ดู: 77|ตอบกลับ: 3

{ นอกแคว้นโหรวหร่าน | แม่น้ำไบคาล } ป่าหม่านเสอ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-3-10 15:32:20 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2020-3-24 22:36

【ป่าหม่านเสอ】






ป่าที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างนอกแคว้นโหรวหร่าน อยู่บริเวณใกล้เคียงกับแม่น้ำไบคาล
แม่น้ำสายเล็กที่ไหลมาจากทะเลสาบไบคาลในแคว้นอูซุนและเขาหิมะกุ้ยซาน
แตกแขนงหล่อเลี้ยง หลายแว่นแคว้นในซีอวี้ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีสีเขียวขจี
เป็นสถานที่ไม่กี่แห่งนอกแคว้นโหรวหร่านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ไม่ใช่ทะเลทราย





@Admin
โพสต์ 2020-3-10 16:00:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Luoxian เมื่อ 2020-3-10 23:05

ตัดไม้ ณ ป่าหม่านเสอ (1)



หลังจากออกจากถ้ำหลัวเซียนก็เริ่มเตรียมตัวเมื่อเขาเข้าใกล้เขตป่า เพราะไม่ไกลจากนี้ก็จะถึงแคว้นโหรวหร่าน เขาจะแวะตัดไม้เสียหน่อยเพื่อเอาไปขาย  เขาเริ่มจัดการอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อยไม่ว่าจะเป็นขวานหรือเสบียงถูกเตรียมและจัดพาดไว้บนบ่าของเขา  และอย่างสุดท้ายหลัวเซียนก็ขยับเชือกรัดเอวซึ่งมีปลอกมีดสั้นเล่มน้อยผูกติดอยู่ เขาจัดมันให้อยู่ในระยะที่พอเหมาะแก่การหยิบใช้ได้ง่าย เพราะมันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเขาจากอันตรายของป่าได้ นอกจากขวานที่แบกอยู่บนบ่าของเขาแล้ว  

      โดยหลังจากเขาเดินไปสักพัก ระหว่างที่เหวี่ยงขวานไปมา เพื่อตัดหญ้าที่ขึ้นเป็นกอสูง และสร้างความลำบากกับการเดินทางของเขา  ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังขึ้นเหมือนไปกระแทกอะไรแข็ง ๆ บางอย่าง  เมื่อหลัวเซียนแหวกมองดูที่กอหญ้านั้นดู เขาก็พบว่าสิ่งที่เขากระแทกไปนั้นคือรถลากเก่า ๆ ที่จอดทิ้งนอนแอ้งแม้งอยู่ตรงนั้น  หลัวเซียนจอมโลภยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อได้เห็นมัน ดูเหมือนโชคจะยังคงเข้าข้างเขาดั่งเช่นทุกครั้ง ทำให้การเก็บเกี่ยวในครั้งนี้ เขาต้องได้ไม้ไปขายมากกว่าเดิมแน่ เพราะเขาขนพวกมันไปขายได้มากกว่าเดิม


       หลัวเซียนค่อย ๆ พลิกรถลากเก่า ๆ นั้นขึ้น โชคยังดีที่มันไม่ได้ผุผังสักเท่าไหร่ เพียงแค่หลุดและมีราสีเขียวขึ้นแต่เพียงเท่านั้น  ทำให้หลังจากเขาจัดการล้อของมันนิด ๆ หน่อย ๆ มันก็กลับมาใช้งานได้แทบจะปกติ แม้จะมีเสียงน่ารำคาญนิดหน่อย แต่ก็ยังพอลากไปได้สบาย

         หลัวเซียนเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง โดยในตอนนี้มือหนึ่งของเขาลากรถลากเอาไว้ด้านหลัง ส่วนอีกมือหนึ่งก็ถือขวานไว้เหวี่ยงไปม  เท้าของเขาแหวกฝ่าพื้นหญ้าไปเรื่อย ๆส่วนตาของเขากำลังสอดส่ายไปมาแล้วมองหาต้นไม้ใหญ่ที่มีขนาดพอเหมาะที่จะตัดและนำมันไปแปรรูปอยู่ตลอด

         แต่ผ่านไปสักพักหลัวเซียนก็ยังไม่แลเห็นต้นไม้ใหญ่ที่ว่านั่นเลย ทำให้เขาต้องเดินต่อไปอีกสักพักใหญ่  ๆ  จนกอหญ้าเริ่มสูงขึ้นจนถึงเอวของเขา สีหน้าของหลัวเซียนก็เริ่มดีขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเขาเป็นพวกถูกทรมานและมีความสุขที่หญ้าเริ่มสูงขึ้นแม้เขาจะพบกับความยากลำบาก  

แต่เพราะยิ่งต้นหญ้าสูงขึ้นก็แปลว่าต้นไม้สูงขึ้นเช่นกัน เพราะป่าบริเวณนั้นอุดมสมบูรณ์ และหลังจากหลัวเซียนแหวกผ่านหญ้าไปจนถึงช่วงอก เขาก็เจอต้นไม้ใหญ่ที่พอเหมาะสักที
         หลังจากวางสัมภาระลงบนพื้นหญ้าโดยรอบต้นไม้ที่ถูกตัดจนเตียนแล้ว เพื่อให้ทำงานได้สะดวก หลังจากนั้นหลัวเซียนก็ขยับเนื้อขยับตัวนิดหน่อยเพื่อยืดเส้น จากนั้นก็ถอยออกมาและยืนให้ได้ระยะที่พอเหมาะเพื่อที่จะได้เหวี่ยงได้มุมที่ดีตามที่อาจารย์หลีปู้สอนมาและเกิดประสิทธิภาพในการตัดต้นไม้สูงสุด

           เขายกขวาน พร้อมเอี้ยวตัวเหวี่ยงแขนไปด้านหลัง ถอนหายใจเข้าออกสักสองสามครั้งเพื่อให้จิตใจสงบ เพราะตัดไม้ก็ต้องใช้สมาธิเหมือนกัน เนื่องจากทุกอาชีพก็มีความยากในแบบของมัน โดยในการตัดไม้นั้น การจะโค้นต้นไม้ให้ดีและเร็วที่สุดคือการตัดให้ได้มุมที่พอเหมาะ เพื่อที่จะเฉือนเนื้อไม้ออกมาได้มากที่สุด แล้วอย่างที่สองก็คือจังหวะ เพราะเมื่อหลัวเซียนลงขวานไปแล้วเสียงขวานที่กระแทกต้นไม้นั้น จะดังอย่างต่อเนื่อง ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป ประมาณเดียวกับเสียงลมหายใจของเขา เพราะการหายใจเข้าออกให้ถูกจังหวะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแรงได้ดีขึ้นมาก


โดยในตอน " หายใจเข้า " จะเป็นช่วงผ่อนแรงเพื่อให้ร่างกายได้รับอากาศบริสุทธิ์ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อต่าง ๆ  ทำให้เรามีแรงมากขึ้นในการเหวี่ยงขวานครั้งต่อไป

และในตอน " หายใจออก " ในตอนออกแรงเหวี่ยงขวานนั้น จะทำให้อากาศเสียที่เป็นพิษซึ่งอยู่ในตัวเราออกมา

และเมื่อหายใจเข้าออกได้ถูกจังหวะระหว่างการออกแรงนั้นจะทำให้ไม่เกิดอาการหน้ามืด ปวดหัวหรือเป็นลม หรือเหนื่อยง่าย สิ่งที่อาจารย์หลี่ปูสอน เป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ  คนไม่มีวรยุทธ ก็จะสู้ในแบบที่ไม่มีวรยุทธ และใช้ชีวิตที่ดีได้เหมือน

           เสียงเข้าออกของลมหายใจกับเสียงขวานที่ดังยังดังเป็นจังหวะต่อเนื่องไป จนเกิดเสียงดังขึ้นครั้งหนึ่งที่กลบเสียงทุกอย่าง เพราะนั้นเป็นเสียงของต้นไม้ใหญ่ที่ล้มลง  ฝูงนกโดยรอบแตกตื่นและบินหนีกระจายไป


          หลังจากปาดเหงื่อและยืนพักให้เหนื่อยสักครู่หนึ่ง หลัวเซียนก็เริ่มริดกิ่งต่าง ๆ ของมันออก ทำให้ต้นไม้ใหญ่ตอนนี้กลายเป็นท่อนซุงใหญ่แล้ว  และต่อมาหลัวเซียนก็เริ่มยกขวานแล้วแต่แบ่งเป็นส่วนๆ  เป็นท่อน ๆ   จากนั้นเขาก็ตัดเหลาไม้ให้ได้ขนาดพอเหมาะ  แล้วนำไปวางสุมกองไว้บนรถลากของเขา  


           ซึ่งเมื่อเขาออกเดินทางอีกครั้งรถลากนั้นล้อทั้งสองข้างมันแทบจมพื้นดิน และคนที่ลากมันก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก  เพราะเจ้าหลัวเซียนจอมโลภนั้นแบกมันไปมากจนเกินตัว เกินตัวที่ว่านี้คือเกินตัวจริง ๆ เพราะไม้นั้นสูงเลยหัวของเขาไปสองช่วงตัว


@Admin

แสดงความคิดเห็น

(( เนื่องจากกระเป๋าไม่เพียงพอ ไม้ที่เหลือถูกทิ้งไว้ที่เดิมถูกคนมาทีหลังเก็บไปแล้ว ได้รับเพียง 2000 ท่อน ))  โพสต์ 2020-3-10 16:22
(20) ได้รับไม้ 44840   โพสต์ 2020-3-10 16:20

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -42 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -42 + 7

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
ตัวเบาพื้นฐาน
กลองรบกวนแมว
สร้อยเทพนักรบ
ม้าตี๋หลู
ถุงดินเขียวปน(ชั่ว)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x100
x30
x30
x30
x5
x5
x8000
x9999
x8000
x20
x30
x61
x4000
x20
x10
x1
x2
x34
x59
x32
x2
x9999
x15
x4
x10
x40
x4
x100
x70
x1
x1
x50
x58
x100
x1
x110
x50
x50
x2
x50
x20
x30
x30
x20
x1
x1
x1
x45
x35
x1
x1
x2
x80
x1
x1
x9
x5
x165
x186
x1
x60
โพสต์ 2020-3-11 01:45:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Luoxian เมื่อ 2020-3-11 01:46

ตัดไม้ ณ ป่าหม่านเสอ (2)

       และแล้วหลัวเซียนก็กลับมาที่ป่าหม่านเสออีกครั้งเพื่อกลับมาตัดไม้ เพราะกิจการช่างไม้ของเขาไปได้ด้วยดี  บรรยากาศของป่าหม่านเสอยังคงเหมือนเดิมความเขียวขจีของใบไม้นานาพรรณทำให้ที่นี้ดูต่างด้านนอกแคว้นโหรวหร่านซึ่งโดยรอบมีแต่ความเหี่ยวแห้งอย่างลิบลับ เหมือนหลุดออกมาอยู่คนละโลก ต้นไม้สีเขียวขจีขึ้นรกทึบทั่วเขตแดนป่า  มันทำให้ท้องฟ้าที่ดูเหมือนกัน แต่เมื่อมองดูจากป่านี้มันดูสดใสยิ่งกว่าเดิม อากาศอันบริสุทธิ์ที่ต้นไม้เหล่านี้ผลิตออกมา ทำให้ที่นี้เหมือนอยู่ในสวรรค์ก็ไม่ปาน เสียงนกขับขานร้องเพลง ลมอ่อนพัดโชยมาทำให้รู้สึกดีไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เสียงเสียดสีของใบไม้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม

          แต่ว่าสิ่งดูเหมือนจะต่างจากเดิมไปก็คงเป็นเจ้าหมีขาวยักษ์ที่มีขนสีดำเป็นวงขึ้นรอบดวงตา ตัวของมันค่อนข้างใหญ่และกำลังเดินด้วยสี่ขาอุ้ยอ้ายแบกร่างของเขาอยู่ผ่านผืนดินที่เหยียบย้ำถูกปกคลุมด้วยหญ้าที่มียอดสีเขียวอ่อน  ซึ่งในตอนแรกที่เขาจับมันมาก็ดูขัดขืน แต่หลังจากทำความเข้าใจด้วยกำลังกันสักพัก มันก็ยอมเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาอย่างว่าง่าย และมันช่าง ๆ น่าเอ็นดูและไม่เคยปริปากบนสักคำ เพราะใบไผ่ยังคงถูกส่งให้มันไปอย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทาง ผ่านการหยิบออกมาจากกระเป๋าสัมภาระสีน้ำตาลที่ถูกผูกห้อยตามตัวของมัน ไม่ว่าจะเป็นขวานเอยหรือเบ็ดตกปลาเอยถูกเหน็บหรือผูกห้อยไว้กับเจ้าหมีขาวยักษ์นั้นจนหมด  ทำให้หลัวเซียนกระทำการต่าง ๆ ได้สะดวก นั้นคือการจิบสุรากู่หลันหลางที่เขาเข้าไปขโมยจากร้านขายสุราภายในเมืองโหรวหร่านมาอีกแล้วด้วยท่าทางมีความสุข  ซึ่งเขาชมชอบสุราชั้นยอดนี้เป็นอย่างมากจนต้องขโมยมันซ้ำอีกครั้ง เพราะกลิ่นที่ล้ำลึกและรสชาติที่ลึกล้ำของมันได้ทำให้เขาต้องอยู่ในมนต์สะกดของสุร่า  แม้เขาต้องลำบากที่จะหาทางเข้าไปหลังร้านขายสุราอยู่นาน แล้วต้องฝ่ากับดักที่หน้าห้องเก็บสุรานั้น แต่หลัวเซียนก็ไม่ค่อยย้อท่อต่อมันเลย


      และการกระทำการอีกอย่างก็คือการชมป่าสอดส่ายสายตามองหาต้นไม้ที่เหมาะสำหรับการตัดของเขา เจ้าหมีขาวยักษ์ก็ทำหน้าที่เป็นพาหนะให้กับเขาและเคลื่อนที่ต่อไปด้วยขนาดและแผ่นหลังที่ใหญ่โตของมัน มันอาจไม่เมื้อยหรือไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ามีเขาอยู่ มันยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป


         โดยหลังจากนั่งจิบสุราชมพงไพรต่อไปอย่างอภิรมย์ มองดูชมกล้วยไม้ต้นน้อยใหญ่ที่ออกดอกบางสะพรั่งอิงแอบตามลำต้นของต้นไม้ ช่างเป็นสิ่งที่ดูแล้วดูเจริญหูเจริญตา สายลมยังคงพัดเอื่อย ๆ วูบไหวไปมา เขาจิบสุรามองดูชมธรรมชาติที่งดงามนั้นต่อไปสักพักใหญ่ ๆ จนในที่สุด  หลัวเซียนก็เจอต้นไม้ใหญ่ที่มีขนาดพอเหมาะที่จะตัดและนำมันไปแปรรูปเสียที  มันมีสีแดง และเปลือกเป็นลายตรง


          หลังจากมาถึงต้นไม้ที่ว่านั้น หลัวเซียนก็ผูกเจ้าหมีขาวยักษ์ไว้ที่ต้นไม้ตนหนึ่งใกล้ ๆ แล้วนำใบไผ่มากองไว้ให้มัน เพราะคงต้องใช้เวลาอีกสักพักในการจดการต้นไม้เหล่านี้ โดยหลังจากยืดเส้นยืดสายและขยับตัวนิดหน่อยเพื่อให้ร่างกายไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ  ระบบไหลเวียนโลหิตหรือระบบหายใจ ได้อุ่นเครื่องเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บจากการออกแรงเหวี่ยงขวานตัดไม้ที่ค่อนข้างใช้แรงและพละกำลังมาก


       โดยหลังจากยืดเส้นยืดสายร่างกายจนพร้อมแล้ว หลัวเซียนก็เริ่มถอยออกมาแบบครั้งก่อนเพื่อยืนระยะให้พอเหมาะ และจะได้เหวี่ยงขวานได้คล่องแคลวและไปตามมุมที่เขาต้องการ เพราะเจ้าต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ เป็นประเภทไม้เนื้อแกร่ง ที่ถึงแม้เนื้อไม้จะคุณภาพสูง แต่ว่าเนื้อไม้มันก็แกร่งสมชื่อ เนื้อไม้แน่น และมีความแข็งแรงสูง ทำให้ถ้าตัดมุมไม่ดีอาจจะทำให้เสียเวลาในการจัดการและอาจจะทำให้ขวานบิ่นได้


         หลังจากเล็งและหามุมเรียบร้อยดีแล้วหลัวเซียนก็เริ่มยกขวานแล้วเอี้ยวตัวไปด้านหลังก่อนจะเหวี่ยงขวานนั้นออก จังหวะในการเหวี่ยงสองสามครั้งแรกค่อนข้างสับสน  เพราะเจ้าหมียักษ์นั้นดันส่งเสียงร้องออกมาทำให้เขาเสียสมาธิ  อาจเพราะว่าการที่เขาเหวี่ยงขวานใส่ต้นไม้ อาจจะทำให้ภาพเลวร้ายบางอย่างในใจมันผุดขึ้นมาก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เขาได้พบกับมันเข้าได้จัดการใช้ขวานจามมันไปหลายครั้ง เพราะมันเป็นเด็กนิสัยไม่ได้มาขโมยของเขา เพราะเขาเป็นเด็กไม่ดีได้แค่คนเดียว ใครจะมาทำตัวเป็นเด็กไม่ดีใส่เขาไม่ได้


          แต่เมื่อหลัวเซียนชี้ขวานออกไปใส่หน้าของมัน  มันก็ดูเหมือนจะใจเย็นลงเมื่อได้เห็นขวานนั้นยกขึ้นมันก็รีบเดินไปสงบสติอารมณ์และหลบอยู่หลังต้นไม้  แต่ดูเหมือนมันจะแอบหลบไปเพราะกลัวชายคนนี้มากกว่าที่ชอบกลั่นแกล้งและทรมานมัน และลอบมองเขาต่อไปเรื่อย ๆ

โดยหลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ จังหวะเขาก็กลับมาเป็นปกติเช่นกัน ขวานถูกเหวี่ยงเขามุมเดิมช่วงหาของหน่วงเวลาเดิม ไล่ไปเรื่อย ๆ สับจนลึกและเปลี่ยนมุม  เปิดเนื้อไม้ไปเรื่อย ๆ  จนมันแหว่งเว้าเข้าไปด้านใน  หลัวเซียนก็เปลี่ยนข้างไปอีกฝั่งของรอยที่แหว่งเว้านั้น จากนั้นเขาก็เริ่มเหวี่ยงต่อจนฝังนี้ มีมุมเริ่มเว้าตาม เสียงครืน ๆ ก็เริ่มดังออกมา เพราะไม้เสียสมดุลแรงตึงผิวจากไม้อีกฝั่งได้ถูกทำให้หายไปแล้ว และเมื่อมันเว้าขึ้นเรื่อย ๆ เว้าขึ้นเรื่อย ๆ  เสียงครืน ๆ ก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดมันก็หักโค้นลง  และเกิดเสียงดังสนั่นจนพื้นสั่นสะเทือน  เจ้าหมีขาวยักษ์รีบหมอบอย่างทันใด หลังจากได้ยินเสียงที่ดังสนั่นนั้น




       หลังจากนั้นหลัวเซียนก็เริ่มทำเหมือนกับในทุกครั้ง คือหลังจากพักจนหายเหนื่อย เขาก็เริ่มริดกิ่งต่างๆ ของต้นไม้ออก ทำให้ต้นไม้ใหญ่ก่อนหน้านี้กลายเป็นท่องซุงไปเสียแล้ว จากนั้นหลัวเซียนก็เริ่มตัดแบ่ง แปรรูปมันจนเป็นแผ่น ๆ เพราะเนื่องจากเนื้อที่แข็งและติดกันทำให้มันหลุดออกมาเป็นแถว ๆ แล้วหลังจากนั้นเขาก็เริ่มเหลาแผ่นไม้นั้นและลบเสี้ยนลบเหลี่ยมและลบคมออก  จากนั้นก็เริ่มนำมามัดกอง ๆ ให้ได้กองพอเหมาะจากเชือกที่ซื้อมา เพราะครั้งก่อนเชือกที่ทำจากเถาวัลย์ถึงแม้มันจะใช้การได้ดี แต่เมื่อมันเหี่ยวแห้งความสามารถของมันก็ลดลง   แล้วหลังจากนั้นเขาก็ยกขึ้นรถลาก   จากนั้นก็ขึ้นขี่เจ้าหมีแล้วลากพอกองไม้ที่ตัดได้นั้นไปเรื่อย ๆ มันช่างเป็นไปด้วยความทุลักทุเลและอยากลำบาก เจ้าหมีขาวยักษ์ยังคงเคลื่อนร่างที่แสนหนักอึ้งของมันไปเรื่อย ๆ  เจ้านายของมันช่างแสนโหดร้ายและใช้งานมันเยี่ยงทาส   และตลอดเวลานั้น มันยังคงสอดส่ายสายตาอยู่เรื่อย ๆ  หากวันที่พอเหมาะและโซ่ตรวนเล็กที่รัดคอและขาของมันหลุดออกจากมือของชายคนนั้น หรือต้นไม้ที่ชายคนนั้นมันเมื่อไหร่  มันสัญญาว่าจะหนีไปในทันที แต่ถึงอย่างนั้นชายผู้โลภมากและโหดร้ายคนนี้ก็ไม่เคยปล่อยให้มันมีเวลาแบบนั้นเลย เขาค่อยเช็ก คอยอยู่ใกล้อยู่ตลอด เขาไม่เปิดโอกาสหรือช่องให้มันหลบหนีได้เลย


ในตอนนี้มันจึงทำได้เพียงแค่ทำตัวสงบเสงี่ยมและทำตัวเชื่อง ๆ  เพราะดูเหมือนยิ่งทำให้ชายคนนั้นเลิกถอนหายใจ หรือตะคอก หรือตะโกนใส่เท่าไหร่ ด้วยการทำตามคำสั่ง ชายคนนั้นก็ดูเหมือนจะดูแลมันดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือน้ำเขามักจะเตรียมพร้อมให้เสมอ และมันคิดว่าต่อไป หากมันไม่ปริปรากบ่นหรือทำเสียงน่ารำคาญใส่  เขาจะเชื่อใจมันถึงขั้นปลดโซ่ตรวนออก และเมื่อไหร่ที่เขาปลดออก ในวันนั้นมันจะวิ่งหนีสุดชีวิตและไม่หันกลับมามองชายคนนี้อีกเลย


" อ่ะ เจ้าหมีขาวยักษ์  " ชายคนก็ยื่นใบไผ่ให้กับมัน เขาไม่แม้แต่จะเคยตั้งชื่อให้ เขาก็ยังเรียกมันตามชื่อเรียกทั่วไปของมัน ไม่เรียกชื่อเฉพาะ ไม่มีความผูกพันธ์ระหว่างมันกับเขาเกิดขึ้นเลย


" อ่า ฉันเมื่อยมือแล้ว " และชายหนุ่มนั้นก็เริ่มทำความลำบากให้กับมันอีกครั้ง เพราะตอนนี้รถลากที่ชายคนนั้นเคยถือและดึงเอาไว้ ตอนนี้มันกับผูกติดกับเจ้าหมี ตอนนี้ทำให้มันกลายเป็นเทียมเกวียนไปแล้วเจ้ามนุษย์ใจร้ายผู้แสนโหดเหี้ยม เจ้าหมีขาวยักษ์ได้แต่กรนด่า ขณะก้าวออกไปทุกย่างก้าว


       แต่ชายหนุ่มผู้นั้นไม่ได้สะทกสะท้านเลย เขากลับนั่งเฉยแล้วยกสุราขึ้นมาดื่มกิน และชมป่ามองดูชมธรรมชาติอย่างอย่างไม่แยแสอะไร และด้วยเพราะการที่เคลื่อนที่ช้านั้น  ทำให้เขาได้เห็นทิวทัศน์เหล่านั้นได้นานแล้วลึกขึ้น
   
" สุรา กับการชมป่า นี่มันเขากันจริง ๆ เลยนะ  "  


'  เจ้าคนใจร้าย ' เจ้ามีได้แต่ด่าทอและก้าวเดินอย่างหลังขดหลังแข็งต่อไป


@Admin










แสดงความคิดเห็น

(8) ได้รับไม้ 17900 ท่อน   โพสต์ 2020-3-11 11:43
คุณได้รับ +3 คุณธรรม +2 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2020-3-11 11:42

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -42 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -42 + 7

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
ตัวเบาพื้นฐาน
กลองรบกวนแมว
สร้อยเทพนักรบ
ม้าตี๋หลู
ถุงดินเขียวปน(ชั่ว)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x100
x30
x30
x30
x5
x5
x8000
x9999
x8000
x20
x30
x61
x4000
x20
x10
x1
x2
x34
x59
x32
x2
x9999
x15
x4
x10
x40
x4
x100
x70
x1
x1
x50
x58
x100
x1
x110
x50
x50
x2
x50
x20
x30
x30
x20
x1
x1
x1
x45
x35
x1
x1
x2
x80
x1
x1
x9
x5
x165
x186
x1
x60
โพสต์ 2020-3-24 22:00:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
3
เก็บของป่าขุดหามันเทศ ณ ป่าหม่านเสอ


หลายวันผ่านพ้นนับตั้งแต่ตงเฉินฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์หลี่ปู้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการฝึกฝนกำลังภายในแต่อย่างใด สิ่งที่พอจะได้มาบ้างก็คือวิชาการหาของในป่า แม่นางหลี่ หลิงฉีเห็นพรสวรรค์ในการดมกลิ่นอันยอดเยี่ยมของตงเฉิน จึงเสนอตัวสอนทักษะการดมกลิ่น การขุดมัน และการฝึกสมาธิเพื่อให้กลมกลืนกับผืนป่าแม้ตัวเขาจะมีพรสวรรค์ก็จริงแต่ก็ต้องได้รับการฝึกฝนให้มีความชำนาญมากยิ่งขึ้น


“เจ้าจงไปขุดมันเทศที่ป่าหม่านเสอแล้วนำกลับมา” หลี่ปู้เอ่ยขึ้น


“ท่านอาจารย์ ข้าก็อยู่ที่นี่มาหลายวันเเล้วทำไมท่านไม่สอนวิชาให้ข้าเสียที ท่านให้ข้าขุดมันเทศมาหลายวันเเล้ว” ตงเฉินรีบเเย้งขึ้น ตั้งแต่ได้มาอาศัยกับท่านอาจารย์และแม่นางหลี่ หลิงฉี เขามักได้รับคำสั่งให้ไปขุดมันเทศบ้าง ตักน้ำในแม่น้ำไบคาลบ้าง หรือแม่กระทั่งผ่าฟืน แบกของล้วนเป็นสิ่งที่เขาต้องทำทั้งสิ้นในแต่ละวัน


“ข้าบอกให้เจ้าไปขุดก็จงไปขุดเสีย”


“ก็ได้ท่านอาจารย์ข้าจะไป”


ตงเฉินเดินไปเตรียมตะกร้าสานสำหรับนำไปเก็บมันเทศ ขณะที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมของอยู่นั้นเอง หลี่ปู้ก็ใช้เท้าเขี่ยลำไม้ไผ่ให้กระเด้งขึ้นมาอยู่ที่มือเเล้วพุ่งจู่โจมตงเฉินอย่างรวดเร็ว


ป้าบ!!!


“โอ๊ย!!!” ตงเฉินร้องขึ้น ลำไม้ไผ่ฟาดเข้าไปตรงหลังของเขาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว นี่ไม่ใช้ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแต่มันเกิดขึ้นในทุกๆวันที่อาจารย์หลี่ปู้จะจู่โจมตงเฉินทีเผลอด้วยลำไม้ไผ่โดยไม่ให้เขาทันได้รู้ตัว


“ท่านอาจารย์เล่นฟาดข้าทีเผลอทุกวันเเบบนี้...กว่าที่ข้าจะได้ฝึกวิชากับท่าน ข้าคงได้ตายเพราะลำไม้ไผ่ของท่านก่อนเป็นแน่” ตงเฉินพูดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเล็กๆ ที่อาจารย์ดูจะไม่ใส่ใจจะสอนวิชาให้กับเขาเอาแต่คอยใช้ทำงานหนัก เเละคอยเล่นทีเผลอกับเขาเสมอ


“เจ้าใช้เวลาที่ต่อปากต่อคำกับข้า ไปทำงานของเจ้าเสีย” หลี่ปู้เอ่ยขึ้น


“ขอรับท่านอาจารย์” ตงเฉินบุ้ยปากแต่ก็ยอมสะพายตะกร้าสานเดินออกจากถ้ำไปที่ป่าหม่านเสอแต่โดยดี




ณ ป่าหม่านเสอ


ตงเฉินเดินทางมาถึงป่าหม่านเสอ ผืนป่าอันเขียวขจีขัดกับภูมิประเทศที่ส่วนใหญ่มีแต่ทะเลทราย ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำไบคาลที่เขามักจะถูกอาจารย์หลี่ปู้สั่งให้มาตักน้ำอยู่เป็นประจำ การขุดหามันเทศก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องทำแทบทุกวัน


“นี่ข้ามาฝึกวิชาหรือมาเป็นคนใช้กันเเน่” เขาบ่นพึมพำกับตนเองขณะที่เดินลุยเข้ามาในป่าลึก ตงเฉินลัดเลาะเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆตามสัญชาตญาณ จมูกของเด็กหนุ่มขยับฟุตฟิต ด้วยการพร่ำสอนจากแม่นางหลี่ หลิงฉี ทำให้การจับทิศทางในการดมกลิ่นของเขายิ่งแม่นยำราวกับสุนัข
“กลิ่นมันเทศ… มาจากทางนั้น!”


ตงเฉินหันขวับพร้อมใช้มือชี้ไปทางทิศตะวันออกต้นตอของกลิ่น ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปตามทิศทางของกลิ่น ก้าวเดินเข้าไปกลิ่นของมันเทศก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จมูกของเด็กหนุ่มขยับไปมาพลางนึกถึงดงมันเทศที่กำลังจะได้พบเร็วๆนี้ ตงเฉินเดินไต่ระดับพื้นที่ลาดชันภายในป่า ทุกฝีก้าวต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเพราะมันลื่นตะไคร่น้ำ จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ตรงพื้นที่ที่สัมผัสกลิ่นได้ชัดเจนมากที่สุด


“จะ...เจอเเล้ว!” ตงเฉินรีบวางตะกร้าสานไว้ข้างตัว เขาใช้ทักษะการขุดดินที่ได้ร่ำเรียนมาทำการขุดด้วยมือทั้งสองข้างอย่างชำนาญโดยไม่พึ่งอุปกรณ์ช่วยใดใด ข้อดีของวิธีการนี้คือทำให้ได้มันเทศที่สวยงามไม่บอบช้ำ


“ได้แล้ว!” ตงเฉินชูหัวมันเทศขึ้นฟ้าด้วยความดีใจ ไม่เสียแรงที่ฝึกฝนการหาของป่ามาอย่างดีประกอบกับการที่โดนท่านอาจารย์ใช้ให้มาขุดมันเทศอยู่บ่อยครั้ง


“คราวนี้ก็ตามหาที่อื่นต่อ”


ตงเฉินเก็บมันเทศใส่ตะกร้าสานแล้วแบกขึ้นสะพายหลัง จากนั้นก็ขยับจมูกฟุดฟิตเดินตามหากลิ่นของมันเทศอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ตำแหน่งของหัวมัน ก็อยู่ไม่ห่างจากตำแหน่งเเรกที่พบเห็นเท่าไหร่ เขานั่งลงและทำการขุดด้วยมืออีกครั้ง ทำแบบนี้ซ้ำเเล้วซ้ำเล่าอยู่หลายจุด จากนั้นก็เดินทางต่อ


“กลิ่นมันอยู่แถวนี้แต่ทำไมข้า…” ยังไม่ทันจะพูดจบตงเฉินก็พบเข้าให้กับม้าป่าที่กำลังใช้จมูกของมันคุ้ยเขี่ยที่พื้น รูปร่างของมันช่างดูประหลาดตายิ่งนัก ขนาดตัวเล็กกว่าม้าทั่วไปที่เคยพบเห็น ช่างน่าเกลียดน่าชังในความคิดของเขา


“นี่เจ้าม้า เจ้ากำลังคุ้ยเขี่ยอยู่ตรงหัวมันเทศของข้านะ ถอยไปข้าจะขุดมันตรงนี้” เขาพูดกับอาชาแคระตัวนั้น เหมือนมันจะไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย


“ดูนั่น! มีแครอทอยู่ตรงนั้น!!!” ตงเฉินโพล่งออกมาพลางชี้ไปที่ด้านหลังของเจ้าม้าหวังให้มันเหลียวหลังไปมอง แต่ม้านั่นคงฉลาดกว่าที่เขาคิดไว้เขาจึงลดมือลงแล้วพูดกับมัน


“เจ้าฉลาดกว่าที่ข้าคิดแถบนี้จะไปมีแครอทได้อย่างไรกัน” เขาหยิบมันเทศหัวหนึ่งในตะกร้าโยนออกไป “เอานี่ข้ายกให้เจ้า” ม้าแคระเดินตามไปที่จุดที่มันเทศหัวนั้นตกอยู่เเล้วใช้จมูกเขี่ยเเละกัดกิน ในขณะที่ตงเฉินใช้จังหวะนั้นรีบขุดหัวมันในพื้นที่ที่เจ้าม้ายืนขวางในตอนแรก เขาเก็บหัวมันใส่ตะกร้าไปอีกหัวจนรู้สึกว่าตะร้าสานที่แบกอยู่เริ่มมีน้ำหนักมาก ตงเฉินเหล่มองไปที่เจ้าม้าแคระก่อนเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆก้าวเข้าไปหามัน


“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าตอนนี้เจ้าเป็นหนี้บุญคุณข้า” เขาเอ่ยขึ้น เจ้าม้าไม่ได้มีปฏิกิริยาใดใดโต้ตอบ เขาจึงพูดต่อ “เมื่อเป็นหนี้บุญคุณ ก็ต้องชดใช้ เจ้าจงพาข้ากลับไปยังถ้ำโบราณปาหม่านเสอเพื่อทดแทนคุณที่ข้ามอบมันเทศให้กับเจ้า”


ตงเฉินไม่รอคำตอบรีบจับที่ขนแผงคอของเจ้าม้าแคระเเล้วกระโดดขึ้นหลังของมันด้วยความรวดเร็วและง่ายดายเพราะเจ้าม้านั้นเตี้ยเสียเหลือเกิน


ฮี้~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~


ม้าแคระตกใจมันยกขาหน้าทั้งสองขึ้นพยายามดิ้นให้มนุษย์ผู้รุกรานแผ่นหลังของมันตกลงไปกับพื้น แต่ด้วยความดื้อดึงของตงเฉิน เขาโน้มตัวลงต่ำกอดคอของเจ้าม้าไว้เพื่อไม่ให้ตัวเขาตกลงไป


“อยู่นิ่งๆสิ ข้าแค่จะขอให้เจ้าพาข้ากลับเพียงเท่านั้น” เขาใช้มือลูบๆที่แผงคอของมันเพื่อให้เจ้าม้าเริ่มสงบลงบ้าง เจ้าม้าดิ้นจนมันเริ่มหมดเเรงในที่สุดก็หยุดแผลงฤทธิ์


“เจ้านี่ช่างอาภัพแท้ เกิดมาตัวเตี้ยเหมือนข้าไม่มีผิด” เมื่อเจ้าม้าแคระเริ่มสงบลง ตงเฉินก็ตระตุกแผงคอของมันเล็กน้อยพร้อมใช้เท้าสะกิดที่ลำตัวของมันเพื่อให้ออกเดิน มือของเขาล้วงเอามันเทศอีกหนึ่งลูกที่ตะกร้าด้านหลังยื่นไปด้านหน้าในระดับสายตาที่เจ้าม้าแคระมองเห็นเพื่อหลอกล่อให้มันเดินไปข้างหน้าเรื่อย


“แบบนั้นแหละ ทีนี้ก็พาข้ากลับได้เเล้ว”


ตงเฉินใช้มันเทศลูกนั้นล่อเจ้าม้าให้เดินออกจากป่าไปกับเขาตลอดทางกลับถ้ำ โดยไม่ต้องแบกตะกร้าสานหนักๆเดินกลับให้ปวดหลังแถมยังเดินทางกลับได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย งานนี้มีแต่ได้กับได้...




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 ความชั่ว โพสต์ 2020-3-26 13:26
คุณได้รับ +5 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-3-26 13:25
(19) ได้รับมันเทศ 45  โพสต์ 2020-3-26 13:25

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -36 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -36 + 7

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
สมาธิผืนป่า
ตะกร้าสาน
สกิลตุ่น
ดมกลิ่น
ม้าแคระอูซุน
ดาบล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x4
x1
x1
x45
x1
x30
x10
x4
x196
x99
x20
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-4-4 00:33

ขึ้นไปด้านบน