั้งสมาธิตามปกติที่เคยทำ เสียงคนด้านข้างที่ลุกไปก็พอจะทำให้รู้สึกตัว แต่นางก็ยังทิ้งเวลาไว้อีกสักระยะก่อนที่จะลุกตามไปอย่างเงียบๆ เพราะมัวแต่มองดูการจัดสร้างและโครงสร้างศาล พอมีคนทักสักหน่อยก็สะดุ้งไปโดยปริยาย " เซียมซี..? " นัยน์ตารัตติกาลเลื่อนมองกระบอกไม้ไผ่ที่คุ้นตาเวลาเข้าศาลเจ้า สมัยยังเยาว์เวลาตามอาเหนียงมานางก็ชอบนักแลกับการเขย่าเจ้ากระบอกนี้

               " สำหรับข้า.. สิ่งที่เลือกถาม ก็คงไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อตัวเองสักเท่าไหร่ ท่านล่ะซือฟุ ไม่ลองสักหน่อยหรือ? " น้ำเสียงนุ่มเอ่ยอย่างราบเรียบ ทั้งที่นางไล่สายตามองบรรดาเครื่องรางในศาลเจ้าด้วยความสนใจ สลับกับตู้ใส่พวกของอีกสารพัดในศาล ' จะที่ไหนก็มีคล้ายๆกันเลยสินะ.. '

                  “หึหึ ข้าไม่มีเรื่องที่สงสัยใดที่ต้องการคำตอบเป็นพิเศษ… อย่างนั้นเราไม่ลองเสี่ยงทายด้วยกันในหนเดียวกันไปเลย?” อาจจะเพระาเขาเชื่อว่าโชคชะตาคือตัวทำมาตั้งแต่ต้น สำหรับการเสี่ยงทายที่อาศัยแค่ไม้ซีกหนึ่งกระบอกเป็นเพียงแค่ความบันเทิงในการมาเซ่นไหว้ศาลเจ้าหลังทำทานเท่านั้น

               " เอางั้นหรือ? " ถามย้ำให้แน่ใจพลางหรี่ตามองบุรุษสีเงินอย่างสงสัย คนเราทุกคนล้วนมีคำถาม แต่ก็จริงอยู่ที่ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องการคำตอบ แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยลองทำอะไรอย่างเช่นนี้ หากจะบอกว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจนั้นก็ไม่แปลก " ได้สิ ! ซือฟุเสนอสิ่งที่น่าสนใจมาเช่นนี้ มีหรือที่ข้าจะปฏิเสธ "

               คำตอบที่ได้รับบุรุษใต้หน้ากากจิ้งจอกเพียงหยิบกระบอกไม้เสี่ยงทายนั้นมาก่อนจะสาวเท้าจนได้ระยะอยุ่ด้านข้างนาง กะว่าไม่ห่างจนลำบากเกินไปหรือใกล้จนเกิดภาวะขัดเขินระลอกสอง เสียงทุ้มเอ่ย “อย่างนั้น.. ก็จับพร้อมกันคนละข้าง” เขายื่นฝั่งด้านขวาไปหา เชื่อได้ว่าตั้งแต่ศาลถูกก่อตั้งคงไม่เคยมีใครใช้งานในรูปแบบนี้แน่นอน ท่านเทพคงคิดหนักแล้วว่าสมควรตอบคำถามอย่างไร

                 “ตั้งคำถามไว้ในใจพอเจ้าพร้อมเมื่อไรก็เริ่มได้เลย” จากนั้นจายหนุ่มหลับตาลงก่อนเพื่ออธิษฐานตั้งคำถาม เขาไม่คิดอะไรมากแค่ขัดๆ โจทย์เก่าในใจขึ้นมาใหม่ ‘ผู้ที่ข้าจะต้องตามหา แท้จริงแล้วคือผู้ใดอยู่ทิศไหนกันแน่’

               ไม่น่าจะเคยมีใครทำอะไรแบบนี้แน่ ดรุณีน้อยส่ายศีรษะเล็กน้อยด้วยความอ่อนใจ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะกระบอกเซียมซี ปิดเปลือกตาตั้งสมาธิ ' คนๆนั้นที่ข้าตามหามาตลอด สรุปแล้วเขาอยู่ที่ใดกันแน่ ' หัวคิ้วเรียวชนกันแต่เพียงเล็กน้อย นี่เป็นคำถามที่นางทั้งหวังว่าจะได้คำตอบ และก็หวังว่าจะไม่ได้ เมื่อคำอธิษฐานจบลงดรุณีน้อยลืมตาขึ้นมองผู้ร่วมเสี่ยงทาย ถามเสร็จรึยังนางก็ไม่ทราบ แต่เอาเป็นว่าเริ่มเขย่าไปเลยแล้วกัน

                กระบอกถูกมือทั้งสองเขย่ารังแกเพียงไม่นาน จังหวะส่ายซวนเซเพราะไม่ถนัดนัก แรงส่งหยินหยางทำเอาผู้เฒ่าจันทราบนฟ้ารุ้สึกกลัดกลุ้มใจกับสิ่งนี้ ไหนจะคำถามจองทั้งสองฝ่าย ที่เชื่อว่าเรียกเทพไท้ทั้งสวรรค์เก้าชั้นฟ้ามาชมดูคงจะหัวร่องอหงายเป็นแน่ ท้ายสุดการตนัดดีดเบาๆ คำตอบของเทพเจ้าก็ร่วงหล่นมาเป้นไม้ติ้วชิ้นหนึ่ง

               ผู้ที่เก็บได้และพลิกอ่านคำทำทายคือบุรุษ “ใบที่สิบหก.. แปลก อักษรเลือนนัก เราไปถามผู้ดูแลศาลกันเถอะ” กล่าวจบก็เก็บเสี้ยวไม้ใส่คืนกระบอกโดยไม่ลืมดำด้ายแดงมาสองเส้นจากมือของรูปปั้นผู้เฒ่าจันทรา นักกวีหนุ่มพาลูกศิษย์สาวไปตามหาผู้ดูแลที่กำลังกวาดลานด้านหน้า สอบถามจนชัดเจนก็ได้คำอธิบายเป็นบทลำนำที่เข้าใจง่าย        


             “.....หวังคู่ชู้ชิดสนิทกาย อย่างนั้นหรือ?? ขอบคุณผู้ดูแลมากที่ช่วยไขคำพยากรณ์...” งุนงงไปในแววตาสีอำพันส่ายหน้าเบาๆ ว่าสูญเปล่าโดยแท้ เขาถามเพื่อจะลองหาทิศทางแต่ไม่คาดว่าเทพไท้จะชี้ให้เสมือนไม่ชี้บอก ถ้าใกล้ก็แปลว่าอีกฝ่ายอาจจะอยู่ในฉางซาหรือจิงโตวใต้ในขณะนี้อย่างนั้นสินะ ครุ่นคิดพลางลูกพัดหยกประจำตระกูล

               ไม่ทันดูสายตาว่างเปล่าของผู้ดูแลที่ระอาใจกับคนทั้งคู่ว่าตกลงพวกเจ้าเข้าใจคำทำนายจริงๆ ไหมเนี่ย ท่านก็บอกอยู่ว่าเนื้อคู่อยู่ใกล้ชิดตัวแทบติดกัน เป็นงูคงกระโดดฉกทั้งคอไปแล้ว!!

               " … ไม่เห็นได้คำตอบเลย.. " หญิงสาวพึมพัมแผ่วเบา มือบางขยับเข้าทาบแก้มตัวเองอยู่ข้างนึง สายตาสงสัยปนเสียดาย ความหวังจะตามหาคงริบหรี่เข้าแล้วจริงๆ ผู้มีพันธะเกี่ยวพันกันคนนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หรือนางจะไม่มีโอกาสได้คืนแหวนหยกนั้นให้เจ้าของจริงๆงั้นสินะ.. " รู้แบบนี้ข้าถามอย่างอื่นน่าจะดีกว่า.. " รู้ทั้งรู้ว่าคงยากแต่ก็ยังเลือกจะถาม ไป๋อวี้นะไป๋อวี้ พลาดไปซะแล้วสิ..

               “หึหึ ปริศนาร้อยพันในใต้หล้ายากกระจ่างในคำทำนายเดียว เจ้าค่อยๆ ค้นหา วันหน่อยย่อมได้คำตอบ.. มาเถอะ เหลือแค่นำด้ายนี้ไปผูกที่ต้นวาสนา ส่งคำอธิษฐานถึงฟ้า”  เมือ่ได้ยินว่าไม่ได้มีเพียงตนที่ไร้คำตอบในสิ่งที่ถาม จิตใจโปร่งเบาสบายจากนั้นส่งด้ายเส้นหนึ่งมอบต่อเหมยไป๋อวี้สีของมันแดงจัดจนเมื่ออยู่บนหัตถ์ขาวยิ่งมอง ยิ่งโปร่งแสง

               ข้าย้อนกลับไปอธิษฐานใหม่จะได้ไหมล่ะเนี่ย.. ดรุณีน้อยรับเอาด้ายแดงมาจากฝ่ามือของซือฟุคนงามพร้อมด้วยพินิจพิเคราะห์ดูว่าสมควรจะทำเช่นไรกับมัน หากให้เอาไปผูกก็ไม่ได้ยาก แต่การจะผูกนั้นสมควรจะเป็นเช่นไรเป็นพิเศษไหมเนี่ยสิ " มีเงื่อนไขอะไรในการผูกด้ายแดงนี้บ้างไหมซือฟุ? " เพราะยังไงดูท่าสิ่งที่ได้จากศาลก็คงไม่เท่าใดนัก อย่างน้อยทำให้ครบพิธีการของเขา ไม่แน่เทพวาสนาอาจจะพอเห็นใจนางบ้าง

               “ข้าไม่แน่ใจนัก สหายผู้หนึ่งเคยบอกว่า ยิ่งผูกด้ายนี้ไว้สูงๆ ยิ่งได้รับวาสนาที่ดี.. ยิ่งมี พรที่ขออาจสัมฤทธิ์ผลไวขึ้น เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ? อยากขึ้นไปไหม?”

              " ยิ่งสูงยิ่งมีโอกาส.. แบบนี้คนสูงอย่างพวกซือฟุก็ได้เปรียบชัดๆเลยนี่นา.. " ลืมนึกไปว่าโดยปกติผู้ที่มักจะมาขอพรกันที่ศาลนี้ก็ไม่พ้นเหล่าสตรี คุณหนูบ้านนู้น ฮูหยินบ้านนี้ ดังนั้นความสูงที่พอจะมีให้เห็นจึงไม่ได้สูงจัดเช่นการอาศัยบุรุษผูก ขนาดขอพรยังลำเอียงให้บุรุษ ในความคิดของไป๋อวี้ดูท่าคำทำนายจะทำให้นางลืมมองสิ่งที่ควรจะเป็นไปได้โดยง่าย

                หยุดหัวเราะในลำคอพักหนึ่งด้วยในน้ำเสียงเจือแววเหน็บผู้มีวิชาตัวเบาอย่างเขาจางๆ ดังนั้นมีหรือที่เสิ่นหลิงเฮ่าผู้ให้คุณค่ากับคำที่ว่า ‘ชายหญิงเท่าเทียมกัน’ อย่างน้อยแค่การขอพรไม่เห็นจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ร่างสูงก้าวเข้าประชิดอีกฝ่าย “เรื่องนั้น.. ไม่เห็นจะยาก” จังหวะเดียวกับการเก็บพักเข้าแขนเสื้อ มือหนึ่งรวบเอวบางสะกิดปลายเท้าพุ่งทะยานไปเหนือยอดไม้ ทั้งหมดนี้ใช้เวลลาไม่ถึงชั่วพริบตาด้วยซ้ำ

                ด้วยแขนแกร่งที่รวบเอวนางเอาไว้ค่อนข้างมั่นคง แม้แขนงกิ่งต้นวาสนาอายุร่วมร้อยปีจะสูงจนน่าเสียวใส้ ทว่าพวกเขาก็ไม่ถึงกับหล่นลงไปร่างแหลกเหลว “เอาล่ะ… มือเดียวไม่ถนัดคงต้องรบกวนให้เจ้าช่วยผูกแทนข้าด้วย..” เพราะหากเขาปล่อยแขนอีกข้าง ยังไม่มั่นใจว่าหูจะทนรับเสียงหวีดร้องได้รึไม่ หักตร์เรียวดั่งหยกแกะเลื่อนไปตรงหน้านาง ด้ายสีแดงสดใสรอความเวทนาอยู่

               " มันผูกแทนกันได้ด้วยหรือ? " ถึงจะมีความสงสัยแต่ดรุณีน้อยก็ยังรับเอาด้ายแดงของคนเป็นอาจารย์มาไว้ในมือ กระพริบตาปริบๆมองการแก้ปัญหาของซือฟุคนงามแล้วก็ได้แต่ถอดถอนใจ นางตัดพ้อเล็กน้อย เหตุไฉนตอบสนองเกินคาดได้ขนาดนี้ พามาซะจนถึงยอดต้นวาสนาโบราณ ใบหน้าหวานทราบดีถึงความสามารถวิชาตัวเบาเป็นเลิศ แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกเอามาใช้ในวิธีนี้ มือบางขยับจับดูกิ่งที่ง่ายต่อการผูกที่สุด เริ่มจากผูกให้อาจารย์ไว้กิ่งที่สูงๆ เอาให้สูงเสียดฟ้า

              ตามมาด้วยกิ่งต้นวาสนาอันน้อยที่ถูกจับจองโดยด้ายแดงของตัวนางเอง ผูกให้แน่นหนายากจะแกะสมกับความสามารถของลูกสาวร้านอาภรณ์ที่ผูกออกมาได้อย่างสวยงามแน่นหนาและใช้เวลาในการผูกน้อยนิด " เรียบร้อย.. "

              “หนก่อนสหายข้าก็แย่งไปผูกแทน.. ไม่รู้สิคงจะได้กระมั้ง” กระพริบตามองการผูกของนางที่เลือกให้เขาเสียสูง คิดจะให้ตนโบนบินขึ้นสวรรค์ไปสุ่ขอนางเเซียนหรืออย่างไร “เจ้าปรับของข้าให้ลงมาสักหน่อย หนก่อนสหายก็ทำเช่นนี้ ผลเป็นอย่างไร? หลงไปต่างโลกกันทั้งคณะ”

               " จริงหรอ? งั้น.. ขยับมากิ่งข้างๆของข้าแล้วกัน " หากเป็นผู้อื่นมาแกะคาดว่าน่าจะใช้เวลานานเป็นเค่อ ยิ่งถ้าดึงพลาดจุดก็จะไม่มีวันแก้ปมที่เอาแต่รัดแน่นกว่าเดิมได้ แต่คนแกะในครั้งนี้คือคนผูก จึงใช้เวลาเพียงไม่นาน ซือฟุเขาขอให้ขยับก็ขยับลงมาสักหน่อย อยู่เป็นกิ่งข้างๆกิ่งที่มีด้ายแดงของนางอยู่ ให้สองด้ายแดงนี้อยู่เป็นเพื่อนกันไปจะได้ไม่เหงาหงอยก็แล้วกัน " เท่านี้ดีรึยัง? " ผูกเอาไว้ทบนึงก่อนยังไม่ย้ำให้แน่นมาก เพื่อว่าซือฟุอยากจะปรับอยากจะเปลี่ยนตรงจุดใดอีก

               พิจารณาดูแล้ว จะซ้ายหรือขวา สองด้ายแดงเหนือยอดไม้ออกจะโดดเดี่ยวไปสักหน่อย แต่เมื่อมาอยุ่ข้างๆ กัน ก็คล้ายมีเพื่อน “อืม… เข้าท่ากว่าเมื่อครู่” รอจนนางจัดการผูกอย่างแน่นหนาแล้วไม่ต้องกังวลว่าจะมีเด็กที่ไหนปีนขึ้นมาดึงเล่น ชายหนุ่มช้อนตัวอีกฝ่ายในท่าอุ้มแนวขวาง จากนั้นหาที่เหมาะๆ สะกิดปลายเท้าก้าวข้ามเวหาทะยานลงพื้นโดยสวัสดิภาพ

                “เท่านี้ก็เรียบร้อย สั่งสมบุญกุศล เมื่อขอพรแล้วคงจะมีแต่เรื่องดีๆ ตามมาเป็นแน่ เจ้าไปดูลายปักผ้าต่อเลยรึไม่?”

               " อื้อ นัดหมายกับเจ้าสำนักไว้แล้วจะผิดนัดเอาไม่ได้ " รอยยิ้มเบาบางบนใบหน้า นึกย้อนแล้ววันนี้สามารถกระทำหลายสิ่งบรรลุไดัตามที่ต้องการ ไปหอตำราก็ได้บทเพลงให้มาศึกษา จะมาศาลเจ้าก็ได้ทำบุญทำทาน อธิษฐานขอพร ถามคำถาม ที่ถึงแม้ว่าคำตอบจะไม่ได้ช่วยสักเท่าไหร่ แต่ก็จัดว่าน่าพอใจ แถมยังได้ของฝาก อีกไม่นานก็จะได้ไปเยี่ยมสำนักผ้าปักเพื่อดูลายอีก การมาฉางซาครั้งนี้จัดว่าคุ้มค่ากว่าที่นางคิดมากนัก

เซียมซี+All




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +7 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 11:11
คุณได้รับ +145 คุณธรรม +215 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 11:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -48 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -48 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บลัดดี้ไนท์แมร์
คัมภีร์จิ้งจอกชิงชิว
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
เมอร์เมน่าบรูช
ผีผาเซียวซียวี่จิน
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x1
x500
x302
x5
x10
x3
x7
x10
x2050
x220
x4
x1
x420
x10
x2
x1
x4
x2
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x5
x1
x5
x5
x4
x4
x1
x4
x4
x4
x5
x6
x6
x5
x10
x1
x1
x36
x91
x5
x1
x6
x318
x573
x57
x422
x3
x3
x14
x1
x1
x5
x199
x243
x1
x14
x6
x8
x20
x274
x1
x15
x2
x1
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x11
x160
x275
x35
x20
x10
x32
x91
x5