ดู: 322|ตอบกลับ: 3

{ เมืองฉางซา } ท่าเรือฉางอู่หวน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-10-11 00:56:20 |โหมดอ่าน

ท่าเรืองฉางอู่หวน

{ เมืองฉางซา }


ท่าเทียบเรือโบราณอันมั่นคงแข็งแรงนี้สร้างขึ้นในสมัยฮั่นเหวินตี้ ในอดีตเคยเป็นสถานที่เศรษฐกิจสำคัญ
จึงยังคงเหลือไว้ซึ่งหอสังเกตุการณ์ ทิวทัศน์ในลำน้ำฉางเจียงทอดยาว ขุนเขามองไกลออกไปงดงามยิ่งนัก
ให้บริการที่พักและสามารถว่าจ้างคนเรือ เดนิทางข้ามฟาก การเดินทางพักผ่อนก็รองรับแขกได้ถึงสองร้อยคน
อาหารการกิน จัดว่าอยู่ในระดับไม่เลวร้าว มีปลาแม่น้ำสดใหม่ทุกวันเน้นเค้มหนักรสจัดจ้าน
ด้านหน้ามีตลาดแผงลอยหาบเร่ทุกช่วงเช้า เป็นอีกจุดที่มีชาวประมงคึกคักที่สุด




ชื่อกิจการ : ท่าเรือฉางอู่หวน
เจ้าของกิจการ : ทง เลี่ยจี้
เปิดทำการตลอดวันและคืน ไม่มีหยุดนักขัตฤกษ์
ประเภทกิจการ : บริการท่าเทียบเรือ จุดขึ้นสินค้าจากลำน้ำ ขนส่งภายในฮั่น
บริการเปลี่ยนเรือและขนส่งมวลชน รับถ่ายโอนสินค้าเข้าโกดังและทำหนังสือเดินทาง
#ประทับตราฉางซาโหว




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-1-28 01:49:44


{ เส้นทางแม่น้ำหวงเหอ }
เปิดบริการเส้นทางรถ แพท 2.5
** ท่านสามารถเลือกลงกลางทางได้ โดยเขียนโรล ป่านอกเมือง หรือ ทะเลทรายนอกเมืองที่ลง **



สายเรือหวงเหอ : ฉางอัน / ลั่วหยาง / ท่าเหวินเซ่อ /
ท่าลี่หยาง / ท่าไป๋เม่า / ท่าอิงกู้ / ท่าหลิงหยง / ท่าจีเป่ย / ท่าเหลียนเซ่า
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองท่าแถบแม่น้ำหวงเหอ
ราคาต่อเที่ยว: 3,500 ชั่ง



สายเรือซีเหอ : เมืองผูโจว / เมืองเจียเหลียง / เมืองเหวินซี / เมืองเซียง / เมืองผิงหยาง / เมืองหยาง / เมืองซีเหอ
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองท่าแถบแม่น้ำซีเหอ
ราคาต่อเที่ยว: 4,000 ชั่ง




{ เส้นทางการเดินเรือ - แม่น้ำฉางเจียง }
เปิดบริการเส้นทางรถ แพท 2.5
** ท่านสามารถเลือกลงกลางทางได้ โดยเขียนโรล ป่านอกเมือง หรือ ทะเลทรายนอกเมืองที่ลง **


สายที่ 1 : ท่าเหอผิง / เมืองอู๋จวิ้น
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองอู๋จวิ้น / ท่าเมืองเหอผิง
ราคาต่อเที่ยว: 35 ชั่ง


สายเจียงหนาน : ท่าเจี้ยนเฉิง / ท่าซูโจว / ท่าอวี้ไท่ / ท่าอวี้หยุน / ท่าไฉ่ซ่าง / ท่าไฉหรง / ท่าหม่าเจียง / ท่าไห่โข่ว
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองท่าแถบเจียงหนาน
ราคาต่อเที่ยว: 9 ชั่ง


สายจิงโจว : ท่าอวี้เมิ่ง / ท่าเกิ่งเฟิ่ง / ท่าหยูลู่ / ท่าซื่อปี้ / ท่าเกาเหลียง / ท่าหยวนหง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองท่าแถบจิงโจว
ราคาต่อเที่ยว: 5 ชั่ง



สายกุ้ยหยาง :เมืองกุ้ยหยาง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองกุ้ยหยาง / เมืองฉางซา
ราคาต่อเที่ยว: 2 ชั่ง




{ เส้นทางการเดินเรือ - ขึ้นเหนือ }
เปิดบริการเส้นทางรถ แพท 2.5
** ท่านสามารถเลือกลงกลางทางได้ โดยเขียนโรล ป่านอกเมือง หรือ ทะเลทรายนอกเมืองที่ลง **


สายที่ 1 :หมู่บ้านฮุ่ยเจ๋อตง / ท่าเหลียนหยู
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ หมู่บ้านฮุ่ยเจ๋อตง / เมืองท่าเหลียนหยู
ราคาต่อเที่ยว: 500 ชั่ง


สายที่ 2 : เมืองป๋อไห่ / ท่าเทียนจิน / ท่าวั่งผิง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองป๋อไห่ / เมืองท่าเทียนจิน / ท่าวั่งผิง
ราคาต่อเที่ยว: 1,500 ชั่ง



สายที่ 3 : เกาะจู
สถานีเป้าหมาย: ท่าเทียบเรือเกาะจู
ราคาต่อเที่ยว: 3,500 ชั่ง+ภาษีขึ้นเกาะจากเจ้าเกาะ




←ไอเท็มที่มีอยู่→
x190
x30
x133
x40
x55
x768
x431
x1435
x1
โพสต์ 2020-9-21 02:21:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ สรรพสิ่งยากที่การเริ่มต้น }
216
อำลาฉางซา

               ท่าเรือฉางอู่หวนมีทิวทัศน์งดงามและผู้คนมากมายที่มาจอดเทียบท่า และจากไปยังแคว้นอื่น หนึ่งในดรุณีน้อยหน้ามุ่ยที่นั่งอยู่แต่ตรงแผงน้ำชาเลื่อนสายตามองซ้ายมองขวาแต่ไม่พูดสักคำ ถือเป็นภาพที่แปลกตา แต่ก็น่าขบขันได้อย่างประหลาด อาการโดยทั่วไปก็คงไม่พ้นผู้ที่ไม่ต้องการกลับฉางอันที่จากมา ออกอาการชัดเจนคล้ายเหมือนอยากจะปักหลักลงฐานอยู่ที่ฉางซาเอาซะเลย แต่ภายในใจลึกๆนั้นยังมีความมากกว่านั้น

               สำนักผ้าปักเซียงซิ่วให้ความรู้สึกคล้ายกับคำว่า ‘บ้าน’ มีในสิ่งที่นางสนใจ และรู้วิธีจะตรึงใจไม่ให้อยากกลับ ชั่วขณะนึงอดคิดไม่ได้ว่านางควรจะกลับผู๋หยางบ้างสักนิด แต่เมื่อนึกถึงปัญหาเก่าก่อนที่เคยมีไว้ นางก็คร้านจะกลับไปเต็มทน ดังนั้นไม่แปลกที่นางจะเห็นว่าที่ใดมีสถานที่เกี่ยวกับงานผ้า แล้วจะมองว่าคล้ายบ้านที่จากมา ใบหน้าวางถูกทาบไว้กับหลังมือของตัวเองที่เท้าไว้กับโต๊ะไม้ที่เลือกจะมานั่งรอเวลาขึ้นเรือ แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังกลับมายืดหลังตรงช่วยรินชาให้กับบุรุษสีเงินที่จะพานางกลับให้ได้

           เฮ่า


             คำถามตรวจดูความพร้อมทำให้ดรุณีน้อยกลับมาฉุกคิด ของฝากให้คนที่จวนหยาเหยี่ยนหวางน่ะมีครบแล้ว ของฝากให้บรรดาคนรู้จักที่อยู่ไกลก็พอจะมี แต่ของฝากให้คนที่ผู๋หยางนั้นไม่มีสักอย่าง “ ส่วนใหญ่ครบแล้ว.. เหลือแต่ของที่จะส่งให้คนที่ผู๋หยาง.. ทั้งๆที่เป็นครอบครัว แต่มาถึงเวลานี้ข้ากลับไม่รู้ว่าควรซื้ออะไรส่งไปให้พวกเขาดี “ อาจจะเพราะระยะเวลาที่อยู่ในจวนสกุลเหมยก็ไม่เคยขาดแคลน ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดที่เกินตัว

               ส่วนใหญ่ที่บ้านก็มักจะเห็นค่าของทำฝีมือ ครั้งนี้เลยเหมือนจะมืดแปดด้าน ในการหาของฝากให้คนในตระกูล ต้าเกอได้ข่าวล่าสุดก็อยู่ถึงซูเล่อ ไม่รู้คิดอะไรไปอยู่แถวนั้น จะกลับจวนรึยังก็ยังไม่รู้

               เฮ่า


              ดูแล้วก็คงไม่มีอะไรเสียหาย.. ดรุณีน้อยรับฟังคำแนะนำของซือฟุอย่างเข้าใจ ตัดสินใจไว้แล้วว่าสมควรจะเดินไปดูของให้ครอบครัวตัวเองสักหน่อย “ ดูแล้วก็ไม่น่าจะใช้เวลามากอะไร.. ขอบคุณซือฟุที่ชี้แนะ ไว้เดี๋ยวศิษย์กลับมา “ โค้งลาพอเป็นพิธี ก่อนจะได้เห็นร่างบางของดรุณีน้อยก้าวเดินออกไปจากบริเวณด้วยท่าทีสนอกสนใจ ชีวิตนี้พอจะเคยมีประสบการณ์เกาะติดบ่าวไปตลาดเลือกซื้อของอยู่บ้าง ดังนั้นเกินครึ่งมั่นใจว่านางไม่น่าจะเจอปัญหา

             ด้านข้างของท่าเรือ คือจุดขนย้ายปลาน้อยปลาใหญ่ที่ออกเรือประมงไปจับมาได้ เดินขยับไปอีกหน่อยก็เข้าสู่บริเวณตลาดปลาที่ผู้คนครึกครื้น คุณหนูจากผู๋หยางตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ ได้ยินเสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกลูกค้าและพากันเอ่ยราคาที่เหมือนจะลดกันเก่ง เพื่อชิงตัวลูกค้า

             ระหว่างแผงแม่ค้าหอยแครงได้มีกลุ่มอันธพาลเจ้าถิ่นกำลังตั้งวงปุ้นใบต้าหม่ากันอยู่เยิ้มๆ ลูกสมุนอีกสี่รายพลิกน้ำเต้าปูปลาเล่นพนันกันโจ่งครึม เดิมทีผู้คนในละแวกนั้นต่างระอาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ฟังว่าเจ้าพวกนี้เป็นอดีตสายของพรรคมารเก่าจริงแท้ประการใดล้วนไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ คือมันเที่ยวเกกมะเหรกเกเรไปทั่ว คบค้าขุนนางใหญ่ พาลูกหลานชาวบ้านเสียคน ขูดรีดค่าคุ้มครองชาวบ้านแอบซ่องสุมพรรคพวกซื้อเรือประทุนน้ำลึกทั้งที่ฉางเจียงนั้นมีแต่แนวชายฝั่ง

               จังหวะนั้นเองเจ้าหลอที่เพื่อเอาพุทราเชื่อมไปส่งให้ลูกพี่ก็วิ่งสวนกับหญิงสาวงดงามผู้หนึ่ง มันย่องเข้าไปกระซิบดั่งพรายข้างหูหัวหน้านักเลง พอได้ยินเหล่าลูกกระจ๊อกต่างมองตามจนพบ ‘สาว’ คนนั้นที่ว่า หน้าตาผิวพรรณผุดผ่าดต่างจากพวกลูกสาวชาวประมงที่ฉุดมากินจนเบื่อจริงๆ นั่นล่ะ

                “บ๊ะ ขาวจริงๆ อยากรุ้ว่าเนื้อจะนุ่มลิ้นเหมือนที่ตาเห็นไหม เฮ้ย ไปจัดการสิ” นักเลงโตส่งสายตาให้ลูกน้องไปดักไว้ก่อน คิดแล้วสาวงามเดินทางลำพังเช่นนี้ ไร้ผู้คุ้มกันคงมิใช่ลูกคนใหญ่คนโตเป็นแน่ ขี้คร้านข่มคู่เสียหน่อยก็ได้ตุ๊กตามาเล่นเพิ่มอีกตัว

              ชีวิตดีๆสงบๆไม่เคยจะอยู่ได้นาน เหมยไป๋อวี้ เกิดมา 18 ปี ผ่านเจอโจรมามาก นึกว่าจะได้พ้นภัยชีวิตดี ก็ดูเหมือนจะฝันหวานไปสักหน่อย ไม่เช่นนั้นตอนนี้คงไม่มีชายหน้าตาพิลึกสี่คนมาล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้ สภาพการแต่งตัว สีหน้าท่าทาง ไม่พ้นไปจากคำว่า ‘อันธพาล’ ใบหน้าหวานที่เคยประดับรอยยิ้มค่อยๆลดลงจนเรียบเฉย นางไม่ได้พกอาวุธมา นั้นแหละปัญหาใหญ่ ทีจะพอถูพอไถใช้ฟาดคนได้คงไม่มีอย่างอื่นนอกจากขลุ่ยไผ่หยกในแขนเสื้อ

             จะเริ่มต้นก็ควรเริ่มต้นด้วยดี ถึงจะรู้ว่าจุดประสงค์การที่นางถูกล้อมนั้นคงจะไม่ดีนัก แต่อย่างน้อยก็ขอถามให้ชัดเจนสักหน่อย จะได้รู้ว่าควรจะรับมือยังไง “ มิทราบว่ามีธุระใดกับข้า ? “ น้ำเสียงราบเรียบเฉยชา ทว่าผู้พูดนั้นกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ตื่นกลัวไปพวกตัวร้ายก็จะได้ใจ หาญกล้าเกินไป ก็ไม่น่าจะดีนัก สี่คนที่ล้อมมาตัวใหญ่ยักษ์ หากนางมีหน้าไม้เทียนซุ่น อย่างน้อยอาจจะพอหาทางดิ้นรนออกไปได้ตั้งแต่ตรงนี้
  
             “ไม่ได้พบเห็นสาวงามในตลาดปลานี้มานานแค่ไหนแล้ว บ๊ะ เด็ดดวงจริงๆ”

             “หากไม่เพราะไอ้หลอตาดี ป่านนี้คงชวด ฮ่าๆ ขาวจริงๆ ขนาดเห็นแค่มือยังขาวขนาดนี้แล้วใต้ร่มผ้าล่ะจะระดับไหน ฮ่าๆ”

             “คนสวย.. จะรีบไปไหนจ้ะ อยู่คุยกับพวกพี่ชายก่อนสิ” ทั้งสามลูกสมุนผลัดกันหยอกล้อนาง ยืนล้อมไว้แล้วทั้งสี่ทิศปิดทางหนีต่อให้นางมีปีกก็ใช่ว่าจะรอดพ้น เหล่าชาวบ้านในละแวกนั้นต่างส่ายหน้าระอาใจ เอาอีกแล้ว เจ้าพวกนี้หาเรื่องแทะโลมดรุณีน้อยอีกแล้ว!! บางคนก็อยากเข้ามาช่วยแต่ติดที่ว่าต้องเก็บปลาออกจากแห..

             นักเลงโตก้ามปูหัวหน้าเดอะแก็งค์เดินเข้ามาก็เกิดเสียงตึงๆ สั่นสะเทือนขวัญ มันส่งยิ้มพิมพ์ใจน้ำลายไหลมาให้กับสาวน้อยหน้ามนคนงาม เปิดตัวอย่างอลังการพร้อมยื่นดอกเหมยกุ้ยที่ไปหยิบมาจากแผงแม่ค้าโดยไม่จ่ายตังค์เมื่อครู่มาให้นางหนึ่งดอก “น้องหญิงจ้ะ เจ้ามาจากไหนหรือ?? เห็นแว่บแรกรู้สึกว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อน อาจเป็นในฝันใช่ไหม เอะ รึอาจจะชาติก่อน”

             ใบหน้าของหญิงสาวอย่างไป๋อวี้เบ้ลงเล็กน้อย นางมั่นใจว่าตัวเองเจอโจรมาหลายรูปแบบยกเว้นรูปแบบนี้ จุดประสงค์ของพวกพิลึกเหล่านี้ชัดเจน นางไม่ควรจะมองว่าคนเราอาจจะมีความคิดที่ดีกว่าหน้าตาสินะ หลุบสายตาลงมองดอกไม้งามที่เมื่ออยู่บนมืออันธพาลแล้วช่างดูน่าสงสาร “ ข้าเองก็มั่นใจว่าจะชีวิตชาติไหน หรือในฝันใด.. ก็ไม่เคยเจอท่าน.. “ นางยังพูดจาให้เกียรติเขาอยู่ ถึงจะแซะไปเกินค่อนประโยคก็ตาม

             “ เหมยกุ้ยนี้เชิญท่านนำมันไปคืนเจ้าของเถอะ เพราะข้าไม่รับ “ เหลือบสายตามองแม่ค้าที่ตั้งแผงขายดอกไม้ เห็นอยู่คาตาว่าหยิบมาไม่แม้แต่จะควักเงินจ่าย ของซื้อของขาย ต่อให้ใหญ่ค้ำฟ้าหันจ่ายเงินซะบ้างก็ดี สองมือประสานโดยใช้ชายแขนเสื้อปกปิดมือตัวเองไว้ สำหรับผู้อื่นอาจจะเป็นการที่นางไม่ต้องการถูกคนหน้าตาพิลึกเอ่ยถึง แต่แท้จริงนี่คือการหยิบขลุ่ยไว้เตรียมพร้อมแล้วหนึ่งขั้น

              “แหม่ๆ อย่าไร้เยื่อใยขนาดนั้นสิน้องหญิงของพี่ บางทีเราอาจจะเคยเจอกันมาก่อน ขนาดกลิ่นหอมๆ จากกายเจ้า.. ข้ายังจำได้ไม่รู้ลืม” กล่าวไม่ทันจบก็สูดดดดลมเข้า เคล้ากลิ่นปลากลิ่นหญิงสาว คล้ายว่าเติบต้าหม่ามาเยอะจัด ดวงตาทั้งสองฉ่ำเยิ้มดูเปี่ยมปรารถนาในตัวดรุณีตรงหน้ายิ่ง พริบตาเดียวก็ก้าวเข้ามาใกล้จะคว้ามือไป ‘ที่ดีๆ’ เพื่อทำความรู้จัก

             เวลามรณะของแท้.. หญิงสาวก้าวขาถอยเพียงหนึ่งก้าว สตรีที่ไหนจะรับไหวในความน่าเกลียดของกลุ่มคนตรงหน้าบ้าง ? แน่นอนว่าไม่มี ขลุ่ยไผ่หยกถูกดึงออกจากแขนเสื้อ ด้วยความเคยชินที่มักจะควงขลุ่ยเล่นฆ่าเวลาอยู่บ่อยครั้งทำให้สามารถสลับเปลี่ยนจุดจับขลุ่ยได้อย่างว่องไว ใช้ขลุ่ยหยกที่ก็หนาไม่ได้น้อยฟาดเข้าให้ที่ข้อมือของผู้ที่หมายจะคว้าตัวนาง

             ผู้หญิงหาญกล้าฟาดเจ้าถิ่นใครบ้างจะไม่ตกใจ อาศัยเวลานั้นใช้วิชาตัวเบาที่ลืมไปแล้วว่ามีพาร่างตัวเองขึ้นเหยียบไหล่ของหนึ่งในสมุนอันธพาลที่อยู่ด้านหลังนาง และจัดการดีดฝีเท้าขึ้นอีกครั้งเป็นการทะยานหนีไปด้านหลังแทน

            “โอ๊ย!! กล้าหืองั้นหรอนังตัวดี!! พวกเอ็งจับนางมาให้ข้าเดี่ยวนี้!!” เดี่ยวไม่ได้ก็เล่นวิธีถนัดอย่างหมาหมู่ นักเลงโตถูกตีจนมือช้ำ ทว่าแข้งขามันยังดีรุดเข้าจูโจมร่างบอบบางนั้นพร้อมกับสมุนคนอื่นๆ มือจะจับขากลางอากาศกลับคว้าชายกระโปรงอีกฝ่ายแล้วยึดไว้มั่นไม่ยอมปล่อย

             แต่ด้วยเนื้อผ้าอันแน่นหนาทอระดับตำนาน ชายประโปรงถูกดึงรั้งร่างบางก็สะท้อนกลับมาตามแรงดึง ทิศทางหล่นมาใจกลางวงอันธพาลอยู่ดี ลูกสุมกลุ่มรุมคนหนึ่งคว้าแขนอีกคนจะพุ่งเข้าใส่อุตลุด ชาวบ้านหลบกันจ้าละหวั่นกลัวโดนลูกหลงคืนนี้จะมีคนเสียสาวรึไม่โปรดติดตาม

             “ ปล่อยข้านะ !!!! “ ถือคติขัดขืนจนกว่าจะรอดพ้น รู้อยู่แก่ใจดีว่าช่วงเวลาเช่นนี้ต่อให้พยายามคงไม่มีประโยชน์นัก เพราะนางเคยใจกล้าต้านโจรทะเลทรายมาก่อน ผลที่ได้คือการถูกฟาดจบสลบ ครั้งนั้นยังดีได้หลี่ซือฟุช่วยไว้ แต่ครั้งนี้คนที่พอจะช่วยนางได้ก็ไม่รู้ว่าจะรับรู้ได้ถึงปัญหาใหญ่ครั้งนี้ไหม.. แม้จะถูกจับแขนไว้ได้แต่ถ้ายังมีอะไรสักอย่างให้พอเตะนางก็ต้องทำ หญิงสาวหมายตามองสมุนที่กำลังจะพุ่งมาเป็นเป้าฝีเท้า ยกขาขึ้นถีบไว้แต่ก็ไม่วายโดนอีกคนจับไว้อยู่ดี

             ดวงตาเปี่ยมด้วยความชิงชังผสานหวาดกลัว หากครั้งนี้ไม่รอดพ้นเกรงว่านางจะไม่เหลือสิ่งใดให้รักษาชีวิตตัวเองนัก ชาวบ้านคนอื่นก็หลบหลีกหนีกันซะหมด ความหวังสุดท้ายที่ริบหรี่แต่ก็ยังขอคว้าไว้ เผื่อว่ามันจะพอช่วยได้ “ ว่านจวิน !!!!!!!!! ช่วยด้วยย !!!! “

             เฮ่า


             “ ไม่รู้.. “ เห็นแววว่าปลอดภัยดวงตาก็รู้สึกร้อนขึ้นมาแปลกๆ ดรุณีน้อยพยายามตั้งสมาธิไม่ให้ฟุ้งซ่าน มือขยับคลึงหัวตาชั่วครู่เพื่อเก็บความรู้สึกให้กลืนหายไป หันมองคนเป็นซือฟุ ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ นางสามารถตะโกนเรียกซือฟุมาได้จริงๆ หรือว่านี่เป็นแค่บังเอิญ ? ไม่มีทาง อย่างซือฟุคนงามไม่น่าจะลุกมาจากโต๊ะง่ายๆ..

             พี่ใหญ้ก้ามปูที่กลิ้งโคดร่ได้คนช่วยพยุงแล้ว มันโดดขึ้นมายืนจังก้าขวางทางทั้งสอง ก่อนชี้หน้าไปที่บุรุษปริศนาสวมหน้ากากจิ้งจอก “เพ้ย!! ตัวเท่าลูกหมา อ้อนแอ้นยังกะพวกลักเพศไอ้หัวหงอกรีบไสหัวไป น้ำหน้ายังงี้ริจะมาชิงคนงามกับข้าหรอ”

             “ ……….. “ ห๊ะ .. คำพูดของอันธพาลหน้าพิลึกทำเอาดรุณีน้อยชะงักไปทันที ซือฟุของนางยังดีกว่าพวกหน้าพิลึกตรงหน้าเยอะ พูดได้ไม่อายปากจริงๆ เลื่อนสายตากลับไปหาบุรุษสีเงินข้างตัว นางพาเขามาเจอเรื่องวุ่นวายอีกแล้ว หรือว่านางเป็นตัวเรียกเรื่องวุ่นให้เขาจริงๆ ?

             เฮ่า


              “ ไม่มีเจ้าค่ะ.. “ เพราะไม่มีจริงๆถึงได้บอกไปแบบนั้น หรือบางทีต่อให้มีนางก็คงไม่เอ่ยปากบอกว่ามี.. ตลอดสามวันในฉางซา หากนับรวมก่อนหน้านี้ เจอกันทีไรนางมีแต่เรื่องเจ็บตัวให้ซือฟุต้องคอยช่วยเหลือตลอด ต่อให้อีกฝ่ายบอกว่าไม่เป็นไร ตัวนางก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี  ส่ายศีรษะเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ผู้ช่วยเหลือต้องกังวล โดยที่ก็ย้ำเตือนตัวเองว่าคราหน้าควรจะเตรียมพร้อมมากกว่านี้..

               อยู่ๆ ดีๆ กลับมีตัวประกอบฉากหัวร้อนฉ่า “กล้าเมินกันงั้นหรอ!! หนอยแน่!! เฮ้ยไอ้หลอเอ็งไปหยิบของดีข้ามาสิ บิดาจะเล่นให้มันนอนหยอดน้ำข้าวต้มจะได้ไม่กล้ามาหาเรื่องพวกเราอีก หึๆ รอก่อนนะจ้ะคนสวย วาสนาน้องวันนี้ได้เป็นฮูหยินพี่แน่ๆ บ๊ะๆๆ”

              “ได้เลยลูกพี่จัดไป!! ฮ่าๆ ขอเน้นๆ เลยลูกพี่เอาให้ใส้แตก” ลุกสมุนวิ่งเข้าตรอกมืดไปพักเดียวสามชีวิตก็แบกเอาตุ้มแฝดนรกอันเท่าเสากระโดงเรือออกมา ชาวบ้านที่ค้าขายอยุ่แถวนั้นพากันเก็บของเก็บแห หลบอย่างรู้งานเพราะรู้วีรกรรมของอาวุธชิ้นนี้ดี

              เฮ่า


             “ ศิษย์จะจำไว้.. “ ถึงจะยังงงว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งยังไม่ปลอดภัยทั้งหมด ทำไมซือฟุคนงามถึงได้พูดคำสอนออกมาเสียดื้อๆ แต่ตอนนี้จะยังไงก็ได้ ขอแค่นางได้ออกจากที่นี้ กลืนคำพูดที่เคยบอกว่าอยากจะอยู่ฉางซา ไม่ว่าจะปักหลักลงฐานที่มั่น หรือจะมาชั่วคราว ถ้าไม่ได้มุ่งตรงไปแค่สำนักผ้าปัก จะที่ไหนนางก็ไม่อยากมาอีกแล้ว !

              เฮ่า


             ได้รับคำมอบหมายจากอาจารย์ถึงจะไม่เข้าใจแต่ยังไงก็คงต้องทำ ดรุณีน้อยพยักหน้ารับคำ ถึงจะรู้ว่าซือฟุตัวเองเก่ง แต่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี จะทิ้งคำอาจารย์ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นนางรีบไปรีบกลับน่าจะดีกว่า ร่างน้อยเคลื่อนออกจากจุดเดิมไปยังแผงร้านค้าที่ซือฟุบอก ซือฟุบอกเหมาหนึ่งตะกร้า นางก็ต้องส่งต่อคำซื้อเช่นนั้น “ ข้าขอซื้อผิงกั่วสักหนึ่งตะกร้า.. “  

             เฮ่า


              “จูบลาแสงตะวันซะ เพราะแกจะไม่ได้เห็นมันอีกต่อไป ย๊ากกก” อันธพาลก้ามปูคำรามใส่ดั่งหมาป่าแกว่งลูกตุ้มแฝดนรกที่มีหนามเหล็มรอบเข้าใส่บุรุษผมเงิน ตู้ม! แต่ละแรงสะเทือนตามมาติดๆ ขณะที่อีกฝ่ายกลับหนีรอดไปได้อย่างเฉียดฉิวทุกครา ‘ชิ!! รู้ว่าจะมีแมลงมากวนคงไม่ปุ้นให้เยิ้มก่อนหรอก’ ความเร็วมันลดลงมาก อิแค่แมงหวี่สีเงินตรงหน้ากลับตบไม่ตายในสิบรอบ

              มันมุ่งหมายจัดการตัวปัญหาที่ขวางทางรักชนิดตกตาย การลงมือแต่ละครั้งไม่ออมแรงแม้สักส่วน อาวุธทรงพลังเหวี่ยงโดนดินแตกร้าวปะทะหินก็ป่นเป็นผุยผง เสิ่นหลิงเฮ่าเด่นด้านความพลิ้วไหวขนาดตัวเล็กกว่าคล่องแคล่วงว่องไว ในมือเขาไร้อาวุธ เพียงวิชาตัวเบาหลบหลีกเพื่อทอนแรงอีกฝ่ายเท่านั้น น้ำเสียงเหล่าคนโฉดยิ่งมาิย่งเกรี้ยวกราด “อย่ามัวแต่หลบ เตรียมรับมือ!!”

               พลางสลัดปาดลูกตุ้มเหล็กทั้งซ้ายขวาเกิดพายุลูกย่อมปั่นป่วนเศษหินดิน สะเก็ดจำนวนมากโถมเข้าเหล่าฮั่นมุงเป้นลุกหลงได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า เสิ่นหลิงเฮ่าเดิมทีเอาแค่ตนเองรอด จนกระทั่งจังหวะออกฉากหางตาเหลือบไปเห็นลูกชาวประมงน้อยคนหนึ่งที่บิดามารดามันคว้าหนีไม่ทัน เงาหนามมรณะดำทะมึนกรายใกล้ร่างเล็กน้อยในใจชายหนุ่มร้องว่าแย่แล้ว ถลันเข้าไปคว้าตัวอีกฝ่ายจนเสียกระบวนทางถอย

               ยินเสียงโครมดังสนั่นเหล่าชาวบ้านเวทนาในใจ คิดว่าเมื่อนักเลงโตนั้นยกลูกตุ้มขึ้น คงจะพบแต่เศษเลือดเศษเนื้อของเด็กน้อยเป็นแน่ หัวหน้านักเลงสแยะยิ้มรอจนควันฟุ้งสงบลงแล้วชะโงกเข้าไปตรวจสอบผลงาน กลิ่นคาวโลหิตสาดลงปฐพีแต่ทว่ามิได้เป็นอย่างที่ใจมันคิด

               เฮ่า


              หายไปเพราะแม่ค้ากล้าๆกลัวๆจะหยิบผิงกั่วใส่ตะกร้า จนนางต้องหยิบใส่เองซะก็สิ้นเรื่อง แบกตะกร้าผิงกั่วมาก็ไม่เข้าใจว่าเอามาเพื่ออะไร แต่คำอาจารย์จะไม่ทำตามก็ไม่ได้ กลับมาจนถึงจุดที่คิดว่าตัวเองเคยยืน เด็กน้อยคนนึงวิ่งร้องไห้ผ่านตัวนางไป ได้แต่มองตามด้วยความสงสัย พอมองกลับไปในต้นทางดันได้เห็นซือฟุที่ตรงไหล่นั้นมีรอยแผล

             หากตัวนางเจ็บ นางไม่ว่า แต่นี่ผู้ที่มาช่วยเจ็บ จิตใจคนขี้เกรงใจมีหรือจะปล่อยให้ตัวเองรับเรื่องนี้ได้ ตะกร้าผิงกั่วถูกปล่อยลงพื้นอย่างน่าขัน หากเป็นเวลาปกตินางคงไม่ปล่อยให้ของที่เสียเงินซื้อมาต้องตกพื้น จะวิ่งเข้าไปก็กลัวตัวเองสร้างเรื่องอีก

              ในเมื่อเจ้านักเลงโตเสียแรงไปตั้งมาก กลับทำอีกฝ่ายบาดเจ็บแค่แผลเดียวก็ชักไม่มั่นใจ มันเห็นเลือดมามาก ฆ่าคนมาก็เยอะ อาศัยว่าเรี่ยวแรงผิดมนุษย์มหา จนมาเจออีกฝ่ายกลับพบว่าต่อกรไม่ง่าย “หึ! หากแกยังดื้อดึงไม่ยอมส่งตัวผู้หญิงคนนั้นก็อย่าหาว่าข้าอำมหิต!!” พูดข่มขวัญไว้ก่อนเผื่อมันยอม

              เฮ่า


               นักกวีหนุ่มกลับแลกลับเพียงหางตา ท่วงท่าเยื่อหยิ่งเสมือนรังเกียจ หากเป็นในอดีตล่ละก็ลำพังนักเลงหัวไม้เช่นนี้ไม่คู่ควรพอจะทำตนหลั่งโลหิตด้วยซ้ำ ตอนแรกคิดว่าแค่สั่งสอนพอเป็นพิธีตนยังต้องส่งเหมยไป๋อวี้กลับฉางอัน.. ดูแล้วหนี้เลือดจำต้องจ่าย เขาไม่ชอบปล่อยค้างคา เมื่อครู่ชัดเจนแล้ว่วาอีกฝ่ายไม่มีวรยุทธ์ เช่นนั้นก็หวาน...
                เฮ่า


                  มันยังงุนงงจับใจความไม่ถูก กำลังตะเบ็งเสียงใส่ข่มขวัญก็พบว่าเจ็บแปลบที่ลำคอ มือแตะดูแฉะๆ เป็นสีแดงทะลักลงมา ‘ตะ.. ตังแต่เมื่อไรกัน’ เจ้าก้ามปูหันขวับไปมองวัตถุในมืออีกฝ่าย เศษกระเบื้องนั่นเนี่ยนะ!! สายตาพลันล่อกแล่ก ‘ผู้มีวรยุทธ์ต่อให้ในมือมีหินแค่ก้อนเดียวยังสามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธสังหาร’ ในอดีตมันเคยได้ยินเหล่ายอดฝีมืออธรรมสนทนากันมาบ้างไม่นึกว่าจะได้มาเจอเข้ากับตนเอง ครั้นกำลังคิดว่าควรจะหลบหนีเอาชีวิตรอดตอนนี้ดีรึไม่ เสียงโหวกแหวกตากฝั่งส่งกำลังใจก็หาเรื่องอีก

                 “ลูกพี่อย่าไปยอมมัน!! เดี่ยวพวกข้าช่วยเอง!!” แว่วในใจว่า ชิบหา-- อยากตายโหงเป้นหมู่คณะรึ!!

                สี่สมุนดาหน้ากันวิ่งกรูเข้าใส่บุรุษลึกลับพร้อมอาวุธครบมือ ด้านเสิ่นหลิงเฮ่ากางพัดหยกในมือสะบัดผ่านแนวขวางหนเดียว เข็มอาบยาอัมพาตพุ่งแหวกอากาศเข้ากลางหน้าผากไม่มีพลาดสักตัว ล้วนนอนเป็นปลาพะงาบๆ ข้างแห

                 เฮ่า


                “ได้โปรด.. เมตตา..” ถ้อยคำออกจากปากไม่ทันครึ่งเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดสะเทือนไปทั่วทิศ

                เฮ่า


                “ .. ไม่ย้ายแล้ว “ มองตามคนเจ็บที่ยังทำตัวปกติได้อย่างเคย กระพริบตาปริบๆด้วยความกังวล เห็นร่องรอยการต่อสู้ รู้อยู่ว่าซือฟุของนางมากความสามารถ แต่ในเวลาแบบนี้ถ้านางไม่ไปเตะตาเจ้าพวกพิลึกนั้นก่อนคงไม่มีเรื่องเดือดร้อนเช่นนี้ให้ได้เห็น “ ครั้งนี้แผลท่านจะทำเหมือนตอนโดนสายกู่ฉินบาดไม่ได้แล้วนะ.. ข้าขอโทษ.. พาท่านมาเจอปัญหาอีกแล้ว “

              สองมือบางกอบกุมเอาไว้เพื่อพยายามไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดไปมากกว่านี้แต่ก็เหมือนจะไม่ช่วยนัก ได้แต่มองด้วยสายตารู้สึกผิด ฉางซาไม่น่าอยู่อีกแล้วในสายตานาง น่าเสียดายจริงๆ

                 เฮ่า


               ซือฟุเห็นทีดูจะขยันดีดหน้าผากนางนัก ยกมือขึ้นแตะช่วงหว่างคิ้วตัวเองเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับชายอาภรณ์ของผู้เป็นอาจารย์ ขยับเล็กน้อยเพื่อให้นางเห็นบาดแผลได้ลางๆ ก่อนจะดึงมือตัวเองกลับอย่างว่องไว เป็นแบบนี้ตลอด.. เจ้าตัวบอกไม่เป็นไร ยังไงนางก็คิดมากอยู่ดี “ พวกมันทำท่านบาดเจ็บแล้วไฉนยังเห็นด้วยกับพวกมันในบางเรื่องอีก ? “

                เฮ่า


              “ นี่มันใช่เวลา ! … ซือฟุท่านนี่มันจริงๆเลย “ นี่มันใช่เวลามาย้อนคำชมว่านางงามหรือไม่ ? ในความคิดคงจะไม่ แต่ก็ยอมรับว่าพอให้ลดกังวลไปได้บ้างหากว่าตัวคนเจ็บยังมีหน้ามาพูดแบบนี้ได้ อาการคงไม่ได้หนักหนาอะไรนัก

                 เฮ่า


              “ ไม่ใช่ว่าสตรีจะไม่ชอบเวลาถูกชม.. “ เพียงแต่ครั้งนี้ข้าเป็นห่วงท่าน ท้ายประโยคที่เลือนหายไปถูกแทนที่ด้วยการถอนหายใจ เหลือบตาขึ้นมองบุรุษสีเงินที่จัดการตัวเองเรียบร้อยเสร็จสรรพ คำพูดเขาอาจจะทำให้นางลดความรู้สึกผิดลงได้บ้าง แน่นอนว่าถ้าซือฟุคนงามเจออันตรายหากช่วยได้นางก็ช่วยอยู่แล้ว คิดกลับกันมันก็จริงอยู่ ถ้านางยังดึงรั้งเวลาเช่นนี้มีแต่จะทำให้คนที่เจ็บอยู่แล้วเจ็บยิ่งกว่าเดิม “ อื้อ เข้าใจแล้ว รีบขึ้นเรือเถอะ ท่านจะได้พัก.. “ สุดท้ายสองผู้ผจญภัยในฉางซาถึงสามวันก็ได้ขึ้นเรือเพื่อเดินทางกลับฉางอันกันสักที



เปิดหมด


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 11:16
คุณได้รับ +150 คุณธรรม +50 ความชั่ว +315 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 11:16

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -62 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -62 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสือดาวนัสเคียร์
พู่หยกเฟยตันฉีหลิง
ชุดหงยวี่ช่างหลิว
พัดมยุรามรกต
กำไลลู่เหลียนหรง
วิชาอิงหย่งขั้นสูง
รูปปั้นเทพีวีนัส
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x8
x8
x1
x1
x200
x45
x5
x20
x10
x4
x1
x2
x20
x25
x30
x4
x36
x2
x147
x1
x10
x20
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x2
x100
x100
x100
x100
x1
x1
x25
x50
x1
x1
x2
x589
x6
x1
x3
x4
x2
x2
x42
x14
x150
x5
x320
x100
x1
x1
x1
x10
x93
x40
x11
x4
x1
x20
x18
x199
x44
x261
x10
x10
x293
x7
x100
x390
x12
x44
x50
x8
x5
x18
x10
x148
x6
x4
x2
x1
x100
x100
x120
x2
x2
x443
x50
x200
x6964
x773
x226
x100
x15
x200
x3
x4
x100
x200
x4
x200
x2
x1
x4
x1
x2
x10
x15
x10
x2
x30
x20
x2
x80
x34
x70
x210
x200
x20
x3
x50
x200
x1
x50
x457
x7
x189
x60
x100
x22
x350
x255
x995
x130
x1
x15
x1
x1
x114
x2
x100
x2
x5
x2
x1
x100
x1
x10
x1
x16
x1
x2
x20
x5
x4
x140
x22
x7
x8
x2
x70
x1
x2
x1
x332
x15
x5
x7
x13
x3
x1
x215
x30
x368
x30
x22
x269
x20
x1090
x96
x502
x2440
x2
x5
x502
x40
x300
x2200
x100
x100
x100
x230
x1296
x15
x1
x10
x45
x20
x70
x53
x160
x225
x6
x800
x50
x350
x20
x45
x50
x2
x1
x120
x140
x40
x85
x7
x32
x290
x12
x125
x37
x1
x55
x150
x2000
x64
x32
x89
x8000
x9999
x8000
x100
x2
x1812
x603
x88
x90
x69
x30
x135
x67
x49
x228
โพสต์ 2020-9-21 05:57:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
วังวนลิขิตเจ็ดเดือนเจ็ด
2021
มีเคราะห์เพราะพักตร์ชาด

               ท่าเรือฉางอู่หวนมีทิวทัศน์งดงามและผู้คนมากมายที่มาจอดเทียบท่า และจากไปยังแคว้นอื่น หนึ่งในดรุณีน้อยหน้ามุ่ยที่นั่งอยู่แต่ตรงแผงน้ำชาเลื่อนสายตามองซ้ายมองขวาแต่ไม่พูดสักคำ ถือเป็นภาพที่แปลกตา แต่ก็น่าขบขันได้อย่างประหลาด อาการโดยทั่วไปก็คงไม่พ้นผู้ที่ไม่ต้องการกลับฉางอันที่จากมา ออกอาการชัดเจนคล้ายเหมือนอยากจะปักหลักลงฐานอยู่ที่ฉางซาเอาซะเลย แต่ภายในใจลึกๆนั้นยังมีความมากกว่านั้น

               สำนักผ้าปักเซียงซิ่วให้ความรู้สึกคล้ายกับคำว่า ‘บ้าน’ มีในสิ่งที่นางสนใจ และรู้วิธีจะตรึงใจไม่ให้อยากกลับ ชั่วขณะนึงอดคิดไม่ได้ว่านางควรจะกลับผู๋หยางบ้างสักนิด แต่เมื่อนึกถึงปัญหาเก่าก่อนที่เคยมีไว้ นางก็คร้านจะกลับไปเต็มทน ดังนั้นไม่แปลกที่นางจะเห็นว่าที่ใดมีสถานที่เกี่ยวกับงานผ้า แล้วจะมองว่าคล้ายบ้านที่จากมา ใบหน้าวางถูกทาบไว้กับหลังมือของตัวเองที่เท้าไว้กับโต๊ะไม้ที่เลือกจะมานั่งรอเวลาขึ้นเรือ แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังกลับมายืดหลังตรงช่วยรินชาให้กับบุรุษสีเงินที่จะพานางกลับให้ได้

            “เจ้าดูของฝากคนทางบ้านครบแล้วหรือยัง? หากว่าไม่เคร่งครัดนัก พวกของแห้งที่ชาวประมงทำเองก็คุณภาพไม่เลว”

             สามวันมานี้แม้จะเน้นดื่มแต่ต้าหงเผาตามความชอบ แต่เพื่อปรับสมดุลลดความหนักหน่วง ในวันนี้จึงส่งหลงจิ่งเข็มเงินจากทะเลสาบต้งถิงให้หญิงสาวชง ทั้งสองกำลังรอเรือออกอยุ่ที่แผงนั่งร้านข้างๆ สะพานเรือ เสียงไต้ก๋งสั่งลูกน้องคอยกางใบและเก็บทุ่นสมอดังมาเป็นระยะ ขนมถั่ววนใส้หวานเคี้ยวพอดีคำ หากไม่ติดว่ากลิ่นของแหปลารุนแรงไปสักหน่อย ก็จัดเป็นบรรยากาศชวนกระฉับกระเฉงไม่น้อยทีเดียว

             คำถามตรวจดูความพร้อมทำให้ดรุณีน้อยกลับมาฉุกคิด ของฝากให้คนที่จวนหยาเหยี่ยนหวางน่ะมีครบแล้ว ของฝากให้บรรดาคนรู้จักที่อยู่ไกลก็พอจะมี แต่ของฝากให้คนที่ผู๋หยางนั้นไม่มีสักอย่าง “ ส่วนใหญ่ครบแล้ว.. เหลือแต่ของที่จะส่งให้คนที่ผู๋หยาง.. ทั้งๆที่เป็นครอบครัว แต่มาถึงเวลานี้ข้ากลับไม่รู้ว่าควรซื้ออะไรส่งไปให้พวกเขาดี “ อาจจะเพราะระยะเวลาที่อยู่ในจวนสกุลเหมยก็ไม่เคยขาดแคลน ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดที่เกินตัว

               ส่วนใหญ่ที่บ้านก็มักจะเห็นค่าของทำฝีมือ ครั้งนี้เลยเหมือนจะมืดแปดด้าน ในการหาของฝากให้คนในตระกูล ต้าเกอได้ข่าวล่าสุดก็อยู่ถึงซูเล่อ ไม่รู้คิดอะไรไปอยู่แถวนั้น จะกลับจวนรึยังก็ยังไม่รู้

               ใช่ว่าร่างสูงที่อยุ่ด้านข้างอ่านความกังวลนั้นไม่ออก ด้วยตัวเขาไม่ได้กลับบ้านมานานอะไรที่ส่งไปได้ก็วานคนรุ้จักให้วานคนรุ้จักอีกทีส่งไป ชนิดที่สืบกันหลายทอดกว่าจะรู้ตัวคนส่ง “อืม… เช่นนั้นอุตส่าห์มาถึงแหล่งทั้งที จิงโจวเป็นย่านขึ้นชื่อเรื่องของแห้ง จะกุ้งหรือปลาแม่น้ำล้วนคุณภาพดี ราคาย่อมเยากว่าเหลียงโจว ให้ของกินของใช้แบบนี้มีประโยชน์กว่าของที่ได้แล้วนำไปตั้งเพียงอย่างเดียว”

               กล่าวแล้วยังสำทับอีกว่าอีกสักพักใหญ่ๆ กว่าเรือจะออก นางจะลองไปเดินดูตลาดปลาข้างท่าเรือก็ได้ ส่วนเขาจะนั่งจิบชารออยุ่ด้านนี้ เพราะมันไกลกันแค่คนละฝั่งสะพานเท่านั้นเอง

              ดูแล้วก็คงไม่มีอะไรเสียหาย.. ดรุณีน้อยรับฟังคำแนะนำของซือฟุอย่างเข้าใจ ตัดสินใจไว้แล้วว่าสมควรจะเดินไปดูของให้ครอบครัวตัวเองสักหน่อย “ ดูแล้วก็ไม่น่าจะใช้เวลามากอะไร.. ขอบคุณซือฟุที่ชี้แนะ ไว้เดี๋ยวศิษย์กลับมา “ โค้งลาพอเป็นพิธี ก่อนจะได้เห็นร่างบางของดรุณีน้อยก้าวเดินออกไปจากบริเวณด้วยท่าทีสนอกสนใจ ชีวิตนี้พอจะเคยมีประสบการณ์เกาะติดบ่าวไปตลาดเลือกซื้อของอยู่บ้าง ดังนั้นเกินครึ่งมั่นใจว่านางไม่น่าจะเจอปัญหา

             ด้านข้างของท่าเรือ คือจุดขนย้ายปลาน้อยปลาใหญ่ที่ออกเรือประมงไปจับมาได้ เดินขยับไปอีกหน่อยก็เข้าสู่บริเวณตลาดปลาที่ผู้คนครึกครื้น คุณหนูจากผู๋หยางตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ ได้ยินเสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกลูกค้าและพากันเอ่ยราคาที่เหมือนจะลดกันเก่ง เพื่อชิงตัวลูกค้า

             ระหว่างแผงแม่ค้าหอยแครงได้มีกลุ่มอันธพาลเจ้าถิ่นกำลังตั้งวงปุ้นใบต้าหม่ากันอยู่เยิ้มๆ ลูกสมุนอีกสี่รายพลิกน้ำเต้าปูปลาเล่นพนันกันโจ่งครึม เดิมทีผู้คนในละแวกนั้นต่างระอาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ฟังว่าเจ้าพวกนี้เป็นอดีตสายของพรรคมารเก่าจริงแท้ประการใดล้วนไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ คือมันเที่ยวเกกมะเหรกเกเรไปทั่ว คบค้าขุนนางใหญ่ พาลูกหลานชาวบ้านเสียคน ขูดรีดค่าคุ้มครองชาวบ้านแอบซ่องสุมพรรคพวกซื้อเรือประทุนน้ำลึกทั้งที่ฉางเจียงนั้นมีแต่แนวชายฝั่ง

               จังหวะนั้นเองเจ้าหลอที่เพื่อเอาพุทราเชื่อมไปส่งให้ลูกพี่ก็วิ่งสวนกับหญิงสาวงดงามผู้หนึ่ง มันย่องเข้าไปกระซิบดั่งพรายข้างหูหัวหน้านักเลง พอได้ยินเหล่าลูกกระจ๊อกต่างมองตามจนพบ ‘สาว’ คนนั้นที่ว่า หน้าตาผิวพรรณผุดผ่าดต่างจากพวกลูกสาวชาวประมงที่ฉุดมากินจนเบื่อจริงๆ นั่นล่ะ

                “บ๊ะ ขาวจริงๆ อยากรุ้ว่าเนื้อจะนุ่มลิ้นเหมือนที่ตาเห็นไหม เฮ้ย ไปจัดการสิ” นักเลงโตส่งสายตาให้ลูกน้องไปดักไว้ก่อน คิดแล้วสาวงามเดินทางลำพังเช่นนี้ ไร้ผู้คุ้มกันคงมิใช่ลูกคนใหญ่คนโตเป็นแน่ ขี้คร้านข่มคู่เสียหน่อยก็ได้ตุ๊กตามาเล่นเพิ่มอีกตัว

              ชีวิตดีๆสงบๆไม่เคยจะอยู่ได้นาน เหมยไป๋อวี้ เกิดมา 18 ปี ผ่านเจอโจรมามาก นึกว่าจะได้พ้นภัยชีวิตดี ก็ดูเหมือนจะฝันหวานไปสักหน่อย ไม่เช่นนั้นตอนนี้คงไม่มีชายหน้าตาพิลึกสี่คนมาล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้ สภาพการแต่งตัว สีหน้าท่าทาง ไม่พ้นไปจากคำว่า ‘อันธพาล’ ใบหน้าหวานที่เคยประดับรอยยิ้มค่อยๆลดลงจนเรียบเฉย นางไม่ได้พกอาวุธมา นั้นแหละปัญหาใหญ่ ทีจะพอถูพอไถใช้ฟาดคนได้คงไม่มีอย่างอื่นนอกจากขลุ่ยไผ่หยกในแขนเสื้อ

             จะเริ่มต้นก็ควรเริ่มต้นด้วยดี ถึงจะรู้ว่าจุดประสงค์การที่นางถูกล้อมนั้นคงจะไม่ดีนัก แต่อย่างน้อยก็ขอถามให้ชัดเจนสักหน่อย จะได้รู้ว่าควรจะรับมือยังไง “ มิทราบว่ามีธุระใดกับข้า ? “ น้ำเสียงราบเรียบเฉยชา ทว่าผู้พูดนั้นกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ตื่นกลัวไปพวกตัวร้ายก็จะได้ใจ หาญกล้าเกินไป ก็ไม่น่าจะดีนัก สี่คนที่ล้อมมาตัวใหญ่ยักษ์ หากนางมีหน้าไม้เทียนซุ่น อย่างน้อยอาจจะพอหาทางดิ้นรนออกไปได้ตั้งแต่ตรงนี้
  
             “ไม่ได้พบเห็นสาวงามในตลาดปลานี้มานานแค่ไหนแล้ว บ๊ะ เด็ดดวงจริงๆ”

             “หากไม่เพราะไอ้หลอตาดี ป่านนี้คงชวด ฮ่าๆ ขาวจริงๆ ขนาดเห็นแค่มือยังขาวขนาดนี้แล้วใต้ร่มผ้าล่ะจะระดับไหน ฮ่าๆ”

             “คนสวย.. จะรีบไปไหนจ้ะ อยู่คุยกับพวกพี่ชายก่อนสิ” ทั้งสามลูกสมุนผลัดกันหยอกล้อนาง ยืนล้อมไว้แล้วทั้งสี่ทิศปิดทางหนีต่อให้นางมีปีกก็ใช่ว่าจะรอดพ้น เหล่าชาวบ้านในละแวกนั้นต่างส่ายหน้าระอาใจ เอาอีกแล้ว เจ้าพวกนี้หาเรื่องแทะโลมดรุณีน้อยอีกแล้ว!! บางคนก็อยากเข้ามาช่วยแต่ติดที่ว่าต้องเก็บปลาออกจากแห..

             นักเลงโตก้ามปูหัวหน้าเดอะแก็งค์เดินเข้ามาก็เกิดเสียงตึงๆ สั่นสะเทือนขวัญ มันส่งยิ้มพิมพ์ใจน้ำลายไหลมาให้กับสาวน้อยหน้ามนคนงาม เปิดตัวอย่างอลังการพร้อมยื่นดอกเหมยกุ้ยที่ไปหยิบมาจากแผงแม่ค้าโดยไม่จ่ายตังค์เมื่อครู่มาให้นางหนึ่งดอก “น้องหญิงจ้ะ เจ้ามาจากไหนหรือ?? เห็นแว่บแรกรู้สึกว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อน อาจเป็นในฝันใช่ไหม เอะ รึอาจจะชาติก่อน”

             ใบหน้าของหญิงสาวอย่างไป๋อวี้เบ้ลงเล็กน้อย นางมั่นใจว่าตัวเองเจอโจรมาหลายรูปแบบยกเว้นรูปแบบนี้ จุดประสงค์ของพวกพิลึกเหล่านี้ชัดเจน นางไม่ควรจะมองว่าคนเราอาจจะมีความคิดที่ดีกว่าหน้าตาสินะ หลุบสายตาลงมองดอกไม้งามที่เมื่ออยู่บนมืออันธพาลแล้วช่างดูน่าสงสาร “ ข้าเองก็มั่นใจว่าจะชีวิตชาติไหน หรือในฝันใด.. ก็ไม่เคยเจอท่าน.. “ นางยังพูดจาให้เกียรติเขาอยู่ ถึงจะแซะไปเกินค่อนประโยคก็ตาม

             “ เหมยกุ้ยนี้เชิญท่านนำมันไปคืนเจ้าของเถอะ เพราะข้าไม่รับ “ เหลือบสายตามองแม่ค้าที่ตั้งแผงขายดอกไม้ เห็นอยู่คาตาว่าหยิบมาไม่แม้แต่จะควักเงินจ่าย ของซื้อของขาย ต่อให้ใหญ่ค้ำฟ้าหันจ่ายเงินซะบ้างก็ดี สองมือประสานโดยใช้ชายแขนเสื้อปกปิดมือตัวเองไว้ สำหรับผู้อื่นอาจจะเป็นการที่นางไม่ต้องการถูกคนหน้าตาพิลึกเอ่ยถึง แต่แท้จริงนี่คือการหยิบขลุ่ยไว้เตรียมพร้อมแล้วหนึ่งขั้น

              “แหม่ๆ อย่าไร้เยื่อใยขนาดนั้นสิน้องหญิงของพี่ บางทีเราอาจจะเคยเจอกันมาก่อน ขนาดกลิ่นหอมๆ จากกายเจ้า.. ข้ายังจำได้ไม่รู้ลืม” กล่าวไม่ทันจบก็สูดดดดลมเข้า เคล้ากลิ่นปลากลิ่นหญิงสาว คล้ายว่าเติบต้าหม่ามาเยอะจัด ดวงตาทั้งสองฉ่ำเยิ้มดูเปี่ยมปรารถนาในตัวดรุณีตรงหน้ายิ่ง พริบตาเดียวก็ก้าวเข้ามาใกล้จะคว้ามือไป ‘ที่ดีๆ’ เพื่อทำความรู้จัก

             เวลามรณะของแท้.. หญิงสาวก้าวขาถอยเพียงหนึ่งก้าว สตรีที่ไหนจะรับไหวในความน่าเกลียดของกลุ่มคนตรงหน้าบ้าง ? แน่นอนว่าไม่มี ขลุ่ยไผ่หยกถูกดึงออกจากแขนเสื้อ ด้วยความเคยชินที่มักจะควงขลุ่ยเล่นฆ่าเวลาอยู่บ่อยครั้งทำให้สามารถสลับเปลี่ยนจุดจับขลุ่ยได้อย่างว่องไว ใช้ขลุ่ยหยกที่ก็หนาไม่ได้น้อยฟาดเข้าให้ที่ข้อมือของผู้ที่หมายจะคว้าตัวนาง

             ผู้หญิงหาญกล้าฟาดเจ้าถิ่นใครบ้างจะไม่ตกใจ อาศัยเวลานั้นใช้วิชาตัวเบาที่ลืมไปแล้วว่ามีพาร่างตัวเองขึ้นเหยียบไหล่ของหนึ่งในสมุนอันธพาลที่อยู่ด้านหลังนาง และจัดการดีดฝีเท้าขึ้นอีกครั้งเป็นการทะยานหนีไปด้านหลังแทน

            “โอ๊ย!! กล้าหืองั้นหรอนังตัวดี!! พวกเอ็งจับนางมาให้ข้าเดี่ยวนี้!!” เดี่ยวไม่ได้ก็เล่นวิธีถนัดอย่างหมาหมู่ นักเลงโตถูกตีจนมือช้ำ ทว่าแข้งขามันยังดีรุดเข้าจูโจมร่างบอบบางนั้นพร้อมกับสมุนคนอื่นๆ มือจะจับขากลางอากาศกลับคว้าชายกระโปรงอีกฝ่ายแล้วยึดไว้มั่นไม่ยอมปล่อย

             แต่ด้วยเนื้อผ้าอันแน่นหนาทอระดับตำนาน ชายประโปรงถูกดึงรั้งร่างบางก็สะท้อนกลับมาตามแรงดึง ทิศทางหล่นมาใจกลางวงอันธพาลอยู่ดี ลูกสุมกลุ่มรุมคนหนึ่งคว้าแขนอีกคนจะพุ่งเข้าใส่อุตลุด ชาวบ้านหลบกันจ้าละหวั่นกลัวโดนลูกหลงคืนนี้จะมีคนเสียสาวรึไม่โปรดติดตาม

             “ ปล่อยข้านะ !!!! “ ถือคติขัดขืนจนกว่าจะรอดพ้น รู้อยู่แก่ใจดีว่าช่วงเวลาเช่นนี้ต่อให้พยายามคงไม่มีประโยชน์นัก เพราะนางเคยใจกล้าต้านโจรทะเลทรายมาก่อน ผลที่ได้คือการถูกฟาดจบสลบ ครั้งนั้นยังดีได้หลี่ซือฟุช่วยไว้ แต่ครั้งนี้คนที่พอจะช่วยนางได้ก็ไม่รู้ว่าจะรับรู้ได้ถึงปัญหาใหญ่ครั้งนี้ไหม.. แม้จะถูกจับแขนไว้ได้แต่ถ้ายังมีอะไรสักอย่างให้พอเตะนางก็ต้องทำ หญิงสาวหมายตามองสมุนที่กำลังจะพุ่งมาเป็นเป้าฝีเท้า ยกขาขึ้นถีบไว้แต่ก็ไม่วายโดนอีกคนจับไว้อยู่ดี

             ดวงตาเปี่ยมด้วยความชิงชังผสานหวาดกลัว หากครั้งนี้ไม่รอดพ้นเกรงว่านางจะไม่เหลือสิ่งใดให้รักษาชีวิตตัวเองนัก ชาวบ้านคนอื่นก็หลบหลีกหนีกันซะหมด ความหวังสุดท้ายที่ริบหรี่แต่ก็ยังขอคว้าไว้ เผื่อว่ามันจะพอช่วยได้ “ ว่านจวิน !!!!!!!!! ช่วยด้วยย !!!! “

             ผู้ที่กำลังจิบชาเคล้ากลิ่นปลาแห้งีท่อีกฝากของสะพานนั้นคล้ายได้ยินเสียงคุ้นๆ แว่วมา ตอนแรกยังคิดว่าตนหูฝาด เรื่องราวในโลกหล้าล้วนไม่เกี่ยวข้องกับข้าคนนี้ จิบไปอีกหนึ่งอึกสมองพลันนึกขึ้นได้ ‘ว่านจวิน’ นั่นมันนามแฝงตนมิใช่หรือ และผู้ที่ทราบจนสามารถตะโกนเรียกได้ในฉางซานี้ก็เห็นจะมีแต่…

              ใบหน้าคมคายเงยขึ้นฉับพลันทั้งลุกพรวดขึ้นมองหาตัวหญิงสาวที่มาด้วยกันในตอนต้น เห็นอาภรณ์ลวดลายเอกลักษณ์พลิ้วๆ สะบัดกลางดงบุรุษฉกรรณ์ก็พุ่งทะยานไปในทันที จอกชาในมือถูกเหวี่ยงด้วยแรงวรยุทธ์บินกระแทกหัวผู้ก่อการรายหนึ่ง น้ำร้อนสาดกลางเหม่งนักเลงโตเกิดควันฉ่า ยังมิทันที่คนอื่นๆจะรู้ตัว แสงสีเงินผ่านหน้าหนึ่งวูบรับประเคนบาทาเพียวๆ ไม่มีดินผสมคนละดอกสองดอก

               เสียงตึงตังดังกลางตลาด ตะกล้าผักกระจาดปลาถูกพวกเจ้าถิ่นหยิบยกปาต่างของกำบัง นักกวีหนุ่มเอ่ยมาประโยคหนึ่งหลังคว้าได้ตัวลูกศิษย์น้อยออกมายืนหน้าแผงได้ “ให้มาซื้อของฝาก.. ทำไมอยู่ๆ เกิดเล่นกับพวกนี้ได้เล่า” ช่วงพักชั่วคราวก่อนจะมียกใหม่ เนตรหงส์ปรายสำรวจหัวจรดเท้าว่ามีส่วนใดขาดหายตกหล่น

             “ ไม่รู้.. “ เห็นแววว่าปลอดภัยดวงตาก็รู้สึกร้อนขึ้นมาแปลกๆ ดรุณีน้อยพยายามตั้งสมาธิไม่ให้ฟุ้งซ่าน มือขยับคลึงหัวตาชั่วครู่เพื่อเก็บความรู้สึกให้กลืนหายไป หันมองคนเป็นซือฟุ ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ นางสามารถตะโกนเรียกซือฟุมาได้จริงๆ หรือว่านี่เป็นแค่บังเอิญ ? ไม่มีทาง อย่างซือฟุคนงามไม่น่าจะลุกมาจากโต๊ะง่ายๆ..

             พี่ใหญ้ก้ามปูที่กลิ้งโคดร่ได้คนช่วยพยุงแล้ว มันโดดขึ้นมายืนจังก้าขวางทางทั้งสอง ก่อนชี้หน้าไปที่บุรุษปริศนาสวมหน้ากากจิ้งจอก “เพ้ย!! ตัวเท่าลูกหมา อ้อนแอ้นยังกะพวกลักเพศไอ้หัวหงอกรีบไสหัวไป น้ำหน้ายังงี้ริจะมาชิงคนงามกับข้าหรอ”

             “ ……….. “ ห๊ะ .. คำพูดของอันธพาลหน้าพิลึกทำเอาดรุณีน้อยชะงักไปทันที ซือฟุของนางยังดีกว่าพวกหน้าพิลึกตรงหน้าเยอะ พูดได้ไม่อายปากจริงๆ เลื่อนสายตากลับไปหาบุรุษสีเงินข้างตัว นางพาเขามาเจอเรื่องวุ่นวายอีกแล้ว หรือว่านางเป็นตัวเรียกเรื่องวุ่นให้เขาจริงๆ ?

             ระหว่างเสียงหัวเราะเยาะของพวกสี่หน่ออ้อนบาทานั้น นักกวีหนุ่มกลับหายาแสไม่ หัตถ์ขาวยังจัดปกเสื้อตนให้เข้าที่ดังเดิม จากนั้นเกลี่ยปอยผมที่ยุ่งเหยิงลงมาของดรุณีด้านข้างไปทัดหลังหู “บาดเจ็บที่ใดไหม?” น้ำเสียงใส่ใจดูแล จนชาวประมงลอบสังเกตการณ์ยังสับสนบรรยากาศว่าตกลงพวกสูมีกันอยู่แค่สองคนใช่ไหม

              “ ไม่มีเจ้าค่ะ.. “ เพราะไม่มีจริงๆถึงได้บอกไปแบบนั้น หรือบางทีต่อให้มีนางก็คงไม่เอ่ยปากบอกว่ามี.. ตลอดสามวันในฉางซา หากนับรวมก่อนหน้านี้ เจอกันทีไรนางมีแต่เรื่องเจ็บตัวให้ซือฟุต้องคอยช่วยเหลือตลอด ต่อให้อีกฝ่ายบอกว่าไม่เป็นไร ตัวนางก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี  ส่ายศีรษะเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ผู้ช่วยเหลือต้องกังวล โดยที่ก็ย้ำเตือนตัวเองว่าคราหน้าควรจะเตรียมพร้อมมากกว่านี้..

               อยู่ๆ ดีๆ กลับมีตัวประกอบฉากหัวร้อนฉ่า “กล้าเมินกันงั้นหรอ!! หนอยแน่!! เฮ้ยไอ้หลอเอ็งไปหยิบของดีข้ามาสิ บิดาจะเล่นให้มันนอนหยอดน้ำข้าวต้มจะได้ไม่กล้ามาหาเรื่องพวกเราอีก หึๆ รอก่อนนะจ้ะคนสวย วาสนาน้องวันนี้ได้เป็นฮูหยินพี่แน่ๆ บ๊ะๆๆ”

              “ได้เลยลูกพี่จัดไป!! ฮ่าๆ ขอเน้นๆ เลยลูกพี่เอาให้ใส้แตก” ลุกสมุนวิ่งเข้าตรอกมืดไปพักเดียวสามชีวิตก็แบกเอาตุ้มแฝดนรกอันเท่าเสากระโดงเรือออกมา ชาวบ้านที่ค้าขายอยุ่แถวนั้นพากันเก็บของเก็บแห หลบอย่างรู้งานเพราะรู้วีรกรรมของอาวุธชิ้นนี้ดี

              น้ำเสียงของนักกวีหนุ่มนั้นยังคงราบนิ่ง จะให้เขาถือสาอันใดกับอันธพาลตามตลาดค้าปลานี่กัน นัยน์ตาอำพันสบจ้องหญิงสาวพร้อมเอ่ยสอนว่า “เจ้าดูไว้นะ มีคนบางจำพวกที่ใช้ชีวิตยาก เห็นผู้ใดดีกว่าเป็นไม่ได้ทั้งที่เป็นเสมือนเม็ดฝุ่นใต้รองเท้า กลับยกหางตนเองเสียสูง นี่คือตัวอย่างการใช้ชีวิตผิดๆ ไม่ควรเอาเป็นแบบแผน”

             “ ศิษย์จะจำไว้.. “ ถึงจะยังงงว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งยังไม่ปลอดภัยทั้งหมด ทำไมซือฟุคนงามถึงได้พูดคำสอนออกมาเสียดื้อๆ แต่ตอนนี้จะยังไงก็ได้ ขอแค่นางได้ออกจากที่นี้ กลืนคำพูดที่เคยบอกว่าอยากจะอยู่ฉางซา ไม่ว่าจะปักหลักลงฐานที่มั่น หรือจะมาชั่วคราว ถ้าไม่ได้มุ่งตรงไปแค่สำนักผ้าปัก จะที่ไหนนางก็ไม่อยากมาอีกแล้ว !

              “แผงด้านหลังมีผิงกั่วอยู่ ไปเหมามาสักตะกร้า” บุรุเกศาเงินกล่าวจบแล้ววางถุงเงินในมือนาง ส่วนตัวเอารอรับการมาถึงของเจ้าก้ามปูแบกอาวุธมหึมา

             ได้รับคำมอบหมายจากอาจารย์ถึงจะไม่เข้าใจแต่ยังไงก็คงต้องทำ ดรุณีน้อยพยักหน้ารับคำ ถึงจะรู้ว่าซือฟุตัวเองเก่ง แต่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี จะทิ้งคำอาจารย์ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นนางรีบไปรีบกลับน่าจะดีกว่า ร่างน้อยเคลื่อนออกจากจุดเดิมไปยังแผงร้านค้าที่ซือฟุบอก ซือฟุบอกเหมาหนึ่งตะกร้า นางก็ต้องส่งต่อคำซื้อเช่นนั้น “ ข้าขอซื้อผิงกั่วสักหนึ่งตะกร้า.. “  

             คล้อยหลังร่างบางหลบไปแล้ว เท่านี้เขาก็สามารถลงมือโดยไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะโดนลูกหลงหรือถูกสมุนอันธพาลมาหิ้วตัวไปตอนเผลออีก นักเลงก้ามปูเดินตึงๆ เข้ามาหาไม่ต้องพูดร่ำทำเพลงอันใดมาก บุรุษด้วยกันมองตาก็รู้ว่ามิตรหรือศัตรู ปกติแล้วนักกวีหนุ่มน้อยครั้งจะลงมือเอง..มิใช่เพราะไร้สามารถหากเป็นเพระานิยมใช้ปัญญามากกว่ากำลัง

              ก็มาดูว่าห้าปีผ่านไปสนิมจับหมดรึแค่ลืมเข้าหม้อไปหมดแล้ว

              “จูบลาแสงตะวันซะ เพราะแกจะไม่ได้เห็นมันอีกต่อไป ย๊ากกก” อันธพาลก้ามปูคำรามใส่ดั่งหมาป่าแกว่งลูกตุ้มแฝดนรกที่มีหนามเหล็มรอบเข้าใส่บุรุษผมเงิน ตู้ม! แต่ละแรงสะเทือนตามมาติดๆ ขณะที่อีกฝ่ายกลับหนีรอดไปได้อย่างเฉียดฉิวทุกครา ‘ชิ!! รู้ว่าจะมีแมลงมากวนคงไม่ปุ้นให้เยิ้มก่อนหรอก’ ความเร็วมันลดลงมาก อิแค่แมงหวี่สีเงินตรงหน้ากลับตบไม่ตายในสิบรอบ

              มันมุ่งหมายจัดการตัวปัญหาที่ขวางทางรักชนิดตกตาย การลงมือแต่ละครั้งไม่ออมแรงแม้สักส่วน อาวุธทรงพลังเหวี่ยงโดนดินแตกร้าวปะทะหินก็ป่นเป็นผุยผง เสิ่นหลิงเฮ่าเด่นด้านความพลิ้วไหวขนาดตัวเล็กกว่าคล่องแคล่วงว่องไว ในมือเขาไร้อาวุธ เพียงวิชาตัวเบาหลบหลีกเพื่อทอนแรงอีกฝ่ายเท่านั้น น้ำเสียงเหล่าคนโฉดยิ่งมาิย่งเกรี้ยวกราด “อย่ามัวแต่หลบ เตรียมรับมือ!!”

               พลางสลัดปาดลูกตุ้มเหล็กทั้งซ้ายขวาเกิดพายุลูกย่อมปั่นป่วนเศษหินดิน สะเก็ดจำนวนมากโถมเข้าเหล่าฮั่นมุงเป้นลุกหลงได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า เสิ่นหลิงเฮ่าเดิมทีเอาแค่ตนเองรอด จนกระทั่งจังหวะออกฉากหางตาเหลือบไปเห็นลูกชาวประมงน้อยคนหนึ่งที่บิดามารดามันคว้าหนีไม่ทัน เงาหนามมรณะดำทะมึนกรายใกล้ร่างเล็กน้อยในใจชายหนุ่มร้องว่าแย่แล้ว ถลันเข้าไปคว้าตัวอีกฝ่ายจนเสียกระบวนทางถอย

               ยินเสียงโครมดังสนั่นเหล่าชาวบ้านเวทนาในใจ คิดว่าเมื่อนักเลงโตนั้นยกลูกตุ้มขึ้น คงจะพบแต่เศษเลือดเศษเนื้อของเด็กน้อยเป็นแน่ หัวหน้านักเลงสแยะยิ้มรอจนควันฟุ้งสงบลงแล้วชะโงกเข้าไปตรวจสอบผลงาน กลิ่นคาวโลหิตสาดลงปฐพีแต่ทว่ามิได้เป็นอย่างที่ใจมันคิด

               “ดูท่าเจ้าจะเก่งกับเด็ก ถนัดแต่รังแกสตรีไร้ทางสู้สินะ… โตมาอย่างไร? เพื่อนไม่คบหรือ?”

               หลังฝุ่นคลุ้งร่างสูงสง่าของเสิ่นหลิงเฮ่ายังสามารถยืนหยัดได้ เด็กน้อยมอมแมมด้านหลังเขาหลังจากตกใจก็ร้องไห้จ้าและรีบวิ่งไปหาแม่ในทันที ฝั่งนั้นปลอดภัย หากทว่าเหลือไหล่ซ้ายของบุรุษเกศาเงินกลับมีรอยบากจนอาภรณ์ฉีกขาด เลือดสดๆ ท้นออกมา แม้จะไม่ลึกแต่ก็ไม่ถือว่าตื้น คาดว่าเมื่อครู่คงถูกหนามสักชิ้นถากเข้าเพื่อเอาตัวต่างโล่เนื้อรับคมอาวุธแทน

              หายไปเพราะแม่ค้ากล้าๆกลัวๆจะหยิบผิงกั่วใส่ตะกร้า จนนางต้องหยิบใส่เองซะก็สิ้นเรื่อง แบกตะกร้าผิงกั่วมาก็ไม่เข้าใจว่าเอามาเพื่ออะไร แต่คำอาจารย์จะไม่ทำตามก็ไม่ได้ กลับมาจนถึงจุดที่คิดว่าตัวเองเคยยืน เด็กน้อยคนนึงวิ่งร้องไห้ผ่านตัวนางไป ได้แต่มองตามด้วยความสงสัย พอมองกลับไปในต้นทางดันได้เห็นซือฟุที่ตรงไหล่นั้นมีรอยแผล

             หากตัวนางเจ็บ นางไม่ว่า แต่นี่ผู้ที่มาช่วยเจ็บ จิตใจคนขี้เกรงใจมีหรือจะปล่อยให้ตัวเองรับเรื่องนี้ได้ ตะกร้าผิงกั่วถูกปล่อยลงพื้นอย่างน่าขัน หากเป็นเวลาปกตินางคงไม่ปล่อยให้ของที่เสียเงินซื้อมาต้องตกพื้น จะวิ่งเข้าไปก็กลัวตัวเองสร้างเรื่องอีก

              ในเมื่อเจ้านักเลงโตเสียแรงไปตั้งมาก กลับทำอีกฝ่ายบาดเจ็บแค่แผลเดียวก็ชักไม่มั่นใจ มันเห็นเลือดมามาก ฆ่าคนมาก็เยอะ อาศัยว่าเรี่ยวแรงผิดมนุษย์มหา จนมาเจออีกฝ่ายกลับพบว่าต่อกรไม่ง่าย “หึ! หากแกยังดื้อดึงไม่ยอมส่งตัวผู้หญิงคนนั้นก็อย่าหาว่าข้าอำมหิต!!” พูดข่มขวัญไว้ก่อนเผื่อมันยอม

              “ผู้หญิง? ร่ำร้องขนาดนี้ไม่กลับบ้านไปหามารดาเจ้าเสียล่ะ สมองเอาไปลงกับกล้ามหมดสินะ” อำมหิตขนาดไหนเขาล้วนเคยเจอมาแล้ว จะจอมมารประมุขพรรคปีศาจอสุรกาย ล้วนน่าสะพรึงกลัวกว่า..อันธพาลกระจอก

               นักกวีหนุ่มกลับแลกลับเพียงหางตา ท่วงท่าเยื่อหยิ่งเสมือนรังเกียจ หากเป็นในอดีตล่ละก็ลำพังนักเลงหัวไม้เช่นนี้ไม่คู่ควรพอจะทำตนหลั่งโลหิตด้วยซ้ำ ตอนแรกคิดว่าแค่สั่งสอนพอเป็นพิธีตนยังต้องส่งเหมยไป๋อวี้กลับฉางอัน.. ดูแล้วหนี้เลือดจำต้องจ่าย เขาไม่ชอบปล่อยค้างคา เมื่อครู่ชัดเจนแล้ว่วาอีกฝ่ายไม่มีวรยุทธ์ เช่นนั้นก็หวาน...

                เลิกต่อความเสิ่นหลิงเฮ่าขยับกายวูบเงาร่างสีเงินไวจนลางเลือน ดุจไหมฟ้าปราดเข้าประชิดตัวอีกฝ่าย จังหวะที่ทุกคนไม่ทันได้มองเศษจอกชาในมือกรีดรวดเร็วลำคอหนาเปิดเป็นเส้นแดง หากแต่มิได้เล่นให้ถึงตาย พริบตาเดียวชายหนุ่มร่างสูงไปยืนด้านหลังมันกล่าวช้าๆ ว่า “หากเมื่อครู่มียาพิษ.. เจ้าคงตายไปแล้ว”

                  มันยังงุนงงจับใจความไม่ถูก กำลังตะเบ็งเสียงใส่ข่มขวัญก็พบว่าเจ็บแปลบที่ลำคอ มือแตะดูแฉะๆ เป็นสีแดงทะลักลงมา ‘ตะ.. ตังแต่เมื่อไรกัน’ เจ้าก้ามปูหันขวับไปมองวัตถุในมืออีกฝ่าย เศษกระเบื้องนั่นเนี่ยนะ!! สายตาพลันล่อกแล่ก ‘ผู้มีวรยุทธ์ต่อให้ในมือมีหินแค่ก้อนเดียวยังสามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธสังหาร’ ในอดีตมันเคยได้ยินเหล่ายอดฝีมืออธรรมสนทนากันมาบ้างไม่นึกว่าจะได้มาเจอเข้ากับตนเอง ครั้นกำลังคิดว่าควรจะหลบหนีเอาชีวิตรอดตอนนี้ดีรึไม่ เสียงโหวกแหวกตากฝั่งส่งกำลังใจก็หาเรื่องอีก

                 “ลูกพี่อย่าไปยอมมัน!! เดี่ยวพวกข้าช่วยเอง!!” แว่วในใจว่า ชิบหา-- อยากตายโหงเป้นหมู่คณะรึ!!

                สี่สมุนดาหน้ากันวิ่งกรูเข้าใส่บุรุษลึกลับพร้อมอาวุธครบมือ ด้านเสิ่นหลิงเฮ่ากางพัดหยกในมือสะบัดผ่านแนวขวางหนเดียว เข็มอาบยาอัมพาตพุ่งแหวกอากาศเข้ากลางหน้าผากไม่มีพลาดสักตัว ล้วนนอนเป็นปลาพะงาบๆ ข้างแห

                 “ถึงตาเจ้า…”  เสียงยมฑูตราวกับกระซิบผ่านข้างหูเลือดในกายชายตัวโตไหลรวมไปที่ตาตุ่ม เห็นสภาพของลุกน้องที่เหลือกตาโปนมาขอความช่วยเหลือแล้วมันแทบอยากโกยหนีไปเสียเดี๋ยวนี้ ติดที่ว่าขยับไม่ได้… พยายามอย่างไรก็ขยับไม่ออก!!

                “ได้โปรด.. เมตตา..” ถ้อยคำออกจากปากไม่ทันครึ่งเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดสะเทือนไปทั่วทิศ

                หลิงเฮ่าปล่อยมือออกจากกระดูกสันหลังข้อที่สิบสองของอีกฝ่าย อาศัยวิาและความรุ้ที่เขามี แค่ทำมันเคลื่อนไปทับเส้นประสาทสักหน่อยยังสามารถสร้างความเจ็บปวดได้ยิ่งกว่าคมกระบี่นับพันทิ่มทะลุร่าง ก้มลงกระซิบทีละคำอย่างชัดเจนให้จำจนชาติหน้า “คุณชายเช่นข้าจะช่วยชี้แนะให้ว่าคราวหน้าคราวหลัง.. อย่าริแตะต้องคนของข้า” หนนี้เขายังคงเมตตา หากเคลื่อนไปมากกว่านี้แค่หนึ่งชุ่น ชะตาของเจ้ากล้ามโตหากไม่นอนติดเตียงไปทั้งชีวิต.. ก็ลงไปคุยกับรากมะม่วง

                เดินเก็บเข็มกลับสบายๆ จากนั้นบอกกับชาวบ้านว่าคนเหล่านี้ไม่มีพิษสงแล้วเหลือแค่ลากไปส่งให้ทางการดำเนินเรื่องต่อ ส่วนตัวเขาน่ะหรือ? ยังมีแก่ใจเก็บผิงกั่วที่กลิ้งหลุนๆ ทีละลูก โดยไม่สนใจโลหิตไหลซึมแขนเสื้อ หิ้วลงตะกร้ายกไปตรงหน้าดรุณีที่ยืนหน้าซีดเผือด

                  “เปื้อนหมดๆ เรือจะออกแล้ว.. เจ้ายังอยากย้ายมาเมืองนี้อยู่ไหม?”

                “ .. ไม่ย้ายแล้ว “ มองตามคนเจ็บที่ยังทำตัวปกติได้อย่างเคย กระพริบตาปริบๆด้วยความกังวล เห็นร่องรอยการต่อสู้ รู้อยู่ว่าซือฟุของนางมากความสามารถ แต่ในเวลาแบบนี้ถ้านางไม่ไปเตะตาเจ้าพวกพิลึกนั้นก่อนคงไม่มีเรื่องเดือดร้อนเช่นนี้ให้ได้เห็น “ ครั้งนี้แผลท่านจะทำเหมือนตอนโดนสายกู่ฉินบาดไม่ได้แล้วนะ.. ข้าขอโทษ.. พาท่านมาเจอปัญหาอีกแล้ว “

              สองมือบางกอบกุมเอาไว้เพื่อพยายามไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดไปมากกว่านี้แต่ก็เหมือนจะไม่ช่วยนัก ได้แต่มองด้วยสายตารู้สึกผิด ฉางซาไม่น่าอยู่อีกแล้วในสายตานาง น่าเสียดายจริงๆ

               เห็นแววกังวลระคนร้อนใจเหนือหว่างคิ้วอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้น.. และดีดเบาๆ ให้หัวคิ้วงามนั้นคลายลง “คิดมากอีกแล้ว… การที่สามารถทำร้ายข้าได้จนเป็นเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นคราวเคราะห์ อีกอย่าง..ข้าเห็นด้วยกับพวกมันหนึ่งประการ” พลางคลี่รอยยิ้มอบอุ่นอย่างหาได้ยากเย็นสบจ้องใบหน้าหวานไม่วางตา

                ซือฟุเห็นทีดูจะขยันดีดหน้าผากนางนัก ยกมือขึ้นแตะช่วงหว่างคิ้วตัวเองเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับชายอาภรณ์ของผู้เป็นอาจารย์ ขยับเล็กน้อยเพื่อให้นางเห็นบาดแผลได้ลางๆ ก่อนจะดึงมือตัวเองกลับอย่างว่องไว เป็นแบบนี้ตลอด.. เจ้าตัวบอกไม่เป็นไร ยังไงนางก็คิดมากอยู่ดี “ พวกมันทำท่านบาดเจ็บแล้วไฉนยังเห็นด้วยกับพวกมันในบางเรื่องอีก ? “

                “หืม… ก็พวกนั้นบอกว่าเจ้างดงาม ข้อนี้ข้ากลับเห็นด้วยต่อให้เป็นอันธพาลกักขฬะยังนับว่ามีตาอยู่บ้าง.. ไม่เลวจริงๆ”

               “ นี่มันใช่เวลา ! … ซือฟุท่านนี่มันจริงๆเลย “ นี่มันใช่เวลามาย้อนคำชมว่านางงามหรือไม่ ? ในความคิดคงจะไม่ แต่ก็ยอมรับว่าพอให้ลดกังวลไปได้บ้างหากว่าตัวคนเจ็บยังมีหน้ามาพูดแบบนี้ได้ อาการคงไม่ได้หนักหนาอะไรนัก

                 “ฮะๆๆ สตรีมิใช่ชื่นชอบเวลาถูกชมช่นนี้รึ? ข้าคงฟังมาผิด อืม.. เจ็บอยู่บ้างจริงๆ นัน่ล่ะ ขึ้นเรือแล้วค่อยทำแผลเถอะ ข้าจ่ายมัดจำค่าเดินทางไแแล้ว.. เจ้าเองก็คงไม่อยากอยู่ที่นานนักใช่ไหม?” กล่าวจบก็เพียงดึงผ้าออกมามัดบาดแผลที่แขนซ้ายเอาไว้ลวกๆ เตรียมจะออกเดินไปที่สะพานเรือ เห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนนิ่งอยู่จึงลูบหัวเบาๆ น้ำเสียงกลับมาเป็นปกติ
                “ไม่ต้องคิดมาก ยุทธภพก็แบบนี้ การที่ข้ายื่นมือช่วยเหลือนั่นย่อมทำใจเอาไว้แล้วว่าตนเองอาจบาดเจ็บ แต่กลับกันหากข้ามีอันตรายเจ้าก็คงไม่อาจนิ่งดูดายเช่นกัน?”

              “ ไม่ใช่ว่าสตรีจะไม่ชอบเวลาถูกชม.. “ เพียงแต่ครั้งนี้ข้าเป็นห่วงท่าน ท้ายประโยคที่เลือนหายไปถูกแทนที่ด้วยการถอนหายใจ เหลือบตาขึ้นมองบุรุษสีเงินที่จัดการตัวเองเรียบร้อยเสร็จสรรพ คำพูดเขาอาจจะทำให้นางลดความรู้สึกผิดลงได้บ้าง แน่นอนว่าถ้าซือฟุคนงามเจออันตรายหากช่วยได้นางก็ช่วยอยู่แล้ว คิดกลับกันมันก็จริงอยู่ ถ้านางยังดึงรั้งเวลาเช่นนี้มีแต่จะทำให้คนที่เจ็บอยู่แล้วเจ็บยิ่งกว่าเดิม “ อื้อ เข้าใจแล้ว รีบขึ้นเรือเถอะ ท่านจะได้พัก.. “  สุดท้ายสองผู้ผจญภัยในฉางซาถึงสามวันก็ได้ขึ้นเรือเพื่อเดินทางกลับฉางอันกันสักที

ฉางอัน 7000 สองคนค่าเรือ โอน
All




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +3 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 11:20
คุณได้รับ +145 ความชั่ว +215 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 11:20

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -549 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -549 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บลัดดี้ไนท์แมร์
คัมภีร์จิ้งจอกชิงชิว
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
เมอร์เมน่าบรูช
ผีผาเซียวซียวี่จิน
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x5
x6
x50
x12
x302
x5
x10
x3
x7
x6
x2000
x220
x5
x4
x1
x420
x10
x2
x1
x4
x2
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x5
x1
x5
x5
x4
x4
x1
x4
x4
x4
x5
x6
x6
x5
x10
x1
x1
x36
x89
x5
x1
x1
x318
x573
x57
x422
x3
x3
x14
x1
x1
x5
x189
x235
x1
x14
x6
x8
x19
x274
x1
x15
x2
x1
x1