ดู: 56|ตอบกลับ: 6

{ ดินแดนดาร์กเอลฟ์ } โรงเตี๊ยมซานลู่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-6-29 22:27:23 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2020-6-30 20:05

โรงเตี๊ยมซานลู่




อดีตโรงเตี๊ยมร้างภายในหมู่บ้าน ที่ยังพอจะคงสภาพไว้ได้อยู่บ้าง ทว่าการจะเข้าไปนั้นต้องผ่านซอกหลืบ
ด้านในผุพัง ดินที่ใช้เพื่อสร้างเริ่มแห้งแตกอยู่บ้าง ข้าวของเละเทะกระจัดกระจาย
ก็ยังพอเดินพอขยับได้อยู่บ้าง โรงเตี๊ยมที่มีร่องรอยการพักอาศัยในอดีต
มีเศษดินเศษหิน และความทรงจำที่ยากจะมีผู้ล่วงรู้ ปัจจุบันหลังการสั่นสะเทือนของผืนดิน
โรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็ถูก 'บางสิ่ง' โยกย้ายให้มาอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ที่เดิม บรรยากาศเย็นยะเยือก เงียบสงบ
ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู่ดินแดนอันแสนลึกลับ ที่ซึ่งมีปริศนารอคอยท่านอยู่อีกมากมาย




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 8

ดูบันทึกคะแนน

1330

กระทู้

4820

โพสต์

79หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19473286
เงินตำลึง
199961
ชื่อเสียง
324926
ความหิว
1849

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ด

คุณธรรม
33566
ความชั่ว
9666
ความโหด
65068
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2020-6-30 07:23:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด

งานประชันเขียงแดนทรนง
1921
{ อิเวนท์ยอดเชฟกะทะเหล็ก 45 }
ขาหมูที่ถูกทิ้งไว้

อวี้

                    อีกด้านหนึ่งคือร่างบุรุษผู้ถือความสันโดษมาเอนหลังที่โขดหิน ลมราตรีหาได้เป็นอุปสรรคในการชื่นชมดาร่าแห่งขุนเขาไม่ ด้วยอานิสงค์จากผ้าห่มธรรมชาติอย่างเสือดาวหิมะตลอดลำตัวเขาอุ่นจนร้อนทีเดียว พี่เสือให้ความสงบเขากลับมา ได้สัมผัสถึงชีวิตที่ว่าตนคงอยู่เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ พึ่งรุ้ว่ามันพิเศษแค่ไหนก็เมื่อได้ค้นพบ ‘ความสุขใจ’ อีกครั้ง

                    นานแล้วที่ห่างไกลมิตรสหาย ห่างไกลคนรู้จักและบ้านเกิด.. คงต้องยอมรับว่าคณะเดินทางของหลิงหลานมีการคงอยู่ของผู้คนที่น่าสนใจ จะหวางที่ร่อนเร่กับดอกบัวขาว พ่อครั้วเอกของแผ่นดินผู้คร่ำเคร่งและศิษย์ขี้สงสัย ยังมีเจ้าชายเอลฟ์ซ่อนลับลมคมในใต้รอยยิ้ม..คนประเภทเดียวกัน ผีย่อมเห็นผี

                    เมื่อกล่าวถึงลูกศิษย์มัดมือชกคนสุดท้าย… ยอมรับว่าเดิมทีเขามองนางไม่ต่างกับคนอื่นๆ เพียงผ่านทาง ไม่สุงสิงหากไร้ความจำเป็น ป้องกันเพื่อไม่ให้ทั้งสองต้องเศร้าใจหากต้องจากลาโดยที่ไม่รู้ถึงฐานะแท้จริง ทว่ายิ่งวางตนเว้นระยะห่างเท่าใดคนรอบกายกลับไม่เห็นเป็นเช่นนั้น ยังคงมองเขาเป็นส่วนหนึ่งของคณะและด้วยความคิดเช่นนั้น บางที...เขาอาจสามารถกลับมาใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของคนบางกลุ่ม มีความหมายมากกว่าให้ระลึกถึงในบทกวีรึคำสดุดีได้จริงๆ

                 “เกิ้นหยางผ่านเทศกาลตวนอู่แล้ว… พี่ว่าทุกคนทางนั้น จะยังเป็นยังไงกันบ้างนะ?” ยังจดจำคนผู้นี้ได้ไหม? ห้าปีที่ผ่านไป กาลเวลาทอดทิ้งเขาเอาไว้เบื้องหลังเพียงความทรงจำที่ซีดจาง

                  ร่างสีขาวผลอยหลับไปในเวลาไม่นานใต้ท้องฟ้าและหมู่ดาวเพียงลำพัง เกิดเหตประหลาดขึ้นก็ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเขาได้เมื่อคืนนี้หาใช่เดือนมืด แต่สร้อยจันทรากลับแปล่งแสงกระจ่าง เมื่อสิ้นประกายพักตร์พิมพ์ประพายกลับมาหวาดหยดเน่งน้อย คิ้วอ่อนใสน้ำค้างประทับกลางหน้าผาก เพียงขยับกายก็ลืมตาตื่นขึ้นมาคล้ายคนงุนงง “หือ… ที่ไหนเนี่ย มืดตื๋อเลย”

                  หาววอดหนึ่งครั้งลุกขึ้นบิดไปทางซ้ายแล้วก็บิดไปทางขวา แปลกใจอยู่เหมือนกันที่ไฉนตนมานอนกลางที่วังเวงเช่นนี้ ยังดี.. มีพี่เสือหลับอุตุอยู่ไม่ไกล มือน้อยคลำไปทั่วเพื่อหามุกราตรีขึ้นมาส่อง ปกติแล้วเจ้าของร่างจะทิ้งข้อตกลงรึคำสั่งเอาไว้ ‘ทำไมหนนี้ไม่มีกันล่ะ? หรือว่าทดสอบจนพอใจแล้วผลคือหวางเย่ผ่านไม่ผ่าน ปกติหลิงเฮ่าชัดเจนมาตลอดนี่นา?’ หรือว่าหนนี้จะขี้เกียจเขียน? คนอย่างรายนั้นอ่ะน่ะจะลืมได้ ไม่น่าเชื่อๆ

'มาทางนี้...'

             “เหวยย!! นั่นเสียงใครอ่ะ!!” ไร้ซึ่งหรีดหริ่งเรไร รอบข้างมีบ้านแต่ไร้ผู้คนความกลัวขุมหนึ่งแล่นจับเข้าขั้วหัวใจ ทว่าหลิงหลานกลับได้ยินบางสิ่งกำลังเรียกขานตนเหงื่อตกเล็กน้อย ลูกแกะอย่างไรก็มีความขี้กลัวซ่อนอยู่ลึกๆ นางไม่เกรงอันตรายที่สามารถจับต้องได้ทว่าหวั่นในภัยร้ายที่มองไม่เห็นมันรับมือยากกว่ากันเยอะ หลิงหลานมุ่งหน้าไปตามเส้นทางมืดมิดด้วยแสงมุกราตรีในมือ นับก้าวในใจ.. สักห้าร้อยก้าวไม่เจออะไรหญิงจะกลับละ!!

‘หลิงหลาน…..มาทางนี้’

            “ใคร?? หัวหน้าหมู่บ้านหรือ…” อาจเพราะเสียงนี้ช่างคล้ายกับเสียงประหลาดของอะไรบางอย่าง มันดึงดูดนางเสียจนไม่อาจมองข้ามได้ ร่างในอาภรณ์ขาวลุกขึ้นเพื่อคลำหาทิศทางต้นเสียงทว่าไร้ผล นางเขย่าปลุกพี่เสือด้านข้างแต่ก็ไร้ผล มันยักจะหลอนๆแล้วนะ

'มาสิ มา... เร็วเข้า'

            “เสี่ยวหลาน?? นั่นเจ้ากลับมาแล้วหรือ!!” หลิวตานเลือกอยุ่เวรยามคืนนี้ ดังนั้นเขาสามารถได้ยินเสียงของดรุณีผมเงินได้และติดตามมาแทยจะในทันที แค่เห็นแห่นหลังก็ไม่สนว่าจะเป็นวิญญาณมาหลอกหลอน รีบพุ่งเข้าหาแต่กลัวว่านางจะหายไป

              “อ้าว หวางเย่? ท่านเรียกข้าหรือ?? หืม..”

               ผู้ที่ปรากฎอยู่ด้านหลังนางชนิดพาหัวใจวายตายได้คือสวามี ตอนแรกก้คิดว่าเป็นเสียงของเขาหรอกแต่คนละโทนโดยสิ้นเชิง อ้อมกอดที่โถมเข้ามามีเรี่ยวแรงมหาศาลชวนมึนอยู่บ้างแต่ชายาตัวน้อยรุ้หน้าที่ โอบกอดกลับจากนั้นก็โดนยกตัวหมุนไปหมุนมาฉลองความยินดีอยู่พักหนึ่ง ขณะกำลังจะถามถึงลูกสาวมาดูกลีบสักหน่อย กลันรู้สึกว่ามันเงียบแปลกๆ ค่อยะบว่าเสียงนั้นหายไปแล้ว “เอ๋ ถ้าไม่ใช่ท่านแล้วใครเรียกล่ะ..”

               “เจ้าพูดถึงเรื่องอะไรน่ะ? มาเถอะ เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยใช่ไหม หิวหรือเปล่า.. ยังมีขาหมูเมื่อตอนเย็น” ด้วยความยินดีหยาเหยี่ยนหวางจึงไม่ค่อยได้สังเกตความผิดปกติของชายารัก เขาทราบเพียงว่านางกลับมาแล้ว เช่นนั้น.. ก็คงจะไม่มีเหตุให้ต้องแยกกันอีก ก่อนจะเข้าไปด้านในบ้านพักเพื่อหาของมาเลี้ยงอีกฝ่าย

                เจ้าแกะน้อยส่ายหน้าหงึกๆ พลางชะเง้อมองไปในความมืดหนแล้วหนเล่า กล่าวสั้นๆ “ไม่เจ้าค่ะ เดี่ยวข้ากลับมานะท่านพักผ่อนต่อเถอะ เดี๋ยวมาๆ” จากนั้นก็หายไปในความมืด ด้วยความข้องใจบางอย่าง หรือว่าเสียงนี้จะเป็นสิ่งที่ตนเคยรู้จัก ที่นางพลาดไม่ได้เพราะอาจเป็นสัญญาณบางอย่างที่หลิงเฮ่าทิ้งเอาไว้ให้
                              
                พอแยกจากหยาเหยี่ยนหวางเสียงที่พยายามเรียกตนครู่หนึ่งมันก็ดังอีก.. มีทิศทางชัดเจนค่อนข้างแปลกประหลาดแล้ว นางคงไม่ได้กำลังถูกผีหลอกใช่ไหม หมู่บ้านร้างอ่ะ มันต้องมีเรื่องสยองดิ ยกมือขึ้นอุดหูไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น “ไม่ๆๆ...ข้าไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลยนะ หูแว่วหรือเปล่า ไม่ๆๆ เรียกผิดคนแล้ว”

‘มาหาข้า… หลิงหลาน.....มาสิ..’

               “เฮ้ ข้าได้ยินนะมาจากทางนี้…ใช่ไหม” เสียงนั้นยังคงดังซ้ำๆ ราวกับเชิญชวนให้เข้าไปค้นหา ท่ามกลางราตรีที่มืดมิด มุกราตรีคือแสงทางเป็นสิ่งเดียว ประกายตาสีทองเต็มไปด้วยความฉงนที่รอการเติมเต็ม เถ้าแก่สาวเดินเตาะแตะไปเรื่อยๆ

                 เชื่อว่าซากหรือสิ่งที่เคยเป็นหมู่บ้านร้างสุดสยองแห่งนี้คงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สาวทรงโตอย่างนางอยู่อาศัย นั่นเพราะมีหลายจุดที่ต้องมือกดนมทำตัวลีบก่อนจะเบียดเขาไป ส่วนของหุ่นไม่มีปัญหา แต่หน้าอกหน้าใจที่แม่สระน้ำทิพย์ให้มามันเกินพอดี ดังนั้น… ความทุกข์ทรมารเกิดขึ้นแก่แกะตัวนี้ วิ่งตามเสียกระดุ๊กๆ ยังไม่วายต้องดึงนมออกมาจากร่องแคบทั้งหลาย ‘สาปแช่งคนสร้างหมุ่บ้าน ขอให้ลุกหลานท่านอกโตเป็นโคนม!!’ เกรี้ยวกราด มันเจ็บสิวๆ ที่ไหนหน้าอกหน้าใจครูดแผ่นหินเลยนะ!!

                   เบียดๆ บดๆ อย่างอึดอัดและครุ่นคิดหลายทีว่าดาบมรกตในมือจะตวัดลงสักฉับแล้วปาดทิ้งเลยดีรึไม่ คิดๆ แล้วไม่มีอุถปกรณ์ห้ามเลือดคงตายก่อนถึงเช้า ดังนั้น เดินหน้าต่อไปแล้วใหญ่อย่างมีเอกลักษณ์ ในที่สุดสามารถตามเสียงเพรียกสุดหลอนนัน้มายังซากอาคารแห่งหนึ่งที่ทางเข้าถูกปิดด้วยการถล่มของโครงด้านหน้า

                 “เอ้า… แล้วจะเข้ายังไงให้ดำดินแบบตัวตุ่นหรอ? เอ้อ ก็แปลก...”

                  ถ้านางเป็นศิษย์เจ้าแม่สักองค์เรื่องอิทธิฤทธิ์ล่องหนหายตัวไม่ต้องห่วง เสียดายเป้นแค่แกะขนสวยที่รวยมากหนึ่งตัว.. นอกจากชั่งล้นคลังกับสายธารอาหารแล้วอย่างอื่นล้วนไม่มี เท้าสะเอวสักครุ๋เสียงนั้นเรียกไม่หยุด แกว่งดาบมรกตในมือขวับๆ  “เดี่ยวแม่ก็ฟันทิ้งสร้างทางเข้าเองซะเลยนี่..”

                  คล้ายเสียงนั้นเปล่งเรียกอีกครั้ง ลอดมาจากด้านใต้ให้นางเห็นช่องแล่องเล้กๆ พอให้เอาตัวเข้าไปส่วนอกแน่นอนว่าชอบติด.. มือมันคันอยากจะสับ แต่อีกใจหนึ่งก็สงสารซากพังๆ ที่อยู่มาได้ตั้งหลายปีโดยไม่มีคนดูแล “อีกหนเดียวนะ.. หนสุดท้ายแล้ว ถ้าเข้าไปไม่เจออะไรดีๆ อย่าหาว่าไม่เตือน รับรองป่นตั้งแต่หน้าหมู่บ้านยันท้ายตลาดแน่” ฮึดฮัดอยุ่ในลำคอ เจ้าเสียงนี้ใช้สมองหรือใส้ติ่งคิด ให้สาวน้อยบอบบางอย่างนางมาเดินโต๋เต๋ลำพังกลางค่ำกลางคืน

                  คนหน้ามนยอมส่งดาบมรกตเข้าไปก่อนจากนั้นตามด้วยกระถดตัวผ่านร่องแคบๆ ตามแนวนอน มันง่ายในช่วงแรกๆ ก่อนจะไม่พ้นเจ็บที่ส่วนอกก็รู้ล่ะว่าปัญหาอยู่ที่ไหน นึกสัญญากับตัวเองในใจ เกิดมีอีกตนจะสลับเป็นหลิงเฮ่า ให้เขามาผ่านแทนแบบไร้ปัญหาสิ้นคิดเหมือนโชคชะตาลิขิตจนหมดมุกแล้วอย่าง ‘นมติด’ เล่นบ่อยซ้ำซากจนไม่อยากจะเฉ่งแล้วว้อยย

                  ต้องใช้ตามสูตรเดิม ‘ลำบาก หายใจยาก ฝากให้ไปสูดอากาศเข้าปอดตอนชาติหน้าช่วงบ่ายๆ แล้วบอกกับคนเขียนบททีว่าเอาที่มันไม่จำเจ’ สำหรับแกะผู้ชื่นชอบบทละครและนิยายขายความน้ำเน่า เรื่องเศร้าคือเจอแนวคิดซ้ำๆ แต่ดันไม่ใส่สีสันลงไปให้ใจมันรู้สึกกร๊าว

                  จากนั้นจึงร้องออกมาเป็นเพลงคลายเครียด ชีวิตติดช่องไม่ใช่เพราะใครแต่เพราหน้าอกหน้าใจยิ่งใหญ่ฟ้าประทาน พระเจ้าคิดใจอะไรกับนมหนูคะถามจริง?

                  ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นดรงเตี้ยม แรกเงยหน้าออกจากช่องประหลาดเหมือนแนวหมาลอดแต่แกะใช้ผ่าน ปรากฎตัวที่ก้นครัว มีเครื่องเรือนหม้อไหชามเก่าบุโรทังประปราย เขม่าเปื้อนจนหน้ามอมกว่าผีโขมด เดินดุ่มๆสะบัดฮัดชิ่วมาตลอดทาง “อืม… ก็เริ่มหิวเหมือนกันนะ แต่พวกเขาคงไม่ทิ้งเนื้อแพะเนื้อวัวไว้ให้หรอก… มั้ง”

อวี้

                  สายตาปรายไปรอบๆขณะปัดฝุ่นออกจากตัวเอง ใครจะคาดคิดว่าสิ่งที่เจอกลับเป็นร่างๆ หนึ่ง นอนเหนือโต๊ะทำครัว นิ้วจิ้มๆ ดูคิดว่ากองหมูแฮมยูนนาน สัมผัสผิวหนังเลือดเนื้อหลิงหลานสะดุ้งตกใจถอยกราวจนชนราวล้มพังเคร้งคร้าง “เจ้ย!! ทิ้งไว้จริงด้วย!!”

อวี้

                 อยุ่ดีๆแฮมหมูยูนนานก็มีชีวิต ด้วยความมืดสลัวแสงไม่พอจนจดจำพวกพ้องไมไ่ด้ในทันที ในนี้มีผีจริงๆด้วย อารามตกใจกรี๊ดมากรี๊ดกลับไม่โกง “ผีแฮมหมู!! อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา!!” แหกปากลั่นไปเจ็ดย่านด้วยพลังเสียงที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเพื่อหวังว่าสักวันจะมีบท ‘วีรบุรุษช่วยสาวงาม’ แต่บางทีเจ้าตัวก็ลืมไปว่าปกติคนที่โวยวายไม่พ้นสาวใช้ ไม่ก็ตัวประกอบตายก่อน

               เสียงแปดหลอดประสานพ้องกันดุจวงฆ้อง ยาวนานหลายอึดใจก่อนสตรีผมเงินจะยอมแพ้ด้วยอาการแสบปากแสบคอ แล้วเอียงคิดสีหน้างุนงง “แปลก… ร้องนานขนาดนี้ บทพระเอกที่สมควรโผล่ออกมาทำไมไม่ปรากฎตัวสักทีล่ะ? หรือยังแต่งตัวอยู่ ก็นานไปนะ คนตายก็ฝังเสร็จพอดี”

อวี้

                   คลำลำคอหาเส้นเสียงอยู่สักพักก็คล้ายว่าจะคุ้นๆ คำเรียกนี้อยู่บ้าง มือคู่เรียวยกมุกราตรีขึ้นส่องใกล้ๆ จากนั้นรอยยิ้มแฉ่งดอกทานตะวันก็ผุดขึ้นมา “อ้าว!! น้องสาวนี้เองทำไมมานอนเป็นแฮมหมูอยุ่ตรงนี้ล่ะ? แล้วมาในนี้ได้ไงอ่ะ.. อ่อ จริงสิ เข้าใจแล้วๆ” ประโยคหลังกดสายตาลงมองยังหน้าอกหน้าใจอีกฝ่าย มันคงไม่ลำบากเหมือนคราวตนมั้ง

อวี้              

                   “ไม่รู้สิ.. ว่าจะถามเจ้าอยู่เหมือนกัน”

                   พูดยิ้มๆ ตามประสาแกะเด๋อมาอย่างคนงงๆ นั่งลงบนโต๊ะเกาะแก้ม แล้วก็ยอมถูๆ เอาความคันบนใบหน้าออก แม้มันจะไม่ช่วยเรื่องเลอะเทอะนักก็ตาม “พี่สาวตื่นแล้วก็ตามเสียงแปลกๆมา ไม่นึกว่าจะเจอกันที่นี่เลยนะ แล้วทุกคนไปไหนหมดอ่า? หมายถึงทุกคนที่ไม่ใช่พวกเรา.. อย่างเจ้าของบ้าน หรือเจ้าของอันนี้อ่ะ”

                   อันนี้ที่ว่าคืออยู่ดีๆ หยิบเอากระจกสัมฤทธิ์หน้าตาแปลกๆ ขึ้นมา ดูแล้วไม่ใช่ของชาวอั่นแน่นอน เป่าพรูดเดียวจนฝุ่นฟุ้งกระจายเป็นผงขาวเต็มห้อง “ว้าว มีแต่ฝ้า สงสัยไม่ได้ใช้นานแล้วต้องเอาขี้เถ้ามาขัดนะเนี่ย..”

อวี้


                 “...............” กินจุดไปสักพักจากนั้นวางกระจกนั้นลงด้วยอาการแข็งทื่อ ส่ายหน้าไปมาก่อนจะหัวเราะชิดชา กุมมืออีกฝ่ายถามทีละคำ “บางทีพี่สาวคนนี้ก็สงสัย… คณะพวกเราใช่ถูกโฉลกกับคำว่า ‘ร้าง’ ใช่รึไม่? หมู่บ้านร้าง ศาลเจ้าร้าง แดนทะเลทรายรกร้าง และก็หมู่บ้านร้าง… เดาได้เลยต่อไปต้อง โอเอซิสร้าง!! อะไรนะ ยังไม่เข้าที.. งั้นตอนนี้เราอยู่ครัวร้าง ต่อไปไม่ผิดแน่...หุบเหวร้าง”

อวี้

                 “อ่อ.. คลาดกับเขาน่ะ” วิธีการตอบที่ตรงสุดแม้ว่าเอาเข้าจริงนางจะไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่ายเลยก็ตาม ดรุณีผมเงินนวดขมับเล็กน้อย ดูเหมือนว่าช่วงที่ผ่านมาตนจะพลาดข่าวสำคัญไปเยอะมากทีเดียว แต่ทำไมรุ้สึกว่าดีแล้วกันล่ะ ไม่ควรจะโล่งใจขนาดนี้สิ!! นั่งสนทนาในที่สลัว แม้จะมีเพื่อนแต่มันก็วังเวง กลอกสายตาคิดแล้วตัดสินใจไม่นาน “ที่นี่ไม่เหมาะอยู่นานเท่าไร เราออกไปกันเถอะ.. อ่ะ อันนี้คือมุกราตรีจิ้งสู่ให้น้องสาวไว้ใช้ต่างคบไฟนะ แถมไม่ร้อนมือด้วย”

                อาศัยจังหวะกุมมือสลับเอาศิลาล้ำค่าควรเมืองก้อนเรืองให้ เมื่อมีสองจุดก็สว่างพอๆ กับไต้เทียนนับสิบทันที

อวี้
All ชื่อเสียง
รูปปั้น + อ๋อง




แสดงความคิดเห็น

(( โบนัสเสียงเพลง ))  โพสต์ 2020-6-30 12:02
คุณได้รับ --5 คุณธรรม โพสต์ 2020-6-30 11:43
คุณได้รับ +3 คุณธรรม +8 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-6-30 11:43
คุณได้รับ +75 ความชั่ว +65 ความโหด โพสต์ 2020-6-30 11:43

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -96 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -96 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว
หน้ากากยักษ์ทอง
ดาบมรกต
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
จื่อซิงหม่า
ชุดมารจื่อเซ่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x311
x571
x56
x336
x1
x3
x2
x1
x1
x5
x27
x17
x27
x1
x1
x1
x31
x3
x54
x42
x79
x1890
x72
x43
x188
x1
x6
x2
x4
x59
x1
x15
x2
x49
x349
x1
x1
x29
x2
x2
x2
x1
x1
x10
x160
x270
x30
x20
x3
x6
x89
x3
x4
x3
x62
x484
x6
x11
x6
x20
x15
x45
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x26
x2
x1
x3
x1
x2
x3
x1
x96
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x5
x7
x3
x310
x300
x100
x120
x125
x360
x261
x24
x32
x98
x125
x610
x240
x6
x120
x1
x8
x5
x15
x1657
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x968
x770
x2005
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1700
x903
x27
x41
x15
x100
x9
x18
x1762
x178
x2025
x1200
x320
x2185
x2
x7900
x363
x96
x102
x10
x70
x147
x3327
x129
x237
x382
x2752
x2139
x1670
x11
x504
x1484
x9
x2
x27
x5560
x2574
x12
x64
x7335
x55
x9999
x1806
x50
x3
x192
x15
x1058
x1
x1
x2905
x2
x1
x2525
x14
x35
x30
x681
x470
x30
x169
x387
x53
x8
x1180
x1404
x8409
x967
x200
x590
x200
x57
x49
x2365
x1
x1850
x2929
x6303
x668
x273
x7880
x9999
x556
x51
x69
x4584
x26
x15
x71
x179
x1000
x11
x3933
x2935
x1647
x2439
x9999
x2466
x3100
x2364
x1822
x2590
x105
x9999
x485
x1103
x129
x30
x8820
x2347
x3848
x1984
x147
x2817
x4404
x4043
x1805
x3743
x1808
x524
x2278
x518
x240
x1298
x337
x3
x24
x10
x1500
x78
x50
x5312
x1090
x1
x833
x9999
x2751
x2
x35
x2139
x3651
x7097
x711
x6747
x4470
x502
x930
x1809
x680
x10
x1118
x2753
x2940
x740
x97
x3
x19
x25
x25
x32
x9
x6048
x9448
x2307
x9999
x199
x24
x9999
x20
x5805
x23
x8
x1450
x257
x25
x9
x98
x31
x8
x845
x3705
x8
x31
x207
x936
x86
x2505
x2093
x127
x18
x1417
x2378
x2255
x3
x284
x3676
x2540
x7884
x514
x397
x3976
x5657
x9999
x10
x2273
x2447
x5805
x7800
x3380
x1428
x27
x3330
x951
x70
x328
x142
x2816
x2118
x9999
x41
x4401
x9999
x9999
x9999
x3180
x1943
x111
x3000
x8
x3696
x39
x3223
x4099
x757
x1
x757
x1614
x583
x1221
x5371
x2284
x5202
x5004
x9999
x5860
x9999
x3109
x2267
x2034
x3256
x4264
x2402
x558
x61
x1
x25
x1989
x4870
x713
x1
x4677
x7007
x68
x9999
x676
x1418
x1033
x6504
x104
x3507
x875
x451
x104
x925
x277
x8
x182
x26
x9999
x1123
x2070
x3628
x195
x664
x454
x104
x1301
x1342
x9999
x3710
x1554
x1230
x889
x230
x9999
x1722
x9999
x129
x713
x2427
x2
โพสต์ 2020-6-30 07:27:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ ความกังวล }
107
พานพบอีกครั้ง
                    ร่างบางของสตรีตัวน้อยที่เคลื่อนย้ายกลับมายังบ้านที่พวกเขาเลือกใช้พัก นางฝากคำอำลาพร้อมทั้งอวยพรไว้กับสายลม เขาจะได้รับไหมนางย่อมไม่อาจทราบได้ เพียงแต่นางก็ทำดีที่สุดแล้วในฐานะศิษย์อำลาอาจารย์ ดรุณีสาวพักพิงในห้องที่มีเพียงนางจัดการหยิบเสื้อคลุมตัวเดิมของคุณชายว่านจวินที่นางยังปักไม่เสร็จมาจัดการปักต่อ ถึงแม้เจ้าของจะไม่อยู่แต่นี้ก็เป็นสิ่งที่นางทำแก้ว่าง จัดทำสักหน่อยก็คงกลับมาใช้ได้ ว่าไปก็ยกมือขึ้นป้องปากหาว นางเปิดตามาทั้งวันยังไม่ทันได้พัก ถ้าเช่นนั้นพักสักหน่อยก็คงไม่แปลก

                    ดรุณีสาวล้มตัวลงนอนโดยที่ไม่ได้ปล่อยผ้าคลุม คิดซะว่าตื่นมาปักต่อใกล้ๆมือตามประสาคนเกียจคร้านไปก็แล้วกัน โดยที่ตัวนางก็หาได้รู้เลยว่าเมื่อค่อยๆจมลงสู่นิทราฝัน ตัวนางจะค่อยๆเลือนลางหาย ราวกับว่าไม่เคยมีอยู่ ทั้งหมดเป็นกลายเป็นห้องว่างเปล่าไร้ซึ่งเสียหายใจ หลงเหลือไว้เพียงข้าวของอื่นๆที่บ่งบอกถึงผู้พัก ทว่าร่างกายกับของที่นางถือไว้กับตัวกลับเลือนหาย ต่างกับจิตใจที่จมลึกอยู่กับภาพฝันที่ชัดเจน

                    อีกด้านหนึ่งคือร่างบุรุษผู้ถือความสันโดษมาเอนหลังที่โขดหิน ลมราตรีหาได้เป็นอุปสรรคในการชื่นชมดาร่าแห่งขุนเขาไม่ ด้วยอานิสงค์จากผ้าห่มธรรมชาติอย่างเสือดาวหิมะตลอดลำตัวเขาอุ่นจนร้อนทีเดียว พี่เสือให้ความสงบเขากลับมา ได้สัมผัสถึงชีวิตที่ว่าตนคงอยู่เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ พึ่งรุ้ว่ามันพิเศษแค่ไหนก็เมื่อได้ค้นพบ ‘ความสุขใจ’ อีกครั้ง

                    นานแล้วที่ห่างไกลมิตรสหาย ห่างไกลคนรู้จักและบ้านเกิด.. คงต้องยอมรับว่าคณะเดินทางของหลิงหลานมีการคงอยู่ของผู้คนที่น่าสนใจ จะหวางที่ร่อนเร่กับดอกบัวขาว พ่อครั้วเอกของแผ่นดินผู้คร่ำเคร่งและศิษย์ขี้สงสัย ยังมีเจ้าชายเอลฟ์ซ่อนลับลมคมในใต้รอยยิ้ม..คนประเภทเดียวกัน ผีย่อมเห็นผี

                    เมื่อกล่าวถึงลูกศิษย์มัดมือชกคนสุดท้าย… ยอมรับว่าเดิมทีเขามองนางไม่ต่างกับคนอื่นๆ เพียงผ่านทาง ไม่สุงสิงหากไร้ความจำเป็น ป้องกันเพื่อไม่ให้ทั้งสองต้องเศร้าใจหากต้องจากลาโดยที่ไม่รู้ถึงฐานะแท้จริง ทว่ายิ่งวางตนเว้นระยะห่างเท่าใดคนรอบกายกลับไม่เห็นเป็นเช่นนั้น ยังคงมองเขาเป็นส่วนหนึ่งของคณะและด้วยความคิดเช่นนั้น บางที...เขาอาจสามารถกลับมาใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของคนบางกลุ่ม มีความหมายมากกว่าให้ระลึกถึงในบทกวีรึคำสดุดีได้จริงๆ

                 “เกิ้นหยางผ่านเทศกาลตวนอู่แล้ว… พี่ว่าทุกคนทางนั้น จะยังเป็นยังไงกันบ้างนะ?” ยังจดจำคนผู้นี้ได้ไหม? ห้าปีที่ผ่านไป กาลเวลาทอดทิ้งเขาเอาไว้เบื้องหลังเพียงความทรงจำที่ซีดจาง

                  ร่างสีขาวผลอยหลับไปในเวลาไม่นานใต้ท้องฟ้าและหมู่ดาวเพียงลำพัง เกิดเหตประหลาดขึ้นก็ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเขาได้เมื่อคืนนี้หาใช่เดือนมืด แต่สร้อยจันทรากลับแปล่งแสงกระจ่าง เมื่อสิ้นประกายพักตร์พิมพ์ประพายกลับมาหวาดหยดเน่งน้อย คิ้วอ่อนใสน้ำค้างประทับกลางหน้าผาก เพียงขยับกายก็ลืมตาตื่นขึ้นมาคล้ายคนงุนงง “หือ… ที่ไหนเนี่ย มืดตื๋อเลย”

                  หาววอดหนึ่งครั้งลุกขึ้นบิดไปทางซ้ายแล้วก็บิดไปทางขวา แปลกใจอยู่เหมือนกันที่ไฉนตนมานอนกลางที่วังเวงเช่นนี้ ยังดี.. มีพี่เสือหลับอุตุอยู่ไม่ไกล มือน้อยคลำไปทั่วเพื่อหามุกราตรีขึ้นมาส่อง ปกติแล้วเจ้าของร่างจะทิ้งข้อตกลงรึคำสั่งเอาไว้ ‘ทำไมหนนี้ไม่มีกันล่ะ? หรือว่าทดสอบจนพอใจแล้วผลคือหวางเย่ผ่านไม่ผ่าน ปกติหลิงเฮ่าชัดเจนมาตลอดนี่นา?’ หรือว่าหนนี้จะขี้เกียจเขียน? คนอย่างรายนั้นอ่ะน่ะจะลืมได้ ไม่น่าเชื่อๆ

'มาทางนี้...'

             “เหวยย!! นั่นเสียงใครอ่ะ!!” ไร้ซึ่งหรีดหริ่งเรไร รอบข้างมีบ้านแต่ไร้ผู้คนความกลัวขุมหนึ่งแล่นจับเข้าขั้วหัวใจ ทว่าหลิงหลานกลับได้ยินบางสิ่งกำลังเรียกขานตนเหงื่อตกเล็กน้อย ลูกแกะอย่างไรก็มีความขี้กลัวซ่อนอยู่ลึกๆ นางไม่เกรงอันตรายที่สามารถจับต้องได้ทว่าหวั่นในภัยร้ายที่มองไม่เห็นมันรับมือยากกว่ากันเยอะ หลิงหลานมุ่งหน้าไปตามเส้นทางมืดมิดด้วยแสงมุกราตรีในมือ นับก้าวในใจ.. สักห้าร้อยก้าวไม่เจออะไรหญิงจะกลับละ!!

‘หลิงหลาน…..มาทางนี้’

            “ใคร?? หัวหน้าหมู่บ้านหรือ…” อาจเพราะเสียงนี้ช่างคล้ายกับเสียงประหลาดของอะไรบางอย่าง มันดึงดูดนางเสียจนไม่อาจมองข้ามได้ ร่างในอาภรณ์ขาวลุกขึ้นเพื่อคลำหาทิศทางต้นเสียงทว่าไร้ผล นางเขย่าปลุกพี่เสือด้านข้างแต่ก็ไร้ผล มันยักจะหลอนๆแล้วนะ

'มาสิ มา... เร็วเข้า'

            “เสี่ยวหลาน?? นั่นเจ้ากลับมาแล้วหรือ!!” หลิวตานเลือกอยุ่เวรยามคืนนี้ ดังนั้นเขาสามารถได้ยินเสียงของดรุณีผมเงินได้และติดตามมาแทยจะในทันที แค่เห็นแห่นหลังก็ไม่สนว่าจะเป็นวิญญาณมาหลอกหลอน รีบพุ่งเข้าหาแต่กลัวว่านางจะหายไป

            “อ้าว หวางเย่? ท่านเรียกข้าหรือ?? หืม..”

               ผู้ที่ปรากฎอยู่ด้านหลังนางชนิดพาหัวใจวายตายได้คือสวามี ตอนแรกก้คิดว่าเป็นเสียงของเขาหรอกแต่คนละโทนโดยสิ้นเชิง อ้อมกอดที่โถมเข้ามามีเรี่ยวแรงมหาศาลชวนมึนอยู่บ้างแต่ชายาตัวน้อยรุ้หน้าที่ โอบกอดกลับจากนั้นก็โดนยกตัวหมุนไปหมุนมาฉลองความยินดีอยู่พักหนึ่ง ขณะกำลังจะถามถึงลูกสาวมาดูกลีบสักหน่อย กลันรู้สึกว่ามันเงียบแปลกๆ ค่อยะบว่าเสียงนั้นหายไปแล้ว “เอ๋ ถ้าไม่ใช่ท่านแล้วใครเรียกล่ะ..”

               “เจ้าพูดถึงเรื่องอะไรน่ะ? มาเถอะ เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยใช่ไหม หิวหรือเปล่า.. ยังมีขอหมูเมื่อตอนเย็น” ด้วยความยินดีหยาเหยี่ยนหวางจึงไม่ค่อยได้สังเกตความผิดปกติของชายารัก เขาทราบเพียงว่านางกลับมาแล้ว เช่นนั้น.. ก็คงจะไม่มีเหตุให้ต้องแยกกันอีก ก่อนจะเข้าไปด้านในบ้านพักเพื่อหาของมาเลี้ยงอีกฝ่าย

                เจ้าแกะน้อยส่ายหน้าหงึกๆ พลางชะเง้อมองไปในความมืดหนแล้วหนเล่า กล่าวสั้นๆ “ไม่เจ้าค่ะ เดี่ยวข้ากลับมานะท่านพักผ่อนต่อเถอะ เดี๋ยวมาๆ” จากนั้นก็หายไปในความมืด ด้วยความข้องใจบางอย่าง หรือว่าเสียงนี้จะเป็นสิ่งที่ตนเคยรู้จัก ที่นางพลาดไม่ได้เพราะอาจเป็นสัญญาณบางอย่างที่หลิงเฮ่าทิ้งเอาไว้ให้
                              
                พอแยกจากหยาเหยี่ยนหวางเสียงที่พยายามเรียกตนครู่หนึ่งมันก็ดังอีก.. มีทิศทางชัดเจนค่อนข้างแปลกประหลาดแล้ว นางคงไม่ได้กำลังถูกผีหลอกใช่ไหม หมู่บ้านร้างอ่ะ มันต้องมีเรื่องสยองดิ ยกมือขึ้นอุดหูไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น “ไม่ๆๆ...ข้าไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลยนะ หูแว่วหรือเปล่า ไม่ๆๆ เรียกผิดคนแล้ว”

‘มาหาข้า… หลิงหลาน.....มาสิ..’

               “เฮ้ ข้าได้ยินนะมาจากทางนี้…ใช่ไหม” เสียงนั้นยังคงดังซ้ำๆ ราวกับเชิญชวนให้เข้าไปค้นหา ท่ามกลางราตรีที่มืดมิด มุกราตรีคือแสงทางเป็นสิ่งเดียว ประกายตาสีทองเต็มไปด้วยความฉงนที่รอการเติมเต็ม เถ้าแก่สาวเดินเตาะแตะไปเรื่อยๆ

                 เชื่อว่าซากหรือสิ่งที่เคยเป็นหมู่บ้านร้างสุดสยองแห่งนี้คงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สาวทรงโตอย่างนางอยู่อาศัย นั่นเพราะมีหลายจุดที่ต้องมือกดนมทำตัวลีบก่อนจะเบียดเขาไป ส่วนของหุ่นไม่มีปัญหา แต่หน้าอกหน้าใจที่แม่สระน้ำทิพย์ให้มามันเกินพอดี ดังนั้น… ความทุกข์ทรมารเกิดขึ้นแก่แกะตัวนี้ วิ่งตามเสียกระดุ๊กๆ ยังไม่วายต้องดึงนมออกมาจากร่องแคบทั้งหลาย ‘สาปแช่งคนสร้างหมุ่บ้าน ขอให้ลุกหลานท่านอกโตเป็นโคนม!!’ เกรี้ยวกราด มันเจ็บสิวๆ ที่ไหนหน้าอกหน้าใจครูดแผ่นหินเลยนะ!!

                   เบียดๆ บดๆ อย่างอึดอัดและครุ่นคิดหลายทีว่าดาบมรกตในมือจะตวัดลงสักฉับแล้วปาดทิ้งเลยดีรึไม่ คิดๆ แล้วไม่มีอุถปกรณ์ห้ามเลือดคงตายก่อนถึงเช้า ดังนั้น เดินหน้าต่อไปแล้วใหญ่อย่างมีเอกลักษณ์ ในที่สุดสามารถตามเสียงเพรียกสุดหลอนนัน้มายังซากอาคารแห่งหนึ่งที่ทางเข้าถูกปิดด้วยการถล่มของโครงด้านหน้า

                 “เอ้า… แล้วจะเข้ายังไงให้ดำดินแบบตัวตุ่นหรอ? เอ้อ ก็แปลก...”

                  ถ้านางเป็นศิษย์เจ้าแม่สักองคืเรื่องอิทธิฤทธิ์ล่องหนหายตัวไม่ต้องห่วง เสียดายเป้นแค่แกะขนสวยที่รวยมากหนึ่งตัว.. นอกจากชั่งล้นคลังกับสายธารอาหารแล้วอย่างอื่นล้วนไม่มี เท้าสะเอวสักครุ๋เสียงนั้นเรียกไม่หยุด แกว่งดาบมรกตในมือขวับๆ “เดี่ยวแม่ก็ฟันทิ้งสร้างทางเข้าเองซะเลยนี่..”

                  คล้ายเสียงนั้นเปล่งเรียกอีกครั้ง ลอดมาจากด้านใต้ให้นางเห็นช่องแล่องเล้กๆ พอให้เอาตัวเข้าไปส่วนอกแน่นอนว่าชอบติด.. มือมันคันอยากจะสับ แต่อีกใจหนึ่งก็สงสารซากพังๆ ที่อยู่มาได้ตั้งหลายปีโดยไม่มีคนดูแล “อีกหนเดียวนะ.. หนสุดท้ายแล้ว ถ้าเข้าไปไม่เจออะไรดีๆ อย่าหาว่าไม่เตือน รับรองป่นตั้งแต่หน้าหมู่บ้านยันท้ายตลาดแน่” ฮึดฮัดอยุ่ในลำคอ เจ้าเสียงนี้ใช้สมองหรือใส้ติ่งคิด ให้สาวน้อยบอบบางอย่างนางมาเดินโต๋เต๋ลำพังกลางค่ำกลางคืน

                  คนหน้ามนยอมส่งดาบมรกตเข้าไปก่อนจากนั้นตามด้วยกระถดตัวผ่านร่องแคบๆ ตามแนวนอน มันง่ายในช่วงแรกๆ ก่อนจะไม่พ้นเจ็บที่ส่วนอกก็รู้ล่ะว่าปัญหาอยู่ที่ไหน นึกสัญญากับตัวเองในใจ เกิดมีอีกตนจะสลับเป็นหลิงเฮ่า ให้เขามาผ่านแทนแบบไร้ปัญหาสิ้นคิดเหมือนโชคชะตาลิขิตจนหมดมุกแล้วอย่าง ‘นมติด’ เล่นบ่อยซ้ำซากจนไม่อยากจะเฉ่งแล้วว้อยย

                  ต้องใช้ตามสูตรเดิม ‘ลำบาก หายใจยาก ฝากให้ไปสูดอากาศเข้าปอดตอนชาติหน้าช่วงบ่ายๆ แล้วบอกกับคนเขียนบททีว่าเอาที่มันไม่จำเจ’ สำหรับแกะผู้ชื่นชอบบทละครและนิยายขายความน้ำเน่า เรื่องเศร้าคือเจอแนวคิดซ้ำๆ แต่ดันไม่ใส่สีสันลงไปให้ใจมันรู้สึกกร๊าว

                  จากนั้นจึงร้องออกมาเป็นเพลงคลายเครียด ชีวิตติดช่องไม่ใช่เพราะใครแต่เพราหน้าอกหน้าใจยิ่งใหญ่ฟ้าประทาน พระเจ้าคิดใจอะไรกับนมหนูคะถามจริง?

                  ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นดรงเตี้ยม แรกเงยหน้าออกจากช่องประหลาดเหมือนแนวหมาลอดแต่แกะใช้ผ่าน ปรากฎตัวที่ก้นครัว มีเครื่องเรือนหม้อไหชามเก่าบุโรทังประปราย เขม่าเปื้อนจนหน้ามอมกว่าผีโขมด เดินดุ่มๆสะบัดฮัดชิ่วมาตลอดทาง “อืม… ก็เริ่มหิวเหมือนกันนะ แต่พวกเขาคงไม่ทิ้งเนื้อแพะเนื้อวัวไว้ให้หรอก… มั้ง”

                   บนโต๊ะภายในห้องครัวของโรงเตี๊ยม ยังมีร่างเล็กบางของสตรีในอาภรณ์สีดำตัดแดงไร้ซึ่งร่องรอยการคลุกฝุ่นที่หลับไหลไร้สติอยู่บนโต๊ะ .. ร่างเล็กนอนขดตัวเพื่อให้พอดีกับขนาดโต๊ะทั้งๆที่ตอนแรกนางไม่ได้มาอยู่ตรงจุดนี้ และคล้ายกับว่าจะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าหรือแม้แต่เสียงร้องเพลงของผู้ผ่านมาด้วยซ้ำ ทั้งที่แท้จริงแล้วนางจัดได้ว่าเป็นสตรีที่ระวังตัวมากพอควรในการพักผ่อนนอกสถานที่ เปลือกตายังคงปิดสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอบอกกล่าวได้ถึงนิทราที่คงที่ ทั้งเนื้อทั้งตัว ‘ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ’ เลยแม้แต่น้อย

                  สายตาปรายไปรอบๆขณะปัดฝุ่นออกจากตัวเอง ใครจะคาดคิดว่าสิ่งที่เจอกลับเป็นร่างๆ หนึ่ง นอนเหนือโต๊ะทำครัว นิ้วจิ้มๆ ดูคิดว่ากองหมูแฮมยูนนาน สัมผัสผิวหนังเลือดเนื้อหลิงหลานสะดุ้งตกใจถอยกราวจนชนราวล้มพังเคร้งคร้าง “เจ้ย!! ทิ้งไว้จริงด้วย!!”

                    “ อื้อ.. “ เสียงของตกหล่นล้มรวมไปถึงน้ำเสียงของสตรีบางคนทำให้ไป๋อวี้จำต้องขมวดคิ้วทั้งๆที่เปลือกตายังปิดอยู่  ในเมื่อมีเสียงรบกวนนางก็ควรลุกขึ้นตรวจสอบแต่เหตุไฉนวันนี้ร่างกายกลับดูตอบสนองแบบช้าๆ ? คิดมากไปก็คงไม่มีประโยชน์ ร่างเล็กยันกายขึ้นนั่ง ยกมืออีกข้างขึ้นขยี้ตาเบาๆ ก่อนจะเปิดเปลือกตามองผู้มาใหม่ เส้นผมสีขาวๆ จะเป็นซือฟุคนงาม ? ไม่น่าใช่ เขาไม่ได้ตัวเล็กขนาดนี้ อีกทั้งคงไม่ปล่อยตัวเองตกอยู่ในสภาพชุดหมอนเป็นแน่

                    หรี่ตาดูดีๆอีกรอบเลื่อนไปจนถึงใบหน้า เศษฝุ่นเศษดินเปรอะเปื้อนจนนางนึกตกใจ ไม่ทราบว่าสตรีผู้นี้ไปผ่านศึกที่ใดมาถึงได้หมดสภาพเยี่ยงนี้ ? ฟังจากองค์ชายเอลฟ์แล้วที่นี้ก็เป็นหมู่บ้านร้าง ไม่แน่นี่อาจจะเป็นวิญญาณ ? คิดได้ดังนั้นจากที่ง่วงงุนก็เหมือนไปเปิดประตูความตื่นตัวขึ้น “ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด !!! “

                 อยุ่ดีๆแฮมหมูยูนนานก็มีชีวิต ด้วยความมืดสลัวแสงไม่พอจนจดจำพวกพ้องไมไ่ด้ในทันที ในนี้มีผีจริงๆด้วย อารามตกใจกรี๊ดมากรี๊ดกลับไม่โกง “ผีแฮมหมู!! อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา!!” แหกปากลั่นไปเจ็ดย่านด้วยพลังเสียงที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเพื่อหวังว่าสักวันจะมีบท ‘วีรบุรุษช่วยสาวงาม’ แต่บางทีเจ้าตัวก็ลืมไปว่าปกติคนที่โวยวายไม่พ้นสาวใช้ ไม่ก็ตัวประกอบตายก่อน

               เสียงแปดหลอดประสานพ้องกันดุจวงฆ้อง ยาวนานหลายอึดใจก่อนสตรีผมเงินจะยอมแพ้ด้วยอาการแสบปากแสบคอ แล้วเอียงคิดสีหน้างุนงง “แปลก… ร้องนานขนาดนี้ บทพระเอกที่สมควรโผล่ออกมาทำไมไม่ปรากฎตัวสักทีล่ะ? หรือยังแต่งตัวอยู่ ก็นานไปนะ คนตายก็ฝังเสร็จพอดี”

                    คล้ายกับกรีดร้องจนสติกลับมาซะอย่างงั้น มือเรียวยกลงลูบลำคอของตัวเองแผ่วเบา นึกไม่ถึงว่านางจะได้มากรีดร้องกับเรื่องแบบนี้ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นวิญญาณแล้วเหตุไฉนมากรี๊ดไปกับนางได้เล่า !! วุ่นวายอยู่กับความคิดตัวเองได้ไม่นาน คำพูดแปลกประหลาดที่คงจะมีไม่กี่คนพูดออกมาก็ทำให้นางหันขวับกลับไปมองสตรีเกศาเงินอย่างพิจารณาอีกครั้ง ผมขาวเงิน ถูกต้อง นัยน์ตาสีอำพัน ถูกต้อง อาภรณ์สีขาว ถูกต้อง ..

                    “ พี่สาวหลาน !!? “ เหตุไฉนตอนอยากเจอไม่ยักเจอ ตอนไม่ได้ตั้งใจที่จะเจอดันกลับได้เจอเล่า ? สวรรค์นี่ท่านจะเล่นตลกกับชีวิตพวกข้ามากไปหรือไม่ ?

                    คลำลำคอหาเส้นเสียงอยู่สักพักก็คล้ายว่าจะคุ้นๆ คำเรียกนี้อยู่บ้าง มือคู่เรียวยกมุกราตรีขึ้นส่องใกล้ๆ จากนั้นรอยยิ้มแฉ่งดอกทานตะวันก็ผุดขึ้นมา “อ้าว!! น้องสาวนี้เองทำไมมานอนเป็นแฮมหมูอยุ่ตรงนี้ล่ะ? แล้วมาในนี้ได้ไงอ่ะ.. อ่อ จริงสิ เข้าใจแล้วๆ” ประโยคหลังกดสายตาลงมองยังหน้าอกหน้าใจอีกฝ่าย มันคงไม่ลำบากเหมือนคราวตนมั้ง

                    “ ข้าสิต้องถามท่าน เหตุไฉนถึงใดอ-- เดี๋ยวก่อน ที่นี้ที่ไหน ?? “ จากใบหน้าที่ฉายชัดด้วยความดีใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนมึนงงไปชั่วขณะ ทำไมนางมาอยู่ที่นี้ได้ ในเมื่อตอนแรกนางนอนพักอยู่ที่บ้านสักบ้านในหมู่บ้าน แต่ที่นี้ดูไม่คุ้นตา ก้มลงมองตัวเองสภาพนางก็ต่างกับสตรีเกศาเงินที่ขลุกฝุ่น ว่าแล้วก็วางเสื้อคลุมที่ดันติดมาด้วยลงกับตัก และยกแขนขึ้นกอดตนเองเอาไว้ นี่นางมาเจอเรื่องอะไรอีกเนี่ย                  

                   “ไม่รู่สิ.. ว่าจะถามเจ้าอยู่เหมือนกัน”

                   พูดยิ้มๆ ตามประสาแกะเด๋อมาอย่างคนงงๆ นั่งลงบนโต๊ะเกาะแก้ม แล้วก็ยอมถูๆ เอาความคันบนใบหน้าออก แม้มันจะไม่ช่วยเรื่องเลอะเทอะนักก็ตาม “พี่สาวตื่นแล้วก็ตามเสียงแปลกๆมา ไม่นึกว่าจะเจอกันที่นี่เลยนะ แล้วทุกคนไปไหนหมดอ่า? หมายถึงทุกคนที่ไม่ใช่พวกเรา.. อย่างเจ้าของบ้าน หรือเจ้าของอันนี้อ่ะ”

                   อันนี้ที่ว่าคืออยู่ดีๆ หยิบเอากระจกสัมฤทธิ์หน้าตาแปลกๆ ขึ้นมา ดูแล้วไม่ใช่ของชาวอั่นแน่นอน เป่าพรูดเดียวจนฝุ่นฟุ้งกระจายเป็นผงขาวเต็มห้อง “ว้าว มีแต่ฝ้า สงสัยไม่ได้ใช้นานแล้วต้องเอาขี้เถ้ามาขัดนะเนี่ย..”

                    .. นางไม่รู้จะกล่าวอันใดก่อนเลย ดรุณีสาวถอนหายใจเบาบาง และขยับไปกุมมือพี่สาวหลานเอาไว้ เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ไปหยิบจับสิ่งใดที่ชวนให้ใจผวาเพิ่ม “ พี่สาวหลาน ที่นี้คือหมู่บ้านเผ่าซิตัน แต่ว่า.. “ เนื่องด้วยนางรู้ว่าสตรีเกศาเงินคนนี้ค่อนข้างหวาดกลัวเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณและที่ลึกลับดังนั้นจึงพูดยากหากจะพยายามบอกสตรีเกศาเงิน อีกทั้งยังทำให้นางสงบใจลงได้ “ หลายปีก่อนที่นี้ถูกทหารชงหนูกวาดล้าง คนที่เหลือรอดก็ต่างอพยพกันไปอยู่ดินแดนอื่นแล้ว “ น้ำเสียงนุ่มเอ่ยเล่าอย่างใจเย็น ทว่าก็ชัดเจนหนักแน่นในทุกๆคำพูด

                “...............” กินจุดไปสักพักจากนั้นวางกระจกนั้นลงด้วยอาการแข็งทื่อ ส่ายหน้าไปมาก่อนจะหัวเราะชิดชา กุมมืออีกฝ่ายถามทีละคำ “บางทีพี่สาวคนนี้ก็สงสัย… คณะพวกเราใช่ถูกโฉลกกับคำว่า ‘ร้าง’ ใช่รึไม่? หมู่บ้านร้าง ศาลเจ้าร้าง แดนทะเลทรายรกร้าง และก็หมู่บ้านร้าง… เดาได้เลยต่อไปต้อง โอเอซิสร้าง!! อะไรนะ ยังไม่เข้าที.. งั้นตอนนี้เราอยู่ครัวร้าง ต่อไปไม่ผิดแน่...หุบเหวร้าง”

                 “ พี่สาวหลาน.. ทั้งหมดที่ท่านกล่าวมา คณะเดินทางในยามที่ท่านไม่อยู่ได้ผ่านมันมาหมดแล้ว “ ใบหน้าหวานของไป๋อวี้ฉายความใจเย็นพร้อมทั้งความเข้าใจ ตัวนางผ่านสารพัดพื้นที่ร้างมาได้แบบฉิวเฉียด จะว่ากลัวก็ว่ากลัว จะว่าจำใจก็ต้องจำใจ ดังนั้นทั้งหมดนางจึงได้แต่ระมัดระวังตนมาเสมอ “ พี่สาวหลาน ที่นี้คงไม่มีอะไรมากหรอกกระมั้ง.. ท่านอย่าพึ่งกังวลไปเลย จะว่าไปท่านไม่ร่วมเดินทางกับคนปริศนาแล้วหรือ ? “

                “อ่อ.. คลาดกับเขาน่ะ” วิธีการตอบที่ตรงสุดแม้ว่าเอาเข้าจริงนางจะไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่ายเลยก็ตาม ดรุณีผมเงินนวดขมับเล็กน้อย ดูเหมือนว่าช่วงที่ผ่านมาตนจะพลาดข่าวสำคัญไปเยอะมากทีเดียว แต่ทำไมรุ้สึกว่าดีแล้วกันล่ะ ไม่ควรจะโล่งใจขนาดนี้สิ!! นั่งสนทนาในที่สลัว แม้จะมีเพื่อนแต่มันก็วังเวง กลอกสายตาคิดแล้วตัดสินใจไม่นาน “นี่นี่ไม่เหมาะอยู่นานเท่าไร เราออกไปกันเถอะ.. อ่ะ อันนี้คือมุกราตรีจิ้งสู่ให้น้องสาวไว้ใช้ต่างคบไฟนะ แถมไม่ร้อนมือด้วย”

                อาศyยจังหวะกุมมือสลับเอาศฺลาล้ำค่าควรเมืองก้อนเรืองให้ เมื่อมีสองจุดก็สว่างพอๆ กับไต้เทียนนับสิบทันที

                    “ มุกราตรีจิ้งสู่.. “ ดูจากการใช้งานและรูปลักษณ์แล้วคงมิพ้นของมีค่า นางเริ่มจะชินชาจากทั้งพี่สาวหลานและซือฟุคนงามที่ต่างก็มอบของดีมีราคาสูงลิบให้นางได้แบบไม่คิดอันใดมาก ขนาดผู้ให้ยังไม่คิดมากผู้รับแบบนางจะไปคิดอันใดให้มากมาย มือบางรับเอาไข่มุกราตรีมาหมุนดูเล็กน้อย อย่างระมัดระวัง เนื่องด้วยสำหรับนาง ของเช่นนี้จัดว่าเป็นของล้ำค่า “ ขอบคุณพี่สาวหลานมากที่มอบไข่มุกนี้ให้แก่น้อง สัญญาว่าจะดูแลอย่างดีเจ้าค่ะ “ เห็นด้วยหน่อยๆกับการที่อยู่ในนี้นานๆก็คงไม่ดี ดังนั้นออกไปก็คงจะดีกว่า

                    บางของสองสตรีต่างก็เคลื่อนกายไปยังทางที่จะออกได้ เหมือนกับตั้งท่าวางแผนกันอยู่ว่าใครจะไปก่อนไปหลัง โดยยังมีไป๋อวี้ใช้สายตาสอดส่องมองรอบข้างด้วยความสงสัย นางมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง แล้วมาตรงนี้ทำไม ชักจะเริ่มคิดมากแล้วนะ..


เปิดทุกอย่างที่เปิดได้ค้าบ


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +2 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-6-30 12:10
คุณได้รับ +51 ความชั่ว +33 ความโหด โพสต์ 2020-6-30 12:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -48 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -48 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดหยินรุ่ยกงจู่
รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว
จื่อซิงหม่า
หน้ากากยักษ์ทอง
ตัวเบาขั้นกลาง
วิชาอิงหย่งขั้นสูง
กระบี่ราชาผีดั้งเดิม
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x37
x7
x35
x10
x100
x8
x70
x4
x40
x20
x80
x1
x15
x1
x1
x100
x2
x100
x1
x5
x1
x1
x100
x1
x10
x1
x16
x1
x2
x20
x2
x5
x4
x106
x7
x2
x4
x1
x70
x1
x2
x1