ดู: 25|ตอบกลับ: 2

{ โลก-38 | ทะเลทรายรกร้างตอนเหนือ } สุสานโครงกระดูก

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-6-27 22:00:37 |โหมดอ่าน

สุสานโครงกระดูก




สุสานกลางดินแดนรกร้างที่ลึกลับและยากจะมีผู้คนผ่านทาง
ปะปนรอบข้างด้วยโครงกระดูกน้อยใหญ่ ไม่ว่าจะของสัตว์ หรือ ‘มนุษย์’
ลมเย็นพัดจนชวนขนลุก รอบข้างเงียบสงบจนน่าหวั่นใจ สุสานลึกลับอันไร้ที่มาที่ไป
ที่ซึ่งพัดพานำกองกระดูกที่ถูกดูดกลืน ณ จุดอื่น มารวมเผยกันไว้ที่จุดนี้




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 8

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-6-29 23:50:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ ความกังวล }


105

ข้าอยากกลับบ้าน !!




                   นับจากการขึ้นรถม้ามา สตรีร่างน้อยที่มีบาดแผลกรงเล็บหมาป่าแปะอยู่กลางหลังก็ไม่ได้มีท่าทีอ่อนแอ งอแงหรือใดๆ เรียบนิ่งใจเย็น และดูจะใจเย็นมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ภายนอกคงทำให้หลายคนเป็นห่วงได้ไม่ยาก แต่ภายในตัวนางกำลังพยายามทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และลองคิดในหลายๆ แนวทางถึงการรอดโดยที่ไม่บาดเจ็บในเวลานั้น ปรากฏว่ามันก็พอมีอยู่บ้างแต่เป็นตัวนางเองที่คิดไม่ทัน จึงได้แต่ถอนหายใจยอมรับชะตากรรม บนรถม้ามีบุคคลร่วมทางเช่นเดิม ด้านนอกก็ยังมีพี่สาวหงขี่ม้าตาม พร้อมกับสารถีจำเป็นอย่างองค์ชายกายริส

                    จอกน้ำชาของทุกคนยังไม่เคยว่าง เมื่อสตรีตัวน้อยบนรถม้ายังคงจับจองป้านชาและจ้องจะเติมชาให้ทุกคน แน่นอนว่านางว่าง ไม่หยิบเสื้อคลุมมาปักเพราะเกรงว่ามันจะดูแปลกในสายตาผู้อื่น ไม่อ่านตำรา เพราะนางเกียจคร้านที่จะอ่านอักษรในตอนนี้ และไม่หันมองด้านนอกเพราะไม่รู้ว่าจะขยับสายตาไปอยู่ ณ จุดใด ที่ทำได้ไม่เติมชา ก็คงหันออกไปให้หลิ่งซือเกาะหัวเล่น..

                   หลิงเฮ่า


                   “รู้ไหม? มันไม่มีเหตุผลเท่าไรที่ชาวชงหนูจะออกไล่ตีเผ่าอื่นๆ ไปทั่วเหมือนสุนัขบ้าแบบนี้ อย่างที่รู้ว่าพวกเขาไม่เคยถอดใจจากที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ของชาวฮั่น” อีกครั้งที่ฟู่โฉวเปิดประเด็นถกเรื่องราวทางการเมือง “แต่สำหรับชนต่างเผ่าล่ะ? สาเหตุในการรุกรานและเข้าไล่ที่เป็นแค่เรื่องปากท้องแน่หรือ?”

                    “อาฟู่ สำหรับคนบางกลุ่ม ความป่าเถื่อนที่เราเห็นนั่นคือเกมกีฬาของพวกเขา นักรบชาวชงหนูถูกปลูกฝังแต่เด็ก ของเล่นชิ้นแรกที่พ่อแม่หยิบยื่นนอกจากอาชาก็คือคันธนู”

                   อี้หานสอนศิษย์ของตนไปพร้อมๆ กันบางชนเผ่ามองว่าสิ่งนี้คือการสอนให้เด็กเจริญเติบโตอย่างแข็งแกร่งเพื่อว่าในอนาคต เขาจะสามารถปกป้องดูแลครอบครัวของตนเอง ป้องกันภัยรุกรานต่างเผ่าได้ ...และนั่นหมายถึงสร้างนักรบรุ่นต่อรุ่น

                 เสด็จพ่อทรงทราบว่านักรบชาวชงหนูเป็นได้ทั้งโจรร้ายและนักฆ่า พวกนั้นไม่เคยสนว่าเด็กหรือสตรีขอแค่สูงกว่าหลังม้าเป็นสังหารไม่เว้น ชาวฮั่นเราสูญเสียมากกว่าแค่ดินแดนแต่นั่นหมายถึงกำแพงเลือดเนื้อ ที่ก่อร่างขึ้นมาจากการพลีชีพของบรรพชน”
                  หลิงเฮ่า


                   ศักดิ์ศรีของผู้คนล้วนแต่สำคัญ ดรุณีสาวที่อ่อนประสบการณ์ที่สุดบนรถม้าอาศัยช่วงเวลานี้รับฟังความคิดและความเห็น น้อยครั้งที่นางจะเลือกอ่านเลือกแตะตำราเกี่ยวกับสงครามหรือต่างชนเผ่า เพียงมุมมองต่างกัน เป้าหมายต่างกัน กลับทำให้ผู้คนฆ่าฟัน ความโหดร้ายของชงหนู หรือจะเพราะการทวงคืนศักดิ์ศรีที่ย่อยยับ สุดท้ายแล้วสำหรับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็คงยากจะออกความเห็น อันตัวเราก็หาได้รู้ใจ ความคิด วิถีชีวิตหรือสิ่งใดๆที่พวกเขาเป็นอย่างแท้จริง สุดท้ายแล้วสำหรับชนเผ่านี่อาจจะเป็นการพิสูจน์ว่าตนแข็งแกร่ง กับตนเอง และบรรชน แต่ไม่ว่าจะยังไง ในทุกรุ่น ทุกแดน ผู้ที่อยู่หลังม่านอย่างสตรี ก็ยังคงอยู่ได้เพียงแต่แบบนั้น

                “เช่นนั้น.. พวกท่านคิดว่าเราชาวฮั่นความรับมือกับความป่าเถื่อนโหดร้ายเช่นนี้อย่างไร?” คำถามที่โยนมาบ่งบอกถึงความอยากรู้ในแนวคิดของแต่ละคนมากกว่าสรรหาคำตอบที่แท้จริง หรือบางทีถ้อยคำในรถม้านี้อาจกลายเป็นแผนยุทธศาสตร์สะท้านแผ่นดินในอนาคต

                “ หากชาวฮั่นเราสมัครสมานสามัคคี ไม่แตกแยกซึ่งภายใน มีหรือศัตรูจากภายนอกจะทำอันใดต้าฮั่นเราได้ ? “ ผู้อาวุโสที่เลือกใช้แนวคิดตน ผสานกับความเป็นไปได้โดยรวมมาตอบผู้เป็นศิษย์ หากต้าฮั่นมีทั้งศึกใน ศึกนอก ก็มิพ้นแตกพ่าย แต่หากฐานในแข็งแกร่งแน่นหนา ต่อให้ศัตรูจะเป็นชงหนูที่โหดร้ายป่าเถื่อน ใดๆก็ล้วนไม่เกรงกลัว

                "ท่านลุงอี้กล่าวได้ถูกต้อง!! ก้อนหินร้อยพันรวมกันเป็นขุนเขาใหญ่ยากจะพิชิต ขอเพียงมีน้ำหนึ่งใจเดียว จะอุปสรรคจากฟ้าดินหรือแม้แต่ชนต่างถิ่นรุกราน  ประวัติศาสตร์ต่างเห็นกันมานักต่อนัก ข้าเชื่อว่าต้าฮั่นย่อมไม่ขาดแคลนยอดคน" การสนับสนุนจากหยาเหยี่ยนหวางยิ่งเสริมแนวคิดของผู้รอบรุ้ให้โดดเด่นเจิดจรัส พวกเขามีพลังความคิดที่มุ่งมั่นบนเส้นทางถูกต้อง แต่สำหรับบุรุษผมเงินผู้ร่วมสนทนาแล้ว ใช่ว่าทุกอุดมการณ์จะมองผ่านความเป็นจริง
     
               หลิงเฮ่า


              “เรากำลังพูดถึงความป่าเถื่อน หากท่านมองว่าการสังหารผู้บริสุทธิ์นั่นคือความถูกต้อง?” ตรัสถามพระเนตรบาดคม บางจุดยังนึกสงสัยว่าบุรุษผมเงินนี้ใช่ที่ปรึกษาของชาวเอลฟ์ผู้รักสันติจริงหรือ

               หลิงเฮ่า


               “เช่นนั้น ควรทำอย่างไรกับสินสงครามที่ได้รับ… เหล่าผู้พ่ายแพ้ที่ยังหลงเหลือ ทำอย่างไรหากพวกเขาไม่อาจเข้าใจถึงสิ่งที่ท่านกำลังพูดถึง” ตามประสานักวิชาการอย่างฟู่โฉว ไปแล้วไปให้สุดต่อให้อาจารย์มองเขาตาเขียวปั้ดอยู่ตรงนั้นก็ตามที เขาต้องฟังให้จบ!!

               หลิงเฮ่า


               “...............” สามบุรุษไร้วาจาจะกล่าว เหนือกว่าความสามัคคีคือพลังแห่งความรักโดยไม่แบ่งแยก เมตตาแม้อีกฝ่ายคือศัตรู ดูแล ‘พวกเขา’ ไม่ต่างจาก ‘พวกเรา’ นั่นมัน.. ค่อนข้างจะเป็นอภิปรัชญาที่ใช่ว่าทุกคนบนโลกนี้จะสามารถทำได้ แม้แต่เทพไท้ยังขัดแย้งกันเองด้วยซ้ำ!!

                ความคิดของแต่ละบุคคลต่างแสดงออกได้ด้วยการหารือ ใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มเบาบาง ความคิดทั้งหมดล้วนไม่มีผิดถูก มีแต่เป็นจริง หรือชวนฝัน เห็นพูดกันยาวไป๋อวี้ก็จัดแจงรินชา วางของว่าง จนนางหยิบกินเองไปได้สักพักแล้ว เริ่มไม่นึกแปลกใจว่าทำไมคุณชายว่านจวินถึงสามารถรู้จักกับพี่สาวหลานได้ แม้จะไม่รู้ในเชิงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่แนวคิดแม้จะแสดงความเห็น หรือมีท่าทีต่างกัน แต่ก็นับว่าเป็นบุคคลที่มีจุดยืนในความคิดของตนและกล้าที่จะเปิดเผยความคิดนั้น อาจจะว่านางไว้ใจคนง่ายก็คงไม่ผิด ใดๆแล้วหากความคิดหลายสิ่งยังมีผลดีต่อส่วนรวม ก็นับว่าเป็นคนที่วางใจได้ในส่วนนึง

                   ทันทีที่นางคิดจะผินหน้าออกมองนอกหน้าต่างหวังจะหาความปลอดโปร่ง แต่ภายนอกกลับดูวังเวงได้อย่างน่าประหลาด ดรุณีสาวขมวดคิ้วเมื่อนางกวาดสายตามองรอบข้างเห็นบางสิ่งขาวๆโผล่พ้นจากพื้นดิน กลิ่นรอบข้างที่เคยสดชื่นยามนี้กลับเริ่มหมองหม่นชวนเวียนหัวขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหวานฉายความสุดจะทนจึงเลือกปิดหน้าต่าง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ช่วยต้านทานกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ “ พวกท่านว่ามันแปลกๆไหม.. “ หวังว่าจะไม่ใช่เพียงนางที่รับรู้ถึงอะไรแบบนี้ ถามให้อุ่นใจสักนิดว่าไม่ใช่เพียงนางที่รู้สึกอยู่คนเดียว
                        
                 “หือ… กลิ่นช้างเน่ารึมันอะไรกัน!! ท่านกายริส ที่ด้านนอกมีตัวอะไรตายรึ?” คนที่โพล่งออกมาก่อนกลับเป็นหยาเหยี่ยนหวาง ประสาทสัมผัสเขาดีขึ้นมากหลังจากอยู่กับชายาผู้รักการทำอาหาร และที่สำคัญตัวนางหอมมาก.. เจอขั้วตรงข้ามก็มีอันเวียนหัว  

                 หลิงเฮ่า               


                   “ แถวนี้มีซากกระดูกอยู่.. “ น้ำเสียงทุ้มละมุนของราชนิกูลชาวเอลฟ์เอ่ยตอบผู้ที่ถามออกมาจากรถม้า ใบหน้าอันสมบูรณ์แบบฉายความไม่ชอบใจอย่างรุนแรง ชีวิตในเดลดูวัธไม่เคยจะต้องได้รับกลิ่นอันแสนเวียนหัวนี้ ปรายตามองไปทางไหนก็ดูจะมีแต่กระดูก น่าแปลกใจที่ดินแดนรกร้างในบริเวณนี้ดูแล้วจะมี ‘กระดูกมนุษย์’ รวมถึงสัตว์อื่นๆมากกว่าปกติ หันไปมองสตรีบนหลังอาชาด้านข้างด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม แน่นอนว่าทั้งสองด้านนอกต่างก็เวียนหัวเพราะกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นี้ไม่ใช่น้อย

                   “ไม่ใช่แค่ซากแล้วนี่มันสุสานโครงกระดูก!! คนบนรถจะไม่ไหวแล้วพวหท่านเร่งมือหน่อย!!” มันคือมนติที่ทุกคนเห็นพ้องตรงกันโดยมิได้นัดหมาย แต่รู้สึกถูกใจเมื่อหลิวตานกล่าวออกมา

                   “ อดทนหน่อย ข้าจะเร่งออกจากจุดนี้ให้ “ ไม่พูดเปล่า องค์ชายเอลฟ์ผู้รับหน้าที่สารถีจำเป็นก็เร่งม้าหวังจะเคลื่อนออกจากจุดนี้ให้เร็วไว ทว่ากลับมีเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมด้วยความสั่นของพื้นดินเล็กน้อยที่ทำให้เขาเริ่มกังวล

                  หลิงเฮ่า


                   “อสูรกายอะไร? ข้ายังไม่เห็นสักตัว!!” หยาเหยี่ยนหวางกล่าวขัดขึ้นจะให้ไปช้าๆ ได้สิ้นลมเพราะกลิ่นพวกนี้กันพอดี

                   เสียงกู่ร้องก้องกังวานของสิ่งมีชีวิตบางสิ่งดังขึ้นอยู่ไม่ไกล เมื่อหันไปตามเสียงกลับพบ .. เจ้าตัวอัปลักษณ์ร่างโตทั้งยังมีกลิ่นที่ไม่น่าอยู่ร่วมบริเวณ พวกมันมีกันไม่ต่ำกว่าสิบตัว และกำลังกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง องค์ชายเอลฟ์ยกมือข้างนึงขึ้นปิดจมูก และรีบเร่งม้าเพื่อออกจากจุดอันตรายและไม่น่าอยู่เช่นนี้ แต่ก็กลับโดนวิ่งไล่ตาม บางตัวก็ชี้กระบองมาใส่พวกเขา และด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โต ไม่แปลกเลยที่พวกมันจะก้าวขาไม่กี่ครั้งก็เริ่มถึงตัวรถม้า

                  หลิงเฮ่า


                   แค่กลิ่นนางก็อยากหมดสติตายให้รู้แล้วรู้รอด มือบางยกขึ้นปิดจมูก สายตาก็หันมองด้านนอกที่เห็นสิ่งมีชีวิตตัวโตอันแสนอัปลักษณ์ เป็นครั้งแรกที่ใบหน้าหวานฉายความไม่ชอบใจขึ้นมาอย่างชัดเจน ซ้ำยังหาผ้ามาปิดจมูกซ้ำอีกรอบ นางไม่อยากใช้ชีวิตร่วมโลกกับสิ่งมีชีวิตเช่นนี้เลยจริงๆ พวกมันที่ตามมาไม่ไกล ไอ้พยายามไล่ก็อยากช่วย แต่แค่ลดมือลงนางว่านางได้ล้มลงตายตรงนี้แน่ๆ คนด้านในอาการหนักขนาดนี้ คนด้านนอกทนได้ นางย่อมต้องขอนับถือในความอดทน จะจำให้ขึ้นใจว่าโทรลบ้าพวกนี้อย่าได้เข้าใกล้เลยเชียว

                 “อุ๊ค!! แบบนี้ยังถือว่าเป็น ‘พวกเดียวกัน’ ได้อยู่ไหมท่าน!!” ฟู่โฉ่วหันไปสำรอกลงหน้าต่าง เปรี้ยวปากเปรี้ยวคอสุดทนแล้วจริงๆ

                หลิงเฮ่า


                “ ช่วยสกัดพวกมันหน่อย !! “ กายริสร้องบอกคนด้านใน ไปพร้อมกับพยายามบังคับรถม้าหลบหลีกบรรดาตัวอัปลักษณ์ โดยมีหงเมี่ยวลั่วใช้ทวนคอยปัดและเบี่ยงเบนความสนใจในบางส่วน

                  “...ข้าจะสกัดพวกมันให้เอง รีบไป…. เร็ว!!”

                  สิ้นคำหยาเหยี่ยนหวางคว้าทวนมังกรเขียวกระโจนออกไปยันต้านฝูงโทรลไว้ ในรถม้านั้นที่ทั้งสหายและลุกของเขา ตัวประหลาดร่างยักษ์นี้ปล่อยให้เงื้อมือไปแตะต้องไม่ได้สักนิ้ว!! อาชาเซ็กเธาว์ของเสี่ยวหลานถูกยืมมาใช้ชั่วคราว อาศัยฝีเท้าลมกรดของมันน่าจะพอเบนความสนใจพวกสมองชี้นี่ได้บ้าง เขาลากทวนไปกับโขดหินสร้าเงสียงอึกทึก“อยู่ทางนี้พวกสมองเหม็น!!”

                  หลิงเฮ่า


                  “ของเสีย?? เศษของข้าวและน้ำที่พวกเรากินล่ะใช้แทนได้ไหม?” อีกครั้งที่ฟู่โฉวสอบถามเป็นหนูจำไม เศษที่ว่าคือของเสียที่พวกเขาขับถ่ายในแต่ละวัน ทำเอาผู้รอบรุ้อี้ที่หมดสติไปหนหนึ่งเพราะกลิ่นลมจับลิ้มตึงอีกรอบ

                  “ จะอะไรก็เอาเถอะ ! “ ชักอยากจะกลับบ้านเต็มที ไป๋อวี้ขยับไปในด้านเก็บของและคว้าเอาตะกร้ารวมสารพัดของเสียที่ใช้ทำอาหารไม่ได้แล้ว ขยับกายออกนอกหน้าต่างรถม้าเล็กน้อยทั้งๆที่นางอยากจะตายกลับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์  เขวี้ยงไปสุดแรงเท่าที่ทำได้ก่อนจะขยับมาพิงผนังรถม้า ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นไปได้นางก็อยากหยุดหายใจให้ได้สักเค่อคงจะดีต่อตัวเองไม่น้อย !

                หลิงเฮ่า

                  “ตกลง!! อาจารย์ งั้นขอยืมรองเท้าท่านหน่อย” ศิษย์รู้ดีกว่าใครเรื่องที่อาจารย์เป็นเล็บขบ ดังนั้นเรื่องกลิ่นไม่ต้องพูดถึงแม้จะน้อยกว่าโทรลแต่รับรองเหนือกว่าผักเน่าหลายช่วงตัว ตามด้วยถังใส่อุจจาระระหว่างทาง

                  ‘อภินิหารถังขี้ลอยฟ้าาาาา’ พุ่งฟิ้วกลางอากาศทะยานข้ามอาชาเข้าหน้าโทรลจนปฎิกูลไหลเยิ้ม “ยี๋…. มีคนท้องเสียด้วยหรอ??”

                  หลิงเฮ่า

                 ปิดจมูกไม่พอตอนนี้คงต้องปิดตาปิดหู เข้าสู่การไม่รับรู้สิ่งใดๆในโลก ดรุณีสาวถอนหายใจอีกคราและเบือนหน้าหนีภาพที่ไม่คู่ควรให้มอง จะโทษคุณชายฟู่ยอดนักสงสัยก็คงไม่ได้ ดูท่าแล้วหลังจากนี้นางคงต้องให้เขากินแต่บะหมี่ กินไปจนกว่าพี่สาวหลานจะกลับมามอบของใหม่ให้นี่แล นึกปวดใจอยู่ไม่น้อย ทำไมนางไม่เลือกพักอยู่ฉางอันดีๆหนอ เดินทางมาเทศกาลนางย่อมไม่เกี่ยง แต่ ณ จุดนี้นางอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดเลยจริงๆ

                 “พวกเจ้าจะปามาเพื่อ!! ไม่เห็นหรือว่าข้าสู้อยู้ รีบหนีไปเร็ว!!”ชายผู้ถูกเศษผักเศษพริกกระจายทั่วแผ่นหลังอย่างหมิ่นหยามศักดิ์ศรีผู้เป็นหวางตะโกนขึ้น ขบกรามกรอด เขาเปิดทางให้แล้วดูสิ! พวกพ้องโกยเศษอาหารไล่ราวกับไสส่ง“รีบไป!!”

                 แค้นทั้งหมดไปลงกับพวกโทรล ยามที่เหม็ดจนสุดไปหยุดที่จมูดบอดไปแล้ว เลือดขึ้นหน้าทวนในมือหมุนควงไม่ต่างกับเทพสงครามในตำนานอย่างหวังเจี้ยน ในชุดเกราะผักค้างแผงพลังกลิ่นเหลือล้นเข้าบดขยี้บี้สมองโทรลชนิดไม่ตายไม่เลิกรา!!

เปิดทุกอย่างที่เปิดได้




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2020-6-30 00:45
คุณได้รับ +15 ความโหด โพสต์ 2020-6-30 00:37
คุณได้รับ --15 คุณธรรม +8 ความชั่ว --20 ความโหด โพสต์ 2020-6-30 00:11
คุณได้รับ +55 ความชั่ว +35 ความโหด โพสต์ 2020-6-30 00:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง -50 ความหิว -142 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -50 -142 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดหยินรุ่ยกงจู่
รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว
จื่อซิงหม่า
หน้ากากยักษ์ทอง
ตัวเบาขั้นกลาง
วิชาอิงหย่งขั้นสูง
กระบี่ราชาผีดั้งเดิม
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x37
x7
x35
x10
x100
x8
x70
x4
x40
x20
x80
x1
x15
x1
x1
x100
x2
x100
x1
x5
x1
x1
x100
x1
x10
x1
x16
x1
x2
x20
x2
x5
x4
x106
x7
x2
x4
x1
x70
x1
x2
x1
x100
x10
x1
x3
x13
x5
x1
x2
x1
x15
x300
x99
x10
x10
x35
x15
x30
x352
x30
x7
x24
x20
x320
x80
x50
x1970
x2
x9
x300
x40
x100
x200
x100
x150
x100
x230
x1300
x12
x1
x5
x30
x15
x50
x15
x110
x125
x6
x50
x50
x50
x20
x15
x50
x4
x5
x1
x1
x70
x90
x40
x45
x7
x19
x130
x8
x75
x5
x1
x55
x135
x2000
x80
x29
x32
x75
x8000
x9999
x8000
x100
x1
x70
x115
x50
x90
x69
x30
x110
x58
x49
x188

1330

กระทู้

4820

โพสต์

79หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19473286
เงินตำลึง
199961
ชื่อเสียง
324926
ความหิว
1849

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษามิดการ์ด

คุณธรรม
33566
ความชั่ว
9666
ความโหด
65068
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2020-6-29 23:53:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2020-6-30 00:11


งานประชันเขียงแดนทรนง
1919
{ อิเวนท์ยอดเชฟกะทะเหล็ก 43 }
หลิงเฮ่า : อภินิหารถังลอยฟ้า
                    นับจากการขึ้นรถม้ามา สตรีร่างน้อยที่มีบาดแผลกรงเล็บหมาป่าแปะอยู่กลางหลังก็ไม่ได้มีท่าทีอ่อนแอ งอแงหรือใดๆ เรียบนิ่งใจเย็น และดูจะใจเย็นมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ภายนอกคงทำให้หลายคนเป็นห่วงได้ไม่ยาก แต่ภายในตัวนางกำลังพยายามทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และลองคิดในหลายๆ แนวทางถึงการรอดโดยที่ไม่บาดเจ็บในเวลานั้น ปรากฏว่ามันก็พอมีอยู่บ้างแต่เป็นตัวนางเองที่คิดไม่ทัน จึงได้แต่ถอนหายใจยอมรับชะตากรรม บนรถม้ามีบุคคลร่วมทางเช่นเดิม ด้านนอกก็ยังมีพี่สาวหงขี่ม้าตาม พร้อมกับสารถีจำเป็นอย่างองค์ชายกายริส

                    จอกน้ำชาของทุกคนยังไม่เคยว่าง เมื่อสตรีตัวน้อยบนรถม้ายังคงจับจองป้านชาและจ้องจะเติมชาให้ทุกคน แน่นอนว่านางว่าง ไม่หยิบเสื้อคลุมมาปักเพราะเกรงว่ามันจะดูแปลกในสายตาผู้อื่น ไม่อ่านตำรา เพราะนางเกียจคร้านที่จะอ่านอักษรในตอนนี้ และไม่หันมองด้านนอกเพราะไม่รู้ว่าจะขยับสายตาไปอยู่ ณ จุดใด ที่ทำได้ไม่เติมชา ก็คงหันออกไปให้หลิ่งซือเกาะหัวเล่น..

                   ออกจากโพรงถ้ำที่หลืบล้ำเข้าไปในใจกลางหุบเขา พวกเขาผ่านเส้นทางรกชัฎและเต็มไปด้วยรากไม้แห้งเหี่ยวมุ่งสู่แดนเหนืออย่างไม่หยุดยั้ง ล้อหมุน คนมากเรื่องให้คิด ล้อหยุด จิตใจกลับมิได้พำนักในปัจจุบันกาล บรรยกาศเปลี่ยนแปลงจากป่าทึบด้วยต้นแล้งกลายเป็นลานหญ้าเวิ้งว้าง ก่อนจะเข้าสู่สถานที่มายา.. สุดแสนลึกลับเต็มไปด้วยภยันตรายเฝ้ารอพวกเขาอยู่

                   “รู้ไหม? มันไม่มีเหตุผลเท่าไรที่ชาวชงหนูจะออกไล่ตีเผ่าอื่นๆ ไปทั่วเหมือนสุนัขบ้าแบบนี้ อย่างที่รู้ว่าพวกเขาไม่เคยถอดใจจากที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ของชาวฮั่น” อีกครั้งที่ฟู่โฉวเปิดประเด็นถกเรื่องราวทางการเมือง “แต่สำหรับชนต่างเผ่าล่ะ? สาเหตุในการรุกรานและเข้าไล่ที่เป็นแค่เรื่องปากท้องแน่หรือ?”

                    “อาฟู่ สำหรับคนบางกลุ่ม ความป่าเถื่อนที่เราเห็นนั่นคือเกมกีฬาของพวกเขา นักรบชาวชงหนูถูกปลูกฝังแต่เด็ก ของเล่นชิ้นแรกที่พ่อแม่หยิบยื่นนอกจากอาชาก็คือคันธนู”

                   อี้หานสอนศิษย์ของตนไปพร้อมๆ กันบางชนเผ่ามองว่าสิ่งนี้คือการสอนให้เด็กเจริญเติบโตอย่างแข็งแกร่งเพื่อว่าในอนาคต เขาจะสามารถปกป้องดูแลครอบครัวของตนเอง ป้องกันภัยรุกรานต่างเผ่าได้ ...และนั่นหมายถึงสร้างนักรบรุ่นต่อรุ่น

                  “เสด็จพ่อทรงทราบว่านักรบชาวชงหนูเป็นได้ทั้งโจรร้ายและนักฆ่า พวกนั้นไม่เคยสนว่าเด็กหรือสตรีขอแค่สูงกว่าหลังม้าเป็นสังหารไม่เว้น ชาวฮั่นเราสูญเสียมากกว่าแค่ดินแดนแต่นั่นหมายถึงกำแพงเลือดเนื้อ ที่ก่อร่างขึ้นมาจากการพลีชีพของบรรพชน”
                  “................” สำหรับนักกวีหนุ่มที่เคยเขียนบทความเกี่ยวกับสงครามฮั่น-ชงหนู อย่างว่านจวินแล้ว การนิ่งเงียบจัดว่าผิดวิสัยเมื่อเรื่องราวเข้าประเด็นจัดๆ หัตถ์ขาวยกชาปี้หลัวชุนขึ้นจิบเล็กน้อย กล่าวโดยท่าทีเรียบเรื่อย “การรุกรานจงหยวนนั่นมิใช่เพียงเกมกีฬาหรือหนทางรอดชีวิต แต่พวกเขาทำไปเพื่อเรียกคืนศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษ สายตาที่จับจ้องเข้าไปในผืนดินใหญ่ของพวกเขาสื่อถึงอุดมการณ์ของชนทุ่งหญ้า ‘การพิชิต’ ข้าถึงได้บอกว่าชนบางกลุ่มมีแนวคิดหัวรุนแรง”

                  “ข่านชงหนูทุกรุ่นมีแนวคิดจะผนึกรวมทุกชนเผ่า ช่วงชิงฐานะต้าข่านแห่งท้องทุ่งหญ้า เพื่อพิสูจน์ตนเอง เพื่อประกาศศักดา ดินแดนแห่งนี้จึงไม่อาจปลดพันธนาการแห่งสงคราม”

                   ศักดิ์ศรีของผู้คนล้วนแต่สำคัญ ดรุณีสาวที่อ่อนประสบการณ์ที่สุดบนรถม้าอาศัยช่วงเวลานี้รับฟังความคิดและความเห็น น้อยครั้งที่นางจะเลือกอ่านเลือกแตะตำราเกี่ยวกับสงครามหรือต่างชนเผ่า เพียงมุมมองต่างกัน เป้าหมายต่างกัน กลับทำให้ผู้คนฆ่าฟัน ความโหดร้ายของชงหนู หรือจะเพราะการทวงคืนศักดิ์ศรีที่ย่อยยับ สุดท้ายแล้วสำหรับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็คงยากจะออกความเห็น อันตัวเราก็หาได้รู้ใจ ความคิด วิถีชีวิตหรือสิ่งใดๆที่พวกเขาเป็นอย่างแท้จริง สุดท้ายแล้วสำหรับชนเผ่านี่อาจจะเป็นการพิสูจน์ว่าตนแข็งแกร่ง กับตนเอง และบรรชน แต่ไม่ว่าจะยังไง ในทุกรุ่น ทุกแดน ผู้ที่อยู่หลังม่านอย่างสตรี ก็ยังคงอยู่ได้เพียงแต่แบบนั้น

                “เช่นนั้น.. พวกท่านคิดว่าเราชาวฮั่นความรับมือกับความป่าเถื่อนโหดร้ายเช่นนี้อย่างไร?” คำถามที่โยนมาบ่งบอกถึงความอยากรู้ในแนวคิดของแต่ละคนมากกว่าสรรหาคำตอบที่แท้จริง หรือบางทีถ้อยคำในรถม้านี้อาจกลายเป็นแผนยุทธศาสตร์สะท้านแผ่นดินในอนาคต

                “ หากชาวฮั่นเราสมัครสมานสามัคคี ไม่แตกแยกซึ่งภายใน มีหรือศัตรูจากภายนอกจะทำอันใดต้าฮั่นเราได้ ? “ ผู้อาวุโสที่เลือกใช้แนวคิดตน ผสานกับความเป็นไปได้โดยรวมมาตอบผู้เป็นศิษย์ หากต้าฮั่นมีทั้งศึกใน ศึกนอก ก็มิพ้นแตกพ่าย แต่หากฐานในแข็งแกร่งแน่นหนา ต่อให้ศัตรูจะเป็นชงหนูที่โหดร้ายป่าเถื่อน ใดๆก็ล้วนไม่เกรงกลัว

                "ท่านลุงอี้กล่าวได้ถูกต้อง!! ก้อนหินร้อยพันรวมกันเป็นขุนเขาใหญ่ยากจะพิชิต ขอเพียงมีน้ำหนึ่งใจเดียว จะอุปสรรคจากฟ้าดินหรือแม้แต่ชนต่างถิ่นรุกราน  ประวัติศาสตร์ต่างเห็นกันมานักต่อนัก ข้าเชื่อว่าต้าฮั่นย่อมไม่ขาดแคลนยอดคน" การสนับสนุนจากหยาเหยี่ยนหวางยิ่งเสริมแนวคิดของผู้รอบรุ้ให้โดดเด่นเจิดจรัส พวกเขามีพลังความคิดที่มุ่งมั่นบนเส้นทางถูกต้อง แต่สำหรับบุรุษผมเงินผู้ร่วมสนทนาแล้ว ใช่ว่าทุกอุดมการณ์จะมองผ่านความเป็นจริง
     
               “อย่างนั้นหรือ… สามารถพูดได้ว่ากรอบแนวคิดของพวกท่านคือ ‘ถ้าเราเจ็บก็ทำมันให้เจ็บกว่า หากโดนฆ่าก็ห้ามตาย’ อย่างนั้นสินะ แล้วจะแตกต่างอะไรกับความป่าเถื่อนที่สู้อยู่กันล่ะ?” จอกชาถูกวางลงเขาเงียบมานานใช่ว่าเป็นใบ้ มันมีสาเหตุอยู่บ้างที่นักกวีเช่นตนเลือกหนทางแต่งกาพย์กลอนดีว่าโต้แย้งกับขุนนางในท้องพระโรง แนวคิดที่แปลกแยกมักสร้างความขัดแย้งเสมอ และหากผ่านกระบวนการนี้ไปได้ก็ให้เรียกมันว่าการวิวัฒน์ “หากท่านคิดว่าการที่นักรบไว้ชีวิตละเว้นเด็ก สตรี คนชรา ไม่เผาบ้านเผาเมืองนั้นคือเมตตา.. ผ่านไปอีกสิบปีก็จะเกิดการฟื้นฟูของเหล่านักฆ่าที่กลับมาล้างแค้นแทนพี่น้องหรือบุพการีที่ถูกพรากชีวิตไป มันจะจบสิ้นได้เมื่อไร.. หรือจนกว่าพินาศกันไปทั้งสองฝ่าย?”

              “เรากำลังพูดถึงความป่าเถื่อน หากท่านมองว่าการสังหารผู้บริสุทธิ์นั่นคือความถูกต้อง?” ตรัสถามพระเนตรบาดคม บางจุดยังนึกสงสัยว่าบุรุษผมเงินนี้ใช่ที่ปรึกษาของชาวเอลฟ์ผู้รักสันติจริงหรือ

               “หวังให้เกิดสันติสุขทั่วหย่อมหญ้าโดยไม่สรรหาภูมิปัญญาที่จะกล่อมเกลา ฝันให้พวกพ้องสมานสามัคคีตลอดไปโดยไร้ผลประโยชน์ที่คู่ควร..? ช่างเป็นแนวคิดที่ ยิ่งใหญ่ทว่าไร้เดียงสาและยืนอยู่นอกฐานแห่งความเป็นจริง”

                แม้สีหน้าผู้ร่วมสนทนาจะแปรเปลี่ยนไปจิ้งจอกหนุ่มเพียงคลี่ยิ้มบางเบา เขาไม่ถือว่าสิ่งนี้คือสงครามน้ำลายถกกลยุทธ์บนกระดาษ ใยต้องแสวงหาชัยชนะ ปัดยกชายภูษาท่าทีสุขุมปลอดโปร่ง เวลานี้ทราบดีว่าตัวตนเขามันแหกคอกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ‘เสิ่นหลิงเฮ่า’ เป็นตัวของตนเองพอจะไม่สวมปลอกความคิดเพื่อใครมาบงการ “รากฐานสร้างเมืองให้มั่นคง ภูมิปัญญาต่อยอดการตระหนักรู้ตัวตนและยกระดับชีวิตที่ดีขึ้น ความแข็งแกร่งมีไว้เพื่อปกป้องมิใช่แย่งชิง ‘ความแค้น’ และ ‘ความโลภ’ ต่างหากคือเครื่องบ่อนทำลายทุกสิ่งให้เหลือเพียงเถ้าถ่าน”

               “เช่นนั้น ควรทำอย่างไรกับสินสงครามที่ได้รับ… เหล่าผู้พ่ายแพ้ที่ยังหลงเหลือ ทำอย่างไรหากพวกเขาไม่อาจเข้าใจถึงสิ่งที่ท่านกำลังพูดถึง” ตามประสานักวิชาการอย่างฟู่โฉว ไปแล้วไปให้สุดต่อให้อาจารย์มองเขาตาเขียวปั้ดอยู่ตรงนั้นก็ตามที เขาต้องฟังให้จบ!!

               “ม่อจื้อกล่าวว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้นหาได้โหดร้าย พื้นฐานของมนุษย์มีความตระหนักรู้จากสิ่งเล็กๆ สามารถแบ่งแยกว่าใครคือมิตรหรือศัตรู จุดประสงค์ก็คือท่านจะใช้วิธีใดแสดงให้พวกเขาเห็นถึงกลไกเหล่านั้น แสดงออกอย่างผู้มีอารยะ.. สอนในสิ่งที่ถูกต้อง แก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด ยอมรับ..ว่าแท้จริงแล้วไม่มีใครที่ชนะหรือได้ประโยชน์จากสงคราม เข้าใจ...ในความสูญเสีย เยียวยา...ในทุกจิตใจที่แตกร้าว เมื่อมีจิตใจที่ร่วมกันนั่นคือการพัฒนาไร้การแบ่งแยก ‘พวกเรา’ หรือ ‘พวกเขา’ และในที่สุด…” ริมฝีปากนั้นที่เคยฟาดฟันความเห็นต่างอย่างเลือดเย็นกลับสามารถเอื้อนเอ่ยวาจาดั่งแสงอบอุ่น ว่านจวินมองว่าความหวังที่หุ้มห่อหนทางแห่งโลกนี้ใช่ว่าจะมีทางเดียวเสมอไป เพราะถ้าคนเราสนใจแค่ตัวเอง รักแต่พวกพ้องของตน ถึงจะเป็นแค่ความคิด..นั่นก็คือก้าวแรกแห่งการเบียดเบียนผู้อื่นแล้ว

              “หากรักศัตรูได้ฉันท์สหายร่วมเป็นตาย ก็สามารถกล่าวได้ว่าใต้หล้านี้ทุกคนล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน”

               “...............” สามบุรุษไร้วาจาจะกล่าว เหนือกว่าความสามัคคีคือพลังแห่งความรักโดยไม่แบ่งแยก เมตตาแม้อีกฝ่ายคือศัตรู ดูแล ‘พวกเขา’ ไม่ต่างจาก ‘พวกเรา’ นั่นมัน.. ค่อนข้างจะเป็นอภิปรัชญาที่ใช่ว่าทุกคนบนโลกนี้จะสามารถทำได้ แม้แต่เทพไท้ยังขัดแย้งกันเองด้วยซ้ำ!!

                ความคิดของแต่ละบุคคลต่างแสดงออกได้ด้วยการหารือ ใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มเบาบาง ความคิดทั้งหมดล้วนไม่มีผิดถูก มีแต่เป็นจริง หรือชวนฝัน เห็นพูดกันยาวไป๋อวี้ก็จัดแจงรินชา วางของว่าง จนนางหยิบกินเองไปได้สักพักแล้ว เริ่มไม่นึกแปลกใจว่าทำไมคุณชายว่านจวินถึงสามารถรู้จักกับพี่สาวหลานได้ แม้จะไม่รู้ในเชิงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่แนวคิดแม้จะแสดงความเห็น หรือมีท่าทีต่างกัน แต่ก็นับว่าเป็นบุคคลที่มีจุดยืนในความคิดของตนและกล้าที่จะเปิดเผยความคิดนั้น อาจจะว่านางไว้ใจคนง่ายก็คงไม่ผิด ใดๆแล้วหากความคิดหลายสิ่งยังมีผลดีต่อส่วนรวม ก็นับว่าเป็นคนที่วางใจได้ในส่วนนึง

                   ทันทีที่นางคิดจะผินหน้าออกมองนอกหน้าต่างหวังจะหาความปลอดโปร่ง แต่ภายนอกกลับดูวังเวงได้อย่างน่าประหลาด ดรุณีสาวขมวดคิ้วเมื่อนางกวาดสายตามองรอบข้างเห็นบางสิ่งขาวๆโผล่พ้นจากพื้นดิน กลิ่นรอบข้างที่เคยสดชื่นยามนี้กลับเริ่มหมองหม่นชวนเวียนหัวขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหวานฉายความสุดจะทนจึงเลือกปิดหน้าต่าง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ช่วยต้านทานกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ “ พวกท่านว่ามันแปลกๆไหม.. “ หวังว่าจะไม่ใช่เพียงนางที่รับรู้ถึงอะไรแบบนี้ ถามให้อุ่นใจสักนิดว่าไม่ใช่เพียงนางที่รู้สึกอยู่คนเดียว
                        
                “หือ… กลิ่นช้างเน่ารึมันอะไรกัน!! ท่านกายริส ที่ด้านนอกมีตัวอะไรตายรึ?” คนที่โพล่งออกมาก่อนกลับเป็นหยาเหยี่ยนหวาง ประสาทสัมผัสเขาดีขึ้นมากหลังจากอยู่กับชายาผู้รักการทำอาหาร และที่สำคัญตัวนางหอมมาก.. เจอขั้วตรงข้ามก็มีอันเวียนหัว  

                 ด้านนักกวีหนุ่มผู้รักสะอาดยิ่งชีพ มีพรสวรรค์คำสาปที่รับกลิ่นได้ดีกว่าสุนัขเขาทะแม่งๆ ตั้งแต่หนึ่งเค่อก่อนหน้าเพียงแค่คิดว่าอยู่กลางแดนรกร้างไม่มีกลิ่นอับซากบ้างสิผิดปกติ เพียงแต่เมื่อรถม้าเข้าใกล้อาณาเขตอบอวลขึ้นทุกที ชายหนุ่มจากที่ขาวจัดอยู่แล้วมีหรือต่างจากดวงจันทร์เผือดแสงสีหน้าบอกบุญไม่รับ ถึงกับยกชายเสื้อขึ้นมากันจมูกท่าทีรังเกียจอย่างไม่ไว้หน้าคนในรถเลย ‘เหมือนว่าจะเคยได้กลิ่นทำนองนี้มาก่อน.. แต่นั่นมันที่คาเมล็อตไม่ใช่รึ? ตัวประหลาดแบบนั้นอยู่โลกเดียวก็พอแล้ว บ้าจริง!’ ภาวนาในใจถ้าใช่สิ่งที่เขาคิด ก็เตรียมขย้อนอาหารเช้าได้เลย                  
                   “ แถวนี้มีซากกระดูกอยู่.. “ น้ำเสียงทุ้มละมุนของราชนิกูลชาวเอลฟ์เอ่ยตอบผู้ที่ถามออกมาจากรถม้า ใบหน้าอันสมบูรณ์แบบฉายความไม่ชอบใจอย่างรุนแรง ชีวิตในเดลดูวัธไม่เคยจะต้องได้รับกลิ่นอันแสนเวียนหัวนี้ ปรายตามองไปทางไหนก็ดูจะมีแต่กระดูก น่าแปลกใจที่ดินแดนรกร้างในบริเวณนี้ดูแล้วจะมี ‘กระดูกมนุษย์’ รวมถึงสัตว์อื่นๆมากกว่าปกติ หันไปมองสตรีบนหลังอาชาด้านข้างด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม แน่นอนว่าทั้งสองด้านนอกต่างก็เวียนหัวเพราะกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นี้ไม่ใช่น้อย

                   “ไม่ใช่แค่ซากแล้วนี่มันสุสานโครงกระดูก!! คนบนรถจะไม่ไหวแล้วพวหท่านเร่งมือหน่อย!!” มันคือมนติที่ทุกคนเห็นพ้องตรงกันโดยมิได้นัดหมาย แต่รู้สึกถูกใจเมื่อหลิวตานกล่าวออกมา

                   “ อดทนหน่อย ข้าจะเร่งออกจากจุดนี้ให้ “ ไม่พูดเปล่า องค์ชายเอลฟ์ผู้รับหน้าที่สารถีจำเป็นก็เร่งม้าหวังจะเคลื่อนออกจากจุดนี้ให้เร็วไว ทว่ากลับมีเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมด้วยความสั่นของพื้นดินเล็กน้อยที่ทำให้เขาเริ่มกังวล

                  “ข้าเคยเจอบันทึกไว้..อันที่จริงข้าก็ไม่แน่ใจจนกระทั่งกลิ่นของพวกนี้มันเหม็นฉุนระดับขมคอ ไม่ผิดแน่...ค่อยจำได้ว่ามีบันทึกอยู่จริงๆ แต่ถึงพวกอสุรกายนี้จะไม่ค่อยฉลาดและเชื่องช้ามันก็มีพละกำลังมหาศาล.. เป็นไปได้พวกเราผ่านไปเงียบๆ คงดีกว่า”

                  หายนะสารพัดกลิ่นและสิ่งปฎิกูลหมักหมม โครงกระดูกอธิปตัยหนอนไชยั้วเยี้ย ไหนจะกลิ่นสาบสางเหม็นบรมกว่าแมวตายซาก สารพัดกลิ่นผสมปนเปตีกันจนเหม็นโฉ่ ว่านจวินกุมขมับกลิ่นมันลอยตุ่ยๆ ตามลมแบบนี้เน่าระยะสุดท้ายแล้วว้อย!

                   “อสูรกายอะไร? ข้ายังไม่เห็นสักตัว!!” หยาเหยี่ยนหวางกล่าวขัดขึ้นจะให้ไปช้าๆ ได้สิ้นลมเพราะกลิ่นพวกนี้กันพอดี

                   เสียงกู่ร้องก้องกังวานของสิ่งมีชีวิตบางสิ่งดังขึ้นอยู่ไม่ไกล เมื่อหันไปตามเสียงกลับพบ .. เจ้าตัวอัปลักษณ์ร่างโตทั้งยังมีกลิ่นที่ไม่น่าอยู่ร่วมบริเวณ พวกมันมีกันไม่ต่ำกว่าสิบตัว และกำลังกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง องค์ชายเอลฟ์ยกมือข้างนึงขึ้นปิดจมูก และรีบเร่งม้าเพื่อออกจากจุดอันตรายและไม่น่าอยู่เช่นนี้ แต่ก็กลับโดนวิ่งไล่ตาม บางตัวก็ชี้กระบองมาใส่พวกเขา และด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โต ไม่แปลกเลยที่พวกมันจะก้าวขาไม่กี่ครั้งก็เริ่มถึงตัวรถม้า

                  จิ้งจอกหนุ่มบิดจมูกแน่นดั่งมีแค้นตาขวางชี้ไปที่พวกมัน “ก็นั่นไงโทรล!!”

                   แค่กลิ่นนางก็อยากหมดสติตายให้รู้แล้วรู้รอด มือบางยกขึ้นปิดจมูก สายตาก็หันมองด้านนอกที่เห็นสิ่งมีชีวิตตัวโตอันแสนอัปลักษณ์ เป็นครั้งแรกที่ใบหน้าหวานฉายความไม่ชอบใจขึ้นมาอย่างชัดเจน ซ้ำยังหาผ้ามาปิดจมูกซ้ำอีกรอบ นางไม่อยากใช้ชีวิตร่วมโลกกับสิ่งมีชีวิตเช่นนี้เลยจริงๆ พวกมันที่ตามมาไม่ไกล ไอ้พยายามไล่ก็อยากช่วย แต่แค่ลดมือลงนางว่านางได้ล้มลงตายตรงนี้แน่ๆ คนด้านในอาการหนักขนาดนี้ คนด้านนอกทนได้ นางย่อมต้องขอนับถือในความอดทน จะจำให้ขึ้นใจว่าโทรลบ้าพวกนี้อย่าได้เข้าใกล้เลยเชียว

                 “อุ๊ค!! แบบนี้ยังถือว่าเป็น ‘พวกเดียวกัน’ ได้อยู่ไหมท่าน!!” ฟู่โฉ่วหันไปสำรอกลงหน้าต่าง เปรี้ยวปากเปรี้ยวคอสุดทนแล้วจริงๆ

                “ความคิดข้าหมายร่วมถึง ‘มนุษย์’ ก็พอ”  กลั้นหายใจได้นานสุดเท่าไร? หนนี้ว่านจวินคงทำลายสถิติการกลั้นหายใจที่ยาวนานสุดไปแล้ว

                 “ ช่วยสกัดพวกมันหน่อย !! “ กายริสร้องบอกคนด้านใน ไปพร้อมกับพยายามบังคับรถม้าหลบหลีกบรรดาตัวอัปลักษณ์ โดยมีหงเมี่ยวลั่วใช้ทวนคอยปัดและเบี่ยงเบนความสนใจในบางส่วน

                  “...ข้าจะสกัดพวกมันให้เอง รีบไป…. เร็ว!!”

                  สิ้นคำหยาเหยี่ยนหวางคว้าทวนมังกรเขียวกระโจนออกไปยันต้านฝูงโทรลไว้ ในรถม้านั้นที่ทั้งสหายและลุกของเขา ตัวประหลาดร่างยักษ์นี้ปล่อยให้เงื้อมือไปแตะต้องไม่ได้สักนิ้ว!! อาชาเซ็กเธาว์ของเสี่ยวหลานถูกยืมมาใช้ชั่วคราว อาศัยฝีเท้าลมกรดของมันน่าจะพอเบนความสนใจพวกสมองชี้นี่ได้บ้าง เขาลากทวนไปกับโขดหินสร้าเงสียงอึกทึก “อยู่ทางนี้พวกสมองเหม็น!!”

                  ชายผมเงินที่นั่งคุมสมาธิกำหนดไม่หายใจอยู่ในรถม้าเปรยขึ้นเสียงสั่น “โทรลมันกินของเน่าเสีย เอาผักหรืออาหารหมดอายุแล้วปาทิ้งไป ล่อหลอกมัน!!” นอกจากนี้ยังมีช่วงที่อาทิตย์ขึ้น เหล่าโทรลที่ถือกำเนิดจากความมืดจะกลายเป็นหินเมื่อต้องแสงแดดแต่ตอนนี้พุ่งจะค่ำ เกิดรอรุ่งสางพวกตนคงเป็นขี้โทรลซะก่อน

                  “ของเสีย?? เศษของข้าวและน้ำที่พวกเรากินล่ะใช้แทนได้ไหม?” อีกครั้งที่ฟู่โฉวสอบถามเป็นหนูจำไม เศษที่ว่าคือของเสียที่พวกเขาขับถ่ายในแต่ละวัน ทำเอาผู้รอบรุ้อี้ที่หมดสติไปหนหนึ่งเพราะกลิ่นลมจับลิ้มตึงอีกรอบ

                  “ จะอะไรก็เอาเถอะ ! “ ชักอยากจะกลับบ้านเต็มที ไป๋อวี้ขยับไปในด้านเก็บของและคว้าเอาตะกร้ารวมสารพัดของเสียที่ใช้ทำอาหารไม่ได้แล้ว ขยับกายออกนอกหน้าต่างรถม้าเล็กน้อยทั้งๆที่นางอยากจะตายกลับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์  เขวี้ยงไปสุดแรงเท่าที่ทำได้ก่อนจะขยับมาพิงผนังรถม้า ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นไปได้นางก็อยากหยุดหายใจให้ได้สักเค่อคงจะดีต่อตัวเองไม่น้อย !

                  “ได้!! คิดว่าอันไหนไม่หอมก็ปาเลย!!” กลั้นหายใจจนหน้าเขียว บุรุษผมเงินใช้เคล็ดวิชาคลุมวารีสั่นสะเทือนหยดน้ำในอากาศเป้นปราการกลั้นกลิ่นเอาไว้ ก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดครั้งแรกในรอบหนึ่งเค่อ “เฮือก… ข้า-เกลียด-โทรล!!” เค่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

                  “ตกลง!! อาจารย์ งั้นขอยืมรองเท้าท่านหน่อย” ศิษย์รู้ดีกว่าใครเรื่องที่อาจารย์เป็นเล็บขบ ดังนั้นเรื่องกลิ่นไม่ต้องพูดถึงแม้จะน้อยกว่าโทรลแต่รับรองเหนือกว่าผักเน่าหลายช่วงตัว ตามด้วยถังใส่อุจจาระระหว่างทาง

                  ‘อภินิหารถังขี้ลอยฟ้าาาาา’ พุ่งฟิ้วกลางอากาศทะยานข้ามอาชาเข้าหน้าโทรลจนปฎิกูลไหลเยิ้ม “ยี๋…. มีคนท้องเสียด้วยหรอ??”

                  “.............” มาถามอะไรตอนนี้ แหวะ!!

                 ปิดจมูกไม่พอตอนนี้คงต้องปิดตาปิดหู เข้าสู่การไม่รับรู้สิ่งใดๆในโลก ดรุณีสาวถอนหายใจอีกคราและเบือนหน้าหนีภาพที่ไม่คู่ควรให้มอง จะโทษคุณชายฟู่ยอดนักสงสัยก็คงไม่ได้ ดูท่าแล้วหลังจากนี้นางคงต้องให้เขากินแต่บะหมี่ กินไปจนกว่าพี่สาวหลานจะกลับมามอบของใหม่ให้นี่แล นึกปวดใจอยู่ไม่น้อย ทำไมนางไม่เลือกพักอยู่ฉางอันดีๆหนอ เดินทางมาเทศกาลนางย่อมไม่เกี่ยง แต่ ณ จุดนี้นางอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดเลยจริงๆ

                 “พวกเจ้าจะปามาเพื่อ!! ไม่เห็นหรือว่าข้าสู้อยู่ รีบหนีไปเร็ว!!” ชายผู้ถูกเศษผักเศษพริกกระจายทั่วแผ่นหลังอย่างหมิ่นหยามศักดิ์ศรีผู้เป็นหวางตะโกนขึ้น ขบกรามกรอด เขาเปิดทางให้แล้วดูสิ! พวกพ้องโกยเศษอาหารไล่ราวกับไสส่ง “รีบไป!!”

                 แค้นทั้งหมดไปลงกับพวกโทรล ยามที่เหม็ดจนสุดไปหยุดที่จมูดบอดไปแล้ว เลือดขึ้นหน้าทวนในมือหมุนควงไม่ต่างกับเทพสงครามในตำนานอย่างหวังเจี้ยน ในชุดเกราะผักค้างแผงพลังกลิ่นเหลือล้นเข้าบดขยี้บี้สมองโทรลชนิดไม่ตายไม่เลิกรา!!
All ชื่อเสียง
รูปปั้น + ฟู่โฉว




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2020-6-30 00:45
คุณได้รับ +15 ความโหด โพสต์ 2020-6-30 00:37
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ฟู่ โฉว { ศิษย์ผู้รอบรู้อี้หาน | สายหลักการขุนนาง } เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2020-6-30 00:12
คุณได้รับ --15 คุณธรรม +10 ความชั่ว --25 ความโหด โพสต์ 2020-6-30 00:12
คุณได้รับ +75 ความชั่ว +65 ความโหด โพสต์ 2020-6-30 00:12

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง -50 ความหิว -142 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -50 -142 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว
หน้ากากยักษ์ทอง
ดาบมรกต
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
จื่อซิงหม่า
ชุดมารจื่อเซ่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x311
x571
x56
x336
x1
x3
x2
x1
x1
x5
x27
x17
x27
x1
x1
x1
x31
x3
x54
x42
x79
x1890
x72
x43
x188
x1
x6
x2
x4
x59
x1
x15
x2
x49
x349
x1
x1
x29
x2
x2
x2
x1
x1
x10
x160
x270
x30
x20
x3
x6
x89
x3
x4
x3
x62
x484
x6
x11
x6
x20
x15
x45
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x26
x2
x1
x3
x1
x2
x3
x1
x96
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x5
x7
x3
x310
x300
x100
x120
x125
x360
x261
x24
x32
x98
x125
x610
x240
x6
x120
x1
x8
x5
x15
x1657
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x968
x770
x2005
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1700
x903
x27
x41
x15
x100
x9
x18
x1762
x178
x2025
x1200
x320
x2185
x2
x7900
x363
x96
x102
x10
x70
x147
x3327
x129
x237
x382
x2752
x2139
x1670
x11
x504
x1484
x9
x2
x27
x5560
x2574
x12
x64
x7335
x55
x9999
x1806
x50
x3
x192
x15
x1058
x1
x1
x2905
x2
x1
x2525
x14
x35
x30
x681
x470
x30
x169
x387
x53
x8
x1180
x1404
x8409
x967
x200
x590
x200
x57
x49
x2365
x1
x1850
x2929
x6303
x668
x273
x7880
x9999
x556
x51
x69
x4584
x26
x15
x71
x179
x1000
x11
x3933
x2935
x1647
x2439
x9999
x2466
x3100
x2364
x1822
x2590
x105
x9999
x485
x1103
x129
x30
x8820
x2347
x3848
x1984
x147
x2817
x4404
x4043
x1805
x3743
x1808
x524
x2278
x518
x240
x1298
x337
x3
x24
x10
x1500
x78
x50
x5312
x1090
x1
x833
x9999
x2751
x2
x35
x2139
x3651
x7097
x711
x6747
x4470
x502
x930
x1809
x680
x10
x1118
x2753
x2940
x740
x97
x3
x19
x25
x25
x32
x9
x6048
x9448
x2307
x9999
x199
x24
x9999
x20
x5805
x23
x8
x1450
x257
x25
x9
x98
x31
x8
x845
x3705
x8
x31
x207
x936
x86
x2505
x2093
x127
x18
x1417
x2378
x2255
x3
x284
x3676
x2540
x7884
x514
x397
x3976
x5657