ดู: 56|ตอบกลับ: 5

{ นอกเมืองว่านเฉิง } หุบเขาหลงเหมิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-8-13 22:13:17 |โหมดอ่าน

หุบเขาหลงเหมิน

{ นอกเมืองว่านเฉิง }




หุบเขาหลงเหมิน
หุบเขาหลงเหมิน หุบเขาที่เป็นแนวยาวของภูเขาหลงเหมิน เขาแนวยาวของเมืองลั่วหยาง
ภายในหุบเขาแห่งนี้เป็นเส้นทางสลับคดเคี้ยวและเต็มไปด้วยความวังเวง ทำให้ผู้คนไม่กล้าสัญจรไปมา
เส้นทางหุบเขาเชื่อมระหว่าลั่วหยางถึงว่านเฉิง มักถูกใช้ในหมู่เหล่าโจรและฝ่ายอธรรมที่ต้องการ
หลีกเลี่ยงเส้นทางหลัก หลบเร้นจากผู้คน อีกทั้งยังมีตำนานเล่าว่าหุบเขาแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่
ใช้ในการผนึกบางสิ่งมาจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่เคยมีใครค้นพบถ้ำแห่งนั้น นอกจากประตูหินผาที่ตั้งตระหง่านใจกลางหุบเขา
และคฤหาสน์ผีสิงที่อยู่ยอดเขาของกลางหุบเขา บรรยากาศที่คฤหาสน์ยิ่งเพิ่มทวีคูณความขนลุกมากขึ้นกว่าเดิม
ตำนานเล่าว่าภายในคฤหาสน์หลังนั้นมีผู้พิทักษ์บางอย่างที่จะหลอกล่อผู้คนให้เข้าไปและพวกเขาไม่เคยได้กลับอกมา
อีกทั้งวันดีคืนดี นักเดินทางแวะผ่านทางนี้จะหายสาบสูญไปไม่มีผู้ใดได้พบเห็นอีกเลย ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเพราะอะไร

{ การเดินทางไปลั่วหยาง }
(1) เขียนโรลเพลย์อิสระที่ { นอกเมืองว่านเฉิง } หุบเขาหลงเหมิน เดินทางเข้าหุบเขา
(2) เขียนโรลเพลย์อิสระที่ { นอกเมืองลั่วหยาง } หุบเขาหลงเหมิน กำลังถึงกลางหุบเขา
(3) เขียนโรลอิสระจบไว้ที่หุบเขาหลงเหมินลั่วหยาง รอดูผลการข้ามวันถัดไปจะข้ามอย่างปลอดภัยหรือไม่






โพสต์ 2020-8-15 21:34:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-8-16 01:44

[สู่หุบเขาหลงเหมิน]



       บรู๊วววววว…..


       จางฝูที่เร่งเดินทางเพื่อให้ทันขบวนของพวกค้ามนุษย์ตามที่หลัวหวงบอกกล่าว เพื่ออหวังจะช่วยเหลือกงซุนหลันให้ได้ก่อนที่จะไปถึงเมืองเจียงหลิงที่ตัวจางฝูคาดเดาไปว่าน่าจะเป็นศูนย์ใหญ่ของพวกมันหรืออาจเป็นเขตดูแลของเจ้าสัตว์ร้ายอะไรนั้นตามที่หลัวหวงบอกมาก็ได้ แต่ที่แน่ๆคือหากว่าขบวนไปถึงเมืองเจียงหลิงก่อน ย่อมหมายถึงงานเธอจะยิ่งยากเข้าไปอีก


     ยิ่งร่างบางควบขี่อาชาเดินมุ่งหน้าเข้าใกล้หุบเขามากขึ้นเท่าใด บรรยากาศรอบข้างก็ยิ่งเงียบเหงาและวังเวงขึ้น จากที่เส้นทางตัดผ่านป่าเต็มไปด้วยเสียงของสัตว์น้อยใหญ่และแมลงกลางคืน กลับค่อยๆเงียบหายไป เหลือก็เพียงเสียงเห่าหอนของสุนัขป่าที่แว่วลอยมาตามลมเท่านั้น


     ฮี้ๆๆ


     จากที่เดินอยู่ดีๆก็ร้องขึ้นมาพร้อมฝีเท้าที่หยุดชะงักอย่าไงมไ่อยากก้าวเดินต่อ สร้างความฉงนในใจให้จางฝูที่นั่งอยู่บนหลังของอาชาสีขาวปลอดเป็นอย่างมาก ดวงตาสีน้ำตาลมองฝ่าผ่านความมืดไปก็จบพบกับแสงสะท้อนจากดวงตาหลายคู่ในความมืด ให้เธอเดาอาจเป็นพวกสุนันป่าที่เห่าหอนกันเมื่อครู่ก็เป็นได้


    “ไม่ต้องกลัวไป ข้ามิปล่อยให้สุนัขป่าพวกนี้ทำอะไรเจ้าแน่ๆ”จางฝูกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มปลอบประโลมอาชาคู่ใจของตนพร้อมทั้งเอื้อมมือไปลูบและตบเบาๆที่แผงคอเพื่อให้อาชาของตนสงบใจลง เพียงไม่นานนักหมิงมิ่งที่คล้านจะเดินต่อก็เริ่มก้าวขาเดินมุ่งไปข้างหน้าต่ออีกครั้ง จางฝูที่นั่งอยู่บนหลังม้าหันมองดูรอบข้างด้วยความระแวดระวัง หากเมื่อพวกหมาป่านั้นตัดสินใจบุกเข้ามาจักได้รับมือได้ทันท่วงที


     ยิ่งเข้าใกล้หุบเขาเสียงเห่าหอนของพวกหมาป่าก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ นั้นก็ยิ่งทำให้จางฝูยิ่งต้องระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น ความมืดที่มีเพียงเเสงของดวงจันทร์เพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ลอดผ่านยอดไม้ลงมา เงาดำที่ไหววูบไปมาเป็นระยะยิ่งก่อให้เกิดความกลัวขึ้นในจิตใจ แม้ว่าตัวเธอจะพอรู้ว่ามันก็เเค่สัตว์


     “นายพรานผู้นั้นว่า แถบหุบเขาไม่ค่อยมีสัตว์อาศัยอยู่ แต่ไฉนกลับมีฝูงหมาป่าอาศัยอยู่กันล่ะ”จางฝูกล่าวพึมพัมออกมา มือบางยังคงกำสายบังเหียนเอาไว้เเน่นเผื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดจะได้ควบคุมได้ทัน


     บรู๊ววววววววว……….


     จางฝูควบม้าเดินเข้าใกล้หุบเขาเรื่อยๆก่อนจะดึงสายบังเหียนเป็นสัญญาณให้หยุดเดิน ท่อนขาเรียวบางวาดลงจากหลังม้า เดินจูงม้าสำรวจบริเวณรอบๆอย่างถี่ถ้วน หากว่าไม่พบร่องรอยก็จะเดินจากที่เเห่งนี้ไปแล้วไปลุ้นเอาที่ข้างหน้า หากแต่เหมือนสวรรค์เข้าใจ หลังจากเดินสำรวจอยู่ไม่นานจางฝูก็พบร่องรอยบางอย่างเข้า


     “รอยเท้า” จางฝูทรุดตัวย่อกายลงไปมือบางจับลูบรอยกิ่งหญิงที่ถูกเหยียบย่ำจนหัก ห่างไปไม่มากบริเวณดินชื้นแฉะก็ปรากฎรอยเท้าหลายคู่เดินมุ่งหน้าเข้าไปทางหุบเขาด้านใน “พวกนั้นเดินมุ่งหน้ามาที่นี่กันจริงด้วย หมิงมิ่งเราไปกัน”จางฝูกล่าวแล้วหันไปมองอาชาสีขาวของตนและเริ่มเดินก้าวตามรอยเท้าที่ว่าเข้าไปยังด้านในหุบเขา


      การเดินทางตามรอยนี้จางฝูเลือกที่จะเดินเท้าเข้าไปเพื่อมองสำรวจร่องรอยที่เหลือที่ไว้ได้ชัดๆ อีกทั้งหากเธอควบขี่ม้าเข้าไปก็เกรงว่าจะทำให้เกิดเสียงดังจนเกินไปและทำให้พวกคนที่เธอติดตามมาไหวตัวได้ทันพากันหลบซ่อนหนีหายไปเสียก่อน


      เดิมทีหุบเขานี้จากที่เคยได้ยินมากล่าวว่าหุบเขาหลงเหมินแห่งนี้แปลกพิศดารซ้ำยังมีตำนานเล่าขานถึงสถานที่ที่ใช้ผนึกคุมขังผีร้ายเอาไว้มากมาย อีกทั้งสภาพบรรกาศที่เเสนเงียบวังเวงจึงไม่เเปลกที่ผู้คนจะหวาดกลัวและเลือกที่จะหลีกหนีจากที่แห่งนี้ และนั้นก็นับเป็นสถานที่ที่เหมาะกับพวกค้ามนุษย์ไม่กกลัวตายใช้เป็นเส้นทางลอบส่งสิ่งผิดกฏหมาย


     จางฝูเดินตามร่องรอยของขบวนมาได้กว่ารอยลี้จนมาถึงช่วงกลางหุบเขาแต่ก็ยังไม่พบกลุ่มคนหรือสิ่งที่มองหา สิ่งที่เธอพบกลับมีเพียงความเงียบ และอากาศที่เย็นยะเยือกลงต่างจากด้านนอกมานัก แสงสลัวของดวงจันทร์ที่ใช้นำทางก็ค่อบๆดับเลือนหายไปเพราะพุ่มไม้้ที่หนาแน่น จางฝูจึงเลือกที่จะหยิบเอามุกราตรีขึ้นมาใช้ส่องแสงนำทางไม่ให้เดินหลงอยู่ใจกลางหุบเขาลึกลับแห่งนี้


@Admin

แสดงความคิดเห็น

(( ได้รับคิวที่ 1 ))  โพสต์ 2020-8-16 11:09
คุณได้รับ +3 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-8-16 11:08

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ชุดวังน้ำทิพย์
ตัวเบาขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x1
x50
x100
x1
x6
x1
x2020
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x5
x3
x9
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x3
x30
x30
x30
x30
x130
x80
x1
x4
x32
x3
x24
x160
x3
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x48
x50
x581
x196
x3
x9
x6
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x39
x600
x399
x95
x9
x400
x1200
x75
x8
x27
x594
x5
x100
x1213
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x54
x30
x4
x250
x19
x566
x32
x56
x198
x100
x800
x6
x324
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x950
x30
x600
x96
x5
x5
x31
x398
x74
x1
x11
x1676
x1
x2
x1705
x2475
x39
x1523
x4
x6
x10
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x460
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x270
x142
x275
x590
x44
x111
x532
x1008
x1
x23
x632
x5
x468
x162
x366
x293
x520
x1456
x127
x67
x830
x500
x4
x2
x768
x902
x450
x165
x9999
x1905
x500
x325
x34
x26
x17
x69
x22
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x67
x1
x9
x153
x263
x710
x5450
x123
x11
x260
x446
x143
x2700
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x632
x2114
x880
x108
x230
x107
x11
x133
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x159
x5
x10
x15
x4
x192
x263
x500
x2
x51
x711
x9
x158
x200
x6662
x702
x310
x8
x59
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x32
x15
x678
x8
x1439
x9
x1748
x318
x958
x1174
x1090
x1030
x667
x213
x134
x207
x745
x1634
x807
x92
x154
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1263
x680
x195
x2122
x2318
x581
x40
x1018
x682
x23
x280
x1245
x154
x248
x1444
x8160
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1
โพสต์ 2020-8-17 00:42:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-8-18 00:13

[เผชิญหน้าศัตรู]

     จางฝูยังคงเดินเข้าสู่ด้านในหุบเขาเรื่อง จากคราแรกที่รอบกายเคยได้ยินเสียงเห่าหอนของกลุ่มสุนัขป่า แต่ยามนี้กลับเงียบหายไปแล้วเหลือเพียงเสียงของสาวลมแผ่วที่พัดวี๊ดเบาๆชวนให้รู้สึกหวาดผวาอยู่ไม่น้อย

    ‘เจ้าพวกนั้นช่างเลือกเส้นทางเดินได้น่าหวาดหวั่นแท้’


    จางฝูครุนคิดแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดและผ่อนออกมาเพื่อเรียกสติตัวเองที่เริ่มเตลิดไปตามสภาพบรรยากาศโดยรอบ หากว่าจิตของเราสงบก็จะไม่ฟุ้งจิตนาการความน่ากลัวบ้าๆออกมา จางฝูยังคงเดินสำรวจมองดูรอยฝีเท้าที่หลงเหลือไว้ต่อไป


    พรึบๆ พรึบๆ พรึบๆ


    “เสียงอะ….”


     พรึบๆ พรึบๆ พรึบๆ


     ฮี้ๆๆๆ!!!

    ไม่ทันจางฝูกล่าวจนจบต้นเหตุของเสียงก็ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับฝูงค้างคาวฝูงใหญ่ที่บินพุ่งผ่านร่างของจางฝูเข้าไปยังด้านในของหุบเขา จางฝูที่ยืนอยู่เห็นก็รีบยกมือขึ้นมาป้องกันใบหน้าของตัวเองเอาไว้ ปลายปีกหรือตัวของค้างคาวพุ่งเฉี่ยวผ่านร่างบางนั้นไปทิ้งรอยแรงเป็นปืดเล็กๆเอาไว้เต็มผิวหนังที่โผล่พ้นเสื้อผ้า


       เสียงร้องของหมิงมิ่งเองก็ร้องดังออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับบร่างของอาชาที่ขาวที่กระสับกระส่ายดีดขาไปมาด้วยความตกใจ กว่าที่จางฝูจะปลอบประโลมให้มันสงบลงได้ก็ใช้เวลาอยู่หลายเคอ    ดวงตาของจางฝูหันมองดูตามฝูงค้างคาวตัวสุดท้ายที่บินผ่านไป เพียงแต่ชั่วขณะที่หันกลับไปเธอกับสบเข้ากับดวงตาคู่สีแดงก่ำของค้างคาวตัวหนึ่งที่บินวนกลับมามองยังเธอก่อนจะบินจากไป


     “อะไรกันค้างคาวตัวนั้น น่าขนลุก”จางฝูกล่าวพึมพัมออกมาเมื่อคิดถึงเเววตาสีแดงสดที่มองมายังเธอแม้จะเพียงครู่เดียวก็เถอะ มือบางยกขึ้นลูบต้นแขนตัวเองปอยๆก่อนจะหันไปปลอบขวัญเจ้าหมิงมิ่งต่ออีกพักแล้วจึงเริ่มออกเดินต่อ


     จางฝูเดินต่อมาได้อีกครึ่งชั่วยามก็พบว่าที่ปลายทางเบื้องหน้านั้นมีแสงไฟส่องสว่างอยู่ เเสงสีส้มจางๆไหววูบไปมาดูแล้วคงเป็นกลุ่มคนที่จางฝูกำลังตามหาเป็นแน่ เมื่อคิดได้เช่นนั้น เธอจึงหันไปมองหมิงมิ่งและส่งสัญญาณให้มันเงียบเสียงส่วนตัวเธอก็ค่อยเดินย่องเข้าไปใกล้ปรานคลุมวารีปรากฎขึ้นรอบกายจากนั้นจึงค่อยบีบอัดให้หยดวารีเหลานั้นเล็กลงอาศัยสายลมช่วยสาดสะบัดหยดปราณวารีทั้งหลายให้พุ่งไปยังกลุ่มคนที่นั่งพิงไฟพักผ่อนกันอยู่


    แปะ


    “หืมม… น้ำอะไรวะ”เสียงหนึ่งในคนชุดดำที่นั่งเฝ้าเวณอยู่กล่าวออกมาแล้วยกมือลูบบริเวณใบหน้าที่โดนหยดน้ำบางอย่างหยดใส่


    “ละอองน้ำค้างมั้ง แถวนี้มันชื่นจะตาย ใช่ไหมหัวหน้า”เสียงของชายอีกคนดังขึ้นมา ในมือของมันมีไหเหล้าอยู่ก่อนที่มันจะหันไปโยนไหเหล้าในมือให้เพื่อนเอาไปดื่มต่อ


    “นั้นสินะ”


      จางฝูที่ซุ่มรออยู่ได้ยินเช่นนั้นก็เหยียดยิ้มออกมา มือบางหยิบคว้าเอากงจักรไท่หยางและหนามคู่ของตนขึ้นมาถือเอาไว้ ปลายฝีเท้าขยับถีบตัวใช้ตัวเบาปีนไต่ต้นไม้สูงหายเข้าไปในความมืดของราตรี รอช่วงเวลาของเมฆาที่เคลื่อนมาบดบังแสงจากดวงจันทร์


      ยามเมื่อเงาเมฆทาบทับลงบนพื้นดินก็เป็นเวลาเดียวกับที่กงจักรไท่หยางของจางฝูนั้นพุ่งบินฉิวออกจากมือบางไปด้วยความเร็วเข้าหาพวกคนชุดดำที่นั่งกงสุราอยู่เช่นเดียวกับตัวเธอที่พุ่งตามไปด้วยความเร็ว


      ฉั๊วะ!!

      เพล๊งงง!!


      “อ้ากก!! อะไรวะ”เสียงของชายผู้หนึ่งที่โดยกงจักรไท่หยางของจางฝูปั่นเฉือนไปบริเวณไหล่ขวาจนเลือดสาดจนไหเหล้าในมือหลุดหล่นแตก ทำให้พวกอีกห้าคนรีบยันตัวลุกขึ้นมากระชับดาบเตรียมความพร้อมเตรียมเผชิญหน้ากับศัตรู แต่สิ่งที่พวกมันต้องเผชิญหน้ากับกลายเป็นคลื่นวารีจากกระบวนท่าธิดาเข้าฝันที่จางฝูใช้ปราณสร้างขึ้นซัดใส่พวกคนชุดดำนั้นจนสามในห้าที่ยืนตั้งรับอยู่กระเด็นถอยหลังไปและสลบไป


     อั๊ก!

     โครมมมม!!!


     ไม่รอให้เสียเวลามือบางกระชับหนามคู่ในมือแล้วออกกระบวนท่าธารน้ำแข็งละลายควบคู่ไปด้วยทำให้อานุภาพของกระบวนท่ายิ่งร้ายกาจยากตั้งรับ คมปราณวารีพุ่งเข้าฝาดฟันร่างของอีกสองคนจนล้มร่วงลงไปร่วมใบไม้ปลิดปลิว ก่อนร่างของนางจะถีบตัวลอยขึ้นไปกลางอากาศเพื่อรับกงจักรสีทองของตนที่ถลาลอยกลับมา


    “มีอีกคนรึ”จางฝูที่อยู่ในมุมสูงเมื่อเห็นร่างของศัตรูอีกผู้นั่งกอดอกเเสยะยิ้มอยู่ฝากหนึ่งของจุดที่เธอกำลังสู้อยู่ก็ตีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา ดูท่าแล้วคนผู้นั้นคงมีฝีมือมากขนาดเธอจัดการลูกน้องมันไปได้ถึงสองคนแล้วก็ยังไม่ยอมออกมือลงมาช่วย


    “หน่อย นังนี้อยากตายมากใช่ไหม”เสียงของชายที่ก่อนหน้าโดนซัดจนสลบไปกล่าวออกมาแล้วค่อยยันตัวลุกขึ้นมาพร้อมกับเพื่ออีกสองคน ความโกรธเกรี้ยวของมันยิ่งทวีขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นร่างของเพื่อนอีกสองคนที่นอนจมกองเลือดอยู่ใกล้ๆ


     “กรอดด… ข้าจะฆ่าแกสะ ย้ากกกก”มันร้องออกมาพร้อมกระบี่ในมือดีดตัวพุ่งเข้าหาจางฝูที่ร่อนกายอยู่กลางอากาศ พร้อมกับเพื่ออีกสองคนพุ่งตามหลังไปติดๆ


      เคร้งง!!!


      คมกระบี่ปะทะเข้ากับกงจักรสีทองอย่างเเรงจนเกิดสะเก็ดไฟขึ้นเล็กน้อย ก่อนเป็นจางฝูที่อาศัยความคล่องตัวกล่าวพลิกตัวกลางอากาศและยกขาถีบเข้ายอดอกของชายชุดดำจนร่างนั้นเสียจังหวะไปและร่วงใส่เพื่อนตนที่กำลังพุ่งตามมาจนชนปะทะกันอย่างร่วงตกพื้นไป


    จางฝูร่อนตัวลงไปเหยียบปลายกิ่งไม้และพุ่งตัวเข้าหาเจ้าชายชุดดำที่ร่วงลงไปก่อนหน้าด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมกับใช้ท่าผีเสื้อกลางวายุ โดยแทนที่จะเป็นการออกหมัดกลับใช้หนามคู่ในมือของเธอนั้นจ้วงแทงและเฉือนฟันลงไปอย่างรวดเร็วเเทนจนยากที่อีกฝ่ายจะตั้งรับได้ทันและถูกเล่นงานจนล้มแน่นิ่งไป จะเหลือก็เเค่อีกสองคน คนแรกคือคนชุดดำอีกคนที่เธอจะจัดการส่วนอีกคนคงเป็นหัวหน้าที่ยังคงนั่งกอดอกยิ้มอยู่ห่างๆนั้น


     “เข้ามา”จางฝูกล่าวอีกชายชุดดำอีกคนที่เหลือมือที่เปอะเปื้อนโลหิตกระชับอาวุธในมมือวาดขาดแยกออกเพื่อมาอยู่ในท่าเตรียมพร้อม


    “กรอด…ข้าจะล้างแค้นให้สหายข้า”ชายผู้นั้นกล่าวพร้อมเสือกกระบี่พุ่งตัวเข้ามาหาจางฝูที่ยืนรออยู่ แต่การกระทำนั้นกลับเป็นการกระทำที่ผิดพลาด การต่อสู้ไม่ว่าจะอย่างไรหากปล่อยให้โทสะครอบง่ำย่อมเสียเปรียบ เมื่อร่างสูงในชุดดำพุ่งเข้ามาอย่างขาดสติก็เป็นเรื่องง่ายของจางฝู


     ร่างบางที่ตั้งท่ารออยู่เพียงสะบัดมือส่งปราณวารีไปก่อกวนจนอีกฝ่ายเสียจังหวะและอาศัยชั่วเวลานั้นพุ่งตัวสวนกลับไปพร้อมหนามคู่ในมือที่สะบัดเสียบลงกลางยอดอกอีกฝ่ายทะลุผ่านก้อนเนื้อในอกสิ้นชีพไป


     แปะๆ


     ระหว่างที่พลักร่างไร้ลมหายใจนั้นทิ้งไปเสียงตบมือก็ดังมาจากอีกฝากหนึ่งพร้อมกับร่างของชายหัวหน้ากลุ่มที่ยันตัวลุกขึ้นเดินอย่างช้าๆเข้ามาหาจางฝูพร้อมใบหน้าที่ยังคงประดับไว้ซึ่งรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจสักนิด


     “เจ้าช่างเก่งกาจ ครานี้ก็ถึงตาข้าตัวต่อตัวกับเจ้าแล้วสินะ”ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มกล่าวออกมาพร้อมจางฝูที่ดีดตัวถอยหลังไปเพื่อเตรียมพร้อมตั้งท่ารออีกฝ่ายพุ่งตัวเข้ามา ส่วนชายหนุ่มหัวหน้านั้นก็เพียงยกยิ้มด้วยท่าทีราวกำลังเจอเรื่องสนุกพร้อมขยับกายยืดเส้นสายจนกระดูกลั่นคลลายความเมื่อยก่อนจะพุ่งตัวตามร่างของจางฝูมาด้วยความเร็วจนหญิงสาวเร็วยังอดตกใจไม่ได้

    ฝุบ!!

     ฉั๊วะ!!

     ร่างบางของจางฝูเห็นร่างของชายหนุ่มที่พุ่งเข้ามาก็ถีบตัวเตรียมพุ่งหน้า เพียงแต่กลับมีบางสิ่งพุ่งเฉือนใส่ร่างของเธอจนเสียจังหวะไป เสียก่อน จางฝูตวัดขาดีดตัวม้วนลงมายืนที่พื้น ก่อนจะมองไปยังบริเวณช่วยไหล่ของตนที่มีเลือดไหลซึมออกมา ชายแขนเสื้อฉีกขาดราวถูกของมีคมตัด

     “อะไรกันนะ”จางฝูกล่าวออกมา ดวงตาฉายเเววสับสนก่อนจะเบิกกว้างเมื่อคลื่นปราณสายหนึ่งพุ่งจากร่างของชายหัวหน้ากลุ่มเข้าใส่เธอสองสาย จางฝูพลิกตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียดเตรียมจะใช้กรงจักรของตนเคลือบปราณคลุมวารีฟาดซัดกลับไป หากแต่ช่วงเวลาที่เธอปล่อยมือจากกงจักรร่างสูงของชายหนุ่มนั้นกลับหายตัวมาโผล่อยู่ด้านหลังของเธอและใช้ดาบในมือฟาดลงมา

      เคร๊งง!!!

      ‘ฉิวเฉียด’ ชั่วลมหายใจที่ดาบฟาดลงมาก็เป็นจางฝูหยิบยกเอาหนามคู่ขึ้นมากันได้ทันท่วงทีทำให้คมดาบที่ฟาดลงมาไม่ได้ลิ้มรสเลือดของเธอเป็นครั้งที่สอง ขาเรียวอาบไล้ด้วยปราณคลุมวารี ยกเตะสวนกลับไปอย่างเเรงที่สีข้างของชายหนุ่มจนร่างนั้นเสียงจังหวะและดีดตัวถอยไป

     การต่อสู้ยังคงดำเนินไปอย่างสูสีจนเวลาล่วงผ่านไปเกือบสองชั่วยามก็ยังไม่มีท่าทีว่าใครจะแพ้ชนะ ฝีมือของคนทั้งคู่พอกัันทำให้บนร่างของทั้งสองนั้นยามนี้เต็มไปด้วยบาดแผลที่แลกกันมาจนตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือด

       “ฝีมือไม่เลวเลยจริงๆ แฮ่กๆ…. ข้ามิได้เจอคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือทัดทานข้ามานานแล้ว”ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวออกมาพร้อมเสียงหอบเหนื่อยจากการปะทะกันอย่างยาวนานซึ่งจางฝูเองก็มีสภาพที่ไม่ต่างกันเท่าใดนัก

      “เลิกพร่ามเสียที”

      “ เช่นนั้นก็มาจบกันเลยเถอะ”ชายผู้นั้นว่าก่อนที่ร่างของทั้งสองจะพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง ท่วงท่าผีเสื้อกลางวายุถูกใช้อีกครั้ง แต่ครานี้เธอพลาดเมื่อจู่ๆร่างสูงของชายหนุ่มนั้นก็ขยับเลี่ยงตัวไปทางด้านซ้ายของจางฝูพร้อมปราณดาบพุ่งวาบเข้ามาปะทะกับร่างของจางฝูอย่างจังจนเลือดสีแดงสดสาดกระจายเช่นเดียวกับร่างบางของนางที่ปลิวกระเด็นไปอีกทางไปกระเเทกกับต้นไม้ร่วงลงมานอนจุกที่พื้น

      หยาดเลือดค่อยไหลซึมออกมาจากบาดเเผลเอ่อท่วมบริเวณที่จางฝูกำลังนอนอยู่ เปลือกตาที่ลืมก็เริ่มหนัักอึ้งจนเเทบครองสติเอาไว้ไม่อยู่ “กะ..แก”

      “หึหึ”เสียงหัวเราะในลำคอของชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มดังขึ้นพร้อมกับร่างของเขาที่ค่อยใช้ดาบในมือพยุงตัวเดินมาหาจางฝูอย่างเเช่มช้า ถึงกระนั้นเขาก็เป็นผู้กุมชัยชนะมาได้ แม้จะต้องเจ็บหนักอยู่บ้างก็ตาม


@Admin



แสดงความคิดเห็น

(( ได้รับคิวที่ 2 ))  โพสต์ 2020-8-18 10:51
คุณได้รับ +15 คุณธรรม +15 ความโหด โพสต์ 2020-8-18 10:51
คุณได้รับ +47 คุณธรรม +15 ความโหด โพสต์ 2020-8-18 10:51
คุณได้รับ +3 คุณธรรม +10 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-8-17 12:15
คุณได้รับ +47 คุณธรรม +15 ความโหด โพสต์ 2020-8-17 12:15

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +1000 ความหิว -1484 Point +15 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 1000 -1484 + 15

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ชุดวังน้ำทิพย์
ตัวเบาขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x1
x50
x100
x1
x6
x1
x2020
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x5
x3
x9
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x3
x30
x30
x30
x30
x130
x80
x1
x4
x32
x3
x24
x160
x3
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x48
x50
x581
x196
x3
x9
x6
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x39
x600
x399
x95
x9
x400
x1200
x75
x8
x27
x594
x5
x100
x1213
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x54
x30
x4
x250
x19
x566
x32
x56
x198
x100
x800
x6
x324
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x950
x30
x600
x96
x5
x5
x31
x398
x74
x1
x11
x1676
x1
x2
x1705
x2475
x39
x1523
x4
x6
x10
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x460
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x270