ดู: 112|ตอบกลับ: 15

{ เมืองเนโปลิส } บ้านครอบครัวเวอจิเนีย

[คัดลอกลิงก์]


"คฤหาสณ์ตระกูล เวอจิเนีย"

คฤหาสณ์ของตระกูลเวอจิเนีย ที่ๆจูเลียน่าและครอบครัวอาศัยอยู่เป็นบ้านขนาดใหญ่ที่ ผู้เป็นบิดาได้รับจากการได้เลื่อนขั้นเป็นแม่ทัพ สถานะทางบ้านค่อนข้างรวย แต่ด้วยความที่แม่เป็นชาวไตจี๋ ทำให้ผู้พ่อมีความใจดีขึ้นมาบ้าง ทำทานมห้แก่คนยากไร้บ้างอะไรบ้างตามสมควร
ที่นี้เป็นคฤหาสณ์ขนาดใหญ่ อาศัยกันอยู่แค่ 3 คนพ่อแม่ลูก ไม่ใหญ่มากนักเลยไม่จำเป็นต้องมีทาสหรือคนรับใช้คอยบำเรอหรืออำนาจความสะดวกมากนัก
โพสต์ 2020-1-4 12:56:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Juliana เมื่อ 2020-1-4 18:26
[Past Story]

ความกลัวและความกล้า

ภายในคฤหาสณ์อันใหญ่โต เด็กชายตัวน้อยนอนเล่นอยู่ในห้องของตัวเองอย่างเงียบเหงา ในวันนี้เป็นวันที่อากาศไม่ค่อยดีนักเป็นช่วงเวลาวันที่ 3 แล้วนับตั้งแต่ฝนตกหนักลงมา เด็กชายไม่มีของเล่นมากนัก เลยทำได้แค่นั่งเล่นและเล่นของเล่นเก่าๆภายในห้องของตน ดวงตาสีฟ้าครามแกว่งขาไปมาบนเตียงนอนไม้อย่างเงียบๆ

ใบหน้าเรียวงามรูปไข่ผิวสีแทนผอมเพรียวแหงนหน้ามองออกไปยังนอกหน้าต่างของคฤหาสณ์ ไปยังภายนอกบ้านของตน ด้านนอกนั่นท้องฟ้าเป็นสีดำมิดคลึ้มพร้อมกับเสียงดังเซ็งแซ่ที่ตามมากับเมฆฝนสีดำนั่น

'ซ่าๆ~~~' 'คลึ้น~~~'

เด็กชายเมื่อได้ยินเสียงคำรามจากท้องฟ้าก็รีบเอาตัวของตนมุดเข้าไปข้างใต้ผ้าห่มบนเตียงอย่างหวาดกลัวในเสียงนั่น เด็กชายตัวน้อยหวาดกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่ามากๆ อันตามความเชื่อของชาวกรีกและโรมันว่าในยามนี้คือเวลาที่เทพซุสและเทพีเฮร่ากำลังมีปากเสียงและทะเลาะกันอย่างดุเดือด

'เปรี้ยง~~!!!!!!!!!!!'
"แง้!!!"

เสียงฟ้าผ่าลงจากท้องฟ้าดังขึ้นทำให้ร่างน้อยๆสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว เด็กตาหลับลงพร้อมกับเสียงตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว ร่างน้อยๆสีแทนผอมเพรียวสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว ในยามนี้เป็นเวลาที่ผู้เป็นมารดากำลังออกไปจ่ายตลาดภายในเมือง ส่วนผู้เป็นบิดานั่นก็กำลังทำงานอยู่ในกองทัพ ทำให้ไม่มีผู้ใดอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
ในระหว่างที่เด็กชายยังคงนอนขดตัวด้วยความกลัวต่อเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่านั่นเอง ร่างน้อยๆก็ส่งเสียงร้องออกมา ทำให้ร่างกายของเด็กชายอ่อนเพลียลง แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไร ร่างกายผอมบางก็ไม่สามารถลุกไปไหนได้ด้วยความหวาดกลัว

"จ๊อก~!!"

เสียงท้องร้องจากร่างน้อยๆดังขึ้นมา พร้อมกับเสียงฝนตกหนักดังเซ็งแซ่ไปพร้อมๆกัน เสียงท้องฟ้าร้องคำรามก็ดังขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้ร่างกายของเด็กน้อยยังคงสั่นไม่หยุด และไม่มีทางที่จะลุกออกมาจากภายในผ้าห่มบนเตียงนอนเลยแม้แต่น้อย
แต่ทว่าการรอคอยก็ต้องจบลงเมื่อร่างน้อยนั่นเริ่มทนไม่ไหวกับความหิวโหยของตน ร่างเล็กค่อยๆโผล่ตัวออกมาจากภายในผ้าห่มและค่อยๆลุกขึ้นมานั่ง ร่างกายยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แต่ความหิวก็มากไม่แพ้กัน ร่างบางรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีและลุกขึ้นจากเตียง

"ก... กลัวจัง... แม่ฮะ... เมื่อไหร่แม่จะมา"

เด็กชายแหงนหน้ามองผ่านหน้าต่างมองดูท้องฟ้าพรางพึมพำออกมาด้วยความหวาดกลัว ร่างกายยังคงสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัวอยู่ แต่ถึงจะกลัวก็ต้องไป เด็กชายเดินออกมาจากภายในห้องนอนของตนมายืนอยู่ยังระเบียงทางเดินของบ้าน ตัวกลางนั่นเป็นสวนน้ำที่ตอนนี้ไม่เงียบสงบมากนัก เสียงฝนตกลงมาใส่สวนน้ำนั่นอย่างระรัวและรวดเร็ว
มันเป็นภาพที่น่าดูเสียนี้กระไร แต่ในตอนนี้เด็กชายไม่มีเวลามาชมภาพต้องหน้าแล้ว ยิ่งเด็กชายเสียเวลาชมภาพตรงหน้าอันแสนงดงามมากเท่าไหร่ ความหิวก็ยิ่งทำร้ายร่างกายของเขามากเท่านั่น
เด็กชายกัดฟันตัวเองอดทนกับความหิวนั่นพร้อมกับเดินไปตามระเบียงอย่างช้าๆ เด็กชายเดินไปที่ห้องครัว พรางควานหาของกินมาทานอย่างเร่งรีบ มือเรียวบางควานหาของกินอะไรก็ได้ที่สามารถกินได้ทันที
หลังจากพยายามหาอยู่นาน เด็กน้อยก็หาผลแอปเปิ้ลสุกสกาวสีแดงจนพบในกระสอบใส่ผลไม้ภายในห้องครัว เขารีบหยิบมาทานด้วยความหิวโหยทันทีอย่างเร่งรีบ ร่างผอมเพรียวใช้แรงที่มีใช้ฟันน้ำนมและปากน้อยๆงับเนื้อแอปเปิ้ลและเคี้ยวมันอย่างนุ่มละมุน
เนื้อผลไม้นุ่มละมุนค่อยๆถูกเคี้ยวด้วยฟันน้ำนมของเด็กชายอย่างช้าๆ พร้อมกับค่อยๆถูกบดขยี้จนละเอียดเอาเนื้อและน้ำแอปเปิ้ลออกจากกันก่อนจะกลืนลงท้องไปเพื่อเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายน้อยๆนั่น
ร่างกายผอมบางนั่งทานแอปเปิ้ลในท่านั่งง่ายๆ พร้อมกับใช้ 2 มือถือผลแอปเปิ้ลมาทานอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่ท้องฟ้ากำลังร้องและผ่าลงมา เด็กชายก็ทานไปทั้งๆอย่างนั่นโดยไม่ได้หวาดกลัวอะไร

"หืม? เมื่อกี้ฟ้าผ่าหรอ?"

เด็กชายพึมพำออกมาอย่างฉงนใจพรางแหงนหน้าออกไปมองท้องฟ้าภายนอกหน้าต่างภายในห้องครัวและมองเห็นฟ้าร้องและฟ้าผ่าดังขึ้นอย่างถี่รัว แต่ถึงจะผ่าลงมามากแค่ไหน เด็กชายก็ไม่ได้หวาดกลัวอะไรเลย ราวกับว่าคราวกลัวนั่นได้หายไปแล้วอย่างใดอย่างงั้น
เด็กชายเริ่มสงสัยว่าทำไมตนถึงได้ไม่หวาดกลัวต่อฟ้าร้องและฟ้าผ่าเลยแม้แต่นิด แต่ถึงอย่างนั่นร่างกายที่ยังคงหิวอยู่ก็สั่งให้นำแอปเปิ้ลในมือมาทานต่อตนหมด พร้อมกับความสงสัยภายในใจของเด็กชายไปพร้อมๆกัน

"ไม่น่ากลัวแล้ว"

เด็กชายเอ่ยพึมพำออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากพื้นห้องครัวเดินไปยืนอยู่ใกล้ๆหน้าต่างและแหงนหน้ามองท้องฟ้าออกไป พอได้เห็นฟ้าร้องฟ้าผ่าอีกครั้ง ร่างกายกับไม่รู้สึกสั่นไหวและกลัวอะไรเลยแม้แต่น้อย เหมือนกับว่าคราวกลัวได้หายไปจนหมดสิ้น หรือไว้เพียงแต่ความคุ้นชินเพียงเท่านั่น
เด็กชายหาข้อสรุปมาพูดไม่ได้ แต่ร่างกายของเขากลับรู้สึกคุ้นชินและไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย นั่นจึงทำให้เด็กชายเกิดความอยากรู้ขึ้นมา ร่างน้อยๆตัดสินใจเดินไปยังห้องหนังสือของผู้เป็นพ่อและเมื่อเดินเข้าไปในนั่น

"มีแค่นี้เองหรอ?"

เด็กชายเอ่ยพึมพำออกมาด้วยความรู้สึกผิดหวังแต่ก็พอจะเข้าใจว่าตระกูลเวอจิเนียเป็นนักรบไม่ใช่นักวิชาการ แต่พอคิดแบบนั่นแล้วภายในใจของเขาก็รู้สึกกลัวและขัดแย้งในคำพูดนั่นของผู้เป็นพ่อ ร่างกายผอมเพรียวราวกับสตรี ผิวสีแทนดวงตาสีฟ้าและใบหน้าราวกับสตรีนี้มันไม่เหมาะแก่การเป็นนักรบเลยแม้แต่น้อย นั่นจึงทำให้เด็กชายตัดสินใจได้ที่สุด

"ร่างกายเหมือนสตรียังไง แต่เราก็เป็นบุรุษ"
"ถึงจะสู้ในสนามรบเหมือนกับทุกๆคนไม่ได้ แต่เราจะเป็นนักปกครองและยุทธศาสตร์นำพาชัยชนะมาสู่ทุกคนเอง"

เด็กชายเอ่ยพึมพำออกมาอย่างนั่นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูมุ่งมั่น ดวงตาสีฟ้าครามเปล่งประกาย พร้อมกับหยิบเอาหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับกลยุทธ์การศึกมานั่งอ่านได้สักพักก็ปิดมันลง
เมื่อได้อ่านมันไปไม่กี่ 10 หน้าเด็กชายก็ยิ้มเล็กๆออกมาด้วยความสุขที่เอ่อล้นออกมา เด็กชายประทับใจที่ตนเองเข้าใจสิ่งที่เขียนไว้ในหนังสือนั่น พร้อมกับนับหนังสือเล่มนั่นไปเก็บไว้ในที่ของมัน ถึงแม้ว่าเอาออกมามันจะง่าย แต่เอากลับนั่นไม่ง่ายเลย
ด้วยร่างกายผอมเพรียวและอ่อนแอของเขาทำให้ไม่สามารถเก็บหนังสือให้เข้าที่ได้ นั่นทำให้เด็กชายถอดใจด้วยร่างกายที่ดูอ่อนแอของตน ก่อนจะนำมันกลับไปวางไว้บนโต๊ะของพ่อ และเดินเล่นไปมาภายในบ้านของตน
เด็กชายเดินเล่นไปมาจนมาหยุดอยู่ที่น่าห้องๆหนึ่งมันเป็นห้องสมบัติของผู้เป็นพ่อที่ไม่ได้ล็อคเอาไว้ ราวกับว่ากำลังเชื้อเชิญให้โจรเข้ามาอย่างใดอย่างนั่น ด้วยความอยากรู้เขาจึงรีบเดินเข้าไปข้างในอย่างไม่คิดอะไร

"เอ๊ะ? นี้อะไรกันเนี่ย?"

เมื่อเดินเข้ามาได้แล้วเด็กชายก็เอ่ยพึมพำออกมาด้วยความสงสัยเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเด็กชายคือ [หมวกไผ่ผ้าคลุม] หมวกไผ่จักสานธรรมดาๆที่มีผ้าติดไว้ที่ด้านหน้่าและด้านหลังของตัวหมวกทำให้เด็กชายรู้สึกสนใจจึงหยิบขึ้นมาสวมใส่ดู
เมื่อได้ลองสวมมันไว้บนหัวเด็กชายก็รู้สึกดีแปลกๆ เพราะมันปกปิดหน้าตาของตนได้ดีทีเดียว และอาจจะไม่มีใครเห็นหน้าของเขาเวลาอยากจะหลบหน้าคนด้วย เป็นหมวกที่หน้าสนใจดีที่จะนำมาใช้ เด็กชายจึงตัดสินใจสวมมันไว้อย่างนั่นก่อนแล้วค่อยเอาไปเก็บภายในห้องของตน

"ลองดูในห้องอีกหน่อยดีกว่า"

เขาพูดขึ้นด้วยความนึกสนุกและยิ้มเล็กๆออกมา เด็กชายเดินไปมาภายในห้องนั่นที่มืดสลัวเล็กน้อย แต่ก็มีแสงลอดผ่านมาจากช่องระบายอากาศเล็กๆที่กำแพงห้อง ทำให้มีแสงพอประมาณและอากาศถ่ายเทได้ตามปกติ
หลังจากใช้เวลามองหาของอยู่ได้ซักนานสองนานในที่สุดเด็กชายก็พบเข้ากับมีดเล่มหนึ่ง มีดที่มีด้ามจับและใบมีดที่คดงอเล็กน้อย เด็กชายไม่รู้ว่ามันเป็นมีดจากที่ไหนแต่ด้วยความรู้ที่พอๆรู้มานี้อาจจะเป็น [มีดเปอร์เซีย] ที่ปู่ไม่ก็ทวดของเขาได้มาจากการชนะสงครามกับเปอร์เซียหรืออาจจะได้มาจากการซื้อขายก็เป็นได้
เด็กชา่ยลองใช้มือข้างหนึ่งจับควงไปมา ทดสอบว่าตนมีแรงพอไหม และได้ข้อสรุปว่าจับได้ถนัดมือดี

"อืม~ ได้แค่นี้คงพอแล้วหล่ะมั้งกลับห้องดีกว่า"

หลังจากที่ได้ของมาครบแล้วเด็กหนุ่มก็เดินกลับไปที่ห้องของตนด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับมองไปด้านนอกว่าตอนนี้ฝนหยุดตกแล้วรึยัง พอมองออกไปก็พบว่าฝนยังคงตกอยู่พร้อมกับมารดาของเด็กน้อยที่กลับมาแล้ว
เมื่อเห็นว่าแม่ของตนกลับมาแล้ว เด็กชายเลือกที่จะรีบวิ่งกลับไปเก็บของในห้องของตนก่อน เขาเดินมาในห้อง จัดการเก็บ [มีดเปอร์เซีย] และ [หมวกไผ่ผ้าคลุม] ไว้บนเตียงและใต้เตียงของตน ก่อนจะเดินออกจากห้องและวิ่งเข้าไปหาแม่ของตน

"ท่านแม่~ หิวแล้วฮะ~"
"จ๊ะๆ จูเรียมาช่วยแม่ทำอาหารนะจ๊ะ"
"ครับ! วันนี้ท่านพ่อต้องดีใจแน่ๆเลย"

เด็กชายวิ่งเข้าไปกอดผู้เป็นมารดาด้วยความดีใจพร้อมกับเอ่ยขอร้องด้วยรอยยิ้มเล็กๆของตน เมื่อได้ฟังคำพูดของผู้เป็นลูก สตรีนางนั่นก็ยิ้มเล็กๆออกมาและเอ่ยพูดกับลูกของตนด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินดังนั่นเด็กชายจึงเอ่ยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาสีฟ้าครามเปล่งประกายออกมาอย่างดีใจและเอ่ยพูดถึงบิดาที่ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ภายในกองทัพอยู่ หลังจากนั่นเด็กชายและมารดาก็พากันเข้าไปทำอาหารเย็นภายในห้องครัวของบ้าน

ช่วงเย็น

"กลับมาแล้วที่รักของข้าแล้วจูเรียน่าลูกรักของพ่อ!"

เมื่อเวลาตกเย็นมาถึง เด็กชายที่นั่งรอพ่อของตนให้กลับมาจากกองทัพ ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านในที่สุด เมื่อชายผู้เป็นบิดาเอ่ยพูดขึ้นมา เด็กตัวน้อยก็สะดุ้งขึ้นมาด้วยรอยยิ้มและรีบลุกจากเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่วิ่งไปกอดผู้เป็นพ่อในทันที

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านฮะท่านพ่อ!"
"ฮะๆ พ่อกลับมาแล้วจ๊ะลูกรักของพ่อ อ่า... นี้รับไปซิจูเรีย"
"เอ๋? มันคืออะไรหรอครับท่านพ่อ?"

เมื่อวิ่งเข้าไปกอดผู้เป็นบิดาแล้ว ชายวัยกลางคนก็หัวเราะออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับใช้มือของตนเองโอบกอดผู้เป็นลูกเอาไว้ด้วยความรัก พร้อมกันนั่นเขาก็ผละมือออกจากตัวของลูกชายและหยิบม้วนคัมภีร์ 2 ชุดให้แก่ผู้เป็นลูกชาย
เมื่อรับมันมา เด็กชายก็เปิดอ่านแต่ด้วยภาษาที่ไม่เคยเห็นทำให้เด็กชายไม่เข้าใจนักและเอ่ยถามผู้เป็นพ่อด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าสิ่งนี้มันคืออะไร

"มันคือคัมภีร์พิชัยสงครามน่ะจูเรีย พ่อเข้าใจแบบนั่นอ่านะแต่ว่าพ่อก็อ่านมันไม่ออกเหมือนกันนี้ซิ"
"หรอครับ งั้นผมจะเก็บไว้แล้วกันนะครับ รอจนกว่าเจ้าของภาษาจะมาให้ความรู้ผม"

เมื่อเอ่ยถามออกไป พ่อของเด็กชายก็เอามือขึ้นมาเกาคางของตนและเอ่ยตอบคำถามอย่างยากลำบากเพราะก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ได้แต่สรุปว่ามันคือพิสัยสงครามเพียงเท่านั่น หลังจากที่ได้รู้เช่นนั่นแล้ว เขาก็ยิ้มเล็กๆออกมาเหมือนเด็กทั่วๆไปและเอ่ยพูดกับผู้เป็นบิดาด้วยรอยยิ้ม

"งั้นไปกินข้าวกันเถอะจูเรีย"
"ครับท่านพ่อ!"

หลังจากนั่นทั้ง 2 คนก็เดินเข้าไปทานอาหารเย็นภายในบ้านอันแสนอบอุ่นที่มีกันอยู่แค่ 3 พ่อแม่ลูก


[ใช้หมวกไผ่ผ้าคลุม] [พูดเรื่องกลยุทธ์ซุนจื่อกับพ่อ]

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-1-4 18:33
คุณได้รับ +25 คุณธรรม โพสต์ 2020-1-4 18:33

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าแคระอูซุน
กลยุทธ์ซุนจื่อ
หมวกไผ่ผ้าคลุม
มีดเปอร์เซีย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x30
x15
x6
x1
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x120
x100
x150
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x20
x50
x15
x50
x40
x140
x10
x10
x10
x10
x10
โพสต์ 2020-1-6 21:27:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Juliana ตอบกลับเมื่อ 2020-1-4 12:56
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Juliana เมื่อ 2020-1-4 18:26

ความกลัวและ ...

[เผยความจริงในใจ 2]


หลังจากกลับมายังบ้านของตน จูเรียก็ถอดรองเท้าตามมารยาทภายในบ้านและวางมันลงในชั้นวางก่อนจะล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและเดินเข้าไปในบ้านที่เงียบสงัน พร้อมกับแสงไฟที่ถูกจุดขึ้นมาพอสว่างให้เห็นในยามราตรีได้เท่านั่น

เมื่อเดินเข้ามาภายในบ้านแล้วเด็กชายก็มองเห็นพ่อของตนกำลังนั่งดืมน้ำอยู่ ณ ห้องครัวเงียบๆ ราวกับว่าท่านพ่อกำลังรอให้ใครซักคนกลับมาอยู่นั่นคือไม่ใช่ตัวเขาก็แม่นั่นเอง จูเรียน่าที่เห็นบิดาของตนกลับมาแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปหาในทันทีพร้อมกับกระโดดกอดเขาด้วยรอยยิ้มเล็กๆของตน


"ท่านพ่อฮะ ท่านพ่อรู้จักคนทีชื่อลูซิเฟอร์รึเปล่าฮะ?"

"หืม? ท่านลูซิเฟอร์งั้นหรอ!?"


เมื่อเด็กชายเอ่ยถามผู้เป็นพ่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น บิดาของจูเรียน่าก็ครางในลำคอด้วยความฉงนใจและเอ่ยเรียกชื่อของชายผู้ที่ตนได้พบไปแล้วที่สวนสาธารณะขึ้นมา ท่านพ่อยิ้มเล้กๆให้แก่ผมพร้อมกับเอามือเข้ามาลูบศรีษะของผมอย่างเบาๆ


"แล้วลูกไปเจอท่านลูซิเฟอร์ได้ไงงั้นหรอ?"

"เจอกันที่สวนสาธารณะฮะ แล้วก็เสียมารยาทที่วิ่งชนท่านไปน่ะครับ"


ชายวัยกลางคนผู้เป็นบิดาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า ตนนั่นไปเจอกับชายผู้นั่นที่ไหนมา ด้วยความใสซื่อของเด็กน้อยจึงได้เอ่ยบอกไปด้วยรอยยิ้มเล็กๆและพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเล็กน้อยที่วิ่งไปชนชายผู่นั่นเข้า รู้สึกแย่เล็กน้อยที่คนระดับนั่นตนกับวิ่งชนเขาไปเสียได้

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาอันใดของผู้เป็นบิดาของเด็กชาย เขาเอามือของตนลูบศรีษะของเด็กชายอย่างอ่อนโยนด้วยรอยยิ้มก่อนจะเริ่มเอ่ยพูดเล่าเรื่องราวของชายผู้นั่นที่ชื่อลูซิเฟอร์ อย่างคร่าวๆ ราวกับกำลังฟังนักกวีเล่าเรื่องราวนั่นอยู่


"ท่านลูซิเฟอร์นั่น เป็นเศรษฐีใหญ่ในกรุงโรมน่ะ เรียกได้ว่าเขาผู้นั่นร่ำรวยที่สุดในกรุงโรมเลยก็ว่าได้แถมเขานั่นยังมอบงบประมาณให้แก่กองทัพและสภาเซเนธอของสธารณรัฐโรมันของเราด้วย เป็นชายที่ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ยึดติดกับสิ่งใด เขาไม่เข้ามายุ่งกับการเมืองหรอกนะ เป็นเศรษฐีใจบุญแค่นั่นแหละ แล้วอีกย่างนะ! พ่อได้ยินมาว่าเขาน่ะมักจะจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ที่คฤหาสณ์สุดหรูหราใหญ่โตยิ่งกว่าคฤหาสณ์ใดๆในโรมซะอีกนะ"

"งั้นหรอครับ ว้าว! งั้นเขาก็ต้องร่ำรวยมากจริงๆตามที่ท่านพ่อว่าอย่างแน่นอนเลยครับ!"


เมื่อได้ยินสิ่งที่บิดาของตนพูด จูเรียที่ยืนฟังเรื่องที่พ่อเล่าให้ตนฟังก็ดวงตาเป็นประกายยิ้มเล็กๆออกมาอย่างไร้เดียงสาก่อนจะเอ่ยพูดเชยชมชายผู้นั่นที่มีนามว่าลูซิเฟอร์อย่างไม่คิดสงสัยอันใดเลยแม้แต่น้อย และกุญแจที่ตกหล่นในสวนคงจะเป็นสิ่งที่ท่านลูซิเฟอร์แอบทิ้งไว้ให้เราอย่างแน่นอน


[จบ]




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-1-6 21:54

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -22 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -22 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าแคระอูซุน
กลยุทธ์ซุนจื่อ
หมวกไผ่ผ้าคลุม
มีดเปอร์เซีย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x30
x15
x6
x1
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x120
x100
x150
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x20
x50
x15
x50
x40
x140
x10
x10
x10
x10
x10
โพสต์ 2020-1-10 14:41:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Juliana เมื่อ 2020-1-11 10:33

[BackStory]



ความอยากรู้อยากลอง



ณ บ้านของผมในยามกลางวันอันเงียบสงบและเย็นสบาย ภายในห้องที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆคนเดียวนั่นเองก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อมีบุคคลผู้หนึ่งมาหาผม

ร่างเล็กผิวสีขาวเนียนในชุดผ้าสีขาวปิดซ่อนเรือนร่างอันขาวเนียนที่เป็นส่วนสงวนเอาไว้ เด็กสาวผู้มีเรือนผมยาวสีขาวแกว่งขาไปมาบนเตียงนอนของผมอย่างสุขใจ ใบหน้าอ่อนละมุนยิ้มแย้มแจ่มใสด้วยรอยยิ้มเล็กๆ เสียงฮัมเพลงแบบเด็กๆดังออกมาจากริมฝีปากของเธอ ก่อนี่ร่างของสาวน้อยคนนั่นจะลุกขึ้นจากเตียงนอนของผมเดินเข้ามาใกล้ๆ


"จูเรียอ่านอะไรอยู่หรอ?"

"อ่า... กายภาพวิทยาน่ะ มีอะไรงั้นหรอ?"



มีอาเดินเข้ามาใกล้ๆผมและเข้ามานั่งบนเก้่าอี้ตัวเดียวกันกับผม ด้วยความเป็นเพื่อนที่สนิทกันมานานเธอเลยไม่ไม่ค่อยรักนวลสงวนตัวซักเท่าไหร่เมื่ออยู่กับผมกันแค่ 2 คนแน่นอนว่าคาริอุซไม่ค่อยมาที่บ้านของผมเพราะเกรงใจ แต่มีอามาบ้านผมบ่อยที่สุดแล้วหล่ะ เอาหล่ะเข้าเรื่องเถอะ

เมื่อมีอาเดินเข้ามาใกล้ๆผมเธอก็ถือวิสาสะหย่อนแก้มก้นลงมานั่งบนตักของผมโดยไม่ไถ่ถามอะไรเลย เด็กสาวยิ้มเล็กๆออกมาให้ผม ผมก็ยิ้มตอบเธอพรางหัวเราะออกมาอย่างแห้งๆ

เธอเอ่ยถามผมด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ดวงตาสีแดงเข้มหลี่และมองไปที่หน้ากระดาษหนังสือที่ผมกำลังอ่านอยู่และเอ่ยถามเกี่ยวกับหนังสือนี้ ผมที่ไม่ได้คิดอะไรมากมายก็เอ่ยบอกมีอาไปตรงๆ

ภายในหนังสือที่ผมกำลังอ่านนั่นคือ หนังสือกายภาพวิทยาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับร่างกายและเพศสภาพ การวิเคราะห์ของนักวิชาการหลายๆคนเกี่ยวกับกายภาพมนุษย์ตลอดจนถึงเรื่องเพศศึกษา ที่มีไว้ให้คนชาติตระกูลดีได้ศึกษา และหน้่ากระดาษที่ผมเปิดอยู่คือหัวข้อเพศศึกษาที่เป็นเนื้อหาท้ายสุดของหนังสือกายภาพวิทยานี้แล้ว



"จูเรียนี้อะไรหรอ?"

"อ... เอ๊ะ!? น.... นี้... นี้คือ... เอ่อ... อวัยวะเพศชายน่ะ...."



ในขณะที่ผมกำลังจะเริ่มอ่านนั่นเอง จู่ๆมีอาก็เอ่ยถามผม เธอใช้ปลายนิ้วชี้เรียวเนียนข้างขวาของตนยื่นมาชี้ที่รูปองคชาติของผู้ชายและเอ่ยถามอย่างใสซื่อ เมื่อเธอเอ่ยถาม ผมก็หน้าแดงขึ้นมาในทันที ผมทำหน้าอ้ำอึ้งอยู่ได้ซักพักก่อนจะเอ่ยตอบมีอาไปตรงๆ

เมื่อได้ยินคำตอบของผมมีอาก็หน้าแดงเล็กน้อยเพราะเธอก็เคยเห็นไอ้ของแบบนี้พอโดนบอกว่ามันคืออะไรเธอก็ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่ ก่อนที่เด็กสาวจะหันหน้ามาหาผมด้วยรอยยิ้มเล็กๆและใบหน้าขึ้นสีที่เขินขึ้นมาเล็กน้อย



"ข.... ขอดูของจูเรียได้ไหมอ่ะ?"

"อ... เอ๊ะ!? ม... ม่ได้ครับ!"



เมื่อเธอเอ่ยขอผมด้วยรอยยิ้มที่ดูเขินๆนั่นผมก็หน้าแดงขึ้นมาเหมือนกัน และเมื่อเธอเอ่ยพูดออกมาจากปากของตนด้วยรอยยิ้มเขินๆนั่น ผมก็รีบเอ่ยปฏิเสธในทันที ทำไมผมถึงเอ่ยพูดไปแบบนั่นก็ไม่เข้าใจไม่รู้ แต่ว่าผมรู้สึกว่ามันมีเส้นบางๆที่ขั้นกลางระหว่างความต้องการกับความอยากรู้อยู่ และถ้าผมเอ่ยตกลงยินยอมเธอไป

บางทีนั่นอาจจะไม่สามารถย้อนกลับมาอีกครั้งก็ได้.... แต่ทว่าเมื่อผมเอ่ยปฏิเสธไป มีอาก็ค่อยๆแนบชิดกายของตนเข้ามาแนบกายของผมเรื่อยๆ ชุดผ้าโร้บสีขาวที่ใส่อยู่ตรงช่วงอกหย่อนลงมาเล็กน้อย เผยให้เห็นเนินอกเล็กราวกับไม้กระดานนั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกมีอารมณ์เข้าไปใหญ่ ก่อนที่เธอจะเอ่ยพูดบางอย่างกับผม



"ถ้าจูเรียยอมให้เค้าดู เค้าจะให้ดูของเราด้วยนะ"

"..... ก็ได้ครับ"



มีอาเอ่ยพูดกับผมด้วสยรอยยิ้ม เธอเสนอจะโชว์ของสงวนของตนเองให้ผมดู ถ้าผมโชว์ของสงวนของตนเองให้เธอดูด้วย นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกหนักใจเข้าไปใหญ่ ในขณะที่พยายามคิดไตร่ตรองอย่างดีๆ มีอาก็ขยับพลิกตัวหันมาทางผม เธอนั่งแยกขาบนตักของผมพรางเอามือทั้งสองเข้ามากอดคอของผมอย่างยั่วยวน ร่างน้อยๆดึงชุดที่สวมออกมาเล็กน้อยโชว์เนินอกเล็กอวบอิ่มให้กับผมได้เห็น

พอเห็นเนินอกของเธอที่มีสีชมพูสด ผมก็อดกลั้นต่อไปไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ผมกลืนน้ำลายและคำปฏิเสธของตนลงคอไปและเอ่ยตอบตกลงกับเธอ เมื่อมีอาได้ยินคำตอบของผม เธอก็เลิกกอดและเดินไปนั่งลงบนเตียงนอนของผม ผมจำใจเดินไปนั่งข้างๆเธออย่างประหม่าพร้อมกับถือหนังสือกายภาพวิทยาไปด้วย



"มีอา.... รูปนี้เอ่อ... มันคืออวัยวะเพศของมีอาน่ะ"

"เห~ ของเค้าเป็นแบบนี้เองหรอ... อืม... จูเรียมีอะไรอยากจะถามน่ะ?"

"อะไรหรอ?..."

"เติมเต็มสิ่งที่ขาดไปของชั้นหน่อยได้ไหม...."

"ด.... ได้ซิ"



ก่อนที่ผมจะเริ่มเปิดโชว์ของสงวนของตนให้กับมีอาให้ดู ผมก็เปิดหนังสือไปที่หน้าที่โชว์อวัยวะเพศหญิงและชี้มันให้แก้เธอได้เห็น เมื่อมีอาเห็นเธอก็ทำหน้าแดงออกมา ก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมาด้วยรอยยิ้มเล็กๆและหันมาหาผมด้วยรอยยิ้ม

เธอยิ้มกว้างให้ผมพรางเอ่ยขอร้องอะไรบางอย่างจากผม เมื่อเธอเอ่ยพูดคำขอนั่นออกมา มันก็ยิ่งทำให้ผมหน้าแดงมากยิ่งขึ้นก่อนจะเผลอตัวเผลอใจตอบตกลงไป และเมื่อรู้ตัวว่าตนเองได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตไปผมก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขมันได้แล้ว



"ว้าว!! ของจูเรียดูใหญ่จังเลย~ อุ.... มีน้ำเหนียวๆไหลออกมาด้วยหล่ะ"

."ข.. ขอดูของมีอาบ้างซิ"

"อ... อืม... จ... จะเปิดหล่ะนะ..."

หลังจากที่ไม่สามารถตอบปฏิเสธไปได้แล้วผมก็จำยอมต้องโชว์แก่นเนื้อของตัวเองให้อีกฝ่ายได้เห็น ผมจับเนื้อผ้าของตัวเองที่สวมอยู่ก่อนจะค่อยๆเปิดโชว์แก่นเนื้อของผมให้มีอาได้เห็น ผ้าสีขาวที่สวมอยู่ค่อยๆถูกดึงด้วยมือของผมช้าๆ และเปิดเผยองคชาติของตนเองให้เพื่อนสาวของตนได้เห็น เมื่อเปิดจนสุด แก่นเนื้อของผมก็ถูกโชว์ออกมาต่อหน้าของมีอา แก่นเนื้อแท่งร้อนสีแทนแข็งพร่าวให้หญิงสาวได้เห็น พร้อมกับกระตุกไปมาอย่างตื่นกลัว เหมือนกับความรู้สึกของผมตอนนี้

เมื่อมีอาได้เห็นแก่นเนื้อของผม เธอก็อุทานออกมาด้วยรอยยิ้มและดวงตาเป็นประกายที่ได้เห็นของๆผม เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ๆผม มือเรียวเล็กเข้ามาสวมกอดแขนข้างหนึ่งของผม ก่อนที่เธอจะใช้ปลายนิ้วมืออีกข้างหนึ่งค่อยๆแตะไปตามแก่นเนื้อร้อนของผมอย่างช้าๆก่อนจะแตะไปที่ยอดแก่นเนื้อของผม พรางอุทานออกมาเมื่อมีน้ำเหนียวๆไหลออกมาจากยอดของแก่นเนื้อนั่น

พอเปิดโชว์ของตนและอดกลั้นกับความเขินอายที่ทำอะไรแบบนี้ลงไป ผมก็บอกมีอาให้โชว์ของสงวนของตนเองบ้าง เมื่อได้ยินพูดนั่นเธอก็ตัวสะดุ้งออกมาด้วยใบหน้าเขินๆ เด็กสาวถอยห่างจากผมเล็กน้อยและแสดงความเขินอายออกมา เธอเอานิ้วของตนจิ้มเข้าหากันพรางเอ่ยหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่เธอก็ยินยอมแต่โดยดี

เด็กสาวขึ้นไปนั่งบนเตียงนอนของผม ก่อนจะค่อยๆเอามือเรียวเนียนสีขาวทั้งสองจีบชายกระโปรงและค่อยๆยกขึ้นมาอย่างช้าๆ กระโปรงสีขาวค่อยๆถูกดึงขึ้นอย่างช้าๆเผยให้เห็นขาขาวเรียวเนียนน่าลูบไล้ก่อนที่เผยให้เห็นยอดกลีบกุหลาบสีชมพูสดของอีกฝ่ายที่ปิดสนิทเป็นรูปตัว I

พอได้เห็นของสงวนของมีอาแล้วผมก็ใจเต้นแรงขึ้นมาในทันที ใบหน้าแดงรื่อขึ้นมาอย่างเขินอายก่อนที่ผมจะคลานขึ้นเตียงของตนเองเข้าไปมองกลีบกุหลาบของมีอาใกล้ๆ



"ฮ่า~"

"อ... อ๊า!! ส.... เสียวจัง..."

"มีอา... ผมเลียได้ไหม?"

"ด... ได้ซิ"



ผมพ่นไอร้อนจากในปากเข้าใส่ยอดกลีบกุหลาบของมีอาในทันทีเมื่อได้เห็นของสวงวนของเธอ เมื่อไอร้อนถูกพ่นออกมาจากปากของผม เธอก็ร้องครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน ใบหน้าของมีอาเขินออกมามากกว่าเดิม พร้อมกับแสดงสีหน้าหวาดวิตกเล็กน้อย

เมื่อผมเอ่ยถามมีอา เธอก็พยักหน้าให้ผมแบบไม่คิดจะปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย เมื่อได้รับคำอนุญาติจากเธอผมก็ดุนจมูกของตนเข้าไปถูไถยอดกลีบของเธออย่างเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ๆร่างของหญิงสาวอย่างช้าๆ ผมใช้ 2 มือของตนจับต้นขาของมีอาและค่อยๆจับตัวเธอให้นอนลงบนเตียงของผมอย่างช้าๆ จัดการตั้งท่านอนของเธอให้ยั่วยวนที่สุดก่อนจะเลื่อนใบหน้าของตนเองเข้าไปใกล้ๆยอดกลีบกุหลาบของเธอ

หลังจากนั่นผมก็ใช้ปลายลิ้นสีแดงร้อนระอุของตนค่อยๆออกมาเลียกลีบสีชมพูของเธออย่างช้าๆ ปลายลิ้นเลียตั้งแต่รูทวารสีสวาทของเธอจนไปถึงเม็ดคิสตอริสของเธออย่างช้าๆ เลียขึ้นลงไปเรื่อยๆจนกลีบกุหลาบของมีอาเริ่มชุ่มช่ำได้ที่แล้วก็ค่อยๆดันลิ้นของตนเองสอดใส่เข้าไปข้างใน



"อ... อ่า~ ข้างใน.... เสียวจังเลยจูเรีย..."

"ผมเองก็อยากจะเสียวบ้างนะ.... ช่วยอมของผมหน่อยได้ไหม?"



เมื่อผมสอดใส่ลิ้นของตนเข้าไปในยอดกลีบกุหลาบของมีอาเธอก็ร้องครางออกมาด้วยน้ำเสียงหวานใส ก่อนที่ร่างของเธอจะกระตุกขึ้นมาจากปลายลิ้นของผมที่ค่อยๆโลมเลียข้างในกลีบกุหลาบของเธออย่างเอร็ดอร่อย เสียงร่วมรักของทั้งสองดังแค่ภายในห้องและไม่ดังไปไหนมากนัก

ผมที่รู้สึกหวิวๆที่ช่วงล่างที่ทั้งร้อนและแข็งก็หยุดเลียข้างในเธอและเอ่ยขอมีอาด้วยความอยากของตน เมื่อเอ่ยขอร้องเธอไปแล้ว มีอาก็ไม่ได้ตอบอะไร เธอหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวเข้าไปดูดเลียลำดุ้นแก่นเนื้อของผมอย่างชำนาญ ราวกับว่าเธอเคยแอบดูพ่อแม่ร่วมรักกันมาก่อนแล้วอย่างไรอย่างงั้น ผมเองก็เหมือนกันเคยเห็นพ่อและแม่ทำเรื่องอย่างว่ามาแล้ว เลยพอเข้าใจอยู่บ้าง

ผมกับมีอาใช้ปากและลิ้นของตนเองโลมเลียของสงวนของอีกฝ่ายอย่างเอร็ดอร่อย ผมกับเธอนอนกันเป็นท่า 69 หรือท่าโอโรโบรอส ค่อยๆดูดและเลียของอีกฝ่ายอย่างเอร็ดอร่อย สร้างความเสี่ยวซ่านจนร่างกายของผมและมีอากระตุกอย่างรุนแรง



"อึก!!! เหมือนมีอะไรจะออกมาแล้วหล่ะมีอา"

"อือ.... ชั้นเองก็เหมือนกันจูเรีย..."



ผมกับมีอาอุทานขึ้นมาพร้อมกันก่อนที่จะพากันสุขสมในรสชาติของอีกฝ่าย ผมขยับสะโพกกระแทกเข้าไปในโพลงปากของมีอาก่อนจะปลดปล่อยน้ำของตนออกมาจากแก่นเนื้อร้อนของตนจนสุดและค่อยๆถอดถอนมันออกมาจากในโพลงปากของเธอ ส่วนมีอาก็กระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะมีน้ำสีขาวใสพวยพุ่งทะลักออกมาจากยอดกลีบกุหลาบของเธอเข้าใส่ใบหน้าของผมจนชุ่มช่ำไปหมด

เราทั้งสองคนต่างนอนแผ่บนเตียงของผมอย่างหมดแรงแต่ทว่า ในขณะที่ผมกำลังพักหายใจอยู่นั่นเอง มีอาก็ขึ้นมานั่งขึ้นค่อมผมเธอขยับเอวไปมารูดแก่นเนื้อของผมอย่างหื่นกระหาย ก่อนจะค่อยๆใช้มือของตนจับของๆผมตั้งขึ้นกระสอดใส่มันเข้าไปในกลีบเนื้อสีชมพูสดของเธอ



"อึก... อ่า~ ของจูเรียเข้ามาข้างในแล้ว"

"อึก!... ข้างในมีอามันร้อนจัง"



มีอาร้องครางออกมาอย่างเสียวซ่านเมื่อเธอสอดใส่แก่นเนื้อร้อนของผมเข้าไปข้างในจนมิดด้ามพร้อมกับเลือดที่ค่อยไหลออกมาจากภายในกลีบร่องสีชมพูสดนั่นของเธอ ส่วนผมก็อุทานออกมาด้วยความเสียวซ่านเช่นกันก่อนจะเอ่ยพูดออกมาอย่างมีความสุข

แก่นเนื้อร้อนของผมกระตุกอยู่ข้างในตัวของมีอาก่อนที่เธอจะเริ่มขยับสะโพกขย่มร่างของเธอบนตัวของผม ร่องกลีบกุหลาบขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงพร้อมกับความวาบหวิวที่แก่นเนื้อของผมค่อยๆถูกร่องเนื้อของในของมีอาตอดรัดและรูดขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ผมกระตุกแก่นเนื้อร้อนของตนอย่างรุนแรงก่อนที่มีอาจะกระแทกเข้าใส่แก่นเนื้อร้อนของผมอย่างรุนแรงเช่นกัน

เพียงแค่จังหวะเดียวที่เธอกระแท่งกลีบร่องใส่แก่นเนื้อของผม น้ำสีขาวใสก็ทะลุกพวยพุ่งออกมาจากแก่นเนื้อร้อนของผม



"อ่า~ พอเถอะมีอาผมไม่ไหวแล้ว"

"อ... อืม... ของจูเรียร้อนมากๆเลยหล่ะ แล้วก็เหนื่อยแล้วด้วยพอกันแค่นี้ก่อนเนอะ"

หลังจากที่ทั้งผมและมีอาต่างก็เสร็จสมไปตามๆกัน ผมกับเธอก็ไร้เรี่ยวแรงอย่างบอกไม่ถูก ร่างสาวของมีอาเมื่อถอดถอนสิ่งนั่นออกมาจากร่างของตนก็ล้มลงนอนบนตัวของผมอย่างอ่อนแรง น้ำสีใสไหลออกมาไม่ขาดสายจากปริมาณที่เสร็จเข้าไป
แต่ก่อนจะได้พูดอะไรกันต่อทั้งผมและมีอาต่างก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก ดวงตาหลี่เล็กลงอย่างอ่อนแรงก่อนที่ทุกอย่างจะวูบดับลงในเวลาไม่นานนนัก ผมกับมีอาสลบไปในทันทีหลังจากเสร็จกิจกันเรียบร้อยแล้ว

ในยามที่ทั้งผมและมีอากำลังนอนสลบอยู่บนเตียงอย่างล้อนจ้อนไร้อะไรปิดบังนั่นเอง ท่านพ่อและท่านแม่ก็เข้ามาพบผมกับมีอานอนอยู่บนเตียงกันสองคนโดยที่ร่างกายเปลือยเปล่า เมื่อท่านพ่อเห็นเข้าก็เอามือขึ้นมาเกาศรีษะของตนพรางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายใจที่มาเจอลูกชายกับลูกสาวบ้านข้างๆมีสภาพเป็นแบบนี้

"เจ้าเอามีอาไปแต่งตัวให้ดีๆแล้วพาส่งบ้านทีนะที่รัก เดี๋ยวข้าจะพาจูเรียไปหาหมอก่อน"
"ได้ค่ะที่รักงั้นชั้นพามีอาไปก่อนนะคะ"
"อืมขอบใจเจ้ามาก"

หลังจากที่ตกลงเสร็จซับกับผู้เป็นภรรยาทั้งสองก็จัดการพาเด็กทั้งสองคนไปจัดการทำความสะอาดร่างกายแต่งชุดให้ใหม่ก่อนจะแยกพาไปยังที่ๆตนเองจ้องไปกัน
พ่อของจูเรียอุ้มร่างที่ไม่มีหมดสติของจูเรียเอาไว้ก่อนจะพาเด็กชายไปหาหมอประจำเมืองให้ตรวจร่างกายของเด็กชายดู หลังจากมาถึงยังบ้านของหมอแล้ว ท่านพ่อของเขาก็เอ่ยบอกให้คุณหมอผู้นั่นทำการตรวจเช็คร่างกายของจูเรียในขณะที่เด็กชายยังคงสลึมเสลออยู่

"เหมือนว่าลูกของท่านจะขาดสารอาหารนะ อาจจะต้องรักษาตัวอยู่ในบ้านซัก 15 วัน"
"ขอบคุณ คุณหมอมากครับที่ช่วยตรวจเช็คอาการให้ลูกชายของผม นี้ครับเงินค่ารักษา"
"อืมๆ งั้นก็กำชับลูกให้ดีนะครับ"
"ครับ"

เมื่อคุณหมอทำการตรวจอาการของจุูเรียอย่างถี่ถ้วนก็ได้ข้อสรุปว่า จูเรียจำเป็นต้องพักรักษาตัวอยู่ในบ้านของตนเอง ถึงจะต้องการหรือไม่ก็ตามเพราะว่าเด็กชายขาดสารอาหารมากเกินไป ควรจะให้รักษาตัวในบ้านก่อน
เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ท่านพ่อก็เอ่ยขอบคุณและจ่ายค่ารักษาให้แก่หมอผู้นั่นอย่างเต็มอกเต็มใจก่อนจะอุ้มตัวของเด็กชายไว้ในอ้อมแขนของตนและพากลับบ้านไปในทันที

@Admin

แสดงความคิดเห็น

โถ หนแรกก็นอนหยอดน้ำข้าวต้มเลยไว้จะส่งเหล้าให้นะ  โพสต์ 2020-1-11 11:26
คุณได้รับ --35 คุณธรรม +15 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2020-1-10 16:55
คุณได้รับ +25 คุณธรรม โพสต์ 2020-1-10 16:55
คุณได้รับ +20 คุณธรรม โพสต์ 2020-1-10 16:55

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -806 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -806 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าแคระอูซุน
กลยุทธ์ซุนจื่อ
หมวกไผ่ผ้าคลุม
มีดเปอร์เซีย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x30
x15
x6
x1
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x120
x100
x150
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x20
x50
x15
x50
x40
x140
x10
x10
x10
x10
x10
โพสต์ 2020-1-11 10:32:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[รักษาตัวอยู่บ้านวันที่ 1]



"อืม... ผมอยากจะออกไปเล่นข้างนอกจัง..."
"ไม่ได้จูเรีย เจ้าต้องอยู่พักในบ้าน!"


ผมเอ่ยพึมพำในห้องรับประทานอาหารกับท่านพ่อและท่านแม่ ในขณะที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ผมก็พึมพำออกมาพรางเงยหน้ามองไปที่หน้าต่างของห้องครัวอย่างเงียบๆ และอยากจะออกไปเล่นข้างนอก
แต่ท่านพ่อก็ปฏิเสธคำขอของผมด้วยใบหน้าเข้มขึง และสั่งให้ผมพักอยู่ที่บ้านห้ามออกไปไหนเป็นเวลานานเสียมาก เมื่อไม่มีอะไรจะทำ ผมก็ก้มหน้าลงอย่างเศร้าใจที่ไม่น่าไปทำแบบนั่นเลย การที่ทำเรื่องอย่างว่าโดยไม่รู้ขีดจำกัดของตนเอง ทำให้ผมขาดสติร่างกายอ่อนแรงลงกว่าปกติหลายเท่าในตอนนี้
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จท่านแม่ก็พาผมไปที่ห้องนอนของตัวเองและหยิบหนังสือเล่มที่ผมต้องการมาให้อ่าน


"ขอบคุณครับท่านแม่"


ผมพูดขอบคุณท่านแม่ด้วยรอยยิ้มเล็กๆก่อนจะรับหนังสือด้วยมือทั้งสองมือของตนมานั่งอ่านหนังสือนั่นอยู่คนเดียว ตลอดทั้งวันผมใช้เวลาอ่านหนังสือและฆ่าเวลาด้วยของพวกนี้อยู่นานจนหมดวัน

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2020-1-11 12:57

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -8 ย่อ เหตุผล
Admin -8

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าแคระอูซุน
กลยุทธ์ซุนจื่อ
หมวกไผ่ผ้าคลุม
มีดเปอร์เซีย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x30
x15
x6
x1
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x120
x100
x150
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x20
x50
x15
x50
x40
x140
x10
x10
x10
x10
x10
โพสต์ 2020-1-12 10:00:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Juliana เมื่อ 2020-1-13 19:40

[รักษาตัววันที่ 2]



ในวันที่ 2 ของการรักษาตัวภายในบ้านนั่นเอง จูเรียน่าที่เริ่มมีเรี่ยวแรงกลับมาบ้างก็เดินเล่นภายในบ้านพรางเดินเข้าไปในห้องของบิดา เขาหยิบหนังสือบางอย่างขึ้นมาจากภายในห้องๆนั่นและอ่านอยู่สักพักหนึ่งก็ปิดมันลง เพราะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการอ่านหนังสือแล้ว

ในเวลารักษาตัวแบบนี้มันช่างน่าเบื่อจริงๆ แต่เรื่องที่ไม่ค่อยน่าเบื่อซักเท่าไหร่ก็คือการหาอะไรฆ่าเวลานั่นแหละ เด็กชายเดินไปที่บ่อน้ำกลางบ้านที่เป็นสวนน้ำที่มีปลาหลายตัวอยู่ภายในนั่น



"เอาหล่ะกินให้เยอะๆนะ"



เด็กชายเอ่ยพูดกับเหล่าปลาตัวน้อยๆในนั่นพรางโยนเศษขนมปังให้แก่พวกมันได้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อย

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -36 ย่อ เหตุผล
Admin -36

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าแคระอูซุน
กลยุทธ์ซุนจื่อ
หมวกไผ่ผ้าคลุม
มีดเปอร์เซีย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x30
x15
x6
x1
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x120
x100
x150
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x20
x50
x15
x50
x40
x140
x10
x10
x10
x10
x10
โพสต์ 2020-1-13 19:42:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[รักษาตัววันที่ 3]



วันที่ 3 ของการรักษาตัว จูเรียน่าเริ่มไม่มีอะไรทำแล้ว เขาก็เริ่มหยิบหรือค้นหาอะไรมาเล่นแก้ว่างอย่างเงียบๆและเหงาหง็อย ดวงตาสีฟ้าครามหลี่อย่างเบื่อหน่ายก่อนจะดีดดิ้นและเกลือกกลิ้งไปมาภายในห้องนอนของตนอย่างเบื่อหน่าย

"น่าเบื่อจังแฮะ..."

เด็กชายเอ่ยพึมพำออกมาอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะลุกจากเตียงนอนของตนไปหยิบเอาหนังสือมานอนอ่านฆ่าเวลาไปทั้งๆแบบนั่นอย่างน่าเบื่อ นี้แค่ 3 วันแรกก็ขนาดนี้แล้วนะ ยังเหลืออีกตั้ง 12 วันเด็กชายคนนี้จะตายเอาไหมเนี่ย???





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -14 ย่อ เหตุผล
Admin -14

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าแคระอูซุน
กลยุทธ์ซุนจื่อ
หมวกไผ่ผ้าคลุม
มีดเปอร์เซีย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x30
x15
x6
x1
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x120
x100
x150
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x20
x50
x15
x50
x40
x140
x10
x10
x10
x10
x10
โพสต์ 2020-1-14 18:31:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[รักษาตัววันที่ 4]



ในการรักษาตัววันที่ 4 ผมเริ่มจะไม่มีอะไรทำอีกแล้ว แต่ในวันนี้โชคดีมากกว่าปกติที่ท่านพ่อได้นำบางสิ่งบางอย่างมาให้กับผม มันเป็นแอปเปิ้ลชนิดหนึ่งที่อร่อยมากๆ ถึงแม้จะไม่ได้ขึ้นตามแถบของสาธารณะรัฐโรมแต่มันก็เป็นผลไม้ที่เอร็ดอร่อยเสียมากๆ

"ขอบคุณครับท่านพ่อ!"

ผมกล่าวขอบคุณท่านพ่อด้วยรอยยิ้มและขอแอปเปิ้ลมากินประมาณ 7 ผล ก่อนจะนำมันไปกินภายในห้องนอนของตนพรางอ่านหนังสือเล่มเดิมๆไปด้วยรอยยิ้มที่รู้สึกเอร็ดอร่อยกับผลไม้ที่กินและเรื่องราวภายในหนังสือนั่น


#เริ่มคิดไม่ออก



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -14 ย่อ เหตุผล
Admin -14

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าแคระอูซุน
กลยุทธ์ซุนจื่อ
หมวกไผ่ผ้าคลุม
มีดเปอร์เซีย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x30
x15
x6
x1
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x120
x100
x150
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x20
x50
x15
x50
x40
x140
x10
x10
x10
x10
x10
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Juliana เมื่อ 2020-1-15 22:47

[รักษาตัววันที่ 5]



หลังจากที่พักฟื้นมาได้ 4 วันแล้วในวันนี้จูเรียรู้สึกว่าร่างกายค่อยๆหายปวดตามเนื้อตัวและเริ่มขยับได้อย่างคล่องแคล่วบ้างแล้ว เขาเลยตัดสินใจที่จะออกกำลังกายดู
หลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว เด็กชายก็เดินไปที่กลางบ้านและเริ่มขยับตัวออกกำลังกายอย่างเชื่อช้าเพื่อเร่งให้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อค่อนๆหายเป็นปิดทิ้งเร็วๆ เขาจะได้ออกไปเล่นข้างนอกได้ตามใจเสียที

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -14 ย่อ เหตุผล
Admin -14

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าแคระอูซุน
กลยุทธ์ซุนจื่อ
หมวกไผ่ผ้าคลุม
มีดเปอร์เซีย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x30
x15
x6
x1
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x120
x100
x150
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x20
x50
x15
x50
x40
x140
x10
x10
x10
x10
x10
โพสต์ 6 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
[รักษาตัววันที่ 6]



วันที่ 6 ในที่สุดหลังจากทนรอมาเนิ่นนาน เวลาก็ผ่านมาแล้วถึง 5 วันนั่นเป็นเวลาที่นานกว่าซึ่งในตอนนี้ก็ผ่านมาแล้ว 1/3 ไมค์ไม่ใช่หล่ะ 1/3 ของการพักฟื้นในบ้านของตนเอง

ในวันนี้ผมไม่ค่อยมีอะไรจะทำเลยและตัดสินใจทำอะไรเดิมๆต่อไป วันนี้ผมเดินเข้าไปในห้องของท่านพ่อและนำหนังสือมาอ่าน

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -32 ย่อ เหตุผล
Admin -32

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าแคระอูซุน
กลยุทธ์ซุนจื่อ
หมวกไผ่ผ้าคลุม
มีดเปอร์เซีย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x30
x15
x6
x1
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x120
x100
x150
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x20
x50
x15
x50
x40
x140
x10
x10
x10
x10
x10

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-1-22 21:02

ขึ้นไปด้านบน